TRUE x MOTIF จัดนิทรรศการผลงานมาสเตอร์พีซ 16 แบรนด์ไทยในมุมมองใหม่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/764471

TRUE x MOTIF จัดนิทรรศการผลงานมาสเตอร์พีซ 16 แบรนด์ไทยในมุมมองใหม่

TRUE x MOTIF จัดนิทรรศการผลงานมาสเตอร์พีซ 16 แบรนด์ไทยในมุมมองใหม่

วันจันทร์ ที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 06.09 น.

โมทีฟ ร่วมกับ ทรู คอร์ป จัดงานนิทรรศการ MOTIF with True Corporation presents “THAI CRAFT Exhibition 2023” นำเสนอผลงานมาสเตอร์พีซ 16 แบรนด์ไทย ได้เเก่ a new craft studio, Art Resources, ALT Alternate, Daneeart, Karava, Kitt.ta.khon, Lasunya, Lotus Art De Vivre, Masaya, Niiq, Oh!dinary, Panisa Object, Podium, Patapian, Sukerthing เเละ Sonite Decor งานฝีมือที่บ่งบอกถึงอัตลักษณ์ของความเป็นศิลปะ ความคิดสร้างสรรค์ ถูกถ่ายทอดในมุมมองใหม่โดยช่างไทย จัดแสดงระหว่างนี้จนถึงวันที่ 12 พฤศจิกายน 2566 บนพื้นที่ชั้น 4 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเอ็มบาสซี

โอ๊ค-อัครรัฐ วรรณรัตน์ กรรมการผู้จัดการ โมทีฟ กล่าวว่า นิทรรศการ MOTIF with True Corporation presents “THAI CRAFT Exhibition 2023” เกิดจากความตั้งใจของ โมทีฟ ที่ต้องการนำเสนอผลงานของดีไซเนอร์ไทยอันสวยงาม ที่บ่งบอกถึงอัตลักษณ์ของความเป็นศิลปะ ความคิดสร้างสรรค์ ประณีตบรรจง มาจัดแสดงบนพื้นที่ชั้น 4 ของศูนย์การค้าเซ็นทรัลเอ็มบาสซี พื้นที่แห่งแรงบันดาลใจและแหล่งรวมงาน
ฝีมือของดีไซเนอร์ไทย ที่จะส่งต่อความภูมิใจของผลงานคราฟต์ในมุมมองใหม่นี้ให้คนทั่วโลกได้รู้จักยิ่งขึ้น ด้วยการบอกเล่าออกมาในรูปการจัดแสดงนิทรรศการ

“ด้วยประสบการณ์กว่า 19 ปี ในวงการเฟอร์นิเจอร์ ทำให้โมทีฟเข้าใจในไลฟ์สไตล์ของลูกค้า และตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา โมทีฟได้รับความไว้วางใจจากลูกค้าและนักออกแบบตกแต่งภายในมากมาย เลือกให้เป็นสถานที่ที่ดีที่สุดในการค้นหาเฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งสำหรับบ้านระดับลักชัวรี่ นิทรรศการในครั้งนี้เรามีความตั้งใจที่อยากให้ลูกค้าเเละพันธมิตรของโมทีฟได้สัมผัสในการเลือกคัดสรรชิ้นงานรูปเเบบของไทยคราฟต์ คัดสรรชิ้นงานคอนเซ็ปต์ใหม่ๆ โดยนำมาจัดวางในนิทรรศการให้เข้ากันได้อย่างลงตัว

พื้นที่การจัดแสดงภายในงาน Thai Craft Exhibition ได้ผสมผสานความคิดสร้างสรรค์ของดีไซเนอร์ไทยที่มีทั้งความประณีต และองค์ความรู้จากอดีตที่สืบสานพัฒนาต่อยอดให้เกิดเป็นงานสมัยใหม่ และความเป็นโมเดิร์นคอนเทมโพรารี่ที่ได้รับการยอมรับจากทั่วโลก จนเกิดเป็นศูนย์กลางแบบร่วมสมัยที่ไม่เคยมีที่ไหนมาก่อน” โอ๊ค-อัครรัฐ กล่าว

ผู้สนใจสามารถเข้าชมนิทรรศการได้ที่ ชั้น 4 บริเวณหน้าโชว์รูม MOTIF ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเอ็มบาสซี ระหว่างนี้จนถึงวันที่ 12 พฤศจิกายน 2566 เวลา 11.00-20.00 น. ข้อมูลเพิ่มเติมสอบถามได้ที่ Line Official : @motifgroup โทร.02-1605984 IG :
@motifartofliving, Facebook : @motifartofliving และ www.motifartofliving.com

คอนเซ็ปต์ QUINN Art Academy ด้วยแรงบันดาลใจจากผลงาน Joan Miro

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/764435

คอนเซ็ปต์ QUINN Art Academy ด้วยแรงบันดาลใจจากผลงาน Joan Miro

คอนเซ็ปต์ QUINN Art Academy ด้วยแรงบันดาลใจจากผลงาน Joan Miro

วันจันทร์ ที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

QUINN (ควินน์) แบรนด์แฟชั่นสะท้อนตัวตนของผู้หญิงยุคใหม่ที่แสดงออกถึงภาพลักษณ์อันทรงพลัง เหนือกาลเวลา กล้าที่จะแตกต่างได้เปิดตัวไอเทมเสื้อผ้าและแอคเซสซอรี่จากคอลเลคชั่น Winter 2023 ล่าสุด นำเสนอในคอนเซ็ปต์ QUINN Art Academy ที่จะพาสาวๆมารับบทนักเรียนในสถาบันศิลปะกับไอเทมที่ถูกแต่งแต้มด้วยแรงบันดาลใจจากผลงานของ Joan Miro ศิลปินชาวสเปน ผสมผสานกับคีย์ลุคแบบเพร็พพี (Preppy) ที่ไม่เหมือนใคร 

คอลเลคชั่น QUINN Art Academy ได้หยิบเอาแม่สีที่โดดเด่นมาแต่งแต้มลงบนไอเทมทั้งเสื้อผ้าและกระเป๋าเพื่อสร้างลุคแบบคอนทราสต์ชวนมองผสมผสานกับเส้นสายแบบ Abstract ตามแบบฉบับของ Joan Miro ไม่ว่าจะเป็นเสื้อเชิ้ตกึ่งเดรสสีน้ำเงินตัดกับแขนเสื้อสีขาวแบบสมาร์ทแคชชวล เดรสกระดุมหน้าทรงวินเทจในวัสดุผ้านิตสีขาวครีมแต่งลายเส้นสีน้ำตาลที่คอปก กางเกงคาร์โกสีเขียวสด และชุดเซตเบลเซอร์กับกางเกงขายาวในลายพิมพ์สีชมพูตาราง

การโลดแล่นของสีสันเปรียบได้กับชีวิตชีวาของฝีแปรงที่มีพื้นหลังเป็นแคนวาสในโทนสีคลาสสิกอย่างเทาและน้ำตาลซึ่งถูกนำมาตีความร่วมกับไอเทมลายสกอตในคัตติ้งและดีเทล ที่ได้เค้าโครงจากยูนิฟอร์มนักเรียนฝั่งสแกนดิเนเวีย ทั้งแจ๊กเกตกระดุมหน้า เดรสผ้านิตที่เหมาะกับอากาศที่เย็นลง เสื้อเบลาส์คอโบกระโปรงมินิสเกิร์ตลายสกอต สีเทา ที่เข้ากันได้ดีกับรองเท้าคัทชูสไตล์นักเรียนไฮสคูลที่ถูกตกแต่งด้วยเข็มขัดและฮาร์ดแวร์สีทองขึ้นเงา  นอกจากไอเทมเพร็พพี ที่มิกซ์แอนด์แมทช์ได้อย่างมีสไตล์ คอลเลคชั่นนี้ยังตอบโจทย์ลุคสำหรับโอกาสพิเศษด้วยไอเทมสุดเก๋ ที่โดดเด่นด้วยดีเทลอันอิสระภายใต้ซิลูเอตเรียบเท่ ไม่ว่าจะเป็นจั๊มสูทขาสั้นที่ให้ลุคเซอร์แบบไม่เหมือนใคร ผสานกับดีเทลแบบทบ (Wrap) เข้ารูปช่วงเอวดูปราดเปรียว หรือจะเป็นเสื้อปักเลื่อมพิมพ์ลายดิ้นระยิบระยับสำหรับปาร์ตี้ยามค่ำคืน ก่อนฟินิชลุคด้วยกระเป๋าสะพายในสีสันสะดุดตามาในเทคนิคเลเซอร์คัตเอาท์รูปตัว Q ดูมินิมอล ที่ถูกเย็บเข้ากับ O-Ring Grid ทั่วทั้งใบ หรือกระเป๋าทรงโฮโบ(Hobo Bag) หนังเรียบแต่ทรงเฉียบคมตัดกับฮาร์ดแวร์สีเงินและโลโก้ตัว Q คิวใหม่ที่ลดทอนให้ดูเรียบหรูขึ้นก็พร้อมเป็นกระเป๋ารุ่นไอคอนิกในฤดูกาลนี้ ชวนสาวๆ เข้ามาช้อปและชมงานศิลปะแห่งสไตล์แบบครบลุค ทั้ง เสื้อผ้า กระเป๋ากับ Winter 2023 Collection “QUINN Art Academy” ได้แล้ววันนี้ที่ร้าน QUINN ทุกสาขา และเว็บไซต์ www.iamquinn.com

‘โชพาร์ด’เปิดตัวบูติกโฉมใหม่กับปรัชญาการออกแบบในแนวคิด‘เมซง’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/764470

‘โชพาร์ด’เปิดตัวบูติกโฉมใหม่กับปรัชญาการออกแบบในแนวคิด‘เมซง’

‘โชพาร์ด’เปิดตัวบูติกโฉมใหม่กับปรัชญาการออกแบบในแนวคิด‘เมซง’

วันจันทร์ ที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

โชพาร์ด (Chopard) ผู้ผลิตแบรนด์นาฬิกาและจิวเวลรี่ชั้นนำระดับโลก เปิดตัวบูติกโฉมใหม่ใจกลางกรุงเทพมหานครอย่างเป็นทางการ ณ ศูนย์การค้าสยามพารากอนตามปรัชญาการออกแบบในแนวคิด “เมซง” (Maison) โดยมี มร.เพียร์ มิลเลอรู กรรมการผู้จัดการ โชพาร์ดเอเชียและโอเชียเนีย และ สุทินจิรมณีกุล ประธานกรรมการบริหาร บริษัทเอส.ที.ไดมอนด์ ดีไซน์ จำกัด ร่วมต้อนรับบรรดา Friends of the Maison อันประกอบด้วยลูกค้าคนสำคัญ เซเลบริตี้ รวมทั้ง “กลัฟ” คณาวุฒิ ไตรพิพัฒนพงษ์ และ “แอฟ” ทักษอร ภักดิ์สุขเจริญ ที่มาร่วมแสดงความยินดี

เพื่อเฉลิมฉลองโอกาสสำคัญนี้โชพาร์ด (Chopard) ยังได้จัดงานกาลาดินเนอร์ โดยมี “เกรซ” กาญจน์เกล้า ด้วยเศียรเกล้า และ นายแบบนางแบบร่วมแสดงเรือนเวลาและเครื่องประดับชิ้นพิเศษ ใน “Red Carpet Collection” ผลงานการออกแบบของ มิสซิสแคโรไลน์ ชอยเฟเล่ ประธานร่วมและผู้กำกับฝ่ายศิลป์ของโชพาร์ด ซึ่งสร้างสรรค์ขึ้นสำหรับเทศกาลเมืองคานส์ ครั้งที่ 76 ในเดือนพฤษภาคม 2566 ที่ผ่านมาในธีมศิลปะ 7 สาขา ได้แก่ สถาปัตยกรรม ประติมากรรม ภาพวาด ดนตรี วรรณกรรม การเต้นรำ และภาพยนตร์ โดย “เกรซ” งามสง่าในอาภรณ์สุดหรูจาก Caroline’s Couture ที่สร้างสรรค์เพื่อคอลเลคชั่นนี้โดยเฉพาะ ซึ่งผลงานชิ้นพิเศษนี้กำลังจัดแสดงให้ลูกค้าคนสำคัญได้ชมอย่างใกล้ชิด ณ โชพาร์ด บูติกสยามพารากอน จนถึง 31 ตุลาคมนี้

หลัง 3 เดือนของการปรับรูปโฉมบูติกใหม่ โชพาร์ด พร้อมแล้วที่จะส่งมอบประสบการณ์ครั้งใหม่ให้กับลูกค้าผ่านปรัชญาการออกแบบในแนวคิดของ “เมซง” (Maison) หรือ “บ้าน” เพื่อสะท้อนให้เห็นถึงธรรมเนียมปฏิบัติของธุรกิจครอบครัว การออกแบบบูติกแต่ละแห่งของโชพาร์ดได้รับแรงบันดาลใจจากแนวคิดของที่พำนักอาศัยส่วนตัวเพื่อให้ลูกค้ารู้สึกผ่อนคลายราวกับอยู่ในบ้านของตนเอง แนวคิดดังกล่าวนี้รังสรรค์ขึ้นโดย มิสซิสแคโรไลน์ ชอยเฟเล่ ประธานร่วมและผู้กำกับฝ่ายศิลป์ของโชพาร์ด และ มร.คาร์ล-ฟรีดริชชอยเฟเล่ ประธานร่วมของโชพาร์ด และเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ระยะยาวเพื่อสร้างความแตกต่างให้กับแบรนด์

ประสบการณ์ของลูกค้า คือกุญแจสำคัญในการสร้างความประทับใจ ในยุคดิจิทัลที่การพบปะพูดคุยกับพนักงานขายกลายเป็นเรื่องไม่จำเป็น และการทำธุรกรรมเกิดขึ้นได้ง่ายเพียงปลายนิ้วทำให้โชพาร์ดตระหนักดีว่าการสรรค์สร้างประสบการณ์ชั้นเลิศให้กับลูกค้าที่มอบเวลาและความเพียรพยายามในการเดินทางเข้ามาเยือนบูติกเป็นสิ่งสำคัญเป็นอย่างยิ่ง

เป้าหมายสูงสุดที่โชพาร์ดยึดมั่นอยู่เสมอคือ ทำให้ลูกค้าตกหลุมรัก “เมซง” การที่ลูกค้ามาเยี่ยมเยือนบูติกจึงเป็นโอกาสที่ทีมงานจะได้แบ่งปันเรื่องราวใหม่ๆ เกี่ยวกับการสร้างสรรค์ผลงานแต่ละชิ้นที่อยู่เหนือคำบรรยาย นอกเหนือไปจากเพียงราคาและเทคนิคการผลิต สิ่งที่เหนือกว่าการขาย คือบรรยากาศผ่อนคลายและเป็นกันเอง ซึ่งช่วยสร้างมิตรภาพผ่านการสนทนาที่จริงใจ

“สำหรับกลยุทธ์ระยะยาว เราไม่เน้นที่จะต้องมีร้านค้าหลายแห่ง แต่จะเน้นการสร้างเครือข่ายบูติกที่สะท้อนจิตวิญญาณความเป็น “เมซง” ได้อย่างสมบูรณ์แบบ เพื่อให้ลูกค้าสัมผัสได้ถึงการดูแลอย่างดีที่สุด” มร.คาร์ล-ฟรีดริช ชอยเฟเล่ กล่าว

ปรัชญาการออกแบบตกแต่งภายในอันเป็นนวัตกรรมของโชพาร์ด มีความโดดเด่นแตกต่างจากปรัชญาการตกแต่งทั่วไป โดยบูติกแต่ละแห่งได้รับการรังสรรค์ให้มีบุคลิกของตนเอง สะท้อนถึงการให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อมรอบตัว บูติกของโชพาร์ด ณ ศูนย์การค้าสยามพารากอน นับเป็นบูติกแห่งที่ 5ในโลก ที่นำเอาปรัชญาการออกแบบใหม่ภายใต้แนวคิด “เมซง” (Maison) มาใช้ หลังจากบูติกแห่งอื่นที่ได้เปิดตัวไปก่อนหน้านี้ ในกรุงลอนดอน สหราชอาณาจักรในปี 2562 มิลาน อิตาลี ในปี 2565 กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ในปี 2565 และมหานครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา ในปี 2565

Trash to Treasure Art & Design Contest ครั้งที่ 4 ‘สร้างสรรค์ สร้างค่า สร้างสมดุลโลก’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/764436

Trash to Treasure Art & Design Contest ครั้งที่ 4  ‘สร้างสรรค์ สร้างค่า สร้างสมดุลโลก’

Trash to Treasure Art & Design Contest ครั้งที่ 4 ‘สร้างสรรค์ สร้างค่า สร้างสมดุลโลก’

วันจันทร์ ที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นิติกร กรัยวิเชียร

โครงการประกวดเพื่อสร้างสรรค์ผลงานศิลปะและการออกแบบ Trash to Treasure Art & Design Contest :“สร้างสรรค์ สร้างค่า สร้างสมดุลโลก” จัดขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 4 โดยมีแนวคิดให้กลุ่มเยาวชนสร้างสรรค์และออกแบบผลงานจากจุดตั้งต้นมาจากวัสดุเหลือใช้ในชีวิตประจำวันนำกลับมาสร้างสรรค์ ให้มีคุณค่า สร้างประโยชน์ได้ทั้งในเชิงสุนทรียภาพทางศิลปะ และความสามารถในการนำเสนอแนวคิดตีความด้านความยั่งยืนผ่านการประกวด ผลงานศิลปะ และงานออกแบบแบบสองมิติ (2D) และแบบสามมิติ (3D) โดยได้คัดเลือกผลงานเข้ารอบสุดท้าย จำนวน 19 ชิ้นงานซึ่งได้ตัดสินและจัดแสดงภายในงานมหกรรมด้านความยั่งยืนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในอาเซียน Sustainability Expo 2023 (SX2023) ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ทั้งนี้ ผลงานต้องสามารถสะท้อนให้เห็นถึงการใช้ความคิดสร้างสรรค์ สร้างคุณค่าให้กับวัสดุเหลือใช้ และสามารถสร้างประโยชน์ได้ตามประเภทของงานที่สร้างสรรค์หรือออกแบบมีเจตนารมณ์ที่ต้องการส่งต่อความคิดด้านการพัฒนาอย่างยั่งยืน และสร้างแรงบันดาลใจเพื่อเปลี่ยนพฤติกรรมตนเองเพื่อสร้างสมดุลสิ่งแวดล้อมโลก ภายใต้แนวคิด “พอเพียง ยั่งยืน เพื่อโลก”โดยคณะกรรมการตัดสิน ประกอบด้วย ศ.เกียรติคุณถาวร โกอุดมวิทย์, นิติกร กรัยวิเชียร, เพลินจันทร์ วิญญรัตน์,อ.วุฒิกร คงคา, เจรมัย พิทักษ์วงศ์,วิชชุลดา ปัณฑรานุวงศ์ และ พอใจ อัครธนกุล

ศ.เกียรติคุณถาวร โกอุดมวิทย์

ผลงานที่ได้รับรางวัลประเภท 2D รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ ผลงาน “E-waste for save Hornbill” จากมหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ รองชนะเลิศอันดับ 1 ผลงาน“สัตว์ที่ใกล้สูญพันธุ์ในไทย” จากทีม The World A มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์รองชนะเลิศอันดับ 2 ผลงาน “ปัญญาขยะ” จิดาพร สอนอาจ มหาวิทยาลัยศิลปากร และรางวัลประเภท 3D รางวัลชนะเลิศผลงาน “นกน้อยทำรังแต่พอตัว” ทีม New Thingโรงเรียนสาธิตจุฬาฯฝ่ายมัธยม รองชนะเลิศอันดับ 1 ผลงาน “เต่ามะเฟือง” ทีม Beautiful Friendship จุฬาฯ รองชนะเลิศอันดับ 2 ผลงาน “ช่วงเวลาแห่งการผจญภัยกับเหล่าผองเพื่อน” เกียรติศักดิ์ ไพราม มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา

ทีมชนะเลิศประเภท 2D

เพลินจันทร์ วิญญรัตน์ กรรมการตัดสิน เผยว่า “ความหมายหรือมุมมอง Trash to Treasure ส่วนตัวของพี่คือสิ่งที่ถูกมองข้ามไปสิ่งที่โยนทิ้ง แต่เรานำกลับมาสร้างให้เกิดคุณค่าและเป็นงานศิลปะ ปีนี้เป็นปีที่ 2 ที่มีโอกาสได้เป็นหนึ่งในกรรมการตัดสิน เห็นได้ชัดว่าเยาวชนมีความสามารถพัฒนางานได้ดีขึ้นเรื่อยๆ ทำให้ตัดสินผลงานค่อนข้างยาก สำหรับเกณฑ์ในการตัดสินคือ สิ่งสำคัญนอกจากงานจะสวยงามแล้ว เจ้าของงานจะต้องมีความเข้าใจในชิ้นงาน และสามารถอธิบายงานได้อย่างละเอียด รางวัลชนะเลิศประเภท 3D ประทับใจมากในเรื่องการพรีเซนต์ แสดงให้เห็นถึงความเข้าใจถึงคอนเซ็ปต์งาน และวิธีการทำงานจริงๆ ทุกอย่างลงตัวส่วนชนะเลิศประเภท 2D น้องๆ สามารถนำวัตถุดิบที่แข็งสายไฟที่ดูเป็นพลาสติกแต่สามารถทำให้ชิ้นงานดูอ่อนช้อย และสื่อถึงความหมายได้ดี เก่งกันจริงๆ ค่ะ”

ทีมชนะเลิศประเภท 3D

ติณณา ผลเจริญ ชั้นปีที่ 1 คณะเทคโนโลยีอุตสาหกรรม สาขาสถาปัตยกรรมมหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ ทีมมหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ ตัวแทนทีมชนะเลิศประเภท 2D เผยว่า “ผลงาน “E-waste for save Hornbill” คอนเซ็ปต์ของเราสื่อถึงนกเงือก เพราะสัตว์ชนิดนี้เป็นตัวชี้วัดของความอุดมสมบูรณ์ของผืนป่า แต่ว่าตอนนี้นกเงือกได้รับผลกระทบจากขยะและสารเคมีที่ปนเปื้อนเข้าไปในพื้นที่ป่า เรามองว่า ณ ปัจจุบันนี้เรากำจัดขยะได้ถูกวิธีเพียง 20% จึงนำ 2 ส่วนนี้มารวมกันเพื่อเป็นคอนเซ็ปต์ของงานนี้คือการนำวัสดุที่ใช้งาน เช่น แผงวงจรคอมพิวเตอร์ คีย์บอร์ดสายไฟ โปรเจกเตอร์และใช้ส่วนประกอบอื่นๆ มาตกแต่งให้สวยงามขึ้น ดีใจมากๆที่ได้รับรางวัลชนะเลิศ เป็นประสบการณ์ที่ดีมากคิดว่าศิลปะสร้างคุณค่าให้แก่โลกในหลายๆ ด้าน สามารถพัฒนาได้ไปเรื่อยๆ เช่น การนำขยะที่ไม่มีมูลค่านำมาสร้างสรรค์ให้เกิดคุณค่าได้ค่ะ”

น้องๆ นักศึกษาพรีเซนต์งานให้กับกรรมการตัดสิน

โปรดปราน ธรรมาภรณ์พิลาศ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนสาธิตจุฬาฯ ฝ่ายมัธยม ทีม New Things ตัวแทนทีมชนะเลิศประเภท 3D เผยว่า “ถือว่าเป็นงานประกวดด้านศิลปะงานแรกของพวกเรา เป็นประสบการณ์ที่ดีมากๆ ค่ะ คอนเซ็ปต์งานคือโลกปัจจุบันได้ถูกทำลายด้วยฝีมือมนุษย์และมลภาวะต่างๆ และความฟุ่มเฟือยของมนุษย์และความไม่พอเพียง เราจึงนำไปโยงกับสุภาษิตไทย นกน้อยทำรังแต่พอตัว แปลคร่าวๆ คือทำอะไรควรทำแต่พอดีเราจึงสร้างสรรค์งานรังนกกระจาบ ซึ่งมีนกที่โอบอุ้มโลกอยู่ข้างใน โดยโครงสร้างที่ซับซ้อน นกกระจาบกว่าจะสร้างรังให้สำเร็จต้องบินไปกลับกว่า 500 เที่ยวส่วนนกสีแดงเป็นสัญลักษณ์เตือนว่าเราควรตระหนักถึงโลกร้อน โลกที่เป็นสีดำแสดงถึงโลกมีความย้ำแย่ขึ้นเรื่อยๆ วัสดุหลักๆ คือ ลัง ขวดพลาสติกในส่วนของนกกับโลก คือลูกบอลเก่าๆ ที่ถูกใช้แล้วค่ะ”

น้องๆ นักศึกษาพรีเซนต์งานให้กับกรรมการตัดสิน

น้องๆ นักศึกษาพรีเซนต์งานให้กับกรรมการตัดสิน

บรรยากาศภายในงาน

บรรยากาศภายในงาน

บรรยากาศภายในงาน

บรรยากาศภายในงาน

รู้เรื่องยากับเภสัชจุฬาฯ : RSV โรคที่คล้ายไข้หวัด แต่ร้ายแรงกว่า

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/764456

วันจันทร์ ที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ใกล้จะหมดหน้าฝนแล้ว สิ่งที่น่าวิตกที่จะตามมาในหน้าหนาว (ซึ่งไม่ค่อยจะหนาวเท่าไรนักในกรุงเทพฯ) คือฝุ่นจิ๋ว PM2.5 นอกจากนั้น ช่วงปลายฝนต้นหนาวก็ต้องระวังโรคที่มาจากไวรัสซึ่งเป็นต้นตอของโรคทางเดินหายใจหลายๆ ชนิด ที่จะแพร่ระบาดได้มากในช่วงปลายฝนต้นหนาว ซึ่งหนึ่งในโรคทางเดินหายใจคือ RSV หรือ Respiratory Syncytial Virus 

อาการที่เกิดจากติดเชื้อ RSV ก็ไม่ต่างจากการเป็นไข้หวัดธรรมดาๆ คือ น้ำมูกไหล มีไข้ จาม ไอ แต่ในคนที่แข็งแรงสามารถหายป่วยจากโรคนี้ได้เอง แต่ทว่ามักจะเกิดปัญหารุนแรงกับเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ ผู้มีโรคประจำตัว หรือผู้รับประทานยาที่ทำให้ภูมิต้านทานต่ำ อาการติดเชื้อ RSV ที่เกิดขึ้นอาจรุนแรงมาก จนนำไปสู่ภาวะปอดอักเสบ ถ้าได้รับการรักษาอย่างถูกต้องไม่ทันเวลา ก็อาจเสียชีวิต

RSV แพร่เชื้อจากคนสู่คน ผ่านละอองฝอยจากการไอ จาม สัมผัสสารคัดหลั่ง หรือสัมผัสสิ่งของที่ปนเปื้อนสารคัดหลั่งของผู้ติดเชื้อ ดังนั้นแม้ว่าเด็กเล็ก หรือผู้สูงอายุที่อยู่แต่ในบ้าน ก็สามารถติดเชื้อจากคนในครอบครัวที่ไปรับเชื้อมาจากนอกบ้าน แต่ไม่แสดงอาการได้

ความน่ากังวลของการติดเชื้อ RSV ก็คือขณะนี้ยังไม่มีวัคซีนป้องกันโรค ไม่มียาฆ่าเชื้อไวรัสเฉพาะเจาะจง ที่ต้องระวังคือเมื่อติดเชื้อแล้วสามารติดเชื้อซ้ำอีกได้ เพราะเชื้อไวรัสในโรคนี้มีมากกว่า 1 สายพันธุ์ ดังนั้น การป้องกันที่ดีที่สุดคือทำให้ตัวเองไม่ติดเชื้อ

ดังนั้น การรักษาโรคในขณะนี้ที่ทำได้ จึงมีเพียงแต่รักษาตามอาการเ เช่น ให้ยาลดไข้เมื่อมีไข้ ร่วมกับการเช็ดตัว ยาลดไข้ชนิดเดียวที่แนะนำให้ใช้คือ พาราเซตามอล นอกจากการลดไข้แล้ว ยังแนะนำให้ดื่มน้ำให้เพียงพอ เพื่อป้องกันการขาดน้ำ นอกจากอาการไข้ มีน้ำมูก ในบางรายยังมีเสมหะ การใช้ยาละลายเสมหะ และดื่มน้ำบ่อยๆ ก็อาจช่วยได้ในรายที่มีเสมหะมาก 

อย่างไรก็ตาม การติดเชื้อ RSV ในคนที่ภูมิต้านทานต่ำ จะทำให้การติดเชื้อมีความรุนแรง เกิดการอักเสบของหลอดลม กล่องเสียง ปอด ทำให้ไข้สูง ไอมาก มีเสมหะปริมาณมาก หอบเหนื่อย หายใจลำบาก มีเสียงครืดคราด หรือเสียงวี้ดขณะหายใจ กรณีแบบนี้ต้องรีบพาผู้ป่วยไปรับการรักษาที่โรงพยาบาล เพราะอาจจะต้องให้ยาขยายหลอดลมชนิดพ่นผ่านเครื่อง

ส่วนการติดเชื้อนี้ในคนทั่วไป ก็เหมือนกับการเป็นไข้หวัดธรรมดา แต่อาจเป็นอันตรายถึงชีวิตในผู้สูงอายุ ที่อายุมากกว่า 65 ปี โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้มีโรคประจำตัว ที่ทำให้ภูมิต้านทานต่ำ เช่น ผู้ป่วยเบาหวาน ผู้ป่วยโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง ผู้ป่วยโรคหัวใจ 

สำหรับเด็ก กลุ่มเสี่ยงคือเด็กเล็กอายุต่ำกว่า 5 ขวบเด็กยิ่งเล็กก็ยิ่งเสี่ยงเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเด็กที่คลอดก่อนกำหนดอายุครรภ์น้อยกว่า 29 สัปดาห์ และเช่นเดียวกับการติดเชื้อไวรัสโควิดที่หลังติดเชื้อสามารถมีกลุ่มอาการที่เรียกว่า long COVID เกิดตามมาได้ ซึ่งการติดเชื้อ RSV ก็มีอาการหลังจากรักษา RSV หายแล้วได้ด้วย เช่น ภาวะหลอดลมไวทำให้เหนื่อยง่าย เป็นต้น 

ดังนั้นการป้องกันไม่ให้ติดเชื้อตั้งแต่แรก หรือรีบรับการรักษาอย่างทันท่วงที ก่อนจะเกิดภาวะปอดอักเสบรุนแรงจึงเป็นมาตรการที่ดีที่สุด

ตามที่บอกแล้วว่าการติดเชื้อ RVS เกิดจากรับเชื้อผ่านละอองฝอยผ่านทางเดินหายใจ และการสัมผัส ดังนั้นวิธีการป้องกันการติดเชื้อที่ง่ายที่สุดคือ สวมหน้ากากอนามัย ล้างมือบ่อยๆ เพื่อกำจัดเชื้อออกจากร่างกาย ส่วนคนที่ออกไปทำงาน หรือทำกิจกรรมนอกบ้าน เมื่อกลับถึงบ้าน ต้องล้างมือ เปลี่ยนเสื้อผ้า อาบน้ำ สระผมก่อนเข้าไปอยู่ใกล้กับเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ หรือผู้ป่วยภูมิต้านทานต่ำ

และควรเลี่ยงไปในที่ซึ่งมีผู้คนแออัด หนาแน่น ถ้าจำเป็นต้องเข้าไป ก็ต้องสวมหน้ากากอนามัย และล้างมือบ่อยๆ ส่วนในบ้านก็ต้องทำความสะอาดของใช้ต่างๆ และของเล่นเด็กบ่อยๆ จะช่วยป้องกันการติดเชื้อนี้ได้ 

โดยสรุป ช่วงนี้เป็นช่วงระบาดของเชื้อ RSV หากพบว่าผู้ร่วมงาน หรือคนในบ้านมีอาการเหมือนไข้หวัดก็ต้องระวังไว้ด้วย และย้ำว่าโรคนี้จะส่งผลรุนแรงถึงชีวิตได้ในเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ และผู้ป่วยภูมิต้านทานโรคต่ำ หากพบอาการตามที่ระบุข้างต้น ต้องรีบพาไปพบแพทย์โดยทันที

รศ.ภญ ดร.ณัฏฐดา อารีเปี่ยม และ รศ.ภก.ดร.บดินทร์ ติวสุวรรณ

คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

นวัตกรรมตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมด้วย 3D Mammogram ปลอดภัย แม่นยำ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/764459

นวัตกรรมตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมด้วย 3D Mammogram ปลอดภัย แม่นยำ

นวัตกรรมตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมด้วย 3D Mammogram ปลอดภัย แม่นยำ

วันจันทร์ ที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ตุลาคม เดือนแห่งการรณรงค์โรคมะเร็งเต้านม มะเร็งที่มากที่สุดของผู้หญิงทั่วโลก พบได้ประมาณ 1 ใน 8 ของประชากรหญิง และยังคงมีอัตราการเสียชีวิตสูงมากขณะเดียวกันโรคมะเร็งเต้านมสามารถรักษาให้หายขาดได้หากพบในระยะแรกแต่มะเร็งเต้านมระยะแรกมักไม่มีอาการ ดังนั้น การตรวจคัดกรองอย่างสม่ำเสมอจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง

แพทย์หญิงวีวรรณ ฉัตรตรัสตรัยรังสีแพทย์เฉพาะทางด้านรังสีวิทยาวินิจฉัยขั้นสูงด้านเต้านมและรังสีร่วมรักษาของเต้านม โรงพยาบาลเวชธานี กล่าวว่า โรคมะเร็งเต้านมในระยะแรกมักไม่มีอาการ สำหรับรายที่มีอาการอาจมาด้วยคลำพบก้อนเนื้อบริเวณเต้านมหรือใต้รักแร้ แต่ก้อนเนื้อนั้นอาจกดเจ็บหรือไม่เจ็บก็ได้ ส่วนอาการอื่นๆ ที่อาจพบได้ ได้แก่ เต้านมมีการเปลี่ยนแปลงรูปร่างหรือขนาด เต้านมหรือหัวนมมีรอยบุ๋มหรือแตก หัวนมมีการเปลี่ยนแปลงเช่น หัวนมชี้ลง หัวนมมีผื่นแดงหรือเลือดออก มีน้ำเหลืองหรือของเหลวไหลออกจากหัวนม รู้สึกเจ็บหรือปวดบริเวณเต้านม หากพบอาการดังกล่าว ควรไปพบแพทย์เพื่อรับการตรวจเต้านมอย่างละเอียด ซึ่งปัจจุบันสามารถตรวจได้ด้วยการทำแมมโมแกรม ควบคู่กับการทำ
อัลตราซาวนด์เต้านม หากตรวจพบตั้งแต่ระยะแรกๆ ก็จะมีโอกาสรักษาหายขาดได้

นอกจากนี้ การตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมยังแนะนำในผู้หญิงทุกคนที่มีอายุ 40 ปีขึ้นไป สำหรับกลุ่มผู้ป่วยที่มีประวัติอยู่ในกลุ่มเสี่ยง เช่น มีประวัติทางพันธุกรรมในครอบครัว หรือมีญาติสายตรงเป็นมะเร็งเต้านมหรือรังไข่ อาจเข้ารับคำปรึกษาจากแพทย์เฉพาะทางเป็นรายๆ ไป

พญ.วีวรรณ ฉัตรตรัสตรัย

สำหรับการทำแมมโมแกรม เป็นการตรวจภาพเต้านมโดยการใช้ภาพถ่ายทางรังสี โดยเครื่องตรวจจะปล่อยรังสีในระดับต่ำ ปริมาณรังสีเมื่อเทียบกับการตรวจเอกซเรย์ปอดพบว่าสูงกว่าเพียงเล็กน้อย หรือคิดเป็น 1 ใน 6 ของปริมาณรังสีตามธรรมชาติที่อยู่รอบตัว ในปัจจุบันโรงพยาบาลเวชธานีมีเทคโนโลยีการตรวจด้วยแมมโมแกรม 3 มิติ ใช้เวลาถ่ายภาพเอกซเรย์เพียง 3.7 วินาทีต่อท่า ช่วยให้สามารถแยกรอยโรคออกมาจากการทับซ้อนกันของเนื้อเต้านมได้ ส่งผลให้เห็นก้อนเนื้อหรือหินปูนที่ผิดปกติได้ชัดเจนขึ้นและยังได้ภาพที่ละเอียดมากกว่าเดิม โดยเฉพาะในคนไข้ที่มีเนื้อเต้านมที่แน่น (dense breast) การตรวจเต้านมโดยการทำแมมโมแกรมปีละ 1 ครั้งจึงถือว่ามีความปลอดภัย และช่วยให้สามารถตรวจพบความผิดปกติของเต้านมได้ตั้งแต่ระยะแรกเริ่ม

ส่วนการทำอัลตราซาวนด์ จะทำให้เห็นก้อนเนื้อหรือถุงน้ำในเต้านมได้ หากพบว่ามีก้อนเนื้อจะสามารถบอกขนาดและขอบเขตของก้อนเนื้อได้ว่าเรียบร้อยดีหรือค่อนไปทางมะเร็ง ซึ่งจะช่วยให้วินิจฉัยได้ละเอียดและแม่นยำยิ่งขึ้น

มะเร็งเต้านมถือเป็นภัยเงียบใกล้ตัวการตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมด้วยแมมโมแกรมและอัลตราซาวนด์จึงมีความสำคัญและจำเป็นสำหรับผู้หญิงทุกคนที่มีข้อบ่งชี้ เพราะมะเร็งเต้านมรู้เร็ว รักษาหายขาดได้

เริ่มแล้ว ‘พันทิป ดอทคอม’ เปิดแบ่งรายได้จากโฆษณาให้สมาชิกเป็นครั้งแรก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/764462

เริ่มแล้ว ‘พันทิป ดอทคอม’ เปิดแบ่งรายได้จากโฆษณาให้สมาชิกเป็นครั้งแรก

เริ่มแล้ว ‘พันทิป ดอทคอม’ เปิดแบ่งรายได้จากโฆษณาให้สมาชิกเป็นครั้งแรก

วันจันทร์ ที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

พันทิป ดอทคอม-Pantip.com เว็บไซต์คนไทยเพื่อคนไทย เลือก Google AdSense ในการสร้างระบบแบ่งปันรายได้ในเว็บไซต์เป็นครั้งแรก เพื่อให้สมาชิกมีรายได้จากการตั้ง-ตอบกระทู้ทั้งเก่าและใหม่ โดยมีผลกับกระทู้ย้อนหลังถึง 10 ปี เริ่มตั้งแต่ 1 มกราคม 2556-ปัจจุบัน เพียงแค่สมัครเข้าระบบตามขั้นตอนที่กำหนดในแบบฟอร์มของ Google AdSense ในPantip.com ก็จะสามารถเริ่มรับส่วนแบ่งจากโฆษณาที่เกิดขึ้นนับตั้งแต่วันที่การสมัครรับรายได้สำเร็จ โดยที่พันทิปไม่ได้หักค่าส่วนแบ่งโฆษณาแต่อย่างใด

ปัจจุบันที่โซเชียลมีเดียเป็นแหล่งข้อมูลและคอนเทนต์ต่างๆ ที่สำคัญของโลก ซึ่งครีเอเตอร์เป็นหัวใจหลักของการขับเคลื่อน การเพิ่มแรงจูงใจให้ผู้คนอยากจะสร้างคอนเทนต์โดยให้ผลตอบแทนจึงเป็นเรื่องจำเป็นอย่างยิ่ง ในขณะนี้หลายๆ แพลตฟอร์มเริ่มมีการแบ่งรายได้ให้กับครีเอเตอร์ที่สามารถสร้างเอนเกจเมนต์ได้ในจำนวนที่เหมาะสมมาเป็นระยะเวลาหนึ่งและค่อนข้างได้รับผลตอบรับที่ดี 

Pantip.com เว็บไซต์ซึ่งก่อตั้งมาตั้งแต่ พ.ศ.2539 เป็นระยะเวลายาวนาน 27 ปี ปัจจุบันมีกระทู้มากถึง 41,700,000 กระทู้ มีสมาชิกกว่า 7,200,000 คน มีจำนวนผู้เข้าชมเว็บไซต์ 2,600,000 คนต่อวัน จำนวน Pageviews กว่า 7,000,000 หน้าต่อวัน จากทั้งหมด 38 ห้องสนทนาที่ครอบคลุมในทุกเรื่องราว โดยมีรายได้จากการโฆษณาเป็นหลัก

วันฉัตร ผดุงรัตน์

วันฉัตร ผดุงรัตน์ ผู้ก่อตั้ง Pantip.com เปิดเผยว่า จากปริมาณ Pageviews จำนวนมากในแต่ละวัน แสดงให้เห็นถึงความนิยมของ Pantip.
com ที่มีมาอย่างต่อเนื่อง เราเล็งเห็นถึงศักยภาพและความสำคัญของ“ครีเอเตอร์บนพันทิป” ในฐานะผู้สร้างคอมมูนิตี้ตัวจริงเสมอมา และอยากให้สมาชิกเว็บไซต์ทุกคนสามารถสร้างรายได้ จากการสร้างคอนเทนต์บนพันทิปมานานแล้ว ติดที่ระบบเพื่อการร่วมรับรายได้นั้นหากจะทำควรจะต้องถูกสร้างให้มีความเสถียรและแม่นยำในระดับสูงสุด อีกทั้งต้องเก็บข้อมูลส่วนบุคคลที่สำคัญ เช่น บัญชีธนาคาร ชื่อ ที่อยู่ ฯลฯ ทำให้ไม่ง่ายที่พันทิปจะสร้างระบบแบ่งรายได้ขึ้นมาเอง เมื่อ Google นำเสนอระบบการแบ่งรายได้ ซึ่งเป็นระบบที่ให้ความมั่นใจในระดับสากลที่พัฒนาและบริหารโดย Google เอง จึงเห็นเป็นโอกาสเหมาะที่จะนำมาเอื้อประโยชน์ให้กับสมาชิก

ทั้งนี้ เว็บไซต์ Pantip ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มตัวกลาง ตั้งใจที่จะไม่รับส่วนแบ่งในรายได้จากการโฆษณา เพื่อให้สมาชิกได้รับผลประโยชน์จากระบบนี้อย่างสูงสุด โดยหวังว่าจะสามารถส่งเสริมให้เกิดกระทู้ดีมีคุณภาพเพิ่มมากขึ้นและเข้าถึงผู้อ่านได้มากยิ่งขึ้นด้วย  

การทำงานของ Google AdSense ในเว็บไซต์ Pantip.com มีหลักการคือ เมื่อมีการตั้งหรือตอบกระทู้ตามปกติ ระบบจะทำการดึงโฆษณาที่เกี่ยวข้องกับเนื้อหากระทู้นั้นๆ ขึ้นมาแสดง ซึ่งโฆษณาจะสุ่มขึ้นมาตามเงื่อนไขและความเหมาะสม โดยยังคงรักษาบรรยากาศโดยรวมที่ดีของการสนทนาเอาไว้ ดังนั้น เพียงสมาชิกผู้ใช้งานสมัครเข้าระบบตามขั้นตอนก็จะสามารถรับส่วนแบ่งจากโฆษณาที่เกิดขึ้นโดยกระทู้ที่สามารถเข้าร่วมการสร้างรายได้จะเป็นกระทู้ที่ถูกตั้งและตอบในเว็บไซต์ Pantip.com ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2556 จนถึงปัจจุบัน ดังนั้น ไม่ว่าจะเป็นกระทู้ใหม่หรือกระทู้เก่า หากเจ้าของกระทู้หรือผู้ตอบกระทู้เข้ามาเปิดใช้บริการ Google AdSense เอาไว้ และกระทู้นั้นๆ มียอดเข้าชมหลังจากที่การสมัครรับรายได้สำเร็จ สมาชิกก็จะสามารถเริ่มรับส่วนแบ่งจากโฆษณาที่เกิดขึ้นได้

สำหรับส่วนแบ่งรายได้ในกระทู้ Pantip เป็นการแบ่งระหว่าง 2 ฝั่งเท่านั้น คือ ฝั่ง Google ในอัตรา 32% และฝั่งสมาชิกเว็บไซต์ในอัตรา 68% ซึ่งสัดส่วนนี้อาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ในอนาคตตามที่กูเกิลกำหนด รายได้จะเกิดหลังจากที่มีการแสดงโฆษณาในแต่ละครั้ง ระบบของ Google จะทำการนับยอดการแสดงผลสะสมเก็บไว้และถูกคำนวณเป็นรายได้ เมื่อยอดสะสมครบ 100 เหรียญสหรัฐ จึงจะสามารถเบิกถอนได้ โดยสามารถตรวจสอบได้จากหน้า AdSense ของ Google ของสมาชิกเอง การสร้างรายได้จาก Google AdSense ในเว็บไซต์ Pantip.com โดยเริ่มใช้งานอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 17 ตุลาคม 2566 ที่ผ่านมา ทั้งนี้รายละเอียดการสมัครใช้งานเพื่อรับรายได้จาก Google AdSense ใน Pantip.com ฉบับเต็ม สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่ www.pantip.com

‘โรคกระดูกพรุน’ ภัยเงียบที่ไม่ควรมองข้าม ตรวจคัดกรองก่อนกระดูกบางหรือพรุนจนเกิดอันตราย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/764460

‘โรคกระดูกพรุน’ ภัยเงียบที่ไม่ควรมองข้าม  ตรวจคัดกรองก่อนกระดูกบางหรือพรุนจนเกิดอันตราย

‘โรคกระดูกพรุน’ ภัยเงียบที่ไม่ควรมองข้าม ตรวจคัดกรองก่อนกระดูกบางหรือพรุนจนเกิดอันตราย

วันจันทร์ ที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

เมื่อเริ่มอายุมากขึ้น การบาดเจ็บจากการชนหรือล้มก็ดูจะรุนแรงขึ้นกว่าที่เคย ซึ่งอาจเป็นสัญญาณเตือนของ“โรคกระดูกพรุน” ที่ส่งผลให้กระดูกของเราไม่แข็งแรง และหากปล่อยไว้นานและไม่ได้รับการรักษาอาจถึงขั้นกระดูกหักได้ง่าย

พญ.อติพร เทอดโยธิน

แพทย์หญิงอติพร เทอดโยธิน ศัลยแพทย์กระดูกและข้อศูนย์กระดูกและข้อ โรงพยาบาลวิมุต ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคกระดูกพรุน รวมทั้งการดูเเลกระดูกเเละกล้ามเนื้อในผู้สูงอายุจากอังกฤษ เเละเวชศาสตร์การชะลอวัยจากสหรัฐอเมริกา เผยถึงความรุนแรงของโรคกระดูกพรุน พร้อมแนะนำวิธีป้องกันและแนวทางการรักษา เพื่อเสริมสร้างร่างกายและกระดูกที่แข็งแรงตามวัย พร้อมใช้ชีวิตได้อย่างเต็มที่ในทุกๆ วัน

โรคกระดูกพรุน ภัยเงียบที่ทุกคนเป็นได้

โรคกระดูกพรุนส่วนใหญ่จะพบในผู้สูงอายุ เกิดจากการที่มวลกระดูกในร่างกายลดลง ส่งผลให้กระดูกบางลงและไม่แข็งแรงเหมือนเดิม ถึงขั้นที่ว่าแค่ล้มเบาๆ หรือยกของหนักก็ทำให้กระดูกหักได้ โรคกระดูกพรุนมักเกิดกับเพศหญิงมากกว่าเพศชาย “ผู้หญิงที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไป จะมีโอกาสเกิดกระดูกหักจากโรคกระดูกพรุนประมาณ 33% ส่วนเพศชายจะอยู่ประมาณ 20% โดยทั่วไปแล้ว โรคนี้ในเพศหญิงมากกว่าเพศชาย เพราะกระดูกของผู้หญิงมีขนาดเล็กกว่า และเมื่อผู้หญิงเริ่มเข้าสู่วัยทองหรือวัยหมดประจำเดือน ฮอร์โมนเอสโตรเจนในผู้หญิงที่ช่วยยับยั้งการสลายตัวของกระดูกจะลดลง ส่งผลให้กระดูกสลายตัวไปอย่างรวดเร็ว

กระดูกพรุน-กระดูกเสื่อม ต่างกันอย่างไร

ในผู้สูงอายุยังมีอีกโรคหนึ่งที่มักพบเจอได้บ่อยๆ นั่นคือ โรคกระดูกเสื่อม ซึ่งมีความแตกต่างจากโรคกระดูกพรุนตรงที่จะทำให้เรารู้สึกปวดหรือเคลื่อนไหวได้ลดลงตรงข้อที่มีการเสื่อมสภาพ ส่วนโรคกระดูกพรุนนั้นทำให้กระดูกบางลง คุณภาพเเละความเเข็งเเรงของกระดูกลดลง มีผลให้กระดูกต่างๆในร่างกายหักง่าย โดยอาจไม่มีสัญญาณเตือนใดๆ มาก่อนเลยจริงๆ แล้ว นอกจากผู้สูงอายุ โรคกระดูกทั้งสอง สามารถเกิดขึ้นได้จากปัจจัยเสี่ยงอื่นๆ อีก เช่น ผู้ป่วยโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ หรือผู้ป่วยที่ใช่ยาประเภทสเตียรอยด์ เป็นต้น

โรคกระดูกพรุน ป้องกันได้ อย่าละเลยจนอาการหนัก

โรคกระดูกพรุนเกิดจากการที่มวลกระดูกของเราลดลง ซึ่งการป้องกันนั้นเริ่มต้นจากการเสริมสร้างกระดูกให้แข็งแรงตั้งแต่ช่วงวัยรุ่น คือ รับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ โดยเฉพาะโปรตีน แคลเซียม ฟอสฟอรัส วิตามินดี เเละออกกำลังกายให้เพียงพอ และดูแลไม่ให้น้ำหนักอยู่ต่ำกว่าเกณฑ์ดัชนีมวลกาย (Body mass index; BMI) พร้อมหลีกเลี่ยงพฤติกรรมเสี่ยงต่อโรคกระดูกพรุน เช่น ดื่มแอลกอฮอล์ หรือสูบบุหรี่

ดังนั้น โรคกระดูกพรุน ถือว่าเป็นภัยเงียบ เพราะไม่มีการแสดงอาการใดๆ เลย รู้ตัวอีกทีก็อาจเป็นตอนที่ล้มกระดูกหักไปแล้ว เราจึงต้องไปตรวจคัดกรอง โดยเฉพาะเมื่อถึงช่วงวัยที่เสี่ยง คือหลังหมดประจำเดือน หรืออายุ 65 ปีขึ้นไป ยิ่งถ้ามีโรคประจำตัวหรือมีความเสี่ยงอื่นๆ ก็ควรมาตรวจคัดกรองเร็วขึ้น การวินิจฉัยภาวะกระดูกพรุนจะใช้เครื่อง Dual X-ray Absorptiometry (DXA) เพื่อหามวลกระดูก ตรวจ Vertebral Fracture Assessment (VFA) ซึ่งเป็นการตรวจหาภาวะกระดูกสันหลังหักยุบ ควบคู่กับการซักประวัติ ตรวจร่างกายอย่างละเอียด เพื่อคำนวณหา FRAX Score ซึ่งเป็นการประเมินความเสี่ยงในการเกิดกระดูกหักจากโรคกระดูกพรุนในอีก 10 ปีข้างหน้า หากผลการตรวจออกมาว่าเป็นโรคกระดูกพรุนก็จะได้รับการรักษาต่อไปตามความรุนแรงของผู้ป่วยแต่ละราย

แนวทางการรักษาโรคกระดูกพรุนก่อนเกิดอันตรายร้ายแรง

สำหรับคนที่มีภาวะกระดูกบางแต่ยังไม่ถึงขั้นกระดูกพรุนแนะนำว่าสามารถรักษาได้ด้วยตนเองโดยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการรับประทานอาหาร โดยเน้นอาหารที่มีประโยชน์ และหมั่นออกกำลังกายอย่างเหมาะสม ป้องกันการหกล้ม ทำกิจกรรมกลางแจ้งเพื่อเสริมระดับวิตามินดีในร่างกาย ควบคู่ไปกับการรับประทานแคลเซียม และวิตามินดีเสริมตามคำแนะนำของแพทย์ส่วนในกรณีที่มีการใช้ยาที่มีผลต่อมวลกระดูก เช่น ยาประเภทสเตียรอยด์ หรือยารักษาโรคมะเร็งบางชนิด แนะนำให้มาพบแพทย์เพื่อตรวจตั้งแต่เนิ่นๆ เพื่อวินิจฉัยและรักษาอย่างทันท่วงที

หากพบว่าเป็นโรคกระดูกพรุนแล้ว การรักษาก็จะเป็นไปตามความรุนแรงของโรค โดยเริ่มจากการปรับอาหาร การออกกำลังกายเเละไลฟ์สไตล์ให้เหมาะสม พร้อมกับการให้ยารักษาโรคกระดูกพรุนร่วมด้วย ซึ่งตัวยาจะแบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือ ยาเพิ่มการเสริมสร้างกระดูกและยายับยั้งการสลายกระดูก ทั้งนี้ต้องปรึกษาผู้เชี่ยวชาญอย่างใกล้ชิดตลอดการใช้ยาและการรักษา

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าโรคกระดูกพรุนจะพบมากในผู้สูงวัยแต่สิ่งที่เราทำได้ตั้งแต่เนิ่นๆ คือการเสริมสร้างกระดูกให้แข็งแรงไว้ตั้งแต่วัยรุ่น และหมั่นตรวจร่างกายเป็นประจำทุกปีโดยไม่ต้องรอให้เจ็บหนัก หากพบว่ามีความเสี่ยงหรือเป็นโรคกระดูกพรุนจะได้รักษาได้ทันเวลา เพื่อให้เรามีสุขภาพที่ดี และมีความสุขได้ในทุกๆ วัน ทั้งนี้ สามารถขอรับคำปรึกษาหรือสอบถามข้อมูลได้ที่ ชั้น 4 ศูนย์กระดูกและข้อ หรือโทร.นัดหมาย 02-0790060 เวลา 08.00-20.00 น.

คุณแหน : 23 ตุลาคม 2566

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/764473

วันจันทร์ ที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

●● ในวาระครบ 100 ปีวันประสูติสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ และทรงได้รับการยกย่องจาก UNESCO ให้ทรงเป็นบุคคลสำคัญของโลก คุณหญิงอรศรี วังวิวัฒน์ และปิ่นทิพย์ บูรณสถิตย์พร พร้อมคณะผู้เคยถวายงานฯ ร่วมจัดคอนเสิร์ต LA LUMINOSITÉ เพื่อเทิดพระเกียรติ ณ พระที่นั่งเทวราชสภารมย์ พระราชวังพญาไท 28 ต.ค.โดยมีนักร้องเสียงดีสาธิดา พรหมพิริยะ, สุรุจ ทิพากรเสนี,ธีรนัยน์ ณ หนองคาย และ ศรัณย์ คุ้งบรรพต รายได้หลังหักค่าใช้จ่ายจะมอบให้โครงการพระเมตตาสมเด็จย่า เพื่อสนับสนุนการมอบทุนการศึกษาด้านสาธารณสุขให้กับนักเรียนที่ด้อยโอกาสและยากไร้ในพื้นที่ทุรกันดารห่างไกลความเจริญ และเมื่อสำเร็จการศึกษาแล้วจะได้กลับไปปฏิบัติงานในพื้นที่ชุมชนของตนเอง เป็นการแก้ปัญหาความขาดแคลนบุคลากรทางด้านสาธารณสุขในพื้นที่
ทุรกันดารอย่างยั่งยืน ในงานนี้ยังมีเข็มกลัดฉลอง 100 ปี และเข็มกลัดพระรูปจำหน่าย เพื่อนำเงินสมทบโครงการพระเมตตาสมเด็จย่า อีกด้วย…

●● อำพล พงศ์สุวรรณ ผวจ.ยะลา ลงพื้นที่ อ.เบตงพบปะข้าราชการและผู้นำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อเสริมสร้างความเข้าใจในการปฏิบัติราชการ เน้นย้ำบูรณาการขับเคลื่อนทุกมิติ บำบัดทุกข์ บำรุงสุขปชช. …

●● เพื่อนๆ ยินดีกับ โสภา เกียรตินิรชา ที่ได้เป็น ว่าที่ อธิบดี กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน กระทรวงแรงงาน…●● พีรพงศ์-เกตุลักษณ์คิด
วรคุณธาดาติสรณ์ แจ้งข่าวมงคลสมรสของบุตรสาว ปราณิสา กับเจ้าบ่าว จีฮุน จองบุตร มึนฮึม ของ 11 พ.ย. 11.30 น.ณ ห้องคอนเซอร์วาทอรีบอลรูม ชั้น 3รร.โฟร์ซีซั่นส์ กรุงเทพฯ ริมแม่น้ำเจ้าพระยาหลังแต่งงานทั้งคู่จะย้ายไปอยู่เซี่ยงไฮ้ตามที่ทำงานของเจ้าบ่าว…

●● ขอแสดงความเสียใจกับ ดร.สมิทธิ ดารากร ณ อยุธยา ที่สูญเสียคุณแม่ พิศวง ดารากร ณ อยุธยา ณ ศาลาไม้สัก วัดตลิ่งชัน 21-25 ต.ค. 18.30 น. ประชุมเพลิง 26 ต.ค.17.00 น. …

●● สวด ศรีดา สัมพันธ์ยุทธ์ 18-24 ต.ค.18.30 น. ศาลา 1 วัดมกุฏกษัตริยารามราชวรวิหาร ..เผา 25 ต.ค.14.00 น…และ สุทธารัตน์ เตรนาวิทย์มารดา ฐิตกร อุษยาพร สวดพระอภิธรรมที่ศาลาข้างโบสถ์ วัดยางใหญ่ จ.นครราชสีมา22-24 ต.ค. 18.00 น. เผา 25 ต.ค. 15.00 น….

●● อนุโมทนาบุญกับ ดร.สุรวุฒิ ณ ระนอง และคณะ ร่วมออกโรงทานอาหารเจ งานพหุวัฒนธรรม เทศกาลถือศีล กินเจ ณ วิหาร 5 แม่ทัพสวรรค์ วัดหงส์รัตนารามราชวรวิหาร ซึ่งมี

คุณแหน

สมเด็จพระนางเจ้าฯ ทรงร่วมแข่งขันไอซ์ ฮอกกี้ นัดเปิดสนาม ‘ไทยแลนด์ อินเตอร์เนชันแนล ไอซ์ ฮอกกี้ อารีนา เชียงใหม่’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/764474

สมเด็จพระนางเจ้าฯ ทรงร่วมแข่งขันไอซ์ ฮอกกี้ นัดเปิดสนาม  ‘ไทยแลนด์ อินเตอร์เนชันแนล ไอซ์ ฮอกกี้ อารีนา เชียงใหม่’

สมเด็จพระนางเจ้าฯ ทรงร่วมแข่งขันไอซ์ ฮอกกี้ นัดเปิดสนาม ‘ไทยแลนด์ อินเตอร์เนชันแนล ไอซ์ ฮอกกี้ อารีนา เชียงใหม่’

วันจันทร์ ที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิด “ไทยแลนด์อินเตอร์เนชันแนล ไอซ์ ฮอกกี้ อารีนา เชียงใหม่” (Thailand International Ice Hockey Arena Chiangmai) อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ โดย สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงร่วมการแข่งขันไอซ์ ฮอกกี้ คู่เปิดสนาม โดยมี นายนิรัตน์พงษ์สิทธิถาวร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ นางปิ่นปินัทธ์ ญาณกรธนาพันธุ์ ประธานกรรมการบริหารบริษัท เดอะเธียเตอร์ ออฟ ดรีม จำกัด และประชาชน เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับเสด็จ

การนี้ ทรงกดปุ่มไฟฟ้าเปิดแพรคลุมป้าย“ไทยแลนด์ อินเตอร์เนชันแนล ไอซ์ ฮอกกี้อารีนา เชียงใหม่” และพระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ผู้แทนจากสมาคมฮอกกี้น้ำแข็งแห่งประเทศไทย เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาททูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายเสื้อกีฬาฮอกกี้ที่ระลึกแด่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี แล้วทรงลงพระปรมาภิไธยและพระนามาภิไธยในแผ่นศิลาจากนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินไปยังสนามไอซ์ ฮอกกี้ (Ice Hockey) ภายใน “ไทยแลนด์ อินเตอร์เนชันแนลไอซ์ ฮอกกี้ อารีนา เชียงใหม่” ทอดพระเนตรการแสดงบนลานน้ำแข็ง จำนวน 2 ชุด ได้แก่ ชุดม่วนอก ม่วนใจ๋ : “ลานนา แฮปปีเนส อิน โมชันเดอะ สเกตติ้ง เอ็กซ์ตราวากานซา” (Lanna Happiness in Motion : The Skating Extravaganza) เป็นการแสดงศิลปะร่วมสมัยถึงประเพณีวัฒนธรรมอันประณีตของล้านนา ผสมผสานท่วงทำนองที่มีความสง่างามและความสนุกสนานบนลานน้ำแข็ง และชุด “เดอะเกรทเทสท์ โชว์” (The Greatest Show) เป็นการแสดงที่ถ่ายทอดอารมณ์ ความสนุก ความมีชีวิตชีวาของผู้คนที่มาจากหลากหลายถิ่นฐานแต่มีความฝันหนึ่งเดียวกัน

ต่อจากนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทอดพระเนตรกิจกรรมไอซ์ ฮอกกี้ คู่เปิดสนาม ซึ่ง สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงฉลองพระองค์กีฬาไอซ์ ฮอกกี้ และทรงร่วมแข่งขันไอซ์ ฮอกกี้ คู่เปิดสนามร่วมกับทีมนักกีฬาไอซ์ ฮอกกี้ทีมชาติไทย ระหว่างทีม WHITE และทีม BLUE โอกาสนี้ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีทรงอยู่ทีม BLUE และทรงทำคะแนนแรกให้กับทีม BLUE โดยเกมการแข่งขันเป็นไปอย่างสูสี ผลัดกันรุกกันรับอย่างดุเดือดจนจบการแข่งขัน ซึ่งระหว่างที่ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงแข่งขันอยู่ในสนามนั้น ทรงเล่นอย่างเต็มที่และสนุกสนานไปกับเกมการแข่งขันตลอดเกม

“ไทยแลนด์ อินเตอร์เนชันแนล ไอซ์ ฮอกกี้ อารีนา เชียงใหม่” ตั้งอยู่ที่ถนนซุปเปอร์ไฮเวย์เชียงใหม่-ลำปาง ดอนจั่น ตำบลท่าศาลา อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ บนพื้นที่ 1,500 ตารางเมตร เป็นสนามแข่งขันกีฬาฮอกกี้น้ำแข็ง และกีฬาบนลานน้ำแข็งแห่งแรกของจังหวัดเชียงใหม่ ที่ได้รับการรับรองจากสมาคมกีฬาฮอกกี้น้ำแข็งแห่งประเทศไทย มีขนาดสนามได้มาตรฐานในระดับนานาชาติ ในอนาคตจะใช้จัดการแข่งขันกีฬาฮอกกี้น้ำแข็ง และกีฬาบนลานน้ำแข็งรายการต่างๆ ในระดับประเทศและระดับนานาชาติ

นอกจากนี้ ยังจะใช้เป็นสนามฝึกซ้อมของตัวแทนนักกีฬาฮอกกี้น้ำแข็ง และกีฬาบนลานน้ำแข็งทีมชาติไทยที่อาศัยอยู่ในพื้นที่จังหวัดทางภาคเหนือ รวมถึงใช้ในการฝึกซ้อมของนักกีฬาเยาวชนไทย เพื่อนำไปสู่การพัฒนาวงการฮอกกี้น้ำแข็งของไทยให้ก้าวไปสู่ระดับโลก รวมทั้งเป็นศูนย์การเรียนรู้ ฝึกฝนและพัฒนาสหสาขาวิชาชีพ อันจะเกิดประโยชน์ต่อสังคมและประเทศชาติในอนาคตต่อไป