เชิญชวนร่วมถวายผ้าพระกฐินพระราชทาน วัดป่าสิริวัฒนวิสุทธิ์ ในพระองค์ฯ เฉลิมพระเกียรติ 100 ปี วันประสูติ สมเด็จฯ กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/762302

เชิญชวนร่วมถวายผ้าพระกฐินพระราชทาน วัดป่าสิริวัฒนวิสุทธิ์ ในพระองค์ฯ เฉลิมพระเกียรติ 100 ปี วันประสูติ สมเด็จฯ กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์

เชิญชวนร่วมถวายผ้าพระกฐินพระราชทาน วัดป่าสิริวัฒนวิสุทธิ์ ในพระองค์ฯ เฉลิมพระเกียรติ 100 ปี วันประสูติ สมเด็จฯ กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์

วันพฤหัสบดี ที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานผ้าพระกฐิน ให้นางสุมนา อภินรเศรษฐ์ รองประธานกรรมการวัดป่าสิริวัฒนวิสุทธิ์ ในสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอเจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ เชิญไปทอดถวายพระภิกษุสงฆ์จำพรรษากาลถ้วนไตรมาส ณ วัดป่าสิริวัฒนวิสุทธิ์ ในสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ อ.ท่าตะโก จ.นครสวรรค์ เพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติเนื่องในโอกาสครบรอบ 100 ปี วันประสูติ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ในวันที่ 27 พฤศจิกายน 2566 ในการนี้ นางสุมนา อภินรเศรษฐ์ เข้ารับพระราชทานผ้าพระกฐินหน้าพระบรมฉายาลักษณ์โดยมี พระพรหมวชิรากร เจ้าอาวาสวัดราชผาติการาม,พระครูปลัดสุวัฒนวิริยคุณ, พ.อ.หญิง อุษากรณ์ จันทรวงศ์, นิตย์ นาครัตน์ และ พัชรา มาดลร่วมพิธี เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2566 ณ กองพระราชพิธี ในพระบรมมหาราชวัง

วัดป่าสิริวัฒนวิสุทธิ์ ในสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ หรือที่ประชาชนทั่วไปเรียก คือ วัดป่าสิริวัฒนวิสุทธิ์ ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา ในปี พ.ศ.2548 ในปี 2550 สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ทรงรับวัดป่าสิริวัฒนวิสุทธิ์เป็นวัดในพระองค์ฯ และทรงรับเป็นประธาน ในครั้งเมื่อวัดป่าสิริวัฒนวิสุทธิ์ ดำเนินโครงการก่อสร้างเจดีย์ศรีพุทธคยา เฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ในโอกาสที่ทรงครองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี และทรงเจริญพระชนมพรรษาครบ 80 พรรษา วันที่ 5ธันวาคม พ.ศ. 2550 ในการนั้น สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ทรงรับเป็นประธานโครงการ พร้อมพระราชทานทรัพย์ส่วนพระองค์สมทบการก่อสร้างเจดีย์ศรีพุทธคยา เฉลิมพระเกียรติฯ อีกด้วย และต่อมา ทรงรับวัดป่าสิริวัฒนวิสุทธิ์ เป็นวัดในพระองค์ฯ ตามหนังสือจากกองเลขานุการในพระองค์ ลงวันที่ 12 มิถุนายน 2550จึงทำให้ชื่อวัดป่าสิริวัฒนวิสุทธิ์ เปลี่ยนเป็น “วัดป่าสิริวัฒนวิสุทธิ์ในสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์” ซึ่งเป็นวัดแรกและวัดเดียวเท่านั้นที่ทรงรับเป็นวัดในพระองค์ฯ

สำหรับการทอดกฐินหรือถวายผ้ากฐินถือเป็นประเพณีทางพุทธศาสนาที่จะกระทำภายหลังวันออกพรรษาแล้วหนึ่งเดือน นับตั้งแต่วันแรม 1 ค่ำ เดือน 11 ถึงวันขึ้น15 ค่ำ เดือน 12สำหรับวัดป่าสิริวัฒนวิสุทธิ์ ในพระองค์ฯได้รับพระมหากรุณาธิคุณจาก พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯพระราชทานผ้าพระกฐิน ให้ นางสุมนา อภินรเศรษฐ์ รองประธานกรรมการวัดป่าสิริวัฒนวิสุทธิ์ ในพระองค์ฯ เชิญไปทอดถวายพระภิกษุสงฆ์จำพรรษากาลถ้วนไตรมาส ณ ที่ชุมนุมสงฆ์ ในวันที่ 27 พฤศจิกายน 2566 เวลา 08.00 น.

ขอเชิญพุทธศาสนิกชนร่วมโดยเสด็จพระราชกุศลในพิธีถวายผ้าพระกฐินพระราชทานโดยสามารถร่วมทำบุญได้ที่ ธนาคารกสิกรไทยสาขาท่าตะโก ชื่อบัญชี วัดป่าสิริวัฒนวิสุทธิ์ในพระองค์ฯ เลขที่บัญชี 051-1-10977-9 สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมโทร. 081-8347881, 081-9823375, 081-9150234

พระรูปหล่อ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ณ วัดป่าสิริวัฒนวิสุทธิ์ ในพระองค์ฯ

พระรูปหล่อ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ณ วัดป่าสิริวัฒนวิสุทธิ์ ในพระองค์ฯ

นิตย์ นาครัตน์, พ.อ.หญิง อุษากรณ์ จันทรวงศ์, พระครูปลัดสุวัฒนวิริยคุณ, พระพรหมวชิรากร, สุมนา อภินรเศรษฐ์ และพัชรา มาดล

นิตย์ นาครัตน์, พ.อ.หญิง อุษากรณ์ จันทรวงศ์, พระครูปลัดสุวัฒนวิริยคุณ, พระพรหมวชิรากร, สุมนา อภินรเศรษฐ์ และพัชรา มาดล

สุมนา อภินรเศรษฐ์ รับพระราชทานผ้าพระกฐินหน้าพระบรมฉายาลักษณ์

สุมนา อภินรเศรษฐ์ รับพระราชทานผ้าพระกฐินหน้าพระบรมฉายาลักษณ์

คุณแหน : 12 ตุลาคม 2566

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/762299

วันพฤหัสบดี ที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

●● เนื่องในโอกาสที่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ประกอบพิธีสมรสพระราชทาน ระหว่าง พรรณวดีโฉมวัฒนา บุตรี พัฒนพงษ์-ดวงดาว โฉมวัฒนา กับ ศตคุณ ล้อมทอง บุตร ไพศาล-นฤมล ล้อมทอง ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ และเพื่อเป็นเกียรติแก่คู่สมรส มีความยินดีกราบเรียนเชิญร่วมงานเลี้ยงฉลองสมรสพระราชทาน ณ อาคารอเนกประสงค์ สถาบันวิชาการป้องกันประเทศ 5 พ.ย. เวลา 17.00 น…

●● สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้ากรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปในการพระราชทานเพลิงศพ คุณหญิงปานจิตต์ วัฒนายากร 22 ต.ค.17.30 น. ณ เมรุหลวงหน้าพลับพลาอิศริยาภรณ์ วัดเทพศิรินทราวาส..

●● 10 ต.ค. คล้ายวันเกิด ดร.อำพน กิตติอำพน ปีนี้ไม่ได้ทำอะไรเป็นพิเศษ เพราะเตรียมกายเตรียมใจพร้อมที่จะอุปสมบทที่วัดราชบพิตร ในวันที่ 30 ต.ค…

●● ดร.สันติภาพ เตชะวณิช ประธานชมรมเพื่อนโดมพร้อมคณะกก. จัดงานวันธรรมศาสตร์สามัคคี 5 พ.ย. 16.00-20.00 น. ที่สมาคมธรรมศาสตร์ฯ โดยมีการประกาศเกียรติคุณและมอบรางวัล “จิตวิญญาณธรรมศาสตร์” และการแสดงปาฐกถาพิเศษ โดย ชวน หลีกภัย และพิธีมอบเข็มเกียรติยศธรรมศาสตร์สามัคคี โดย รศ.เกศินี วิฑูรชาติ อธิการบดี มธ…

●● 3 หัวเรือใหญ่ไฮโซปาร์ตี้ อินทิรา ธนวิสุทธิ์, พัฒพงษ์-ปรียามล ธนวิสุทธิ์ จัดงานกาลาดินเนอร์การกุศล ประมูลกระเป๋าจูดิธ ลีเบอร์ เพื่อนำรายได้บริจาคศูนย์พักพิงสุนัขจังหวัดสุพรรณบุรี 19 ต.ค. 18.30 น. ห้องพาวิลเลี่ยน ชั้น 5โรงแรมโรสวูด กรุงเทพฯ รวมทั้งนำเงินจากการจัดงาน HiSoParty Market เนื่องในโอกาสฉลองครบรอบ 20 ปีไฮโซปาร์ตี้ที่ผ่านมา มอบให้สำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ (UNHCR) เพื่อผู้ลี้ภัยเด็กและสตรีด้วย..

●● สิ้น ศ.เกียรติคุณ พญ.คุณหญิงสุดสาคร ตู้จินดา สวดพระอภิธรรม ที่ ศาลาพีชานนท์ วัดธาตุทอง ถึง 12 ต.ค. 18.30 น. แล้วบรรจุ… 

●● สวด ยุพิน สุวินิจจิต มารดา โฆสิต สุวินิจจิต-ยุวดี บุญครอง ที่ ศาลา จีรวัสส์ รัชนิบูล (ฝั่งหลังเจดีย์วัด) วัดพระศรีมหาธาตุวรมหาวิหาร บางเขน 9-15 ต.ค. 18.30 น.(13 ต.ค.งด) ฌาปนกิจ 16 ต.ค.17.00 น.เมรุ 2..

●● สุดยอดคุณแม่ยาจิตร ยุวบูรณ์ เชิญชวนเพื่อนๆ เตรียมชมผลงานของลูกชายคนเก่ง “แป๊ป” ณฤทธิ์ยุวบูรณ์ โปรดิวเซอร์ ภาพยนตร์ “ธี่หยด”ฉลองเทศกาลฮาโลวีน เป็นหนังไทยเรื่องแรกบนจอยักษ์ IMAX ระบบเสียงรอบทิศทาง ดำเนินการสร้างโดย ช่อง 3 และ M STUDIO นำแสดงโดย ณเดชน์ คูกิมิยะ,มิ้ม รัตนวดี วงศ์ทอง, เดนิส เจลีลชา คัปปุนฯลฯ 26 ต.ค.นี้ ในโรงภาพยนตร์..●●

น้อง

ศูนย์ฯ สิริกิติ์สานต่อแนวคิด ‘ความยั่งยืน’ สนับสนุนเศรษฐกิจหมุนเวียนชุมชน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/762287

ศูนย์ฯ สิริกิติ์สานต่อแนวคิด ‘ความยั่งยืน’ สนับสนุนเศรษฐกิจหมุนเวียนชุมชน

ศูนย์ฯ สิริกิติ์สานต่อแนวคิด ‘ความยั่งยืน’ สนับสนุนเศรษฐกิจหมุนเวียนชุมชน

วันพฤหัสบดี ที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์สานต่อบันทึกข้อตกลงความร่วมมือของกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม (สส.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ลงพื้นที่ส่งต่อคุณค่าขยะอินทรีย์อบแห้งกว่า 10,000 กิโลกรัม สนับสนุนเศรษฐกิจหมุนเวียนในชุมชน พัฒนาคุณภาพชีวิต สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน

การส่งมอบขยะอินทรีย์อบแห้งในครั้งนี้ เป็นหนึ่งในกิจกรรมที่ทางศูนย์ฯสิริกิติ์ ได้มีการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือกับ สส. โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการจัดการขยะตั้งแต่ต้นทางด้วยการนำขยะอินทรีย์อบแห้งภายในพื้นที่ของศูนย์ฯสิริกิติ์ ผ่านกระบวนการแปรรูปแล้วนำไปใช้ประโยชน์ในการศึกษาวิจัยและส่งเสริมการเผยแพร่องค์ความรู้ให้กับวิสาหกิจชุมชนเพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อมให้ยั่งยืนในระยะยาวต่อไป

ม.ร.ว.สวัสดิวุฒิ สวัสดิวัตน์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็น.ซี.ซี. แมนเนจเม้นท์ แอนด์ดิเวลลอปเม้นท์ จํากัด ผู้บริหารศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ กล่าวว่า“ศูนย์ฯสิริกิติ์ มีความยินดีที่ได้สานต่อข้อตกลงร่วมกับสส. ในการส่งเสริม และสนับสนุนการจัดการขยะอาหารจากการจัดอีเว้นท์ โดยการนำแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียนมาปรับใช้สร้างคุณค่าให้กับเศษอาหารโดยนำกลับมาหมุนเวียนทำเป็นขยะอินทรีย์อบแห้ง ซึ่งเป็นการใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุด ส่งต่อสู่ชุมชนในการนำไปเลี้ยงหนอนแมลงวันลายเพื่อกำจัดขยะอินทรีย์ ทำเป็นปุ๋ยสำหรับปลูกต้นไม้และพืชผักและยังสร้างรายได้ให้กับชุมชนควบคู่ไปกับการช่วยลดก๊าซเรือนกระจกอันเนื่องมาจากขยะ เพื่อสร้างความยั่งยืนให้กับสิ่งแวดล้อม ชุมชน และสังคมต่อไป”

“ระยะ 1 ปีที่ผ่านมาศูนย์ฯสิริกิติ์ ได้นำขยะอาหารมาแปรรูปด้วยการอบแห้งเพื่อเพิ่มมูลค่า และสร้างประโยชน์สูงสุดให้กับวิสาหกิจชุมชน ซึ่งศูนย์ฯสิริกิติ์สามารถส่งต่อขยะอบแห้งให้กับสส. และวิสาหกิจชุมชนกว่า 10,000 กิโลกรัม ทำให้เกิดการหมุนเวียนและลดของเสียได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นจนนำไปสู่การไม่มีของเสีย เป็นการเพิ่มรายได้ลดรายจ่ายให้กับวิสาหกิจชุมชน รวมถึงยังช่วยลดขยะอาหารของศูนย์ฯสิริกิติ์ได้ถึง 55,797 กิโลกรัม เทียบเท่าการปลูกต้นไม้มากกว่า15,686 ต้นต่อปี และช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้มากกว่า 141,174 กิโลกรัมคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี (kgCO2e/yr)”

ปัญญา วรเพชรายุทธ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า “ทางกรมได้ดำเนินการตามนโยบายขององค์กรสหประชาชาติที่กำหนดเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SustainableDevelopment Goals: SDGs) ว่าด้วยเรื่องของขยะอาหารที่ขอให้แต่ละประเทศร่วมกันลดปริมาณขยะอาหารลงครึ่งหนึ่งภายในปี 2573 ซึ่งนับเป็นโอกาสอันดีที่กรม และศูนย์ฯสิริกิติ์ได้ดำเนินความร่วมมือสอดรับกับนโยบายของ UNในการลดขยะอาหารเพื่อลดภาวะโลกร้อนซึ่งเป็นหนึ่ง ในการดำเนินงานที่นำไปสู่ความสำเร็จในเป้าหมายของการพัฒนาอย่างยั่งยืน”

เซ็นทรัลพัฒนา ชวนอิ่มบุญ อร่อยไม่ซํ้า อิ่มใจ สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ในเทศกาลเจ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/762276

เซ็นทรัลพัฒนา ชวนอิ่มบุญ อร่อยไม่ซํ้า อิ่มใจ สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ในเทศกาลเจ

เซ็นทรัลพัฒนา ชวนอิ่มบุญ อร่อยไม่ซํ้า อิ่มใจ สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ในเทศกาลเจ

วันพฤหัสบดี ที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

เซ็นทรัลพัฒนา ยืนหนึ่งเดสติเนชั่นแห่งเทศกาลกินเจ รวมไลฟ์สไตล์กินเจสำหรับทุกเจน ไฮไลท์แคมเปญ “Thailand J Food Festival 2023” เริ่มวันที่ 12-23 ตุลาคมนี้ ที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัล 38 สาขาทั่วไทย

เทศกาลกินเจ ปีนี้ศูนย์การค้าเซ็นทรัลทั่วประเทศ ได้คัดสรรสุดยอดความอร่อยจากเมนูเจกว่า 5,000 รายการ สุดพิเศษกับ Royal Project X Central Pattana ช้อป ชิม เมนูเจสุขภาพอร่อยพร้อมทานจากโครงการหลวง ชวนชิมเมนูเจไฮไลท์จากร้านของโครงการหลวง,ร้านโครงการหลวงอ่างขาง, ร้านโครงการหลวงทุ่งเริง, ร้านครัวโครงการหลวง,ร้านโครงการหลวงห้วยลึก, ร้านโครงการหลวงตีนตก นำเสนอเมนูเจพร้อมรับประทาน จากวัตถุดิบคุณภาพของโครงการหลวง ภายใต้แนวคิด อิ่มบุญ อิ่มใจ ได้สุขภาพ

เจเฮลตี้ เมนูเจจากครัวยอดดอย โครงการหลวง สุด Exclusive ปีที่ 2พบกับเมนูอาหารเจสุขภาพ จากเชฟโครงการหลวง ได้รับรางวัล Q Restaurant จากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ การันตีคุณภาพวัตถุดิบ พบกันที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัล พระราม 2 และเซ็นทรัล เชียงใหม่ รวมกว่า 18 เมนูเจจากครัวยอดดอยโดยความร่วมมือระหว่างเซ็นทรัลพัฒนากับโครงการหลวง ในปีที่ 2 นี้ได้นำเชฟของโครงการมารังสรรค์เมนูเจ ปรุงจากผลิตผลของโครงการ มาเป็นเมนูพิเศษ อาทิ ส้มตำอะโวคาโด, ข้าวซอยเจ เต้าหู้ทอด, น้ำพริกอ่องดอยเห็ด 3 อย่าง และอีกมากมาย

เจ ออริจินัล เมนูเจระดับตำนานจากร้านเก่าแก่ชื่อดัง ใน J Food Market ที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลทั่วประเทศ เจแพลนต์เบสที่ศูนย์อาหารเซ็นทรัลทั่วประเทศ ครั้งแรกกับแคนทีนอาหารเจ กับ 3 เมนู วีแกน และ 4 เครื่องดื่มจากนมมะพร้าว ตลอดเทศกาลเจอร่อยกับเมนู Plant-based รสไทยแท้ Thai Taste Great Plant เจอินเตอร์ เมนูเจนานาชาติจากร้านอาหารชั้นนำภายในศูนย์การค้า ซึ่งในปีนี้มาในคอนเซ็ปต์กินเจเฮลตี้ กินดีตามธาตุ กับ Maxdicine แม็กซีน-อินทิพร แต้มสุขิน มาแนะนำเมนูเจกินดีตามธาตุเจ้าเรือน ที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลทั่วประเทศ อาทิ Chuan Kitchen, Canton Paradise, Sizzler, Camin, On the Table, Hua Seng Hong, La Meow, MK Restaurant, Yayoi, IATA Express, Bonchon, และเมนูพิเศษที่รังสรรค์มาเพื่องานนี้โดยเฉพาะ จาก เชฟกันน์ ที่ Spaghetti Factory และอีกมากมาย

เสริมสิริมงคล สักการะเทพเจ้า ต้อนรับเทศกาลกินเจ อาทิ เซ็นทรัล พระราม 3 สักการะศาลเจ้าไต้ฮงกง 111 ปี, เซ็นทรัล ชลบุรี สักการะองค์หน่าจาซาไท้จื้อ เทพสวรรค์ และเซ็นทรัล บางนา สักการะองค์ไท้อิมแชกุนเทพเจ้าแห่งดวงจันทร์ และองค์ไทเอี้ยงแชกุน เทพเจ้าแห่งดวงอาทิตย์ กราบไหว้ขอพรเรื่องปกปักรักษาแล ะหน้าที่การงานกิจการ, เซ็นทรัล ภูเก็ต สักการะองค์เล่าเอี๋ย เทพเจ้าผู้ดูแลประเพณีเจ, ซำก๊วนไต่เต่ เทพเจ้าผู้ดูแลโลกทั้ง 3 ภพและองค์กวนอู และร่วมสักการะเจ้าแม่กวนอิม บันดาลความผาสุก จิตใจผ่องใส ช่วยเหลือให้แคล้วคลาดจากภัยอันตรายทั้งปวง ได้แก่ เซ็นทรัลเวิลด์, เซ็นทรัล พระราม 9, เซ็นทรัล เชียงใหม่, เซ็นทรัล เชียงใหม่ แอร์พอร์ต, เซ็นทรัล หาดใหญ่ และ เซ็นทรัล จันทบุรี

เชิญชวนบริจาคโลหิตกับศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย ณ จุดบริจาคโลหิตเครือเซ็นทรัลทั่วประเทศ รวมพลังทำดี บริจาคโลหิต 15 ล้านซีซี ในโครงการ Central Tham Give Blood Give Love ตลอดเดือนตุลาคม 2566 รับฟรีดีน่างาดำ นมถั่วเหลือง สูตรหวานน้อยขนาด 110 มล. จำนวน 1 แพ็ก/ท่าน (จำกัดสิทธิ์รวม 3,000 สิทธิ์ตลอดรายการ) แลกรับสิทธิ์ ณ จุดรับบริจาคโลหิตในเครือเซ็นทรัล สาขาที่ร่วมรายการ : ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์,เซ็นทรัล ลาดพร้าว, ปิ่นเกล้า, บางนา, เวสต์เกต, แจ้งวัฒนะ, มหาชัย, อุบลฯ, ขอนแก่น, โคราช, พิษณุโลก, เชียงใหม่, เชียงใหม่แอร์พอร์ต, ชลบุรี, ภูเก็ต, หาดใหญ่

ข้อมูลเพิ่มเติมของงานติดตามได้ที่ Facebook : Central Pattana

ฉลองครบรอบ 102 ปี อ.วรรณดี คันธวงศ์ ภายใต้ธีม ‘L.O.V.E รักนี้แด่คุณครู’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/762295

ฉลองครบรอบ 102 ปี  อ.วรรณดี คันธวงศ์ ภายใต้ธีม ‘L.O.V.E รักนี้แด่คุณครู’

ฉลองครบรอบ 102 ปี อ.วรรณดี คันธวงศ์ ภายใต้ธีม ‘L.O.V.E รักนี้แด่คุณครู’

วันพฤหัสบดี ที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

เหล่าศิษย์วัฒนาร่วมแรงร่วมใจเนรมิตงานเลี้ยงฉลองวันคล้ายวันเกิดครบรอบ 102 ปี อาจารย์วรรณดี คันธวงศ์ ภายใต้ธีมงาน “L.O.V.E รักนี้แด่คุณครู” เมื่อวันเสาร์ที่ 7 ตุลาคม 2566 ณ ห้องประชุมนีลสันเฮส์ โรงเรียนวัฒนาวิทยาลัยที่สดใสไปด้วยการประดับตกแต่งโดยใช้สีแดงขาวประจำโรงเรียนและสีชมพู บรรยากาศงานดำเนินไปด้วยความอบอุ่น สนุกสนานเป็นกันเองระหว่างอาจารย์และลูกศิษย์รุ่นต่างๆ รวมทั้ง ศจ.ดร.แพง ชินพงศ์ นายกสมาคมศิษย์วังหลัง-วัฒนา พร้อมคณะกรรมการเข้มแข็งรวมตัวกันมาอวยพรวันเกิดอาจารย์อย่างคับคั่ง

ภายในงานมีการแสดงจากคณะนักร้องประสานเสียงวัฒนา การแสดงชุด L.O.V.E ของ Glee cast จากคณะ Line Dance ศาลาโคล การแสดงชุด L.O.V.E ของวงคูณสาม ซูเปอร์แก๊งค์โดยรุ่น 102 ตลอดจนการเล่นเกมตอบคำถามเกี่ยวกับอาจารย์วรรณดี ผู้ซึ่งเป็นศิษย์เก่าวัฒนาวิทยาลัยรุ่นที่ 66 และเป็นครูที่วัฒนาวิทยาลัยต่อเนื่องถึง 40 ปี และดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการโรงเรียน งานนี้นอกจากจะมีความสนุกสนานครื้นเครงจากเสียงเพลงคาราโอเกะโดยศิษย์วัฒนาหลายรุ่นแล้ว ยังมีการบรรเลงเปียโนและร้องเพลงจาก บุปผา กิ่งชัชวาลย์, พญ.คุณหญิงพรทิพย์โรจนสุนันทน์ ทั้งร้องพร้อมหางเครื่อง, สุธัญญา บุญสูง และน้องผิงผิง-สรวีย์ ธนพูนหิรัญ ก่อนจะปิดท้ายงานด้วยเสียงเพลง Happy Birthday มอบให้อาจารย์วรรณดีที่เคารพรักของเหล่าศิษย์ทุกคน ตามด้วยการร่วมกันร้องเพลง “หมั่นคอยดูแลและรักษาดวงใจ” จากใจลูกศิษย์ถึงอาจารย์วรรณดี ผู้เป็นที่เคารพรักของเด็กวัฒนาเสมอมา

โลตัสและ Pet Us สนับสนุนมูลนิธิ Soi Dog โครงการ ‘ปันอิ่ม เติมยิ้ม ให้น้อง 4 ขา’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/762286

โลตัสและ Pet Us สนับสนุนมูลนิธิ Soi Dog โครงการ ‘ปันอิ่ม เติมยิ้ม ให้น้อง 4 ขา’

โลตัสและ Pet Us สนับสนุนมูลนิธิ Soi Dog โครงการ ‘ปันอิ่ม เติมยิ้ม ให้น้อง 4 ขา’

วันพฤหัสบดี ที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

โลตัส จับมือกับ Pet Us (เพ็ทอัส) ธุรกิจเพื่อสัตว์เลี้ยงครบวงจรโดยโลตัส สนับสนุนมูลนิธิเพื่อสุนัขในซอย (Soi Dog) จ.ภูเก็ต จัดโครงการ “ปันอิ่ม เติมยิ้มให้น้อง 4 ขา” ช่วยเหลือสุนัขและแมวจรโดยร่วมกับคู่ค้าพันธมิตรแบรนด์ดัง สนับสนุนอาหารเม็ดคุณภาพดีและทรายแมว ช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายและส่งต่อการดูแลให้สุนัขและแมวในมูลนิธิฯ พร้อมเชิญชวนประชาชนมาปันความอิ่มให้น้องสี่ขา โดยสามารถร่วมบริจาคอาหารเม็ดสำหรับสุนัขและแมวได้ที่โลตัส สาขานำร่องในจังหวัดภูเก็ต ได้แก่ โลตัส สาขาภูเก็ต สาขาถลาง และสาขาฉลอง และยังสามารถบริจาคได้ที่ร้าน Pet Us ที่โลตัส ถลาง ได้อีกด้วย ตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2566

นางสาวโชติมา ลาภเวโรจน์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการแผนกสินค้าอาหารสัตว์ โลตัส และผู้อำนวยการร้านเพ็ทอัสกล่าวว่า “โลตัสและ Pet Us มุ่งมั่นส่งมอบสินค้าคุณภาพสูงในราคาคุ้มค่า และเดินหน้าสร้างสรรค์สิ่งดีดีเพื่อชุมชนในบทบาทห้างค้าปลีกที่เป็นศูนย์กลางและเข้าถึงชุมชน เราพร้อมเคียงข้างคนในชุมชนโดยรอบสาขา และให้การสนับสนุนเพื่อช่วยพัฒนาชุมชนให้น่าอยู่ยิ่งขึ้น โดยจากความตั้งใจของการเปิดธุรกิจร้าน Pet Us คือการเป็นเดสทิเนชั่นของคนรักสัตว์เลี้ยงที่มีสินค้าครบครัน และสร้างคอมมูนิตี้ที่ดีของครอบครัวก๊วนสี่ขา ซึ่งนอกจากการจัดกิจกรรมพิเศษเพื่อลูกค้าครอบครัวสัตว์เลี้ยงแล้ว การแบ่งปันสิ่งดีๆ สู่สุนัขและแมวจรในชุมชนก็เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่เราสามารถช่วยสร้างคอมมูนิตี้ที่ดีขึ้นได้ โดยในพื้นที่ภูเก็ตมีมูลนิธิเพื่อสุนัขในซอย ที่มีเป้าหมายช่วยเหลือสุนัขและแมวจรในพื้นที่เกาะภูเก็ตที่ไร้คนสนใจให้ได้รับการดูแลรักษา โลตัสและ Pet Us จึงต้องการร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือนี้จึงจัดโครงการ “ปันอิ่มเติมยิ้ม ให้น้อง 4 ขา” นำร่องในพื้นที่จ.ภูเก็ตโดยมอบอาหารเม็ดคุณภาพดี นำอาหารสุนัขและแมวแบรนด์โลตัส และร่วมมือกับพันธมิตรคู่ค้าแบรนด์อาหารสัตว์ ได้แก่ สมาร์ทฮาร์ท, มีโอ, มีโอ ดีไลท์, ไอเลิฟ สมาร์ทฮาร์ท และยังมีทรายแมวแบรนด์พาวเวอร์แคทและแบรนด์โอโซนมอบให้มูลนิธิฯ เพื่อนำไปดูแลสุนัขและแมวจรช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่าย นอกจากนี้ยังขอเชิญชวนประชาชนในพื้นที่จ.ภูเก็ต มาร่วมแบ่งปันอาหารเม็ดสำหรับสุนัขและแมวจร โดยสามารถบริจาคอาหารเม็ดได้ที่ร้าน Pet Us และโลตัส สาขานำร่องใน จ.ภูเก็ต”

นางสาวลูอิส โรส ประธานเจ้าหน้าที่บริหารมูลนิธิเพื่อสุนัขในซอย กล่าวว่า “มูลนิธิเพื่อสุนัขในซอย จ.ภูเก็ต ก่อตั้งในปี พ.ศ. 2546 เพื่อช่วยเหลือและแก้ปัญหาสุนัขและแมวจรจัดในประเทศไทยอย่างยั่งยืนโดยส่งเสริมให้สัตว์และมนุษย์สามารถอยู่ร่วมกันในชุมชนอย่างเป็นสุขและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นยุติความทุกข์ทรมานของสัตว์จรจัดผ่านโครงการทำหมันฉีดวัคซีนเพื่อควบคุมประชากรและลดการแพร่ระบาดของโรคพิษสุนัขบ้า และยุติการทารุณกรรมต่อสัตว์อย่างสิ้นเชิงซึ่งมูลนิธิฯ ดำเนินการทุกขั้นตอนด้วยการบริจาคจากผู้ที่ต้องการเปลี่ยนแปลงชีวิตของสัตว์จรจัด โครงการของโลตัสและเพ็ทอัสช่วยสนับสนุนการทำงานของมูลนิธิฯ เป็นอย่างมากในการอนุเคราะห์มอบอาหารเม็ดคุณภาพดีและผลิตภัณฑ์สำหรับดูแลสุนัขและแมวจรในความดูแลของมูลนิธิฯอีกทั้งช่วยสร้างการรับรู้ให้เข้าถึงประชาชนในพื้นที่ที่ต้องการช่วยเหลือสัตว์จรจัดเนื่องจากโลตัสเป็นศูนย์กลางของชุมชนที่อำนวยความสะดวกแก่ผู้ที่ต้องการสนับสนุนการดำเนินงานของมูลนิธิฯ ได้อย่างสะดวกรวดเร็วยิ่งขึ้นมูลนิธิฯ รู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่โลตัสและเพ็ทอัสจัดโครงการนี้และขอเชิญชวนผู้ที่สนใจร่วมบริจาคอาหารสัตว์เพื่อเป็นการมอบโอกาสใหม่ในชีวิตให้แก่สัตว์ยากไร้อีกจำนวนมากผ่านโลตัสและเพ็ทอัส”

แพทย์จุฬาฯจัด ‘ซุ้มโดมบ้านนก’ ประเมินการได้ยิน เตือนหูตึงเสี่ยงโรคสมองเสื่อมมากกว่าคนปกติ2เท่า

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/762279

แพทย์จุฬาฯจัด ‘ซุ้มโดมบ้านนก’ ประเมินการได้ยิน เตือนหูตึงเสี่ยงโรคสมองเสื่อมมากกว่าคนปกติ2เท่า

แพทย์จุฬาฯจัด ‘ซุ้มโดมบ้านนก’ ประเมินการได้ยิน เตือนหูตึงเสี่ยงโรคสมองเสื่อมมากกว่าคนปกติ2เท่า

วันพฤหัสบดี ที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ปัจจุบันสถานการณ์ทั่วโลกมีประชากรผู้สูงอายุจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะประเทศไทยที่ได้ก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างสมบูรณ์ในปี พ.ศ.2564 ที่ผ่านมา ( มีประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไป มากกว่าร้อยละ 20) และจะเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุระดับสุดยอดในปี พ.ศ.2574 โดยปัญหาการได้ยินและการทรงตัว เป็นปัญหาหลัก 1 ใน 3ของผู้สูงอายุทั่วโลก โดยเฉพาะวัยเกษียณอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป อีกทั้งปัญหาการได้ยินยังเป็นสัญญาณความเสี่ยงของโรคสมองเสื่อมเนื่องจากเมื่อการได้ยินลดลงส่งผลให้การกระตุ้นสมองลดลงตามไปด้วยเมื่อสมองขาดการกระตุ้นเป็นเวลานาน 5-10 ปีล้วนส่งผลให้สมองเสื่อมถอยและฝ่อเร็วขึ้นทั้งนี้ยังพบว่าปัญหาการได้ยินเพิ่มความเสี่ยงสมองเสื่อมสูงสุดถึง 2 เท่า

อ.ดร.พญ.นัตวรรณ อุทุมพฤกษ์พร แพทย์เฉพาะทางด้านโสตประสาทวิทยาศูนย์การได้ยินการสื่อสารและการทรงตัวโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์สภากาชาดไทย ให้ความรู้ในหัวข้อปัญหาการได้ยินกับความเสี่ยงภาวะสมองเสื่อม พร้อมทั้งเผยว่าในบรรดาคนไข้ภาวะสมองเสื่อมจากจำนวน 2 ใน 5 คนปัญหาด้านการได้ยินซึ่งเป็นความเสี่ยงสูงสุดที่สามารถป้องกันได้หากได้รับการรักษาอย่างทันท่วงทีโดยการกระตุ้นการได้ยินและกระตุ้นสมองก็สามารถกลับมาดำเนินชีวิตประจำวันและอยู่ร่วมกับสังคมได้ตามปกติ

พร้อมกันนี้ได้จัดนิทรรศการสื่อผสม “ซุ้มโดมบ้านนก” นิทรรศการศูนย์การได้ยินการสื่อสารและการทรงตัว “เสียงนั้นเธอได้ยินไหม”เป็นนิทรรศการที่ออกแบบและจัดโดยศูนย์การได้ยินการสื่อสารและการทรงตัวโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์สภากาชาดไทย ร่วมกับคณะแพทยศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, British Council, กระทรวงการอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.)ผ่านโครงการ Thai-UK World-class university consortium catalyst grant, University College London, หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนากำลังคนและทุนด้านการพัฒนาสถาบันอุดมศึกษาการวิจัยและสร้างนวัตกรรม (บพค.) สำหรับตรวจวัดระดับการได้ยินของตนเองผ่านเสียงนกซึ่งนกแต่ละกรงจะปล่อยเสียงแต่ละความถี่เพื่อทดสอบการได้ยินและความสามารถในการรับเสียงสัญญาณทุกย่านความถี่ของผู้เข้ารับการทดสอบ

-บ้านที่ 1 นกเร็น (Wren) ความถี่ 4000-8000 Hz เสียงแหลมมาก

-บ้านที่ 2 นกเดินดง (Song thrush) ความถี่ 3000-4000 Hz เสียงแหลม

-บ้านที่ 3 นกเดินดงสีดำ (Blackbird) ความถี่ 1000-2000 Hz เสียงกลาง

-บ้านที่ 4 นกคัคคู (Cuckoo bird) ความถี่ 350-750 Hz เสียงกลางค่อนข้างทุ้ม

-บ้านที่ 5 นกเขา (Collared bird dove) ความถี่ 250-350 Hz เสียงทุ้ม

เสียงของนกแต่ละชนิดจะแทนย่านความถี่ที่แตกต่างกันซึ่งตามปกติความถดถอยด้านการรับเสียงของมนุษย์จะสูญเสียความ สามารถในการรับเสียงแหลมหรือเสียงที่สูง และตามมาด้วยอาการสื่อสารไม่เข้าใจเนื่องจากการสูญเสียการได้ยินเสียงที่ทุ้มต่ำลงมาตามลำดับ เมื่อตรวจพบว่าหูไม่สามารถรับเสียงได้ตามปกติผู้ป่วยควรเข้ารับการรักษา และกระตุ้นการได้ยินเพื่อให้สามารถกลับมาได้ยินชัดเจนอีกครั้งซึ่งเสียงที่ได้ยินจะกลับเข้าไปกระตุ้นการทำงานของระบบประสาทและสมองต่อไป

โดยผู้ที่สนใจติดตามข่าวสารความรู้เกี่ยวกับการได้ยินสามารถติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ Facebookของทางศูนย์การได้ยินการสื่อสารและการทรงตัวโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์สภากาชาดไทยที่ https://www.facebook.com/ChulaHearingBalance หรือติดต่อขอนิทรรศการสื่อผสม “ซุ้มโดมบ้านนก” เพื่อนำไปแสดงได้ที่ email : info.loylombon@gmail.com

สำหรับประชาชนทั่วไปซึ่งมีอายุ 50 ปีขึ้นไป ที่สนใจตรวจการได้ยินด้วยตนเองผ่าน Smart Phone หรือ Tabletโดยไม่มีค่าใช้จ่ายสามารถดาวน์โหลดแอปพลิเคชั่น EarTest by Eartoneตรวจการได้ยินเบื้องต้นเพื่อตรวจสอบระดับการได้ยินและป้องกันภาวะสมองเสื่อม ซึ่งแอปพลิเคชั่นดังกล่าวเป็นความสำเร็จที่ร่วมพัฒนาโดยเอียร์โทนจากห้องปฏิบัติการของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมกับมหาวิทยาลัยแห่งกรุงลอนดอน University College London ภายใต้การสนับสนุนของสมาคมวิศวกรรมแห่งประเทศอังกฤษ RoyalAcademy of Engineering, British Council,กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ผ่านโครงการ Thai-UK World-class UniversityConsortium catalyst grant, สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.), หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ (บพข) และบริษัทเอียร์โทน (ประเทศไทย) จำกัด

สำนักพระราชวังเปิดให้วางพวงมาลาและถวายราชสักการะ น้อมรำลึกพระมหากรุณาธิคุณ‘ในหลวง ร.9’ใน‘วันนวมินทรมหาราช’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/762304

สำนักพระราชวังเปิดให้วางพวงมาลาและถวายราชสักการะ น้อมรำลึกพระมหากรุณาธิคุณ‘ในหลวง ร.9’ใน‘วันนวมินทรมหาราช’

สำนักพระราชวังเปิดให้วางพวงมาลาและถวายราชสักการะ น้อมรำลึกพระมหากรุณาธิคุณ‘ในหลวง ร.9’ใน‘วันนวมินทรมหาราช’

วันพฤหัสบดี ที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

สำนักพระราชวัง เปิดให้หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน องค์กร และประชาชน มาวางพวงมาลา และเดินทางมาถวายราชสักการะ เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ “ในหลวง ร.9” ใน “วันนวมินทรมหาราช” 13 ตุลาคม 2566 ณ อุทยานเฉลิมพระเกียรติ สนามม้านางเลิ้ง เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร ขณะที่ รัฐบาลได้รับพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้จัดกิจกรรม “วันนวมินทรมหาราช” โดยจัดพิธีสวดพระพุทธมนต์และทำบุญตักบาตรถวายพระราชกุศล ในวันที่ 13 ตุลาคม 2566 เวลา 07.30 น. ในส่วนกลาง จัดพิธี ณ ท้องสนามหลวง พระสงฆ์ 189 รูป โดยมี นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี เป็นประธานพร้อมภริยา

เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคต พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร วันที่ 13 ตุลาคม 2566“ วันนวมินทรมหาราช” สำนักพระราชวัง เปิดให้หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน องค์กร และประชาชน มาวางพวงมาลา และเดินทางมาถวายราชสักการะ เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ ที่ พระบรมราชานุสาวรีย์ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร อุทยานเฉลิมพระเกียรติ สนามม้านางเลิ้ง เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร

ในโอกาสนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานอาหาร/และน้ำดื่ม เพื่อมอบให้แก่ประชาชน ที่เดินทางมาถวายราชสักการะ โดยเริ่มแจกจ่ายให้กับประชาชน ตั้งแต่เวลา 10.00 น. เป็นต้นไป

ในกิจกรรมดังกล่าวมีหน่วยงานต่างๆ ให้บริการประชาชนที่มีความประสงค์เดินทางมาร่วมน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ด้วยบริการสาธารณะต่าง ๆ โดยไม่มีค่าใช้จ่ายอีกด้วย

อีกทั้ง เพื่อเป็นการน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณในพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ที่ทรงมีต่อปวงชนชาวไทยเป็นล้นพ้นอย่างหาที่สุดมิได้ ซึ่ง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้กำหนดชื่อวันคล้ายวันสวรรคต พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ว่า “วันนวมินทรมหาราช” ตามที่รัฐบาลได้ขอพระราชทานพระมหากรุณา และคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้มีมติ เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2566รับทราบการกำหนดให้วันที่ 13 ตุลาคมของทุกปี เป็นวันนวมินทรมหาราช

ในการนี้ รัฐบาลได้รับพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้จัดกิจกรรม เนื่องในวันนวมินทรมหาราช ดังนี้ 1.จัดพิธีสวดพระพุทธมนต์และทำบุญตักบาตรถวายพระราชกุศล ในวันที่ 13 ตุลาคม 2566 เวลา 07.30 น. ในส่วนกลาง จัดพิธี ณ ท้องสนามหลวง พระสงฆ์ 189 รูปโดยมี นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี เป็นประธานพร้อมภริยา ในส่วนภูมิภาค ทุกจังหวัดจัดพิธี ณ ศาลากลางจังหวัดหรือสถานที่ที่เหมาะสม และในต่างประเทศให้สถานเอกอัครราชทูต และสถานกงสุล จัดพิธีตามที่เห็นสมควรและเหมาะสม รวมทั้งเชิญชวนหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนทั่วประเทศจัดพิธีตามที่เห็นสมควรและเหมาะสม

2.จัดตั้งโต๊ะหมู่ประดิษฐานพระบรมฉายาลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร พร้อมเครื่องราชสักการะ ตามอาคารสถานที่ กำหนดระหว่างวันที่ 1-31 ตุลาคม 2566 และช่วงเวลาเดียวกันของทุกปี โดยเชิญชวนหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนทั่วประเทศดำเนินการ 3.จัดกิจกรรมเทิดพระเกียรติและถวายเป็นพระราชกุศลตามที่เห็นสมควรและเหมาะสม โดยเชิญชวนหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนทั่วประเทศจัดกิจกรรมในโอกาสพิเศษดังกล่าว 4.จัดทำสารคดีโทรทัศน์น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณฯ ในนามคณะกรรมการเอกลักษณ์ของชาติ เพื่อเผยแพร่ในช่วงวันคล้ายวันสวรรคต

กรมอนามัย หนุน6เทคนิค เวชศาสตร์วิถีชีวิต สำหรับวัยเกษียณ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/762284

กรมอนามัย หนุน6เทคนิค เวชศาสตร์วิถีชีวิต สำหรับวัยเกษียณ

กรมอนามัย หนุน6เทคนิค เวชศาสตร์วิถีชีวิต สำหรับวัยเกษียณ

วันพฤหัสบดี ที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุขหนุน 6 เทคนิคตามแนวทาง LifestyleMedicine หรือเวชศาสตร์วิถีชีวิต สำหรับวัยเกษียณ ด้วยการกินอาหารถูกหลัก มีกิจกรรมทางกายที่เหมาะสมนอนหลับอย่างมีคุณภาพ การควบคุมความเครียด และจัดการด้านอารมณ์ หลีกเลี่ยงสารหรือวัตถุที่เป็นอันตราย มีปฏิสัมพันธ์กับสังคม เพื่อสร้างสุขภาพที่ดีและมีความสุข

นายแพทย์สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่าขณะนี้ประเทศไทยเข้าสู่สังคมสูงอายุอย่างสมบูรณ์ (Complete-AgedSociety) และคาดว่าประเทศไทยจะเป็นสังคมสูงอายุระดับสุดยอด (Super- Aged Society) ในปี 2574 ซึ่งข้อมูลจากกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทยพบว่า ผู้สูงอายุมีจำนวนทั้งหมด 12.8 ล้านคน คิดเป็นร้อยละ 19.4 จากประชากรทั้งหมด (ข้อมูล ณ วันที่ 31 กรกฎาคม 2566) และมีผู้ทำงานในส่วนงานราชการและรัฐวิสาหกิจที่กำลังจะเกษียณอายุในวันที่ 30 กันยายน 2566 เป็นจำนวนมาก ส่งผลให้จำนวนผู้สูงอายุเพิ่มขึ้น ซึ่งผู้เกษียณนั้นถือว่ากำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงวัย มีเวลาว่างมากขึ้น อาจมีความรู้สึกเหงา อ้างว้าง กลัว โดดเดี่ยว การเข้าสังคมกับเพื่อนร่วมงานน้อยลง อาจทำให้รู้สึกไม่มีคุณค่าในตนเอง ซึมเศร้า หรือใช้ชีวิตอย่างยากลำบาก ประกอบกับสภาพร่างกายที่เปลี่ยนแปลง อาจเกิดผลกระทบต่อสุขภาพและจิตใจได้

นายแพทย์สุวรรณชัย กล่าวต่อไปว่า กรมอนามัยจึงขอแนะนำให้ผู้ที่จะเกษียณอายุและผู้สูงอายุ สร้างแรงบันดาลใจในการจัดการสุขภาพตนเองตามแนวทาง Lifestyle Medicine หรือเวชศาสตร์วิถีชีวิต ภายใต้ 6 องค์ประกอบคือ 1.การกิน เน้นกินข้าวกล้อง และปลาเป็นหลัก กินตับ กินผัก ผลไม้เป็นประจำ ลด หวาน มัน เค็ม ให้เป็นนิสัยและไม่ลืมดื่มน้ำ ดื่มนมให้เพียงพอ กินอาหารสดใหม่สะอาด ปลอดภัย และกินอย่างมีความสุข 2.มีกิจกรรมทางกายที่เหมาะสมในความเหนื่อยระดับปานกลางสะสมให้ได้อย่างน้อย 150 นาทีต่อสัปดาห์ หรือโดยเฉลี่ยอย่างน้อย 30 นาทีต่อวัน ควบคู่กับการยืดเหยียดกล้ามเนื้อ อย่างน้อย 2 วันต่อสัปดาห์ การเคลื่อนไหวรูปแบบต่างๆ การทรงตัวเพื่อป้องกันการหกล้ม เป็นต้น ที่สำคัญควรอบอุ่นร่างกาย และคลายอุ่นร่างกายก่อนและหลังการออกกำลังกาย ประมาณ 5-10 นาที 3.การนอนหลับนั้นมีความสำคัญต่อร่างกาย ทำให้ร่างกายได้พักผ่อน ซ่อมแซมส่วนต่างๆ ของร่างกายตลอดทุกช่วงวัย และมีความสำคัญต่อการเจริญเติบโตและพัฒนาการของร่างกาย สมอง ระบบประสาท การเรียนรู้ ความจำวัยผู้สูงอายุมีผลต่อการทำงานของ ระบบภูมิคุ้มกัน โรคประจำตัวการนอนหลับไม่เพียงพอ หรือโรคของการนอนหลับนั้นเป็นปัจจัยสำคัญที่ก่อให้เกิดปัญหาสุขภาพโรคประจำตัวภาวะภูมิต้านทานต่ำ และเพิ่มโอกาสเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนน ซึ่งกรมอนามัยให้ความสำคัญกับปัญหาการนอนไม่เพียงพอและไม่มีคุณภาพของคนไทย โดยสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพให้ประชาชนทุกกลุ่มวัยเข้าถึงข้อมูลและบริการด้านการดูแลสุขภาพ เพื่อวิเคราะห์ ประเมินการปฏิบัติและจัดการตนเองเพื่อป้องกันและควบคุมความเสี่ยงต่อสุขภาพ“

ต่อมาข้อที่ 4.การควบคุมความเครียด และจัดการด้านอารมณ์ในสังคมยุคปัจจุบันเราต้องใช้ชีวิตร่วมกับผู้อื่นโดยไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ อาจทำให้เกิดสภาวะเครียดและวิตกกังวล ซึ่งสิ่งที่เราต้องทำให้ได้ คือ การมีสติรับมือกับความเครียด และความวิตกกังวลที่อาจเกิดขึ้น 5.หลีกเลี่ยงสารหรือวัตถุที่เป็นอันตราย เพราะในชีวิตประจำวันของเรามีสารเสพติดที่ส่งผลต่อสุขภาพในปริมาณเล็กน้อย จนหลายคนมองว่าเป็นเรื่องปกติทั้งๆ ที่ไม่ปกติต่อสุขภาพแต่อย่างใดเช่น การสูบบุหรี่ ดื่มสุราซึ่งเป็นเรื่องของวัฒนธรรมและการเข้าสังคมจึงควรเลือกเดินสายกลาง ดื่มแต่พอประมาณ และผู้สูงอายุเองควรระมัดระวังสุขภาพ หากหลีกเลี่ยงได้จะดีที่สุด เพราะจะส่งผลให้เกิดปัญหาด้านสุขภาพ สังคม และเศรษฐกิจตามมาและ 6.การปฏิสัมพันธ์ทางสังคม หรือการเชื่อมโยงกับสังคม นับเป็นหัวใจสำคัญเนื่องจากบางคนไม่มีทักษะการเรียนรู้ในสังคม แต่บางคนมีการปรับตัวได้ดี โดยสามารถทำให้ตัวเองรู้สึกมีคุณค่า ด้วยการเป็นจิตอาสาในองค์กรต่างๆ เป็นต้น ซึ่งการปฏิบัติตนตามแนวทาง Lifestyle Medicine หรือเวชศาสตร์วิถีชีวิต จะส่งผลให้ผู้สูงอายุสุขภาพดี และมีความสุข สร้างสังคมสูงวัยที่มีคุณภาพต่อไป” อธิบดีกรมอนามัย กล่าวในที่สุด

พลัง Soft Power ไทยสู่สายตาโลก BIFW2023 ที่สุดแห่งปรากฏการณ์แฟชั่นวีคแห่งปี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/762269

พลัง Soft Power ไทยสู่สายตาโลก BIFW2023 ที่สุดแห่งปรากฏการณ์แฟชั่นวีคแห่งปี

พลัง Soft Power ไทยสู่สายตาโลก BIFW2023 ที่สุดแห่งปรากฏการณ์แฟชั่นวีคแห่งปี

วันพฤหัสบดี ที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ปิดฉากลงอย่างงดงามสำหรับ Siam Paragon Bangkok International Fashion Week 2023 กับ 12 โชว์ตระการตาจาก 12 แบรนด์ไทยระดับแนวหน้า ที่สร้างปรากฏการณ์และแรงขับเคลื่อนSoft Power ให้วงการแฟชั่นไทยในหลากหลายมิติ ภายใต้แนวคิด “The Future of Fashion” สร้างคุณค่าอันยั่งยืน (Sustainability) บนโลกแฟชั่นแห่งอนาคต เต็มไปด้วยคนแฟชั่นและเซเลบริตี้ระดับเอลิสต์มาร่วมงานคับคั่ง พร้อมศิลปินดาราแถวหน้าและเหล่านางแบบ นายแบบชั้นนำร่วมเดินแบบและร่วมชมแฟชั่นโชว์ตลอดงาน ระหว่างวันที่ 5-8 ตุลาคม ที่ผ่านมา ณ พาร์คพารากอน สยามพารากอน

ตลอดสัปดาห์แห่งแฟชั่น ทั้ง 12 แบรนด์ไทยระดับแนวหน้า ต่างอวดโฉมพลังสร้างสรรค์ พร้อมเนรมิตโชว์อย่างน่าตื่นตาตื่นใจ ประเดิมรันเวย์ด้วยโชว์สุดอลังการจาก ISSUE presented by Purra โดย ภูภวิศ กฤตพลนารา กับคอลเลคชั่น PHASSA (ผัสสะ) ถ่ายทอดสัมผัสต่างๆ พร้อมนำเศษไหมเหลือใช้จากอุตสาหกรรมแฟชั่นมาทำงานปักซิกเนเจอร์ “ISSUE Thailand” อันเป็นเอกลักษณ์ พร้อมเหล่านายแบบนางแบบหลากคาแร็กเตอร์มาบอกเล่าถึงความแตกต่างหลากหลายท่ามกลางเสียงเพลงหมอลำล้ำสมัย ต่อด้วยโชว์จาก VATANIKA presented by AION-AIONIC AUTO ของดีไซเนอร์สาว วทานิกา ปัทมสิงห์ ณ อยุธยา ในคอนเซ็ปต์ Endless Holiday กับคอลเลคชั่นที่เปรี้ยวและเซ็กซี่ที่สุด ซึ่งเด่นด้วยสีม่วง-ทองเป็นประกาย กับดีไซน์โก้หรูที่เสริมให้ผู้สวมใส่เปี่ยมเสน่ห์จนไม่อาจละสายตา

ส่วนแฟชั่นโชว์แสนเก๋จาก Kloset โดยสองดีไซเนอร์คู่หู มลลิกา เรืองกฤตยา และ ณัฐ มั่งคั่ง นำเสนอคอลเลคชั่น Autumn/Winter 2023 “Never Give Up” ที่มี โปเลียน โบนาปาต จักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่ของจักรวรรดิฝรั่งเศสเป็นแรงบันดาลใจ กับเสื้อผ้าผู้หญิงที่มีกลิ่นอายเครื่องแบบทหารในยุคศตวรรษที่ 18 มีกิมมิกเป็นดอกมูเกร์โบขนาดใหญ่และตัวอักษรย่อ KS โดยโชว์นี้ขนทัพเหล่าศิลปินดารามาสวมบทบาทโมเดลกันอย่างคับคั่ง

ส่วน Absolute Siam x HOLY NUMBER 7 x 789 กับการคอลแลบระหว่าง Absolute Siam มัลติแบรนด์สโตร์ที่รวบรวมสินค้าแฟชั่นไลฟ์สไตล์ที่มีเอกลักษณ์จากสยามเซ็นเตอร์ และแบรนด์สตรีทแฟชั่นชื่อดังจากเกาหลี HOLY NUMBER 7 ซึ่งออกแบบร่วมกับหนุ่มๆ 789 Trainee จนได้เป็นคอลเลคชั่น “Contender” สำหรับภายใต้คอนเซ็ปต์ “Break the Limit” ซึ่งมีไอเท็มหลักเป็นเสื้อฟุตบอลสุดเท่ และพิเศษสุดตรงที่เป็นการรวมตัวเดินแบบแบบครบทีมของ 789 Trainee ทั้ง 24 คนอีกด้วย

Leisure Projects presented by Crocs โดยดีไซเนอร์ไฟแรง ณัฐพล กนกวลีวงศ์ นำเสนอคอลเลคชั่น “WONDERLAND” ในแนวทาง Deconstruction แปลกใหม่เหนือความคาดหมาย พร้อมลูกเล่นที่มีความพิศวงราวกับอยู่ในโลกของความฝัน เช่น เสื้อแจ๊กเกตปกสองชั้น ภาพกราฟิกที่เบลอไหว การไล่เฉดสีตัดกัน และงานตกแต่งที่ดีไซน์ให้ผิดเพี้ยนไป ซึ่งแมทช์กับรองเท้า Crocs หลากหลายดีไซน์ได้อย่างลงตัว ต่อด้วยดีไซเนอร์ระดับตำนานของไทย นคร สัมพันธารักษ์ จากแบรนด์ “NAGARA” กับซิกเนเจอร์ลายผ้ามัดย้อมด้วยเทคนิคดั้งเดิมแบบญี่ปุ่น รวมถึงการจับคู่สีและลวดลายสดใส บนชุดเสื้อผ้าที่ออกแบบให้สวมใส่สบาย พลิ้วไหว ยังคงไว้ซึ่งเอกลักษณ์ของผ้าไหมไทยอันเป็นดีเอ็นเอของแบรนด์ ทั้งยังยกขบวนซูเปอร์โมเดลและเหล่าศิลปินดาราแถวหน้ามาร่วมรันเวย์อย่างคับคั่ง

อีกโชว์มาพร้อมความคูลกับแฟชั่นโชว์เต็มรูปแบบครั้งแรกของ “MOO” แบรนด์เสื้อผ้าผู้ชายและไลฟ์สไตล์น้องใหม่ภายใต้ชายคา Asava Group จากฝีมือการออกแบบของ พลพัฒน์ อัศวะประภา ที่เน้นเสื้อผ้าสวมใส่สบาย ผ่านคีย์ลุคทั้งลายเพสลี่ย์โททัลลุค และไอเท็มลายทาง ส่วน “Greyhound Original x TikTok” โดย บดินทร์ อภิมาน และ พงศธร แพลอย นำเสนอผลงานศิลปะทางแฟชั่นแสนดึงดูดใจในคอลเลคชั่น “BLACK MARKET”ที่เน้นสีดำและเล่นกับแพทเทิร์นอันเป็นเอกลักษณ์ รวมถึงรูปทรงอันโดดเด่นและกราฟิกสะดุดตา สะท้อนเรื่องราวเกี่ยวกับศิลปะทั้งในเชิงเสียดสีและล้อเลียน ทั้งยังแฝงไว้ด้วยความใส่ใจสิ่งแวดล้อมโดยเลือกใช้ผ้ารีไซเคิลในการสร้างสรรค์ผลงานให้เป็น “Green Label”

โชว์ของ PAINKILLER Atelier presented by Seiko 5 Sports จากการออกแบบของ สิริอร เฑียรฆประสิทธิ์ กับคอลเลคชั่น “ARTCORE”บอกเล่าถึงความสัมพันธ์ระหว่างงานศิลปะกับไลฟ์สไตล์คนเมือง โดยสร้างสรรค์เป็นไอเท็มที่ถูกใจเหล่าศิลปิน ทั้งเข็มขัดพร้อมช่องเก็บของ หมวกเบเรต์กางเกงคาร์โก้ โดยสอดแทรกความเท่และเก๋ของนาฬิกา Seiko 5 Sports เข้าไปแต่ละลุคอย่างลงตัว ต่อด้วย Fri27Nov. presented by SCG ซึ่ง ชนะชัย จรียะธนา โชว์ฝีมือการออกแบบในคอลเลคชั่น “The Day Yester Tomorrow” เสื้อผ้าผู้ชายที่ผสมผสานทั้งความคลาสสิกและร่วมสมัย สะท้อนภาพปัจจุบันและอนาคตผ่านวัสดุ และเทคนิคงานประดิษฐ์อันเป็นเอกลักษณ์ และที่น่าสนใจคือการสร้างสรรค์เสื้อผ้าและแอคเซสซอรี่รีไซเคิลจากบรรจุภัณฑ์ของ SCG ได้อย่างน่าสนใจ

TUBE GALLERY presented by TAT มาพร้อมความตระการตากับชุดอเมซิ่งไทยแลนด์ชูเอกลักษณ์ความเป็นไทยอันงดงามส่งเสริมการท่องเที่ยวไทย ก่อนเผยโฉมคอลเลคชั่น “Identity” หรือ “ตัวตน” ของสองดีไซเนอร์ พิสิฐ จงนรังสิน และ ศักดิ์สิทธิ์ พิศาลสุพงศ์ แปลความหมายของอัตลักษณ์บ่งบอกตัวตนให้กลายเป็นลวดลายต่างๆ ถ่ายทอดผ่านงานปัก เทคนิคงานฝีมือ และงานเลเซอร์คัทที่ช่วยให้แต่ละชุดดูน่าตื่นตาในทุกมิติ ความน่าสนใจของโชว์นี้อยู่ที่การเลือกนายแบบนางแบบหลาย Identity มาสะท้อนอัตลักษณ์ในแบบของตัวเองก่อนปิดท้ายปีนี้ด้วยโชว์สุดอลังการของ FLYNOW จากฝีมือการรังสรรค์ของ สมชัย ส่งวัฒนา ในคอลเลคชั่น “Solar Eclipse” หรือ “จันทร์กอดอาทิตย์” ซึ่งเน้นดีไซน์ที่แปลกใหม่ แฝงไปด้วยความดุ เสน่ห์อันร้อนแรงและความล้ำสมัยเหนือจริง ตัวโชว์บอกเล่าเรื่องราวของรักสามเศร้าเมื่อจันทร์ห้าวหาญโอบกอดดวงอาทิตย์ได้อย่างตราตรึงใจ