‘สวยแซ่บ สายฝอ’เป็นเหตุ ‘อแมนด้า’ถูกหนุ่มรุมขายขนมจีบ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/621469

'สวยแซ่บ สายฝอ'เป็นเหตุ  'อแมนด้า'ถูกหนุ่มรุมขายขนมจีบ

วันเสาร์ ที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 14.22 น.

เดินหน้าเข้าสู่วงการบันเทิงแบบเต็มตัว สำหรับ อแมนด้า ออบดัม หลังจากส่งต่อหน้าที่ Miss Universe Thailand ให้รุ่นน้อง แอนชิลี ก็งานเข้ารัวๆแทบไม่มีเวลาพักผ่อน ล่าสุดไปร่วมงานเปิดตัวแบรนด์สุขภาพและความงาม “AOTURA” ของ แม่ปุ้ย ปิยาภรณ์ แสนโกศิก ภายใต้ บริษัท เอ็มยูที ซีเล็ค จำกัด แต่ด้วยออร่าความสวยแซ่บสายฝอเป็นจุดเด่น เรียกแขก ! ทำให้หนุ่มๆ ไม่พลาดส่งขนมจีบไม่ขาดสาย ซึ่ง อแมนด้า เผยว่า “ช่วงนี้มีงานเกือบทุกวันเลยค่ะ หลักๆ คือถ่ายแบบ ถ่ายรายการ และกำลังคุยอยู่อีกหลายโปรเจกต์ค่ะ ด้าเชื่อว่านอกจากความสามารถแล้ว หน้าตา ผิวพรรณ ก็เป็นส่วนสำคัญมากนะคะ ถึงงานหนักแค่ไหน ด้าก็จะดูแลตัวเองให้ดีที่สุดค่ะ ต้องเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่เหมาะกับตัวเอง และน่าเชื่อถือนะคะ ส่วนเรื่องผู้ชายตามจีบก็มีเข้ามาค่ะ ไม่รู้ว่าเขาเอาเบอร์ เอาไลน์เรามาจากไหน งงมากค่ะ ก็มีปรึกษากับผู้ใหญ่บ้าง ถ้าไม่รู้จักก็จะบล็อกไปในทุกช่องทางเลยค่ะ คงเป็นเพราะเราทำงานด้านแฟชั่นด้วย บางงานต้องมั่นใจ โชว์ผิว โชว์หุ่น มีใส่ชุดเซ็กซี่บ้าง ก็เลยคิดว่าน่าจะเป็นจุดที่ทำให้หนุ่มๆ สนใจและอยากเข้ามาคุยด้วย แต่ตอนนี้ด้ายังสนุกกับงาน และขอยังโฟกัสที่เรื่องงานเป็นหลักก่อนค่ะ ทำทุกงานให้ดีที่สุดค่ะ ยังไงฝากติดตามผลงานด้าด้วยนะคะ มีเซอร์ไพรส์แน่ๆค่ะ

แซ่บไม่เปลี่ยน! ‘กบ ปภัสรา’อวดความแซ่บในวัย 52 กะรัต

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/621626

แซ่บไม่เปลี่ยน! 'กบ ปภัสรา'อวดความแซ่บในวัย 52 กะรัต

วันอาทิตย์ ที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 15.08 น.

12 ธ.ค.64 เรียกว่าไม่เสียชื่ออดีตมิสไทยแลนด์เวิลด์ปี 2531 แม้ขณะนี้อายุจะเข้าสู่เลข 52 แล้วก็ตาม สำหรับนักแสดงมากฝีมือ “กบ ปภัสรา เตชะไพบูลย์” ที่ล่าสุด กบ ปภัสรา และครอบครัว แพ็กกระเป๋าไปเที่ยวพักผ่อนชิลๆ ที่ จ.ภูเก็ต มาเที่ยวทะเลทั้งทีเจ้าตัวก็ไม่พลาดที่จะหยิบชุดว่ายน้ำออกมาใส่ถ่ายรูปเล่น มีทั้งชุดว่ายน้ำวันพีซสวยๆ ที่มาพร้อมกับท่าโพสเก๋ๆ เรียกว่าสมกับเป็นนางงามตัวแม่จริงๆ

‘หมิว สิริลภัส’สาดความเซ็กซี่ เล่นเซิร์ฟสเก็ตแบบแซ่บไม่ยั้ง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/621619

'หมิว สิริลภัส'สาดความเซ็กซี่ เล่นเซิร์ฟสเก็ตแบบแซ่บไม่ยั้ง

วันอาทิตย์ ที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 14.14 น.

12 ธ.ค.64 หลังจากที่กลับมาครองตัวโสดอีกครั้ง สำหรับนักแสดงสาว “หมิว สิริลภัส กองตระการ” ที่ล่าสุดเจ้าตัวก็ได้ออกมาสาดความเซ็กซี่ไปเล่นเซิร์ฟสเกตด้วยชุดทูพีซตัวจิ๋ว เผยให้เห็นหุ่นสวยๆ เผยเรียวขายาวขาว และหุ่นแบนราบ กับหน้าอกหน้าใจ เห็นรอยสักที่ต้นขาอย่างชัดเจน เรียกว่าแซ่บท้าลมหนาวเลยทีเดียว

‘คุณน้ำผึ้ง,น้อย’ตระการตา นิทรรศการสุดล้ำ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/621483

‘คุณน้ำผึ้ง,น้อย’ตระการตา นิทรรศการสุดล้ำ

วันอาทิตย์ ที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

ทริปนี้ “คุณน้ำผึ้ง” ยังอยู่ที่ ป่าในกรุง เขตประเวศ ได้ลงพื้นที่ทั้งทีเลยต้องขอพาทัวร์เจาะลึกกับไฮไลท์ที่ต้อง ไม่พลาด 9 จุดสำคัญของป่าในกรุง… แต่รอบนี้ขอส่งการบ้าน 5 จุดแรก In Door ก่อน…เริ่มจากจุดที่ 1 พื้นที่ป่าธรรมชาติ, จุดที่ 2 ผนังดินบดอัด ที่ได้ดินมาจาก 4 จังหวัด ประกอบด้วย ชลบุรี-ระยอง-ฉะเชิงเทรา-ราชบุรี ทำให้สีสันของผนังดินเป็นขั้นสีดินที่แตกต่างกัน เป็นจุดที่นิยมมาถ่ายรูปกันมาก, จุดที่ 3 นิทรรศการเมล็ดพันธุ์ไม้ ที่ได้จัดแสดงอยู่ตามแนวผนังดิน,จุดที่ 4 อาคารนิทรรศการเพื่อการเรียนรู้ เป็นการจำลองสภาพป่าของกรุงเทพฯ ในอดีต มาที่เดียวได้เที่ยวและได้ความรู้หอบกลับบ้านอีกด้วย และจุดที่ 5 ห้องภาพยนตร์สั้นที่บอกเรื่องราวของ “ครอบครัวไม้” ที่ปลูกฝังตระหนักเกี่ยวกับธรรมชาติจากป่าในกรุง และมีแรงบันดาลใจในการส่งต่อทัศนคติในการเปลี่ยนโลกให้เป็นสีเขียวไปยังคนอื่นๆ

ได้เห็นห้องภาพยนตร์สั้นของป่าในกรุง ทำเอา “น้อย” อดไม่ได้ที่จะชวน คุณน้ำผึ้ง ย้อนไปเที่ยวทิพย์ที่ณ สัทธา อุทยานไทย อ.บางแพ จ.ราชบุรี ดูห้องนิทรรศการมัลติวิชั่น ที่แสดงถึงเรื่องราวของพุทธศาสนา เรียกว่าเป็นอีกหนึ่งนิทรรศการยุคไฮเทคเลยทีเดียวงานนี้คุณน้ำผึ้งก็ไม่น้อยหน้า เห็นเรื่องราวผนังดินบดอัดของป่าในกรุงเลยชวนย้อนไปเรียนรู้เรื่องธรณีวิทยา ดูซากฟอสซิลที่ถ้ำผาท่าพล อ.เนินมะปราง จ.พิษณุโลก ตระการตากับภูเขาหินปูนโบราณ ยุคก่อนไดโนเสาร์ อายุ 360-286 ล้านปี

Celebrity Gossip : 12 ธันวาคม 2564

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/621523

Celebrity Gossip : 12 ธันวาคม 2564

วันอาทิตย์ ที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

OO YG Entertainment เผยว่า ลลิษา มโนบาล หรือ ลิซ่า BLACKPINK หายป่วยโควิด-19 แล้ว หลังพบว่าติดเชื้อเมื่อ 9 วันก่อน โดย ลิซ่า ครบกำหนดการกักตัวตั้งแต่ช่วงเที่ยงของวันที่ 4 ธันวาคม หลังได้รับการดูแลรักษาอยู่ที่บ้านจากเจ้าหน้าที่สาธารณสุข และไม่มีความเสี่ยงในการแพร่เชื้อให้คนอื่นได้แล้ว ขณะที่ เพื่อนร่วมวงอย่างจีซู, โรเซ่ และ เจนนี่ ที่ได้รับวัคซีนโควิด-19 ครบถ้วน จึงไม่จำเป็นต้องกักตัว แต่ก็พยายามออกงานให้น้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้ ทางค่ายขอบคุณแฟนเพลงที่แสดงความห่วงใยสาวๆ BLACKPINK มาตลอด และอยากให้ร่วมเป็นกำลังใจกับพวกเธอที่เตรียมมาพบปะเหล่าบลิ๊งค์ได้เร็วๆ นี้ ด้าน ลิซ่า ก็ได้โพสต์ภาพตนเองผ่านอินสตาแกรมส่วนตัว พร้อมแคปชั่นอิโมจิ ♥ เพื่อขอบคุณแฟนๆ ที่ส่งความรัก ความห่วงใยให้เธอมาโดยตลอด

OO ฟาก BTS บอยแบนด์เกาหลี ประกาศพักร้อน เพื่อฉลองวันหยุดยาวเทศกาลคริสต์มาสไปจนถึงปีใหม่กับครอบครัว Big Hit Music ต้นสังกัด ออกแถลงการณ์ว่า นี่ถือเป็นการพักร้อนรอบสองของ BTS หลังจากเคยใช้วันหยุดยาวครั้งแรกไปเมื่อปี 2019 ซึ่งคอนเสิร์ต PERMISSION TO DANCE ON STAGE – LA และงาน 2021 Jingle Ball Tour ถือเป็นงานสุดท้ายของวง BTS ในปี 2021 โดย 7 หนุ่มตั้งใจใช้เวลานี้อยู่กับครอบครัว เพราะนับตั้งแต่เดบิวต์ นี่ถือเป็นครั้งแรกที่ได้ฉลองคริสต์มาสและปีใหม่กับครอบครัว อีกทั้งยังถือโอกาสเตรียมพร้อมสำหรับคอนเสิร์ต และอัลบั้มใหม่ที่จะมีในปี 2022 อีกด้วย

OO จอร์จ คลูนีย์ นักแสดงวัย 60 ปี บอกว่าเคยได้รับข้อเสนอให้ถ่ายโฆษณาของสายการบินแห่งหนึ่ง ถ่ายทำกันแค่วันเดียว ค่าตัวที่จะได้รับนั้นมากถึง 35 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณเกือบ 1,200 ล้านบาท แต่งานนี้ อามัล อลามุดดิน ภรรยานักกฎหมายด้านสิทธิมนุษยชนวัย 43 ปี หว่านล้อมไม่ให้รับงาน โดยบอกว่าได้ไม่คุ้มเสีย เพราะเป็นประเทศที่ยังคงถูกตั้งข้อสงสัย เจ้าตัวเลยคิดว่า แม้จะแค่นาทีเดียวก็ยังไม่คุ้มอยู่ดี จึงตัดสินใจไม่รับงาน คลูนีย์ ที่ครองตัวโสดมาตลอด ตัดสินใจแต่งงานกับ อามัล มาตั้งแต่ปี 2014 และมีลูกแฝด เอลล่า กับ อเล็กซานเดอร์ ด้วยกันเมื่อปี 2017

OO ทราวิส สก็อตต์ ปฏิเสธความรับผิดชอบในเหตุการณ์ความวุ่นวายที่คอนเสิร์ต Astroworld ที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตถึง 10 คน โดยแร็พเปอร์หนุ่มชื่อดังได้ยื่นเอกสารไปที่ศาล ขอให้จำหน่ายคดีฟ้องร้องต่อเขาทั้งหมด เพราะอ้างว่าเขาไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แม้ว่าถึงขณะนี้ จะมีผู้ได้รับผลกระทบยื่นฟ้อง
ทราวิส มากกว่า 140 คดีความแล้ว คิดถึงค่าเสียหายเกินหลักพันล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยทั้งหมดกล่าวในคำร้องว่า ทราวิส ที่กำลังแสดงอยู่บนเวทีขณะที่เกิดเหตุการณ์ความโกลาหลด้านล่างในหมู่ผู้ชมขึ้น คือผู้มีส่วนรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพราะเขามีสิทธิ์ที่จะหยุดการแสดง และหลีกเลี่ยงโศกนาฏกรรมทั้งหมด แต่ก็ไม่ได้ทำ แน่นอนว่าความเคลื่อนไหวดังกล่าวทำให้ฝ่ายผู้เสียหายไม่พอใจอย่างรุนแรง ทนายความของผู้เสียหายคนหนึ่งกล่าวกับสถานีโทรทัศน์ CNN ว่า การดำเนินการทางกฎหมายของ ทราวิส ครั้งนี้เป็นเรื่องที่น่าอับอายอย่างมาก

OO อัยการในศาลแขวงนครชิคาโก รัฐอิลลินอยส์ของสหรัฐฯ ลงมติหลังพิจารณากันข้ามวันข้ามคืน ให้จัสซี สมอลเล็ตต์ นักแสดงเกย์ผิวสีชาวอเมริกัน ให้การเท็จต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจชิคาโก กรณีเหตุการณ์ซึ่งเป็นข่าวเมื่อเดือนมกราคม 2019 ว่าเขาถูกชาย 2 คนทำร้ายร่างกายแล้วเอาบ่วงมาคล้องคอ เพื่อแสดงการเหยียดเชื้อชาติ โดยทั้งอัยการและคณะลูกขุนเชื่อว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับจัสซีทั้งหมดเป็นการจัดฉากของเจ้าตัว เพื่อหวังเรียกเรตติ้งและให้ตัวเองมีชื่อเสียงมากขึ้น ขณะที่ศาลตัดสินให้จัสซีมีความผิด ใน 5 ข้อหาฐานประพฤติตนไม่เหมาะสมให้การเท็จต่อเจ้าหน้าที่ และอื่นๆ ก่อนหน้านี้ ตำรวจกล่าวหาจัสซีว่า จ่ายเงินให้ชาย 2 พี่น้องให้มาสวมบทบาทเป็นคนที่ทำร้ายเขา โดยพี่น้องคู่นี้กำลังให้ความร่วมมือกับการสืบสวนเป็นอย่างดี

‘แอนชิลี’อวดโฉมชุดประจำชาติ’นางคาด’ สวยพิฆาตเวทีมิสยูนิเวิร์ส2021 (ชมคลิป)

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/621435

'แอนชิลี'อวดโฉมชุดประจำชาติ'นางคาด' สวยพิฆาตเวทีมิสยูนิเวิร์ส2021 (ชมคลิป)

วันเสาร์ ที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 09.53 น.

11 ธันวาคม 2564 สวยพิฆาตเวทีประกวดมิสยูนิเวิร์ส 2021 (Miss Universe 2021) เลยทีเดียว สำหรับชุดประจำชาติไทย ที่ “แอนชิลี สก๊อต-เคมมิส” มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2021 ได้สวมใส่อวดสายตาชาวโลกในวันนี้

สำหรับชุดประจำชาติไทย “นางคาด” เป็นฝีมือการออกแบบของ นานจาตุรณ แร่เพชร นักออกแบบรุ่นใหม่ไฟแรง ด้วยแรงบันดาลใจ “พลังเลือดนักสู้ในตัวหญิงสาว” ผ่านรูปแบบศิลปะการต่อสู้ไทยโบราณที่เรียกว่า “มวยคาดเชือก” ประยุกต์เข้ากับความเป็นสากล ดุจดังพลังความหาญกล้า ผสมความงามของหญิงสาว เส้นเชือกที่ร้อยต่อถักทอประดับโลหะคาดไปกับหมัดและร่างกายของสาวงาม

ชุด “นางคาด” ยังแสดงให้คุณเห็นว่า “นางงาม” เป็นได้มากกว่าภาพลักษณ์ที่สวยงาม ทั้งยังเป็นพลังสำคัญที่จะประกาศให้ทั้งโลกได้เห็นถึงวัฒนธรรมอันเป็นเอกลักษณ์และพลังนักสู้ของคนไทย

‘แอล-กมลวรรณ’แซ่บริมหาด ถูกโฉลกบทตำรวจ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/621357

‘แอล-กมลวรรณ’แซ่บริมหาด ถูกโฉลกบทตำรวจ

วันเสาร์ ที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

เป็นลูกไม้ที่หล่นไม่ไกลต้นสำหรับ “แอล-กมลวรรณ ศรีวิไล” ลูกสาวหัวแก้วหัวแหวนของพระเอกตลอดกาล “กรุง ศรีวิไล” ล่าสุดบินไปพักผ่อนส่วนตัวที่เกาะสิมิรัน จ.พังงา พร้อมอวดหุ่นอะร้าอร่ามในชุดว่ายน้ำโดยตอนนี้สาวแอล กวาดบทละครที่เล่นเป็นตำรวจมาแล้วหลายเรื่อง จวนจะได้รับฉายาว่า “เจ้าแม่ตำรวจ” ล่าสุดในละครเรื่อง “ปล้นลอยฟ้า” ค่าย “ฉลอง ภักดีวิจิตร”ทางช่อง 7HD ก็ไม่วายที่ได้รับบทตำรวจอีกครั้งซึ่ง “แอล” กล่าวว่า

รับบทเป็นตำรวจ รวมเรื่อง ปล้นลอยฟ้าก็ 3 เรื่องแล้วก่อนหน้านั้น ทิวลิปทอง, มังกรเจ้าพระยา กำลังจะมีอีกเรื่องเป็นตำรวจเหมือนกัน ปล้นลอยฟ้า จะเป็นเรื่องแรกที่ได้ใส่ชุดตำรวจจริงๆ เพราะที่เล่นมายังไม่มีชุดตำรวจจริงๆ เลย และคาแร็กเตอร์เราจะมีความดุดันมากกว่าเดิม ในส่วนบทบาทตำรวจนั้น ตอนแรกรู้สึกไม่ค่อยถนัดแต่พอเล่นไปเรื่อยๆ แล้วรู้สึกชอบ เพราะมีความท้าทายดี ตรงคำพูดต่างๆ ซึ่งจะเป็นคำพูดทางการที่เราไม่ค่อยได้ใช้ เราจะพูดไม่เข้าปาก แต่พอเล่นไปก็ชินต้องมีบู๊ตลอดค่ะ ส่วนแฟนคลับอยากเห็นแอลเล่นบทอื่นๆ บ้าง แต่บทตำรวจแอลเล่นแล้วปังสุด คนจะจำภาพได้เยอะสุด จริงๆ แล้วแอลชอบการแสดงอยู่แล้ว แสดงได้หมดทุกบทซึ่งเป็นความท้าทาย จริงๆ แอลเล่นมาเกือบจะหมดแล้ว คนดี คนร้าย นางเอก ตบตี แย่งชิงแต่ลึกๆ แล้วอยากจะลองเล่นบทแบบดราม่าหนักๆ แต่ถ้าคนอื่นจะอยากเห็นแอลเล่นบทร้าย”

โอ๊ยเล่าเรื่อง : 4 Kings

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/621363

โอ๊ยเล่าเรื่อง : 4 Kings

วันเสาร์ ที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

4 Kings คือหนังไทยที่มีสื่อการโปรโมทหนังเยอะมากแต่บอกตรงๆ ว่า เฉยมาก แทบจะไม่มีอะไรกระตุ้นให้เกิดความอยากดู แต่พอได้เข้ามาดูตัวหนังบอกได้เลยว่า 4 Kingsเป็น หนังไทยอีกเรื่องที่ทำออกมาได้ดีเกินความคาด 4 Kingsมีพลอตเรื่องง่ายๆ เล่าเรื่องของนักเรียนอาชีวะที่มักจะยกพวกตีกันมีกลุ่มหลักๆ 4 สถาบัน

โดยส่วนตัว ไม่ได้เป็นเด็กช่าง ไม่ได้รู้จักพวกเด็กช่างแต่จากการที่เรียนโรงเรียนชายล้วน ที่มีปัญหาไล่ตีกันเป็นประจำเลยพอจะเข้าใจและอินไปกับภาพต่างๆ ที่ 4 Kings นำเสนอออกมาฉากแอ๊กชั่นมีใส่เข้ามาเป็นระยะๆ ฉากเด็กช่างตะลุมบอนดูดีบรรยากาศมาแบบจัดเต็ม เหมือนเข้าไปอยู่ในสถานการณ์จริงจะติดแค่หลายตอน พอตีกันนิดเดียว ตัดไปฉากอื่น เลยยังไม่ค่อยสะใจสักเท่าไหร่ ในส่วนดราม่าของหนัง โดนๆ หลายฉาก เล่นเอาเสียน้ำตาออกมาแบบไม่รู้ตัว ฉากเปิดเรื่องกับฉากท้ายเรื่องอารมณ์จัดเต็ม ค่อยๆ กระชากความรู้สึก เหมือนกับตัวหนังโฆษณาซึ้งๆ แนวครอบครัวที่มีสตอรี่ 

เป้-อารักษ์ อมรศุภศิริ เด่นมากๆ กับบท ดา อินทรที่ดูเหมือนจะไม่ต้องเล่นอะไรมาก เล่นแบบสบายๆ เรื่อยๆ แต่ทุกครั้งที่ปรากฏตัว ออร่าพุ่ง เด่นมาก แต่พอถึงช่วงดราม่า จัดหนักเท! ใจให้เลย และกลายเป็นส่วนที่ดีที่สุดของตัวหนัง

จ๋าย ไททศมิตร อิชณน์กร พึ่งเกียรติรัศมี เล่นนิ่งๆ เรื่อยๆแต่ออกมาดูดีในบทของ บิลลี่ บทที่เป็นเสมือนคนเล่าเรื่องตัวเชื่อมตัวละครหลักๆ เข้ามากัน ด้วยความนิ่งเรื่อยๆ กลายเป็นความพอดี ที่ไม่แย่งหรือขโมยซีนตัวละครตัวอื่น แต่กลายเป็นความกลมกลืนที่กำลังพอดี

ส่วนนักแสดงคนอื่นๆ แทบจะไม่คุ้นหน้ากันเลย ภูมิ รังษีธนานนท์,ณัฏฐ์ กิจจริต, ทู-สิราษฎร์ อินทรโชติ, บิ๊ก ดีเจอราร์ด แหลม 25 Hoursยกเว้น โจ๊ก-อัครินทร์ อัครนิธิเมธรัฐ แต่ทุกคนก็เล่นได้ดีเล่นกันแบบเข้าขา ดูแล้วเชื่อว่าเป็นเด็กช่างจริงๆ และ เนโกะ-เนรัญชรา เลิศประเสริฐ ในบท อุ๊ ก็ออกมาดูดีเช่นกัน

ปลาย-ปรเมศ น้อยอ่ำ, วอ-จิราวัฒน์ วชิรศรัณย์ภัทรและ สุกัญญา มิเกล รุ่นใหญ่จัดเต็ม เสริมในส่วนของพ่อแม่ผู้ปกครองที่มี เข้าใจ เกลียดชัง ส่งเสริม ไม่เข้าใจ ให้กำลังใจหรือแม้แต่พยายามหาสิ่งที่ดีๆ ให้กับลูกหลาน กันสิ่งไม่ดีออกไปจากชีวิต

พุฒิ-พุฒิพงษ์ นาคทอง ถือว่าสอบผ่านและทำได้ดีกับงานกำกับ 4 Kings งานนี้ค่อนข้างลงตัว แม้จะยังมีส่วนที่ขาดๆเกินๆ ไปบ้าง แต่ก็พอจะมองข้ามไปได้ งานด้านโปรดักชั่น จัดว่าโอเค โดยเฉพาะการพาย้อนกลับไปในช่วงปี 2537-2538ได้เห็นภาพตู้โทรศัพท์สาธารณะ โทรศัพท์บ้าน เพจเจอร์ หนังสือเพลง คอนเสิร์ตวงร็อก บทเพลงฮิตๆ หนัง ในสมัยนั้น

และที่ต้องชมเลย แม้ 4 Kings จะมีความยาวถึง 139 นาทีแต่หนังก็มีความลื่นไหล ดูได้เรื่อยๆ ไม่รู้สึกว่าหนังมีความยาวมากมายแต่อย่างใด เพลินๆ ระดับ 8/10 คะแนน ในฐานะที่เป้-อารักษ์ กับ จ๋าย ไททศมิตร ทำให้เสียน้ำตา

‘อาตู่ นพพล’เผยมรสุมชีวิตลูกใหญ่ เตรียมแผนเกษียณตัวเองไปอยู่กับธรรมชาติ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/621422

'อาตู่ นพพล'เผยมรสุมชีวิตลูกใหญ่ เตรียมแผนเกษียณตัวเองไปอยู่กับธรรมชาติ

วันศุกร์ ที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 21.18 น.

นักแสดงและผู้กำกับระดับตำนาน อย่าง อาตู่ นพพล ที่วันนี้จะมาย้อนเล่ามรสุมชีวิตครั้งยิ่งใหญ่ของการทำงาน ผ่านทางรายการ คุยแซ่บshow ทางช่อง วัน31 ที่มีหนิง ปณิตา และบูม สุภาพร เป็นพิธีกรดำเนินรายการ

รู้สึกยังไงบ้างหลังจากไปเป็นผู้จัดแล้วกลับมารับงาน?

อาตู่ : สนุกครับ สนุกที่ได้ทำงานกับคนใหม่ๆ คนรุ่นใหม่ และได้ทำงานกับนักแสดงที่มีความสามารถสูงมากหลายคนเลย รู้สึกเหมือนได้พุ่งพลังอย่างเต็มที่

พอไม่ได้รับละครมานาน การที่ต้องมารับสักเรื่อง คุณอาเลือกยังไง?

อาตู่ : เป็นคนที่ไม่เลือกบทมาแต่ไหน แต่ไรแล้ว ชอบแสดง เป็นคนรักในการแสดงมาก มีใครอยากให้แสดงอะไรรับหมด แล้วมันยังมีอีกหลายบทบาทมาก ตั้งแต่แสดงมา 43 ปี ยังมีอีกเยอะบทที่เราไม่เคยเล่น แล้วก็อยากเล่นด้วย

อาตู่เป็นคนที่เนี๊ยบมาก 9 โมงคือ 9 โมง?

อาตู่ : ก็จะเป็นอย่างนั้นครับ เพราะหน้าที่และการรับผิดชอบของนักแสดงคืออะไร เราจะต้องเน้นตรงนี้เป็นส่วนใหญ่ เริ่มตั้งแต่เวลา เขานัดมาก่อนเถอะ 2.คือบท บทที่ตัวเองจะต้องเล่น ท่องมาหรือยัง ที่สำคัญอีกอย่างสำหรับนักแสดงก็คือ มนุษยสัมพันธ์ บางคนเก่งแทบตายไม่มีงาน เพราะอะไร เพราะคนนี้นิสัยไม่ดี ไม่จ้างดีกว่า จะเป็นอย่างนั้น

อะไรที่ทำให้อาตู่เป๊ะขนาดนี้?

อาตู่ : กลัวโดนดุ สมัยเป็นนักแสดงแรกๆ ก็โดนดุ จากคนที่อาตู่นับถือเป็นอาจารย์เลย ก็คืออาหลอง กับอาดุล นี่เป็นครูเลย นอกนั้นยังได้พี่เลี้ยงที่ถือว่าเป็นครู ผู้ปกครอง พี่เลี้ยงที่ดี ก็จะมี พี่จิ๋ม มยุรฉัตร, พี่ก้อย ทาริกา, พี่ไก่ วรายุฑ กลุ่มนี้เป็นกลุ่มที่ดีมาก คือทุกอย่างไม่ได้ พูดตรง ดีไม่ดีนะด่าเลย

เวลาการทำการบ้านของนักแสดงรุ่นใหญ่อย่างอา กฎของการทำการบ้านมีอะไรบ้าง?

อาตู่ : เรื่องย่ออ่านให้ครบว่าเหตุการณ์ทั้งหมดของเรื่องนี้เป็นยังไง รับบทมาดูบทเฉพาะที่เราพูดก่อน ต่อไปคือท่องบทของคนอื่น อันนี้สำคัญ นักแสดงบางท่านเขาจะไม่สนใจ ไม่งั้นเราไม่รู้ว่าคนที่เล่นด้วยจะพูดจบเมื่อไหร่ เพราะฉะนั้นเราต้องท่องบทเขาด้วย เสร็จแล้วจบ พร้อม ตอนนี้ก็เป็นเรื่องของการทำร่างกายละว่าเรื่องนี้จะใช้พลังมากแค่ไหน

มีไหมนักแสดงบางท่าน หรือบางคนที่ไม่ไหวแล้วเรื่องระเบียบวินัย แล้วอาอบรม?

อาตู่ : ในพาร์ทเป็นผู้จัดต้องคุย ต้องเตือน เพราะเราถือว่าตรงนี้มันเป็นการทำงาน แล้วมันเป็นอนาคตของเขาด้วย ถ้าเราไม่เตือน มันจะทำให้สิ่งที่เขาเป็นต่อไป มันไม่ดี

เวอร์ชั่นที่ดุที่สุดของอาตู่เป็นประมาณไหน?

อาตู่ : เดินออกจากกอง ไม่พูด จะพูดก่อน อธิบายให้เขาฟัง จูงใจให้เขาเห็นว่าทำไมถึงจะต้องเป็นอย่างนี้ ทำไมเราจะต้องปรับวิสัยของตัวเอง เพื่อที่เขาจะได้มีอาชีพนี้ต่อไป แต่ถ้าเขายังไม่ฟังอีก ถ้าเขายังเป็นตัวของเขาต่อไป ไม่พูดแล้วครับ

แล้วพอเดินออกไปจากกอง สถานการณ์ตรงนั้นเป็นยังไง?

อาตู่ : เขาใกล้ตายกันทั้งหมดกองถ่าย เขาจะเครียดกันมากทั้งทีมงานและนักแสดง ซึ่งเราไปสงบอารมณ์ก่อน เดี๋ยวเดินกลับมาเอง

มันเคยถึงจุดอาละวาดไหม?

อาตู่ : ไม่ครับ พยายามเก็บความรู้สึกตัวเองดีกว่า

ในยุคที่อาเป็นผู้จัด ผู้กำกับ งานละครเฟื่องฟูมาก วันนึงที่เราต้องย้ายจากที่ที่นึงไปอีกที่นึงเราทำยังไงให้ไม่ทุกข์แล้วมีความสุขกับงาน?

อาตู่ : มีช่วงเปลี่ยนถ่าย แล้วเกิดเหตุการณ์ค่อนข้างจะรุนแรงตอนนั้นกับบริษัท แทบจะล้มเลย เราก็เสียใจมาก เพียงแต่ว่าเมื่อเวลาผ่านไปเราได้คนรอบข้างที่ดี ได้คู่ชีวิตที่ดี เราก็มีคุยกัน จับมือกัน สู้ต่อไหม สู้ต่อได้ เพราะฉะนั้นเราต้องทำใจให้นิ่งที่สุด เพื่อไม่ให้ทุกอย่างมันหนักหนาสาหัสกว่านั้น อาตู่จะไม่เหมือนนักแสดงคนอื่น อย่างบางคนเข้ามาตอนอายุ 25 มาจากอาชีพนู้น อาชีพนี้ แล้วมาเป็นนักแสดง แต่อาตู่เกิดมาพ่อ แม่ เป็นนักแสดง พ่อ แม่ เป็นนักพากษ์อยู่ในวงการ เราก็เลยรู้จักนักแสดงทั้งหมด รู้เหตุการณ์ในวงการทั้งหมด ก็เคยเห็นมาแล้วคนที่อยู่สูงสุด ลงมาอยู่ต่ำสุด กับต่ำสุดขึ้นไปอยู่สูงสุดชีวิตเขาเป็นยังไง มันเป็นบทเรียนให้อาตู่ได้จำ เพื่อที่จะเอามาสอนตัวด้วย อย่างแม่เนี่ยไม่เคยสอนการแสดงเลย แต่แม่จะสอนเรื่องการใช้ชีวิตของการเป็นนักแสดง เพราะฉะนั้นเราเตรียมใจได้ เราทำใจได้

การใช้ชีวิตของการเป็นนักแสดงที่ดีนี่ควรทำยังไง?

อาตู่ : ทั้งหมดอยู่ที่การรับผิดชอบ แม่จะทำตัวให้เป็นตัวอย่างให้เราเห็นทุกวัน แล้วเราก็จะจำ

แนวละครของอาตู่จะแฝงความดีในตัวตนของมนุษย์ โดยเฉพาะในเรื่องของการรักชาติ รักแผ่นดิน ทุกวันนี้ยังคงเป็นแบบนั้นอยู่ไหม?

อาตู่ : ยังเป็นอยู่ครับ มันเหมือนเข้ามาในสายเลือดละแหละ ทุกครั้งที่เราทำละคร เราต้องคิดก่อนว่าจะให้อะไรกับท่านผู้ชมมากที่สุด แล้วสิ่งที่ชอบนำเสนอ ชอบให้คนดูได้รู้ก็จะมีเรื่องเกี่ยวกับชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และวัฒนธรรม อันนี้ชอบมาก ในยุคนี้เด็กรุ่นใหม่ไม่รู้จักแล้วว่าวัฒนธรรมคืออะไร อย่างวัฒนธรรมของแต่ลพภาคไม่มีคนเห็น เพราะฉะนั้นเราต้องพยายามเสนอเข้าไป

อาปรับตัวยังไงกับยุคปัจจุบัน?

อาตู่ : มันก็เหนื่อยมากนะ เพราะบางทีสิ่งที่เราชอบมันไม่ถูกกับการตลาด แต่ก็ต้องพยายาม อย่างน้อยให้ได้แทรกไปสักนิดนึง หยอดเข้าไปสักหน่อย ต้องมีตลอด

พอเป็นเรื่องวัฒนธรรมอย่างที่อาชอบ พอมายุคนี้มันเชย มันจิ้นดีกว่า อารู้สึกยังไงบ้าง?

อาตู่ : ทำให้เราเกือบจะท้อ แต่ไม่ถึงกับท้อ อาชีพนี้ท้อไม่ได้ ยังไงเราก็ต้องทำ เรามานั่งคิดดีกว่าครับ เรามานั่งคิดให้หนักขึ้นไปอีก ทำงานให้เยอะขึ้นไปอีกว่าทำยังไงเราถึงจะสอดให้เขาดูได้ แล้วเขาชอบด้วย

ตอนคุณอาเจอปัญหาหนักๆ ในชีวิต คนที่อยู่ข้างกายของคุณอาคือพี่นุช?

อาตู่ : ครับ เราสองคนช่วยกัน เพราะถ้ามันมีอะไรกระทบขึ้นมากับบริษัทก็หมายถึงกระทบทั้งคู่ แต่พี่นุชเขาเป็นคนที่สู้ ถ้าไม่อย่างนั้นเขามาไม่ถึงตรงนี้หรอก ที่เขาสู้กับการเจ็บไข้ ได้ป่วย ของเขาทั้งหลาย เขาก็สู้มาเป็นเวลานานหลายปี เวลาเกิดปัญหาอะไรขึ้นมาเราหันหน้าเข้าหากันก่อน คุยกันว่าเราจะแก้ปัญหายังไง แล้วก็เป็นกำลังใจให้กันและกัน

อาการของพี่นุขตอนนี้เป็นยังไงบ้าง?

อาตู่ : ดีครับ ตอนนี้สุขภาพอะไรต่างๆ แข็งแรงขึ้นมาก จากที่เคยเดินไม่ได้อยู่ 2 ปี แล้วก็ไปรักษาจนกระทั่งเดินได้เดี๋ยวนี้ขยับตัวเร็วเกินไป ความที่เธอพลังเยอะ ไม่ค่อยจะระมัดระวังตัวเท่าไหร่ ต้องคอยดึงๆ ไว้บ้าง ตอนนี้ดีขึ้นมากๆ เลยครับ

ให้กำลังใจกันยังไง?

อาตู่ : เราก็อยู่ใกล้ชิดให้มากที่สุด เพราะคิดว่าการที่อยู่ใกล้ชิดกัน ได้กอดกันมันคือการส่งพลังให้กันและกัน

เรื่องกาาทำงานอาต้องไปถ่ายในป่าตลอดเลย มีอุปสรรคอะไรเยอะไหม?

อาตู่ : มีเยอะมากครับ มันเกิดขึ้นจาก 1.อาตู่เป็นคนไม่ชอบถ่ายหนังในเมือง มันค่อนข้างน่าเบื่อมาก บางคนมาสายเพราะรถติด อะไรต่างๆ กว่าจะได้เริ่มงาน ในป่าเรามีชีวิตตรงนั้น มันอยู่กับความบริสุทธิ์ธรรมชาติ ถึงแม้ว่าปัญหาอุปสรรคมันจะเยอะมาก มีอยู่เรื่องนึงถ่ายที่เชียงใหม่ มันจะเป็นหน้าผา มีลำธารที่ไหลแรงมากเขาก็เตือนแล้วบอกระวังนะ หน้านี้น้ำป่ามาแรง โอเคทุกคนก็ระวัง ก็พักกินข้าวกลางวัน กินไปได้แค่ 3 คำ เขาวิ่งมาปล้ว ย้ายด่วน น้ำป่ามาแล้ว วิ่งออกไปนี่นะ รางดอนลี่ลอยตามน้ำไปเลย มาแรงมาก น่ากลัวมาก ทุกคนก็รีบอพยพออกหมด เรื่องล่าสุด เก็บแผ่นดิน เหมือนกัน กำลังถ่ายๆ อยู่ น้ำป่ามา หนีกันหัวซุก หัวซุนเลย ทุกคนต้องช่วยกันหมด เก็บของ เข็นรถโอบร เข็นรถทีมงาน จะเจออย่างนั้นเยอะ ทั้งยุง ทั้งสัตว์ต่างๆ สาระพัด

ถ้าพูดถึงอาตู่ เราต้องนึกถึงนักปั้นคนคุณภาพ ไม่ว่าจะเป็นป๋อ ณัฐวุฒิ, อ้อม พิยดา, หนุ่ม อรรถพร แล้วอีกเยอะมาก อามีวิธียังไงที่จะเลือกนักแสดง?

อาตู่ : เลือกในความเหมาะสมของบท อย่างพี่ป๋อ ตอนนั้นคุณแดงส่งมาให้ เพิ่งกลับมาจากเมืองนอก แล้วทำงานเป็นวิศวกร ไม่เคยแสดง นัดมาเจอกันที่บ้าน พี่ป๋อก็จะนั่งงงๆ การแสดงมันคืออะไรครับ ก็ช่วยกันสอนไป พี่ป๋อโชคดีที่ได้เพื่อนๆ นักแสดงคอยโอบอุ้ม หลังจากนั้นพี่ป๋อก็เล่นมาถึงตอนนี้ แต่ตอนนั้นหลังปิดกล้องพี่ป๋อบอกจะไม่เล่นอีกแล้ว

ป๋อ : อาตู่เหมือนพ่อคนแรกทางการแสดงของผมเลยก็ว่าได้ เป็นทั้งครู ทั้งพ่อที่สอนป๋อมาทั้งเรื่องราวในกองถ่าย การแสดงในกองถ่าย รวมถึงการปฏิบัติตัวนอกกองถ่าย ต้องกราบขอบพระคุณอาตู่มากๆ นะครับ สำหรับวิชาทั้งหมดที่ถ่ายทอดมาให้ผม ขอให้อาตู่มีสุขภาพแข็งแรง แล้วอย่าลืมชวนป๋อไปเล่นละครของอาตู่บ้างนะครับ

อาอยากฝากอะไรถึงพี่ป๋อไหม?

อาตู่ : ส่งแต่ความรักครับเรามีความรักให้กัน เพราะว่าเราคบกันมานาน แล้วก็ทำงานด้วยกันมานาน มีแต่ความรักให้ ส่วนพี่อ้อม พิยดา จริงๆ แล้วเขาเกิดมาจากช่องวัน เพียงแต่ว่าอาตู่มาช่วยเกลา เพราะว่าพ่อเขาสั่งมา ดูแลลูกกูดีๆ นะเว้ย ครับพี่ๆ เดี๋ยวผมดูแลให้ครับ

อย่างพี่กัปตัน พี่หนุ่ม อรรถพร ตอนนี้เป็นผู้กำกับดำเนินรอยตามอาตู่?

อาตู่ : เก่งมากทั้งคู่เลยนะ ทั้งคู่มีความสามารถสูงมาก จำได้เลยตอนที่ถ่ายเก็บแผ่นดินอยู่เชียงราย กัปตันกับหนุ่มไม่นั่งเฉย พอฉากนี้เขาไม่ได้เข้า เขาไปฝึกแม้กระทั่งการลากดอนลี่ ฝึกจัดไฟ ฝึกแบกไฟ ทุกอย่าง เราก็มองเห็นแล้วว่า 2 คนนี้มีของ

ตอนที่เขาเป็นผู้กำกับแล้ว เขาได้มาปรึกษา หรืออาตู่ได้ให้คำแนะนำอะไรเขาไหม?

อาตู่ : พี่หนุ่มเขามาเป็นผู้กำกับในสังกัด เป่า จิน จง ในช่วงแรกๆ เขามาฝึกงานกับเรา พี่ตันมากำกับให้เรื่องแรก คือ ริมฝั่งน้ำ ละครที่เกี่ยวกับผู้สูงวัย ผู้สูงอายุต่างๆ นานา ซึ่งประสบความสำเร็จโด่งดัง เขาเองก็ได้รางวัลเยอะแยะ พี่ตันเป็นคนตั้งใจสูงมาก แล้วที่เลือกพี่ตันมากำกับเรื่องนี้ เพราะว่าพี่ตันกับผู้ใหญ่ พี่ตันมีความนอบน้อม มีความเคารพ เราก็เลยเออ คนนี้เหมาะที่จะกำกับเรื่องนี้

อีกคนที่ไม่พูดถึงไม่ได้ คือ อเล็กซ์ เรนเดลล์?

อาตู่ :  อเล็กซ์เริ่มเล่นกับอาตู่ตอน 7 ขวบ เรื่องหัวใจและไกลปืน  เป็นเด็กที่อดทน เป็นเด็กที่อึด อายุ 7 ขวบ เล่นตั้งแต่ 10 โมงเช้า จนถึงตี 3 ระหว่า 5 ทุ่มกว่าเขานอนละ ตี3 ปลุกเขาตื่น เขาก็งัวเงียมา แล้วยืนกลางแขน ทีมงานก็เอาผ้าชุบน้ำเช็ดตัวให้เขาตื่น พอเขาตื่นเขาเล่นได้ทันที ไม่งอแง ไม่บ่นอะไรทั้งสิ้น

อเล็กซ์ : ร่วมงานกับอาตู่มาตั้งแต่ 7 ขวบ ละครเรื่องแรกเลย อาตู่กำกับ เราก็เด็กมากๆ เราจำได้เลยอาตู่จะสปอยเรา เป็นคุณอาที่น่ารัก นอกจากนั้นอาตู่ให้มายเซ็ทที่ดีในการทำงาน คือการได้คิดแบบที่นักแสดงควรคิด ซึ่งเป็นสิ่งที่ติดตัวเรามาตลอด การเป็นนักแสดงของเราทุกวันนี้ก็ได้มาจากจุดเริ่มต้นที่ดีนั่นคืออาตู่ พอเราได้กลับมา 20 ปีผ่านไป เราก็ได้มาร่วมงานกับอาตู่อีกครั้ง เก็บแผ่นดิน มันเป็นละครที่มีอุปสรรค และเป็นละครที่เหนื่อยมาก ถ้าเราไม่มีลีดเดอร์ที่แข็งแรงที่คอยกระตุ้นพวกเรา มันจะทำงานกันยาก และผลงานจะออกมาไม่ดี รู้สึกดีใจมากที่ได้มาร่วมงานกับอาตู่ ได้เห็นวิธีการการเป็นลีดเดอร์ของอาตู่ อยากให้อาตู่ประสบความสำเร็จในทุกๆ สอ่งที่อาตู่ทำ เพราะว่าเห็นการทำงาน เห็นการเหน็ดเหนื่อย ผมคิดว่าอาตู่เป็นคนที่คู่ควรกับการมีชีวิตที่มีความสุขครับ

อาอยากบอกอะไรคุณอเล็กซ์ไหม?

อาตู่: เหมือนกันครับ สำหรับอเล็กซ์มีความรักอย่างเดียวเลย รักในเด็กคนนี้ รักในนักแสดงคนนี้เหมือนกับที่รักป๋อ รักใครต่อใครที่เป็นลูกศิษย์ของอาตู่ เรารู้จักกันมาจนไม่รู้จะพูดอะไรแล้ว นอกจากเรามีความรักให้กัน

คุณจอย ศิริลักษณ์ เป็นเด็กที่อาเอามาปั้นเลย?

อาตู่ : ครับ โสมส่องแสง จำได้ ในเรื่องนี้แคสติ้งยากมาก โอเคเราได้พระเอก 2 คนแล้ว พี่นก ฉัตรชัย กับพี่อ๊อฟ พงษ์พัฒน์ ได้นางเอกคือคุณมาช่า ทีนี้เหลือนางเอกอีกคน จะต้องเด็ก อายุ 14 เท่านั้น เราก็หา ตัวนี้ยากนะ จนมาถึงวันที่จอยเข้ามา จอยมาจากสโมสรผึ้งน้อย จอยมีอะไรอยู่ในตัวอยู่อย่างนีง ซึ่งพอได้คุยทดลองให้เขาเล่นให้ดู ก็เลยคิดว่าเด็กคนนี้น่าจะไปได้ ทุกคนก็มาคุยกัน ตกลงกันว่าเลือกจอย ทีนี้ก็มาฝึก สิ่งนึงที่จอยมักจะหลุดคือ ความเป็นเด็ก อาตู่ก็จะมีเสียงเข้มๆ พอได้รับการเตือนปั๊บเขาจะกลับมาอยู่กับตัวเองแล้ว

จอย : ตั้งแต่ละครเรื่องแรกที่เล่นเต็มตัว คือเรื่อง โสมส่องแสง อาตู่ก็เป็นผู้กำกับ และเป็นผู้ที่ให้โอกาสจอย ได้มารับบทเจ้าจ๋อย ครั้งนั้นเรียกว่าเรียนรู้ทุกอย่าง ที่อาตู่บอกว่าก่อนแสดงจริงต้องมาเทรนก่อน 3 เดือน ตอนนั้นเรียกว่าละเอียดทุกอย่าง เวลาทำงานจริงอาตู่ก็ฝึกให้เรามีวินัย เข้มงวด ต้องมีสมาธิในการที่จะอยู่กับบทบาทนั้น อาเป็นคนใจดีไม่ดุ แซวเล่น รู้สึกว่ามีความสุขมากๆ ที่ได้ทำงานกับอา แล้วก็ขอบพระคุณอามากๆ ที่ให้โอกาสจอย แล้วก็เรียกว่าสอนทุกอย่างเลย ทำให้ทุกวันนี้จอยก็ยังเป็นนักแสดงที่หลายๆ คนคิดถึง อยากจะดูผลงานอยู่ ทั้งหมดก็มาจากที่อาเคยสอน ฝากให้อาดูแลสุขภาพมากๆ รักและคิดถึง และเคารพอาเหมือนเดิมเลย

ได้ฟังแบบนี้รู้สึกยังไงบ้าง?

อาตู่ : ปลื้ม ประทับใจกับนักแสดง ถือว่าจอยเป็นลูกศิษย์ที่รัก เมื่อเห็นเขาเติบโต เมื่อเห็นเขาได้ดี นั่นคือความรู้สึกที่ดีมากๆ สำหรับอาตู่

คนทำงานในวงการบันเทิงทุกคนได้รับผลกระทบหมดเลย รวมถึงตัวอาด้วย เป็นยังไงบ้าง?

อาตู่ : หนักอยู่ครับ ปกติละครยากๆ อย่าง เก็บแผ่นดิน เราจะตั้งไว้ว่า 9 เดือน ถึง 1 ปี ต้องปิด นี่เจอไป 2 ปีกว่า ซึ่งรายได้ก็ไม่มีเข้ามา รายจ่ายมีทุกเดือน แล้วมันก็ไม่มีอนาคตครับว่าเมื่อไหร่มันจะหาย เราจะต้องทำให้อยู่กับโรคอย่างนี้ได้ แล้วต้องทำใจอย่างสูงสุดว่าเราต้องอยู่ให้ได้

อาได้วางแผนชีวิตไหม?

อาตู่ : สำหรับกำกับกับการเป็นผู้จัดคิดว่าไม่น่าจะเกิน 3-4 ปีนี้ก็ว่าจะเริ่มถอย เพราะว่าแรงมันเริ่มที่จะถอยเหมือนกัน เรารู้ตัวเราดี  เมื่อไหร่ถึงเลข 7 ก็น่าจะถอยได้แล้ว แต่การแสดงไม่หยุดแน่นอน ไม่มีวันหยุด ยังไงก็ยังชอบการแสดง

เห็นว่าอาจะไปอยู่เชียงรายเป็นหลัก ถ้าสมมติไม่มีงานแสดงหรืออะไรก็แล้วแต่?

อาตู่ : ใช่ครับ ต้องการอยู่กับธรรมชาติให้ได้มากที่สุด อาตู่ว่าชีวิตในเมือง เป็นชีวิตที่ไม่ค่อยมีความสุขเท่าไหร่ เราตื่นมา เราก็เห็นแต่ตึก เห็นแต่รถติด ฝึ่น ควันทั้งหลาย อยู่ตรงนั้นอาตู่ก็จะมีความสุขกับสัตว์เลี้ยงต่างๆ แล้วก็ต้นไม้ ดอกไม้

ติดตามชมคำสัมภาษณ์แบบเต็มๆ ได้ในรายการ “คุยแซ่บShow”  ทุกวันจันทร์-วันศุกร์  เวลา13.05-14.05 น. ทางช่อง one31 Facebook Page : คุยแซ่บShow รับชมย้อนหลังได้ที่ Youtube Channel : Orange Mama

เรียบง่าย! ‘จั๊กจั่น’สวมชุดไทยงดงาม ควงแขน ‘เค วัฒนา’ เข้าประตูวิวาห์สุดชื่นมื่น

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/621326

เรียบง่าย! 'จั๊กจั่น'สวมชุดไทยงดงาม ควงแขน 'เค วัฒนา' เข้าประตูวิวาห์สุดชื่นมื่น

วันศุกร์ ที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 16.24 น.

​สำหรับงานหมั้นและงานมงคลสมรสของ คุณอคัมย์สิริ สุวรรณศุข บุตรีนางวนิดา สุวรรณศุข กับ คุณวัฒนา เจริญศักดิ์วัฒนา บุตรชายนายศิริชัย เจริญศักดิ์วัฒนา และ นางอำไพ เจริญศักดิ์วัฒนา ณ โรงแรมสยามเคมปินสกี้ ได้มีการจัดตามธรรมเนียมประเพณีแบบเรียบง่าย ท่ามกลางความยินดีของครอบครัวทั้ง 2 ฝ่าย

วันที่ 10 ธันวาคม 2564 เวลา 08.05 น. ได้เวลาตามฤกษ์อันเป็นมงคล เจ้าบ่าว-เจ้าสาว พร้อมญาติผู้ใหญ่ ได้ทำพิธีทางศาสนา ตักบาตร พร้อมถวายอาหารพระ โดยพระสงฆ์จากวัดปทุมวนารามทำพิธีเจริญพระพุทธมนต์ เพื่อความเป็นสิริมงคลในการเริ่มต้นชีวิตคู่ของทั้งสอง หลังจากนั้นในเวลา 09.09 น. ทางเจ้าบ่าว ได้แห่ขบวนขันหมากตามธรรมเนียมพิธีไทยแบบครบถ้วน โดยคุณศิริชัย เจริญศักดิ์วัฒนา คุณพ่อของเจ้าบ่าว พร้อมคุณพิชัย จิรังสรรพสุข เถ้าแก่ฝ่ายชาย นำขบวนญาติเจ้าบ่าวผ่านประตูเงินประตูทองประตูชัยเพื่อมาสู่ขอเจ้าสาว กับคุณแม่วนิดา สุวรรณศุข และ รศ.ดร.ประภาพรรณ เอี่ยมสุภาษิต ผู้ใหญ่ฝ่ายเจ้าสาว ซึ่งบรรยากาศเต็มไปด้วยรอยยิ้มที่เปี่ยมความสุข

และในเวลา 10.55 น. เจ้าบ่าวได้สวมแหวนแต่งงานให้กับเจ้าสาว พร้อมประกอบพิธีหลั่งน้ำพระพุทธมนต์ โดยมีคุณพ่อและคุณแม่ของบ่าวสาวเป็นผู้เจิมและสวมมงคล โดยมีคุณป๋อมแป๋ม-นิติ ชัยชิตาทร เป็นพิธีกรในงานช่วงเช้า และ คุณพีเค-ปิยะวัฒน์ เข็มเพชร รับหน้าที่เป็นพิธีกรในงานช่วงบ่าย

ในส่วนของสินสอดทองหมั้นนั้นเจ้าบ่าวและเจ้าสาว ขออนุญาติไม่เปิดเผย แต่งานนี้เจ้าบ่าวแอบเปรยว่าให้สมเกียรติเจ้าสาวและครอบครัว

สำหรับประวัติของคู่บ่าวสาวนั้น นางสาวอคัมย์สิริ สุวรรณศุข จบปริญญาตรีสาขานิเทศศาสตร์มหาวิทยาลัยกรุงเทพ เป็นนักแสดง พิธีกร ฯลฯ ที่มากความสามารถและมีผลงานสร้างชื่อเสียง ทางด้านเจ้าบ่าว นายวัฒนา เจริญศักดิ์วัฒนา จบปริญาตรีสาขาบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ ปัจจุบันทำธุรกิจส่วนตัวนำเข้าและจำหน่ายอะไหล่รถยนต์จากประเทศญี่ปุ่น 

ในช่วงการสัมภาษณ์สื่อมวลชน เจ้าสาวมาในชุดสีขาวของแบรนด์ milin front row wedding และเจ้าบ่าวชุดสีแดงเบอร์กันดี ของแบรนด์ herringbone menswear ซี่งงานจัดขึ้นภายใต้มาตรการป้องกันโควิด-19 มีการตรวจคัดกรองแขกผู้ร่วมงานและสื่อมวลชนทุกแขนงก่อนเข้างาน

รูปภาพ : Vin Buddy