Science Update : รูโหว่ชั้นโอโซนเกิดใหม่ ใหญ่มาก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/762829

Science Update : รูโหว่ชั้นโอโซนเกิดใหม่ ใหญ่มาก

Science Update : รูโหว่ชั้นโอโซนเกิดใหม่ ใหญ่มาก

วันอาทิตย์ ที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ข้อมูลล่าสุดจากดาวเทียมคอเปอร์นิคัส เซนทิเนล (Copernicus Sentinel) ขององค์การอวกาศยุโรป (ESA) พบว่าเกิดรูโหว่ใหม่ขนาดยักษ์ในชั้นโอโซนของบรรยากาศโลก โดยรูโหว่นี้อยู่เหนือขั้วโลกใต้ มีพื้นที่ถึง 26 ล้านตารางกิโลเมตร ใหญ่กว่าทวีปอเมริกาเหนือ และคิดเป็นสองเท่าของพื้นที่ทวีปแอนตาร์กติกาเอง เหล่านักวิทยาศาสตร์สันนิษฐานว่าน่าจะเกิดจากเหตุภูเขาไฟใต้น้ำระเบิดที่ประเทศตองกา เมื่อช่วงต้นปี 2022

บรรยากาศชั้นโอโซนอยู่ที่ระดับความสูง 15-30 กิโลเมตรเหนือพื้นโลก ประกอบไปด้วยโมเลกุลของก๊าซที่มีอะตอมของธาตุออกซิเจน 3 ตัว (O3) ซึ่งช่วยปกป้องสิ่งมีชีวิตบนโลกจากอันตรายของรังสีอัลตราไวโอเล็ต (ยูวี) จากดวงอาทิตย์

ในช่วงกลางทศวรรษ 1980 มีการค้นพบรูโหว่ขนาดยักษ์ในชั้นโอโซนแถบขั้วโลกเหนือและขั้วโลกใต้ ทำให้ประชาคมโลกร่วมกันทำอนุสัญญาห้ามการใช้สารซีเอฟซี (Chlorofluorocarbons – CFCs) ซึ่งส่งผลให้รูโหว่ในชั้นโอโซนบางแห่งปิดตัวและหลายแห่งมีขนาดเล็กลง แต่มวลอากาศเย็นของฤดูหนาวในแต่ละปี ทำให้เกิดเมฆบางชนิดที่ทำลายก๊าซโอโซนได้จนในปัจจุบันยังคงเกิดรูโหว่ตามฤดูกาลในชั้นโอโซนเหนือขั้วโลกทั้งสองแห่งอยู่

อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญประเมินว่า การเกิดรูโหว่ยักษ์ในชั้นโอโซนตามฤดูกาลเช่นนี้ไม่ใช่สิ่งที่น่าวิตก และมันน่าจะปิดลงได้เองภายในเวลาอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า ส่วนแนวโน้มการเยียวยารูโหว่ในชั้นโอโซนทั่วโลกนั้น หากปริมาณของสารซีเอฟซีที่ปล่อยสู่ชั้นบรรยากาศยังคงต่ำอยู่เช่นนี้ คาดว่ารูโหว่จะปิดตัวลงได้อย่างสมบูรณ์ในปี 2050

Health News : สูตรงีบหลับเพิ่มพลังให้คนทำงานโต้รุ่ง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/762830

Health News : สูตรงีบหลับเพิ่มพลังให้คนทำงานโต้รุ่ง

Health News : สูตรงีบหลับเพิ่มพลังให้คนทำงานโต้รุ่ง

วันอาทิตย์ ที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

บทวิเคราะห์ที่ตีพิมพ์ในวารสาร Science Advances เปรียบเทียบการทดลองจากงานวิจัยเบื้องต้น 3 ชิ้น ของ ดร.ซานาเอะ โอริยามะ นักวิทยาศาสตร์สาขาชีวการแพทย์ จากมหาวิทยาลัยฮิโรชิมาของญี่ปุ่น เพื่อให้ได้ “สูตรงีบหลับ” ที่ดีที่สุดสำหรับคนทำงานกลางคืนออกมา Ffp.shอาสาสมัคร 3 กลุ่ม กลุ่มละ 12-15 คน ทำงานนานติดต่อกันถึง 16 ชั่วโมง ตั้งแต่เวลา 16.00 น.ไปจนถึง 09.00 น. ของวันรุ่งขึ้น

อาสาสมัครกลุ่มแรกจะได้รับอนุญาตให้พักงีบหลับยาวๆ ได้หนึ่งครั้ง คิดเป็นเวลาทั้งสิ้น120 นาที ในช่วงสี่ทุ่มถึงเที่ยงคืน แต่อาสาสมัครอีกกลุ่มหนึ่งจะได้รับอนุญาตให้พักงีบหลับได้สองครั้งโดยให้นอน 90 นาที ในช่วงสี่ทุ่มครึ่งถึงเที่ยงคืน และงีบหลับสั้นๆ 30 นาทีอีกครั้ง ในช่วงตีสองครึ่งถึงตีสาม ส่วนอาสาสมัครกลุ่มสุดท้ายหรือกลุ่มควบคุม จะไม่มีโอกาสได้งีบหลับเลยตลอดทั้งคืนพบว่า ผู้เข้าร่วมการทดลองที่ได้งีบหลับสองครั้ง โดยคิดเป็นเวลานาน 90 นาที และ 30 นาทีตามลำดับ มีความรู้สึกเหนื่อยล้าจากการทำงานโต้รุ่งน้อยที่สุด ทั้งยังรู้สึกว่าสมองแจ่มใสใช้ความคิดได้ดีกว่า เมื่อเทียบกับกลุ่มที่ได้นอนพักผ่อนยาว 120 นาที เพียงครั้งเดียวต่อคืน โดยอาสาสมัครกลุ่มนี้รู้สึกว่าตัวเองเฉื่อยชาและง่วงเหงาหาวนอนมากที่สุด

ดร.โอริยามะ แนะนำว่า “การงีบหลับ 90 นาทีในช่วงแรกของค่ำคืน ช่วยรักษาประสิทธิภาพการทำงานให้คงอยู่ยาวนานขึ้น ส่วนการงีบสั้นๆ ครั้งที่สอง นาน 30 นาทีในช่วงใกล้รุ่ง ช่วยลดความเหนื่อยล้าและทำให้ผู้นั้นคงปฏิกิริยาตอบสนองที่รวดเร็วเอาไว้ได้ จึงถือเป็นกลยุทธ์การงีบหลับแบบผสมผสาน ที่ส่งผลให้การทำงานโต้รุ่งปลอดภัยและมีประสิทธิภาพเต็มที่”

ภูมิบ้านภูมิเมือง : ‘มาตรการป้องกันอุทกภัยอยุธยา’ ภูมิคุ้มกันโบราณสถานมรดกโลก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/762822

ภูมิบ้าน ภูมิเมือง : ‘มาตรการป้องกันอุทกภัยอยุธยา’ ภูมิคุ้มกันโบราณสถานมรดกโลก

ภูมิบ้าน ภูมิเมือง : ‘มาตรการป้องกันอุทกภัยอยุธยา’ ภูมิคุ้มกันโบราณสถานมรดกโลก

วันอาทิตย์ ที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

แม่น้ำเจ้าพระยาส่วนแคบที่สุด

ด้วยพื้นที่นครประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยาปัจจุบันยังปรากฏเหตุการณ์น้ำท่วมจากการมีแม่น้ำป่าสัก แม่น้ำลพบุรี และแม่น้ำเจ้าพระยาไหลมารวมกัน ในอดีตที่ผ่านมาในยามน้ำหลากนั้นมีผลกระทบกับการสู้รบในสงครามสมัยกรุงศรีอยุธยาที่มีการตั้งค่ายล้อมกรุง การขนย้ายกำลัง และการหาแหล่งเสบียงอาหารถึงแม้ว่าจะผ่านเวลามา๔๐๐-๕๐๐ ปีแล้ว น้ำท่วมนั้นก็ยังปรากฏอยู่จนทุกวันนี้ ดังนั้น ในฤดูน้ำเหนือหลากจึงเกิดอุทกภัยที่มีผลกระทบต่อไร่นา และบ้านเรือนที่อยู่อาศัยตามริมแม่น้ำต่างๆ สำหรับแหล่งมรดกโลกอย่างจังหวัดพระนครศรีอยุธยาแล้ว ทุกปีจึงมีการเฝ้าระวังและมาตรการป้องกันน้ำท่วม โดยเฉพาะกรมศิลปากร นั้นมีแผนงานมาตรการลดผลกระทบจากภัยพิบัติไว้ในร่างแผนปฏิบัติการการอนุรักษ์และพัฒนา นครประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา พุทธศักราช ๒๕๖๕-๒๕๗๔ เพื่อร่วมกับจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินงานตามมาตรการป้องกันผลกระทบจากภัยที่อาจจะเกิดขึ้นในพื้นที่มรดกโลกนครประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา ในการวิเคราะห์ความเสี่ยงจากอุทกภัยและเตรียมความพร้อมป้องกันแก้ไขปัญหา และมาตรการบรรเทาภัยพิบัติจากอุทกภัย ซักซ้อมแผนการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยในกรณีเกิดอุทกภัย-ซึ่งมีการป้องกันภัยจากอุทกภัยและมาตรการบรรเทาภัยพิบัติตามมาตรการทั้งระดับภูมิภาคและระดับพื้นที่ เช่น ได้สร้างเขื่อน การเพิ่มปริมาตรความจุของแหล่งน้ำการดำเนินการทั้งสองระดับเป็นการป้องกัน น้ำท่วมในพื้นที่มรดกโลก และพื้นที่โบราณสถานในเมืองพระนครศรีอยุธยาได้รับการป้องกันเหตุน้ำท่วมด้วย

นายพนมบุตร จันทรโชติ อธิบดีกรมศิลปากร

นายพนมบุตร จันทรโชติ อธิบดีกรมศิลปากร ได้ออกตรวจและติดตามมาตรการป้องกันอุทกภัยในพื้นที่ต่างๆ โดยเฉพาะอุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยาซึ่งมีการสร้างเขื่อนตั้งแนวแผงป้องกันน้ำท่วมในช่วงฤดูฝน ระหว่างเดือนสิงหาคม-ตุลาคม ซึ่งมีปริมาณน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาหลากมาจากทางเหนือ และน้ำจากเขื่อนสำคัญที่ปล่อยลงน้ำลงสู่ทะเล ทำให้ปริมาณน้ำมากกว่าปกติ ดังนั้น การสร้างแนวป้องกันน้ำท่วมในพื้นที่และโบราณสถานสำคัญ ที่อยู่ใกล้ชิดแม่น้ำและเป็นพื้นที่ราบลุ่มต่ำในแหล่งสำคัญของมรดกโลกที่ได้มีการดำเนินการแล้วคือ โบราณสถานวัดไชยวัฒนาราม ตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาและเป็นช่วงที่แคบที่สุด ได้ตั้งแผงป้องกันน้ำท่วมรูปแบบที่สามารถยกตั้งขึ้นและพับเก็บได้ ทางด้านตะวันออกเป็นแนวยาว ๑๖๐ เมตร สูงจากผิวบนสุดของขอบตลิ่ง ๑.๘๐ เมตร และยังต่อความสูงได้เป็น๒.๔๐ เมตร ส่วนด้านใต้ ด้านตะวันตก ใช้แนวกำแพงป้องกันน้ำถาวรด้วยคอนกรีตเสริมเหล็ก ด้านเหนือใช้ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๓๔๖๙ เป็นแนวป้องกันส่วนที่อื่นซึ่งมีสภาพเดียวกัน ได้แก่ วัดกษัตราธิราชวรวิหาร ได้ทำแนวป้องกันน้ำท่วมยาวประมาณ๓๐๘ เมตร สูงจากพื้นประมาณ๑.๗๐ เมตร วัดธรรมมารามได้ทำแนวป้องกันน้ำท่วมมีความยาวประมาณ ๑๓๐ เมตร สูงจากพื้นประมาณ ๑.๗๐ เมตร พื้นที่ด้านตะวันตก ของเกาะเมืองบริเวณเจดีย์พระสุริโยทัยทุกปีมีระดับน้ำสูงจนล้นระดับแนวตลิ่ง ได้ตั้งแผงป้องกันรูปแบบที่สามารถยกตั้งขึ้นและพับเก็บได้ ป้องกัน บริเวณด้านตะวันตกของเกาะเมืองตั้งแผงยาวประมาณ ๕๖๐ เมตร สูงจากพื้นประมาณ ๑.๗๐ เมตร วัดเชิงท่า อยู่ด้านเหนือนอกเกาะเมืองริมคลองเมือง หรือแม่น้ำลพบุรีได้ตั้งแนวกระสอบทราย ป้องกันบริเวณด้านใต้และด้านตะวันตกของวัด บริเวณด้านตะวันออกเฉียงเหนือของเกาะเมืองบริเวณตลาดหัวรอซึ่งเป็นย่านการค้าและชุมชนริมแม่น้ำป่าสักหรือคูขื่อหน้า เป็นจุดเสี่ยงที่น้ำจะล้นเข้าเมือง ได้ใช้แนวตลิ่งคอนกรีตยกสูงป้องกัน บริเวณตะวันออก ของเกาะเมือง ซึ่งสร้างแล้วเสร็จตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๖๓ โบราณสถานป้อมเพชรอยู่ด้านใต้ของเกาะเมืองเป็นจุดที่แม่น้ำเจ้าพระยาและแม่น้ำป่าสักมาบรรจบกัน ในช่วงฤดูน้ำหลากทุกปีมีระดับน้ำสูงจนล้นระดับแนวตลิ่งได้ตั้งแนวกระสอบทราย ป้องกันทั้งพื้นที่ของ โบราณสถานบ้านฮอลันดา ได้ตั้งแผงป้องกันรูปแบบที่สามารถเก็บได้ ป้องกันรอบอาคารศูนย์ข้อมูลโบราณสถานบ้านโปรตุเกส ตั้งแผงป้องกันรูปแบบที่สามารถเก็บได้ ป้องกันริมฝั่งแม่น้ำทั้งหมดนี้เป็นงานที่กรมศิลปากรและพื้นที่ได้ดำเนินการเฝ้าระวังและหาวิธีป้องกันมาตลอด

วัดไชยวัฒนาราม

วัดไชยวัฒนาราม

วัดกษัตริยาธิราช

วัดกษัตริยาธิราช

บริเวณป้อมเพชร

บริเวณป้อมเพชร

เฝ้าระวังและตรวจความพร้อม

เฝ้าระวังและตรวจความพร้อม

แผนผังแนวป้องกันน้ำท่วมแหล่งมรดกโลก

แผนผังแนวป้องกันน้ำท่วมแหล่งมรดกโลก

เครื่องสูบน้ำและแผงป้องกัน

เครื่องสูบน้ำและแผงป้องกัน

แนวแผงเหล็กพับเก็บได้

แนวแผงเหล็กพับเก็บได้

แนวป้องกันวัดไชยวัฒนาราม

แนวป้องกันวัดไชยวัฒนาราม

น้ำหลากลงท่วมพื้นที่

น้ำหลากลงท่วมพื้นที่

นักท่องเที่ยวแต่งตัวถ่ายภาพ

นักท่องเที่ยวแต่งตัวถ่ายภาพ

สปสช.คัดเลือกซีพีเอฟ นำร่องแคมเปญ คัดกรองมะเร็งปากมดลูกด้วยตัวเอง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/762843

สปสช.คัดเลือกซีพีเอฟ นำร่องแคมเปญ คัดกรองมะเร็งปากมดลูกด้วยตัวเอง

สปสช.คัดเลือกซีพีเอฟ นำร่องแคมเปญ คัดกรองมะเร็งปากมดลูกด้วยตัวเอง

วันอาทิตย์ ที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วย นพ.จเด็จ ธรรมธัชอารี เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เดินทางลงพื้นที่อ.โชคชัย จ.นครราชสีมา เพื่อเยี่ยมชมการคัดกรองมะเร็งปากมดลูกโดยการเก็บสิ่งส่งตรวจด้วยตนเอง (HPV Self Sampling) ณ โรงงานแปรรูปเนื้อไก่ซีพีเอฟ จังหวัดนครราชสีมา

ด้วยแนวโน้มมะเร็งปากมดลูกมีจำนวนเพิ่มขึ้น ขณะที่เขตสุขภาพที่ 9 ได้ดำเนินการคัดกรองมะเร็งปากมดลูกมาอย่างต่อเนื่องแต่ยังไม่บรรลุเป้าหมาย ยังมีกลุ่มเป้าหมายที่ยังไม่ได้รับการตรวจคัดกรองอีกจำนวนหนึ่ง ดังนั้น การนําร่องขับเคลื่อนการคัดกรองมะเร็งปากมดลูกโดยการเก็บสิ่งส่งตรวจด้วยตนเอง ด้วยความร่วมมือของทั้งภาครัฐและเอกชนในพื้นที่เขตสุขภาพที่ 9 เป็นหนึ่งในกิจกรรมสำคัญของนโยบายมะเร็งครบวงจร เพื่อการยกระดับนโยบาย 30 บาทรักษาทุกโรค ซึ่งรัฐบาลให้ความสำคัญกับการส่งเสริมสุขภาพป้องกันโรคให้แก่คนไทยทุกคนทุกสิทธิ การค้นหาและการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกด้วยตนเอง ทำให้สตรีไทยวัยทำงานรับรู้ตั้งแต่ในระยะเริ่มแรกและระยะก่อนเป็นมะเร็ง สามารถรักษาให้หายได้ง่ายและทันท่วงที เสียค่าใช้จ่ายน้อยกว่าการรักษาในระยะลุกลาม ทำให้ภาระค่าใช้จ่ายในการดูแลสุขภาพของประชาชนลดลง สตรีไทยมีสุขภาพที่แข็งแรง ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศไทย” นพ.ชลน่าน กล่าว

ด้าน สิริพงศ์ อรุณรัตนา ประธานผู้บริหารฝ่ายปฏิบัติการธุรกิจสัตว์บก บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือซีพีเอฟกล่าวขอบคุณกระทรวงสาธารณสุข สปสช. และสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครราชสีมา ที่ให้ซีพีเอฟ เป็นภาคเอกชนนำร่องดำเนินโครงการขับเคลื่อนการคัดกรองมะเร็งปากมดลูกด้วยการเก็บสิ่งส่งตรวจด้วยตนเอง ซึ่งพนักงานหญิงถือเป็นฟันเฟืองที่บริษัทให้ความสำคัญและใส่ใจ พร้อมเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจ โดยโครงการความร่วมมือครั้งนี้ถือเป็นส่วนหนึ่งของการส่งเสริมสุขภาพเชิงรุกและช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของพนักงานหญิงทางหนึ่ง

ส่วน นพ.จเด็จ ธรรมธัชอารี กล่าวว่า โรคมะเร็งเป็นสาเหตุการตายอันดับ 1 ในประเทศไทย และมีแนวโน้มที่เพิ่มขึ้น ขณะที่โรคมะเร็งเต้านม และโรคมะเร็งปากมดลูก เป็นมะเร็งที่พบมากที่สุดในสตรีอายุระหว่าง 45-50 ปีอยู่ในช่วงวัยทำงานซึ่งส่วนใหญ่จะพบเมื่ออยู่ในระยะลุกลาม ทำให้เสียค่าใช้จ่ายในการรักษาสูง อีกทั้งส่งผลต่อการดำรงชีพและการประกอบอาชีพ รัฐบาลจึงกําหนดให้มะเร็งปากมดลูก เป็นหนึ่งในนโยบาย Quick Win 100 วัน ที่ต้องดำเนินการแบบครบวงจร เริ่มตั้งแต่การคัดกรองซึ่งปัจจุบันมีเทคนิคทางด้านชีวโมเลกุลที่ประชาชนสามารถเก็บตัวอ่างส่งตรวจหาตัวเชื้อ HPV ได้ด้วยตัวเอง (HPV DNA Test) ไม่จำเป็นต้องไปรับการตรวจที่โรงพยาบาล ซึ่งเมื่อสามารถตรวจคัดกรองได้เร็ว ก็จะเข้ารับการรักษาได้เร็วและสามารถรักษาให้หายขาดได้ 80-90%

ด้วยเหตุนี้ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครราชสีมา (สสจ.นครราชสีมา) สปสช.เขต 9 นครราชสีมา โรงพยาบาลกรุงเทพราชสีมา บริษัท เนชั่นแนล เฮลท์แคร์ ซิสเท็มส์ จำกัด บริษัท โรช ไทยแลนด์ จํากัด และบริษัท ซีพีเอฟ (ประเทศไทย) จํากัด (มหาชน) จึงได้ร่วมมือกันทำโครงการฯ ดังกล่าว โดย สสจ.นครราชสีมา จะกำหนดพื้นที่ให้หน่วยบริการภาคเอกชนเข้าไปช่วยคัดกรองในกลุ่มสถานประกอบการที่มีพนักงานสตรีจำนวนมาก ตั้งแต่แจกชุดตรวจมะเร็งปากมดลูกด้วยตนเอง (HPV Self Collection) มีการสอนวิธีใช้ และเก็บตัวอย่างกลับมาตรวจภายในวันนั้น หากรายใดมีผลตรวจเป็นบวก (+) จะนํามาตรวจยืนยันและรักษาต่อให้ครบวงจร ก่อนจะขยายไปยังโรงงานอื่นๆ ที่มีความพร้อมในอนาคต

คุณแหน : 15 ตุลาคม 2566

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/762840

วันอาทิตย์ ที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ll กราบน้อมรำลึกพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ ในวันนวมินทรมหาราช๑๓ ตุลาคม ๒๕๖๖ ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อมขอเดชะ..

ll “ผู้นำประเทศจำเป็นต้องอาศัยทั้งความรู้และประสบการณ์ วิสัยทัศน์ ทักษะนักบริหาร ที่สามารถบูรณาการองคาพยพขนาดใหญ่ของบ้านเมืองรวมทั้งการตัดสินใจอย่างแม่นยำและสั่งการอย่างเด็ดขาดบนสำนึกในความดี มีคุณธรรม”พล.อ.ประยุทธ์จันทร์โอชา อดีตนายกรัฐมนตรี..

ll จนถึงชั่วโมงนี้ยังไม่สรุปว่ารัฐบาลโดยการนำของนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง เศรษฐา ทวีสินเรื่องดิจิทัลวอลเล็ต จะลงเอยแบบใด??ทั้งที่มีฝ่ายค้านและฝ่ายสนับสนุน..

ll ส่วนอดีต รมว.คลัง ธีระชัยภูวนาถนรานุบาล กล่าว“การที่รัฐบาลของนายเศรษฐากำหนดเวลาแจกเงินไว้เดือน เม.ย.นั้น มีความเสี่ยงอาจถูกตีความว่าแสดงเจตนาไม่ผ่านกระบวนการบรรดากฎหมายเกี่ยวกับงบประมาณ กล่าวคือ ภายในdateline เดือนเม.ย. เป็นไปไม่ได้ที่จะมีการอนุมัติโดยรัฐสภา ทั้งนี้เนื่องจากมีการเสนอโครงการนี้ต่อรัฐสภาแล้ว ฯลฯ”..

ll แต่เลขาธิการป.ป.ช. นิวัติไชย เกษมมงคลส่งสัญญาณเตือนถึงโครงการดิจิทัลวอลเล็ต หนึ่งหมื่นบาท สุ่มเสี่ยงจะซ้ำรอยโครงการจำนำข้าว และป.ป.ช.มีการตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ การเงิน เศรษฐศาสตร์และธนาคาร ร่วมเป็นกรรมการเพื่อศึกษารายละเอียดโครงการนี้..

ll พริษฐ์ วัชรสินธุ โฆษกพรรคก้าวไกล“ต้องยอมรับอย่างตรงไปตรงมา พรรคก้าวไกลกำลังมีปัญหาเรื่องการคุกคามและความรุนแรงทางเพศในฐานะพรรคการเมืองที่ต้องมีความรับผิดชอบต่อการแก้ไขปัญหาดังกล่าวในระดับประเทศ แต่ปัญหากลับเกิดขึ้นจากบุคลากรภายในองค์กรเราเอง”..

ll นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ ได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้แทนการค้าไทย ซึ่งมี รมต.ธรรมนัส พรหมเผ่า เป็นผู้ผลักดันเจ้าตัวประกาศงานที่เราจะทำเพื่อประชาชน ประเทศชาติ และรัฐบาล เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์..ll

น้องนิ่ง….นิ่ง…

สภากาชาดไทยร่วมกับ รฟฟท. และ เอเชีย เอรา วัน ชวนชาวไทย ผนึกกำลังร่วมบริจาคโลหิต ณ แอร์พอร์ต เรล ลิงก์ มักกะสัน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/762841

สภากาชาดไทยร่วมกับ รฟฟท. และ เอเชีย เอรา วัน ชวนชาวไทย  ผนึกกำลังร่วมบริจาคโลหิต ณ แอร์พอร์ต เรล ลิงก์ มักกะสัน

สภากาชาดไทยร่วมกับ รฟฟท. และ เอเชีย เอรา วัน ชวนชาวไทย ผนึกกำลังร่วมบริจาคโลหิต ณ แอร์พอร์ต เรล ลิงก์ มักกะสัน

วันอาทิตย์ ที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทยร่วมกับบริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด และ บริษัท เอเชีย เอรา วัน จำกัด ผู้ร่วมลงทุนโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบิน และปัจจุบันเป็นผู้ให้การสนับสนุนการเดินรถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ ภายใต้การกำกับดูแลของ บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท จำกัด ขอเชิญชวนประชาชนชาวไทยร่วมบริจาคโลหิตภายใต้โครงการ One Drop for Life ซึ่งจัดขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมให้เกิดสังคมแห่งการแบ่งปัน และสร้างคุณค่าให้แก่กันและกัน ด้วยการสนับสนุนสภากาชาดไทยในการจัดหาโลหิตเพื่อเพิ่มปริมาณคลังโลหิตสำรองให้เพียงพอแก่ความต้องการในการนำไปใช้ต่อชีวิตให้แก่ผู้ป่วยตามโรงพยาบาลต่างๆ ทั่วประเทศผู้ที่สนใจสามารถร่วมบริจาคโลหิตช่วยต่อลมหายใจให้แก่ผู้ป่วยที่กำลังต้องการโลหิตในการรักษาพยาบาลได้ที่ ศูนย์รับบริจาคโลหิตเคลื่อนที่แอร์พอร์ต เรล ลิงก์ มักกะสันซึ่งสามารถเดินทางด้วยรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตเรล ลิงก์ มาลงที่สถานีมักกะสัน และเดินไปยังจุดรับบริจาคโลหิตที่จัดไว้ให้ ณ บริเวณ ชั้น 2 ของตัวอาคารสถานีมักกะสัน ในวันที่16 ตุลาคม 2566 เวลา 11.00-19.00 น. ติดตามข่าวสารและกิจกรรมและกิจกรรมที่น่าสนในจากแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ ได้ที่เฟซบุ๊ก @AirportRailLink

หนังสือเด่น : เทคนิคการคิดใหญ่ที่จะผลักดันทุกคน ให้สำเร็จเกินกว่าคาดและมีความสุข

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/762828

หนังสือเด่น : เทคนิคการคิดใหญ่ที่จะผลักดันทุกคน  ให้สำเร็จเกินกว่าคาดและมีความสุข

หนังสือเด่น : เทคนิคการคิดใหญ่ที่จะผลักดันทุกคน ให้สำเร็จเกินกว่าคาดและมีความสุข

วันอาทิตย์ ที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

David J. Schwartz (เดวิด เจ. ชวอร์ต) ผู้เขียน “ คิดใหญ่ ไม่คิดเล็ก The Magic of Thinking” หนังสือที่เรากำลังจะหยิบยกมากล่าวถึงในวันนี้ได้กล่าวไว้ว่า เบื้องหลังความสำเร็จจริงๆของกรณีต่างๆที่พิสูจน์ให้เห็น ไม่ว่าจะเป็น ขนาดของเงินในบัญชีธนาคาร  ขนาดความสุข ขนาดความพอใจโดยทั่วไปของบุคคลคนหนึ่งนั้น ถูกกำหนดโดยขนาดความคิดของคนคนนั้น  

การคิดใหญ่สามารถให้ผลสำเร็จได้อย่างมหัศจรรย์ แต่ในความเป็นจริง ความคิดของคนส่วนใหญ่นั้นเป็นความคิดเล็กไม่ใช่ความคิดใหญ่  อาจจะเป็นเพราะสภาวะแวดล้อม ความคิด ความเชื่อของคนเหล่านั้น คอยฉุดรั้งให้เลิกคิดเลิกฝัน และปล่อยชีวิตไปตามยถากรรม หรือมีความเชื่อที่ว่าความสำเร็จสูงสุดที่ได้มาต้องแลกกับทุกสิ่งทุกอย่าง แต่ในความเป็นจริงแล้วความสำเร็จไม่ต้องการราคาอย่างใดทั้งสิ้น ทุกๆก้าวที่มุ่งไปข้างหน้ามีแต่ได้รับผลตอบแทนเท่านั้น ความสำเร็จต่างๆ  ตำแหน่งงานที่เงินเดือนน่าสนใจ รายได้มหาศาล และความสำเร็จอื่นๆ รออยู่นับไม่ถ้วนถ้าเรากล้าคิดใหญ่ และมีหลักการและความคิดพื้นฐานที่สนับสนุน ความมหัศจรรย์ของการคิดใหญ่  มาจากบรรพชนที่ได้รับความสำเร็จสูงสุดหลายท่าน และได้รับการพิสูจน์จากคนที่ประสบผลสำเร็จในงาน และมีความสุขรอบตัวเรามากมาย   

หนังสือ คิดใหญ่ ไม่คิดเล็ก The Magic of Thinking  คุณผู้อ่านจะได้พบกับ “เทคนิคการคิดใหญ่” ที่ได้รับการพิสูจน์แล้วว่าสำเร็จจริง มีการนำเสนอเป็นขั้นตอน สามารถประยุกติ์ใช้อย่างได้ผล โดยมีทั้งหมด  14 ข้อหลัก ให้ได้ศึกษาและปฏิบัติตาม  อาทิ ถ้าคุณคิดว่าคุณทำได้ คุณก็จะทำได้ การสร้างพลังความเชื่อให้ตัวเอง ได้แก่ต้องคิดว่าต้องสำเร็จ  เตือนตัวเองว่าเราเก่งกว่าที่คาดไว้ คิดใหญ่ ขนาดความสำเร็จ และคิดใหญ่, รักษาโรคชอบแก้ตัว  โลกแห่งความล้มเหลว  โดยมีข้ออ้างที่ยอดนิยม4ประการ และ หลักการต่อสู้กับข้ออ้างต่างๆ ,สร้างความเชื่อมั่นในตนเอง และทำลายความหวาดกลัว หลักปฏิบัติสร้างความเชื่อมั่นและทำลายความหวาดกลัว  และเทคนิคฝึกประจำวันเช่น นั่งแถวหน้า สบตา เดินเร็วขึ้น 20 เปอร์เซ็นต์ พูด และยิ้มอย่างเปิดเผย,วิธีการคิดใหญ่ หลักฝึกฝน 3ประการ  เช่นมุ่งหวังไปที่วัตถุประสงค์หลัก ถามตัวเองว่าเรื่องนั้นสำคัญจริงรีเปล่า อย่าตกเป็นเหยื่อหรือ แบบทดสอบวัดขนาดความคิดพะวงเรื่องเล็กน้อยเรื่องเล็กน้อย จำไว้ว่าคิดใหญ่ดีกว่าทุกทาง ฯลฯ

ทุกหลักคิด หลักการปฏิบัติทุกประการ  จะผลักดันให้ทุกคน “ประสบความสำเร็จเกินกว่าที่คาดคิด” นั้นถ่ายทอดจากประสบการณ์ตรงของผู้เขียนคือ “ดร.ชวาร์ตซ์” หนึ่งในสุดยอดผู้นำด้านแรงจูงใจ ซึ่งจะช่วยให้เราก้าวขึ้นมาเป็นนักขาย และนักจัดการชั้นเยี่ยม ผู้บริหาร และอื่นๆ ที่สามารถหารายได้มากขึ้น และที่สำคัญที่สุด จะพบกับความสุขที่แท้ในตนเอง

เนื้อหาในเล่มไม่ว่า แนวคิด เทคนิค วิธีการ ใช้ได้ผลจริง ที่สามารถถือเป็นวิธีต้นแบบปฏิบัติ พร้อมคำอธิบายที่เข้าใจง่ายและเห็นภาพ  ตลอดจนตารางการวางแผนชีวิตไปสู่ความอย่างยิ่งใหญ่ และเป็นแนวทาง ให้ได้ปฏิบัติตามอย่างเป็นลำดับขั้นตอน ทั้งด้านหน้าที่การงาน ชีวิตคู่ ชีวิตครอบครัว และกิจกรรมต่างๆ ในสังคม เพียงแค่ “คิด” และ “สร้างพฤติกรรมอย่างผู้ประสบความสำเร็จ” ทุกสิ่งที่ต้องการก็อยู่ไม่ไกลเกินเอื้อม  หากคุณเป็นอีกคนที่กล้าคิดใหญ่ และอยากประสบความสำเร็จในชีวิตไม่ควรพลาดหนังสือเล่มนี้

หนังสือขายดีระดับโลก ยอดขายหลายล้านเล่ม แปลแล้วกว่า 40 ภาษา ฉลองคนไทยอ่านทะลุ 200,000 เล่ม พิมพ์ครั้งที่ 73 เล่มปกแข็ง  แปลโดย ดร. นิเวศน์ เหมวชิรรวากร หนังสือราคา 395 บาท  จัดพิมพ์และจัดจำหน่ายโดย ซีเอ็ดยูเคชัน

ศิลปะการพัฒนาจิตให้ดลบันดาล

ในสิ่งที่ปรารถนาในแบบตัวเอง

“Manifest : 7 ขั้นตอนสู่ทุกสิ่งที่ปรารถนา” ผู้เขียน Roxie Nafousi  ผู้แปล  ศรรวริศา เมฆไพบูลย์ เป็นหนังสือที่ทำให้ผู้อ่านรู้วิธีการใช้จิตดลบันดาลและบรรลุในสิ่งที่มุ่งหวัง ด้วยการปฏิบัติตาม 7 ขั้นตอนง่าย ๆ อาทิ  มองภาพให้ชัด ด้วยการนึกภาพสิ่งที่เรามุ่งมาดปรารถนาหรือสร้างวิชั่นบอร์ดของชีวิตที่สมบูรณ์แบบให้ตัวเอง ,ขจัดความกลัวและความกังขา เพื่อบ่มเพาะและฝึกการรักตัวเอง, ปรับพฤติกรรม ด้วยการเดินออกจากพื้นที่ปลอดภัยของตัวเอง และปรับตัวให้เข้ากับตัวตนที่แท้จริงที่สุดของเรา,  เอาชนะบททดสอบของจักรวาล ,โอบรับความสำนึกรู้คุณ (โดยปราศจากเงื่อนไข), เปลี่ยนความริษยาเป็นแรงบันดาลใจ และไว้วางใจในจักรวาล  เมื่ออ่านแล้วเราจะเข้าใจศิลปะที่แท้จริงของการใช้จิตดลบันดาล และสร้างชีวิตที่เราเฝ้าฝันถึงมาตลอดได้ การใช้จิตดลบันดาล คือ การพบกันของวิทยาศาสตร์และภูมิปัญญา คือวิธีปฏิบัติในการพัฒนาตนเอง ที่เอื้อให้เราเอื้อมคว้าเป้าหมายที่ต้องการ บ่มเพาะการรักตัวเองและใช้ชีวิตอย่างดีที่สุด  หนังสือเล่มนี้ เป็น An Instant International Bestseller ติดอันดับ Sunday Times Bestseller ทันทีที่วางขาย เป็นหนังสือขายดีในหมวดต่าง ๆ ของ Amazon ดังนี้ อันดับ 1 หมวด Popular Applied Psychology อันดับ 2 หมวด Consciousness & Thought Philosophy หนังสือราคา 265 บาท

สำเร็จและมีความสุขไปพร้อมกัน

เมื่อวางชีวิตสอดคล้องกับสิ่งสำคัญที่สุด

“The Passion Test : อย่าเป็นคนสำเร็จที่ไม่รู้ว่าความสุขอยู่ที่ไหน” ผู้เขียน Janet Bray Attwood (เจเน็ต เบรย์ แอตวูด),Chris Attwood (คริส แอตวูด) ผู้แปล ธัญธร เชาว์บัณฑิตย์  หนังสือเล่มนี้เป็นหนังสือขายดีของหนังสือพิมพ์ New York Times  ที่สร้างแรงบันดาลใจให้คนนับพันใช้ชีวิตในฝัน ด้วยการสำรวจ   แพสชันของตนเองและความเป็นอยู่ว่าสิ่งใดสำคัญที่สุด โดยผู้อ่านจะสามารถระบุแพสชัน 5 อันดับแรกได้หลังจากทำแบบทดสอบในเล่ม จากนั้นก็จะได้เรียนรู้วิธีจัดวางชีวิตให้สอดคล้องกับสิ่งที่สำคัญที่สุด โดยปฎิบัติตามขั้นตอนี่เรียบง่ายทีละขั้นตอน คุณจะกลายเป็นคนที่สำเร็จและมีความสุขไปด้วยพร้อมกัน  หนังสือเล่มนี้ผสมผสานทักษะการเล่าเรื่องอันทรงพลังเข้ากับภูมิปัญญาแสนล้ำลึก จากผู้คนที่เป็นต้นแบบในการใช้ชีวิตที่น่าหลงใหล เช่น แจ็ก แคนฟีลด์ (Jack Canfield) ริชาร์ต พอล อีเเวนส์ (Richard Paul Evans) และสตีเฟน เอ็ม อาร์. โควีย์ (Stephen M. R. Covey) รวมถึงประสบการณ์ตรงของเจเนตและคริสด้วย ผู้เขียนทั้งคู่แสดงให้เราเห็นว่าการใช้ชีวิตที่อิ่มเอมและเปี่ยมด้วยแพสชัน ไม่เพียงแค่เป็นไปได้เท่านั้น แต่เป็นโชคชะตาที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ หนังสือราคา 340 บาท

ประวัติศาสตร์โฮโมเซเปียนส์

มนุษยชาติสายพันธุ์เดียวที่อยู่หลงเหลือ

“เซเปียนส์ ประวัติศาสตร์ฉบับกราฟิก : กำเนิดมนุษยชาติ (เล่ม 1)” ผู้เขียน Yuval Noah Harari (ยูวัล โนอาห์ แฮรารี),David N. Daniels (เดวิด แดเนียลส์) ผู้แปล     ดร. นำชัย ชีววิวรรธน์ หนึ่งแสนปีที่แล้ว เคยมีมนุษย์ถึง 6 สายพันธุ์อาศัยบนโลก แต่ทุกวันนี้เหลือเพียงสายพันธุ์เดียวคือ “โฮโมเซเปียนส์” เกิดอะไรขึ้นกับมนุษย์กลุ่มอื่น และจะเกิดอะไรขึ้นกับพวกเรา  เป็นครั้งแรกของหนังสือภาพสี ที่ดัดแปลงจากหนังสือสะเทือนโลกของนักประวัติศาสตร์ชื่อดังอย่าง “ยูวัล โนอาห์ แฮรารี” ที่จะมาเล่าเรื่องราวของจุดกำเนิดและวิวัฒนาการของเผ่าพันธุ์มนุษย์ พาไปสำรวจว่า ชีววิทยากับประวัติศาสตร์ช่วยนิยามและเสริมสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับ “มนุษย์” มากเพียงใด ตั้งแต่บทบาทของมนุษย์ในนิเวศวิทยาไปจนถึงความเจริญรุ่งเรืองขึ้นมาของจักรวรรดิต่าง ๆ “เซเปียนส์ ประวัติศาสตร์ฉบับกราฟิก” เล่มนี้ คือ เพชรน้ำหนึ่งของวงการหนังสือการ์ตูนความรู้ ด้วยการสอดประสานองค์ความรู้ระดับโลก เข้ากับภาพประกอบสีสันน่ารักสวยงาม และเนื้อเรื่องน่าติดตาม ตั้งแต่หน้าแรกจนหน้าสุดท้าย จนเกิดเป็นหนังสือที่ใคร ๆ ก็อ่านเข้าใจได้ แม้ว่าจะไม่มีพื้นฐานความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ หรือประวัติศาสตร์เลยก็ตาม  หนังสือราคา 395 บาท

ทำความรู้จัก บล็อกเชน ได้ง่ายๆ

ไม่มีความรู้พื้นฐานก็อ่านเข้าใจได้

“บล็อกเชนเข้าใจง่าย” ผู้เขียน Xu Mingxing (ซู หมิงซิง),Ying Tian (หยิง เทียน),Jiyue Li (จิวเยว่ ลี่) ผู้แปล ปวรรณรัตน์ กรุดแก้ว ทุกวันนี้ ไม่มีใครไม่เคยได้ยินคำว่า “บล็อกเชน”  ถึงแม้จะรู้ว่าเกี่ยวข้องกับเงินดิจิตอล หรือพวกบิตคอยน์ แต่มีน้อยที่จะรู้และเข้าใจว่าคืออะไรกันแน่ ถึงแม้จะพยายามอ่าน แต่เป็นศัพท์เทคโนโลยี ก็เข้าใจยากไปอีก  หากท่านสนใจเรื่องเงินดิจิตอล อยากรู้เรื่องเทคโนโลยีสมัยใหม่ตัวนี้ที่จะมามีบทบาทกับเราอย่างไร แนะนำให้อ่านเล่มนี้เป็นเล่มแรก เพราะจะทำให้ทุกคนได้รู้จัก”บล็อกเชน”  ได้ง่ายขึ้น  ด้วยการอธิบายที่ไม่ซับซ้อน พร้อมภาพการ์ตูนประกอบนับร้อยภาพที่ช่วยให้เข้าใจง่ายขึ้น “บล็อกเชนเข้าใจง่าย” เหมาะสําหรับผู้ที่กําลังเริ่มต้นเรียนรู้เกี่ยวกับบล็อกเชนโดยที่ไม่มีพื้นฐานมาก่อนก็อ่านเข้าใจได้  โดยเนื้อหาในเล่มมีทั้งต้นกําเนิดของการเกิดบล็อกเชน หลักการทํางานของบล็อกเชน บุคคลสําคัญที่เกี่ยวข้องกับบล็อกเชน การนําบล็อกเชนไปใช้และอื่นๆ อีกมากมาย หนังสือราคา 320 บาท

แหวกฟ้าหาฝัน : Thun เมืองน่ารัก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/762821

แหวกฟ้าหาฝัน : Thun เมืองน่ารัก

แหวกฟ้าหาฝัน : Thun เมืองน่ารัก

วันอาทิตย์ ที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นักท่องเที่ยวที่ไปเที่ยวสวิสเองโดยไม่อาศัยทัวร์และต้องการเลือกเมืองฐานที่สามารถพักโดยใช้เป็นจุดเริ่มต้นของการเดินทางไปยัง Jungfrau และ Schilthorn นอกจากจะเลือก Interlaken เป็นเมืองฐานได้แล้ว Thun ก็เป็นอีกเมืองหนึ่งที่เลือกได้แม้เมืองนี้จะไม่สะดวกเท่ากับ Interlaken ก็ตามแต่เนื่องจากเมืองนี้ไม่ห่างจาก Interlakenมากนัก ใช้เวลาเดินทางเพียงแค่ 30 นาทีโดยรถไฟ อีกทั้งยังเป็นเมืองเล็กที่มีบรรยากาศความเป็นชนบทของสวิสมากกว่า Interlaken อยู่ติดริมทะเลสาบThun จึงเหมาะที่จะเลือกเป็นเมืองฐานเช่นกัน ยิ่งนักท่องเที่ยวที่ชอบล่องเรือและมาเที่ยวในฤดูร้อนและฤดูใบไม้ผลิด้วยแล้ว เมืองนี้ยิ่งมีความสนใจมากยิ่งขึ้น เพราะสามารถล่องเรือเที่ยวทะเลสาบ Thun ได้อย่างสะดวกสบาย แถมฟรีอีกต่างหาก หากถือ Swiss Rail Pass

Thun เมืองและเทศบาลหนึ่งในเขต Thun มลรัฐ Bern ของสวิสที่ตั้งอยู่บนทะเลสาบ Thun ห่างจาก Interlaken ไปทางทิศตะวันตก 30 กม.นี่ไม่เพียงเป็นเมืองท่องเที่ยวที่สำคัญเมืองหนึ่งของสวิส ยังเป็นเมืองที่มีความสำคัญทางด้านการทหารมากที่สุดของสวิสด้วย เพราะเป็นที่ตั้งของกองทหารรักษาการณ์ที่ใหญ่ที่สุดของสวิสเมืองที่มีประวัติย้อนไปถึงกลางคริสต์ศตวรรษที่ 3 นี้ ได้มีการค้นพบซากของความเป็นที่อยู่อาศัยตั้งแต่ยุคสำริดที่นี่ยังเป็นแหล่งที่มีการขุดค้นพบซากปรักหักพังของยุคสำริดช่วงต้นของยุโรปที่ใหญ่ที่สุดด้วยขวาน Thun-Renzenbuhl ที่มีอายุกว่า 1800 ปีก่อนคริสตกาลได้ชื่อว่าเป็นตัวอย่างของพัฒนาการทางด้านเทคโนโลยีในการฝังแร่ชนิดหนึ่งลงบนแร่อีกชนิดหนึ่งที่สำคัญของโลกด้วย การฉลุทองลงบนเหล็กเพื่อตกแต่งขวานนี้มีความหมายทั้งทางด้านคณิตศาสตร์และดาราศาสตร์

คำว่า Thun มาจาก Dunum ในภาษาเซลติกที่แปลว่าเมืองป้อมปราการ ที่นี่ตกเป็นของโรมในปี 58 ก่อนคริสตกาลในช่วงที่โรมยึดอำนาจในสวิส และกลายเป็นหนึ่งในศูนย์กลางของโรมในย่านนี้ เมื่อชาวเบอร์กันดีขับไล่ชาวโรมันออกจากสวิสในปี 400ชาวโรมันจึงหมดอำนาจจาก Thun ที่นี่เลยกลายเป็นเมืองหน้าด่านระหว่างชาวคริสเตียนเบอร์กันดีกับชาว Pagan เมืองนี้ถูกเขียนถึงเป็นลายลักษณ์อักษรครั้งแรกในปี 1133 เมืองThun กลายเป็นส่วนหนึ่งของจักรวรรดิโรมันเมื่อพระเจ้า Conrad II ได้สถาปนาเป็นกษัตริย์แห่งเบอร์กันดี พระองค์ทรงไว้ใจครอบครัว Zahringen ซึ่งอาศัยอยู่ที่กรุง Bern เป็นผู้ดูแลดินแดนแห่งนี้ Duke Bertold V แห่ง Zahringen ได้มีดำริสร้างปราสาท Thun ในปี 1190 เพื่อแสดงความเป็นเจ้าของจนกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญและดึงดูดนักท่องเที่ยวมากมายให้มายังเมืองนี้ Thun ได้รับสิทธิเป็นเมืองอิสระในปี 1264 และกลายเป็นเมืองหลวงของมลรัฐ Oberlandจนถึงปี 1803 ในปี 1819 รัฐบาลสวิสได้มีดำริตั้งโรงเรียนทหารขึ้น และได้สร้างทางรถไฟเชื่อมในปี 1859 จนทำให้ที่นี่กลายเป็นโรงเรียนทหารหลักของประเทศสวิส

นักท่องเที่ยวที่มีเวลาและชอบปราสาท อาจแวะเยือนปราสาท Thun และขึ้นไปบนหอคอยเพื่อชมวิวเมืองและทะเลสาบได้อีกทั้งยังสามารถเข้าชมมิวเซียมที่จัดแสดงของสะสมอายุ 800 ปี ที่ขุดพบจากย่านนี้ได้ด้วย ส่วนนักท่องเที่ยวที่มีเวลาน้อย อาจเพียงเดินเล่นถ่ายรูปในเมืองโดยเฉพาะจุดเมืองเก่าที่ลายล้อมไปด้วยบ้านโบราณซึ่งเป็นร้านค้าขายของ รวมทั้งร้านอาหารก็คุ้มค่ากับการมาเยือนในเวลาสั้นๆ แล้ว

Old Town

Old Town

วิวจากบนรถไฟ

วิวจากบนรถไฟ

วิวจากบนรถไฟ

วิวจากบนรถไฟ

ตะลอนเที่ยว : เกาะกูด เกาะสุดท้ายแห่งน่านน้ำตะวันออกของไทย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/762827

ตะลอนเที่ยว : เกาะกูด เกาะสุดท้ายแห่งน่านน้ำตะวันออกของไทย

ตะลอนเที่ยว : เกาะกูด เกาะสุดท้ายแห่งน่านน้ำตะวันออกของไทย

วันอาทิตย์ ที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

เข้าช่วงปลายฝนต้นหนาวกันแล้ว เพราะนี่ก็ปาเข้าไปกลางเดือนตุลาคมแล้ว บางวัน โดยเฉพาะในช่วงเช้าตรู่มากๆก็เริ่มมีลมหนาวโชยมาอ่อนๆ ให้ได้กลิ่นของลมหนาวจากลมตะวันออกเฉียงเหนือเมื่อลมหนาวเริ่มมา ก็หมายความว่าจังหวัดชายทะเลภาคตะวันออกของไทยก็จะเข้าสู่ช่วงแห่งการท่องเที่ยวอีกรอบหนึ่งของปี แต่หากจะว่าไปแล้ว นักท่องเที่ยวสามารถไปเที่ยวเกาะกูดได้ตลอดทั้งปี ไม่เว้นแม้กระทั่งฤดูฝน เพราะหน้าฝนก็ทำให้เย็นชุ่มฉ่ำดี นอนดูเม็ดฝนที่หล่นลงมาจากท้องฟ้า เมื่อฝนหยุดก็ออกไปเดินเที่ยวเล่นได้ อากาศใสสะอาดมาก หายใจชุ่มปอดดีด้วย เพียงแต่หน้าฝนทำให้นักท่องเที่ยวลงเล่นน้ำทะเลได้ไม่สะดวกเท่านั้น 

เกาะกูดใหญ่เป็นอันดับสองของจังหวัดตราด รองจากเกาะช้าง และใหญ่เป็นอันดับ 6 ของประเทศ รองจากเกาะภูเก็ต สมุย ช้าง ตะรุเตา และพะงัน 

เกาะกูดคือเกาะสุดท้ายของพระราชอาณาจักรไทยที่ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออก อยู่ในเขตน่านน้ำจังหวัดตราดความงดงามของเกาะแห่งนี้อยู่ที่น้ำทะเลสีสวยมาก เป็นสีเทอร์ควอยซ์ ใสแจ๋ว ส่วนวิถีชีวิตของผู้คนชาวเกาะก็ยังไม่แตกต่างไปจากเดิมมากนัก แม้จะมีรีสอร์ทเกิดขึ้นมากกว่าเดิมก็ตาม แต่สิ่งที่เปลี่ยนไปมากๆ คือ ราคาที่ดินบนเกาะแพงกว่าเดิมมากหลายเท่า แต่เราไปเที่ยวก็คงไม่ได้เดือดร้อนกับราคาที่ดินแพง ใช่ไหม เพราะเราคงไม่ได้ไปกว้านซื้อที่ดิน 

ชาวเกาะกูดจำนวนไม่น้อยยังคงทำอาชีพประมงพื้นบ้าน และมีวิถีชีวิตเรียบง่ายดังนั้น เมื่อไปเที่ยวเกาะกูดทั้งที ก็ควรจะต้องไปแวะชม และแวะซื้ออาหารทะเลทั้งสดและแห้งจากชาวประมงพื้นบ้านด้วย เพื่อกระจายรายได้

แน่นอนว่าเมื่อไปเที่ยวเกาะ ก็ต้องเล่นน้ำทะเล แต่สำหรับเกาะกูดแล้ว ยังมีน้ำตกให้เล่นอีกด้วย บนเกาะแห่งนี้มีน้ำตกสำคัญคือน้ำตกคลองเจ้า มีน้ำไหลตลอดทั้งปี น้ำตกแห่งนี้เป็นสถานที่ประวัติศาสตร์ เพราะว่าพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ทรงเคยเสด็จประพาส แล้วพระราชทานชื่อว่าน้ำตกอนัมก๊ก เพราะเป็นที่ระลึกถึงองเชียงสือที่เคยเข้ามาขอพระราชทานพึ่งพระบรมโพธิสมภารบนแผ่นดินสยาม เมื่อครั้งรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช รัชกาลที่ 1 

สำหรับผู้ที่ตั้งอกตั้งใจไปเล่นน้ำทะเลแสนสวยสีใสก็ต้องไปที่หาดและอ่าวต่างๆ อาทิ อ่าวตาตื้น หาดคลองยายกี๋ หาดคลองเจ้า หาดง่ามโซ่ หาดอ่าวพร้าว อ่าวสับปะรด อ่าวยายเกิด อ่าวสลัด และอ่าวจาก นอกจากนั้นยังมีแหลมต่างๆ ที่งดงามสามารถลงเล่นน้ำตามชายหาดได้อีกมาก เช่น แหลมหินดำ แหลมบังเบ้า แหลมเทียน แหลมศาลา เป็นต้น

ชาวเกาะกูดนั้น นอกจากทำอาชีพประมงพื้นบ้านแล้ว ยังทำอาชีพเกษตร เช่น สวนมะพร้าว สวนผลไม้ และสวนยางพารา 

สำหรับที่พักบนเกาะนั้น มีให้เลือกมากมาย แต่หากคุณตัดสินใจไปเที่ยวในช่วงวันหยุดยาวๆ ต่อเนื่องกันหลายวันคุณต้องจองที่พักไปก่อนจะดีที่สุด เพื่อป้องกันการไม่มีที่พักให้ เพราะคนไปเที่ยวเยอะ ที่พักก็ถูกจับจองไปจนหมด หรือหากไม่หมด ก็จะต้องจ่ายราคาแพงกว่าช่วงปกติดังนั้นแนะนำให้จองไปก่อน

ส่วนการเดินทางข้ามไปเกาะกูด ก็ต้องไปขึ้นเรือที่แหลมศอก โดยมีเรือให้บริการประจำวัน แต่ก็ขึ้นอยู่กับช่วงฤดูด้วย เช่น ช่วงที่มีนักท่องเที่ยวมากๆ เรือก็จะออกค่อนข้างถี่ แต่หากมีนักท่องเที่ยวน้อย เรือก็จะปรับตารางการเดินเรือตามความเหมาะสม ใช้เวลานั่งเรือจากฝั่งไปถึงเกาะประมาณ 2 ชั่วโมง แต่หากจะเน้นความรวดเร็วก็สามารถเช่าเรือเร็ว (speed boat) ได้

แต่หากคุณๆ สนใจจะไปเที่ยวกับหนังสือพิมพ์แนวหน้า นำทัวร์โดย Mr. Flower โปรดติต่อที่ 091-7233615 เรามีบริการนำเที่ยวแบบเสร็จสรรพครบครันทั้งอาหารการกิน การเดินทางจากกรุงเทพฯและที่พักบนเกาะ โดยเรามีเรือคาตามารันให้บริการ

ปลายฝนต้นหนาวนี้ไปเที่ยวเกาะกูด และเกาะต่างๆ ในเขตจังหวัดตราดด้วยกันนะครับ รับรองจะประทับใจในการเดินทาง และประทับใจกับสมาชิกร่วมทริปที่แสนเป็นกันเอง

Photo of the week : ภาพเด็ดประจำสัปดาห์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/762820

Photo of the week : ภาพเด็ดประจำสัปดาห์

Photo of the week : ภาพเด็ดประจำสัปดาห์

วันอาทิตย์ ที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ซากความขัดแย้งอิสราเอล-ฮามาส รอบใหม่

กองทัพอิสราเอลได้ทิ้งระเบิดโจมตีเขตฉนวนกาซาแล้วประมาณ 6,000 ลูก หรือรวมน้ำหนักบรรจุวัตถุระเบิดทั้งสิ้น 4,000 ตัน นับตั้งแต่วันเสาร์ที่ 7 ตุลาคม เพื่อตอบโต้เหตุบุกโจมตีของกลุ่มฮามาสแบบไม่ทันตั้งตัว และสังหารประชาชนไปมากกว่า 1,300 ศพ ในอิสราเอล ขณะที่การตอบโต้ของอิสราเอลด้วยการใช้การโจมตีทางอากาศและยิงปืนใหญ่ถล่มเป้าหมายที่เป็นกลุ่มฮามาสในฉนวนกาซา6 วันติดต่อกัน ทำให้มีผู้เสียชีวิตกว่า 1,400 ศพ ส่วนใหญ่เป็นพลเรือน และอีกกว่า 338,400 คน ต้องไร้ที่อยู่อาศัย