ฟลาเมงโก แบงคอกสกายบาร์กลิ่นอายละติน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/695141

ฟลาเมงโก แบงคอกสกายบาร์กลิ่นอายละติน

ฟลาเมงโก แบงคอกสกายบาร์กลิ่นอายละติน

วันอังคาร ที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 19.48 น.

ฟลาเมงโก แบงคอกสกายบาร์กลิ่นอายละติน

FLAMENCO BANGKOK (ฟลาเมงโก แบงคอก) หยิบเอามนต์เสน่ห์เอกลักษณ์ทางวัฒนธรรม ดนตรี และศิลปะร่วมสมัยสไตล์โมเดิร์น มานำเสนอในมุมมองใหม่ ๆ ที่ให้กลิ่นอายของความเป็นละตินจากทั่วทุกมุมโลก ภายใต้คอนเซ็ปต์ Without Passion Life is Nothing มาพร้อมรูฟท็อปบาร์และวิว 180 องศา บนชั้น 9 ศูนย์การค้า ดิ เอ็มควอเทียร์

ทันที่ที่ก้าวสู่ ฟลาเมงโก แบงคอก คุณจะรู้สึกได้ถึงความหลุดพ้นจากความเหนื่อยล้าในการทำงานและความวุ่นวายของการจราจรในเมืองใหญ่ บนพื้นที่กว่า 800 ตร.ม. แบ่งออกเป็นหลากหลายสไตล์ไม่ว่าจะเป็นโซน In-Door แกรนด์ฮอลล์ขนาดใหญ่ ที่ประดับด้วย Chandelier Crystals, โซน Lounge ความโมเดิร์นสไตล์ในพื้นที่ที่เป็นส่วนตัว, โซน Live Stage เต้นให้สุดไปกับไลฟ์มิวสิคสไตล์ละติน รุมบ้า และแซมบ้า รวมไปถึงความสนุกสนานจากดีเจชื่อดัง แล้วปิดท้ายด้วยโซน Out-Door รูฟท็อปบาร์ที่เปิดโอกาสให้ทุกคนแวะเข้ามาดื่มด่ำบรรยากาศยามเย็นกับวิวสวย ๆ ใจกลางเมือง

นอกจากบรรยากาศต่าง ๆ ที่ใส่ใจในการออกแบบ เเพื่อให้ที่นี่กลายเป็นอีกหนึ่ง Destination แห่งใหม่ใจกลางเมืองแล้ว ทางร้านยังพิถีพิถันในการคัดสรรเมนูอาหารสไตล์ละตินและสเปน ปรุงด้วยวัตถุดิบคุณภาพดีสดใหม่จากหลากหลายแหล่งนำมารังสรรค์เป็นจานพิเศษ พร้อมให้ซึมซับกลิ่นอายของความเป็นลาติโน่ ไม่ว่าจะเป็นเมนู อาทิ Jalapeño Popper (Four cheese stuffed chipotle mayo) พริกเม็กซิกัน (Jalapeño) ผิวผลสีเขียวเข้มเนื้อหนาและแน่น เมื่อแก่ผิวจะแตกลาย มีรสเผ็ด อุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุต่างๆ มีสารแคปไซซิน (Capsicin) ที่มีฤทธิ์ต้านเชื้อแบคทีเรียช่วยให้การไหลเวียนของเลือดดีขึ้น ลดการสะสมของไขมัน บรรเทาอาการไข้หวัดเนื่องจากมีวิตามินซีสูงจึงช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคมะเร็งได้นำมาปรุงรสยัดไส้ชีส 4 อย่าง พร้อมอีกหลากหลายสูตรเด็ด เป็นอีกหนึ่งจานท่านเล่นยอดนิยมของทางร้าน Lamb Greek salad (Grill lamb loin Mexican dressing) กรีกสลัดใส่เนื้อแกะ สไตล์แม็กซิกัน ได้รสเปรี้ยวจากบัลซามิก

Grilled king fish (Butternut purée tomato salad white wine lemon sauce) ปลาคิงฟิชนี้เป็นปลาที่มีพลังมากเมื่ออยู่ใต้น้ำ แต่นุ่มละมุนเมื่ออยู่บนจาน ยิ่งปรุงรสแบบพิเศษยิ่งเพิ่มรสชาติความอร่อยSeafood paella (Shrimp,cuttle fish, black mussel Chorizo smoked paprika) ปาเอญ่า ข้าวผัดสเปน คนรักข้าวผัดสเปนห้ามพลาด มาทานปาเอญ่าจานพิเศษ เสิร์ฟร้อนๆ  ที่จะมาทำปาเอญ่าสูตรพิเศษอันเป็นเอกลักษ์เฉพาะตัวในกระทะปาเอญ่ายักษ์  Smoke Pork rib (Smoked full rib Mac and cheese grilled corn) ซี่โครงหมูรมควัน หนักคลุกเคล้าด้วยเครื่องเทศจนได้ที่หอมกรุ่นจนติดใจ เนื่อนุ่มละลายในปาก

ส่วนเมนูของหวานอย่าง Margarita Cheese Cakeชีสเค้กสีสันสดใสของสีเขียวหวานน้อยอร่อยละมุน รสเปรี้ยวเบาๆ ของมะนาว ทำให้ทานได้อย่างเพลิดเพลิน, Warm churros (Cocoa crumble and dip) ชูโรสหรือปาท่องโก๋สเปน ดิปกับซอสช็อกโกแลตเข้ากันเป็นอย่างดี รวมไปถึงเครื่องดื่มต่าง ๆ ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวจากบาร์เทนเดอร์มากฝีมือ มานำเสนอความแปลกใหม่ให้ทุกคนได้ลิ้มลอง

เมื่อพูดความเป็นละติน ขาดไม่ได้กับดนตรีและเพลงละตินอันสนุกสนาน โดยวง Siam Cubano และบีทส์อันเร้าใจจากดีเจชั้นแนวหน้าอย่าง BANGKOKINVADERS หรือสนุกไปกับดนตรีจากทีมดีเจชั้นนำระดับประเทศ อาทิ ทุกวันพุธมาชาร์จแบตกลางสัปดาห์ พบกับอุณหภูมิที่เซ็กซี่โอบกอดที่อบอุ่นของ KINGSIZE, MO-FUNK and ALEX ZALDUA

FLAMENCO BANGKOK (ฟลาเมงโก แบงคอก) ตั้งอยู่ที่ชั้น 9 ศูนย์การค้า ดิ เอ็มควอเทียร์ (รถไฟฟ้า BTS สถานีพร้อมพงษ์) เปิดบริการวันพุธ เวลา 21.00 เป็นต้นไป และวันพฤหัสบดี ถึง วันเสาร์ เปิดเวลา 19.00 น. เป็นต้นไป สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม สำรองโต๊ะได้ที่ 02-003-6006

มูลนิธิเกษตรกรรมยั่งยืน จัด ‘พลังตลาดเขียว ระบบนิเวศอาหารปลอดภัย’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/695109

มูลนิธิเกษตรกรรมยั่งยืน  จัด ‘พลังตลาดเขียว ระบบนิเวศอาหารปลอดภัย’

มูลนิธิเกษตรกรรมยั่งยืน จัด ‘พลังตลาดเขียว ระบบนิเวศอาหารปลอดภัย’

วันอังคาร ที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 17.36 น.

คนรุ่นใหม่ตื่นตัว ชิม ช้อปสินค้าอาหารปลอดภัย  ส่งตรงจากสวนเกษตรกร ถึงมือผู้บริโภค  ปี 2566 สสส.เล็งทำงานร่วมกับท้องถิ่นเพิ่มพื้นที่ตลาดเขียว – พัฒนาให้อยู่ในแพลตฟอร์มออนไลน์  พร้อมปลูกฝังแนวคิดร่วมสมัยสร้างความเป็นธรรม ลดความเหลื่อมล้ำ หวังให้ตลาดเขียวเข้าไปอยู่ในใจคนรุ่นใหม่

เมื่อเร็วๆ นี้ สวนผักคนเมือง มูลนิธิเกษตรกรรมยั่งยืน  สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และภาคีเครือข่าย จัดเสวนา “พลังตลาดเขียว ระบบนิเวศอาหารปลอดภัย”  ณ City Farm Market มูลนิธิเกษตรกรรมยั่งยืน ไทรม้า จ.นนทบุรี  โดย ทพญ.จันทนา อึ้งชูศักดิ์ ประธานกรรมการกำกับทิศแผนอาหารเพื่อสุขภาวะ สสส. เปิดการเสวนาตอนหนึ่งถึงพลังตลาดเขียว เปรียบเหมือนโซ่ข้อกลางที่ทำหน้าที่ช่วยกระจายอาหารปลอดภัย จากผู้ผลิตถึงผู้บริโภค

ทพญ.จันทนา กล่าวถึงสิ่งที่เหมือนๆกันของตลาดเขียวในเมือง ตลาดเขียวในชนบท และตลาดเขียวในห้างสรรพสินค้า ก็คือเป็นพื้นที่จำหน่ายสินค้าเกษตรปลอดสารพิษ เกษตรกรตัวจริงมาจำหน่ายสินค้าเอง ทำให้ผู้บริโภคมั่นใจว่า ได้อาหารที่ปลอดภัยแน่นอน และสร้างพื้นที่ทางสังคม เป็นแหล่งบริการความรู้ ดังนั้น ตลาดเขียว จึงเป็นมากกว่าพื้นที่จำหน่ายสินค้า

“ปี 2566 สสส.จะรณรงค์ทำให้เรื่องตลาดเขียวเป็นรูปธรรมมากขึ้น จากข้อมูลปัจจุบันทั่วประเทศมีพื้นที่ตลาดเขียวต้นแบบเกิดขึ้นแล้วไม่ต่ำกว่า 88 แห่ง ใน 19 จังหวัด และยังมีตลาดเขียวในโรงพยาบาลอีกว่า 300 แห่ง ซึ่งความท้าทายอนาคตทำอย่างไรให้ตลาดเขียวเติบโต กระจายให้กว้างขวางมากยิ่งขึ้น เช่น อาจทำงานร่วมกับท้องถิ่นเพื่อเพิ่มพื้นที่ตลาดเขียว  การพัฒนาตลาดเขียวให้อยู่ในแพลตฟอร์มออนไลน์ และการสร้างมุมตลาดเขียวร่วมไปกับตลาดปกติ เป็นต้น”

ขณะที่ นางทัศนีย์ วีระกันต์ จากมูลนิธิเกษตรกรรมยั่งยืน (ประเทศไทย) กล่าวถึงพัฒนาการตลาดเขียวจากอดีตถึงปัจจุบัน มีจุดเริ่มต้นมาตั้งแต่ปี 2528 เป็นกระบวนการทำงานผลักดันให้เกิดความยั่งยืนและระบบอาหารของประเทศ เป็นส่วนสำคัญของความมั่นคงทางอาหารจะใช้คำว่า ตลาดทางเลือก เกษตรกรรมทางเลือก เกษตรกรรมยั่งยืน กสิกรรมไร้สารพิษ กสิกรรมธรรมชาติ ซึ่งในปัจจุบันกำลังพัฒนาให้เกิด พรบ.เกษตรกรรมยั่งยืน เป็นวิถีที่เกษตรกรรมที่คงไว้ซึ่งธรรมชาติและดำรงไว้ซึ่งความสุขของระบบนิเวศน์

“ในอดีตองค์กรพัฒนาเอกชนหลายองค์กร เคยเปิดเป็นร้านค้า เจ๊งกันเป็นแถว ปัจจุบันรูปแบบตลาดนัดสีเขียว ซึ่งไม่จำเป็นต้องมีผลผลิตจำนวนมาก ในมุมมองคิดว่า เป็นรูปแบบที่เหมาะสมที่สุดแล้ว”

ส่วน นางวัลลภา แวน วิลเลียนส์วาร์ด โครงการบูรณาการเพื่อหนุนเสริมยุทศาสตร์แผนอาหาร กล่าวถึงตลาดเขียวว่า เป็นมากกว่าตลาดทั่วๆ ไป เพราะมีพลัง 1.พลังอาหารที่ดี อาหารมีพลังชีวิต เวลาที่เราปลูกอย่างใส่ใจ และขายอย่างมีห่วงโซ่คุณค่า มีผู้บริโภคที่พร้อมเข้าถึงอาหารที่ดี 2.พลังผู้คน พลังความร่วมมือ  ซึ่งเป็นพลเมืองอาหาร เป็นพลังของระบบอาหารที่ดี ที่ไม่ได้ทำได้ในคนๆ เดียว และ3.พลังความรู้ ที่เกษตรกร คนปรุงอาหาร พร้อมที่จะบอกเรื่องราว เล่าเรื่อง การใส่ใจ การเลือกวัตถุดิบ การสาธิตการทำอาหาร นี่คือความแตกต่างของตลาดเขียวกับตลาดทั่วๆไป  

นางสาววิชญาพัส รุจิระ นักวิจัย โครงการแนวทางการบริหารจัดการตลาดเขียว กล่าวงานวิจัยตลาดเขียว ในเบื้องต้น พบว่า ตลาดเขียวมีความเป็นพลวัตร ปรับเปลี่ยน แตกต่างไปตามยุคสมัย และบริบทของพื้นที่   โดยโครงสร้างตลาดเขียว ส่วนใหญ่จะให้ความสำคัญกับฐานอาหารของชุมชน พลเมืองอาหาร ทั้งเกษตรกร ผู้บริโภค

ด้าน นายธนบูรณ์ สมบูรณ์ จาก Greenery Market กล่าวถึงการจัดตลาดเกษตรอินทรีย์ ในเมือง พบว่า ผู้คนให้ความสนใจมากขึ้น ก่อนโควิดในกรุงเทพฯ ช่วงระยะเวลา 1 เดือน มีการจัดตลาดเขียวเพิ่มขึ้นกว่า 10 แห่ง นี่เป็นเครื่องพิสูจน์ว่า มีคนอยากซื้อ สินค้าเกษตรอินทรีย์ แต่ที่ผ่านมาไม่มีตลาด

“ช่วงสถานการณ์โควิด ผู้คนรับรู้การกินอาหารที่ดีสามารถสร้างภูมิคุ้มกันให้กับเขาได้ ผู้คนจึงหันมาใส่ใจการบริโภคอาหารที่ดีต่อสุขภาพ ไม่มีสารเคมี ฉะนั้น การผลักดันให้เกิดตลาดเขียวเป็นการผลักดันให้เกษตรกรมีพื้นที่ขาย และผู้บริโภคก็ได้เข้าถึงอาหารปลอดภัย ได้กินอาหารดีๆ ในราคาที่เป็นธรรม”

สุดท้าย นางมัทนา ถนอมพันธุ์ หอมลออ กรรมการกำกับทิศแผนอาหารเพื่อสุขภาวะ สสส. ให้มุมมองทิ้งท้ายถึงตลาดเขียวกับการทำงานกับคนรุ่นใหม่ว่า ทำอย่างไรให้ตลาดเขียวเข้าไปอยู่ในใจของคนรุ่นใหม่ โดยการปลูกฝังรสนิยมรักระบบอาหารยั่งยืน

“เด็กรุ่นใหม่ ที่เกิดมากับตลาดเขียว เขาจะมีลิ้น หรือรสนิยม สามารถแยกแยะสินค้าที่วางจำหน่ายที่ตลาดเขียว และห้างค้าปลีกได้ เรื่องนี้ต้องคิดว่า ทำอย่างไรให้ตลาดเขียว ซึ่งเป็นวิถีชีวิตของคนปัจจุบัน ขยับไปถึงเด็กเล็ก เด็กอ่อน เพื่อให้เขาเติบโตมีลิ้นตลาดเขียว ถือว่า เป็นการลงทุนที่คุ้มมาก  ส่วนการทำงานกับคนรุ่นใหม่ที่มองเรื่องความเป็นธรรม ลดความเหลื่อมล้ำ การสื่อสารตลาดเขียวกับคนรุ่นใหม่ จึงจำเป็นต้องกระจายวิธีคิดให้ร่วมสมัย ตลาดเขียวลดความเหลื่อมล้ำอย่างไร เช่น ทำให้คนเข้าถึงอาหารที่ดูแลสิ่งแวดล้อม ในราคาที่เป็นธรรม”

-(016)

‘LA BOUM Vintage Beach Festival’ เอาใจแฟนเพลง 8 ชั่วโมงเต็ม รายได้ส่วนหนึ่งมอบให้สถาบันมะเร็งแห่งชาติ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/695118

‘LA BOUM Vintage Beach Festival’  เอาใจแฟนเพลง 8 ชั่วโมงเต็ม  รายได้ส่วนหนึ่งมอบให้สถาบันมะเร็งแห่งชาติ

‘LA BOUM Vintage Beach Festival’ เอาใจแฟนเพลง 8 ชั่วโมงเต็ม รายได้ส่วนหนึ่งมอบให้สถาบันมะเร็งแห่งชาติ

วันพุธ ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

งานเทศกาลดนตรี ยุค 80  ลาบูม วินเทจ บีช เฟสติวัล “LA BOUM Vintage Beach Festival” ร่วมกับ การท่องเที่ยว
แห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานเพชรบุรี เทศบาลเมืองชะอำ เทศบาลเมืองหัวหิน ที่ว่าการอำเภอชะอำ โรงแรมดุสิตธานีหัวหิน สมาคมโรงแรมไทยภาคตะวันตก จัดขึ้นเพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวของ จ.เพชรบุรี-ประจวบฯ และนำรายได้ส่วนหนึ่งสมทบทุนสถาบันมะเร็งแห่งชาติ โดยกำหนดจัดงานในวันเสาร์ที่ 3 ธ.ค.นี้ ที่ บริเวณริมชายหาดโรงแรมดุสิตธานี หัวหิน

“LA BOUM Vintage Beach Festival” (ลาบูม วินเทจ บีช เฟสติวัล) เทศกาลดนตรีย้อนวันวานแห่งความคิดถึง ชวนให้คุณกลับไปสนุกสนานกับบทเพลงเพราะๆ ยุค 80 ที่คิดถึงอีกครั้ง ในบรรยากาศชายหาดส่วนตัว กับศิลปินที่คุณชื่นชอบกว่า 30 ชีวิต อาทิ วง The Palace & ปุ๊-อัญชลี จงคดีกิจที่คับคั่งไปด้วยนักร้อง-นักดนตรีชื่อดังอย่าง จี๊ด-สุนทร สุจริตฉันท์ (รอยัลสไปรท์ส), จิ๊บ-วสุ แสงสิงแก้ว (วงพลอย), สายชล ระดมกิจ (ดิ อินโนเซ้นท์), ต้น-วงศกร รัศมิทัต (แมคอินทอช), เต้ย-รณภพ อรรคราช (อินคา), จืด-มนตรี กิตติกัลป์ (ฟอร์เอฟเวอร์) และ พีรสันติ จวบสมัย (ดิ อินโนเซ้นท์) พร้อมด้วยวง  The Billboard & ปิง ฟรุตตี้, ชมพู-สุทธิพงษ์ วัฒนจัง ยังมี ป้อม ออโต้บาห์น รวมถึง“สาว สาว สาว” แอม-เสาวลักษณ์ ลีละบุตร, แหม่ม-พัชริดา วัฒนา และ ปุ้ม-อรวรรณ เย็นพูนสุข นอกจากนี้ ยังมีคู่หูดูโอ้ในตำนาน Byrd & Heart เบิร์ด-กุลพงศ์ บุนนาค กับ ฮาร์ท-สุทธิพงษ์ ทัดพิทักษ์กุล ในส่วนศิลปินเดี่ยวก็ระดมกันมาอย่างคึกคัก อาทิ แต๋ม-ชรัส เฟื่องอารมย์, ปั่น-ไพบูลย์เกียรติ เขียวแก้ว,ต้น-สุชาติ ชวางกูร, อุ้ย-ระวิวรรณ จินดา, มัม ลาโคนิค, ฟอร์ด-สบชัย ไกรยูรเสน, ปราโมทย์ วิเลปะนะ และ แอ๊นท์ Emotion Town

‘จิณณ์-จิณณะ’แฮปปี้‘สาวสองวิญญาณ’ตอนแรกสุดปัง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/695115

‘จิณณ์-จิณณะ’แฮปปี้‘สาวสองวิญญาณ’ตอนแรกสุดปัง

‘จิณณ์-จิณณะ’แฮปปี้‘สาวสองวิญญาณ’ตอนแรกสุดปัง

วันพุธ ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

เปิดตัวตอนแรกเป็นที่เรียบร้อย สำหรับละคร “สาวสองวิญญาณ” ละครแนวดราม่าแฟนตาซี ที่มาสร้างความสุขก่อนข่าวภาคค่ำทางช่อง 7HD โดย จิณณ์ จิณณะ พระเอกหนุ่มซึ่งมารับบท ชวิน เปิดใจถึงฟีดแบ๊กที่กลับมา พร้อมขอบคุณแฟนละครและชักชวนให้ติดตามตอนต่อไป

“ผมดีใจมากครับ สำหรับฟีดแบ๊กที่กลับมาดีมากเลยครับ อยากฝากทุกคนให้ติดตามกัน เพราะละครเรื่องนี้เป็นอีกแนวหนึ่งที่จิณณ์ยังไม่เคยเล่นมาก่อน ตัวละคร ชวิน ในเรื่องนี้ค่อนข้างจะเป็นตัวละครที่เชื่อว่าในสังคมปัจจุบันเราอาจจะเคยเห็นมาก่อน ทุกตัวละครสะท้อนให้เห็นถึงเรื่องราวของครอบครัวต่างๆ ที่เราเคยเห็น คาแร็กเตอร์ของชวิน เป็นคนรักครอบครัวมากๆ แต่ไม่ค่อยถูกกับคุณพ่อเท่าไหร่ เพราะมีพ่อเป็นคนเจ้าชู้ ชวินจะรักแม่มาก คือรักทุกคนในครอบครัว จนวันหนึ่งที่จู่ๆ คุณแม่หายไป เราก็คิดว่าส่วนหนึ่งก็เพราะพ่อเรานั่นแหละ การเป็นชวินยากไหม ก็ไม่มีอะไรซับซ้อนนะครับ คิดตามเหตุการณ์เลยว่าถ้าเราเป็นเขาจะรู้สึกอย่างไร เขาต้องมีความรับผิดชอบอย่างไร ตีความไปตรงๆ ตามบทเลยครับ แต่ในละครเรื่องนี้ก็บทหนักเหมือนกัน เพราะผมร้องไห้เยอะมาก เรียกว่าบางวันตาบวมเลย เพราะปมของตัวละครนี้คือครอบครัว วันไหนที่มีฉากร้องไห้ คือก็ร้องสุดไปเลย แต่จะมีบางวันที่สลับถ่ายไป-มา ผมก็ต้องใช้น้ำแข็งประคบ เพราะว่าตาผมบวมค่อนข้างง่าย แต่ทุกอย่างก็ผ่านไปด้วยดีครับ

ส่วนการร่วมงานกับ มินนี่ (ภัณฑิรา พิพิธยากร) เป็นการร่วมงานกันครั้งแรกครับ ต้องบอกว่าดีมากครับ น้องเก่งมากด้วยในเรื่องน้องต้องเล่นเป็น 2 บทบาท คือเป็นทั้ง ฝนแก้ว และต้องเป็น อวันตี (อัญษนา บุรานันท์) คือคุณแม่ของผมที่เป็นวิญญาณที่สื่อสารกับเขาได้ ผมเห็นความตั้งใจเขามากๆ ที่จะเข้าไปพูดคุยกับพี่หมวย ศึกษาการพูด ท่าทาง ซึ่งน้องก็ทำออกมาได้ดีมากๆ ครับ พอมาเข้าฉากกับผมน้องก็ถ่ายทอดตัวละครออกมาได้ชัดเจน ก็ยิ่งทำให้เราทำงานได้เข้ากันมาก ผมอยากฝากให้ทุกคนติดตามต่อไปเรื่อยๆ นะครับ ผมเชื่อว่าละครเรื่องนี้นอกจากความสนุกยังแฝงเรื่องราวความสัมพันธ์ของคนในครอบครัว เป็นละครที่ดูแล้วจะให้ข้อคิด อยากให้ทุกคนมาติดตามชมไปพร้อมกันนะครับ”ติดตามชมละคร “สาวสองวิญญาณ” ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 18.45 น. ทางช่อง 7HD กด 35 และ Facebook Live : Ch7HD หรือรับชมย้อนหลังได้ทาง BUGABOO.TV

‘Butterfly’ ซิงเกิ้ลแรก สู่บ้านใหม่ ‘โซนี่ มิวสิค ไทยแลนด์’ จาก ‘CDGuntee’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/695117

‘Butterfly’ ซิงเกิ้ลแรก  สู่บ้านใหม่ ‘โซนี่ มิวสิค ไทยแลนด์’  จาก ‘CDGuntee’

‘Butterfly’ ซิงเกิ้ลแรก สู่บ้านใหม่ ‘โซนี่ มิวสิค ไทยแลนด์’ จาก ‘CDGuntee’

วันพุธ ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

เดินทางตามแพชชั่นด้วยการเป็นศิลปินอิสระจนสร้างเพลงดังมามากมายอาทิ Microphone (170 ล้านวิว), พระเอกลิเก (38 ล้านวิว), อะไรครับเนี่ย (10 ล้านวิว) สำหรับ “CDGuntee” (ซีดี กันต์ธีร์) ศิลปินหนุ่มที่ผสมผสานศิลปะของทั้งการแสดง เต้น ร้อง และ แร็พ เข้าด้วยกันได้ จนสามารถ ทำเพลง ร้องเพลง และเพอร์ฟอร์มข้ามแนวดนตรีที่แตกต่างได้อย่างราบรื่น ตั้งแต่ ป๊อบ อาร์แอนด์ บี ไปจนถึงฮิปฮอป โดยล่าสุดพร้อมแล้วกับการเปิดตัวในนามศิลปินค่าย “โซนี่ มิวสิค ไทยแลนด์” ที่มาพร้อมกับซิงเกิ้ลใหม่ในชื่อ“Butterfly” (บัตเตอร์ฟลาย) ซึ่งซีดีได้ทดลองทำอะไรใหม่ๆในสิ่งที่ไม่เคยทำร่วมกับโปรดิวเซอร์คู่ใจอย่าง “SPATCHIES” (สแปทชี่ส) ไม่ว่าจะเป็นการร้อง การเต้น รวมไปถึงการถ่ายทอดอารมณ์ผ่านเอ็มวีเพลงนี้ที่ได้ “โซฟี่-อัปสรสิริ อินทรคูสิน” (น้องสาว ชิน-ชินวุฒ) มาออกแบบท่าเต้นและเป็นนางเอกเอ็มวีเพลงนี้ให้อีกด้วยโดย “ซีดี กันต์ธีร์” เผยถึงที่มาการร่วมงานกับโซนี่และซิงเกิ้ลแรกนี้ว่า

“ดีใจที่ได้มาร่วมงานกับทาง โซนี่ มิวสิค ไทยแลนด์ คือแต่ก่อนผมทำเพลงกับ น็อต SPATCHIES (สพัชญ์นนทน์รัตนชยามร) มานานมากแล้วครับ ตั้งแต่เพลง “อะไรครับเนี่ย”,“พระเอกลิเก” รวมอีกหลายๆ เพลง ผมก็รู้สึกแฮปปี้กับโปรดิวเซอร์คนนี้ พอรู้ว่าน็อตอยู่โซนี่และมาชวนผมพอดี และผมยังได้ทำผลงานในรูปแบบของตัวเองเหมือนเดิม ยังลงในชาแนลของตัวเองได้อยู่ และที่นี่มีแพลน มีโปรเจกท์ มีทีมที่คอยซัพพอร์ตเราในแบบที่เป็นเราด้วย เลยเลือกที่จะอยู่กับโซนี่ครับส่วนเพลง“Butterfly” เพลงล่าสุดที่ทำกับโซนี่ ถามว่าเปลี่ยนจากเดิมไหม ก็อาจไม่ได้ใช้คำว่าเปลี่ยน แต่อาจเป็นในแบบใหม่ในแบบตอนนี้มากกว่า เพลงนี้ห่างจากซิงเกิ้ลก่อนของผมประมาณ 9 เดือนครับ ในเพลงนี้ก็มีแร็พ มีร้องเมโลดี้ มีเต้น และมีทั้งแอ๊กติ้งด้วยจึงค่อนข้างเอาตัวเองในทุกอย่างที่เคยทำในทุกมิติที่เราอยากมาลองทำแบบนี้สักเพลง อีกอย่างเป็นเพลงช้าด้วย เนื้อหามันก็เกี่ยวกับที่ผมเห็นผีเสื้อแล้วรู้สึกว่ามันเป็นซิมโบลิค(Symbolic) ของความที่มันมีความสวยงาม มีความเซ็กซี่ มีความสีสัน มันมีเสน่ห์ และผมก็รู้สึกว่ามันเป็นในช่วงชีวิตที่ผมก็อยู่ในเมืองใหญ่ๆ กว้างๆ และเหงาๆ และผมก็รู้สึกว่าผมได้รับพลังงานดีๆ อะไรบางอย่างที่เหมือนเป็นผีเสื้อ ที่สามารถทำให้ผมมีรอยยิ้มได้ รู้สึกเห็นความสวยงาม ก็เลยถ่ายทอดออกมาครับ ดนตรีจะเป็นแนวอาร์แอนด์บีมีแร็พมาผสม เป็นเพลงที่ผมเขียนเองหมดเหมือนตอนเป็นศิลปินอิสระ ด้านดนตรีก็ปรุงกับ SPATCHIES จนผมชอบที่สุดเหมือนเดิม เป็นเพลงที่เป็นตัวตนของผม และยังได้โซฟี่มาคิดท่าเต้นและเล่นเป็นนางเอกเอ็มวีเพลงนี้ด้วย จริงๆ เรารู้จักกันมานานมากแล้ว นี่น่าจะเป็นครั้งแรกที่ได้ร่วมงานกัน อยากให้ไปลองติดตามฟังกันครับในทุกแพลตฟอร์มมิวสิคสตรีมมิ่ง ฝากเอ็มวีด้วยครับ”

‘คริสตอฟเฟอร์ บอร์กลี’ ผู้กำกับคลื่นลูกใหม่ จากภาพยนตร์ ‘SICK OF MYSELF’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/695100

‘คริสตอฟเฟอร์ บอร์กลี’ ผู้กำกับคลื่นลูกใหม่  จากภาพยนตร์ ‘SICK OF MYSELF’

‘คริสตอฟเฟอร์ บอร์กลี’ ผู้กำกับคลื่นลูกใหม่ จากภาพยนตร์ ‘SICK OF MYSELF’

วันพุธ ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

แรงบันดาลใจที่ทำให้คุณสร้างหนังเกี่ยวกับความสัมพันธ์แบบนี้ขึ้นมา แนวที่ฉีกหนังรอมคอม

มันเริ่มมาจากที่ตัวเอกของเรื่องอย่าง ซิงเนอ แล้วก็เรื่องราวของเธอ แต่ตอนดราฟต์คืบหน้าไป ผมกลับพบว่าตัวเองเริ่มสนใจเรื่องราวของโธมัสแฟนหนุ่มของเธอซะงั้น มันเลยกลายมาเป็นส่วนสำคัญว่าเนื้อเรื่องมันเกี่ยวกับไดนามิก ระหว่างทั้งสองคนที่การกระทำของทั้งคู่มันมักจะถูกผลักดันมาจากความสัมพันธ์ที่ชอบเอาชนะกันไปชนะกันมา

ผมเริ่มร่างภาพว่าเรื่องราวนี้ควรจบตอนไหน แต่ก็ไม่รู้ว่าจะไปถึงจุดนั้นได้ยังไง ผมต้องการให้หนังมันเกิดขึ้นที่โลกจริงๆ ในสังคมที่ผมได้เคยสังเกตในออสโล แต่ตัวละครเหมือนจะไปไกลเลย ทุกก้าวของซิงเนอมันเหมือนเป็นชาเลนจ์ที่ผู้ชมต้องติดตามเธอไปด้วยทีละก้าว

คุณตัดสินใจแคสต์คริสติน คูยาธ ธอร์ปมาเล่นหนังเรื่องนี้จากอะไร แล้วเธอช่วยขัดเกลา คาแร็กเตอร์ของซิงเนอยังไงบ้าง

ผมรู้สึกโชคดีมากที่ได้คริสตินมาเล่นบทนี้ซิงเนอเป็นตัวละครที่เต็มไปด้วยความท้าทาย ซึ่งคริสตินเป็นคนที่ทำให้ตัวละครนี้มีชีวิตขึ้นมาเลยมันซับซ้อนทั้งด้านกำลังและจิตใจเลย ต้องใช้ทั้งการรู้ไทม์มิ่งแบบในหนังคอเมดี้และการเคลื่อนไหวร่างกายที่เยอะมากถึงจะทำให้บทนี้ออกมาสมบูรณ์ ในขั้นตอนเตรียมการพวกเราได้ลองให้เธอแสดงแบบทั้งสองด้านของซิงเนอเลยด้วยโจทย์ที่ว่า คุณจะให้ภาพของตัวละครที่ไม่เคยแสดงธาตุแท้ของเธอเลยยังไง? เธอขี้โกหกและพยายามที่จะเป็นคนอ่อนน้อม
ทั้งๆ ที่เนื้อแท้เธอไม่ใช่คนแบบนั้นเลย อีกทั้งเธอยังชอบแสดงเวลาใช้ชีวิตอยู่ในสังคมด้วย

คริสตินแสดงเป็นตัวละครที่สลับซับซ้อนแบบนี้ได้อยู่หมัด ยิ่งไปกว่านั้นยังมีเรื่องของคุณสมบัติทางกายภาพอื่นๆ อย่างร่างกายเธอเริ่มขยับท่าทางแปลกๆ น่าขนลุกในแบบที่บางครั้งจะเห็นได้ในหนังคอเมดี้ บางครั้งการซ้อมก็ให้ความรู้สึกเหมือนกำลังเตรียมงานเต้นแปลกๆ อยู่เลย ตอนนั้นพวกเราถึงขั้นพยายามจะใช้กระแสไฟฟ้าช็อตเบาๆ เพื่อกระตุ้นท่าทางที่คาดไม่ถึงเลยเสียด้วยซ้ำ แต่มันก็เป็นไอเดียที่ดูจะไม่เวิร์กอย่างแรง

กระบวนการและการคราฟต์อะไรบ้างที่ทำให้ท่าทางทางกายภาพกับหน้าของซินเนอเปลี่ยนไป

การแต่งหน้าเทียมเป็นเรื่องสำคัญมากในหนังเรื่องนี้ พวกเราใช้เวลาหลายเดือนในการออกแบบการเปลี่ยนแปลงของซินเนอในแต่ละขั้นตอน พวกเราพยายามที่จะทำสิ่งที่ทั้งสวยงามและน่าตกใจออกมา การร่วมงานกันของพวกเราสนุกมากเลย แบบในตอนที่โควิดระบาด พวกเราถ่ายหนังจบแบบแตกต่างจากตอนนี้มากด้วยการตั้งชื่อหนังเรื่องนี้ว่า Eer ซึ่งคุณลองไปหาในเนตดูก็เจอนะ 

ผมคิดว่าพวกเราต่างหลงใหลกับการที่ร่างกายกับใบหน้านั้นสามารถเปลี่ยนไปได้มากขนาดไหน พวกเราพยายามที่จะหาทางทำให้ความผิดปกติของรูปร่างสามารถถูกมองว่าน่าตกใจและน่ามองได้ในเวลาเดียวกัน แล้วมันก็สนุกมากด้วยที่ได้เข้าร่วมเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ด้วยหนังเรื่องนี้พร้อมกับตอนที่เดวิด โครเนนเบิร์ก เข้าร่วมด้วย ซึ่งผมมั่นใจเลยว่าเขาเนี่ย เป็นสาเหตุที่ทำให้ผมสนใจในเรื่องอวัยวะเทียมและความน่าพิศวงของร่างกาย

หนังเรื่องนี้เหมือนจะผสมผสานความสง่างามเข้ากับองค์ประกอบอื่นๆ

คำกล่าวที่เกี่ยวข้องกับคำถามนี้ที่ผมจะเอามาตอบน่าจะเป็น “ผมชอบท่วงทำนองอันสวยงามที่เอ่ยถึงสิ่งที่น่าสะพรึงกลัว” ผมต้องการที่จะบันทึกเรื่องนี้ที่เป็นเรื่องราวชวนอึดอัดในรูปแบบที่งดงามที่สุดเท่าที่จะทำได้ ผมต้องการที่จะถ่ายทำในช่วงฤดูร้อนอันสวยงามที่ออสโล แล้วก็ต้องการให้มันดูแล้วก็ให้ความรู้สึกว่ามันจะคงอยู่ตลอดไปเพื่อให้เกิดบาลานซ์ระหว่างเรื่องราวในยุคร่วมสมัยที่ในขณะเดียวกันก็พาดพิงถึงสิ่งที่ไม่มีวันตายอย่างเรื่องของความอิจฉาและความหลงตน พวกเราถ่ายทำด้วยเลนส์ 35 มม. แล้วในหนังก็มีดนตรีคลาสสิกเยอะมากด้วย เราหวังว่ามันจะสามารถถ่ายทอดหนังที่สวยงามซึ่งเต็มไปด้วยสิ่งเลวร้ายได้

การสร้างบาลานซ์ระหว่างเรียลลิซึ่ม การเสียดสี คอเมดี้ และโศกนาฏกรรม

ในตอนแรกเริ่มผมไม่ได้จินตนาการเรื่องพวกนี้เลยนะ มันมาจากการเฝ้าสังเกตการณ์ของผมซึ่งถูกจัดการและยกระดับเพื่อคอเมดี้ เพื่อปมความขัดแย้ง แล้วก็เพื่อเนื้อเรื่องด้วย ผมหวังว่าตัวละครในเรื่องจะสร้างความคุ้นเคยและสมจริงขึ้นเมื่อตัวพลอตไร้แก่นสารขึ้นเรื่อยๆ 

เหมือนจะว่าผมจะกระหายมุขตลกร้ายด้วย ไอเดียที่แบบทั้งเจ็บปวดแล้วก็ตลกไปพร้อมๆ กันเหมือนจะเป็นอะไรที่ติดอยู่ในใจผมมาก ผมไม่ได้ตั้งใจสร้างโทนการเล่าเรื่องที่แตกต่างเลยนะ สคริปต์มันถูกขัดเกลามาเรื่อยๆ จนกระทั่งกลายเป็นสิ่งที่ผมอยากจะเห็นบนจอภาพยนตร์

ทุกคนในเรื่องก็ร้ายกาจเท่ากันหมด ?

ผมคิดว่าตัวละครในเรื่องมีความสัมพันธ์กันมาก ก็แค่คนส่วนใหญ่สามารถตระหนักรู้ได้ด้วยตัวเองแล้วก็มีความละอายมากพอที่จะหยุดตัวเองไม่ให้หุนหันพลันแล่นเหมือนกับที่ตัวละครในหนังทำ ผมชอบที่เรื่องแต่งให้โอกาสในการใช้ชีวิตเป็นคนอื่นในแบบที่ไม่ต้องสนใจขอบเขตทางศีลธรรมซึ่งเป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้น แล้วเราก็ไม่ต้องกังวลผลที่จะตามมาด้วย ใน Sick of Myself ผมได้ลองสร้างตัวละครต่างๆ ที่น่าจับตามองมากๆ ไม่ใช่ตัวละครที่จะมีใครชื่นชอบมากนะ นักเขียนชื่อซอล เบลโลว์ เคยกล่าวไว้ว่า “การฆาตกรรมทางความคิดหนึ่งครั้งต่อวันช่วยไล่จิตแพทย์ให้ห่างออกไป” มันมีบางอย่างในคำพูดนี้
ที่พูดกับความต้องการของผมที่จะสำรวจการกระทำที่น่าอับอายและเหตุการณ์เลวร้ายต่างๆ ที่เกิดขึ้นได้ในเรื่องแต่ง

ว่ากันในทางศีลธรรมแล้วเนี่ย หนังเรื่องนี้ไม่ได้ปล่อยให้การกระทำผิดของตัวละครลอยนวลจะว่าไปหนังเรื่องนี้ก็เหมือนเป็นนิทานสอนศีลธรรมด้วย ผมยินดีรับการตีความของหนังเรื่องนี้ ทุกคนมีสิทธิ์ที่จะออกความเห็นได้เต็มที่ แต่สำหรับผมนะ หนังเรื่องนี้มันเกี่ยวกับการหาอารมณ์ขันในแง่ที่ดาร์กของชีวิตและวัฒนธรรมสมัยใหม่

คุณอาศัยอยู่ที่ลอสแองเจลิสแต่ SICK OF MYSELF ถ่ายทำที่สแกนดิเนเวีย

ผมรู้สึกว่าได้มาเยือนอเมริกาเป็นเวลานานมาก แล้วก็ยังไม่มีแพลนว่าจะอยู่ที่ไหนดี ผมมีโปรเจกท์อยู่ที่อเมริกาซึ่งจะถ่ายทำในปีนี้เลยต้องอยู่ที่นี่อีกสักพักเลย แต่ผมก็ได้มีประสบการณ์ดีๆ ในการถ่ายทำที่นอร์เวย์กับสวีเดนด้วย ซึ่งก็มั่นใจว่าเรื่องที่ผมจะเขียนต่อไปจะมีเซตติ้งอยู่ที่สแกนดิเนเวียแน่อะไรก็ได้เลยที่เข้ากับไอเดียผม

หลบหน่อยตัวจี๊ดจะเดิน‘Bear Knuckle’ส่งซิงเกิ้ล‘อย่าจับ’ส่งท้ายปี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/695113

หลบหน่อยตัวจี๊ดจะเดิน‘Bear Knuckle’ส่งซิงเกิ้ล‘อย่าจับ’ส่งท้ายปี

หลบหน่อยตัวจี๊ดจะเดิน‘Bear Knuckle’ส่งซิงเกิ้ล‘อย่าจับ’ส่งท้ายปี

วันพุธ ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ส่งท้ายปีไปพร้อมกับเพลงสนุกอีกครั้ง สำหรับวง Bear Knuckle วงดนตรีทรีโอ้ฮิปฮอปแดนซ์ผู้มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ประกอบไปด้วยเหล่าตัวท็อปแห่งวงการเพลงแร็พอย่าง J Jazzsper (เจแจ๊สเปอร์) หรือ “เจนจ๋า-จันทรลักษณ์ บูรณถาวรสม”, M-PEE (เอ็มพี) หรือ “หมี-ธิติสรณ์ พันชะตา” พร้อมสมาชิกLGBTQ+ อย่าง Bubblegum (บับเบิ้ลกัม) หรือ “เจอาร์-พชร รักการค้า” หลังส่งเพลง “DONG” โชว์ลีลากับท่าเต้นสุดฮิตเขย่าแพลตฟอร์ม TikTok ถึงขั้นดอง ดอง กันทั่วประเทศเพียงข้ามคืนล่าสุดขอกลับมาเซอร์ไพรส์แฟนๆ เตรียมปล่อยผลงาน “อย่าจับ” ตอกย้ำตำแหน่งเทพเจ้าเพลงทีป๊อปแดนซ์ พร้อมพาแฟนเพลงปล่อยใจสนุกๆ ไปด้วยกัน

โดยเพลง อย่าจับ เป็นเพลงฮิปฮอปจังหวะชวนโยกที่ได้บีทของเหล่าสายตื๊ดยุค 2000 เข้ามาเพิ่มความมันในบรรยากาศ
ที่คุ้นเคย นอกจากนี้ ทางวงตั้งใจโชว์ความเป็นตัวเองในแต่ละพาร์ทของพวกเค้ามากขึ้นกว่าเดิม ซึ่งเนื้อหาของเพลงยังคงความทันสมัยและมีการหยิบยกสถานการณ์ของสาวๆ เวลาไปปาร์ตี้ทีไรมักจะต้องเจอกับคนมือไวซะงั้น แต่โทษทีนะถึงฉันจะแต่งตัวดูดีแค่ไหน แต่มันไม่ใช่เพื่อใคร เพราะฉะนั้น กรุณาอย่าจับ! เตือนแล้วนะ เรียกได้ว่าพวกเขากลับมาเพื่อสร้างสีสันให้แก่วงการเพลงไทยด้วยผลงานปิดปีอย่างสวยงาม

วอร์มร่างกายของคุณให้พร้อมแล้วมาสนุกด้วยกันกับซิงเกิ้ล “อย่าจับ” ได้แล้ววันนี้ทางมิวสิกสตรีมมิ่งทุกแพลตฟอร์มและชมมิวสิกวีดีโอ ได้ที่ YouTube : High Cloud Entertainment

‘โอลิเวีย ไวลด์’ เข้าชิงรางวัลออสการ์ ‘ฟลอเรนซ์ พิวจ์’ และ ‘แฮรี่ สไตล์ส’ เจ้าของรางวัลแกรมมี่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/695099

‘โอลิเวีย ไวลด์’ เข้าชิงรางวัลออสการ์  ‘ฟลอเรนซ์ พิวจ์’ และ ‘แฮรี่ สไตล์ส’ เจ้าของรางวัลแกรมมี่

‘โอลิเวีย ไวลด์’ เข้าชิงรางวัลออสการ์ ‘ฟลอเรนซ์ พิวจ์’ และ ‘แฮรี่ สไตล์ส’ เจ้าของรางวัลแกรมมี่

วันพุธ ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ภาพยนตร์ Don’t Worry Darling จาก New Line Cinema ภายใต้การกำกับของ โอลิเวีย ไวลด์ (Olivia Wilde) จากภาพยนตร์ Booksmart นำแสดงโดยทัพนักแสดงมากความสามารถ อาทิ ฟลอเรนซ์ พิวจ์ (Florence Pugh) นักแสดงที่ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลออสการ์จากภาพยนตร์ Little Women, แฮร์รี สไตล์ส (Harry Styles) จากภาพยนตร์ Dunkirk, โอลิเวีย ไวลด์ (จากภาพยนตร์ Babylon) และอีกคับคั่ง

เรื่องราวของ อลิซ (ฟลอเรนซ์ พิวจ์) และ แจ็ค (แฮร์รี สไตล์ส) ผู้โชคดีที่ได้อาศัยอยู่ในหมู่บ้านในฝันของใครหลายคนที่ชื่อว่า “วิคตอรี่” ซึ่งเป็นหมู่บ้านของบริษัทหนึ่งที่ให้พนักงานชายผู้ร่วมโปรเจกต์ลับวิคตอรี่อาศัยอยู่กับครอบครัวของเขา โดยที่สังคมโลกสวยในปี 1950 ริเริ่มโดย แฟรงค์ (คริส ไพน์) ผู้บริหาร ไลฟ์โค้ชผู้สร้างแรงบันดาลใจและวิสัยทัศน์ของความเท่าเทียมกันซึ่งเขายึดเอาทุกแง่มุมของชีวิตในดินแดนแห่งความฝันนั้นเป็นหลัก

ในขณะที่พวกสามีใช้เวลาทุกวันในสำนักงานใหญ่ของโปรเจกต์วิคตอรี่ เพื่อทำงานเกี่ยวกับการพัฒนาปัจจัยต่างๆ เพื่อความก้าวหน้า ภรรยาของพวกเขาซึ่งรวมถึงเชลลีย์ (เจมม่า ชาน) คู่รักคนงามของแฟรงค์ ต่างก็ใช้เวลาเพลิดเพลินไปกับความสวยความงาม ความหรูหรา และแสงสีชวนมึนเมาในชุมชนของพวกเธอชีวิตนั้นช่างสมบูรณ์แบบ ทางบริษัทจะตอบสนองความต้องการของผู้พักอาศัยทุกคนโดยแลกกับการที่พวกเขาต้องตอบแทนด้วยการห้ามขัดขืนหรือตั้งข้อสงสัยใดๆ เกี่ยวกับวิคตอรี่เด็ดขาด 

แต่เมื่อรอยร้าวในชีวิตอันแสนสวยงามของพวกเขาเริ่มปรากฏขึ้น และเผยให้เห็นถึงร่องรอยของบางสิ่งที่ชั่วร้ายยิ่งกว่าซึ่งซ่อนอยู่ใต้เปลือกนอกอันงดงาม อลิซจึงอดสงสัยไม่ได้ว่าพวกเขากำลังทำอะไรที่วิคตอรี่กันแน่และพวกเขาทำไปเพื่ออะไรกัน อลิซจะเต็มใจยอมรับความสูญเสียเพื่อเปิดเผยสิ่งที่เกิดขึ้นในแดนสวรรค์แห่งนี้ได้แค่ไหน?

ทีมงานเบื้องหลัง อาทิ ผู้กำกับภาพที่ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลออสการ์สองสมัย แมทธิว ลิบาทีค (Matthew Libatique) จากภาพยนตร์ A Star Is Born และ Black Swan, โปรดักชั่นดีไซเนอร์ เคที่ ไบรอน (Katie Byron) จากภาพยนตร์ Booksmart, ตัดต่อโดย แอฟฟอนโซ่ กอนคาล์ฟส์ (Affonso Gonçalves) จากภาพยนตร์ The Lost Daughter, นักแต่งเพลงที่ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงออสการ์ จอห์น โพเวลล์ (John Powell) จากภาพยนตร์ JasonBourne, ผู้ควบคุมดนตรี แรนดัลล์ โพสเตอร์ (Randall Poster) จากภาพยนตร์ No Time to Die และนักออกแบบเครื่องแต่งกาย อาริแอนน์ ฟิลลิปส์ (Arianne Phillips) จากภาพยนตร์ Once Upon a Time… In Hollywood

ตามส่องไลฟ์สไตล์ ‘มะปราง อลิสา’ นางเอก ‘ฟ้า/ทาน/ตะวัน’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/695116

ตามส่องไลฟ์สไตล์ ‘มะปราง อลิสา’  นางเอก ‘ฟ้า/ทาน/ตะวัน’

ตามส่องไลฟ์สไตล์ ‘มะปราง อลิสา’ นางเอก ‘ฟ้า/ทาน/ตะวัน’

วันพุธ ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

เรตติ้งเพิ่มขึ้นทุกสัปดาห์ สำหรับละครบู๊น้ำดี “ฟ้า/ทาน/ตะวัน” ช่อง อมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง 34 ล่าสุดเรื่องราวดำเนินมาถึงช่วงเข้มข้นขึ้น ตามสไตล์ละครรสจัดจ้าน และอีกสิ่งหนึ่งที่ถูกพูดถึงอย่างมาก คือนางเอกโลกสวย “มะปราง-อลิสา” นางเอกผู้น่าสงสาร เล่นดี ตีบทแตกสอบผ่านสำหรับการก้าวข้ามมารับงานนอกบ้าน ทำให้เธอประสบผลสำเร็จอย่างมากในบท “นิทาน” สถาปนิกสาวเจ้าของบริษัทออกแบบและตกแต่ง โลกสวยแสนดี ผู้ชายรุมรัก เพราะเธอเป็นคนจริงใจต่อทุกคน เลยตกหัวใจผู้ชายได้หลายต่อหลายคน ถึงแม้ในละครชีวิตจะเรียบง่าย เบาๆ ซอฟต์ๆ เจ้าน้ำตา

แต่ชีวิตจริงนอกเหนือจากการเล่นละครของเธอกลับตรงกันข้าม เพราะมีไลฟ์สไตล์โลดโผน แอดเวนเจอร์ทุกกิจกรรมสังเกตได้จากอินสตาแกรมของเธอ และที่อดพูดถึงไม่ได้ ทำเอาหลายคนต่างอิจฉาหนักมาก สวยแล้วยังสตรองอีก กับชุดแข่งรถสุดเท่ ที่นางเอกสาวผันตัวเป็น “นักแข่งรถ” ลงสนามแข่งท้าประลองความเร็ว และที่เก๋ไปกว่านั้นคือลงสนามแข่งแต่ละครั้ง มีแฟนหนุ่มหล่อ “โอบ นิธิ” ตามให้กำลังใจติดขอบสนามอยู่ตลอด ไปไหนไปกันตัวติดหนึบ เท่านั้นยังไม่พอ ทั้งโอบและมะปราง ยังอยู่ในแก๊งซิ่งรถหรูแก๊งเดียวของพิธีกรชื่อดัง หนุ่ม-กรรชัย อีก แก๊งนี้เค้างานดีกันจริงๆ ส่วนใครที่อยากติดตามชมผลงาน “สาวมะปราง” ไปติดตามรับชมกันได้ใน ละครดราม่าแอ๊กชั่นเข้มข้น ละครบู๊สายพันธุ์ใหม่ “ฟ้า/ทาน/ตะวัน” ครั้งแรกบนหน้าจออมรินทร์ทีวีกับโปรแกรม “ละครสุดสัปดาห์ช่อง 34” ทุกคืนวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 21.30 น. ทางอมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง 34

‘ในหลวง’โปรดเกล้าฯ เชิญพวงมาลาวางหน้าหีบศพ ‘ลินดา’ พระราชทานเพลิงกรณีพิเศษ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/695153

'ในหลวง'โปรดเกล้าฯ เชิญพวงมาลาวางหน้าหีบศพ 'ลินดา' พระราชทานเพลิงกรณีพิเศษ

‘ในหลวง’โปรดเกล้าฯ เชิญพวงมาลาวางหน้าหีบศพ ‘ลินดา’ พระราชทานเพลิงกรณีพิเศษ

วันอังคาร ที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 20.47 น.

วันที่ 29 พฤสจิกายน 2565 ตามที่ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ  พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ รับ นางลินดา ค้าธัญเจริญ เป็นคนไข้ในพระราชานุเคราะห์นั้น ต่อมาในปี 2563 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี มีพระราชกระแส โปรดเกล้าฯ ให้รับ นางลินดา ค้าธัญเจริญ เป็นคนไข้ในในพระบรมราชานุเคราะห์ และรับผู้ป่วยมาดูแล ณ ศูนย์ข้าราชการบริพารผู้สูงอายุ สำนักพระราชวัง
 
โดยในวันนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้ พลอากาศตรี จักรพงษ์ หอมไกรลาศ เชิญพวงมาลาของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ไปวางหน้าหีบศพ นางลินดา ค้าธัญเจริญ ณ ศาลา 3 วัดพระศรีมหาธาตุฯ เขตบางเขน กรุงเทพมหานคร ในเวลา ๑๘.๐๐ น.
 
และในวันพฤหัสที่  1 ธันวาคม พ.ศ. 2565 เวลา 16.00 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานเพลิงศพ (เป็นกรณีพิเศษ) ณ ฌาปนสถานกองทัพอากาศ เมรุ 1 วัดพระศรีมหาธาตุฯ เขตบางเขน

โดยในวันนี้ มีกลุ่มเพื่อน พรต.๒๒ และ คุณประยูร ค้าธัญเจริญ  พร้อม ญาติ ร่วมเป็นเจ้าภาพ ซึ่งมีเพื่อน พี่ น้อง ในวงการนักแสดง และ นางแบบ อาทิ ฉวีวรรณ บุญปรก, อัจฉราพรรณ ไพบูลย์สุวรรณ, นัท มีเรีย, นริสา พรหมสุภา ร่วมงาน