ผู้นำสูงสุดอิหร่านยัน ไม่เกี่ยวข้องกลุ่มฮามาสโจมตีอิสราเอล

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2731898

ผู้นำสูงสุดอิหร่านยัน ไม่เกี่ยวข้องกลุ่มฮามาสโจมตีอิสราเอล

10 ต.ค. 2566 21:30 น.

ผู้นำสูงสุดอิหร่านยัน ไม่เกี่ยวข้องกลุ่มฮามาสโจมตีอิสราเอล

ผู้นำสูงสุดอิหร่านยัน ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์กลุ่มฮามาสโจมตีอิสราเอล พร้อมชื่นชมกลุ่มฮามาสที่สามารถยัดเยียดความปราชัยให้กับอิสราเอลได้

สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน กล่าววันนี้ (10 ต.ค.) ยืนยันประเทศอิหร่านไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์กลุ่มฮามาสโจมตีอิสราเอล นับเป็นครั้งแรกผู้นำสูงสุดอิหร่านออกมาแสดงความคิดเห็นตั้งแต่วิกฤติอิสราเอล-ฮามาสปะทุขึ้นเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา 

คาเมเนอีแถลงผ่านโทรทัศน์ ระบุว่า กลุ่มผู้สนับสนุนลัทธิไซออนิสต์ (Zionist) ที่เชื่อว่าอิหร่านอยู่เบื้องหลังกลุ่มฮามาสนั้นไร้สาระสิ้นดี และพวกเขากำลังเข้าใจผิด อีกทั้งยังเป็นฝ่ายอิสราเอล และลัทธิไซออนิสต์ที่ต้องถูกตำหนิในฐานะผู้เริ่มวิกฤตินี้ 

นอกจากนี้ ผู้นำอิหร่านยังได้ชื่นชมการกระทำของกลุ่มฮามาส ที่ทำให้อิสราเอลพ่ายแพ้ได้ และยังทำลายโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญของอิสราเอลจนไม่สามารถซ่อมแซมได้ พร้อมทั้งยกย่องชาวปาเลสไตน์ว่า “มีความสามารถ ฉลาด และกล้าหาญ” และยืนยันว่าอิหร่านจะให้ความช่วยเหลือปาเลสไตน์ต่อไป

ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้มีรายงานว่า นายจอน ฟิเนอร์ รองที่ปรึกษาด้านความมั่นคงของสหรัฐฯ เปิดเผยว่า ไม่มี “ข้อมูลโดยตรง” ที่เชื่อมโยงว่าอิหร่านมีส่วนกับการโจมตีอิสราเอลของกลุ่มฮามาสเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา พร้อมเตือนไม่ให้อิหร่านเข้ามายุ่งในวิกฤติครั้งนี้ เนื่องจากไม่ต้องการให้สถานการณ์บานปลาย

ติดตามข่าวต่างประเทศได้ที่ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา: CNN, AP

แม่-เมีย สุดเป็นห่วง แรงงานไทยแชตบอกถูกไล่ยิง โดนจับ แล้วขาดการติดต่อ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/local/northeast/2731934

แม่-เมีย สุดเป็นห่วง แรงงานไทยแชตบอกถูกไล่ยิง โดนจับ แล้วขาดการติดต่อ

10 ต.ค. 2566 19:31 น.

แม่-เมีย สุดเป็นห่วง แรงงานไทยแชตบอกถูกไล่ยิง โดนจับ แล้วขาดการติดต่อ

แรงงานไทยในอิสราเอลต่อสายถึงญาติที่ อ.ชำนิ จ.บุรีรัมย์ “ไม่มีใครมาช่วย” อยู่พื้นที่สีแดงวิ่งหนีกระสุนอุตลุด ส่งแชตไลน์ครั้งล่าสุดแล้วติดต่อไม่ได้ ส่วนอีกคนเป็นหัวหน้าคนงาน ถูกจับพร้อมลูกน้อง 10 คน ทยอยปล่อยทีละคน แต่ตัวหัวหน้ายังไม่ปล่อย เมียสุดเป็นห่วง เผยสามีจะครบกำหนดหมดสัญญา 18 ต.ค.นี้ เตรียมกลับมาตั้งตัวที่เมืองไทย

วันที่ 10 ต.ค. 66 ญาติและครอบครัวนายศุภกานต์ จำเนียรกุล อายุ 34 ปี แรงงานไทยในอิสราเอล ต่างผวาเกรงว่าลูกชายจะไม่ได้รับความปลอดภัย หลังลูกชายส่งบทสนทนาทางไลน์กับเจ้าหน้าที่ไทยในอิสราเอล ว่าอยู่ด้วยกันกับแรงงานไทย 5 คนแต่เป็นพื้นที่สีแดง ถูกไล่ยิงวิ่งหนีตายอุตลุด แต่ยังไม่มีใครช่วยได้

นางวรรณา จำเนียรกูล อายุ 53 ปี อยู่บ้านเลขที่ 35 ม.7 ต.เมืองยาง อ.ชำนิ จ.บุรีรัมย์ แม่นายศุภกานต์ แรงงานไทย เล่าว่า หลังเกิดสงครามลูกชายติดต่อกับทางบ้านทุกวัน แต่หายไปเป็นระยะเพราะไม่มีสัญญาณโทรศัพท์ ล่าสุดวานนี้ 9 ต.ค. ลูกชายแจ้งมาว่าตอนนี้อยู่ในพื้นที่สีแดง มีแรงงานไทยอยู่ด้วยกัน 5 คน ถูกไล่ยิงวิ่งหนีตายมาได้ แต่ยังไม่รู้ชะตากรรมว่าหลังจากนี้จะอยู่อย่างไร เพราะยังไม่มีใครเข้าไปช่วยได้ คุยแชตไลน์กับเจ้าหน้าที่ไทยในอิสราเอลไปแล้ว แต่ยังไม่มีใครเข้ามาช่วยได้ หลังจากนั้นติดต่อลูกชายไม่ได้อีก

นางวรรณา กล่าวด้วยว่า ลูกชายไปทำงานได้ 1 ปีกับ 1 เดือนจากสัญญา 5 ปี ที่ผ่านมาลูกชายส่งเงินมาให้ครอบครัวทุกเดือน หวังจะเก็บเงินไว้สร้างอนาคตให้ลูกชาย แต่เมื่อทราบข่าวสงคราม รู้สึกใจไม่ดีเนื่องจากลูกชายอยู่ทางตอนใต้ ซึ่งเป็นจุดสู้รบ ตอนนี้ได้แต่ภาวนา หวังให้ลูกปลอดภัย และอยากให้ทางการไทยหาแนวทางช่วยเหลือพาลูกไปอยู่ในที่ปลอดภัย และหากมีโอกาสลูกชายบอกจะกลับเมืองไทยทันที

ทางด้าน ร.อ.กิจสมพงษ์ กล้าหาญ แรงงานจังหวัดบุรีรัมย์ พร้อมเหล่ากาชาดจังหวัดบุรีรัมย์ เดินทางไปเยี่ยมครอบครัวของ น.ส.กัญญพัชร แรกไธสง อายุ 35 ปี บ้านเลขที่ 122 ม.7 บ้านหนองจิก ต.แดงใหญ่ อ.บ้านใหม่ไชยพจน์ จ.บุรีรัมย์ ภรรยานายสันติ บุญพร้อม อายุ 35 ปี แรงงานไทยในอิสราเอล ที่ถูกจับเป็นตัวประกันไปเมื่อวันเสาร์ที่ 7 ต.ค.ที่ผ่านมา และญาติยังไม่สามารถติดต่อได้มาจนถึงขณะนี้ เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจไม่ให้ตื่นตกใจจนเกินไป

น.ส.กัญญพัชร เล่าว่า สามีไปทำงานด้านการเกษตรที่อิสราเอล จะครบ 6 ปีในวันที่ 18 ต.ค.นี้ ที่จริงแล้วสามีตั้งใจจะไปทำงานแค่ 5 ปีตามสัญญา แต่นายจ้างเลื่อนขั้นให้เป็นหัวหน้าคนงาน รับผิดชอบงานมากขึ้น นายจ้างขอให้อยู่ต่อแล้วจะให้โบนัสเพิ่ม จึงอยู่ช่วยนายจ้างไปก่อน ปกติสามีจะโทรศัพท์คุยกันตลอดแทบทุกวัน และสัญญาว่าจะกลับมาตั้งตัวที่เมืองไทยหลังวันที่ 18 ต.ค.นี้ หรืออย่างช้าก่อนปีใหม่อย่างแน่นอน

“วันที่ 7 ต.ค. สามีถ่ายคลิปแจ้งมาว่ามีการยิงกัน หลังจากนั้นติดต่อไม่ได้อีกเลย จนกระทั่งมาทราบข่าวจากเพื่อนแรงงานด้วยกันที่ถูกปล่อยออกมาโทรมาแจ้งว่า สามีกับลูกน้องคนงานรวม 10 คน ถูกจับไปเป็นตัวประกันพร้อมกับรถบรรทุก 6 ล้อ และถูกปล่อยตัวออกมาทีละคน ตอนนี้ยังเหลือสามีกับลูกน้องอีก 1 คน รวมเป็น 2 คนที่ยังไม่ได้ออกมาและติดต่อไม่ได้ จึงอยากให้ทางการช่วยเหลือสามีออกมาโดยเร็ว แล้วหาทางกลับเมืองไทยในทันที”

ร.อ.กิจสมพงษ์ กล้าหาญ แรงงานจังหวัดบุรีรัมย์ กล่าวว่า จากข้อมูลพบว่ามีแรงงานชาวจังหวัดบุรีรัมย์ เดินทางไปทำงานที่ประเทศอิสราเอลจำนวน 1,189 คน ติดต่อไม่ได้ตอนนี้ 5 คน ส่วนหนึ่งคาดว่าสาเหตุที่ติดต่อไม่ได้ อาจจะเป็นเพราะการสื่อสารหรือเครือข่ายที่ยังติดขัดอยู่ ทั้งนี้ทางแรงงานจังหวัดได้ให้อาสาสมัครแรงงานในแต่ละพื้นที่ตรวจสอบว่าแรงงานในแต่ละพื้นที่มีใครได้รับอันตรายหรือร้องความช่วยเหลืออย่างไรบ้าง ทางแรงงานจังหวัดจะเร่งดำเนินการไปตามขั้นตอน

อิสราเอลโต้เดือด คุมชายแดนติดฉนวนกาซาได้แล้ว ส่งสัญญาณบุกภาคพื้นดิน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2731913

อิสราเอลโต้เดือด คุมชายแดนติดฉนวนกาซาได้แล้ว ส่งสัญญาณบุกภาคพื้นดิน

10 ต.ค. 2566 19:19 น.

อิสราเอลโต้เดือด คุมชายแดนติดฉนวนกาซาได้แล้ว ส่งสัญญาณบุกภาคพื้นดิน

อิสราเอลประกาศควบคุมแนวชายแดนติดฉนวนกาซาได้แล้ว ส่งสัญญาณอาจส่งทหารบุกภาคพื้นดิน หลังโจมตีทางอากาศถล่มเป้าหมายของกลุ่มฮามาสอย่างหนัก ขณะที่นายกฯ เนทันยาฮู เตือนกร้าว การตอบโต้ของอิสราเอล จะเป็นการ ‘เปลี่ยนแปลงตะวันออกกลาง’

เมื่อ 10 ต.ค. 2566 กองทัพอิสราเอลอ้างสามารถควบคุมแนวรั้วกั้นชายแดนติดฉนวนกาซาได้แล้ว หลังกองทัพอิสราเอลโจมตีทางอากาศถล่มเป้าหมายของกลุ่มฮามาสอย่างหนัก กว่า 200 จุด ตลอดคืนวันจันทร์ที่ 9 ตุลาคม จนถึงเช้าวันที่ 10 ตุลาคม 2566 เพื่อเป็นการตอบโต้กลุ่มฮามาสที่ก่อเหตุยิงจรวดหลายพันลูกโจมตีหลายเมืองของอิสราเอลและยังส่งกลุ่มมือปืนเข้ามาก่อเหตุรุนแรงทั้งยิงสังหารผู้คนและจับตัวประกัน เมื่อวันที่ 7 ต.ค.ที่ผ่านมา 

ขณะเดียวกัน อิสราเอลยังส่งสัญญาณมีความเป็นไปได้ว่าจะส่งกำลังทหารภาคพื้นดินบุกเข้าไปในฉนวนกาซา เนื่องจากได้มีการส่งกำลังทหารหลายพันนายมาประชิดพรมแดนติดกับฉนวนกาซา และกองทัพอิสราเอลยังได้สั่งระดมทหารกองหนุนถึง 300,000 นาย

ก่อนหน้านี้ นายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู แห่งอิสราเอลกล่าวถ้อยคำแข็งกร้าวเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา กับนายกเทศมนตรีของเมืองต่างๆ ที่ถูกกลุ่มฮามาสบุกโจมตีหลายเมืองของอิสราเอล และส่งกลุ่มมือปืนบุกก่อเหตุรุนแรงอย่างคาดไม่ถึงว่า การตอบโต้ของอิสราเอลจะ ‘เป็นการเปลี่ยนแปลงตะวันออกกลาง’

อีกทั้ง นายกรัฐมนตรีเนทันยายูได้กล่าวถึงสถานการณ์รุนแรงที่เกิดขึ้น ผ่านทางสถานีโทรทัศน์แห่งชาติอิสราเอล เมื่อคืนวันเสาร์ที่ 7 ต.ค.ว่า ‘พวกเรากำลังอยู่ในสงคราม และพวกเราจะต้องชนะ’ หลังจากกลุ่มฮามาสได้โจมตีอิสราเอล จนนำไปสู่การสู้รบกันอย่างหนัก ทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้วกว่า 1,600 ศพ จนถึงวันที่ 10 ต.ค. โดยในจำนวนนี้ เสียชีวิตในอิสราเอล 900 ศพ และอย่างน้อย 700 ศพ เสียชีวิตในฉนวนกาซา

ที่มา : Aljazeera

ผู้นำปาเลสไตน์เรียกร้องยูเอ็นแทรกแซง อิสราเอลรุกรานฉนวนกาซา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2731771

ผู้นำปาเลสไตน์เรียกร้องยูเอ็นแทรกแซง อิสราเอลรุกรานฉนวนกาซา

10 ต.ค. 2566 19:05 น.

ผู้นำปาเลสไตน์เรียกร้องยูเอ็นแทรกแซง อิสราเอลรุกรานฉนวนกาซา

ผู้นำปาเลสไตน์ เรียกร้ององค์การสหประชาชาติเข้าแทรกแซง “การรุกรานของอิสราเอล” ต่อชาวปาเลสไตน์ หลังอิสราเอลประกาศปิดล้อมฉนวนกาซา หวั่นเกิดวิกฤติด้านมนุษยธรรม 

WSFA สื่อของปาเลสไตน์รายงานวานนี้ (9 ต.ค.) ว่า ประธานาธิบดีมาห์มูด อับบาสของปาเลสไตน์ โทรศัพท์ไปหารือกับนายอันโตนิโอ กูเตร์เรส เลขาธิการสหประชาชาติ (UN) เรียกร้องให้องค์การสหประชาชาติ “เข้าแทรกแซงการรุกรานของอิสราเอล ต่อชาวปาเลสไตน์ โดยเฉพาะในฉนวนกาซาโดยด่วน” 

พร้อมกันนี้ ผู้นำปาเลสไตน์ยังได้ย้ำถึงความจำเป็นเร่งด่วนในการส่งความช่วยเหลือทางการแพทย์เข้าไปในพื้นที่ฉนวนกาซา และให้ความคุ้มครองชาวปาเลสไตน์ มิเช่นนั้นจะอาจนำไปสู่วิกฤติด้านมนุษยธรรม 

การเรียกร้องของประธานาธิบดีอับบาสเกิดขึ้น หลังจากที่ทางการอิสราเอลประกาศปิดล้อมฉนวนกาซาทั้งหมด และสั่งตัดน้ำประปา ไฟฟ้า และเชื้อเพลิง รวมทั้งงดส่งอาหารเข้าไปในกาซา เพื่อตอบโต้กลุ่มฮามาสที่โจมตีอิสราเอลอย่างไม่คาดคิดเมื่อวันเสาร์ (7 ต.ค.) ที่ผ่านมา 

ขณะที่นายอันโตนิโอ กูเตร์เรส ตอบถึงความกังวลของประธานาธิบดีอับบาสว่า สหประชาชาติกำลังพยายามให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมอย่างเร่งด่วนแก่ชาวปาเลสไตน์ และผู้ที่อาศัยอยู่ในฉนวนกาซาอย่างต่อเนื่อง และกำลังทำงานร่วมมือกับทุกฝ่ายเพื่อควบคุมไม่ให้ความขัดแย้งระหว่างอิสราเอลและกลุ่มฮามาสบานปลายมากขึ้น

นอกจากนี้ นายกูเตร์เรสยังได้ประณามการที่อิสราเอลประกาศปิดล้อมฉนวนกาซาทั้งหมด ซึ่งการตัดสินใจเช่นนี้จะยิ่งทำให้สถานการณ์เลวร้ายขึ้นไปอีก 

ทั้งนี้ การสู้รบระหว่างอิสราเอลและกลุ่มฮามาสเข้าสู่วันที่ 4 มีรายงานยอดผู้เสียชีวิตพุ่งไปกว่า 1,600 ศพ โดยเป็นผู้ที่เสียชีวิตในพื้นที่อิสราเอล 900 ศพ และชาวปาเลสไตน์อีกกว่า 700 ศพ

ติดตามข่าวต่างประเทศได้ที่ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา: CNN

นักวิชาการชี้ช่อง ช่วยเหลือคนไทยในอิสราเอล ถูกจับเป็นตัวประกัน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/local/2731844

นักวิชาการชี้ช่อง ช่วยเหลือคนไทยในอิสราเอล ถูกจับเป็นตัวประกัน

10 ต.ค. 2566 16:43 น.

นักวิชาการชี้ช่อง ช่วยเหลือคนไทยในอิสราเอล ถูกจับเป็นตัวประกัน

“เปิดปากกับภาคภูมิ” 10 ต.ค. นักวิชาการชี้ช่อง เจรจาโดยตรง ช่วยเหลือคนไทยในอิสราเอล ถูกจับเป็นตัวประกัน เหตุไทยมีความสัมพันธ์อันดีกับปาเลสไตน์ แม้มีอุปสรรค เพราะออกตัวแรง

วันที่ 10 ต.ค. 66 ในรายการ “เปิดปากกับภาคภูมิ” วันนี้ เป็นการพูดคุยในประเด็น ชะตากรรมคนไทยในสงครามอิสราเอล-ฮามาส ตอน 2 หลังครอบครัวของคนไทย ที่ถูกจับเป็นตัวประกันในสงครามอิสราเอล ยังคงรอคอยข่าวดี ขณะที่สถานการณ์ยังคุกรุ่น ฮามาสขู่สังหารตัวประกันทีละคน หากทางอิสราเอล โจมตีโดยไม่แจ้งเตือน

ซึ่งในวันนี้เป็นการพูดคุยกับ ศ.ดร.จรัญ มะลูลีม รองอธิการบดีฝ่ายการต่างประเทศ ม.เกริก ประเมินสถานการณ์ของสงครามอิสราเอลในวันนี้ว่า ฝ่ายฮามาสยังคงขยายพื้นที่อยู่ในอิสราเอล แม้อิสราเอลจะอ้างว่าคุมพื้นที่ได้แล้วก็ตาม ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่เราไม่เคยเจอมาก่อน สำหรับการรบแบบนี้ของฮามาส ซึ่งในความเป็นจริง กลุ่มฮามาสไม่เคยขยายขอบเขตการต่อสู้ไปไกลขนาดนี้ และแม้จะมีการตอบโต้รุนแรง แต่เอาเข้าจริง มีเรื่องตัวประกันอยู่ การทิ้งระเบิด หรือต่อสู้ ยังต้องคำนึงเรื่องนี้ด้วยเหมือนกัน 

ทั้งนี้ การสู้รบระหว่างฮามาส และอิสราเอล ที่ผ่านมา ไม่ได้จบลงที่การเป็นสงครามใหญ่ แต่เป็นสงครามที่ขึ้นอยู่กับบริบทรอบข้าง บางครั้งก็นานเป็นเดือน ไม่เคยอยู่ถาวร แต่ครั้งนี้ไม่เหมือนทุกครั้ง เพราะเป็นการรุกเข้าไปของฝ่ายฮามาส และยังมีปฏิบัติการที่ไม่น่าเป็นไปได้ จนมีคำพูดว่า อิสราเอล กำลังรับมือกับเหตุการณ์ที่คล้ายกับ 911 ในสหรัฐฯ

ผศ.ดร.มาโนชญ์ อารีย์ อาจารย์ภาควิชารัฐศาสตร์ คณะสังคมศาสตร์ มศว เผยว่า การสู้รบครั้งนี้ ตนมองโจทย์ว่า จุดมุ่งหมายของฮามาสในครั้งนี้คืออะไร นั่นจะหมายถึงยุทธวิธีในการโจมตีด้วย ซึ่งทางฮามาสเอง ประกาศแล้วว่า การสู้รบในครั้งนี้ เพื่อให้ประชาคมโลกหยุดยั้งการยึดครองของอิสราเอล และเพื่อปกป้องชาวปาเลสไตน์ โดยเฉพาะในเขตเวสแบงก์ รวมถึง มัสยิดอัลอักซอ ที่มีความสำคัญเป็นลำดับที่สามของโลกมุสลิม ซึ่งเขาเกรงว่าอิสราเอลจะยึดครองมัสยิดนี้ 

จากการสอบถาม พ่อของหนึ่งในเหยื่อที่ถูกกลุ่มฮามาสจับไปเป็นตัวประกัน เผยว่า ลูกชายเป็นคน จ.สุรินทร์ ไปทำงานก่อสร้างที่อิสราเอล เมื่อปี 2562 เป็นเวลา 5 ปี โดยสามารถติดต่อลูกชายได้ครั้งสุดท้าย เมื่อวันที่ 6 ต.ค.ที่ผ่านมา โดยลูกโทร.มาบอกว่า เดี๋ยวอีก 2 วันเงินออกแล้วจะส่งเงินมาให้ทางบ้าน แต่ก็มาเกิดเรื่องก่อน โดยทราบข่าวลูกชายประมาณ 1 ทุ่มของวันเสาร์ ซึ่งหลานที่ทำงานที่กรุงเทพฯ โทรมาถามว่า รู้ข่าวหรือยัง ว่าลูกถูกจับไป จากนั้นก็ตรวจสอบ เห็นภาพยังไม่ค่อยมั่นใจ เพราะนั่งก้มหน้า แต่สุดท้ายก็เป็นลูกเราจริง ส่วนคลิปที่ลูกชายเดินไปที่หลุมหลบภัยนั้น เพิ่งเห็นเมื่อวานนี้ โดยจนถึงตอนนี้ก็ยังติดต่อลูกไม่ได้เลย ซึ่งทางการอยู่ระหว่างการประสานงานให้อยู่

ตอนนี้เป็นห่วงมาก ไม่รู้ว่าอยู่อย่างไร เพื่อนลูกชายมีโทรมาหาพ่อเขา แต่ก็บอกว่าลูกผมหายไป ยังติดต่อไม่ได้ ซึ่งเขาก็ไม่รู้รายละเอียดอะไรมาก เพราะอยู่ห่างกัน นอกจากนี้ ก็อยากให้ทางการตามหาลูกให้เจอ จะได้รู้ว่าอยู่อย่างไร ปลอดภัยดีหรือไม่ และให้ช่วยเหลือได้รับการปล่อยตัวออกมาเร็วๆ

ผศ.ดร.มาโนชญ์ เผยว่า การช่วยเหลือคนไทยนั้น ตนมองว่านอกจากประสานกับทางอิสราเอลแล้ว เราอาจจะต้องประสานกับทางปาเลสไตน์ ที่เรามีความสัมพันธ์ทางการทูตกันอยู่ ให้เป็นประโยชน์ เพราะเราเป็นประเทศที่ยอมรับเขาเป็นรัฐ และวางตัวเป็นกลางมาตลอด และเขาก็ชื่นชมความเป็นกลางของเรา ต้นทุนตรงนี้ต้องใช้ให้เป็น และอาจเป็นต้นทุนที่ดีในการช่วยเหลือคนไทยออกมา



เมื่อถามว่า กลุ่มฮามาสนำยุทโธปกรณ์ที่ไหนมาสู้รบ ศ.ดร.จรัญ เผยว่า ในความเป็นจริงคงมีองค์ประกอบหลายอย่าง และเขาอยู่ภายใต้ความกดดัน ถ้าเราสังเกตดูว่า อิหร่าน อยู่ภายใต้การกดดันของสหรัฐฯ มากว่า 10 ปี สุดท้ายกลายเป็นนักวิทยาศาสตร์ที่เก่งมาก ทำอาวุธได้ เพราะอยู่ในสภาพกดดัน ส่วนฮามาสนั้น เรียนรู้การต่อสู้ในแต่ละครั้งจนพัฒนาความสามารถของเขา และการรบที่เรียกว่า การรบภาคพื้นดินที่คุ้นเคย รวมถึงการใช้อาวุธยุทโธปกรณ์ แม้สหรัฐฯ จะโยนว่าอิหร่านอยู่เบื้องหลัง แต่การรบครั้งนี้เป็นของกลุ่มฮามาสเองอย่างแท้จริง อิหร่านไม่ได้สนับสนุนอาวุธ ซึ่งน่าสนใจว่าเขาพัฒนามาได้อย่างไรถึงขนาดนี้ ในช่วงเวลาแค่ 4-5 ปีเท่านั้น 

ผศ.ดร.มาโนชญ์ กล่าวเสริมว่า เขาเรียกปฏิบัติการครั้งนี้ว่าการยึดคืนพื้นที่จากอิสราเอลยึดครองอยู่ ถ้ามองในมุมของฮามาส ส่วนอาวุธยุทโธปกรณ์สู้ไม่ได้แน่นอน ทั้งปริมาณ และคุณภาพ แต่การพัฒนาอาวุธเหล่านี้เกิดขึ้นในกาซาเอง เนื่องจากว่า ตั้งแต่ปี 2007 เป็นต้นมา อิสราเอลปิดล้อมฉนวนกาซาไว้ทั้งหมด การที่จะขนส่ง เคลื่อนย้ายอะไรเข้าไป เขาจะสแกนหมด ดังนั้นที่เราได้ยินข่าวว่า เขายิงจรวดเข้าไปในอิสราเอล ก็ถือเป็นจรวดทำมือทั้งหมด แต่อาจจะมีการใช้เทคโนโลยีบางอย่างนำมาดัดแปลง

เพราะสภาพในกาซาเอง พื้นที่โดยรวม 365 กม. เล็กกว่า จ.สมุทรสงคราม ด้วยซ้ำ แต่มีประชากรที่หนาแน่นที่สุดแห่งหนึ่งของโลก เพราะฉะนั้นความเป็นอยู่ก็ลำบาก หลายครั้งถูกตัดไฟ แต่ก็มีปรากฏการณ์หนึ่งที่น่าสนใจ เด็กนักศึกษาที่ฮาร์เวิร์ดออกแถลงการณ์ประณามอิสราเอล โดยให้เหตุผลว่า การปฏิบัติการของฮามาสนั้นไม่ใช่ปัญหาเฉพาะหน้า แต่มาจากการปิดล้อมเกือบ 2 ทศวรรษของอิสราเอล แต่แน่นอนว่าก็มีสิทธิเก่าที่เป็นนักการเมือง ออกมากล่าวโจมตีว่าทำไมออกแถลงการณ์แบบนี้

เมื่อถามถึงโอกาสที่ตัวประกันจะได้รับการปล่อยตัว ศ.ดร.จรัญ มองว่า ถ้าดูหลักการที่ฮามาสยึดนั้น เขาต่อต้านหลักการอิสลาม ซึ่งอิสลามมีหลักการในการรบว่า ต้องไม่ทำร้ายตัวประกัน เชลยศึก ถ้ายึดตามนี้ ก็เชื่อว่าเขาจะไม่ทำร้ายตัวประกัน และจะได้รับการช่วยเหลือ อีกทั้งก็ยังเป็นเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างประเทศด้วย ซึ่งเราก็มีความสัมพันธ์ที่ดีกับปาเลสไตน์ ซึ่งขึ้นอยู่กับการเจรจรติดต่อด้วย เพราะไทยไม่ใช่ผู้เกี่ยวข้องกับทั้งสองฝ่าย แต่ภาคปฏิบัติเราก็ไม่รู้ เพราะมีคำขู่ออกมาตลอด

ผศ.ดร.มาโนชญ์ มองว่า เราต้องทำทุกช่องทางให้ดีที่สุด พร้อมเสนอ 3 ช่องทาง คือ ประสานโดยตรงไทย-ปาเลสไตน์ ที่เรามีความสัมพันธ์กันอยู่, ประสานผ่านจอร์แดน และ ประสานทางอียิปต์ ที่เขามีความสัมพันธ์กับทั้งอิสราเอล และปาเลสไตน์ ซึ่ง 3 ช่องทางนี้เราเข้าถึงการเจรจากับฮามาสได้ไม่ยาก โดยใช้ต้นทุนที่เรามีมาเป็นตัวที่จะช่วยให้การเจรจาง่ายขึ้น และไม่เอาตัวประกันของเราไปอยู่ในเงื่อนไขเดียวกับตัวประกันที่เป็นทหารอิสราเอล หรือกลุ่มอื่นๆ ไม่อย่างนั้นจะยิ่งยากไปใหญ่ แต่อุปสรรคคือ ตอนเกิดเหตุการณ์ใหม่ๆ เราอาจจะออกตัวแรง ในการไปประณามฝ่ายเดียว แม้ความสูญเสียเป็นเรื่องที่คนไทยรับไม่ได้ แต่การประณามต้องคำนึงถึงฝ่ายต่างๆ ที่เกี่ยวข้องจนทำให้สถานการณ์พัฒนามาจนถึงจุดนี้ด้วย ดังนั้นต้องประณามทุกฝ่าย แต่ตนยังเชื่อมั่นว่ากลุ่มฮามาสจะเข้าใจ

ศ.ดร.จรัญ กล่าวด้วยว่า แม้การต่อสู้จะดูรุนแรง กินเวลานานหลายวัน แต่ที่ผ่านมาไม่เคยพัฒนาไปสู่สงครามใหญ่.



ติดตามได้ในรายการเปิดปากกับภาคภูมิ เวลา 15.30 น. ทางไทยรัฐทีวี ช่อง 32

(เกาะติดสถานการณ์ สงครามอิสราเอล ทั้งหมดที่นี่)

‘ธรรมนัส’เปิดโต๊ะเจรจาผู้แทนสมัชชาคนจน รับฟัง 10 ข้อเรียกร้อง เดินหน้าแก้ไขปัญหาให้ประชาชน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/762213

'ธรรมนัส'เปิดโต๊ะเจรจาผู้แทนสมัชชาคนจน รับฟัง 10 ข้อเรียกร้อง เดินหน้าแก้ไขปัญหาให้ประชาชน

‘ธรรมนัส’เปิดโต๊ะเจรจาผู้แทนสมัชชาคนจน รับฟัง 10 ข้อเรียกร้อง เดินหน้าแก้ไขปัญหาให้ประชาชน

วันพุธ ที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 13.35 น.

‘ธรรมนัส’เปิดโต๊ะเจรจาผู้แทนสมัชชาคนจน รับฟัง 10 ข้อเรียกร้อง เดินหน้าแก้ไขปัญหาให้ประชาชน

เมื่อวันที่ 11 ต.ค. 2566 ร.อ.ธรรมนัส  พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วยนายมงคลชัย  สมอุดร รองปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี หารือร่วมกับแกนนำสมัชชาคนจน (สคจ.) พร้อมด้วยผู้แทนหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องในสังกัดกระทรวงเกษตรฯ อาทิ กรมชลประทาน สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) กรมส่งเสริมสหกรณ์ เป็นต้น เพื่อพิจารณาแนวทางแก้ไขปัญหาข้อเรียกร้องที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงเกษตรฯ ประกอบด้วย 10 กรณีปัญหา รวมถึงข้อเสนอแนะเชิงนโยบายเพิ่มเติมอีก 3 ข้อ ซึ่งข้อเรียกร้องโดยส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องการฟื้นฟูอาชีพ คุณภาพชีวิต การบรรเทาความเดือดร้อนของสมาชิกคนจนที่อาศัยหรือทำกินในที่ดินของรัฐทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่ ส.ป.ก. เขตป่าสงวน หรือที่ราชพัสดุ การจ่ายค่าชดเชยให้กับผู้ได้รับผลกระทบจากการสร้างเขื่อน อาทิ เขื่อนสิรินธร จ.อุบลราชธานี เขื่อนราศีไศล จ.สุรินทร์ ศรีสะเกษ และร้อยเอ็ด 
 
ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า ในส่วนประเด็นปัญหาที่อยู่ในความรับผิดชอบกับกระทรวงเกษตรฯ ได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทำแผนปฏิบัติการ กรอบแนวทางดำเนินการ และระยะเวลาให้ชัดเจนโดยลงพื้นที่ทำงานร่วมกับผู้แทนสมัชชาคนจนอย่างใกล้ชิด เพื่อบรรเทาผลกระทบและแก้ไขปัญหาให้เป็นรูปธรรมโดยเร็วที่สุด แต่ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับหน่วยงานอื่น เช่น การแก้ไขปัญหาในเขตพื้นที่ป่า หรือที่ราชพัสดุ จะมีการหารือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในรูปแบบคณะกรรมการโดยเร็วซึ่งได้กำหนดกรอบระยะเวลากระทรวงที่เกี่ยวข้องภายในเดือนตุลาคมนี้ เพื่อให้ได้แนวทางที่ชัดเจนขึ้น 
 
“รัฐบาลมีความจริงใจในการเร่งแก้ไขปัญหาให้พี่น้องสมัชชาคนจนตามข้อเรียกร้องให้เกิดเป็นรูปธรรมโดยเร็ว ซึ่งผมในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯ ที่ได้รับมอบหมายจากคณะรัฐมนตรีให้เข้ามาแก้ไขปัญหาให้กับกลุ่มพี่น้องสมัชชาคนจน ยินดีรับฟังทุกปัญหาของพี่น้องเกษตรกร หากการดำเนินการใดที่จะส่งผลกระทบทำให้พี่น้องประชาชน เกษตรกรเดือดร้อนผมจะไม่ทำ” รมว.เกษตรฯ กล่าว —017

รองปลัดฯร่วมประชุมที่จีน แสดงวิสัยทัศน์งานด้านเกษตร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/762125

วันพุธ ที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายเศรษฐเกียรติ กระจ่างวงษ์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เข้าร่วมการประชุม the 7th ASEAN – China Agricultural Cooperation Forum ที่นครหนานหนิงมณฑลกว่างซี สาธารณรัฐประชาชนจีน โดยมีกระทรวงเกษตรและกิจการชนบทสาธารณรัฐประชาชนจีน ร่วมกับรัฐบาลท้องถิ่นมณฑลกว่างซี เป็นเจ้าภาพ และมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและกิจการชนบทสาธารณรัฐประชาชนจีน เป็นประธาน

สำหรับเป้าหมายของการประชุมครั้งนี้คือการสนองต่อแผนปฏิบัติการ ASEAN China Plan of Action on Green Agricultural Development 2023-2027 ซึ่งไทยในฐานะหนึ่งในประเทศสมาชิกอาเซียน มีความจำเป็นในการแสดงวิสัยทัศน์และมีส่วนร่วมของแผนปฏิบัติการฯ ที่จะส่งผลให้ไทยรักษาบทบาทและความสำคัญในเวทีระดับภูมิภาคต่อไป โดยมีผู้เข้าร่วมประชุม อาทิ Mr.Tang Renjian รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและกิจการชนบทจีน Mr.Ma Youxiang รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและกิจการชนบทจีน Mr.Lan Tianliผู้ว่าการมณฑลกว่างซี เป็นต้น

Mr.Tan Renjian กล่าวว่า จีนได้ดำเนินการตามนโยบายการพัฒนาเกษตรกรรมและความมั่นคงทางอาหาร โดยยกระดับการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีการเกษตรสมัยใหม่ส่งผลให้ผลผลิตด้านการเกษตรของจีนเพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งได้แลกเปลี่ยนเทคโนโลยีและประสบการณ์ผ่านกรอบความร่วมมือแบบทวิภาคีและพหุภาคีกับประเทศอาเซียนตลอดหลายปีที่ผ่านมา โดยรัฐบาลจีนพร้อมจะตอบสนองต่อแผนปฏิบัติการ ASEAN – China Plan of Action on Green Agricultural Development 2023-2027 โดยเสนอให้จีนและประเทศอาเซียน ร่วมกันผลักดันความร่วมมือ 4 ด้าน ประกอบด้วย 1.การเชื่อมโยงทางนโยบาย 2.การส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีและแอปพลิเคชั่น 3.การค้าสินค้าเกษตรขนาดใหญ่ในรูปแบบ Win-Win และ 4. ยกระดับการแลกเปลี่ยนด้านวัฒนธรรมระดับประชาชน

ขณะที่นายเศรษฐเกียรติ ระบุว่า ได้ตระหนักถึงความสำคัญของความมั่นคงทางอาหาร อันมีผลกระทบโดยตรงต่อชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนทุกคนบนโลก ซึ่งปัจจุบันห่วงโซ่การผลิตสินค้าเกษตรและอาหารโลกถูกท้าทายอย่างหนักจากปัจจัยที่ยากต่อการควบคุม โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเปลี่ยนแปลงทางสภาพภูมิอากาศ ก่อให้เกิดปรากฏการณ์ อาทิ El Nino ดินถล่ม และพายุโซนร้อน ส่งผลให้ผลผลิตทางการเกษตรลดลงอย่างชัดเจน ไทยในฐานะหนึ่งในประเทศเกษตรกรรมขนาดใหญ่ในภูมิภาค เล็งเห็นความจำเป็นในการร่วมกับทุกประเทศในภูมิภาคอาเซียน-จีน ยกระดับความร่วมมือในการพัฒนาความมั่นคงทางอาหารในมีความเข้มแข็งและยั่งยืน ทำให้สามารถส่งต่อโลกที่มีปัจจัยพื้นฐานด้านอาหารที่มั่นคงให้แก่ลูกหลาน

51ปีกรมส่งเสริมสหกรณ์มุ่งแก้หนี้สิน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/762128

51ปีกรมส่งเสริมสหกรณ์มุ่งแก้หนี้สิน

51ปีกรมส่งเสริมสหกรณ์มุ่งแก้หนี้สิน

วันพุธ ที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ร่วมงาน : ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรและสหกรณ์ ร่วมงานสัมมนาวิชาการเนื่องในโอกาสวันคล้ายวันสถาปนากรมส่งเสริมสหกรณ์ ครบรอบ 51 ปี ซึ่งมีผู้เกี่ยวข้อง เข้าร่วม โดยขอให้มุ่งเน้นการบริหารจัดการภาคการเกษตรที่ครบถ้วนทุกด้าน สร้างรายได้แก่ภาคการเกษตร รวมถึงส่งเสริมให้สหกรณ์มีความเข้มแข็ง

ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังเป็นประธานเปิดการสัมมนาทางวิชาการเนื่องในโอกาสวันคล้ายวันสถาปนากรมส่งเสริมสหกรณ์ ครบรอบ 51 ปี โดยมีนายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรฯ นายวิศิษฐ์ ศรีสุวรรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ และผู้เกี่ยวข้อง เข้าร่วม ที่โรงแรมปรินซ์ พาเลซ กทม.ว่าได้ส่งเสริมให้เกษตรกรมีการตรวจรับรอง GAP และสามารถต่อยอดไปสู่คาร์บอนเครดิตในภาคการเกษตร มุ่งเน้นการบริหารจัดการภาคการเกษตรที่ครบถ้วนทุกด้านการสร้างรายได้แก่ภาคการเกษตร รวมถึงส่งเสริมให้สหกรณ์มีความเข้มแข็ง เป็นองค์กรสมรรถนะสูงด้วยเทคโนโลยี นวัตกรรม เพื่อเป็นกลไกสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก

สำหรับแนวทางการปฏิบัติงานและการขับเคลื่อนงานตามนโยบายของรัฐบาล ตลาดนำ นวัตกรรมเสริม เพิ่มรายได้สมาชิกสหกรณ์ จะมุ่งแก้ไขปัญหาหนี้สิน พร้อมป้องกันปราบปรามการทุจริตในสหกรณ์ ควบคู่กับการส่งเสริมอาชีพ สนับสนุนสมาชิกสหกรณ์ให้เข้าถึงทรัพยากรการผลิต เช่น ที่ดิน แหล่งน้ำเงินทุน เทคโนโลยีและนวัตกรรม มีเครื่องมือ-อุปกรณ์การตลาดที่ทันสมัย เพื่อนำไปปรับปรุงกระบวนการผลิตและแปรรูปสินค้าการเกษตร ช่วยสร้างมูลค่าและขยายช่องทางจำหน่ายสินค้าได้เพิ่มมากขึ้น รวมถึงการสร้างอำนาจต่อรองให้เกษตรกรสามารถขายผลผลิตได้ในราคาที่เหมาะสมและเป็นธรรม ซึ่งกรมส่งเสริมสหกรณ์ ได้บูรณาการร่วมกับหน่วยงานต่างๆ เพื่อให้สหกรณ์มีศักยภาพในการแข่งขัน สร้างความเชื่อมั่นให้แก่สมาชิกและประชาชนทั่วไป ให้ความสำคัญต่อการดำเนินธุรกิจ ให้ชุมชนมีความเข้มแข็งไปพร้อมๆ กับความก้าวหน้าของสหกรณ์ ตลอดจนการดูแลสวัสดิการต่างๆ ให้สมาชิกมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดียิ่งขึ้น

ในโอกาสนี้ รมว.เกษตรฯ ได้มอบรางวัลหน่วยงานที่มีผลการปฏิบัติงานและการใช้จ่ายงบประมาณ ระดับคุณภาพดีเด่น และรางวัลนักส่งเสริมและสนับสนุนสหกรณ์ดีเด่น ประจำปี 2566 รวม 10 รางวัล

‘ธรรมนัส’ติดตาม ดูสถานการณ์น้ำ จี้กรมชลฯรับมือ ตามนโยบายรัฐ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/762126

วันพุธ ที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังเป็นประธานการประชุมติดตามสถานการณ์น้ำภาพรวมทั้งประเทศ โดยมีนายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรฯ นายประพิศ จันทร์มา อธิบดีกรมชลประทาน พร้อมด้วยผู้เกี่ยวข้องเข้าร่วม ที่กรมชลประทาน สามเสน ว่าจากสภาพอากาศแปรปรวน ทำให้เกิดฝนตกหนักและมีพื้นที่ประสบอุทกภัยในหลายจังหวัด แต่ในบางพื้นที่ยังคงมีฝนตกต่ำกว่าปกติ ประกอบกับช่วงฤดูฝนของภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก และภาคตะวันตกจะสิ้นสุดลงแล้ว นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง มีความเป็นห่วงประชาชนและเกษตรกรเกี่ยวกับสถานการณ์น้ำ จึงกำชับให้กระทรวงเกษตรฯ เตรียมรับมือกับสถานการณ์อุทกภัยและบริหารจัดการน้ำทั้งระบบอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับประชาชนและเกษตรกร

“กระทรวงเกษตรฯ เล็งเห็นแล้วว่าสถานการณ์ดังกล่าวจะส่งผลกระทบต่อประชาชนและภาคเกษตรในวงกว้าง จึงได้ประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเป็นการเร่งด่วน เพื่อเตรียมมาตรการรับมือกับภัยธรรมชาติที่เกิดขึ้นและที่กำลังจะเกิดขึ้น ทั้งอุทกภัย ภัยแล้ง และภัยธรรมชาติอื่นๆ ตั้งแต่การป้องกัน การเผชิญกับสถานการณ์ และการแก้ไขฟื้นฟูตามนโยบายที่ได้มอบไว้ ทั้งนี้ ได้มอบหมายปลัดกระทรวงเกษตรฯ ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งประชาสัมพันธ์ข้อมูลข่าวสารไปยังประชาชนและเกษตรกรอย่างทั่วถึง เพื่อสร้างการรับรู้ที่ถูกต้องและให้สามารถเตรียมตัวรับมือกับภัยพิบัติได้อย่างทันท่วงที” ร.อ.ธรรมนัส กล่าว

‘ทิสโซต์’ เปิดตัวแบรนด์แอมบาสซาเดอร์ พร้อมอวดโฉมคอลเลคชั่นใหม่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/762041

‘ทิสโซต์’ เปิดตัวแบรนด์แอมบาสซาเดอร์ พร้อมอวดโฉมคอลเลคชั่นใหม่

‘ทิสโซต์’ เปิดตัวแบรนด์แอมบาสซาเดอร์ พร้อมอวดโฉมคอลเลคชั่นใหม่

วันพุธ ที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

“ทิสโซต์” (Tissot) ผู้สร้างสรรค์นวัตกรรมนาฬิกามาตรฐานคุณภาพจากสวิตเซอร์แลนด์ได้เปิดตัวแบรนด์แอมบาสซาเดอร์ประจำภูมิภาคเอเชีย พระเอกหนุ่มซูเปอร์สตาร์ชื่อดังชาวเกาหลีใต้จากภาพยนตร์ซีรี่ส์เรื่องล่าสุดของเขา “Tale of the Nine Tailed” อย่าง“อีดงอุค” (Lee Dong Wook) ที่จะมาร่วมรังสรรค์นำเสนอเรือนเวลาผ่านตัวตนอันมีเสน่ห์ให้เหล่าคนรักนาฬิกาและแฟนคลับแบรนด์ได้ติดตามกัน พร้อมอวดโฉมนาฬิการุ่นไอคอนิกคอลเลคชั่นสุดคลาสสิกที่ปรับดีไซน์เพิ่มความทันสมัย “พีอาร์เอ็กซ์ 35 มม. พาวเวอร์เมติก 80” (PRX 35MM Powermatic 80) โดดเด่นด้วยเรือนไฮไลท์ 2 ดีไซน์ ทั้งตัวเรือนหน้าปัดสีฟ้าไอซ์บลูและตัวเรือนสีทองแชมเปญสุดคูล พร้อมให้เหล่าคนรักนาฬิกาได้ยลโฉมพร้อมกันแล้ววันนี้

โดยคอลเลคชั่น “พีอาร์เอ็กซ์ 35 มม. พาวเวอร์เมติก 80” (PRX 35MM Power matic 80) ขนาดหน้าปัด 35 มม. สุดคลาสสิกในตำนานที่สามารถเข้าได้กับทุกขนาดข้อมือมาพร้อมกับ 2 เรือนไฮไลท์ดีไซน์สุดโดดเด่นได้แก่ ตัวเรือนหน้าปัดสีฟ้าไอซ์บลูที่ได้แรงบันดาลใจจากความงดงามของธารน้ำแข็งที่ส่องสะท้อนท้องฟ้าอันสดใสในยามเช้าบนเทือกเขาแอลป์ และตัวเรือนพร้อมสายสเตนเลสเคลือบ PVD สีทองแชมเปญสุดหรูที่ได้แรงบันดาลใจจากสีสันยุคดิสโก้ที่เปี่ยมไปด้วยเสน่ห์ความมีชีวิตชีวาในช่วงปี 1970 โดยทั้ง 2 ดีไซน์มาในตัวเรือนสเตนเลสสตีล
ขัดซาตินตกแต่งหน้าปัดด้วยลวดลายวาฟเฟิลแบบนูนเพิ่มความโดดเด่น

โดยบริเวณหมุดบอกเวลาตรงตำแหน่ง 3 นาฬิกา ถูกแทนที่ด้วยช่องหน้าต่างแบบนูนแสดงวันที่ (Date)ด้านเข็มนาฬิกาทั้งเข็มชั่วโมงและเข็มนาทีถูกเคลือบด้วยสารเรืองแสงซูเปอร์-ลูมิโนวา(Super-LumiNova®) ช่วยให้อ่านค่าเวลาได้ในยามค่ำคืนหรือบริเวณที่มีแสงน้อย ครอบทับด้วยกระจกคริสตัลแซฟไฟร์ป้องกันรอยขีดข่วนพร้อมการเคลือบผิวป้องกันการสะท้อน ส่วนบริเวณขอบหน้าปัดถูกขัดเงาสวยงาม พร้อมการตกแต่งเม็ดมะยมด้วยการแกะสลักรูปตัว T ประดับเอาไว้ โดยตัวเรือนขับเคลื่อนด้วยกลไกอัตโนมัติพาวเวอร์เมติก 80 ที่สามารถสำรองพลังงานได้สูงสุดถึง 80 ชั่วโมง พร้อมบาลานซ์สปริงที่ผลิตจากนิวาครอง (Nivachron™) ซึ่งมีคุณสมบัติในความแม่นยำ ช่วยต้านทานสนามแม่เหล็กและป้องกันกลไกจากการกระแทกได้ดีอีกด้วย และยังมาพร้อมกับความสามารถในการกันน้ำได้ลึกสุด 100 เมตร

นอกจากนี้ในคอลเลคชั่น “พีอาร์เอ็กซ์ 35 มม. พาวเวอร์เมติก 80” (PRX 35MM Powermatic 80) ยังมาพร้อมกับอีก 4 ดีไซน์รุ่นย่อยที่มีหน้าปัดหลากหลายสีสัน ไม่ว่าจะเป็นสีดำสุดคลาสสิก, สีเขียวน่าค้นหา, สีน้ำเงินสุดคูลและสีขาวมุกสุดหรูหรา ที่พร้อมให้เหล่าคนรักนาฬิกาได้เลือกสรรดีไซน์ที่ตอบโจทย์คาแร็กเตอร์ของตนเอง

ยลโฉมเรือนเวลาคอลเลคชั่นสุดคลาสสิกดีไซน์โก้ “พีอาร์เอ็กซ์ 35 มม. พาวเวอร์เมติก 80” (PRX 35MM Powermatic 80) ได้แล้ววันนี้ที่เคาน์เตอร์ “ทิสโซต์” (Tissot) ทุกสาขาทั่วประเทศไทย หรือช็อปออนไลน์ทาง OfficialWebsite : https://www.tissotwatches.com/th-th,Shopee:https://shp.ee/xip2up6, Lazada : https://s.lazada.co.th/s.efbXj, Central Online : https://www.central.co.th/th/tissot และLine Official Account : @Tissot_TH