‘รามาฯ รักษาศิลป์ ครั้งที่ 2’ สมทบทุนสร้างโรงพยาบาลใหม่และช่วย รพ.ชุมชน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/776727

‘รามาฯ รักษาศิลป์ ครั้งที่ 2’ สมทบทุนสร้างโรงพยาบาลใหม่และช่วย รพ.ชุมชน

‘รามาฯ รักษาศิลป์ ครั้งที่ 2’ สมทบทุนสร้างโรงพยาบาลใหม่และช่วย รพ.ชุมชน

วันเสาร์ ที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นพ.อภิสิทธิ์ ธำรงวรางกูร, พรรณสิรี คุณากรไพบูลย์ศิริ, ผศ.นพ.ธนา นิลชัยโกวิทย์, ศ.นพ.ปิยะมิตร ศรีธรา, ร.ท.ชนินทร์-จณา วรรณดิษฐ์,สินชัย งามวงศ์มาศ

มูลนิธิรามาธิบดีฯ จัดงาน รามาฯ รักษาศิลป์ ครั้งที่ 2 สานต่อการให้ผ่านการประมูลศิลปวัตถุโบราณ ไทย-จีน อันทรงคุณค่า อายุกว่า 200 ปี ทั้ง 72 ชุดผลงาน ของสะสมจากนักสะสมใจบุญ ร.ท.ชนินทร์-จณา วรรณดิษฐ์และ ผศ.นพ.ธนา นิลชัยโกวิทย์ โดยภายในงานมีผู้สนใจลงทะเบียนเข้าร่วมประมูลอย่างคับคั่งเพื่อนำรายได้ทั้งหมดสมทบทุนมูลนิธิรามาธิบดีฯเพื่อโครงการอาคารโรงพยาบาลรามาธิบดี และย่านนวัตกรรมโยธี และโครงการรามาธิบดีเพื่อโรงพยาบาลชุมชน ณ หอประชุมใหญ่ (กวาง หวา ถัง) ชั้น 9 อาคารหอการค้าไทย-จีน (ไทย ซี.ซี. ทาวเวอร์) เขตสาทร กรุงเทพฯ โดยได้รับเกียรติจาก ศ.นพ.ปิยะมิตร ศรีธราคณบดีคณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล และประธานคณะกรรมการบริหารมูลนิธิรามาธิบดีฯ พรรณสิรีคุณากรไพบูลย์ศิริ ผู้จัดการมูลนิธิรามาธิบดีฯ นพ.อภิสิทธิ์ ธำรงวรางกูร อดีตผู้อำนวยการโรงพยาบาลอุบลรัตน์ จ.ขอนแก่น สินชัยงามวงศ์มาศ รองประธานกรรมการหอการค้าไทย-จีน ร่วมเป็นสักขีพยาน

ศ.นพ.ปิยะมิตร ศรีธรา คณบดีคณะแพทยศาสตร์ รพ.รามาธิบดี ม.มหิดล กล่าวเปิดงาน

สำหรับชิ้นงานศิลปวัตถุโบราณ ไทย-จีน ที่ได้รับความสนใจจากผู้เข้าร่วมประมูลมากที่สุด ได้แก่ โถทรงกระบอกใส่พู่กัน ลายขบวนเสด็จในยุคศตวรรษที่ 19 (ราชวงศ์ชิง) ปิดยอดการประมูลที่ 4,500,000 บาท (จากราคาเริ่มต้นประมูลที่ 40,000 บาท) ซึ่งหลังจากเสร็จสิ้นการประมูลฯ
ทำให้มียอดบริจาครวมทั้งสิ้น 16,246, 000 บาท รายได้ทั้งหมดสมทบทุนมูลนิธิรามาธิบดีฯ เพื่อโครงการอาคารโรงพยาบาลรามาธิบดี และย่านนวัตกรรมโยธี และโครงการรามาธิบดีเพื่อโรงพยาบาลชุมชน เพื่อเพิ่มโอกาสให้ประชาชนไทยทุกคนสามารถเข้าถึงการรักษาพยาบาล
ที่มีคุณภาพได้อย่างทั่วถึง โดยช่วงท้ายงาน ศ.นพ.ปิยะมิตร ศรีธรา ยังได้มอบเหรียญที่ระลึกแด่ ร.ท.ชนินทร์ วรรณดิษฐ์ แทนคำขอบคุณที่ได้ร่วมกันสร้างกุศล ในการช่วยเหลือผู้ป่วยอย่างยิ่งใหญ่ในครั้งนี้ โดยทุกท่านยังสามารถร่วมสมทบทุน “โครงการอาคารโรงพยาบาลรามาธิบดี และย่านนวัตกรรมโยธี” และ “โครงการรามาธิบดีเพื่อโรงพยาบาลชุมชน” เพื่อพัฒนาศักยภาพทางการแพทย์ให้มีประสิทธิภาพ พร้อมยกระดับคุณภาพชีวิตให้ผู้ป่วยทุกระดับ ได้ที่มูลนิธิรามาธิบดีฯ(โรงพยาบาลรามาธิบดี และสถาบันการแพทย์จักรีนฤบดินทร์ จ.สมุทรปราการ) ชื่อบัญชี มูลนิธิรามาธิบดีฯ • กรุงเทพ 090-3-50015-5 • กสิกรไทย 879-2-00448-3 • ไทยพาณิชย์ 026-3-05216-3 หรือบริจาคผ่านช่องทางออนไลน์ได้ทีทาง www.ramafoundation.or.th ติดตามข่าวสารมูลนิธิรามาธิบดีฯ ได้ที่ FB • IG • LINE RAMAFOUNDATION

นพ.อภิสิทธิ์ ธำรงวรางกูร ตัวแทนจาก รพ.ชุมชน กล่าวขอบคุณผู้บริจาค

โครงการอาคารโรงพยาบาลรามาธิบดี และย่านนวัตกรรมโยธี ริเริ่มโดยคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี เน้นการวางเป้าหมายเพิ่มศักยภาพและคุณภาพการให้บริการทางการแพทย์เพื่อให้มีมาตรฐานทางการแพทย์ให้พร้อมรองรับสถานการณ์ความไม่แน่นอนของโรคในปัจจุบันและในอนาคต เป็นอาคารโรงพยาบาลรามาธิบดีแห่งใหม่ สูง 25 ชั้น ขนาด 15 ไร่ 2 งาน 24 ตารางวา มีพื้นที่ใช้สอยกว่า 278,000 ตารางเมตร สามารถให้บริการผู้ป่วยนอกได้ 2.5 ล้านคนต่อปี ผู้ป่วยใน 55,000 รายต่อปี และมีแนวทางในการให้บริการทางการแพทย์ที่ดีที่สุดใน 3 ส่วนหลัก ได้แก่ การบริการรักษาพยาบาลผู้ป่วย, การเรียนการสอนบุคลากรการแพทย์, การวิจัยโครงการดังกล่าวอยู่ระหว่างดำเนินการเตรียมก่อสร้าง คาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 2571 ซึ่งทางภาครัฐให้การสนับสนุนงบประมาณส่วนหนึ่ง แต่ยังขาดงบในส่วนค่าก่อสร้างอาคารอีกประมาณ 6,000 ล้านบาท และยังขาดอุปกรณ์การแพทย์ที่จำเป็นเพื่อรองรับผู้ป่วยที่มีความซับซ้อนอีกกว่า 3,000 ล้านบาท จึงทำให้เกิดการระดมทุนจากผู้มีจิตศรัทธาร่วมบริจาคผ่านมูลนิธิรามาธิบดีฯ

ร.ท.ชนินทร์ วรรณดิษฐ์ ร่วมถ่ายภาพบนเวทีพร้อมการสรุปยอดรวมผู้บริจาค ทั้งสิ้น 16,246, 000 บาท รายได้ทั้งหมดสมทบทุนมูลนิธิรามาธิบดีฯ

โครงการรามาธิบดีเพื่อโรงพยาบาลชุมชน โรงพยาบาลชุมชนที่กระจายอยู่ในท้องถิ่นทั่วประเทศนั้น ถือเป็นสถานพยาบาลระดับฐานรากอันเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญ ในการช่วยเหลือชุมชน และประชาชน ซึ่งการช่วยเหลือนี้มิได้ครอบคลุมเพียงแค่ด้านสุขภาพ แต่ยังดูแลไปถึงการดำรงชีวิต การสร้างอาชีพการเสริมความมั่นคงของครอบครัว อันนำไปสู่คุณภาพชีวิตที่ดีของคนในชุมชน ด้วยความใกล้ชิดอยู่ในพื้นที่ รับรู้ถึงปัญหาอย่างแท้จริง ที่ผ่านมาหลายสิบปีโรงพยาบาลชุมชนได้ให้ความช่วยเหลือชาวบ้านแก้ไขปัญหาต่างๆ ซึ่งสอดคล้องกับสภาพชีวิตความเป็นอยู่ของแต่ละพื้นที่ที่มีความแตกต่างกัน อาทิ สอนอาชีพ สร้างรายได้ จ้างงานอบรมคนในชุมชนให้รู้จักการดูแลผู้ป่วยและผู้สูงวัยที่บ้าน เป็นต้น

ครอบครัวนักสะสมใจบุญ ร.ท.ชนินทร์-จณา-ดร.ชฎาพร วรรณดิษฐ์

ครอบครัวนักสะสมใจบุญ ร.ท.ชนินทร์-จณา-ดร.ชฎาพร วรรณดิษฐ์

ชาญ ฉั่วสมบูรณ์, ผศ.นพ.ธนา นิลชัยโกวิทย์, กฤษณ์ ลีลาสุวรรณสุข

ชาญ ฉั่วสมบูรณ์, ผศ.นพ.ธนา นิลชัยโกวิทย์, กฤษณ์ ลีลาสุวรรณสุข

ลปวัตถุโบราณที่เก็บสะสม ตกทอดมาจากคุณพ่อสง่า วรรณดิษฐ์ มอบให้บุตรชาย ร.ท.ชนินทร์-จณา วรรณดิษฐ์ ร่วมบริจาคสมทบทุนโครงการอาคาร รพ.รามาธิบดีและย่านนวัตกรรมโยธี

ลปวัตถุโบราณที่เก็บสะสม ตกทอดมาจากคุณพ่อสง่า วรรณดิษฐ์ มอบให้บุตรชาย ร.ท.ชนินทร์-จณา วรรณดิษฐ์ ร่วมบริจาคสมทบทุนโครงการอาคาร รพ.รามาธิบดีและย่านนวัตกรรมโยธี

ลปวัตถุโบราณที่เก็บสะสม ตกทอดมาจากคุณพ่อสง่า วรรณดิษฐ์ มอบให้บุตรชาย ร.ท.ชนินทร์-จณา วรรณดิษฐ์ ร่วมบริจาคสมทบทุนโครงการอาคาร รพ.รามาธิบดีและย่านนวัตกรรมโยธี

ลปวัตถุโบราณที่เก็บสะสม ตกทอดมาจากคุณพ่อสง่า วรรณดิษฐ์ มอบให้บุตรชาย ร.ท.ชนินทร์-จณา วรรณดิษฐ์ ร่วมบริจาคสมทบทุนโครงการอาคาร รพ.รามาธิบดีและย่านนวัตกรรมโยธี

ลปวัตถุโบราณที่เก็บสะสม ตกทอดมาจากคุณพ่อสง่า วรรณดิษฐ์ มอบให้บุตรชาย ร.ท.ชนินทร์-จณา วรรณดิษฐ์ ร่วมบริจาคสมทบทุนโครงการอาคาร รพ.รามาธิบดีและย่านนวัตกรรมโยธี

ลปวัตถุโบราณที่เก็บสะสม ตกทอดมาจากคุณพ่อสง่า วรรณดิษฐ์ มอบให้บุตรชาย ร.ท.ชนินทร์-จณา วรรณดิษฐ์ ร่วมบริจาคสมทบทุนโครงการอาคาร รพ.รามาธิบดีและย่านนวัตกรรมโยธี

ลปวัตถุโบราณที่เก็บสะสม ตกทอดมาจากคุณพ่อสง่า วรรณดิษฐ์ มอบให้บุตรชาย ร.ท.ชนินทร์-จณา วรรณดิษฐ์ ร่วมบริจาคสมทบทุนโครงการอาคาร รพ.รามาธิบดีและย่านนวัตกรรมโยธี

ลปวัตถุโบราณที่เก็บสะสม ตกทอดมาจากคุณพ่อสง่า วรรณดิษฐ์ มอบให้บุตรชาย ร.ท.ชนินทร์-จณา วรรณดิษฐ์ ร่วมบริจาคสมทบทุนโครงการอาคาร รพ.รามาธิบดีและย่านนวัตกรรมโยธี

ลปวัตถุโบราณที่เก็บสะสม ตกทอดมาจากคุณพ่อสง่า วรรณดิษฐ์ มอบให้บุตรชาย ร.ท.ชนินทร์-จณา วรรณดิษฐ์ ร่วมบริจาคสมทบทุนโครงการอาคาร รพ.รามาธิบดีและย่านนวัตกรรมโยธี

ลปวัตถุโบราณที่เก็บสะสม ตกทอดมาจากคุณพ่อสง่า วรรณดิษฐ์ มอบให้บุตรชาย ร.ท.ชนินทร์-จณา วรรณดิษฐ์ ร่วมบริจาคสมทบทุนโครงการอาคาร รพ.รามาธิบดีและย่านนวัตกรรมโยธี

ลปวัตถุโบราณที่เก็บสะสม ตกทอดมาจากคุณพ่อสง่า วรรณดิษฐ์ มอบให้บุตรชาย ร.ท.ชนินทร์-จณา วรรณดิษฐ์ ร่วมบริจาคสมทบทุนโครงการอาคาร รพ.รามาธิบดีและย่านนวัตกรรมโยธี

ลปวัตถุโบราณที่เก็บสะสม ตกทอดมาจากคุณพ่อสง่า วรรณดิษฐ์ มอบให้บุตรชาย ร.ท.ชนินทร์-จณา วรรณดิษฐ์ ร่วมบริจาคสมทบทุนโครงการอาคาร รพ.รามาธิบดีและย่านนวัตกรรมโยธี

โถทรงกระบอกใส่พู่กัน ลายขบวนเสด็จ ในยุคศตวรรษที่ 19 (ราชวงศ์ชิง) ยอด 4,500,000 บาท

โถทรงกระบอกใส่พู่กัน ลายขบวนเสด็จ ในยุคศตวรรษที่ 19 (ราชวงศ์ชิง) ยอด 4,500,000 บาท

ศิลปวัตถุโบราณ ไทย-จีน อันทรงคุณค่า เป็นของสะสมของคุณปู่ ของ ผศ.นพ.ธนา นิลชัยโกวิทย์ อดีตอาจารย์ภาควิชาจิตเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ รพ.รามาธิบดี

ศิลปวัตถุโบราณ ไทย-จีน อันทรงคุณค่า เป็นของสะสมของคุณปู่ ของ ผศ.นพ.ธนา นิลชัยโกวิทย์ อดีตอาจารย์ภาควิชาจิตเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ รพ.รามาธิบดี

ศิลปวัตถุโบราณ ไทย-จีน อันทรงคุณค่า เป็นของสะสมของคุณปู่ ของ ผศ.นพ.ธนา นิลชัยโกวิทย์ อดีตอาจารย์ภาควิชาจิตเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ รพ.รามาธิบดี

ศิลปวัตถุโบราณ ไทย-จีน อันทรงคุณค่า เป็นของสะสมของคุณปู่ ของ ผศ.นพ.ธนา นิลชัยโกวิทย์ อดีตอาจารย์ภาควิชาจิตเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ รพ.รามาธิบดี

ศิลปวัตถุโบราณ ไทย-จีน อันทรงคุณค่า เป็นของสะสมของคุณปู่ ของ ผศ.นพ.ธนา นิลชัยโกวิทย์ อดีตอาจารย์ภาควิชาจิตเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ รพ.รามาธิบดี

ศิลปวัตถุโบราณ ไทย-จีน อันทรงคุณค่า เป็นของสะสมของคุณปู่ ของ ผศ.นพ.ธนา นิลชัยโกวิทย์ อดีตอาจารย์ภาควิชาจิตเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ รพ.รามาธิบดี

ศิลปวัตถุโบราณ ไทย-จีน อันทรงคุณค่า เป็นของสะสมของคุณปู่ ของ ผศ.นพ.ธนา นิลชัยโกวิทย์ อดีตอาจารย์ภาควิชาจิตเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ รพ.รามาธิบดี

ศิลปวัตถุโบราณ ไทย-จีน อันทรงคุณค่า เป็นของสะสมของคุณปู่ ของ ผศ.นพ.ธนา นิลชัยโกวิทย์ อดีตอาจารย์ภาควิชาจิตเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ รพ.รามาธิบดี

ชวนชิม ชวนช็อป ชวนใช้ ชวนชม : 23 ธันวาคม 2566

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/776711

ชวนชิม ชวนช็อป ชวนใช้ ชวนชม : 23 ธันวาคม 2566

ชวนชิม ชวนช็อป ชวนใช้ ชวนชม : 23 ธันวาคม 2566

วันเสาร์ ที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

พิซซ่า ฮัท ชวนชิมเซตพิเศษ “Triple Box x ROV” เพิ่มความอิ่มอร่อย 3 ชั้น พร้อมรับสกิน ROV สวยๆ ราคา 699 บาท Limited Edition เพียง 15,000 ชุด ถึง 15 ม.ค. 2567 ที่ ร้านพิซซ่า ฮัท โทร.1150

ชวนชิมโดนัทแสนอร่อย พร้อมสะสม “Krispy Kreme MINI CANVAS HOLIDAY” กระเป๋าผ้าแคนวาสพรีเมียม 2 สี 2 สไตล์ ราคาใบละ 280 บาทถึง 31 ธ.ค. หรือจนกว่าสินค้าจะหมดที่ ร้านคริสปี้ ครีม

ชวนชิมเมนูใหม่ “ชุดอิซากายะสไตล์กับซอสหม่าล่า” และอีก 20 เมนู ทั้งแบบอะลาคาร์ตและชุดสุดคุ้ม ถึง 15 ม.ค. 2567 ที่ “อิมแพ็ค เลคฟร้อนท์” โทร.02-0331851

ชวนชิม

ชวนชิม เซตเมนูต้อนรับเทศกาลคริสต์มาส ราคา 999 บาท/ท่าน วันที่ 24-25 ธ.ค. ที่ ร้านอาหาร“ฟลาน โอเบรียนส์ ไอริชผับ”อาคารชาเลนเจอร์ 3อิมแพ็ค เมืองทองธานี โทร.02-8334288

ชวนชิม “เนเจอร์ เซ็นเซชั่น โกโก้ กราโนล่า” อร่อยด้วยรสดาร์กช็อกโกแลตเต็มคำ อุดมด้วยใยอาหารและโปรตีน จำหน่ายที่ห้างสรรพสินค้าทั่วไป

ไทเชฟ (ThyChef) ชวนชิม “คาราจีแนนผสมบุกในน้ำเชื่อม กลิ่นบราวน์ชูการ์” เหนียวหนึบ เคี้ยวเพลิน ทานคู่กับบิงซู น้ำแข็งใส ไอศกรีมฯลฯ จำหน่ายที่ บิ๊กซีซูเปอร์เซ็นเตอร์ ทุกสาขา โทร.02-9683723-6

ชวนช็อป

พันธุ์ไทย ชวนช็อปชุดของขวัญ “9 กาแฟดริปรักษ์โลก พันธุ์ไทย” ในพรีเมียมเซตพร้อมกาดริปและแก้วกาแฟ ราคา 1,899 บาท ถึง 31 ม.ค. 2567 หรือจนกว่าสินค้าจะหมด ที่ ร้านกาแฟพันธุ์ไทย

ชวนช็อปของขวัญ กระเป๋า เสื้อผ้า และงานฝีมือสุดพิเศษ ในงาน THE NINE SPALKING HAPPINESS “SANTA’S VILLAGE” ถึง 31 ธ.ค. ที่ ศูนย์การค้าเดอะไนน์ เซ็นเตอร์ พระราม 9

คิง เพาเวอร์ ชวนช็อป “คอลเลคชั่นช็อกโกแลต” จากแบรนด์ชั้นนำ อาทิ Godiva, Neuhaus, Lindt, Toblerone, Ferrero Rocher, Kinder, Guylian ฯลฯ พร้อมส่วนลดสูงสุดถึง 50%

ชวนใช้

โรงพยาบาลเจ้าพระยา ชวนใช้โปรแกรมตรวจสุขภาพชุดพิเศษ “Promotion Happy Healthy” ราคาเหมาจ่าย ถึง 31 ม.ค. โทร.02-4335666, 02-4338222

ชวนท่องป่าต้นสน ป้อนอาหารกวางดาวและถ่ายรูปในงาน “Christmas Forest & BALLOON LIGHT UP” 24-25 ธ.ค.พบกับลุงซานต้าที่จะมาแจกของขวัญ ที่ ศูนย์การค้าเดอะไนน์ เซ็นเตอร์ ติวานนท์

BEST Express ชวนใช้บริการ “BEST Big Parcel หรือขนส่งพัสดุขนาดใหญ่” มีสาขาครอบคลุม77 จังหวัดทั่วประเทศ ด้วยส่วนลดค่าส่งยิ่งส่งมาก ยิ่งลดมาก Call center02-1088000

ชวนชม

ชวนชม 5 อีเวนต์ส่งท้ายปีกับ“SEACON COUNTDOWN 2024”ฟรีคอนเสิร์ตและการแสดงพลุยิ่งใหญ่กว่าทุกปี ที่ ศูนย์สรรพสินค้าซีคอนสแควร์ ถนนศรีนครินทร์

“กระจกหกด้าน” ชวนชมสารคดีกระจกหกด้าน ตอน “ตุ๊กตุ๊กไทย” ในวันพุธที่27 ธ.ค. เวลา 12.45-13.00 น. และสารคดี “ร้อยเรื่องเมืองไทย” ตอน “พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ (Sea Life Bangkok)” ในวันอาทิตย์ที่ 31 ธ.ค. เวลา 07.55-08.00 น. ทางสถานีโทรทัศน์ช่อง 7HD

ชวนชมคอนเสิร์ตเคาท์ดาวน์กลางสระน้ำ ในงาน “Chang Presents VANA NAVA x ท่าช้าง Countdown 2024” วันเสาร์ที่ 30 ธ.ค. ที่ สวนน้ำ วานานาวา วอเตอร์ จังเกิ้ล หัวหิน

ส่งข้อมูลกิจกรรมต่างๆ ได้ที่ ธนเดช อิงคภัทรางกูร E-mail : tanadet@outlook.com

งานศิลป์จากความภักดี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/776745

งานศิลป์จากความภักดี

งานศิลป์จากความภักดี

วันเสาร์ ที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ผมพยายามปั้นพระบรมรูปของในหลวงรัชกาลที่ 9 เพราะผมเห็นมาตลอดว่าพระองค์ท่านทรงมีพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นต่อแผ่นดินไทย ซึ่งเป็นสิ่งที่ผมสัมผัสได้มาตั้งแต่ผมยังเป็นเด็ก

ไลฟ์ วาไรตี สัปดาห์นี้ ดร.เฉลิมชัย ยอดมาลัย ชวนคุณไปสนทนากับคุณศิวชัย เดชะ ผู้ปั้นพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ด้วยความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นหาที่สุดมิได้

● ทำงานปั้นพระบรมรูปในหลวงรัชกาลที่ 9 มานานกี่ปีแล้วครับ

คุณศิวชัย : ผมเพิ่งเริ่มปั้นพระบรมรูปของพระองค์ท่านมาได้ประมาณ 1 ปีเท่านั้นครับ เริ่มจริงๆ จังๆ เมื่อเดือนสิงหาคม 2565 ครับ เพราะผมอยากปั้นพระบรมรูปของพระองค์ท่านเนื่องจากตระหนักมาตลอดว่าพระองค์ท่านทรงทำทุกอย่างเพื่อให้บ้านเมืองของเราร่มเย็นเป็นสุข และทรงอุทิศพระวรกายเพื่อทรงงานหนักตลอดรัชสมัยของพระองค์ท่าน ภาพที่พระองค์ท่านเสด็จพระราชดำเนินทรงงานในท้องถิ่นทุรกันดารทั่วประเทศ เป็นภาพที่อยู่ในความทรงจำของผมมาโดยตลอด

● เรียนด้านประติมากรรมหรือครับ

คุณศิวชัย : ผมเรียนด้านจิตรกรรม และประติมากรรมภาพพิมพ์ จากมหาวิทยาลัยรังสิต เอกจิตรกรรมครับ แต่มีความสนใจด้านประติมากรรมอยู่ด้วยครับ และต้องเรียนหลักสูตรเบื้องต้นการปั้นในสมัยเรียนปริญญาตรีครับ ก็จึงมีเบสิกการปั้นครับ แต่ลึกๆ ก็สนใจงานปั้นด้วยครับ

● ก่อนจะมาจับงานปั้นอย่างจริงจัง ทำงานด้านไหนมาก่อนครับ

คุณศิวชัย : ด้านกราฟิกดีไซน์ เป็นดีไซเนอร์ในวงการโฆษณาครับ แต่ว่าผมก็ยังอยู่ในวงการศิลปะ ทำอาร์ตแกลเลอรีกับอาจารย์ที่ปรึกษาธีสีสสมัยผมเรียนครับ ผมทำกราฟิกดีไซน์ให้หนังสือศิลปะแห่งรัชกาลที่ 9 หนังสือชุดนั้นมีทั้งหมดสามเล่ม เป็นหนังสือที่รวบรวมผลงานศิลปะชิ้นสำคัญๆ ในประเทศไทย โดยเน้นงานศิลป์ในช่วงเวลา 70 ปี แห่งการครองสิริราชสมบัติของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ทำหนังสือออกมาในช่วงที่พระองค์ท่านทรงครองราชย์ครบ 70 ปี ครับ เป็นการรวบรวมงานศิลป์จากศิลปินผู้มีชื่อเสียงชั้นนำของไทย เช่น อาจารย์ถวัลย์ ดัชนี อาจารย์เฟื้อ หริพิทักษ์ อาจารย์อังคาร กัลยาณพงศ์อาจารย์ปรีชา เถาทอง อาจารย์ประเทือง เอมเจริญเป็นต้น จริงๆ ยังมีศิลปินชื่อเสียงโด่งดังอีกมากครับ ในหนังสือชุดนี้ยังมีงานฝีพระหัตถ์ของในหลวงรัชกาลที่ 9 ด้วยครับ คืองานวาดภาพ หรือ painting ซึ่งอยู่ในหนังสือเล่มที่ 1 แต่ในช่วงที่ผมทำหนังสือ ผมยังไม่ได้จับงานปั้นครับแต่ก็สนใจอยู่นะครับ เพียงแค่ยังไม่ได้ลงมือทำจริงจัง แล้วมีอีกช่วงหนึ่งคือช่วงที่ในหลวง รัชกาลที่ 9 เสด็จสวรรคต ผมก็ทำเสื้อสีขาว-ดำ เพื่อให้ผู้คนได้มีเสื้อสวมใส่เพื่อร่วมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่าน โดย screen หรือประทับคำว่า still on my mind หรือ royal ไว้บนด้านหน้าของเสื้อ แต่ช่วงแรกไม่ได้คิดจะทำเสื้อสีขาว-ดำ เพราะตั้งใจจะทำเสื้อในโอกาส
สำคัญๆ ของพระองค์ท่านมากกว่า เช่น เสื้อวันพ่อแห่งชาติ เป็นต้น แต่เมื่อสถานการณ์เปลี่ยน ก็ต้องปรับไปตามสถานการณ์ หลังจากนั้นผมไม่ได้ทำงานประจำกับบริษัทโฆษณา ก็ออกมาเป็น freelance ในช่วงนั้นเอง ผมจึงได้ทำหนังสืออีกเล่มหนึ่งโดยร่วมงานกับมูลนิธิหอศิลปะแห่งรัชกาลที่ 9 ชื่อหนังสือคือ อัครศิลปินหนังสือเล่มนี้รวบรวมงานฝีพระหัตถ์ของในหลวงในรัชกาลที่ 9 ในแต่ละสาขา เช่น ภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ และงานที่ทรงประดิษฐ์ขึ้น รวมถึงโน้ตเพลง และคำร้องบทเพลงพระราชนิพนธ์ โดยทำหนังสือให้มี timeline ของเหตุการณ์สำคัญๆ ของโลกให้ล่อขนานไปกับแต่ละช่วงเวลาในรัชสมัยของพระองค์ท่าน เพื่อให้ผู้อ่านนึกออกว่าในแต่ละยุค แต่ละช่วงเวลานั้น พระองค์ทรงมีพระราชกรณียกิจใดบ้าง แล้วในช่วงนั้นมีเหตุการณ์สำคัญอะไรเกิดขึ้นบนโลกของเรา หนังสือจบลงด้วยช่วง timeline ค.ศ. 2011 หรือพ.ศ. 2554

● ทำงานด้านศิลปะอื่นๆ ที่เกี่ยวเนื่องด้วยรัชกาลที่ 9 มาหลายชิ้นมาก แล้วมาเริ่มงานปั้นพระบรมรูป รัชกาลที่ 9 ประมาณ 1 ปี
อยากทราบว่าเริ่มอย่างไรครับ

คุณศิวชัย : ผมเริ่มงานปั้นพระบรมรูปจริงๆ จังๆ ประมาณ 1 ปีครับ เพราะผมตั้งใจไว้นานแล้วว่าอยากปั้นพระบรมรูปพระองค์ท่าน เมื่อถึงเวลาที่ผมเห็นว่าต้องลงมือทำงานนี้ ก็จึงทำทันทีครับ มันคล้ายๆ กับพันธนาการของนักเรียนศิลปะที่ตั้งใจจะทำงานศิลปะให้ได้ มันเหมือนติดค้างในใจ ถ้าไม่ได้ทำมันก็มีเรื่องติดค้างในใจ โดยส่วนตัวผม ผมก็จะวุ่นวายอยู่กับการอยากวาด อยากปั้น อยากทำงานศิลปะตลอดเวลา

● ผมเข้าใจว่าอาร์ติสท์ จะเน้นไปตามงานที่ตนเองชอบ เช่น ชอบวาดภาพก็จะวาดภาพเท่านั้น ชอบปั้นชอบแกะสลักก็จะทำแบบที่ชอบเท่านั้น แต่คุณศิวชัยทำงานกราฟิกมาก่อน แล้วมาจับงานปั้น แสดงว่าลึกๆ ต้องชอบงานปั้นมากด้วยใช่ไหมครับ

คุณศิวชัย : ใช่ครับ ผมชอบปั้นมาก แล้วตอนเรียนในมหาวิทยาลัยก็ได้เรียนรู้เบสิกเรื่องปั้นเพิ่มเติม แต่ด้วยความชอบ ก็จึงศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมเรื่อยมา โดยดูจากงานของอาจารย์ในไทย และจากศิลปินระดับโลก ผมศึกษาไปเรื่อยๆ จนเกิดความเชื่อมั่นว่าเราทำได้ เราอยากจะทำด้วยตัวเอง เราเชื่อว่าเราทำได้ เราได้เห็นผลลัพธ์ว่าเมื่อลงมือทำจริง ๆ เราทำได้

● แล้วทำไมเลือกปั้นพระบรมรูป รัชกาลที่ 9 ครับ

คุณศิวชัย : ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงเป็นแรงบันดาลใจสำหรับผม ผมเห็นพระราชกรณียกิจของพระองค์ท่านมาโดยตลอด ทุกสิ่งที่ทรงทำนั้น เพื่อผลประโยชน์ของแผ่นดินไทยโดยแท้จริง ผมจึงตั้งใจว่าถ้าผมจะเริ่มปั้น ผมจะต้องเริ่มจากพระบรมรูปพระองค์ท่าน

● จากวันเริ่มต้นจนถึงวันนี้ ปั้นพระบรมรูป รัชกาลที่ 9 มาแล้วกี่องค์ครับ

คุณศิวชัย : 6 องค์ครับ ผมโชคดีที่ได้รับคำแนะนำการปั้นจากอาจารย์อภิชัย ศรีด้วง ท่านแนะนำผมตลอดครับ อาจารย์เป็นศิลปินคนสำคัญคนหนึ่งของไทยครับ

● การปั้นพระบรมรูป รัชกาลที่ 9 ยากมากไหมครับ เพราะเป็นพระบรมรูปที่คนทั่วไปเห็นกันมานานแล้ว เวลาคุณศิวชัยปั้น มีความเกร็งไหมครับ เช่นเกร็งว่าผลงานอาจจะออกมาแล้วไม่ดีตามที่ต้องการ

คุณศิวชัย : มีเกร็งๆ บ้างครับ ก็ยากเหมือนกันนะครับ แต่ส่วนตัวผม ผมจะใช้ความรู้สึกว่าผมปั้นพระบรมรูปตามแบบในมโนคติของผมผมใส่จินตนาการเพิ่มเข้าไปด้วย ผมปั้นพระบรมรูปพระองค์ท่านโดยเริ่มจากผมคิดว่าผมรู้จักพระองค์ท่านในรูปแบบไหน แล้วพยายามถ่ายทอดสิ่งนั้นออกมาเป็นงานของผม

● งานปั้นทั้ง 6 องค์ องค์ไหนใช้เวลาทำงานนานที่สุดครับ แต่ละองค์มีความต่างกันตรงไหนครับ

คุณศิวชัย : ใช้เวลาปั้นองค์แรกค่อนข้างนานครับ ใช้เวลานานพอสมควร แต่ก็ไม่นานมากนัก โดยเฉลี่ยผมใช้เวลาปั้นองค์หนึ่งประมาณ 1 เดือนกว่าๆ ครับ แต่บางองค์ก็ไม่ถึงหนึ่งเดือนครับ ส่วนที่ต่างกันที่เห็นชัดๆ คือพระพักตร์ครับ แต่ละองค์จะแสดงออกถึงแต่ละช่วงพระชนมายุ เช่น ช่วงทรงพระเยาว์ ช่วงทรงเจริญพระชันษาเป็นวัยรุ่น และช่วงที่ทรงราชย์แล้วระยะเวลา 50 ปีพระพักตร์จะมีความต่างกันบ้าง แต่ก็ไม่มากครับ เพราะมีจุดเชื่อมโยงได้ จะเห็นว่าองค์ที่ปั้นช่วงทรงพระเยาว์ พระพักตร์จะทรงยิ้ม พระโอษฐ์จะทรงแย้มเห็นได้ชัด แต่เมื่อปั้นพระบรมรูปไปสักระยะก็จะทำงานได้เร็วขึ้น เพราะเข้าใจสเกลของงานได้ดีขึ้น ผมจะทำงานศิลป์โดยซ่อนความเป็นเอกลักษณ์ของผมไว้ในงานด้วย เช่น สังเกตได้จากช่วงพระศอลงมา จะมีรูปแบบของงานที่แสดงความเป็นตัวตนของผม โดยเป็นเอกลักษณ์เฉพาะคือที่ส่วนบริเวณปกฉลองพระองค์นั้น ผมจะใส่ความเป็นเอกลักษณ์ของผมไว้ เพื่อให้ผู้ดูงานศิลป์รู้ว่านี่คืองานของศิวชัย

● นอกจากพระบรมรูปปั้น รัชกาลที่ 9 แล้ว ยังมีพระบรมรูปปั้นของรัชกาลที่ 5 ด้วย ทำไมจึงเลือกปั้นพระบรมรูปรัชกาลที่ 5 ด้วยครับ

คุณศิวชัย : อาจารย์ที่ปรึกษาของผมคืออาจารย์อภิชัย ท่านแนะนำว่าให้ลองปั้นพระบรมรูปรัชกาลที่ 5 ด้วยครับ และผมก็คิดไว้ในใจว่าจะปั้นพระบรมรูปรัชกาลที่ 5 ไว้บ้างแล้วด้วยครับ

● ระหว่างการปั้นพระบรมรูปรัชกาลที่ 5 กับรัชกาลที่ 9 มีความเหมือน ความต่าง ความยาก ความง่ายอะไรอย่างไรบ้างครับ

คุณศิวชัย : ก็ต่างกันบ้างครับ แต่ก็ไม่มากนัก สำหรับพระบรมรูปรัชกาลที่ 5 ผมเลือกช่วงที่พระองค์ท่านเสด็จประพาสยุโรป เพราะผมเห็นทรงฉลองพระองค์ด้วยสูท และดูจากพระพักตร์แล้ว ผมชอบในช่วงที่เสด็จประพาสยุโรปมาก พระพักตร์ดูไม่ทรงพระเยาว์หรือพระชราภาพมากเกินไป ผมมีภาพจำของพระองค์ท่านในช่วงที่พระองค์ท่านเสด็จประพาสยุโรปครับผมชอบตรงที่ทรงมีพระมัสสุด้วย เป็นความชอบส่วนตัวของคนทำงานปั้นครับ ผมปั้นต้นแบบก่อนแล้วนำไปหล่อด้วยบรอนซ์

● ตอนทำต้นแบบพระบรมรูปรัชกาลที่ 5 ใช้เวลานานกี่เดือนครับ

คุณศิวชัย : ไม่นานมากครับ ประมาณ 1 เดือนกว่าๆ แล้วก็นำไปเป็นต้นแบบสำหรับทำพระรูปหล่อด้วยบรอนซ์ต่อไป

● ถ้ามีผู้ต้องการงานปั้นของคุณศิวชัย จะติดต่อได้ทางไหนบ้างครับ

คุณศิวชัย : ติดต่อผ่าน facebook IG Sivachai Artist ได้ครับ

คุณสามารถรับชมรายการไลฟ์ วาไรตี รายการที่ให้ทั้งสาระและความรู้ ออกอากาศทุกวันเสาร์ เวลา 14.05-14.30 น. ทางโทรทัศน์ NBT ช่องหมายเลข 2 และชมรายการย้อนหลังได้ที่ YouTube ไลฟ์ วาไรตี

‘ลา บาเช่ กริลล์เฮ้าส์’ ต้อนรับเทศกาลแห่งการเฉลิมฉลองด้วยอาหารอิตาเลียนชั้นเลิศ รังสรรค์โดยเชฟระดับมิชลินสตาร์ 2 ดาว ‘กาเบรียลเล่ บอฟฟา’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/776731

'ลา บาเช่ กริลล์เฮ้าส์' ต้อนรับเทศกาลแห่งการเฉลิมฉลองด้วยอาหารอิตาเลียนชั้นเลิศ รังสรรค์โดยเชฟระดับมิชลินสตาร์ 2 ดาว 'กาเบรียลเล่ บอฟฟา'

‘ลา บาเช่ กริลล์เฮ้าส์’ ต้อนรับเทศกาลแห่งการเฉลิมฉลองด้วยอาหารอิตาเลียนชั้นเลิศ รังสรรค์โดยเชฟระดับมิชลินสตาร์ 2 ดาว ‘กาเบรียลเล่ บอฟฟา’

วันศุกร์ ที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 18.20 น.

“ลา บาเช่ กริลล์เฮ้าส์” ต้อนรับเทศกาลแห่งการเฉลิมฉลองด้วยอาหารอิตาเลียนชั้นเลิศ รังสรรค์โดยเชฟระดับมิชลินสตาร์ 2 ดาว “กาเบรียลเล่ บอฟฟา” ร่วมสัมผัสดินเนอร์สุดเอ็กซ์คลูซีฟได้ระหว่าง วันที่ 21-24 ธ.ค. 2566

กูร์เมท์ วัน ฟู้ดส์ เซอร์วิส (ประเทศไทย) ผู้นำเข้าและตัวแทนจำหน่ายผลิตภัณฑ์และวัตถุดิบในการปรุงอาหารจากแบรนด์ชั้นนำทั่วโลก โดยคุณพัชรินทร์ เหมอังกูร กรรมการผู้จัดการ ต้อนรับเทศกาลแห่งการเฉลิมฉลองด้วยการเชิญเชฟระดับมิชลินสตาร์ 2 ดาว  “กาเบรียลเล่ บอฟฟา (Gabriele Boffa)” มารังสรรค์เมนูอาหารอิตาเลียนรสเลิศ ที่ “ลา บาเช่ กริลล์เฮ้าส์ แอนด์ ไวน์บาร์ (La Brace Grill House & Wine Bar)” ต้นถนนเอกมัย  สุขุมวิท 63  ระหว่างวันที่ 21 ถึง 24 ธันวาคม 2566 โดยมีเมนูอาหารค่ำสุดหรู 5 คอร์สให้ลิ้มรสในราคาชุดละ 7,500++ บาท (วันที่ 21-23 ธันวาคม) และเมนูอาหารค่ำวันคริสต์มาสอีฟ  6 คอร์ส (วันที่ 24 ธันวาคม) ราคา 8,500++บาท พร้อมไวน์ให้เลือกจับคู่ในราคาเริ่มตันที่  2,300 บาท++

กาเบรียลเล่ บอฟฟา เป็นเอ็กเซ็กคิวทีฟเชฟ (Executive Chef) ของ “โลคอนดา เดล ซันตูฟฟิชโช (Locanda del Sant’Uffizio)” ห้องอาหารไฟน์ไดนิ่งมิชลินสตาร์ 2 ดาวสุดหรูของโรงแรมระดับลักชัวรี “เรเล ซันตูฟฟิชโช เวลเนส แอนด์ สปา (Relais Sant’Uffizio Wellness & Spa)” ที่ตั้งอยู่ท่ามกลางไร่องุ่นและหุบเขาอันงดงามของเมืองมอนแฟอรัตโต้ (Monferrato) ในแคว้นพีดมอนท์ (Piedmont) และเป็นหนึ่งในห้องอาหารภายใต้การบริหารของ เอนริโก บาร์โตลินี (Enrico Bartolini) เชฟอิตาเลียนชื่อดัง เจ้าของมิชลินสตาร์มากที่สุดถึง 12  ดวงจากร้านอาหาร 8  แห่งของเขาที่ตั้งอยู่ทั่วอิตาลี

กาเบรียลเล่ บอฟฟา เกิดในปี 1987 และเติบโตในเมืองเล็กๆ ชื่อ เดียโน ดัลบา (Diano d’Alba) ในภูมิภาคลันเก (Langhe) ของพีดมอนต์ เรียนรู้การทำอาหารจากคุณย่าสองคนที่ทำงานในร้านอาหาร จึงสนใจและซึมซับวัฒนธรรมอาหารจากท้องถิ่นมาแต่เยาว์วัย หลังจากจบการศึกษา กาเบรียลเล่เริ่มทำงานในร้านอาหารอิตาเลียน หลายแห่งรวมทั้ง ปิอาซซา ดูโอโม่ (Piazza Duomo) ร้านอาหารมิชลินระดับ 3 ดาวของเชฟเอนริโก คริปปา (Enrico Crippa)  และยังสั่งสมประสบการณ์การทำงานในต่างประเทศกับเชฟดัง ๆ อาทิ แยนนิก อัลเลียโน (Yannick Alléno) เชฟชาวฝรั่งเศสที่ได้รับดาวมิชลินถึง 3 ดวงจากร้านอาหาร 3 แห่งของเขา  ข้ามไปแมกซิโกทำงานกับเชฟเอนริเก้ โอลเวร่า (Enrique Olvera) ที่ปูโจล (Pujol) ร้านอาหารที่ได้รับการยกย่องว่าดีที่สุดในแมกซิโกซิตี้ ติดอันดับ 50 World’s Best Restaurants มาแล้วถึง 6 ครั้ง และร่วมงานกับเชฟแอนโดนิ อดูริช (Andoni Aduriz) เชฟมิชลิน 2 ดาวในสเปนที่ร้านมูการิต์ซ (Mugaritz) หนึ่งในร้านอาหารที่ดีที่สุดของสเปน หลังเก็บเกี่ยวประสบการณ์ในต่างแดน เชฟกาเบรียลเล่กลับมาอิตาลีเพื่อร่วมงานกับโรงแรมหรูระดับห้าดาว “คาสเตลโล ดี กัวเรเน (Castello di Guarene)” ในลันเก (Langhe) พร้อมฝีมืออันโดดเด่น จนเข้าตาเชฟเอนริโก บาร์โตลินี จึงได้ทาบทามเชฟหนุ่มกาเบรียลเล่ให้มาร่วมงานในตำแหน่ง Executive Chef ที่ โลคอนดา เดล ซันตูฟฟิชโช หนึ่งในร้านอาหารไฟน์ไดนิ่งสุดหรูภายใต้การบริหารของเขา

เชฟกาเบรียลเล่ บอฟฟา วัย 36 สร้างชื่อจากแนวทางการทำอาหารสไตล์อินโนเวทีฟที่เรียบหรู เชื่อมโยงรสชาติของแคว้นพีดมอนต์เข้ากับเทคนิคการปรุงอาหารร่วมสมัย จานเด่นมีตั้งแต่จานคลาสสิกไปจนถึงเมนูสร้างสรรค์ซึ่งยังคงเชื่อมโยงไปสู่รากเหง้าของอาหารท้องถิ่น ปรัชญาการทำอาหารของเขา คือ อาหารอร่อยต้องเริ่มต้นด้วยวัตถุดิบที่ยอดเยี่ยม เชฟกาเบรียลเล่จึงใส่ใจในการจัดหาวัตถุดิบที่ดีที่สุดทั้งจากท้องถิ่นและแหล่งผลิตที่มีชื่อเสียง พร้อมปรุงอย่างพิถีพิถันใส่ใจในรายละเอียดทุกขั้นตอน ทำให้อาหารแต่ละจานกลายเป็นงานศิลปะที่สมบูรณ์ทั้งรูปลักษณ์และรสชาติความอร่อย  นับเป็นเชฟรุ่นใหม่ที่ช่วยส่งเสริมและยกระดับวัฒนธรรมอาหารท้องถิ่นของอิตาลีให้ก้าวไปอีกขั้น จนสามารถคว้าดาวมิชลินมาได้ถึงสองดวงเป็นผลสำเร็จ

เมนู 5 คอร์สที่เชฟกาเบรียลเล่ บอฟฟา ออกแบบมาเป็พิเศษสำหรับ “ลา บาเช่” ได้แก่

จานแรก — อามูส บุช จานเรียกน้ำย่อย เชฟนำเมนูคลาสสิคของแคว้นพีดมอนท์ “วิเทลโล ทอนนาโด (Vitello Tonnato)” ที่ทำจากเนื้อลูกวัวและปลาทูน่า มาปรับแต่งเป็นเมนูปลาล้วน โดยใช้ปลาแมคเคอเรลเนื้อแน่นแทนปลาทูน่า เสิร์ฟพร้อมซอสครีมสูตรพิเศษรสกล่มกล่อม ออนท็อปด้วยแอนโชวีและเคเปอร์ 

จานที่ 2 – ปลาค็อด อีกหนึ่งเมนูยอดนิยมของแคว้นพีดมอนท์ที่ได้รับอิทธิพลมาจากลิกูเลีย (Liguria) แคว้นที่อยู่ข้างเคียงและมีอาณาเขตติดทะเล เชพนำเมนูนี้มายกระดับให้มีความร่วมสมัยมากขึ้น นำเนื้อปลาค็อดไปสตีมด้วยเทคนิคขั้นสูงที่ทำให้เนื้อปลาดูสดและคงความหวาน เสิร์ฟกับซอสปรุงพิเศษรูปแบบเพสโตที่มีส่วนผสมของปลาเฮอริ่งรมควันและคาร์เวีย 

จานที่ 3 – รีซอตตโต เมนูสุดคลาสสิคของอิตาลี เชฟสร้างสรรค์จานนี้ให้มีรสชาติเข้มข้นแปลกใหม่ โดยนำ Cremona มัสตาร์ดที่มีรสเผ็ดหวานเข้มข้นมาเป็นส่วนผสมของซอสรีซอตโต เสิร์ฟคู่กับน้ำสต็อกเคี่ยวจากไขกระดูกวัว (bone marrow) หอมอร่อย ตัดรสด้วยผักดองชิ้นเล็ก

จานที่ 4 – อกไก่เบรส (Bresse) จากฝรั่งเศส เสิร์ฟกับซอสฟัวกราส์ แอปเปิลชิ้นเล็ก และผักโขมฝรั่ง ไฮไลท์ด้วยด้วยทรัฟเฟิลขาวจากอัลบา (Alba) ฝานบางๆ ด้านบน 

จานที่ 5 – ขนมหวาน เค็กชีบูสครีม (Chiboust Cream) กับเฮเซลนัท เชฟเลือกใช้เฮเซลนัท (Hazelnut) “ราชินี” ถั่วจากแค้วนพีดมอนท์ เป็นส่วนผสม เสิร์ฟมากับซอสส้มผสมเหล้าหวานแกรนด์ มาเนียร์ (Grand Marnier) รสละเมียดจากฝรั่งเศส

 “A Celebration of Italian Gastronomy” โดยเชฟมิชลิน 2 ดาว “กาเบรียลเล่ บอฟฟา” จัดระหว่างวันที่ 21 ถึง 24 ธันวาคมนี้ ที่ ลา บาเช่ กริลล์ เฮ้าส์ แอนด์ ไวน์  เมนูอาหารค่ำ 5 คอร์ส ราคาชุดละ 7,500++ บาท (วันที่ 21-23 ธันวาคม) และเมนูอาหารค่ำวันคริสต์มาสอีฟ  6 คอร์ส (วันที่ 24 ธันวาคม) ราคา 8,500++บาท พร้อมไวน์ให้เลือกจับคู่ในราคาเริ่มตันที่  2,300 บาท++  สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือสำรองที่นั่งได้ที่ โทร 094-540-6662

-(016)

ตัวแทนเวทีทิฟฟานี่เปิด speech กระเทาะสังคม ชี้ Binary gender system คือรากเหง้าปัญหาความไม่เท่าเทียม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/776722

วันศุกร์ ที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 17.42 น.

ตัวแทนเวทีทิฟฟานี่เปิด speech กระเทาะสังคมในงานกระทรวง พม. ชี้ Binary gender system คือรากเหง้าปัญหาความไม่เท่าเทียม อีกก้าว เข้าใกล้ พ.ร.บ. สมรสเท่าเทียม ที่เราต้องก้าวไปด้วยกัน

เป็นข่าวดีอย่างยิ่งที่ประชุมสภาฯ ลงมติรับหลักการร่างแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ หรือร่าง พ.ร.บ. สมรสเท่าเทียม ทั้ง 4 ฉบับ  ซึ่งเป็นก้าวแรกของผลจากการต่อสู้เพื่อความเท่าเทียมกันของกลุ่ม LGBTQA+ ในประเทศไทยมาอย่างยาวนาน ทั้งนี้ประเด็นความเท่าเทียมกันเป็นสาระสำคัญของการประกวด Miss Tiffany’s Universe มาตลอด 25 ปี

ผู้เข้าประกวด Miss Tiffany 25th ทั้ง 30 คน ได้มีโอกาสร่วมงานใหญ่ระดับประเทศ ในการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) เรื่อง “หลักสูตรการยุติความรุนแรง ลดการตีตรา และการเลือกปฏิบัติด้วยเหตุแห่งอัตลักษณ์ทางเพศและวิถีทางเพศ” จากความร่วมมือของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ร่วมกับ คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล สมาคมฟ้าสีรุ้งแห่งประเทศไทย และหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยในงานนี้ กองประกวดทิฟฟานี่ส่งตัวแทนหมายเลข 21 ‘กล้า’ พลกฤต เทพนามวงค์ ขึ้นกล่าวปราศรัยเพื่อตอกย้ำการเป็นหนึ่งในกระบอกเสียงสำคัญให้กับ LGBTQA+ Community ผ่านเรื่องราวความรุนแรง การตีตรา และการเลือกปฏิบัติที่เหล่า LGBTQA+ ได้พบเจอ พร้อมเสนอแนวทางการแก้ไขปัญหา โดยประเด็นสำคัญที่ถูกพูดถึงคือ

– ความไม่เท่าเทียมกันส่งผลถึงความรุนแรง ซึ่งมี 3 แบบหลักๆ

1. ความรุนแรงทางกายและใจ : เป็นความรุนแรงที่ถูกพูดถึงมากที่สุด ที่ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มหลากหลายทางเพศ สตรี เด็ก ทุกคนก็ต่างมีโอกาสตกอยู่ในความรุนแรงนี้

2. ความรุนแรงเชิงโครงสร้าง : กฎหมาย กฎข้อบังคับต่างๆที่ยังมีอยู่ในปัจจุบันที่ยังไม่สามารถให้สิทธิที่เท่าเทียมกัน ถือเป็นความรุนแรงชนิดหนึ่งที่ต้องได้รับการแก้ไข

3. ความรุนแรงเชิงวัฒนธรรม : ความเชื่อต่างๆที่ยึดถือปฏิบัติ อาทิ ลูกชายคนโตมีหน้าที่สืบสกุล ผู้หญิงคือช้างเท้าหลัง ผู้ชายควรเป็นผู้นำ โลกมีเพียงสองเพศคือชายและหญิง เป็นต้น

– ความรุนแรงเชิงวัฒนธรรมส่งผลต่อความรุนแรงเชิงโครงสร้าง ผู้มีอำนาจในการออกกฎหมายและสังคมที่ยังมีความเชื่อในทางนี้ก็จะส่งผลให้ประเทศเกิดกฎหมายที่ไม่เท่าเทียม ไม่ใช่แค่เฉพาะกลุ่ม LGBTQA+ Community แต่เป็นทุกเพศทุกวัยก็จะได้รับผลกระทบซึ่งกลายเป็นปัญหาใหญ่ในสังคม

– Binary gender system หรือการแบ่งมนุษย์ออกเป็นหญิงและชายเท่านั้น เป็นระบบเพศที่มีอำนาจในการครอบงำความคิดและชี้นำผู้คนที่เป็นรากเหง้าของปัญหาความไม่เทียมของเพศทางเลือกในปัจจุบัน ซึ่งความเชื่อนี้ส่งผลต่อการออกกฎหมายต่างๆ เป็นโครงสร้างที่บูดเบี้ยวมาอย่างยาวนาน

– หนทางการแก้ปัญหาต้องหยั่งลึกและครอบคลุมทุกมิติ หรือการใช้แนวทาง Triple A 

• Awareness:  สร้างการรับรู้ว่าโลกไม่ได้มีเพียงหญิงและชาย ทุกคนคือมนุษย์ ไม่มี Binary gender system

• Active: ต้องกระตุ้นให้สิ่งนั้นเกิดขึ้นเช่นการสนับสนุน พ.ร.บ. สมรสเท่าเทียม อย่างเป็นรูปธรรม

• Action: ต้องมีการกระทำ กล่าวคือ การนำองค์ความรู้ ข้อมูลการรับรู้ร่วมกันของสังคมและผู้เกี่ยวข้องในทุกภาคส่วนมาปฏิบัติ เพื่อหวังผลในความเป็นจริงตามที่ได้วางแผน กรอบแนวทางเอาไว้

ชมคลิปคำปราศรัยเต็มๆ ของ ‘กล้า’ พลกฤต เทพนามวงค์ ตัวแทนผู้เข้าประกวด Miss Tiffany 25th ได้ที่ https://fb.watch/p3D4i__xjW/

กำหนดการประกวด

7 มกราคม 2567 – การประกวดรอบความสามารถพิเศษ

14 มกราคม 2567 – การประกวดรอบการเต้นรำ

20 มกราคม 2567 – การแข่งขันโต้วาทีเชิงไหวพริบและการคิดวิเคราะห์

29 มกราคม 2567 – “The Future Is Yours” Fashion show

2 กุมภาพันธ์ 2567 – การประกวดรอบพรีลิมินารี่ ประกวดชุดราตรีและชุดว่ายน้ำ

4 กุมภาพันธ์ 2567 – การประกวด Miss Tiffany 25th รอบไฟนอล

โดยสองรอบพิเศษกับพรีลิมินารี่และรอบไฟนอล สามารถรับชมที่โรงละครทิฟฟานี่ โชว์ พัทยา ซื้อบัตรได้แล้ววันนี้ ผ่านทาง http://www.tiffany-show.co.th/booking หรือรับชมสดๆ ผ่านทางออนไลน์ได้ที่ http://www.ticketmelon.com

ร่วมติดตามการประกวด “Miss Tiffany: The Future is yours” และให้กำลังใจสาวงามทั้ง 30 คน ได้ที่ Facebook: @MissTiffanyUniverse , YouTube: Miss Tiffany’s Universe , Instagram: @misstiffanyuniverse , TikTok: @MissTiffany.Official

#MTU25th #MissTiffany #MissTiffanysUniverse #MTU25thTheFutureIsYours #โลกใหม่ที่คุณนิยาม #เพราะความฝันของฉันคือ #MarriageEqualityThailand  #LoveWinsThailand

-(016)

‘เดอะ บลูคาร์เพท กาล่า’ ครั้งแรกกับกาล่าการกุศลเพื่อเด็กกับยูนิเซฟ ประเทศไทย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/776685

‘เดอะ บลูคาร์เพท กาล่า’ ครั้งแรกกับกาล่าการกุศลเพื่อเด็กกับยูนิเซฟ ประเทศไทย

วันศุกร์ ที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 15.53 น.

องค์กรเพื่อเด็กแห่งถนนพระอาทิตย์ขนเหล่านักแสดงและเซเลบริตี้ร่วมงาน “เดอะ บลูคาร์เพท” กาล่า ดินเนอร์ครั้งแรกของยูนิเซฟเมื่อค่ำวันจันทร์ที่ผ่านมาที่ ดิ แอธทินี โฮเทล แบงค็อก เพื่อฉลองการครบรอบ 75 ปีของยูนิเซฟ ประเทศไทยและระดมทุนเพื่อช่วยเด็กในประเทศไทยและทั่วโลก

กาล่าดินเนอร์ครั้งแรกนี้ได้ มาดามแป้ง นวลพรรณ ล่ำซำ ที่เพิ่งรับตำแหน่งทูตคนล่าสุดของของค์การยูนิเซฟปุ๊บ ก็ปฏิบัติภารกิจใหญ่ปั๊บ นอกจากจะนั่งแท่นเป็นหัวเรือเอกร่วมจัดงานกาล่าและระดมทุนจากผู้นำภาคธุรกิจ เซเลบริตี้ และผู้คนในแวดวงในสังคม ยังได้เชิญชวนเหล่านักแสดงและเซเลบริตี้คิวทองมาร่วมสร้างสีสันในค่ำคืน ไม่ว่าจะเป็นเฟรนด์ ออฟ ยูนิเซฟ เช่น พอลลล่า เทย์เลอร์, เป๊ก ผลิตโชค อายนบุตร, มิน พีชญา วัฒนามนตรี และนักแสดงชื่อดังอย่าง แอน ทองประสม, แอฟ ทักษอร ภักดิ์สุขเจริญ, นนกุล ชานน สันตินธรกุล, ตุ๊ยตุ่ย พุทธชาติ พงศ์สุชาติ, แพทริเซีย กู๊ด และ ศรีริต้า เจนเซ่น ณรงค์เดช  และยังมีมิสยูนิเวอร์สไทยแลนด์ปี 2565 แอนนา เสืองามเอี่ยม และ ลูกหว้า พิจิกา จิตตะปุตตะ มาร่วมงานนี้ด้วย

โดยมีพิธีกรคู่ต่างขั้วอย่าง หนิง ศรัยฉัตร กุญชร ณ อยุธยา และ ป๋อมแป๋ม นิติ ชัยชิตาทร มาร้อยเรียงเรื่องราวตลอดค่ำคืน อีกทั้งขวัญใจมหาชนอย่าง เป๊ก ผลิตโชค ไม่ได้มาเป็นเพียงแขกวีไอพีของงาน แต่ยังขึ้นเวทีขับขานบทเพลงและแบ่งปันประสบการณ์การเป็นเฟรนด์ ออฟ ยูนิเซฟ ตามด้วยดิว่าเสียงหวานอย่าง ลูกหว้า พิจิกา มาขับร้องเพลงเพื่อเด็ก

นอกจากบทเพลงสร้างความบันเทิงแล้ว เวทีกาล่าดินเนอร์ยังได้ แอนนา เสืองามเอี่ยม นางงามเพื่อการศึกษาร่วมแบ่งปันความอิ่มเอมเมื่อได้เห็นว่าห้องสมุดเคลื่อนที่ได้ช่วยให้น้อง ๆ ในจังหวัดแม่ฮ่องสอนมีความสุขที่ใช้อุปกรณ์เรียนรู้ทำกิจกรรมกับเพื่อน ๆ ในโรงเรียน หรือการได้ยืมหนังสือกลับบ้านไปอ่านให้พ่อแม่ฟังที่บ้าน

ภายในงาน ผู้เข้าชมงานได้เรียนรู้ถึงการใช้อาหารบำบัดฉุกเฉิน และเม็ดทำน้ำสะอาด ที่ยูนิเซฟใช้ในการบรรเทาทุกข์ เมื่อเกิดสถานการณ์ฉุกเฉิน ไม่ว่าจะเป็นภัยพิบัติ หรือสงคราม ตลอดจนภารกิจของยูนิเซฟเพื่อเด็กตลอด 75 ปีที่ผ่านมา และอีกมุมยอดนิยมคือโฟโต้บูธที่เนรมิตให้แขกวีไอพีได้ย้อนกลับไปสู่วัยเด็กอีกครั้งในรูปถ่าย

ที่ขาดไม่ได้คือ พอลล่า เทย์เลอร์ พักภารกิจคุณแม่ลูกสามไว้ชั่วคราวเพื่อมารับเกียรติบัตรในฐานะที่เป็นเฟรนด์ ออฟ ยูนิเซฟครบ 10 ปี และยังได้เล่าถึงประสบการณ์การลงพื้นที่กับยูนิเซฟหลายต่อหลายครั้งว่า “พอลล่ามีโอกาสได้เจอเด็ก ๆ ที่เปราะบาง เช่น เด็กพิการ ทำให้พอลล่าเห็นว่า เด็กทุกคนไม่ว่าจะเป็นใคร มาจากไหน หรือมีฐานะอย่างไร ต่างก็มีความสามารถเฉพาะตัวและทำประโยชน์ให้กับสังคมได้ในแบบของตัวเอง พอลล่าภูมิใจที่ได้ร่วมงานกับยูนิเซฟมาตลอด 10 ปี และดีใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของค่ำคืนนี้ที่พวกเรามารวมพลังกันเพื่อสนับสนุนยูนิเซฟในการสร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับชีวิตของเด็กๆ ในประเทศไทยและทั่วโลก”

-(016)

‘รศ.ดร.สันติ พิมพ์ใจใส’พร้อมด้วย’ผศ.ดร.สมัชญา พลชัย’ร่วมสัมมนาให้ความรู้กับนักศึกษาวิทยาลัยนอร์ทเทิร์น

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/776683

'รศ.ดร.สันติ พิมพ์ใจใส'พร้อมด้วย'ผศ.ดร.สมัชญา พลชัย'ร่วมสัมมนาให้ความรู้กับนักศึกษาวิทยาลัยนอร์ทเทิร์น

‘รศ.ดร.สันติ พิมพ์ใจใส’พร้อมด้วย’ผศ.ดร.สมัชญา พลชัย’ร่วมสัมมนาให้ความรู้กับนักศึกษาวิทยาลัยนอร์ทเทิร์น

วันศุกร์ ที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 15.53 น.

เมื่อวันที่ 16 – 17 ธันวาคม 2566 รศ.ดร.สันติ พิมพ์ใจใส ผู้ตรวจการสมาคมเพื่อการศึกษาทางไกล พร้อมด้วย ผศ.ดร.สมัชญา พลชัย ผู้อำนวยการฝ่ายส่งเสริมการศึกษาตามโครงการวิชาการ การศึกษาในศตวรรษที่ 21 และ ความปลอดภัยทางไซเบอร์และข้อมูลส่วนบุคคล ได้จัดกิจกรรมสัมนาให้ความรู้กับ นักศึกษาระดับปริญญาตรี วิทยาลัยนอร์ทเทิร์น จังหวัดตาก

กิจกรรมสัมนาให้ความรู้กับนักศึกษาครั้งนื้ จัดขึ้นในหัวข้อเรื่อง “การศึกษาในศตวรรษที่ 21 ,ความปลอดภัยทางไซเบอร์และข้อมูลส่วนบุคคล” เพื่อให้บัณทิตฝึกเรียนรู้และวิเคราะห์ด้วยตัวเอง เตรียมความพร้อมเข้าสู่สังคมโลกในศตวรรษที่ 21 ที่เป็นผลจากการปฏิวัติด้านดิจิทัล และความก้าวหน้าของเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร

ทั้งนี้การจัดสัมมนา ยังได้มีการจัดแบ่งกลุ่ม และแลกเปลี่ยนทางความคิด เพื่อนำความรู้มาผนวกกับความคิดเห็นของแต่ละคน แล้วสรุปรวมกันให้เกิดการตกผลึกเป็นสาระประโยชน์ต่อการปฏิบัติ อีกทั้งนักศึกษา หรือผู้เข้าร่วมการสัมมนา สามารถนำความรู้ ประสบการณ์ที่ได้รับไปประยุกต์ใช้ในการจัดการเรียนและทำงาน ทำให้มีการจัดการความรู้ ที่มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น ทั้งในระดับการเรียนและการทำงานได้

ครั้งแรกในไทยกับนิทรรศการเต็มรูปแบบของ คาแรคเตอร์ขวัญใจระดับโลก tokidoki

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/776656

ครั้งแรกในไทยกับนิทรรศการเต็มรูปแบบของ คาแรคเตอร์ขวัญใจระดับโลก tokidoki

ครั้งแรกในไทยกับนิทรรศการเต็มรูปแบบของ คาแรคเตอร์ขวัญใจระดับโลก tokidoki

วันศุกร์ ที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 15.07 น.

ครั้งแรกในไทยกับนิทรรศการเต็มรูปแบบของ คาแรคเตอร์ขวัญใจระดับโลก tokidoki “ตามรอยเส้นทางแห่งสายรุ้ง” ณ ICON Art & Culture Space ชั้น 8 ไอคอนสยาม เริ่มวันนี้ ถึง 31 มี.ค.67

ไอคอนสยาม แลนด์มาร์คระดับโลกริมแม่น้ำเจ้าพระยา ร่วมกับบริษัท อาส์คมี จำกัด ขอนำทุกท่านพบกับ tokidoki งานสตรีทอาร์ตระดับตำนาน ในงาน “tokidoki ICONIC Bangkok Experience” นิทรรศการเต็มรูปแบบครั้งแรกในประเทศไทย ที่จะให้ทุกท่านได้ร่วมสัมผัส และชื่นชมผลงานศิลปะจากคาแรคเตอร์ยอดนิยม จากผลงานสร้างสรรค์ของ ซิโมเน่ เล็กจ์โน่ (Simone Legno) ศิลปินชื่อดังชาวอิตาลี ที่ได้คัดสรรผลงานเพื่อนำมาจัดแสดงนิทรรศการในงานนี้ด้วยตัวเอง เชิญชวนรับชมนิทรรศการศิลปะพร้อมสัมผัสประสบการณ์ Immersive Projection และพบกับของสะสมจากนักสะสม ที่หาดูได้ยากที่จะมาแบ่งปันให้ทุกท่านได้ชม ตั้งแต่วันนี้ ถึง 31 มี.ค.67 ณ ICON Art & Culture Space ชั้น 8 ไอคอนสยาม

“tokidoki ICONIC Bangkok Experience”  Follow the Rainbow Journey  ชวนตามรอยเส้นทางแห่งสายรุ้ง เพื่อเปิดประสบการณ์แห่งโลกนิทรรศการเต็มรูปแบบของคาแรคเตอร์ขวัญใจระดับโลก tokidoki  ได้อย่างเต็มอิ่มเป็นครั้งแรก ภายในงานทุกท่านจะสะดุดตากับฟิกเกอร์ขนาดใหญ่ ที่ศิลปินได้สร้างสรรค์ขึ้นมาเพื่อไอคอนสยามโดยเฉพาะ ซึ่งจัดแสดงอยู่บริเวณทางเข้าพร้อมต้อนรับทุกท่านเข้าสู่งาน และต้นคริสต์มาสที่ตกแต่งอย่างสวยงามพร้อมด้วยเหล่าคาแรคเตอร์จาก tokidoki ไม่ว่าจะเป็น Moofia, Cactus Friends, Unicorno, Donutella, Tiger Nation, พร้อมต้อนรับเข้าสู่เทศกาลแห่งความสุขที่กำลังจะมาถึง และให้ทุกท่านได้เก็บภาพความประทับใจ

สำหรับสาวก tokidoki นั้นมี Collection สะสมที่ tokidoki คอลแลบฯ กับแบรนด์ชื่อดังต่างๆ มากมาย มาจัดแสดงภายในงานให้ชมด้วย ไม่ว่าจะเป็น Collection : BE@RBRICK Adios, Karl Lagerfeld, Strangeco 6” Circus Punks Airlines Adios ปี 2006, LeSportsac Collection, MyStamp Collection และ หนังสือ The Art of Simone Legno

ถัดมาที่โซนด้านในทุกท่านจะได้พบกับ Immersive Projection Zone ที่ได้เนรมิตอุโมงค์กระจก ที่ทำให้ทุกท่าน สามารถเข้าไปสัมผัสบรรยากาศโลกแห่ง tokidoki ด้วยเทคนิค Immersive Mirror& Projection และมาถ่ายภาพกับบรรดาคาแรคเตอร์ขวัญใจระดับโลกจาก tokidoki สัมผัสเรื่องราวสุดเซอร์ไพรส์ บริเวณโดยรอบของงาน รวมถึง Mini Playground Zone ที่จัดเตรียมไว้ให้คุณหนูๆ อีกด้วย

นอกจากการจัดแสดงผลงานนิทรรศการระดับโลกแล้ว ภายในงานยังได้เตรียมอีกหนึ่งความพิเศษกับโซน  ICONIC Café พื้นที่คาเฟ่พิเศษที่ถูกเนรมิตให้ทุกท่านได้มาลองลิ้มรส สแมชเบอร์เกอร์ ทรัฟเฟิลแม็คแอนด์ชีส, “กูร์เมต์” ทูน่า รวมไปถึงอาหารอื่นๆอีกมากมาย ปิดท้ายด้วยสมูทตี้แฟนซีหลากสีสัน, มิลค์เชคยูนิคอร์น และขนมหวานอีกหลายชนิด และยังพิเศษมากยิ่งขึ้นสำหรับเทศกาลเคานต์ดาวน์สู่ปี 2567 พร้อมต้อนรับทุกท่านเข้าสู่ช่วงเวลาแห่งความสุขกับเทศกาลปีใหม่ด้วยกัน ICONIC Café’ จึงได้จัดเตรียมมื้อพิเศษโดยได้เชฟเซบาสเตียน เซกูโรล่า เชฟมากประสบการณ์ด้านอาหารฝรั่งเศสมากกว่า 23 ปี และยังเป็นเจ้าของและ Executive Chef แห่งร้านอาหารซาว่า เบียน มัคเช่ (Cava bien marche’) ที่ตั้งอยู่ในจังหวัดภูเก็ต และยังเป็นผู้ชนะรายการ IRON Chef Thailand ปี 2565  มาสร้างสรรค์เมนูพิเศษในคืนเคานต์ดาวน์ พร้อมให้ทุกท่านได้ชมทัศนียภาพอันงดงามของโค้งน้ำเจ้าพระยา และการแสดงพลุกว่า 50,000 ดอก ณ ชั้น 8 ไอคอนสยาม

tokidoki ได้เตรียมกิจกรรมต่างๆ มากมาย สำหรับทุกคนในครอบครัว ให้มาใช้เวลาร่วมกันในการ สร้างสรรค์งานศิลปะจากสินค้าและงานฝีมือที่สามารถ DIY ได้ด้วยตนเอง อาทิจำแลงเป็นจิตรกรน้อยเพนต์สีลงผ้าใบ เพนต์ตัว – หน้า ด้วยสีที่คัดสรรค์มาให้มีความปลอดภัยกับผู้ใช้

นอกจากนี้ ทุกท่านสามารถเป็นเจ้าของสินค้าสุดพิเศษจาก tokidoki ได้ไม่ว่าจะเป็น ของสะสม สตรีทแฟชั่น, กระเป๋า, ตุ๊กตาผ้ากำมะหยี่ และกล่องปริศนา รอให้ทุกท่านมาเลือกซื้อได้ที่งาน tokidoki ในราคาสุดพิเศษ และมีจำนวนจำกัด ขอเชิญชมงานนิทรรศการเต็มรูปแบบครั้งแรกของ tokidoki เข้าชมงานฟรี ได้ตั้งแต่วันนี้ – 31 มีนาคม 2567 ณ  ICON Art & Culture Space ชั้น 8 ไอคอนสยาม สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Facebook ICONSIAM หรือ โทรสอบถามได้ที่ 1338

-(016)

ชวนเช็คอิน ‘GARDEN ART SPACE’ พื้นที่สวนที่สร้างแรงบันดาลใจและทำให้คุณได้สัมผัสกับธรรมชาติ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/776651

ชวนเช็คอิน ‘GARDEN ART SPACE’ พื้นที่สวนที่สร้างแรงบันดาลใจและทำให้คุณได้สัมผัสกับธรรมชาติ

ชวนเช็คอิน ‘GARDEN ART SPACE’ พื้นที่สวนที่สร้างแรงบันดาลใจและทำให้คุณได้สัมผัสกับธรรมชาติ

วันศุกร์ ที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 15.01 น.

ปักหมุด!แลนด์มาร์กแห่งใหม่ใจกลางเมืองชลบุรี “GARDEN ART SPACE” สวนสวยที่ถูกออกแบบมาให้คุณได้ใกล้ชิดสัมผัสกับธรรมชาติ ผ่อนคลาย รับพลังจากต้นไม้ สายน้ำ พร้อมเสพงานศิลป์บนพื้นที่สร้างสรรค์ จุดประกายสร้างแรงบันดาลใจดื่มด่ำใกล้ชิดธรรมชาติมากกว่าที่เคย ตอกย้ำนิยามคาเฟ่ที่เป็นมากกว่าคาเฟ่ พร้อมงานเปิดตัวอย่างเป็นทางการ วันที่ 21 ธันวาคม 2566 นี้ เชิญคุณมาสัมผัสประสบการณ์สุดพิเศษท่ามกลางพื้นที่แห่งความคิดสร้างสรรค์ ที่ผ่านการออกแบบภายใต้แนวคิดหลักอย่าง “CONNECTING NATURE” แรงบันดาลใจจากเมล็ดพันธุ์ทางความคิดที่เติบโตผลิบาน พร้อมกับโครงสร้างอาคารที่ผสมผสานการเชื่อมต่อกับธรรมชาติและ Landscape ได้อย่างลงตัว รวมถึงพื้นที่สำหรับการแสดงงานศิลปะ เพื่อเป็นการผลักดัน สนับสนุน และกระตุ้นให้เกิด Soft Power ให้กับสังคม พร้อมเติมเต็มอารมณ์ผ่อนคลายไปกับกาแฟคุณภาพจาก NANA COFFEE ROASTERS การันตีความพิถีพิถันทุกเมนูรังสรรค์จากเมล็ดกาแฟคั่วบดระดับซูเปอร์พรีเมียม ให้ความรู้สึกดุจดั่งแรกแย้มของฤดูใบไม้ผลิ

ภายในงาน ร่วมชมผลงานศิลปะบนผืนผ้าร่มจาก คุณอัญญุดา อิศรางกูร ณ อยุธยา ศิลปินผู้มีผลงานในด้านการออกแบบเสื้อผ้าและลายพิมพ์กับแบรนด์ GQ โดยครั้งนี้ได้มาร่วมออกแบบกับทีม Engineering สมชาย โพธิ์อยู่, พสิษพ์ รอดสังวาลย์ และ ทัศนัย พันธุ์ผดุงกุล สร้างสรรค์ลวดลายบนโครงสร้างโลหะ PRINTED SUNSHADE STRUCTURE จัดวางและติดตั้งใน GARDEN ART SPACE เป็นครั้งแรก ซึ่งผลงานได้แรงบันดาลใจมาจากลำแสง สี และรูปทรงธรรมชาติที่รายล้อมอยู่ภายในสวน เป็นผลงานศิลปะที่ถูกสร้างสรรค์ขึ้นเป็นแห่งแรกและแห่งเดียวในประเทศไทย

แบม – ปีติภัทร คูตระกูล ผู้รับหน้าที่เป็นพิธีกรของงาน ยังได้ชวน ดีเจพุฒิ – พุฒิชัย เกษตรสิน มาร่วมเดินชมพื้นที่ GARDEN ART SPACE โซนสวน ผลงานการออกแบบโดย กิม – บดินทร์ ปี่เสนาะ ผู้ออกแบบสวนชื่อดังระดับประเทศจาก “อยู่กับดินทร์” อีกด้วย

พร้อมกันนี้ ยังร่วมพูดคุยกับ เตยยี่ (Teayii) ประภัสสร กาญจนสูตร ศิลปินที่ใช้ภาษาสื่อสารออกมาเป็นผลงานศิลปะที่โดนใจที่สุดในขณะนี้ ที่จะมาบอกเล่าเรื่องราวของ Exhibition ใหม่ที่กำลังจะมาถึง “นิยามรัก..ฮีลใจในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ ปี 67” ต้อนรับเทศกาลวาเลนไทน์ 2024 ณ GARDEN ART SPACE ตอกย้ำการเป็นศูนย์กลางแห่งความคิดสร้างสรรค์อันไร้ขอบเขต จากการรวมเอาพลังธรรมชาติและศิลปะแขนงต่างๆ เข้าไว้ด้วยกัน

สำหรับใครที่เป็นคอกาแฟยิ่งพลาดไม่ได้ เมื่อบาริสต้าตัวแทนการแข่งขันระดับประเทศจาก HARUDOT ชลบุรี จะมาแลกเปลี่ยน พูดคุย ถึงไลฟ์สไตล์ความชื่นชอบและหลงใหลในการดื่มกาแฟ พร้อมทั้งเปิดเมนูสุดพิเศษ โดยดีเจพุฒิ พุฒิชัย เกษตรสิน ผู้คลั่งไคล้ในการดื่มกาแฟ ที่ร่วมสร้างสรรค์เมนูกาแฟสุดพิเศษที่มีเฉพาะ HARUDOT สาขาชลบุรีเท่านั้น โดยเมนูนี้จะมีจำหน่ายถึงแค่วันที่ 31 มกราคม 2567 นี้ ซึ่งรายได้จากการขายเมนูนี้ทุก 50 บาท/แก้ว จะนำไปบริจาคให้การกุศลและแหล่งชุมชนในจังหวัดชลบุรี

ส่งท้ายงานเปิดตัว GARDEN ART SPACE ด้วยไฮไลต์ที่สุดของที่สุด พบกับดนตรีอะคูสติกจากนักร้องเสียงเสน่ห์คุณภาพระดับตำนาน เจ้าของบทเพลงไพเราะมากมาย “ธีร์ ไชยเดช” และการแสดงสดจากศิลปินรุ่นใหม่ ติณณ์ นภาลัย ศิลปินหนุ่มมากความสามารถที่มีสไตล์การร้องเพลงโดดเด่นไม่เหมือนใคร พร้อมชมการแสดงดนตรีสดร่วมกันครั้งแรกของ “ติน และ ธีร์ ไชยเดช” ที่มาขับกล่อมบรรยากาศในการจิบกาแฟแลธรรมชาติ ไปพร้อมกับความพิเศษยามค่ำคืนของการออกแบบจัดไฟ ที่ได้เปลี่ยน GARDEN ART SPACE ให้กลายเป็น “MYSTIC GARDEN” ให้คุณสัมผัสถึงเสน่ห์แห่งการผสมผสาน “ธรรมชาติ และ แสงไฟ” สร้างความอิ่มเอมใจได้อย่างลงตัว    

 -(016)

‘รุ่ง นครพนม’กลั้นนํ้าตาไม่อยู่ กับบทสรุปมิวสิกซีรี่ส์เพลงใหม่ ‘ซาติได๋อ้ายกะฮัก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/776738

‘รุ่ง นครพนม’กลั้นนํ้าตาไม่อยู่  กับบทสรุปมิวสิกซีรี่ส์เพลงใหม่ ‘ซาติได๋อ้ายกะฮัก

‘รุ่ง นครพนม’กลั้นนํ้าตาไม่อยู่ กับบทสรุปมิวสิกซีรี่ส์เพลงใหม่ ‘ซาติได๋อ้ายกะฮัก

วันเสาร์ ที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

รุ่ง นครพนม หลังจากปล่อยเพลง “หัวใจภังคี“ และเพลง “มาเป็นอ้ายเบิ่ง” เป็นอีกเพลงที่กำลังมีกระแส ล่าสุดเร่งปล่อยเพลงใหม่ “ซาติได๋อ้ายก็ฮัก” ซึ่งเป็นบทสรุปมิวสิกซีรี่ส์ ตอนจบของเรื่องราวความรัก โดยในเนื้อหาของเพลงนี้ได้เล่าถึงความรักของผู้ชายคนหนึ่ง ที่มีความรักมั่นคงไม่เคยเปลี่ยนแปลง ถึงแม้จะเจ็บสักปานใด ก็ขอได้รักเพียงเธอคนเดียว โดยได้นักแต่งคำร้อง-ทำนอง “นริศ อรัญรุตม์” เรียบเรียงและโปรดิวเซอร์มากความสามารถ อย่าง“จินนี่ ภูไท” ในส่วนของมิวสิกวีดีโอนั้น ได้นักแสดงสาวอย่าง “อาย-ปรียานัฐ ปะติเต”นักแสดงสาวดาวรุ่งจาก ช่องวัน ONE31 ซึ่งเล่นภาคต่อจากเพลง “หัวใจภังคี” และเพลง “มาเป็นอ้ายเบิ่ง” ประกบคู่กับ “รุ่ง นครพนม” ส่วนเนื้อหามิวสิคซีรี่ส์พาร์ทนี้ถือว่าเป็นตอนจบ ของเรื่องราวทั้งหมด ซึ่ง รุ่ง นครพนม ได้ใส่อารมณ์ในบทบาทอย่างเต็มที่ถึงขนาดกลั้นน้ำตาไม่อยู่ ผู้กำกับสั่งคัทก็ยังอินกับบทที่ได้แสดง บทจะเศร้าจะซึ้งขนาดไหน สามารถรับชมได้ที่ YOUTUBE : THAIDOL MUSIC ได้แล้ววันนี้

รุ่ง นครพนม ได้กล่าวว่า สำหรับเพลง “ชาติได๋อ้ายกะฮัก” เป็นเรื่องราวตอนจบแบบเจ็บและผิดหวังครับ ยิ่งฉากตอนยืนมองคนรักแต่งงานฉากนั้นเป็นฉากที่เรียกน้ำตา และยิ่งตอนที่นางเอกตามไปที่แม่น้ำ แล้วเรียกหาคนรัก ผมประทับใจฉากนี้ที่สุดครับ เพราะเป็นตอนที่เฉลยว่าผมเป็นพญานาค ซึ่งเป็นดั่งตำนานของผาแดง นางไอ่คำ และท้าวภังคี กว่าจะได้อารมณ์เพื่อถ่ายทอดเสียง ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่ายเลยสำหรับผมเพราะต้องทำความเข้าใจกับเพลงและถ่ายทอดอารมณ์ออกมาให้สุดๆ ไปเลยครับ จนผู้กำกับสั่งคัท และปิดกอง สุดท้ายนี้ “รุ่ง นครพนม”ขอฝากผลงานเพลง “ชาติได๋อ้ายกะฮัก” และอีก 2 เพลง ที่ปล่อยไปแล้วซึ่งเป็นมิวสิกซีรี่ส์ภาคต่อคือเพลง “หัวใจภังคี“ และเพลง“มาเป็นอ้ายเบิ่ง” ฝากเป็นกำลังใจและติดตามผมด้วยนะครับ