มทร.ธัญบุรี จับมือ NIA เปิดตัว ‘แพลตฟอร์มส่งเสริมธุรกิจฯ’ หวังดันเศรษฐกิจประเทศด้วยนวัตกรรม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/769567

มทร.ธัญบุรี จับมือ NIA เปิดตัว ‘แพลตฟอร์มส่งเสริมธุรกิจฯ’ หวังดันเศรษฐกิจประเทศด้วยนวัตกรรม

มทร.ธัญบุรี จับมือ NIA เปิดตัว ‘แพลตฟอร์มส่งเสริมธุรกิจฯ’ หวังดันเศรษฐกิจประเทศด้วยนวัตกรรม

วันพฤหัสบดี ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 10.36 น.

มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี ร่วมกับ สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) จัดกิจกรรมเปิดตัว “แพลตฟอร์มการส่งเสริมธุรกิจนวัตกรรมที่จำเป็นต่อการพัฒนาประเทศ” สนับสนุนธุรกิจนวัตกรรมให้ออกสู่ตลาด พร้อมทั้งเปิดรับสมัครทุนอุดหนุนโครงการนวัตกรรมที่จำเป็นต่อการพัฒนาประเทศ ผ่านกลไกโครงการนวัตกรรมแบบมุ่งเป้า ด้านเศรษฐกิจหมุนเวียนและเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ และด้านพลังงานสะอาด โดยในงานมี รศ.ดร.เกียรติศักดิ์ แสงประดิษฐ์ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนา มทร.ธัญบุรี เป็นผู้กล่าวรายงาน รศ.ดร.กฤษณ์ชนม์ ภูมิกิตติพิชญ์ รองอธิการบดี มทร.ธัญบุรี กล่าวต้อนรับ ดร.สุรอรรถ ศุภจัตุรัส รองผู้อำนวยการสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) ด้านเศรษฐกิจและสังคม เป็นประธานเปิดงาน และแนะนำบทบาทและแพลตฟอร์มการส่งเสริมนวัตกรรมของสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) ที่มีการปรับการดำเนินการให้สอดคล้องกับความต้องการของภาคเอกชน และ ดร.นิมิต นิพัทธ์ธรรมกุล ผู้จัดการพัฒนานวัตกรรม สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) ได้กล่าวแนะนำแพลตฟอร์มนวัตกรรมที่จำเป็นต่อการพัฒนาประเทศ ด้านเศรษฐกิจหมุนเวียน และเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ และด้านพลังงานสะอาด ของฝ่ายนวัตกรรมเพื่อเศรษฐกิจ ที่มีความร่วมมือกับ มทร.ในปีนี้ นอกเหนือจากนั้น ในวันงานยังมีกิจกรรมสุดพิเศษ การให้คำปรึกษาสุด Exclusive แบบตัวต่อตัว สำหรับผู้ที่สนใจขอรับทุนอีกด้วย ณ โรงแรมอัศวิน แกรนด์ คอนเวนชั่น กทม.

รศ.ดร.กฤษณ์ชนม์ ภูมิกิตติพิชญ์ รองอธิการบดี มทร.ธัญบุรี เผยว่า มทร.ธัญบุรี เป็นมหาวิทยาลัยที่มุ่งผลิตบัณฑิตนักปฏิบัติ ในทักษะเทคโนโลยีด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สอดคล้องกับความต้องการกำลังคนของภาคประกอบการ มุ่งพัฒนานักศึกษาให้เป็นนักนวัตกรและผู้ประกอบการสร้างสรรค์นวัตกรรม ขณะเดียวกันยังปรับเปลี่ยนระบบการเรียนการสอนให้ทันสมัยอย่างต่อเนื่อง จากหลักสูตรปกติสู่หลักสูตร Premium Course (Kosen, Meister) โดยเป็นการพัฒนาร่วมกันระหว่าง มทร.ธัญบุรี กลุ่มสถาบันอาชีวศึกษา และกลุ่มสถานประกอบการ โดย มทร.ธัญบุรี ทำหน้าที่สร้างเครือข่ายความร่วมมือเชิงรุก ซึ่งสถานประกอบการสามารถขอยกเว้นภาษีได้ มีการจัดหลักสูตรที่ข้ามศาสตร์ การบูรณาการความร่วมมือระหว่างสถาบันการศึกษากับกลุ่มของสถานประกอบการ และการจัดการเรียนการสอนล่วงหน้า หรือแบบสะสมหน่วยกิต แบบ Premium Course (Pre-credit, Kosen, Meister) โดยจะเป็นการร่วมมือระหว่าง มทร.ธัญบุรี โรงเรียนเครือข่าย และสถานประกอบการ เพื่อให้ผู้ที่เข้ามาศึกษาสามารถสำเร็จการศึกษาได้เร็วขึ้นและสามารถมีรายได้ระหว่างการศึกษา จะเห็นได้บทบาทที่เกิดขึ้นหลายภารกิจ รวมถึงเครือข่ายความร่วมมือของ มทร.ธัญบุรี เกี่ยวข้องกับความเป็นนวัตกรรม ที่นำมาสู่กิจกรรมความร่วมมือในโครงการครั้งฯ แพลตฟอร์มจะสร้างประโยชน์อย่างมากที่สุดแก่ผู้ประกอบการ ที่สำคัญจะเป็นส่วนหนึ่งในการกระตุ้น ขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศได้ด้วย

ด้าน รศ.ดร.เกียรติศักดิ์ แสงประดิษฐ์ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนา (สวพ.) มทร.ธัญบุรี กล่าวว่าบทบาทของ สวพ.มทร.ธัญบุรี ในการสนับสนุน ส่งเสริมด้านงานวิจัยและนวัตกรรมของมหาวิทยาลัย ให้ทันสมัย เป็นที่ยอมรับทั้งในและต่างประเทศ ครอบคลุมด้านเทคโนโลยี วิทยาศาสตร์ สังคมศาสตร์ และศิลปะสร้างสรรค์ มุ่งเน้นการสร้าง Platform และ Ecosystem ที่เอื้อต่อการผลักดันงานวิจัยสู่การใช้ประโยชน์ได้จริงทั้งเชิงวิชาการและเชิงพาณิชย์ ตลอดจนการบ่มเพาะและเสริมสร้างความคิดการเป็นผู้ประกอบการให้กับนักศึกษา อาจารย์ นักวิจัย และบุคคลภายนอกให้สร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ต่อยอดเป็นธุรกิจได้ นอกจากนี้ยังได้กล่าวรายงานถึง วัตถุประสงค์ตามนโยบายของภาครัฐที่ต้องการผลักดันให้เกิดการพัฒนาเศรษฐกิจโดยใช้ฐานความรู้ทางวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม เพื่อเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันให้แก่ผู้ประกอบการทั้งสองสาขาธุรกิจนวัตกรรม ผ่านแผนงาน Thematic Innovation เพื่อดำเนินการสรรหา และสนับสนุนผู้ประกอบการให้ได้รับการสนับสนุนโครงการนวัตกรรมจาก NIA และมีโอกาสใช้นวัตกรรมในการขับเคลื่อนธุรกิจในระดับประเทศต่อไป และขอเน้นย้ำว่าทาง มทร.ธัญบุรี รวมถึง สวพ. จะยืนหยัด เคียงข้าง และเป็นเพื่อนคู่คิดที่ดีแก่ประชาชน

ส่วน ดร.สุรอรรถ ศุภจัตุรัส รองผู้อำนวยการสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) ด้านเศรษฐกิจและสังคม เผยว่า มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี ได้เข้ามามีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนประเทศ ร่วมกับสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ ที่จะเข้าช่วยในการผลักดันธุรกิจนวัตกรรม เพื่อให้ออกสู่ตลาดในสองสาขา (1)ธุรกิจเศรษฐกิจการหมุนเวียนและเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ  และ (2)ธุรกิจพลังงานสะอาด ซึ่งทั้งสองสาขานี้มีความสำคัญกับประเทศของเราเป็นอย่างมาก ที่จะทำให้ประเทศไทยมุ่งสู่เศรษฐกิจสังคมคาร์บอนต่ำได้อย่างรวดเร็ว และส่งเสริมให้ผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจนวัตกรรมนี้ สามารถประกอบธุรกิจได้อย่างยั่งยืน รวมถึงการเพิ่มขีดความสามารถ

ทางการแข่งขัน ด้านการสร้างความเชื่อมั่นให้กับสินค้าและบริการของภาคเอกชนไทย ให้เป็นที่ยอมรับในระดับสากล ทั้งยังสามารถสร้างคุณภาพสิ่งแวดล้อมและคุณภาพชีวิตที่ดีอีกด้วย ที่สำคัญทาง มทร.ธัญบุรี และเครือข่ายพันธมิตรมีความเชี่ยวชาญ ที่จะสนับสนุนให้กับผู้ประกอบการธุรกิจนวัตกรรม ให้นำนวัตกรรมจากงานวิจัยออกสู่ตลาดได้ ไม่ว่าจะเป็นในด้านเทคโนโลยีที่พร้อมถ่ายทอดสู่ภาคเอกชน และวิสาหกิจชุมชน หรือด้านการทำตลาด เพื่อผลักดันงานนวัตกรรมไปใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์ และเชื่อว่าทีมงานของเราทั้ง มทร.ธัญบุรี และสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ มีความพร้อมที่จะคอยช่วยดูแลให้คำแนะนำกับผู้ประกอบการ เพื่อพัฒนาข้อเสนอโครงการมุ่งเป้าด้านเศรษฐกิจได้เป็นอย่างดี.

-(016)

เริ่มแล้วงานเทศกาลของขวัญและสินค้านานาชาติจากทุกมุมโลก ‘68th YWCA diplOmatic Charity Bazaar @ centralwOrld’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/769477

เริ่มแล้วงานเทศกาลของขวัญและสินค้านานาชาติจากทุกมุมโลก  ‘68th YWCA diplOmatic Charity Bazaar @ centralwOrld’

เริ่มแล้วงานเทศกาลของขวัญและสินค้านานาชาติจากทุกมุมโลก ‘68th YWCA diplOmatic Charity Bazaar @ centralwOrld’

วันพฤหัสบดี ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

กลับมาอีกครั้ง คณะภริยาทูตประจำประเทศไทย และ สมาคมไว ดับยู ซี เอ กรุงเทพฯ ร่วมกับ บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) ชวนช้อปสินค้านานาชาติกว่า 40 ประเทศทั่วโลกสุดยิ่งใหญ่ในงาน “68th YWCA diplOmatic Charity Bazaar@centralwOrld” เทศกาลงานของขวัญและสินค้านานาชาติสุดยิ่งใหญ่ จำหน่ายผลิตภัณฑ์ชั้นนำ โดยร้านค้าจากสถานทูต
ในประเทศไทย สินค้าพรีเมียมนานาชาติคุณภาพดีจากประเทศต่างๆ ทั่วโลก กว่า 40 ประเทศ 200 บูธ ในราคาสุดพิเศษ พร้อมความอร่อยสุดพิเศษกับร้านอาหารหลากหลายรสชาติจากทั่วทุกมุมโลก รายได้จากการจัดงานจะนำไปช่วยเหลือ พัฒนา ส่งเสริมคุณภาพชีวิตแก่ เด็ก สตรี และผู้ด้อยโอกาส ตลอดจนสมทบทุนช่วยเหลือองค์กรและโครงการการกุศล งานจัดขึ้นระหว่างวันที่ 16-19 พฤศจิกายน 2566 ที่ เซ็นทรัลเวิลด์

ผลิตภัณฑ์ไฮไลต์ภายในงาน“68th YWCA diplOmatic Charity Bazaar@centralwOrld” ปีนี้ คณะภริยาทูตประจำประเทศไทย ได้คัดสรรมาจากสถานทูตต่างๆ รวมทั้งบริษัทชั้นนำ เป็นสินค้าพรีเมียมนานาชาติคุณภาพดี อาทิ จาก ออสเตรเลีย-เนย, เบเกอรี, วิตามิน, ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร, ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด, อาร์เมเนีย-กระเป๋าและเซตผ้าเช็ดปาก, เบลเยียม-ช็อกโกแลต, ผงโกโก้, เครื่องประดับ, กระเป๋าถือ,หมอนสุขภาพบัควีท, บราซิล-เมล็ดกาแฟ, ชิลี-ผลไม้สด, ลูกพรุนแห้งไร้เมล็ดและแครนเบอร์รี่อบแห้ง, ถั่ว ปลาแซลมอน, ปลาหิมะ, หอยเป๋าฮื้อ,จีน-บัวหิมะ, ขนมขบเคี้ยว, โยเกิร์ต, ฝรั่งเศส-ชีส, เบเกอรี่และบิสกิต, น้ำหอมและผลิตภัณฑ์บำรุงผิว, รองเท้า, เยอรมัน-ไส้กรอก, ขนมหวาน, ช็อกโกแลต, ผลิตภัณฑ์บำรุงผิว, เครื่องประดับ, กระเป๋าหนัง

กรีซ-น้ำมันมะกอก, แป้งทำพิซซ่า, ชิปและซอสดิป, อิหร่าน-ผลิตภัณฑ์เซรามิก, ผ้าพันคอ, อิตาลี-เครื่องทำกาแฟ เส้นพาสต้า, ซอส เครื่องปรุงอาหาร, เครื่องครัว, เครื่องประดับ, กระเป๋าถือ กระเป๋าเดินทาง, ญี่ปุ่น-สกินแคร์จากใยไหม, ขนม, รองเท้าเพื่อสุขภาพ, เคนยา-เมล็ดกาแฟและถั่วแมคคาดาเมีย, เกาหลีใต้-ผลิตภัณฑ์บำรุงผิว, ผลิตภัณฑ์จากโสม, ขนมขบเคี้ยว, บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป, เกลือเพื่อสุขภาพ, เม็กซิโก-งานฝีมือจากผ้าพื้นเมือง, ชิปและซอส, โมร็อกโก-ผลิตภัณฑ์บำรุงผิว อาร์แกนออยล์, เนปาล-ผ้าพันคอ, ผ้าคลุมไหล่, Himalayan Singing Bowl, นิวซีแลนด์ -สกินแคร์, น้ำผึ้งมานูก้า, ผลไม้, เนื้อวัวและเนื้อแกะ โปแลนด์-โปรตีน Granola และซีเรียลบาร์เพื่อสุขภาพ, รัสเซีย-ผ้าพันคอและตุ๊กตาที่ระลึก, แอฟริกาใต้-ผลไม้, ชา, เนื้อวัวอบแห้ง, สเปน-ผลิตภัณฑ์บำรุงผิว, คุกกี้ บิสกิต, รองเท้า, ศรีลังกา-เครื่องเทศ, ชาและของที่ระลึก, ตุรกี-Evil Eye เครื่องประดับ และขนมพื้นเมือง, สหรัฐอเมริกา-เนื้อวัว, ขนม, จานชาม

นอกจากนั้น ในการจัดงานครั้งนี้ ครูปาน-สมนึก คลังนอก ศิลปินแนวโมเดิร์นพอร์เทรตที่มีลายเส้นเป็นเอกลักษณ์ ซึ่งมีชื่อเสียงระดับนานาชาติเป็นที่ยอมรับทั้งในและต่างประเทศ มาออกแบบลายบนกระเป๋าผ้าที่จะนำมาจำหน่ายภายในงาน ซึ่งรายได้ทั้งหมดหลังหักค่าใช้จ่าย จะนำไปทำสมทบทุนเพื่อช่วยเหลือ พัฒนา ส่งเสริมคุณภาพชีวิตแก่ เด็ก สตรี และผู้ด้อยโอกาส ในด้านต่างๆ อาทิ ส่งเสริมการศึกษา พัฒนาอาชีพพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ส่งเสริมพัฒนาสิ่งแวดล้อม ช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติ

พลาดไม่ได้ ครั้งแรกที่จะชวนทุกคนมาเปิดประสบการณ์ ความอร่อยสุดพิเศษกับร้านอาหารหลากหลายรสชาติ จากทั่วทุกมุมโลก ด้วยการ
นำเสนอสุดยอดเมนูยกขบวนความอร่อยและเมนูพิเศษมาให้ได้ลิ้มลองในงานนี้โดยเฉพาะ ทั้งจากไทย เยอรมนี สาธารณรัฐแอฟริกาใต้ สิงคโปร์ ศรีลังกา มาเลเซีย และฟิลิปปินส์ ที่โซน Eden 3 ทั้งนี้ สามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมของงานได้ที่ Facebook : CentralWorld

แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังและความงาม แนะวิธีดูแลสุขภาพผิวให้ห่างไกลจากปัญหาผิวช่วงฤดูฝน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/769458

แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังและความงาม  แนะวิธีดูแลสุขภาพผิวให้ห่างไกลจากปัญหาผิวช่วงฤดูฝน

แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังและความงาม แนะวิธีดูแลสุขภาพผิวให้ห่างไกลจากปัญหาผิวช่วงฤดูฝน

วันพฤหัสบดี ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ช่วงนี้สภาพอากาศมีการเปลี่ยนแปลงบ่อยทั้งร้อนอบอ้าวและมีความชื้นในอากาศสูง จนถึงฝนตก นอกจากจะทำให้รู้สึกไม่สบายผิวแล้ว อากาศที่ชื้นหากรวมกับสิ่งสกปรก เหงื่อ และฝุ่นละอองที่จับตัวบนผิว อาจทำให้เกิดปัญหาผิวต่างๆ ตามมา แบรนด์ผลิตภัณฑ์เพื่อการดูแลสุขภาพผิวและเส้นผม “ธัญ” (THANN) ร่วมกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังและความงาม แพทย์หญิงพลอยลดา ธนาไพศาลวรกุล แนะวิธี “ดูแลสุขภาพผิวให้ห่างไกลจากปัญหาผิวช่วงฤดูฝน” กับผลิตภัณฑ์ดูแลสุขภาพผิว อาทิ “เพียวริฟายอิ้งเฟซ วอช” (Purifying Face Wash), “ไฮเดรติ้งอิมัลชั่น” (Hydrating Emulsion) และ “อีสเทิร์น ออร์เชิร์ด อินเทนซีฟ ไฮเดรติ้ง เฟเชียล มาส์ก” (Eastern Orchard intensive hydrating facial mask)

แพทย์หญิงพลอยลดา ธนาไพศาลวรกุล ได้แนะวิธีดูแลสุขภาพผิวว่า “ช่วงฤดูฝนถึงแม้ว่าจะมีอากาศที่เย็นสบาย ชุ่มฉ่ำ แต่ความจริงแล้วความชื้นในอากาศสามารถทำร้ายผิวได้ โดยสภาพอากาศก่อนฝนตกจะเกิดความกดอากาศทำให้รู้สึกร้อนอบอ้าว ร่างกายจึงต้องปรับสภาพตามด้วยการผลิตน้ำมันออกมา เพื่อเป็นเกราะป้องกันผิว ทำให้ต่อมไขมันทำงานมากเกินไปนอกจากจะทำให้ผิวหน้าเรามันเยิ้มแล้ว ยังส่งผลต่อการเกิดปัญหาสิวบริเวณใบหน้า จมูก และแก้มอีกด้วย

ปัญหาสิวสามารถเกิดได้กับทุกสภาพผิว และพบได้บ่อยในช่วงฤดูฝน เนื่องจากน้ำฝนมีฤทธิ์เป็นกรดอ่อนๆ และมีสิ่งปนเปื้อนทั้งเชื้อโรค ฝุ่นละออง และสารเคมีที่ล่องลอยอยู่ในอากาศ หากผิวเราสัมผัสกับละอองฝนแล้วไม่รีบทำความสะอาดร่างกายในทันที เมื่อสิ่งสกปรกที่ปนเปื้อนในน้ำฝนเจอกับเชื้อจุลินทรีย์ประจำถิ่น(Normal Flora) พวกเชื้อแบคทีเรียและเชื้อราที่อยู่ตามผิวและรูขุมขน ซึ่งจะเจริญเติบโตได้ดีในสภาวะอากาศร้อนชื้นบวกกับคราบเหงื่อไคล และความมันบนผิวหน้า ทำให้เกิดอาการอักเสบของรูขุมขน (Pilosebaceous Unit) และเกิดเป็นสิวอุดตัน สิวผด และสิวอักเสบตามมา

เมื่อเราไม่สามารถหลีกเลี่ยงสภาพอากาศในหน้าฝนได้ สิ่งที่เราสามารถทำได้เพื่อให้ห่างไกลจากปัญหาผิวมันเยิ้มและสิว คือ การทำความสะอาดผิวหน้าทันทีเมื่อกลับถึงบ้าน เป็นการยับยั้งและลดจำนวนเชื้อที่ทำให้เกิดสิว โดยสามารถเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวที่มีความอ่อนโยน ไม่ทำให้ผิวแห้งตึง ไม่ก่อให้เกิดการระคายเคือง ช่วยลดการอุดตันของรูขุมขน และเหมาะกับสภาพผิวของแต่บุคคล ควรล้างหน้าให้สะอาดวันละ 1-2 ครั้ง และไม่ล้างบ่อยจนเกินไป

อีกสิ่งที่ไม่ควรมองข้ามหลังการล้างทำความสะอาดผิวหน้า คือ การบำรุงและฟื้นฟูสภาพผิว เนื่องจากผิวจะสูญเสียความชุ่มชื้นตามธรรมชาติหรือ Natural Moisturizing Factor (NMF) หลังการล้างหน้า หากขาดการบำรุงและฟื้นฟูสภาพผิวก็จะทำให้ผิวอ่อนแอลงและส่งผลเสียตามมาอีกมากมาย เช่น ผิวขาดความชุ่มชื้น ริ้วรอย รูขุมขนกว้าง เป็นต้น โดยเราสามารถเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ส่วนผสมของสารสกัดธรรมชาติที่มีคุณสมบัติในการฟื้นบำรุงผิว โดยไม่ก่อให้เกิดการระคายเคือง อย่างสารสกัดจากใบชิโซะ (Shiso) ที่มีความโดดเด่นในด้านการให้ความชุ่มชื้น ช่วยฟื้นฟูเซลล์ผิวจากความแห้งกร้านและการเสื่อมสภาพของผิว อีกทั้งยังช่วยยับยั้งการทำงานของเอนไซม์ไทโรซิเนส (TyrosinaseInhibitor) ในกระบวนการสร้างเม็ดสีเมลานิน (Melanin) หรือผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมน้ำมันธรรมชาติ เช่น น้ำมันรำข้าว น้ำมันโจโจ้บา น้ำมันอิฟนิ่งพริมโรส และไม่ควรลืมทาครีมกันแดดก่อนออกจากบ้าน เพื่อปกป้องและเสริมความแข็งแรงให้กับผิวหนังชั้นนอก ทั้งรังสี UVA และ UVB และป้องกันไม่ให้แสงแดดไปกระตุ้นให้เกิดการอักเสบของสิว ไม่ควรจับหน้า บีบ หรือแกะสิวบ่อยๆ เพราะอาจทำให้สิวยิ่งอักเสบได้ หรือหากจำเป็นต้องสัมผัสหน้าก็ควรล้างมือให้สะอาด ดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอเพื่อทดแทนน้ำที่ร่างกายสูญเสียไป สามารถคำนวณได้จากน้ำหนักตัว (ก.ก.) x 33 =… ซีซี (1,000 ซีซี = 1 ลิตร, 1 ลิตร = 4 แก้ว) รับประทานอาหารที่มีโอเมก้า 3,วิตามินเอ บี ซี อี เพื่อลดการอักเสบของผิวหนัง และอีกสิ่งที่สำคัญ คือ ควรนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ

นอกจากนี้ช่วงฤดูฝนที่มีความชื้นในอากาศสูงจะทำให้พวกเชื้อโรค เชื้อราและแบคทีเรียเติบโตได้ดี ไม่ควรปล่อยให้ความเปียกชื้นอยู่กับตัวในระหว่างวัน เพราะจะเป็นสาเหตุทำให้เกิดผื่นผิวหนังอักเสบ หรือเชื้อราตามผิวหนังได้ ดังนั้นจึงควรหลีกเลี่ยงการปล่อยให้ร่างกายเปียกชื้น และควรรีบอาบน้ำเช็ดตัวเปลี่ยนเสื้อผ้าให้แห้งทันทีที่มีโอกาส”

สำหรับผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสำหรับดูแลผิวหน้าในช่วงหน้าฝนให้เหมาะสม ได้แก่ “เพียวริฟายอิ้ง เฟซ วอช” (Purifying Face Wash) ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวหน้าขจัดสิ่ง สกปรกและความมันส่วนเกินได้อย่างหมดจด พร้อมคืนความกระจ่างใสสู่ผิว อุดมด้วยสารสกัดธรรมชาติที่มอบคุณค่าในการทำความ สะอาดและบำรุงผิว

“ไฮเดรติ้ง อิมัลชั่น” (Hydrating emulsion) ผลิตภัณฑ์เติมเต็มความชุ่มชื้นสำหรับผิวหน้าสูตรที่พัฒนามาเพื่อแก้ปัญหาผิวขาดน้ำโดยเฉพาะซึมซาบเข้าบำรุงและฟื้นฟูสภาพผิวไม่ทิ้งความมันส่วนเกิน และไม่อุดตันรูขุมขน อุดมด้วยสารสกัดธรรมชาตินานาชนิด

“อีสเทิร์น ออร์เชิร์ด อินเทนซีฟ ไฮเดรติ้ง เฟเชียล มาส์ก” (Eastern Orchard intensive hydrating facial mask) มาส์กรักษ์โลกที่สามารถย่อยสลายตัวเองได้ 100% ภายใน 45 วัน ด้วยกรรมวิธีการผลิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ซึ่งผลิตจากน้ำมะพร้าวธรรมชาติ 100% แผ่นมาส์กจึงมีความละเอียดถึง 20-50 นาโนเมตร แนบสนิทได้ทุกพื้นผิวบนหน้า ซึมสู่ผิวได้อย่างล้ำลึก เพื่อผิวกระจ่างใสอย่างเป็นธรรมชาติ

แพทย์หญิงพลอยลดา ธนาไพศาลวรกุล

แพทย์หญิงพลอยลดา ธนาไพศาลวรกุล

แพทย์หญิงพลอยลดา พร้อมด้วย สาวๆ วาริธร กันท์ไพบูลย์, ธัญวรรณ เทพหัสดิน ณ อยุธยา, พิชามญช์ ชมะนันทน์ ที่มาร่วมรับฟังและทดลองใช้ผลิตภัณฑ์จากธัญ

แพทย์หญิงพลอยลดา พร้อมด้วย สาวๆ วาริธร กันท์ไพบูลย์, ธัญวรรณ เทพหัสดิน ณ อยุธยา, พิชามญช์ ชมะนันทน์ ที่มาร่วมรับฟังและทดลองใช้ผลิตภัณฑ์จากธัญ

เชฟชื่อดังศิษย์เก่า ‘เลอ กอร์ดอง เบลอ ดุสิต’ เปิดบูธโชว์ความอร่อย ตอกย้ำความสำเร็จของศิษย์เก่าสถาบันสอนประกอบอาหารระดับโลก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/769472

เชฟชื่อดังศิษย์เก่า ‘เลอ กอร์ดอง เบลอ ดุสิต’ เปิดบูธโชว์ความอร่อย  ตอกย้ำความสำเร็จของศิษย์เก่าสถาบันสอนประกอบอาหารระดับโลก

เชฟชื่อดังศิษย์เก่า ‘เลอ กอร์ดอง เบลอ ดุสิต’ เปิดบูธโชว์ความอร่อย ตอกย้ำความสำเร็จของศิษย์เก่าสถาบันสอนประกอบอาหารระดับโลก

วันพฤหัสบดี ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

โรงเรียนสอนการประกอบอาหาร เลอ กอร์ดอง เบลอ ดุสิต ร่วมกับ นิตยสาร Gourmet & Cuisine จัดงาน “Gourmet Foodie Fest 2023” Alumni Market Season 2 ชวนเจ้าของร้านอาหารชื่อดังทั่วประเทศ ซึ่งเป็นศิษย์เก่าของสถาบัน มาเปิดบูธนำเสนออาหารคาวหวานหลากชนิดกว่า 40 ร้าน พร้อมจัดเวิร์กช็อปสอนทำอาหารฟรีแก่ผู้สนใจ การสนับสนุนครั้งนี้มีจุดประสงค์เพื่อเสริมสร้างเครือข่ายและความผูกพันระหว่างสถาบันและศิษย์เก่า ตลอดจนสนับสนุนการแลกเปลี่ยนมุมมองในกลุ่มคนทำอาหาร เพื่อเตรียมความพร้อมต่อการเปลี่ยนแปลงและเร่งพัฒนาธุรกิจบริการอาหารและเครื่องดื่มของเมืองไทยที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์

นางสาวสุชาดา สถาปิตานนท์ ผู้อำนวยการโรงเรียนสอนการประกอบอาหาร เลอ กอร์ดอง เบลอ ดุสิต กล่าวว่า “เรามีความภาคภูมิใจในศิษย์เก่าและผู้เรียนทุกคน ซึ่งตลอดเวลา 16 ปี ที่ได้เปิดทำการเรียนการสอน เราได้ผลิตบุคลากรคุณภาพสู่อุตสาหกรรมอาหารมาแล้วกว่า 10,000 คน กิจกรรม Alumni Market ครั้งนี้ถือเป็นหนึ่งในแผนงานสนับสนุนผู้สำเร็จการศึกษาของโรงเรียน ซึ่งนอกจากจะส่งเสริมการประกอบอาชีพของศิษย์เก่าแล้ว เรายังผลักดันให้เกิดการแลกเปลี่ยนความคิดและมุมมองในธุรกิจบริการอาหารและเครื่องดื่มในเมืองไทย ตลอดจนเสริมสร้างเครือข่ายและความผูกพันระหว่างสถาบันและศิษย์เก่า เพื่อช่วยต่อยอดเทคนิคการประกอบอาหารและขนมให้ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคยุคใหม่ได้อย่างน่าประทับใจและประสบความสำเร็จ”

เชฟเป้-จิรัฎฐ์ จินดามงคล และ เชฟเบนซ์-ศุภวัฒน์ อนันต์นับ สองหนุ่มศิษย์เก่าเจ้าของร้าน Beurre & Boulanger กล่าวว่า “ก่อนหน้านี้เราเคยทำคาเฟ่มาก่อนครับ แต่ตอนนั้นยังไม่มีทักษะอะไรมาก ช่วงที่ปิดร้านเพื่อรีโนเวท เราเลยตัดสินใจมาลงเรียนที่เลอ กอร์ดอง เบลอ ดุสิต เพื่อนำความรู้ไปต่อยอด ตอนแรกก็คิดว่าจะเรียนอะไรมาก แต่เมื่อสัมผัสคุณภาพการเรียนการสอนก็ทำให้ลงเรียนไปทั้งหมดเกือบ 300 เมนู รวมถึงได้ความรู้เรื่องการจัดครัวที่มีประสิทธิภาพซึ่งมีประโยชน์มากสำหรับการบริหารร้าน เพราะร้าน Beurre & Boulanger เป็นแบบครัวเปิด เราอยากให้ลูกค้าเห็นการอบขนมสดใหม่ โดยเฉพาะเมนูแครมบรูเลครัวซองต์ ซึ่งเป็นซิกเนเจอร์ของร้าน การมาเรียนที่นี่จึงทำให้เรามีความมั่นใจมากขึ้นในการทำตามความฝันที่เป็นสไตล์ของเราเองครับ”

ร้านเบเกอรีชื่อดังในซอยสุขสวัสดิ์ 30 อย่าง Three Bears Pastry ก็ได้มาร่วมออกบูธในงานนี้ โดย เชฟออย-วัชราพรรณ วณิชย์คูพลังกูร เจ้าของร้านกล่าวว่า “เลอ กอร์ดอง เบลอ ดุสิตมีมาตรฐานการสอนโดยเชฟระดับสากล ซึ่งไม่ได้สอนแค่เทคนิคการทำขนมเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการทำงานอย่างมีระบบ ซึ่งเมื่อออยเรียนจบแล้วก็ได้ไปฝึกงานในครัวที่รัสเซียและญี่ปุ่น ถึงแม้เราจะไม่เข้าใจภาษาของเค้ามาก แต่เพราะเราได้เรียนรู้ระบบที่เป็นมาตรฐานสากลมาแล้ว จึงสามารถนำความรู้จากเลอ กอร์ดอง เบลอ ไปใช้ในการสื่อสารได้เยอะจริงๆ ค่ะ”

เชฟเจน-เจนจิรา เลิศวรปรีชา แห่งร้าน Samatea Café กล่าวว่า “แรกเริ่มเราทำขนมเพราะใจรักอยู่แล้ว แต่พอได้มาเรียนที่เลอ กอร์ดอง เบลอ ดุสิต ก็ได้เข้าใจในการทำขนมเชิงทฤษฎีอย่างถ่องแท้ เรียนรู้วิธีสร้างสรรค์ขนมใหม่ๆ เพื่อต่อยอดได้เยอะมาก และยังสามารถปรับเปลี่ยนองค์ประกอบหรือหน้าตาของขนมให้ดูน่าสนใจมากขึ้น โดยขนมซิกเนเจอร์ของร้านเรา คือ Premium Matcha Banoffee ตัวนี้ก็เคยนำไปออกรายการคุณต๋อยมาแล้วอีกเมนูก็คือ Matcha Cheesecake ซึ่งไอเดียการคิดเมนูก็ได้จากการเรียนที่นี่ค่ะ การได้มาร่วมงานครั้งนี้จึงดีใจมาก เพราะเป็นพื้นที่ให้ศิษย์เก่าได้มาแสดงสินค้าและแสดงศักยภาพของแต่ละร้าน ทำให้แต่ละร้านได้รู้จักกันมากขึ้น เชื่อว่าจะทำให้กลุ่มธุรกิจร้านอาหารมีมิตรภาพที่แข็งแกร่งมากขึ้นค่ะ”

นอกจากการเปิดร้านอาหารบริการเดลิเวอรีหรืออาหารสำเร็จรูปแช่แข็งก็เป็นอีกหนึ่งธุรกิจที่กำลังเฟื่องฟูในปัจจุบัน เชฟกีส-ธรรมเศรษฐ์ บุญศิริ แห่งร้านฮ่อยจ๊อปูทะลัก By เชฟกีส คืออีกหนึ่งศิษย์เก่าเลอ กอร์ดอง เบลอ ดุสิต ที่ประสบความสำเร็จในธุรกิจนี้ กล่าวว่า “จุดเริ่มต้นคือเราเคยไปซื้อฮ่อยจ๊อมาเปิดดูแล้วไม่มีปู จึงเริ่มจับ Pain point ตรงนี้มาทำขาย โดยเริ่มต้นแบบเล็กๆ คือโพสต์ลงเฟซบุ๊ก แล้วมีคนแชร์โพสต์หลักหมื่นจึงได้เอามาทำขาย ซึ่งเราก็ได้นำความรู้จากเลอ กอร์ดอง เบลอ ดุสิต มาใช้มากจริงๆ ทั้งเรื่องการเตรียมครัว การทำความสะอาด การดูแลจัดการครัว รวมถึงการดูแลตัววัตถุดิบ สิ่งที่ประทับใจคือ เชฟผู้สอนชาวฝรั่งเศสมีความเป็นครูสูงมาก ถ่ายทอดเทคนิคทุกอย่างแบบไม่กั๊ก คิดไม่ผิดเลยที่เลือกเรียนที่นี่ อีกข้อหนึ่งคือ เครื่องไม้เครื่องมือของโรงเรียนที่ครบครันทันสมัย ทำให้เราได้ลงมือปฏิบัติจริง และมีความมั่นใจมากขึ้นเมื่อยึดเป็นอาชีพจนทุกวันนี้”

ทั้งนี้ สามารถดูรายละเอียดเกี่ยวกับโรงเรียนสอนการประกอบอาหาร เลอกอร์ดอง เบลอ ดุสิต ได้ที่ https://www.cordonbleu.edu/thailand/home/th หรือสอบถามข้อมูลที่ LINE : @lecordonbleudusit โทร.02-2378877

สุชาดา สถาปิตานนท์

สุชาดา สถาปิตานนท์

เชฟเป้และเชฟเบนซ์ เจ้าของร้าน Beurre & Boulanger

เชฟเป้และเชฟเบนซ์ เจ้าของร้าน Beurre & Boulanger

เชฟออย เจ้าของร้าน Three Bears Pastry

เชฟออย เจ้าของร้าน Three Bears Pastry

เชฟกีส เจ้าของร้าน ฮ่อยจ๊อปูทะลัก By เชฟกีส

เชฟกีส เจ้าของร้าน ฮ่อยจ๊อปูทะลัก By เชฟกีส

เชฟเจน เจ้าของร้าน Samatea Café

เชฟเจน เจ้าของร้าน Samatea Café

แพทย์แนะอายุ 35 ปีขึ้นไปควรตรวจคัดกรองโรคเบาหวานปีละ 1 ครั้ง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/769459

แพทย์แนะอายุ 35 ปีขึ้นไปควรตรวจคัดกรองโรคเบาหวานปีละ 1 ครั้ง

แพทย์แนะอายุ 35 ปีขึ้นไปควรตรวจคัดกรองโรคเบาหวานปีละ 1 ครั้ง

วันพฤหัสบดี ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

กรมควบคุมโรค รณรงค์วันเบาหวานโลก 2566 มุ่งเน้นให้ความรู้ประชาชนถึงความเสี่ยงโรคเบาหวาน และหากตรวจพบก่อนจะลดภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงได้

นายแพทย์ธงชัย กีรติหัตถยากร รักษาราชการแทนอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า สมาพันธ์เบาหวานนานาชาติ (International Diabetes Federation : IDF) ได้กำหนดให้วันที่ 14 พฤศจิกายน ของทุกปี เป็นวันเบาหวานโลก และในปี พ.ศ. 2566 นี้ ได้กำหนดประเด็นสาร คือ Diabetes : Know your risk, Know your response เบาหวาน รู้ว่าเสี่ยง รู้แล้วต้องเปลี่ยน มุ่งเน้นการรู้ถึงความเสี่ยง ของโรคเบาหวานและภาวะแทรกซ้อน ให้ความสำคัญของการเข้าถึงข้อมูล ความรู้ และการดูแลที่ถูกต้องให้แก่ประชาชนทั่วไปและกลุ่มเสี่ยง ข้อมูลจาก IDF Diabetes Atlas ทั่วโลกมีผู้ป่วยโรคเบาหวานมากถึง 537 ล้านคนมากกว่า 90% เป็นโรคเบาหวานชนิดที่ 2 เกือบครึ่งหนึ่งยังไม่ได้รับการวินิจฉัย คาดว่าภายในปี 2573 จะเพิ่มขึ้นเป็น 643 ล้านคน และภายในปี 2588 จะเพิ่มมากถึง 783 ล้านคน ปัจจัยเสี่ยงโรคเบาหวานเกิดจากการมีประวัติครอบครัวเป็นโรคเบาหวาน มีภาวะอ้วน น้ำหนักเกินรอบเอวเกิน เป็นโรคความดันโลหิตสูงชอบรับประทานอาหารรสหวาน มีกิจกรรมทางกายไม่เพียงพอ สูบบุหรี่ และดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ ดังนั้นการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมจึงเป็นสิ่งสำคัญในการป้องกันโรคเบาหวาน ทำได้โดยการเลือกรับประทานอาหารให้หลากหลาย เน้นผัก ผลไม้ และธัญพืชต่างๆ ลดอาหารประเภทหวาน มัน เค็ม ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ อย่างน้อย 30 นาที สัปดาห์ละ 3-5 ครั้ง ทำจิตใจให้แจ่มใส นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ 7-8 ชั่วโมงต่อวัน ไม่สูบบุหรี่และดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ หากมีอาการปัสสาวะบ่อยและมาก กระหายน้ำ หิวน้ำบ่อย กินจุหิวบ่อย น้ำหนักลด เป็นแผลง่ายและหายยาก คันตามผิวหนัง ตามัว และชาตามปลายมือปลายเท้า ควรไปพบแพทย์เพื่อรับการตรวจวินิจฉัยต่อไป

นายแพทย์ดิเรก ขำแป้น รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า สถานการณ์โรคเบาหวานในประเทศไทย ข้อมูลจากรายงานสถิติสาธารณสุข กระทรวงสาธารณสุข ประเทศไทย
พบอุบัติการณ์โรคเบาหวานมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ในปี 2566 มีผู้ป่วยรายใหม่ เพิ่มขึ้น 3 แสนคนต่อปี ในปี พ.ศ. 2565 มีผู้ป่วยโรคเบาหวานสะสมจำนวน 3.3 ล้านคนเพิ่มขึ้นจากปี พ.ศ. 2564 มากถึง 1.5 แสนคน สำหรับการคัดกรองผู้ป่วยรายใหม่ ในปี 2566 พบว่า การคัดกรองผู้ป่วยโรคเบาหวานในประชาชนอายุ 35 ปีขึ้นไป ยังไม่ได้รับการคัดกรองโรคเบาหวานมากถึง 5 ล้านคน จากเป้าหมายทั่วประเทศ 22 ล้านคน ดังนั้น ประชาชนที่มีอายุ 35 ปีขึ้นไปควรตรวจคัดกรองโรคเบาหวานปีละ 1 ครั้ง ค่าระดับน้ำตาลในเลือดควรน้อยกว่า 100 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร ซึ่งหากตรวจพบตั้งแต่เริ่มแรกและรักษาได้เร็วจะช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะแทรกซ้อนที่ร้ายแรงและอาจถึงแก่ชีวิตได้

นายแพทย์กฤษฎา หาญบรรเจิด ผู้อำนวยการกองโรคไม่ติดต่อ กล่าวว่าโรคเบาหวานเกิดจากการทํางานของฮอร์โมนผิดปกติส่งผลให้เกิดภาวะนํ้าตาลในเลือดสูง หากน้ำตาลในเลือดสูงเป็นระยะเวลานานจะส่งผลให้อวัยวะเสื่อมสภาพเป็นเหตุให้เกิดภาวะแทรกซ้อนที่ตา ไต หลอดเลือดหัวใจและหลอดเลือดสมองโรคเบาหวานที่พบได้บ่อยที่สุด คือ โรคเบาหวานชนิดที่ 2 เกิดจากภาวะดื้ออินซูลิน ในระยะแรกอาจไม่มีอาการ มักตรวจพบเมื่อเช็คสุขภาพโดยบังเอิญในผู้ที่มีอายุ 35 ปีขึ้นไป มีน้ำหนักเกินหรืออ้วนร่วมด้วยการดูแลป้องกันผู้ป่วยโรคเบาหวานไม่ให้เกิดภาวะแทรกซ้อนทำได้โดยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้ดีควบคุมอาหารลดอาหารหวาน มัน เค็ม พบแพทย์สม่ำเสมอ ใช้ยาตามแพทย์สั่งหากมีอาการผิดปกติให้แจ้งแพทย์ที่รักษาห้ามปรับยาเอง ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ หมั่นตรวจเท้าด้วยตัวเอง หากเป็นแผลควรรีบไปพบแพทย์ ไม่สูบบุหรี่และไม่ดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร.1422

MBK Spirit อาสาปันน้ำใจสู่สังคม ส่งมอบของให้ร้านปันกัน มูลนิธิยุวพัฒน์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/769445

MBK Spirit อาสาปันน้ำใจสู่สังคม  ส่งมอบของให้ร้านปันกัน มูลนิธิยุวพัฒน์

MBK Spirit อาสาปันน้ำใจสู่สังคม ส่งมอบของให้ร้านปันกัน มูลนิธิยุวพัฒน์

วันพฤหัสบดี ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ศูนย์การค้าเอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ จัดกิจกรรมดีต่อใจส่งท้ายปี MBK Spirit อาสาปันน้ำใจสู่สังคม ชวนเพื่อนพนักงานร่วมบริจาคสิ่งของเครื่องใช้เพื่อมอบให้กับ ร้านปันกัน โดยมูลนิธิยุวพัฒน์ เพื่อนำไปจำหน่ายและนำรายได้เป็นทุนการศึกษาให้แก่น้องๆที่ด้อยโอกาสต่อไป โดยมีผู้บริหารระดับสูง พนักงาน ให้ความสนใจร่วมกิจกรรม MBK Spirit อาสาปันน้ำใจสู่สังคม นำของมาบริจาคจำนวนมากกว่า 1,000 ชิ้น คิดเป็น 166 กิโลกรัม โดยมี พุทธชาด ศรีนิศากร ผู้ช่วยประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายการตลาด บริษัท เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน) และ พัชรินทร์ พินทุนันท์ ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารทรัพยากรบุคคล บริษัท เอ็ม บี เค เอชอาร์ คอนเนคท์ จำกัด ธุรกิจในเครือเอ็ม บี เค เป็นตัวแทนส่งมอบของบริจาคให้กับกรทิพย์ งามสุคนธ์ ผู้จัดการเขต โครงการร้านปันกัน โดย มูลนิธิยุวพัฒน์ เป็นตัวแทนรับมอบ

เปิดงานวันเบาหวานโลก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/769461

เปิดงานวันเบาหวานโลก

เปิดงานวันเบาหวานโลก

วันพฤหัสบดี ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ศ.นพ.อภิชาติ อัศวมงคลกุล คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล เป็นประธานเปิดงานวันเบาหวานโลก ประจำปี พ.ศ.2566 “เบาหวาน รู้ว่าเสี่ยง รู้แล้วต้องเปลี่ยน…”ร่วมด้วย รศ.ดร.นพ.ยงยุทธ ศิริวัฒนอักษร ผู้อำนวยการโรงพยาบาลศิริราช ศ.เกียรติคุณ พญ.วรรณี นิธิยานันท์ ที่ปรึกษาศูนย์เบาหวานศิริราช ศ.คลินิก พญ.สุภาวดี ลิขิตมาศกุล ประธานศูนย์เบาหวานศิริราช เเละผู้บริหารศูนย์เบาหวานศิริราช ร่วมในพิธี เมื่อวันที่ 13 พ.ย. 2566 ที่ผ่านมา ณ ศาลาศิริราช ๑๐๐ ปี โรงพยาบาลศิริราช

เนื่องในวันเบาหวานโลก ประจำปี พ.ศ.2566 ซึ่งตรงกับวันที่ 14 พฤศจิกายน ทางสมาพันธ์โรคเบาหวานนานาชาติ(International Diabetes Federation, IDF) ได้ประกาศหัวข้อการรณรงค์วันเบาหวานโลก หัวข้อ “Diabetes : Know your risk, Know your response” ศูนย์เบาหวานศิริราช ร่วมกับ สาขาวิชาต่อมไร้ท่อและเมแทบอลิซึม ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ สาขาวิชาต่อมไร้ท่อและเมตะบอลิสม ภาควิชาอายุรศาสตร์ ฝ่ายการพยาบาล ฝ่ายเภสัชกรรม และฝ่ายโภชนาการ รพ.ศิริราช จึงได้จัดกิจกรรมรณรงค์เพื่อให้เห็นถึงความสำคัญในการให้ความรู้เกี่ยวกับโรคเบาหวานและตระหนักถึงปัญหาต่างๆ ของโรคเบาหวาน ระหว่างวันที่ 13-15 พฤศจิกายน2566 เวลา 08.00-15.30 น. ณ ศาลาศิริราช ๑๐๐ ปี รพ.ศิริราช ทั้งนี้ภายในงานประกอบด้วยกิจกรรมต่างๆ มากมาย อาทิ เสวนาให้ความรู้ กิจกรรมบริหารร่างกายแบบแพทย์แผนไทย การสาธิตทำอาหารเพื่อสุขภาพ การตรวจวัดประเมินร่างกาย บูธกิจกรรมให้ความรู้ต่างๆ ด้วย

เค เอ็ม เอ เปิดตัวเพื่อนสนิทคนใหม่ ‘โบกี้ ไลอ้อน’ พร้อมเคล็ดลับเลือกรองพื้นตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนนิวเจน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/769473

เค เอ็ม เอ เปิดตัวเพื่อนสนิทคนใหม่ ‘โบกี้ ไลอ้อน’  พร้อมเคล็ดลับเลือกรองพื้นตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนนิวเจน

เค เอ็ม เอ เปิดตัวเพื่อนสนิทคนใหม่ ‘โบกี้ ไลอ้อน’ พร้อมเคล็ดลับเลือกรองพื้นตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนนิวเจน

วันพฤหัสบดี ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

เครื่องสำอาง KMA (เค เอ็ม เอ) ในเครือ โอซีซี จัดงานอีเวนต์สุดเอ็กซ์คลูซีฟ SHADES MY SKIN ASPIRED BY KMA เปิดตัวเพื่อนสนิทคนใหม่ล่าสุดอย่างเป็นทางการ “โบกี้ ไลอ้อน – พิชญ์สินี วีระสุทธิมาศ” นักร้องสาวเสียงทรงพลัง ตัวแทนคนนิวเจน ที่กล้าอวดความงามจากตัวตนที่แท้จริงอย่างมั่นใจ พร้อมเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ Sheer Soft Skin Liquid Foundation รองพื้นผิววิ้งเล่นแสง ตอกย้ำการปรับภาพลักษณ์แบรนด์ใหม่ที่ให้ความสำคัญของความงามอย่างเท่าเทียม และความเชี่ยวชาญเรื่องเมคอัพงานผิวมายาวนานกว่า 30 ปีณ ลานกิจกรรม ชั้น LG ศูนย์การค้าสยามสแควร์วัน

นัยนา เพ็ญวุฒิกุล กรรมการบริหาร ฝ่ายการตลาดเครื่องสำอาง บริษัท โอซีซี จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า แบรนด์เครื่องสำอาง KMA ตระหนักถึงความหลากหลายของผู้บริโภค การรีแบรนด์ครั้งนี้ เราจึงดึง “โบกี้ ไลอ้อน” นักร้องที่มีคาแร็กเตอร์โดดเด่น สะท้อนไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ที่มีพลังและมีความกล้าแสดงออกอย่างสร้างสรรค์ มาเป็นพรีเซ็นเตอร์ผลิตภัณฑ์ใหม่ล่าสุด ซึ่งเป็นตัวแทนของกลุ่ม Gen C และ Gen Z เพื่อเป็นกระบอกเสียงให้ทุกคนกล้าแสดงออกถึงตัวตนของตนเองได้อย่างสุดพลัง และมีอิสระในโลกแห่งความงาม สอดคล้องกับคอนเซ็ปต์ของแบรนด์ KMA คือ KEEP ME ASPIRING”

“เครื่องสำอาง KMA อยู่เคียงคู่คนไทยมากว่า 30 ปี เราจึงมีความเชี่ยวชาญเรื่องเมคอัพงานผิว โดยการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ครั้งนี้ เราได้รังสรรค์รองพื้น Sheer Soft Skin Liquid Foundation รองพื้นผิววิ้งเล่นแสง ให้ผลลัพธ์ผิวฉ่ำโกลว์ บางเบาผิวแลดูเนียนสวยเป็นธรรมชาติ คุมมันนานถึง 12 ชม. พร้อมปกป้องผิวจากแสงแดดด้วยค่า SPF ٥٠+ PA++++ ผ่านการทดสอบแล้วว่าไม่มีส่วนผสมที่ทำให้เกิดรูขุมขนอุดตัน มีให้เลือกกว่า 8 เฉดสี ซึ่งเราคิดค้นมาเพื่อตอบโจทย์ทุกเฉดสีผิวและสภาพผิวของคนไทยโดยเฉพาะ”

ภายในงาน วีนา ภูเขียว ผู้จัดการแผนกอบรมผลิตภัณฑ์ บริษัท โอซีซี จำกัด (มหาชน) ได้เผยเคล็ดลับในการเลือกรองพื้น ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนนิวเจน ดังนี้ 1.เลือกรองพื้นที่ไม่หนาเกินไป 2.ควรเลือกรองพื้นที่เน้นความบางเบา ไม่หนาเกินไป และให้ความฉ่ำโกลว์ เพื่อเผยผิวที่แลดูสวย เปล่งประกายอย่างเป็นธรรมชาติ และสามารถใช้ได้ทุกวัน 3.เลือกรองพื้นแบบ ALL IN ONE สวยครบจบในไอเทมเดียว
มีสารบำรุงที่ช่วยให้ความชุ่มชื้นแก่ผิว พร้อมปกป้องแสงแดด ทั้งรังสี UVA และ UVB ซึ่งเหมาะกับคนนิวเจนที่มีไลฟ์สไตล์เร่งรีบ 4.เลือกรองพื้นที่ไม่ก่อให้เกิดการอุดตัน ซึ่งขณะนี้กระแส Clean Beauty กำลังมาแรงมาก ควรเลือกใช้รองพื้นที่มีส่วนผสมของสารสกัดจากธรรมชาติและปราศจากซิลิโคน ซึ่งจะไม่ก่อให้เกิดการอุดตันในผิว

6.เลือกรองพื้นที่คุมมันยาวนาน ด้วยไลฟ์สไตล์ของคนนิวเจนมักจะชอบทำกิจกรรมที่หลากหลายและมีความท้าทาย การเลือกรองพื้นที่สามารถคุมความมันบนใบหน้าได้ยาวนานถึง 12 ชั่วโมง จะช่วยให้ใบหน้าสวยเป๊ะ ไม่มัน ไม่เยิ้มระหว่างวัน 7.เลือกรองพื้นที่เหมาะกับเฉดสีผิว จะช่วยให้ผิวหน้าเนียนสวยธรรมชาติ ทำให้ใบหน้าไม่ลอยหรือหมองคล้ำเกินไป โดยนำรองพื้นที่เหมาะกับเฉดสีผิวเราที่สุด  3 เฉดสีมาทาบริเวณข้างแก้ม และเลือกเฉดสีที่เข้ากับสีผิวหน้าเราที่สุด

ทั้งนี้ สามารถติดตามข้อมูลข่าวสารเทรนด์ความงาม รวมถึงกิจกรรมต่างๆ ที่น่าสนใจของแบรนด์เครื่องสำอาง KMA ได้ที่ Facebook, Instagram และ TikTok @kmacosmetics

เดิน-วิ่งมหากุศล นครธนมินิมาราธอน ครั้งที่ 13 ‘วิ่งด้วยความรัก เพื่อผู้ป่วยมะเร็ง’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/769471

เดิน-วิ่งมหากุศล นครธนมินิมาราธอน ครั้งที่ 13 ‘วิ่งด้วยความรัก เพื่อผู้ป่วยมะเร็ง’

เดิน-วิ่งมหากุศล นครธนมินิมาราธอน ครั้งที่ 13 ‘วิ่งด้วยความรัก เพื่อผู้ป่วยมะเร็ง’

วันพฤหัสบดี ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

โรงพยาบาลนครธน ได้แถลงข่าวจัดงาน เดิน-วิ่งมหากุศล นครธนมินิมาราธอน ครั้งที่ 13 “วิ่งด้วยความรักเพื่อผู้ป่วยมะเร็ง” โดยจะนำเงินรายได้หลังหักค่าใช้จ่ายมอบสมทบทุนให้กับ มูลนิธิภัทรมหาราชานุสรณ์ในพระอุปถัมภ์ สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอเจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี โดยในงานได้รับเกียรติจาก รศ.ญาณเดช ทองสิมา ประธานกรรมการบริษัท โรงพยาบาลนครธน จำกัด และ กฤติมา เบ็ญจวรรณ ตัวแทนเลขาธิการมูลนิธิภัทรมหาราชานุสรณ์ ในพระอุปถัมภ์ฯ พร้อมด้วย นพ.วิโรจน์ ตระการวิจิตร ผู้อำนวยการสายงานแพทย์แขกรับเชิญ นักวิ่งผู้สร้างแรงบันดาลใจเพื่อผู้ป่วยโรคมะเร็ง ยุวดี พันธ์นิคม และ ผกากาญจน์ วงษ์เนตร์ธุวร

รศ.ญาณเดช ทองสิมา ประธานกรรมการบริษัท โรงพยาบาลนครธน กล่าวว่า งานเดิน-วิ่ง มหากุศล นครธนมินิมาราธอน จัดต่อเนื่องมาถึง 12 ครั้ง โดยในแต่ละครั้งได้ร่วมสมทบทุนให้กับมูลนิธิต่างๆ มากมายเพื่อเป็นการช่วยเหลือผู้ป่วยที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ ซึ่งในปีนี้จะจัดอีกเป็นครั้งที่ 13 ภายใต้แนวคิด “วิ่งด้วยความรัก เพื่อผู้ป่วยมะเร็ง” เพื่อต้องการรณรงค์ให้คนไทยหันมาดูแลสุขภาพตัวเองด้วยการวิ่ง พร้อมส่งมอบความรัก ความห่วงใย รวมถึงได้เป็นส่วนหนึ่งในการร่วมสมทบทุนช่วยเหลือผู้ป่วยมะเร็งผ่านทาง มูลนิธิภัทรมหาราชานุสรณ์ ในพระอุปถัมภ์ฯ เพื่อให้ผู้ป่วยมะเร็งได้มีกำลังใจในการต่อสู้กับโรคร้ายนี้ต่อไป

นพ.วิโรจน์ ตระการวิจิตร ผู้อำนวยการสายงานแพทย์ โรงพยาบาลนครธน กล่าวว่า จากข้อมูลสถิติ ปี 2565 โดยสถาบันมะเร็งแห่งชาติ พบว่า ในแต่ละปีประเทศไทยมีผู้ป่วยมะเร็งรายใหม่กว่า 140,000 คน หรือประมาณ 400 คนต่อวัน อีกทั้ง โรคมะเร็งยังเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับต้นๆ รองจากการเกิดอุบัติเหตุเท่านั้น แสดงให้เห็นว่า โรคมะเร็ง เป็นปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญของไทย และมีแนวโน้มอัตราการเกิดโรคเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทางโรงพยาบาลนครธน จึงมองหาช่องทางที่จะช่วยเหลือ และสนับสนุนการพัฒนาการรักษาเพื่อ
ผู้ป่วยโรคมะเร็ง โดยการจัดงาน เดิน-วิ่งมหากุศล นครธน มินิมาราธอน ครั้งที่ 13 นี้ขึ้น เพื่อสร้างการรับรู้และตระหนักถึงความสำคัญของโรคมะเร็ง พร้อมร่วมส่งกำลังใจและกำลังทรัพย์ ให้กับผู้ป่วยมะเร็งให้สามารถดำเนินชีวิตต่อไปได้ด้วยดี ผ่านมูลนิธิภัทรมหาราชานุสรณ์ ในพระอุปถัมภ์ฯ

ด้านมูลนิธิภัทรมหาราชานุสรณ์ในพระอุปถัมภ์ฯ มีบทบาทสำคัญในการจัดหาทุนทรัพย์ สนับสนุนการศึกษาค้นคว้าการแพทย์ เทคโนโลยี และการให้บริการรักษาพยาบาลของโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งโรคมะเร็ง ที่กำลังเป็นปัญหาสำคัญของประเทศไทย อีกทั้งยังส่งเสริมและช่วยเหลือผู้ป่วยมะเร็งที่ขาดโอกาสในการเข้าถึงการรักษา และต้องการกำลังใจ ให้สามารถต่อสู้กับโรคมะเร็งได้อย่างเต็มที่ ตามพระดำรัส “…อยากให้มูลนิธิฯ ระดมทุนไว้ช่วยเหลือผู้ป่วยที่ขาดแคลนและด้อยโอกาสทั่วประเทศ เพื่อให้ได้รับการรักษาที่มีมาตรฐานสากลเช่นเดียวกับคนที่มีฐานะดีและเพื่อช่วยกันสนับสนุนให้ประชาชนของประเทศและสังคมไทย มีสุขภาวะที่ดีและแข็งแรง เป็นกำลังของประเทศต่อไป…”

งานเดิน-วิ่ง มหากุศล นครธนมินิมาราธอน ครั้งที่ 13 “วิ่งด้วยความรัก เพื่อผู้ป่วยมะเร็ง” จะจัดขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 10 ธันวาคม 2566 ปล่อยตัวเวลา 05.00 น.ณ โรงพยาบาลนครธน สามารถเลือกสมัคร3 ประเภท ได้แก่ 1) FUN RUN เดินด้วยความห่วงใย ระยะทาง 3 กม. ค่าสมัคร550 บาท, 2) MINI MARATHON วิ่งด้วยความรัก ระยะทาง 10.5 กม. ค่าสมัคร 700 บาท,3) VIP ค่าสมัคร 1,500 บาท รับเสื้อวิ่ง 2 ตัวและแก้วเก็บอุณหภูมิร้อน/เย็น สมัครด้วยตัวเองที่ รพ.นครธน ตั้งแต่วันนี้-5 ธันวาคม2566 หรือสมัครทางออนไลน์ที่ https://www.nakornthon.com ตั้งแต่วันนี้-15 พฤศจิกายน 2566 สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร.02-4509999

สวารอฟสกี้ จับมือ Kim Kardashian เปิดตัวคอลเลคชั่นพิเศษ Swarovski x SKIMS คริสตัลประดับเสื้อผ้าสำหรับผู้หญิงทุกไซส์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/769478

สวารอฟสกี้ จับมือ Kim Kardashian เปิดตัวคอลเลคชั่นพิเศษ  Swarovski x SKIMS คริสตัลประดับเสื้อผ้าสำหรับผู้หญิงทุกไซส์

สวารอฟสกี้ จับมือ Kim Kardashian เปิดตัวคอลเลคชั่นพิเศษ Swarovski x SKIMS คริสตัลประดับเสื้อผ้าสำหรับผู้หญิงทุกไซส์

วันพฤหัสบดี ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

เปิดตัวครั้งแรกพร้อมกันทั่วโลกแล้ว กับคอลเลคชั่นสุดพิเศษ Swarovski x SKIMS ที่ สวารอฟสกี้ จับมือกับ Kim Kardashian ผู้ร่วมก่อตั้งและผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์ของ SKIMS สร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์เครื่องประดับร่างกาย ชุดชั้นในสตรี และเสื้อผ้า ready-to-wear ที่ประดับด้วยคริสตัลอันแวววาวเจิดจรัสออกแบบมาให้เข้ากับทุกสรีระของผู้หญิงทุกไซส์ ที่ Swarovski Flagship Store แห่งใหม่บนถนน Fifth Avenue นครนิวยอร์ก และทางออนไลน์ที่ skims.com รวมทั้งร้านค้าของสวารอฟสกี้ และร้านค้าลักชัวรี่ชั้นนำทั่วโลก

Swarovski x SKIMS ถือเป็นการผสานวิสัยทัศน์ระหว่างสองแบรนด์อันเป็นเอกลักษณ์ที่เข้ากันได้อย่างลงตัว จับคู่ความหรูหราอันเปี่ยมด้วยความสุขตามนิยามของสวารอฟสกี้ เข้ากับความโดดเด่นของเนื้อผ้าจาก SKIMS เพื่อแสดงออกถึงการเสริมสร้างศักยภาพในตนเองอย่างมีเสน่ห์ไม่เหมือนใคร

Giovanna Engelbert ผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์ของสวารอฟสกี้ กล่าวว่า “การสร้างสรรค์คอลเลคชั่นร่วมกับ SKIMS ถือเป็นความฝันตั้งแต่ดิฉันได้เริ่มทำงานกับสวารอฟสกี้
ซึ่งคอลเลคชั่นสุดพิเศษนี้ เราต้องการส่งเสริมศิลปะในการแสดงออก รวมถึงยกย่องรูปร่าง ความแข็งแกร่ง และความเป็นอิสระของผู้หญิงที่ให้ความสำคัญกับความเป็นตัวของตัวเอง และใช้ชีวิตทุกวันอย่างมั่นใจและมีสไตล์”

Kim Kardashian ผู้ร่วมก่อตั้งและผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์ของ SKIMS กล่าวว่า “สำหรับความร่วมมือในครั้งนี้ เราต้องการเฉลิมฉลองความคิดสร้างสรรค์ที่มีอยู่ในตัวของทุกคน และนำความหรูหรา ความแกลมมาสู่การแต่งตัวในทุกๆ วัน เราชอบที่จะผสมผสานการเจียระไนคริสตัลอันเป็นเอกลักษณ์เข้ากับเสื้อผ้าของ SKIMS ให้ออกมาเป็นชิ้นงานที่ชวนฝัน
และฉันก็อดใจไม่ไหวที่จะเห็นทุกคนตกหลุมรักคอลเลคชั่น Swarovski x SKIMS เหมือนกับที่ฉันรู้สึกอยู่ตอนนี้”

คอลเลคชั่นสุดพิเศษนี้เปิดตัวด้วยชุดภาพอันน่าตื่นตาตื่นใจของ Kim Kardashian จากเลนส์ของ Mert Alas ช่างภาพชื่อดังระดับโลก ซึ่งถือเป็นแคมเปญที่รวบรวมความเย้ายวนใจและศิลปะที่นิยามความเป็น Swarovski x SKIMS ได้เป็นอย่างดี ขณะเดียวกันก็เฉลิมฉลองการเป็นตัวแทนของความมั่นใจในตัวเองของแต่ละบุคคล

Swarovski x SKIMS ประกอบด้วยเครื่องประดับคริสตัลสำหรับเรือนร่างที่สามารถปรับเปลี่ยนสไตล์การใส่ได้หลากหลายรูปแบบ รวมถึงคอลเลคชั่น ready-to-wear ทั้งชุดชั้นในติดคริสตัล บอดี้สูท และชุดเดรสที่หรูหราและเปล่งประกาย

ทั้งนี้ เครื่องประดับร่างกายจาก Swarovski x SKIMS นั้นออกแบบมาให้เข้ากับทุกสรีระของผู้หญิงและเพื่อชูจุดเด่นกับความแวววาวที่เหนือชั้นโดยคอลเลคชั่นนี้ได้รับแรงบันดาลใจจากคอลเลคชั่นจิวเวลรี่ Millenia ที่สามารถเลเยอร์กันหลายชั้นทั้งเหนือและใต้เสื้อผ้า และจัดสไตล์ด้วยโชคเกอร์สร้อยคอ และสร้อยข้อมือที่เข้าชุดกัน ซึ่งงานฝีมือแต่ละชิ้นยังมีความสวยงามและความแวววาวเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวอีกด้วย

Swarovski x SKIMS ready-to-wear มาพร้อมการประดับด้วยคริสตัลในแบบต่างๆ ที่สามารถใส่เลเยอร์ได้ในทุกโอกาส บนเนื้อผ้าอันเป็นเอกลักษณ์ของ SKIMS ที่เข้ารูปกับรูปร่างได้อย่างลงตัว โดยแต่ละชิ้นได้รับการออกแบบเพื่อความมั่นใจและความสบายในการสวมใส่ขั้นสุดเสริมด้วยความงดงามของคริสตัลที่เปล่งประกายระยิบระยับสร้างความเย้ายวนใจ