สหรัฐฯ อ้างเกาหลีเหนือส่งยุทโธปกรณ์ให้รัสเซียต่อสู้ยูเครน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2732945

สหรัฐฯ อ้างเกาหลีเหนือส่งยุทโธปกรณ์ให้รัสเซียต่อสู้ยูเครน

15 ต.ค. 2566 07:58 น.

สหรัฐฯ อ้างเกาหลีเหนือส่งยุทโธปกรณ์ให้รัสเซียต่อสู้ยูเครน

ทำเนียบขาว เผย เกาหลีเหนือ ได้ส่งมอบอุปกรณ์ทางทหาร และอาวุธยุทโธปกรณ์มากกว่า 1,000 ตู้คอนเทนเนอร์ให้กับรัสเซีย สำหรับใช้ทำสงครามในยูเครน

จอห์น เคอร์บี โฆษกสภาความมั่นคงแห่งชาติสหรัฐฯ กล่าวว่า เกาหลีเหนือได้จัดหายุทโธปกรณ์ และอาวุธยุทโธปกรณ์ มากถึง 1,000 ตู้คอนเทนเนอร์ ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ยังเผยแพร่ภาพถ่ายที่พวกเขาอ้างว่าเป็นตู้คอนเทนเนอร์ 300 ตู้ ที่ประกอบเพื่อการขนส่งในเมืองนาจิน ของเกาหลีเหนือ

เมื่อเดือนที่แล้ว นายคิม จอง อึน ผู้นำเกาหลีเหนือ เดินทางเยือนรัสเซียเพื่อหารือเกี่ยวกับความร่วมมือทางทหารที่อาจเกิดขึ้น คาดกันว่ากองทัพรัสเซียกำลังเตรียมกระสุนปืนใหญ่ และขีปนาวุธจำนวนมหาศาลในการรุกรานยูเครนอย่างต่อเนื่อง และพยายามแสวงหาแหล่งอาวุธจากชาติพันธมิตร นักวิเคราะห์บางคนเชื่อว่ารัฐบาลเกาหลีเหนืออาจมีคลังอาวุธขนาดใหญ่ แต่อาจไม่เต็มใจที่จะส่งมอบอาวุธจำนวนมากเกินไป เนื่องจากการขาดแคลนทรัพยากร

หน่วยข่าวกรองสหรัฐฯ ติดตามการส่งมอบดังกล่าว ซึ่งเจ้าหน้าที่กล่าวว่าเกิดขึ้นระหว่างวันที่ 7 กันยายน – 1 ตุลาคมที่ผ่านมา ในการแถลงข่าวเมื่อวันศุกร์ นายเคอร์บี กล่าวว่า ยุทโธปกรณ์ดังกล่าวถูกส่งออกมาทางทะเล และทางรถไฟ ไปยังคลังแสงทางตะวันตกเฉียงใต้ของรัสเซีย ใกล้เมืองติโคเรตสค์ ห่างจากชายแดนยูเครนประมาณ 290 กิโลเมตร นายเคอร์บี ไม่ได้ระบุลักษณะของอาวุธที่เขากล่าวว่าได้มาจากรัฐบาลเกาหลีเหนือ แต่ก่อนหน้านี้สหรัฐฯ เคยกล่าวหารัสเซียว่าซื้อจรวด และกระสุนปืนใหญ่จากเกาหลีเหนือ

นับตั้งแต่รัสเซียเปิดฉากการรุกรานยูเครนในเดือนกุมภาพันธ์ 2565 เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ก็ได้แสดงความกังวลอย่างต่อเนื่องว่าเกาหลีเหนือได้จัดหาอาวุธยุทโธปกรณ์ให้กับรัสเซีย

นายเคอร์บี กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า “เราขอประณามเกาหลีเหนือที่มอบอุปกรณ์ทางทหารนี้แก่รัสเซีย ซึ่งจะนำไปใช้โจมตีเมืองต่างๆ ของยูเครน สังหารพลเรือนชาวยูเครน และก่อให้เกิดสงครามนอกกฎหมายของรัสเซีย” 

เขากล่าวว่า การส่งมอบอาวุธของเกาหลีเหนือละเมิดมติของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ “ซึ่งเป็นเหตุผลว่าทำไมเราจะยังคงยกระดับข้อตกลงด้านอาวุธเหล่านี้ที่สหประชาชาติควบคู่ไปกับพันธมิตร และหุ้นส่วนของเราในเชิงรุกต่อไป”

เมื่อเดือนกรกฎาคม นายเซอร์เกย์ ชอยกู รัฐมนตรีกลาโหมรัสเซีย เดินทางเยือนเกาหลีเหนือพร้อมกับคณะผู้แทนทหาร และได้พบกับ นายคิม ซึ่งได้จัดแสดงระบบอาวุธจำนวนหนึ่ง รวมถึงขีปนาวุธข้ามทวีปฮวาซอง และในเดือนกันยายน นายคิม ได้พบกับ ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน แห่งรัสเซีย ที่ศูนย์อวกาศวอสตอชนี ทางตะวันออกไกลของรัสเซีย

ผู้สังเกตการณ์กล่าวว่า อาวุธของเกาหลีเหนือจะส่งเสริมการทำสงครามของรัสเซียในระยะสั้นเท่านั้น พวกเขาชี้ให้เห็นถึงการที่รัสเซียซึ่งกระสุนหมดคลัง ยังต้องพึ่งพาคลังกระสุนปืนใหญ่ที่เก่า และอยู่ในสภาพที่อาจใช้การไม่ได้

ในการกล่าวในพิธีรำลึกการเกษียณอายุในฐานะประธานเสนาธิการร่วมสหรัฐฯ พล.อ.มาร์ก มิลลีย์ กล่าวว่า เขาไม่มั่นใจว่าการส่งมอบจะมีบทบาทสำคัญในความขัดแย้งนี้ แต่เรื่องนี้เกิดขึ้นในขณะที่สหรัฐฯ จำเป็นต้องระงับแผนการส่งความช่วยเหลือทางทหารเพิ่มเติมอีก 6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐให้กับยูเครน ท่ามกลางปัญหางบประมาณที่ยังดำเนินอยู่ในสภาผู้แทนราษฎร

ประธานาธิบดีโจ ไบเดน กล่าวเมื่อต้นสัปดาห์นี้ว่า ข้อตกลงชั่วคราวระหว่างสภาผู้แทนราษฎรกับพรรครีพับลิกัน อาจบังคับให้เขาต้องหาทางเลือกอื่นในการให้เงินสนับสนุนแก่ความพยายามในการทำสงครามของยูเครน.

ติดตามข่าวต่างประเทศเพิ่มเติมที่ https://www.thairath.co.th/news/foreign

สหรัฐฯ ส่งเรือบรรทุกเครื่องบินลำที่ 2 ไปอิสราเอล หวั่นอิหร่านร่วมโจมตี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2732941

สหรัฐฯ ส่งเรือบรรทุกเครื่องบินลำที่ 2 ไปอิสราเอล หวั่นอิหร่านร่วมโจมตี

15 ต.ค. 2566 06:30 น.

สหรัฐฯ ส่งเรือบรรทุกเครื่องบินลำที่ 2 ไปอิสราเอล หวั่นอิหร่านร่วมโจมตี

สหรัฐฯ ส่งกองเรือบรรทุกเครื่องบินกลุ่มที่ 2 ไปอิสราเอลแล้ว อ้างว่าเพื่อป้องปรามอิหร่าน และจะไม่เข้าร่วมการต่อสู้ หรือปฏิบัติการใดๆ ของอิสราเอล

สำนักข่าวซีเอ็นเอ็น รายงานอ้างการเปิดเผยของเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ 2 คน ว่า เมื่อวันเสาร์ที่ 14 ต.ค. 2566 กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ออกคำสั่งส่งกองเรือบรรทุกเครื่องบินจู่โจม (carrier strike group) กลุ่มที่ 2 ไปยังน่านน้ำทางตะวันออกของทะเลเมดิเตอร์เรเนียนแล้ว ในขณะที่อิสราเอลกำลังเตรียมขยายการโจมตีฉนวนกาซาด้วยปฏิบัติการภาคพื้นดิน

กองเรือบรรทุกเครื่องบินโจมตีกลุ่มแรกของสหรัฐฯ นำโดยเรือยูเอสเอส เจอร์รัลด์ อาร์. ฟอร์ด เดินทางไปถึงนอกชายฝั่งของอิสราเอลเมื่อช่วงต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา และตอนนี้กองเรือบรรทุกเครื่องบินโจมตีของเรือยูเอสเอส ดไวท์ ดี. ไอเซนฮาวเออร์ ออกเดินทางจากเมืองนอร์ฟอล์ค รัฐเวอร์จิเนีย เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา และกำลังมุ่งหน้าไปยังน่านน้ำใกล้อิสราเอล

สหรัฐฯ ระบุว่า กองเรือบรรทุกเครื่องบินดังกล่าวจะไม่เข้าร่วมการต่อสู้ในฉนวนกาซา หรือร่วมในปฏิบัติการใดๆ ของอิสราเอลเลย แต่เหตุผลที่ส่งไปก็เพื่อป้องปรามอิหร่าน และตัวแทนของอิหร่านในภูมิภาค เช่นกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ของเลบานอน ไม่ให้เข้าไปมีส่วนรวมในการต่อสู้ระหว่างอิสราเอลกับกลุ่มติดอาวุธปาเลสไตน์

นอกจากนั้น หน่วยเคลื่อนที่เร็วที่ 26 ของนาวิกโยธินสหรัฐฯ ก็กำลังเตรียมความพร้อมเผื่อกรณีได้รับคำสั่งให้เข้าใกล้อิสราเอลมากขึ้น แต่ตอนนี้ยังไม่มีคำสั่งใดๆ

อนึ่ง หน่วยเคลื่อนที่เร็วดังกล่าว ซึ่งตอนนี้กำลังประจำการอยู่บนเรือยกพลขึ้นบกจู่โจม ยูเอสเอส บาตาน ประกอบด้วยนาวิกโยธิน และทหารเรือมากกว่า 2,000 นาย มีความสามารถในการสนับสนุนการอพยพคนปริมาณมาก และให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม

ทั้งนี้ ความเคลื่อนไหวล่าสุดของสหรัฐฯ เกิดขึ้นในขณะที่ผู้แทนอิหร่านประจำสหประชาชาติออกมาเตือนว่า จะเกิดผลที่ตามมาอย่างรุนแรง หากอิสราเอลไม่หยุดการโจมตีในฉนวนกาซา “หากการก่ออาชญากรรมและฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ตามนโยบายแบ่งแยกชนชาติของอิสราเอลไม่ยุติในทันที สถานการณ์อาจหลุดจากการควบคุม และสะท้อนผลที่ตามมาไปทั่ว”

ก่อนหน้านี้ในวันเสาร์ นายอาเมียร์ อับดอลเลาะห์เฮียน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศของอิหร่าน ก็เตือนในลักษณะเดียวกันระหว่างพบกับนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศของกาตาร์ “หากการก่ออาชญากรรมของรัฐบาลไซออนิสต์ (อิสราเอล) ต่อชาวปาเลสไตน์ และพลเรือน ยังดำเนินต่อไป ก็ไม่มีใครรับประกันได้ว่า สถานการณ์ในภูมิภาคจะยังคงเป็นแบบเดิม”.

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

พรรคฝ่ายค้านนิวซีแลนด์ชนะเลือกตั้ง เล็งตั้งรัฐบาลร่วมกับกลุ่มฝ่ายขวา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2732937

พรรคฝ่ายค้านนิวซีแลนด์ชนะเลือกตั้ง เล็งตั้งรัฐบาลร่วมกับกลุ่มฝ่ายขวา

15 ต.ค. 2566 05:30 น.

พรรคฝ่ายค้านนิวซีแลนด์ชนะเลือกตั้ง เล็งตั้งรัฐบาลร่วมกับกลุ่มฝ่ายขวา

พรรคแห่งชาติ ฝ่ายค้านของประเทศนิวซีแลนด์ ชนะการเลือกตั้งใหญ่เมื่อวันเสาร์ที่ 14 ต.ค. 2566 ที่ผ่านมา และเตรียมจัดตั้งรัฐบาลร่วมกับพันธมิตรฝ่ายขวา

สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานว่า การนับคะแนนเสียงเลือกตั้งของนิวซีแลนด์เสร็จสิ้นไปแล้วประมาณ 98% และพบว่า พรรคแห่งชาติ (National Party) ของนายคริสโตเฟอร์ ลักซอน อดีตซีอีโอสายการบิน วัย 53 ปี ได้คะแนนเสียงไปราว 40% และคาดว่าจะคว้าเก้าอี้ในสภาไปได้อย่างน้อย 50 ที่นั่ง มากพอจะจัดตั้งรัฐบาลผสมร่วมกับพันธมิตรกลุ่มการเมืองฝ่ายขวาของพวกเขา

ด้านนายกรัฐมนตรี คริส ฮิปกินส์ แห่งนิวซีแลนด์ วัย 44 ปี หัวหน้าพรรคแรงงาน โทรศัพท์หา นายลักซอน หัวหน้าพรรคแห่งชาติ เพื่อยอมรับความพ่ายแพ้แล้ว และบอกกับผู้สนับสนุนพรรคของเขาว่า ได้คะแนนเสียงไม่พอจัดตั้งรัฐบาล “ผลลัพธ์ในคืนนี้ไม่ใช้สิ่งที่เราต้องการ ผมทุ่มเทเต็มที่ที่จะเปลี่ยนกระแสของประวัติศาสตร์ แต่น่าเสียดายที่มันไม่เพียงพอ”

ส่วนนายลักซอน กล่าวว่า ชาวนิวซีแลนด์โหวตเพื่อความเปลี่ยนแปลง และพรรคของเขากำลังพยายามจัดตั้งรัฐบาลผสม “คืนนี้พวกคุณมอบอำนาจให้เราพานิวซีแลนด์ก้าวไปข้างหน้า”

ทั้งนี้ พรรคฝ่ายขวาเตรียมกลับมาเป็นรัฐบาลของนิวซีแลนด์อีกครั้ง ยุติการปกครองของพรรคแรงงานที่ดำเนินมานาน 6 ปี โดยเป็นผลจากการที่ค่าครองชีพพุ่งสูง สาเหตุส่วนหนึ่งมาจากการใช้มาตรการควบคุมโควิด-19 อย่างเข้มงวด ซึ่งทำให้ประเทศรอดพ้นจากการระบาดรุนแรงจนมีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก แต่ก็ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจอย่างหนัก

คาดว่า พรรคนิวซีแลนด์ เฟิร์สต์ (NZ First) ฝ่ายชาตินิยม ซึ่งได้ สส. 8 คน จะเป็นหนึ่งในพรรคร่วมรัฐบาล เช่นเดียวกับพรรคแอคท์ (Act) พรรคเสรีนิยมฝ่ายขวา ซึ่งคาดว่าจะได้ สส.11-12 คน.

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

เซอร์ ไมเคิล เคน ประกาศอำลาอาชีพนักแสดง ในวัย 90 ปี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2732936

เซอร์ ไมเคิล เคน ประกาศอำลาอาชีพนักแสดง ในวัย 90 ปี

15 ต.ค. 2566 04:15 น.

เซอร์ ไมเคิล เคน ประกาศอำลาอาชีพนักแสดง ในวัย 90 ปี

เซอร์ ไมเคิล เคน ตัดสินใจอำลาอาชีพนักแสดงแล้ว ในวัย 90 ปี หลัง The Great Escaper ภาพยนตร์เรื่องล่าสุดที่เขาแสดงนำออกฉาย

สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานว่า เซอร์ ไมเคิล เคน นักแสดงรุ่นใหญ่ของฮอลลีวูด ผู้โลดแล่นในวงการบันเทิงมานานหลายทศวรรษยืนยันว่า เขาปลดเกษียณจากอาชีพนักแสดงแล้วในวัย 90 ปี หลังจาก The Great Escaper ภาพยนตร์เรื่องล่าสุดที่เขาแสดงนำออกฉาย

เซอร์ ไมเคิล เคน เผยถึงการแสดงความตั้งใจที่จะอำลาอาชีพนักแสดงมาแล้วหลายครั้ง แต่ยังคงกลับมารับงานเป็นครั้งคราว

อย่างไรก็ตาม ในรายการ Today ของ บีบีซี เรดิโอ 4 เซอร์ ไมเคิล เคน ยืนยันเรื่องการเกษียณของเขา โดยระบุว่า “ผมพูดมาตลอดว่าผมกำลังจะเกษียณ ตอนนี้ผมเกษียณจริงๆ แล้ว” “ผมเป็นส่วนหนึ่งของบางสิ่งที่ยิ่งใหญ่ ภาพยนตร์ที่ผมแสดงนำ และได้รับคำวิจารณ์ที่น่าเหลือเชื่อ จะมีอะไรที่ผมทำเพื่อเอาชนะสิ่งนี้ได้อีก?”

ทั้งนี้ เซอร์ ไมเคิล เคน ปฏิเสธที่จะร่วมแสดงในภาพยนตร์ The Great Escaper ถึง 3 ครั้ง เพราะมองว่าตนเองเกษียณแล้ว แต่สุดท้ายก็ยอมตกลง และได้ประกบคู่กับ เกรนดา แจ็กสัน นักแสดงหญิงอาวุโสระดับตำนานอีกคน ซึ่งเพิ่งเสียชีวิตไปเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา หลังภาพยนตร์ถ่ายทำเสร็จไม่นาน

เซอร์ ไมเคิล เคน รับบทเป็น เบอร์นี จอร์แดน ทหารผ่านศึกสงครามโลกครั้งที่ 2 ซึ่งมีตัวตนอยู่จริง และตกเป็นข่าวใหญ่ในปี 2557 เมื่อเขาหนีออกจากบ้านพักคนชรา เพื่อเข้าร่วมงานฉลองวันครบรอบการยกพลขึ้นบกที่นอร์มังดี (D-Day) ในฝรั่งเศส

เซอร์ ไมเคิล เคน ระบุว่า เหตุผลที่เขาตัดสินใจเกษียณบทบาทการแสดงที่จะได้รับน้อยลง

“ตอนนี้บทบาทเดียวที่ผมน่าจะได้รับคือคนแก่อายุ 90 หรืออาจจะ 85” เซอร์ ไมเคิล เคน กล่าวติดตลกกับพิธีกร มาร์ธา เคียร์นีย์ “พวกเขาจะไม่ได้เป็นตัวละครนำ คุณไม่มีตัวละครนำชายอายุ 90 ปีหรอก คุณจะต้องมีหนุ่มหล่อสาวสวย ดังนั้นผมจึงคิดว่าผมน่าจะจากไปพร้อมกับผลงานทั้งหมดนี้ดีกว่า”

เซอร์ ไมเคิล เคน เผยอีกว่า หลังเสร็จจาก The Great Escaper เขาก็ได้รับข้อเสนอให้ร่วมแสดงในภาพยนตร์เรื่องหนึ่ง แต่เมื่อเขาดูบทแล้ว พบว่าตนเองมีหน้าที่มีบทพูดแค่ 15 หน้า จากบททั้งหมด 99 หน้า เขาจึงไม่รับบท และตัดสินใจเกษียณ

“ผมคิดว่าหากผมตอบตกลง ผมอาจมีส่วนเล็กๆ และได้รับคำวิจารณ์แย่ๆ ผมเลยคิดว่าทำไมไม่จากไปตอนนี้เลยล่ะ? ผมก็เลยไป”.

ที่มา : bbc

ประชามติออสเตรเลีย โหวต NO ท่วมท้น ไม่เพิ่มสิทธิ์ชนพื้นเมือง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2732935

ประชามติออสเตรเลีย โหวต NO ท่วมท้น ไม่เพิ่มสิทธิ์ชนพื้นเมือง

15 ต.ค. 2566 03:10 น.

ประชามติออสเตรเลีย โหวต NO ท่วมท้น ไม่เพิ่มสิทธิ์ชนพื้นเมือง

ชาวออสเตรเลียกว่า 60% โหวต No ในการทำประชามติเพื่อตัดสินว่าจะให้มีการรับรองสิทธิ์ชนพื้นเมืองในรัฐธรรมนูญ ครั้งแรกในประวัติศาสตร์

สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานว่า เมื่อวันเสาร์ที่ 14 ต.ค. 2566 ชาวออสเตรเลียออกมาลงคะแนนเสียงประชามติ ซึ่งจะถามคำถามพวกเขา 2 ข้อ คือ จะเห็นชอบให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญให้รับรองสิทธิ์ของชนพื้นเมืองเป็นครั้งแรก และให้จัดตั้งคณะกรรมการที่ปรึกษาที่เรียกว่า ‘วอยซ์’ (Voice) เพื่อให้คำแนะนำแก่รัฐบาลในการออกกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับชนพื้นเมืองหรือไม่

โดยหลังจากนับคะแนนไปมากกว่า 70% ก็ปรากฏว่า เสียงส่วนใหญ่ในทั้ง 6 รัฐของออสเตรเลียโหวต No หรือไม่เห็นชอบต่อข้อเสนอดังกล่าว โดยมีผู้มาใช้สิทธิ์ถึง 60% ที่โหวต No ขณะที่มีผู้โหวต Yes หรือเห็นชอบ เพียง 40% เท่านั้น นับเป็นความพ่ายแพ้อย่างสิ้นเชิงของฝ่ายหนุนปฏิรูป รวมถึงนายกรัฐมนตรี แอนโธนี อัลบาเนซี ผู้พยายามผลักดันให้เกิดความเปลี่ยนแปลงนี้

นายอัลบาเนซี กล่าวว่า ความพ่ายแพ้เป็นสิ่งที่หนักหน่วงมาก “เมื่อเราเล็งเป้าหมายไว้สูง บางครั้งมันก็ไม่เป็นไปตามที่คาดหวัง เราเข้าใจและเคารพในสิ่งที่เรามี”

ขณะที่ นายปีเตอร์ ดัตตัน ผู้นำฝ่ายค้านของออสเตรเลีย ระบุว่า ผลประชามติที่ออกมาเป็นสิ่งที่ดีต่อประเทศแล้ว

ทั้งนี้ ฝ่ายสนับสนุนการปฏิรูปพยายามหาเสียงอย่างหนักก่อนการทำประชามติจะมาถึง โดยระบุว่า การรับรองสิทธิ์ของชนพื้นเมืองซึ่งอยู่ในทวีปออสเตรเลียมาก่อนเหล่าคนขาวถึง 60,000 ปี จะทำให้ออสเตรเลียรวมเป็นหนึ่งเดียว และก้าวเข้าสู่ยุคใหม่

ส่วนแกนนำฝ่ายที่ต่อต้านการรับรองสิทธิ์ชนพื้นเมืองเชื่อว่าแนวคิดดังกล่าวคือการแบ่งแยก ทำให้เกิดพลเมืองชนชั้นพิเศษขึ้นมาที่มีความเท่าเทียมมากกว่าคนอื่น และคณะกรรมการวอยซ์จะทำให้การตัดสินใจในเรื่องต่างๆ ของรัฐบาลช้าลงด้วย

อย่างไรก็ตาม ฝ่ายที่ต่อต้านถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักจากการพยายามหาเสียงด้วยแคมเปญ “ไม่แน่ใจหรือ? โหวต No สิ” (Don’t know? Vote no) โดยถูกกล่าวหาว่าหาเสียงด้วยข้อมูลผิดๆ เกี่ยวกับผลกระทบจากการรับรองสิทธิ์ของชนพื้นเมือง และการจัดตั้งคณะกรรมการวอยซ์.

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

กองทัพอิสราเอลประกาศ เตรียมโจมตีภาคพื้นดิน ถล่มฮามาสในกาซา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2732931

กองทัพอิสราเอลประกาศ เตรียมโจมตีภาคพื้นดิน ถล่มฮามาสในกาซา

15 ต.ค. 2566 00:55 น.

กองทัพอิสราเอลประกาศ เตรียมโจมตีภาคพื้นดิน ถล่มฮามาสในกาซา

กองทัพอิสราเอลประกาศ เตรียมขยายปฏิบัติการโจมตีกลุ่มฮามาสในฉนวนกาซา รวมถึงปฏิบัติการภาคพื้นดินอย่างมีนัยสำคัญ หลังเส้นตายอพยพหมดลง

สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานว่า กองกำลังป้องกันอิสราเอล (IDF) ออกแถลงการณ์ในช่วงค่ำวันเสาร์ที่ 14 ต.ค. 2566 ว่า พวกเขากำลังเตรียมการเข้าสู่ขั้นต่อไปของสงครามต่อต้านกลุ่มฮามาส ซึ่งรวมถึงการโจมตีจากทางอากาศ, ทางทะเล และทางบก ด้วยปฏิบัติการภาคพื้นดินอย่างมีนัยสำคัญ

ทหารกองกำลังสำรองนับแสนคนที่พวกเขาเกณฑ์มาก่อนหน้านี้จะมีส่วนร่วมในปฏิบัติการดังกล่าว และปฏิบัติการจะครอบคลุมแผนการโจมตีที่หลากหลาย

แถลงการณ์ระบุอีกว่า นอกจากการสนธิกำลังโจมตีร่วมดังกล่าว กองกำลังภาคพื้นดินของอิสราเอล และผู้นำฝ่ายโลจิสติกส์ของกองทัพ กำลังเตรียมทหาร IDF เพื่อขยายเวทีของการต่อสู้ โดยในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา กองทัพที่เกี่ยวข้องได้รับยุทโธปกรณ์ที่จำเป็นสำหรับการต่อสู้แล้ว

“กองทหารของ IDF ถูกส่งไปประจำการทั่วประเทศ และกำลังเพิ่มความเตรียมพร้อมสำหรับขั้นต่อไปของสงคราม โดยจะมุ่งเน้นไปที่ปฏิบัติการภาคพื้นดินอย่างมีนัยสำคัญ” แลถงการณ์ระบุ

แถลงการณ์ล่าสุดเกิดขึ้นไม่กี่ชั่วโมง หลังจากเส้นตายที่อิสราเอลขีดไว้ให้ชาวปาเลสไตน์อพยพจากภาคเหนือของฉนวนกาซา หมดลงเมื่อเวลา 16.00 น. วันเสาร์ที่ 14 ต.ค. ตามเวลาท้องถิ่น โดยยังไม่แน่ชัดว่าประชาชนกว่า 1.1 ล้านคน ในภาคเหนืออพยพหมดแล้วหรือไม่

ทั้งนี้ แถลงการณ์ของอิสราเอลไม่ได้ระบุกรอบเวลาที่แน่ชัดว่าพวกเขาจะเริ่มการโจมตีเมื่อใด.

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

ระเบิดลงขบวนอพยพในกาซา ดับ 70 ศพ ปาเลสไตน์โวยฝีมืออิสราเอล

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2732927

ระเบิดลงขบวนอพยพในกาซา ดับ 70 ศพ ปาเลสไตน์โวยฝีมืออิสราเอล

15 ต.ค. 2566 00:30 น.

ระเบิดลงขบวนอพยพในกาซา ดับ 70 ศพ ปาเลสไตน์โวยฝีมืออิสราเอล

เกิดระเบิดกลางขบวนผู้อพยพปาเลสไตน์ที่กำลังเดินทางลงใต้ ผ่านเส้นทางที่ควรจะปลอดภัย ตามที่อิสราเอลประกาศ ทำให้มีผู้เสียชีวิตกว่า 70 ศพ

สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานว่า หลังจากอิสราเอลประกาศเมื่อวันศุกร์ว่า ให้ชาวปาเลสไตน์กว่า 1.1 ล้านคน ในพื้นที่ทางเหนือของฉนวนกาซา อพยพลงใต้ เพื่อหลีกเลี่ยงการโดนลูกหลงจากปฏิบัติการโจมตีภาคพื้นที่อาจเกิดขึ้น ประชาชนหลายพันคนก็เร่งรีบอพยพด้วยความแตกตื่น หอบข้าวของเดินทางไปบนถนนสายหลัก 2 แห่ง

ในวันเสาร์ที่ 14 ต.ค. 2566 กองกำลังป้องกันอิสราเอล (IDF) ประกาศให้เวลาอพยพอีก 6 ชั่วโมง ตั้งแต่เวลา 10.00-16.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น ผ่านถนนที่พวกเขากำหนด อย่างไรก็ตามกลับเกิดเหตุระเบิดกลางขบวนรถยนต์บนเส้นทางอพยพ ในเส้นทางที่ควรจะปลอดภัย ทำให้มู้เสียชีวิตอย่างน้อย 70 ศพ รวมถึงเด็ก และผู้หญิงหลายราย

กระทรวงสาธารณสุขปาเลสไตน์ ออกมากล่าวโทษอิสราเอลทันทีว่า เป็นผู้ที่โจมตีทางอากาศเข้ามา ขณะที่กองกำลัง IDF ระบุว่า พวกเขากำลังอยู่ระหว่างการสืบสวน

พันตรี โดรอน สปีลแมน โฆษกของ IDF บอกกับซีเอ็นเอ็นว่า พวกเขาแจ้งเรื่องเส้นตาย 6 ชั่วโมง กับเส้นทางอพยพให้แก่ชาวปาเลสไตน์ในกาซารู้ผ่านทุกช่องทางแล้ว และพวกเขารู้ดีว่าต้องเดินทางผ่านวาดี กาซา อย่างไรก็ตามซีเอ็นเอ็นก็ได้รับการยืนยันจากเจ้าหน้าที่สหประชาชาติ, แพทย์ กับนักข่าวในพื้นที่ว่า พวกเขาไม่รู้เรื่องประกาศในวันเสาร์เลย

และตอนนี้เส้นตายที่อิสราเอลขีดไว้ให้ชาวปาเลสไตน์อพยพลงใต้ได้หมดลงแล้ว โดยที่หลายฝ่ายเชื่อว่าปฏิบัติการโจมตีภาคพื้นดินของอิสราเอลกำลังจะเกิดขึ้นในไม่ช้านี้

อนึ่ง จำนวนผู้เสียชีวิตในเหตุความรุนแรงล่าสุดระหว่างอิสราเอลกับกลุ่มติดอาวุธปาเลสไตน์ยังเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ฝ่ายอิสราเอลมีผู้เสียชีวิตมากกว่า 1,300 ศพ หลังจากกลุ่มฮามาสโจมตีครั้งใหญ่เมื่อ 7 ต.ค. ที่ผ่านมา ส่วนในฉนวนกาซามีผู้เสียชีวิตมากกว่า 2,200 ศพ ในการระดมโจมตีทางอากาศของอิสราเอลหลังจากนั้น.

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc, cnn, nytimes

‘กรมชลประทาน’มุ่งเพิ่มศักยภาพพื้นที่หน่วงน้ำ‘บางระกำโมเดล’ลดท่วม-ลดวิกฤตเอลนีโญ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/762928

‘กรมชลประทาน’มุ่งเพิ่มศักยภาพพื้นที่หน่วงน้ำ‘บางระกำโมเดล’ลดท่วม-ลดวิกฤตเอลนีโญ

‘กรมชลประทาน’มุ่งเพิ่มศักยภาพพื้นที่หน่วงน้ำ‘บางระกำโมเดล’ลดท่วม-ลดวิกฤตเอลนีโญ

วันอาทิตย์ ที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 10.15 น.

‘รัดเกล้า’รองโฆษกรัฐบาลเผยรัฐบาลโดยกรมชลประทาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มุ่งเพิ่มศักยภาพพื้นที่หน่วงน้ำ‘บางระกำโมเดล’ลดท่วม เก็บใช้หน้าแล้ง ลดวิกฤตเอลนีโญ ในลุ่มเจ้าพระยา พร้อมชงแผนงานพัฒนาลุ่มน้ำยม-น่านทั้งระบบ เพื่อความยั่งยืนของทรัพยากรน้ำในพื้นที่

15 ตุลาคม 2566 นางรัดเกล้า อินทวงศ์ สุวรรณคีรี รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า จากที่คณะนายกฯ ได้ไปตรวจเยี่ยมโรงผลิตน้ำประปาเทศบาลนครพิษณุโลก บึงตะเครง อ.บางระกำ เพื่อติดตามแผนบริหารจัดการน้ำในพื้นที่แก้มลิง ที่สามารถพัฒนาให้เป็นพื้นที่ต้นแบบให้กับแหล่งเก็บน้ำธรรมชาติในพื้นที่อื่นในอนาคต ซึ่งปัจจุบันมีปริมาณน้ำ 8.19 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) คิดเป็น 60.48 % โดยนายอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่ได้ติดตามนายกรัฐมนตรีลงพื้นที่ตรวจราชการจังหวัดพิษณุโลกด้วย เปิดเผยเพิ่มเติมถึงแนวทางการบริหารจัดการลุ่มน้ำทั้งระบบของ จ.พิษณุโลก เพื่อแก้ไขปัญหาอุทกภัยและภัยแล้งรองรับสถานการณ์เอลนีโญ ว่า ขณะนี้กรมชลประทานดำเนินงานในโครงการบางระกำโมเดลอย่างต่อเนื่อง ซึ่งปัจจุบันรับน้ำเข้าพื้นที่แล้ว 180,643 ไร่ คิดเป็น 68.16 % ปริมาณน้ำ 362.49 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 90.62 % และแผนเพิ่มศักยภาพของพื้นที่ทุ่งบางระกำ เพื่อเพิ่มปริมาณน้ำเก็บกักจากเดิม 400 ล้าน ลบ.ม เป็น 550 ล้าน ลบ.ม. ขยายพื้นที่ดำเนินการจากเดิม 265,000 ไร่ เป็น 382,000 ไร่ ซึ่งจะเกิดประโยชน์กับประชาชนในการรับน้ำเข้าทุ่งเก็บไว้ใช้ทำการเกษตรช่วงหน้าแล้ง หรือส่งเสริมอาชีพอื่นในช่วงระหว่างงานได้ด้วย

นอกจากนี้ ยังได้เสนอแผนงานโครงการพัฒนาแหล่งน้ำลุ่มน้ำทั้งระบบส่งของจังหวัดพิษณุโลกเพื่อแก้ไขปัญหาอุทกภัยและภัยแล้งในระยะยาว มีโครงการสำคัญแบ่งเป็น ระยะเร่งด่วนปี 2567 ระยะกลางปี 2568-2569 และระยะยาวปี 2570-2573 เพื่อพัฒนาแหล่งน้ำในพื้นที่ลุ่มน้ำน่าน และลุ่มน้ำสาขา เช่น การก่อสร้างประตูระบายน้ำแม่น้ำน่าน จังหวัดพิษณุโลก โครงการพัฒนาแหล่งน้ำลุ่มน้ำยมฝั่งขวา ในการเก็บกักน้ำ ระบายน้ำ และพัฒนาเป็นพื้นที่ชลประทาน โครงการเพิ่มศักยภาพการส่งน้ำในพื้นที่โครงการบางระกำโมเดล เป็นต้น

ทั้งนี้ นายอนุชา กล่าวเพิ่มเติมถึงสถานการณ์อุทกภัยในแม่น้ำยมสายหลักในเขต อ.บางระกำ ว่ามีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้น เฉลี่ยวันละ 5-10 ซม. ซึ่งกรมชลประทานได้ควบคุมน้ำที่ผ่าน อ.บางระกำ ให้ส่งผลกระทบกับพื้นที่ชุมชนน้อยที่สุด แต่ด้วยปริมาณน้ำจากฝนที่ตกต่อเนื่อง จึงยังมีน้ำเอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมพื้นที่ลุ่มต่ำ ในพื้นที่ 5 ตำบล ได้แก่ ต.บางระกำ ต.ท่านางงาม ต.บางระกำเมืองใหม่ ต.ชุมแสงสงคราม ต.วังอิทก ขณะที่แม่น้ำยมสายเก่าในเขต อ.พรหมพิราม อ.เมือง อ.บางระกำ สถานการณ์เฝ้าระวัง มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น โดยควบคุมระดับน้ำที่มาจาก จ.สุโขทัย ผ่านคลองเมม-คลองบางแก้ว ไม่ให้เกินศักยภาพ 200-250 ลบ.ม./วินาที ซึ่งกระทรวงเกษตรฯ ได้เน้นย้ำกรมชลประทานในพื้นที่แจ้งเตือนประชาชนที่อาศัยริมตลิ่งแม่น้ำยมบริเวณพื้นที่ลุ่มต่ำถึงสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง

นายกฯเห็นชอบโครงการพัฒนาแหล่งน้ำบางระกำโมเดล เพื่อชาวพิษณุโลก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/762890

นายกฯเห็นชอบโครงการพัฒนาแหล่งน้ำบางระกำโมเดล เพื่อชาวพิษณุโลก

นายกฯเห็นชอบโครงการพัฒนาแหล่งน้ำบางระกำโมเดล เพื่อชาวพิษณุโลก

วันเสาร์ ที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 18.42 น.

นายกฯ เห็นชอบโครงการพัฒนาแหล่งน้ำบางระกำโมเดล เพื่อชาวพิษณุโลก

14 ตุลาคม 2566) นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยนายอนุชา นาคาศัย  รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และคณะ ลงพื้นที่ตรวจราชการและติดตามสถานการณ์น้ำในพื้นที่จังหวัดพิษณุโลก พร้อมมอบสิ่งของช่วยเหลือประชาชน โดยมี ดร.ทวีศักดิ์ ธนเดโชพล รองอธิบดีกรมชลประทาน พร้อมด้วยนายวรพจน์ เพชรนรชาติ ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 3 นายชำนาญ ชูเที่ยง ผู้อำนวยการโครงการชลประทานพิษณุโลก และผู้เกี่ยวข้องร่วมลงพื้นที่ พร้อมสรุปสถานการณ์น้ำและแนวทางในการพัฒนาพื้นที่ต้นแบบ ณ บึงตะเคร็ง อำเภอบางระกำ จังหวัดพิษณุโลก

สำหรับ  “โครงการบางระกำโมเดล ” นั้น เกิดขึ้นเนื่องจากปัญหาอุทกภัยที่ซ้ำซากในพื้นที่ จ.สุโขทัยและพิษณุโลก เมื่อปี 2559  กรมชลประทานจึงได้บูรณาการร่วมกับทุกภาคส่วน ดำเนินโครงการฯมาอย่างต่อเนื่องจวบจนปัจจุบัน โดยกรมชลประทานได้ดำเนินการพัฒนาพื้นที่สาธารณะซึ่งเป็นหนองน้ำขนาดใหญ่ในพื้นที่แม่น้ำยมฝั่งขวาของอำเภอบางระกำ จังหวัดพิษณุโลก โดยการพัฒนาแก้มลิง บึงตะเครง บึงขี้แร้ง บึงระมาณ โดยสามารถเก็บกักน้ำได้รวม 30.74 ล้านลูกบาศก์เมตร ดำเนินการแล้วเสร็จในปี 2558 จากความต้องการของประชาชน ในการปรับตัวนำมาปรับปฏิทินการเพาะปลูก และแผนการบริหารจัดการน้ำนำมาสู่นโยบายของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

นอกจากนี้ กรมชลประทานยังดำเนินโครงการพัฒนาแหล่งน้ำเพื่อเพิ่มศักยภาพการกักเก็บน้ำ ในพื้นที่อำเภอบางระกำ อาทิ

▪ ระยะสั้น (แผนงานปี 2567)

1. ประตูระบายน้ำบ้านนิคมพัฒนา ต.นิคมพัฒนา อ.บางระกำ 
2. เพิ่มประสิทธิภาพคลองคึกฤทธิ์-บึงตะเคร็ง ต.ท่านางงาม ต.บางระกำ อ.บางระกำ
3. เพิ่มประสิทธิภาพคลองส่งน้ำรอบบึงตะเคร็ง ต.บางระกำ อ.บางระกำ
4. เพิ่มประสิทธิภาพคลองตะโม่ ต.บางระกำ อ.บางระกำ
5. โครงการยกระดับคันกั้นน้ำ (สายบางระกำ-บางบ้า) ต.ชุมแสงสงคราม อ.บางระกำ

▪ ระยะกลาง (แผนงานปี 2568-2569)

1. พัฒนาและเสริมศักยภาพบึงตะเคร็งเป็นแหล่งท่องเที่ยว อ.บางระกำ
2. ประตูระบายน้ำบ้านหนองบัวนา ต.นิคมพัฒนา อ.บางระกำ
3. ประตูระบายน้ำบ้านทุ่งอ้ายโห้ ต.นิคมพัฒนา อ.บางระกำ
4. ประตูระบายน้ำหนองอ้อ ต.บึงกอก อ.บางระกำ
5. ระบบระบายน้ำวัดพรหมเกษร ต.ชุมแสงสงคราม อ.บางระกำ
6. ประตูระบายน้ำบ้านพรสวรรค์ ต.นิคมพัฒนา อ.บางระกำ
7. ประตูระบายน้ำบ้านทุ่งใหญ่ ต.นิคมพัฒนา อ.บางระกำ
8. ประตูระบายน้ำคลองกรุงกรัก ต.บึงกอก อ.บางระกำ
9. ระบบระบายน้ำบ้านท่ามะเกลือ ต.นิคมพัฒนา อ.บางระกำ
10. ระบบระบายน้ำบ้านหนองไผ่ ต.นิคมพัฒนา อ.บางระกำ
1 1. ระบบระบายน้ำบ้านคลองพระรถ ต.พันเสา อ.บางระกำ
12. ระบบระบายน้ำบ้านคลองบึงแหง ต.วังอิทก อ.บางระกำ

▪ ระยะยาว (แผนงานปี 2570-2573)

1. ปรับปรุงประตูระบายน้ำบ้านวังสะตือ อ.กงไกรลาศ จ.สุโขทัย 
2. เพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำแม่น้ำยม อ.บางระกำ จ.พิษณุโลก 
3. โครงการฟื้นฟูและขุดลอกแม่น้ำยม อ.บางระกำ จ.พิษณุโลก 

ทั้งนี้ หากโครงการดังกล่าวแล้วเสร็จ จะสามารถเพิ่มศักยภาพใช้เป็นพื้นที่หน่วงน้ำได้จากเดิม 400 ล้าน ลบ.ม. เป็น 550 ล้าน ลบ.ม. ช่วยลดผลกระทบจากอุทกภัยจากการขยายพื้นที่การดำเนินการจากเดิม 265,000 ไร่ เป็นพื้นที่ 382,000 ไร่ ประชาชนในพื้นที่โครงการสามารถใช้ชีวิตอยู่กับน้ำในช่วงการหน่วงน้ำได้อย่างมั่นคง และปลอดภัย ในการนี้ นายกรัฐมนตรี ได้สั่งการให้กรมชลประทานเร่งดำเนินการโครงการให้แล้วเสร็จโดนเร็วที่สุด เพื่อชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นของพี่น้องประชาชนต่อไป

คุยกัน 7 วันหน : ศึก‘อิสราเอล-ฮามาส’ส่อขยายวง?

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/762834

คุยกัน 7 วันหน : ศึก‘อิสราเอล-ฮามาส’ส่อขยายวง?

คุยกัน 7 วันหน : ศึก‘อิสราเอล-ฮามาส’ส่อขยายวง?

วันอาทิตย์ ที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 06.35 น.

แม้การสู้รบรุนแรงระหว่างอิสราเอลกับกลุ่มนักรบฮามาสของปาเลสไตน์ จะเกิดขึ้นบริเวณพรมแดนอิสราเอลกับฉนวนกาซา โดยเฉพาะเขตกาซาเป็นหลัก แต่ความเคลื่อนไหวในพื้นที่ทางตอนเหนือของอิสราเอลขณะนี้น่ากังวลไม่น้อย ทำให้กองทัพอิสราเอลต้องเพิ่มกำลังทหารประจำการตามแนวพรมแดนที่อยู่ติดกับเลบานอนหลังจากอิสราเอลยิงโจมตีพื้นที่ทางตอนใต้ของเลบานอนเมื่อไม่กี่วันก่อนเพื่อตอบโต้การโจมตีของกลุ่มเฮซบอลลาห์ซึ่งยิงขีปนาวุธต่อต้านรถถังอย่างน้อย2 ลูก พุ่งเป้าไปยังจุดประจำการทหารในพื้นที่ทางตอนเหนือของอิสราเอล ทำให้บ้านเรือนของชาวเลบานอนอย่างน้อย 10 หลัง และฐานยิงจรวดได้รับความเสียหาย โดยมีผู้ได้รับบาดเจ็บ 3 คน

ขณะที่เฮซบอลลาห์ ระบุว่า การโจมตีดังกล่าวเป็นการตอบโต้อิสราเอลที่สังหารสมาชิกของกลุ่มในระหว่างการปะทะกันเมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา

บรรยากาศตึงเครียดในจุดนี้ทวีความรุนแรงมากขึ้น นับตั้งแต่ฮามาสบุกโจมตีอิสราเอล ท่ามกลางความกังวลว่า การสู้รบรุนแรงจะปะทุขึ้นในบริเวณนี้เพิ่มอีก 1 จุด ซึ่งเฮซบอลลาห์เป็นกลุ่มที่มีสายสัมพันธ์แนบแน่นกับฮามาส

พันธมิตรของฮามาสไม่ได้มีแค่กลุ่มติดอาวุธที่อยู่ในเลบานอนเท่านั้น แต่ยังมีกลุ่มสนับสนุนกระจายตัวอยู่ในหลายประเทศในตะวันออกกลาง ซึ่งกลุ่มเหล่านี้มีจุดร่วมเป็นความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับอิหร่าน เช่น ซีเรีย มีรายงานว่า อิสราเอลต้องยิงปืนใหญ่เพื่อตอบโต้การโจมตีที่มาจากฝั่งซีเรียในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา ขณะที่ผู้นำกลุ่มฮูตีในเยเมน ล่าสุดออกมาประกาศความพร้อมที่จะร่วมมือกับกลุ่มอื่นๆ รวมทั้งขู่ว่าจะยิงขีปนาวุธ ใช้โดรนโจมตีและใช้ยุทธวิธีทางทหารต่างๆ เพื่อตอบโต้ หากสหรัฐฯ เข้าไปยุ่งกับความขัดแย้งในกาซาโดยตรง

ส่วนกลุ่มติดอาวุธในอิรักจำนวนหนึ่ง ออกมาแสดงจุดยืนไม่ต่างกับฮูตี คือ หากสหรัฐฯ เข้าไปแทรกแซงทางการทหารในกาซา ทางกลุ่มจะเปิดฉากโจมตีฐานทัพและผลประโยชน์ของสหรัฐฯ ในดินแดนอิรักและตามจุดต่างๆ ในภูมิภาค

ความเคลื่อนไหวของสหรัฐฯไม่ได้เรียกเสียงวิจารณ์จากฝั่งผู้สนับสนุนฮามาสหลักเท่านั้น แต่ตุรกีเองก็ออกมาแสดงจุดยืนคัดค้านด้วยเช่นกัน โดยประธานาธิบดีเรเซป ทายยิบ เออร์โดอันออกมาโจมตีกรณีสหรัฐฯ ส่งเรือบรรทุกเครื่องบินเข้าใกล้อิสราเอล ว่า อาจจะนำไปสู่การสังหารหมู่ในกาซา

ขณะที่อดีตผู้นำฮามาส ที่ขณะนี้อยู่ในกาตาร์ ออกมาเชิญชวนให้โลกมุสลิมและอาหรับออกมารวมตัวประท้วงพร้อมกัน เพื่อแสดงพลังสนับสนุนชาวปาเลสไตน์ นอกจากนี้ ยังเรียกร้องให้รัฐบาลและประชาชนในประเทศเพื่อนบ้าน ทั้งจอร์แดน ซีเรีย เลบานอน และอียิปต์ ออกมาทำหน้าที่ที่สำคัญที่สุดในการช่วยเหลือชาวปาเลสไตน์

เช่นเดียวกับประธานาธิบดีอิบราฮิม ไรซี ของอิหร่าน เผยระหว่างการสนทนาทางโทรศัพท์กับประธานาธิบดีบาชาร์ อัล-อัสซาด ของซีเรีย เรียกร้องประเทศอาหรับและมุสลิมทั้งปวงรวมทั้งชาวโลกผู้เป็นอิสระทั้งหมดจะต้องร่วมใจและร่วมมือกันอย่างจริงจังในการหยุดยั้งการก่ออาชญากรรมของระบอบไซออนิสต์ที่กระทำต่อชาติปาเลสไตน์ที่ถูกกดขี่ ประธานาธิบดีไรซีย้ำว่า เพื่อหยุดยั้งการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวปาเลสไตน์ของพวกไซออนิสต์ อิหร่านจะประสานกับประเทศมุสลิมโดยเร็วที่สุด และได้ตำหนิประเทศอาหรับที่สถาปนาความสัมพันธ์ระดับปกติกับอิสราเอลเมื่อไม่นานมานี้ หรืออยู่ระหว่างเจรจาเพื่อสถาปนาความสัมพันธ์ระดับปกติกับอิสราเอล

ข้อมูลจากสำนักสถิติกลางปาเลสไตน์ ชี้ว่า ปัจจุบันมีชาวปาเลสไตน์อยู่ในกาซาและเวสต์แบงก์ รวมกันมากกว่า 5,000,000 คน และอีกหลายล้านคนกระจัดกระจายอยู่ในหลายประเทศ แต่ทั้งสามประเทศนี้ เป็นประเทศเพื่อนบ้านที่รับดูแลผู้อพยพชาวปาเลสไตน์เป็นจำนวนมาก โดยอยู่ในจอร์แดนมากที่สุด ประมาณ 2,300,000 คน ขณะที่ตัวเลขในซีเรียอาจจะมีน้อยกว่านี้ เพราะพบว่าผู้ลี้ภัยที่ลงทะเบียนในซีเรียจำนวนหนึ่งอพยพไปอาศัยในประเทศอื่นๆ แทน

สิ่งหนึ่งที่ต้องแยกออกจากกันให้ชัด คือ ชาวปาเลสไตน์ทั้งหมดไม่ใช่กลุ่มฮามาส ดังนั้นในช่วงหลายวันที่ผ่านมา แม้จะมีภาพความโหดร้ายของเหตุโจมตีในอิสราเอล แต่ในหลายเมืองทั่วโลกก็ยังคงเห็นภาพการชุมนุมสนับสนุนและเรียกร้องความเป็นธรรมให้กับชาวปาเลสไตน์อย่างต่อเนื่อง

จุดนี้กลายมาเป็นปัญหาใหญ่ของอิสราเอล เพราะจะทำอย่างไรให้การโจมตีกลุ่มติดอาวุธกระทบกับพลเรือนน้อยที่สุด เพื่อไม่ให้สร้างเงื่อนไขที่จะยิ่งทำให้กลุ่มติดอาวุธ
หัวรุนแรงได้ประโยชน์

การโจมตีทางอากาศในแต่ละวันถ้าสถานการณ์ยิ่งเลวร้ายลงไปอีก ก็จะยิ่งเพิ่มความเสี่ยงของสงครามที่ขยายวงกว้างมากยิ่งขึ้น ยิ่งล่าสุด กองทัพอิสราเอลว่า ประชากรทั้งหมดของกาซา ซึ่งอยู่ทางเหนือของวาดิกาซา ควรจะอพยพย้ายไปอยู่ทางภาคใต้ของกาซาภายใน 24 ชั่วโมงข้างหน้า ซึ่งคำสั่งนี้เกี่ยวข้องกับประชาชนประมาณ 1.1 ล้านคน ก็ยิ่งทำให้หลายฝ่ายหวั่นเกรงว่า อิสราเอลพร้อมสั่งทหารนับแสนนายที่ประชิดพรมแดนกาซา ให้เตรียมบุกเข้าไปในฉนวนกาซา เพื่อเผชิญหน้ากับกลุ่มนักรบฮามาส และเพื่อช่วยเหลือตัวประกันกว่า 150 คน ที่ถูกกลุ่มฮามาสจับไปจากอิสราเอล นั่นก็ยิ่งทำให้สถานการณ์ส่อเลวร้ายลงอีกมาก

เอลอยซ์ ฟาเยต์ ผู้เชี่ยวชาญด้านตะวันออกกลางจากสถาบันความสัมพันธ์ต่างประเทศแห่งฝรั่งเศสวิเคราะห์ว่า การลักพาตัวทหารและพลเรือน ทำให้การตอบโต้ของกองทัพอิสราเอลซับซ้อนยุ่งยากขึ้น เพราะอิสราเอลให้ความสำคัญกับตัวประกันอย่างมาก โดยในปี 2011 อิสราเอลเคยยอมแลกเปลี่ยนตัวประกันเพียงคนเดียว เป็นทหารชาวอิสราเอล-ฝรั่งเศสที่ชื่อ จิลาด์ ชาลิด กับนักโทษปาเลสไตน์มากกว่า 1,000 คนมาแล้ว

ต้องติดตามว่า อิสราเอลจะยอมสละชีวิตตัวประกันนับร้อยที่เป็นทั้งคนอิสราเอลและพลเมืองชาติอื่น โดยเดินหน้าปราบปรามกลุ่มฮามาสผ่านการโจมตีทางอากาศอย่างหนักหน่วงพร้อมไปกับการส่งทหารบุกเข้าฉนวนกาซาหรือไม่

ซึ่งแน่นอนว่า ความขัดแย้งจะยิ่งลุกลามบานปลายมากขึ้นไปอีก

โดย ดาโน โทนาลี