ขอทำดีเพื่อแผ่นดินถิ่นเกิด เพราะแผ่นดินนี้มีคุณต่อเรามากจนเกินพรรณนา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/619966

ขอทำดีเพื่อแผ่นดินถิ่นเกิด เพราะแผ่นดินนี้มีคุณต่อเรามากจนเกินพรรณนา

วันเสาร์ ที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

เราคือคนไทย เราเกิด เราอาศัยอยู่บนแผ่นดินนี้ แผ่นดินผืนนี้ให้ทุกอย่างกับเราตลอดมาวันนี้เราจึงขอทดแทนพระคุณของแผ่นดินไทย ด้วยการทำดีเพื่อแผ่นดิน และทำดีกับเพื่อนร่วมแผ่นดินทุกคน เพื่อให้แผ่นดินนี้เต็มไปด้วยรอยยิ้มและความรักใคร่กลมเกลียวสามัคคี 

ไลฟ์ วาไรตี สัปดาห์นี้ ดร.เฉลิมชัย ยอดมาลัย นำคุณไปสนทนากับ คุณจักราวุธ แสวงผล นักประพันธ์เพลง และหม่อมหลวงวันรัชดา วรวุฒิ และหม่อมหลวงสวรรณศิริ ทองใหญ่ ตัวแทนผู้ขับร้องเพลงเราคือคนไทย

เรียนถามผู้ประพันธ์เพลงว่า อะไรคือแรงบันดาลใจสำคัญให้แต่งเพลงนี้ครับ 

คุณจักราวุธ : ผมคิดถึงความดีความงามของแผ่นดินไทยเป็นอันดับแรกครับ ผมตั้งใจจะแต่งเพลงที่บอกเล่าความงดงามของแผ่นดินไทยมานานแล้วครับ จนกระทั่งเมื่อผมได้คุยกับหม่อมหลวงรจนาธร จิระประวัติ ณ สงขลา หรือพี่แคนดี้ ซึ่งพี่เขาเป็นผู้จุดประกายเรื่องนี้ขึ้นมาพี่แคนดี้บอกว่าครูแว่น (ชื่อเล่นของคุณจักราวุธ) เรามาทำเพลงบอกเล่าความดีงาม ความงดงามของแผ่นดินไทยกันไหม เรามาบอกและแสดงความรู้สึกดีๆ ของเราที่มีต่อแผ่นดินไทยด้วยกันนะคะ ตอนแรกพี่เขาบอกเพียงเท่านี้ ไม่ได้บอกว่าจะให้ใครร้อง พี่แคนดี้ให้ทำนองเพลงมาในเบื้องต้น เมื่อฟังทำนองแล้วบอกได้ว่ามลังเมลือง ยิ่งใหญ่โอ่อ่ามาก จากนั้นเราก็คุยกันทางโทรศัพท์เพียงไม่กี่นาที ได้ข้อสรุปว่า เนื้อเพลงต้องบ่งบอกถึงความรักชาติ รักแผ่นดินไทย รักสถาบันพระมหากษัตริย์ รักครอบครัว และรักลูกหลานไทยจากนั้นผมก็เริ่มแต่งเนื้อเพลง โดยประมวลเอาความคิดและภาพต่างๆ ที่ผมซึมซับจากของจริงที่ได้สัมผัสด้วยตาของตัวเอง เช่น การได้ชมขบวนเรือพระที่นั่งเมื่อครั้งในหลวงเสด็จพระราชดำเนินทางชลมารค จำได้ดีถึงภาพริ้วขบวน และเสียงแห่เรือที่ก้องสะท้อนกลับไปกลับมาในลำน้ำเจ้าพระยา และผมก็คิดถึงประโยคหนึ่งขึ้นมาคือ เราเกิดบนแผ่นดินผืนนี้ เราจะต้องทำความดีเพื่อทดแทน โดยไม่ขอสิ่งใดจากแผ่นดินนี้อีก แล้วผมก็นึกถึงภาพพระปรางค์วัดอรุณฯ ที่สะท้อนบนแผ่นน้ำในเจ้าพระยาผมทราบได้ทันทีว่านี่คือรากเหง้าอย่างหนึ่งของแผ่นดินของเรา พระปรางค์สูงเสียดฟ้ามากว่าศตวรรษ นี่คือการหยั่งรากลึกลงบนแผ่นดินไทย หากรากไม่ลึกไม่มั่นคงก็จะไม่สามารถตั้งตระหง่านได้ยาวนานเพียงนี้ ทุกครั้งเมื่อเห็นพระปรางค์องค์นี้สะท้อนเงาลงบนผิวน้ำ ไม่ว่าจะดูในเวลาเช้าหรือเย็นเรารู้ได้ทันทีว่านี่คือรากเหง้าของไทย เราสามารถยกมือขึ้นไหว้ได้ทันที เพราะนี่คือเครื่องบ่งบอกถึงเอกลักษณ์ ขนบประเพณีวัฒนธรรมที่ล้ำค่าของไทย เรามีความเป็นไทยมายาวนานกว่า 700-800 ปีแล้ว ย้อนไปตั้งแต่สมัยสุโขทัย นี่คือความภาคภูมิใจของเราคนไทยทุกคน ถามว่ายากไหมกับการเขียนเนื้อเพลงนี้ ตอบว่าไม่ยาก แต่ก็ไม่ง่ายนัก แต่ที่เขียนได้เพราะผมคิดถึงความเป็นไทยทั้งหลายทั้งปวง 

พระปรางค์วัดอรุณฯ เป็นสิ่งบ่งบอกว่านี่คือความศรัทธาของบรรพบุรุษของเราตั้งแต่ครั้งเก่าก่อน จึงทำให้พระปรางค์ยังคงอยู่และตั้งตระหง่านมาจวบจนทุกวันนี้ ใช่ไหมครับ 

คุณจักราวุธ : ใช่ครับ เพราะแรงศรัทธาโดยแท้จึงทำให้พระปรางค์ยังดำรงคงอยู่มาจนถึงทุกวันนี้ เราจะเห็นว่าองค์พระปรางค์ไม่โอนไม่เอียง ยังคงสูงตระหง่านเสียดฟ้ามานานกว่าศตวรรษทั้งๆ ที่วิศวกรรมในยุคโบราณยังไม่ดีเหมือนปัจจุบัน แต่บรรพบุรุษของเราท่านตั้งใจสร้างสิ่งนี้ให้อยู่คู่กับแผ่นดินของเรา ซึ่งต้องใช้ความศรัทธาอย่างมหาศาล 

เรียนถามตัวแทนนักร้อง ซึ่งมีทั้งหมด 18 คน แต่วันนี้มาคุยกับเราสองคน เรียนถามท่านแรก หม่อมหลวงวันรัชดาว่าชักชวนกันอย่างไรจึงสามารถรวมตัวได้มากมายเช่นนี้  

ม.ล.วันรัชดา : ตอนแรกพี่แคนดี้ก็คุยว่าอยากจะทำเพลงเพื่อบอกถึงความงดงามของเมืองไทย แล้วเรามาช่วยกันร้องเพลงนี้ โดยตอนแรกไม่คิดว่าจะเป็นงานใหญ่ขนาดนี้ แต่เมื่อคุยกันเริ่มลงตัวมากขึ้นพี่แคนดี้บอกว่าต้องมีนักร้องหลายคนมาช่วยกันร้อง ก็คิดว่าจะชวนใครดี โดยอันดับแรกก็คิดถึงกลุ่มพวกเราที่มีความรักชาติ รักบ้านเมือง และรักสถาบันพระมหากษัตริย์ เราคิดแค่ว่าเรามารวมพลังกันเพื่อแสดงออกถึงความรักบ้านรักเมือง ก็นึกถึงคนที่เคยร่วมร้องเพลงกันมาก่อน เช่น หม่อมหลวงสวรรณศิริ ทองใหญ่ และเพื่อนๆ พี่ๆน้องๆ ที่คุ้นเคยกันอีกหลายคน แต่เน้นประเด็นสำคัญคือต้องเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์เป็นสำคัญ เมื่อพี่แคนดี้ให้จ๊ะโอ๋ (ชื่อเล่นของ ม.ล.วันรัชดา)เป็นมดงาน จ๊ะโอ๋ก็เริ่มชักชวนคนที่รู้จักและเห็นว่าร้องเพลงได้ เช่นโอ๋ (หม่อมหลวงสวรรณศิริทองใหญ่) พี่อิงค์ (อชิตะ ปราโมช ณ อยุธยา) พี่กี้(ดร.นฎาประไพ สุจริตกุล) และอีกหลายคนเลยค่ะ เช่น คุณเอ-กรวิช เทพหัสดิน ณ อยุธยา 

เรียนถาม ม.ล.สวรรณศิริ ตอนที่เริ่มไปร้องเพลงนี้ อารมณ์เบื้องแรกของการเห็นเนื้อเพลง และได้ยินทำนอง เป็นอย่างไรบ้างครับ  

ม.ล.สวรรณศิริ : เมื่อเห็นเนื้อเพลงครั้งแรกบอกได้คำเดียวว่า ตื้นตันใจมาก เนื้อหางดงามมากอ่านเนื้อเพลงหลายรอบ อ่านแล้วก็เห็นภาพชัดขึ้นๆ ตลอด เห็นภาพลอยเด่นขึ้นมาเลย เช่น ช่วงที่กล่าวถึงเงาพระปรางค์วัดอรุณฯ บนผิวน้ำเจ้าพระยา แล้วเมื่อได้ฟังทำนองเพลงครั้งแรกก็รู้สึกว่าไพเราะ แม้จะรู้ว่าร้องยากมากก็ตาม ฟังครั้งแรกๆ น้ำตาซึมเลยค่ะ เพราะเนื้อหากินใจ ทำนองงดงามมาก แล้วก็บอกกับตัวเองว่านี่คือแผ่นดินไทย นี่คือความงาม และนี่คือสิ่งที่เรารักและบูชามาโดยตลอด ตรงใจมาก แล้วยิ่งประโยคที่ว่า ฉันจะขอทำความดีเพื่อแผ่นดินไทย ไม่ขออะไรจากแผ่นดินนี้ ประโยคนี้ตรงใจสุดๆ ค่ะ 

ในฐานะผู้แต่งเพลง ประโยคไหนที่ชอบมากที่สุดครับ 

คุณจักราวุธ : ช่วงที่บอกว่า เสียงเห่เรือ เอ่อ เออ เอ้อ เป็นเหมือนเสียงย้ำเตือนว่าเราคือใคร ผมเชื่อว่าใครก็ตามที่ได้ยินเสียงเห่เรือสะท้อนก้องโค้งน้ำคุ้งน้ำจะรู้สึกได้เหมือนๆ กันเพราะหลายชีวิตบนแผ่นดินนี้ต้องเคยผ่านลำน้ำเจ้าพระยามาก่อน และรู้ว่าเจ้าพระยาคือเส้นเลือดใหญ่ของประเทศไทย แล้วยิ่งเมื่อได้เห็นขบวนเรือพระราชพิธีล่องลอยงามสง่าบนลำน้ำเจ้าพระยา ก็ยิ่งตื่นตันใจจนเกินบรรยาย ส่วนอีกตอนที่ชอบคือ พวงมาลัยในมือของยาย ลูกหลานต้องเอามาไหว้มากราบ มากอดขอพร ทำให้นึกถึงภาพเด็กผู้หญิงตัวน้อย  ที่นำพวงมาลัยไปกราบไหว้คุณย่าคุณยาย นี่คือรากลึกของครอบครัวไทยแต่เก่าก่อน เห็นภาพผู้เฒ่าผู้ใหญ่กอดและลูบหัวลูบหลังให้พรลูกหลาน เห็นถึงความอบอุ่นในครอบครัวไทยในวันเก่าก่อน เราได้อยู่กับปู่ยาตายาย ลุงป้าน้าอา มีลูกหลานเหลนโหลน นี่คือความอบอุ่นในครอบครัวของเรา 

เรียนถามตัวแทนนักร้องว่า คนขับร้องมี 18 คน แบ่งกันร้องอย่างไรครับ 

 ม.ล.วันรัชดา : คือจ๊ะโอ๋จะเลือกก่อนว่าพี่ๆ เพื่อนๆ น้องๆ คนไทยที่ร้องเพลงได้ แล้วก็หารือกับพี่แว่น (จักราวุธ) เพื่อให้เกิดความลงตัวของเสียงร้องมากที่สุด เพราะบางช่วงร้องยาก บางช่วงร้องง่ายลงมาหน่อยหนึ่ง ช่วงที่ร้องยากมากๆ ก็ต้องให้นักร้องอาชีพ เช่น คุณเอ-กรวิช ร้องไปค่ะ  

คุณจักราวุธ : เราเลือกเสียงนักร้องเป็นหลักก่อน แล้วเราก็แบ่งการร้องไปตามโทนเสียง เช่น เสียงสูงใช้เสียงผู้หญิง หากเป็นช่วงที่ต้องใช้พลังเสียงมากๆ ก็เลือกคนร้องที่มีพลังเสียงสูงพอ อย่างเช่น ดร.เอ-กรวิช สามารถร้องเพลงแบบโอเป-รา ได้ ก็ให้ร้องท่อนเดี่ยวที่ใช้พลังเสียงมากๆ โดยเฉพาะท่อนฮุก แต่ต้องบอกว่าผู้ขับร้องทุกคนร้องได้ดี เพราะร้องด้วยหัวใจ 

เมื่อเริ่มร้องได้คล่องขึ้น รู้สึก in กับเนื้อเพลง และทำนองมากขึ้นไหมครับ และชอบช่วงไหนมากที่สุดครับ 

ม.ล.สวรรณศิริ : (หัวเราะ) เมื่อร้องเริ่มคล่องมากขึ้น และคุ้นกับทำนองมากขึ้น ก็ฮัมเพลงนี้ทั้งวันเลยค่ะ แม้ตัวเองจะร้องเพียงประโยคสั้นๆ เท่านั้น แต่ก็แอบร้องได้ทั้งเพลง และชอบมากตรงประโยคที่ว่า ฉันไม่ขออะไรจากแผ่นดินนี้ ร้องช่วงนี้ซ้ำไปซ้ำมาตลอดเวลา เพราะตรงใจมากที่สุด และอยากให้ทุกคนคิดแบบนี้เหมือนๆ กันค่ะ 

ม.ล.วันรัชดา : จ๊ะโอ๋ ชอบเนื้อทั้งบทเพลงเลยค่ะ โดยเฉพาะท่อนที่บอกว่า เรามีสิ่งที่ไม่มีใครมีเหมือนเรา โดยเฉพาะเรื่องความอ่อนน้อมถ่อมตน เคารพผู้หลักผู้ใหญ่ ผู้เฒ่าผู้แก่ เราทุกคนมีความรักชาติบ้านเกิดเมืองนอน เรามีขนบธรรมเนียมประเพณีที่ดีงาม สิ่งเหล่านี้เป็นความภาคภูมิใจของคนไทยทุกคน  

ม.ล.สวรรณศิริ : เราทุกคนล้วนรักชาติรักบ้านเมือง รักพระเจ้าแผ่นดิน และรักคนไทยด้วยกันเอง เราทุกคนมีความสมัครสมานสามัคคีกันนี่คือพื้นฐานในจิตในใจของเรา 

คุณจักราวุธ : ผมทำงานเพลงมา 30 ปี แต่งเพลงมาประมาณ 600 เพลง แต่งเพลงหลายแบบ แต่ขอบอกว่าเพลงนี้เป็นความภาคภูมิใจมากที่สุดของผมครับ ผมแต่งเพลงนี้ด้วยจิตบริสุทธิ์มาก แต่งด้วยความรู้สึกว่าเราต้องรักในสิ่งที่เราควรจะต้องรัก ต้องเทิดทูนต้องรักษาไว้ ผมมั่นใจว่าเราทุกคนตระหนักในคำว่าเราคือคนไทย เรามีรากมีเหง้า มีความเป็นมา และมีความผูกพันกันอย่างแนบแน่น เราทุกคนมีความรักกันและกัน โอบอ้อมอารี มีมิตรจิตมิตรใจให้กันและกันเสมอมา นี่คือความเป็นคนไทยครับ เราคือคนไทย

คุณจะได้พบรายการดีที่ครบครันด้วยสาระและความรู้ รายการ ไลฟ์ วาไรตี ออกอากาศทุกวันอาทิตย์ เวลา 16.00-16.25 น. ทางโทรทัศน์NBT กดหมายเลข 2 และชมรายการย้อนหลังได้ที่ YouTube ไลฟ์ วาไรตี

โปรเจกท์ #เราคือคนไทย ที่มีการรวมตัวกันของคนกลุ่มเล็กๆ อย่างกลุ่มราชสกุลรุ่นใหม่ มารวมตัว ร้องเพลงปลุกใจให้คนไทยรักชาติ นำโดย “แคนดี้-ม.ล.รจนาธร จิรประวัติ ณ สงขลา” ผู้อำนวยการผลิตเพลง “เราคือคนไทย” โดยมีเพื่อน พี่ น้องในแต่ละสายราชสกุลร่วมมาร้องเพลงด้วย อาทิ ม.ล.วันรัชดา วรวุฒิ, ม.ล.สวรรณศิริ ทองใหญ่, ม.ล.อรดิศ ดิศกุล สนิทวงศ์, วัฒนวงษ์ สนิทวงศ์ณ อยุธยา, ศุภาพิชญ์ ชุมสาย ณ อยุธยา, ม.ล.พิทยากรณ์รัชนี, อชิตะ ปราโมช ณ อยุธยา, ดร.กรวิช เทพหัสดิน ณ อยุธยา, ดร.นฎาประไพ สุจริตกุล, วรสุดา ชุมสาย ณ อยุธยา, ผศ.ดร.จารุดา นวรัตน์ รัชนี ณ อยุธยา, ดร.จารุวรี สนิทวงศ์ ณ อยุธยา, และมีวงดุริยางค์ซิมโฟนีกรุงเทพ Bangkok Symphony Orchestra (BSO) มาช่วยทำดนตรี

เปิดโลกแบบไม่ปิดกั้น Ahead ! Fest Thailand ครั้งแรกของไทย เฟสติวัลทางความคิดรูปแบบเวอร์ชวล จุดประกายแรงบันดาลใจ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/619922

เปิดโลกแบบไม่ปิดกั้น Ahead ! Fest Thailand ครั้งแรกของไทย  เฟสติวัลทางความคิดรูปแบบเวอร์ชวล จุดประกายแรงบันดาลใจ

วันเสาร์ ที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

ครั้งแรกกับ AHEAD ! FEST THAILAND เฟสติวัลทางความคิดรูปแบบเวอร์ชวล 3 วันเต็ม จัดในลักษณะ Cross Lane การเสวนาแลกเปลี่ยนมุมมอง และกิจกรรมรูปแบบเวิร์กช็อป ที่คัดพิเศษให้ตอบโจทย์การใช้งานในชีวิตจริง จุดประกายไอเดียพร้อมสร้างแรงบันดาลใจ ให้คนไทยทุกคนและประเทศไทยไปต่อได้จริง และไปได้ไกลกว่า ทั้งหมดนี้จะเกิดขึ้นในวันที่ 15-17 ธันวาคม 2564 กิจกรรมดีๆ แบบฟรี! ตลอดงาน เพื่อให้ทุกคนได้รับประโยชน์จากงานนี้แบบ สนใจลงทะเบียนฟรีที่ WWW.AHEADFESTTHAILAND.COM

บนเวทีนี้จะได้พบผู้นำทางความคิดมากประสบการณ์ที่พร้อมใจมาจุดประกายความคิด สร้างแรงบันดาลใจ ทั้งจากไทยและต่างประเทศ รวมตัวนักคิดนักสร้างสรรค์นวัตกรรม ฮีโร่และเหล่านักสู้ กว่า 50 ชีวิต ที่ร่วมสร้างความเปลี่ยนแปลงในทุกๆ วัน… ร่วมเป็นก้าวสำคัญ ผลักดันให้ธุรกิจและคนไทยทุกคนไปต่อได้ไกลกว่า พร้อมวางผังสู่อนาคตข้างหน้าได้อย่างชัดเจนยิ่งขึ้น อาทิ ALAN JOPE ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสูงสุด บริษัท ยูนิลีเวอร์global, กรณ์ จาติกวณิช อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง, วัลยา จิราธิวัฒน์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เซ็นทรัลพัฒนาจำกัด (มหาชน), อนรรฆวี ชูรัตน์รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส ด้านการตลาดกลาง บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน), เศรษฐาทวีสิน กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน), วรรณิภา ภักดีบุตร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โอสถสภา จำกัด (มหาชน), ดร.สันติธาร เสถียรไทย ประธานทีมเศรษฐกิจ SEA LIMITED, ปฐมาจันทรักษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไอบีเอ็ม ประเทศไทย จำกัด,ณัฐวุฒิ อมรวิวัฒน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จํากัด (มหาชน),พระจิตร์ จิตฺตสํวโร, จงใจ กิจสว่าง เจ้าของร้านหมูทอดเจ๊จง, คุณนทีจรัสสุริยงค์ และระริน ธรรมวัฒนะผู้ร่วมก่อตั้ง GUSS DAMN GOOD, ไอซ์-พาริส อินทรโกมาลย์สุต นักแสดงมากความสามารถ, หมู-พลพัฒน์อัศวะประภา ดีไซเนอร์แนวหน้าของเมืองไทย และอีกมากมาย

อย่าพลาดโอกาส ในการเข้าถึงเนื้อหาดีๆ สำหรับผู้ที่อยู่ในแวดวงธุรกิจ รวมไปถึงผู้ประกอบการ และคนรุ่นใหม่ที่จะก้าวสู่ความเป็นผู้นำในอนาคต เนื้อหาถูกออกแบบให้ตอบโจทย์การใช้งานจริง ตั้งแต่ข้อมูลเชิงลึกสู่ความเป็นผู้นำในแต่ละอุตสาหกรรม อนาคตของเทคโนโลยีและความยั่งยืน อนาคตของโลกการตลาดและการเงิน โลกนวัตกรรมสุดล้ำโลกความคิดสร้างสรรค์และความบันเทิง ไปจนถึงการแลกเปลี่ยนความคิดที่ครอบคลุมและเปิดโลกแบบข้ามอุตสาหกรรม ข้ามรุ่น… ด้วยความตั้งใจวางแนวทาง สร้างความพร้อมในการไปต่อให้ไกลกว่าเดิม อัดแน่นไปด้วยไอเดียและแรงบันดาลใจแบบเต็มอิ่มตลอด 3 วัน!

สำหรับ Ahead X Partners ได้รับการสนับสนุนจากองค์กรพาร์ทเนอร์ที่อยากเห็นประเทศไทยไปไกล อย่าง CPF, Central Pattana, ImaginingBetter Futures for All. Grab, Technology for Positive Impact on Thais’ Lives, ยูนิลีเวอร์, IP One และ DITP งานนี้เปิดให้ฟรีตลอดงาน สนใจลงทะเบียนได้ตั้งแต่วันนี้ที่ www.aheadfestthailand.com และอัพเดทข่าวสารล่าสุดเพื่อให้ไม่พลาดคอนเท้นท์และกิจกรรมสุดสร้างสรรค์ที่ facebookAheadnow

งานนี้จัดโดย Head100 – The Marketing Agency #aheadfest thailand #letsgetahead #ประเทศไทยไปต่อ #ไปด้วยกันไกลกว่า #เปิดโลกกว่าแบบไม่ปิดกั้น ทั้งจากภาคธุรกิจและสังคม ผู้นำระดับโลกและฮีโร่ของคนไทย คนต่างวัยและต่างความคิด#ทำได้จริงกว่า โฟกัสโซลูชั่นที่เป็นประโยชน์พร้อมนำไปใช้ได้จริงในปี 2565 #ต่อยอดได้ไกลกว่า สร้างคอมมูนิตี้ของนักคิดด้วยคอนเท้นท์ดีๆ สำหรับต่อยอดสู่หนทางข้างหน้า

โซไซตี้ : เดอะ แพลทินัม กรุ๊ป ร่วมมือภาครัฐ ปันสุขช่วยเหลือชุมชน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/619955

โซไซตี้ : เดอะ แพลทินัม กรุ๊ป ร่วมมือภาครัฐ ปันสุขช่วยเหลือชุมชน

วันเสาร์ ที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

เดอะ แพลทินัม กรุ๊ป ผู้บริหารศูนย์การค้าเดอะ แพลทินัม แฟชั่น มอลล์ และ เดอะ มาร์เก็ต แบงคอก ร่วมกับ สำนักงานเขตราชเทวี และ สถานีตำรวจนครบาลพญาไท จัดกิจกรรมปันสุขช่วยเหลือชุมชนที่ได้รับผลกระทบโควิด-19 ร่วมมือร่วมใจลงพื้นที่ชุมชนเพื่อนำตู้ปันสุข พร้อมด้วยสินค้าอุปโภค-บริโภคที่จำเป็น อาทิ ข้าวสาร อาหารแห้ง บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป น้ำดื่ม ไข่ไก่ ฯลฯ และข้าวกล่องปรุงสำเร็จ แจกจ่ายสู่ 6 ชุมชน ได้แก่ ชุมชนซอยสมประสงค์ 5, ชุมชนนิคมมักกะสัน, ชุมชนโรงเจมักกะสัน, ชุมชนหลังวัดมักกะสัน, ชุมชนริมทางรถไฟมักกะสัน, ชุมชนสุเหร่าซอยเพชรบุรี 7เพื่อช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อน และให้กำลังใจชาวชุมชนที่ได้รับผลกระทบโควิด-19

โดยกิจกรรมปันสุขช่วยเหลือชุมชน ในครั้งนี้ มีตัวแทนผู้บริหารจากหน่วยงานต่างๆ ได้แก่ จิรายุ รัตตประดิษฐ์ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายปฏิบัติการอาคาร บมจ.เดอะ แพลทินัม กรุ๊ป, ขวัญเมือง บุญประสงค์ผู้ช่วยผู้อำนวยการเขตราชเทวี, ภัคภร แสงศิวะฤทธิ์ หัวหน้าฝ่ายพัฒนาชุมชนและสวัสดิการสังคม,พันตำรวจโทศรภพ นาคเอก สารวัตรปราบปราม สถานีตำรวจนครบาลพญาไท และตัวแทนผู้บริหาร จากดองดองกิ สาขาเดอะ มาร์เก็ต แบงคอกร่วมแจกจ่ายสิ่งของพร้อมแสดงความห่วงใย ให้คำแนะนำชุมชนเกี่ยวกับการปฏิบัติตนให้ห่างไกลโควิด-19 โดยมี สุมิตรา วุฒิวารี ประธานชุมชนริมทางรถไฟมักกะสันพร้อมตัวแทนชุมชน ร่วมต้อนรับ ณ บริเวณชุมชนริมทางรถไฟมักกะสัน

กรมการพัฒนาชุมชน ยกทัพผลิตภัณฑ์ OTOP คุณภาพ เปิดตลาดในงาน ‘มีดีมาร์เก็ต’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/620050

กรมการพัฒนาชุมชน ยกทัพผลิตภัณฑ์ OTOP คุณภาพ เปิดตลาดในงาน ‘มีดีมาร์เก็ต’

วันศุกร์ ที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 21.38 น.

กรมการพัฒนาชุมชน ประกาศความสำเร็จหลักสูตรพัฒนาคุณภาพโอทอป กลุ่มปรับตัวสู่การพัฒนา ประเภทของใช้ ของตกแต่ง ของที่ระลึก พร้อมยกทัพผลิตภัณฑ์โอทอปคุณภาพ กลุ่มของใช้ ของตกแต่ง ของที่ระลึก ผลงานหัตถศิลป์พื้นถิ่นคุณภาพที่มีเรื่องราวและอัตลักษณ์ของท้องถิ่นที่โดดเด่นจากทั่วประเทศ เจาะฐานลูกค้าคนเมือง พร้อมจับคู่เจรจาธุรกิจ ในงาน “มีดีมาร์เก็ต” ระหว่างวันที่ 3-5 ธันวาคม 2564 ณ เมืองสุขสยาม ชั้น G  ลานเมือง 1-2  ไอคอนสยาม กรุงเทพฯ 

นายสุรศักดิ์ อักษรกุล รองอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน เปิดเผยว่า กรมการพัฒนาชุมชนเตรียมนำผู้ประกอบการโอทอป ประเภทของใช้ ของตกแต่ง ของที่ระลึก จำนวน 48 ผลิตภัณฑ์ จาก 475 ผลิตภัณฑ์ที่ผ่านการอบรม และได้รับคัดเลือกเข้าสู่กระบวนการพัฒนาตามโครงการพัฒนาคุณภาพผลิตภัณฑ์ OTOP กลุ่มปรับตัวสู่การพัฒนา (Quadrant D) ให้มีคุณภาพมาตรฐาน กิจกรรมที่ 1 พัฒนายกระดับผลิตภัณฑ์ OTOP กลุ่มปรับตัวสู่การพัฒนา (Quadrant D) ประเภทของใช้ ของตกแต่ง ของที่ระลึก ภายใต้แนวคิดหลักการตลาดนำการผลิต “ดูดีมีสไตล์” ใน 4 ด้านหลัก คือ ด้านการออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ์ บรรจุภัณฑ์ การสร้างตราสินค้าและด้านการตลาด เข้าทดสอบการตลาดจริง ในงาน “มีดีมาร์เก็ต” เพื่อสร้างประสบการณ์ให้ผู้ประกอบการได้พบปะกับกลุ่มลูกค้าจริง และได้เห็นความต้องการของตลาดจริง ซึ่งจะช่วยเพิ่มศักยภาพและเสริมทักษะทางด้านการตลาดให้กับผู้ประกอบการซึ่งมีสินค้าที่ดีอยู่ในมือ และที่สำคัญได้ผ่านกระบวนการอบรมและพัฒนายกระดับมาตรฐานคุณภาพให้ดียิ่งขึ้นอย่างรอบด้านภายใต้ 14 หลักสูตร ในระยะเวลา 150 วัน

นอกจากนั้น กรมการพัฒนาชุมชนจะร่วมกับผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ์ บรรจุภัณฑ์ การสร้างตราสินค้าและด้านการตลาด คัดเลือกผลิตภัณฑ์โอทอปจากผู้ประกอบการกลุ่มนี้ซึ่งผ่านการพัฒนาและมีความโดดเด่นมากที่สุดจากจำนวน 48 ผลิตภัณฑ์ ให้มีเพียง 5 ผลิตภัณฑ์ เพื่อมอบรางวัลสุดยอดผลิตภัณฑ์ พร้อมโล่ห์เกียรติยศ “Queen of D” และจัดแสดงภายในกิจกรรมทดสอบตลาด มีดีมาร์เก็ต

นายสุรศักดิ์ กล่าวว่า “ผลิตภัณฑ์โอทอปประเภทของใช้ ของตกแต่ง ของที่ระลึก ทั้ง 48 ผลิตภัณฑ์ หลังผ่านการอบรม ผู้ประกอบการสามารถนำความรู้ที่ได้ ไปพัฒนาศักยภาพคุณภาพผลิตภัณฑ์อย่างครบวงจรได้จริง จนสามารถ

พัฒนาผลิตภัณฑ์พรีเมี่ยมให้มีมูลค่าเพิ่มเข้าสู่ระบบตลาด และมีความสามารถในการแข่งขันทั้งตลาดภายในและต่างประเทศได้ ซึ่งจะเป็นการสร้างงาน สร้างรายได้เพิ่มขึ้น ซึ่งจะนำมาสู่คุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น เสริมสร้างความมั่นคงเข้มแข็งของชุมชนและเศรษฐกิจฐานราก รวมทั้งเศรษฐกิจหลักของประเทศ ซึ่งเป็นภารกิจโดยตรงของกรมการพัฒนาชุมชน”

ทั้งนี้ กรมการพัฒนาชุมชน เชิญชวนประชาชนทั่วไปร่วมช้อป สินค้าของตกแต่งบ้าน ของที่ระลึกหลากหลายสไตล์ ในงาน “มีดีมาร์เก็ต” ในธีม “ดูดีมีสไตล์” โดยกิจกรรมภายในงานประกอบด้วย “โซน ของดี มีให้ช้อป” ซึ่งรวบรวมสินค้าคุณภาพดีประเภทของใช้ ของตกแต่ง ของที่ระลึก “โซน มีดี ที่ฝีมือ” จัดแสดงกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่ผ่านการพัฒนาทั้ง 48 ผลิตภัณฑ์จากทั่วประเทศและการมอบรางวัลสุดยอดผลิตภัณฑ์ Queen of D และกิจกรรม “Let’s get talk” แลกเปลี่ยนแนวคิดเทรนด์การแต่งบ้านสไตล์ดารา ด้วยผลิตภัณฑ์โอทอปจาก คุณโบ ธนากร ชินกูล พิธีกรรายการบ้านและสวน และเพลิดเพลินกับการแสดงโฟล์คซอง พร้อมกิจกรรมนาทีทอง “D SALE” และกิจกรรมเช็คอินฟินสุดขีด รับบัตรกำนัลช้อปในงานฟรี 100 บาท วันละ 50 รางวัล ระหว่างวันที่ 3-5 ธันวาคม 2564 เวลา 10.00 -22.00 น. ณ เมืองสุขสยาม ชั้น G  ลานเมือง 1-2  ไอคอนสยาม กรุงเทพฯ 

-(016)

คณะพยาบาลศาสตร์ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ น้อมรำลึกในหลวง รัชกาลที่ 9 จัดกิจกรรม ‘วันชาติและวันพ่อแห่งชาติ’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/620070

คณะพยาบาลศาสตร์ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ น้อมรำลึกในหลวง รัชกาลที่ 9 จัดกิจกรรม 'วันชาติและวันพ่อแห่งชาติ'

วันศุกร์ ที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 21.24 น.

ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร คณะพยาบาลศาสตร์ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ จึงได้จัดโครงการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร วันชาติและวันพ่อแห่งชาติ

3 ธันวาคม 2564 คณะพยาบาลศาสตร์ วิทยาลัยวิทยาศาสตร์การแพทย์เจ้าฟ้าจุฬาภรณ์ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ได้จัดโครงการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร วันชาติและวันพ่อแห่งชาติ โดยมีรองศาสตราจารย์ ดร.ทัศนา บุญทอง คณบดีคณะพยาบาลศาสตร์ เป็นประธานเปิดกรวย วางพานพุ่ม อ่านคำอาศิรวาทราชสดุดี ในพิธีถวายราชสักการะ ถวายราชสดุดีและน้อมรำลึกพระมหากรุณธิคุณ เนื่องในคล้ายวันพระบรมราชสมภพ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร วันชาติและวันพ่อแห่งชาติ 5 ธันวาคม 2564 โดยมีคณาจารย์ บุคลากรของวิทยาลัยวิทยาศาสตร์การแพทย์เจ้าฟ้าจุฬาภรณ์ และนักศึกษาเข้าร่วมกิจกรรม ณ คณะพยาบาลศาสตร์ วิทยาลัยวิทยาศาสตร์การแพทย์เจ้าฟ้าจุฬาภรณ์ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ อาคารบริหาร 1 โดยการจัดกิจกรรมในครั้งนี้ ได้ปฏิบัติตามมาตรการการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 อย่างเคร่งครัด

ทั้งนี้ กิจกรรมมีขึ้น ระหว่างวันที่ 3 – 9 ธันวาคม 2564 ประกอบไปด้วย โครงการให้บริการฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ ตามฤดูกาลประจำปี 2564 ให้แก่ นักศึกษา คณาจารย์ และบุคลากร ของวิทยาลัยวิทยาศาสตร์การแพทย์เจ้าฟ้าจุฬาภรณ์ ณ ศูนย์เสริมศึกษาและปฏิบัติการพยาบาลเสมือนจริง (LRC) คณะพยาบาลศาสตร์ อาคารบริหาร CAT 1 ชั้น 1 โซน D ในวันที่ 3 ธันวาคม 2564 เวลา 09.30 – 16.00 น. โครงการเยี่ยมผู้มีปัญหาสุขภาพ ผู้ด้อยโอกาสชุมชนในพื้นที่เขตหลักสี่ ตามพระดําริองค์ประธานราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ณ ชุมชนพงษ์เพชรพัฒนา ซอยงามวงศ์วาน 35 วันที่ 3 ธันวาคม 2564 เวลา 09.30 – 12.30 น. และโครงการบริการตรวจสุขภาพแก่ประชาชนและฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ ตามฤดูกาลประจำปี 2564 แก่ประชาชน ณ คลินิกการพยาบาลและการผดุงครรภ์ คลินิกพยาบาลชุมชนอบอุ่น ซอยงามวงศ์วาน 47 แขวง ทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ ในระหว่างวันที่ 7 – 9 ธันวาคม 2564 เวลา 09.00 – 12.00 น.

-(016)

กรมสมเด็จพระเทพฯ ทรงเปิดงาน’เพื่อนพึ่ง(ภาฯ)2564’พร้อมทอดพระเนตรผลิตภัณฑ์ไฮไลท์ร้านพึ่งพาผ่านสื่อออนไลน์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/620037

กรมสมเด็จพระเทพฯ ทรงเปิดงาน'เพื่อนพึ่ง(ภาฯ)2564’พร้อมทอดพระเนตรผลิตภัณฑ์ไฮไลท์ร้านพึ่งพาผ่านสื่อออนไลน์

วันศุกร์ ที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 20.22 น.

3 ธันวาคม 2564 เวลา 17.00 น. : สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี  เสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดงาน “เพื่อนพึ่ง (ภาฯ) 2564 พึ่งพาเพื่อก้าวต่อ เพราะเพื่อนไม่ทิ้งกันยามยาก” ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ (ออนไลน์)   พร้อมเสด็จพระราชดำเนินทอดพระเนตรบริเวณการจัดงาน โดยมี สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา เฝ้ารับเสด็จฯ พร้อมด้วยคณะกรรมการมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย  นำโดย ศาตราจารย์พิเศษ ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย รองประธานกรรมการที่ปรึกษา และประธานกรรมการบริหารมูลนิธิฯ และคณะกรรมการมูลนิธิสวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ ณ สวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร  

งาน “เพื่อนพึ่ง (ภาฯ) 2564 พึ่งพาเพื่อก้าวต่อ เพราะเพื่อนไม่ทิ้งกันยามยาก” ปีนี้มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย  ขอร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการนำพาพลังใจกลับมาอีกครั้ง แบ่งการจัดงานเป็น 2 รูปแบบ คือ แบบออนกาวนด์ ระหว่างวันที่ 3-7 ธันวาคม 2564  เวลา 9.00-19.00 น. ณ สวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร  ในงานจัดแสดงนิทรรศการของมูลนิธิฯ พร้อมเชิญชวนสนับสนุนสินค้าร้านพึ่งพาและสินค้าจากชุมชน ส่วนรูปแบบ Virtual Fair เปิดให้เข้าชมงานและเลือกซื้อสินค้าได้ตลอด 24 ชั่วโมง ทาง http://www.เพื่อนพึ่งพา.com ตั้งแต่วันที่ 3-12 ธันวาคม 2564

ผลิตภัณฑ์ไฮไลท์ ร้านพึ่งพา ประกอบด้วย ผลิตภัณฑ์อาหาร Royal Cuisine  ได้แก่ ตับบดเสวยพึ่งพา Royal Cuisine สูตรโดย พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ มีจำหน่ายในงานเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ประจำปีเท่านั้น มีทั้งหมด 3 แบบ ได้แก่ ตับบดออริจินัล ราคากระปุกละ 130 บาท, ตับบดมาซาร่า (ผสมเหล้ามาซาร่า) ราคากระปุกละ 140 บาท และ ตับไก่บดฮาลาล ราคากระปุกละ 130 บาท  และเมนูพร้อมทาน พึ่งพา Royal Cuisine จากตำรับอาหารประทานของ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ อาทิ ข้าวผัดน้ำพริกลงเรือ(สูตรวังสวนสุนันทา),ซีซาร์สลัดอกไก่ ,ข้าวหมูย่างผงกระหรี่ข้าวคั่ว (สูตรประทาน) เป็นต้น 

ในงานยังมีเมนูจาก ห้องเครื่องวังรื่นฤดี เข้ามาเสริมความพิเศษให้กับพึ่งพา Royal Cuisine เช่น แกงส้มกุ้งมะละกอปลาตะเพียนสาน ปลาร้าทรงเครื่อง น้ำพริกมะขาม แกงคั่วเห็ดเผาะ แกงมัสมั่นไก่ใส่น้ำส้มซันควิก ซึ่งนอกจากมีจำหน่ายในร้านพึ่งพาในงานแล้ว ยังสามารถสั่งซื้อออนไลน์ได้ทาง Robinhood ตลอดระยะเวลาการจัดงาน วันที่ 3-7 ธันวาคม 2564 อีกด้วย

นอกจากนี้ ยังมีผลิตภัณฑ์ที่ระลึกพึ่งพา 2564 ได้แก่ คอลเลคชั่นเด็กหญิงใบคราม ประกอบไปด้วย ไอเทมสุดมินิมอล Everyday Use ผ่านลายเส้นที่เป็นเอกลักษณ์ของ ม.ล. จิราธร จิรประวัติ   มีให้เลือกทั้งหมด 3 ลาย คือ น้องใบคราม น้องต้นคราม และ  น้องทอคราม  ที่ได้รับแรงบัลดาลใจมาจากพันธุ์ครามพระราชทานเมื่อครั้งน้ำท่วมใหญ่ในปี 2560 ที่จังหวัดสกลนคร สะท้อนถึงความช่วยเหลือที่มูลนิธิฯ เข้าไปฟื้นฟูชุมชนหลังประสบอุทกภัยให้ชุมชนกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างยั่งยืน ลายเส้นที่เป็นเอกลักษณ์แสดงถึงความเรียบง่าย ใช้ลายใบครามแสดงถึงการอยู่ร่วมกันกับธรรมชาติของมนุษย์ ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้า เครื่องใช้ต่างๆ ลวดลายที่ได้ออกแบบมาเพื่อสื่อสารให้เข้าใจได้ง่ายและนำมาประกอบในชุดผลิตภัณฑ์พึ่งพาคอลเลคชั่นใหม่นี้

ที่น่าสนใจคือ คอลเลคชั่นเด็กหญิงใบคราม  เป็นสินค้าที่ได้รับการพัฒนาจากโครงการ Upcycling The Oceans, Thailand โดย บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัดหรือ จีซี ร่วมกับ หน่วยงานพันธมิตรดำเนินการจัดเก็บขยะพลาสติกจากทะเล มหาสมุทร และชายฝั่ง นำเข้าสู่กระบวนการ upcycling ปั่นเป็นเส้นด้ายถักทอเป็นผืนผ้า เติมไอเดียการออกแบบที่สามารถใช้ได้ทุกวัน (Everyday Use) และตกแต่งด้วยฝีมือการตัดเย็บจนกลายเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ที่เพิ่มมูลค่า สวยงาม ทันสมัย ประกอบไปด้วยหลากหลายไอเทมที่ตอบโจทย์ New Normal ภายใต้แบรนด์พึ่งพา X Upcycling the Oceans, Thailand เช่น กระเป๋าช็อปปิ้ง เสื้อยืด เสื้อกีฬา เสื้อแจ็คเก๊ต ล้วนแล้วแต่นำวัสดุหลักจากขยะพลาสติก มาเปลี่ยนเป็นของใช้ที่มีประโยชน์ที่เหมาะกับคนรุ่นใหม่  อีกทั้ง ยังใช้บรรจุภัณฑ์จาก บริษัท เต็ดตรา แพ้ค (ประเทศไทย) จำกัด ที่ได้นำกล่องเครื่องดื่มมารีไซเคิลเป็นบรรจุภัณฑ์ใหม่สามารถนำกลับไปใช้ประโยชน์ได้อย่างไม่สิ้นสุด

ชม ชิม ช้อป แชร์ ในงาน “เพื่อนพึ่ง (ภาฯ) 2564 พึ่งพาเพื่อก้าวต่อ เพราะเพื่อนไม่ทิ้งกันยามยาก”  ได้ทั้งในสถานที่จริง วันที่ 3-7 ธันวาคม 2564   ที่ สวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ เขตจตุจักร  ในบรรยากาศที่ร่มรื่นทั้งไม้ใบและไม้ดอกนานาพันธุ์บานสะพรั่ง และช้อปออนไลน์ตลอด 24 ชั่วโมง ทาง www.เพื่อนพึ่งพา.com  ระหว่างวันที่  3-12 ธันวาคม 2564  

-(016)