ทราบไหมครับว่าปัจจุบันโรคอะไรเป็นสาเหตุการตายอันดับหนึ่งในไทย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/621837

ทราบไหมครับว่าปัจจุบันโรคอะไรเป็นสาเหตุการตายอันดับหนึ่งในไทย

วันอังคาร ที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

จากสถิติพบว่าโรคมะเร็งได้ขยับตัวขึ้นมาแซงหน้าโรคหัวใจและหลอดเลือดสมองในหลายๆประเทศ รวมถึงไทยด้วย มะเร็งเต้านมเป็นเรื่องใกล้ตัวที่ต้องให้ความสำคัญอย่างมาก เนื่องจากพบอุบัติการณ์สูงที่สุดในหญิงไทย ปัจจุบันยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัด สาเหตุจากพันธุกรรมมีเพียงประมาณร้อยละ 5-10

ดังนั้น “การป้องกันที่ดีที่สุดคือ การลดปัจจัยเสี่ยงให้เหลือน้อยที่สุด” โดยปัจจัยเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งเต้านมแบ่งเป็น 2 อย่าง คือปัจจัยที่ควบคุมไม่ได้ ได้แก่ พันธุกรรมเพศหญิง อายุที่มากขึ้น มีประจำเดือนเร็วกว่าอายุ 12 ปี หรือหมดประจำเดือนที่อายุมากกว่า 55 ปีและปัจจัยที่ควบคุมได้ ได้แก่ไม่อ้วน มีบุตรที่อายุน้อยกว่า 35 ปีเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ ออกกำลังกายเป็นประจำ ดื่มแอลกอฮอล์ และผลิตภัณฑ์ที่เป็นฮอร์โมนเพศหญิง

“การคัดกรองมะเร็งเต้านมทำให้เราพบมะเร็งได้ตั้งแต่ระยะแรกๆ” เมื่อตรวจพบเร็ว เป็นมะเร็งระยะต้นก็สามารถรักษาให้หายขาดได้ครับ การตรวจมี 2 วิธีคือ ตรวจเต้านมตัวเอง ตั้งแต่อายุ 20 ปี โดยช่วงที่เหมาะสมในการตรวจคือภายใน 7-10 วันหลังมีประจำเดือนวันแรก และการตรวจด้วยแมมโมแกรม (mammography) เริ่มได้ตั้งแต่อายุ 40-45 ปีขึ้นไปปีละครั้ง

“การรักษาขึ้นกับระยะที่เป็นและชนิดของมะเร็งเต้านม” มะเร็งเต้านมแบ่งเป็น 4 ระยะ ซึ่งระยะต้นหมายถึงระยะที่ 1 และ 2 ระยะลุกลาม (แต่ยังไม่แพร่กระจาย) หมายถึงระยะที่ 3 และระยะแพร่กระจายจะหมายถึงระยะที่ 4 ซึ่งเป็นระยะที่ไม่สามารถหายได้ แต่ด้วยองค์ความรู้ในการรักษาปัจจุบันสามารถทำให้มีชีวิตที่ยืนยาวขึ้นพร้อมกับคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นได้

การรักษาต้องอาศัยทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญหลายสาขา ทั้งการผ่าตัด ฉายแสง และให้ยา โดยการผ่าตัดและฉายแสงเป็นการรักษาเฉพาะที่หรือเฉพาะจุด ส่วนการให้ยานั้หวังผลรักษาเซลล์มะเร็งที่อาจแพร่กระจายไปยังต่อมน้ำเหลืองหรือกระแสเลือดที่ตรวจไม่พบจากเอกซเรย์ ด้วยยาเคมีบำบัดเป็นหลักและถ้าเป็นมะเร็งชนิดที่มีตัวรับฮอร์โมน ก็จะใช้ยาต้านฮอร์โมนร่วมด้วย หรือถ้าเป็นมะเร็งชนิดที่มีตัวรับเฮอร์ทู ก็จะใช้ยาต้านเฮอร์ทูร่วม เพื่อให้ผลการรักษาตรงเป้า ตรงจุดที่สุด

ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ยากระตุ้นภูมิ (immunotherapy) เริ่มมีบทบาทในโรคมะเร็งหลายๆ ชนิด มะเร็งเต้านมก็เป็นหนึ่งในนั้นโดยเฉพาะชนิดที่ไม่มีตัวรับ ที่ปัจจุบันมีการรับรองให้ใช้แล้ว

“อยากให้ผู้ป่วยมะเร็งเต้านม มาเข้ารับการรักษาในแผนปัจจุบัน” เนื่องจากข้อมูลการตอบสนองต่อการรักษาค่อนข้างดี การให้ยาเคมีในสูตรแรกๆ สามารถตอบสนองและก้อนมะเร็งยุบได้สูงร้อยละ 50 ขึ้นไป ผลข้างเคียงของยาเคมีบำบัดนั้นสามารถป้องกันและบรรเทาได้ด้วยยาป้องกันสมัยใหม่ และคนไทยสามารถเข้าถึงการรักษาได้ทุกสิทธิ์ครับ

นายแพทย์ชวลิต ชยางศุ

ราชวิทยาลัยอายุรแพทย์แห่งประเทศไทย

โรงพยาบาลศิริราชวอนขอผู้มีสุขภาพดี ร่วมแบ่งปันโลหิตให้ทุกชีวิตที่รอคอย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/621874

โรงพยาบาลศิริราชวอนขอผู้มีสุขภาพดี  ร่วมแบ่งปันโลหิตให้ทุกชีวิตที่รอคอย

วันอังคาร ที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

         สถานการณ์ธนาคารเลือดศิริราชในปัจจุบันเริ่มคลี่คลายตามลำดับ เมื่อเทียบกับช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมา แต่โรงพยาบาลศิริราชยังมีความจำเป็นต้องรับบริจาคเลือดเพื่อใช้ในการรักษาทั้งผู้ป่วยโรคเลือด ผู้ป่วยผ่าตัด และผู้ป่วยเคสฉุกเฉินอย่างต่อเนื่อง ระบุแม้สถานการณ์ขณะนี้เริ่มดีขึ้นบ้าง แต่ยังคงต้องเฝ้าระวังคลังเลือดให้สมดุลกับภาวะเร่งด่วนทุกขณะ วอนผู้มีสุขภาพดี ร่วมบริจาคเลือดเพื่อแบ่งปันให้กับทุกชีวิตที่รอคอยความหวังด้วยกัน

           รศ.ร.อ.พญ.ปาริชาติ เพิ่มพิกุล หัวหน้าภาควิชาเวชศาสตร์การธนาคารเลือด คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ม.มหิดล กล่าวถึงสถานการณ์ธนาคารเลือดของโรงพยาบาลศิริราชขณะนี้ว่า เริ่มดีขึ้นเมื่อเทียบจากช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมา โดยเป็นผลจากการเร่งประชาสัมพันธ์ขอความช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง แต่ละวันทำการมีผู้มาบริจาคเลือดกว่า 100 ยูนิตส่วนวันหยุดเพิ่มขึ้นเป็น 150-200 ยูนิต ทำให้โรงพยาบาลศิริราชสามารถนัดคนไข้ซึ่งจำเป็นต้องรักษาและผ่าตัดบางราย ที่เลื่อนนัดไปก่อนหน้านี้กลับมาทำการรักษาเข้ามาใช้บริการได้อย่างต่อเนื่อง

          ตลอดระยะ 2 ปี วิกฤตโควิด-19 กระทบต่อการรักษาและรับบริจาคเลือดอย่างมาก รพ.ศิริราชมีคนไข้อาการหนักที่จำเป็นต้องใช้เลือดทุก ๆ วัน ทั้งคนไข้โรคเลือดที่ต้องใช้เลือด คนไข้โรคมะเร็งที่ต้องผ่าตัดเร่งด่วน โรคหัวใจบางอย่างถ้าผ่าตัดถูกเลื่อนออกไปนานคนไข้อาจเสียชีวิตได้ การปลูกถ่ายอวัยวะต้องรีบทำ ผู้ป่วยฉุกเฉิน เคสอุบัติเหตุร้ายแรง ผู้ป่วยอาการหนัก แม้กระทั่งผู้ติดเชื้อโควิดอาการหนักบางช่วง ล้วนต้องรอคอยความช่วยเหลือจากผู้บริจาคเลือดตลอดเวลา”

          เลือดที่ขาดแคลนบ่อยใน รพ.ศิริราช คือเกล็ดเลือดกับเม็ดเลือดแดง เพราะอายุการจัดเก็บที่สั้น เม็ดเลือดแดงเก็บได้ไม่เกิน 42 วัน เกล็ดเลือดเก็บได้เพียงแค่ 5 วัน ส่วนพลาสมาเก็บได้เป็นปี ทั้งนี้ คนที่มาบริจาคเลือดส่วนใหญ่จะสัมพันธ์กับความชุกในหมู่เลือดของประชากรคนไทย นั่นคือ เลือดกรุ๊ป A, B, O, AB หมู่เลือดที่ไม่ค่อยขาดคือกรุ๊ปAB ส่วนเลือดกรุ๊ป Aและ O มักจะขาดแคลนเป็นระยะ เพราะมีคนไข้ที่ต้องถ่ายเลือดกรุ๊ปนี้จำนวนพอสมควร

         ทั้งนี้ สัดส่วนคนไข้ของศิริราชเป็นโรคเลือด เช่น ธาลัสซีเมีย ลูคีเมีย ประมาณ 20-30% นอกจากนี้ยังมีคนไข้โรคมะเร็ง คนไข้อาการหนักที่ต้องเจาะเลือด เลือดออกทางเดินอาหาร กลุ่มปลูกถ่ายอวัยวะ ปลูกถ่ายสเต็มเซลล์ คนไข้สูตินรีเวช การคลอดลูก มะเร็งนรีเวช คนไข้เด็กที่เป็นโรคเลือด โดยกลุ่มที่จำเป็นต้องใช้เลือดถึง 1 ใน 3 ของคลังสำรองสำหรับกลุ่มคนไข้ผ่าตัดเคสใหญ่ คนไข้กลุ่มนี้ถ้าไม่มีเลือดสำรองจะผ่าตัดไม่ได้ ในฐานะที่เป็น รพ.ใหญ่จึงต้องมีความพร้อมเรื่องเลือดเพื่อช่วยชีวิตคนไข้ทุกคนให้ทันเวลาและปลอดภัยที่สุดทุกขณะ

         “วันที่วิกฤตหนัก เลือดมีน้อยจนต้องใช้เฉพาะรายที่จำเป็นเร่งด่วนเท่านั้น เราต้องร้องขอความช่วยเหลือทางสื่อต่าง ๆ ทุกทางที่ทำได้ เพื่อให้ผู้คนตระหนักว่า นอกจากสถานการณ์โควิดที่กำลังวิกฤตแล้ว สถานการณ์ขาดเลือดก็วิกฤตไม่แพ้กัน ผู้บริจาคเลือดได้ทยอยเข้ามาช่วยบริจาคเลือด รวมทั้งได้รับการบริจาคเลือดจากทหารหน่วยต่าง ๆ  ทำให้สถานการณ์เลือดในคลังค่อย ๆ พลิกฟื้นขึ้นมา ต้องขอขอบคุณทุกความช่วยเหลือที่ช่วยต่อชีวิตผู้ป่วย”

           การถ่ายเลือดให้คนไข้ครั้งแรกในประเทศไทยเกิดขึ้นที่ รพ.ศิริราชและในปี พ.ศ.2489 มีการจัดตั้ง “หน่วยถ่ายเลือด”เพื่อให้การรักษาผู้ป่วยโรคเลือดหน่วยงานหลักที่ดูแลขณะนั้นคือฝ่ายศัลยแพทย์ ออร์โธปิดิกส์ และสูติแพทย์ ซึ่งจำเป็นต้องใช้เลือดในการผ่าตัดจำนวนมาก อาจารย์แพทย์ที่มีส่วนร่วมในการพัฒนาธนาคารเลือดของศิริราชให้มีความเจริญก้าวหน้าทัดเทียมกับประเทศอื่น คือ ศาสตราจารย์เกียรติคุณ แพทย์หญิงทัศน์ยานี จันทนยิ่งยงปัจจุบันหน่วยถ่ายเลือดศิริราช ขยายตัวตามขนาดของ รพ. และเปลี่ยนชื่อเป็น “ศูนย์รับบริจาคเลือดศิริราช” มีการพัฒนาคุณภาพอย่างต่อเนื่อง ด้วยมาตรฐานสูงตามหลักสากล และถึงพร้อมด้วยนวัตกรรมทันสมัยเพื่อให้สามารถรักษาและช่วยเหลือคนไข้อย่างเร่งด่วนด้วยความราบรื่นและปลอดภัยที่สุด สถานที่ใหม่ที่กว้างขวางทำให้สามารถดำเนินการรับบริจาคเลือดโดยมีระยะห่างที่ปลอดภัยในสถานการณ์การระบาดของโควิด-19 ที่สำคัญเราสามารถหาเลือดสนับสนุนการรักษาคนไข้ของ รพ.ศิริราชเกือบ 100% จึงช่วยแบ่งเบาภาระที่จะต้องขอเลือดจากศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติสภากาชาดไทย

        ผู้สนใจสามารถบริจาคเลือดได้ที่ ศูนย์รับบริจาคเลือดศิริราช  อาคารนวมินทรบพิตร ๘๔ พรรษา ชั้น 3 รพ.ศิริราช ทุกวันไม่เว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์ ตั้งแต่เวลา 08.30-16.00 น. หรือนัดผ่านแอพ Siriraj Connect ดำเนินตามขั้นตอน กรอกข้อมูล พร้อมนัดหมายวันเวลาบริจาคเลือดล่วงหน้า และหากต้องการบริจาคเป็นหมู่คณะ สามารถติดต่อผ่านหน่วยรับบริจาคเลือดนอกสถานที่ของศิริราชสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0 2414 0100, 0 2414 0102

          รศ.ร.อ.พญ.ปาริชาติ เพิ่มพิกุลกล่าวว่า “ในฐานะแพทย์ที่ดูแลธนาคารเลือด จึงขอเชิญชวนให้ท่านผู้มีจิตศรัทธาที่มีสุขภาพแข็งแรง ช่วยกันมาบริจาคเลือดเพื่อคนไข้ที่รอคอยความหวังส่งผ่านความเมตตาและความช่วยเหลือแก่ผู้ป่วยทุกคนให้มีโอกาสได้รับการรักษาที่เหมาะสม ถูกต้อง ตามเวลา โรคจะได้บรรเทาเบาบางและคนไข้ก็จะมีชีวิตที่ดีขึ้น เราจะผ่านช่วงวิกฤตไปได้ก็ด้วยน้ำใจจากการบริจาคเลือดอย่างต่อเนื่องเราไม่รู้ว่าพรุ่งนี้อะไรจะเกิดขึ้น ถ้าเรามีความพร้อมตลอดเวลา ก็จะสามารถช่วยรักษาชีวิตผู้ป่วยได้มากที่สุด”

          มาร่วมกันเป็นสะพานบุญ เพื่อแบ่งปันโลหิตให้ทุกชีวิตที่รอคอยด้วยกัน.

กอล์ฟการกุศล ‘กอล์ฟแนวหน้า’ ครั้งที่ 11 แชมป์เก่าทีม ‘Resort De PASKANI’ ชนะเลิศรับถ้วยเกียรติยศฯ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/621814

กอล์ฟการกุศล ‘กอล์ฟแนวหน้า’ ครั้งที่ 11  แชมป์เก่าทีม ‘Resort De PASKANI’ ชนะเลิศรับถ้วยเกียรติยศฯ

วันอังคาร ที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

ขอบคุณพันธมิตรที่สนับสนุนการแข่งขันกอล์ฟการกุศล“กอล์ฟแนวหน้า” มาโดยตลอด สำหรับการแข่งขันกอล์ฟการกุศล “กอล์ฟแนวหน้า” ครั้งที่ 11 ชิงถ้วยเกียรติยศฯพณฯ พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ รัฐบุรุษ ปิดฉากไปอย่างสวยงาม โดยมีโต้โผใหญ่อย่าง ผรณเดช พูนศิริวงศ์กรรมการผู้จัดการ บริษัท หนังสือพิมพ์แนวหน้า จำกัดและประธานกรรมการจัดการแข่งขันฯ วาริน-ผาณิตพูนศิริวงศ์ ที่ปรึกษาคณะกรรมการการจัดงานร่วมจัดการแข่งขันภายใต้มาตรการป้องกันโควิด-19อย่างเคร่งครัด โดยก่อนเข้างานมีการตรวจวัดอุณหภูมิและให้ผู้เข้าแข่งขันแสดงผลการฉีดวัคซีน ส่วนผู้เข้าแข่งขันที่ไม่ได้รับวัคซีนป้องกันโควิด-19 บริเวณด้านหน้างานผู้จัดงานเตรียมชุด Antigen Test Kit หรือ ATK บริการให้ตรวจก่อนเข้างานอีกด้วย โดยปีนี้มีนักกอล์ฟกิตติมศักดิ์เข้าร่วมแข่งขันกว่า 40 ทีมณ สนามกอล์ฟ เลควูด คันทรี คลับ บางนา เมื่อวันศุกร์ที่3 ธันวาคม 2564

ผลการแข่งขันกอล์ฟการกุศล “กอล์ฟแนวหน้า”ครั้งที่ 11 ทีมที่ได้รับรางวัลชนะเลิศถ้วยเกียรติยศฯพณฯ พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ รัฐบุรุษ ตกเป็นของแชมป์เก่าหลายสมัยอย่างทีม “Resort De PASKANI”ได้แก่ ประพันธ์ สินธุพันธ์เดชา, สิทธิกุล ขาวเธียร,วสันต์ เอื้อสุขเจริญชัย และ เอกพันธ์ พรหมประพันธ์ รางวัลประเภทบุคคล Flight A ถ้วยเกียรติยศ ศ.พิเศษ พรเพชรวิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภา ชนะเลิศ เดชา กล้ากสิกิจจาก บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน)รองอันดับ 1 เอกพันธ์ พรหมประพันธ์ จาก Resort De PASKANIรองอันดับ 2 สิทธิกุล ขาวเธียร Flight Bถ้วยเกียรติยศ ศ.พิเศษ พรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภาชนะเลิศ อัครเดช พ. จาก บริษัท เอเชียกรีนเอนเนอจี จำกัด (มหาชน) AGE รองอันดับ 1 ศุภมงคล มาโนช จาก บริษัท มิลล์คอน สตีล จำกัด (มหาชน)  รองอันดับ 2 บุญอนันต์ ศรีขาว จาก บริษัท เอเชีย กรีน เอนเนอจี จำกัด (มหาชน) AGEFlight C ถ้วยเกียรติยศ ศ.พิเศษ พรเพชร วิชิตชลชัยประธานวุฒิสภา ชนะเลิศ ภานพ ใจเกื้อ จาก บริษัทบุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด รองอันดับ 1 ศรายุทธหมั้นทรัพย์ จากบริษัทหลักทรัพย์บัวหลวง จำกัด (มหาชน) รองอันดับ 2 วรยุทธ ศรีปราโมช จาก บริษัท ยูเอซี โกลบอล จำกัด (มหาชน)ทีม“ Resort De PASKANI” ประพันธ์ สินธุพันธ์เดชา, สิทธิกุล ขาวเธียร,วสันต์ เอื้อสุขเจริญชัย และ เอกพันธ์ พรหมประพันธ์ รับรางวัลชนะเลิศถ้วยเกียรติยศ ฯพณฯ พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ รัฐบุรุษทีม“ Resort De PASKANI” ประพันธ์ สินธุพันธ์เดชา, สิทธิกุล ขาวเธียร,วสันต์ เอื้อสุขเจริญชัย และ เอกพันธ์ พรหมประพันธ์ รับรางวัลชนะเลิศถ้วยเกียรติยศ ฯพณฯ พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ รัฐบุรุษผู้ที่ได้รับถ้วยเกียรติยศ ศ.พิเศษ พรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภา Flight Aผู้ที่ได้รับถ้วยเกียรติยศ ศ.พิเศษ พรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภา Flight Aผู้ที่ได้รับถ้วยเกียรติยศ ศ.พิเศษ พรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภา Flight Bผู้ที่ได้รับถ้วยเกียรติยศ ศ.พิเศษ พรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภา Flight Bที่ได้รับถ้วยเกียรติยศ ศ.พิเศษ พรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภา Flight Cที่ได้รับถ้วยเกียรติยศ ศ.พิเศษ พรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภา Flight C

ทีม สัณหพิศ โพธิรัตนังกูร, วัทนา อมตานนท์, สังเวียน เลิศประพันธ์ทีม สัณหพิศ โพธิรัตนังกูร, วัทนา อมตานนท์, สังเวียน เลิศประพันธ์ทีมจาก บมจ.บางกอก เชน ฮอสปิทอลทีมจาก บมจ.บางกอก เชน ฮอสปิทอลทีม ผรณเดช พูนศิริวงศ์ และเพื่อนๆทีม ผรณเดช พูนศิริวงศ์ และเพื่อนๆทีม บมจ.มาสด้า เซลส์ทีม บมจ.มาสด้า เซลส์

ภาพส่วนหนึ่งของทีมนักกอล์ฟที่เข้าแข่งขันภาพส่วนหนึ่งของทีมนักกอล์ฟที่เข้าแข่งขันผรณเดช พูนศิริวงศ์ และ นิติ โมราวรรณ หน.ข่าวยานยนต์ ต้อนรับ ธีร์ เพิ่มพงศ์พันธ์ รองประธานบริหารอาวุโส, อุทัย เรืองศักดิ์ ผจก.อาวุโสส่วนงานประชาสัมพันธ์ บมจ.มาสด้า เซลส์ผรณเดช พูนศิริวงศ์ และ นิติ โมราวรรณ หน.ข่าวยานยนต์ ต้อนรับ ธีร์ เพิ่มพงศ์พันธ์ รองประธานบริหารอาวุโส, อุทัย เรืองศักดิ์ ผจก.อาวุโสส่วนงานประชาสัมพันธ์ บมจ.มาสด้า เซลส์อนันตเดช พงษ์พันธ์ุ บก.โลกธุรกิจ กับทีม บจ.ฟิลลิป มอร์ริส
เทรดดิ้ง (ไทยแลนด์)อนันตเดช พงษ์พันธ์ุ บก.โลกธุรกิจ กับทีม บจ.ฟิลลิป มอร์ริส เทรดดิ้ง (ไทยแลนด์)

บรรยากาศภายในงานเลี้ยงต้อนรับนักกอล์ฟหลังการแข่งขันเสร็จสิ้น นอกจากร่วมรับประทานอาหารอย่างเพลิดเพลินแล้วยังมีการจับฉลากของรางวัลมากมายมอบให้นักกอล์ฟติดไม้ติดมือกลับบ้านด้วยบรรยากาศภายในงานเลี้ยงต้อนรับนักกอล์ฟหลังการแข่งขันเสร็จสิ้น นอกจากร่วมรับประทานอาหารอย่างเพลิดเพลินแล้วยังมีการจับฉลากของรางวัลมากมายมอบให้นักกอล์ฟติดไม้ติดมือกลับบ้านด้วยรางวัล Hole in one หลุม 3 Lakeรางวัล Hole in one หลุม 3 Lake

คุณแหน : 14 ธันวาคม 2564

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/621879

คุณแหน

วันอังคาร ที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

ll ข่าวใหญ่การจากไปของแม่ชีศันสนีย์เสถียรสุต ผู้ก่อตั้งเสถียรธรรมสถาน, กรุงเทพฯด้วยโรคมะเร็งในกระเพาะอาหาร และท่านได้คืนสู่ธรรมชาติ เมื่อ 7 ธ.ค. สิริอายุ 68 ปี…ชีวิตท่านพลิกผันเข้าสู่วงการนางแบบ และประสบความสำเร็จได้เป็น “รองมิสออด๊าซ” 2519-2523 ซึ่งในขณะนั้นการประกวดมิสออด๊าซมีสถานภาพโดดเด่นระดับ “นางสาวไทย” ทีเดียว ต่อมาเมื่ออายุ 27 ปี แม่ชีศันสนีย์ได้พบสัจธรรม… ชีวิตนี้ไม่มีความสุขจริง ตัดสินใจหันหน้าเข้าพึ่งพระพุทธศาสนา ในที่สุดปี 2530 แม่ชีศันสนีย์ได้ก่อตั้ง “เสถียรธรรมสถาน” ชุมชนแห่งการเรียนรู้ในรสพระธรรมและอยู่ร่วมกันโดยศานติ อุทิศตนทำงานให้สังคมอย่างไม่เหน็ดเหนื่อยจนได้รับรางวัลอันทรงเกียรติอย่างมากมายจาก
สถาบันทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงปริญญาเอกดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์…ไฮไลท์แห่งความทรงจำของผู้ศรัทธาคือ ท่านแม่ชีศันสนีย์สามารถนำทางให้บุคคลในสังคมชั้นสูง ตลอดจนคนจากรากหญ้าหันหน้าเข้าศึกษาพระธรรมอย่างเสมอภาค…

ll กลายเป็น Talk-of-The-Townแล้ว เรื่องสภาผู้แทนราษฎรแต่งตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญจำนวน 60 คน เพื่อศึกษาความเป็นไปได้ของกาสิโนไทย ในการเป็นแม่เหล็กดึงดูดทั้งนักท่องเที่ยวและเงินรายได้มหาศาลจากทั่วประเทศ…ลับ-ลวง-พราง เมื่อหลายปีก่อน ฮ่องกง และ มาเก๊า กำลังกลับเข้าสู่อ้อมอกของจีนแผ่นดินใหญ่ เกิดแพนิคแทบจะทุกครอบครัวจีน รวมถึงนักธุรกิจตื่นกลัวเกรงว่าต่อไปจะโดนรัฐบาลจีนยึดทรัพย์เกลี้ยง กอปรกับทั้งในขณะนั้นรัฐบาลไทยได้จัดให้มีการศึกษาเรื่องเอ็นเตอร์เทนเม้นท์คอมเพล็กซ์(กาสิโน) พอดี เจ้าของกิจการกาสิโนใหญ่ทั่วโลกอาทิ South Africa, Australia และ มาเก๊าต่างมุ่งติดต่ออย่างลับๆ กับผู้นำรัฐบาลไทยในยุคนั้น เพื่อขอพูดคุยประสานงานที่จะขอมาตั้งกาสิโนในไทย โดยเฉพาะ MR.HO เจ้าพ่อกาสิโนมาเก๊าบินเข้าไทยด่วน เพื่อขอเจรจาลับกับผู้นำรัฐบาลในยุคนั้น โดยเฉพาะทีมมาเก๊าถึงกับให้ความมั่นใจว่าถ้าตกลงกับไทยจะถึงกับย้ายฐาน Entertainment Complex ของเขามาอยู่ในไทย นั่นหมายถึงเงินที่จะหมุนเวียนเข้ามาไทยปีละหลาย “ล้านล้าน” บาท เพื่อนำไปพัฒนาสังคมครั้งใหญ่..

.ll กำหนดพระราชทานเพลิงศพคุณพ่อบำเพ็ญ บิดาของ พล.ต.อ.รณรงค์-พ.ต.อ.ญาณพล ยั่งยืน 18 ธ.ค. 15.00 น. ณ เมรุ วัดเขมาภิรตาราม นนทบุรี…คุณพ่ออายุ 105 ปี 5 เดือน เป็นสุภาพบุรุษ 5 แผ่นดิน…

llช่วงนี้ ศรีเรือน เหมาวาด ไปดูแลน้องสาวสุดรัก เตือนใจ สินธุวณิก เข้ารับการผ่าตัดตาที่รพ.ศุภมิตร สุพรรณบุรี ด้วยฝีมือจักษุแพทย์มือหนึ่งของรพ.รัตนิน…

ll ถึงเวลานัดหมายประจำปีของก๊วนกอล์ฟพร้อมครอบครัวที่มี จักรชัย-ขจรสิริ บาลี นำขบวน 10 ชีวิตขึ้นเครื่องไปเชียงใหม่ แล้วขึ้นรถตู้ต่อที่ ทชม.เพื่อตระเวนเล่นกอล์ฟสนามต่างๆ ตลอด 10 วัน…สนุกสนานกันต่อเนื่องแบบนี้ทุกๆ ปีเลยทีเดียว…

ll หนีคนเยอะช่วงปีใหม่ โปรแกรมท่องเที่ยวของคนโสดอย่าง ธนิต วิจิตรพันธ์ุ น่าสนใจยิ่งนัก ช่วง 18-20 ธ.ค.ไปเที่ยวตรัง แล้วกลับมาพักผ่อนรอเคาท์ดาวน์ปีใหม่ที่ กทม. … 6-8 ม.ค.ไปเที่ยวต่อที่พิษณุโลก ทั้งกราบไหว้ขอพรพระพุทธชินราช และแวะเยี่ยม รศ.ดร.กาญจนาเงารังษี พี่สาวของเพื่อนสนิทที่ได้ลาจากโลกนี้ไปหลายปีแล้ว !!…ll

บารอนเนส

Mahanakhon Eatery สั่งครบ จบ และจ่ายในที่เดียว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/621843

Mahanakhon Eatery สั่งครบ จบ และจ่ายในที่เดียว

วันอังคาร ที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

คิง เพาเวอร์ มหานคร  เอาใจฟู้ดเลิฟเวอร์ชวนสัมผัสประสบการณ์ใหม่กับ Mahanakhon Eatery พบความสุขของการรับประทานอาหารภายใต้คอนเซปต์ใหม่ครั้งแรกกับ Cross-Kitchen Dining สั่งครบ จบ และจ่ายในที่เดียว จาก 7 ร้านอาหารและคาเฟ่ชื่อดัง 7 สไตล์สุดชิค อาทิ Avril Gourmet Bordier Selection, el mar, ICI, Isabella Italian Rotisserie by ANDREAS, Maison du Vin, Meat and Spice by Another Hound Café และ Other cafe โดยเปิดให้บริการแล้ววันนี้ ตั้งแต่เวลา 07.00 เป็นต้นไป ที่ชั้น G อาคารมหานคร คิวบ์ เวลา 07:00-22:00 น. สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ โทร.02-6778721 หรืออีเมล์ contact.cube@kingpower.com

ทีเส็บ ยกระดับตลาดไมซ์ภาคใต้ ดัน Global Ranking เสริมความแกร่งในระดับชาติ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/621851

ทีเส็บ ยกระดับตลาดไมซ์ภาคใต้ ดัน Global Ranking เสริมความแกร่งในระดับชาติ

วันจันทร์ ที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 16.12 น.

13 ธันวาคม 2564 ทีเส็บแถลงความสำเร็จของโครงการพัฒนาสินค้าและบริการของเรือสำราญและอาหารพื้นถิ่นผ่านอุตสาหกรรมไมซ์ภาคใต้ เสริมความแข็งแกร่งให้กับจุดเด่นของภูมิภาคผ่านสินค้าและบริการที่เกี่ยวข้อง พร้อมเตรียมภาคใต้ในฐานะจุดหมายปลายทางระดับสากลและ hub ธุรกิจไมซ์อีกครั้งหลังเปิดประเทศ

นางศุภวรรณ ตีระรัตน์ รองผู้อำนวยการ สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ ทีเส็บ สายงานพัฒนาและนวัตกรรม กล่าวถึงโครงการพัฒนาสินค้าและบริการของเรือสำราญและอาหารพื้นถิ่นผ่านอุตสาหกรรมไมซ์ภาคใต้ว่า “ความสำเร็จจากนโยบายของทีเส็บด้านการส่งเสริมการตลาดไมซ์ภายในประเทศอย่างเมืองไมซ์ (MICE City) ทำให้ปัจจุบันประเทศไทยมีเมืองไมซ์ถึง 10 เมืองด้วยกัน ได้แก่ กรุงเทพฯ พัทยา เชียงใหม่ ภูเก็ต ขอนแก่น อุดรธานี สงขลา นครราชสีมา พิษณุโลก และสุราษฎร์ธานี ทุกเมืองล้วนแต่มีอัตลักษณ์ที่โดดเด่น มีศักยภาพพร้อมรองรับการจัดงานไมซ์ทั้งในระดับประเทศ ภูมิภาค และนานาชาติ รวมไปถึงมีบุคลากรในอุตสาหกรรมที่พร้อมสร้างประสบการณ์เฉพาะให้แก่นักเดินทางที่ไปเยือน”

อีกทั้งทีเส็บได้เพิ่มกำลังการสนับสนุนเหล่าเมืองไมซ์ผ่าน สำนักส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ ภูมิภาค หรือ ‘มินิ ทีเส็บ’ ที่มุ่งเน้นกระจายกิจกรรมไปตามภูมิภาค ใช้อุตสาหกรรมไมซ์เป็นแพลตฟอร์มเพื่อการพัฒนาเมืองและนำไปสู่การกระจายรายได้ให้แก่ชุมชนและพื้นที่จากทุกรูปแบบ

นายพัฒนชัย สิงหะวาระ ผู้อำนวยการ สำนักส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ ภาคใต้ เปิดเผยว่า “ภายใต้แผนธุรกิจไมซ์ระยะกลาง ปี 2564 – 2566 ที่ร่วมวางกับบรรดาผู้ประกอบการและผู้มีส่วนได้เสียในภูมิภาคนั้น มีกลยุทธ์หลัก 6 ด้านที่สำคัญ ได้แก่ ประมูลงานต่าง ๆ เข้ามาจัดในพื้นที่, โปรโมตเส้นทางที่น่าสนใจ, พัฒนาบุคลากรและหน่วยงานในวงการ, นำนวัตกรรมมาใช้, ยกระดับภาคใต้ให้เป็นจุดหมายปลายทางไมซ์ระดับนานาชาติเพื่อดึงดูดนักเดินทาง และสร้างสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ อย่างเช่น

นายพัฒนชัย สิงหะวาระ ผู้อำนวยการ สำนักส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ ภาคใต้ เปิดเผยว่า “ภายใต้แผนธุรกิจไมซ์ระยะกลาง ปี 2564 – 2566 ที่ร่วมวางกับบรรดาผู้ประกอบการและผู้มีส่วนได้เสียในภูมิภาคนั้น มีกลยุทธ์หลัก 6 ด้านที่สำคัญ ได้แก่ ประมูลงานต่าง ๆ เข้ามาจัดในพื้นที่, โปรโมตเส้นทางที่น่าสนใจ, พัฒนาบุคลากรและหน่วยงานในวงการ, นำนวัตกรรมมาใช้, ยกระดับภาคใต้ให้เป็นจุดหมายปลายทางไมซ์ระดับนานาชาติเพื่อดึงดูดนักเดินทาง และสร้างสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ อย่างเช่น

การทำไมซ์เลนในสนามบินนานาชาติภูเก็ต ประกอบกับเทรนด์การใช้บริการเรือสำราญกำลังได้รับความสนใจอย่างยิ่ง เพราะสามารถปรับใช้กับกลุ่มอีเวนต์ธุรกิจด้านการประชุมและการท่องเที่ยวเพื่อเป็นรางวัล ทั้งหมดจึงได้สะท้อนอยู่ในโครงการพัฒนาสินค้าและบริการของเรือสำราญและอาหารพื้นถิ่นผ่านอุตสาหกรรมไมซ์ภาคใต้ ตั้งแต่การเตรียมความพร้อมของภูมิภาคให้เป็นจุดหมายปลายทางที่ทุกคนอยากมา ผ่านจุดเด่นอย่างการเดินทางเข้ามาในพื้นที่ด้วยเรือสำราญ และประสบการณ์การได้ลิ้มลองอาหารท้องถิ่นขึ้นชื่อ

นายพัฒนชัย กล่าวเสริมว่า “สำหรับกลยุทธ์ด้านการประมูลงานต่าง ๆ เข้ามาจัดในพื้นที่ซึ่งจะคาบเกี่ยวกับนโยบายด้านการตลาดไมซ์ต่างประเทศด้วยนั้น มีงานที่น่าสนใจหลายงานที่พร้อมจะเข้ามาจัดในภาคใต้ของเรา อย่างเช่นที่ภูเก็ตในปีหน้าจะมี 2 งาน ได้แก่ งานแสดงสินค้าท่องเที่ยวระดับซูเปอร์พรีเมียมอย่าง ASIA LUXURY TRAVEL MART 2022 วันที่ 4 – 8 พฤษภาคม 2564 ในงานจะแบ่งเป็น 2 ส่วน คือ ส่วนของการเจรจาธุรกิจระหว่างผู้ซื้อกับผู้ขายกลุ่มธุรกิจโรงแรมหรูหรา เครื่องบินส่วนตัว และเรือยอร์ช กับอีกส่วนคือ เป็นประชุมสัมมนาของกลุ่มนักขับขี่จักรยานยนต์หรู (Group Bike) กับอีกงาน คือ TBEX หรือ TRAVEL BLOG EXCHANGE 2021 งานประชุมบล็อกเกอร์ด้านท่องเที่ยวระดับนานาชาติพร้อมกับผู้เข้าร่วมงานกว่า 500 คน ซึ่งวางแผนไว้แล้วว่าจะเกิดขึ้นในช่วงพฤศจิกายนของปีหน้า ทางด้านทีเส็บเองก็พร้อมเปิดรีวิว 3 เส้นทางในงานนี้ด้วยอย่าง เส้นทางสมุย เกาะเต่า เกาะพะงัน (Andaman Hidden Gems), เส้นทางชุมชนในพื้นที่นครศรีธรรมราช สงขลาและพัทลุง และเส้นทางล้อเส้นขอบฟ้าในสงขลาและสตูล ก็นับว่าเป็นงานที่ได้ประโยชน์ซึ่งกันและกันทุกฝ่าย”

นายเบิด จำเริญนุสิต ประธานคณะกรรมการฝ่ายการตลาด สมาคมส่งเสริมการประชุมนานาชาติ (ไทย) (TICA) กล่าวว่า “สำหรับการจัดทำโครงการนี้ ในมุมของภาคธุรกิจถือว่าเป็นประโยชน์มาก เพราะลูกค้าในกลุ่มตลาดไมซ์ โดยเฉพาะตลาดต่างประเทศมีความต้องการการเดินทาง ที่สามารถสร้างประสบการณ์ในรูปแบบการสัมผัสวิถีของคนในท้องถิ่นจริง ๆ ที่ผ่านมาผู้ประกอบการในภาคธุรกิจ อาจจะยังไม่ได้รับรู้ข้อมูลที่เพียงพอว่ามีสถานที่ไหนบ้างที่พร้อมจะรองรับ เรารู้ว่ามีวิถีชุมชนที่น่าสนใจแต่เราไม่มีจุดเชื่อมตรงกลางให้เข้าไปถึงชุมชม โครงการนี้จึงสามารถตอบ pain point ของเราได้ ถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่จะช่วยเชื่อมโยงภาคธุรกิจไปสู่ชุมชนที่เป็นผู้ประกอบการในพื้นที่ และในอนาคตภาคธุรกิจยังสามารถนำข้อมูลนี้ไปต่อยอดการพัฒนาให้กับสินค้าและบริการในพื้นที่ภาคใต้ เพื่อให้ผู้ประกอบการท้องถิ่นมีความเข้าใจในความต้องการเฉพาะของตลาดไมซ์มากขึ้น และยังสามารถเพิ่มขีดความสามารถของความพร้อมในพื้นที่ภาคใต้ ในการดึงงานไมซ์เข้าสู่พื้นที่ให้มากขึ้นในอนาคต”

นายศิริศักดิ์ จิระชาญชัยศิริ หัวหน้าแผนกอินบาวนด์ บริษัท รีเกล อินเตอร์เนชั่นแนล แทรเวล จำกัด กล่าวถึงภาพรวมของตลาดเรือสำราญที่จะเดินทางเข้ามาในพื้นที่ภาคใต้ในปีหน้าว่า “อุตสาหกรรมเรือสำราญทั่วโลกต่างเริ่มกลับมาดำเนินกิจการกันแล้วแม้จะยังไม่ได้จัดอย่างเต็มรูปแบบ โดยเฉพาะแถบเอเชียและออสเตรเลียที่หลายแห่งอาจจะยังต้องรอนโยบายเปิดประเทศ หรืออาจจะมุ่งเน้นไปที่ธุรกิจเรือสำราญภายในประเทศก่อน จึงค่อย ๆ ขยับขยายต่อไป ภาพรวมที่จะเกิดขึ้นในปีหน้า คิดว่าช้าสุดที่ธุรกิจเรือสำราญในไทยจะขยับตัวได้อย่างเต็มที่น่าจะไม่เกินไตรมาสสุดท้ายของปี หรือถ้าสถานการณ์ทุกอย่างในไทยดีขึ้นเร็วกว่านั้น เรือสำราญบางบริษัทอาจปรับแผนเดินทางเข้ามาเร็วขึ้นด้วยเช่นกัน”

นางศุภวรรณ กล่าวปิดท้ายว่า “ความสำเร็จของโครงการพัฒนาสินค้าและบริการของเรือสำราญและอาหารพื้นถิ่นผ่านอุตสาหกรรมไมซ์ภาคใต้จึงไม่ใช่แค่การชูความโดดเด่นของภูมิภาค แต่โครงการนี้ยังรวมไปถึงการผลักดันด้าน Global Ranking เพื่อเสริมความแกร่งในระดับชาติ ที่พร้อมช่วงชิงโอกาสในระดับสากล และยกระดับศักยภาพของอุตสาหกรรมไมซ์ให้โลกได้รับรู้อีกครั้งว่า ประเทศไทยนั้นพร้อมเสมอมาในฐานะจุดหมายปลายทางรองรับธุรกิจไมซ์” -(016)

หน้าหนาวนี้! ควรดูแลลูกอย่างไรให้ไกลโรคและโควิด19

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/621756

หน้าหนาวนี้! ควรดูแลลูกอย่างไรให้ไกลโรคและโควิด19

วันจันทร์ ที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 12.05 น.

กรมการแพทย์ โดยสถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี เผย  อากาศเริ่มเปลี่ยนจากฤดูฝน เข้าสู่ฤดูหนาว สภาพร่างกายของเด็ก ๆยังอาจปรับตัวไม่ทัน ประกอบกับความเย็นที่เป็นตัวเพาะเชื้ออย่างดีในการกระจายไวรัส  นอกจากไวรัสโควิด19 แล้ว ฤดูหนาวยังทำให้เกิดโรคหน้าหนาวอื่นอีกด้วย ในส่วนของเด็กเล็กอาจต้องดูแลใกล้ชิด เพราะเขาไม่สามารถป้องกันตัวเองได้ จึงเป็นหน้าที่ของผู้ปกครองจะต้องเฝ้าระวัง

นายแพทย์วีรวุฒิ อิ่มสำราญ รองอธิบดีกรมการแพทย์ เปิดเผยว่า อุณหภูมิของประเทศเริ่มลดลง ซึ่งอากาศเย็นเป็นปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้ติดเชื้อโควิด19 ได้ง่ายแล้ว ยังมีโรคระบบทางเดินหายใจอื่น ๆ  เช่น ไข้หวัด ไข้หวัดใหญ่ เป็นต้น
ทั้งไข้หวัดและโรคโควิด19 มีอาการคล้ายคลึงกัน หากไม่ได้อยู่ในพื้นที่เสี่ยง และมีพฤติกรรมป้องกันตนเอง เช่น สวมหน้ากากอนามัย  ล้างมือบ่อย ๆเว้นระยะห่าง ลดการสัมผัส  จึงไม่ควรวิตกกังวลมากเกินไป การเฝ้าระวังโรคทั้งตัวผู้ปกครอง และตัวเด็ก ต้องมีมาตรการเพื่อป้องกันให้ห่างไกลจากไวรัสโควิด19

นายแพทย์อดิศัย ภัตตาตั้ง ผู้อำนวยการสถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี กล่าวเพิ่มเติมว่า  ผู้ปกครองควรดูแลรักษาสุขภาพเด็กให้แข็งแรงอยู่เสมอ โดยวิธีดังต่อไปนี้

1.สวมหน้ากากอนามัย ล้างมือบ่อยๆโดยเฉพาะหน้าหนาวนี้เชื้อโรคแพร่กระจายได้มาก เวลาที่ออกไปนอกบ้านเราอาจไปสัมผัสกับเชื้อโรคและอาจนำมาติดเด็ก ๆที่อยู่ภายในบ้านช่วงเรียนออนไลน์ได้ การล้างมือบ่อยๆจึงเป็นวิธีลดโอกาสรับเชื้อและแพร่กระจายของเชื้อโรค ซึ่งสามารถป้องกันได้ทั้งโรคไข้หวัดและโรคโควิด-19 

2. หลีกเลี่ยงการไปสถานที่แออัด ไม่ว่าจะเป็นสวนสาธารณะ ห้างสรรพสินค้า โดยเฉพาะเด็กทารกเนื่องจากภูมิคุ้มกันโรคของเด็กยังมีน้อยจึงอาจติดเชื้อโรคได้ง่าย

3.การรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่และปรุงสุกร้อนใช้ช้อนกลางส่วนตัว

4.ทำให้ร่างกายของลูกน้อยอบอุ่นอยู่เสมอ สวมใส่เสื้อผ้าที่อุ่นแต่นุ่มสบายไม่ทำให้อึดอัดหรือระคายเคืองผิว เวลานอนก็ควรห่มผ้าเพื่อเพิ่มความอบอุ่น

5. ผิวพรรณของเด็กก็มีส่วนสำคัญที่ต้องดูแลเป็นพิเศษ เพราะในช่วงหน้าหนาวผิวของเด็กแห้งก็จะทำให้เกิด การระคายเคือง คัน และผิวจะแตกลูกจะรู้สึกเจ็บ หลังอาบน้ำควรทาครีมบำรุงเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิวของเด็ก นอกจากดูแลสุขภาพของลูกแล้ว ผู้ปกครองควรดูแลสุขภาพของตนเองให้แข็งแรงอยู่เสมอ เพื่อป้องกันเชื้อโรคต่าง ๆ ไม่ให้ติดต่อสู่ลูกหลาน 009

สภากาชาดไทย ชวนเปิดประสบการณ์มิติใหม่ พิชิตภารกิจ ‘Red Cross Fair Mission’ ฝ่าด่านลุ้นรับรางวัลใหญ่ ในงานกาชาดออนไลน์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/621723

สภากาชาดไทย ชวนเปิดประสบการณ์มิติใหม่ พิชิตภารกิจ 'Red Cross Fair Mission' ฝ่าด่านลุ้นรับรางวัลใหญ่ ในงานกาชาดออนไลน์

วันจันทร์ ที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 07.00 น.

งานกาชาดออนไลน์ 64 ปีนี้ ชวนเปิดประสบการณ์ใหม่ ที่จะพาไปสนุกโลดแล่นไปกับโชว์ในทุกมิติ สร้างประสบการณ์ช้อป ชม แชร์ พร้อมสนุก ลุ้นระทึก กับโลกเสมือนจริง ในรูปแบบออนไลน์ www.งานกาชาด.com และ www.redcrossfair.com ภายใต้แนวคิด “ประสบการณ์สนุก สร้างสุขทุกมิติ #Fun(D) Fair x Sharing” ที่ทุกคนสามารถเข้าถึงได้ ทั้งรูปแบบ Lite version สำหรับการเข้าไปเลือกซื้อสินค้าโดยเฉพาะ และ Full Version สำหรับเที่ยวชมงาน

นอกจากสินค้าที่ยกทัพกันมาให้ชอปแบบ Non Stop ตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมโปรโมชั่นและโค้ดส่วนลดสุดพิเศษกว่า 4,000 ร้านค้า ไม่ว่าจะเป็นร้านค้าเอกชน หน่วยงานต่างๆ รวมถึงอาหารสดให้ได้เลือกทาน แต่ไฮไลท์เรื่องของกินในงานกาชาดต้องยกให้เมนูพิเศษเฉพาะกิจ “โอวัลติน x KOI” ที่สามารถสั่งได้ตั้งแต่วันที่ 14-27 ธันวาคม นี้เท่านั้นนะ

นอกจาก Shopping แล้ว ยังมีกิจกรรมร่วมทำบุญ 14 วัน 14 บาท สร้าง 4 ภารกิจกับสภากาชาดไทย ก่อนตะลุยฝ่า 18 ภารกิจสุดมัน อาทิ ชิงช้าสวรรค์ทิพย์ ชมวิวแบบ 360 องศา เหนือจินตนาการ New Normal , หาเจ้าถิ่นแห่งสวนลุมฯ , ชมสวนงู , ตามหาเด็กหลง ฯลฯ

ก่อนจะพักกายพักใจกับดีเจพี่อ้อย พร้อมฟังเพลงเพราะเพลินๆ กับเต๋า ภูศิลป์ และสนุกไปกับการเที่ยวชมธรรมชาติกับพี่อู๊ด เป็นต่อ (ครับพี่น้องครับ) ต่อด้วยชมหนังกลางแปลงสุดคลาสสิค 14 วัน 14 เรื่อง ดูจบก็ไปล่าท้าผีกันต่อ เพิ่มความหลอนก่อนนอนกับสโลแกนสุดเก๋ “ถัดไปประตูผี ประไหนผีดี ประตูไหนผีดุ”

ห้ามพลาด! สำหรับสายมู ดวงปีหน้ามีแต่รุ่ง ไม่มีร่วง จะต้องมูเรื่องอะไร ควรระวังเรื่องไหน เสริมโชคยังไง นักพยากรณ์คนไหนจะบอกได้บ้าง ซึ่งงานกาชาดออนไลน์ปีนี้จัดมาครบทุกศาสตร์ มีนักพยากรณ์ชื่อดังจาก 3 สำนัก อาทิ สิริวัฒนาพยากรณ์ , สมาคมโหรแห่งประเทศไทยในพระบรมราชินูปถัมภ์ , สมาคมโหราศาสตร์นานาชาติ หรือจะเช็คดวงพลังบวกกับ อ.คฑา ชินบัญชร รับปีใหม่ โดยจองก่อนใครที่ http://www.xn--12clk4bwa3mcb.com/ หรือ https://bit.ly/redcrossfair_horo

พร้อมเปิดเวทีการประกวดเฟ้นหาทูตแห่งการให้ ใครจะได้รับมงกุฎ Red Cross Crown มาร่วมมอบดอกไม้ให้กำลังใจและติดตามการประกวดแบบติดขอบจอ

เตรียมร่างกายให้พร้อมแล้วไปพิชิตภารกิจ Red Cross Fair Mission ฝ่าด่านลุ้นรับรางวัลใหญ่ รถยนต์ MG5 1 รางวัล และรางวัลอื่นๆ อีกเพียบได้ตั้งแต่วันที่ 14 – 27 ธันวาคม 2564 ที่ www.redcrossfair.com หรือ Facebook : งานกาชาด Red Cross Fair

-(016)

ลูกเสือที่บ้าน 14.11 พาเที่ยวทั่วไทย กำแพงเพชร : อาทร จันทวิมล

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/619422

ลูกเสือที่บ้าน  14.11 พาเที่ยวทั่วไทย กำแพงเพชร : อาทร จันทวิมล

วันจันทร์ ที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 07.00 น.

กำแพงเพชรเป็นชุมชนโบราณกว่าพันปีมาแล้วตั้งแต่สมัยทวารวดีเคยเป็นเมืองสำคัญทางประวัติศาสตร์ เช่น ชากังราว และ นครชุม  และได้รับคัดเลือกให้เป็นมรดกโลกร่วมกับกรุงสุโขทัย

1. แหล่งน้ำมันสิริกิติ์ ลานกระบือ  https://www.youtube.com/watch?v=VLZkGpYt4R0 (Suphachittra)

2. เมืองโบราณนครชุม  https://www.youtube.com/watch?v=jvxMOe8K1C8 (TPBS)

3. สอนปลูกกล้วยไข่ https://www.youtube.com/watch?v=88BypCnKcyM (เทคโนโลยีชาวบ้าน)

4. เฉาก๊วยชากังราว  กำแพงเพชร https://www.youtube.com/watch?v=EaoBOru_XRs (Channel 3)

อนันตรา สยาม กรุงเทพ จัดงานคริสต์มาสการกุศลเพื่อช่วยเหลือเด็กด้อยโอกาส

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/621671

อนันตรา สยาม กรุงเทพ จัดงานคริสต์มาสการกุศลเพื่อช่วยเหลือเด็กด้อยโอกาส

วันจันทร์ ที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลีกรมหมื่นสุทธนารีนาถ โปรดให้ หม่อมหลวงสราลี กิติยากร เป็นผู้แทนพระองค์ในพิธีเปิดไฟประดับต้นคริสต์มาส ประจำปี 2564 ในงานฉลองคริสต์มาสการกุศล ซึ่งจัดเป็นธรรมเนียมปฏิบัติมาอย่างต่อเนื่องถึง 38 ปี ณ โรงแรมอนันตรา สยาม กรุงเทพ ทั้งนี้ รายได้จากการจัดงานจะนำไปสมทบทุนมูลนิธิสงเคราะห์และพัฒนาเด็ก ในพระอุปถัมภ์ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ

ในงานดังกล่าวมีการจัดประกวดการตกแต่งต้นคริสต์มาสเพื่อการกุศลประจำปี ซึ่งโครงการนี้จัดมาอย่างต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 14 ในปีนี้ได้รับความร่วมมือจากเหล่าศิลปินและดีไซเนอร์รุ่นใหม่มาร่วมรังสรรค์ต้นคริสต์มาส ภายใต้คอนเซ็ปต์ “ต้นคริสต์มาสที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม” โดยใช้วัสดุที่สามารถนำกลับมารีไซเคิลเพื่อใช้ประโยชน์ในรูปแบบอื่นต่อไปหรือสามารถนำไปเป็นของตกแต่งที่บ้านและสำนักงาน รวมทั้งประดิษฐ์เป็นของขวัญเพื่อส่งมอบความสุขได้หลังจากช่วงเทศกาลนี้อีกด้วย โดยรายได้จากการจัดงานครั้งนี้จะนำไปสมทบทุนมูลนิธิสงเคราะห์และพัฒนาเด็ก ในพระอุปถัมภ์พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ ต่อไป

ศิลปินและดีไซเนอร์รุ่นใหม่ผู้ที่เข้าร่วมประกวดการตกแต่งต้นคริสต์มาสเพื่อการกุศลในปีนี้ ได้แก่ นายอนุชา เกิดสินธ์, นายผดุงเกียรติ โสะหาบ, นายศิรวิชญ์ ชัยอภิสิทธิ์, นายศุภณัฐ แสนบุญมี, นายจักรพันธุ์ ฤกษ์ถวิล และนางสาวกรนิศนาคอิสระวงศ์ โดยผู้ชนะเลิศการประกวดออกแบบตกแต่งต้นคริสต์มาสที่ได้รับคะแนนนิยมสูงสุด ได้แก่ด้วยดีไซน์คอนเซ็ปต์ CHRISTMAS IN HOMETOWN เข้ารับประทานถ้วยรางวัลชนะเลิศพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ ในงานนี้

นอกจากนี้ ในบริเวณล็อบบี้ ยังมีการจัดแสดงนิทรรศการศิลปะ “ART FROM HEART” โดยฝีมือของเด็กๆ จากสถานคุ้มครองและพัฒนาคนพิการ บ้านราชาวดี (หญิง) และผลงานของเด็กชายปัณณธรจันทสุวรรณโณ (บราโว่) ซึ่งได้รับรางวัลเหรียญทองจากงานนิทรรศการศิลปะเด็กนานาชาติ ครั้งที่ 49ณ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น เพื่อนำรายได้สมทบทุนบริจาคแก่ สถานคุ้มครองและพัฒนาคนพิการบ้านราชาวดี (หญิง) จังหวัดนนทบุรี และยังมีกิจกรรม “Make A Wish” เพื่อมอบของขวัญส่งความสุขให้แก่เด็กๆ สถานคุ้มครองและพัฒนาคนพิการบ้านเฟื่องฟ้า จังหวัดนนทบุรีต่อไป

ผู้สนใจสามารถเข้าชมนิทรรศการศิลปะ “ART FROM HEART” โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย ซึ่งจะจัดแสดงอยู่ล็อบบี้ ชั้น 1 โรงแรมอนันตรา สยาม กรุงเทพ (ถ.ราชดำริ) จนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2564