‘อาร์ต-พศุตม์’งัดทุกวิชาทั้งชีวิตสู้!!! ติดใจงานพิธีกร ‘ทัวร์มาลง’ ได้ใกล้ชดผู้ชม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/762960

‘อาร์ต-พศุตม์’งัดทุกวิชาทั้งชีวิตสู้!!! ติดใจงานพิธีกร ‘ทัวร์มาลง’ ได้ใกล้ชดผู้ชม

‘อาร์ต-พศุตม์’งัดทุกวิชาทั้งชีวิตสู้!!! ติดใจงานพิธีกร ‘ทัวร์มาลง’ ได้ใกล้ชดผู้ชม

วันจันทร์ ที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

หล่อทุกอณูสำหรับคุณชายหมูกรอบอย่าง “อาร์ต-พศุตม์ บานแย้ม”ล่าสุดกับบทบาทการเป็นพิธีกรรายการสด“ทัวร์มาลง” ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา17.05-17.50 น. ทางช่อง MONO29เจ้าตัวบอกว่างานนี้งัดวิชาที่เคยร่ำเรียนและทำงานมาเอาออกมาใช้หมด โดยหนุ่มอาร์ต เผยบทบาทใหม่ให้ฟังว่า

“ดีมากและสนุกมากเลยครับ ได้เพิ่มประสบการณ์ใหม่ให้กับตัวเอง เพราะพิธีกรเป็นงานที่ผมไม่ถนัดมากที่สุดเท่าที่เคยทำมาในวงการบันเทิง แต่ก็อยากลองครับ อยากทลายกำแพงในเรื่องพิธีกรที่เราปฏิเสธมาตลอด จำได้เลยเข้ารายการวันแรกเกร็งมาก มานั่งดูย้อนหลังรับไม่ได้เลยว่าเราทำอะไรลงไป แต่พอมาทำงานบ่อยๆ ก็เริ่มปรับตัวได้ครับ รู้สึกว่าสบายขึ้นเยอะเลยซึ่งทีมงานรายการให้อิสระทางความคิดกับเราเยอะมาก ถึงจะมีสคริปต์แต่ให้เราทำงานด้วยความเป็นตัวเราเองมากครับ รายการนี้แค่มาดูพิธีกรนั่งคุยกันก็ขำตัวโยกแล้วครับ อย่างบนโต๊ะข่าวตัวผมเองจะเป็นตัวเปิด เปิดหัวเรื่องแล้วก็ให้พี่ๆ คนอื่นมาเสริมมาแจม ช่วยกันคอมเม้นต์แสดงความคิดของข่าว ผ่านมุมมองของแต่ละคน บางคนก็มีเรื่องลับในวงการที่หลายคนยังไม่รู้แอบเอามาเม้าท์ให้รู้ก่อนในรายการเป็นความเอ็กซ์คลูซีฟของทัวร์โดยเฉพาะ เอาคนปริศนามาทายกันว่าใครที่เป็นข่าวมันจะมีความสนุกตรงนี้ที่สำคัญการได้โต้ตอบความคิดเห็นจากคอมเมนต์ผู้ชมเหมือนเราได้แลกเปลี่ยนมุมมองกันได้เห็นทัวร์ในแต่ละด้านว่าเขามีเอฟเฟกท์ต่อข่าวที่เกิดขึ้นอย่างไร นี่คือสิ่งที่สนุกและไม่ซ้ำจำเจครับ ซึ่งตอนนี้ผมก็เข้าที่เข้าทางแล้วอยากมาทำงานพิธีกรทุกวันเลย ตอนแรกคิดว่าอ่านข่าวทัวร์ลงแล้วจะมีทัวร์มาลงเรารึเปล่า ตอนนี้ยังไม่มีนะครับได้รับฟีดแบ๊กดีมาก กลับกลายเป็นมีแต่คนชอบการอ่านข่าวในแบบที่ผมเป็นจากนี้ก็จะพยายามเพิ่มความสนุกเพิ่มความชำนาญในการเป็นพิธีกรให้มากยิ่งขึ้นครับ” ติดตามความหล่อแต่เม้าท์แซ่บระดับ “อาร์ต-พศุตม์”ได้ในรายการ “ทัวร์มาลง” ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 17.05-17.50 น.ทางช่อง MONO29 พร้อมไลฟ์สดทุกแพลตฟอร์มออนไลน์ ทั้ง Facebook,YouTube ช่อง MONO29

‘Slot Machine’ ชวนชมคอนเสิร์ต ‘B-SIDE’ ใกล้ชิดกระทบไหล่ จัดเต็ม!

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/762961

‘Slot Machine’ ชวนชมคอนเสิร์ต ‘B-SIDE’ ใกล้ชิดกระทบไหล่ จัดเต็ม!

‘Slot Machine’ ชวนชมคอนเสิร์ต ‘B-SIDE’ ใกล้ชิดกระทบไหล่ จัดเต็ม!

วันจันทร์ ที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

จบลงไปด้วยความประทับใจกันสุดๆ สำหรับ “BUD LIVEHOUSE SPECIAL : Slot Machine กว่า…เรา(จะ)มาอย่างสันติ” ของ Slot Machine วงร็อกมาดคูลแถวหน้าของเมืองไทย ที่ครั้งนี้ขอเปิดยานแม่ชวนแฟนพันธุ์ลึกมาร่วมย้อนเวลาผ่านบทเพลง B-SIDE โชว์พิเศษที่ไม่เน้นเพลงฮิตและเล่าเรื่องราวการทำงานตั้งแต่อัลบั้มแรก-ซิงเกิ้ลล่าสุด พร้อมบรรยากาศที่ใกล้ชิดแฟนเพลงแบบกระทบไหล่ที่สุด บนเวทีวงกลมครั้งแรก! ในค่ำคืนวันที่ 10 ตุลาคม ที่ผ่านมาที่ Lido Connect Hall 3

เริ่มต้นโชว์ด้วยวงเปิดอย่าง “เกิบ ณัฐพงศ์ (เกิบ จาก เวที The Voice)” ที่มาโชว์เสียงละมุนพร้อมกีตาร์โปร่ง กับเพลง นักท่องเวลา, แลหวัน, คำสุดท้าย ต่อเนื่องด้วย Sound Check Partyวง “ขุนแผนยังแขวนกูแบนด์” ซึ่งก็คือทีมงานเทคนิเชี่ยนของ Slot Machine ที่ขอโชว์ 3 เพลงซูเปอร์ฮิตของวง อย่างเพลง เคลิ้ม, รุ้ง, ผ่าน ทำเอาแฟนเพลงกรี๊ดพร้อมส่งเสียงร้องกันดังลั่นฮอลล์กันไปเลย

จากนั้นก็ถึงเวลาของยานแม่ และการปรากฏตัวของ เฟิด-ร้องนำ, แก๊ก-เบส และ วิทย์-กีตาร์ ที่ขอทำเซอร์ไพรส์เดินสู่เวทีวงกลมผ่านแฟนเพลงในระยะประชิดที่ใกล้กันแบบกระทบไหล่กันไปเลย พร้อมเรียกเสียงกรี๊ดดังสนั่นฮอลล์ ตื่นตาตื่นใจกับซาวนด์ แสง สี กราฟิก สุดอลังการ พร้อมระเบิดความมันปลุกไฟเติมพลังทันทีกับซิงเกิ้ลล่าสุด “กำเนิด” และต่อด้วย “เรามาอย่างสันติ” เพลงตามคอนเซ็ปต์ของคอนเสิร์ตในครั้งนี้ โดย เฟิด พูดความในใจครั้งนี้ว่า “พวกเรารอคอนเสิร์ตแบบนี้มานานมาก ที่จะได้เจอแฟนเพลงใกล้ชิดและมีโอกาสได้เล่นอีกหลายเพลงที่ไม่เคยเล่นที่ไหน” หลังจากทักทายแฟนเพลงเสร็จก็จัดเซตลิสต์โชว์กันต่อไม่รอช้า เริ่มจากอัลบั้มแรก “Slot Machine” กับเพลงที่หาฟังยากอย่าง “หัวใช่เท้า” และเมดเล่ย์เพลง “ไม่รักก็บอกไม่รัก”, “ไม่ผิดสักคน”,“รอ” ต่อด้วยอัลบั้ม “Mutation” และอัลบั้ม “Grey” กับเพลง “ภาวนา”, “หลอน”, “We are The Rock”, “ฤดู” ที่ได้ร่วมงานกับ “สก็อตต์ วง TheMoffatts” และได้เป็นช่วงที่ “วิทย์-มือกีตาร์” ได้เข้ามาเป็นสมาชิกของวงอีกด้วย ตามต่อด้วยอัลบั้ม “Cell” ที่มีเพลงฮิตขึ้นหิ้งอย่าง “จันทร์เจ้า” ที่กวาดรางวัลทางดนตรีกว่า 11 รางวัล และการร่วมงานกับโปรดิวเซอร์หนุ่มหล่อลูกครึ่ง “เจ-มณฑลจิรา” ในพาร์ทนี้วงเลือกเพลง “ฝันกลางวัน”, “พระอาทิตย์ทรงกลด”, “พลูโตที่รัก”, “พอ” กับไลท์ติ้งไล่เฉดโทนสว่างของท้องฟ้าสู่ความอบอุ่นของดวงอาทิตย์ และจักวาล ทำแฟนเพลงร้องตามและฟูลฟีลกันสุดๆ ในพาร์ทนี้ ไปกันต่อที่อัลบั้ม “Rainbow” กับเพลง “ค่ำคืนที่เดียวดาย”, “ปริศนา” และต่อเนื่องความมันกับลิสต์เพลงสากล อย่าง “Girl Do It Again”, “The Land of Himmaphan”, “หลับตา”, “Siren song”, “4th Kind”, “Know Your Enemy” จากอัลบั้ม “Spin The World” และอัลบั้ม “Third Eye View” ที่เผยเรื่องราวการทำงานเพลงกับโปรดิวเซอร์มือฉมังระดับโลก อย่าง Daniel Denholm (แดเนียล เดนโฮล์ม), Steve Lillywhite (สตีฟ ลิลลี่ไวท์), Justin Stanley (จัสติน สแตนลีย์), Brandon Darner (แบรนดอน ดาร์เนอร์) เข้าสู่ช่วงสุดท้ายที่วงขอทำเซอร์ไพรส์!! จัดซิงเกิ้ลใหม่ที่ยังไม่ปล่อย “AI” โชว์สดๆ+ไลท์ติ้งเท่ๆ ให้แฟนเพลงกลุ่มแรกได้ฟังก่อนใครบนโลก ก่อนที่ปล่อยเพลงปลายเดือนตุลาคมนี้ และปิดท้ายโชว์ส่งแฟนเพลงกลับบ้านด้วยเพลงชาติของวงอย่าง “จันทร์เจ้า” ที่ได้ยินแค่อินโทรเท่านั้น! เหล่าสาวกก็พร้อมใจกันชูมือขึ้นสูงทำสัญลักษณ์สามเหลี่ยมพร้อมร้องตามกันดังสนั่นฮอลล์กันสุดๆ

ตลอดโชว์กว่า 2 ชั่วโมง กับ “BUD LIVEHOUSE SPECIAL : Slot Machine กว่า…เรา(จะ)มาอย่างสันติ” เรียกได้ว่าจัดเต็มทั้งแสง สี เสียง กราฟิกสวยงามสุดอลังการสุดๆ ถึงแม้จะขอเรียกน้ำย่อยจัดคอนเสิร์ตไม่ใหญ่ แต่ Slot Machine ก็จัดเต็มโชว์ทุกสเตจให้แฟนเพลงสุดๆ เรียกได้ว่าเป็นค่ำคืนที่น่าประทับใจ ทั้งศิลปินและแฟนเพลงกันที่ต่างมาส่งมอบมวลพลังงานดีๆ ให้กันและกัน กับบรรยากาศที่อบอุ่นอินไซด์แบบนี้บนเวทีวงกลม

นับถอยหลัง! เทศกาลดนตรีสุดมันส์แบบ x 2 ‘TRANSMISSION & HARDMISSION Festival 2023’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/762963

นับถอยหลัง! เทศกาลดนตรีสุดมันส์แบบ x 2 ‘TRANSMISSION & HARDMISSION Festival 2023’

นับถอยหลัง! เทศกาลดนตรีสุดมันส์แบบ x 2 ‘TRANSMISSION & HARDMISSION Festival 2023’

วันจันทร์ ที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ใกล้เข้ามาทุกทีแล้ว สำหรับเทศกาลดนตรีอิเล็กทรอนิกส์ที่ชาว Trance และสายฮาร์ดคอร์รอคอยกันมายาวนานถึง 5 ปี อย่าง “TRANSMISSION & HARDMISSION Festival 2023” ที่ครั้งนี้จัดให้ฟินกันแบบเต็มๆ แบบคูณสอง ติดกัน 2 วันคือใน วันที่ 21 และ 22 ตุลาคม 2566 ณ BITEC Bangna กรุงเทพฯ จัดเสิร์ฟโดยโปรโมเตอร์ระดับคุณภาพอย่าง “Fourfront Entertainment Asia” นำทีมด้วย “ศักดิ์ชัย พุทธนรากุล”และ “Sean Ge” แท็กทีมกับ “UBIT Group” โดย “รัชต์เชียร ทิพธนากิตติพร” CEO พ่วงด้วยตำแหน่ง COO ของ “Spaceplus Bangkok” คลับอันดับ 1ของประเทศไทย และ “RichkidProduction” ที่มีหัวเรือใหญ่มากความสามารถอย่าง “ญาณาธรอิศมิ์ จารุเดชนิธิ” CEO ของบริษัท ที่มีผลงานการจัดมิวสิกเฟสติวัลที่ประสบความสำเร็จมากมายการันตี และยังรวมทั้งยังเป็นไดเร็กเตอร์ให้กับ “Spaceplus Bangkok” อีกด้วย

โดยทั้ง 3 โปรโมเตอร์ใหญ่ได้แง้มมาให้ตื่นเต้นเพิ่มแล้วว่า นอกจากไลน์อัพศิลปินที่คอนเฟิร์มชัวร์แล้ว ผู้จัดยังได้ทุ่มทุนสร้างเนรมิตสเตจสุดปัง2 วัน ไปกว่า 100 ล้านบาท งานนี้มั่นใจได้เลยว่า แสง สี เสียง เลเซอร์ สเปเชียลเอฟเฟกท์ใดๆ นั้น อลังการเว่อร์วังกว่าเวทีใดๆ ที่เคยจัดมาในประเทศไทยอย่างแน่นอน

โดยในพาร์ทของวันที่ 21 ตุลาคมนั้น เป็นคิวฟินเต็มๆ ของชาว Trance กับสเตจที่เปิดด้วยโชว์ที่มีชื่อว่า “The Awakening” ซึ่งจะเปิดตัวแบบสุดตื๊ดเอาใจสายตี้ด้วยไลน์อัพแน่นๆ ของเหล่าดีเจตัวท็อปประดับโลก ที่แค่เปิดชื่อก็มีหัวโยกแล้ว อาทิ MaRLO Pres (Tech Energy) | Cosmic Gate | Blastoyz | Ferry Corsten Pres System F | Will Atkinson | Daxson | Xijaro & Pitch และ Jonnie B

ชาร์จพักร่างกันชั่วขณะ แล้วมามันส์กันต่อแบบไปให้ถึงขีดสุดในวันที่ 22 ตุลาคม กับสเตจที่จะลุกเป็นไฟ เพราะมันส์สุด อลังการสุดด้วยแสงและซาวนด์แบบจุกๆ ไม่แพ้กัน โดยจะมาพร้อมกับธีม “The Prophecy” เสิร์ฟโชว์ดนตรีสไตล์ฮาร์ดคอร์ชวนโยกชวนโดด การันตีความร้อนแรง เร้าใจด้วยไลน์อัพสุดโหดเป็นลิสต์ศิลปินสายฮาร์ดคอร์ระดับท็อปอย่าง MC Villain | Ayrton L | Darren Styles | D-Block & S-te-Fan | Coone | Code Black | Keltek | Sefa | Mish และ Overdrive

งานนี้ใครที่มีบัตรแล้วในมือเตรียมร่างและเสียงกันไว้ให้พร้อม แล้วไปเจอกันในมหากาพย์ความมันส์แบบ x 2 ของทั้งสองสเตจ “TRANSMISSION & HARDMISSION Festival 2023” ได้ในวันที่ 21 และ 22 ตุลาคม 2566 นี้ ส่วนใครที่ยังไม่มี รีบไปจองบัตรกันอย่างด่วนที่ http://www.ticketmelon.com แต่ต้องรีบหน่อย เพราะ Sold Out กันไปแล้วหลายเฟส และถ้าอยากยกระดับความฟินแบบพิเศษขึ้นไปอีกขั้น สามารถจับจองบัตรแพ็กเกจเหนือระดับโซน “VVIP” และ “SVVIP” ได้ทาง http://www.theconcert.comรวมทั้งสามารถติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ facebook.com/TransmissionFestivalAsia

‘มุก, ไม้’ ใจตรงกัน! เชื่อ ‘ฟางเล่นไฟ’ ให้แง่คิดชีวิตเพียบ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/762959

‘มุก, ไม้’ ใจตรงกัน!  เชื่อ ‘ฟางเล่นไฟ’ ให้แง่คิดชีวิตเพียบ

‘มุก, ไม้’ ใจตรงกัน! เชื่อ ‘ฟางเล่นไฟ’ ให้แง่คิดชีวิตเพียบ

วันจันทร์ ที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

กระแสซีรี่ส์เรื่อง “ฟางเล่นไฟ” ภายใต้การผลิตของ “โมโนออริจินอล” ดูได้ไม่มีเซ็นเซอร์ที่ “MONOMAX” (โมโนแมกซ์) มาแรงจนฉุดไม่อยู่ และไม่วายที่จะถูกจับตามองเรื่องความหวือหวาของฉากต่างๆในเรื่องที่ถูกวิจารณ์สนั่นโลกโซเชียล แต่งานนี้สองนักแสดงนำอย่างนางเอกสาว “มุก-พิชานา อยู่สุข” และพระเอกหนุ่ม “ไม้-วฤธ ศิริสันธนะ” ต่างคอนเฟิร์มเป็นเสียงเดียวกันว่าซีรี่ส์ “ฟางเล่นไฟ”ไม่ได้มีแค่ฉากตบตีแย่งผู้ชายหรือเรื่องเซ็กซ์เท่านั้น แต่ยังสะท้อนสังคมและให้แง่คิดอีกมากมายเลยทีเดียว

โดย “มุก-พิชานา” กล่าวว่า “ฟางเล่นไฟจะเป็นเรื่องราวที่เล่าผ่านชีวิตหลักๆ ของผู้หญิง 2 คน ที่ใช้ชีวิตกันคนละแบบ ทางเลือกการใช้ชีวิตของผู้หญิงสองคนนี้อาจจะแตกต่างกันออกไป คนหนึ่งภายนอกอาจจะดูแรงแต่ข้างในของเค้าจริงใจ บริสุทธิ์ใจ แต่อีกคนข้างนอกอาจจะดูเรียบร้อยแต่ข้างในกลับคิดร้ายตลอด ซึ่งในความเป็นจริงไม่มีใครสมหวังในทุกเรื่องที่ตัวเองต้องการได้ค่ะ ทุกคนต่างเคยเจอกับความผิดหวัง แต่สุดท้ายชีวิตก็ต้องเดินต่อไป ซีรี่ส์จะสอดแทรกแง่คิดให้ยอมรับความเป็นจริงค่ะ อย่างเปรี้ยวชีวิตที่ต้องผ่านเรื่องราวมามากมายจนคิดว่าถ้าเป็นจริงจะผ่านไปได้อย่างไรแต่สุดท้ายแล้วเปรี้ยวก็เก็บเรื่องราวเหล่านั้นมาเดินหน้าต่อไปค่ะ”

ด้าน “ไม้-วฤธ” ได้เปิดเผยถึงแง่คิดของซีรี่ส์เรื่อง “ฟางเล่นไฟ” ว่า “สำหรับฟางเล่นไฟกระแสจะมีด้านบวกหรือลบนั้นผมก็อยากให้มองว่าเรื่องนี้มันเป็นเหมือนตัวอย่างหรือบทเรียนให้กับคนดูว่าอะไรดีอะไรไม่ดี ผลของการกระทำแต่ละอย่างมันจะพาไปในทิศทางไหน ก็ให้เก็บเอาไปเรียนรู้ เอาไปปรับใช้ในชีวิตประจำวัน เอาไปปรับใช้โดยเฉพาะเด็กวัยรุ่นที่จะต้องใช้ชีวิตภายหน้า ที่เห็นอะไรไม่ดีทำโดยเปรี้ยว ทำโดยอ้อน ก็อย่าเอาไปเป็นตัวอย่าง หรือแม้แต่ตัวปรีดีที่อาจจะมีบางอย่างที่เค้าขาดความกล้าจนทำให้มีอุปสรรคในชีวิต ทำบางอย่างไม่สำเร็จ ก็อยากให้นำไปปรับใช้กับชีวิตของตัวเองครับ เพื่อที่จะไม่ทำผิดพลาดแบบที่ตัวละครเหล่านี้ทำครับ”ติดตามชมซีรี่ส์น้ำดีสอดแทรกแง่คิดมากมายเรื่อง “ฟางเล่นไฟ” แสดงโดย“มุก-พิชานา อยู่สุข” และ “ไม้-วฤธ ศิริสันธนะ” ได้แบบไม่มีเซ็นเซอร์ที่ MONOMAX (โมโนแมกซ์)

‘แบตฯลิเทียมไอออนจากแกลบ-ขยะโซลาร์เซลล์’ ผลงาน‘มข.’คว้ารางวัลนวัตกรรมแห่งชาติปี2566

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/763024

‘แบตฯลิเทียมไอออนจากแกลบ-ขยะโซลาร์เซลล์’ ผลงาน‘มข.’คว้ารางวัลนวัตกรรมแห่งชาติปี2566

‘แบตฯลิเทียมไอออนจากแกลบ-ขยะโซลาร์เซลล์’ ผลงาน‘มข.’คว้ารางวัลนวัตกรรมแห่งชาติปี2566

วันจันทร์ ที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

งานวิจัยจาก มหาวิทยาลัยขอนแก่น (มข.) คว้ารางวัลนวัตกรรมแห่งชาติ ประจำปี 2566 ด้านสังคมและสิ่งแวดล้อม ประเภทหน่วยงานภาครัฐ จากผลงงาน “แบตเตอรี่ชนิดลิเทียมไอออนจากแกลบและขยะโซลาร์เซลล์” จากสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) พร้อมจัดพิธีมอบรางวัล เมื่อวันที่ 5 ต.ค. 2566 ที่ผ่านมา ณ รอยัลพารากอน ฮอลล์ ชั้น 5 สยามพารากอน กรุงเทพฯ

รศ.ดร.นงลักษณ์ มีทอง ประธานหลักสูตรวิทยาศาสตร์แบตเตอรี่และพลังงานใหม่ มหาวิทยาลัยขอนแก่น กล่าวว่า แบตเตอรี่ชนิดลิเทียมไอออนจากแกลบและขยะโซลาร์เซลล์ เป็นการนำแกลบและขยะโซลาร์เซลล์มาผลิตเป็นวัสดุที่ชื่อว่า “นาโนซิลิกอน” ซึ่งสามารถใช้เป็นขั้วไฟฟ้าในแบตเตอรี่ชนิดลิเทียมไอออนได้ รวมถึงแบตเตอรี่ชนิดอื่นๆ ที่กำลังเกิดขึ้นในประเทศ

“เซลล์แบตเตอรี่ชนิดลิเทียมไอออนที่ผลิตได้มีความจุไฟฟ้าเพิ่มขึ้น 15% ทำให้ยานยนต์ไฟฟ้าที่ใช้แบตเตอรี่ชนิดนี้มีระยะการขับเคลื่อนได้ไกลขึ้นมีความปลอดภัยสูงขึ้น และรองรับการชาร์จเร็วกว่าเดิม 4 เท่า ส่งผลให้เกิดการนำเอาสิ่งของที่มีอยู่ภายในประเทศมาใช้ในการผลิตแบตเตอรี่เพื่อยานยนต์ไฟฟ้าและระบบกักเก็บพลังงาน”รศ.ดร.นงลักษณ์ กล่าว

รศ.ดร.นงลักษณ์ กล่าวต่อไปว่า นอกจากนี้แบตเตอรี่ชนิดลิเทียมไอออนจากแกลบและขยะโซลาร์เซลล์ ยังช่วยลดการนำเข้าวัตถุดิบจากต่างประเทศ ซึ่งจะเป็นการผลักดันให้เกิดห่วงโซ่คุณค่า ของอุตสาหกรรมแบตเตอรี่สมัยใหม่ได้อย่างครบวงจร ส่งเสริมเศรษฐกิจหมุนเวียนเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับแกลบและขยะโซลาร์เซลล์ ซึ่งเป็นของที่มีมูลค่าต่ำให้มีมูลค่าสูงขึ้น

โดยที่มูลค่าเหล่านั้นจะต้องสามารถสร้างประโยชน์และสร้างรายได้เพิ่มให้กับชาวนา จากการเป็นผู้ผลิตวัตถุดิบให้กับอุตสาหกรรมแบตเตอรี่ รวมถึงสามารถลดการทำเหมืองในรูปแบบเดิม ลดผลกระทบต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อม และหยุดการฝังกลบแผงโซลาร์เซลล์ ซึ่งจะนำไปสู่การรีไซเคิลขยะโซลาร์เซลล์ที่เหมาะสม และสามารถใช้พลังงานสะอาดได้อย่างยั่งยืน

สำหรับพิธีมอบรางวัล ในงาน “วันนวัตกรรมแห่งชาติ ประจำปี 2566” จัดขึ้นเพื่อเป็นการประกาศเกียรติคุณและเชิดชูเกียรติแก่คนไทยที่ริเริ่มสร้างสรรค์ผลงานอันเป็นนวัตกรรมที่โดดเด่น และเกิดคุณค่าที่ชัดเจนต่อประเทศชาติในหลากหลายด้านหรือหน่วยงานองค์กรที่มีการบริหารจัดการโดยใช้ความรู้ เทคโนโลยี และความคิดสร้างสรรค์มาประยุกต์ใช้

เพื่อให้เกิดการสร้างคุณค่าทั้งในเชิงพาณิชย์และเพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืนขององค์กรตั้งแต่ระดับยุทธศาสตร์ หรือกระบวนการ ไปจนถึงระดับโครงสร้าง ส่งเสริมให้เกิดการตื่นตัวด้านนวัตกรรมขึ้นในทุกภาคส่วนของสังคมไทย สร้างให้เกิดความภาคภูมิใจในศักยภาพนวัตกรรมจากฝีมือคนไทย และสร้างให้เกิดภาพลักษณ์สู่การเป็นประเทศแห่งนวัตกรรม

‘Chula The Impact ครั้งที่ 20’ รู้ลึก‘กฎหมาย’เพื่อดูแล‘เด็ก-เยาวชน’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/763022

‘Chula The Impact ครั้งที่ 20’  รู้ลึก‘กฎหมาย’เพื่อดูแล‘เด็ก-เยาวชน’

‘Chula The Impact ครั้งที่ 20’ รู้ลึก‘กฎหมาย’เพื่อดูแล‘เด็ก-เยาวชน’

วันจันทร์ ที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ผ่านพ้นไปแล้วกับรเสวนาวิชาการ Chula the Impact ครั้งที่ 20 เรื่อง “รู้ลึกกฎหมายและการดำเนินคดีเพื่อดูแลเด็กและเยาวชน” จัดโดยจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เมื่อช่วงกลางสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งสืบเนื่องจากข่าวอาชญากรรมความรุนแรงต่างๆ ที่ผู้กระทำผิดเป็นเด็กและเยาวชน จนกลายเป็นคำถามของสังคมเกี่ยวกับกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับความผิดของประชากรกลุ่มนี้ รวมถึงแนวทางการดูแลอย่างเหมาะสม

ณัฏฐพร รอดเจริญ อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า กระบวนการยุติธรรมทางอาญาสำหรับเด็กและเยาวชน นอกเหนือไปจากเรื่องของการเยียวยาผู้เสียหายแล้วนั้น ในอีกมุม เนื่องจากประเทศไทยอยู่ในสมาชิกภาคีอนุสนธิสัญญาสิทธิเด็กจึงต้องให้ความปกป้องคุ้มครองต่อเด็กด้วย ในกระบวนการดำเนินคดีทางอาญาจึงต้องมีการใช้กฎหมายและกระบวนการที่เป็นลักษณะเฉพาะขึ้นมา ไม่ว่าจะเป็นการดำเนินการอย่างไม่เคร่งครัด การปิดทุกอย่างให้เป็นความลับเพื่อให้เด็กไม่ถูกตีตรา

สามารถกลับตัวมาเป็นคนดีของสังคมและไม่หวนไปกระทำความผิดซ้ำอีก กระบวนการนี้จึงเป็นการทำให้สังคมกลับคืนสมดุล โดยอยากให้มองในภาพรวมเป็นหลัก ไม่ใช่ในกรณีใดกรณีหนึ่ง เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบต่อกระบวนการยุติธรรมในภาพรวม ทั้งนี้ สำหรับเด็กหรือเยาวชนเมื่อทำผิดจะถูกดำเนินคดีภายใต้ศาลเยาวชนและครอบครัว จะมีขั้นตอนการดำเนินคดีแตกต่างไปจากผู้ใหญ่

โดย พ.ร.บ.ศาลเยาวชนฯ ที่เป็นกฎหมายกำหนดขั้นตอนและวิธีการดำเนินคดีกับเด็กหรือเยาวชน มีเจตนารมณ์และบทบัญญัติที่มุ่งฟื้นฟูเด็กหรือเยาวชนที่ทำความผิดทางอาญามากกว่ามุ่งลงโทษ ซึ่งจะมีหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการกระทำความผิด จำแนกตามเกณฑ์อายุเด็กหรือเยาวชนเป็นหลัก และเป็นไปตามหลักการสากล ขณะที่ในส่วนของบทลงโทษของเยาวชนที่มีความแตกต่างจากผู้กระทำความผิดที่เป็นผู้ใหญ่นั้น เป็นเพราะเป้าประสงค์ของกระบวนการยุติธรรมทางอาญามีความต่าง โดยมองว่าเด็กคือทรัพยากรที่มีค่าที่สุดของโลก

มีความพึ่งพิงกับครอบครัวและปัจจัยหลายด้านของสังคม กระบวนการตัดสินใจมีปัจจัยหลายอย่างประกอบ ต่างจากอาชญากรที่เป็นผู้ใหญ่ที่ผู้กระทำความผิดอาจจะเกิดจากกระบวนคิดและวิจารณญาณ กระบวนการยุติธรรมจึงต้องแยกจากผู้ใหญ่ คดีเด็กและเยาวชนจะใช้หลักการไม่ควบคุมโดยไม่จำเป็น การควบคุมตัวมีระยะเวลาที่สั้นเพียง 24 ชม.สำหรับการจับกุมต้องแจ้งไปที่สถานพินิจ จากนั้นนำตัวไปศาลเยาวชนและครอบครัวเพื่อตรวจสอบการจับกุมว่าเด็กได้รับการปฏิบัติที่ถูกต้องหรือไม่

และระหว่าง 30 วัน ในการควบคุมตัวศาลเยาวชนและครอบครัวจะต้องกำหนดมาตรการที่เหมาะสม เช่น บำบัดรักษา ตรวจสภาพร่างกายและจิตใจ ตาม พ.ร.บ.ศาลเยาวชนและครอบครัว หลักการที่สำคัญคือเบี่ยงเบนคดีไม่ให้เด็กเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมโดยไม่จำเป็น ดังนั้นจะมีการดำเนินคดีพิเศษ ศาลสามารถทำแผนฟื้นฟู และดูว่าเด็กรู้สำนึกผิดหรือไม่ เพื่อไม่ต้องนำคดีขึ้นสู่ศาลอาญา

ส่วนในกรณีที่เด็กก่อเหตุอุกฉกรรจ์จะใช้มาตรการพิเศษแทนการดำเนินคดีอาญา โดยมีการกำหนดเงื่อนไข มีการใช้นักบำบัด นักจิตวิทยา สหวิชาชีพ เข้าอบรมเพื่อให้เด็กปรับปรุงตัวและคืนกลับเข้าสู่สังคมได้ ทั้งนี้คดีอาญาเด็กและเยาวชนมีหลักการคือ ต้องไม่นำเสนอข้อมูลส่วนบุคคลของเยาวชน ไม่มีการถ่ายภาพ บันทึกเสียง มีการห้ามคนที่ไม่เกี่ยวข้องเข้ารับฟังการพิจารณาคดี ที่สำคัญคือการไม่ตีตรา ให้ความสำคัญหรือให้พื้นที่สื่อกับผู้ก่อเหตุ เพื่อป้องกันการลอกเลียนแบบ

“มีข้อสังเกตที่ท้าทายว่า พฤติกรรมในกลุ่มวัยรุ่นตอนต้น อายุ 12-15 ปี ได้รับอิทธิพลจากสื่อค่อนข้างจะมาก ในส่วนที่จะพิสูจน์ว่าพวกเขารู้สึกหรือมีเจตนาที่จะกระทำความผิดทางอาญาหรือไม่นั้น อาจจะมีข้อพิจารณาในการแก้ไขข้อกฎหมายในอนาคต เช่น นำไปรวมกับกลุ่มวัยรุ่นอายุ 15-18 ปี ซึ่งศาลอาจจะพิจารณาว่าอาจต้องรับโทษทางอาญาหรือไม่ก็ได้” อาจารย์ณัฏฐพร กล่าว

ผศ.ดร.ณัฐสุดา เต้พันธ์ คณบดีคณะจิตวิทยา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวถึงคำถามหนึ่งที่ว่า “ทำไมเด็กและเยาวชนต้องได้รับการดูแลเป็นพิเศษ” นั่นเป็นเพราะ “เด็กและเยาวชนยังไม่อาจพัฒนากระบวนการคิด หรือมีแนวคิดด้านจริยธรรม แยกแยะถูกผิดได้เท่าผู้ใหญ่” ซึ่งกว่าจะรู้ว่าอะไรถูกหรือผิด ต้องผ่านกระบวนการคิดในช่วงพัฒนาการเสียก่อนนอกจากนั้น “ความรุนแรงมีที่มาที่ไปไม่ได้อยู่ดีๆ ก็เกิดขึ้น” และ 1 พฤติกรรมอาจไม่ได้มีเพียงคำตอบเดียว เช่น เกม การเลี้ยงดู ฯลฯ แต่เป็นทุกเหตุปัจจัยรวมกัน

“สิ่งที่เราช่วยกันได้คือการเริ่มสังเกตพฤติกรรมการใช้ความรุนแรงของเด็กๆ ทั้งทางร่างกาย วาจา และความรุนแรงที่กระทำต่อตัวเอง การทำร้ายตัวเอง ไม่ว่าจะเล็กน้อยแค่ไหน ถ้าเราไม่อยากให้ความรุนแรงยกระดับ เราต้องเริ่มฝึกสังเกตและยับยั้งความรุนแรงกันตั้งแต่แรก ถ้าเราสามารถช่วยเด็กๆ ให้สามารถตระหนักรู้ถึงอารมณ์ที่มีอยู่ข้างใน สื่อสารได้ออกมาอย่างเหมาะสมมีคนคอยรับฟัง ความรุนแรงที่เกิดขึ้นก็จะไม่มีการยกระดับจนนำไปสู่เหตุน่าสะเทือนใจ”ผศ.ดร.ณัฐสุดา กล่าว

วิจัย‘ภาวะกระดูกพรุนในอวกาศ’ ต่อยอดความรู้สู่การดูแล‘ผู้ป่วยติดเตียง’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/763023

วิจัย‘ภาวะกระดูกพรุนในอวกาศ’ ต่อยอดความรู้สู่การดูแล‘ผู้ป่วยติดเตียง’

วิจัย‘ภาวะกระดูกพรุนในอวกาศ’ ต่อยอดความรู้สู่การดูแล‘ผู้ป่วยติดเตียง’

วันจันทร์ ที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ปัจจุบันเป็นยุคของการเติบโตทางธุรกิจท่องเที่ยว “อวกาศ” ตลอดจนอุตสาหกรรมการผลิตนวัตกรรมต่างๆ ที่ใช้เทคโนโลยีซึ่งออกแบบเพื่อใช้สำหรับชีวิตในห้วงอวกาศหรือเทียบเท่าอย่างกว้างขวาง แต่สิ่งสำคัญที่สุดไม่ได้อยู่แค่เพียงการเตรียมวัตถุสิ่งของ แต่คือการเตรียมความพร้อมของ “ผู้เดินทาง” ที่จะต้องปรับตัวให้เข้ากับ “สภาพไร้แรงโน้มถ่วง” ซึ่งเป็นสภาวะที่มนุษย์ไม่คุ้นชิน

ศ.ดร.นพ.นรัตถพล เจริญพันธุ์ ผู้อำนวยการสถาบันชีววิทยาศาสตร์โมเลกุล และอาจารย์นักวิจัยประจำหน่วยวิจัยด้านแคลเซียมและกระดูก (COCAB – Center of Calcium and Bone Research) คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า มนุษย์จำเป็นต้องมีการเคลื่อนไหวที่เหมาะสม อยู่ในที่ที่แรงโน้มถ่วงพอเหมาะ ร่างกายจึงจะมีโครงสร้างที่แข็งแรง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนของกระดูก

“มีงานวิจัยจากหลายประเทศที่ค้นพบความผิดปกติของกระดูกอย่างชัดเจนทั้งในมนุษย์และสัตว์ที่ต้องเผชิญสภาพไร้น้ำหนักของห้วงอวกาศเป็นเวลานาน อย่างน้อยเป็นเวลา 2 สัปดาห์ขึ้นไปเนื่องจากกระดูกที่เคลื่อนไหวภายใต้สภาพไร้แรงโน้มถ่วง ตลอดจนเนื้อเยื่ออื่นๆ เช่น เนื้อเยื่อ ไขมัน กล้ามเนื้อ สมอง ฯลฯ จะขาดสัญญาณเชิงกล หรือแรงกระทำที่จะทำให้เซลล์ต่างๆ อยู่ในสภาพที่สมบูรณ์และส่งสัญญาณถึงกันได้เป็นปกติ ซึ่งโดยทั่วไปมวลแคลเซียมของกระดูกจะสัมพันธ์กับน้ำหนักตัว ภายใต้สภาพไร้แรงโน้มถ่วง น้ำหนักตัวจะหายไป กระดูกจะสูญเสียมวลแคลเซียมอย่างรวดเร็ว” ศ.ดร.นพ.นรัตถพล กล่าว

มหาวิทยาลัยมหิดล ได้ร่วมกับ สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือ GISTDA และองค์การสำรวจอวกาศญี่ปุ่น (JAXA) ลงนามความร่วมมือวิจัยที่นำไปสู่การสร้างสมมุติฐานของความเสี่ยงต่อภาวะกระดูกพรุนของผู้ที่ต้องใช้ชีวิตอยู่ในสภาพไร้น้ำหนักของห้วงอวกาศเป็นเวลานาน ภายใต้ทุนสนับสนุนจาก สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ทำให้เกิดการศึกษาเพิ่มเติมนอกเหนือจาก “สัญญาณเชิงกล” ต่อกระดูก ต่อเนื่องไปจนถึงข้อสงสัยที่มีต่อแรงกระทำที่เชื่อมโยงสู่อวัยวะในส่วนอื่นๆ ของร่างกาย

เช่น เนื้อเยื่อ และกล้ามเนื้อในส่วนต่างๆ ซึ่งโดยธรรมชาติเมื่อมนุษย์อยู่บนพื้นโลกที่มีแรงโน้มถ่วง จะรับรู้ได้ถึงแรงกด หรือแรงสั่นสะเทือนเมื่อเกิดการเคลื่อนไหว เช่น การเดิน การวิ่ง การกระโดด ฯลฯ เพื่อตอบโจทย์การออกแบบยาต้านกระดูกพรุนที่ออกฤทธิ์ได้อย่างตรงจุด หรือกิจกรรมที่จะช่วยป้องกันไม่ให้เกิดความเสี่ยงต่อภาวะกระดูกพรุน สำหรับชีวิตทั้งบนโลกและในห้วงอวกาศได้ต่อไป ของผู้ที่ต้องใช้ชีวิตอยู่ในสภาพไร้น้ำหนักของห้วงอวกาศเป็นเวลานาน

โดย JAXA และ GISTDA สนับสนุนให้นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยมหิดล ได้แก่ ศ.ดร.นพ.นรัตถพล พร้อมด้วย รศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ ผู้อำนวยการสถาบันบริหารจัดการเทคโนโลยีและนวัตกรรม (iNT) และอาจารย์ประจำภาควิชาวิศวกรรมชีวการแพทย์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ศึกษาเนื้อเยื่อของหนูทดลองที่เลี้ยงบนสถานีอวกาศนานาชาติ

นอกจากนี้ ภายใต้ทุนสนับสนุนจาก สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.)และ มหาวิทยาลัยมหิดล เปิดโอกาสให้ทีมนักวิจัยของ ศ.ดร.นพ.นรัตถพลศึกษาในเรื่อง “สัญญาณเชิงกลที่เชื่อมโยงสู่อวัยวะในส่วนอื่นๆ ของร่างกาย” เช่น เนื้อเยื่อ ไขมัน ลำไส้ และกล้ามเนื้อต่างๆ ซึ่งล้วนส่งสัญญาณมาปรับเปลี่ยนการทำงานของกระดูกทางอ้อม ซึ่งศ.ดร.นพ.นรัตถพล ให้ความเห็นว่า สำหรับในประเทศไทย เมื่อกล่าวถึงการเตรียมตัวไปใช้ชีวิตในอวกาศอาจไม่ได้รับความสนใจเท่าใดนักในปัจจุบัน

แต่หากได้มีการ “ประยุกต์ผลวิจัย” ดังกล่าวเพื่อ “สร้างความเข้าใจต่อกลไกที่ทำให้เกิดโรคกระดูกพรุนในผู้ป่วยติดเตียง” ซึ่งขาดการเคลื่อนไหวและออกกำลังกาย จนทำให้มีมวลกระดูกน้อยลง “เป็นปรากฏการณ์ที่คล้าย และมีจุดร่วมกับสิ่งที่เกิดขึ้นในนักบินอวกาศ”ก็อาจนำไปสู่หนทางแก้ไข และขยายผลสู่ระดับนโยบายที่จะส่งผลในเชิงบวกเพื่อการพัฒนาระบบสาธารณสุขของประเทศได้ต่อไปในอนาคต!!!

‘รพ.หลวงพ่อเปิ่น’ผสาน‘แพทย์แผนไทย-จีน’ ฟื้นฟู‘ผู้ป่วยระยะกลาง’ใช้ชีวิตได้ใกล้เคียงปกติ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/763025

‘รพ.หลวงพ่อเปิ่น’ผสาน‘แพทย์แผนไทย-จีน’  ฟื้นฟู‘ผู้ป่วยระยะกลาง’ใช้ชีวิตได้ใกล้เคียงปกติ

‘รพ.หลวงพ่อเปิ่น’ผสาน‘แพทย์แผนไทย-จีน’ ฟื้นฟู‘ผู้ป่วยระยะกลาง’ใช้ชีวิตได้ใกล้เคียงปกติ

วันจันทร์ ที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

คณะทำงานของ สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เยี่ยมชม “การดูแลฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ป่วยด้านการแพทย์ระยะกลาง (Intermediate Care : IMC)” หลังพ้นวิกฤต ณ โรงพยาบาลหลวงพ่อเปิ่น จ.นครปฐม ด้วยการแพทย์ผสมผสานระหว่างแพทย์แผนไทยและแผนจีน เมื่อช่วงต้นเดือนต.ค. 2566ที่ผ่านมา ซึ่ง นพ.ยุทธกานต์ ชินโสตร ผู้อำนวยการโรงพยาบาลหลวงพ่อเปิ่น กล่าวว่า ศูนย์บริการฟื้นฟูสมรรถภาพด้านการแพทย์ระยะกลาง (ศูนย์ IMC) เป็นการจัดบริการตาม Service Plan ของกระทรวงสาธารณสุข เน้นผู้ป่วย 4 กลุ่มโรค

ได้แก่ 1.หลอดเลือดสมองตีบหรือแตก 2.สมองบาดเจ็บหรือได้รับการกระทบกระเทือนจากอุบัติเหตุ 3.บาดเจ็บไขสันหลังจากอุบัติเหตุ และ 4.ผ่าตัดกระดูกข้อสะโพกหัก โดยให้บริการการฟื้นฟูแบบเข้มข้นในลักษณะของผู้ป่วยใน (IPD) ด้วยศาสตร์ผสมผสานจากแพทย์แผนตะวันตก แพทย์แผนไทย แพทย์แผนจีน ใช้ระยะเวลาการรับรักษาประมาณ 3 สัปดาห์ รวมไปถึงยังมีการให้บริการแบบผู้ป่วยนอก (OPD) อย่างไรก็ดีสำหรับการแพทย์ผสมผสานจะให้บริการตั้งแต่นักกายภาพบำบัด กิจกรรมบำบัด การฝึกพูด ฝึกกลืน

โดยแพทย์แผนไทยจะให้บริการ นวด ดึง รักษาอาการท้องผูก ข้อติด เป็นต้น ส่วนแพทย์แผนจีนก็จะมีการฝังเข็มร่วมด้วย ขณะเดียวกัน ในกลุ่มผู้ป่วยบาดเจ็บไขสันหลังที่จะเป็นกลุ่มอายุค่อนข้างน้อยก็จะมีกระบวนการการฝึกดำรงชีวิตอิสระโดยกลุ่มคนพิการที่มีประสบการณ์ตรง และผ่านการฝึกอบรมให้คำปรึกษา เพื่อให้ก้าวข้ามผ่านความพิการ และกลับมาใช้ชีวิตต่อไปในสังคมได้ ซึ่งจากการดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2559 มีผู้เข้ามารับบริการต่อปีประมาณ 130 ราย ส่วนมากเป็นกลุ่มผู้ป่วยเส้นเลือดสมองตีบหรือแตก

“มีการติดตามประสิทธิภาพในการฟื้นฟู โดย 90% ของผู้ที่เข้ารับบริการทั้งหมดแบบเข้มข้นสามารถกลับไปใช้ชีวิตได้ใกล้เคียงกับปกติ ที่นี่มีอุปกรณ์ให้ยืม ผ่านกองทุนที่สนับสนุนโดย สปสช. ร่วมกับองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ในการตั้งกองทุนฟื้นฟูสมรรถภาพที่จำเป็นในผู้สูงอายุผู้พิการ ผู้ป่วยระยะกึ่งเฉียบพลันที่ต้องการฟื้นฟู และผู้ป่วยที่ดูแลระยะยาว ซึ่งก็ตั้งเป็นธนาคารยืมคืนอุปกรณ์ เช่น เตียงลม อุปกรณ์ช่วยการเดิน ฯลฯ เพื่อให้ผู้ป่วยนำกลับไปใช้ที่ได้บ้าน” นพ.ยุทธกานต์กล่าว

นายรัฐการ พรรณพัฒน์ รองนายก อบจ.นครปฐม กล่าวเสริมว่า อบจ.นครปฐม ได้เข้าไปซ่อมแซมปรับปรุงบ้านผู้ป่วย หรือผู้ที่มีภาวะพึ่งพิงเพื่อให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นแล้วประมาณ 5 หลัง โดยใช้งบประมาณจากท้องถิ่นในการดูแล นอกจากนี้ ในส่วนของกายอุปกรณ์ก็ได้สนับสนุนงบประมาณที่ทาง อบจ. ร่วมกับสปสช. ลงไปดูแล โดยให้องค์การบริการส่วนตำบล (อบต.) ในแต่ละพื้นที่สำรวจและทำเรื่องขอเบิกงบประมาณได้ โดยในขณะนี้กำลังจะทำความตกลงร่วมกับวิทยาลัยเทคนิคในพื้นที่ เพื่อนำนักศึกษาเข้ามาช่วยเรื่องของการซ่อมแซมอุปกรณ์ที่อาจจะชำรุดได้

นพ.จเด็จ ธรรมธัชอารี เลขาธิการ สปสช. กล่าวว่า โรงพยาบาลหลวงพ่อเปิ่นเป็นตัวอย่างที่ดีในการดูแลผู้ป่วยระยะกลาง หรือ IMC และมีความ โดดเด่นเรื่องการบูรณาการจากหลายส่วน เช่น เมื่อได้รับการส่งต่อผู้ป่วยจากโรงพยาบาลจังหวัดก็จะมีการให้บริการแพทย์แผนไทย แพทย์แผนจีน นอกเหนือจากการทำกายภาพบำบัด รวมถึงยังมีการแนะนำเรื่องการประกอบอาชีพของผู้ป่วยอีกด้วย

อย่างไรก็ดี เมื่อได้ลงพื้นที่มาในครั้งนี้ สปสช. อาจจะต้องกลับไปปรับปรุงดูความเป็นไปได้ว่านอกเหนือจากการให้บริการกายภาพบำบัดแล้วจะสามารถเพิ่มเรื่องการดูแลโดยแพทย์แผนไทย แพทย์แผนจีน ฯลฯ เข้ามาได้หรือไม่ เพราะ สปสช. มีกลไกตรงนี้อยู่แล้ว เพียงแต่คิดว่าจะปรับกลไกทางการเงินเพื่อเสริมเข้าไป เช่น เดิมเรื่องของหมอนวดที่อาจจะยังไม่ชัดเจน โดยในปีหน้าก็จะทำให้ชัดเจนขึ้น ซึ่งคิดว่าน่าจะเป็นประโยชน์ผู้ป่วยกลุ่มนี้มากขึ้น

“ถ้าฟังจากที่ผู้อำนวยการเล่าว่าบูรณาการจากหลายแห่ง มีการรับผู้ป่วยจากนอกจังหวัดด้วย ตรงนี้ก็จะสนองนโยบายของรัฐบาลเรื่องบัตรประชาชนใบเดียวสามารถรับบริการที่ไหนก็ได้คิดว่าถ้ามีความเป็นไปได้ และโรงพยาบาลมีความพร้อมและพอใจในการให้บริการกับค่าตอบแทนที่ สปสช. ให้โรงพยาบาลหลวงพ่อเปิ่นเป็นตัวอย่างที่ดีที่จะขยายงานตรงนี้ลงไปในพื้นที่ต่างๆ ได้” เลขาธิการ สปสช. กล่าว

‘นิพิฏฐ์’ ค้าน จัดทำ ‘บัญชีรายชื่อ’ ‘ผู้มีอิทธิพล’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/561118

16 ต.ค. 2566

'นิพิฏฐ์' ค้าน จัดทำ 'บัญชีรายชื่อ' 'ผู้มีอิทธิพล'

ค้านรัฐบาล จัดทำ ‘บัญชีรายชื่อ’ ‘ผู้มีอิทธิพล’ ไม่มีกฎหมายรองรับ ‘นิพิฏฐ์’ ยกตัวอย่างรัฐบาลทักษิณก็ไปไม่รอด รัฐบาลลุงตู่ยังไม่ทำ

นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ อดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ โพสเฟซบุ๊ก มีเนื้อหาถึงการจัดทำบัญชีรายชื่อผู้มีอิทธิพล ว่าจะทำให้รัฐบาลตกอยู่ในความเสี่ยง หากใครถูกจัดเป็นผู้มีอิทธิพล และ มีรายชื่อหลุดออกมา โดยไม่มีกฎหมายรับรอง รัฐบาลจะกลายเป็นผู้มีอิทธิพลเสียเอง เพราะรัฐบาลมีความชอบธรรม ที่จะปกป้องคนดี ปกป้องสุจริตชน และจัดการผู้กระทำความผิดตามกฎหมาย

นิพิฏฐ์บอกว่า สมัย ทักษิณ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี เคยมีนโยบายจัดทำรายชื่อผู้มีอิทธิพล นายอำเภอเป็นคนจัดทำบัญชีรายชื่อ ผ่านทางผู้ใหญ่บ้าน และ กำนัน เป็นช่องว่างให้กำนัน/ผู้ใหญ่บ้าน ที่ไม่ชอบใคร ส่งรายชื่อคู่ขัดแย้งให้นายอำเภอ นายอำเภอจะเรียกให้ไปรายงานตัว ใครไม่ไปก็เกรงว่าจะได้รับอันตราย เมื่อไปรายงานตัวก็เท่ากับยอมรับว่า ตัวเองเป็นผู้มีอิทธิพล

ตอนนั้นเขาก็คัดค้านนโยบายนี้ และ บอกนายอำเภอว่า นายอำเภอไม่มีสิทธิเรียกใครมาสอบสวนในข้อหาผู้มีอิทธิพล สุดท้ายนโยบายนี้ก็ถูกยกเลิกไป โลกสมัยใหม่ การจัดทำบัญชีรายชื่อผู้มีอิทธิพล รัฐบาลยิ่งไม่มีสิทธิ รัฐบาลที่อ้างว่าเป็นประชาธิปไตย ใช้อำนาจอะไรบอกว่าใครคือผู้มีอิทธิพล รัฐบาลประยุทธ์ที่ท่านอ้างว่าเป็นเผด็จการ ก็ไม่กล้าทำเรื่องแบบนี้

หากรัฐบาลคิดว่านโยบายนี้ถูกต้อง ให้ลองดูในสภาก่อน อาจจะเจอผู้มีอิทธิพลตัวจริงนั่งอยู่ในสภาครึ่งหนึ่ง

‘พิพัฒน์’ เผย รัฐบาลเตรียมอพยพคนไทยเพิ่มวันละ 400 คน คาดหมดต้น พ.ย.

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/561085

15 ต.ค. 2566

'พิพัฒน์' เผย รัฐบาลเตรียมอพยพคนไทยเพิ่มวันละ 400 คน คาดหมดต้น พ.ย.

‘พิพัฒน์’ เผย ปัญหาอพยพคนไทย บางคนพลาสปอร์ตหาย เตรียมระดมสายการบิน พากลับเพิ่มวันละ 400 คน คาดหมดต้น พ.ย. ด้าน ‘รมว.ยุติธรรม’ ส่ง จนท. ดูแลปัญหาหนี้สิน

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่ากระทรวงแรงงาน เปิดเผยถึงการอพยพแรงงานไทยในอิสราเอลว่า วันพรุ่งนี้กองทัพอากาศจะพาแรงงานกลับมาอีก 137 คน ซึ่งนายกรัฐมนตรีกำลังหาวิธีระดมเครื่องบินเพิ่มให้ได้มากที่สุด แต่ขณะนี้ติดปัญหา แรงงานพาสปอร์ตหายระหว่างหลบหนี โดยทางกระทรวงการต่างประเทศเตรียมพาสปอร์ตสำรอง 8 พันเล่ม หลังจากนี้ไม่เกิน 3-4 วัน จะเดินทางกลับได้ไม่ต่ำกว่าวันละ 400 คน 

ขณะเดียวกันได้ส่งเจ้าหน้าที่กระทรวงแรงงานที่มีความชำนาญในอิสราเอลเพิ่ม 4-5 คน จากกระทรวงต่างประเทศ 10 คน เพื่อให้การทำงานรวดเร็วขึ้น เชื่อว่าต้นเดือนหน้า (พ.ย.) จะกลับมาได้ทั้งหมด ขอให้เเรงงานไทยดูเเลตัวเองให้ดีที่สุด ฟังประกาศเตือนจากอิสราเอลให้ดี มั่นใจว่าจะกลับมาอย่างปลอดภัยทุกคน 

ซึ่งคนที่ประสงค์เดินทางกลับและต้องการกลับไปอีกครั้ง หากใครที่ยังไม่หมดสัญญา ทางกระทรวงเเรงงานจะประสานให้กลับไปทำงานอีกครั้ง หรือ อาจจะจัดหางานในประเทศอื่นที่มีรายได้ใกล้เคียงกันให้ เพราะหลายคนต้องกู้หนี้ยืมสิน ทั้ง ค่าเอเจนต์ ค่าเดินทาง ยืนยัน จะพยายามช่วยเหลือให้ได้มากที่สุด ส่วนหากจะทำงานในไทย ขอให้เเจ้งที่กรมการจัดหางาน เพื่อหางานที่ถนัด บรรจุเข้าทำงานให้ได้ก่อน 


ด้านพ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ระบุว่า ต้องการให้เเรงงานไทยปลอดภัยทุกคน รับปากว่าจะเข้าไปช่วยเหลือดูเเลเรื่องหนี้สินของเเรงงานให้ได้รับความเป็นธรรม จะส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปดูเเลเเรงงานตามบ้านที่ลงทะเบียนไว้ ทั้งนี้แรงงานที่มีปัญหา ขอให้ส่งข้อมูลมาถึงรัฐบาล จะนำข้อมูลร่วมกันช่วยเหลือ โดยเฉพาะคนเจ็บเ รวมถึงอยู่ระหว่างหาทางช่วยเหลือคนไทยที่ถูกจับเป็นตัวประกัน