รัฐบาลไทย ออกค่าตั๋วแรงงานไทยใน ‘อิสราเอล’ เดินทางกลับเอง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/561082

15 ต.ค. 2566

รัฐบาลไทย ออกค่าตั๋วแรงงานไทยใน 'อิสราเอล' เดินทางกลับเอง

‘รมช.กต.’ เผย รัฐบาลไทยออกค่าตั๋วเครื่องบิน แรงงานไทยใน ‘อิสราเอล’ เดินทางกลับเอง พร้อมเชิญชวน ‘เอกชน’ สนับสนุนภารกิจ

ความคืบหน้าการช่วยเหลือชาวไทยใน “อิสราเอล” กว่า 30,000 คน นายจักรพงษ์ แสงมณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวว่า วันนี้รัฐบาลมารอต้อนรับผู้อพยพเป็นครั้งที่ 3 จํานวน 90 คน และรัฐบาลได้ออกมาตรการช่วยเหลือ เยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากความไม่สงบในอิสราเอล ดังนี้
 

1. เยียวยาแรงงานไทยในอิสราเอลในกรณีบาดเจ็บหรือเสียชีวิตจากสงคราม เป็นไปตาม สิทธิประโยชน์ที่ได้รับจากกองทุนเพื่อช่วยเหลือคนหางานไปทํางานในต่างประเทศ ซึ่งมีการเยียวยาคนที่เดินทางกลับประเทศเนื่องจากภาวะสงคราม รวมถึงกรณีพิการและเสียชีวิต และค่าใช้จ่ายในการจัดการศพใน ต่างประเทศเท่าที่จ่ายจริงไม่เกิน 40,000 บาท (แต่ในกรณีของอิสราเอล ทางการอิสราเอลจะรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการส่งร่างผู้เสียชีวิตกลับภูมิลำเนาด้วย)

2. ท่านนายกรัฐมนตรีได้มีบัญชาให้รัฐบาลไทยรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการซื้อบัตรโดยสารเครื่องบินของพี่น้องชาวไทยที่ออกเงินค่าบัตรโดยสารเครื่องบินกลับประเทศไทยเอง ตั้งแต่มีการ ประกาศภาวะสงครามในอิสราเอลเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม ที่ผ่านมา 

3. มีเอกชนรายแรก คือ โรงแรมเอสซีปาร์ค ติดต่อเข้ามาเพื่อขออาสา บริการสนับสนุนรัฐบาลในรูปแบบของค่ารถรับส่ง ค่าห้องพักและอาหารสําหรับคนไทยที่อพยพและต้องการมาพักที่กรุงเทพฯ ก่อนกลับภูมิลําเนา นอกจากนั้น AIS ได้บริจาค SIM สนับสนุนภารกิจให้เจ้าหน้าที่ และ AIS กับ TRUE/DTAC ได้ช่วยส่งข้อความข่าวสารทาง SMS ให้กับพี่น้องคนไทยในอิสราเอลที่ใช้บริการ roaming นับตั้งแต่เมื่อวาน ซึ่งเป็นการช่วยกระจายข่าวสารให้กว้างขวางขึ้น ซึ่งภาคเอกชนท่านใดที่ประสงค์จะสนับสนุนในรูปแบบต่าง ๆ ตามความสะดวกก็สามารถติดต่อมาได้ รัฐบาลขอยืนยันว่าได้ทํางานตลอด 24 ชม. ทุกวิถีทางเพื่อให้คนไทยได้กลับบ้านสู่ครอบครัว

ช่วยเหลือแรงงานไทยเดินทางกลับจากอิสราเอลช่วยเหลือแรงงานไทยเดินทางกลับจากอิสราเอล

ช่วยเหลือแรงงานไทยเดินทางกลับจากอิสราเอลช่วยเหลือแรงงานไทยเดินทางกลับจากอิสราเอล

ช่วยเหลือแรงงานไทยเดินทางกลับจากอิสราเอลช่วยเหลือแรงงานไทยเดินทางกลับจากอิสราเอล

‘ตรีชฎา’ ยืนยัน ‘แจกเงินดิจิทัล’ ได้ไปต่อ ‘เพื่อไทย’ ศึกษามาดีก่อนออกนโยบาย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/561077

15 ต.ค. 2566

'ตรีชฎา' ยืนยัน 'แจกเงินดิจิทัล' ได้ไปต่อ 'เพื่อไทย' ศึกษามาดีก่อนออกนโยบาย

‘ตรีชฎา’ ยืนยันแจก ‘เงินดิจิทัล 10,000’ ได้ไปต่อ เผย ‘เพื่อไทย’ ศึกษามาดี ไม่เป็นภาระงบประมาณ ก่อนออกนโยบายหาเสียง

พรรคเพื่อไทย ยืนยัน โครงการเงินดิจิทัล 10,000 บาทเดินหน้าต่อ โดยนางสาวตรีชฎา ศรีธาดา รองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า จะไม่มีการระงับหรือยุติโดยเด็ดขาด มีแต่จะเดินหน้าต่อไปเพื่อทำให้โครงการนี้ประสบผลสำเร็จ ตามที่รัฐบาลได้กำหนดเป็นนโยบายรัฐบาลและแถลงต่อรัฐสภา ซึ่งเป็นการปฏิบัติตามนโยบายพรรคเพื่อไทยที่ได้หาเสียงไว้ในการเลือกตั้ง รายละเอียดและเงื่อนไขต่างๆ จะมีความชัดเจนภายในเดือนตุลาคมนี้ 

ขอให้คณะอนุกรรมการขับเคลื่อนโครงการเงินดิจิทัลได้สรุปแนวทางและเสนอเข้าที่ประชุมคณะกรรมการชุดใหญ่เพื่อพิจารณาให้รอบคอบเกิดความรอบคอบและเป็นประโยชน์กับพี่น้องประชาชนมากที่สุด
 

นางสาวตรีชฎา ยืนยัน หลักการของโครงการจะไม่เปลี่ยนแปลง แต่จะปรับเปลี่ยนบ้างในรายละเอียด เงื่อนไขบางเรื่อง ซึ่งนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง พูดชัดเจนแล้วว่า รัฐบาลรับฟังเสียงสะท้อนจากทุกฝ่ายไม่ว่าจะเห็นด้วยหรือไม่เห็น รวมทั้งจะนำข้อเสนอแนะที่สร้างสรรค์มาพิจารณา ซึ่งจะเกิดประโชน์ต่อส่วนรวมดังที่ทุกฝ่ายต้องการ 

ส่วนที่มาของเงิน 5.6 แสนล้านบาทจะนำมาจากไหนนั้น เชื่อว่าคณะกรรมการที่ขับเคลื่อนเรื่องนี้จะมีความชัดเจนออกมาอย่างแน่นอน ขอให้ทุกฝ่ายอย่ากังวล เพราะพรรคเพื่อไทยในฐานะเจ้าของนโยบายยืนยันว่าจะยึดมั่นวินัยทางการเงินและการคลังอย่างรัดกุม ที่ผ่านมาในการดำเนินนโยบายต่างๆ ของพรรคตั้งแต่พรรคไทยรักไทยมาจนถึงพรรคเพื่อไทย ยึดมั่นเรื่องวินัยการเงินการคลังมาโดยตลอด 

รองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า พรรคเพื่อไทยไม่ได้ดื้อดึงหรือดันทุรังอย่างปราศจากเหตุผล แต่ตรงกันข้ามพรรคได้ศึกษานโยบายแจกเงินดิจิทัล 10,000 บาท จากผู้เชี่ยวชาญต่างๆ มาโดยตลอด ตั้งแต่ริเริ่มกระทั่งได้ข้อสรุปว่าสามารถปฏิบัติได้จริง ไม่เป็นภาระทางงบประมาณแล้ว จึงมีการนำเสนอนโยบายต่อพี่น้องประชาชนในการเลือกตั้ง  

เมื่อเข้ามาเป็นรัฐบาลบริหารประเทศ นายกรัฐมนตรี ซึ่งดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และนายจุลพันธ์ ซึ่งเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง รับดูแลรับผิดชอบด้านการเงินการคลังของประเทศ เมื่อรับฟังข้อมูลและเสียงสะท้อนอย่างครบถ้วนรอบด้านแล้ว เชื่อว่าจะวางแนวทางการดำเนินนโยบายได้อย่างรัดกุมแน่นอน 

อีกทั้งการได้อดีตปลัดกระทรวงการคลังคนล่าสุด คือนายกฤษฎา จีนะวิจารณะ มาเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลังทำให้มั่นใจเพิ่มมากขึ้นว่าโครงการนี้จะมีประสิทธิภาพและเกิดผลตามนโยบายที่สร้างประโยชน์ให้พี่น้องประชาชนอย่างแน่นอน 

“โครงการเงินดิจิทัล 10,000 บาทเปรียบเหมือนการปั้มหัวใจ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจให้ฟื้นตัวจะเกิดพายุหมุนทางเศรษฐกิจและมีเรี่ยวแรงขยับขับเคลื่อนเดินหน้าไปได้ ประชาชนมีกำลังใช้จ่าย ร้านค้าร้านขายมีสภาพคล่อง ได้เงินเข้ามาหมุนเวียน ประชาชนสามารถสร้างอาชีพได้อย่างมั่นคง เศรษฐกิจฟุบมาหลายปี คนเดือดร้อนกันทั่ว ซึ่งก็เห็นๆ กันอยู่ ขอให้พี่น้องประชาชนอย่ากังวลใจ จะทำตามที่หาเสียงไว้กับพี่น้องประชาชน สร้างประโยชน์ให้พี่น้องประชาชนทุกคน และสร้างเศรษฐกิจประเทศให้กลับมากินดีอยู่ดีกันอีกครั้ง” รองโฆษกพรรคเพื่อไทยกล่าว

‘พวงเพ็ชร’ เตรียมจับมือสื่อใหญ่จีน ป้องกันอาชญากรรมทางไซเบอร์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/561067

15 ต.ค. 2566

'พวงเพ็ชร' เตรียมจับมือสื่อใหญ่จีน ป้องกันอาชญากรรมทางไซเบอร์

‘พวงเพ็ชร’ เตรียมเซ็น MOU สื่อใหญ่จีน วางแนวทางระหว่าง 2 ประเทศ ป้องกันข่าวลวง-อาชญากรรมทางไซเบอร์-แก็งค์ Call center

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงวันที่ 18-20 ตุลาคมนี้ นางพวงเพ็ชร ชุนละเอียด รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี มีกำหนดเดินทางเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีน เพื่อลงนามบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือ (MOU)  ด้านสื่อสารมวลชนและสารสนเทศระหว่าง กรมประชาสัมพันธ์กับกลุ่มสื่อแห่งชาติจีน (China Media Group : CMG) ซึ่งเป็นโอกาสเดียวกับที่ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี เยือนสาธารณรัฐประชาชนจีนอย่างเป็นทางการ ตามคำเชิญของจีน

นางพวงเพ็ชร กล่าวว่า ที่ผ่านมาไทยและจีน มีความสัมพันธ์และความร่วมมือในทุกมิติ ซึ่งเมื่อวันที่ 11 ตุลาคม 2566 ที่ผ่านมา ตน และนายหาน จื้อเฉียง (Mr. Han Zhiqiang) เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจําประเทศไทย ได้พบปะ และหารือกันในประเด็นที่รัฐบาลไทยและจีนให้ความสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นการจัดการข่าวลวง การปราบปรามอาชญากรรมทางไซเบอร์ และปัญหาแก็งค์ Call center ที่มีอย่างต่อเนื่อง 
 

ทั้งนี้เราเห็นตรงกันว่าสื่อไทย-จีน ควรร่วมมือและแบ่งปันข่าวสารกัน เพื่อป้องกันความเสียหายที่จะเกิดขึ้นจากปัญหาที่กล่าวมา โดยในการเดินทางเยือนสาธารณประชาชนจีนอย่างเป็นทางการครั้งนี้ ตนจะหารือกับ นายเซิ่น ไห่สง ผู้อำนวยการและบรรณาธิการใหญ่  CMG  เพื่อวางแนวทางการให้ความร่วมมือกันระหว่าง 2 ประเทศ

รัฐบาล ยืนยัน ก.แรงงาน ไม่มีนโยบายเก็บค่ารถบัสแรงงานไทยทำงาน ‘อิสราเอล’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/561059

15 ต.ค. 2566

รัฐบาล ยืนยัน ก.แรงงาน ไม่มีนโยบายเก็บค่ารถบัสแรงงานไทยทำงาน 'อิสราเอล'

‘รองโฆษกรัฐบาล’ ยืนยัน ก.แรงงาน ไม่มีนโยบายเก็บค่ารถบัสไปสนามบิน จากแรงงานไทยเดินทางทำงาน ‘อิสราเอล’ พร้อมแจงรายละเอียดที่ต่้องจ่าย 71,020 บาท

กรณีที่มีผู้โพสต์ข้อมูลระบุว่า จะไปทำงานที่ “อิสราเอล” ต้องเตรียมค่าใช้จ่ายกว่า 70,000 บาท และมีค่ารถบัสจากกระทรวงแรงงาน (ดินแดง กทม.) ไปสนามบินสุวรรณภูมิ จำนวน 2,500 บาท

นายคารม กล่าวว่า กรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงาน ได้ตรวจสอบข้อมูลและชี้แจงว่า ข้อมูลดังกล่าวไม่ถูกต้อง เนื่องจากค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปทำงานในรัฐอิสราเอลทั้งหมดเป็นเงินจำนวนประมาณ 71,020 บาท (ขึ้นอยู่กับอัตราแลกเปลี่ยน) และจะไม่มีค่าใช้จ่ายอื่น นอกจากรายการดังนี้

1. ค่าใช้จ่ายก่อนการเดินทาง เท่าที่จ่ายจริง ได้แก่ 
-ค่าธรรมเนียมการตรวจสอบประวัติอาชญากรรม 100 บาท 
-ค่าธรรมเนียมการขอรับหนังสือเดินทาง 1,500 บาท 
-ค่าตรวจสุขภาพ 3,250 บาท 
-ค่าบัตรโดยสารเครื่องบินเที่ยวเดียวจากประเทศไทยไปยังอิสราเอล ประมาณ 25,000 บาท 
-ค่าสมาชิกกองทุนเพื่อช่วยเหลือคนหางานไปทำงานในต่างประเทศ 400 บาท

2. ค่าใช้จ่ายหลังจากเดินทางไปถึงรัฐอิสราเอล ภายใต้โครงการความร่วมมือไทย-อิสราเอลเพื่อการจัดหางาน ได้แก่ ค่าธรรมเนียมจัดหางานที่ต้องจ่ายให้แก่บริษัทจัดหางานในรัฐอิสราเอลและค่าธรรมเนียมของโครงการความร่วมมือไทย-อิสราเอล รวมประมาณ จำนวน 3,549 เชคเกลอิสราเอล หรือประมาณ 40,000 บาท ขึ้นอยู่กับอัตราแลกเปลี่ยนในขณะนั้น ตามข้อกฎหมายแห่งรัฐอิสราเอล ซึ่งต้องจ่ายเมื่อเดินทางไปถึงรัฐอิสราเอล

“รัฐบาลม่งส่งเสริมให้ประชาชนมีงานทำ มีคุณภาพชีวิตที่ดี  ส่งเสริมสนับสนุนให้แรงงานไปทำงานต่างประเทศอย่างถูกต้องตามกฎหมาย สำหรับผู้ที่ต้องการมีงานทำ สามารถใช้บริการผ่านเว็บไซต์ “ไทยมีงานทำ.doe.go.th” หรือทาง Mobile Application “ไทยมีงานทำ””นายคารม ย้ำ

‘นิด้าโพล’ เผย ปชช. กังวล ‘เงินดิจิทัลวอลเลต’ แนะต้องปรับ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/561051

15 ต.ค. 2566

'นิด้าโพล' เผย ปชช. กังวล 'เงินดิจิทัลวอลเลต' แนะต้องปรับ

‘นิด้าโพล’ เผย ปชช. กังวล ‘เงินดิจิทัลวอลเลต’ ส่วนใหญ่อยากให้ไปต่อ แต่ต้องปรับ ขณะที่รับเงินมาจะนำไปใช้จ่าย มีบางส่วนไม่ขอรับเงิน ส่วนหากยกเลิกนโนบายความนิยม ‘เพื่อไทย’ ลดลง

ศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลสำรวจของประชาชน เรื่อง “การแจกเงินดิจิทัลวอลเลต ควรไปต่อหรือพอแค่นี้?” ระหว่างวันที่ 9-11 ตุลาคม 2566 จำนวน 1,310 หน่วยตัวอย่าง

กังวลของประชาชนต่อนโยบายการแจกเงินดิจิทัลวอลเลต 10,000 บาท ว่า อาจจะทำให้ได้ไม่คุ้มเสียกับประเทศ (เช่น เกิดภาวะเงินเฟ้อ ข้าวของแพงขึ้น ไม่กระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศ) ตามคำเตือนของ 99 นักวิชาการและคณาจารย์เศรษฐศาสตร์ 
อันดับ 1 ร้อยละ 30.92 ระบุว่า ค่อนข้างกังวล 
อันดับ 2 ร้อยละ 28.47 ระบุว่า ไม่กังวลเลย 
อันดับ 3 ร้อยละ 25.27 ระบุว่า กังวลมาก 
อันดับ 4 ร้อยละ 15.19 ระบุว่า ไม่ค่อยกังวล  
อันดับ 5 ร้อยละ 0.15 ระบุว่า ไม่ทราบ/ไม่ตอบ/ไม่สนใจ

ความคิดเห็นของประชาชนต่อการดำเนินนโยบายการแจกเงินดิจิทัลวอลเลต 10,000 บาท 
อันดับ 1 ร้อยละ 47.10 ระบุว่า ดำเนินนโยบายต่อ แต่ควรมีการปรับให้เข้ากับสถานการณ์ปัจจุบัน 
อันดับ 2 ร้อยละ 32.52 ระบุว่า ดำเนินนโยบายต่อตามที่ได้หาเสียงไว้ 
อันดับ 3 ร้อยละ 18.85 ระบุว่า ควรหยุดการดำเนินการในนโยบายนี้ได้แล้ว 
อันดับ 4 ร้อยละ 1.53 ระบุว่า ไม่ทราบ/ไม่ตอบ/ไม่สนใจ
 

ส่วนการรับเงินดิจิทัลวอลเลต 10,000 บาท ของประชาชน  
อันดับ 1 ร้อยละ 79.85 ระบุว่า รับเงินและนำไปใช้จ่าย 
อันดับ 2 ร้อยละ 13.51 ระบุว่า ไม่รับเงิน 
อันดับ 3 ร้อยละ 5.42 ระบุว่า รับเงิน แต่ไม่นำไปใช้จ่าย 
อันดับ 4 ร้อยละ 1.22 ระบุว่า ไม่ทราบ/ไม่ตอบ/ไม่สนใจ

ความคิดเห็นของประชาชนต่อคะแนนนิยมพรรคเพื่อไทย หากรัฐบาลยกเลิกนโยบายการแจกเงินดิจิทัลวอลเลต 10,000 บาท 
อันดับ 1 ร้อยละ 60.00 ระบุว่า ส่งผลกระทบให้คะแนนนิยมพรรคเพื่อไทยลดลง 
อันดับ 2 ร้อยละ 29.92 ระบุว่า ไม่ส่งผลกระทบใด ๆ กับคะแนนนิยมพรรคเพื่อไทย 
อันดับ 3 ร้อยละ 6.49 ระบุว่า ส่งผลให้คะแนนนิยมพรรคเพื่อไทยเพิ่มขึ้น 
อันดับ 4 ร้อยละ 3.59 ระบุว่า ไม่ทราบ/ ไม่ตอบ/ไม่สนใจ

นิด้าโพลนิด้าโพล

บุคคลในข่าว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/local/bangkok/2732824

เปิดตัวหนังสือ ในโอกาสจีเอ็มเอ็มแกรมมี่ครบรอบ 40 ปี ที่ศูนย์ประชุมสิริกิติ์

15 ต.ค. 2566 05:01 น.

เปิดตัวหนังสือ ในโอกาสจีเอ็มเอ็มแกรมมี่ครบรอบ 40 ปี ที่ศูนย์ประชุมสิริกิติ์

วัย 40  –  บุษบา ดาวเรือง และ ทรงกลด บางยี่ขัน เปิดตัวหนังสือ “Coming of Age 40 Years of GMM Grammy จุดเปลี่ยนชีวิต 80 ศิลปินซนคนแกรมมี่” ในโอกาสจีเอ็มเอ็มแกรมมี่ครบรอบ 40 ปี โดยมี ช้างน้อย กุญชร ณ อยุธยา และ ประภาวดี ธานีรณานนท์ มาร่วมงานด้วย ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ วันก่อน.

ส่งแรงใจให้คนไทยในอิสราเอลปลอดภัย หนังสือพิมพ์ ไทยรัฐ ยักษ์ใหญ่สารพัดสี จำหน่ายมากที่สุดของประเทศ ฉบับประจำวันอาทิตย์ที่ 15 ตุลาคม 2566

  • “ธนูเทพ” ประจำการรับใช้ท่านผู้อ่าน…สถานการณ์การสู้รบในดินแดนตะวันออกกลาง ระหว่างอิสราเอลกับกลุ่มฮามาส ยังดุเดือดรุนแรง ยิ่งล่าสุด รัฐบาลอิสราเอล ประกาศให้เจ้าหน้าที่จากหน่วยงานของสหประชาชาติ ถอนตัวออกจาก ฉนวนกาซา เพราะ กองทัพอิสราเอล เตรียมเปิดปฏิบัติการโจมตีครั้งใหญ่อีกระลอกเพื่อกวาดล้าง กลุ่มติดอาวุธฮามาส ในฉนวนกาซาให้สิ้นซาก…สถานการณ์สงครามส่อเค้ารุนแรงหนักหน่วงถึงขั้นมหาวิกฤติ ยิ่งสะท้อนภาพชัดว่า ชีวิตของแรงงานชาวไทย ที่ยังตกค้างอยู่ในพื้นที่สู้รบเหมือนแขวนอยู่บนเส้นด้าย
วิวาห์ชื่นมื่น  –  กิตติพงศ์ กิตติขจร ผอ.การท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เป็นประธานในงานวิวาห์ระหว่าง ตวงทอง แสงรัตนทองคำ บุตรี วีระพล แสงรัตนทองคำ–อรพิน สารสม กับ เสฏฐนันท์ วิธุรวานิชย์ บุตร โชติ วิธุรวานิชย์–ปรียนันท์ แม้นมาศ ที่โรงแรมอัศวิน แกรนด์ วันก่อน.
  • นาทีนี้จึงถือเป็นภารกิจเร่งด่วนของรัฐบาลภายใต้การนำของ เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ที่ต้องทำงานแข่งกับเวลาเพื่อเร่งช่วยเหลืออพยพ คนไทย ในพื้นที่สีแดงออกมาโดยเร็วที่สุด…ล่าสุด เมื่อวันที่ 13 ต.ค. นายกฯเศรษฐา ได้เชิญ ออร์นา ซากิฟ เอกอัครราชทูตอิสราเอลประจำประเทศไทย มาพบหารือที่ทำเนียบรัฐบาล โดยในการหารือ นายกฯ เศรษฐา ได้ระบุถึงสถานการณ์ความไม่สงบที่เกิดขึ้นใน อิสราเอล ด้วยความกังวล และแสดงความเสียใจต่อการสูญเสียชีวิตและทรัพย์สินจากภาวะสงคราม พร้อมทั้งยืนยันว่า ไทย ขอคัดค้านความรุนแรงที่เกิดขึ้นในทุกรูปแบบโดยทุกฝ่าย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อส่งผลกระทบต่อ ผู้บริสุทธิ์ รวมถึง คนไทย ด้วย …ขณะที่ เอกอัครราชทูตอิสราเอลฯ กล่าวว่า รัฐบาลอิสราเอล เสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยพร้อมให้ความช่วยเหลือประชาชนไทยและผู้บริสุทธิ์ทุกคน ยืนยันจะดูแลทุกคนที่อยู่ในประเทศอิสราเอลเหมือนเป็นพลเมืองของตนเอง แต่ขอให้เข้าใจว่า อิสราเอล เผชิญกับสงครามรูปแบบที่ไม่เคยเจอมาก่อน และทราบดีว่า รัฐบาลไทย ให้ความสำคัญสูงสุดในสวัสดิภาพและความปลอดภัยของ คนไทย ใน อิสราเอล ที่มีประมาณ 30,000 คน โดย รัฐบาลอิสราเอล ได้ติดตาม ประเมินสถานการณ์ และจัดแผนให้การช่วยเหลือคนไทย ที่ขณะนี้มี คนไทย 16 คน ถูกลักพาตัวอยู่ ทาง รัฐบาลอิสราเอล พร้อมให้ความช่วยเหลือเพื่อให้ คนไทยทั้ง 16 คน ได้รับการปล่อยตัว
เบิร์ธเดย์  –  โอกาส เตพละกุล นัดเพื่อนอดีตสมาชิกสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ มาร่วมงานเลี้ยงฉลองวันเกิดของ ภรณี ลีนุตพงษ์ โดยมี วิศิษฐ์ ลิ้มลือชา, มังกร ธนสารศิลป์, ทวี เตชะธีราวัฒน์ และ รศ.ดร.ใยอนงค์ ทิมสุวรรณ มาร่วมงานด้วย ที่โรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล วันก่อน.
  • นอกจากนี้ นายกฯเศรษฐา ได้ระบุภายหลังการหารือกับ เอกอัครราชทูตอิสราเอลฯ ว่าได้ขอร้องให้ช่วยคนไทย โดยเรื่องแรกขอให้ช่วยนำร่างคนไทยที่เสียชีวิตกลับมาประเทศไทยโดยเร็วที่สุด และเร่งช่วย คนไทย ที่ต้องการกลับประเทศไทย กว่า 6 พันคน โดยเบื้องต้นให้อพยพมายังที่ปลอดภัย โดยเอกอัครราชทูตอิสราเอลฯยืนยันรัฐบาลอิสราเอลให้ความสำคัญสูงสุดในการลำเลียงคนออกมาจากจุดต่างๆ มายังพื้นที่ปลอดภัยและพร้อมส่งกลับ รวมทั้งระหว่างรอทางรัฐบาลอิสราเอลให้ความสำคัญในการเข้ามาดูแลอย่างดีเท่าที่จะทำได้…ทั้งนี้ นายกฯเศรษฐา ยังเน้นย้ำว่าทางเอกอัครราชทูตอิสราเอลฯยืนยันภาวะสงครามไม่ได้ลดหย่อนลง ความเข้มข้นยังคงเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จึงได้ขอร้องและวิงวอน แต่ความจริงก็คือ การกดดันทางเอกอัครราชทูตฯ ว่าคนของเราไม่ได้มีความเกี่ยวข้อง หรือเป็นส่วนหนึ่งของข้อพิพาท แต่เรากลายเป็นชาติที่สูญเสียมากเป็นอันดับ 2 รองจาก สหรัฐอเมริกา และเรื่องสุดท้ายที่ขอไป คือเรื่องของ ตัวประกัน ขอให้ดูแลและให้เร่งเจรจาเพื่อนำตัวออกมาให้ได้…ถือเป็นการวางท่าทีที่ถูกต้องของ นายกฯเศรษฐา ที่มีทั้งการขอร้อง วิงวอน และแสดงท่าที กดดัน ผ่านไปถึง รัฐบาลอิสราเอล เพื่อให้เร่งช่วยเหลือ คนไทยให้ปลอดภัย ไม่ใช่ปล่อยไปตามยถากรรม
โปรดทราบ  –  ธณพร ตันติยานนท์, ณัฐ ครุฑสูตร, นพพร กีรติบรรหาร และ อาคิระ ซากาอิริ ฉลองความสำเร็จของงาน “Siam Paragon Bangkok International Fashion Week 2023” โดยมี ชนะชัย จรียะธนา และ ศักดิ์สิทธิ์ พิศาลสุพงศ์ มาร่วมโชว์ผลงานด้วย ที่สยามพารากอน วันก่อน.
  • หันมาทางด้าน การอพยพคนไทย กลับประเทศ มาถึงตอนนี้ได้มีการลำเลียง คนไทย ใน อิสราเอล กลับมาถึง ประเทศไทยแล้ว 3-4 ลอต โดยล่าสุด เช้าวันที่ 15 ต.ค. จะเดินทางถึง สนามบินสุวรรณภูมิ อีกประมาณ 100 คน และวันที่ 16 ต.ค. จะเดินทางกลับมาอีก 300 กว่าคน ในขณะที่มี คนไทย ใน อิสราเอล แสดงความจำนงที่จะกลับประเทศไทยอีก กว่า 6,000 คน ที่ยังรอความหวังเดินทางกลับแผ่นดินเกิด
น่าอยู่  –  อัษฎา แก้วเขียว และ อริสา นันทาภิวัฒน์ เปิดตัวโครงการ “Whizdom Craftz Samyan” คอนโดมิเนียมระดับพรีเมียมติดถนนพระราม 4 เจาะกลุ่มนิวเจนไลฟ์สไตล์ไม่ซ้ำใคร โดยมี อำนาจ เลิศประเสริฐวงศ์ และ พรปวีณ์ นีระสิงห์ มาร่วมงานด้วย ที่สำนักงานขายโครงการ วันก่อน.
  • ขณะที่ รัฐบาล โดย กระทรวงการต่างประเทศ ได้เร่งติดต่อประสานกับ ประเทศอียิปต์ และ สหรัฐ อาหรับเอมิเรตส์ รวมทั้ง ประเทศซาอุดีอาระเบีย เพื่อขอให้อำนวยความสะดวกในการ อพยพคนไทย จาก อิสราเอล เข้าไปพักคอย และขอนำ เครื่องบิน จากประเทศไทยเข้าไปรับกลับประเทศอีกทอดหนึ่ง รวมทั้งใช้ สายการบินพาณิชย์ พาคนไทยกลับประเทศ เพื่อให้เกิดความรวดเร็ว โดยทาง รัฐบาล ยืนยันว่าจะทำทุกวิถีทางที่สามารถทำได้เพื่อนำคนไทยกลับประเทศ
ชาร์จง่าย  –  พิชเยนทร์ หงษ์ภักดี เปิดตัว “Portable EV Charger” เครื่องชาร์จสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าแบบพกพา เจ้าแรกผลิตในประเทศไทย โดยมี อัญชลี พรมอ่วม, ณัฐพล ม่วงทํา, อัมพรสักก์ อังคทะวานิช และ เฟรยา ภาคภูมิ มาร่วมงานด้วย ที่ควอเทียร์ ซีเนอาร์ต ดิ เอ็มควอเทียร์ วันก่อน.
  • ในภาวะวิกฤติที่ พี่น้องคนไทยหลายพันคน ใน ประเทศอิสราเอล ยังตกอยู่ในสถานการณ์เสี่ยงเป็นเสี่ยงตาย “ธนูเทพ” ขอเชิญชวนให้พี่น้องประชาชนคนไทยร่วมกันส่งแรงใจให้แก่ เจ้าหน้าที่รัฐบาล ทุกฝ่าย ที่ปฏิบัติภารกิจในการ ช่วยเหลืออพยพคนไทยจากภัยสงคราม รวมทั้ง พี่น้องคนไทยในอิสราเอล ให้มีขวัญกำลังใจที่ดี มีความเข้มแข็ง และเดินทางกลับประเทศไทย โดยสวัสดิภาพและปลอดภัยทุกคน
ดื่มกาแฟ  –  อภิสิทธิ์ สิงหสัจจเทศ จัดงานเปิด “C.P.S. COFFEE” ร้านกาแฟรสชาติชั้นเลิศพร้อมเสิร์ฟคู่กับเบเกอรีแสนอร่อยสาขาใหม่ โดยมี อภินรา ศรีกาญจนา, บรูน่า ซิลวา, ศุภศิริ ลีลาพรพินิจ, มัลลิกา จาวลา และ ศศิยาพัชร์ สิรีกัญจน์ มาร่วมงานด้วย ที่โครงการวีฟร์ หลังสวน วันก่อน.
  • สังคมทั่วไป…ฉลองมงคลสมรส กษมา ประวัติเมือง ลูกสาว ประวิทย์–รศ.ดร.รัญจวน ประวัติเมือง กับ นพดล มิยาชิตะ ลูกชาย แมรี่ มิยาชิตะ ที่ห้องพระวิษณุ โรงแรมอัศวิน แกรนด์ คอนเวนชั่น 15 ต.ค. 11.30 น.
  • ฉลองสมรส ชุลีกร ช้างพลายจิต ลูกสาว จำเริญ–หนึ่งฤทัย ช้างพลายจิต กับ ณัฐพงศ์ โอภาสวานิช ลูกชาย ภัทรภร ธนวิริย เดชา ห้องพระพรหม โรงแรมอัศวิน แกรนด์ คอนเวนชั่น 15 ต.ค. 18.00 น.
  • ห้องอาหารครัวหลวง โรงแรมแมนดาริน ร่วมสืบสานเทศกาลอาหารเจ จัดเมนูชุดพิเศษ สำหรับเทศกาลอาหารเจ พร้อมขนมหวานและเครื่องดื่มคลายร้อน 15-23 ต.ค.นี้ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม 0-2238-0230
  • พระราชทานเพลิง พล.ต.อนุสรณ์ อุทธิเสน พี่ชาย อภิรัฐ อุทธิเสน ผู้สื่อข่าวไทยรัฐ จ.ศรีสะเกษ ที่วัดสันป่าสักวรอุไรธรรมาราม อ.หางดง จ.เชียงใหม่ 15 ต.ค. 15.00 น.
  • ฌาปนกิจศพ มงคล แสงเฟื่อง บิดา คมกฤช แสงเฟื่อง รีไรเตอร์ข่าวภูมิภาค นสพ.ไทยรัฐ ที่วัดมณฑป เขตตลิ่งชัน กทม. 15 ต.ค. 17.00 น.

“ธนูเทพ”

ผู้คนสงสารปาเลสไตน์ ประท้วงในอังกฤษ สหรัฐฯ ซิดนีย์ วอนอิสราเอลหยุดโจมตีกาซา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2732971

ผู้คนสงสารปาเลสไตน์ ประท้วงในอังกฤษ สหรัฐฯ ซิดนีย์ วอนอิสราเอลหยุดโจมตีกาซา

15 ต.ค. 2566 14:39 น.

ผู้คนสงสารปาเลสไตน์ ประท้วงในอังกฤษ สหรัฐฯ ซิดนีย์ วอนอิสราเอลหยุดโจมตีกาซา

ผู้คนเห็นใจและสนับสนุนชาวปาเลสไตน์ออกมาเดินขบวน ชุมนุมประท้วงในอังกฤษ สหรัฐฯ นครซิดนีย์ในออสเตรเลีย เรียกร้องอิสราเอลหยุดโจมตีฉนวนกาซา พร้อมประณามรัฐบาลอังกฤษและสหรัฐฯ ที่สนับสนุนอิสราเอล

สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน ผู้คนจำนวนมากออกมาเดินขบวนในกรุงลอนดอน และเมืองต่างๆ ทั่วสหราชอาณาจักร สหรัฐอเมริกา และในหลายประเทศ รวมทั้งออสเตรเลีย เพื่อแสดงการสนับสนุนและเห็นใจชาวปาเลสไตน์ในฉนวนกาซา ที่ถูกอิสราเอลโจมตีอย่างหนัก พร้อมกับเรียกร้องให้กองทัพอิสราเอลยุติปฏิบัติการทางทหารโจมตีฉนวนกาซา หลังจากกลุ่มฮามาสเปิดฉากโจมตีอย่างเหนือความคาดหมายเมื่อสุดสัปดาห์ที่แล้ว

ผู้ประท้วงนับหมื่นราย ต่างโบกธงปาเลสไตน์ และชูป้ายข้อความเรียกร้อง “ปลดปล่อยปาเลสไตน์” ได้รวมตัวกันใกล้ย่านออกซฟอร์ดเซอร์คัส เพื่อเดินขบวนมุ่งหน้าไปยังถนนดาวนิง (Downing Street) ซึ่งเป็นทำเนียบนายกรัฐมนตรีอังกฤษ โดยการประท้วงมุ่งเป้าไปที่รัฐบาลอังกฤษและสหรัฐอเมริกา ที่ให้การสนับสนุนอิสราเอล

ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจในอังกฤษได้ออกคำเตือน หากผู้ประท้วงคนใดแสดงสัญลักษณ์ หรือชูธงใดๆ ที่สื่อถึงการแสดงการสนับสนุนกลุ่มฮามาส หรือกลุ่มก่อการร้ายที่รัฐบาลอังกฤษขึ้นบัญชีดำไว้ จะถูกเจ้าหน้าที่เข้าจับกลุ่ม ซึ่งหลังการประท้วงสิ้นสุดลง มีรายงานผู้ชุมนุมถูกจับกุม 7-15 ราย

จากภาพวิดีโอที่เผยแพร่ในโซเชียลมีเดีย เผยให้เห็นกลุ่มผู้สนับสนุนปาเลสไตน์บางส่วนติดรูปนักกระโดดร่มไว้ที่หลังของตัวเอง อันเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ที่สื่อถึงกลุ่มฮามาสในเหตุการณ์โจมตีอิสราเอลเมื่อวันเสาร์ที่ 7 ต.ค. ที่ผ่านมา พร้อมตะโกนด่าทอรัฐบาลอังกฤษ และชาติอื่นๆ ในยุโรป ว่าเป็น “ผู้ก่อการร้าย” เช่นเดียวกับอิสราเอล ขณะที่พวกเขาเดินขบวนประท้วงในกรุงลอนดอน

นอกจากนี้ยังมีผู้ชุมนุมบางส่วนในเมืองกลาสโกว์ ประเทศสกอตแลนด์ ชูเหตุการณ์ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวยิวในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 มาโจมตีชาวอิสราเอล และกลุ่มลัทธิไซออนิสต์ที่สนับสนุนอิสราเอลรุกรานปาเลสไตน์

ชมวิดีโอ: ที่นี่ 1, 2, 3

ขณะที่มีผู้คนในหลายเมืองของสหรัฐฯ รวมทั้งในนครนิวยอร์ก เช่นเดียวกับในหลายประเทศ อย่างเช่นในนครซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย และฝรั่งเศส ได้ออกมาชุมนุมประท้วงเพื่อเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู หยุดโจมตีฉนวนกาซา ที่ทำให้ชาวปาเลสไตน์เสียชีวิตจำนวนมาก และได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก จนต้องอพยพหนีภัยการถูกโจมตีจากอิสราเอลที่ประกาศปิดล้อมฉนวนกาซาทั้งหมด จนก่อให้เกิดวิกฤติด้านมนุษยธรรม.

ติดตามข่าวต่างประเทศได้ที่ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : Reuters, DailyMail

สุดเครียด อิสราเอลนับถอยหลัง บุกฉนวนกาซา โจมตีทั้งทางบก ทะเล อากาศ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2732993

สุดเครียด อิสราเอลนับถอยหลัง บุกฉนวนกาซา โจมตีทั้งทางบก ทะเล อากาศ

15 ต.ค. 2566 12:41 น.

สุดเครียด อิสราเอลนับถอยหลัง บุกฉนวนกาซา โจมตีทั้งทางบก ทะเล อากาศ

สงครามอิสราเอลทวีความตึงเครียดหนัก รัฐบาลอิสราเอลนับถอยหลังบุกโจมตีฉนวนกาซา ทั้งทางบก ทางทะเล และทางอากาศ หลังพ้นกำหนดเส้นตายให้ชาวปาเลสไตน์ที่อยู่ทางตอนเหนืออพยพ ขณะที่ยอดตายการสู้รบระหว่างอิสราเอล-ฮามาสพุ่งกว่า 3,600 ศพแล้ว

เมื่อ 15 ต.ค.2566 สำนักข่าวบีบีซีรายงานสงครามอิสราเอลทวีความตึงเครียด รัฐบาลอิสราเอล’นับถอยหลัง’บุกฉนวนกาซา โจมตีทั้งทางบก ทางทะเล และทางอากาศ หลังพ้นกำหนดเส้นตาย ที่แจ้งเตือนให้ชาวปาเลสไตน์ราว 1.1 ล้านคน ที่อาศัยอยู่ทางตอนเหนือของฉนวนกาซา รีบอพยพลงสู่ทางใต้ ก่อนถึงเวลา 16.00 น. ของวันเสาร์ที่ 14 ต.ค. 2566 ตามเวลาท้องถิ่น

กองกำลังป้องกันอิสราเอล (IDF) หรือเรียกเพื่อให้เข้าใจง่ายว่า กองทัพอิสราเอล ได้ออกแถลงการณ์กำลังเตรียมแผนจะบุกโจมตีอิสราเอล ทั้งทางบก ทางทะเล และทางอากาศ แต่ขณะนี้ยังไม่มีการกำหนดวันเวลาโจมตีอย่างแน่ชัด หลังส่งกำลังทหารพร้อมอาวุธยุทโธปกรณ์ประชิดชายแดนติดฉนวนกาซา อีกทั้งยังสั่งระดมกำลังพลสำรองนับ 300,000นาย

กองทัพอิสราเอลส่งกำลังทหารพร้อมอาวุธยุทโธปกรณ์ประชิดชายแดน เตรียมบุกฉนวนกาซา ตอบโต้กลุ่มฮามาสบุกโจมตีอิสราเอลแบบสายฟ้าแลบเมื่อ 7 ตุลาคม 2566

ขณะที่ รัฐบาลสหรัฐฯ ยังส่งเรือบรรทุกเครื่องบินลำที่สอง ‘ยูเอสเอส ดไวท์ ดี. ไอเซนฮาวเออร์’ พร้อมกองเรือรบจู่โจม เดินทางจากเมืองนอร์ฟอล์ค รัฐเวอร์จิเนีย เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา และกำลังมุ่งหน้าไปอิสราเอลแล้ว เพื่อสมทบกับเรือบรรทุกเครื่องบิน ยูเอสเอส เจอรัลด์ อาร์.ฟอร์ด ที่สหรัฐฯได้ส่งไปยังทะเลเมดิเตอร์เรเนียน บริเวณน่านน้ำอิสราเอลเป็นลำแรก โดยรัฐบาลสหรัฐฯอ้างว่าเพื่อเป็นการสนับสนุนอิสราเอลและหวั่นว่าอิหร่านอาจร่วมโจมตี

สงครามอิสราเอลในช่วงหลายวันที่ผ่านมา กองทัพอิสราเอลได้ปฏิบัติการโจมตีทางอากาศ ถล่มเป้าหมายของกลุ่มฮามาสในฉนวนกาซาอย่างหนักหน่วง เพื่อชำระแค้นกลุ่มฮามาส หลังกองกำลังติดอาวุธในปาเลสไตน์ของกลุ่มฮามาส ได้ระดมยิงจรวดโจมตีหลายเมืองของอิสราเอลแบบสายฟ้าแลบ ช็อกโลก พร้อมทั้งยังส่งมือปืนแทรกซึมและบุกเข้ามาก่อเหตุกราดยิง และจับตัวประกันทางภาคใต้ของอิสราเอล เมื่อวันเสาร์ที่ 7 ต.ค. ที่ผ่านมา 

ในขณะที่การสู้รบระหว่างอิสราเอลกับกลุ่มฮามาสจนถึงวันที่ 15 ต.ค. มีรายงานว่า เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตรวมแล้วกว่า 3,600 ศพ  โดยในอิสราเอล มีผู้เสียชีวิตกว่า 1,300 ศพ และจากการที่อิสราเอลโจมตีฉนวนกาซาอย่างหนัก ทำให้มีชาวปาเลสไตน์เสียชีวิตกว่า 2,200 ศพแล้ว.

ที่มา : BBC

ผู้คนทั่วอเมริกาแห่ชมปรากฏการณ์ “สุริยุปราคาวงแหวน” (ชมคลิป)

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2732950

ผู้คนทั่วอเมริกาแห่ชมปรากฏการณ์ "สุริยุปราคาวงแหวน" (ชมคลิป)

15 ต.ค. 2566 09:13 น.

ผู้คนทั่วอเมริกาแห่ชมปรากฏการณ์ “สุริยุปราคาวงแหวน” (ชมคลิป)

ผู้คนนับล้านทั่วสหรัฐฯ เม็กซิโก และหลายประเทศในอเมริกาใต้และอเมริกากลาง ต่างเฝ้าชมปรากฏการณ์ทางดาราศาสตร์ “สุริยุปราคาวงแหวน”

ผู้คนจำนวนมากทั่วทวีปอเมริกาต่างเฝ้าชมปรากฏการณ์ทางธรรมชาติซึ่งพบเห็นได้ยาก ที่เรียกว่า “สุริยุปราคาวงแหวน” ซึ่งดวงจันทร์โคจรผ่านหน้าดวงอาทิตย์ ทำให้เกิดปรากฏการณ์ “วงแหวนไฟ” บนท้องฟ้าชั่วขณะหนึ่ง

เส้นทางของสุริยุปราคาวงแหวน เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม ทอดยาวเป็นบริเวณกว้าง ผู้ที่อยู่ในเส้นทางวงแหวนจะมองเห็นปรากฏการณ์ “วงแหวนแห่งไฟ” เต็มรูปแบบ ในขณะที่บริเวณใกล้เคียงคาดว่าจะเห็นปรากฏการณ์นี้บางส่วน

องค์การนาซา ระบุว่า สุริยุปราคาวงแหวนเริ่มขึ้นในรัฐโอเรกอนเวลา 09.13 น. ตามเวลาท้องถิ่น ในบริเวณพื้นที่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของสหรัฐฯ ริมชายฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิก ผ่านรัฐแคลิฟอร์เนีย รัฐเนวาดา รัฐยูทาห์ รัฐแอริโซนา รัฐนิวเม็กซิโก และเคลื่อนผ่านรัฐเทกซัส เมื่อเวลา 12.03 น. ตามเวลาท้องถิ่น ก่อนที่จะเคลื่อนไปยังพื้นที่บางส่วนของเม็กซิโก กัวเตมาลา เบลีซ ฮอนดูรัส นิการากัว ปานามา โคลอมเบีย และบราซิล ก่อนจะสิ้นสุดเมื่อพระอาทิตย์ตกดินที่มหาสมุทรแอตแลนติก

นาซา อธิบายว่า การเกิดสุริยุปราคาวงแหวนแห่งไฟเกิดขึ้นเมื่อดวงจันทร์อยู่ในจุดที่ห่างจากโลกมากที่สุดในขณะที่เกิดสุริยคราส ซึ่งจะทำให้ขนาดที่ปรากฏของดวงจันทร์เล็กกว่าดวงอาทิตย์ จึงไม่อาจบดบังดวงอาทิตย์ได้ทั้งหมด เหลือพื้นผิวบริเวณขอบๆ ของดวงอาทิตย์ที่ปรากฏให้เห็นเป็นวงแหวนที่เปล่งแสงออกมา

ทั้งนี้ ผู้เฝ้าชมดังกล่าวถูกร้องขอให้ปกป้องดวงตาของตนในขณะที่จ้องมองดวงอาทิตย์ และใช้แว่นที่ออกแบบสำหรับการชมปรากฏการณ์นี้โดยเฉพาะ แทนแว่นกันแดดธรรมดา เพื่อรักษาสภาพสายตาของพวกเขา

นาซา กล่าวว่า “อย่ามองดวงอาทิตย์ผ่านเลนส์กล้อง กล้องโทรทรรศน์ กล้องส่องทางไกล หรืออุปกรณ์ทัศนศาสตร์อื่นๆ ขณะสวมแว่นตาพิเศษ หรือใช้อุปกรณ์ชมปรากฏการณ์แบบมือถือ เพราะรังสีดวงอาทิตย์ที่เข้มข้นจะเผาไหม้ผ่านตัวกรอง และทำให้ได้รับบาดเจ็บสาหัส”.

ติดตามข่าวต่างประเทศเพิ่มเติมที่ https://www.thairath.co.th/news/foreign

…

ทร.ต้อนรับ 90 แรงงานไทยกลับจากอิสราเอล ลงที่สนามบินอู่ตะเภา (คลิป)

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/local/east/2732949

ทร.ต้อนรับ 90 แรงงานไทยกลับจากอิสราเอล ลงที่สนามบินอู่ตะเภา (คลิป)

15 ต.ค. 2566 08:43 น.

ทร.ต้อนรับ 90 แรงงานไทยกลับจากอิสราเอล ลงที่สนามบินอู่ตะเภา (คลิป)

กลับถึงแผ่นดินไทยอีก 90 คนแรงงานไทย บินตรงจากอิสราเอล ลงที่สนามบินอู่ตะเภา จ.ระยอง ทหารเรือ และหน.หน่วยงานในพื้นที่ให้การต้อนรับ มอบอาหารเป็นมื้อแรกในแผ่นดินเกิด อำนวยความสะดวกพาไปพักโรงแรมใน กทม. รอญาติมารับกลับบ้าน

เวลา 05.30 น. วันที่ 15 ต.ค. 66 ที่สนามบินอู่ตะเภาฯ อ.บ้านฉาง จ.ระยอง พลเรือเอก อะดุง พันธุ์เอี่ยม ผู้บัญชาการทหารเรือ ได้สั่งการให้ พลเรือเอก สิทธิชัย ต่างใจ ผู้อำนวยการการท่าอากาศยานอู่ตะเภา อำนวยความสะดวกให้พี่น้องคนไทยที่เดินทางกลับมาจากประเทศอิสราเอล จำนวน 90 คน แบ่งเป็นชาย 88 คนหญิง 2 คน ด้วยสายการบิน Fly Dubai เที่ยวบิน FZ 8991 ถึงสนามบินอู่ตะเภาในวันที่ 15 ตุลาคม 2566 เวลา 07.25 น. กลับสู่มาตุภูมิโดยปลอดภัย โดยการท่าอากาศยานอู่ตะเภาได้เตรียมอาหารกล่อง น้ำดื่มไว้ให้พี่น้องคนไทยได้รับประทาน ซึ่งจะเป็นอาหารมมื้อแรกในแผ่นดินไทย

มีรายงานว่า แรงงานไทยรายแรกที่ออกจากอาคารสนามบินชื่อ นายนัฐพงษ์ นวลจันทร์ อายุ 35 ปี มีสภาพได้รับบาดเจ็บที่ขาด้านขวาไม่สามารถเดินได้ เจ้าหน้าที่ต้องจัดรถวีลแชร์มารอรับก่อนส่งตัวไปยังรถพยาบาลฉุกเฉินเพื่อให้การปฐมพยาบาลเบื้องต้น

นายนัฐพงศ์ เล่าว่าไปทำงานเป็นลูกจ้างทำสวนเกษตร ประเภทผักสลัด ที่หมู่บ้านแห่งหนึ่งซึ่งอยู่ติดกับฉนวนกาซา ร่วมกับเพื่อนคนไทยอีกประมาณ 10 คน ขณะนั้นไม่ทราบว่าเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้น อยู่ๆก็ได้ยินเสียงระเบิดและอาวุธปืนดังสนั่น จึงได้พากันหมอบเพื่อเอาชีวิตรอด แต่สุดท้ายก็มาพบว่าตัวเองถูกสะเก็ดระเบิดเข้าที่ขาขวาจำนวน 2 แห่ง จึงร่วมกับพวกพยายามหลบหนีออกจากพื้นที่ด้วยความระมัดระวัง โดยขณะนั้นยังไม่มีทหารของอิสราเอลเข้ามาช่วยเหลือ กระทั่งมาถึงพื้นที่ปลอดภัยจนได้รับความช่วยเหลือดัง นายนัฐพงษ์ กล่าวด้วยว่า ทำงานที่ประเภทอิสราเอลมาได้นานกว่า 4 ปีแล้วและยังเหลือสัญญาอีก 1 ปี แต่หลังจากเหตุการณ์นี้คงจะไม่กลับไปทำงานอีกแล้ว คงจะหางานทำที่จังหวัดอุดรธานี บ้านเกิดดีกว่า

ทางด้าน พลเรือเอก สิทธิชัย ผอ.การท่าอากาศยานอู่ตะเภา เปิดเผยว่านายกรัฐมนตรีได้เน้นย้ำกับหน่วยงานของรัฐทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องให้ระดมสรรพกำลัง ยุทโธปกรณ์ เครื่องมือต่างๆ ที่มีอยู่ เร่งให้การช่วยเหลือนำพี่น้องคนไทยที่สมัครใจเดินทางกลับมาจากประเทศอิสราเอลให้ได้เร็วที่สุด ในส่วนของกองทัพเรือมีสายการบิน Fly Dubai ที่บินตรงมาจากเมืองดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ มายังสนามบินอู่ตะเภาทุกวัน วันละ 1 เที่ยวบิน ซึ่งเที่ยวบินนี้เป็นเที่ยวบินพิเศษ ตามที่รัฐบาลได้สั่งการให้ กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงคมมนาคม และกระทรวงกลาโหม ได้ประสานงานกัน

หลังจากแรงงาสนไทยได้ผ่านกระบวนการตรวจคนเข้าเมืองเรียบร้อยแล้ว มีรถบัสนำไปพักผ่อนที่โรงแรม SC PARK กทม. เพื่อรอให้ญาติพี่น้องมารับกลับภูมิลำเนาต่อไป.