เฉลิมพระเกียรติ‘สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง’ สมาคมสภาแม่ดีเด่นแห่งชาติฯ จัดงาน‘ร้อยดวงใจแม่ ถวายแด่แม่ของแผ่นดิน’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/762986

เฉลิมพระเกียรติ‘สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง’ สมาคมสภาแม่ดีเด่นแห่งชาติฯ จัดงาน‘ร้อยดวงใจแม่ ถวายแด่แม่ของแผ่นดิน’

เฉลิมพระเกียรติ‘สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง’ สมาคมสภาแม่ดีเด่นแห่งชาติฯ จัดงาน‘ร้อยดวงใจแม่ ถวายแด่แม่ของแผ่นดิน’

วันจันทร์ ที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 91 พรรษา และเฉลิมพระเกียรติพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถเนื่องในโอกาสทรงเจริญพระชนมายุ 66 พรรษา สมาคมสภาแม่ดีเด่นแห่งชาติ ในพระอุปถัมภ์พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ จัดงาน “ร้อยดวงใจแม่ ถวายแด่แม่ของแผ่นดิน” ประจำปี 2566 พร้อมร่วมแสดงความยินดีกับแม่ดีเด่นแห่งชาติที่ได้รับพระราชทานรางวัลแม่ดีเด่นแห่งชาติ ประจำปี 2566 ของสภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ โดยมี พลตรีหญิง คุณหญิงอัสนีย์ เสาวภาพ ประธานสมาคมสภาแม่ดีเด่นแห่งชาติฯ เป็นประธานในพิธีเพ็ญพักตร์ ศรีทอง รองประธานสมาคมสภาแม่ดีเด่นแห่งชาติฯ ประธานคณะกรรมการดำเนินงาน พร้อมด้วยคณะกรรมการจัดงานฯ และแม่ดีเด่นแห่งชาติ ประจำปี 2566ร่วมงานคับคั่ง ณ ห้องวิภาวดีบอลรูม โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ แอท เซ็นทรัลพลาซาลาดพร้าว เมื่อวันเสาร์ที่ 7 ตุลาคม 2566

ภายในงานประกอบด้วยการมอบเงินทุนช่วยเหลือแม่ผู้ยากไร้ที่ประสบปัญหาความทุกข์ยากเดือดร้อนทั่วประเทศ เพื่อเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างสมาคมสภาแม่ดีเด่นแห่งชาติฯ และสมาคม/ชมรมแม่ดีเด่นแห่งชาติประจำจังหวัดทั่วประเทศ และเพื่อรณรงค์สมทบทุนในการดำเนินงานของสมาคมสภาแม่ดีเด่นแห่งชาติฯ การมอบโล่เกียรติคุณแก่สมาคม/ชมรมแม่ดีเด่นแห่งชาติประจำจังหวัดประเภทยอดเยี่ยมและประเภทดีเด่น ประจำปี 2566 มอบเกียรติบัตรแก่ผู้สนับสนุนการจัดงานต่อด้วยการฉายวีดิทัศน์ “เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง” จากนั้นแม่ดีเด่นแห่งชาติ ประจำปี 2566 ร่วมกันร้องเพลง “คือหัตถาครองพิภพ” และคอนเสิร์ตการขับร้องเพลงโดยนักร้องกิตติมศักดิ์ และนักร้องอาชีพ การเดินแบบ “สืบสานงานศิลป์ผ้าถิ่นไทย” โดยนางแบบกิตติมศักดิ์ปิดท้ายงานนี้อย่างงดงาม

4 นักวิ่งคนดังรวมพลังวิ่งเพื่อน้อง 3 มูลนิธิฯ ในงานวิ่งแห่งปี ‘ทีทีบี ธนชาตประกันภัย พาร์ครัน 2023’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/762968

4 นักวิ่งคนดังรวมพลังวิ่งเพื่อน้อง 3 มูลนิธิฯ  ในงานวิ่งแห่งปี ‘ทีทีบี ธนชาตประกันภัย พาร์ครัน 2023’

4 นักวิ่งคนดังรวมพลังวิ่งเพื่อน้อง 3 มูลนิธิฯ ในงานวิ่งแห่งปี ‘ทีทีบี ธนชาตประกันภัย พาร์ครัน 2023’

วันจันทร์ ที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

4 นักวิ่งคนดังเผยเหตุผลดีๆ ที่ต้องร่วมกิจกรรมเดิน-วิ่งมินิมาราธอนการกุศลแห่งปี “ทีทีบี|ธนชาตประกันภัยพาร์ครัน 2023” ภายใต้แนวคิด Run for Change พร้อมความตั้งใจที่จะมาช่วยเปลี่ยน…ทุกพลังเป็นของขวัญให้กับน้อง ๆ 3 มูลนิธิในสัดส่วนที่เท่ากัน ได้แก่ มูลนิธิสร้างรอยยิ้ม, โครงการ FOOD FOR GOOD โดยมูลนิธิยุวพัฒน์ และโครงการไฟ-ฟ้า โดยมูลนิธิทีทีบี

เริ่มจาก ป๊อก-อิทธิพล สมุทรทอง นักวิ่งมาราธอน เจ้าของเพจ 42.195 K Club เราจะไปมาราธอนด้วยกัน กล่าวว่า “ผมมาร่วมวิ่งงานพาร์ครันทุกปี และในปีนี้ได้มีโอกาสไปเยี่ยมชมโครงการไฟ-ฟ้า โดยมูลนิธิทีทีบี หนึ่งใน 3 มูลนิธิที่ ทีทีบี|ธนชาตประกันภัย พาร์ครัน 2023 จะมอบเงินจากค่าบัตรวิ่ง ไม่รวมค่าจัดส่งและเงินบริจาคให้ เพื่อเปลี่ยนเป็นโอกาสทางการศึกษาและทักษะการใช้ชีวิตให้กับน้องๆ ที่ขาดโอกาส โดยโครงการไฟ-ฟ้า เปิดสอนหลายคลาสเรียนที่ไม่ใช่วิชาทั่วไปในโรงเรียน มีทั้งคลาสสอนทำขนม เด็กบางคนเรียนแล้วอาจจะนำไปต่อยอดเป็นอาชีพ หรือคลาสเรียนออกแบบ ผมเห็นโลโก้ที่น้องๆ ออกแบบ บอกเลยว่าสามารถเอาไปนำเสนอเป็นผลงานขายให้กับแพลตฟอร์มต่างๆ ได้เลยรวมทั้งคลาสศิลปะและดนตรี ที่เด็กๆ สามารถเรียนและเล่นดนตรีได้อย่างสนุกสนาน ใช้เครื่องดนตรีของศูนย์ไฟ-ฟ้าในการฝึกฝนเรียนรู้ ซึ่งมีอุปกรณ์หลายอย่าง หรือบางคลาสถ้าไปเรียนข้างนอกต้องเสียค่าใช้จ่ายสูงพอสมควร แต่ที่นี่เรียนฟรีหมดทุกอย่าง นอกจากนี้ ยังมีคลาสเรียนที่ให้ความรู้ทางการเงินกับเด็กๆที่ชื่อว่า “เด็กไฟ-ฟ้า ออมได้ใช้เป็น” จะเป็นการเสริมทักษะความรู้ด้านการเงิน ให้รู้จักใช้จ่าย เก็บออมเงิน และวางแผนการเงินได้ตั้งแต่เด็กๆ เพื่ออนาคตข้างหน้า”

ด้าน “หมอมิยู” ทันตแพทย์หญิงชรินญา กาญจนเสวี นักวิ่งหญิงคนแรกที่ห่มสไบ วิ่งมาราธอนได้เร็วที่สุดในโลก จากสถิติ Guinness World Records กล่าวว่า “การวิ่งครั้งนี้ เงินบริจาคส่วนหนึ่งนำไปมอบให้กับมูลนิธิสร้างรอยยิ้ม เพื่อนำไปรักษาน้องๆ ที่ป่วยเป็นโรคปากแหว่งเพดานโหว่และมีความผิดปกติบนใบหน้า ซึ่งการรักษามีค่าใช้จ่ายจำนวนมาก ทำให้หลายคนไม่มีโอกาสได้รับการรักษาส่งผลกระทบมากกว่าความบกพร่องทางกายภาพ เช่น กินอาหารลำบาก กินแล้วเกิดอาการสำลัก หรือความสามารถในการหายใจไม่เหมือนคนปกติทั่วไป รวมทั้งปัญหาทางพัฒนาการ ปัญหาทางสภาพจิตใจ ขาดความมั่นใจในตัวเอง เมื่อต้องออกไปพบเพื่อนหรือเข้าสังคม ทำให้ไม่มีความสุขในการใช้ชีวิต และส่งผลต่อคุณภาพชีวิตในอนาคต ดังนั้น การวิ่งในครั้งนี้จึงเป็นของขวัญที่ยิ่งใหญ่มากสำหรับน้องๆ เพราะจะช่วยให้พวกเขาได้กินข้าวอร่อยหายใจได้แบบคนปกติ และได้ไปเจอเพื่อนๆใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างมีความสุขในสังคม”

ปิดท้ายที่ น้องยูริ-อริสา และ น้องต๋าต้า-พงศกร วรพงศ์กิติพันธ์ สองพี่น้องนักวิ่งเยาวชนชื่อดัง จอมทำลายสถิติที่คว้ารางวัลทุกสนามแข่ง กล่าวถึงโครงการ FOOD FOR GOOD โดย มูลนิธิยุวพัฒน์ ว่า “เป็นโครงการที่ได้ช่วยเหลือเพื่อนๆ ในโรงเรียนพื้นที่ห่างไกล ให้มีมื้ออาหารที่ดีมีคุณภาพ ระบบน้ำดื่มสะอาด และตู้แช่โซลาร์เซลล์ จากที่ได้ไปเจอกับพี่ๆ ในมูลนิธิ เลยได้รู้ว่าเพื่อนหลายคน ไม่มีอาหารกินครบทั้ง 5 หมู่ ได้กินแค่ข้าวกับไข่เจียวหรือผัก ไม่มีเนื้อสัตว์ จึงอยากชวนทุกคนมาวิ่งในงาน ทีทีบี|ธนชาตประกันภัย พาร์ครัน 2023 จะได้ช่วยกันนำเงินบริจาคมอบเป็นของขวัญให้กับพี่ๆ เพื่อนๆให้พวกเขาได้รับสารอาหารครบถ้วนในทุกมื้อ”

และนี่เป็นเหตุผลดีๆ ที่ 4 นักวิ่งชื่อดังมารวมพลังที่จะเปลี่ยนทุกก้าวเป็นของขวัญให้น้องๆ ใน กิจกรรมเดิน-วิ่งมินิมาราธอนการกุศลแห่งปี “ทีทีบี|ธนชาตประกันภัย พาร์ครัน 2023” งานวิ่งที่นอกจากจะได้ทั้งสุขภาพกาย และสุขภาพใจที่ดีแล้ว ยังช่วยให้มีสุขภาพทางการเงินที่ดีอีกด้วย เพราะค่าบัตรวิ่ง (ไม่รวมค่าจัดส่ง) และเงินบริจาคสามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้ 100% ซึ่งทุกคนสามารถมาร่วมกันเป็นส่วนหนึ่งแห่งการเปลี่ยนแปลงได้ทุกพื้นที่ทั่วประเทศที่ https://parkrun.ttbfoundation.org/ เปิดจำหน่ายบัตรวิ่งตั้งแต่วันนี้-30 พฤศจิกายน 2566 และร่วมบริจาคได้ตั้งแต่วันนี้-23 ธันวาคม 2566 โดยมีรายละเอียดดังนี้ Parkrun วิ่งในสวน บัตรวิ่งราคา 700 บาท (ไม่รวมค่าจัดส่ง) ร่วมวิ่งพร้อมกัน 3 สวน ได้แก่ สวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์, สวนจตุจักร และสวนวชิรเบญจทัศ (สวนรถไฟ) ในวันที่ 23 ธันวาคม 2566 (สามารถร่วมสะสมระยะวิ่งในเว็บไซต์ได้) และ Virtual Parkrunวิ่งสะสมระยะ บัตรวิ่งราคา 600 บาท (ไม่รวมค่าจัดส่ง) ร่วมส่งผลวิ่งเพื่อสะสมระยะได้ตั้งแต่วันนี้-23 ธันวาคม 2566

ครั้งแรก!! เกษรวิลเลจ จับมือกับ คริสตี้ส์ ประเทศไทย อวดโฉม 62 เรือนเวลาจาก Only Watch 2023 ก่อนเปิดประมูล

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/762984

ครั้งแรก!! เกษรวิลเลจ จับมือกับ คริสตี้ส์ ประเทศไทย อวดโฉม 62 เรือนเวลาจาก Only Watch 2023 ก่อนเปิดประมูล

ครั้งแรก!! เกษรวิลเลจ จับมือกับ คริสตี้ส์ ประเทศไทย อวดโฉม 62 เรือนเวลาจาก Only Watch 2023 ก่อนเปิดประมูล

วันจันทร์ ที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

เชื่อมต่อไลฟ์สไตล์ของเหล่าคนรักเรือนเวลาหรู เกษรวิลเลจ (Gaysorn Village) นำโดย จิรัสย์ วัฒนภัทรเศรษฐ์ รองกรรมการบริหาร ร่วมกับ คริสตี้ส์ ประเทศไทย (Christie’s Thailand) นำโดย ประภาวดี โสภณพนิช รองประธาน จัดงาน Only Watch And Hong Kong Auction Previews 2023

ครั้งแรกระหว่าง เกษรวิลเลจและ คริสตี้ส์ ประเทศไทย ที่รวบรวม 62 แบรนด์แถวหน้าจากงานการประมูลเพื่อการกุศล Only Watch 2023 ซึ่งเตรียมจัดขึ้นเป็นครั้งที่ 10 ในช่วงเดือนพฤศจิกายนนี้ ณ กรุงเจนีวา มาเวิลด์ทัวร์ให้แฟนๆ และนักสะสมชาวไทยได้ยลโฉมก่อนใคร ณ เกษรทาวเวอร์ ชั้น 20 เมื่อวันที่ 11-12 ตุลาคม 2566 ที่ผ่านมา ซึ่งประเทศไทยนับเป็นหมุดหมายแรกในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ก่อนเดินสายไปยังเมืองต่างๆ อาทิ สิงคโปร์ ดูไบ และปิดท้ายที่ เจนีวาในงานยังจัดแสดงอัญมณีหายากและล้ำค่าของฮ่องกง ไปจนถึงผลงานศิลปะร่วมสมัยที่ไม่เคยเห็นที่ไหนมาก่อน จากสองศิลปินไทย อย่าง อาจารย์ถวัลย์ ดัชนี และ อาจารย์ประเทือง เอมเจริญ เข้าร่วมอีกด้วย

งานประมูลนาฬิกา ONLY WATCH ถือเป็นงานประมูลนาฬิการะดับโลก จัดขึ้นเป็นครั้งแรกในปี 2005 และจะจัดขึ้นในทุกๆ สองปีโดย Luc Pettavino ภายใต้การอุปถัมป์ของ H.S.H. เจ้าชายอัลเบิร์ตที่ 2แห่งโมนาโก เพื่อจุดประสงค์ในการระดมทุนสำหรับการวิจัยโรคกล้ามเนื้อเสื่อม (Duchenne – DMD) โดย DMD เป็นโรคทางพันธุกรรมที่ส่งผลกระทบต่อเด็กชาย 1 ใน 3,500 คนทั่วโลก ซึ่งหนึ่งในจำนวนนั้นคือ Paul ลูกชายของ Luc และ Monique ผู้ริเริ่มโครงการประมูลนี้ ซึ่งผลที่ตามมาของโรคดังกล่าวส่งผลให้กล้ามเนื้อทั้งหมดอ่อนแรงลงเรื่อยๆ รวมไปถึงหัวใจ และการสูญเสียความสามารถในการดำรงชีวิตอยู่ ซึ่งปัจจุบันรายได้จากงานประมูลนาฬิกา ONLY WATCH 9 ครั้งที่ผ่านมาสามารถระดมทุนทั้งหมดเพื่องานวิจัยได้มากกว่า 4,000,000,000 ล้านบาทแล้ว

คุณแหน : 16 ตุลาคม 2566

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/762981

วันจันทร์ ที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ll มูลนิธิอนุสรณ์หม่อมงามจิตต์ บุรฉัตร จัดงานวันหม่อมงามจิตต์ บุรฉัตร บุคคลสำคัญของโลก งานสร้างเสริมคนดีมีคุณธรรม ครั้งที่ 35 โดย สุทธิพงษ์จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานในพิธี 18 ต.ค. 08.30 น. ณ หอประชุมกรมประชาสัมพันธ์ ซ.อารีย์สัมพันธ์…

ll ดร.ดนันท์ สุภัทรพันธุ์ กจก.ใหญ่ บจ.ไปรษณีย์ไทย จะจัดงานพิธีถวายผ้าพระกฐินพระราชทาน ณ วัดหนองหอย พระอารามหลวง อ.เมือง ราชบุรี 12 พ.ย. 10.09 น. เชิญชวนร่วมทำบุญได้ที่ บัญชี กฐินพระราชทาน ปณท. ออมทรัพย์ ธ.กรุงไทย เลขบัญชี667-8-91333-9 สอบถาม 02-8313412…

ll วิทยา ผิวผ่อง ผู้แทนคณะกรรมาธิการพิทักษ์และเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ วุฒิสภา พร้อม สมทรงพันธุ์เจริญวรกุล ร่วมกับพสกนิกร จ.พระนครศรีอยุธยา ร่วมกันจัดพิธีวางพวงมาลาเพื่อน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ณ บริเวณเบื้องหน้าพระบรมรูป หน้าอาคารหอจดหมายเหตุทุ่งมะขามหย่อง…

ll ศุภศิษย์ กอเจริญยศ ผวจ.อุบลราชธานี เยี่ยมให้กำลังใจ ปชช.ที่ได้รับผลกระทบ จากแม่น้ำมูลเอ่อล้นเข้าท่วมชุมชน พร้อมมอบสิ่งของเพื่อช่วยเหลือพี่น้องผู้ประสบภัยในเบื้องต้น…

ll ดร.นุชนาถ วสุรัตน์ แจ้ง สมาคมติดตามการพัฒนาสตรีในประเทศไทย ขอเชิญร่วมงาน “เก้าทศวรรษกุลสตรีศรีแผ่นดินไทย” 18 ต.ค. 13.30-15.30 น. ชั้น 1 อาคาร 140 ไวร์เลส ถ.วิทยุ โดยมี คุณหญิงทิพาวดี เมฆสวรรค์เป็นประธานเปิดงาน…

ll ขึ้นแท่น CEO คนใหม่แห่งห้างเซ็นทรัล ในเครือเซ็นทรัล รีเทล ณัฐธีรา บุญศรี ประเดิมงานแรกด้วยการจัดงานใหญ่ “Central 76th Anniversary” ฉลอง 76 ปีห้างเซ็นทรัล พร้อมนำดอกไม้สดนานาพันธุ์จากทั่วทุกมุมโลกมาเนรมิตห้างเซ็นทรัล ชิดลม ให้เป็นผลงานศิลปะสุดตระการตา 26-30 ต.ค. ในงานเปิดตัวพบโชว์สุดพิเศษจากเจ้าสาวป้ายแดง คิมเบอร์ลี่แอน โวลเทมัส 26 ต.ค. 17.00 น. ชั้น 5 ห้างเซ็นทรัล ชิดลม…

ll เที่ยวทั่วไทย กุญชริกา กุญชร ณ อยุธยา ตระเวนเยือนเมืองต่างๆ ทั่วประเทศอย่างมีความสุข..แต่ช่วงนี้ขึ้นอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่บ่อยหน่อย…สัปดาห์ที่ผ่านได้พบเจอกับช้างป่าพลายงางอนพังด้วน พร้อมลูกน้อย พลายเวหา ใกล้ชิดมากๆ…

ll ศรีวิรัตน์ ฉัตรจุฑามาส เพิ่งกลับจากทริปญี่ปุ่น 1 อาทิตย์กับกลุ่มคนสวยใจบุญ 13 คน เช่น ปภัสรา เตชะไพบูลย์, ภิราพัณณ์ วงษ์มณีกิจชัย, นิธินันท์ พลกุล, โชติกากำลูนเวสารัช, มนัญชยา สมเลิศ ยามนี้ คุณยุ่นเตรียมไปอีก 2 ทริปกับเพื่อนๆกลุ่มอื่น ที่จีนและฮ่องกง…

ll สวด ประเสริฐ อุทัยสาง บิดา เกศรา มัญชุศรี ณ ศาลา 1 วัดเทพศิรินทราวาส15-19 ต.ค. 18.30 น. ..20 ต.ค. พิธีกงเต๊ก..21 ต.ค.เคลื่อนศพไปสุสานสุขสมบูรณ์ ชลบุรี…

ll ดร.ประพิณ อภินรเศรษฐ์ นายกสมาคมผู้ประกอบการระบบอัตโนมัติและหุ่นยนต์ไทย (TARA) เป็นวิทยากรการขับเคลื่อนยุคอุตสาหกรรมไทยด้วย AI และ Autonomous Mobile Robots 18 ต.ค. 13.00-15.30 น. ลงทะเบียนฟรี ได้ที่ https://www.ftpi.or.th/event/gspnep7…ll

คุณแหน

มูลนิธิมาดามแป้งคืนชีพผู้ป่วยหัวใจหยุดเต้นนอกโรงพยาบาล

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/762972

มูลนิธิมาดามแป้งคืนชีพผู้ป่วยหัวใจหยุดเต้นนอกโรงพยาบาล

มูลนิธิมาดามแป้งคืนชีพผู้ป่วยหัวใจหยุดเต้นนอกโรงพยาบาล

วันจันทร์ ที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

มูลนิธิมาดามแป้ง มอบเครื่อง Auto CPR คืนชีพผู้ป่วยหัวใจหยุดเต้นนอกโรงพยาบาล แก่โรงพยาบาลโพนทราย ร้อยเอ็ด หวังเพิ่มโอกาสรอดชีวิตของผู้ป่วย

นางนวลพรรณ ล่ำซำ กรรมการผู้จัดการ และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมืองไทยประกันภัย จำกัด (มหาชน) ในฐานะประธานกรรมการ มูลนิธิมาดามแป้ง,พ.ต.อ.ดร.ณรัชต์ เศวตนันทน์ มอบเครื่องช่วยชีวิตผู้ป่วยแบบอัตโนมัติ (Auto CPR) รุ่น Auto Pulse มูลค่า 700,000 บาท แก่โรงพยาบาลโพนทราย จ.ร้อยเอ็ด
โดยมี นายแพทย์ธนพล วิมลวรรณผู้อำนวยการโรงพยาบาลโพนทรายเป็นผู้รับมอบ พร้อมด้วย นางปุณฑริกาใบเงิน กรรมการและเลขานุการ, ร.อ.หญิง ชญาดา หนีพาล กรรมการและเหรัญญิก มูลนิธิฯ ณ ห้องประชุมใหญ่ชั้น 14 อาคารเมืองไทย-ภัทร คอมเพล็กซ์

ทั้งนี้ ข้อมูลจากสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ หรือ National Institute for EmergencyMedicine พบว่า ผู้บาดเจ็บหัวใจหยุดเต้นนอกโรงพยาบาลที่ได้รับการช่วยเหลือด้วยการกดหน้าอกโดยผู้พบเหตุ จะเพิ่มโอกาสการรอดชีวิต และสามารถลดอัตราการเสียชีวิตลงร้อยละ 25 ดังนั้น มูลนิธิมาดามแป้ง จึงหวังว่าการมอบเครื่องช่วยชีวิตผู้ป่วยแบบอัตโนมัติ (Auto CPR) รุ่น AutoPulse ครั้งนี้ จะช่วยสนับสนุนการทำงานของโรงพยาบาลในพื้นที่ต่างจังหวัด ให้มีอุปกรณ์ที่ทันสมัย เสริมศักยภาพในการทำงานของบุคลากรฯ และหวังว่าการให้ในครั้งนี้จะช่วยสร้างขวัญและกำลังใจให้กับบุคลากรทางการแพทย์ ให้มีพละกำลังในการช่วยเหลือผู้ป่วยในพื้นที่ต่อไป

นายแพทย์ธนพล วิมลวรรณ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลโพนทราย จ.ร้อยเอ็ด กล่าวว่า “เครื่องช่วยชีวิตผู้ป่วยแบบอัตโนมัติ (Auto CPR) ช่วยเพิ่มอัตราความสำเร็จในการปั๊มคืนชีพจรผู้ป่วยได้อย่างรวดเร็วและสูงขึ้น หากปั๊มคนไข้คืนมาได้เร็วก็สามารถนำส่งคนไข้ไปโรงพยาบาลได้เร็วขึ้นด้วย”

สำหรับโรงพยาบาลโพนทรายตั้งอยู่ที่อำเภอโพนทราย จังหวัดร้อยเอ็ด เป็นโรงพยาบาลขนาดกลางการมอบอุปกรณ์การแพทย์แก่โรงพยาบาลในครั้งนี้ เพื่อเป้าหมายในการช่วยเหลือโรงพยาบาลที่ขาดแคลนอุปกรณ์ทางการแพทย์ และจะช่วยให้ผู้ป่วยให้ได้รับการรักษาด้วยอุปกรณ์ที่เพียงพอและทันสมัย เพิ่มโอกาสการรอดชีวิตให้กับผู้ป่วยในพื้นที่ต่างจังหวัด

มูลนิธิมาดามแป้ง ยังคงเดินหน้าเพื่อร่วมแบ่งปันทุกการให้ในสังคมไทย โดยท่านสามารถร่วมสมทบทุนสนับสนุนกิจกรรมของมูลนิธิมาดามแป้งได้ที่ ธนาคารกสิกรไทย ชื่อบัญชี มูลนิธิมาดามแป้งเพื่อโครงการสร้างสังคมแห่งการให้ เลขที่บัญชี 092-2-61340-0 #มูลนิธิมาดามแป้ง #ส่งต่อน้ำใจคนไทยไม่ทิ้งกัน

แพทย์เตือน ‘ไข้หวัดใหญ่’ รุนแรงกว่าไข้หวัดทั่วไปหลายเท่า แนะเด็กเล็กฉีดวัคซีนตั้งแต่ 6 เดือน สร้างภูมิก่อนป่วยหนัก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/762974

แพทย์เตือน ‘ไข้หวัดใหญ่’ รุนแรงกว่าไข้หวัดทั่วไปหลายเท่า แนะเด็กเล็กฉีดวัคซีนตั้งแต่ 6 เดือน สร้างภูมิก่อนป่วยหนัก

แพทย์เตือน ‘ไข้หวัดใหญ่’ รุนแรงกว่าไข้หวัดทั่วไปหลายเท่า แนะเด็กเล็กฉีดวัคซีนตั้งแต่ 6 เดือน สร้างภูมิก่อนป่วยหนัก

วันจันทร์ ที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

“ไข้หวัดใหญ่” อาการที่คล้ายไข้หวัดทั่วไปแต่รุนแรงกว่าหลายเท่า โดยเฉพาะในกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูงที่อาจมีภาวะแทรกซ้อนได้ ล่าสุดกรมควบคุมโรคเผยว่าปี 2566 คนไทยติดเชื้อไข้หวัดใหญ่ไปแล้วกว่า 200,000 ราย และยังไม่มีแนวโน้มที่จะลดลงเพราะคนไทยยังไม่มี “ภูมิคุ้มกัน” ไข้หวัดใหญ่ แพทย์แนะฉีดวัคซีนป้องกัน โดยเฉพาะเด็กเล็กควรฉีดวัคซีนตั้งแต่ 6 เดือน เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันก่อนป่วยหนัก

นายแพทย์กรธัช อชิรรุจิกร อายุรศาสตร์โรคเลือด ศูนย์อายุรกรรมและ แพทย์หญิงสุธิดา ชินธเนศ กุมารแพทย์ แพทย์ผู้ชำนาญการโรคระบบการหายใจในเด็ก ศูนย์กุมารเวช โรงพยาบาลวิมุต อธิบายอาการและอันตรายของโรคไข้หวัดใหญ่พร้อมแนะนำแนวทางการป้องกันเพื่อให้ทุกคนได้ใช้ชีวิตอย่างแข็งแรงปลอดภัยในช่วงสิ้นปีนี้

นายแพทย์กรธัช อชิรรุจิกรกล่าวว่า โรคไข้หวัดใหญ่ เกิดจากการที่ร่างกายได้รับไวรัสที่ชื่อว่า “อินฟลูเอนซา” (influenza) ซึ่งมีสายพันธุ์ที่ก่อให้เกิดโรคในมนุษย์อยู่ 4 สายพันธุ์ โดยโรคสามารถติดต่อด้วยการสัมผัสสารคัดหลั่งที่มีเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ เช่น การรับประทานอาหารร่วมกับผู้ป่วยโดยไม่ใช้ช้อนกลางและการพูดคุยใกล้ชิดกับผู้ป่วย เป็นต้น ผู้ป่วยจะมีอาการที่คล้ายไข้หวัดทั่วไป เช่น มีไข้ ไอ เจ็บคอ และมีน้ำมูก แต่จะมีอาการรุนแรงอื่นๆ ร่วมด้วย อาทิ มีไข้สูงหนาวสั่น ไอหนักจนนอนไม่ได้ปวดหัวมาก ปวดตัว น้ำมูกเยอะแน่นจมูก บางรายอาจมีอาการหายใจติดขัด หอบเหนื่อย และแน่นหน้าอก ร่วมด้วย

การติดเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่มักจะเกิดขึ้นได้ง่ายเมื่อเราใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับผู้ป่วย ซึ่งถ้าคนในครอบครัวหรือเพื่อนที่ทำงานติดเชื้อ ก็จะแพร่เชื้อสู่คนรอบข้างได้ง่าย วิธีป้องกัน ได้แก่ การรักษาสุขอนามัยโดยใช้แนวทาง “กินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือ” ตลอดจนการใส่หน้ากากอนามัยเมื่อต้องอยู่ใกล้กับผู้ป่วย ก็จะช่วยลดความเสี่ยงในการติดเชื้อไข้หวัดใหญ่ได้

อย่างไรก็ตาม ความรุนแรงของโรคไข้หวัดใหญ่นั้นจะแตกต่างกันไป บางคนอาจมีอาการรุนแรงมากหรือมีอาการแทรกซ้อน เช่น โรคปอดอักเสบ กล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ และโรคสมองอักเสบ ซึ่งมักเกิดกับผู้ที่เป็นกลุ่มเสี่ยงคือ เด็กเล็ก ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีโรคประจำตัว โดย แพทย์หญิงสุธิดา ชินธเนศ กล่าวเสริมว่า ในเด็กๆ ถือว่าน่าเป็นห่วง เพราะจะมีไข้สูงถึง 39-40 องศาเซลเซียส ติดต่อกัน 3-4 วัน อาจมีอาการหนาวสั่นสะท้านร่วมด้วยบางคนอาจมีอาการอ่อนเพลียปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ เบื่ออาหาร เสี่ยงต่อภาวะขาดน้ำ ซึ่งถือว่าอันตรายมากและต้องได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิด

ด้วยอาการที่รุนแรงในเด็กเล็กคุณพ่อคุณแม่จึงควรพาไปฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ตั้งแต่เนิ่นๆ เพื่อผ่อนหนักเป็นเบา ลดอาการรุนแรงเมื่อป่วยเป็นโรคไข้หวัดใหญ่ วัคซีนสามารถเริ่มฉีดได้ตั้งแต่อายุ 6 เดือนโดยควรฉีดเป็นประจำทุกปี เพราะแต่ละปีวัคซีนจะมีการพัฒนาตามการกลายพันธุ์ของไวรัสไข้หวัดใหญ่อยู่เสมอ ส่วนในเด็กอายุน้อยกว่า9 ขวบ กรณีเริ่มให้วัคซีนเป็นปีแรก จะต้องฉีด 2 ครั้ง ครั้งละ 1 เข็มห่างกัน 1 เดือน แต่สำหรับผู้ใหญ่ที่ไม่ได้ฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่มาหลายปีก็สามารถฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ได้โดยไม่ต้องฉีดหลายเข็ม

ทั้งนี้ การฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ไม่ใช่การป้องกันการรับเชื้อ เพราะทุกคนสามารถรับเชื้อไวรัสได้ตลอดเวลา แต่การรับวัคซีนช่วยให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันขึ้นมาต่อสู้กับไวรัสและการกลายพันธุ์ของไข้หวัดใหญ่ ช่วยให้ผู้ป่วยมีอาการไม่รุนแรง หรือในบางคนอาจจะไม่มีการแสดงอาการใดๆ วัคซีนไข้หวัดใหญ่สามารถฉีดร่วมกับวัคซีนอื่นๆ ได้ โดยต้องฉีดคนละตำแหน่ง และควรฉีดห่างจากวัคซีนอื่นๆ 2 สัปดาห์ เพื่อให้ง่ายต่อการวินิจฉัยในกรณีที่มีการแพ้วัคซีน ซึ่งกลุ่มที่ไม่ควรฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ ได้แก่ ผู้ที่แพ้วัคซีนไข้หวัดใหญ่รุนแรง ผู้มีอาการปลอกประสาทอักเสบหลังจากได้รับวัคซีน และผู้ที่แพ้ไข่รุนแรง

โรคไข้หวัดใหญ่ถือเป็นภัยร้ายที่เราไม่ควรมองข้าม โดยเฉพาะในกลุ่มเสี่ยงอย่างเด็กๆ ที่จะมีอาการรุนแรงกว่าคนอื่น แต่เราสามารถป้องกันได้ด้วยการรักษาสุขอนามัยและฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่เพื่อเสริมภูมิคุ้มกันเป็นประจำทุกปี ผู้ที่มีบุตรหลานก็สามารถพาไปรับวัคซีนได้ตั้งแต่ 6 เดือน เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันตั้งแต่เนิ่นๆ ให้สามารถต่อสู้กับเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ได้ในระยะยาว

ทั้งนี้ สามารถขอรับคำปรึกษาแพทย์โรงพยาบาลวิมุต ได้ที่ ชั้น 3 ศูนย์อายุรกรรม หรือโทรศัพท์นัดหมาย 02-0790030 เวลา 07.00-20.00 น. เรียกรถฉุกเฉินได้ที่โทร.02-0790191 และศูนย์กุมารเวช ชั้น 3 โทร.02-0790038 ตั้งแต่เวลา 08.00-20.00 น.หรือใช้บริการ Telemedicine ปรึกษาแพทย์ออนไลน์ผ่าน ViMUT Application คลิก https://bit.ly/372qexX

ผู้ชายแบบ‘MOO 1st Show’บนรันเวย์แฟชั่นวีค BIFW 2023

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/762979

ผู้ชายแบบ‘MOO 1st Show’บนรันเวย์แฟชั่นวีค BIFW 2023

ผู้ชายแบบ‘MOO 1st Show’บนรันเวย์แฟชั่นวีค BIFW 2023

วันจันทร์ ที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

เป็นอีกหนึ่งโชว์บนรันเวย์แฟชั่นวีคในงาน Siam Paragon Bangkok International Fashion Week 2023 ณ ลานพาร์ค พารากอนที่เปิดตัวคอลเลคชั่นพิเศษได้อย่างน่าสนใจ MOO (หมู) แบรนด์เสื้อผ้าผู้ชายและไลฟ์สไตล์ นำโดย หมู-พลพัฒน์ อัศวะประภา ดีไซเนอร์และผู้ก่อตั้ง Asava Group ได้พาทุกคนไปรู้จักตัวตนของ MOO และเน้นย้ำให้เห็นถึง DNA ของแบรนด์ ผ่านเสื้อผ้าที่รวบรวมความแปลกใหม่จากนวัตกรรมเชิงเทคนิคผสานกลิ่นอายสไตล์Workwear, American Preppy และ Streetwearที่ปรับให้ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของผู้ชายในยุคปัจจุบันได้อย่างลงตัว

คอลเลคชั่นพิเศษนี้นอกจากจะพาทุกคนไปรู้จักตัวตนของ MOO และ DNA ของแบรนด์แล้วนั้น ยังนำเสนอการผสมผสานเทคนิคในแบบฉบับ MOO ที่ดึงความสนุกสนานผ่านดีไซน์อันคลาสสิกโดยคำนึงถึงฟังก์ชั่นในการใช้งานและสามารถสวมใส่ได้จริงอันเป็นหัวใจหลักของแบรนด์ รวมไปถึงการรวบรวมรายละเอียดและวัสดุที่ MOO มักจะหยิบมาใช้ให้เห็นอยู่บ่อยๆ ไม่ว่าจะเป็นการเลือกใช้สีที่บ่งบอกถึงความเป็นแบรนด์ การตัดเย็บด้วยเนื้อผ้าอันหลากหลาย ตลอดจนรายละเอียดต่างๆ ที่ถูกสอดแทรกอยู่ในองค์ประกอบประจำคีย์ลุค ไม่ว่าจะเป็นลายเพสลี่ย์โททัลลุค (Paisley Set) ไอเทมลายทาง (Stripe) ในซิลลูเอทซิกเนเจอร์

นอกจากนี้ ยังมีไฮไลต์สำหรับสายสตรีทอย่าง ผ้าลายทหาร (Camo) ที่มาพร้อมดีเทลใหม่ๆ และผ้ายีนส์ (Denim) ที่ถ่ายทอดกลิ่นอายความวินเทจเฉพาะตัว ตลอดจนแอคเซสซอรี่อย่าง หมวกแก๊ป กระเป๋า และผ้าพันคอ ที่ช่วยเสริมลุคให้ดูโดดเด่น สามารถนำมาแมทช์เข้าคู่กับทุกไอเทมของทางแบรนด์ได้อย่างลงตัว การต่อยอดดีไซน์ที่ก้าวไปพร้อมการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ แต่ยังคงเอกลักษณ์เฉพาะตัวไว้อย่างชัดเจน ดังแนวคิดหลักที่อยากให้เรื่องของ MOO เป็นเรื่องหมู หมู ของทุกคน

ตามไปอัปเดตคอลเลคชั่นต่างๆ จาก MOO ได้ที่ MOO Flagship Store ชั้น 2 โซนดีพาร์ทเมนท์สโตร์ (แผนกเสื้อผ้าบุรุษ) ศูนย์การค้าสยามพารากอน และ ชั้น 1 โซน Comma And ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ และช่องทางออนไลน์ที่ Website : www.moomoothings.com, Line Official : @moomoothings, Lazada : https://www.lazada.co.th/shop/moomoothings/, MOnline : https://monline.com/th/moo-moo-thingsและ Lifestyle Firster : https://lifestyle.firster.com/brand/moo

AWC เปิดตัว ‘Kissuisen’ ห้องอาหารญี่ปุ่น 4 ร้านต้นตำรับระดับพรีเมียมแห่งแรก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/762976

AWC เปิดตัว ‘Kissuisen’ ห้องอาหารญี่ปุ่น 4 ร้านต้นตำรับระดับพรีเมียมแห่งแรก

AWC เปิดตัว ‘Kissuisen’ ห้องอาหารญี่ปุ่น 4 ร้านต้นตำรับระดับพรีเมียมแห่งแรก

วันจันทร์ ที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

บริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป จำกัด (มหาชน) หรือ AWC เปิดตัว “Kissuisen” (คิสซึอิเซน) ห้องอาหารญี่ปุ่นระดับพรีเมียมแห่งแรกที่รวมแก่นแท้ของวัฒนธรรมการรับประทานอาหารอันงดงามและหลากหลายของญี่ปุ่น มาไว้ที่โรงแรมแบงค็อกแมริออทเดอะ สุรวงศ์ รังสรรค์อย่างพิถีพิถันโดยเชฟชาวญี่ปุ่น เพื่อนำเสนอเมนูอาหารญี่ปุ่นสูตรต้นตำรับสุดพิเศษ 4 ร้านในที่เดียว ไม่ว่าจะเป็นร้าน “CHI IZAKAYA BAR & DINING” ในสไตล์อิซากายะที่มีชีวิตชีวา ร้าน “KAEN TEPPANYAKI AND GRILL” ในสไตล์เทปันยากิ กับศาสตร์แห่งไฟในการปรุงอาหาร ร้าน “SEIFU OMAKASE BAR” ในสไตล์โอมากาเสะจากวัตถุดิบชั้นเลิศตามฤดูกาล และ “MIZU SAKE BAR” สาเกบาร์ที่รวมสาเกหายากจากทั่วญี่ปุ่น ตกแต่งภายใต้คอนเซ็ปต์ “ดิน น้ำ ลม ไฟ” องค์ประกอบหลักสี่ประการตามปรัชญา “โกได (Godai)”ของญี่ปุ่น

นางวัลลภา ไตรโสรัส ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ปจํากัด (มหาชน) หรือ AWC กล่าวว่าห้องอาหารญี่ปุ่น ‘“Kissuisen” ได้รวบรวมศิลปะการทำอาหารญี่ปุ่นต้นตำรับ 4 ร้านไว้ในที่เดียว โดดเด่นด้วยเมนูอาหารจากวัตถุดิบระดับพรีเมียมตามฤดูกาล รังสรรค์โดยทีมเชฟผู้มีประสบการณ์และได้รับรางวัลระดับโลก นำโดย เชฟเอ็กซ์-อรรถพล ไนโต ถังทองเอ็กเซ็กคิวทีฟ เชฟ ประจำโรงแรมแบงค็อก แมริออท เดอะ สุรวงศ์ ที่จะมาผสานความเชี่ยวชาญกับเชฟอาหารญี่ปุ่นชั้นนำอย่าง เชฟยูอิชิ มิตซุย (Yuichi) และ เชฟเคน อิโนะอุเอะ เพื่อร่วมรังสรรค์เมนูสุดพิเศษที่เป็นเอกลักษณ์ให้กับผู้ที่ชื่นชอบอาหารญี่ปุ่นแบบดั้งเดิม รวมถึงการตกแต่งพื้นที่ภายในร้านอย่างสร้างสรรค์ เพื่อมอบประสบการณ์พิเศษเสมือนนั่งทานอาหารอยู่ในบ้านของชาวญี่ปุ่น ในใจกลางกรุงเทพฯ

“Kissuisen” (คิสซึอิเซน) มีความหมายในภาษาญี่ปุ่นว่า “ความบริสุทธิ์” สะท้อนความงดงามตามธรรมชาติ เพื่อเผยให้เห็นตัวตนที่แท้จริงของศาสตร์แห่งการปรุงอาหาร และศิลป์แห่งการตกแต่งที่ส่งผ่านออกมาผ่านงานออกแบบที่โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ตามขนบธรรมเนียมและวัฒนธรรมของการรับประทานอาหารประเภทต่างๆ ตั้งแต่บริเวณทางเข้าร้านที่พร้อมต้อนรับด้วยความผ่อนคลายไปกับบรรยากาศของสวนเซน ด้วยงานศิลปะบนพื้นทรายและต้นบอนไซ ภายในร้านตกแต่งด้วยวัสดุชั้นดีจากไม้ฮิโนกิ ไม้หอมศักดิ์สิทธิ์แห่งแดนอาทิตย์อุทัยที่ให้กลิ่นหอมอันมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ไปจนถึงองค์ประกอบของงานสถาปัตยกรรมเฉพาะตัวแบบญี่ปุ่น อาทิ เสื่อทาทามิ ฉากประตูเลื่อนโชจิ โถงต้อนรับแบบเก็งคัง ทางเดินไม้ริมระเบียง และการประดับตกแต่งภายในจากงานศิลปะรวมไปถึงถังไม้สาเก เพื่อสร้างบรรยากาศของการรับประทานอาหารและเพิ่มสุนทรียภาพในแบบฉบับของร้านอาหารญี่ปุ่นขนานแท้

ห้องอาหาร “Kissuisen” พร้อมนำเสนอความหลากหลายของอาหารญี่ปุ่นต้นตำรับไว้ในที่เดียว ประกอบด้วย CHI IZAKAYA BAR & DINING (ดิน) บริเวณชั้น 1 และชั้นลอย นำเสนออาหารญี่ปุ่นในสไตล์อิซากายะที่มีชีวิตชีวา ด้วยเมนูอาหารที่ได้รับการสร้างสรรค์และปรุงขึ้นเป็นพิเศษจากถ่านบินโจตันที่ให้กลิ่นอันเป็นเอกลักษณ์, KAEN TEPPANYAKI AND GRILL (ไฟ) บริเวณชั้น 3 นำเสนออาหารญี่ปุ่นในสไตล์เทปันยากิ ที่มอบประสบการณ์แห่งรสชาติด้วยศิลปะการแสดงและการทำอาหารอย่างสร้างสรรค์จากศาสตร์แห่งไฟและทักษะของเชฟผู้มากประสบการณ์

SEIFU OMAKASE BAR (ลม) บริเวณชั้น 4 นำเสนออาหารญี่ปุ่นในสไตล์โอมากาเสะ ถ่ายทอดศิลปะแห่งรสชาติอย่างประณีต คัดสรรวัตถุดิบเกรดพรีเมียม โดยฝีมือของเชฟ ยูอิชิมิตซุย คอร์สอาหารกลางวัน 12 คำราคา 5,888++ บาท และคอร์สอาหารค่ำ 15 คำ ราคา 8,888++ บาท และ MIZU SAKE BAR (น้ำ) สาเกบาร์ บริเวณดาดฟ้าชั้น 5 พร้อมเปิดประสบการณ์แห่งศาสตร์ของเครื่องดื่มสไตล์ญี่ปุ่น ด้วยสาเกบริสุทธิ์หายากหลากชนิดจากโรงกลั่นสุราในประเทศญี่ปุ่น และค็อกเทลสูตรพิเศษ พร้อมจับคู่กับเมนูอาหารว่างแบบญี่ปุ่นปิดท้ายค่ำคืนแสนพิเศษ

ห้องอาหาร “Kissuisen” ตั้งอยู่ภายในโรงแรมแบงค็อกแมริออทเดอะ สุรวงศ์ โดยห้องอิซากายะ ห้องไพรเวทไดนิ่งรูม ห้องเทปันยากิ และห้องโอมากาเสะ เปิดให้บริการทุกวัน ช่วงกลางวัน เวลา 11.30-14.30 น. และช่วงเย็น เวลา 18.00-22.00 น. และส่วนของสาเกบาร์ เปิดให้บริการทุกวัน ช่วงเย็น เวลา 17.00 น. จนถึงเที่ยงคืน สำรองที่นั่งล่วงหน้าได้ที่โทร.02-0885666 https://www.sevenrooms.com/reservations/kissuisen หรือติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ เฟซบุ๊ก https://www.facebook.com/kissuisenbangkok และอินสตาแกรม https://www.instagram.com/kissuisenbangkok/

เปิดตัวแล้ว‘โอลาฟ’ยักษ์นั่งพิงหมอนสามเหลี่ยม ครั้งแรกในโลก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/762983

เปิดตัวแล้ว‘โอลาฟ’ยักษ์นั่งพิงหมอนสามเหลี่ยม ครั้งแรกในโลก

เปิดตัวแล้ว‘โอลาฟ’ยักษ์นั่งพิงหมอนสามเหลี่ยม ครั้งแรกในโลก

วันจันทร์ ที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

กำลังกลายเป็นจุดเช็คอินแห่งใหม่ เมื่อไอคอนสยาม แลนด์มาร์คระดับโลกริมแม่น้ำเจ้าพระยา ร่วมกับ ฮ่องกงดิสนีย์แลนด์รีสอร์ท เปิดตัว โอลาฟ นั่งเอนพิงหมอนสามเหลี่ยม ขนาดใหญ่สูง 10 เมตร ณ ริเวอร์ พาร์ค ในงาน “Celebrate Like Never Before at ICONSIAM” ที่ไม่เพียงเป็นการฉลองครบรอบ 5 ปีแห่งการเป็น Global Destination หมุดหมายแห่งการท่องเที่ยวที่สำคัญของโลกของไอคอนสยามเท่านั้น แต่ยังเป็นการฉลองการเปิดตัว “เวิลด์ ออฟ โฟรเซ่น” (World of Frozen) ดินแดนธีมโฟรเซ่นสุดมหัศจรรย์ที่แรกในโลกที่ทุกคนรอคอย ที่กำลังจะมาถึงในวันที่ 20 พฤศจิกายนนี้ ณ ฮ่องกงดิสนีย์แลนด์ ด้วย

เป็นครั้งแรกในโลกที่จะได้พบกับ โอลาฟ (Olaf) ขนาดใหญ่ นั่งเอนพิงหมอนสามเหลี่ยมที่ออกเเบบสุดเอ็กซ์คลูชีฟเป็นลวดลายธีม “โฟรเซ่น” สะท้อนความเป็นไทยอันเป็นเอกลักษณ์ เพื่อไอคอนสยามโดยเฉพาะ โดยมีพิธีเปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่ไปเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ณ ริเวอร์ พาร์ค ชั้น G ไอคอนสยาม ซึ่งมีผู้บริหาร นายสุพจน์ ชัยวัฒน์ศิริกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไอคอนสยาม จำกัด และ Mr.Michael Moriarty กรรมการผู้จดการ ฮ่องกงดิสนีย์แลนด์รีสอร์ท ร่วมเปิดงาน พร้อมผองเพื่อน “โฟรเซ่น”อันเป็นที่รัก อย่าง อันนาและเอลซ่า และศิลปินชื่อดัง อชิรญานิติพน (แอลลี่) มาร่วมพูดคุยถึงอีเวนต์สุดพิเศษนี้

ครั้งนี้เป็นอีกความร่วมมือครั้งสำคัญที่สร้างปรากฏการณ์ยิ่งใหญ่ระดับเอเชีย โดยไอคอนสยามได้เนรมิตพื้นที่ริเวอร์ พาร์คเปิดตัว “โอลาฟ” ตัวละครจากแอนิเมชั่นชื่อดัง Frozen ขนาดยักษ์ที่ออกแบบสุดเอ็กซ์คลูซีฟเพื่อประเทศไทยเท่านั้น ในท่านั่งเอนพิงหมอนสามเหลี่ยมเป็นครั้งแรกในโลก ตั้งตระหง่านอยู่ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ต้อนรับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติที่มาเยือน ตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 30 พฤศจิกายน 2566 ณ ริเวอร์พาร์ค ชั้น G ไอคอนสยาม สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมโทร. 1338 หรือ http://www.iconsiam.com

‘แอลลี่-อชิรญา,ไอซ์-ปรีชญา,ทราย-อินทิรา,จี-สุภัทร’ ร่วม Talk ความรู้ด้านสุขภาพจิต

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/762962

‘แอลลี่-อชิรญา,ไอซ์-ปรีชญา,ทราย-อินทิรา,จี-สุภัทร’ ร่วม Talk ความรู้ด้านสุขภาพจิต

‘แอลลี่-อชิรญา,ไอซ์-ปรีชญา,ทราย-อินทิรา,จี-สุภัทร’ ร่วม Talk ความรู้ด้านสุขภาพจิต

วันจันทร์ ที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ศิลปินนักร้องขวัญใจคนรุ่นใหม่ แอลลี่-อชิรญา นิติพน Fresh Face of Maybelline ร่วมงานเปิดตัวโครงการ Brave Together โครงการช่วยเหลือการเข้าถึงการปรึกษาปัญหาทางใจ ซึ่งเกิดจาก Maybelline New York ประเทศไทย เเบรนด์เมคอัพอันดับ 1 ของโลก* จับมือ มูลนิธิสติแอพ (SATI App) เพื่อต้องการช่วยเหลือและวางรากฐานด้านสุขภาพจิตที่ดีให้กับทุกคน นำเสนอผ่านคอนเซ็ปต์ “Break The Wall In Your Heart” ทลายกำแพงในใจไปด้วยกัน โดยจัด Talk เกี่ยวกับความรู้ด้านสุขภาพจิต ในหัวข้อ “Brave Together and Mental Health Illness” และหัวข้อ “Building confidence & Inspiring Self-Esteem” โดย แจนิส ฮูผู้จัดการทั่วไปแผนกผลิตภัณฑ์อุปโภคของลอรีอัล ประเทศไทย กล่าวเปิดโครงการ Brave Together ได้เหล่าคนดังจากหลากหลายแขนง อาทิ ไอซ์-ปรีชญา พงษ์ธนานิกร, ทราย-อินทิรา เจริญปุระ ตัวแทนนักแสดง จี-สุภัทร ลอยลาวัลย์ นักธุรกิจ,ดุจดาว วัฒนปกรณ์ จาก RU OK Podcast, อมรเทพ สัจจะมุนีวงศ์ผู้ก่อตั้งมูลนิธิสติแอพ (SATI App),ศุภรัตน์ เทพรัตน์ Executive CreativeDirector และ ชัยฤทธิ์ นาสมยนต์ผู้จัดการทั่วไป Maybelline New Yorkประเทศไทย มาร่วมเป็น Speaker แชร์ประสบการณ์ด้านสุขภาพจิต ณ ลานสยาม สเคป (SIAM SCAPE) ชั้น 1, สยามสแควร์

ทั้งนี้ จากสถิติพบว่าผู้คนมากกว่า 3 ล้านคนในประเทศไทยมีสภาวะทุกข์จากปัญหาสุขภาพจิต และโดยเฉพาะในกลุ่ม Gen Z พบว่าในกลุ่มวัยนี้จะรู้สึกโดดเดี่ยวที่สุดสูงถึง 38% เมื่อเทียบกับคนรุ่นอื่นๆ อาทิ กลุ่ม Millennials 26% และ Gen X 15% โดยปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพจิตของพวกเขานั้นมาจากเพื่อน 33% และโซเชียลมีเดีย 25%* และโดยส่วนมากไม่ได้รับความช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญ เนื่องจากค่าใช้จ่ายหรือการเข้าถึง ที่มีอย่างจำกัด เพื่อส่งเสริมการพูดคุยและให้การสนับสนุนที่เข้าถึงได้สำหรับทุกคน

Brave Together โครงการช่วยเหลือการเข้าถึงการปรึกษาปัญหาทางใจ ถือเป็นโครงการที่ให้การสนับสนุน การช่วยเหลือให้บุคคลทั่วไป สามารถเข้าถึงการปรึกษาปัญหาทางใจแบบ 1:1 โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ผ่านแพลตฟอร์ม สติแอพ (SATI App) ที่ต้องการเป็นพื้นที่ปลอดภัยให้ทุกคนเข้ามาระบายความเครียด หรือความรู้สึกเศร้าของตัวเองได้โดยไม่ต้องเกรงกลัวที่จะถูกตัดสิน ผ่านทางอาสาสมัครผู้รับฟัง ได้ตลอด 24 ชั่วโมง สามารถดาวน์โหลด สติแอพ (SATI App) เพื่อพูดคุยกับอาสาสมัครได้แล้ววันนี้!ผ่านทางระบบ IOS และ Android

ที่ เมย์เบลลีน เราเชื่อในพลังของความมั่นใจในตนเอง และเชื่อว่าสุขภาพจิตที่ดีจะช่วยส่งเสริมพลัง ของความมั่นใจในตัวเองได้ ซึ่งในบางครั้งเมื่อมีปัญหาความเศร้า ความกังวล เราเพียงแค่ต้องการให้มีคนรับฟังเราด้วยใจ แต่เพียงเพราะคำว่า “ไม่กล้า” ก็อาจทำให้เกิดความรู้สึกทุกข์ใจมากขึ้นไปกว่าเดิม สำหรับผู้ที่มีความกังวลใจมีปัญหาที่อยู่ในใจ หลายๆ ครั้ง ไม่กล้าพูดเพียงเพราะกลัวการถูกตัดสินจากคนอื่นรวมถึงคนใกล้ชิด ก็อาจไม่กล้าถามด้วยเช่นกัน สิ่งนี้จึงทำให้เกิดเป็น “กำแพงที่มองไม่เห็น (Invisible Wall)” ส่งผลให้ความสัมพันธ์มีระยะห่างออกไปโดยไม่รู้ตัว เมย์เบลลีนและ มูลนิธิสติแอพ (SATI App) จึงถ่ายทอดโครงการนี้ผ่านคอนเซ็ปต์ “Break The Wall In Your Heart” ทลายกำแพงในใจไปด้วยกัน เพื่อให้ทุกคนกล้าถาม กล้าเล่า กล้าพูด อย่างเปิดใจ ไปด้วยกัน