เพียงแค่หนุ่มๆN.Flyingที่เดินขึ้นมาประจำตำแหน่งบนเวทีเอ็นเฟียก็นั่งไม่ติดเก้าอี้ลุกขึ้นกรีดร้องต้อนรับความสนุกที่แสนคิดถึงกันสุดเสียงด้านหนุ่มๆ “เอ็น.ฟลายอิ้ง”หลังจากทักทายก็เข้าประจำที่แล้วเสิร์ฟความร้อนแรงกับเพลงแรกThe World is Mineฟากเอ็นเฟียก็หยิบแท่งไฟสีทองขึ้นมาโบกตามจังหวะเพลงกันอย่างสนุกสนานแล้วตามติดด้วยเพลงR U Ready? ที่ช่วยเร่งอุณหภูมิให้เลือดสูบฉีดงานนี้ทั้ง“เอ็น.ฟลายอิ้ง”และเอ็นเฟียพากันกระโดดและปรบมือไปด้วยกันตลอดทั้งเพลงก่อนจะปิดเบรกแรกด้วยเพลงEndless Summer(Koren Ver.)ที่พาทุกคนในฮอลล์ไปพบกับความสดใสของท้องทะเลในช่วงฤดูร้อน
แล้วเพลงAwesomeดังกระหึ่มพร้อมกับความร้อนแรงที่ไต่ระดับขึ้นเรื่อยๆจนไม่สามารถนั่งดูได้อีกเอ็นเฟียทุกคนพร้อมใจกันลุกขึ้นกระโดดตาม 5 หนุ่มกันทั้งฮอลล์ก่อนเสิร์ฟความฮอตกับเพลงMonsterที่ทำเอาหนุ่มซึงฮยอบถึงกับต้องถอดเสื้อตัวนอกออกแล้วไปสนุกสุดเหวี่ยงกับเพลงใหม่อย่างVideo Therapy ที่ไม่ว่าใครก็ต้องโยกตามจบเพลงฮเวซึงชวนคุยต่อ“เพลงที่ร้องไปเมื่อกี้เป็นเพลงใหม่นะครับเป็นยังไงบ้าง?พวกเราซ้อมด้วยความตื่นเต้นเพื่อจะให้ทุกคนได้ชมกันพอมาเห็นทุกคนชอบก็รู้สึกดีใจมากเลยครับ”ซึงฮยอบถามขึ้นว่า“พอจะรู้แล้วใช่มั้ยครับว่า“เอ็น.ฟลายอิ้ง”คือใคร?ถึงเวลาแล้วละที่เอ็นเฟียต้องบอกบ้างว่าเอ็นเฟียคือใคร?”ก่อนจะถามดงซองว่าเป็นยังไงบ้าง?“สำหรับผมเมืองไทยคือครั้งแรกครับครั้งแรกกับพี่ๆวง“เอ็น.ฟลายอิ้ง”ผมตื่นเต้นมากจริงๆครับตอนช่วงซ้อมผมได้เจอ เอ็นเฟียแล้วรอบหนึ่งก็เลยทำให้ตอนนี้สนุกได้อย่างเต็มที่และอยากให้เอ็นเฟียร่วมสนุกให้เต็มที่ด้วยครับ”ซึงฮยอบพูดถึงความหมายของคอนเสิร์ตครั้งนี้“เรากลับมากับธีม Into The Light สิ่งแรกที่อยากทำคือได้เล่นคอนเสิร์ตต่อหน้าทุกคนดังนั้นถ้าเราเข้าไปในแสงสว่างได้ณที่นั้นก็คือคอนเสิร์ตและจุดๆนั้นก็มีกรุงเทพฯอยู่ด้วย” จึงทำให้เพลงที่จะร้องต่อไป เป็นเพลงที่ ซึงฮยอบ บอกว่าเป็นเพลงที่ พวกเขาคิดถึงกรุงเทพฯมาโดยตลอดเพราะเมื่อร้องเพลงนี้ทีไร ความรู้สึกนั้นก็จะกลับมาทุกที พร้อมเอ่ยปากให้ช่วยกันร้องอีกครั้ง
แล้วเพลงน่ารักๆอย่างBlue Sceneก็เปลี่ยนบรรยากาศในฮอลล์ให้เต็มไปด้วยความสดใสแสนโรแมนติกต่อด้วยความสนุกที่ร้อนระอุขึ้นอีกครั้งกับเพลงPreview และเพลง I Like Youทำเอาเหล่าเอ็นเฟียลุกขึ้นกระโดดกันอีกครั้ง“สนุกมั้ยครับ? เพลงเหล่านี้เป็นเพลงที่โชว์ว่าเราคิดถึงเมืองไทยมากแค่ไหน?”ฮเวซึงขอทำซึ้งก่อนที่ซึงฮยอบจะชวนคุยว่า“ก่อนจะมาเมืองไทยเราได้เข้าร่วม Concert Festival ต่างๆมากมายที่เกาหลีทำให้เราเล่นสดได้แน่นขึ้นมาถึงเพลงต่อไปเป็นเพลงที่ทำให้นึกถึงพลังงานเวลาที่อยู่บนเวที Festival ต่างๆนะครับ”ระหว่างนี้แจฮยอนมีคำถามบ้าง“ถ้าให้เลือกระหว่างN.Flying Concert กับN.Flying Festival จะเลือกอะไร? (แฟนๆ เสียงแตก) งั้นเอาเป็น Festival ที่สนุกใน Concert ก็แล้วกันนะครับ”จากนั้นเพลงYouเพลงสุดน่ารักที่มีจังหวะให้โยกตามจนเอ็นเฟียพร้อมใจกันชูป้ายแบนเนอร์ที่มีข้อความว่า “우리는서로에게 80살까지빛이되는거야“ (เราต่างก็จะเป็นแสงที่ส่องสว่างให้แก่กันไปจนอายุ 80 ปี) ทำเอาหนุ่มๆซึ้งกันไป และเอ็นเฟียก็ได้เห็น แจฮยอนรัวกลองอย่างเมามันส์ในเพลง Leave It ทำเอาทุกคนลุกขึ้นมากระโดดตามหนุ่มๆบนเวทีที่ใส่สุดเต็มพลัง ก่อนจะต่ออีกเพลงกับPardon?ที่หนุ่มๆวิ่งวุ่นกันทั่วเวทีแถมด้วยช็อตเด็ดดงซองมือเบสกับชาฮุนมือกีตาร์ประชันฝีมือกันอยู่ข้างๆแจฮยอนมือกลองแบบไม่มีใครยอมใคร
ฮเวซึงพาเข้าช่วงพูดคุย “พวกเรามาถึงเมืองไทยกันเมื่อวานตอนที่ถึงสนามบินสารภาพเลยว่าตอนแรกลืมพอออกมาถึงสนามบินปุ๊บเอ็นเฟียของพวกเราให้การต้อนรับที่รุนแรงทำให้จำสิ่งที่ลืมไปแล้วได้อีกครั้งอา…ผมได้มาเมืองไทยจริงๆแล้วนี่นาว้าว…อบอุ่นเหลือเกินอากาศมันดีต่อสุขภาพคออย่างมากแล้วก็มองขึ้นไปบนฟ้าท้องฟ้าสวยงามมากทำให้อารมณ์ดีคูณสามไปเลยครับสรุปก็คือเมืองไทยดีจริงๆ”ด้านซึงฮยอบขอดูป้ายโปรเจ็คท์จากแฟนๆ “ปกติแล้วเค้าต้องโชว์กันตอนเพลงสุดท้ายไม่ใช่เหรอครับ? ทำไมมันถึงขึ้นมาก่อนล่ะครับ? ผมอยากบอกว่าหลังจากจบEncore Tour แล้วก็กลับมากับInto The Light ตอนที่จบEncore Tour รู้สึกว่ามันขาดอะไรไปก็เลยอยากเป็นกำลังใจให้กับเอ็นเฟียผมกับฮเวซึงไปเดินเล่นกันแล้วก็ได้เห็นภาพตอนกลางคืนมันสวยมากเราก็เลยถ่ายรูปมาให้ได้ดูกันพอพูดถึงท้องฟ้าเมืองไทยแล้วแฟนๆทำโปรเจ็คท์นี้ให้เลยอยากขอบคุณที่เป็นดวงดาวที่สวยงามให้กับพวกเรานะครับทุกครั้งที่มาเล่นสดที่เมืองไทยลืมไม่ลงจริงๆวันนี้มาทำให้เป็นค่ำคืนที่ลืมไม่ลงกันเถอะนะครับ”
มาถึงเซ็ทเพลงแสนไพเราะที่เหมาะกับยามค่ำคืนเพราะทั้งซึ้งเศร้าและเหงากันบ้างเริ่มจากGOOD BAMต่อด้วยFateตอกย้ำความเศร้ากันอีกเพลงSoberก่อนปิดท้ายๆด้วยเพลงเหงาของคนเท่กับเพลงAutumnDream“ยังจำได้อยู่ใช่มั้ยครับ?”ซึงฮยอบถามขึ้น“มีสิ่งที่เราเตรียมมาเกือบ 3 ปีแล้ว ตอนนั้นเป็น Up Light ทัวร์ครั้งนี้กลับมากับ Into The Light เราคิดหนักมากเลยว่าจะหาเพลงไหนมาเป็นของขวัญให้เอ็นเฟียดี? เพลงนี้เตรียมมาเพื่อทำให้เอ็นเฟียไทยละลายกันไปเลยคิดว่าเอ็นเฟียน่าจะรู้จักเพลงนี้กันหมดนะครับงั้นไปฟังกันเลยครับ‘ร้องด้วยกัน’(พูดเป็นภาษาไทย)”แล้วเพลงชอบตัวเองตอนอยู่กับเธอ(บิวกิ้น) ในเวอร์ชั่นน้องฮเวซึงร้องพี่ซึงฮยอบดีดกีตาร์ก็ดังขึ้นพร้อมเสียงกรี๊ดและร้องคลอตามของเหล่าเอ็นเฟีย พอจบเพลงปุ๊บซึงฮยอบถามว่า“ทุกคนรู้จักเพลงนี้กันใช่มั้ยครับ? เนื้อเพลงประมาณว่าฉันชอบตัวเองเวลาที่อยู่กับเธอคิดว่า เอ็นเฟียน่าจะชอบเลยเตรียมเพลงนี้มาครับ”ด้านฮเวซึงโยนคำถามไปที่ชาฮุนที่ยืนหน้านิ่งอยู่ข้างๆ“แล้วพี่ฮุนคิดว่าตัวเองเป็นยังไงเวลาอยู่กับเอ็นเฟียครับ?”ชาฮุนตอบว่า“ผมไม่ได้มีความมั่นใจในตัวเองขนาดนั้นน่ะครับแต่ขอบคุณเอ็นเฟียที่ทำให้ผมมีความมั่นใจมากที่สุดในโลกเลยครับ”แจฮยอนที่นั่งคิดคำตอบอยู่หลังกลองโดนถามบ้าง“สำหรับผมแค่ถุงพลาสติกปลิวไปตามสายลมผมก็ยังขำได้แต่เวลาที่เห็นเอ็นเฟียมันยิ่งกว่าเห็นถุงพลาสติกครับทำให้ยิ้มตลอดเวลาทุกๆคนทำให้ผมยิ้มไม่หยุดเลยครับ”ถึงคิวดงซองที่ยืนกดดันสุดๆอยู่บ้าง“ได้ยินเสียงหัวใจของผมมั้ยครับแต่คิดว่าไม่น่าจะได้ยินกันหรอกครับเพราะหัวใจของผมมันอยู่ข้างหน้าโน้น” ทำเอาเสียงกรี๊ดสนั่น ซึงฮยอบปิดท้ายว่า“ทุกคนสุดยอดมากเลยพวกเราเปล่งประกายมากที่สุดก็ตอนอยู่กับเอ็นเฟียนี่ละครับเรารักเมืองไทยเสมอเราจะกลับมาเรื่อยๆ จนกว่าจะอายุ 80 เลยสัญญาครับพวกเราก็จะรักษาเอ็นเฟียจนถึงที่สุด”ฮเวซึงบอกก่อนเริ่มเพลงว่า“เดี๋ยวจะโชว์พลังที่อั้นไว้ 3 ปีให้ได้ดูกันนะครับ”
เข้าสู่ช่วงเวลาที่เดือดที่สุดในคอนเสิร์ตครั้งนี้เพราะหนุ่มๆขนเพลงมันส์ๆมาเสิร์ฟกันแบบจุใจไล่ตั้งแต่UP ALL NIGHT เพลงจังหวะชวนโดดจนถึงเพลง4242กับTheRealที่เปิดโอกาสให้ชาฮุนและดงซองได้ประชันสกิลการดีดกีตาร์กับเดินเบสกันอย่างสุดมันส์ส่วนมือกลองหน้าทะเล้นอย่างแจฮยอนก็ตีกลองแบบสุดพลังฟากสองนักร้องนำฮเวซึงกับซึงฮยอบก็โชว์พลังเสียงแบบจัดเต็มไม่มีใครยอมใครเรียกได้ว่า 3 ปีที่ห่างหายกันไป“เอ็น.ฟลายอิ้ง”พัฒนาฝีมือไปได้ไกลมากจริงๆแต่ที่กรี๊ดสุดต้องยกให้ช็อตที่ซึงฮยอบกับฮเวซึงวิ่งลงมาหาแฟนๆถึงที่นั่งเลยก็อย่างที่กล่าวขวัญกัน“เอ็น.ฟลายอิ้ง”เซอร์วิสแฟนๆจัดเต็มทุกครั้ง เผลอแป๊บเดียวคอนเสิร์ตมาถึงช่วงท้าย“เอ็น.ฟลายอิ้ง”หายเข้าไปหลังเวทีก่อนจะกลับมาอีกครั้งกับเสื้อธีมคอนเสิร์ตInto The Lightก่อนพาทุกคนกระโจนเข้าสู่ช่วงอังกอร์กับเพลงJust One Dayที่แฟนๆพร้อมใจกันชูเบรนเนอร์ที่พิมพ์ข้อความว่า “만나지못하면서도기억해줘함께했던시간들“(ช่วงเวลาที่ไม่ได้พบกันก็ช่วยจดจำช่วงเวลาที่เคยมีร่วมกันไว้ด้วยนะ)ซึงฮยอบเห็นแล้วก็บอกว่า“จากข้อความในเบรนเนอร์ที่ว่าให้คิดถึงกันตอนไม่ได้อยู่ด้วยกันอันนี้ผมว่ามันใช้ไม่ได้นะครับเพราะว่าทุกคนอยู่ในใจของพวกเราตลอดเวลาอยู่แล้วไม่ต้องบอกว่าช่วยคิดถึงหน่อยแต่เรามาอยู่ด้วยกันไปนานๆเลยนะครับ” ทำเอา เอ็นเฟีย ซึ้งฟินสิค่ะ