“อนุทิน”แฮปปี้ สื่อตั้งฉายา”ภูมิใจดูด พูดแล้วดอย”

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/539664

26 ธ.ค. 2565

"อนุทิน"แฮปปี้ สื่อตั้งฉายา"ภูมิใจดูด พูดแล้วดอย"

“อนุทิน”แฮปปี้ สื่อตั้งฉายาปี 2565 “ภูมิใจดูด พูดแล้วดอย” ชี้อยู่บนดอยก็อยู่บนที่สูง ปลอดภัย พร้อมปฏิเสธเป็นพรรคดูดนักการเมือง แต่ทำตามนโยบายทำได้จริง

จากกรณีที่ สื่อมวลชนทำเนียบรัฐบาลตั้งฉายาให้นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ว่า “ภูมิใจดูด พูดแล้วดอย”


ล่าสุด นายอนุทิน กล่าวอย่างอารมณ์ดีว่า “อยู่บนดอยก็อยู่บนที่สูง ปลอดภัย”

ผู้สื่อข่าวจึงถามย้ำว่า แต่ พ.ร.บ.กัญชากัญชง ค้างอยู่ในสภา นายอนุทิน ตอบว่า ติดเพราะคนอื่น ไม่ได้ติดที่พรรคภูมิใจไทย เราส่งกฎหมายเข้าสภา ผ่านกรรมาธิการเรียบร้อย ทำทุกอย่างแล้ว ไม่มีอะไรที่ควรทำแล้วไม่ได้ทำ ถ้ามีอุปสรรคคนที่ทำให้เกิดอุปสรรคก็ต้องรับผิดชอบ
 

ส่วนฉายา “ภูมิใจดูด” นั้น เราไม่ได้ดูด แต่ถ้าเห็นว่านโยบายของพรรคหาเสียงแล้ว ทำได้ เกิดเป็นผลงาน ก็มาหาเรา ซึ่งไม่เคยปิดกั้น

จากนั้น นายอนุทิน ได้ให้พรปีใหม่ 2566 กับประชาชน “ขอให้สิ้นทุกข์สุขเกษมเปรมปรีดิ์ สวัสดีปีใหม่พี่น้องคนไทยทุกคน”

ประธานสภา เชื่อ ประชุม 28 ธันวา ไม่มีปัญหา ‘สภาล่ม’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/539666

26 ธ.ค. 2565

ประธานสภา เชื่อ ประชุม 28 ธันวา ไม่มีปัญหา 'สภาล่ม'

‘ประชุมสภา’ นัดพิเศษ 28 ธันวา ประธานสภา เชื่อ ไม่มีปัญหา ‘สภาล่ม’ เพราะพิจารณากฎหมายที่วุฒิสภาแก้ไขแทนกฎหมายกัญชา

ชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร  เชื่อว่า การประชุมสภาฯ เป็นกรณีพิเศษในวันที่ 28 ธันวาคมนี้จะได้รับความร่วมมือจากสมาชิกและไม่มีปัญหาเรื่ององค์ประชุม เนื่องจากการนัดหมายการประชุมตามวาระนั้น เป็นผลมาจากการหารือของวิปฝ่ายค้านและวิปรัฐบาล  ที่จะมีวาระพิจารณาร่างกฎหมายที่วุฒิสภาแก้ไขเพิ่มเติม  จำนวน 5 ฉบับ แทนพ.ร.บ.กัญชา กัญชง

ทั้งนี้ เชื่อว่าจะสามารถผ่านการพิจารณาได้ เพราะมีการแก้ไขจากวุฒิสภาเพียงเล็กน้อย จะมีก็เพียงแต่ร่างพ.ร.บ.กองทุนเงินกู้ยืมเพื่อการศึกษา (ฉบับที่…) พ.ศ… ที่วุฒิสภาแก้ไขในประเด็นดอกเบี้ยและอัตราค่าปรับที่อาจต้องใช้เวลาพิจารณาว่าสภาฯจะเห็นด้วยหรือไม่

สำหรับวาระการประชุมสภาฯ พยายามทำเรื่องเพื่อทราบและรายงานที่คณะกรรมาธิการพิจารณาแล้วเสร็จที่ค้าง 10 เรื่องให้แล้วเสร็จ เนื่องจาก กมธ.บางคณะใช้เวลาศึกษา 1- 3 ปี และใช้งบประมาณเบี้ยประชุมหลักแสนบาท ถึงหลัก 1-3ล้านบาท ดังนั้นหากไม่ถามสภาฯ จะถือว่างานไม่เสร็จ ซึ่งตนอยากให้ผ่านเพื่อจะได้เป็นผลงานของสภาฯ



” จะไม่มีการเสนอกฎหมายเข้ามาอีกแล้ว ดังนั้นต้องพิจารณากฎหมายที่ค้างอยู่ ซึ่ง 2 เดือนที่เหลือน่าจะพิจารณาได้ รวมถึงเรื่องกฎหมายกัญชาที่เลื่อนขึ้นมาพิจารณาพร้อมกับกฎหมายคู่ชีวิต และ การแก้ไขประมวลกฎหมายเพ่งและพาณิชย์ที่เชื่อว่าจะใช้เวลาพิจารณามาก” นายชวน กล่าว

ส่วนการประชุมสภาฯ วันที่ 22 ธ.ค. ที่ผ่านมา สะดุดลงหลังจากนายอุบลศักดิ์ บัวหลวงงาม ส.ส.ลพบุรี พรรคเพื่อไทย เสนอให้นับองค์ประชุม ระหว่างพิจารณารับทราบรายงาน  ส่วนตัวเสียดายคิดว่าน่าจะผ่านพิจารณา สัก 2 เรื่อง เพื่อให้เรื่องแล้วเสร็จ ก่อนสิ้นปี 2565 และไม่ต้องมีการบ้านอีก

แต่การเสนอนับองค์ประชุมถือเป็นเรื่องของสมาชิกที่ให้ตรวจสอบได้ อย่างไรก็ดีต้องขอความร่วมมือให้สมาชิกใช้เวลาที่เหลืออยู่ให้เป็นประโยชน์ทำงานให้ลุล่วง เพราะประชาชนจับตาการทำงานอยู่

“เพื่อไทย”ฟาด”บิ๊กตู่”พูดเกินจริง นอนตาไม่หลับสักวัน หลังเรือหลวงล่ม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/539659

26 ธ.ค. 2565

"เพื่อไทย"ฟาด"บิ๊กตู่"พูดเกินจริง นอนตาไม่หลับสักวัน หลังเรือหลวงล่ม

“เพื่อไทย”ฟาด”บิ๊กตู่” ให้สัมภาษณ์ นอนตาไม่หลับสักวัน หลังเรือหลวงสุโขทัยล่มกลางทะเล เห็นแต่หมกมุ่นการเมือง แนะเยียวยาและแก้ไขจไม่ให้เกิดเหตุซ้ำรอย

หลังพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน ว่าตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ “เรือหลวงสุโขทัย” อับปาง จากวันแรกจนถึงวันนี้ไม่เคยนอนตาหลับสักวัน

ล่าสุด นายพลภูมิ วิภัติภูมิประเทศ ส.ส.กทม.เขตบึงกุ่ม-คันนายาว พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า สิ่งที่พลเอกประยุทธ์ พูดน่าจะเกินความเป็นจริง เพราะส่วนตัวยังเห็นหมกหมุ่นอยู่กับอนาคตทางการเมืองของตัวเองกับพรรครวมไทยสร้างชาติ ถึงขนาดออกมาประกาศความชัดเจนแสดงให้เห็นว่า พล.อ.ประยุทธ์ อยากอยู่ในอำนาจต่อ จนไม่สนใจเสียงของพี่น้องประชาชน ดังนั้นการออกมาบอกว่า นอนไม่หลับ ตั้งแต่เกิดเหตุเรืออับปาง น่าจะพูดแค่ให้ตัวเองดูดี ดูมีความห่วยใย หรือไม่ สิ่งที่ควรทำ คือ เยียวยา ให้กำลังใจ และแก้ไขจุดบกพร่อง ซึ่งเป็นสาเหตุของการสูญเสียครั้งนี้ ไม่ให้ซ้ำรอยขึ้นอีก 

ขณะเดียวกัน พรรคเพื่อไทย ในฐานะพรรคฝ่ายค้าน ซึ่งมีหน้าที่ตรวจสอบรัฐบาล ต้องไม่ปล่อยผ่านเรื่องนี้ อย่าโทษหรือตรวจสอบแค่กรมอุตุนิยมวิทยา แต่ควรพุ่งเป้าไปที่ผู้รับผิดชอบโดยตรงอย่างรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมกลาโหมจะดีกว่า

สม’ฉายารัฐบาล’ – นายกรัฐมนตรี แปดปีที่แปดเปื้อน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/539655

26 ธ.ค. 2565

สม'ฉายารัฐบาล' - นายกรัฐมนตรี แปดปีที่แปดเปื้อน

พรรคเพื่อไทย ชอบใจฉายารัฐบาล ประจานข้อเท็จจริง พล.อ. ‘ประยุทธ์’ จันทร์โอชา แปดเปื้อนมาแปดปี อาสามาทำงานไม่สง่างาม

ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทยกล่าวถึงการตั้งฉายารัฐบาลของสื่อมวลชน ว่าเป็นฉายาที่โดนใจ  ฉายารัฐบาล หน้ากากคนดี คำนี้ไม่มีใครคิดถึง หมายความว่า ทุกอย่างถูกซ่อนเร้นไว้ แต่เบื้องลึกเบื้องหลังตลอด 8 ปี ทุกคนรู้ว่าเป็นอย่างไร

เห็นได้จากวิถีประชาธิปไตยที่ถูกทำลาย เศรษฐกิจ ความเป็นอยู่ของประชาชน ถูกปิดกั้น และที่สำคัญใช้โอกาส 8 ปี แสวงหาประโยชน์และอำนาจให้พวกพ้อง ซึ่งเป็นไปในลักษณะแปดเปื้อน

ด้านเลขาธิการพรรคเพื่อไทย ประเสริฐ จันทรรวงทอง กล่าวถึงฉายา แปดเปื้อน ของนายกรัฐมนตรีว่าสะท้อนว่า พลเอกประยุทธ์อยู่เบื้องหลังทุกอย่าง แต่หน้าฉากหน้าทำเป็นไม่รู้ เพราะมีการวางแผนกันมาอย่างดี

หลังจากที่พลเอกประยุทธ์ตั้งพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ เป็นเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ทำตัวเป็นมิตรกับสื่อมวลชน พยายามทำตัวเป็นนักการเมือง และมีความระมัดระวังเรื่องงบกลาง แสดงว่าที่ผ่านมารัฐบาลใช้งบกลางแบบสุรุ่ยสุร่ายใช่หรือไม่

ขณะที่โฆษกพรรคเพื่อไทย ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ มองว่า ฉายา แปดเปื้อน สะท้อนว่า ไร้ซึ่งความสง่างามที่จะอาสามาทำหน้าที่นายกรัฐมนตรีอีกครั้ง ดังนั้น พลเอกประยุทธ์ ต้องพิจารณาตัวเองอย่างมากหลังจากนี้

‘เพื่อไทย’ เปิดตัว ผู้สมัคร ส.ส. เพิ่มอีก 21 คน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/539648

26 ธ.ค. 2565

'เพื่อไทย' เปิดตัว ผู้สมัคร ส.ส. เพิ่มอีก 21 คน

เพื่อไทยได้พลังโพล เปิดตัว ‘ผู้สมัคร’ ส.ส.คนรุ่นใหม่ อีก 21 คน ทั้ง 4 ภาค โอ่ หลังปีใหม่มีเพิ่มอีก หวังดันแลนด์สไลด์เป็นจริง

ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย พร้อมแกนนำ เปิดตัวผู้ซึ่งประสงค์รับสมัครเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) พรรคเพื่อไทย เพิ่มเติมอีก 21 คน  จากทั่วทุกภูมิภาคของประเทศ   เพื่อยืนยันว่าพรรคเพื่อไทยมีความพร้อมทำงานรับใช้พี่น้องประชาชนในฐานะพรรคการเมืองและเป็นสถาบันการเมือง

 เรามีความเชื่อมั่นว่าอำนาจของประชาชนเป็นอำนาจใหญ่ที่สุดในการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข  

พรรคเพื่อไทยมั่นใจว่าผู้สมัครเลือกตั้ง ส.ส. พรรคเพื่อไทย จำนวน  21 คนสามารถนำเอาข้อคิดเห็นของพี่น้องประชาชนกลับมาสู่พรรคเพื่อไทยเพื่อนำมาปรับเปลี่ยนเป็นนโยบายได้   มีเป้าหมายชนะเลือกตั้งแบบแลนด์สไลด์ของพรรคเพื่อไทย โดยจะต้องได้ที่นั่ง  ส.ส. 250 ที่นั่งขึ้นไปเป็นกลไกในการยกมือเลือกนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นเป้าหมายที่วางไว้ร่วมกับพี่น้องประชาชน  คิดใหญ่ ทำเป็น เพื่อไทยทุกคน เราจะทำให้เต็มที่  เพื่อจัดตั้งรัฐบาลซึ่งเป็นของพี่น้องประชาชนอย่างแท้จริง

ผู้สมัคร ส.ส.ทั้ง 21 คนประกอบด้วย

ภาคเหนือ 4 คน
1. นายเทอดชาติ ชัยพงษ์ จ. เชียงราย
2. นายสมภพ คงความซื่อ   จ. แม่ฮ่องสอน
3. นายกิตติวัฒน์ วิเศษขัน จ. แม่ฮ่องสอน
4. นายโสภณ ใจลังกา  จ. ตาก

ภาคอีสาน 7 คน
1. นายเชิงชาย ชาลีรินทร์ จ. ชัยภูมิ
2. นายทินพล ศรีธเรศ  จ. กาฬสินธุ์
3. นายสถาพร ว่องสัธนพงษ์ จ. ร้อยเอ็ด
4. น.ส.ชญาภา สินธุไพร  จ. ร้อยเอ็ด
5. นายพีรภัทร ทองธีรสกุล จ. บุรีรัมย์
6. นายอนันต์ ปาลีคุปต์  จ. สุรินทร์
7.นายอนุชา วัชรศีขร จ.สุรินทร์

ภาคกลาง 6 คน
1. น.ส.พลอย ธนิกุล   จ. กาญจนบุรี
2. นายปัญญา ชาติปัญญาวุฒิจ. สระแก้ว
3.นายชัยณาม ว่องไว  จ. เพชรบุรี
4. นายจีราวัฒน์  กำบัง  จ. ประจวบคีรีขันธ์
5.  น.ส.สัมฤทธิ์  เหมะ  จ. สมุทรปราการ
6.น.ส.นิชดา ปั้นเกตุ ตันติรักษ์ จ. สิงห์บุรี
7.นายยงยุทธ มั่นบุปผชาติ จ. ปทุมธานี
 

ภาคใต้ 3 คน
1.นายอดิศักดิ์ สาหลำ  จ. ปัตตานี
2.นายรุสดี แวบือซา  จ. ปัตตานี
3.นายแวหะมะ แวและ  จ. ยะลา


ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ โฆษกพรรคเพื่อไทย บอกว่าผลโพลที่มอบให้พรรคเพื่อไทยเป็นพรรคอันดับหนึ่งในใจของพี่น้องประชาชนในการสำรวจเกือบทุกครั้ง ทั้งหมดถือเป็นพลังให้เราเดินหน้าคัดสรรผู้สมัครเลือกตั้ง ส.ส. พรรคเพื่อไทย ที่มีความรู้ความสามารถ และจะได้เร่งนำนโยบายที่ประกาศไปก่อนหน้านี้ เพื่อแก้ไขปัญหาให้พี่น้องประชาชน

หลังเทศกาลปีใหม้ พรรคเพื่อไทยจะมีการเปิดตัวผู้ซึ่งประสงค์รับสมัครเลือกตั้ง ส.ส. พรรคเพื่อไทยอีก มั่นใจว่าจะเป็นของขวัญชิ้นใหญ่ให้พี่น้องประชาชนได้อย่างแน่นอน

ฉุนจัด “นายกรัฐมนตรี” ถูกสื่อตั้งฉายา”แปดเปื้อน”

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/539645

26 ธ.ค. 2565

ฉุนจัด "นายกรัฐมนตรี" ถูกสื่อตั้งฉายา"แปดเปื้อน"

“นายกรัฐมนตรี”ฉุน หลังสื่อตั้งฉายาประจำปี2565 รัฐบาล”หน้ากากคนดี” ส่วนตัวเอง”แปดเปื้อน” เผยเป็นประเพณีบ้าๆบอๆ

เมื่อวันที่ 26 ธ.ค. ภายหลังสื่อประจำทำเนียบรัฐบาลออกฉายารัฐบาลและคณะรัฐมนตรีประจำปี 2565 โดยรัฐบาลฉายา”หน้ากากคนดี” ส่วนพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ฉายา “แปดเปื้อน”

ต่อมาสื่อมวลชนได้สอบถามว่านายกรัฐมนตรีภายหลัง

ประชุมองค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก ถึงความคิดเห็นฉายาที่สื่อตั้งให้ นายกฯ กล่าวว่า ไม่สนใจ

เมื่อผู้สื่อข่าวชี้แจงว่า เป็นประเพณี นายกฯ ตอบกลับว่า  ประเพณีบ้าๆบอๆอย่างนี้ไม่มี พร้อมยกมือโบกปัด

ส่วนจะไปสมัครสมาชิกพรรครวมไทยสร้างชาติในวันที่ 29 ธ.ค. 65 หรือไม่ นายกฯ ไม่ตอบคำถามดังกล่าว แต่บอกว่า “ขอบคุณฉายาสื่อนะ ขอบคุณมาก” ก่อนขึ้นรถแล้วปิดประตูเอง เหมือนไม่พอใจ

ผู้สื่อข่าวถามย้ำอีกครั้ง นายกฯ ตอบเสียงดัง ตอบอย่างมีอารมณ์ว่า “ไม่มี ไม่รู้”

เมื่อถามต่อว่านายกฯ งอนหรือไม่ กลับผายมือออกนอกรถแบบปัดๆ ก่อนรถออกไปทันที

แรง! ฉายารัฐบาลปี2565 “หน้ากากคนดี” บิ๊กตู่ “แปดเปื้อน” บิ๊กป้อม “ลองนายกฯ”

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/539635

26 ธ.ค. 2565

แรง! ฉายารัฐบาลปี2565 "หน้ากากคนดี" บิ๊กตู่ "แปดเปื้อน" บิ๊กป้อม "ลองนายกฯ"

ฉายารัฐบาลประจำปี2565 “หน้ากากคนดี” ส่วน บิ๊กตู่ “แปดเปื้อน” บิ๊กป้อม “ลองนายกฯ” ขณะที่ชัยวุฒิแรงได้อีก “วันทอง 2ป.”

เมื่อวันที่ 26 ธ.ค. 2565 ที่ทำเนียบรัฐบาล ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีการตั้งฉายารัฐบาลและคณะรัฐมนตรีประจำปี 2565 ของผู้สื่อข่าวประจำทำเนียบรัฐบาล 

-รัฐบาลฉายา “หน้ากากคนดี”

-พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม : “แปดเปื้อน”

-พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี : “ลองนายกฯ”

-นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี : “เครื่องจักรซักล้าง”

-นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข : “ภูมิใจดูด พูดแล้วดอย”

-พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย : “หน้าชัด หลังเบลอ”

-นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ : “ประกันไรได้”

-นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน : “รมต.แรงลิ้น”

-นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม : “วันทอง 2 ป.”

-นายดอน ปรมัติวินัย รองนายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ : “ลุ่มๆ ดอนๆ”

-นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรีและ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน : “Powerblank”

-วาทะแห่งปี : “เกลียดหรือไม่เกลียดก็ช่างคุณเถอะ เพราะผมไม่รู้”

รายละเอียดแต่ละฉายา

ฉายารัฐบาล “หน้ากากคนดี”

เป็นอีกหนึ่งปี ที่ทุกคนยังคงต้องสวมหน้ากากอนามัย เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ขณะเดียวกัน ภายใต้หน้ากากของรัฐบาล ที่สร้างภาพจำตลอดเวลาว่าเป็นคนดี นโยบายทุกอย่างทำเพื่อบ้านเมือง และประชาชน แต่กลับเกิดข้อกังขาว่ายังเดินตามเจตนารมณ์ที่ประกาศไว้ได้หรือไม่ เช่น นโยบายกัญชา ที่อวดอ้างทำเพื่อประชาชน แต่เมื่อเกิดผลกระทบจากการใช้ผิดวัตถุประสงค์ กลายปัญหาสังคมบานปลาย แม้แต่การออกกฎหมายควบคุมการใช้ยังทำไม่ได้ สุดท้ายผลักภาระเพิ่มให้ตำรวจ 

เพียงเพราะต้องการเช็คลิสต์ตามนโยบายที่หาเสียงไว้ นโยบายประชานิยมที่ออกแนวหาเสียง ให้ทั้งเบ็ด ทั้งปลา หรือ การประกาศแก้ไขรัฐธรรมนูญ ก็มีความคลุมเครือ ว่าประโยชน์ที่ได้นั้น เป็นของประชาชนหรือนักการเมืองกันแน่ แต่ไม่ว่าจะเป็นนโยบายของพรรคการเมืองใด เมื่อออกมาในนามรัฐบาล ประชาชนจึงเกิดความเคลือบแคลงสงสัย ว่าภายใต้หน้ากากที่ประกาศเป็นคนดีนั้น จริงหรือไม่?

พลเอกประยุทธ์ “แปดเปื้อน”

ปมวาระดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี 8 ปี สั่นคลอนภาพลักษณ์ของพลเอกประยุทธ์ ตลอดปีที่ผ่านมา และกลายเป็นข้อครหา ถึงความชอบธรรมในการครองเก้าอี้นายกรัฐมนตรีต่อเนื่องยาวนาน พลเอกประยุทธ์ ถือเป็นนายกรัฐมนตรีคนแรกของประเทศไทย ที่ศาลมีคำสั่ง ให้หยุดปฎิบัติหน้าที่ แม้จะเพียงแค่ 38 วัน ก็ทำให้สังคมเคลือบแคลงสงสัยในตัวของ พล.อ. ประยุทธ์ ที่มักจะพูดเสมอว่าไม่ยึดติดอำนาจ ทุกอย่างทำเพื่อบ้านเมือง และประชาชน ไม่เอื้อประโยชน์ต่อพวกพ้อง ยิ่งเมื่อปัญหาใต้พรมถูกขุดคุ้ยขึ้น ใกล้ตัวเกินกว่าจะปัดความเกี่ยวโยงได้ ทั้งนโยบายประชานิยม ทุนสีเทาสนับสนุนพรรคการเมือง หรือ แม้แต่นักการเมืองใกล้ตัว นายทหารใกล้ชิด ที่ได้ไปนั่งอยู่ในบอร์ดบริหารบริษัทพลังงาน แม้พิสูจน์กันทางกฎหมายไม่ได้ แต่ก็ทำให้ถูกมองว่า ไม่ได้ใสสะอาด ผุดผ่องอีกต่อไป

พลเอกประวิตร “ลองนายกฯ”

แม้จะเป็นเวลาเพียง 38 วัน ที่ทำหน้าที่นายกรัฐมนตรี ตามคำสั่งศาลรัฐธรรมนูญ แต่พลเอกประวิตรก็ได้ทำอย่างสุดกำลัง ถึงแม้จะไม่ใช่ครั้งแรกที่ได้ลองเป็นนายกฯ หลายครั้งที่ตัวจริงอย่างพลเอก ประยุทธ์ ต้องไปปฏิบัติภารกิจต่างประเทศ พี่ใหญ่ในกลุ่ม 3 ป. ในฐานะ สร.2 ก็ทำหน้าที่แทนมาตลอด แต่อาจไม่ยาวนานเช่นครั้งนี้ ซึ่งมีอำนาจเต็ม(ในขณะนั้น) หากจะยุบสภาฯ ก็สามารถทำได้

บรรดากองหนุนและกองเชียร์ ปั่นกระแสจนเคลิ้ม ถึงกับประกาศใช้ ”ใจบรรดาลแรง” ทำหน้าที่นายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่ลุยงานรัวๆ ทำเอากองเชียร์นายกฯ ตัวจริง ร้อนๆ หนาวๆ แต่สุดท้ายก็ได้แค่”ลอง” เท่านั้น

นายวิษณุ : “เครื่องจักรซักล้าง”

ความเอกอุด้านกฎหมายระดับปรมาจารย์ในตำนาน ถูกใช้สนองตอบความต้องการของรัฐบาลทุกช่องทาง ทั้งพรรคหลักพรรคร่วม ไม่มีเลือกปฏิบัติ ช่วยยกภูเขาออกจากอก ลดปัญหาหนักใจ ทำหน้าที่เหมือนเครื่องจักรกล คอยซักล้างความผิดปกติที่เกิดขึ้นกับรัฐบาลให้ผ่านพ้น เรื่องไหนผ่านมือเนติบริกรคนนี้ อย่าหวังว่าจะมีใครโต้แย้งได้ เช่น ปม 8 ปีการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี การแก้ไขรัฐธรรมนูญ หรือ แม้แต่เรื่องเหมืองทองอัครา

นายอนุทิน : “ภูมิใจดูด พูดแล้วดอย”

“พูดแล้วทำ” คือ สโกแกนพรรคภูมิใจไทย แต่ทำแล้วสำเร็จหรือไม่เป็นอีกเรื่อง แม้จะปลดล็อกกัญชาจากการเป็นยาเสพติด แต่กฎหมายควบคุมกลับค้างเติ่งติดดอย ไปต่อไม่ได้ เกิดเป็นปัญหาสังคมบานปลาย เด็กและเยาวชนสามารถเข้าถึงกัญชาได้อย่างง่ายดาย เมื่อจวนตัวกลับโยนให้เป็นภาระของเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติ หัวจะปวดกันทั้งประเทศ

ขณะที่ บทบาทพรรคร่วมรัฐบาล ถือได้ว่าเป็นเด็กดีมาโดยตลอด แต่เมื่อเสียงปี่กลองเลือกตั้งดังขึ้น กลับสวมบทไดโวโชว์พลังดูด ส.ส. นักการเมือง ทั้งจากพวกเดียวกัน และต่างขั้ว ชนิดไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหม โดดเด่นไม่แพ้การนำเสนอนโยบายกัญชา

พลเอกอนุพงษ์ : “หน้าชัด หลังเบลอ”

ในบรรดาพี่น้อง 3 ป. พลเอก อนุพงษ์ สามารถควบคุมภาพลักษณ์ ที่แสดงออกต่อสาธารณชนได้สงบนิ่งที่สุด แม้สื่อมวลชนจะได้สัมผัสความหลากของอารมณ์ขึ้นลง ไม่ต่างจากพี่น้องอีก 2 ป.ก็ตาม เบื้องหน้าเราจะได้รับรู้และเห็นเฉพาะในสิ่งที่ต้องการให้เห็นเท่านั้น แต่ฉากหลังกลับคลุมเครือไม่ชัดเจน เรียกได้ว่า เก็บมิด ปิดเงียบ ถ้าไม่ได้เห็นคะแนนไว้วางใจที่มาเป็นอันดับโหล่ ก็ไม่มีทางรู้เลยว่า เกมเขย่าเก้าอี้ มท.1 ไต่ระดับทะลุ 10 ริกเตอร์ไปแล้ว

นายจุรินทร์ : “ประกันไรได้”

ประกันรายได้” เป็นนโยบายหาเสียงหลักของพรรคประชาธิปัตย์ นายจุรินทร์ ในฐานะหัวหน้าพรรค แถมยังนั่งเก้าอี้รองนายกรัฐมนตรีและกระทรวงค้าขาย ก็จัดหนักนโยบายนี้ จนแทบไม่โฟกัสงานอื่น ข้าวของขึ้นราคาไม่หยุด แต่สินค้าเกษตรกลับต้องทุ่มเงินไปประกันอย่างต่อเนื่อง จึงเกิดคำถามกับการแก้ปัญหาของรัฐบาลด้วยวิธีประกันรายได้ ว่าถูกทางจริงหรือ? ที่ว่าประกันนั้น ‘ประกันไรได้บ้าง’

นายสุชาติ :”รมต.แรงลิ้น”

ยังคงคอนเซ็บต์ ปากหวานไม่สร่าง ขยันอวย พลเอก ประยุทธ์ ขั้นสุดในทุกด้าน เอ่ยปากแต่ละครั้งก็แรงจัดชัดเจน ต้นปีเปิดศึกแตกหักบ้านใหญ่เมืองชล จนเกิดวิวาทะ “ทรยศ หักหลัง” สนั่นออนไลน์ ปลายปีตีจาก “บิ๊กป้อม” คนที่ออกปากเองว่ารักเหมือนพ่อ พร้อมข้อครหาหอบส.ส. ตาม “บิ๊กตู่” ที่ปากบอกว่ารักเหมือนแม่ ไปอยู่พรรครวมไทยสร้างชาติ ลิ้นมหาเสน่ห์วาดวิมานในทุ่งลาเวนเดอร์ จะขนพลพรรค มาเป็นฐานดัน “บิ๊กตู่” สู่เก้าอี้นายกฯอีกสมัย แว่วว่าเจ้าที่บ้านหลังใหม่แรงไม่แพ้ใคร เกิดอาการลิ้นคับปาก คับที่อยู่ยาก คับใจก็ต้องทนอยู่

นายชัยวุฒิ : “วันทอง 2ป.”

ด้วยรักและเคารพพี่น้อง 2 ป. ทั้ง “พล.อ.ประยุทธ์ และ พล.อ.ประวิตร” ไปไหนไปกัน ตามติดแทบทุกภารกิจ ครั้นมาถึงทางแยก ต้องเลือกว่าจะอยู่ไหม หรือไปต่อกับใคร จึงเป็นเรื่องยากที่จะตัดสินใจ เหตุการณ์ที่ทำเอานักข่าวลืมไม่ลง นั่นคือ วันที่ 2 ป.มีภารกิจชนกัน แม้แยกร่างไม่ได้ แต่มีวิชาแยกเงา เช้าบึ่งรถไปส่ง พล.อ.ประยุทธ์ขึ้นเครื่อง ก่อนส่งทีมงานตามติดไปแทน บ่ายรีบบึ่งรถรีบไปเดินตาม พล.อ.ประวิตร ทำภารกิจลงพื้นที่ เรียกได้ว่าไม่มีขาดตกบกพร่อง เปรียบเสมือนกับนางในวรรณคดีอย่าง “วันทอง” ที่รักขุนแผนแต่แพ้ความดีขุนช้าง ยากจะตัดสินใจว่าจะไปต่อกับใครดี

นายดอน : “ลุ่มๆดอนๆ”

APEC ถือเป็นงานใหญ่งานหนึ่งในรอบ 20 ปีของไทย ที่มาพร้อมโอกาสทางเศรษฐกิจหลังสถานการณ์แพร่ระบาดของโควิด-19 นโยบายเปิดประเทศจึงเป็นความหวังของทุกคน ที่จะทำให้ประเทศพ้นกับดักต่างๆ แต่บทบาทในฐานะรัฐมนตรีเจ้ากระทรวง กลับไม่สามารถสร้างการรับรู้ หรือ ดึงดูดความสนใจของคนในประเทศได้เท่าที่ควร การเป็นเจ้าภาพ APEC จึงเหมือนรับรู้กันเฉพาะในวงที่เกี่ยวข้อง ไม่ต้องพูดถึงความสนใจจากทั่วโลกที่ดูน้อยมาก

จนเกิดการเปรียบเทียบกับรัฐบาลในอดีตที่เคยเป็นเจ้าภาพจัดงานสำคัญ ล้มเหลวตั้งแต่ระบบลงทะเบียน ลามไปจนถึงกิจกรรมประชาสัมพันธ์โหมโรง ที่ไม่ลุกโชนตามความตั้งใจ แม้แต่ธงโบกสะบัดยังปักเป็นหย่อมๆ ก่อนงานเพียงไม่กี่วัน และ มีเสียงเล่าลือกันหนาหู ว่าการทำงานในกระทรวงร่วมกับข้าราชการ ก็ลุ่มๆ ดอนๆ ไม่เปิดกว้างรับฟัง เกิดเป็นภาพการทำงานที่ล่าช้า ตกยุค ไม่ทันสมัย

นายสุพัฒนพงษ์ : “Powerblank”

วิกฤตพลังงาน เป็นปัญหาที่หนักหนาสาหัสสำหรับคนไทยไม่แพ้ชาติใดในโลก หลายมาตรการที่เข็นออกมาไม่ขาดสาย นอกจากชักเนื้อรัฐบาลมาอุดหนุน ก็ยังไม่เห็นว่ามีสิ่งไหนทำได้จริง ยิ่งการล้วงเงินจากกระเป๋าเอกชนอย่างโรงกลั่นน้ำมัน โครมครามอยู่พักใหญ่ แล้วก็หายไปกับสายลม เหมือนการขายที่ดินให้ต่างชาติแลกเงินลงทุน เกิดกระแสตีกลับระเนระนาด ถอยตั้งหลักแทบไม่ทัน จึงเกิดข้อสงสัยกันว่า เป็นรัฐมนตรีพลังงาน หรือ รัฐมนตรีไม่มีพลังงานกันแน่

วาทะแห่งปี : “เกลียดหรือไม่เกลียดก็ช่างคุณเถอะ เพราะผมไม่รู้”

พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวระหว่างเป็นประธานเปิดการศึกษาหลักสูตรการป้องกันราชอาณาจักร (วปอ.) รุ่นที่ 65 ที่สถาบันวิชาการป้องกันประเทศ เมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน 2565 ในหัวข้อ บทบาทของภาครัฐ เอกชน และการเมือง ในการรักษาความมั่นคงแห่งชาติ

ฉายารัฐบาล 2565ฉายารัฐบาล 2565

“ชัยวุฒิ”โต้กลับ พท.พาดพิง”กรมอุตุฯ”แจ้งเตือนพลาด จนเรือหลวงล่ม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/539618

25 ธ.ค. 2565

"ชัยวุฒิ"โต้กลับ พท.พาดพิง"กรมอุตุฯ"แจ้งเตือนพลาด จนเรือหลวงล่ม

“ชัยวุฒิ”ชี้แจง แต่งตั้งอธิบดีกรมอุตุฯเป็นไปตามหลักเกณฑ์ บริการงานนโนบาย ไม่ใช่ผู้พยากรณ์อากาศเอง ด้าน”ผอ.พยากรณ์”ยืนยันทำงานตามขั้นตอนทุกอย่าง

หลังจากที่นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ออกมาระบุถึงสาเหตุเรือหลวงสุโขทัยอัปปางกลางทะเลอ่าวไทย พาดพิงถึงกรมอุตุนิยมวิทยาและอธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยาคนปัจจุบันได้รัยการแต่งตั้ง แต่ไม่เคยมีประสบการณ์

ล่าสุดนายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวคมชัดลึกออนไลน์ว่า เป็นเรื่องของฝ่ายค้าน เพราะเค้าไม่ทราบข้อเท็จจริง โดยการได้มาซึ่งตำแหน่ง “อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา” ของคนปัจจุบัน เข้าหลักเกฑณ์มีความสามารถ เพราะเป็นเรื่องการบริหาร ไม่ได้เป็นผู้พยากรณ์อากาศเอง แต่มีเจ้าหน้าที่พยากรณ์ตามขั้นตอนและแจ้งเตือนปกติ เราพยายามปรับปรุงระบบให้ดีขึ้นตลอด ทำงานกันปกติ ไม่มีจุดพลาดอะไร

ส่วนอธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยานั้น จะเป็นเด็กใครหรือไม่ ตนไม่ทราบ แต่ไม่ใช่เด็กตน ซึ่งหากถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจ ตนมองว่า ไม่ใช่เรื่องกรมอุตุฯ อย่างเดียว มีหลายๆปัจจัยเกี่ยวโยงกันหมด พยากรณ์อากาศเป็นแค่ส่วนหนึ่ง และทำปกติอยู่แล้ว 

ด้านนายสมควร ต้นจาน ผู้อำนวยการส่วนพยากรณ์อากาศกลาง กองพยากรณ์อากาศ กรมอุตุนิยมวิทยา ยืนยันว่า กรมอุตุฯ เรามีขั้นตอนการทำงาน มีการแจ้งเตือนตั้งแต่วันที่ 14 ธ.ค. เกี่ยวกับคลื่นลมเอ็กซ์ตรีมของวันที่ 18-19 ธ.ค. จากนั้นหน่วยงานต่างๆ เช่น กรมเจ้าท่า หรือ ท่าเรือของอ่าวไทย ก็จะนำข้อมูลไปวิเคราะห์และแจ้งเตือนว่าเรือควรงดออกเรือหรือไม่ บางประกาศคลื่น 2-4 เมตร แต่บางช่วงบางจังหวะอาจจะเกิดคลื่นที่สูงกว่านั้นได้ 

ทั้งนี้ได้นำไปเปรียบเทียบกรณีเรือฟีนิกซ์ล่มเมื่อปี2561 แตกต่างกัน เพราะเคสเรือฟีนิกซ์ล่มเกิดจากฝนฟ้าคะนองในพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่งในช่วงเวลาสั้นๆ ไม่สามารถระบุตำแหน่งได้ทันที

แต่กรณีของ “เรือหลวงสุโขทัย” เรามีรูปแบบ มีการแจ้งเตือน เมื่อได้ข้อมูลมา จากกองพยากรณ์อากาศเมื่อ 14 ธ.ค. เกี่ยวกับ คลื่นและลมแรง ก็ออกประกาศเตือนทั้งอ่าวไทยตอนบนและตอนล่างต่อเนื่อง 

ซึ่งจากที่อ่านข้อมูล เรือหลวงสุโขทัย เป็นเรือที่มีสรรถนะสูง สู้ลมได้ 6.8 และแข็งแรงกว่าเรือปกติทั่วไป เราไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นช่วงนั้น แต่คลื่นลมหนาวแรง 4-6 เมตร 30-40 นอต กำลังแรงเท่ากับดีเปรสชั่น เพียงแต่ฝนตกตอนภาคใต้ตอนกลางลงไป แต่ลมยังแรงขึ้นไปถึงจังหวัดชุมพร ประจวบคีรีขันธ์

“ประชาธิปัตย์” เปิด 5 ผู้สมัคร เมืองพิษณุโลก เตรียมดัน”ประกันรายได้”สู้ต่อ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/539606

25 ธ.ค. 2565

"ประชาธิปัตย์" เปิด 5 ผู้สมัคร เมืองพิษณุโลก เตรียมดัน"ประกันรายได้"สู้ต่อ

“ประชาธิปัตย์” เปิดตัว 5 ผู้สมัคร เมืองพิษณุโลก เตรียมดัน”ประกันรายได้”สู้ต่อสมัยหน้า หลังประสบความสำเร็จมัดใจเกษตรกร

เมื่อวันที่ 25 ธ.ค. นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมด้วย นายนราพัฒน์ แก้วทอง รองหัวหน้าพรรค ดูแลภาคเหนือ และนายจุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.พิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ ทั้ง 5 เขตการเลือกตั้ง ได้แก่ นายจักษ์ พันธ์ชูเพชร อดีตผู้ช่วยอธิการบดี มหาวิทยาลัยนเรศวร , นายพงษ์มนู ทองหนัก รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก , นางสาวมุธิตา ทองคำนุช อดีตผู้สมัคร ส.ส.พิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ , นายคณิศร มาดี นายกองค์การบริหารส่วนตำบลหนองกระท้าว และนายวันชัย ทิมชม สาธารณสุข 5 อำเภอ ที่ใกล้ชิดชาวพิษณุโลก และยังมีนายจุติ ที่จะลงสมัคร ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ โดยมีประชาชนชาวพิษณุโลกมาให้การต้อนรับและอวยพรให้นายจุรินทร์เป็นนายกรัฐมนตรีสมัยหน้า
 

นายจุรินทร์ กล่าวว่า เวลากว่า 40 ปีชาวพิษณุโลกเคยมี ส.ส. จากพรรคประชาธิปัตย์มาแล้วตั้งแต่ปี 2518 สองคนสำคัญที่ชาวพิษณุโลกให้ไปทำหน้าที่ผู้แทนราษฎรในนามพรรคประชาธิปัตย์ชื่อ นาวาอากาศโทสุรปราณี ไกรฤกษ์ และ นายสมพงษ์ พลวัย จากนั้นก็มีผู้แทนของพรรคประชาธิปัตย์จากจังหวัดพิษณุโลกติดต่อกันมา 7 ครั้ง ตั้งแต่การเลือกตั้งปี 2532 แม้การเลือกตั้งครั้งล่าสุดพรรคประชาธิปัตย์จะไม่ได้ผู้แทนจากจังหวัดพิษณุโลก แต่อย่างน้อยหลังการเลือกตั้งปี 62 เรามีผู้แทนราษฎรจากพิษณุโลกไปทำหน้าที่ในสภาฯและเป็นรัฐมนตรีโดยการสนับสนุนของพรรคประชาธิปัตย์ เพื่อตอบแทนพี่น้องชาวพิษณุโลก คือนายจุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์

เปิดตัว 5 ผู้สมัคร ส.ส. พิษณุโลกเปิดตัว 5 ผู้สมัคร ส.ส. พิษณุโลก

นโยบายพรรคประชาธิปัตย์ในยุคนี้ ช่วยเหลือเกษตรกรจำนวนมาก คือ โครงการประกันรายได้เกษตรกรในพืช 5 ชนิด เป็นหลักประกันให้กับเกษตรกร ถ้าพืชเกษตรราคาตกจะมีเงินส่วนต่างโอนเข้าบัญชี ธ.ก.ส.โดยตรง ซึ่งเป็นนโยบายของพรรคประชาธิปัตย์และเป็นเงื่อนไขในการเข้าร่วมรัฐบาล ในโครงการประกันรายได้ เฉพาะส่วนเงินส่วนต่างที่คนพิษณุโลกผู้ปลูกข้าว 78,000 ราย ซึ่ง 3 ปีกว่าโอนเงินเข้ากระเป๋าชาวนาพิษณุโลกไปแล้ว 4,200 ล้านบาท เฉลี่ยได้ครอบครัวละ 53,000 บาท

เมื่อเกษตรกรมีเงินในกระเป๋าก็มาจับจ่าย ร้านค้าก็มีรายได้ ผลพลอยได้ทางเศรษฐกิจมหาศาลจากนโยบายประกันรายได้ รวมทั้งการส่งออก ถ้าส่งออกดีเงินเข้ามาในประเทศ จะได้เงินมาทำงบประมาณแผ่นดินดูแลรักษาพยาบาล สร้างโรงเรียน ทำถนน สะพาน ไฟฟ้า ประปาดูแลพี่น้อง และสำหรับพิษณุโลกประกันรายได้ต้องเดินต่อถ้าประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาลเที่ยวหน้า พิษณุโลกจะต้องเป็นฮับทางด้านการศึกษาทันสมัย ฮับด้านเศรษฐกิจการลงทุน คมนาคมและที่สำคัญคือการท่องเที่ยวที่ต้องเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวภาคเหนือตอนล่างทำเงินให้พิษณุโลกและพวกเราทุกคนต่อไป

หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ลงพื้นที่จ.พิษณุโลกหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ลงพื้นที่จ.พิษณุโลก

2 อดีตส.ส. 4 สมัย จ.เชียงราย ย้ายซบ”ไทยสร้างไทย”

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/539600

25 ธ.ค. 2565

2 อดีตส.ส. 4 สมัย จ.เชียงราย ย้ายซบ"ไทยสร้างไทย"

“ไทยสร้างไทย” เปิดตัว 2 อดีตส.ส. 4 สมัย “บัวสอน-สฤษดิ์” พร้อม 3 ส.ส.จังหวัดเชียงราย ตั้งเป้าสร้างเขตเศรษฐกิจพิเศษ เพิ่มรายได้ในพื้นที่รายปีละ 30-50%

เมื่อวันที่ 25 ธ.ค. ที่อำเภอเวียงเชียงรุ้ง อำเภอดอยหลวง จังหวัดเชียงราย คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย เปิดตัว 2 อดีตส.ส. 4 สมัย คือ นายบัวสอน ประชามอญ และนายสฤษดิ์ อึ้งอภินันท์ อดีตส.ส. เชียงราย ที่ย้ายมาอยู่กับพรรคไทยสร้างไทย รวมถึงเปิดตัวผู้สมัคร ส.ส.จังหวัดเชียงราย อีก 3 คน คือ นายอภิชิต ศิริชัย , นายรชฎ อึ้งอภินันท์ และ นายอุดมเดช ดวงแก้ว 

คุณหญิงสุดารัตน์ ระบุว่า ภาคเหนือโดยเฉพาะจังหวัดเชียงราย เป็นจังหวัดที่มีศักยภาพ ไม่ว่าจะเป็นด้านการเกษตร การท่องเที่ยว การค้าชายแดน สามารถระบายสินค้าทางการเกษตรออกไปยังภูมิภาคต่างๆที่สำคัญได้ แต่ที่ผ่านมาผู้มีอำนาจไม่เคยวางเป้าหมายในการสร้างรายได้เพิ่มให้กับภาคเหนือ หรือจังหวัดเชียงรายเลย ไม่สนับสนุนอย่างเต็มศักยภาพ แต่พรรคไทยสร้างไทยมองเห็นศักยภาพของภาคเหนืออย่างเชียงราย เป็นจังหวัดที่มีศักยภาพในการสร้างรายได้ให้กับประเทศ สามารถเพิ่มรายได้เพิ่มคุณภาพชีวิตในมิติต่างๆได้ 

นโยบาย 3 สร้าง
สร้างพลังอำนาจให้กับประชาชน เช่น การผลักดันเขตเศรษฐกิจพิเศษให้เกิดที่จังหวัดเชียงราย แต่ที่ผ่านมาไม่สามารถเกิดขึ้นได้เนื่องจากติดขัดปัญหาอุปสรรคด้านกฎหมายที่กดทับ ซึ่งพรรคไทยสร้างไทย มีนโยบายในการพักหรือแขวนกฎหมายที่เป็นอุปสรรคในการทำมาหากินไว้ กว่า 1,300 ฉบับไว้ 3-5 ปี ดังนั้น เขตเศรษฐกิจพิเศษ ที่เคยมีข้อจำกัดในด้านกฎหมายจะสามารถเกิดขึ้นได้อย่างแน่นอน 

รวมถึงพรรคไทยสร้างไทยที่ยังมีกองทุนต่างๆ โดยเฉพาะการพักหนี้ ไว้3ปีและชำระดอกเบี้ยให้เกษตรกร 2 ปี ให้เกษตรกร คนตัวเล็ก SMEsลุกขึ้นมาสู้ได้และจะมีการเติมทุนด้วยกองทุนคนตัวเล็กที่ดอกเบี้ยเพียงร้อยละ 1 ต่อเดือนเท่านั้น เพื่อให้พี่น้องในชนบทตั้งตัวได้ด้วยแหล่งเงินทุนดอกเบี้ยถูก

สร้างรายได้ เช่น ที่เชียงรายจะเน้น 3เรื่อง
– เรื่องการท่องเที่ยว 
– เรื่องสินค้าเกษตร ที่เชียงรายจะเป็นศูนย์ใหญ่ ในการแปรรูปและขนส่งสินค้าทางการเกษตร ส่งไปยังประเทศจีน 
– การพัฒนาเชียงรายให้เป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษ 
ซึ่งจะช่วยให้พี่น้องชาวเชียงรายและจังหวัดเชียงรายมีรายได้เพิ่มขึ้นไม่ต่ำกว่า 30%-50%

สร้างความสุข ด้วยนโยบายบำนาญประชาชนเดือนละ 3000 บาทและการลงทุนสร้างอนาคตให้ลูกหลานด้วยนโยบายเรียนฟรีจนจบปริญญาตรี 
 

อย่างไรก็ตาม วันนี้นายบัวสอน มีการเปิดศูนย์ประสานงาน พรรคไทยสร้างไทยเขต 8 และ ร่วมลงพื้นที่พบปะพี่น้องประชาชน มีพี่น้องชาติพันธ์ม้ง อิวเมี่ยน อาข่า ไทล้านนา ไทอีสาน เข้าร่วมงานกว่า 6,000 คน และมอบบัตรเครือข่ายบำนาญประชาชน ให้กับสมาชิกที่มาร่วมสมัครเป็นเครือข่ายบำนาญประชาชนกันอย่างล้นหลาม