‘หยิ่นอานันท์- วอร์ วนรัตน์’นำทีมฉลองใหญ่วันเกิด เสิร์ฟความมันส์ส่งท้ายปี ใน Shopee 12.12 Game Show

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/696665

'หยิ่นอานันท์- วอร์ วนรัตน์'นำทีมฉลองใหญ่วันเกิด เสิร์ฟความมันส์ส่งท้ายปี ใน Shopee 12.12 Game Show

‘หยิ่นอานันท์- วอร์ วนรัตน์’นำทีมฉลองใหญ่วันเกิด เสิร์ฟความมันส์ส่งท้ายปี ใน Shopee 12.12 Game Show

วันพุธ ที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 14.25 น.

ส่งท้ายปีอย่างยิ่งใหญ่พร้อมฉลองวันเกิดแบบอลังการกับรายการเกมโชว์เฉพาะกิจ   Shopee 12.12 Game Show ฟังร้องได้ล้าน  รายการเกมส์โชว์ขวัญใจชาวไทยที่มีทั้งความสนุกสนาน ความมันส์ที่ไม่เคยทำให้ต้องผิดหวัง นำทีมโดย หยิ่นอานันท์, วอร์ วนรัตน์, แกงส้ม ธนทัต, ชมพู่ ธัณย์สิตา, เป็กกี้ศรีธัญญา, มิกค์ ​ทองระย้า, หลิว อาจารียา,ดีเจนุ้ย ธนวัฒน์และกองทัพของรางวัลสุดยิ่งใหญ่มูลค่า 12 ล้านบาท พร้อมชวนนักช้อปชาวไทยฉลองใหญ่กับมหกรรมช้อปปิ้งครั้งสุดท้ายของปี Shopee 12.12 ลดใหญ่วันเกิด

แค่เห็นชื่อเหล่าบรรดาเซเลบริตี้ดาราที่ยกขบวนมาร่วมกิจกรรม Shopee 12.12 Game Show ฟังร้องได้ล้าน ก็ทำเอาตาลุกวาวกันแล้วเพราะแต่ละคนล้วนมีคาแรคเตอร์ทั้งนั้น และยิ่งจะต้องมาดวลกันกับ Celeb Battle ดาราดวลไมค์ บอกได้คำเดียวว่ามันส์เป็นทวีคูณ ซึ่งการแข่งขันดาราจะถูกแบ่งออกเป็น 2 ทีมเหมือนเดิม โดยมีหัวหน้าทีมสุดหล่อ หยิ่น อานันท์ และวอร์ วนรัตน์  ที่จะนำพาเหล่าบรรดาลูกทีม แกงส้ม ธนทัต, ชมพู่ ธัณย์สิตา,มิกค์ ​ทองระย้า,หลิว อาจารียา มาสร้างสีสันของความสนุกแบบจัดเต็มไม่มีกั๊ก โดยมี ดีเจนุ้ย ธนวัฒน์ และเป็กกี้ ศรีธัญญา คอยคอมเม้นต์และให้คะแนนทั้งสองทีมอย่างถึงพริกถึงขิง งานนี้บอกเลยว่าฮากันสุดๆ

นอกจากความบันเทิงแล้วช้อปปี้ยังจัดเต็มมอบประสบการณ์ช้อปปิ้งออนไลน์ที่ดีที่่สุดให้นักช้อปชาวไทยในแคมเปญสุดยิ่งใหญ่“Shopee 12.12 ลดใหญ่วันเกิด”พร้อมโปรโมชั่นสุดพิเศษอย่างโค้ดลดสูงสุด 1,212 บาท สินค้าถูกสุดแห่งปี* และโค้ดส่งฟรีทุกวันจากร้านค้าและแบรนด์ชั้นนำบน Shopee Mall และ Shopee Premium

ติดตามชมความสนุกสนานและร่วมลุ้นกันว่าทีมไหนจะต้องพบกับจุดจบที่เลอะสุดๆพร้อมมีสิทธิ์รับรางวัลใหญ่กับรายการ Shopee 12.12 Game Show ฟังร้องได้ล้าน ได้ในวันที่ 12ธันวาคม2565 เวลา 18.45 น.โดยรับชมพร้อมกันทางช่อง 7HD และ Shopee Live

3 หนังสงครามกอบกู้แผ่นดิน ที่คนรักชาติต้องดูที่ทรูโฟร์ยู ช่อง 24

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/696663

3 หนังสงครามกอบกู้แผ่นดิน ที่คนรักชาติต้องดูที่ทรูโฟร์ยู ช่อง 24

3 หนังสงครามกอบกู้แผ่นดิน ที่คนรักชาติต้องดูที่ทรูโฟร์ยู ช่อง 24

วันพุธ ที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 14.25 น.

ทรูโฟร์ยู ช่อง 24  ชวนดูหนังประวัติศาสตร์ไทย กับหนังสงครามกอบกู้ชาติที่มีฉากเหตุการณ์สำคัญถึง 3  เรื่องด้วยกัน บางระจัน ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช 1 ภาคองค์ประกันหงสา และตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช 2 ภาคประกาศอิสรภาพ ภาพยนตร์แอคชั่นสุดมันส์ที่คนรักชาติจะต้องฟินไปกับเรื่องราวสุดเข้มข้นของวีรบุรุษไทยที่ต่อสู้เพื่อชาติ

บางระจัน ออกอากาศวันพุธที่ 7 ธันวาคม 2565 เวลา 18.00 น. เป็นภาพยนตร์ไทยอิงประวัติศาสตร์ ผลงานลำดับที่ 10 ของ ธนิตย์ จิตนุกูล ที่ที่สร้างมาจากเรื่องจริง โดยนำเสนอเรื่องราวของชาวบ้าน ๑๑ คน ที่กลายเป็นตำนานด้วยต่างหยิบดาบสู้กับพม่าที่บุกมาตีกรุงศรีอยุธยา ทัพหนึ่งบุกเข้ามาทางใต้ นำโดย มังมหานรธา อีกทัพหนึ่งเป็นทัพผสมรามัญบุกเข้ามาทางเหนือ นำโดย เนเมียวสีหบดี การบุกของทัพนี้ต้องเจออุปสรรคเป็นรายทาง เพราะต้องพบกับกองกำลังต่อต้านโดยชาวบ้านธรรมดา ๆ ทำให้ต้องเดินทัพล่าช้า โดยชาวบ้านที่แตกระสานซ่านเซ็นมารวมตัวกันที่บ้านระจัน โดยมี พ่อแท่น (ชุมพร เทพพิทักษ์) ผู้อาวุโสที่สุดเป็นแกนนำ และชาวบ้านฝีมือดีอย่าง อ้ายจัน (จรัล งามดี) อ้ายอิน (วินัย ไกรบุตร) อีสา (บงกช คงมาลัย) และ อ้ายทองเหม็น (บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์)

ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช 1 ภาคองค์ประกันหงสา ออกอากาศวันพุธที่ 7 ธันวาคม 2565 เวลา 20.30 น. ในปีพุทธศักราช 2106 พระเจ้าหงสาวดีบุเรงนอง (สมภพ เบญจาทิกุล) ทรงกรีฑาทัพเข้าตีราชอาณาจักรอยุธยาทางด่านระแหงแขวงเมืองตาก ทัพพม่ารามัญได้เข้ายึดครองหัวเมืองทางฝ่ายเหนือของราชอาณาจักรอยุธยาได้สำเร็จ ครั้งนี้ สมเด็จพระมหาธรรมราชา (ฉัตรชัย เปล่งพานิช) พระราชบิดาของ สมเด็จพระนเรศวร หรือ พระองค์ดำ จำต้องยอมอ่อนน้อมต่อพระเจ้าบุเรงนอง เพื่อไม่ให้ชีวิตของราษฎรมีอันตราย ศึกครั้งนั้น สมเด็จพระมหาจักรพรรดิ (ศรัณยู วงษ์กระจ่าง) พระเจ้าแผ่นดินอยุธยาทรงยอมเจรจาหย่าศึกกับพม่ารามัญ และยอมถวายช้างเผือกให้ทั้งหมด 4 เชือก ด้านสมเด็จพระมหาธรรมราชาได้ยอมอ่อนน้อมต่อ พระเจ้าบุเรงนอง จึงได้ถวายสมเด็จพระนเรศวรราชโอรสองค์โต ที่มีพระชนมายุได้เพียง 9 ชันษา ให้ไปเป็นองค์ประกันประทับยังหงสาประเทศเช่นกัน

ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ภาค 2 ตอน ประกาศอิสรภาพ  ออกอากาศวันพฤหัสบดีที่ 8 ธันวาคม 2565 เวลา 20.45 น. หลังจากพระเจ้าหงสาวดีบุเรงนอง (สมภพ เบญจาทิกุล) สิ้นพระชนม์ในปีพุทธศักราช 2124 พระเจ้านันทบุเรง (จักรกฤษณ์ อำมะรัตน์) ได้ขึ้นเสวยราชสืบต่อและได้สถาปนามังสามเกียดขึ้นเป็นรัชทายาทครองตำแหน่งมหาอุปราชแห่งราชอาณาจักรหงสาวดี เมื่อแผ่นดินหงสามีอันต้องผลัดมือมาอยู่ในปกครองของพระเจ้านันทบุเรง สัมพันธไมตรีระหว่างอยุธยาและหงสาวดีก็เริ่มสั่นคลอน ด้วยพระเจ้าหงสาวดีพระองค์ใหม่มิได้วางพระทัยในสมเด็จพระนเรศวร(วันชนะ สวัสดี) มิเพียงเท่านั้น สมเด็จพระนเรศวรยังได้ทรงแสดงพระปรีชาสามารถให้เป็นที่ปรากฏครั่นคร้าม ดังคราวนำกำลังทำยุทธนาวีกับพระยาจีนจันตุ พระเจ้านันทบุเรงทรงเกรงว่าสืบไปเบื้องหน้าสมเด็จพระนเรศวรจะเป็นภัยต่อพระราชวงศ์ มาร่วมติดตามความภาคภูมิใจในประวัติศาสตร์ และเหล่าวีรบุรุษผู้กล้าของไทยได้ทาง ทรูโฟร์ยู ช่อง 24 และทาง https://true4u.com/live

แมคลาเรน แบงคอก จัดกิจกรรมสุดพิเศษเพื่อเหล่าแฟนคลับ McLaren

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/696658

แมคลาเรน แบงคอก จัดกิจกรรมสุดพิเศษเพื่อเหล่าแฟนคลับ McLaren

แมคลาเรน แบงคอก จัดกิจกรรมสุดพิเศษเพื่อเหล่าแฟนคลับ McLaren

วันพุธ ที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 14.07 น.

บริษัท นิช คาร์ กรุ๊ป จำกัด นำโดย คุณแชมป์-วิทวัส ชินบารมี กรรมการผู้จัดการ ตัวแทนจำหน่ายรถซูเปอร์คาร์มากว่า 30 ปี โดยปัจจุบันได้สิทธิ์เป็นตัวแทนจำหน่าย แมคลาเรน (McLaren) ซูเปอร์คาร์สัญชาติอังกฤษอย่างเป็นทางการแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย ได้เชิญสื่อมวลชนและเหล่าแฟนคลับ แมคลาเรน เข้าร่วมกิจกรรมสุดพิเศษ The Artura First Track Experience in Thailand “ครั้งแรก” ของการเปิดตัวและสัมผัสสมรรถนะแบบเอ็กซ์คลูซีฟ กับซูเปอร์คาร์รุ่นใหม่ล่าสุด ที่ใช้พลัง Plug-In Hybrid และเป็นรุ่นแรกที่ใช้เครื่องยนต์สันดาปภายในด้วยเครื่อง V6 พร้อมร่วมกิจกรรมพิเศษ และร่วมสัมภาษณ์พิเศษตัวแทนผู้บริหาร ณ สนามแข่งรถปทุมธานี สปีดเวย์

แมคลาเรน (McLaren) ได้มีการเปลี่ยนชื่อเรียกคลาสของรถแต่ละรุ่นใหม่ จากเดิมที่จะแบ่งเป็น Sports Series, Super Series และ Ultimate Series ก็เปลี่ยนเป็น Grand Tourer Series (GT), Supercars Series และ Ultimate Series ขณะที่ McLaren Artura ซึ่งเปิดตัวในตลาดโลก เมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2021 นั้น เป็นการมาแทนที่ McLaren 570S ซึ่งแต่เดิมจะอยู่ในคลาส Sports Series แต่เมื่อเปลี่ยนรุ่นใหม่ก็อัปเกรดภาพลักษณ์ขึ้นมาอยู่ในกลุ่ม Supercars Series โดยมีตำแหน่งทางการตลาด สอดอยู่ตรงกลางระหว่าง McLaren GT กับ 720S นั่นเอง

โดย McLaren Artura นับเป็นรถยนต์คันแรกของค่ายแบบ Series–Production ที่ใช้ขุมพลัง PHEV แบบ High-Performance Hybrid (HPH) อีกทั้งยังเป็นคันแรกที่ใช้ platform ใหม่แบบ MCLA ที่มีน้ำหนักเบาเพียง 1,498 กิโลกรัม ส่งผลให้อัตราแรงม้าต่อน้ำหนักอยู่ที่ 488 แรงม้าต่อตัน

ส่วนไฮไลท์ของ McLaren Artura นั้น นับเป็น McLaren รุ่นที่สาม ที่ใช้ขุมพลัง Plug-in Hybrid โดยรุ่นแรกที่ออกมาก็คือ McLaren P1 ตามด้วยรุ่นที่สองคือ Speedtail ไฮเปอร์คาร์ที่ผลิตออกมาแบบจำนวนจำกัด นอกจากนั้นแล้ว ยังเป็น McLaren รุ่นแรกที่ใช้เครื่องยนต์สันดาปภายในแบบ V6 ใช้เกียร์แบบใหม่ ตัดชุดเฟืองเกียร์ถอยหลัง ใช้มอเตอร์ในการถอยรถแทน ใช้โครงสร้างตัวถังใหม่ McLaren Carbon Fibre Lightweight Architecture (MCLA) 82 กิโลกรัม รวมทั้งช่วงล่างหลังที่มีการออกแบบใหม่ทั้งหมด

Engine & Motor (เครื่องยนต์และมอเตอร์) เครื่องยนต์เบนซิน รหัส M630 V6 สูบ ทำมุม 120 องศา (เป็น V6 Production เครื่องแรกของโลกที่กางขนาดนี้) อัดอากาศด้วยเทอร์โบ Mono-scroll สองตัว วางระหว่างฝาสูบ ความจุเครื่องยนต์ 3.0 ลิตร 2,993 ซีซี. แรงม้าสูงสุด 585 แรงม้า(PS) แรงบิดสูงสุด 585 นิวตันเมตร

มอเตอร์ไฟฟ้า แบบ Axial Flux E-Motor พลัง 95 แรงม้า แรงบิด 225 นิวตันเมตร น้ำหนักแค่ 15 กิโลกรัม และ แบตเตอรี่ Li-On ความจุไฟฟ้า 7.4kWh น้ำหนักแบตเตอรี่ 78 กิโลกรัม

พลังรวมทั้งสองระบบ 680 แรงม้า ที่ 7,500 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 720 นิวตันเมตรที่ 2,250 รอบต่อนาที เรดไลน์ที่ 8,500 รอบต่อนาที ค่า CO2 129 กรัม/กิโลเมตร

จับคู่กับเกียร์คลัตช์คู่ 8 จังหวะ SSG-Seamless Shift Gearbox ไม่มีเกียร์ถอยหลัง (ใช้มอเตอร์ในการเลื่อนถอยหลัง) กำลังทั้งหมดถ่ายลงสู่ล้อคู่หลัง ใช้เฟืองท้ายแบบ E-Differential แบบใหม่ที่ไม่เคยใช้มาก่อนในรุ่นอื่น

McLaren สร้างเครื่องยนต์ให้มีจุดศูนย์ถ่วงต่ำ เครื่องยนต์ V6 จะมีความสูงน้อยกว่าเครื่องยนต์ V8 M840 ประมาณ 93 มิลลิเมตร บล็อคเครื่องยนต์สั้นลงกว่าเครื่องยนต์ V8 ประมาณ 150 มิลลิเมตร เมื่อรวมกับการตัดชุดเฟืองสำหรับเกียร์ถอยหลัง และโครงสร้างที่น้ำหนักเบา ทำให้แม้จะต้องแบกแบตเตอรี่เพิ่มสำหรับระบบไฮบริด น้ำหนักตัวรถก็ยังมากกว่า 720S ประมาณ 80 กิโลกรัม

McLaren Artura มีอัตราเร่งอยู่ที่ 0-100 km/h 3.0 วินาที ขณะที่อัตราเร่ง 0-200 km/h 8.3 วินาที (ช้ากว่า 720S 0.5 วินาที) รวมถึง Top Speed ความเร็วสูงสุด 330 km/h และความเร็วสูงสุดในโหมด EV อยู่ที่ 130 km/h

Dimension (มิติตัวรถ) ยาว x กว้าง x สูง : 4,539 x 1,913 x 1,193 มิลลิเมตร ระยะฐานล้อ wheelbase : 2,640 มิลลิเมตร น้ำหนักตัวรถ 1,498 กิโลกรัม (มาตรฐาน DIN และรวมเชื้อเพลิง 90% ในถังน้ำมันแล้ว)

Chassis & Suspension (ช่วงล่างและโครงสร้าง) ช่วงล่างเป็นแบบอิสระ 4 ล้อ

ช่วงล่างคู่หน้าเป็นแบบเดิมเหมือนรุ่นก่อนๆคือ double wishbone คู่หลังเป็นแบบใหม่คือ Multi-link  พร้อมระบบปรับความหนืดช่วงล่างอัตโนมัติ Proactive Damping Control และโครงสร้างตัวถัง เป็นแบบ McLaren Carbon Lightweight Architecture (MCLA) ทำจากคาร์บอนไฟเบอร์และอะลูมิเนียม ซึ่งโครงสร้างส่วนห้องโดยสารนั้น มีน้ำหนักเบาเพียง 82 กิโลกรัม ระบบบังคับเลี้ยว เป็นพวงมาลัยเพาเวอร์กึ่งไฟฟ้า Electro-mechanical Power Steering ระบบเบรกเป็น Carbon Ceramic Discs จานเบรกด้านหน้ามีขนาด 390 มิลลิเมตร มาพร้อมกับคาลิเปอร์ 6 Pot Monobloc ส่วนจานเบรกด้านหลังมีขนาด 380 มิลลิเมตร มาพร้อมกับคาลิเปอร์ 4 Pot EV Range = 30 กิโลเมตร ภายใน พวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่น ระบบ Infotainment ออกแบบให้หันเข้าหาคนขับ รองรับ Apple CarPlay

บริษัท นิช คาร์ กรุ๊ป จำกัด มุ่งหวังที่จะให้ McLaren Artura เป็นตัวผลักดัน ที่จะสามารถขยายยอดขาย McLaren ในไทยได้เพิ่มมากยิ่งขึ้น ด้วยกลยุทธ์ด้านราคาที่สูงกว่ารถสปอร์ตจากคลาสพรีเมียมเพียงไม่มากนัก เพื่อที่จะทำให้ลูกค้ากลุ่มที่เคยอุดหนุน Performance Car ในกลุ่มสิบล้านต้นๆ หันมาสนใจ McLaren กันมากยิ่งขึ้น เพื่อตอกย้ำความสำเร็จของแบรนด์ McLaren ในตลาดรถหรูของเมืองไทย

สุดยอดมาก! ‘เบสท์ คำสิงห์’เรียนจบ 3 ปีครึ่ง คว้าเกียรตินิยม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/696650

สุดยอดมาก! 'เบสท์ คำสิงห์'เรียนจบ 3 ปีครึ่ง คว้าเกียรตินิยม

สุดยอดมาก! ‘เบสท์ คำสิงห์’เรียนจบ 3 ปีครึ่ง คว้าเกียรตินิยม

วันพุธ ที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 13.24 น.

7 ธ.ค.65 เรียกได้ว่าทั้งสวย ทั้งเก่งครบเครื่องจริงๆ สำหรับ “เบสท์ คำสิงห์” หรือ “รักษ์วนีย์ คำสิงห์” ล่าสุดเจ้าตัวออกมาโพสต์รูปสวมชุดครุย พร้อมระบุว่าขณะนี้ตนเองเรียนจบปริญญาตรี คณะนิเทศศาสตร์ สาขาวิทยุ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ รังสิต แถมยังเรียนเพียง 3 ปีครึ่ง ได้รับเกียรตินิยมอีกต่างหาก ด้วยแคปชั่นสุดปลื้มว่า

“เรียนจบแล้ว!!!อีกความสำเร็จที่ขอเก็บเอาไว้ ผลการเรียนที่กว่าจะได้มา ..ขอบคุณตัวเองนะ “เบส คำสิงห์” 3ปีครึ่ง เกียรตินิยม จะเกิดขึ้นไม่ได้ ถ้าเราไม่สู้กับความตั้งใจของตัวเอง ขอบคุณที่เหนื่อยมาด้วยกัน ตั้งใจมาด้วยกันนะ (บอกตัวเองแล้วล่าสุด55555) การคุยกับตัวเองทำให้เรามีความสุขนะคะ

วันที่15 ธันวาคมนี้ เชิญทุกคนมาร่วมถ่ายรูปด้วยกันนะคะ ที่ ม.กรุงเทพ รังสิต จุดนัดพบ หอสมุดสุรัตน์ โอสถานุเคราะห์ ตั้งแต่เวลา 16:30น. เป็นต้นไป มาเจอกันเยอะๆ นะคะ”

‘เอื้อย พรสวรรค์’นุ่งบิกินี อวดหุ่นแซ่บเผ็ดยกกำลังสอง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/696625

'เอื้อย พรสวรรค์'นุ่งบิกินี อวดหุ่นแซ่บเผ็ดยกกำลังสอง

‘เอื้อย พรสวรรค์’นุ่งบิกินี อวดหุ่นแซ่บเผ็ดยกกำลังสอง

วันพุธ ที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 11.26 น.

7 ธ.ค.65 เป็นอีกหนึ่งสาวที่ดาเมจรุนแรงในเรื่องความเซ็กซี่ สำหรับเน็ตไอดอลสาว “เอื้อย พรสวรรค์” หวานใจ “อาร์ เดอะสตาร์” หรือ “อาร์ อาณัตพล ศิริชุมแสง” ที่ล่าสุดเจ้าตัวทำเอาหนุ่มๆ ใจสั่นออกมาสาดความแซ่บในชุดบิกินี  เผยให้เห็นทรวดทรงองค์เอวแบบเต็มๆ ตา ทั้งความอึ๋ม ทั้งงานหุ่น ที่บอกเลยว่าดูร้อนฉ่าในทุกชอต

‘เคิร์สตี แอลลีย์’เจ้าของรางวัลเอ็มมี่ เสียชีวิตด้วยโรคมะเร็ง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/696615

'เคิร์สตี แอลลีย์'เจ้าของรางวัลเอ็มมี่ เสียชีวิตด้วยโรคมะเร็ง

‘เคิร์สตี แอลลีย์’เจ้าของรางวัลเอ็มมี่ เสียชีวิตด้วยโรคมะเร็ง

วันพุธ ที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 10.13 น.

7 ธ.ค.65 เคิร์สตี แอลลีย์ ดาราอาวุโสผู้เป็นเจ้าของรางวัลเอ็มมี่ สาขานักแสดงหญิงยอดเยี่ยม จากบทบาทที่สร้างชื่อเสียงให้เธอในซีรีส์ยอดนิยมทางโทรทัศน์เรื่อง ‘Cheers’ เสียชีวิตแล้วในวัย 71 ปี เมื่อวันที่ 5 ธ.ค. ที่ผ่านมา หลังจากล้มป่วยด้วยโรคมะเร็งได้ไม่นานนัก

ตัวแทนของ แอลลีย์ ยืนยันข่าวการเสียชีวิตของเธอ ซึ่งลูก ๆ ของเธอได้ออกแถลงการณ์ผ่านบัญชีทางการของเธอบนทวิตเตอร์ โดยให้รายละเอียดว่า เธอเสียชีวิตที่ศูนย์รักษาโรคมะเร็งมอฟฟิตต์ ในรัฐฟลอริดา

ทรู และ ลิลลี ลูกชายและลูกสาวของ แอลลีย์ ระบุในแถลงการณ์แจ้งการเสียชีวิตของแม่ของพวกเขาว่า แอลลีย์ เพิ่งตรวจพบว่า ตนเองป่วยเป็นโรคมะเร็งเมื่อไม่นานมานี้ เธอต่อสู้กับโรคร้ายอย่างเข้มแข็ง โดยมีครอบครัวที่ผูกพันกันแน่นแฟ้นอยู่รอบตัว 

แอลลีย์ โด่งดังจากการรับบทบาท ‘รีเบคกา’ ในซีรีส์แนวซิทคอมทางสถานีโทรทัศน์เอ็นบีซีเรื่อง Cheers ซึ่งเธอเป็นหนึ่งในนักแสดงนำของเรื่องตั้งแต่ปี 2530-2536 ซึ่งเป็นผลงานที่ทำให้เธอได้รับรางวัลเอ็มมี่และรางวัลลูกโลกทองคำครั้งแรกในปี 2534 และได้รับรางวัลเอ็มมี่ครั้งที่ 2 ในปี 2537 จากบทบาทของเธอในภาพยนตร์ทางโทรทัศน์เรื่อง David’s Mother 

ต่อมา เธอยังได้แสดงนำในซีรีส์ของตัวเองเรื่อง Veronica’s Closet ที่ออกอากาศช่วงปี 2550-2553 ซึ่งทำให้เธอได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลลูกโลกทองคำและรางวัลเอมมี

นอกจากนี้ เธอยังเป็นที่รู้จักดีในบทบาทที่เธอแสดงนำร่วมกัน จอห์น ทราโวลตา ในภาพยนตร์ปี 2532 เรื่อง Look Who’s Talking (อุ้มบุญมาเกิด) ทั้ง 3 ภาค

ก่อนหน้าล้มป่วย เธอปรากฏตัวในฐานะผู้เข้าแข่งขันรายการเรียลิตี้โชว์แนวเต้นรำทางโทรทัศน์คือ Dancing with the Stars และรายการแข่งขันร้องเพลงคือ The Masked Singer

‘โตนนท์ วงศ์บุญ’ย้อนเล่าอดีตช่วงดังมากเคยหลงตัวเอง ใช้เงินวันละล้าน?

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/696605

'โตนนท์ วงศ์บุญ'ย้อนเล่าอดีตช่วงดังมากเคยหลงตัวเอง ใช้เงินวันละล้าน?

‘โตนนท์ วงศ์บุญ’ย้อนเล่าอดีตช่วงดังมากเคยหลงตัวเอง ใช้เงินวันละล้าน?

วันพุธ ที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 08.56 น.

โตนนท์ วงศ์บุญ ย้อนเล่าอดีตช่วงดังมากเคยหลงตัวเอง ใช้เงินวันละล้าน? พร้อมเคลียร์ข่าวเม้าท์ตอนนี้เป็นดาราตกอับจริงไหม

อดีตพระเอกดาวรุ่งช่องมากสี โตนนท์ วงศ์บุญ ที่วันนี้จะขอมาเปิดใจเคลียร์ข่าวเม้าท์เป็นนักแสดงตกอับ หลังตัดสินใจออกมาเป็นนักแสดงอิสระแล้วไม่เปรี้ยง พร้อมย้อนเล่าจุดสูงสุดหลงตัวเองหนักมาก ใช้เงินซื้อของเกือบล้านบาท ผ่านทางรายการ คุยแซ่บshow ทางช่อง วัน31 ที่มี พีเค ปิยะวัฒน์ และเบนซ์ พรชิตา เป็นพิธิกรดำเนินรายการ

ตอนนี้ออกมาเป็นอิสระ ออกมาดูแลตัวเอง ทำไมถึงตัดสินใจออกมา?

บอส : ที่ออกมาเป็นอิสระ ตอนช่วงที่เราอยู่สังกัดเก่าค่อนข้างจะรับงานเยอะ แล้วเจอเรื่องนู้น นี่นั่น มันทำให้เราเกิดความรู้สึกอึดอัด อยากจะลองอะไรใหม่ๆ ทำอะไรใหม่ๆ 

เรื่องนู้นนี่นั่น หมายถึงละครยากใช่ไหม?

บอส : ช่วงนั้นทางต้นสังกัดเขาให้งานเยอะ เยอะมาก เยอะจนไม่ได้พักเลยครับ 3 เดือน 6 เดือน ถ่ายละครทุกวัน อัดให้ๆ เราเลยรู้สึกว่ามันอยู่ตัว มันอิ่ม เมื่อก่อนถ่ายทีนึงข้ามไปอีกวันก็มี

เพราะเราดัง มีชื่อเสียง เป็นที่ต้องการของคนทั้งประเทศหรือเปล่า เขาถึงอัดให้ขนาดนั้น?

บอส : ผมว่าน่าจะเป็นช่วงมากกว่า ช่วงไหนมาเขาก็จะอัดงานให้เด็กคนนั้น ป้อนงานให้ เพราะจะให้เป็นที่รู้จัก

แต่วันนึงรู้สึกอิ่มตัวกับตรงนี้?

บอส : มันเป็นความติสท์ของผมมากกว่า เราทำงานเยอะแล้วอยากจะพักบ้าง

ได้ถามเพื่อน ถามผู้ใหญ่ ถามครอบครัวไหม?

บอส : ไม่ได้ถามครับ เราเข้าไปที่ช่องตอนที่หมดสัญญา ผู้ใหญ่เขาบอกว่า จะเอายังไง จะเป็นอิสระหรือจะยังไง ซึ่งเขาให้ละครมาก่อนเรื่องนึง แต่เราปฏิเสธ

เราสามารถบอกเขาเหลือ 2 เรื่องอย่างนี้ได้ไหม?

บอส : ตอนนั้นไม่ได้คิดครับ เด็กด้วย ช่วงที่เราเป็นวัยรุ่น เราหลงตัว คิดว่าตัวเองเก่ง เลือกได้ เราก็เลยขอหยุดดีกว่าพัก

ถ้าสมมติย้อนกลับไปบอกตัวเองได้ตอนนี้เลย เมื่อตอนนั้นที่เราฟุ้งหน่อย เรายังจะเลือกเป็นอิสระไหม?

บอส : ผมว่า ณ เวลาตอนนั้น เราคิดดีแล้ว ถ้าเกิดตอนนั้นเราทำอีกแบบผลที่เป็นปัจจุบันอาจจะเป็นอีกแบบหนึ่งก็ได้ ถ้าย้อนกลับไปผมก็อาจจะเลือกเหมือนเดิม

ที่เราถ่ายละครเหนื่อยๆ แบบนั้นทั้งหมดกี่ปี?

บอส : เต็มสัญญา 7 ปี ยาวเลยครับ ต้องขอบคุณทางช่องเก่าที่ให้โอกาสเราเยอะมากครับ ถ้าไม่มีช่อง7 ก็ไม่มีผมวันนี้

เป็นนักแสดงอิสระมา 5 ปี คนก็เม้าท์กันว่า โตนนท์ เป็นนักแสดงตกอับ ออกมาแล้วไม่เปรี้ยง ไม่มีงาน อยากจะบอกว่าไง?

บอส : ที่เขาบอกว่าไม่เปรี้ยงเนี่ย เหมือนเราไม่ได้เป็นตัวหลักมากกว่า เราไม่ได้เป็นพระเอกเหมือนเมื่อก่อนมากกว่าเราเลือกที่จะออกมารับบทอย่างอื่น เล่นร้าย มีงานหนึ่งเล่นเป็นพ่อแล้วก็มี คือเราอยากลอง จากเมื่อก่อนเราเล่นบนพระเอก เราเล่นจนมันชินแล้ว เป็นคนดี แต่พอวันหนึ่งเราได้เล่นเป็นตัวร้าย คือมันยาก

เป็นพระเอกติดกันมา 7 ปี เบื่อไหม?

บอส : ณ เวลานั้นไม่เบื่อครับ ด้วยความที่มันพราว เราเป็นพระเอก ทำอะไรก็ได้ แต่พอวันหนึ่งเราเริ่มเห็นคน เริ่มเห็นสังคม เห็นอะไรหลายๆ อย่าง ทำให้เราคิดว่าบางทีเราอาจจะหลง เราอาจจะผิดทาง เรารู้สึกว่าไม่ใช่ตัวเรา

รู้ได้ด้วยตัวเอง?

บอส : ครับ มันค่อยๆ มา 

นั่นคือหลายๆ คนพูดว่าเราเป็นดาราตกอับ แต่ที่เราเสียใจคือมีคนในวงการพูดด้วย?

บอส : เหมือนห้องแต่งตัว แล้วก็นั่ง เดินเข้า เดินออก มีคนพูด เข้าไปก็ได้ยินพอดี เราก็นั่งข้างหลังใส่แมสก์ 

พูดว่าอะไร?

บอส : เขาบอก นี่เหรอโตนนท์ ดาราตกอับแล้ว เราได้ยิน เพราะเรานั่งใส่แมสก์อยู่ข้างหลัง

คนนี้เป็นนักแสดงรุ่นใหญ่หรือยัง?

บอส : ไม่ครับ

เป็นนักแสดงใหม่?

บอส : ใช่ครับ 

แล้วเราตอบว่า?

บอส : ไม่ตอบครับ เขาก็มีสิทธิ์ มันก็เป็นเรื่องจริงในส่วนหนึ่งที่เขาพูด เขาก็มีสิทธิ์ที่จะคิดของเขา เรารู้ตัวเราดีกว่า เราเอาคำที่เขาว่ามา…ไม่เอาแล้ว หางานทำดีกว่า

โกรธไหม?

บอส : มันก็มีความรู้สึกครับ แต่ก็คิดว่าพูดจริง เอาคำพูดเขามาเป็นแรงผลักดันเรา เดี๋ยวจะกลับมานะ

ถ้าเขาดูอยู่อยากจะบอกอะไรเขา?

บอส : ขอบคุณครับ บางทีถ้าเราโดนด่ามา หรือว่าเราโดนพูดอะไรไม่ดี เราเอาคำพวกนั้น แทนที่จะเอามาใส่หัวเราทำให้เรารู้สึกแย่ มันก็จะแย่กับตัวเรา เอาคำพูดตรงนั้นมาเป็นแรงผลักดัน เหมือนเราจะแบบ พอแล้ว จะเลิก ไม่เอาแล้ว จะไม่ทำแล้ว กลายเป็นว่าคนพูดแบบนั้นทำให้เรากลับมาได้ เดี๋ยวเจอกัน

คิดว่าค้นพบสัจธรรมจากประโยคนี้?

บอส : ค้นพบครับ ทุกวงการแหละ มันมีคนที่ดีกับเรา หวังดีกับเราจริงๆ แต่เขาไม่ได้แสดงออกว่าดี เขาอาจจะดึเรา ด่าเรา หรือพูดไม่ดี แต่บางคนพูดดีกับเรา แต่ลึกๆ แล้วไม่ดีก็มีครับ

บอสบอกว่ามีช่วงติสท์ของผมด้วย มันติสท์ขนาดไหน?

บอส : มันก็เลือก ด้วยความที่เรารู้สึกเป็นพระเอก เลือกได้ อยากทำ อันนี้ไม่เอา อยากเลิกก็พอหยุด บางทีเขาให้ละครมา ไม่เอาไม่เล่น 

ไม่รับงาน 1 ปีเลยเหรอ?

บอส : มันจะมีอยู่ช่วงหนึ่งก่อนออก รู้สึกว่าตัวเรา อย่างที่มีข่าว เราเริ่มผอม คล้ำ เป็นโรคหรือเปล่า ไปทำอะไรมา ก็เลยรู้สึกว่าอยากพักก่อน อยากพักเรื่องความคิด อยากพักเรื่องสุขภาพร่างกายเราด้วย ขอหยุดแบบไม่ทำอะไรเลยปีนึง

1 ปีนั้นเรียกว่าเป็นช่วงเวลาความติสท์ของเราได้ไหม?

บอส : ผมเรียกว่าช่วงเวลาตกผลึกดีกว่า

ตอนนี้เราเลิกติสท์หรือยัง?

บอส : เลิกแล้วครับ เจอโควิดเข้าไปติสท์ไม่ออกเลยครับ คือก่อนที่จะโควิดเราเก็บเงินไว้ก้อนหนึ่ง กะจะลองทำอย่างอื่นบ้าง แต่พอโควิดเข้า เราคงทำไม่ได้แล้วล่ะ เอาเงินตรงนั้นเป็นค่าใช้จ่ายอย่างอื่นด้วย

ความลำบากก่อนเข้าวงการ ลำบากบาก หนึ่งในสาเหตุคือคุณพ่อเสีย?

บอส : ครับ ตอนนั้นผมอายุ 15 ปี 

พ่อเสียเพราะอะไร?

บอส : มอเตอร์ไซค์ล้มครับ แกเป็นความดันแล้วแกดื่มแอลกอฮอล์ ยังไงไม่รู้แกขี่มอเตอร์ไซค์แล้วความดันขึ้น แล้วก็ล้ม แล้วไปที่โรงพยาบาล ยังโทรมาหาผมอยู่เลยนะ แต่พอเราไปถึงโรงพยาบาลเขาปั๊มหัวใจแล้ว เราเข้าไปเห็นเลยว่าพ่อโดนปั๊ม

เราถึงโรงพยาบาลแล้วยังโทรมาหา?

บอส : ใช่ บอกว่ามารับหน่อย เราก็คิดว่าไม่เป็นไร

พอไปถึงช็อกไหม?

บอส : ช็อก ภาพเดียวที่ผมจำได้คือเขาปั๊มหัวใจพ่ออยู่ เราเห็นรองเท้า แล้วเอารองเท้ามานั่งกอดอยู่หน้าห้อง

วันนั้นหมอบอกว่า?

บอส : หมอบอกว่าไม่ฟื้นแล้วล่ะ จะให้ปั๊มต่อไหม

แล้วเราเป็นคนตัดสินใจเหรอ?

บอส : ตอนนั้นช็อกแล้วครับ ทำอะไรไม่ถูกเลย ร้องไห้ ด้วยความที่เราเด็กด้วย ไม่รู้จะทำยังไง

แล้วใครเป็นคนเคาะว่าปล่อยพ่อไป?

บอส : ไม่มีใครปล่อยครับ คือเราเห็นสภาพเลยว่าเขาไม่อยู่แล้ว

หลังจากวันนั้นชีวิตเปลี่ยนไปเยอะแค่ไหน?

บอส : เปลี่ยนเลยครับ จากที่เมื่อก่อนพ่อหาเงินได้เยอะ เพราะเขาทำงานเร่งรัดหนี้สิน แล้วช่วงหลังจากต้มยำกุ้งผ่านมาคนเป็นหนี้สินเยอะ เขาได้เงินมาเยอะ ดูแลครอบครัวได้ดีในระดับหนึ่งเลย พอวันหนึ่งเสาหลักล้ม แม่ที่ไม่เคยทำงานก็ต้องออกมาทำงาน แล้วก็มีหนี้ ก่อนที่เขาจะเสียเขากู้เงินมาก้อนหนึ่ง เพื่อไปสร้างบ้าน

หนี้ 13 ล้านใช่ไหม?

บอส : ครับ เยอะมาก ตอนนั้นหลักร้อยยังหาไม่ได้เลย

แล้วเกิดอะไรขึ้น บรรยากาศในบ้านเป็นยังไง?

บอส : มันเคว้งคว้างไปหมดเลย เราไม่รู้จะทำยังไง เราไม่รู้จะเริ่มชีวิตยังไง ปกติเลิกเรียน กลับบ้านขอเงินแม่ ขอเงินพ่อไปเล่นเกม พอวันหนึ่งเราไม่มีคนสอน คนชี้นำ เราไม่รู้จะทำอะไรเลย ทำอะไรไม่ได้

เห็นว่ามันแย่ขนาดที่ว่ามาม่าห่อหนึ่งต้องแบ่งกัน?

บอส : เอาผักกาดมาหั่น ใส่น้ำปลา เอาเข้าไมรโคเวฟกินกับข้าว บางทีมีมาม่าก็แบ่งกิน 2 คน

อันนี้คือส่วนหนึ่งของ 13 ล้านที่กู้ไปใช่ไหม?

บอส : ด้วยครับ หลายๆ คนจะบอกว่าเราเริ่มนับหนึ่งใหม่ แต่ตอนนั้นผมเป็นลบ13  หนักเลย

ด้วยความลำบากอันนี้แต่ก็มีความโชคดี เพราะเราได้เจอกับพี่เอ ศุภชัย?

บอส : ครับ คือด้วยความที่เราไม่มีเงิน เราเริ่มหาเงินด้วยการไปประกวดตามเวทีต่างๆ เพื่อจะหาเงินมาจุลเจือแล้วใช้ในชีวิตประจำวัน แล้วเด็ก 15-16 ไม่รู้จะไปทำงานอะไร แล้วสมัยนั้นไม่มีอินเตอร์เน็ต เราไม่รู้จะไปสมัครอะไร ทางเดียวที่เราเห็นคือประกวด แล้วมันได้เงินเป็นก้อน แล้วก็ไปเจอกับพี่เอผู้มีพระคุณ เขาก็ชักชวนให้มาเก็บตัวอยู่ที่บ้านแกที่กรุงเทพฯ

แล้วเจอพี่เอได้ไง?

บอส : ผมไปประกวดงานหนึ่งแล้วพี่เอเป็นกรรมการ 

เห็นแววตั้งแต่ตอนนั้น?

บอส : ใช่ครับ แรกๆ ก็ตัดสินใจอยู่นานเลย เพราะเราเด็กไม่รู้เรื่องเกี่ยวกับวงการ

หนีออกจาดบ้านพี่เอ2รอบเลยเหรอ ทำไม?

บอส : ครับ เหมือนเรามาอยู่แล้วเราไม่ได้ทำอะไร แต่พี่เอก็ให้ครูสอนแอคติ้งเข้าไปสอนทุกอย่าง ยันเวลากินข้าวมารยาทอะไรอย่างนี้เขาก็สอน เราเป็นเด็ก ความคิดเราคือเรามาแล้วต้องได้ทำงานทันที เราต้องได้ละคร เพราะว่าเราต้องหาเงิน แต่พออยู่ๆ ไป ด้วยที่ว่าเราไม่เคยอยู่ในกฎเกณฑ์ เราเจอกฎเกณฑ์จากบ้านพี่เอ เขาจะมีกฎให้ระวังเด็ก เราเริ่มอึดอัดก็เลยหนีกลับ

แต่ก็ยังกลับมานิ?

บอส : เขาโทรมาบอกว่ากลับมา พูดดีกับเรา ทำความเข้าใจ มาบอกแม่ แม่ก็มาบอกเรา เราก็เลยกลับ

แล้วหนีกลับรอบ2 เพราะอะไร?

บอส : ก็เหมือนเดิม

แต่รอบ2 เราก็กลับมาอีก?

บอส : ครับ 

อะไรทำใฟ้เราอยู่?

บอส : ผมก็ไม่รู้เหมือนกัน

เราเริ่มเข้าใจชีวิต หรือเริ่มเข้าใจสิ่งที่พี่เอกำลังสอน?

บอส : คือเรากลับไปที่เชียงใหม่ไม่รู้จะทำอะไร ด้วยความเราเด็ก เราไม่รู้จะไปทำงานอะไร เราเห็นช่องทางตรงนี้เลยเกิด ฮึบ ลองอีกที แล้วกลับมารอบ2 ก็ได้งานจริงๆ 

ได้เงินเยอะ วันหนึ่งช้อปปิ้งเป็นล้าน?

บอส : เป็นล้านคือไปซื้อมอเตอร์ไซค์ ไม่ใช่ซื้อกระเป๋า ซื้อเสื้อผ้า

ซื้อมอเตอร์ไซค์ก่อนซื้อบ้าน ทำไมไม่ซื้อบ้าน แล้วซื้อรถที่ขับไปทำงานได้ก่อน?

บอส : ผมทำงานในวงการแล้วมันได้เงินเยอะ ด้วยความที่เราไม่เคยมีเงิน เคยมีเงินติดตัวแค่หลักสิบ หลักร้อย วันหนึ่งเราได้มาเป็นแสนอย่างนี้ แล้วเรามีความฝันตอนเด็กๆ วันหนึ่งเราขี่ระผ่านห้างที่เชียงใหม่ เราก็จะมอง มันจะมีรถอยู่คันนึง เรามองมันตั้งแต่เด็กแล้ว เราอยากได้ เราเห็นตั้งแต่เด็ก แล้ววันหนึ่งมันมีเพื่อนพาไปที่เต้นท์รถ แล้วเราเห็นเห้ย…เนื้อคู่

ฝากดงดอกไม้หน่อย?

บอส : ดงดอกไม้ เมื่อคืนโดนเทอาหารหมาไปแล้ว ขอฝากด้วยครับ เส้นทางจะเป็นยังไง จะร้ายอีกขนาดไหน ยังไงฝากด้วยครับ

ติดตามชมรายการคุยแซ่บShow ทุกวันจันทร์-วันศุกร์  เวลา13.15-14.15 น. ทางช่อง one31 Facebook Page : คุยแซ่บShow รับชมย้อนหลังได้ที่ Youtube Channel : Orange Mama

‘โอ-อนุชิต’ จัดเต็มบทบาทคอมเม้นเตเตอร์ ร่วมค้นหานักแสดงใน ‘ฮอต ยัง สตาร์ อันบ๊อกซ์’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/696512

‘โอ-อนุชิต’ จัดเต็มบทบาทคอมเม้นเตเตอร์ ร่วมค้นหานักแสดงใน ‘ฮอต ยัง สตาร์ อันบ๊อกซ์’

‘โอ-อนุชิต’ จัดเต็มบทบาทคอมเม้นเตเตอร์ ร่วมค้นหานักแสดงใน ‘ฮอต ยัง สตาร์ อันบ๊อกซ์’

วันพุธ ที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ทำเอาโซเชียลลุกเป็นไฟ เมื่อรายการแคสติ้งเรียลิตี้สุดร้อนแรง HOT YOUNG STAR “UNBOXED” (ฮอต ยังสตาร์ “อันบ๊อกซ์”) เปิดตัวโฉมหน้ากรรมการแบบยกชุด จนกลายเป็นประเด็นร้อนที่เซอร์ไพรส์คนดู นำโดย “ครูหลี่เจิน-ณัชชานิษฐ์ จิรรุ่งโรจน์” พร้อม “หญิง-รฐา โพธิ์งาม” และ “โอ-อนุชิต สพันธุ์พงษ์” นักแสดงเจ้าบทบาทฝีมือดีความสามารถรอบด้าน การันตีด้วยรางวัลนักแสดงชายแห่งปีงานประกาศผลรางวัล ไนน์เอ็นเตอร์เทน อวอร์ด 2019 อีกทั้งยังได้รับการเสนอชื่อชิงในอีกหลายๆ รางวัล อาทิ รางวัลตุ๊กตาทอง สาขานักแสดงนำฝ่ายชาย และ รางวัลภาพยนตร์แห่งชาติ สุพรรณหงส์ ประจำปี พ.ศ. 2547 สาขานักแสดงนำฝ่ายชายยอดเยี่ยมด้วย ซึ่ง โอ-อนุชิต เผยว่า

“จริงๆ โออยากทำมานานแล้วคอมเมนเตเตอร์ น่าสนใจมาก พอมีคนติดต่อมาก็โอเคเลยซึ่งโอมองว่าความพิเศษของตัวรายการ คือการหาคนที่หน้าตาดีที่มีความสามารถ ทุกเพศ ซึ่งมันน่าสนุกนะ แต่ท้ายที่สุดสิ่งที่พิเศษอาจเป็นน้องที่มาสมัคร น้องๆ อาจทำให้รายการของเราดูพิเศษ นั่นละครับเราต้องมาร่วมมือกันทำให้มันพิเศษซึ่งโอก็จะนำประสบการณ์ทั้งเบื้องหน้าและเบื้องหลัง มาบอกเล่าให้น้องๆ ฟัง แล้วโปรเจกท์ที่น้องๆ จะต้องเข้าร่วมเมื่อผ่านเข้ารอบกันมาแล้ว ก็เป็นโปรเจกท์ที่ค่อนข้างเซ็กซี่ ส่วนตัวโอเคยรู้สึกว่าบทแบบนี้มันดูเปลืองตัว ใครๆ ก็เล่นได้ แต่ตอนที่ได้เล่นจริง ในหนังเรื่องมะลิลา ต้องแก้ผ้าถ่ายฉากเลิฟซีนกับคนอื่น ต่อหน้าคนอื่น พอถ่ายฉากนั้นเสร็จโอบอกผู้กำกับเลยเรารู้สึกผิดมาก ที่เคยไปด้อยค่าคนเล่นเลิฟซีนเพราะจริงๆ มันคือ 1 ในซีนที่ยากที่สุดในบรรดาการแสดงทั้งหมดที่เคยทำมา มันต้องละทิ้งการเป็นตัวเองและโอก็หวังว่าจะสามารถแชร์สิ่งเหล่านี้ให้กับน้องๆ ได้ อีกเรื่องคือโออยากให้น้องๆ เข้าใจในรายการ เรื่องการตำหนิ หรือติ อยากให้มองว่าเป็นการติเพื่อก่อ ตำหนิเพื่อปรับปรุง มันก็คือการเรียนรู้ซึ่งกันและกัน และมันจะสามารถพัฒนาไปด้วยกันได้ การพูดตรงๆ บางอย่าง ไม่อยากให้เสียใจหรือท้อใจอยากให้ทุกคนเต็มที่กับมันครับ”

โดย “โอ-อนุชิต” ยังกล่าวถึงความสนุกที่คนดูจะได้รับด้วยว่า “คนดูจะได้เห็นการทำงานจริงๆ เราอาจจะเคยเห็น ฉากในละคร ฉากแอ๊กติ้งในซีรี่ส์-หนัง แต่ถ้าเราได้เห็นการทำงานจริงๆ แบบทุกรายละเอียด คนที่เหมาะสมในบทบาทนั้นอาจจะได้รับบทนั้นมากกว่าคนที่หน้าตาดีที่อาจจะไม่เหมาะ เพราะบางทีบางบทอาจจะไม่ต้องการคนสวยขนาดนั้น ท้ายที่สุดการแสดงมันมีเสน่ห์ของมัน จะทำให้คนธรรมดาคนหนึ่งเท่ไปเลย เอาเป็นว่าการแสดงมันมีเสน่ห์สามารถทำให้เราเป็นอะไรก็ได้ อยากให้ทุกคนได้เต็มที่กับตัวเอง ส่วนโอก็จะคอยช่วยเหลือและพยายามเอาความรู้จากประสบการณ์ที่มีกว่า 20 ปีในด้านนี้มาทำให้พวกคุณเป็นดาวดวงใหม่ที่เปล่งประกายครับ” ติดตามรายการแคสติ้งเรียลิตี้HOT YOUNG STAR “UNBOXED” (ฮอต ยัง สตาร์ “อันบ๊อกซ์”) ร่วมลุ้นว่าใครที่จะคว้าเงินรางวัลไปครอบครองรวมถึงได้เซ็นสัญญาเป็นนักแสดงในสังกัดเร็วๆ นี้ทาง MONOMAX (โมโนแมกซ์)

ปรบมือให้ ‘แคร์-วงศ์วชิรา’ อินกับบท ‘เชี่ยว’ ฟิตหุ่นตามคาแร็กเตอร์!

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/696509

ปรบมือให้ ‘แคร์-วงศ์วชิรา’ อินกับบท ‘เชี่ยว’ ฟิตหุ่นตามคาแร็กเตอร์!

ปรบมือให้ ‘แคร์-วงศ์วชิรา’ อินกับบท ‘เชี่ยว’ ฟิตหุ่นตามคาแร็กเตอร์!

วันพุธ ที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

อีกหนึ่งนักแสดงที่พลิกคาแร็กเตอร์ให้คนดูได้ว้าวกันในละคร “ลายกินรี”ช่อง 3 นั่นก็คือหนุ่มฮอตหุ่นแซ่บ“แคร์-วงศ์วชิรา เพชรแก้ว” เรื่องนี้เขาสวมบทเป็น “เชี่ยว”กุลีขนถ่ายสินค้าจากเรือของกปิตันปอล แต่ตอนกลางคืนเขาทำงานที่โรงอาบน้ำบุรุษ ถือได้ว่าเป็นบทบาทแปลกใหม่สำหรับตัวหนุ่ม “แคร์-วงศ์วชิรา” ที่หลายคนไม่เคยเห็นซึ่งเจ้าตัวเผยว่า

“คาแร็กเตอร์เชี่ยวท้าทายมากครับค่อนข้างไกลตัวเพราะเราต้องเล่นแบบมีความสาว เป็นคนทำทุกอย่างเพื่อให้ได้เงินมาและคาแร็กเตอร์นี้ยากตรงที่เราจะหลอกคนดูว่าเราเป็นคนยังไงจะสื่อออกไปแบบไหนซึ่งบทบาทที่เราเคยเล่นมาแต่ละอย่างคือโหดๆ ทั้งนั้น มาเรื่องนี้คือพลิกบทบาทเลย ต้องทำการบ้านหนักด้วยเพราะเราต้องประกบรุ่นใหญ่อย่าง พี่ณเดชน์ พี่เดวิด พี่อเล็กซ์ และอีกหลายๆ คน ทำให้ผมได้เรียนรู้อะไรเยอะมากจากนักแสดงรุ่นพี่ในเรื่องนี้ครับที่สำคัญผมเป็นคนที่ปรับเปลี่ยนหุ่นตัวเองไปตามคาแร็กเตอร์ คือตัวละครเชี่ยวไม่ได้มีเวิร์กช็อปแต่จะมีเรื่องของหุ่นที่ผมต้องเปลี่ยนให้ดูผอมบางอ่อนช้อยซึ่งคาแร็กเตอร์แต่ละเรื่องก็ไม่เหมือนกันหุ่นเราก็จะปรับเปลี่ยนตามคาแร็กเตอร์นั้นๆ อาจมีช่วงที่เราดูอวบขึ้นมาแต่มันคือกระบวนการที่ผมตั้งเป้าหมายไว้แล้วเราไม่จำเป็นต้องบอกทุกคนว่าเราทำไปทำไมแต่เรารู้จุดหมายของเราว่าทำไปเพื่ออะไรและวันหนึ่งพอหุ่นเราลดลงคนก็จะเห็นว่า เฮ้ย คุณอินกับคาแร็กเตอร์คุณมีความรับผิดชอบกับตัวละครจริงๆ ซึ่งตรงนี้ทำให้ผมรู้สึกภูมิใจในตัวเอง รู้สึกว่าตัวเองได้มีการพัฒนามากขึ้นไม่ว่าเป็นจะเรื่องการดูแลตัวเอง เรื่องของบทบาทที่เราได้เล่นแต่ละบทบาทมันเป็นสิ่งที่ท้าทายเราในทุกๆ เรื่องอยู่แล้วครับ” นอกจากจะมีละคร “ลายกินรี” ที่กำลังออนแอร์อยู่ในตอนนี้แล้ว “แคร์-วงศ์วชิรา” เกาะสวรรค์”, “ดุจอัปสร” จากละครชุด “ดวงใจเทวพรหม” และ “พรายรามัญ” ยังมีผลงานอื่นๆ ที่กำลังถ่ายทำอีกเพียบ อาทิ “อุบัติรัก

‘พงษ์สิทธิ์ คำภีร์’ฉลองเส้นทางตำนานเพลงรัก กับ‘คอนเสิร์ต 35 ปี คำภีร์…ถึงเพื่อน’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/696511

‘พงษ์สิทธิ์ คำภีร์’ฉลองเส้นทางตำนานเพลงรัก กับ‘คอนเสิร์ต 35 ปี คำภีร์...ถึงเพื่อน’

‘พงษ์สิทธิ์ คำภีร์’ฉลองเส้นทางตำนานเพลงรัก กับ‘คอนเสิร์ต 35 ปี คำภีร์…ถึงเพื่อน’

วันพุธ ที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

“ปู-พงษ์สิทธิ์ คำภีร์” เตรียมจัดคอนเสิร์ตสุดยิ่งใหญ่ “35 ปี คำภีร์…ถึงเพื่อน” ณ อิมแพ็ค อารีน่า เมืองทองธานี 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2566 เปิดเวทีสุดมันให้ผองเพื่อนและแฟนเพลงได้ร่วมฉลองการทำงานบนเส้นทางเพลงเพื่อชีวิตครบ 35 ปี เปิดขายบัตรวันนี้ ที่ AllTicket พิเศษ!

“ปู-พงษ์สิทธิ์ คำภีร์” พร้อมด้วย คุณคาล คงขำ หัวเรือใหญ่ บ.วอร์นเนอร์ มิวสิค (ประเทศไทย) จำกัด เปิดบ้านต้อนรับสื่อมวลชนแถลงข่าวคอนเสิร์ตสุดยิ่งใหญ่ “35 ปี คำภีร์…ถึงเพื่อน” ที่จะจัดขึ้น ณ อิมแพ็คอารีน่า เมืองทองธานี มั่นใจแสง สี เสียงสุดอลังการเพื่อเฉลิมฉลองการทำงานครบ 35 ปี ของ ปู-พงษ์สิทธิ์ คำภีร์ ตลอดระยะเวลา 35 ปี บนเส้นทางสายดนตรี เป็นเจ้าของผลงาน 19 สตูดิโออัลบั้ม และอีกกว่า 40 อัลบั้มพิเศษ ผลิตบทเพลงมามากมายนับพัน และมีบทเพลงที่ได้รับความนิยมมากมายตั้งแต่ขวบปีแรกในการทำงานจนกระทั่งถึงวันนี้มีแฟนเพลงที่รักและศรัทธาหลากหลายเจเนเรชั่นเป็นเจ้าของสมญานาม “เจ้าพ่อเพลงรักเพื่อชีวิต” และเป็นหนึ่งในตำนานเพลงเพื่อชีวิตที่ยังคงสร้างสรรค์ผลงานใหม่ๆ มาจนถึงปัจจุบัน

35 ปี บนเส้นทางเพลงเพื่อชีวิต มีมิตรสหายที่รักมากมาย ตั้งแต่รุ่นพ่อ รุ่นพี่ รุ่นเพื่อน ไปจนถึงรุ่นหลาน ทุกคนล้วนแต่เป็น “เพื่อน”ที่ให้การอุปการะลูกผู้ชายที่ชื่อว่า ปู-พงษ์สิทธิ์คำภีร์ มาโดยตลอด และในโอกาสครบรอบ 35 ปีนี้จึงเป็นหมุดหมายที่ดีที่จะมอบความสุขคืนให้กับเพื่อนๆ ผ่านคอนเสิร์ตสุดยิ่งใหญ่อลังการเต็มไปด้วยความตื่นเต้น เร้าใจ และลึกซึ้งในแบบฉบับพงษ์สิทธิ์ คำภีร์ กับ คอนเสิร์ต 35 ปีคำภีร์…ถึงเพื่อน

ปู-พงษ์สิทธิ์ กล่าวกับแฟนเพลงเสมอว่า “ถ้าไม่มีพี่น้องหนุนหลัง ผมคงไม่ได้มาไกลขนาดนี้” ในขณะเดียวกันตลอดระยะเวลา 35 ปี บทเพลงจากลูกผู้ชายที่ชื่อ “พงษ์สิทธิ์ คำภีร์” ก็ได้สร้างความหวัง กำลังใจให้กับแฟนเพลงและมวลชน ทำให้หลายคนมีพลังต่อสู้ชีวิต เกิดเป็นความรัก ความผูกพันและความปรารถนาดีให้กันเสมอ จึงเป็นโอกาสอันดีที่พี่น้องผองเพื่อนปู จะได้พบกันที่คอนเสิร์ต 35 ปี คำภีร์…ถึงเพื่อน เพื่อย้ำเตือนความผูกพัน และสนุกสนานไปด้วยกันอย่างที่เคยเป็นมา ณ อิมแพ็ค อารีน่า เมืองทองธานี ในวันเสาร์ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2566 เวลา 19.00 น. พี่ปูฝากถึงผองเพื่อนว่า “มากันเยอะๆ มันแน่นอน”

คอนเสิร์ต 35 ปี คำภีร์…ถึงเพื่อนจำหน่ายบัตรราคา 3,500/2,500/2,000/1,500 และ 1,000 บาท ซื้อบัตรได้ที่ www.allticket.com และ Counter Service All Ticket ในร้าน 7-Eleven ทุกสาขา ตั้งแต่วันนี้ เป็นต้นไป บัตรราคา 3,500 บาท รับเสื้อยืดที่ระลึกลายพิเศษสุด Exclusive ไม่มีจำหน่าย ผลิตจำนวนจำกัด