Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Tag Archives: 2565(2022)

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

สกู๊ปแนวหน้า : ‘ปิดสวิตช์สว.-แก้รัฐธรรมนูญ’ ประเด็นผลักดัน‘เลือกตั้ง2566’

Posted on November 24, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/693925

สกู๊ปแนวหน้า : ‘ปิดสวิตช์สว.-แก้รัฐธรรมนูญ’  ประเด็นผลักดัน‘เลือกตั้ง2566’

สกู๊ปแนวหน้า : ‘ปิดสวิตช์สว.-แก้รัฐธรรมนูญ’ ประเด็นผลักดัน‘เลือกตั้ง2566’

วันพฤหัสบดี ที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 02.00 น.

เข้าสู่ช่วง “โค้งสุดท้าย” ของรัฐบาลและสภาผู้แทนราษฎรชุดปัจจุบันที่เหลือเวลาอีกไม่กี่เดือนก็จะหมดวาระซึ่งนั่นหมายถึง “การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.)” ที่กำลังจะเกิดขึ้นในปี 2566 “บรรยากาศการเมืองไทย ณ ปัจจุบันจึงค่อนข้างคึกคัก” ในการเปิดตัว (ว่าที่) ผู้สมัครรวมถึงนโยบายของแต่ละพรรคการเมือง อีกทั้งยังมีการเคลื่อนไหวของแนวร่วมทั้งฝ่ายสนับสนุนและฝ่ายตรงข้ามรัฐบาลชุดปัจจุบันที่นำโดยนายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ต่างใช้พื้นที่ทั้งออฟไลน์และออนไลน์แสดงออกจุดยืนทางการเมืองของตนอย่างแข็งขันและเข้มข้น

เมื่อช่วงกลางเดือน พ.ย. 2565 ที่ผ่านมา คณะกรรมการนักศึกษาคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ร่วมกับ The Active จัดเสวนาหัวข้อ “เลือกตั้งครั้งต่อไป อนาคตประเทศไทยเอาไงต่อ?” ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (รังสิต) โดยมีตัวแทนจาก 4 พรรคการเมืองเข้าร่วม และ “การแก้ไขรัฐธรรมนูญ” เป็นหนึ่งในประเด็นสำคัญของวงเสวนาครั้งนี้ อาทิ ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผู้อำนวยการครอบครัวเพื่อไทย กล่าวว่า หนึ่งในปัญหาสำคัญของรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน (2560) คือการที่สมาชิกวุฒิสภา (สว.) จำนวน 250 คน มีสิทธิ์ออกเสียงเลือกนายกฯ

“การเลือกตั้งครั้งนี้มันกำลังจะเป็นการแข่งขันระหว่าง 2 ฝ่าย พรรคการเมืองที่ชนะแน่ๆ แต่อาจจะไม่ได้เป็นรัฐบาล กับพรรคการเมืองที่แพ้แน่ๆ แต่อาจจะเป็นรัฐบาล ถ้าเมื่อใดก็ตามที่ประเทศมีการเลือกตั้งแล้วมีการแข่งขันกันของ 2 ฝ่ายนี้ประเทศนั้นกำลังมีปัญหาอย่างสำคัญในทางการเมือง และผมไม่มีทางเชื่อว่าประเทศที่กำลังจะเข้าสู่การเลือกตั้งแบบนี้จะเจริญเดินหน้าสถาพรต่อไปได้” ณัฐวุฒิ กล่าว

ณัฐวุฒิ กล่าวต่อไปว่า ขอเรียกร้องให้ทุกพรรคการเมืองแสดงจุดยืนสนับสนุนพรรคที่ได้คะแนนเสียงเลือกตั้งมากที่สุดในการจัดตั้งรัฐบาล เพื่อเป็นการตัดโอกาสที่ สว. จะเข้ามามีบทบาท ซึ่งปัญหาคือ ก่อนเลือกตั้งบอกว่า สว. เลือกนายกฯ เป็นปัญหา แต่หลังเลือกตั้งกลับไปยกมือให้ฝ่ายที่แพ้เลือกตั้งเป็นรัฐบาล เรื่องนี้เป็นความท้าทายสำหรับผู้ที่เสนอตัวมาเป็นตัวแทนประชาชน

พริษฐ์ วัชรสินธุ Policy Campaign Manager พรรคก้าวไกล กล่าวว่า จำเป็นต้องร่างรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับเพื่อให้ได้รัฐธรรมนูญที่เป็นประชาธิปไตยอย่างแท้จริง เพราะปัญหาของรัฐธรรมนูญฉบับ 2560 มีมากกว่ามาตรา 272 ว่าด้วยการให้ สว. ร่วมเลือกนายกรัฐมนตรี เพราะ สว. ชุดปัจจุบันจำนวน 250 คน มาจากการเลือกโดยคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) บวกกับ สว. โดยตำแหน่งของผู้บัญชาการเหล่าทัพ ยังมีอำนาจออกเสียงกฎหมายปฏิรูปประเทศร่วมกับ สส. รวมถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญ

ดังที่เห็นว่าร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญที่เกี่ยวข้องกับมาตรา 272 ถูกปัดตกเพราะไมได้รับเสียงสนับสนุนจาก สว. อย่างน้อย 1 ใน 3 แม้จะได้เสียงจาก สส. ซึ่งเป็นตัวแทนของประชาชนมากถึงร้อยละ 88 ก็ตาม อำนาจของ สว. ยังเชื่อมโยงกับการแต่งตั้งผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระต่างๆ ทำให้องค์กรเหล่านั้นถูกตั้งคำถามถึงความเป็นกลางในการทำหน้าที่ ดังนั้นอำนาจของ สว. ซึ่งมาจากการแต่งตั้งต้องถูกแก้ไขเพราะขัดกับหลักประชาธิปไตยสากล สว. ที่มาจากการแต่งตั้งควรมีอำนาจน้อย แต่หากจะให้มีอำนาจมากก็ควรมาจากการเลือกตั้ง

“ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ก็ถกเถียงกันได้ว่าเป็นประโยชน์หรือไม่กับการคาดการณ์อนาคต 20 ปี แต่ผมคิดว่าใจความสำคัญไม่ใช่ว่ามันเป็นประโยชน์หรือไม่ ใจความสำคัญคือปัจจุบันมันไปบรรจุอยู่ในกฎหมาย ว่าถ้ารัฐบาลไหนที่มาจากการเลือกตั้ง สมมุติปี 2566 มีรัฐบาลพรรคหนึ่งได้เสียงท่วมท้น มีนโยบายที่ตอบโจทย์ประชาชนจำนวนมาก แต่ขัดกับยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี อาจจะสามารถถูกขับออกจากตำแหน่งได้โดยใช้กลไกการร้องเรียนและวินิจฉัยโดย สว.-ป.ป.ช.-ศาลรัฐธรรมนูญร่วมกัน” พริษฐ์ กล่าว

อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี รองหัวหน้าพรรคชาติพัฒนากล้า กล่าวว่า รัฐธรรมนูญฉบับ 2560 นอกจากมาตรา 272 เรื่อง สว. มีอำนาจร่วมเลือกนายกฯ แล้ว ยังมีมาตรา 256 ว่าด้วยการแก้ไขรัฐธรรมนูญต้องได้รับเสียงสนับสนุนจาก สว.อย่างน้อย 1 ใน 3 ซึ่งแม้ว่ารัฐธรรมนูญไม่ควรถูกแก้ได้ง่าย แต่ก็ไม่ควรนำเงื่อนไข สว. 1 ใน 3 มาเบรกการแก้ไข ขณะที่แนวคิดการตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) เพื่อจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ก็ต้องกำหนดประเด็นให้ชัดว่าอะไรเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องแก้ ไม่เช่นนั้นก็จะวนอยู่กับเรื่องเดิมๆ เช่น มุ่งเน้นแต่ไปแก้ไขระบบเลือกตั้ง

นอกจากนั้น ยังมีสิ่งที่รัฐธรรมนูญไทยไม่เคยแก้ไขตามความเปลี่ยนแปลง คือ “โทษกับการมีผลทางกฎหมายย้อนหลัง” เช่น มาตรา 29 ของรัฐธรรมนูญฉบับ 2560 ระบุว่า“บุคคลไม่ต้องรับโทษอาญา เว้นแต่ได้กระทําการอันกฎหมายที่ใช้อยู่ในเวลาที่กระทํานั้นบัญญัติเป็นความผิดและกําหนดโทษไว้” ซึ่งเป็นไปตามหลักที่ว่ากฎหมายไม่มีผลย้อนหลังในทางที่เป็นโทษ

โดยแม้โทษทางอาญาซึ่งมี 5 สถาน คือ ประหารชีวิต จำคุกกักขัง ริบทรัพย์และปรับ จะไม่มีผลย้อนหลังตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ แต่ยังมีโทษทางวินัย โทษทางแพ่ง รวมไปถึงตั้งแต่รัฐธรรมนูญ 2540 เป็นต้นมาที่มีองค์กรอิสระเกิดขึ้นหลายองค์กร นำมาสู่การมีระบบโทษใหม่ๆ นอกเหนือจากโทษทางอาญา การที่มาตรานี้ยังไม่ถูกแก้ไขตามไปด้วย ทำให้โทษอื่นๆ ที่ไม่ใช่โทษทางอาญายังมีผลย้อนหลังอยู่

“เรื่อง ส.ส.ร. คิดให้ดี ตั้งประเด็นก่อนว่าเป้าไหนต้องแทงไปที่หัวใจ ให้การบ้านก่อน โหวตกันตามนี้ก่อน จะทำประชามติโหวตไปก่อนก็ได้ แต่ต้องโหวตก่อนว่าคุณจะเอาอะไร ไม่ใช่ว่าไปโปรยไว้ก่อน ถ้าโปรยอย่างนี้ เกมการเมืองที่เขาถึงบอกว่าแสบที่สุด ดังเวลาทอดเวลานี่อันตรายที่สุด” อรรถวิชช์ กล่าว

ศ.ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ หัวหน้าทีมการศึกษาทันสมัย พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ในข้อแรกเห็นตรงกันว่ารัฐธรรมนูญต้องถูกแก้ไข แต่ความพยายามแก้ไขไปติดอยู่ที่ต้องได้รับการสนับสนุนจาก สว. ด้วย 1 ใน 3 เป็นเงื่อนไขที่ล็อกไว้ ดังนั้นทางออกคืออยากให้มี ส.ส.ร. ขึ้นมาจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ แต่ขณะเดียวกัน “คนทำงานการเมืองก็ต้องไม่หยอดสิ่งที่จะเป็นเงื่อนไขเพิ่มความขัดแย้งในสังคมเข้าไป” โดยต้องมีความยืดหยุ่น สามารถทำงานร่วมกันได้โดยไม่มีเงื่อนไขความขัดแย้งเพิ่มเติม

“2 โครงสร้างนี้ผมคิดว่าสุดท้ายแล้วมันจะเป็นความหวัง มันจะสร้างการเปลี่ยนแปลงให้ดีขึ้นในอนาคตได้แน่นอน” ศ.ดร.สุชัชวีร์ กล่าว

SCOOP@NAEWNA.COM

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, สกู๊ปแนวหน้า, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, สกู๊ปแนวหน้า, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

รสชาติจัดจ้าน! ผัดไทยสูตรต้นฉบับระยองแท้ เสริมท็อปปิ้งกุ้ง-ปูม้าตัวโตๆ

Posted on November 24, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/693985

รสชาติจัดจ้าน! ผัดไทยสูตรต้นฉบับระยองแท้ เสริมท็อปปิ้งกุ้ง-ปูม้าตัวโตๆ

รสชาติจัดจ้าน! ผัดไทยสูตรต้นฉบับระยองแท้ เสริมท็อปปิ้งกุ้ง-ปูม้าตัวโตๆ

วันพุธ ที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 21.26 น.

“บ้านขนมกุยช่ายคุณนุช”ต่อยอด ขายผัดไทยสูตรต้นฉบับของระยองแท้ เสริมท็อปปิ้งกุ้งและปูม้าที่เคี่ยวด้วยน้ำโล้จนชุ่มฉ่ำซึมเข้าเนื้อใน และยังมีข้าวขาหมู ข้าวหมูแดง ออเดอร์เพียบ ลูกค้าแน่นร้าน

ถนนยมจินดา เป็นถนนเมืองเก่า ตั้งอยู่ในเขตเทศบาลนครระยอง ติดกับตลาดวัดลุ่ม สองฝั่งถนนเส้นนี้ยังคงมีบรรยากาศของระยองเมืองเก่า เช่นตึกและบ้านทรงโบราณ ร้านกาแฟ ร้านอาหาร แบบดั้งเดิม เช่นขนมทองม้วนสด และทองม้วนกรอบ ที่ตั้งร้านบรรจงขายอยู่ใต้ร่มไม้ใหญ่ปลายซอย แม่ลูกช่วยกัน ทำสดๆ ขายกันใหม่ๆ สุดแสนอร่อย

ส่วนร้านที่โด่งดังอยู่ในตำนานอีกร้านหนึ่ง ที่อยู่คู่กับถนนยมจินดามาเนิ่นนาน คือ “บ้านขนมกุยช่ายคุณนุช” ร้านนี้เปิดขายขนมกุยช่าย ที่ทำเองด้วยสูตรเฉพาะ มีเพียง 3 ไส้ แต่เด็ดที่น้ำจิ้ม นอกจากนี้ ยังขายอาหารจานเดียวจานด่วนหลากหลายอย่าง แต่ละวันก็มีอยู่หลายเมนู เช่น ข้าวขาหมู ข้าวหมูแดง และผัดไทยโบราณ

อาริสา เกียรติถาวรชัย อายุ 51 ปี เจ้าของร้าน เปิดเผยว่า เริ่มแรกที่ร้านทำขนมกุยช่ายขาย ทำมาตั้งแต่สมัยบรรพบุรุษ มี 3 ไส้ คือ ไส้ผัก ไส้เผือก ไส้หน่อไม้ ซึ่งหน่อไม้จะใส่กุ้งแห้งเข้าไป เพื่อให้ได้กลิ่นไอของทะเลระยอง ส่วนเผือก ใช้มันม่วงที่มีเอกลักษณ์ คือความหวาน ความพิเศษของกุยช่ายที่นี่คือแป้งบางนุ่ม ใส้แน่น กินได้เต็มคำ น้ำจิ้มแซบจี๊ดจ๊าดมาก ทำให้ขายดีมีออเดอร์ไม่เคยขาด ชาวระยองจะรู้จักกันในชื่อ “บ้านขนมกุยช่ายคุณนุช” เป็นแบรนด์ของทางร้าน และถูกคัดเลือกให้เป็นของดีของ จ.ระยอง

ต่อมาก็เพิ่มเมนู ข้าวขาหมู ที่เราไม่ใส่น้ำตาลปกติ แต่ใส่หญ้าหวาน และน้ำผึ้ง ทำให้ได้รสชาติความหวานจากธรรมชาติ ส่วนขาหมูก็จะตุ๋นจนนุ่มกลมกล่อม ขายคู่กับข้าวหมูแดง ที่เนื้อหมูไม่แข็งกระด้าง เพราะเราใช้เทคนิคการทำหมูแดงให้ได้รสชาติอร่อย เนื้อหมูแดงนุ่มกำลังดี สำหรับข้าวขาหมูและข้าวหมูแดง ขายจานละ 50 บาท

ปัจจุบันซิกเนเจอร์ของทางร้านที่เพิ่มมาอีกเมนู คือ ผัดไทยระยอง ที่เป็นระยองแท้ๆ สูตรต้นตำรับจากเมืองแกลง เคล็ดลับอยู่ที่น้ำโล้ ที่เคี่ยวจากน้ำมะขามเปียก ผัดไทยระยองของแท้ จึงไม่มีสิ่งอื่นในจาน ไม่มีถั่วคั่ว ไม่มีเต้าหู้ ไม่มีไข่ จะมีเพียงเส้นกับหมูสามชั้น ที่ถูกผัดเข้ากับน้ำโล้จนเข้าเนื้อ ตอนจัดใส่จานก็เสริมด้วยการใส่ถั่วงอกและขึ้นฉ่ายดิบก่อนเสริฟ

เคล็ดลับจึงอยู่ที่เวลาผัดเส้นต้องผัดจนน้ำโล้ซึมเข้าเนื้อ ผัดจนกว่าเส้นจะเหนียวหนึบ เพื่อให้ได้รสชาติหวานอมเปรี้ยวนิดๆ ลูกค้าไม่ต้องเติมอะไรอีก เพราะทุกอย่างลงตัวในความเป็นเส้นผัดไทยระยอง ส่วนหมูสามชั้นก็เคี่ยวจนหนึบแต่ไม่เหนียว นอกจากนี้ ทางร้านได้เสริมท็อปปิ้งให้เหมาะกับความเป็นระยอง ต้องมีกุ้งและปูม้าตัวโตๆ เคี่ยวกับน้ำโล้จนกรอบนอกแต่เนื้อในชุ่มฉ่ำ เวลาทานจะได้รสชาติที่จัดจ้านอร่อยลงตัว ซึ่งราคาผัดไทยนั้น ขึ้นอยู่กับการเลือกท็อปปิ้งของลูกค้า เริ่มที่จานละ 50 บาท แต่ถ้าสั่งจานใหญ่ ใส่ทั้งหมูสามชั้น ปูม้า และกุ้ง ราคาจานละ 100 บาท

บ้านขนมกุยช่ายคุณนุช ตั้งอยู่เลขที่ 13 ถนนยมจินดา หรือถนนเมืองเก่า ต.ท่าประดู่ อ.เมือง จ.ระยอง เปิดขายทุกวัน ตั้งแต่เวลา 07.30 – 14.00 น.โทร 0868312616 ลูกค้าส่วนใหญ่หากไม่มานั่งรับประทานที่ร้าน ก็จะโทรสั่ง เมื่อขับรถมาจอดที่หน้าร้านรับของโดยไม่ต้องลงจากรถ เพราะทางร้านบริการจัดตามออเดอร์ส่งให้ที่รถ เป็นการอำนวยความสะดวกกับลูกค้าในเวลาเร่งด่วน

– 006

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

บรรยากาศสุดคันทรี! ‘ร้านก๋วยเตี๋ยวคอกม้าสตูล’ อิ่มอร่อยนั่งชมโชว์ขี่ม้า

Posted on November 24, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/693980

บรรยากาศสุดคันทรี! 'ร้านก๋วยเตี๋ยวคอกม้าสตูล' อิ่มอร่อยนั่งชมโชว์ขี่ม้า

บรรยากาศสุดคันทรี! ‘ร้านก๋วยเตี๋ยวคอกม้าสตูล’ อิ่มอร่อยนั่งชมโชว์ขี่ม้า

วันพุธ ที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 20.41 น.

คู่รักหนุ่มบาวสาวปาน! จากความต่างสู่จุดลงตัวที่”ร้านก๋วยเตี๋ยวคอกม้าสตูล”จุดเช็คอินใหม่ อิ่มอร่อยนั่งชมการแสดงขี่ม้าโชว์

พิกัดที่บ้านควนสงขลา หมู่ที่ 5 ต.ควนขัน อ.เมืองสตูล จ.สตูล เนรมิตพื้นที่ใกล้สวนยางพาราเป็น “ร้านก๋วยเตี๋ยวคอกม้า” ที่ทางเจ้าของร้านภูมิใจนำเสนอ จากความชื่นชอบของภรรยาที่ชอบทานก๋วยเตี๋ยว และตัวสามีเองก็ชื่นชอบการขี่ม้าแต่งคาวบอย จนมาลงตัวกันที่ “ร้านก๋วยเตี๋ยวคอกม้า” ให้คนที่ชื่นชอบก๋วยเตี๋ยวและชื่นชอบการขี่ม้าแต่งคาวบอยมาเป็นจุดนัดพบกันที่นี่ โดยเฉพาะครอบครัวพาเด็กๆ ได้ขี่เล่นและถ่ายรูปเช็คอินหนึ่งในกิจกรรมวันหยุดสุดหรรษากับครอบครัวได้อย่างสบาย

นักท่องเที่ยวหรือคนที่ชื่นชอบก๋วยเตี๋ยว นอกจากจะได้ทานก๋วยเตี๋ยวที่มีทั้งไก่และหมูเด้ง แยกน้ำสองหม้อสำหรับคนไม่ทานเนื้อหมู ในราคาเพียงชามละ 35 บาท เด็ก ผู้ใหญ่ ธรรมดา 40 – 60 บาทพิเศษ นั่งทานแล้ว ยังมีการแสดงโชว์การหวดแซ่ การขี่ม้า ในสนามม้าที่เตรียมไว้อย่างสวยงาม ให้เด็กๆ สามารถขึ้นขี่ได้ครั้งละ 30 บาท ถ่ายรูปเช็คอินได้ตามความชื่นชอบ เป็นกิจกรรมที่สองสามีภรรยาเนรมิตขึ้นมาจากใจรักในสิ่งที่ทำ

บรรยากาศที่ตกแต่งสวยงามให้นักท่องเที่ยวและลูกค้าได้เช็คอิน ด้วยน้ำพักน้ำแรงและความชื่นชอบ ทำให้เป็นที่สนใจของนักท่องเที่ยวมาลิ้มลองรสชาติก๋วยเตี๋ยวจัดว่าเด็ด และบรรยากาศสุดคันทรีและอากาศที่สดชื่น

ซึ่ง คุณอุเทน บุญศิริ อายุ 47 ปี กล่าวว่า จากความชื่นชอบของเราสองคน (นางปัทมาวัลย์ ปานแก้ว ภรรยา) จนมีวันนี้ ในการทำในสิ่งที่รักและชื่นชอบ แม้วันนี้ยังไม่สมบูรณ์มากนัก แต่ก็พร้อมบริการ โดยอนาคตจะมีพิชซ่าเตาถ่าน และกาแฟสดให้นั่งชิวถ่ายรูป ขี่ม้า และเชื่อว่าจะเป็นที่ชื่นชอบของบรรดาติ่งม้า และเมนูขายดี ก๋วยเตี๋ยวน้ำหมูเด้ง-ลูกชิ้น วันหนึ่ง 80 – 100 ถ้วย มีรายได้ถึง 3,000 – 6,000 บาท/ต่อวัน

ร้านเปิด 9 โมงเช้า ถึงบ่าย 4 โมงเย็น (ทุกวัน ) โดยเฉพาะวันเสาร์ – อาทิตย์ วันพักผ่อนครอบครัว จะมีคาวบอยโชว์ขี่ม้าต้อนวัวเข้าคอก หากใครสดใจ โทรสอบถามเส้นทางได้เบอร์ 063 475 2951

– 006

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘พระพุทธศาสนา’ไม่ใช่เป็นที่มาขอดูดวง ไม่ใช่เป็นที่มาขอสะเดาะเคราะห์

Posted on November 24, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/693961

'พระพุทธศาสนา'ไม่ใช่เป็นที่มาขอดูดวง ไม่ใช่เป็นที่มาขอสะเดาะเคราะห์

‘พระพุทธศาสนา’ไม่ใช่เป็นที่มาขอดูดวง ไม่ใช่เป็นที่มาขอสะเดาะเคราะห์

วันพุธ ที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 19.09 น.

“…พระพุทธศาสนาที่พวกเรามีความศรัทธามีความเชื่อ แต่ขอให้เราเชื่อด้วยเหตุด้วยผล เชื่อตามหลักของความเป็นจริง อย่าเชื่อแบบงมงาย การเชื่อแบบงมงายนี้ไม่ได้รับประโยชน์ที่พึงจะได้รับคือการหลุดพ้นจากความทุกข์ ให้เชื่อตามหลักของความเป็นจริง ให้รู้ว่าศาสนาพุทธนี้เป็นสถาบันการศึกษา เป็นที่มาร่ำเรียนวิธีที่จะดับความทุกข์ต่างๆ ที่มีอยู่ในใจให้หมดสิ้นไป

ไม่ใช่เป็นที่มาขอดูดวง ไม่ใช่เป็นที่มาขอสะเดาะเคราะห์ ไม่สบาย อยากจะให้หาย ก็มาหาพระพุทธศาสนา กิจการไม่เจริญก้าวหน้ารุ่งเรือง จะล้มละลาย ก็มาหาพระพุทธศาสนา ลูกออกมาอยากจะให้ลูกเป็นคนดี ก็มาให้โกนหัวให้ ให้ตัดผมให้ ชีวิตไม่ค่อยก้าวหน้ารุ่งเรืองก็มาขออาบน้ำมนต์ เรื่องราวเหล่านี้มันเป็นเรื่องของความงมงาย มันไม่เกี่ยวกับพระพุทธศาสนาเลยแม้แต่นิดเดียว แต่ไม่ทราบว่ามันเข้ามาได้อย่างไร มันแทรกเข้ามาทีละนิด จนกลายเป็นเนื้อหนังของศาสนาไป พอใครมาสอนว่านี่ไม่ใช่เป็นเรื่องของศาสนา ก็เลยกลายเป็นคนแปลกไป เอ๊ะ พูดอย่างนี้ได้ยังไง ศาสนาเขาทำกันอย่างนี้มาตั้งนาน เขาอาบน้ำมนต์กันมาตั้งนาน เขามาดูดวงกันที่วัด เขามาขอหวยขอเลขกัน ขอพรกัน แต่คนนี้มาบอกว่านี่ไม่ใช่หน้าที่ของศาสนา 

ก็เพราะว่าชาวพุทธเราส่วนใหญ่นี้ไม่ได้ศึกษากันอย่างแท้จริงนั่นเอง เรียนตามปากเปล่าที่เขาเล่ากันมา เขาเล่าว่า อ่ะ ไม่สบายเหรอ ไปวัดไป ไปขอน้ำมนต์หน่อย ไปดูดวงหน่อย อะไรหน่อย ไปแก้สะเดาะเคราะห์หน่อย ไปทำนู่นทำนี่หน่อยแล้วดวงจะดีขึ้น อะไรอย่างนี้ อันนี้ไม่ใช่หน้าที่ของศาสนาเลย มันเลยทำให้ความศักดิ์สิทธิ์หรือความวิเศษของศาสนา กลายเป็นของที่ไม่ศักดิ์สิทธ์ไป เป็นของที่ไม่น่านับถือ ไม่น่าเชื่อถือไป เนี่ยสมัยนี้ เด็กสมัยใหม่มันไม่เชื่อถือศาสนาแล้วนะ มันบอกมันไม่อยากจะมีศาสนา เพราะว่าไม่รู้มีศาสนาไว้ทำอะไร มันบอกว่ามันสามารถทำมาหากินของมันเองได้ เลี้ยงดูตัวมันเองได้ ไม่เห็นจำเป็นจะต้องมีศาสนาเลย ก็เพราะว่าไม่มีใครรู้ละสิว่าศาสนานี้เป็นอะไรกันแน่ คิดว่าศาสนาเป็นที่สะเดาะเคราะห์ เป็นที่ดูดวง เป็นที่อาบน้ำมนต์ อะไรต่างๆ เหล่านี้ จึงไม่มีใครนับถือศาสนากัน เพราะไม่รู้ความเป็นจริงของศาสนาว่า ศาสนานี้เป็นที่รักษาโรคจิตใจ 

ใครมีศาสนานี้ ใครปฏิบัติตามศาสนานี้ได้ รับประกันว่าไม่ฆ่าตัวตายอย่างแน่นอน จะไม่มีอาการซึมเศร้า จะไม่มีอัลไซเมอร์ ไม่มีความหลงความลืมอะไร เพราะศาสนานี้จะสอนให้มีสติตลอดเวลา สอนให้จิตมีความสุขตลอดเวลา จะไม่มีความซึมเศร้า จะไม่มีความรู้สึกว่าจะต้องคิดฆ่าตัวตายกัน แต่ถ้าไม่มีศาสนาเนี่ยเป็นสิ่งที่น่ากลัว ถึงแม้ตอนนี้อาจจะยังไม่ต้องพึ่งศาสนา เพราะตอนนี้ยังไม่มีความทุกข์ 

โดยเฉพาะเวลาที่เป็นหนุ่มเป็นสาวนี่ สามารถทำอะไรตามความอยากความต้องการได้ อยากมีความสุขทางตาหูจมูกลิ้นกายก็มีได้ อยากจะมีแฟนก็มีได้ อยากจะไปเที่ยวที่นั่นที่นี่ก็มีได้ ในตอนที่ยังเป็นหนุ่มเป็นสาวนี้ยังสามารถทำอะไรต่างๆ ได้อยู่ ก็เลยไม่เห็นความจำเป็นของศาสนาว่ามีไว้ทำไม แล้วยิ่งเห็นการปฏิบัติทางศาสนาว่ามีแต่พิธีกรรมอย่างเดียว ก็เลยยิ่งทำให้ไม่มีศรัทธาในศาสนา นี่เป็นเพราะว่าผู้ใหญ่ไม่สั่งสอนเด็ก ให้รู้จักว่าศาสนานี้มีหน้าที่อะไร ทำอะไร มีไว้ทำไม มีเพื่ออะไร เพราะว่าผู้ใหญ่ก็ไม่รู้ ผู้ใหญ่ก็ไม่มีผู้ใหญ่ของเขาสั่งสอนมา ปู่ย่าตายายเขาก็ไม่ได้สั่งสอนให้เขารู้ว่าพระพุทธศาสนานี้ มีหน้าที่ทำอะไรกันแน่ ก็เลยปฏิบัติทำอะไรกันมาตามธรรมเนียมตามประเพณี ซึ่งมันไม่ได้เกี่ยวกับการทำหน้าที่ของศาสนาพุทธเลย ศาสนาพุทธนี้มีหน้าที่สั่งสอน แล้วก็ให้ไปปฏิบัติเพื่อจะได้กำจัดความทุกข์ต่างๆ ให้หมดสิ้นไปจากใจ ถ้าสามารถกำจัดความทุกข์ได้แล้ว ชีวิตจะมีแต่ความสุขตลอดเวลา จะไม่มีความทุกข์อะไรเข้ามาเหยียบย่ำจิตใจเลย…”

พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต วัดญาณสังวรารามฯ จังหวัดชลบุรี วันที่ ๒๐ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๖๕ (เพจ พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต) – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ชาวเกาะสมุยดีใจเอกชนนำปลูกมะพร้าว 500 ต้นส่งต่อพืชสัญลักษณ์

Posted on November 24, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/693923

ชาวเกาะสมุยดีใจเอกชนนำปลูกมะพร้าว 500 ต้นส่งต่อพืชสัญลักษณ์

ชาวเกาะสมุยดีใจเอกชนนำปลูกมะพร้าว 500 ต้นส่งต่อพืชสัญลักษณ์

วันพุธ ที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 17.45 น.

วันที่ 23 พ.ย.65 ภายในวัดขาม อำเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี โดยนางสาวอาริญา ปราสาททองโอสถ กรรมการบริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) และสายการบินบางกอกแอร์เวย์ส ร่วมกับนายชยพล อินทรสุภา นายอำเภอเกาะสมุย นายรามเนตร ใจกว้าง นายกเทศมนตรีนครเกาะสมุย พร้อมด้วย อสม.อำเภอเกาะสมุย นักเรียนโรงเรียนบ้านหน้าค่าย และชาวเกาะสมุย ได้ร่วมในโครงการปลูกมะพร้าวเพื่อเกาะสมุย แปลงที่ 6

สำหรับโครงการปลูกมะพร้าวเพื่อเกาะสมุย ภายใต้ เลิฟ เอิร์ธ, เซฟ เอิร์ธ , เลิฟ สมุย, เซฟ เดอะ โคโคนัท ทรีส์ (LOVE EARTH SAVE EARTH: LOVE SAMUI SAVE THE OCONUT TREES) จัดขึ้นโดยบริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) และสายการบินบางกอกแอร์เวย์ส การจัดโครงการปลูกมะพร้าวในครั้งนี้ได้นำต้นกล้าพันธุ์มะพร้าวน้ำหอมจำนวน 500 ต้นปลูกในพื้นที่เกาะสมุย พร้อมกับแจกกล้าพันธุ์ต้อนมะพร้าวน้ำหอมจำนวนดังกล่าวแก่ชาวเกาะสมุย และหน่วยงานเพื่อนำไปปลูกในพื้นที่

จากนั้นนายชยพล อินทรสุภา นายอำเภอเกาะสมุย นายรามเนตร ใจกว้าง นายกเทศมนตรีนครเกาะสมุย นางสาวอาริญา ปราสาททองโอสถ กรรมการบริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) พร้อมด้วยมวลชนและนักเรียนได้ร่วมกันปลูกต้นมะพร้าวน้ำหอมบริเวณพื้นที่วัดขาม โดยมีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่รู้ข่าวได้เข้าร่วมปลูกต้นมะพร้าวในครั้งนี้เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของการลดโลกร้อน พร้อมโยนลูกบอลอีเอ็มเพื่อแก้ปัญหาน้ำเสียภายในคลองท่าเร็ต ที่มีสภาพน้ำเสียทำให้ปลาตายเพื่อสร้างสมดุลย์ให้กับน้ำในคลอง

นางทับทิม ใจซื่อ ชาวบ้านเกาะสมุยที่ปลูกมะพร้าวกล่าวถึงโครงการนี้ว่า เกาะสมุยเป็นพื้นที่มีการปลูกมะพร้าวมากของประเทศ เป็นเมืองท่องเที่ยวที่มีมะพร้าวเยอะเพราะปู่ย่าตายายเป็นคนปลูกไว้ ตนเองไม่อยากให้ลูกหลานโค้นต้นมะพร้าวด้วยสองมือ แต่ถ้าการตายของต้นมะพร้าวเกิดจากศัตรูพืชก็เป็นเรื่องของธรรมชาติ ซึ่งตนเองพยายามจุดไฟเพื่อให้ควันไฟไล่ศรัตรูของต้นมะพร้าว สำหรับโครงการปลูกมะพร้าวในครั้งนี้ถือว่าดีมากๆ ที่จะทำให้ชาวเกาะสมุยหันมาปลูกมะพร้าวเพิ่มขึ้น ซึ่งจะทำให้เกาะสมุยเป็นเกาะที่มีต้นมะพร้าวมากที่สุด ซึ่งจะทำให้เกาะสมุยไม่สิ้นต้นมะพร้าว และมะพร้าวต้องอยู่คู่กับเกาะสมุย เพื่อให้ต้นมะพร้าวส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่น จึงขอให้ทุกคนช่วยกันอนุรัษ์และรักษาต้นมะพร้าวบนเกาะสมุย

ด้านนางสาวอาริญา ปราสาททองโอสถ กรรมการบริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า โครงการปลูกมะพร้าวเพื่อเกาะสมุยเริ่มต้นมาตั้งแต่ปี 2558 และดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งกิจกรรมครั้งนี้เป็นการปลูกแปลงที่ 6 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเน้นย้ำและส่งเสริมให้เกษตรกร รวมถึงประชาชนพื้นที่เกาะสมุยและพื้นที่ใกล้เคียงตระหนักถึงความสำคัญในการอนุรักษ์ต้นมะพร้าวซึ่งเป็นเอกลักษณ์ทางธรรมชาติและเป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญของเกาะสมุย อีกทั้งยังเป็นการถ่ายทอดองค์ความรู้ เพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องในเรื่องมะพร้าว เช่น แนวทางในการปลูก การดูแลรักษา การกำจัดแมลงศัตรูมะพร้าว และการสร้างรายได้จากการปลูกมะพร้าว เป็นต้น และยังเป็นการรณรงค์ให้ชาวเกาะสมุยหันมาสนใจและอนุรักษ์ต้นมะพร้าว ซึ่งเป็นพืชสัญลักษณ์สำคัญทางด้านการท่องเที่ยวของเกาะสมุย – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ตาชาวอ่างทองตะลึง! เดินตรวจสวนหลังน้ำลดพบโคร่งกระดูกอะไรไม่รู้?

Posted on November 24, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/693883

ตาชาวอ่างทองตะลึง! เดินตรวจสวนหลังน้ำลดพบโคร่งกระดูกอะไรไม่รู้?

ตาชาวอ่างทองตะลึง! เดินตรวจสวนหลังน้ำลดพบโคร่งกระดูกอะไรไม่รู้?

วันพุธ ที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 16.31 น.

ตาวัย 74 ปีชาวอ่างทองตะลึง! เดินตรวจสวนหลังน้ำลดตกใจพบโครงกระดูกขนาดใหญ่ แจ้งเพื่อนบ้าน เจ้าหน้าที่กู้ภัยเข้าตรวจสอบ เป็นกระดูกอะไร สงสัยมาอยู่ในสวนได้อย่างไร เบื้องต้นคาดลอยมาตอนน้ำท่วม

เมื่อเวลา 14.00 น.วันที่ 23 พ.ย.65 เจ้าหน้าที่กู้ภัยได้รับแจ้งพบโครงกระดูกขนาดใหญ่ภายในสวนของนายบุญลือ พุ่มร่มไทร อายุ 74 ปี อยู่หมู่ 2 ตำบลป่างิ้ว อำเภอเมือง จังหวัดอ่างทอง จึงไปตรวจสอบพบโครงกระดูกขนาดใหญ่อยู่ภายในร่องน้ำในสวนเป็นโครงกระดูสัตว์คลายกระดูกวัว หรือควาย 

นายบุญลือ บอกว่า ตนได้เดินมาตรวจดูแลสวนหลังน้ำลดลง แต่ก็ต้องตกใจเมื่อพบโครงกระดูกดังกล่าว แต่ไม่รู้ว่าเป็นโครงกระดูกอะไร จึงแจ้งเพื่อนบ้านและกู้ภัยให้เข้ามาช่วยตรวจดูเพื่อความสะบายใจ เบื้องต้นไม่น่าใช่โครงกระดูกมนุษย์ เนื่องจากโครงกระดูกมีขนาดใหญ่ คาดว่าน่าจะเป็นโครงกระดูกวัว หรือควายตายแล้วลอยตรามน้ำมาตอนน้ำท่วมแล้วถูกสัตว์อื่นแทะกินเหลือเพียงโครงกระดูกจมน้ำเมื่อน้ำลดจึงโผล่ขึ้นมาให้เห็น จึงแจ้งให้ชาวบ้านและกู้ภัยเพื่อตรวจดู เพื่อความสะบายใจของตนเอง – 003 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

จับหมดแก๊ง! สุนัขจรจัดอาละวาดในตลาดสัตหีบกัดรถชาวบ้านเสียหาย

Posted on November 24, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/693869

จับหมดแก๊ง! สุนัขจรจัดอาละวาดในตลาดสัตหีบกัดรถชาวบ้านเสียหาย

จับหมดแก๊ง! สุนัขจรจัดอาละวาดในตลาดสัตหีบกัดรถชาวบ้านเสียหาย

วันพุธ ที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 16.07 น.

จับหมดแก๊ง! เมืองสัตหีบร่วมปศุสัตว์อำเภอบางละมุง นำเจ้าหน้าที่ลุยจับสุนัขจรจัดในตลาดสัตหีบ หลังอาละวาดไล่กัดรถชาวบ้านเสียหายรอบคัน 

จากกรณีเมื่อวันที่ 22 พ.ย.65 ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจากนายภูธเรศ ศิลาวงษ์ เจ้าของรถ Toyota Camry ว่ารถของตนถูกฝูงสุนัขจรจัดภายในตลาด รุมกัดจนพังเสียหาย รอบคันขณะจอดอยู่ภายในตลาดสัตหีบ ม.2 ต.สัตหีบ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี โดยกล้องวงจรปิดสามารถจับภาพได้ในช่วงกลางดึก หลังฝูงสุนัขประมาณ 4-5 ตัวได้วิ่งไล่แมว ที่วิ่งมาซ่อนภายในรถ ก่อนจะกัดรถจนได้รับความเสียหาย ซึ่งหมาฝูงดังกล่าวได้สร้างความเสียหายแบบนี้บ่อยครั้ง   

ล่าสุดวันนี้ (23 พ.ย.65) นายณรงค์ บุญบรรเจิดศรี นายกเทศบาลเมืองสัตหีบ ได้มอบหมายให้นายต่อศักดิ์ ตระกูลธงชัย รองนายกเทศมนตรีเมืองสัตหีบ นางสาวณิชาภา ชูพินิจ ผู้อำนวยการกองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อมเทศบาลเมืองสัตหีบ นายไพโรจน์ มาแสง ปศุสัตว์อำเภอบางละมุง รักษาราชการปศุสัตว์อำเภอสัตหีบ ออกทำการจับสุนัขจรจัดทั่วตลาดสัตหีบ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี เพื่อแก้ไขปัญหาสุนัขจรจัด พร้อมทั้งสำรวจจำนวนสุนัขจรจัดในแต่ละพื้นที่ หากพบว่าไม่มีเจ้าของ ไม่มีคนรับดูแล เป็นสุนัขพลัดหลงตามหาเจ้าของไม่ได้ หรือสุนัขที่อาจเป็นอันตรายต่อผู้อื่น ก็ดำเนินการจับไปบำบัดพักฟื้นที่ศูนย์ควบคุมสุนัขจรจัดศูนย์เลี้ยงสุนัขจรจัดการเรือยุทธการ สัตหีบ 

นายต่อศักดิ์ ตระกูลธงชัย รองนายกเทศมนตรีเมืองสัตหีบ กล่าวว่า โดยวันนี้สามารถจับสุนัขได้จำนวน 12 ตัว เป็นสุนัขตัวผู้ 9 ตัว และ ตัวเมีย 3 ตัว และกำลังดำเนินการออกจับอย่างต่อเนื่อง โดยปัญหาสุนัขจรจัด จำเป็นต้องเร่งแก้ไข เมื่อเกิดข่าวสุนัขจรในแต่ละครั้ง ได้สร้างความหวาดกลัวให้กับพี่น้องประชาชนในวงกว้าง ทางเทศบาลเมืองสัตหีบไม่เคยนิ่งนอนใจต่อปัญหาที่เกิดขึ้น และพยายามแก้ไขปัญหามาโดยตลอด แต่มุ่งเน้นการป้องกันเป็นหลัก ด้วยการรณรงค์ฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า การทำหมันสุนัขจรจัดเพื่อตัดวงจรไม่ให้มีการขยายพันธุ์ และการจับสุนัขจรจัดที่มีลักษณะดุร้าย เพื่อนำไปพักฟื้นและควบคุมไว้ที่ศูนย์เลี้ยงสุนัขจรจัดการเรือยุทธการ ซึ่งได้ให้ความอนุเคราะห์กับเทศบาลเมืองสัตหีบเป็นอย่างดีในการนำสุนัขไปเลี้ยงดู แต่ก็ยังพบว่ามีประชาชนบางส่วนนำสุนัขมาปล่อยเพิ่มและให้อาหารสุนัขจรจัดในที่สาธารณะ ทำให้เกิดการเพิ่มประชากร ของสุนัขจรจัดเพิ่มเติมอีก ซึ่งเราจะดำเนินการจับสุนัขจรจัดอย่างต่อเนื่องต่อไป – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘แมวน้ำสวนสัตว์โคราช’ชี้เปรี้ยงนัดแรกกลุ่ม G บอลโลก ‘บราซิล’ชนะ’เซอร์เบีย’

Posted on November 24, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/693834

'แมวน้ำสวนสัตว์โคราช'ชี้เปรี้ยงนัดแรกกลุ่ม G บอลโลก 'บราซิล'ชนะ'เซอร์เบีย'

‘แมวน้ำสวนสัตว์โคราช’ชี้เปรี้ยงนัดแรกกลุ่ม G บอลโลก ‘บราซิล’ชนะ’เซอร์เบีย’

วันพุธ ที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 15.09 น.

เสี่ยงทายบอลโลกฟรีเวอร์แมวน้ำสวนสัตว์โคราช ทายผลฟุตบอลโลกนัดแรกกลุ่ม G บราซิลจะชนะเซอร์เบีย

เมื่อเวลา 11.00 น.วันที่ 23 พ.ย.65 ที่สวนสัตว์นครราชสีมา ต.ไชยมงคล อ.เมือง จ.นครราชสีมา นายธนชน เคนสิงห์ ผู้อำนวยการสวนสัตว์นครราชสีมา พร้อมเจ้าหน้าที่ฝ่ายบำรุงสัตว์ เจ้าหน้าที่ส่วนจัดแสดงสัตว์ร่วมกันจัดกิจกรรมให้สัตว์ป่า ซึ่งเป็นกิจกรรมทายผลการแข่งขันบอลโลก 2022 บริเวณจุดการแสดงความสามารถของสัตว์ โดยได้มีการจัดกิจกรรมให้แมวน้ำโชว์ความสามารถทายผลการแข่งขันฟุตบอลโลก 2022 เพื่อสร้างสีสันและบรรยากาศความสนุกสนานให้กับนักท่องเที่ยว โดยมีน้องๆ นักเรียนจากโรงเรียนสายมิตรโชคชัย 3 กับโรงเรียนสายมิตรปักธงชัย 7 และนักท่องเที่ยวรวม 200 คนต่างเฝ้ารอชมการแสดงแมวน้ำ 

บรรยากาศเป็นไปด้วยสนุกสนาน คึกคัก พร้อมเสียงหัวเราะจากเด็กๆ โดยครั้งนี้ทางสวนสัตว์นครราชสีมาได้มีการนำคู่พ่อลูกสุดน่ารักอย่าง พี่อ้วน แมวน้ำเพศผู้โตเต็มวัยอายุ 27 ปี กับลูกสาวสุดน่ารักตามแบบกุลสตรีไทยอย่าง น้องกอไผ่ อายุ 10 ปี มาทายผลบอลโลกรับกับเทศกาลฟุตบอลโลก 2022 ซึ่งการทายผลในกลุ่ม G คู่ระหว่างทีมชาติ “บราซิล” พบกับทีมชาติ “เซอร์เบีย” ในคืนวันศุกร์ที่ 25 พ.ย.65 เวลา 02.00 น.

โดยทางเจ้าที่สวนสัตว์ได้นำห่วงที่ติดไว้กับธงชาติทั้ง 2 ทีมไว้ก่อนจะนำลูกบอลให้กับ 2 พ่อลูกสุดน่ารักแข่งกันโยนลูกบอลเข้าห่วงถึง 3 รอบด้วยกัน แต่ละรอบใครโยนเข้าห่วงได้ก่อนเป็นฝ่ายชนะ ซึ่งในรอบแรกเป็นน้องกอไผ่ ตัวแทนทีมชาติบราซิล ทำสกอร์นำไปก่อน 1-0 แต่ในรอบที่ 2 พี่อ้วน ตัวแทนฝั่งเซอร์เบีย ก็ไม่ยอมแพ้ง่าย ตีเสมอเป็น 1-1 โดยรอบสุดท้ายเป็นน้องกอไผ่ ที่สามารถช่วงชิงความเร็วนำพาทีมชาติบราซิล ชนะจบสกอร์ไปด้วย 2-1 ผลรวมการทายผลเป็นทีมชาติบราซิล ชนะทีมชาติเซอร์เบียร์ ซึ่งการแสดงโชว์ทายผลฟุตบอลโลกเป็นไฮไลท์สร้างความตื่นตา ตื่นใจ ความสนุกสนาน และเสียงหัวเราะให้กับน้องๆ และนักท่องเที่ยวที่เข้ามารับชมเป็นอย่างมาก

โดยกิจกรรมทายผลฟุตบอลโลก 2022 นี้ เป็นกิจกรรมที่จะช่วยส่งเสริมให้นักท่องเที่ยวได้เข้ามาสัมผัสกับสัตว์มากมายหลายชนิดที่จะผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนออกมาทายผลฟุตบอล เพื่อมอบความบันเทิง สร้างความประทับใจ และร่วมเป็นส่วนหนึ่งในกิจกรรมต่างๆ ที่ทางสวนสัตว์นครราชสีมาได้เตรียมไว้ให้กับนักท่องเที่ยวทุกคนได้ชมกัน – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ไฟฟ้าแพงเป็นเหตุ!ยายจุดเทียนในบ้านเกิดไฟไหม้ ‘ตลาด120ปีวังทอง’ หวิดวอด

Posted on November 24, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/693820

ไฟฟ้าแพงเป็นเหตุ!ยายจุดเทียนในบ้านเกิดไฟไหม้ 'ตลาด120ปีวังทอง' หวิดวอด

ไฟฟ้าแพงเป็นเหตุ!ยายจุดเทียนในบ้านเกิดไฟไหม้ ‘ตลาด120ปีวังทอง’ หวิดวอด

วันพุธ ที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 14.32 น.

ยายวัย 60 ปีจุดเทียนทิ้งไว้ในบ้านเกิดไฟไหม้ เจ้าหน้าที่และชาวบ้านช่วยกันดับก่อนเกิดไฟไหม้รุนแรงลุกลามเผาบ้านเรือนประชาชนในเขตตลาดชุมชน 120 ปีอำเภอวังทอง ซึ่งเป็นตลาดเก่าแก่เสียหาย ยายเจ้าของบ้านเผยเพราะทนไม่ไหวที่ค่าไฟฟ้าแพงเกินกว่าความเป็นจริงทั้งๆ ที่ไม่ค่อยได้อยู่บ้าน ไม่ค่อยใช้ เลยเรียกให้การไฟฟ้ามาตัดไฟและตรวจสอบ จึงจุดเทียนใช้จนกระทั่งเกิดขึ้น

เมื่อเวลา 09.30 น.วันที่ 23 พ.ย.65 เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งพบกลุ่มควันจำนวนมากภายในบ้านพักอาศัยตั้งอยู่ในชุมชนตลาด 120 ปีของอำเภอวังทอง จ.พิษณุโลก จุดเกิดเหตุบ้านเลขที่ 73 ม.1 ต.วังทอง อ.วังทอง จ.พิษณุโลก หลังรับแจ้งจึงไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมเจ้าหน้าที่ดับเพลิงจากเทศบาลวังทอง เจ้าหน้าที่กู้ภัยบูรพา พบบ้านหลังดังกล่าวเป็นบ้านเครื่องปูนครึ่งไม้ 2 ชั้น ภายในชั้นล่างของตัวบ้านพบมีกลุ่มควันจำนวนมากปกคลุมอยู่ภายในชาวบ้าน เจ้าหน้าที่จึงได้ช่วยกันเข้าไปตรวจสอบพบเพลิงกำลังลุกไหม้อยู่ภายในห้องน้ำที่บริเวณชั้นล่างของบ้าน ทางเจ้าหน้าที่และชาวบ้านข้างเคียงจึงได้ช่วยกันเข้าทำการใช้ถังเคมีดับเพลิงฉีดพ่นจนเปลวเพลิงดับลงเหลือเพียงกลุ่มควันจำนวนมากโดยใช้เวลาเพียง 20 นาทีจึงสามารถควบคุมเพลิงได้เป็นที่เรียบร้อย ตรวจสอบในเบื้องต้นพบความเสียหายภายในบริเวณห้องน้ำเพียงเล็กน้อยและทราบต่อมาเจ้าของบ้านคือนางสาวรุ่งทิพย์ อายุ 60 ปี

จากการสอบถามนางสาวรุ่งทิพย์ เล่าให้ฟังว่า บ้านหลังนี้สร้างเสร็จมาประมาณ 4 ปี ปกติตนอยู่กับลูกสาวประมาณ 1 ปีเศษที่ผ่านมาลูกสาวได้ย้ายออกไป ตนเลยอยู่คนเดียว แต่ตลอดระยะเวลา 1 ปีมานี้ค่าไฟฟ้าฟ้าแพง จ่ายหลักพันกว่าบาททุกเดือน ทั้งๆ ที่ตนก็ไม่ค่อยได้ใช้อะไร และบ้านก็ไม่ค่อยได้อยู่ ข้าวยังไม่เคยหุงกิน มีแค่เปิดพัดลม เปิดแอร์บ้างวันละไม่เกิน 2 ชั่วโมง ค่าไฟก็ยังแพงอยู่ 

เมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมาจ่ายค่าไฟฟ้าไปกว่า 2,000 บาท ตุลาคมจ่ายไปกว่า 1,000 บาท พฤศจิกายนจ่ายไปกว่า 1,000 บาท โดยเฉพาะช่วงเดือนพฤศจิกายนนี้ตนแทบไม่ได้อยู่บ้านเลย ก็เลยยิ่งสงสัยว่าทำไมค่าไฟแพง หากเทียบกับร้านค้าต่างๆ ระแวกบ้าน หรือร้านขายขนมปังก็จ่ายค่าไฟพอๆ กับบ้านตน ทั้งๆ ที่เขาใช้ไฟหลายอย่าง แต่ตนแทบไม่ใช้อะไรเลย ร้องขอให้ไฟฟ้ามาตรวจสอบก็ไม่คืบหน้า ตนเลยให้ไฟฟ้ามาตัดไฟไปก่อน เพราะตนไม่มีเงิน สุขภาพก็ไม่ดี แล้วไปอยู่กับพี่สาวแทน 

แต่วันนี้ได้กลับมาบ้านและเข้าห้องน้ำจึงจุดเทียนให้แสงสว่างแต่พอออกมาตนลืมว่าจุดเทียนไว้ก็ออกไปคุยกับเพื่อนบ้านพอกลับมาบ้านอีกทีก็พบว่ากลุ่มควันไหม้อยู่ตรงจุดที่ จุดเทียนไว้จึงรีบตะโกนเรียกเพื่อนบ้านมาช่วยดับไฟดังกล่าว โชคดีที่ตนมาเห็นทันไม่เช่นนั้นบ้านคงได้รับความเสียหายไปมากกว่านี้ โดยเมื่อช่วง 2-3 วันก่อน ทางไฟฟ้าได้แจ้งมาว่าอยู่ระหว่างการตรวจสอบเรื่องมาตรไฟฟ้าของบ้านตนผิดปกติ จึงคิดว่าจะรอให้ชัดเจนกับไฟฟ้าก่อนจึงจะหาเงินมาชำระและต่อมาตรไฟฟ้ากลับตามเดิม

จากการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจในเบื้องต้นทราบว่าขณะเกิดเหตุ ไม่มีใครพักอาศัยอยู่ ซึ่งบ้านหลังดังกล่าวงดการใช้กระแสไฟฟ้า เนื่องจากทนต่อราคาค่ากระแสไฟฟ้ารายเดือนไม่ไหวและหันมาใช้เทียนไขแทนการใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน โดยก่อนเกิดเหตุเจ้าของบ้านได้เข้าไปใช้ห้องน้ำและจุดเทียนไขลืมทิ้งไว้ก่อนออกไปทำธุระนอกบ้านจนลืมดับเทียนภายในห้องน้ำ เป็นเหตุให้เกิดเพลิงลุกไหม้ดังกล่าว ส่วนค่าความเสียหายเกิดขึ้นเพียงเล็กน้อยตามเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานพร้อมจะได้ทำการสอบสวนหาสาเหตุการเกิดเหตุเพลิงไหม้ในครั้งนี้อีกครั้งอย่างละเอียด 

สำหรับตลาดชุมชน 120 ปีวังทองเป็นตลาดเก่าแก่ที่มีอายุกว่า 100 ปีและเป็นบ้านไม้สองฝั่งถนนเป็นพื้นที่ที่ทางเทศบาลวังทองร่วมกับทางอำเภอวังทอง ได้มีการอนุรักษ์ให้เป็นชุมชนโบราณ 120 ปีวังทองและมีการเฝ้าระวังเกี่ยวกับเรื่องอัคคีภัยในบริเวณจุดนี้ พร้อมกับมีการเฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงมีการจัดตั้งจุดของทีมบรรเทาภัยวังทอง ในชุมชนจึงทำให้ เหตุการณ์นี้มีการตื่นตัวจากชาวบ้านในชุมชนที่ช่วยกันเฝ้าระวังดูแลกันเป็นอย่างดีจึงสามารถควบคุมเพลิงไว้ได้อย่างรวดเร็วในครั้งนี้ – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เกาะสมุยพร้อมรับเรือสำราญลำแรกนำนักท่องเที่ยวยุโรป 700 คนขึ้นเกาะ

Posted on November 24, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/693789

เกาะสมุยพร้อมรับเรือสำราญลำแรกนำนักท่องเที่ยวยุโรป 700 คนขึ้นเกาะ

เกาะสมุยพร้อมรับเรือสำราญลำแรกนำนักท่องเที่ยวยุโรป 700 คนขึ้นเกาะ

วันพุธ ที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 12.18 น.

วันที่ 23 พ.ย.65 ภายในห้องประชุมชั้นสาม ที่ว่าการอำเภอเกาะสมุย อำเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี นายชยพล อินทรสุภา นายอำเภอเกาะสมุย ได้ประชุมเตรียมความพร้อมรับเรือสำราญที่จะกลับมาจอดแวะยังเกาะสมุยครั้งแรกหลังจากที่ได้หยุดให้บริการจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่ผ่านมากว่าสองปี การประชุมครั้งนี้ได้มีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมเพื่อเตรียมความพร้อม

สำหรับเรือสำราญลำแรกที่จะมาจอดแวะเกาะสมุยเพื่อนำนักท่องเที่ยวขึ้นเที่ยวเกาะสมุยชื่อ เรือสำราญไวกิ้ง มาร์ส ซึ่งจะนำนักท่องเที่ยวจำนวน 700 คน ที่ส่วนใหญ่เป็นนักท่องเที่ยวชาวยุโรป ซึ่งเรือสำราญ เอ็ม.วี.ไวกิ้ง มาร์ เดินทางจากท่าเทียบเรือประเทศสิงคโปร์มายังเกาะสมุย และจะมาจอดแวะเกาะสมุยในวันอาทิตย์ที่ 27 พฤศจิกายน 2565 ที่ประชุมนายอำเภอเกาะสมุยได้มอบหมายให้หน่วยงานต่างๆ ว่างแผนการทำงานเพื่อให้นักท่องเที่ยวที่เดินทางมากับเรือสำราญได้รับความสะดวกมากที่สุด หากเตรียมความพร้อมไม่ดีจะทำให้นักท่องเที่ยวคอยรับบริการนาน ซึ่งจะส่งผลเสียต่อภาพลักษณ์การท่องเที่ยวของเกาะสมุย

ทั้งนี้เรือสำราญที่จะเดินทางมาจอดแวะบนเกาะสมุยในปี 2566 จะมีเรือสำราญนำนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางมายังเกาะสมุยเพิ่มขึ้น ซึ่งส่วนใหญ่กลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางมากับเรือสำราญจะเป็นการเดินทางมาจอดแวะในช่วงเช้า และเดินทางต่อในช่วงเย็น แต่สำหรับในปี 2566 จะมีเรือสำราญที่นำนักท่องเที่ยวมานอนค้างคืนวันที่ 1-2 และ 10-11 มกราคม 2566 ซึ่งเป็นการจอดแวะแล้วเปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวนอนบนเกาะสมุย ซึ่งการกลับมาจอดแวะเกาะสมุยอีกครั้งของเรือสำราญ จะส่งผลดีกับการท่องเที่ยวของเกาะสมุยเพราะจะมีรายได้เข้าพื้นที่ ซึ่งถือเป็นการเปิดรับศักราชใหม่และแนวโน้มที่ดีต่อการท่องเที่ยวตั้งแต่ต้นปี 2566การจอดแวะของเรือสำราญเป็นการกระจายรายได้สู่ชุมชน ผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยว ผู้ผลิตสินค้าที่ระลึก และสินค้าชุมชน หลังจากที่เรือสำราญไวกิ้ง มาร์ส เสร็จภารกิจจากเกาะสมุยแล้วเรือสำราญไวกิ้ง มาร์ส จะเดินทางต่อไปยังท่าเทียบเรือแหลมฉบัง จังหวัดชลบุรี

สำหรับเรือสำราญไวกิ้ง มาร์ส เป็นเรือสำราญลำใหม่สร้างเสร็จในปี 2022 สัญชาตินอร์เวย์ ของไวกิ้ง ครูซส์ จำกัด ดำเนินการโดยไวกิ้งโอเชียนสหรัฐอเมริกา มูลค่า 340 ล้านยูโร (400 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) หรือประมาณ 14,000 ล้านบาท ขนาด 47,800 ตันกรอส ความสูง 6 ชั้น ยาว 227 เมตร กว้าง 28 เมตร ความเร็วสูงสุด 20 น็อต รองรับผู้โดยสารได้ 930 คน ลูกเรือ 465 คน มีห้องพัก 464 ห้อง มีกำหนดการท่องเที่ยวทางทะเล 35 วันตั้งแต่วันที่ 25 ตุลาคม 2565 ถึงวันที่ 29 พฤศจิกายน 2565 ต้นทางท่าเรือไพรีอัสเอเธนส์ ประเทศกรีซ โดยผ่านประเทศอียิปต์ , จอร์แดน , โอมาน , อินเดีย , ศรีลังกา , มาเลเซีย , สิงคโปร์ เข้าประเทศไทยที่เกาะสมุย ปลายทางท่าเรือแหลมฉบัง จ.ชลบุรี ก่อนจะไปทวีปออสเตรเลีย – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 2,973,250 hits

Join 4,111 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

สรุปมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ประจำวันที่ 10 มิถุนายน 2569
สวยโกงอายุ แก้ว อภิรดี เปลี่ยนทรงผมหน้าเด็กลงจนจำแทบไม่ได้
ปิดฉากการเยือนชื่นมื่น เกาหลีเหนือเผยผู้นำ 2 ชาติ บรรลุยุทธศาสตร์ระยะยาว เดินหน้าความสัมพันธ์
แตะเบรกเตือน ‘กลุ่มนักกฎหมาย’ เตรียมถวายฎีกาปม ‘เขากระโดง’ ส่อก้าวล่วง ‘อำนาจศาล-ขัดหลักนิติธรรม’
ครม. ไฟเขียว ยกฐานะ มทร.ล้านนาน่าน เป็นมหา’ลัยประจำจังหวัด
ฮุน เซน ขอโทษประชาชน อ้างไว้ใจไทยมากไป จนไม่เตรียมพร้อมทางทหาร
ฮ่องกงตั้งข้อหา 7 บุคคล 2 บริษัท คดีเพลิงไหม้อาคารชุด "หวังฟุกคอร์ท" คร่า 168 ศพ
เกาหลีใต้สั่งปรับ "Coupang" ยักษ์ใหญ่อีคอมเมิร์ซ 1.34 หมื่นล้าน ทำข้อมูลลูกค้ารั่วไหล 37 ล้านบัญชี
ปากีสถานโจมตีชายแดนอัฟกานิสถาน ดับแล้ว 26 ศพ
ศาลรัฐธรรมนูญ ยังรอความเห็น-เอกสาร 2 คดี พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน-บาร์โค้ดบัตรเลือกตั้ง

Recent Posts

  • ลูกเรืออินเดียดับ 3 ศพ หลังสหรัฐฯ โจมตีเรือบรรทุกน้ำมันนอกชายฝั่งโอมาน
  • คุมตัว “หญิงไทย” ขึ้นศาลเมียนมา โยงคดีนักการทูตสหรัฐฯ ดับคาโรงแรมหรูย่างกุ้ง
  • เกาหลีใต้สั่งปรับ “Coupang” ยักษ์ใหญ่อีคอมเมิร์ซ 1.34 หมื่นล้าน ทำข้อมูลลูกค้ารั่วไหล 37 ล้านบัญชี
  • จีนรวบตัวชายฉงชิ่ง หลอกรับเลี้ยงสุนัขก่อนทรมานจนบาดเจ็บ-ตาย
  • สหรัฐฯ-อิหร่านเปิดฉากโจมตีตอบโต้วันที่สอง

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • entertain
  • lady
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    • SootinClaimon.Com
    • Join 1,657 other subscribers
    • Already have a WordPress.com account? Log in now.
    • SootinClaimon.Com
    • Subscribe Subscribed
    • Sign up
    • Log in
    • Report this content
    • View site in Reader
    • Manage subscriptions
    • Collapse this bar

Loading Comments...

    %d