ห้างสรรพสินค้ากลุ่มเดอะมอลล์ กรุ๊ปชวนมาร่วมฉลองเทศกาลแห่งความสุขส่งท้ายปี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/776607

ห้างสรรพสินค้ากลุ่มเดอะมอลล์ กรุ๊ปชวนมาร่วมฉลองเทศกาลแห่งความสุขส่งท้ายปี

ห้างสรรพสินค้ากลุ่มเดอะมอลล์ กรุ๊ปชวนมาร่วมฉลองเทศกาลแห่งความสุขส่งท้ายปี

วันศุกร์ ที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 13.34 น.

ห้างสรรพสินค้าเดอะมอลล์ และ เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ ทุกสาขา, เอ็มโพเรียม, เอ็มควอเทียร์, เอ็มสเฟียร์ และ พารากอน ดีพาร์ทเม้นท์สโตร์ จัดแคมเปญพิเศษส่งท้ายปีBoxing Day Sale” โปรแรง…เปย์ท้ายปีไม่มีรีรัน ระหว่างวันที่22 – 26ธันวาคม 2566ตลอด 5วันเต็ม มอบของขวัญแทนใจ พบสินค้าเคาน์เตอร์ปกติลดสูงสุด 50%สมาชิกบัตรM Cardและลูกค้าบัตรเครดิตที่ร่วมรายการแลกรับส่วนลดเพิ่ม / เครดิตเงินคืน รวมสูงสุด 44%

แคมเปญ“Boxing Day Sale” โปรแรง…เปย์ท้ายปีไม่มีรีรัน ถือเป็นการขอบคุณลูกค้า อีกทั้งยังสร้างสีสันช่วงส่งท้ายปี ตลอดเทศกาลแห่งความสุข โดยห้างฯในกลุ่มเดอะมอลล์ กรุ๊ป และพันธมิตรบัตรเครดิตร่วมมอบโปรโมชั่นสุดพิเศษ ให้กับนักช้อปได้ช้อปสนุกส่งท้ายปีและต้อนรับปี 2024ที่กำลังจะมาถึง ตลอด 5วันเต็ม ระหว่างวันที่ 22 – 26ธันวาคม 2566”พบโปรแรงจัดเต็มทุกความคุ้มค่าถึง4 ต่อ

  • ต่อที่1สินค้าเคาน์เตอร์ปกติลดสูงสุด 50%
  • ต่อที่2แลกรับส่วนลดเพิ่ม / เครดิตเงินคืน รวมสูงสุด 44%เมื่อใช้คะแนนแลกเท่ายอดซื้อ (ส่วนลดเพิ่มสำหรับบัตร M Card สูงสุด22% และส่วนลดเพิ่มหรือเครดิตเงินคืนสูงสุด 22% จากบัตรเครดิต
    BANGOKOK BANK M VISA, ธนาคารกรุงเทพฯ, เอสซีบี เอ็ม วีซ่า, เอสซีบี, คาร์ดเอกซ์,
    กสิกรไทย, ยูโอบี, ซิตี้, เคทีซี, กรุงศรี, ทีทีบี, ธนาคารออมสิน และบัตรอเมริกันเอ็กซ์เพรส
  • ต่อที่ 3รับฟรี แก้ว KUNG FU มูลค่า 290 บาท สำหรับสมาชิกบัตร M Card เมื่อช้อปภายในห้างฯ สะสมครบ 3,000 บาทขึ้นไป / วัน และ สำหรับลูกค้าบัตรเครดิต Bangkok Bank M Visaเมื่อช้อปภายในห้างฯ ครบ 2,000 บาทขึ้นไป / วันรวม Power Mallและ Gourmet Market ที่เดอะมอลล์,
    เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ทุกสาขา, เอ็มโพเรียม, เอ็มควอร์เทียร์ และพารากอน (ยกเว้นเดอะมอลล์รามคำแหง และเอ็มสเฟียร์)หรือเลือกรับHAPPY HAND TOWELมูลค่า 490 บาท สำหรับสมาชิกบัตร M Card เมื่อช้อปสะสมภายในห้างฯ ครบ 2,000 บาทขึ้นไป / วัน และ สำหรับลูกค้าบัตรเครดิต Bangkok BankM Visa เมื่อช้อปสะสมภายในห้างฯ ครบ 1,500 บาทขึ้นไป / วันที่เดอะมอลล์ และเดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ ทุกสาขา, เอ็มโพเรียม, เอ็มควอร์เทียร์และพารากอน(ยกเว้น Power Mallและเดอะมอลล์รามคำแหง)หรือเลือกรับWONDER BAG มูลค่า 1,200  บาท สำหรับสมาชิกบัตร M Card เมื่อช้อปสะสมภายในห้างฯ ครบ 4,000 บาทขึ้นไป / วัน และ สำหรับลูกค้าบัตรเครดิต Bangkok Bank M Visa เมื่อช้อปสะสมภายในห้างฯ ครบ 2,500 บาทขึ้นไป / วัน(ยกเว้น Power Mall)  เฉพาะที่เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ บางกะปิและบางแคหรือเลือกรับEMCALLING BAG มูลค่า 1,590  บาท สำหรับสมาชิกบัตร M Card เมื่อช้อปสะสมภายในห้างฯ ครบ 7,000 บาทขึ้นไป / วัน (ยกเว้น Power Mall) และสำหรับลูกค้าบัตรเครดิต Bangkok Bank M Visa เมื่อช้อปสะสมภายในห้างฯ ครบ 5,000บาทขึ้นไป / วัน(ยกเว้น Power Mall)  เฉพาะที่เอ็มโพเรียม, เอ็มควอเทียร์ และเอ็มสเฟียร์
  • ต่อที่ 4ลุ้นรับ รถยนต์ Toyota Camry 2.5 Premium มูลค่ากว่า 1.59  ล้านบาทจำนวน 1 รางวัล เมื่อช้อปภายในห้างฯ ครบทุก 2,000 บาท (รวม Power Mall และ Gourmet Market)สมาชิก
    M Cardรับสิทธิ์ลุ้นชิงโชค1 สิทธิ์พิเศษ! สมาชิกบัตรเครดิต UOB หรือTMRW. CITI, AEON สมาชิกเมืองไทยสไมล์คลับรับสิทธิ์ลุ้นชิงโชค2 สิทธิ์และ พิเศษ!สมาชิกบัตรเครดิต Bangkok Bank M Visaรับสิทธิ์ลุ้นชิงโชค3 สิทธิ์

แคมเปญ“Boxing Day Sale” โปรแรง…เปย์ท้ายปีไม่มีรีรัน ที่จะช่วยสร้างสีสันให้เหล่า นักช้อป ช่วงเทศกาลส่งท้ายปี เมื่อช้อปผ่านบัตรเครดิตที่ร่วมรายการ 22 – 26 ธันวาคม 2566ที่ ห้างสรรพสินค้าเดอะมอลล์, เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ ทุกสาขา, เอ็มโพเรียม, เอ็มควอเทียร์ , เอ็มสเฟียร์ และ พารากอน ดีพาร์ทเม้นท์สโตร์ หรือสามารถคลิกซื้อสินค้าผ่าน M ONLINE APP ได้ตลอด 24 ชั่วโมง หรือเลือกช้อปสินค้าจาก กูร์เมต์ มาร์เก็ต ได้ที่http://www.GourmetMarketThailand.com และGourmet Application

คุณแหน : 22 ธันวาคม 2566

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/776504

วันศุกร์ ที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ll พญ.พักตร์พิไล ทวีสิน เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการคู่สมรสคณะรัฐมนตรีครั้งที่ 3 โดยมีผู้เข้าร่วมประชุม อาทิ พวงเพ็ชรชุนละเอียด,รศ.อภิญญา เวชยชัย, สุภานันนิราษิท,ระเบียบรัตน์ พงษ์พานิช, พญ.นวลสกุล บำรุงพงษ์ เป็นต้น ทั้งนี้“คุณหมออ้อม”ได้สวมผ้าไทยซึ่งเข้ากับธีมในการประชุมที่ต้องการสนับสนุนการใส่ผ้าไทย..

ll พล.ท.ทวีพูล ริมสาคร หน่วยบัญชาการรักษาดินแดน(ผบ.นรด.)ร่วมกับ ปิยนันท์ คุ้มครอง ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย แถลงข่าวจัดกิจกรรมเติมโลหิตครั้งใหญ่โดยนักศึกษาวิชาทหาร(รด.)จิตอาสา 25,000 นาย“เราทำความดี ด้วยหัวใจ”เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เนื่องในวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพ 5 ธ.ค.2566 และถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จะทรงเจริญพระชนมพรรษาครบ 6 รอบ 72 พรรษา 28 ก.ค. 2567..

ll เพื่อนๆ ชาว ปธพ.รุ่นที่ 1 ร่วมยินดีกับ น.อ.พัลลภ สุภากรณ์ รอง ผอ.รพ.สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ ที่จะจัดงานฉลองมงคลสมรสให้ลูกชายคนโต ชนะภูมิ สุภากรณ์ กับ วิภาวัน พานิชสุสวัสดิ์ 23 ธ.ค.นี้ 17.00-21.00 น. ณ ห้องเจ้าพระยา หอประชุมกองทัพเรือ..

ll ไม่เจอกันนาน ดร.วารีรัตน์ ตั้งธนกูล ชวนชาว BRAIN 2 ศศิธร จันทรสมบูรณ์,ไพศาล พิสุทธิ์วัชระกุล,กัญญา ติลกเรืองชัย, ดร.อัจฉรีย์ งามพร้อมสกุล,ประสิทธิ์ ประสิทธิศุภผล,วลี กิตติรัตนวิวัฒน์,นพัฐห์ ปูคะวนัช มาสังสรรค์อัปเดตชีวิต ณ Suki Masa รร.แกรนด์ ไฮแอท เอราวัณ โดย วิวรรธน์ เหมมณฑารพส่งกระเช้า Healthy snacks ของ ต้นกล้า ฟ้าใส Food care center มามอบให้..

ll ล่าสุดหญิงแกร่ง ดร.เอื้อมพร ปัญญาใส และมนุษย์เหล็ก ณรงค์ฤทธิ์ โชตินุชิต ได้ไปวิ่งงานเขาใหญ่ 100(Khaoyai 100K Ultra Marathon)โดยจัดไปคนละ 100 กม. ..

ll เพื่อนๆ ปลื้มใจกับ ปัณณ์นิตรา ธัญญ์ธนาวิทย์ ที่ได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ฯ เบญจมาภรณ์มงกุฎไทย..

ll ม.ร.ว.สุทธิภาณี ยุคล แจ้งสมาคมการตลาดฯจะเปิดหลักสูตร Digital Marketing in Action รุ่นที่ 6 เนื้อหาอัดแน่น 8 วัน สู่โลกแห่งการตลาดยุคใหม่ โดยวิทยากรระดับประเทศพร้อม Workshop ให้ได้ลงมือปฏิบัติจริง โทร.02-6797360-3 หรือ LINE OA : @matsociety..

ll ธวัชชัย ศรีทอง ผวจ.ชลบุรี และ ปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา ร่วมกันเปิดไฟต้นคริสต์มาส ประจำปี 2566 ณ รร.เซ็นทาราแกรนด์มิราจ บีช รีสอร์ท พัทยา..

ll วันเกิด ปราณี ชาญสรรค์ ปีนี้ครบ 82 ปี อานนท์-กุลฤดี เลาหะเกษตรจัดให้อย่างอบอุ่นที่บ้านในเมืองซีแอตเทิล แบบครบ 4 เจเนอเรชั่นทั้งรุ่นลูก หลาน และเหลนงานนี้คุณหนูใหญ่ปลื้มไปหลายวัน..

ll ขอแสดงความเสียใจกับชาววิทยาลัยอาชีวศึกษาสันติราษฎร์ในพระอุปถัมภ์ (SIBA) และ พิริยาภรณ์ ธรรมมารักษ์,ดร.เบญจมาภรณ์ คุณะรังษี, จันทราภรณ์ หรรษาวงศ์ ที่สูญเสียมารดา แม่ครูยุลา อมาตยกุล อาคารสุคติสถาน ชั้น 1 ห้อง 3 วัดชลประทานรังสฤษดิ์ สวด 21-25 ธ.ค. 18.00 น. พระราชทานเพลิงศพ 26 ธ.ค. 16.00 น. เจ้าภาพของดพวงหรีด..ll

น้องใหม่

ลาคอสท์ ต้อนรับฤดูหนาวด้วยลวดลายโมโนแกรม เปิดตัว Lacoste Holiday Collection

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/776506

ลาคอสท์ ต้อนรับฤดูหนาวด้วยลวดลายโมโนแกรม  เปิดตัว Lacoste Holiday Collection

ลาคอสท์ ต้อนรับฤดูหนาวด้วยลวดลายโมโนแกรม เปิดตัว Lacoste Holiday Collection

วันศุกร์ ที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

เชส วัตลิ่ง, อเลซซานโดร โทมิโอ ผอ.ฝ่ายธุรกิจลาคอสท์

ลาคอสท์ (LACOSTE) แบรนด์ไลฟ์สไตล์ชั้นสูงจากประเทศฝรั่งเศส โดยบริษัท ไอ.ซี.ซี.อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) ผู้แทนจำหน่าย แบรนด์ลาคอสท์ ในประเทศไทย เนรมิตค่ำคืนสุดพิเศษ เปิดตัวคอลเลคชั่นใหม่ Lacoste Holiday Collection ประจำฤดูกาล Fall/Winter 2023 ต้อนรับฤดูหนาวด้วยลวดลายโมโนแกรม ในเฉดสีสุดสะดุดตาผสานโลโก้จระเข้ สะท้อนความเท่ ในสไตล์เออร์เบิร์นนิสต้า อันเป็นเอกลักษณ์ของลาคอสท์

ธรรมรัตน์ โชควัฒนา กรรมการผู้อำนวยการและประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไอ.ซี.ซี. อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ในโอกาสที่แบรนด์ลาคอสท์ได้เปิดตัว Holiday Collection เป็นคอลเลคชั่นใหม่ในช่วงเทศกาลแห่งความสุขส่งท้ายปี นับเป็นการส่งต่อความสุขเหนือกาลเวลากับลาคอสท์ โมโนแกรมผ่านสีสันสะดุดตาของเสื้อผ้ารองเท้า กระเป๋า รวมถึงแอคเซสซอรี่ต่างๆที่สะท้อนความเป็นตัวตนของลาคอสท์ถือเป็นช่วงเวลาแสนพิเศษที่ทางแบรนด์จะถือโอกาส ขอบคุณทุกท่านที่รักและมีความสัมพันธ์ที่ดีกับลาคอสท์ตลอดมา

ธันลดา โฆษิตสกุล ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายผลิตภัณฑ์แบรนด์ลาคอสท์ประเทศไทย ได้กล่าวถึง ความพิเศษของคอลเลคชั่น FALL/WINTER 2023 นี้ว่า คือการนำเอาโลโก้จระเข้ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ที่สะท้อนถึงลีลาการตีเทนนิสของ มิสเตอร์เรอเน่ ลาคอสท์ นักเทนนิสระดับตำนาน ผู้เปรียบจระเข้ว่าเป็นเสมือนสัตว์ยอดนักสู้ที่ไม่รู้จักคำว่ายอมแพ้ โดยนำโลโก้ทั้ง 5 แบบที่ผ่านมา ทั้ง 5 ยุคสมัย มาใช้ผสมผสานระหว่างผลิตภัณฑ์ตามฤดูกาลและผลิตภัณฑ์หลักอย่างเสื้อโปโล มิกซ์แอนด์แมทช์เพื่อให้เกิดความสนุกสนานและเฟสทีฟมากขึ้น เพื่อให้เข้ากับบรรยากาศเฉลิมฉลองช่วงปลายปี โดยเฉพาะลวดลายโมโนแกรมที่ออกแบบโดยนำเอาตัว “L” อักษรย่อจาก Lacoste มานำเสนอในรูปแบบลายโมโนแกรมที่ทันสมัยในมุมมองสามมิติด้วยความโดดเด่นสะดุดตาและน่าสนใจของลายพิมพ์โมโนแกรมนี้จึงทำให้เป็นที่รู้จัก ทั้งยังได้รับความนิยมในกลุ่มคนทุกเพศ ทุกวัย ตลอดฤดูกาลไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้า กระเป๋า หมวก รวมถึงแอคเซสซอรี่ต่างๆ เรียกได้ว่า Lacoste Holiday Collection คือคอลเลคชั่นที่เหมาะแก่การสวมใส่และส่งมอบให้เป็นของขวัญอันทรงคุณค่าแก่ผู้รับได้อย่างดีที่สุด

หากย้อนเวลากลับไป มิสเตอร์เรอเน่ลาคอสท์ คือผู้ที่สร้างแบรนด์ลาคอสท์ ด้วยเสื้อโปโลแขนสั้นที่เปลี่ยนภาพลักษณ์ใหม่ให้กับนักเทนนิส โดยในการออกแบบครั้งแรกก็ได้มีการปักสัญลักษณ์จระเข้ ที่ในเวลาต่อมาได้กลายมาเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ และทำให้ลาคอสท์นั้นเป็นที่จดจำได้ในทันที

สำหรับความเป็นมาของโลโก้จระเข้นั้นได้เกิดการเปลี่ยนแปลงมากถึง 5 ยุคสมัย เริ่มต้นจากยุค 1930 ซึ่งเป็นการปรากฏผลงานขึ้นครั้งแรกด้วยดีไซน์ของโรเบิร์ต จอร์จ ศิลปินและเพื่อนสนิทของ เรอเน่ ลาคอสท์ ที่ไม่เพียงแต่จะนับว่าเป็นจุดเริ่มต้นของแบรนด์เท่านั้น แต่ยังเป็นการร่วมมือกันทางศิลปะที่กำหนด DNA ของลาคอสท์มาเป็นเวลาหลายทศวรรษ จนนำมาสู่โลโก้ที่ใช้อยู่และเป็นที่จดจำในทุกวันนี้

ต่อมาในยุค 1970 ได้ถูกปรับเปลี่ยนเพื่อใช้เฉพาะในสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของการเปิดกว้างและเข้าถึงทั่วโลก ก่อนจะทำให้ลาคอสท์ ก้าวขึ้นมาในฐานะแบรนด์ระดับโลก

หลังจากนั้นในยุค 1980 ได้นำสัญลักษณ์รูปจระเข้ เข้ามาผสานรวมกับจินตนาการจนนำมาซึ่งโลโก้ประวัติศาสตร์ของแบรนด์

เมื่อเข้าสู่ยุค 2020 ได้มีการตีความโลโก้ของยุค 80 ใหม่อีกครั้ง ซึ่งครั้งนี้ได้รับแรงบันดาลใจจากการออกแบบจากครั้งแรกโดย Robert George

นอกจากนี้ ยังมีโลโก้จระเข้อีกหลากหลายรูปแบบคาแร็กเตอร์ที่เปลี่ยนแปลงไปตามคอลเลคชั่น อันแสดงถึงวิวัฒนาการของโลโก้รูปจระเข้แห่งแบรนด์ลาคอสท์ และถึงแม้ว่าจะเกิดการเปลี่ยนแปลงทีละน้อย จากมือนักออกแบบที่มากมาย แต่สิ่งที่ยังคงอยู่เสมอและไม่เปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา นั่นคือโลโก้จระเข้สุดคลาสสิก ที่ยังคงดูสง่างามดังเดิมท่ามกลางยุคสมัยต่างๆ จวบจนถึงปัจจุบัน

สำหรับงานเลี้ยงในค่ำคืนสุดพิเศษผู้ร่วมงานยังได้ร่วมสนุกกับกิจกรรมสุดเอ็กซ์คลูซีฟมากมาย ทั้งกิจกรรมเพ้นท์แก้วไวน์หลากสี กิจกรรมถ่ายรูปในโฟโต้บูธที่แสนครีเอทีฟเป็นที่ระลึก พร้อมลวดลายโมโนแกรมเป็นฉากหลัง ภายในงานที่จะบอกเล่าเรื่องราวการเดินทางของแบรนด์จากอดีตสู่ปัจจุบัน กับของขวัญชิ้นพิเศษจากลาคอสท์มอบให้ในโอกาสส่งท้ายปีที่สร้างความประทับใจแก่ผู้ร่วมงานอย่างไม่รู้ลืม

ชัยลดา โชควัฒนา, ธรรมรัตน์ โชควัฒนา,
ประวรา เอครพานิช

ชัยลดา โชควัฒนา, ธรรมรัตน์ โชควัฒนา, ประวรา เอครพานิช

ธันลดา โฆษิตสกุล

ธันลดา โฆษิตสกุล

เทศกาลชมสวน 2566 สีสันแห่งไม้ดอกเมืองหนาว ณ อุทยานหลวงราชพฤกษ์ จังหวัดเชียงใหม่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/776505

เทศกาลชมสวน 2566 สีสันแห่งไม้ดอกเมืองหนาว  ณ อุทยานหลวงราชพฤกษ์ จังหวัดเชียงใหม่

เทศกาลชมสวน 2566 สีสันแห่งไม้ดอกเมืองหนาว ณ อุทยานหลวงราชพฤกษ์ จังหวัดเชียงใหม่

วันศุกร์ ที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

เทศกาลชมสวน (Flora Festival) เทศกาลยิ่งใหญ่ประจำปีที่นักท่องเที่ยวต่างให้การรอคอยที่จะได้ชื่นชมความงามของไม้ดอกเมืองหนาวนานาพรรณจากเกษตรกรบนพื้นที่สูงโดยปีนี้จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “แอ่วสุขใจ..I wanna be (e)” ตั้งแต่วันนี้-วันที่ 29 กุมภาพันธ์ 2567 เวลา 08.00-18.00 น. ณ อุทยานหลวงราชพฤกษ์ จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวรักษ์สิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

โดยมี “ผึ้ง หรือ Bee” นักผสมเกสรเป็น Mascot นำทางนักท่องเที่ยวชมสวนดอกไม้ที่สวยงาม อุดมสมบูรณ์ พรรณไม้นานาชนิดและให้นักท่องเที่ยวมีความสุขจากใช้เวลาร่วมกันกับกลุ่มเพื่อน ครอบครัว หรือคนรัก ผ่านองค์ความรู้ด้านโครงการตามแนวพระราชดำริ โครงการหลวง และการพัฒนาพื้นที่สูงอย่างยั่งยืน ความหลากหลายทางชีวภาพและสิ่งแวดล้อมที่ได้ต่อยอดและรวบรวมความหลากหลายทางชีวภาพทั้งทรัพยากรพรรณไม้นานาชนิดมากถึง 18,000รายการ รวมทั้งกิจกรรมด้านศิลปะและวัฒนธรรมกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพ เป็นต้น อีกทั้งนักท่องเที่ยวยังจะได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งที่จะช่วยให้อุทยานหลวงราชพฤกษ์เป็นแหล่งเรียนรู้ที่มีคุณภาพและเป็นพื้นที่ต้นแบบการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์อย่างยั่งยืนในปี 2570

ภายในงานนักท่องเที่ยวจะได้ชมความสวยงามของไม้ดอกเมืองหนาวนานาพรรณนับล้านดอกที่พร้อมใจกันเบ่งบานงดงามเต็มสวน อาทิ เจอราเนียม ฟอร์เก็ตมีน็อต บีโกเนีย พิทูเนียซัลเวีย แพนซี คัสตี้มิลเลอร์ เดซี่ เทียนนิวกีนีฯลฯ ร่วมด้วย เรือนกล้วยไม้ : ชมความสวยงาม ความหลากหลายของกล้วยไม้ทั้งพันธุ์แท้และพันธุ์ลูกผสมในบรรยากาศที่ร่มรื่นเย็นสบาย, เรือนไม้ดอก : ชมไม้ดอกเมืองหนาว สีสันสวยงามที่เป็นการส่งเสริมอาชีพของเกษตรกรบนพื้นที่สูง, เรือนร่มไม้ : สวรรค์แห่งพรรณไม้ร่มชื้น ชมซุ้มไม้ใบที่สวยงาม แม้จะไม่มีสีสันแต่มองแล้วให้ความร่มรื่นชื่นใจ, ดอกกุหลาบ :ชมความงามของกุหลาบกว่า 220 สายพันธุ์รวมทั้งกิจกรรมที่ให้นักท่องเที่ยวได้มีส่วนร่วม เน้นปลูกจิตสำนึกด้านสิ่งแวดล้อม และนำแนวคิดที่ได้ไปสานต่อและใช้ในชีวิตประจำวันต่อไป

ในส่วนนิทรรศการ องค์ความรู้ ได้แก่ Bee Home และกล่ององค์ความรู้เกี่ยวกับผึ้ง ณ สวนลานต้อนรับ, สัปดาห์นิทรรศการคิดเพื่อโลก ทำเพื่อเรา ซึ่งจะจัดให้มีกิจกรรมทุกวัน อาทิ กิจกรรมแชะ & แชร์, กิจกรรมประกวดภาพถ่าย (Photo Contest), กิจกรรมเดินสวนกับคนสวน, กิจกรรมปลูกรัก ผักอินทรีย์, กิจกรรมปลูกต้นไม้ และกิจกรรมอีกมากมาย

เดือนมกราคม 2567 พบกับกิจกรรม วันเด็กแห่งชาติ, กิจกรรมเสวนา : โลกร้อนแลกเปลี่ยนความรู้เกี่ยวกับพลังทดแทน และอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมในช่วงวันหยุดยาว เดือนกุมภาพันธ์ 2567 พบกับกิจกรรมวันวาเลนไทน์ สัมผัสบรรยากาศแห่งรัก,ช้อปกล้าพันธุ์กุหลาบ เป็นต้น

มาร่วมรับลมหนาวและชื่นชมความงามของไม้ดอกเมืองหนาวนานาพรรณจากเกษตรกรบนพื้นที่สูงได้ ตั้งแต่วันนี้-วันที่ 29 กุมภาพันธ์ 2567 เวลา 08.00-18.00 น. ณ อุทยานหลวงราชพฤกษ์ จังหวัดเชียงใหม่

รพ.เอส ส่งต่อกล้องเอนโดสโคปให้ รพ.สมเด็จพระยุพราชท่าบ่อ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/776503

รพ.เอส ส่งต่อกล้องเอนโดสโคปให้ รพ.สมเด็จพระยุพราชท่าบ่อ

รพ.เอส ส่งต่อกล้องเอนโดสโคปให้ รพ.สมเด็จพระยุพราชท่าบ่อ

วันศุกร์ ที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

โรงพยาบาลเอส สไปน์ แอนด์ เนิร์ฟ สนับสนุนและส่งต่อกล้องเอนโดสโคป ให้โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชท่าบ่อ ต่อยอดในการรักษาคนไข้ด้วยเทคนิค MIS เพื่อการรักษาที่แม่นยำ ปลอดภัย ฟื้นตัวเร็ว

นายแพทย์ดิตถพงษ์ บุญอำพลผู้อำนวยการโรงพยาบาลเอส สไปน์ แอนด์ เนิร์ฟ โรงพยาบาลเฉพาะด้านกระดูกสันหลังแห่งแรกในประเทศไทย บริจาคอุปกรณ์ในการผ่าตัดกล้องเอ็นโดสโคปให้กับโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชท่าบ่อ จ.หนองคาย โดยมี นายแพทย์วรพจน์ วิจารณ์ นายแพทย์เชี่ยวชาญศัลยกรรมออร์โธปิดิกส์ เป็นตัวแทนในการรับอุปกรณ์เครื่องมือผ่าตัดส่องกล้องกระดูกสันหลัง มูลค่า 600,000 บาท

วัตถุประสงค์ในการบริจาคครั้งนี้ นายแพทย์ดิตถพงษ์ บุญอำพลเผยว่า หลังจากได้ไปเข้าร่วมประชุมวิชาการจึงพบว่าโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชท่าบ่อ มีความประสงค์ที่จะทำการรักษาคนไข้ด้วยเทคนิค Minimally Invasive Spine Surgery หรือที่เรียกกันว่า MIS Spine แต่ปัญหาอยู่ที่เครื่องมือ

“ผมขอยกตัวอย่างว่าหากเรามีนักรบที่เก่ง แต่ออกรบโดยไม่มีอาวุธ ไม่มีเสื้อเกราะ ผมมองว่ามันอันตรายทั้งนักรบและอันตรายทั้งตัวคนไข้ด้วย ผมก็อยากจะสนับสนุนเครื่องมือให้กับทางโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชท่าบ่อครับ เพื่อต่อยอดในการรักษาคนไข้ให้ปลอดภัย ซึ่งจะได้ประโยชน์กับบุคคลมากมายทั้งบุคลากรการแพทย์ทั้งคนไข้”

ทั้งนี้ โรงพยาบาล เอส สไปน์ แอนด์ เนิร์ฟ มีการรักษา Minimally Invasive Spine Surgery หรือ MIS Spine แบบครบวงจร เหมาะสำหรับคนที่มีปัญหาเกี่ยวกับกระดูกสันหลังและกลัวการผ่าตัด ทำให้การผ่าตัดแผลใหญ่กลายเป็นแผลเล็ก แต่ได้ผลการรักษาเท่ากัน ปลอดภัยกว่าเดิม 30 เท่า ผู้ป่วยเสียเลือดน้อย ความเจ็บหลังการรักษาลดลง ทำให้ค่ารักษาโดยรวมถูกกว่าเดิม ผู้ป่วยจากเดิมที่เคยนอนโรงพยาบาลประมาณ 2-3 สัปดาห์ หรือบางรายอาจต้องนอนนาน 1-2 เดือน เมื่อรักษาด้วยวิธี MIS Spine จะทำให้ผู้ป่วยนอนที่โรงพยาบาลเพียง 1 คืนเท่านั้น

“อย่างไรก็ตาม ในประเทศไทยยังมีโรงพยาบาลอีกหลายแห่งที่เข้าไม่ถึงอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ช่วยรักษาคนไข้ได้อย่างแม่นยำและปลอดภัย ดังนั้น หากใครเล็งเห็นถึงประโยชน์สุขของประชาชน อยากให้ร่วมมือร่วมใจช่วยเหลือคนไทยด้วยกัน” นายแพทย์ดิตถพงษ์ กล่าวในที่สุด

คริสต์มาส-ปีใหม่…เที่ยวไหน…ใน ‘ฮ่องกง’ รวมที่เที่ยว เคาท์ดาวน์ปีใหม่ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดที่เคยจัดมา!

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/776470

คริสต์มาส-ปีใหม่...เที่ยวไหน...ใน ‘ฮ่องกง’ รวมที่เที่ยว เคาท์ดาวน์ปีใหม่ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดที่เคยจัดมา!

คริสต์มาส-ปีใหม่…เที่ยวไหน…ใน ‘ฮ่องกง’ รวมที่เที่ยว เคาท์ดาวน์ปีใหม่ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดที่เคยจัดมา!

วันพฤหัสบดี ที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 16.54 น.

ในฐานะเมืองที่ยืนหนึ่งเรื่องการเฉลิมฉลองเทศกาลคริสต์มาสในเอเชีย ฮ่องกงได้เข้าสู่สีสันและบรรยากาศงานรื่นเริงแล้วอย่างเต็มรูปแบบ  พร้อมตราทัพงานอีเวนต์สุดฟินยาวจนถึงปีใหม่ และด้านล่างนี้ก็คือลิสต์ตัวอย่างแลนด์มาร์คที่จะให้คุณได้ดื่มด่ำกับบรรยากาศคริสต์มาสกันอย่างเต็มที่ ท่ามกลางแสงไฟระยับและมู้ดละมุนของเทศกาลที่จะทำให้คุณอบอุ่นหัวใจ มาร่วมเฉลิมฉลองคริสต์มาสปีนี้กันที่ฮ่องกง และเต็มที่ไปกับทุกอีเวนต์ที่จะทำให้คุณไม่เหงาตลอดทั่วทุกมุมของเมือง

งานใหญ่แห่งปี Hong Kong Winterfest 2023

ต้นคริสต์มาสยักษ์สูงกว่า 20 เมตร ที่ตั้งตระหง่านแจกความสดใสให้กับเมืองคริสต์มาสแห่งนี้ ถือเป็นต้นคริสต์มาสกลางแจ้งที่สูงที่สุดในฮ่องกง

การแสดงดอกไม้ไฟชุด “Winter Harbourfront Pyrotechnics” โฉมใหม่ ที่จะมาทำให้ผู้ชมตื่นตาตื่นใจยาวนานถึง 10 นาที พร้อมสร้างความประทับใจให้กับผู้คนรอบชายฝั่งของอ่าววิคตอเรียแห่งนี้ และดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกที่

แลนด์มาร์คประดับไฟคริสต์มาส ณ จิมซาจุ่ย

จิมซาจุ่ยและจิมซาจุ่ยตะวันออกคือจุดชมแสงไฟประดับเทศกาลคริสต์มาสที่งดงามตระการตายอดนิยม และปีนี้ก็ยังมีการจัดแสดงอย่างอลังการเช่นเคย

ศิลปินนักออกแบบไฟประดับชาวอังกฤษ Rupert Newman นำเสนอแสงสีในรูปแบบดิจิทัล ในชื่อ ‘In-Between the Sky: A Festive Beacon’ ที่รังสรรค์ให้ฮ่องกงสำหรับช่วงเทศกาลนี้โดยเฉพาะ โดยจะจัดแสดงที่ Sino LuminArt Façade ของ Tsim Sha Tsui Centre และ Empire Centre

คริสต์มาสธีมอวกาศ ณ ห้างสรรพสินค้า Harbour City

มีการจัดแสดง BE@RBRICK 2,000% ธีมดิสนีย์กว่า 100 ตัว ตามจุดต่างๆ ทั่วฮาร์เบอร์ซิตี้ ตัวละครดิสนีย์ที่ทุกคนชื่นชอบนับสิบจะมาเริงร่าในชุดคริสต์มาสสุดน่ารักให้ได้รับชมกัน

นอกจากนี้สถานีรถไฟ “Bear Rocket Launch Station” ซึ่งตั้งอยู่ที่ลานหน้าโอเชียนเทอร์มินัลในฮาร์เบอร์ ซิตี้ ก็พร้อมที่จะเฉลิมฉลองเทศกาล Merry Spacemas ที่ไม่เหมือนใครและไม่มีใครเหมือนไปกับนักท่องเที่ยวอีกด้วย

คริสต์มาสฉบับสวนพฤกษชาติ ณ สวนเรือนกระจก 1881 Heritage

สวนเรือนกระจกสไตล์วิคตอเรียน 1881 Heritage ที่จัดไฟประดับธีมคริสต์มาสสไตล์พฤกษชาติ หรือ “Botanical Christmas” นับเป็นจุดต้องห้ามพลาดสำหรับนักท่องเที่ยวทุกคนอย่างแน่นอน

ยิ่งใหญ่ที่สุดที่เคยจัดมา: ‘งานเคาท์ดาวน์’ พร้อม ‘การแสดงมิวสิคัลดอกไม้ไฟ’ รับปี 2024!

ท่ามกลางความตื่นเต้นรับปี 2024 การจัดแสดงดอกไม้ไฟสุดยิ่งใหญ่ประกอบเพลงยาวกว่า 12 นาที ของฮ่องกงครั้งนี้จะมาเริงร่าบนผืนฟ้ายามค่ำคืนของฮ่องกงและตราตรึงหัวใจของทุกคนทั่วโลก เอาชนะทุกงานจัดแสดงส่งท้ายปีเก่าให้สมกับการรอคอย ในวันที่ 31 ธันวาคม 2023 (วันอาทิตย์) นี้

เมื่อใกล้เวลาเที่ยงคืน ด้านหน้าของศูนย์การประชุมและนิทรรศการฮ่องกง (HKCEC) จะเจิดจ้าด้วยนาฬิกานับถอยหลังขนาดยักษ์ และเมื่อเวลาเที่ยงคืนมาถึง ตัวเลข 2024 จะทำให้อาคารริมน้ำแห่งนี้สว่างไสว สร้างความอลังการที่สอดประสานกับการแสดงดอกไม้ไฟได้อย่างน่าทึ่ง ความสุขที่ส่งมอบผ่านการแสดงดนตรีแบบฟิวชั่น และการโลดแล่นของแสงสีที่มีชีวิตชีวาจะเติมเต็มหัวใจของผู้ชมทั่วโลกด้วยความสุขและความอิ่มเอม ไปพร้อมกับการที่ฮ่องกงเตรียมก้าวเข้าสู่ปี 2024 อย่างเต็มภาคภูมิ

เพื่อเป็นการสร้างบรรยากาศให้พร้อมสำหรับช่วงพีคเมื่อถึงเที่ยงคืน ฮ่องกงยังได้จัดช่วงเวลาขอพรทุกๆ 15 นาที ตั้งแต่เวลา 23.00 น. เป็นต้นไป โดยจะมีการยิงดอกไม้ไฟจากหลังคาของสามอาคารที่เป็นแลนด์มาร์คริมท่าเรือบนเกาะฮ่องกง

ทั้งนี้ ผู้ชมทั่วโลกสามารถรับชมการแสดงดอกไม้ไฟต้อนรับปีใหม่ของฮ่องกงครั้งนี้ได้ผ่านการถ่ายทอดสด

แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย YouTube https://www.youtube.com/@hongkong

 ,Facebook https://www.facebook.com/discoverhongkong

เวลาถ่ายทอดสด วันที่ 31 ธันวาคม 2023 เวลา 23:55-24:12 น. ตามเวลาฮ่องกง

5 เคล็ดลับง่ายๆ ที่ช่วยดูแลผิวกายช่วงหน้าหนาว ปรับผิวให้ฉ่ำโกลว์สวยเป๊ะตลอดทั้งวันแบบสาวเกาหลี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/776448

5 เคล็ดลับง่ายๆ ที่ช่วยดูแลผิวกายช่วงหน้าหนาว  ปรับผิวให้ฉ่ำโกลว์สวยเป๊ะตลอดทั้งวันแบบสาวเกาหลี

5 เคล็ดลับง่ายๆ ที่ช่วยดูแลผิวกายช่วงหน้าหนาว ปรับผิวให้ฉ่ำโกลว์สวยเป๊ะตลอดทั้งวันแบบสาวเกาหลี

วันพฤหัสบดี ที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 15.21 น.

พอถึงหน้าหนาวทีไรมีเรื่องต้องให้กังวลใจทุกทีโดยเฉพาะผิวแห้งแตกเป็นขุยที่เป็นปัญหาโลกแตกของสาวๆเลยทีเดียว แต่เคยสงสัยกันมั้ยว่าสาวเกาหลีเขาดูแลผิวกันอย่างไรช่วงหน้าหนาว ผิวถึงได้สวยเป๊ะปังตั้งแต่ใบหน้าจรดปลายเท้าขนาดนี้ แม้อากาศจะหนาวเย็น หิมะจะตกขนาดไหน ผิวก็ยังเนียนใสสวยได้ตลอดทั้งวัน วันนี้“แจ๊บส์”จึงไปล้วงเคล็ดลับของสาวเกาหลีมาฝากสาว ๆ กันค่ะ

อยากมีผิวสวยอย่าอาบน้ำอุ่นเป็นเวลานาน แม้การอาบน้ำอุ่นจะช่วยเรื่องลดความหนาวเย็นลงไปได้บ้าง แต่การอาบน้ำหรือแช่ตัวในน้ำอุ่นนาน ๆเป็นประจำจะทำให้ผิวยิ่งแห้งแตกเปราะบางได้ง่ายมากขึ้น  ดังนั้นเราควรอาบน้ำอุ่นแค่ 5-10 นาที เพื่อเพิ่มความอบอุ่นให้ร่างกายก็เพียงพอแล้ว และควรใช้ผลิตภัณฑ์ครีมอาบน้ำที่มีส่วนผสมของ เชียบัตเตอร์ ไฮยาลูรอนิค แอซิด  คอลลาเจน วิตามินบี5 และวิตามินอี เพื่อช่วยกักเก็บความชุ่มชื้นให้ผิวได้ยาวนาน อีกทั้งยังช่วยปลอบประโลมผิวไม่ให้แห้งตึงและแข็งแรงขึ้นได้อีกด้วย

อยากมีผิวฉ่ำน้ำต้องทาบอดี้ออยล์ลังอาบน้ำทันทีวิธีบล็อกผิวไม่ให้แห้งตึงหลังอาบน้ำคือการทาบอดี้ออยล์ในขณะที่ผิวยังหมาดๆอยู่ วิธีนี้จะช่วยเก็บกักความชุ่มชื้นให้ผิวได้ยาวนานขึ้น ลดความแห้งตึงของผิวระหว่างวันได้มากทีเดียว อีกทั้งยังช่วยให้การดูแลผิวในขั้นตอนถัดไปมีประสิทธิภาพมากขึ้นอีกด้วย

อยากบล็อกผิวให้สวยตลอดทั้งวัน ต้องเลือกผลิตภัณฑ์บำรุงผิวให้เหมาะกับสภาพอากาศ ในช่วงกลางวันแม้อากาศจะหนาวแต่แดดก็ยังคงแรงสม่ำเสมอ ดังนั้นเราควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของไวท์เทนนิ่ง และ SPF ร่วมด้วยได้ เพื่อช่วยให้ผิวไม่สัมผัสแดดโดยตรงอีกทั้งยังช่วยปกป้องและดูแลผิวไปในขั้นตอนเดียวส่วนในเวลากลางคืน

การเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมที่ช่วยเก็บกักความชุ่มชื้นอย่าง เชียบัตเตอร์ ไฮยาลูรอนิค แอซิด  คอลลาเจน วิตามินบี5 และวิตามินอี จะเป็นตัวช่วยที่ดีในการดูแลผิวหลังจากเผชิญมลภาวะมาตลอดทั้งวันอีกทั้งยังช่วยฟื้นฟูให้ผิวกลับมาเนียนนุ่มชุ่มชื้นพร้อมรับวันใหม่ได้อีกครั้ง

อยากให้ผิวเรียบเนียนช่วงหน้าหนาวต้องหลีกเลี่ยงการครับผิว เนื่องจากสภาพอากาศที่หนาวเย็น ผิวจึงอ่อนแอเป็นพิเศษและแห้งตึงแตกเป็นขุยได้ง่าย เพราะฉะนั้นการรักษาชั้นผิวภายนอกจึงเป็นสิ่งที่สำคัญในช่วงฤดูหนาวนี้ ซึ่งการสครับผิวควรเป็นสิ่งแรกที่ควรหลีกเลี่ยงไว้ก่อนเพราะอาจทำให้เกิดการระคายเคืองและการอักเสบของชั้นผิวนอกได้ และอาจทำให้เกิดริ้วรอยตามมาได้ง่ายขึ้นอีกด้วย ดังนั้นถ้าสาว ๆ อยากมีผิวเรียบเนียนตลอดหน้าหนาวนี้ ควรเลี่ยงการสครับผิวออกไปก่อนนะคะ

อยากมีผิวสุขภาพดีต้องขยันดื่มน้ำสะอาดหรือจิบน้ำอุ่นตลอดทั้งวัน  ช่วงหน้าหนาวแบบนี้ทำให้หลายคนละเลยการดื่มน้ำไป อาจส่งผลให้เกิดความไม่สมดุลของน้ำในร่างกายทั้งภายในและภายนอก ดังนั้นควรดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอเพื่อช่วยให้ผิวไม่ขาดน้ำ ช่วยให้ผิวมีสุขภาพดีมีน้ำมีนวล ไม่แห้งกร้าน แลดูเปล่งปลั่งสดใส และยังช่วยป้องกันปัญหาการเกิดริ้วรอยก่อนวัย นอกจากนี้ยังลดความเสี่ยงของโรคที่เกี่ยวกับหลอดเลือดความดันโลหิตสูง และกระเพาะปัสสาวะอักเสบที่จะตามมาได้อีกด้วย

เป็นอย่างไรบ้างคะสาว ๆ อยากมีผิวสวยสุขภาพดีตลอดหน้าหนาวนี้ ลองทำตาม5 เคล็ดลับง่ายๆ นี้ ผิวของคุณก็จะดูสวยมีสุขภาพดีได้อย่างแน่นอนค่ะ  สำหรับใครที่อยากได้ไอเทมไหนไปดูแลผิวตลอด 24 ชั่วโมง สามารถช็อปผ่านช่องทางออนไลน์ของJabs Beautyได้ที่ Tiktok, Lazada,Shopee และห้างสรรพสินค้าชั้นนำทั่วไป อาทิ 7-Eleven, Watsons, Lotus’s,CJ Express, Big C, Tops, Beautrium, Tsuruha, และร้านค้าใกล้บ้าน สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.facebook.com/jabsbeautyหรือโทร02-035-5500Line: @Jabs

เปิดตัวผ้าไหมพรีเมี่ยม Chayanna ‘กรณ์’ยกเป็น Soft Power ตัวจริง ส่งสัญญาณถึง‘อุ๊งอิ๊ง’เร่งส่งเสริม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/776392

เปิดตัวผ้าไหมพรีเมี่ยม Chayanna ‘กรณ์’ยกเป็น Soft Power ตัวจริง ส่งสัญญาณถึง‘อุ๊งอิ๊ง’เร่งส่งเสริม

เปิดตัวผ้าไหมพรีเมี่ยม Chayanna ‘กรณ์’ยกเป็น Soft Power ตัวจริง ส่งสัญญาณถึง‘อุ๊งอิ๊ง’เร่งส่งเสริม

วันพฤหัสบดี ที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 12.00 น.

เปิดตัวผ้าไหมพรีเมี่ยม Chayanna ‘กรณ์’ยกเป็น Soft Power ตัวจริง สร้างจากภูมิปัญญา กระบวนการผลิตจากธรรมชาติร้อยเปอร์เซ็นต์ ส่งสัญญาณถึง‘อุ๊งอิ๊ง’เร่งส่งเสริมผ้าไหมไทย แก้โจทย์ใหญ่ ให้มีที่ยืนในเวทีสากล 

เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ผ้าไหมพรีเมี่ยมแบรนด์ “Chayanna” ผ้าไหมพรีเมียม ของ ดร.ชญณา ศิริภิรมย์ ได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการในงาน “Bangkok Uncovered & Beyond” ซึ่งโรงแรมสุโขทัยได้จัดต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 โดยมีนายกรณ์ จาติกวณิช อดีตรมว.คลัง และนาย สุทธิพงษ์ สุริยะ ฟู๊ดสไตลิสต์ชื่อดังของเมืองไทย เข้าร่วมงาน พร้อมกับสวมเสื้อผ้าไหมแบรนด์ “Chayanna” ด้วย

ดร.ชญณา หรือ คุณจ๊ะ ย้อนความให้ฟังถึงที่มาที่ไปของผ้าไหมพรีเมียมแบรนด์ “Chayanna” ว่า เกิดจากความรักในผ้าไหมของคุณแม่ ที่เก็บสะสมมากว่า 40 ปี ทำให้ท่านมีผ้าไหมนับร้อยผืน ที่มีลวดลายงดงาม สีสันเป็นเอกลักษณ์ แตกต่างกันไปในแต่ละท้องถิ่น วันหนึ่งได้ไปเปิดตู้ พบกรุผ้าไหมของคุณแม่ เห็นแล้วชอบในทันที ยิ่งเมื่อได้สัมผัสเนื้อผ้า ที่มีความนุ่มนวล เย็นสบาย ยิ่งทำให้หลงรัก

หลังจากนั้น จึงได้นำผ้าของคุณแม่มาออกแบบตัดเย็บเป็นชุด ในแบบที่ทันสมัย สวมใส่ออกงานได้ ใช้ในชีวิตประจำวันก็โก้เก๋ ไม่ซ้ำใคร คนเห็นต่างทักว่าสวย หลายคนขอซื้อ และเมื่อมีโอกาสนำผ้าไหมไปจัดแสดงในงานต่าง ๆ คนเริ่มสอบถามแล้วว่าเป็นแบรนด์อะไร สามารถหาซื้อได้ที่ไหน โดยเฉพาะชาวต่างชาติที่ชื่นชอบผ้าไหมไทยเป็นพิเศษ ทำให้เกิดความคิดว่า เราควรจะนำผ้าไหม ซึ่งเป็น “ศิลปะแห่งภูมิปัญญา” มีเรื่องราวในทุกผืนผ้า มาพัฒนาเป็นแฟชั่น ที่สามารถสวมใส่ได้หลากสไตล์ ลงตัวในทุกโอกาส ในแบบที่เป็นตัวเอง และสามารถทำตลาดได้ทั่วโลก

“ผ้าไหมที่คุณแม่สะสมไว้เป็นแรงบันดาลใจที่ทำให้เราเริ่มศึกษาผ้าไหมอย่างจริงจัง ตั้งแต่การลงพื้นที่เฟ้นหาเส้นไหมคุณภาพ  เลือกสรรวัตถุดิบย้อมสีธรรมชาติปราศจากสารเคมี จากพืชพรรณ น้ำ และดิน ที่มีกลิ่นอายท้องถิ่นอิสาน หลอมรวมเข้าด้วยกัน จนเป็นแบรนด์ “Chayanna” ผ้าไหมมัดหมี่พรีเมี่ยม เริ่มพิถีพิถันตั้งแต่การตัดสรรเส้นไหมที่มีคุณภาพสวยงานคงทน มัดลวดลายร่วมสมัย ย้อมสีสัน โดดเด่นจากส่วนผสมของดิน แมลง พรรณไม้ที่สีสันแตกต่างตามฤดูกาล อย่างมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ผ่านการทอมืออย่างประณีตของสมาชิกกลุ่มทอผ้าในอำเภอชนบท จังหวัดขอนแก่น ซึ่งมีสมาชิกหลากหลายอายุตั่งแต่เยาวชนที่เราเน้นส่งเสริมให้เข้ามาในอาชีพนี้ จนถึงพ่อแก่แม่เฒ่าผู้มาถ่ายทอดวิชา” ดร.จ๊ะ กล่าว

“ผ้าไหมมัดหมี่ที่เราสร้างสรรค์ขึ้นมาเนื้อเนียนนุ่มแน่นเงางามไม่ต้องปูกาวก็สวยเป็นทรงดูพลิ้วธรรมชาติ และยังคงทนเพราะคุณภาพไหม และการทอละเอียดแน่น และที่สำคัญเย็นสบายระบายอากาศดีเหมาะกับการใช้งานในเมืองร้อน หรือ ใน office เพราะลวดลายเกิดจากการทอมือไม่ใช่การพิมพ์ลาย จึงถือเป็น craftsmanship ที่ใช้ฝีมือเวลาและความศรัทธาจริงๆ”

ดร.ชญณา กล่าวด้วยว่า แบรนด์ “Chayanna” ถูกออกแบบตัดเย็บอย่างประณีตทุกขั้นตอน  จากช่างผู้ชำนาญ เพื่อให้ผู้ที่สวมใส่ สวย เรียบหรู มีความร่วมสมัย มีรสนิยม สวมใส่ได้ทุกเพศ ทุกวัย ทุกเชื้อชาติ ทุกไลฟ์สไตล์ และทุกโอกาส ฉีกทุกข้อจำกัดที่เคยมีมา มี 4 ลวดลายที่สร้างสรรค์จากลายโบราณนำมาประยุกต์เพิ่มเติมให้มีเอกลักษณ์และเรื่องราวคือ ลายดวงใจดอกแก้วประยุกต์จากลายประจำกระทรวงมหาดไทยให้ละมุนอ่อนช้อยสะดุดตาขึ้น ลายบัวหลวงซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของการบูชาคุณความดีข ลายกุหลาบเล่นไฟที่มีความสวยสะดุดตา และลายคั่นนาคพิงประยุกต์การใส่เทคนิคหมี่คั่นโบราณให้เห็นถึงความมีไสตล์ผู้มาก่อนกาลของคนโบราณ และได้นำลายทั้ง 4 มาออกแบบเป็น 3 คอลเลคชั่นให้เหมาะกับทุกคน คือ 1. Nirvana หรือ นิพพาน  สะท้อนถึงความอิ่มเอมในชีวิต ให้ความหมายของชีวิตตัวเองด้วยตัวเอง สงบเย็นสบายชุดจึงถูกออกแบบให้เป็น “KIMONO ROBE” บ่งบอกถึง Unisex Dress  มีความทันสมัย โดดเด่น ในแบบที่เป็นตัวเอง 2. Diplomat  เป็นนำคุณค่าของผ้าไหมไทย มาออกแบบให้เป็น Luxury Dress  สุภาพ เรียบหรู สามารถสวมใส่เป็นทางการได้  ให้ความรู้สึก Business ที่ยังคงความ friendly เข้าถึงได้ และ 3. MetrOriental นำความเป็นไทยของผ้าไหม มาออกแบบให้มร กลิ่นอายของความเป็นคนเมืองในแบบเอเชีย หรือ oriental ใส่ความมีชีวิตชีวา สามารถสวมใส่ได้ทุกวัน สามารถเข้าไปดูได้ที่เว็ปไซต์ http://www.chayannasilk.com มีวางจำหน่ายที่ โรงแรมสุโขทัย The Sukhothai Bangkok

ด้านนายกรณ์ กล่าวว่า ด้วยคุณสมบัติของผ้าไหม ทุกคนรู้กันอยู่แล้วว่ามีความงดงาม แต่เวลาเราจะซื้อผ้าไหมที่มีการออกแบบตัดเย็บในแบบที่ทันสมัย ก็มักจะต้องพึ่งพาแบรนด์ต่างชาติเช่น Jim Thomson แต่วันนี้ สิ่งที่เรารอคอยก็มาถึง เพราะแบรนด์ “Chayanna” ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนไทย ซึ่ง ดร.ชญณา ได้นำผ้าไหมไทยที่ผ่านกระบวนการตามธรรมชาติจากท้องถิ่น มาออกแบบแนวประยุกต์เพื่อให้ผ้าไหมไทยอยู่ในชีวิตยุคปัจจุบันได้มากขึ้น เพราะที่ผ่านมาหลายคนมักมองผ้าไหม เป็นสินค้าที่เข้าถึงยาก ทั้งรูปแบบการตัดเย็บ ที่เฉพาะกลุ่มและค่อนข้างเป็นทางการ การที่ ดร.ชญณา มาออกแบบในรูปแบบที่มีดีไซน์มากขึ้น ตนใส่แล้วรู้สึกถึงความเย็นสบาย ไม่อึดอัดเหมาะกับอากาศบ้านเรา อยากให้ทุกคนลองเปิดใจมาใช้ผ้าไหมไทย จากภูมิปัญญาไทย และเป็นแบรนด์ของคนไทย นี่แหล่ะคือ Soft Power ที่รัฐบาลควรให้การสนับสนุน

“ผมเห็นแบบนี้แล้วนึกถึงคุณอุ๊งอิ๊ง แพรทองธาร ชินวัตร ในฐานะที่เป็นรองประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์ซอฟท์พาวเวอร์แห่งชาติ ที่ประกาศเอาจริงเอาจังกับการสร้าง Soft Power เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ส่วนตัวมองว่า ผ้าไหมไทยที่มีกระบวนการผลิตจากธรรมชาติร้อยเปอร์เซ็นต์ เป็นภูมิปัญญาดั้งเดิมที่กำลังจะหายไปเพราะหาคนทำยาก เมื่อมีใครนำมาประยุกต์ และสนับสนุนให้ชาวบ้านรักษาภูมิปัญญาโดยการผลิตผ้าไหมเกรดพรีเมี่ยม ออกแบบตัดเย็บได้อย่างวิจิตรแบบนี้ รัฐควรต้องตีโจทย์ว่าจะทำอย่างไรให้ผ้าไหมไทยของเราไปถึงชาวโลกได้ ซึ่งแน่นอนว่าต้องเริ่มจากคนไทยให้การสนับสนุนก่อน และมีรัฐบาลช่วยส่งเสริม” นายกรณ์ กล่าว

สอดคล้องกับ นายสุทธิพงษ์ ฟู้ดสไตลิสต์ชื่อดังเจ้าของวลี “local สู่เลอค่า” ก็มองว่า ในความเป็นไทยเรื่องของเอกลักษณ์ความเป็น Soft Power ทั่วโลกให้การยอมรับผ้าไหมไทย แต่เวลาพูดถึงผ้าไหมคนมักจะมองว่าเป็นของจับต้องยาก เหมาะกับคนสูงวัยและต้องใช้ในงานที่เป็นทางการเท่านั้น แต่ ดร.จ๊ะ เข้าใจคนรุ่นใหม่ และมีความร่วมสมัย จึงได้ออกแบบผ้าไหมในทุกรายละเอียด ให้เหมาะกับคนทุกวัย ทุกสไตล์ โดยยังคงความเป็นไทยซึ่งเป็นรากฐานของวัฒนธรรม ในฐานะที่เป็น Creative บอกได้เลยว่าแบรนด์ “Chayanna” เป็น Soft Power ที่ส่งออกสู่ตลาดต่างประเทศได้ อย่างภาคภูมิใจ

พิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ’หลักสูตรการยุติความรุนแรง ลดการตีตรา และการเลือกปฏิบัติด้วยเหตุแห่งอัตลักษณ์ทางเพศและวิถีทางเพศ’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/776638

พิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ'หลักสูตรการยุติความรุนแรง ลดการตีตรา และการเลือกปฏิบัติด้วยเหตุแห่งอัตลักษณ์ทางเพศและวิถีทางเพศ'

พิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ’หลักสูตรการยุติความรุนแรง ลดการตีตรา และการเลือกปฏิบัติด้วยเหตุแห่งอัตลักษณ์ทางเพศและวิถีทางเพศ’

วันศุกร์ ที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 14.32 น.

กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์, คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล และสมาคมฟ้าสีรุ้งแห่งประเทศไทย ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ“หลักสูตรการยุติความรุนแรง ลดการตีตรา และการเลือกปฏิบัติด้วยเหตุแห่งอัตลักษณ์ทางเพศและวิถีทางเพศ” พิธีนี้เป็นการเริ่มต้นอย่างเป็นทางการของความคิดริเริ่มที่ก้าวล้ำที่มุ่งยุติความรุนแรงและลดการตีตราและการเลือกปฏิบัติตามอัตลักษณ์ทางเพศและวิถีทางเพศ โดยมีนายอนุกูล ปีดแก้ว ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เป็นประธาน และเอกอัครราชทูตโรเบิร์ต เอฟ. โกเด็ก เอกอัครราชทูตสหรัฐประจำประเทศไทย พร้อมแขกผู้มีเกียรติจากสหประชาชาติ นายเรโนด์ เมเยอร์ ผู้แทนประจําโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ (UNDP) ในประเทศไทย ร่วมแสดงความยินดีอย่างสุดซึ้งในโอกาสนี้

การพัฒนาหลักสูตรการฝึกอบรมที่ครอบคลุมในหัวข้อ “หลักสูตรการยุติความรุนแรง ลดการตีตรา และการเลือกปฏิบัติด้วยเหตุแห่งอัตลักษณ์ทางเพศและวิถีทางเพศ” เป็นความร่วมมือระหว่างกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ คณะสาธารณสุขศาสตร์มหาวิทยาลัยมหิดล และสมาคมฟ้าสีรุ้งแห่งประเทศไทย โดยได้รับการสนับสนุนจากสถานทูตสหรัฐฯ ผ่านทาง the U.S. President’s Emergency Plan for AIDS Relief (PEPFAR) ผ่านองค์การเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศของสหรัฐอเมริกา (United States Agency for International Development – USAID) เพื่อกระจายแหล่งเงินทุนโดยดําเนินการตามแผนความยั่งยืนด้วยการพัฒนารูปแบบธุรกิจเพื่อสังคม (วิสาหกิจเพื่อสังคม) การจัดทำหลักสูตรการฝึกอบรมนี้ ยังได้รับการสนับสนุนจากสํานักงานว่าด้วยยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ (UNODC) และโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ (UNDP) วัตถุประสงค์หลักของหลักสูตร คือ การเสริมสร้างศักยภาพของเยาวชนโดยเฉพาะชุมชน LGBTQI+ โดยการส่งเสริมความเข้าใจและส่งเสริมความหลากหลายทางเพศเพื่อลดการตีตราและการเลือกปฏิบัติ หลักสูตรการฝึกอบรมนี้ยังมีจุดมุ่งหมายเพื่อเริ่มต้นกระบวนการขัดเกลาทางสังคมทางเพศในหมู่เยาวชนและสังคมโดยรวม ซึ่งเอื้อต่อการพัฒนาผู้นําที่สามารถให้ความช่วยเหลือและป้องกันผู้ที่เผชิญกับความรุนแรง การตีตรา การเลือกปฏิบัติและการละเมิดสิทธิมนุษยชนภายในชุมชนของตนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ USAID มุ่งมั่นที่จะให้การสนับสนุนด้านเทคนิคเพื่อให้สามารถขยายโปรแกรมให้ครอบคลุมภาคเอกชนและภาครัฐต่างๆ เพื่อตอกย้ำความสามารถในการสร้างผลกระทบที่ยั่งยืนต่อชุมชน

นายอนุกูล ปีดแก้ว ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กล่าวว่า  การศึกษาและพัฒนาหลักสูตรเพื่อยุติความรุนแรง ลดการตีตรา และการเลือกปฏิบัติด้วยเหตุแห่งอัตลักษณ์ทางเพศและวิถีทางเพศ โดยสมาคมฟ้าสีรุ้งแห่งประเทศไทย คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล และกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เป็นเครื่องมือหนึ่งที่สำคัญ เป็นกระบวนการในการออกแบบกิจกรรมให้เหมาะสมกับทุก ๆ บริบท และองค์กร ซึ่งจะช่วยการปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์ ให้หน่วยงานราชการ สถาบันการศึกษา องค์กรภาคเอกชน และประชาชนทั่วไป มีความคิดที่ให้ความสำคัญกับความหลากหลายทางเพศ ตระหนักรู้และยอมรับการดำรงอยู่และสิทธิของบุคคลเพศอื่น ๆ นอกเหนือจากชายและหญิง ซึ่งมีความสอดคล้องกับหลักการสิทธิมนุษยชนสากลตามพันธกรณีระหว่างประเทศ ความเปลี่ยนแปลงนี้จะเกิดขึ้นเมื่อเราสร้างพื้นที่ที่เต็มไปด้วยความเข้าใจ การสนับสนุนที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งจะเป็นการเริ่มต้นของการสร้างสังคมที่รับรู้ความแตกต่างเพศและสร้างความสัมพันธ์ที่มั่นคงและสร้างสรรค์ได้แก่ทุกคนในสังคม ในนามของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าภาคีเครือข่ายทุกท่านในวันนี้จะร่วมกันการผลักดัน สนับสนุน การยุติความรุนแรง ลดการตีตรา และการเลือกปฏิบัติด้วยเหตุแห่งอัตลักษณ์ทางเพศและวิถีทางเพศในสังคม เกิดการบูรณาการการทำงานร่วมกันอย่างยั่งยืน ต่อไป

สมาคมฟ้าสีรุ้งแห่งประเทศไทยซึ่งเป็นองค์กรภาคประชาสังคมที่อุทิศตนรับใช้มา 25 ปี ให้ความสําคัญอย่างยิ่งกับการเพิ่มขีดความสามารถของชุมชน สุขภาพ และสิทธิมนุษยชน สมาคมมุ่งมั่นที่จะส่งเสริมการพึ่งพาตนเองและยกระดับคุณภาพชีวิตของสมาชิกในชุมชนจากทุกสาขาอาชีพเพื่อช่วยให้ประเทศไทยสร้างสังคมที่ครอบคลุมและเท่าเทียมกันมากขึ้นตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ดังนั้นสมาคมจึงตระหนักถึงความสําคัญของการพัฒนาขีดความสามารถของแต่ละบุคคลสร้างความรู้ความเข้าใจขององค์กรและสร้างความตระหนักทางสังคมในการขจัดอคติต่อเพศและอัตลักษณ์ทางเพศ นี่เป็นหนึ่งในปัจจัยที่นําไปสู่การตีตราและการเลือกปฏิบัติตลอดจนการกระทําความรุนแรงทางเพศต่อผู้หญิงคนข้ามเพศและคนที่มีความหลากหลายทางเพศ สมาคมฯ ได้มีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนและเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับพระราชบัญญัติความเท่าเทียมทางเพศ พ.ศ. 2558 (2015) โดยมีเป้าหมายเพื่อให้แน่ใจว่าบุคคลได้รับการคุ้มครองและปกป้องตามเพศของพวกเขา

‘เพิร์ธ-เอเจ-เจเจ’สุดภูมิใจ!!คว้าปริญญาจากรั้ว มศว. พร้อมลุยงานในวงการบันเทิงเต็มที่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/776634

'เพิร์ธ-เอเจ-เจเจ'สุดภูมิใจ!!คว้าปริญญาจากรั้ว มศว. พร้อมลุยงานในวงการบันเทิงเต็มที่

‘เพิร์ธ-เอเจ-เจเจ’สุดภูมิใจ!!คว้าปริญญาจากรั้ว มศว. พร้อมลุยงานในวงการบันเทิงเต็มที่

วันศุกร์ ที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 14.22 น.

ขอแสดงความยินดีกับ 3 บัณฑิตใหม่ป้ายแดง“เพิร์ธ-ธนพนธ์ สุขุมพันธนาสาร, เอเจ-ชยพล จุฑามาศ, เจเจ-ชยกร จุฑามาศ”นักแสดงสังกัด GMMTV”ที่จบการศึกษาปริญญาตรีวิทยาลัยนวัตกรรมสื่อสารสังคมมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒประจำปีการศึกษา 2565ได้สำเร็จหลังจากได้ทุ่มเทและตั้งใจทำงานควบคู่ไปกับการเรียนสร้างความภาคภูมิใจและดีใจให้กับทั้ง 3 คนเป็นอย่างมากเรียกว่าทั้งหล่อและเก่งครบเครื่องจริงๆโดย“เพิร์ธ” สำเร็จการศึกษาสาขาวิชาเอกการแสดงและกำกับการแสดงภาพยนตร์ส่วน “เอเจ” และ “เจเจ”สำเร็จการศึกษาสาขาวิชาเอกการจัดการธุรกิจไซเบอร์ซึ่งหลังจากนี้ก็พร้อมเดินหน้าทำงานในวงการบันเทิงกันอย่างเต็มที่โดยมีครอบครัว และเพื่อนๆ นักแสดง อาทิชิม่อนวชิรวิชญ์,นนน กรภัทร์, ปอนด์ ณราวิชญ์, ภูวินทร์ ตั้งศักดิ์ยืน, โอม ภวัต, พร้อม ทีปกร, มาร์ค ณฐริศร์, ปาแปง พรหมพิริยะ, อลิส อลีสญาฌ์ ฯลฯรวมถึงเหล่าแฟนคลับที่มาร่วมแสดงความยินดีกันอย่างอบอุ่น ณ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตรเมื่อวันที่ 22ธันวาคม 2566