คอนเสิร์ตการกุศล ‘แพทย์จุฬาฯ Charity Happy Melody Concert #6789 ทศวรรษแห่งดนตรี’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/762074

คอนเสิร์ตการกุศล  ‘แพทย์จุฬาฯ Charity Happy Melody Concert #6789 ทศวรรษแห่งดนตรี’

คอนเสิร์ตการกุศล ‘แพทย์จุฬาฯ Charity Happy Melody Concert #6789 ทศวรรษแห่งดนตรี’

วันพุธ ที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

สงกรานต์ อิสสระ, ผาณิต พูนศิริวงศ์, ศ.ภิชาน นพ.พินิจ กุลละวณิชย์, ยุพิน ชัยวิกรัย, ลาวัลย์ กันชาติ, รศ.นพ.ฉันชาย สิทธิพันธุ์ และ วิทูร เลิศพนมวรรณ

ปิดฉากไปอย่างประทับใจสำหรับ คอนเสิร์ตการกุศล “แพทย์จุฬาฯ Charity Happy Melody Concert #6789 ทศวรรษแห่งดนตรี” ซึ่ง มูลนิธิคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์ ร่วมกับ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย จัดขึ้นเพื่อหารายได้สนับสนุนด้านการศึกษา ค้นคว้างานวิจัยของคณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ ที่เป็นแหล่งความรู้ด้านการแพทย์ตลอดจนการสร้างชุมชนแห่งการเรียนรู้ที่ก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางแห่งการเชื่อมโยงแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านสาธารณสุขในระดับประเทศ และสนับสนุนให้การรักษาพยาบาลของโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย โดยมี ศ.ภิชาน นพ.พินิจ กุลละวณิชย์ ประธานกรรมการมูลนิธิคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์ และ รศ.นพ.ฉันชาย สิทธิพันธุ์ กรรมการและเลขานุการมูลนิธิฯ และ คณบดี คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย คอยให้การต้อนรับผู้มีอุปการคุณที่เข้าชมคอนเสิร์ต เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2566 เวลา 19.00 น. ห้องประชุม 1210 ชั้น 12 อาคารภูมิสิริมังคลานุสรณ์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย

นพ.พณะ จันทรกมล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร รพ.ในเครือบางปะกอก มอบเงิน 2 ล้านบาท สมทบทุนมูลนิธิแพทย์ จุฬาฯ โดย รศ.นพ.ฉันชาย สิทธิพันธุ์

คอนเสิร์ตการกุศล “แพทย์จุฬาฯCharity Happy Melody Concert #6789 ทศวรรษแห่งดนตรี” ให้ทุกท่านที่เข้าชมคอนเสิร์ตและได้เพลิดเพลินและสนุกสนานไปกับบทเพลงและดนตรีในยุค 60, 70, 80, 90 จากนักร้องและศิลปินระดับแนวหน้าของเมืองไทยนำโดย นันทิดาแก้วบัวสาย นายก อบจ.สมุทรปราการ, สุชาติชวางกูร, ผุสชา โทณะวณิก, ศรัณย่าส่งเสริมสวัสดิ์, ปราการ ไรวา, กิตตินันท์ชินสำราญ, พิเชษฐ์ บัวขำ, ภาสกร รุ่งเรืองเดชาภัทร์, ป้อม ออโต้บาห์น, วสุ แสงสิงแก้ว,สุทธิพงษ์ วัฒนจัง, สุนทร สุจริตฉันท์, เกียรติศักดิ์ อุดมนาค ซึ่งแต่ละบทเพลง มีทั้งเพลงไทย เพลงสากล และเพลงอมตะจากมิวสิคัลอันโด่งดัง เป็นเพลงที่ทุกคนต่างรู้จักและร้องตามไปอย่างสนุกสนาน

บุบผาสวัสดิ์ รัชชตาตะนันท์, ศรีวรา-สงกรานต์ อิสสระ, เกษสุดา-ประเวศวุฒิ ไรวา และ ผาณิต พูนศิริวงศ์

สำหรับผู้มีความประสงค์บริจาคตามกำลังศรัทธาเพื่อสมทบทุนมูลนิธิคณะแพทยศาสตร์จุฬาลงกรณ์ ได้ที่ ธนาคารไทยพาณิชย์เลขที่ 045-202069-8 (สามารถลดหย่อนภาษีได้ 1 เท่า) สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม ได้ที่ มูลนิธิคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์ โทร.02-2564180หรือ งานประชาสัมพันธ์และจัดหารายได้คณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ โทร.02-2564183 (วัน-เวลาราชการ)

สงกรานต์ อิสสระ, ศ.นพ.สุทธิพงศ์ วัชรสินธุ, ผาณิต พูนศิริวงศ์
และ วรรณพร-ปราโมทย์ พรประภา

สงกรานต์ อิสสระ, ศ.นพ.สุทธิพงศ์ วัชรสินธุ, ผาณิต พูนศิริวงศ์ และ วรรณพร-ปราโมทย์ พรประภา

นันทิดา แก้วบัวสาย

นันทิดา แก้วบัวสาย

นันทิดา แก้วบัวสาย

นันทิดา แก้วบัวสาย

ไตรทิพย์ ศิวะกฤษณ์กุล

ไตรทิพย์ ศิวะกฤษณ์กุล

สุนทร สุจริตฉันท์ พร้อมด้วย ภาสกร รุ่งเรืองเดชาภัทร์, พิเชษฐ์ บัวขำ, ไตรทิพย์ ศิวะกฤษณ์กุล, เกียรติศักดิ์ อุดมนาค และสองพิธีกร ดู๋-สัญญา คุณากร และ เปอร์-สุวิกรม อัมระนันทน์

สุนทร สุจริตฉันท์ พร้อมด้วย ภาสกร รุ่งเรืองเดชาภัทร์, พิเชษฐ์ บัวขำ, ไตรทิพย์ ศิวะกฤษณ์กุล, เกียรติศักดิ์ อุดมนาค และสองพิธีกร ดู๋-สัญญา คุณากร และ เปอร์-สุวิกรม อัมระนันทน์

ปราการ ไรวา

ปราการ ไรวา

วสุ แสงสิงแก้ว

วสุ แสงสิงแก้ว

สุทธิพงษ์ วัฒนจัง

สุทธิพงษ์ วัฒนจัง

สุชาติ ชวางกูร

สุชาติ ชวางกูร

ผุสชา โทณะวณิก, ศรัณย่า ส่งเสริมสวัสดิ์ และวง Bella Donna

ผุสชา โทณะวณิก, ศรัณย่า ส่งเสริมสวัสดิ์ และวง Bella Donna

คอนเสิร์ตการกุศล สนุกสนานไปกับบทเพลงและดนตรีในยุค 60, 70, 80, 90 จากนักร้องและศิลปินระดับแนวหน้าของเมืองไทย

คอนเสิร์ตการกุศล สนุกสนานไปกับบทเพลงและดนตรีในยุค 60, 70, 80, 90 จากนักร้องและศิลปินระดับแนวหน้าของเมืองไทย

คอนเสิร์ตการกุศล สนุกสนานไปกับบทเพลงและดนตรีในยุค 60, 70, 80, 90 จากนักร้องและศิลปินระดับแนวหน้าของเมืองไทย

คอนเสิร์ตการกุศล สนุกสนานไปกับบทเพลงและดนตรีในยุค 60, 70, 80, 90 จากนักร้องและศิลปินระดับแนวหน้าของเมืองไทย

รศ.นพ.ฉันชาย สิทธิพันธุ์
กก.และเลขานุการ
มูลนิธิฯ และคณบดี คณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ มอบดอกไม้ขอบคุณ พิไลวรรณ บุญล้น ผู้สร้างสรรค์ เขียนบท กำกับ และควบคุมการผลิต

รศ.นพ.ฉันชาย สิทธิพันธุ์ กก.และเลขานุการ มูลนิธิฯ และคณบดี คณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ มอบดอกไม้ขอบคุณ พิไลวรรณ บุญล้น ผู้สร้างสรรค์ เขียนบท กำกับ และควบคุมการผลิต

ศ.ภิชาน นพ.พินิจ
กุลละวณิชย์ ประธานกรรมการมูลนิธิคณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ มอบดอกไม้ขอบคุณ นันทิดา แก้วบัวสาย

ศ.ภิชาน นพ.พินิจ กุลละวณิชย์ ประธานกรรมการมูลนิธิคณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ มอบดอกไม้ขอบคุณ นันทิดา แก้วบัวสาย

ผาณิต พูนศิริวงศ์ กับ
ผุสชา โทณะวณิก

ผาณิต พูนศิริวงศ์ กับ ผุสชา โทณะวณิก

ศ.นพ.กำธร พฤกษานนท์ ต้อนรับ อ.รศนาภรณ์ วีรวรรณ และคณะ

ศ.นพ.กำธร พฤกษานนท์ ต้อนรับ อ.รศนาภรณ์ วีรวรรณ และคณะ

สุธัญญา บุญสูง, เยาวรัตน์ นิรันดร, ยุพิน ชัยวิกรัย มาให้กำลังใจหลังเวที

สุธัญญา บุญสูง, เยาวรัตน์ นิรันดร, ยุพิน ชัยวิกรัย มาให้กำลังใจหลังเวที

ศุภลาภ-พ.ต.ท.พิชิต พิทักษ์โลหพิตร

ศุภลาภ-พ.ต.ท.พิชิต พิทักษ์โลหพิตร

รศ.นพ.กำจร-มยุรี ตติยะกวี และ รศ.พญ.สุวรรณี พันเจริญ

รศ.นพ.กำจร-มยุรี ตติยะกวี และ รศ.พญ.สุวรรณี พันเจริญ

คณบดีแพทย์ จุฬาฯ ต้อนรับผู้มีอุปการคุณ อมฤต-รายิน-สวีนา
สัจจเทพ และ หลำ มงคลอินทร์

คณบดีแพทย์ จุฬาฯ ต้อนรับผู้มีอุปการคุณ อมฤต-รายิน-สวีนา สัจจเทพ และ หลำ มงคลอินทร์

นพ.พณะ จันทรกมล, ผาณิต พูนศิริวงศ์, วรรณิภา
วุฒิวัฒน์ ร่วมด้วย รัตนา อัครมิ่งมงคล

นพ.พณะ จันทรกมล, ผาณิต พูนศิริวงศ์, วรรณิภา วุฒิวัฒน์ ร่วมด้วย รัตนา อัครมิ่งมงคล

รศ.นพ.ฉันชาย สิทธิพันธุ์ ต้อนรับ อุษา
อุษณาจิตต์ และ พิสิษฐ์ สิทธิเชาว์พันธ์

รศ.นพ.ฉันชาย สิทธิพันธุ์ ต้อนรับ อุษา อุษณาจิตต์ และ พิสิษฐ์ สิทธิเชาว์พันธ์

รศ.นพ.กำจร ตติยะกวี, ผศ.นพ.ดาบศักดิ์ กองสมุทร, พล.ต.ต.นพ.
ชุมศักดิ์-พญ.กุสุมา พฤกษาพงษ์, รศ.พญ.สุวรรณี พันเจริญ,
ปรีดา ทัศนประดิษฐ์ และ ศ.นพ.กำธร พฤกษานนท์

รศ.นพ.กำจร ตติยะกวี, ผศ.นพ.ดาบศักดิ์ กองสมุทร, พล.ต.ต.นพ. ชุมศักดิ์-พญ.กุสุมา พฤกษาพงษ์, รศ.พญ.สุวรรณี พันเจริญ, ปรีดา ทัศนประดิษฐ์ และ ศ.นพ.กำธร พฤกษานนท์

รวมไอเท็มเด็ดเผยผิวใสอิ่มน้ำ ฉ่ำวาว รับหน้าฝน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/762068

รวมไอเท็มเด็ดเผยผิวใสอิ่มน้ำ ฉ่ำวาว รับหน้าฝน

รวมไอเท็มเด็ดเผยผิวใสอิ่มน้ำ ฉ่ำวาว รับหน้าฝน

วันพุธ ที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ช่วงนี้ เรายังอยู่กับฤดูฝนอย่างเต็มรูปแบบ สภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง ส่งผลให้ผิวหน้าปรับตัวไม่ทัน อาจเกิดอาการระคายเคือง อีกทั้งความชื้นที่เกิดขึ้นจากฝนเป็นปัจจัยสำคัญทำให้สาวๆ แต่งหน้าไม่ค่อยติด หน้าหมองไม่สดใสวันนี้ คิง เพาเวอร์ จะมาแนะนำเครื่องสำอางที่ช่วยให้ผิวสวยใส ฉ่ำวาวเผยผิวใสดูมีความเป็นธรรมชาติบางเบาและปกปิดรับความเป๊ะปังในช่วงหน้าฝน

เริ่มจาก GUCCI Cushion de Beauté Compact Cushion Foundation คุชชั่นที่มอบความชุ่มชื้นและเปล่งประกายให้ผิว ด้วยเนื้อสัมผัสบางเบาผสมผสานเข้ากับผิวได้อย่างลงตัว สามารถเพิ่มระดับการปกปิดได้ตามต้องการ พร้อมคุณสมบัติช่วยบำรุง คงความชุ่มชื่นให้ผิวยาวนาน 24 ชั่วโมง และปกป้องผิวด้วย SPF22 ป้องกันแสงสีฟ้า แลดูผิวกระจ่างใสขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ

GUERLAIN PARURE GOLD CUSHION FOUNDATION เป็นเนื้อคุชชั่นสูตรน้ำที่เบามีส่วนผสมอันล้ำค่าของอณูทองคำบริสุทธิ์ 24 กะรัต ช่วยให้ผิวกระจ่างใส และมีส่วนผสมบำรุงผิวที่ช่วยอำพรางลดเลือนเส้นริ้วบางๆ และริ้วรอยร่องลึกดูแลผิวให้ผิวเรียบเนียนและอวบอิ่ม ให้ความชุ่มชื้นอย่างต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมง และยังช่วยปกป้องผิวจากแสงแดดด้วย SPF40 และ PA+++

ชวนเผยผิวเปล่งประกายไปกับ NARS Pure Radiant Protection Aqua Glow Cushion Foundation SPF50+/Pa+++มาพร้อมการปกป้องที่สมบูรณ์รอบด้านแบบ 360 องศา ด้วย Defense Complex เทคโนโลยีสุดล้ำจากนาร์ส ที่ช่วยลดเลือนผิวที่ดูหมองคล้ำจากความเครียดและความเหนื่อยล้า เพิ่มเกราะป้องกันผิวจากมลภาวะภายนอกที่ต้องเผชิญ ไม่ว่าจะเป็นแสงสีฟ้าจากคอมพิวเตอร์ ควัน และฝุ่น PM2.5 คงประสิทธิภาพในการปกปิดช่วยปรับสีผิวให้สม่ำเสมอ และสามารถเพิ่มการปกปิดได้ตามต้องการ ซึมซาบเร็วเบาสบายช่วยให้ผิวดูชุ่มชื่นเรียบเนียนตลอดทั้งวัน เผยผิวเปล่งปลั่งกระจ่างใส

นอกจากงานผิวที่ดูเป็นธรรมชาติแล้ว ริมฝีปากยังต้องสวย ดูชุ่มฉ่ำ อิ่มน้ำลิปสติกก็เป็นไอเท็มที่ขาดไม่ได้ช่วยเพิ่มความสวยและโดดเด่นได้เป็นอย่างดี เริ่มกันที่ GUERLAIN KISS KISS BEE GLOW LIP BALM ลิปบาล์มเนื้อวาวประกอบไปด้วยนํ้าผึ้งและสารสกัดจากธรรมชาติถึง 98% ช่วยฟื้นฟูริมฝีปากของคุณอย่างลํ้าลึก พร้อมทําให้ริมฝีปากดูสวยงาม คงความชุ่มชื้นตลอดวัน เนื้อลิปแบบครีมเข้มข้นให้ความรู้สึกแสนพิเศษ เนื้อสัมผัสนุ่มนวล ละลายเรียบเนียน เมื่อทาลง บนริมฝีปาก พร้อมบำรุงเคลือบเรียวปากสวย อวบอิ่ม ชุ่มฉ่ำ สีสันสดใสดูเป็นธรรมชาติ

FRESH Rose Petal-Soft Lip Cream ลิปบาล์มเนื้อนุ่มที่ให้ความชุ่มชื่นอย่างล้ำลึกให้ริมฝีปากได้ยาวนานพร้อมผสานคุณค่าจากน้ำมันสกัดดอกกุหลาบที่ช่วยบำรุงพร้อมปรับสภาพและบรรเทาริมฝีปากแห้งเพื่อริมฝีปากเนียนนุ่มดุจกลีบกุหลาบ

M∙A∙C GLOW PLAY LIP BALM ลิปบาล์มเนื้อสัมผัสนุ่มนวลเบาสบาย ไม่เหนอะช่วยริมฝีปากสวยน่าจุ๊บ สีสวยงามมาพร้อมความแวววาวขั้นสุดสำหรับทุกโอกาส

ปิดท้ายด้วย CLARINS Lip Comfort Oil ลิปออยล์ สูตรพิเศษที่อุดมด้วยส่วนผสมจากธรรมชาติรวมถึงสารสกัดน้ำมันจากพืชมอบการบำรุงอย่างล้ำลึก ช่วยฟื้นบำรุงและเป็นปราการปกป้องผิวจากมลภาวะ พร้อมมอบความแวววาวไม่เหนียวเหนอะหนะให้ริมฝีปาก อิ่มสวย ชุ่มชื่นทันทีที่ใช้

ได้เวลาอวดผิวใส อิ่มน้ำ ฉ่ำวาว รับหน้าฝนกับหลากหลายไอเท็มเด็ด คัดสรรมาให้นักเดินทางได้แล้ววันนี้ ที่ คิง เพาเวอร์ รางน้ำ, ศรีวารี, พัทยา
ภูเก็ต รวมถึงช่องทาง http://www.kingpower.com หรือ คิง เพาเวอร์ แอปพลิเคชั่น

เพ ลา เพลิน คว้ารางวัลดีเด่นสาขาแหล่งท่องเที่ยวเพื่อการเรียนรู้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/762071

เพ ลา เพลิน คว้ารางวัลดีเด่นสาขาแหล่งท่องเที่ยวเพื่อการเรียนรู้

เพ ลา เพลิน คว้ารางวัลดีเด่นสาขาแหล่งท่องเที่ยวเพื่อการเรียนรู้

วันพุธ ที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

บริษัท เพ ลา เพลิน บูติค รีสอร์ท จำกัด  หรือ อุทยานเรียนรู้ เพ ลา เพลิน จ.บุรีรัมย์ แหล่งท่องเที่ยวเชิงเรียนรู้ และแหล่งท่องเที่ยวเพื่อสุขภาพ คว้ารางวัลดีเด่น Thailand Tourism Awards รางวัลอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยครั้งที่ 14 ประจำปี 2566 โดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สาขาแหล่งท่องเที่ยวเพื่อการเรียนรู้ (Learning & Doing) โดยเข้าร่วมพิธีประทานรางวัลจากทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี อันเป็นรางวัลเกียรติยศสำหรับชาวอุตสาหกรรมท่องเที่ยวของประเทศไทย

ธนัชชา ชลายนนาวิน

นางสาวธนัชชา ชลายนนาวิน ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดและประชาสัมพันธ์ ผู้แทนองค์กรเข้ารับประทานรางวัลเผย เพ ลา เพลินมุ่งเดินหน้าพัฒนาโครงการและกิจกรรมภายในโครงการตามแนวคิด “เที่ยวอย่างมีความสุข สนุกกับการเรียนรู้ ครบจบในที่เดียว” สำหรับคนทุกเพศ ทุกวัยและให้ความสำคัญกับการบูรณาการการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน และการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพร่วมด้วย

อุทยานเรียนรู้เพ ลา เพลิน จ.บุรีรัมย์ แหล่งท่องเที่ยวและพักผ่อนขนาดใหญ่และครบองค์ในพื้นที่ภาคอีสานบนพื้นที่กว่า 380 ไร่ที่สร้างสรรค์การเรียนรู้ผ่านรูปแบบกิจกรรมการท่องเที่ยวภายในโครงการตลอดระยะเวลากว่า 17 ปี ได้มีโอกาสรองรับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ รวมถึงกลุ่มนักท่องเที่ยวหลักคือกลุ่มเยาวชน นักเรียน-นักศึกษาที่เข้ามาทัศนศึกษาและทำกิจกรรมค่ายวิชาการ โดยอุทยานเรียนรู้เพ ลาเพลิน ได้รับความร่วมมือจากภาคีเครือข่ายทั้งภาครัฐ เอกชน การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานบุรีรัมย์ รวมถึงปราชญ์ชุมชน ในการพัฒนากิจกรรมด้านท่องเที่ยวเชิงเรียนรู้ อาทิ ด้านพฤษศาสตร์ วิทยาศาสตร์ ประวัติศาสตร์ศาสนา วัฒนธรรม ภูมิปัญญาไทย-ท้องถิ่น สิ่งแวดล้อม และอื่นๆ อีกมากมาย

นอกจากนี้ นางสาวธนัชชา กล่าวต่อว่า “เนื่องจากอุทยานเรียนรู้เพ ลา เพลิน มีปัจจัยด้านทำเลที่ตั้งอยู่ในจังหวัดเมืองรอง และกว่า 17 ปีก่อนภาคอีสานก็ค่อนข้างขาดแคลนสถานที่ในการทำกิจกรรมนอกห้องเรียนอย่างครบองค์สำหรับกลุ่มเยาวชน รวมไปถึงกลุ่มนักท่องเที่ยวทั่วไป และด้วยความตั้งใจของคุณพรทิพย์ อัษฎาธร กรรมการผู้จัดการของ เพ ลา เพลิน ที่ต้องการสร้างพื้นที่แห่งโอกาสนี้ได้เผยแพร่องค์ความรู้ต่างๆ รวมถึงการรักษาและต่อยอดคุณค่าและภูมิปัญญาของประเทศไทย และการช่วยเหลือสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์ชุมชน จึงได้มุ่งมั่นให้ทุกตารางนิ้วในเพ ลา เพลิน เป็นพื้นที่แห่งการเรียนรู้ทั้งสิ้น ภายใต้แนวคิด “เที่ยวอย่างมีความสุข สนุกกับการเรียนรู้ ครบจบในที่เดียว” การได้รับรางวัลอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย Thailand Tourism Awards  ครั้งที่ 14 ประจำปี 2566 ในสาขาแหล่งท่องเที่ยวเชิงเรียนรู้ จึงเป็นรางวัลอันทรงคุณค่าของทางคณะผู้บริหารและพนักงานของเพ ลา เพลิน ทุกคน”

“ด้วยแนวคิดหลักในการเป็นพื้นที่แห่งการเรียนรู้แล้ว ปัจจุบันนี้ เพ ลา เพลินได้มุ่งเน้นการส่งเสริมและยกระดับสมุนไพรไทย ผ่านการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ อีกทั้งได้มีการบูรณาการแนวคิดการท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบและให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อมมากยิ่งขึ้น ประกอบกับเทรนด์ของการท่องเที่ยวในปัจจุบันที่พฤติกรรมนักท่องเที่ยวจำนวนมาก มองการท่องเที่ยวเป็นประสบการณ์ในการพัฒนาความคิดและต้องการที่จะสัมผัสกิจกรรมอย่างลงลึก รวมถึงการท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบอีกด้วย ในช่วงปลายปีนี้ อุทยานเรียนรู้เพ ลา เพลิน บุรีรัมย์ พร้อมเครือข่ายผู้สนับสนุนเตรียมจัดกิจกรรมเรียนรู้เรื่องความสร้างสรรค์ และสิ่งแวดล้อมในโครงการ “Rhythm of Arts & Nature ท่วงทำนองแห่งศิลป์และธรรมชาติ” ในการสร้างความสมดุลสู่ความยั่งยืนและ Sustainability Mindsetให้แก่เยาวชน” 

นอกจากพื้นที่บุรีรัมย์แล้วในปีนี้ยังขยายฐานการสร้างพื้นที่การเรียนรู้แห่งใหม่ขึ้น คือ เพ ลา เพลิน เดอะเจอร์นีย์ อำเภอแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี แหล่งเรียนรู้ที่มุ่งเน้นสร้างประสบการณ์ในการเรียนรู้ด้านการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์และธรรมชาติ รวมถึงกิจกรรมสร้างสรรค์มากมายร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย รวมถึงภาคีเครือข่าย และภาคชุมชน อาทิ กิจกรรมท่องเที่ยว Bird Journey, กิจกรรมเส้นทางในเชิงสุขภาพ Wellness ศาสตร์ธรรมชาติ สร้างสุขภาพสมดุล, กิจกรรม Camping Market ตลาดกางเต็นท์ ความร่วมมือระหว่างภาคีเครือข่ายในพื้นที่ที่กำลังจะเกิดขึ้นตลอดเดือนธันวาคมที่จะถึงนี้เชื่อมโยงผลผลิตผลิตภัณฑ์ชุมชนและเสน่ห์และภูมิปัญญาในพื้นที่อุทยานมรดกโลกแก่งกระจาน

สมาคมนักออกแบบแฟชั่นแห่งฮ่องกงจัด ‘JUXTAPOSED 2023’ เปิดประสบการณ์ Immersive Show แฟชั่นประชันโลกเสมือนจริง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/762044

สมาคมนักออกแบบแฟชั่นแห่งฮ่องกงจัด ‘JUXTAPOSED 2023’  เปิดประสบการณ์ Immersive Show แฟชั่นประชันโลกเสมือนจริง

สมาคมนักออกแบบแฟชั่นแห่งฮ่องกงจัด ‘JUXTAPOSED 2023’ เปิดประสบการณ์ Immersive Show แฟชั่นประชันโลกเสมือนจริง

วันพุธ ที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

สมาคมนักออกแบบแฟชั่นแห่งฮ่องกง (Hong Kong Fashion DesignersAssociation- HKFDA) เตรียมจัดงาน“JUXTAPOSED2023 Hong Kong Fashion in Bangkok” ด้วยความสนับสนุนของ CreateHK หน่วยงานรัฐบาลเขตปกครองพิเศษฮ่องกงนำเสนอผลงานออกแบบแฟชั่นจาก 52 ดีไซเนอร์ฮ่องกง พร้อม 4 แบรนด์ไทยรับเชิญ ตั้งแต่วันที่ 22 ตุลาคม-5 พฤศจิกายน 2566 นี้ ที่ ICONSIAMกรุงเทพฯ โดยจัดขึ้นเป็นหนึ่งในรายการของเทศกาล “Hong Kong Week 2023@Bangkok”

นิทรรศการและการแสดงแฟชั่นสุดล้ำระดับเวิลด์คลาสนี้เกิดจากการผสานความคิดสร้างสรรค์อันสุดยอดของโลกแฟชั่นกับเทคโนโลยีขั้นสูงโดยทีมงานนวัตกรรม Virtual Realityแถวหน้าของฮ่องกงเพื่อเปิดโอกาสให้คนไทยได้ดื่มด่ำกับประสบการณ์อันน่าตื่นตาตื่นใจระหว่างโลกจริงกับโลกเสมือนจริงซึ่งได้รับความสำเร็จอย่างงดงามมาแล้วในการนำเสนอ JUXTAPOSED 2022 ที่ฮ่องกงเมื่อปีที่แล้ว

ซึ่งในขณะที่โลกแห่งเทคโนโลยีและระบบนิเวศของเมตะเวิร์สได้มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลาอุตสาหกรรมแฟชั่นซึ่งเกี่ยวข้องกับทุกวันของชีวิต
ก็เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วด้วยอิทธิพลของเทคโนโลยีเสมือนจริงและเมตาเวิร์สเช่นกัน และนั่นคือที่มาของแรงบันดาลใจในการรังสรรค์ ธีมแห่ง “Fashion Meta” ที่จะนำพาผู้ชมท่องโลกของ “JUXTAPOSED 2023 Hong Kong Fashion in Bangkok”ไปเพลิดเพลินกับผลงานของ 52 ดีไซเนอร์ฮ่องกงหลากรุ่นหลายสไตล์พร้อมดีไซเนอร์รับเชิญชาวไทยจาก4 แบรนด์ดังต่างแนวซึ่งต่างก็มีเรื่องราวให้ชื่นชม ทั้งในด้านนวัตกรรมและฝีมือเชิงช่างอันยอดเยี่ยมแต่ละชิ้นงานที่จัดแสดงในนิทรรศการคือการตีความแฟชั่นในนิยามใหม่สะท้อนจุดน่าสนใจในอัตลักษณ์ที่แตกต่างระหว่างวัฒนธรรมของฮ่องกงและไทยนอกจากผลงานการออกแบบเสื้อผ้ายังมีอุปกรณ์เทคโนโลยีและคอลเลคชั่นภาพเสมือนที่ชวนให้ตื่นตาตื่นใจเป็นอย่างยิ่ง

ทั้งนี้ตลอด 15 วันของการจัดงานผู้สนใจจะได้พบกับ Pop-Up Shop ที่ผนวกความสนุกของการช้อปทั้งออนไลน์และออฟไลน์เข้าด้วยกันอย่างไร้รอยต่อโดยสามารถชมผลงานแฟชั่นที่จัดแสดงในนิทรรศการและสั่งซื้อทางออนไลน์ได้ทันทีในที่เดียวกันนับเป็นการสร้างประสบการณ์ใหม่ที่ไปไกลกว่าการชมนิทรรศการทั่วไป

“JUXTAPOSED 2023 Hong Kong Fashion in Bangkok” จะมีพิธีเปิดอย่างเป็นทางการพร้อมการแสดงแฟชั่นแบบ Immersive Show ที่หลอมรวมโลกจริงและเสมือนจริง สำหรับแขกรับเชิญและสื่อมวลชน ณ เจริญนครฮอลล์ ชั้น M  ศูนย์การค้า ไอคอนสยามในวันที่ 22 ตุลาคม 2566 ตั้งแต่เวลา17.30 น. เป็นต้นไป โดยทีมนวัตกรรมและผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีล้ำยุคสร้างสรรค์พื้นที่นิทรรศการเป็นแคตวอล์กเหนือจริงที่มีผู้แสดงแบบทั้งจริงและเสมือนจริงชวนให้ผู้ชมมองเข้าไปในหลากหลายมิติของจักรวาลนฤมิตและแก่นแท้ของความคิดสร้างสรรค์จากเหล่าแฟชั่นดีไซเนอร์ที่เปิดจินตนาการอันทำให้โลกจริงและโลกเสมือนเกิดขึ้นได้ไม่มีที่สิ้นสุด

“JUXTAPOSED 2023 Hong Kong Fashion in Bangkok” เปิดให้ผู้สนใจได้เข้าชมฟรี และเลือกซื้อสินค้าได้ทุกวันระหว่างวันที่ 23 ตุลาคม-5 พฤศจิกายน 2566 เวลา 10.00-22.00 น. ต้องการข้อมูลเพิ่มเติมกรุณาเยี่ยมชม เว็บไซต์ www.juxtaposed.com.hk หรือ ติดต่อ ICONSIAM
โทร.02-4957080

5 เทคนิคการเล่น ‘เสิร์ฟและโต้กลับ’ กับลูก ช่วยสร้างพัฒนาการตลอดชีวิต

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/762056

5 เทคนิคการเล่น ‘เสิร์ฟและโต้กลับ’ กับลูก ช่วยสร้างพัฒนาการตลอดชีวิต

5 เทคนิคการเล่น ‘เสิร์ฟและโต้กลับ’ กับลูก ช่วยสร้างพัฒนาการตลอดชีวิต

วันพุธ ที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

การเล่นสนุกกับเด็กเป็นของคู่กัน พ่อแม่หลายคนอาจนิยมเลือกหาของเล่นเสริมพัฒนาการหรือกิจกรรมต่างๆ ให้ลูกเล่น แต่สิ่งสำคัญที่พ่อแม่ส่วนใหญ่มักมองข้ามคือ การตอบโต้และมีปฏิสัมพันธ์ระหว่างที่ลูกกำลังเล่น ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญของการเติบโตในวัย 0-6 ขวบ

พรูเด็นเชียล ประเทศไทย พรูเด็นซ์ฟาวน์เดชัน และองค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย เล็งเห็นถึงความสำคัญดังกล่าว ร่วมมือกันสร้างความตระหนักรู้ให้สังคมผ่าน กิจกรรม “เลี้ยงถูก ลูกดี” เพื่อเปิดพื้นที่ให้เด็กได้ใช้เวลาเล่นสนุก และเติมเต็มความรู้ในการเลี้ยงดูลูกให้กับพ่อแม่โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้าน “การดูแลแบบตอบสนอง” หรือ Responsive caregivingที่ทำให้เด็กเกิดการเรียนรู้อย่างเหมาะสมและมีพัฒนาการที่สมวัย พร้อมเผยเทคนิคการเล่นแบบ “เสิร์ฟและโต้กลับ” หรือ Serve & Return Technics กับลูกใน5 ขั้นตอน

เพราะการเล่นของเด็ก คือการเรียนรู้ในรูปแบบหนึ่ง ซึ่งมีความสำคัญอย่างมากต่อพัฒนาการทางสมองในช่วง6 ปีแรก เนื่องจากกิจกรรมและประสบการณ์ที่เด็กได้ลงมือทำ จะกระตุ้นกระบวนการทำงานของเซลล์สมองให้เชื่อมต่อกันอย่างเป็นระบบ และนำไปสู่พัฒนาการด้านความคิดเชิงเหตุผลที่ช่วยให้เด็กๆ สามารถคิดอย่างมีวิจารณญาณ แก้ปัญหาได้และตัดสินใจเป็น เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับความท้าทายในชีวิตที่จะต้องเผชิญเมื่อเด็กโตขึ้น ทั้งนี้ 5 ขั้นตอนเทคนิคการเล่นแบบ “เสิร์ฟและโต้กลับ” หรือ Serve & Return Technics เป็นเทคนิคการสร้างปฏิสัมพันธ์และการตอบสนองระหว่างเด็กกับพ่อแม่ ซึ่งแม้ว่าจะเป็นช่วงระยะเวลาสั้นๆ แค่ 15 นาที ก็กลายเป็นช่วงเวลาที่มีคุณภาพ มีดังนี้

1.มีส่วนร่วมในสิ่งที่เด็กสนใจ (Share the Focus) พ่อแม่ต้องคอยสังเกตว่าลูกสนใจอะไรอยู่ โดยการหมั่นสังเกตความสนใจของลูกจากท่าทางหรือสีหน้า เช่น ลูกน้อยอาจจะมองหรือชี้ไปที่บางสิ่ง ส่งเสียงหรือแสดงทางสีหน้า รวมทั้งการขยับแขนและขา นี่คือการที่ลูก “เสิร์ฟ” สิ่งที่เขาสนใจมาให้เรา เราก็ต้องหันมาสนใจในสิ่งเดียวกัน

2.สนับสนุนและให้กำลังใจลูก (Supporting and Encourage) เมื่อลูกสนใจสิ่งไหน หรือ “เสิร์ฟ” มาให้พ่อแม่ เราสามารถ “ตอบโต้” กลับไปได้โดยคอยอยู่เป็นคนสนับสนุนทั้งทางอารมณ์และทางร่างกาย ผ่านทั้งคำพูดและการกระทำ เช่น การยิ้มและพยักหน้าเพื่อแสดงให้รู้ว่า
พ่อแม่กำลังสนใจสิ่งเดียวกับเขาอยู่ การชวนคุย ซักถาม หรือเล่นกลับไป หรือชมเชยว่าเมื่อทำได้ การทำแบบนี้จะทำให้เด็กรู้สึกว่ามีคนเข้าใจและสนับสนุน

3.ตั้งชื่อ หรือบอกคำศัพท์ต่างๆ ขณะเล่นกับลูก (Give it a name)ในขณะที่เล่นกับลูก ให้พูดแนะนำคำศัพท์ใหม่ๆ โดยเรียกชื่อสิ่งของนั้นๆ หรือบอกชื่อกิจกรรมที่ลูกกำลังทำ เช่น ระหว่างที่ลูกเล่นกับรถของเล่นก็บอกว่า “นี่รถนะ มีล้อด้วย” หรือหยิบสีเทียนสีเขียวมาระบาย ก็บอกว่า “สีเขียว” ซึ่งจะทำให้เด็กสามารถเชื่อมโยงคำศัพท์กับสิ่งของหรือประสบการณ์จากการเล่นได้ และยังช่วยเพิ่มคลังคำศัพท์ได้อีกด้วย

4.สลับกันทำและรอการตอบกลับ (Take turns…and wait) เวลาเล่นด้วยกัน พ่อแม่ต้องรอให้ลูกเป็นฝ่าย “โต้กลับ” ด้วย นั่นคือพ่อแม่ต้องเปิดโอกาสให้ลูกคิดและบอกสิ่งที่ตัวเองต้องการ หรือเป็นฝ่ายนำหรือสลับบทบาทกันเล่น เพื่อฝึกฝนพัฒนาความคิด และการตัดสินใจ

5.สังเกตการจบกิจกรรมหนึ่งและเริ่มอีกกิจกรรมหนึ่ง (Practice endings and beginning) พ่อแม่ควรสังเกตสัญญาณของลูกว่า เขาต้องการจบกิจกรรมหนึ่งและหันไปสนใจสิ่งอื่น เช่น การปล่อยของเล่นแล้วหยิบชิ้นใหม่ การหันไปดูอย่างอื่น หรือเดินไปที่อื่นแล้วส่งเสียง โดยพ่อแม่สามารถชักชวนให้ลูกจบกิจกรรมด้วยกัน เช่น เอาของเล่นชิ้นนั้นไปเก็บ และพร้อมร่วมแบ่งปันความสนใจต่อสิ่งใหม่ด้วยกันอีกครั้งในข้อที่ 1

สรุปได้ว่า การเล่นกับลูกด้วยเทคนิค “ส่ง-รับ” เพียงวันละเล็กน้อย จะช่วยทำให้ช่วงเวลาในแต่ละวันของครอบครัวเป็นเรื่องสนุกและกลายเป็นธรรมชาติมากขึ้น พร้อมสร้างพื้นฐานการเรียนรู้ที่ดีให้ลูกทั้งในวันนี้และตลอดชีวิต

เปิดตัวกาแฟ แคปซูล Cafécito de Cuba

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/762067

เปิดตัวกาแฟ แคปซูล Cafécito de Cuba

เปิดตัวกาแฟ แคปซูล Cafécito de Cuba

วันพุธ ที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

Nespresso (เนสเพรสโซ)เปิดตัวกาแฟแคปซูล “Cafécito de Cuba” กาแฟรสชาติสุดเข้มข้น ด้วยเมล็ดอาราบิก้าจากประเทศคิวบา ด้วยเอกลักษณ์ของกาแฟรสชาติเข้มข้นไม่เหมือนใคร สะท้อนวัฒนธรรมการดื่มกาแฟที่แท้จริง โดยพื้นดินเพาะปลูกในประเทศเมืองร้อนอย่างคิวบา ทำให้เราได้สัมผัสกาแฟคั่วเข้มและหนักแน่น หอมกลิ่นควันไม้และใบยาสูบโดย 1 กล่อง ประกอบไปด้วย 10 แคปซูล ราคา 370 บาท

ร่วมสัมผัสประสบการณ์ใหม่กับกาแฟแคปซูล “Cafécito de Cuba” กาแฟเข้มข้นจากประเทศคิวบา ได้แล้ววันนี้และสามารถติดตามข่าวสารรวมทั้งกิจกรรมของ Nespresso ได้ที่ Facebook.com/Nespresso.thailand, Instagram: @Nespresso.th #NespressoTH

LIFE & HEALTH : เรียนรู้การประยุกต์ใช้ AI ในองค์กร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/762054

LIFE&HEALTH : เรียนรู้การประยุกต์ใช้ AI ในองค์กร

LIFE&HEALTH : เรียนรู้การประยุกต์ใช้ AI ในองค์กร

วันพุธ ที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

AI (Artificial Intelligence) หรือ ปัญญาประดิษฐ์นั้นเป็นเทคโนโลยีที่กำลังได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในปัจจุบัน เนื่องจากความสามารถของตัว AI เองที่สามารถเข้ามาแก้ปัญหาที่หลากหลายที่เกิดขึ้นในโลกของเราได้เป็นอย่างดี รวมไปถึงผล AI เองก็ส่งผลกระทบทางธุรกิจที่อย่างเห็นได้ชัดสังเกตได้จากจำนวนการเปิดตัวของบริษัทที่ดูแลเนื้องานที่เกี่ยวข้องกับ AI หรือ แม้กระทั่งการเริ่มประยุกต์ใช้ AI ในบริษัททั่วๆ
ไปเองก็ตาม ทั้งหมดนี้ล้วนมีจำนวนที่เพิ่มขึ้นทั้งสิ้น ดังนั้นในฐานะบุคคลหรือองค์กรเองก็ตาม มีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะมาทำความรู้จักเรียนรู้ และหาแนวทางการอยู่ร่วมกับ AI เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของทั้งชีวิตการทำงานและชีวิตส่วนตัว

ข้อมูลจาก อุกฤษฎ์ ตั้งสืบกุล ผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท เรียล สมาร์ท จำกัด เปิดเผยว่า AI หรือ ปัญญาประดิษฐ์นั้นเป็นแนวคิดของการทำให้คอมพิวเตอร์หรือเครื่องจักรสามารถคิดและทำงานได้เหมือนกับกับมนุษย์ด้วย เช่น การเขียนซอฟต์แวร์หรือระบบที่เรียนรู้ลักษณะของสุนัขจนสามารถแยกได้ว่า ภาพไหนเป็นสุนัข ภาพไหนไม่ใช่สุนัข นับเป็นหนึ่งในตัวอย่างของ AI ที่สามารถคิดและแยกแยะได้เหมือนกันกับมนุษย์นั่นเอง โดยวิธีการที่ได้มาซึ่งความสามารถของซอฟต์แวร์หรือระบบนั้นก็มาจากกระบวนการที่หลากหลายไม่ว่าจะเป็นสถิติง่ายๆ จนถึงอัลกอริทึ่มที่ซับซ้อนขึ้นอยู่กับโจทย์และทักษะที่ผู้ใช้งานจะป้อนให้กับ AI ที่สำคัญคือ AI ที่ดูเป็นเรื่องใหม่และล้ำโลกเป็นอย่างมากนั้นไม่ใช่สิ่งใหม่แต่อย่างใดเพราะมันถูกสร้างมาตั้งแต่ประมาณปี ค.ศ.1956 แล้ว และได้ถูกต่อยอดมาเรื่อยๆ ทั้งในแง่ของประสิทธิภาพและต้นทุนของการได้มาและนำไปใช้งาน ซึ่งปัจจุบันเรียกได้ว่าเราทุกคนนั้นใช้ชีวิตอยู่กับ AI ตลอดเวลาตั้งแต่ตื่นจนหลับ ไม่ว่าจะเป็น AI ที่มีความสามารถในการวิเคราะห์ว่า “จากลักษณะการใช้งาน Social Media ของเราน่าจะชอบ Content รูปแบบไหน” หรืออย่างใน Application แผนที่ต่างๆ ก็มี AI ที่คิดคำนวณว่า “ถ้าต้องการจะเดินทางจากจุด A ไปจุด B จะต้องใช้เวลาเท่าไหร่” และอื่นๆ อีกมากมาย

ทำไม? ทุกคนถึงพูดกันแต่ AI

แม้ว่า AI ไม่ใช่สิ่งใหม่แต่ทำไมในช่วงนี้เราถึงได้ยินคำว่า AI บ่อยขึ้นอย่างมาก ทั้งนี้เพราะปัจจุบันนี้มี AI อยู่ประเภทหนึ่งที่เป็นที่กล่าวถึงเป็นอย่างมาก และ มีแง่มุมในการนำมาประยุกต์ใช้งานกับบริษัทหรือองค์กรได้ดีเป็นอย่างยิ่ง ซึ่งมีชื่อเรียกว่า Generative AI โดยเป็น AI อีกประเภทที่มีความสามารถใกล้เคียงกับมนุษย์ในหนึ่งทักษะ คือทักษะในการ “สร้าง” นั่นเอง ไม่ว่าจะเป็นการสร้างงานเขียน สร้างรูป สร้างเสียง หรือ สร้างวีดีโอ เพียงแค่เราส่งคำสั่งเข้าไปหลังจากนั้น AI ก็จะสร้างผลลัพธ์กลับมาให้เรา เช่น Generative AI ที่ชื่อว่า ChatGPT จะมีความสามารถในการสร้างคำตอบให้เรากลับมาในรูปแบบของตัวอักษร กล่าวคือ ถ้าเราสั่ง ChatGPT ว่า “จงเขียนบทความเกี่ยวกับแมวให้ฉัน 1 บทความ” ChatGPT ก็จะทำการสร้างบทความเกี่ยวกับแมวกลับมาให้เราทันทีซึ่งถ้าเทียบกับเวลาที่คนต้องมาเขียนเองแล้ว ChatGPT อาจจะทำได้เร็วกว่ามนุษย์ถึง 2-100 เท่าขึ้นอยู่กับรายละเอียดหรือเนื้อหาที่ต้องการให้เขียนนั่นเอง ดังนั้นด้วยความสามารถเหล่านี้เองบทความนี้จึงจะพูดถึงแง่มุมในการประยุกต์ใช้ Generative AI กับองค์กรเป็นหลักนั่นเอง

การใช้ประโยชน์ของ AI เพื่อองค์กรได้อย่างไร

ความสามารถของ Generative AI นั้นเป็นความสามารถที่น่าทึ่งเป็นอย่างมาก ทั้งในแง่ของคุณภาพของผลลัพธ์, ความหลากหลายในการประยุกต์การใช้งาน รวมทั้ง ความเร็วในการสร้างงาน ดังนั้นประโยชน์ของ Generative AI ก็มีอยู่ค่อนข้างหลากหลายเป็นอย่างมากขึ้นอยู่กับความต้องการขององค์กร หรือธุรกิจเป็นหลัก แต่เพื่อให้ผู้อ่านเห็นประโยชน์และแนวทางในการประยุกต์ใช้ Generative AI กับองค์กรของตนได้ ผู้เขียนจึงจะขอยกตัวอย่างประโยชน์ของ Generative AI ต่อองค์กรดังนี้

● เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน : AI สามารถทำงานได้เร็วกว่ามนุษย์และในหลายๆมุมมองของการใช้งาน AI นั้นไม่มีข้อผิดพลาดเหมือนมนุษย์ และถ้าเทียบในมิติของจำนวนชั่วโมงการทำงานแล้วในหลายๆ งาน AI ก็สามารถสร้างงานได้มากกว่ามนุษย์ในช่วงเวลาที่เท่ากัน ด้วยเหตุผลเหล่านี้เองก็มีแนวโน้มว่าการประยุกต์ใช้ Generative AI ในองค์กรก็จะสามารถเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานอย่างมาก

● เพิ่มรายได้ ลดค่าใช้จ่าย : แทบจะทุกองค์กรนั้นมีเนื้องานที่ AI จะสามารถเข้ามาทดแทน หรือ ช่วยเหลือได้อย่างแน่นอน และถ้าเราสามารถนำ AI เข้ามาช่วยงานในส่วนนั้นๆ ได้ย่อมทำให้พนักงานสามารถนำเวลาว่างที่เกิดจากการนำ AI มาช่วยงานไปคิดต่อยอดเพื่อเพิ่มสร้างคุณค่าใหม่ๆ ให้กับองค์กรได้

ตัวอย่างการใช้งาน AI ในองค์กรที่สามารถเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานได้เป็น 10 เท่า

ในหลากหลายองค์กรก็เริ่มมีการประยุกต์ใช้ AI เข้ากับเนื้องานกันบ้างแล้วตามที่เราเห็นจากข่าว หรือ Social Media ในหลายๆ บริษัท
มีการนำ AI มาช่วยในงานบางส่วนหรือมากกว่านั้นในบางบริษัทก็ได้ทำการทดแทนพนักงานเดิมด้วย AI เลยก็มีเช่นกัน เช่น Dukaan แพลตฟอร์มสำหรับสร้างเว็บไซต์ขายของออนไลน์ของประเทศอินเดียก็ได้ออกมาประกาศว่าทางบริษัทได้มีการนำ AI มาใช้งานเพื่อทดแทนพนักงานที่ทำหน้าที่ดูแลลูกค้ามากถึง 90% เรียบร้อยแล้วและสามารถประหยัดค่าใช้จ่ายไปได้มากถึง 85% โดย AI เหล่านี้ก็ได้เข้ามาทำหน้าที่ในการตอบปัญหาของลูกค้าที่ติดต่อเข้ามาซึ่งผลลัพธ์ก็เป็นที่น่าพอใจเป็นอย่างมากทั้งในแง่ของความเร็วในการตอบกลับและความสามารถในการแก้ปัญหา

แน่นอนว่า บจ. Real Smart เองก็เป็นอีกหนึ่งบริษัทที่มีการพัฒนาและนำ AI มาช่วยเหลือในการทำงานจริงเรียบร้อยแล้ว ยกตัวอย่างเช่น ในงานการเขียนบทความลง Social Media หรือ Website ของ Real Smart ปัจจุบันก็ได้มีการประยุกต์ในการนำ ChatGPT เข้ามาช่วยเขียน 80% แรกของบทความหลังจากนั้นจึงให้พนักงานมาปรับแต่งอีก 20% ทำให้สามารถประหยัดระยะเวลาการทำงานของพนักงานไปได้มากถึง 5-10 เท่าเลยก็ว่าได้ และ นอกจากงานเขียนแล้วทาง Real Smart ก็ได้มีการนำ Generative AI ตัวอื่นๆ อย่าง Midjourney หรือ Stable Diffusion มาช่วยสร้างรูปภาพ และนำไปแก้ไขต่อจนสามารถนำไปใช้งานได้จริง ซึ่งในส่วนนี้เองก็สามารถลดเวลาการทำงานไปได้อย่างมาก และที่สำคัญคือ คุณภาพของงานที่เราส่งออกไปโดยมี AI เป็นเครื่องทุ่นแรงนั้นไม่ได้น้อยไปกว่าการใช้มนุษย์ทำงาน 100% เลยแม้แต่นิดเดียว สามารถหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.realsmart.co.th

ผศ.(พิเศษ)ดร.อภิสิทธิ์ ฉัตรทนานนท์

ประธานกรรมการ มูลนิธิคุณแม่คุณภาพ

โรค ‘ซึมเศร้า’ บาดแผลที่มองไม่เห็น แต่รักษาหายได้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/762061

โรค ‘ซึมเศร้า’ บาดแผลที่มองไม่เห็น แต่รักษาหายได้

โรค ‘ซึมเศร้า’ บาดแผลที่มองไม่เห็น แต่รักษาหายได้

วันพุธ ที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ทุกๆ วันที่ 10 ตุลาคมของทุกปีถูกกำหนดให้เป็นวันสุขภาพจิตโลก หรือ World Mental Health Day เพื่อให้ทุกคนในโลกได้เห็นความสำคัญของสุขภาพจิตและการเจ็บป่วยทางจิตใจ โดยในประเทศไทยมีการจัดอันดับโรคที่พบมากอันดับ 1 ได้แก่ โรคซึมเศร้าซึ่งมีคนจำนวนไม่น้อยที่ยังไม่รู้ตัวเองว่าเป็นโรคซึมเศร้าทำให้ไม่ได้เข้ารับการรักษา หรือบางคนอาจรู้ตัวว่าป่วยแต่ไม่ยอมเข้ารับการรักษา จนทำให้อาการรุนแรงขึ้น

พญ.ณัฏฐพัชร์ ลำเลียงพล

พญ.ณัฏฐพัชร์ ลำเลียงพล จิตแพทย์ Bangkok Mental Health Hospital กล่าวว่า โรคซึมเศร้า เป็นโรคทางจิตเวชชนิดหนึ่ง ที่เกิดจากความไม่สมดุลของสารสื่อประสาทในสมอง หลายชนิด เช่น ซีโรโทนิน(serotonin) นอร์เอพิเนฟริน (norepinephrine) และโดปามีน(dopamine) ส่งผลให้ผู้ป่วยมีอาการเศร้าหมอง เบื่อหน่ายหมดความสนใจในสิ่งต่างๆ ในชีวิต รู้สึกสิ้นหวัง ไร้ค่า และอาจคิดฆ่าตัวตายได้ โดยสาเหตุของโรคซึมเศร้า เกิดจากหลายปัจจัย เช่น พันธุกรรม, การเปลี่ยนแปลงของสารเคมีในสมองและเหตุการณ์ในชีวิตที่เครียดหรือกระทบกระเทือนจิตใจ เช่น การสูญเสีย การหย่าร้าง การถูกล่วงละเมิด เป็นต้น

อาการโรคซึมเศร้าจะแตกต่างจากความรู้สึกเศร้าโดยทั่วไป คือจะมีอาการเกือบตลอดทั้งวัน และอาการไม่หายภายใน 2 สัปดาห์ ได้แก่ รู้สึกซึมเศร้า หรือกระวนกระวาย สูญเสียความรู้สึกสนุก ไม่มีความสุขในการทำกิจกรรมที่เคยชอบ

มีความเปลี่ยนแปลงในด้านพฤติกรรมการกิน ความอยากอาหาร อาจมีการลดหรือเพิ่มของน้ำหนักแบบไม่เหมาะสม ความต้องการทางเพศลดลง รู้สึกหมดพลังงาน หมดไฟในการทำสิ่งต่างๆ มีอาการทางกาย เช่น ปวดตำแหน่งต่างๆ โดยไม่มีสาเหตุที่ทำให้มีอาการอย่างชัดเจน ไม่ใส่ใจดูแลตัวเอง มีปัญหาด้านพฤติกรรมการนอนหลับ ไม่สามารถจดจ่อกับการทำกิจกรรมใดๆ ได้ ไม่มีสมาธิ ความสามารถในการคิดวิเคราะห์และการตัดสินใจสิ่งต่างๆ แย่ลง มีความรู้สึกผิด หรือรู้สึกไร้ค่ามีความรู้สึกไม่อยากมีชีวิตอยู่

การรักษาโรคซึมเศร้านั้น จิตแพทย์จะเริ่มจากการสอบถามอาการ ผลกระทบที่เกิดขึ้น ไปจนถึงไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตประจำวัน โรคประจำตัว ยาที่กินอยู่ ประวัติครอบครัว จากนั้นแพทย์จะทำการประเมินว่าควรรักษาในแนวทางใด โดยปัจจุบันมีวิธีการรักษาหลายวิธี เช่นการรักษาด้วยยา ซึ่งแพทย์จะเริ่มให้ยาขนาดต่ำก่อนจากนั้นนัดติดตามผลการรักษา ก่อนจะปรับขนาดยาขึ้นทุกๆ 1-2 สัปดาห์ จนเห็นผลการรักษาที่ดี ซึ่งถ้าผู้ป่วยมีอาการดีขึ้น อาจต้องกินยาต่อเนื่องอีก 4-6 เดือน จึงค่อยลดขนาดยาลงจนสามารถหยุดยาได้ เพื่อป้องกันการกลับมาเป็นซ้ำ, การรักษาด้วยจิตบำบัด และการรักษาด้วย TMS เป็นการส่งคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าไปกระตุ้นสมองในจุดที่มีผลต่อโรค เพื่อปรับสมดุลการทำงานของสมองให้เข้าสู่ภาวะปกติและช่วยลดอาการซึมเศร้า โดยเฉพาะในผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรง มีผลข้างเคียงจากยา ไม่ตอบสนองต่อยา หรือรับประทานยาเกินหนึ่งปีแล้วแต่อาการไม่ดีขึ้น

อย่างไรก็ตาม โรคซึมเศร้า เป็นโรคที่สามารถรักษาหายได้ เบื้องต้นให้สังเกตอาการตัวเองและคนรอบข้างว่า มีอาการเข้าข่ายโรคซึมเศร้าหรือไม่ หากมีอาการเศร้านานกว่า 2 สัปดาห์ แนะนำให้รีบไปปรึกษาจิตแพทย์เพื่อเข้ารับการรักษาอย่างทันท่วงที

กูร์เมต์ มาร์เก็ต ร่วมกับสถานทูตออสเตรเลีย จัดงาน ‘Taste of Australia 2023’เอาใจฟู้ดเลิฟเวอร์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/762069

กูร์เมต์ มาร์เก็ต ร่วมกับสถานทูตออสเตรเลีย จัดงาน ‘Taste of Australia 2023’เอาใจฟู้ดเลิฟเวอร์

กูร์เมต์ มาร์เก็ต ร่วมกับสถานทูตออสเตรเลีย จัดงาน ‘Taste of Australia 2023’เอาใจฟู้ดเลิฟเวอร์

วันพุธ ที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

กูร์เมต์ มาร์เก็ต ร่วมกับสถานทูตออสเตรเลียและสำนักงานการพาณิชย์และการลงทุนออสเตรเลีย จัดงาน “Taste of Australia 2023” (เทสต์ ออฟออสเตรเลีย) ชวนสัมผัสรสชาติระดับเวิลด์คลาส ลิ้มรสคิงริเวอร์เนื้อสันแหลม เพียวบลัดวากิว ออสเตรเลีย MB : 6-7 และ “อะโวคาโด ออสเตรเลียสายพันธุ์แฮสส์” วัตถุดิบขึ้นชื่อของประเทศออสเตรเลีย พร้อมคัดสรรสินค้าชั้นเลิศอีกมากมายมาให้เลือกลิ้มลองความอร่อยตั้งแต่วันนี้-13 ตุลาคม 2566ที่กูร์เมต์ มาร์เก็ต สาขาเอ็มโพเรียม,เอ็มควอเทียร์ พารากอน ดีพาร์ทเม้นท์สโตร์ และเดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ งามวงศ์วาน

กูร์เมต์ มาร์เก็ต ผู้นำพรีเมียมซูเปอร์มาร์เก็ตมาตรฐานระดับโลกในกลุ่ม เดอะมอลล์ กรุ๊ป ตอกย้ำความเป็นศูนย์รวมอาหารและวัตถุดิบชั้นเลิศระดับโลก “World Class Gourmet Destination”โดยร่วมกับสถานทูตออสเตรเลียและสำนักงานการพาณิชย์และการลงทุนออสเตรเลีย (ออสเทรด)จัดงาน “Taste of Australia 2023” คัดสรรวัตถุดิบชั้นเลิศและผลิตภัณฑ์ด้านอาหารที่ขึ้นชื่อจากประเทศออสเตรเลียกว่า 400 รายการ มาให้ลิ้มรสความอร่อยตามแบบฉบับออสเตรเลียอย่างแท้จริง อาทิคิงริเวอร์ เนื้อสันแหลม เพียวบลัดวากิวออสเตรเลีย MB : 6-7 จากวัวสายพันธุ์วากิวแท้ ขนาดใหญ่พิเศษ อุดมไปด้วยสารอาหาร และรสชาติเข้มข้น ปลาฮาปูกุ มีลักษณะคล้ายคลึงกับปลาเก๋า เป็นปลาท้องถิ่นของประเทศออสเตรเลีย เป็นปลาน้ำลึก พบมากในแนวปะการังนอกชายฝั่งทางใต้ของออสเตรเลีย เนื้อมีสีขาว เนื้อแน่น และมีความหวาน ออร์แกรน พาสต้าโรมา พาสต้าเส้นเกลียว ผลิตโดยกรรมวิธีแบบดั้งเดิมจะปั่นโดยการกดและกลิ้งแท่งเส้นเล็กๆ บนเส้นพาสต้าเส้นบางๆ เพื่อให้ม้วนเป็นเกลียว น้ำผึ้งดอกเลเทอร์วูด น้ำผึ้งที่หายากและมีความพิเศษเฉพาะตัวเป็นน้ำผึ้งที่มีคุณภาพและรสชาติที่ไม่มีใครเหมือน การันตีด้วยรางวัลมากมาย ให้ทั้งคุณประโยชน์ รสชาติหวานละมุน อีกทั้งกลิ่นเฉพาะตัวที่โดดเด่นของดอกเลเธอร์วู้ด พร้อมทั้งกลิ่นเครื่องเทศจากธรรมชาติจางๆ วิทบิกซ์ ฟรุตตี้ไวล์ดเบอร์รี่ ประกอบไปด้วยข้าวสาลีโฮลเกรน แหล่งเส้นใยอาหารสูงถึง 68% และเบอร์รี่ชนิดต่างๆ หั่นชิ้นเคลือบด้วยเนื้อปั่นละเอียดของสตรอว์เบอร์รี่ แบล็กเคอเรนท์ราสป์เบอร์รี่ และบลูเบอร์รี่ ฯลฯ รวมถึงผักผลไม้ขึ้นชื่อ

และสำหรับลูกค้าที่ต้องการลิ้มลองความอร่อยของวัตถุดิบต่างๆ ภายในงาน สามารถเลือกซื้อและนำวัตถุดิบมาที่เคาน์เตอร์ You Hunt We Cook ให้เชฟมืออาชีพระดับกูร์เมต์แนะนำตลอดจนรังสรรค์เมนูให้ตามที่ต้องการได้อีกด้วย

สัมผัสรสชาติความอร่อยจากหลากหลายวัตถุดิบชั้นเลิศของประเทศออสเตรเลียในงาน “Taste of Australia2023” ตั้งแต่วันนี้-13 ตุลาคม 2566ที่ ูร์เมต์ มาร์เก็ต สาขา เอ็มโพเรียม, เอ็มควอเทียร์ พารากอน ดีพาร์ทเม้นท์สโตร์ และ เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ งามวงศ์วาน พร้อมบริการจัดส่งถึงบ้านเมื่อสั่งผ่านบริการ Call To Order หรือ ช้อปออนไลน์ ที่ http://www.GourmetMarketThailand.com หรือสามารถติดตามละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Facebook : GourmetMarketThailand

คุณแหน : 11 ตุลาคม 2566

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/762073

วันพุธ ที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

●● รศ.นพ.สรนิต ศิลธรรม ปธ.กก. คณะกรรมการนวัตกรรมแห่งชาติ (NIA) เป็นประธานพิธีมอบรางวัลนวัตกรรมประจำปี 2566 เนื่องในวันนวัตกรรมแห่งชาติ..

●● คณะผู้บริหารเทศบาลนครยะลา และสมาชิกสภาเทศบาลนครยะลา ร่วมต้อนรับและแสดงความยินดีกับ อำพล พงศ์สุวรรณ ผวจ.ยะลา และ ฉลวยพงศ์สุวรรณ นายกเหล่ากาชาด จ.ยะลา เนื่องในโอกาสเดินทางมารับตำแหน่ง ผวจ.ยะลา คนใหม่..

●● เตช บุนนาค และครอบครัวเสนาณรงค์ ร่วมเปิดตัวโครงการ “Red Hero” เพื่อสนับสนุนกองทุนโลหิตวิทยา พลเอกแสวง-ท่านผู้หญิงนวลผ่อง เสนาณรงค์ โดยสามารถร่วมสมทบทุนโครงการฯ ได้ด้วยการซื้อเสื้อ T-Shirt “Red Hero” ตัวละ 250 บาท รายได้ไม่หักค่าใช้จ่ายจะนำไปพัฒนาการศึกษาและวิจัยโรคมะเร็งโลหิตวิทยาสาขาต่างๆ ของ รพ.จุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย..

●● ชื่นชม ดร.ศรีกัญญา ยาทิพย์ ที่กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) ได้รับรางวัล Best Practice จากที่โครงการพัฒนาแพลตฟอร์มภาครัฐเพื่อรองรับการปฏิบัติตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล(GPPC)..

●● ข่าวสุดยินดีของ เอกชัย-ทรรศนีย์ วงศ์วรกุล ที่ลูกชาย รวิชญ์ วงศ์วรกุล ได้ฉลองมงคลสมรสกับ ทิพย์รัตน์กวยะปาณิก บุตรี วีริศ-สุธาทิพย์ กวยะปาณิก..

●● ศ.ปฏิบัติ ดร.ภก.สุพัฒน์ จิรานุสรณ์ กุลประธานอนุกรรมการประเมินสถาบันฯ ของคณะกรรมการการศึกษาเภสัชศาสตร์ สภาเภสัชกรรม พร้อม ผศ.ดร.ภญ.มันติวีร์ นิ่มวรพันธุ์ และ ผศ.(พิเศษ) ดร.ภก.อภิสิทธิ์ ฉัตรทนานนท์ เข้าเยี่ยมประเมินสถาบันผลิตบัณฑิตทางเภสัชศาสตร์ ม.พายัพ โดยมี อภิชาอินสุวรรณ อธิการบดี ม.พายัพ และ ดร.ภก.ธีรพงศ์ ตั้งใจ คณบดี ต้อนรับ..

●● อนุโมทนาบุญกับ สุภาวดี ตริยางกูรศรี ผู้บริหารสุนีย์แกรนด์ แอนด์ คอนเวนชั่น เซ็นเตอร์บริจาคสนับสนุนโครงการก่อสร้างอาคารผู้ป่วยใน 7 ชั้น พร้อมเครื่องมือแพทย์เพื่อดูแลเด็กแรกเกิด ผู้ป่วยโรคเลือดและผู้ป่วยโรคมะเร็งของ รพ.สรรพสิทธิประสงค์ อุบลราชธานี..

●●กรกฎ ชาตะสิงห์ CCO บมจ.การบินไทย เป็นประธานเปิดกิจกรรม “THAI Networking: The Rising of Northern” เพื่อกระชับความสัมพันธ์อันดีระหว่างบริษัทฯ กับตัวแทนจำหน่ายบัตรโดยสารชั้นนำจากประเทศญี่ปุ่นและเกาหลีใต้..

●● ด้วยความเป็นผู้เชี่ยวชาญเรื่องการพัฒนาหัวหน้างาน ภก.คงเกียรติ ฉัตรหิรัญทรัพย์ ซีอีโอ Beyond Training รับเชิญไป บรรยายให้กับทีมผู้บริหารการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) ในโครงการ MEA Executive Development Program 2023 โดยมี ชุติมา สีบำรุงสาสน์ และ ศุภวิทย์ ภาษิตนิรันดร์ ร่วมบรรยายด้วย…

●● สวด พัชนี ผ่องจิตร ณ ศาลา 4 (สยาม) วัดธาตุทอง 9-15 ต.ค. 18.30 น. ฌาปนกิจ 16 ต.ค.18.00 น..

●● ABAC รุ่น 6 ดร.ชัย นิมากร, ติ๋ม ทีวีพูล อาลัยการจากไปของ ผลพิสุทธิ์ สุวรรณพรินทร์ สวด ณ ศาลา 31 วัดธาตุทอง 6-10 ต.ค. 18.30 น. ณาปนกิจ 11 ต.ค. 16.00 น…

●● ผศ.พญ.นันทนา ชุมช่วย เป็นประธานพิธีมอบทุนการศึกษาของมูลนิธิทุนแพทย์เพื่อปวงประชา จำนวน 14 ทุน ให้นักศึกษาแพทย์ คณะแพทยศาสตร์ ม.ศรีนครินทรวิโรฒ..●●

น้องใหม่