ใครนอนไม่หลับยกมือขึ้น แล้วเราเป็น ‘โรคนอนไม่หลับ’ ใช่หรือเปล่า?

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/757424

ใครนอนไม่หลับยกมือขึ้น แล้วเราเป็น ‘โรคนอนไม่หลับ’ ใช่หรือเปล่า?

ใครนอนไม่หลับยกมือขึ้น แล้วเราเป็น ‘โรคนอนไม่หลับ’ ใช่หรือเปล่า?

วันอังคาร ที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2566, 07.00 น.

หากเราต้องใช้เวลาที่จะนอนนานกว่า 20 นาทีถึงจะหลับได้ ก็ถือว่าเริ่มเข้าข่ายเป็น “โรคนอนไม่หลับ” ที่สมัยนี้คนเป็นกันมาก หากปล่อยเรื้อรังอาจจะมีผลต่อสุขภาพในระยะยาวได้

แพทย์หญิงณัฏฐพัชร์ ลำเลียงพล จิตแพทย์ Bangkok Mental Health Hospital : BMHH ให้ข้อมูลว่า โรคนอนไม่หลับ หรือ Insomnia คือภาวะที่ผู้ป่วยมีอาการนอนไม่หลับ หรือหลับไม่สนิท นอนหลับยาก อาการของโรคนอนไม่หลับอาจมีการแสดงออกที่หลากหลาย เช่น นอนหลับยาก หรือนอนไม่หลับตั้งแต่ต้น ตื่นขึ้นมาในช่วงกลางคืน และ/หรือตื่นเช้าเกินไปหลับตื้น หลับไม่สนิท หลับแล้วตื่นบ่อยๆ (Interrupted sleep) ตื่นแล้วไม่สามารถนอนหลับได้อีก ง่วงนอนในเวลากลางวันแต่นอนไม่หลับในเวลากลางคืน เหล่านี้เป็นต้น

แล้วคนเราควรนอนวันละกี่ชั่วโมง? โดยปกติ คนเรามีชั่วโมงการนอนที่แตกต่างกันตามช่วงอายุ โดยจำนวนชั่วโมงที่เหมาะสมสำหรับการนอนหลับพักผ่อนที่เพียงพอในแต่ละวัยเป็นดังนี้ เด็กแรกเกิด : 14-17 ชั่วโมงต่อวัน อายุ 1 ปี : 14 ชั่วโมงต่อวัน อายุ 2 ปี : 12-14 ชั่วโมงต่อวัน อายุ 3-5 ปี : 10-13 ชั่วโมงต่อวัน อายุ 6-13 ปี : 9-11 ชั่วโมงต่อวัน อายุ 14-17 ปี : 8-10 ชั่วโมงต่อวัน ผู้ใหญ่ : 7-9 ชั่วโมงต่อวัน สำหรับผู้สูงอายุจะมีชั่วโมงการนอนที่สั้นลงได้ เพราะร่างกายสามารถผลิตสารที่ช่วยให้นอนหลับได้ลดน้อยลง ทั้งนี้ บุคคลแต่ละคนอาจมีจำนวนชั่วโมงการนอนที่มาก หรือน้อยกว่าค่าเฉลี่ยได้ วิธีการสังเกตอย่างง่ายว่าตนเองนอนเพียงพอ คือถ้ากลางวันรู้สึกสดชื่นดี ไม่ง่วงเหงาหาวนอน นั่นคือร่างกายได้รับการนอนที่เพียงพอแล้ว

โรคนอนไม่หลับสามารถเกิดขึ้นได้กับทุกเพศ ทุกวัย แต่มักพบมากในผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย และพบมากขึ้นในผู้สูงอายุ ซึ่งโรคนอนไม่หลับนี้อาจส่งผลให้เกิดการสูญเสียสมรรถภาพในการทำงาน อ่อนเพลีย ขาดสมาธิ อย่างไรก็ตาม การนอนไม่หลับเรื้อรัง เป็นอาการที่ควรได้รับการประเมินและตรวจรักษาอย่างเหมาะสม เพราะอาจส่งผลเสียต่อการทำงาน ส่งผลต่อสุขภาพ เพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นโรคเรื้อรัง เช่น โรคหัวใจ โรคหลอดเลือดสมองตีบ และยังนำไปสู่ปัญหาทางอารมณ์ ความจำ และสมาธิ นอกจากนี้การนอนไม่หลับยังอาจบ่งชี้ถึงโรคทางจิตเวชหลายชนิด

สาเหตุของการนอนไม่หลับ อาจเกิดจากปัจจัยทางสุขภาพกายหรือทางจิตใจหลายอย่าง สาเหตุทางการแพทย์ที่พบบ่อย ได้แก่ ความเจ็บปวดทางกาย ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (Obstructive sleep apnea) กลุ่มอาการขาอยู่ไม่สุข (Restless Legs Syndrome) หรืออาจเกิดจากได้รับยาบางตัวที่มีผลข้างเคียงทำให้นอน
ไม่หลับเป็น เช่น ยาขยายหลอดลมสำหรับโรคหอบหืด ยาขับปัสสาวะ ประมาณ 50% ของผู้ป่วยที่มาพบแพทย์ด้วยอาการนอนไม่หลับ มีสาเหตุจากปัญหาทางจิตใจ เช่น โรคซึมเศร้า (Major depressive disorder) โรควิตกกังวล (Anxiety disorder) โรคย้ำคิดย้ำทำ (Obsessive-compulsive disorder) โรคไบโพลาร์ (Bipolar disorder) โรคเครียดภายหลังเผชิญเหตุการณ์สะเทือนขวัญ (Post-traumatic stress disorder) หรืออาจเกิดจากความวิตกกังวล หรือความเครียดที่เข้ามากระทบในช่วงนั้น โดยสาเหตุที่ต่างกัน อาจทำให้ลักษณะการนอนไม่หลับแตกต่างกันไป นอกจากนี้การใช้ยานอนหลับเป็นเวลานานอาจส่งผลให้อาการนอนไม่หลับแย่ลง และเกิดการดื้อยาได้

เมื่อมีอาการนอนไม่หลับ เบื้องต้นมีแนวทางการปฏิบัติเพื่อช่วยให้นอนหลับดีขึ้น ดังต่อไปนี้ 

1.เข้านอนเมื่อรู้สึกง่วง

2.หากนอนไม่หลับภายใน 15 ถึง20 นาที อาจลุกจากเตียงเพื่อไปทำกิจกรรมอื่นๆ ที่ช่วยให้ผ่อนคลาย แล้วจึงกลับมานอนอีกครั้ง

3.ใช้เตียงเพื่อการนอนเท่านั้น ไม่อ่านหนังสือ รับประทานอาหาร ดูทีวีหรือทำงานบนเตียง 4.เข้านอนและตื่นนอนเวลาเดิมทุกวัน

5.หลีกเลี่ยงการงีบหลับระหว่างวัน 6.จัดสภาพแวดล้อมในห้องนอนให้เหมาะสม เช่น มืดสนิท ไม่มีเสียงรบกวน หรืออาจมีดนตรีเบาๆ หรือเสียงที่ทำให้นอนหลับ เช่น White noise มีเตียงและหมอนที่นอนแล้วสบาย อุณหภูมิเหมาะสม ไม่ร้อนหรือเย็นเกินไป

7.ทำกิจกรรมที่ทำให้รู้สึกผ่อนคลายในช่วงเย็นและก่อนเข้านอน เช่น อ่านหนังสืออ่านเล่น ฟังธรรมะ ฟังเพลง นั่งสมาธิ 8.หลีกเลี่ยงการใช้คอมพิวเตอร์ โทรศัพท์มือถือ และ
แท็บเลตต่างๆ อย่างน้อย 1 ชั่วโมงก่อนเข้านอน 9.หลีกเลี่ยงการรับประทานเครื่องดื่มที่มีกาเฟอีน 10.หลีกเลี่ยงการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เนื่องจากจะทำให้หลับไม่สนิท 11.ออกกำลังกายทุกวัน แต่เว้นช่วงเวลาก่อนเข้านอนอย่างน้อย 2 ชั่วโมง 12.จัดการกับความเครียด ซึ่งอาจเป็นสาเหตุของการนอนไม่หลับ 13.อาหารบางชนิดมีสารที่ช่วยเรื่องการนอนได้ เช่น นม กล้วย โดยรับประทานก่อนนอนในปริมาณที่เหมาะสม ไม่มากจนจุกแน่นท้อง

อย่างไรก็ตาม อาการที่ควรปรึกษาแพทย์ คือ มีปัญหาในการนอนหลับหรือหลับไม่สนิทเป็นเวลานานกว่า 1 เดือน ใช้ยานอนหลับนานกว่า 2 ถึง 4 สัปดาห์ รวมทั้งการนอนไม่หลับส่งผลกระทบต่อสุขภาพร่างกาย การทำงาน หรือการใช้ชีวิต

วันอัลไซเมอร์โลก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/757422

วันอัลไซเมอร์โลก

วันอัลไซเมอร์โลก

วันอังคาร ที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2566, 06.45 น.

เนื่องในวันที่ 21 กันยายนของทุกปี เป็นวันอัลไซเมอร์โลกวันนี้เราจึงอยากมาแนะนำให้ผู้อ่านทุกท่านรู้จักโรคนี้เข้าใจถึงความสำคัญ สาเหตุ และเมื่อใดควรจะสงสัย เพื่อประโยชน์สำหรับผู้อ่านทุกท่านและบุคคลใกล้ชิด

โรคอัลไซเมอร์ เป็นโรคที่เกิดจากการเสื่อมลงของสมอง(Neurodegenerative disease) อาการหลักของโรคคือมีความบกพร่องของความทรงจำแบบค่อยเป็นค่อยไปและท้ายสุดส่งผลต่อการดำเนินชีวิตประจำวันรวมถึงการช่วยเหลือตัวเอง ในปัจจุบันสามารถตรวจวินิจฉัยได้ และมีการพัฒนายาต่างๆ เพื่อการรักษา ร่วมกับการปรับพฤติกรรมเพื่อให้ผู้ป่วยสามารถดำรงชีวิตได้ดียิ่งขึ้น

อาการของโรคอัลไซเมอร์ สัญญาณเริ่มแรกของโรคคือการสูญเสียความจำ ผู้ป่วยโรคอัลไซเมอร์อาจไม่รู้ตัวว่ามีปัญหาในการจดจำสิ่งต่างๆ แต่ญาติหรือคนดูแลอาจสังเกตเห็นแนวโน้มความจำ การรับรู้ที่ลดลงได้ดีกว่า และสามารถพาผู้ป่วยมาเข้าสู่ขั้นตอนตรวจรักษา

ความทรงจำ ผู้ป่วยโรคอัลไซเมอร์จะมีความบกพร่องด้านความทรงจำเป็นหลัก โดยผู้ป่วยอาจพูดและถามประโยคเดิมซ้ำๆ มีปัญหาในการนึกคำหรือเรียกสิ่งของ ลืมชื่อบุคคลในครอบครัว หลงในที่คุ้นเคย เป็นต้น

ความสามารถและทักษะต่างๆ แม้ผู้ป่วยจะเริ่มมีความบกพร่องด้านความจำ แต่ทักษะต่างๆ จะคงอยู่เนื่องจากควบคุมด้วยสมองส่วนอื่น อย่างไรก็ตามเมื่อการดำเนินโรค
มากขึ้นและจะมีความเสื่อมของสมองส่วนอื่นร่วมด้วย ผู้ป่วยอาจสูญเสียความสามารถที่มี เช่น การเขียนหนังสืออ่านหนังสือ การวาดรูป หรือแม้กระทั่งทักษะสำคัญในการดำรงชีวิต เช่น การอาบน้ำ การแต่งตัว การทานอาหาร ทำให้ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้

การคิดและการใช้เหตุผล ผู้ป่วยที่เป็นโรคอัลไซเมอร์จะสูญเสียความสามารถในการตัดสินใจ ไม่สามารถเลือกของ หรือใช้อุปกรณ์ได้ถูก ไม่สามารถแก้ไขสถานการณ์ได้อย่างเหมาะสม ใช้สิ่งของผิดวิธีหรือลืมวิธีการทำงานพื้นฐานทั่วไปตามลำดับขั้น เช่น เดิมผู้ป่วยสามารถทำขนมได้ แต่ปัจจุบันไม่สามารถจำขั้นตอนการทำนั้นๆ ได้

บุคลิกภาพและพฤติกรรม ผู้ป่วยอาจมีอาการเปลี่ยนแปลงทางพฤติกรรม และอารมณ์ อาจมีลักษณะกระสับกระส่าย นิ่งเงียบ หรือมีภาวะแยกตัว มีพฤติกรรมการนอนหลับที่เปลี่ยนแปลงไป หรืออาจพบภาวะซึมเศร้า อารมณ์แปรปรวน หงุดหงิดและก้าวร้าวสลับกันไปแต่ละช่วงของโรค (Behavioral psychological symptom of dementia, BPSD)

สาเหตุ โรคอัลไซเมอร์เกิดจากหลายสาเหตุ ไม่ว่าจะเป็นด้านพันธุกรรม การดำรงชีวิตและปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อมพยาธิสภาพของโรคจะเริ่มในสมองส่วนความทรงจำ(Hippocampus) โดยพบมีการสะสมของโปรตีนผิดปกติ เช่น โปรตีน amyloid และ โปรตีน tau ในเซลล์ประสาท ทำให้เซลล์ประสาทเสื่อมสภาพ ส่งผลให้เซลล์สมองตาย จึงมักตรวจพบ
ความฝ่อหรือเหี่ยวของสมองด้านความทรงจำ หลังจากนั้นอาจพบในส่วนสมองส่วนอื่นๆ เมื่อโรคเป็นมากขึ้น โดยระบบการทำงานของสมองมักถูกทำลายก่อนมีอาการแสดง

ปัจจัยเสี่ยง

อายุ : โรคอัลไซเมอร์มักพบในช่วงอายุ>65 ปี มีการศึกษาพบว่าในประชากร 1,000 คน แต่ละปีในช่วงอายุ 65-74 ปี จะพบผู้ป่วยโรคอัลไซเมอร์ 2 คน ในขณะที่ช่วงอายุ 75-84 ปี สามารถพบผู้ป่วย 11 คน และในช่วงมากกว่า 85 ปีขึ้นไป จะพบผู้ป่วยโรคอัลไซเมอร์ได้ถึง 37 คน แสดงให้เห็นว่าอายุที่มากขึ้นเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรคอัลไซเมอร์

เพศ ความเสี่ยงของโรคอัลไซเมอร์ระหว่างเพศชายและเพศหญิงมีความแตกต่างกันเล็กน้อย

ประวัติครอบครัวและพันธุกรรม กลไกทางพันธุกรรมในครอบครัวส่วนใหญ่ของโรคอัลไซเมอร์ยังคงไม่สามารถอธิบายได้ แต่หากมีประวัติบุคคลคนในครอบครัวเป็นโรค
อัลไซเมอร์ ก็จะเพิ่มความเสี่ยงของการเป็นโรคนี้มากขึ้นในปัจจุบันค้นพบว่าหากมีพันธุกรรมที่เกี่ยวข้องกับการสร้าง apolipoprotein E (APOE e4) ผิดปกติ จะมีความเสี่ยงให้เป็นโรคอัลไซเมอร์

การบาดเจ็บศีรษะอย่างรุนแรง บุคคลที่มีการบาดเจ็บทางศีรษะอย่างรุนแรงจะมีความเสี่ยงต่อเป็นอัลไซเมอร์มากกว่าเช่น นักมวย นักรักบี้

การนอนหลับที่ผิดปกติ มีงานวิจัยพบว่าผู้ที่มีปัญหาในการนอนหลับ เช่น การหยุดหายใจขณะนอนหลับหรือโรคนอนไม่หลับ จะมีความเสี่ยงสูงกับการเป็นโรคอัลไซเมอร์

วิธีการดำเนินชีวิตและโรคร่วม การขาดการออกกำลังกาย โรคอ้วน การสูบบุหรี่ โรคเบาหวานประเภท 2 ภาวะความดันโลหิตสูงและคอเลสเตอรอล โรคหลอดเลือดสมอง เป็นต้น

โรคดาวน์ซินโดรม คนที่เป็นโรคดาวน์ซินโดรมจำนวนมากจะพบภาวะโรคอัลไซเมอร์ร่วมด้วย โดยมีอาการเร็วกว่าคนปกติทั่วไป 10-20 ปี สาเหตุหลักเป็นผลจากพันธุกรรมของโครโมโซมคู่ที่ 21

เมื่อใดควรพบแพทย์เพื่อประเมินและทำการตรวจรักษา

หากมีปัญหาความทรงจำผิดปกติ การตัดสินใจช้าลง บุคลิกภาพหรือพฤติกรรมเปลี่ยนแปลงไป และส่งผลต่อการดำรงชีวิตควรพบแพทย์เพื่อรับการประเมินและวินิจฉัยอย่างละเอียด

การวินิจฉัยโรค

การตรวจประเมินประวัติและอาการจากผู้ป่วยและญาติใกล้ชิด แพทย์ผู้ตรวจมักสอบถามประวัติจากผู้ป่วย ญาติ หรือผู้ดูแลทั้งด้านความรุนแรงของความบกพร่อง การใช้ชีวิตประจำวัน ระยะเวลาดำเนินของโรค รวมถึงโรคร่วมต่างๆผู้ป่วยจะได้รับการตรวจร่างกายเบื้องต้นเพื่อหาสาเหตุอื่นๆ ของโรคความจำบกพร่อง เพื่อวินิจฉัยแยกภาวะทางจิตใจ เช่น โรคซึมเศร้า หรือโรคทางกายที่มีอาการคล้ายกับโรคอัลไซเมอร์หลังจากนั้นผู้ป่วยจะได้รับการประเมินด้วยแบบทดสอบด้านความจำ และทักษะต่างๆ Thai Mental State Examination (TMSE), และ Montreal Cognitive Assessment (MoCA) เพื่อตรวจสอบภาวะบกพร่องทางความจำ

การตรวจทางห้องปฏิบัติการ เนื่องจากภาวะความจำเสื่อม (Dementia) นั้นเกิดได้จากหลายโรคนอกเหนือจากโรคอัลไซเมอร์ การตรวจทางห้องปฏิบัติการทำให้แพทย์สามารถแยกแยะสาเหตุของการสูญเสียความจำจากสาเหตุอื่น เช่น ความผิดปกติของต่อมไทรอยด์หรือการขาดวิตามิน B12 โรคติดเชื้อกลุ่มซิฟิลิส นอกจากนี้ ยังมีการตรวจน้ำไขสันหลังเมื่อสงสัยภาวะอื่นๆ เช่น ภาวะน้ำในโพรงสมอง และ การติดเชื้อซิฟิลิส หรืออาจมีการตรวจเฉพาะเพื่อหาสารบางชนิด หรือการตรวจทางพันธุกรรม

ภาพถ่ายรังสีสมอง การสแกนสมองจะสามารถให้การวินิจฉัยอัลไซเมอร์ได้ถูกต้องแม่นยำมากขึ้นตั้งแต่ระยะเริ่มแรกและให้การวินิจฉัยแยกกลุ่มโรคความจำเสื่อมประเภทอื่น ปัจจุบันมีการตรวจ เช่น Magnetic resonance(MRI) imagingและ FDG Brain PET Scan โดยหากมีโรค Alzheimer disease มักตรวจพบว่ามีความฝ่อ หรือเหี่ยวของสมองส่วนความจำ Hippocampus นอกจากนั้นการตรวจภาพถ่ายรังสีสมองยังสามารถแยกโรคอื่นๆ ได้ด้วย เช่น น้ำในโพรงสมอง หรือภาวะความจำบกพร่องจากโรคหลอดเลือดสมอง

การรักษา

ในปัจจุบันมีการรักษาเพื่อช่วยให้อาการของผู้ป่วยดีขึ้นแต่ยังไม่สามารถรักษาโรคอัลไซเมอร์ให้หายขาดได้ โดยมียาช่วยเรื่องของความทรงจำและปรับพฤติกรรมของผู้ป่วย

Cholinesterase inhibitor โดยยาจะไปยับยั้งเอนไซม์ที่ไปทำลายสารสื่อประสาท Acetyl choline ทำให้สารสื่อประสาทสามารถทำหน้าที่สื่อสารระหว่างเซลล์ทำงานได้มากขึ้น
สามารถเริ่มใช้ได้ในผู้ป่วยที่มีอาการตั้งแต่ระยะแรก โดยมีทั้งในรูปแบบรับประทานและแผ่นแปะ

N-methyl-D-aspartate (NMDA) receptor antagonist ใช้ในผู้ป่วยที่มีอาการระดับปานกลางถึงรุนแรงมักใช้ควบคู่กับยากลุ่ม Cholinesterase inhibitor

ยาปรับพฤติกรรม และอารมณ์ เป็นยาที่ใช้เพื่อลดอาการด้านพฤติกรรม และอารมณ์ต่างๆ ในผู้ป่วยโรคอัลไซเมอร์ทำให้ผู้ป่วยและผู้ดูแลสามารถมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

ในอนาคตจะมียากลุ่ม Targeted therapy เพื่อใช้ลด Amyloid ซึ่งเป็นสิ่งที่เจอได้และคาดหวังว่าจะลดการดำเนินของโรคได้อย่างไรก็ตาม การใช้ยาในกลุ่มนี้อาจจำเป็นต้องตรวจทางรังสีเพิ่มเติมเพื่อประเมินการสะสมโปรตีนผิดปกติในสมอง

การรักษาโดยไม่ใช้ยา ถือเป็นอีกการรักษาที่สำคัญ ควรสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัย เช่น การเก็บสิ่งของเครื่องใช้ไว้ที่เดิมเพื่อง่ายต่อการจดจำ การกระตุ้นให้ผู้ป่วยมีปฏิสัมพันธ์ นอกจากนี้ ญาติหรือผู้ดูแลถือว่ามีบทบาทสำคัญโดยต้องมีความเข้าใจในตัวโรค อาจช่วยจัดยาให้ผู้ป่วยรับประทานตามเวลา และให้ผู้ป่วยพกเครื่องมือสื่อสารหรือกระดาษโน้ตซึ่งมีความสามารถในการบอกตำแหน่งได้เพื่อป้องกันการหลงทาง

พ.ท.นพ.ศักดิ์สิทธิ์ ศักดิ์สูง

อายุรแพทย์ ระบบประสาทและสมอง รพ.พระมงกุฎเกล้า

ราชวิทยาลัยอายุรแพทย์แห่งประเทศไทย

คุณแหน : 19 กันยายน 2566

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/757407

วันอังคาร ที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ll เรื่องการรักษาความปลอดภัยบุคคลสำคัญของประเทศเป็นเรื่องละเลยไม่ได้เด็ดขาด…สมัยติดตามไปสหรัฐฯกับคณะวีไอพีของท่าน พล.อ.อาทิตย์ กำลังเอก “STRONGMAN” ของประเทศในยุคนั้น เห็นเลยว่าหน่วย “SECRET SERVICE” เขาเฮี้ยบมาก และมีการวางแผนรัดกุมทุกขั้นตอน เพียงเพื่อคุ้มครองวีไอพีเท่านั้น ในกรณีของ ฯพณฯ SECRET SERVICE ไม่ยอมแม้แต่ให้ ฯพณฯ ไปนั่งรถลีมูซีนของสถานทูตไทยต้องเดินทางด้วยรถหุ้มเกราะ (ARMOURED CAR) ของเขาเท่านั้น…มาถึงยุครัฐบาลไทยป้ายแดงรมว.กห. สุทิน คลังแสง เป็น สส.ต่างจังหวัดมาหลายสมัยใช้ชีวิตแบบเรียบง่าย แต่เช้าหลังการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง รมว.กห. ตื่นมาแทบตกใจหน้าบ้านพักมีรปภ.ทุกชนิดจากหน่วยงานความมั่นคง ทั้งจาก กห., ทบ., ทร., ทอ., และแน่นอน ศรภ. ยืนเรียงรายวันทยหัตถ์ทำความเคารพตอนเช้า นี่ก็เป็นปัญหาอีกแง่มุมของ VVIP ระดับ รมว.กห. เพราะท่านเป็นผู้บังคับบัญชาสูงสุดของหน่วยงานความมั่นคงทั้งประเทศ จึงต้องเป็นไข่ในหิน จำนวนบุคคลเหล่านี้ที่จะติดสอยห้อยตามไม่น้อยกว่า 30 คน นับเป็นเรื่องที่ท่าน รมว.จะต้องเตรียมจัดหาป้อม-กระโจมและที่จอดรถจำนวนมากไว้อำนวยความสะดวก…

ll ในส่วนของ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี เศรษฐา ทวีสิน ก็ไม่แตกต่างกันเลยการรักษาความปลอดภัยเป็นไปอย่างรัดกุม เพราะหมายถึงความมั่นคงของรัฐตำแหน่งนายกฯได้รับการคุ้มครองจากทุกหน่วยงานอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็น สตช., สอบสวนกลาง,สันติบาล, 3 เหล่าทัพ, คอมมานโด และโดยภารกิจศรภ. ต้องเข้ามาเป็นแกนหลัก แต่ประทานโทษสำหรับรัฐบาลชุดนี้นายกฯมีทีมงานที่แกร่งเป็นปราการเหล็กประสบการณ์สูงทั้ง ภูมิธรรม เวชยชัย, นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช, ดร.พวงเพ็ชร ชุนละเอียด คงไม่ปล่อยให้เรื่องสำคัญรอดสายตาได้ การรักษาความปลอดภัยชั้นในของ ฯพณฯ อยู่ในการกำกับดูแลของทีมงานตำรวจ ซึ่งมี พ.ต.อ.วทัญญู วิทยผโลทัย “เดอะ หนุ่ย” ซึ่งเป็นคนที่ได้รับความไว้วางใจจาก“THE FAMILY” เป็นผู้สั่งการ พร้อมด้วยรถหุ้มเกราะ (ARMOURED CAR) เมอร์เซเดสประจำตำแหน่ง 4 คัน…นัยว่า ฯพณฯ ซึ่งมีความสูงเกือบ 2 เมตร เพื่อความสะดวก STANDING ROOM ก็จะขอใช้รถตู้เลกซัสส่วนตัวของท่านไปพลางก่อน…

ll เพื่อนๆ ร่วมห้องเรียนหลักสูตร การสื่อสารภาครัฐและเอกชน (MCM 2) คณะวารสารศาสตร์ฯ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์นัดเลี้ยงแสดงความยินดีให้กับ “บิ๊กตู่” พล.ต.นรณัฏฐ์ สุวรรณรงค์ ในโอกาสได้รับพระราชทานยศเป็น “พล.ต.” ในปีนี้ และถือโอกาสสังสรรค์รำลึกความหลัง สมัยเรียนหนังสือกันที่ มธ.ท่าพระจันทร์ เมื่อ 20 ปีก่อน กำหนดวันนัด 23 ก.ย.11.00 น. ณ ครัวคุณกุ้ง ชั้น 1 ราชนาวี…สาวๆ หนุ่มๆ MCM 2 มาขานชื่อกับ “บิ๊กตู่” กันให้ครบถ้วน…

ll ทักษอร ลูกสาวของ พล.ต.อ.นพดล-ชูชื่น สมบูรณ์ทรัพย์ ผู้เชี่ยวชาญด้านกฏหมาย กรมทรัพย์สินทางปัญญามาให้ความกระจ่างทาง สวท.ในเรื่อง “ปังชา” ที่เอ่ยถึงกันมาก เมื่อวันก่อน…ทำให้คนฟังแจ้งใจว่า “ปังชา”เป็นชื่อได้ทั้งร้านอาหาร และเมนูอาหาร…ก็ว่ากันไปตามกฎหมาย…

ll อยู่บ้านสวนริมน้ำแถวตลิ่งชันเพียงลำพังสองคนตายาย วันก่อน พล.อ.เจริญ-ดุษฎี อยู่เจริญ (เหมือน) พร้อมใจ กันหกล้มก้นกระแทก แม้จะหนักหนาต่างกัน แต่ก็ทำให้คนหลังลุกเดินเหินไม่ได้ ร้อนถึงหลานๆ ได้แก่ นันทวิทย์-อิสรยา มหาวิจิตร พร้อมลูกสาว แพรพลอย ต้องเรียกรถพยาบาลฉุกเฉิน รับไปรักษาที่วชิรพยาบาล โดยมี ฐิติวรรณ หลานคนเล็ก คอยเป็นพยาบาลสำรอง…หกล้มหกลุกฉุกละหุกน่าตกใจ เป็นเรื่องใหญ่ของวัยชราอย่างแท้จริง !!…ll

 

บารอนเนส

สภาสังคมสงเคราะห์ฯ มอบทุนพระราชทาน ช่วยเหลือการศึกษาเด็กยากจน ประจำปี 2566

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/757441

สภาสังคมสงเคราะห์ฯ มอบทุนพระราชทาน  ช่วยเหลือการศึกษาเด็กยากจน ประจำปี 2566

สภาสังคมสงเคราะห์ฯ มอบทุนพระราชทาน ช่วยเหลือการศึกษาเด็กยากจน ประจำปี 2566

วันอังคาร ที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯพระราชทานพระราชทรัพย์จำนวนหนึ่งให้แก่สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เพื่อเป็นทุนริเริ่มจัดตั้ง กองทุนพระราชทานช่วยเหลือการศึกษาเด็กยากจน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยเหลือส่งเสริมและสนับสนุนเด็กและเยาวชนที่ยากจน ทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาคให้มีโอกาสได้รับการศึกษาตามสมควรแก่อัตภาพและความสามารถของตน และในปี 2566 นี้สภาสังคมสงเคราะห์ฯ ได้จัดสรรทุนการศึกษาให้แก่เด็กและเยาวชนทั่วประเทศ จำนวน 540 ทุน เป็นเงินจำนวน 2,014,500.- บาท

ทั้งนี้ สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทยฯจัดพิธีมอบทุนพระราชทานช่วยเหลือการศึกษาเด็กยากจน ประจำปี 2566 ให้แก่เด็กและเยาวชนเฉพาะที่ศึกษาอยู่ในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล จำนวน 123 ทุน โดยมี พลตรีหญิง คุณหญิงอัสนีย์ เสาวภาพประธานที่ปรึกษาคณะกรรมการอำนวยการสภาสังคมสงเคราะห์ฯ เป็นประธานในพิธี และร้อยตำรวจโท ดร.มนัส โนนุช ประธานสภาสังคมสงเคราะห์ฯ มอบทุนการศึกษา ณ ห้องประชุมชั้น 3 ตึกนวมหาราช สภาสังคมสงเคราะห์ฯ ถนนราชวิถี เขตราชเทวี กรุงเทพฯ เมื่อวันพุธที่ 13 กันยายน 2566

เด็กและเยาวชนที่ได้รับทุนการศึกษา ประจำปี 2566 แบ่งเป็นระดับการศึกษา ดังนี้ ระดับประถมศึกษาทุนละ 2,000 บาท ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น ทุนละ 2,500 บาท ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ทุนละ3,000 บาท ระดับอาชีวศึกษา (ปวช.) ทุนละ 5,000 บาท ระดับอาชีวศึกษา (ปวส.) ทุนละ 5,000 บาท และ ระดับอุดมศึกษา ทุนละ 6,500 บาท

พลตรีหญิง คุณหญิงอัสนีย์ เสาวภาพ ประธานที่ปรึกษาคณะกรรมการอำนวยการ สภาสังคมสงเคราะห์ฯ ประธานในพิธีพร้อมด้วยคณะกรรมการอำนวยการร่วมกันมอบทุนพระราชทานช่วยเหลือการศึกษาเด็กยากจน ประจำปี 2566

พลตรีหญิง คุณหญิงอัสนีย์ เสาวภาพ ประธานที่ปรึกษาคณะกรรมการอำนวยการ สภาสังคมสงเคราะห์ฯ ประธานในพิธีพร้อมด้วยคณะกรรมการอำนวยการร่วมกันมอบทุนพระราชทานช่วยเหลือการศึกษาเด็กยากจน ประจำปี 2566

พลตรีหญิง คุณหญิงอัสนีย์ เสาวภาพ ประธานที่ปรึกษาคณะกรรมการอำนวยการ สภาสังคมสงเคราะห์ฯ ประธานในพิธีพร้อมด้วยคณะกรรมการอำนวยการร่วมกันมอบทุนพระราชทานช่วยเหลือการศึกษาเด็กยากจน ประจำปี 2566

พลตรีหญิง คุณหญิงอัสนีย์ เสาวภาพ ประธานที่ปรึกษาคณะกรรมการอำนวยการ สภาสังคมสงเคราะห์ฯ ประธานในพิธีพร้อมด้วยคณะกรรมการอำนวยการร่วมกันมอบทุนพระราชทานช่วยเหลือการศึกษาเด็กยากจน ประจำปี 2566

พลตรีหญิง คุณหญิงอัสนีย์ เสาวภาพ ประธานที่ปรึกษาคณะกรรมการอำนวยการ สภาสังคมสงเคราะห์ฯ ประธานในพิธีพร้อมด้วยคณะกรรมการอำนวยการร่วมกันมอบทุนพระราชทานช่วยเหลือการศึกษาเด็กยากจน ประจำปี 2566

พลตรีหญิง คุณหญิงอัสนีย์ เสาวภาพ ประธานที่ปรึกษาคณะกรรมการอำนวยการ สภาสังคมสงเคราะห์ฯ ประธานในพิธีพร้อมด้วยคณะกรรมการอำนวยการร่วมกันมอบทุนพระราชทานช่วยเหลือการศึกษาเด็กยากจน ประจำปี 2566

DISAYA จัดดินเนอร์ เปิดคอลเลคชั่น Autumn/Winter 2023 ค้นหาตัวตนที่ซ่อนอยู่ของสาวดิษยา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/757419

DISAYA จัดดินเนอร์ เปิดคอลเลคชั่น  Autumn/Winter 2023  ค้นหาตัวตนที่ซ่อนอยู่ของสาวดิษยา

DISAYA จัดดินเนอร์ เปิดคอลเลคชั่น Autumn/Winter 2023 ค้นหาตัวตนที่ซ่อนอยู่ของสาวดิษยา

วันอังคาร ที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

DISAYA (ดิษยา) พาสาวๆ ร่วมค้นหาความน่าหลงใหลในปราสาทร้าง รายล้อมไปด้วยสวนดอกกุหลาบที่ถูกปกคลุมด้วยหิมะในช่วงฤดูหนาว จะพบกับเฟอร์นิเจอร์ที่ปกคลุมไว้เป็นอย่างดี ภาพวอลล์เปเปอร์ฉีกขาดเผยให้เห็นลวดลายบนผนัง ซึ่งล้วนเป็นแรงบันดาลใจหลัก ในการรังสรรค์เสื้อผ้าในคอลเลคชั่น Autumn/Winter 2023 นี้

โดย ออม-ดิษยา สรไกรกิติกูล ครีเอทีฟไดเร็กเตอร์แบรนด์ดิษยาตอกย้ำตัวตนของสาวดิษยาภายใต้บุคลิกใหม่หลากหลายมิติทั้งสวยหวานเปรี้ยวแต่ในขณะเดียวกันก็แฝงความลึกลับน่าค้นหา ด้วยการทำงานร่วมกับ สไตลิสต์ชาวอิตาลี นิโคล่า เนลี(Nicola Neri) และได้เดซี่ วอล์คเกอร์ (Daisy Walker) ช่างภาพชื่อดังเป็นผู้ถ่ายทอดตัวตนสาวดิษยาผ่านภาพเซตแฟชั่นประจำคอลเลคชั่น Autumn/Winter 2023

นอกจากนี้ยังร่วมกับ Ginori1735 (จิโนรี 1735) แบรนด์ลักซ์ชัวรีเครื่องเคลือบพอร์ซเลนเก่าแก่กว่า 287 ปี จากประเทศอิตาลี นำคอลเลคชั่นคลาสสิกตลอดกาล Oriente Italiano และ Arcadia ซึ่งแบรนด์ Ginori1735 มีดีไซน์ที่คลาสสิกโมเดิร์น เน้นกระบวนการผลิตเป็นงานฝีมือยังคงเทคนิคแบบดั้งเดิมของชาวอิตาเลียน และลวดลายที่ถูกสร้างสรรค์ขึ้นจากปลายพู่กันฝีมือช่างศิลป์ชั้นสูงจาน ชาม ทุกใบมีความประณีตจัดเอ็กซ์คลูซีฟดินเนอร์ โดยมีเซเลบริตี้สายแฟชั่น อาทิ เพิร์ล นันท์นพิน บรรเจิดรุ่งขจร, นิษฐา คูหาเปรมกิจ,แพทริเซีย ธัญชนก กู๊ด, ณัฐสิมา ศิริสุนทร, แม้นวาด นาครทรรพ, สิริน ศรีอรทัยกุลและภัทรศยา ยงรัตนมงคล มาร่วมอัปเดตเทรนด์ใหม่ด้วย ณ ร้านอาหารสุดคลาสสิกสไตล์อิตาเลียนซึ่งก็ตรงกับ DNA แบรนด์ดิษยา

สำหรับซีซั่นนี้ ออม-ดิษยา ได้นำดีเทลของเฟอร์นิเจอร์ที่ถูกเก็บรักษาอย่างดี มาตีความในมุมมองของสาวดิษยาที่หลงใหลในงานแฮนด์เมดสร้างสรรค์เสื้อผ้าที่มีเอกลักษณ์ ผ่านซิลูเอตของการเครปเดรปปิ้งและโคลเวอร์ด้วยผ้าตาข่ายนำมาวางทับบนผ้าเลื่อมผ้าพิมพ์ลายดอกกุหลาบ รวมถึงการนำผ้าตาข่ายมาหุ้มมุกเกิดเลเยอร์ที่มีมิติ

การนำผ้าหลายชนิดมาผสมผสานกันเป็นอีกหนึ่งซิลูเอตอันโดดเด่นของแบรนด์ โดยนำไอเดียลวดลายบนผนังที่ซ่อนอยู่ใต้ภาพวอลล์เปเปอร์ชิ้นเก่าแต่ยังคงสะท้อนความสวยงามในอดีตมาสร้างสรรค์เป็น TEXTURE แปลกใหม่เต็มไปด้วยเสน่ห์แบบ mature and effortless ด้วยเทคนิคตัดต่อลายผ้าแทรกแถบลูกไม้

ซีซั่นนี้ยังคงความเป็นตัวตนของสาว DISAYA ที่ชื่นชอบงานฝีมือด้วยการหยิบยกการปักผ้าครอสติชมาทำเป็นลายพรินต์ หรือการทำดอกไม้ 3D ใช้ในคอลเลคชั่นเพื่อเพิ่มลูกเล่นให้ชุดโดดเด่นด้วยรายละเอียด

ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับคอลเลคชั่นใหม่ๆได้ที่ Instagram : @disayaofficial Line OA : @disaya และ DISAYA Stores ทุกสาขา

ตรวจวัดสายตาประกอบแว่นเพื่อผู้สูงอายุที่ยากไร้ ปีที่ 5

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/757418

ตรวจวัดสายตาประกอบแว่นเพื่อผู้สูงอายุที่ยากไร้ ปีที่ 5

ตรวจวัดสายตาประกอบแว่นเพื่อผู้สูงอายุที่ยากไร้ ปีที่ 5

วันอังคาร ที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

กรมกิจการผู้สูงอายุ ผนึกความร่วมมือ มูลนิธิเมืองไทยยิ้ม เมืองไทยประกันชีวิต และบริษัท หอแว่น กรุ๊ป จำกัด “ออกหน่วยตรวจวัดสายตาประกอบแว่นเพื่อผู้สูงอายุที่ยากไร้ ปีที่ 5” เพื่อทำให้ผู้สูงอายุกลับมามีดวงตาที่สดใส มองเห็นได้ชัดเจนอีกครั้ง

นางสาวแรมรุ้ง วรวัธ อธิบดีกรมกิจการผู้สูงอายุ เป็นประธานเปิดโครงการออกหน่วยตรวจวัดสายตาประกอบแว่นเพื่อผู้สูงอายุที่ยากไร้ ซึ่งดำเนินการต่อเนื่องเป็นปีที่ 5 โดยความร่วมมือของ บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน), มูลนิธิเมืองไทยยิ้ม, บริษัท หอแว่น กรุ๊ป จำกัด และ กรมกิจการผู้สูงอายุ (ผส.) กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) โดยมี พิตราภรณ์ บุณยรัตพันธ์ รองประธานกรรมการมูลนิธิ เมืองไทยยิ้ม, ภาคี ประจักษ์ธรรม ประธานคณะกรรมการบริหาร บริษัท หอแว่น กรุ๊ป จำกัด, พุด แย้มพรหม นายกองค์การบริหารตำบลตะนาวศรี, นันทโชค เกียรติ์ภูมิพัฒน์ ผู้อำนวยการโรงเรียนรุจิรพัฒน์ และเครือข่ายจิตอาสา ร่วมออกหน่วยตรวจวัดสายตา ให้แก่ ผู้สูงอายุ จำนวน 150 ราย ณ โรงเรียนรุจิรพัฒน์ ตำบลตะนาวศรี อำเภอสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี

นางสาวแรมรุ้งกล่าวว่า ปัญหาสายตา และการมองเห็นไม่ชัด อาจหมายถึงอุปสรรคและความเสี่ยงในการใช้ชีวิตของผู้สูงอายุ “แว่นตา” คือ สิ่งจำเป็นที่จะช่วยให้ผู้สูงอายุใช้ชีวิตได้ดีขึ้น ต้องขอขอบคุณภาคธุรกิจเอกชน และเครือข่ายทุกภาคส่วน ที่สนับสนุนสวัสดิการในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุ ช่วยเหลือผู้สูงอายุที่มีปัญหาสายตา สถานะทางครอบครัวยากลำบาก และอยู่ในพื้นที่ห่างไกลมีความยากลำบากในการเข้าถึงบริการตรวจวัดสายตา ให้สามารถเข้าถึงบริการตรวจวัดแว่นสายตาและได้รับแว่นตาโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย โครงการนี้เป็นหนึ่งในโครงการดีๆ เพื่อผู้สูงอายุ ทำให้ผู้สูงอายุกลับมามีดวงตาที่สดใส มองเห็นได้ชัดเจนอีกครั้ง และสามารถดำรงชีวิตประจำวันได้อย่างมีความสุข

กรุงศรี ไพรเวท แบงก์กิ้ง ชวนเซเลบริตี้คนดัง สัมผัสประสบการณ์บริหารความมั่งคั่งแบบครบวงจร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/757454

กรุงศรี ไพรเวท แบงก์กิ้ง ชวนเซเลบริตี้คนดัง  สัมผัสประสบการณ์บริหารความมั่งคั่งแบบครบวงจร

กรุงศรี ไพรเวท แบงก์กิ้ง ชวนเซเลบริตี้คนดัง สัมผัสประสบการณ์บริหารความมั่งคั่งแบบครบวงจร

วันอังคาร ที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

กรุงศรี ไพรเวท แบงก์กิ้ง (KRUNGSRI PRIVATE BANKING) ชวนเหล่าเซเลบริตี้คนดังรุ่นใหม่ สัมผัสประสบการณ์การบริหารความมั่งคั่งแบบครบวงจร ทั้งการให้คำปรึกษาด้านการลงทุนตามความต้องการเฉพาะบุคคล พร้อมด้วยเอกสิทธิ์บริการธุรกรรมการเงินและเอกสิทธิ์ด้านไลฟ์สไตล์เพื่อการใช้ชีวิตที่เหนือระดับ ณ พื้นที่เอกสิทธิ์แห่งใหม่ Krungsri Thai Pavilion ธนาคารกรุงศรีอยุธยา สำนักงานใหญ่ พระรามที่ 3

วิน พรหมแพทย์ CFA, ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ผู้บริหารสายงานลูกค้าไฮเน็ตเวิร์ธ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “KRUNGSRI PRIVATE BANKING มีหน้าที่หลักในการช่วยบริหารจัดการทุกเรื่องราวในชีวิตของลูกค้า เพื่อต่อยอดความมั่งคั่งที่สมบูรณ์อย่างยั่งยืน ซึ่งเรามีทีมที่ปรึกษาและผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุนเชิงลึกทั้งจากธนาคารกรุงศรี บริษัทในเครือ และพันธมิตรระดับโลกอย่าง แบล็คร็อค (BlackRock) บริษัทจัดการกองทุนชั้นนำระดับโลกที่มีขนาดสินทรัพย์ภายใต้การบริหารที่ใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งทั้งหมดจะทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดในการวางแผนกลยุทธ์ด้านการลงทุนทั้งตลาดในประเทศและตลาดโลกตามความต้องการเฉพาะบุคคล รวมถึงแนะแนวทางการวางแผนสืบทอดธุรกิจ และเตรียมความพร้อมในทุกๆ ด้านเพื่อส่งต่อความมั่งคั่งให้กับรุ่นต่อไปได้อย่างราบรื่น และได้รับผลประโยชน์มากที่สุด”

ด้าน กนกวรรณ ศุภนันตฤกษ์ ประธานคณะเจ้าหน้าที่ด้านเครือข่ายการขาย ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) กล่าวถึงบริการที่มอบให้กับลูกค้าคนพิเศษแบบครบวงจรว่า “นอกจากความมุ่งมั่นในการให้บริการทางด้านการเงินและการลงทุนแบบครบวงจร ซึ่งครอบคลุมไปถึงบริการให้คำปรึกษาโดยผู้เชี่ยวชาญและผู้จัดการการเงินส่วนบุคคลที่ดูแลอย่างใกล้ชิด รวมถึงการจัดกิจกรรมสัมมนาต่อยอดความรู้เรื่องการเงิน พร้อมอัปเดตสถานการณ์ด้านการลงทุนจากวิทยากรชั้นนำตลอดปีแล้ว KRUNGSRI PRIVATE BANKING ยังพร้อมมอบเอกสิทธิ์ด้านไลฟ์สไตล์ผ่านบริการต่างๆ อาทิ บริการอัปเกรดบัตรโดยสารเครื่องบินเป็นชั้นธุรกิจ บริการห้องรับรองพิเศษที่สนามบินทั่วโลก บริการรถลีมูซีนส่วนตัวทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงเอกสิทธิ์เพื่อการใช้ชีวิตทั้งแบบรายเดือนและรายไตรมาสอีกมากมาย เพื่อมอบประสบการณ์ที่เหนือระดับให้กับลูกค้าคนพิเศษตลอดทั้งปีอีกด้วย”

ทัตวร สุกัณศีล นักธุรกิจรุ่นใหม่ผู้คร่ำหวอดในวงการแฟชั่น เล่าถึงความประทับใจหลังได้เข้ามาลองใช้บริการ KRUNGSRI PRIVATE BANKING ที่ Krungsri Thai Pavilion ว่า “การได้พูดคุยกับที่ปรึกษาทางการเงินส่วนบุคคลแบบเป็นส่วนตัว ช่วยให้เราเข้าใจตลาดและได้รู้จักโปรดักส์ด้านการลงทุนที่น่าสนใจมากมาย โดยเฉพาะการลงทุนในหุ้นนอกตลาดที่คัดสรรพิเศษเฉพาะลูกค้า KRUNGSRI PRIVATE BANKING ซึ่งจะต้องอาศัยความเชี่ยวชาญโดยเฉพาะ แต่ก็ให้ผลตอบแทนที่ค่อนข้างสูงแม้ในช่วงที่ตลาดหุ้นติดลบต่อเนื่องก็ตาม”

ปิดท้ายด้วย ญาณินท์ วีระไวทยะ นักธุรกิจสาวสวยสายลุย กล่าวว่า “หลังจากได้ลองเข้าไปใช้บริการที่ Krungsri Thai Pavilion ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ได้นั่งพักผ่อนสบายๆ ในพื้นที่รับรองพิเศษที่มีทั้งเครื่องดื่มและของว่างคอยให้บริการ และได้ลองพูดคุยกับที่ปรึกษาด้านการลงทุน ที่ช่วยแนะนำโซลูชั่นต่างๆ ตามเป้าหมายทางการเงินของณินท์เอง ช่วยให้ณินท์ต่อยอดการลงทุนได้อย่างมั่นใจมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ ยังมีสิทธิพิเศษอื่นๆ ที่ให้ความสะดวกสบาย และทำให้ไลฟ์สไตล์ของณินท์พิเศษขึ้นกว่าใครอีกด้วยค่ะ”

ผู้สนใจบริการ KRUNGSRI PRIVATE BANKING สามารถเข้าไปปรึกษากับผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุนได้ที่ธนาคารกรุงศรีอยุธยาทุกสาขาทั่วประเทศ หรือศึกษารายละเอียดและข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.krungsri.com/th/wealth/krungsri-private-banking

รณรงค์สร้างจิตสำนึกด้านการอนุรักษ์พลังงาน ผ่านงานศิลปะ ‘Energy For All’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/757440

รณรงค์สร้างจิตสำนึกด้านการอนุรักษ์พลังงาน  ผ่านงานศิลปะ ‘Energy For All’

รณรงค์สร้างจิตสำนึกด้านการอนุรักษ์พลังงาน ผ่านงานศิลปะ ‘Energy For All’

วันอังคาร ที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ดร.วีรพัฒน์ เกียรติเฟื่องฟู รองปลัดกระทรวงพลังงาน เป็นประธานในพิธีมอบรางวัล โครงการรณรงค์เพื่อสร้างจิตสำนึกด้านการอนุรักษ์พลังงานและพลังงานทดแทนผ่านงานศิลปะ ปีที่ 9 ในหัวข้อ “Energy For All” ซึ่งโครงการดังกล่าวเป็นการประกวดวาดภาพ เป็นเวทีที่ให้เยาวชนและประชาชนทั่วไป ได้แสดงความสามารถด้านศิลปะ มุ่งเน้นให้ตระหนักและเห็นคุณค่าของพลังงาน รู้จักใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพและดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม โดยปีนี้มีผลงานส่งเข้าประกวดมากถึง 634 ผลงาน ในประเภทมัธยมศึกษาตอนต้น ประเภทมัธยมศึกษาตอนปลายและ ปวช. ประเภทอุดมศึกษาและ ปวส. และประเภทประชาชนทั่วไป โดยมีรางวัลทั้งหมด 64 รางวัล เงินรางวัลรวม 1,120,000 บาท พร้อมโล่รางวัลและเกียรติบัตร ณ บริเวณฮอลล์ ชั้น 4 ศูนย์การค้ายูเนี่ยน มอลล์ ถนนลาดพร้าว กรุงเทพฯ

“กระทรวงพลังงาน มุ่งบริหารพลังงานอย่างยั่งยืนให้ประเทศชาติและประชาชนชาวไทย มีพลังงานใช้อย่างพอเพียงเป็นภารกิจและเป้าหมายในการดำเนินงานตลอดมา นับตั้งแต่ก่อตั้งกระทรวงพลังงานเมื่อปี 2545 จนถึงปัจจุบัน กองยุทธศาสตร์และแผนงาน สำนักงานปลัดกระทรวงพลังงาน จึงได้จัดโครงการรณรงค์เพื่อสร้างจิตสำนึกด้านการอนุรักษ์พลังงานและพลังงานทดแทนผ่านงานศิลปะ ปีที่ 9 ในหัวข้อ “Energy For All” เพื่อถ่ายทอดเรื่องราวด้านพลังงานที่ถูกนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์ในชีวิตประจำวัน เช่น การอนุรักษ์พลังงานรูปแบบต่างๆ หรือการใช้พลังงานทดแทนโดยภาพวาด ทั้งหมดสะท้อนวิสัยทัศน์ของกระทรวงพลังงานได้เป็นอย่างดี ในการมุ่งเสริมสร้างความมั่นคงทางพลังงาน เพื่อรองรับการเติบโตทางเศรษฐกิจ” รองปลัดกระทรวงพลังงาน กล่าว

คณะกรรมการตัดสินในครั้งนี้ ประกอบไปด้วยผู้บริหาร ข้าราชการกระทรวงพลังงาน และศิลปินผู้ทรงคุณวุฒิ โดยมี ดร.วีรพัฒน์ เกียรติเฟื่องฟู รองปลัดกระทรวงพลังงาน เป็นประธาน
คณะกรรมการตัดสิน ร่วมด้วย ศาสตรเมธี ดร.เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ ศิลปินแห่งชาติ, ดร.สังคม ทองมี ประธานผู้ก่อตั้งศูนย์ศิลป์สิรินธร, สมภพ บุตรราช ศิลปินมรดกอีสานและศิลปินอิสระร่วมสมัย, ประทีป คชบัว ศิลปินอิสระร่วมสมัย และ ฉัตรชัย คุณโลหิต ผู้อำนวยการกองยุทธศาสตร์และแผนงาน สำนักงานปลัดกระทรวงพลังงาน โดยผลการตัดสินทั้ง 64 รางวัล มีดังนี้ ประเภทมัธยมศึกษาตอนต้น รางวัลชนะเลิศ ด.ญ.รุ้งรวีภรณ์ ชุ่มพรมราช รองชนะเลิศอันดับ 1 ด.ช.พิชญตม์ สมบูรณ์ดี รองชนะเลิศอันดับ 2 ด.ช.เกียรติตระกูล ยะกัณฐะ ประเภทมัธยมศึกษาตอนปลาย / ปวช. รางวัลชนะเลิศภัทรายุทธ ภาคุณ รองชนะเลิศอันดับ 1 กิตติชัย ไชยมงคล รองชนะเลิศอันดับ 2 ทิภัทรฐา สุวรรณรัฐภูมิ ประเภทอุดมศึกษา/ปวส. ชนะเลิศ วันวิสา หมายเขารองชนะเลิศอันดับ 1 พิ พัฒน์ จันทร์ทิพย์ รองชนะเลิศอันดับ 2 สราวุธ ชาวดร ประเภทประชาชนทั่วไป ชนะเลิศ จรัญ บุญประเดิม รองชนะเลิศอันดับ 1 ณัฐวุฒิ
ชุ่มพรมราช รองชนะเลิศอันดับ 2 สารัช ศรีบุรินทร์ รางวัลชมเชย ประเภทละ10 รางวัล และรางวัลร่วมแสดงผลงานอีก 3 รางวัล

จรัญ บุญประเดิม เจ้าของรางวัลชนะเลิศ ประเภทประชาชนทั่วไป เล่าว่าส่งผลงานเข้าประกวดทุกปีอย่างต่อเนื่องผลงานในปีนี้ใช้ชื่อว่า “พลังงานเพื่ออนาคต” ต้องการสื่อให้ทุกคนได้เห็นถึงความเชื่อมโยงระหว่างมนุษย์กับธรรมชาติ และวิทยาการด้านเทคโนโลยีที่เกี่ยวพันกับการใช้ชีวิตของมนุษย์อย่างแยกไม่ออกสะท้อนผ่านผลงานสีแดงเพลิงที่มีมิติและซ่อนแนวคิดในแต่ละจุดไว้ในการมีส่วนร่วมทำให้โลกดีขึ้น สำหรับตนเองจะใช้ไฟฟ้าเท่าที่จำเป็นจริงๆ เปิด-ปิดแอร์เป็นเวลา เพราะอยากอนุรักษ์พลังงานเพื่ออนาคตที่ยั่งยืน

ประธานในพิธี และ ดร.สังคม ทองมี ประธานผู้ก่อตั้งศูนย์ศิลป์สิรินธร ชื่นชมผลงานของน้องๆ

ประธานในพิธี และ ดร.สังคม ทองมี ประธานผู้ก่อตั้งศูนย์ศิลป์สิรินธร ชื่นชมผลงานของน้องๆ

ชนะเลิศ ประเภทมัธยม
ศึกษาตอนต้น

ชนะเลิศ ประเภทมัธยม ศึกษาตอนต้น

ชนะเลิศ ประเภทอุดม
ศึกษา/ปวส.

ชนะเลิศ ประเภทอุดม ศึกษา/ปวส.

ชนะเลิศ ประเภทมัธยม
ศึกษาตอนปลาย/ปวช.

ชนะเลิศ ประเภทมัธยม ศึกษาตอนปลาย/ปวช.

จรัญ บุญประเดิม เจ้าของ
รางวัลชนะเลิศ ประเภทประชาชนทั่วไป

จรัญ บุญประเดิม เจ้าของ รางวัลชนะเลิศ ประเภทประชาชนทั่วไป

ศาสตรเมธี ดร.เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ ศิลปินแห่งชาติ

ศาสตรเมธี ดร.เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ ศิลปินแห่งชาติ

สค.เติมรอยยิ้มให้แม่เลี้ยงเดี่ยวจัดกิจกรรม Super Mom Café

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/757455

สค.เติมรอยยิ้มให้แม่เลี้ยงเดี่ยวจัดกิจกรรม Super Mom Café

สค.เติมรอยยิ้มให้แม่เลี้ยงเดี่ยวจัดกิจกรรม Super Mom Café

วันอังคาร ที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

กรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว (สค.) จัดกิจกรรม Super Mom Café “ตลาดนัดสินค้าฝีมือแม่ และลานกิจกรรมเพื่อครอบครัว” ภายใต้โครงการ Smart Job “เสริมพลัง
สร้างอาชีพ เติมรอยยิ้มให้แม่เลี้ยงเดี่ยวและครอบครัว” ครั้งที่ 3 ณ สถานคุ้มครองและพัฒนาอาชีพบ้านเกร็ดตระการ ซอยประดิษฐ์มนูธรรม กรุงเทพฯ

นางจินตนา จันทร์บำรุง อธิบดีกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว เป็นประธานเปิดกิจกรรม “เปิดบ้าน สคอ.กทม. รู้จักบ้านเกร็ดตระการ กรุงเทพฯ” ร่วมเป็นกำลังใจแก่แม่เลี้ยงเดี่ยว และทีม พม. พร้อมเยี่ยมชมงาน “ตลาดนัดสินค้าฝีมือแม่ และลานกิจกรรมเพื่อครอบครัว” หรือ Super Mom Market ภายใต้โครงการ Smart Job เสริมพลังสร้างอาชีพ เติมรอยยิ้มให้แม่เลี้ยงเดี่ยวและครอบครัว” ครั้งที่ 3 ตามแนวคิด 4 Smarts 4 รู้ 4 สร้าง โดยมีวัตถุประสงค์เป็นศูนย์กลางสาธิตการประกอบอาชีพแก่กลุ่มเป้าหมายแม่เลี้ยงเดี่ยวและครอบครัว รวมถึงสตรีที่ประสบปัญหาทางสังคมภายหลังจบการฝึกอบรมหลักสูตรอาชีพต่างๆ จากศูนย์ฯ และเปิดพื้นที่เรียนรู้เพื่อครอบครัวทุกช่วงวัยให้มีความพร้อมทั้งทักษะทางด้านอาชีพครบวงจร และมีความรู้ความสามารถที่เพียงพอในการดูแลตนเองได้อย่างยั่งยืน

สำหรับกิจกรรม Super Mom Café “ตลาดนัดสินค้าฝีมือแม่ และลานกิจกรรมเพื่อครอบครัว” ครั้งนี้ สถานคุ้มครองและพัฒนอาชีพบ้านเกร็ดตระการ กรุงเทพฯ กรมกิจการ สตรีและสถาบันครอบครัว ร่วมกับ ภาคีเครือข่าย ได้แก่ มูลนิธิมาดามแป้ง โลตัส มูลนิธิไอแคร์ประเทศไทย และความร่วมมือจากสถาบันส่งเสริมบทบาทพ่อแม่เพื่อสังคม ได้สนับสนุนงบประมาณและวัสดุอุปกรณ์ เพื่อร่วมกันสร้างศูนย์สาธิตการประกอบอาชีพและห้องเรียนครอบครัวเลี้ยงเดี่ยว เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนในระดับฐานราก มีโอกาสเสริมสร้างทักษะองค์ความรู้ทางด้านอาชีพ และทักษะความรู้อื่นๆ ที่เกี่ยวข้องในการดำเนินชีวิต ซึ่งแม่เลี้ยงเดี่ยวสามารถนำไปประกอบอาชีพเพื่อเสริม ความมั่นคงทางด้านรายได้และสามารถดูแลตัวเองและครอบครัวให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

ภายในงานมีกิจกรรมได้แก่ “เปิดบ้าน สคอ.กทม. รู้จักบ้านเกร็ดตระการ กรุงเทพฯ” การเปิดร้านกาแฟและเบเกอรี่ ร้านจำหน่ายสินค้า Super Mom Café เพ้นท์เล็บ นวดคอบ่าไหล่ พร้อมตลาดนัดสินค้าฝีมือแม่ Super Mom Market และพื้นที่เรียนรู้เพื่อ ครอบครัวทุกช่วงวัยผู้เข้าร่วมกิจกรรมประกอบด้วย ผู้แทนมูลนิธิมาดามแป้ง ผู้แทนมูลนิธิไอแคร์ประเทศไทย (ICare Thailand Foundation) นายกสโมสรโรตารีลาดพร้าว ผู้บริหาร ข้าราชการและเจ้าหน้าที่สังกัดกระทรวง พม. หน่วยงานภาคเอกชนและภาคประชาสังคม ผู้แทนอาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (อพม.) ในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานคร ทั้ง 50 เขต ครูและนักเรียน พ่อหรือแม่ เลี้ยงเดี่ยวและครอบครัว และประชาชนในพื้นที่ที่สนใจ รวมจำนวนทั้งสิ้น 200 คน

ทั้งนี้ สามารถติดตามข่าวสาร สค.ได้ที่เว็บไซต์ : https://www.dwf.go.th/ เพื่อนครอบครัว : http://www.xn--42ca5dfr6ac6azcd1c9c9f0e.com/ และ Facebook :https://www.facebook.com/sorkor023068633

เปิดศูนย์สุขภาพเชิงป้องกันและบูรณาการสมดุลชีวิต ‘SIRIRAJ H SOLUTIONS’ ทางเลือกดูแลสุขภาพก่อนเจ็บป่วย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/757421

เปิดศูนย์สุขภาพเชิงป้องกันและบูรณาการสมดุลชีวิต  ‘SIRIRAJ H SOLUTIONS’ ทางเลือกดูแลสุขภาพก่อนเจ็บป่วย

เปิดศูนย์สุขภาพเชิงป้องกันและบูรณาการสมดุลชีวิต ‘SIRIRAJ H SOLUTIONS’ ทางเลือกดูแลสุขภาพก่อนเจ็บป่วย

วันอังคาร ที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ไอซีเอส ไลฟ์สไตล์ คอมเพล็กซ์ ผนึกความร่วมมือ โรงพยาบาลศิริราช เปิดศูนย์สุขภาพเชิงป้องกันและบูรณาการสมดุลชีวิต “SIRIRAJ H SOLUTIONS” ขยายบริการด้านสุขภาพครบวงจรนอกพื้นที่โรงพยาบาลเป็นแห่งแรก มุ่งสร้างปรากฏการณ์ดูแลสุขภาพรูปแบบใหม่ในประเทศไทย ตอบโจทย์ผู้ใช้บริการทุกเพศ ทุกวัย โดยมีทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจากศิริราช พร้อมนวัตกรรมเทคโนโลยีทางการแพทย์กับ 16 คลินิกบริการ บนทำเลที่สะดวกสบาย ไอซีเอส จึงได้ชวนเหล่าเซเลบริตี้สายสุขภาพทั้งหลาย มาเช็คอัพความฟิตแอนด์เฟิร์มก่อนที่จะมีอาการ
เจ็บป่วยร้ายแรง

เริ่มจากเซเลบริตี้สาวหน้าใส ปอนด์-หฤทัย ไชยันต์ ณ อยุธยา เจ้าของแบรนด์เสื้อผ้า HAATIYA ผู้ใช้เวลาไปกับการออกกำลังกายในฟิตเนสสัปดาห์ละ 3 วัน โดยเฉพาะยกเวทและคาร์ดิโอ รวมถึงเข้าคลาส บอดี้ คอมแบต และชกมวย เป็นต้น แต่ถึงจะออกกำลังกายเป็นประจำ เธอก็มีปัญหาสุขภาพให้กังวลนั่นคือ อาการนอนไม่หลับ เธอมาใช้บริการศูนย์ตรวจสุขภาพที่ “SIRIRAJ H SOLUTIONS” เพื่อจัดการกับปัญหาสุขภาพที่เกิดขึ้นอย่างตรงจุด

“เคยไปหาหมอตรวจทุกอย่างแล้วส่วนใหญ่คุณหมอจะแนะนำว่า เรามีความเครียดอะไรไหม เหมือนให้เราพยายามปล่อยวาง อย่าไปเครียดอะไรประมาณนี้ แต่จริงๆ ปอนด์ ก็ไม่ได้เป็นคนเครียดขนาดนั้น คือเหมือนนอนไม่หลับด้วยตัวเองแบบนี้มานานแล้ว แต่ถามว่าใช้ชีวิตได้ปกติไหม ก็รู้สึกว่ายังปกติอยู่ แต่การที่เราได้นอนเต็มอิ่มก็น่าจะดีกว่าสมัยนี้คนสนใจด้านสุขภาพมากขึ้น จึงเป็นการป้องกันปัญหาตั้งแต่เริ่มต้น ดีกว่าเราเป็นอะไรขึ้นมาแล้วต้องเสียเวลา เสียทั้งเงินเสียทั้งสุขภาพ ทุกอย่างจะแย่ไปหมดเลย ใครสนใจที่อยากจะตรวจสุขภาพก็มาที่นี่ได้เพราะสะดวก เดินทางง่าย หากไปที่โรงพยาบาลค่อนข้างต้องใช้เวลา และคนเยอะด้วย ด้วยความที่เรามั่นใจในศิริราช ที่นี่จึงน่าจะเป็นทางเลือกได้ดี”

ด้านสาวสวย เบลล์-รินทร์รตา อินทามระ เจ้าของแบรนด์ Rinrata เผยถึงการดูแลสุขภาพของตัวเองว่า พยายามออกกำลังเป็นประจำไม่ว่าจะเดินที่สวนลุมพินี หรือ เข้ายิมเล่นเวทเทรนนิ่ง ยิ่งเธออยู่ในวัยใกล้ 35 และกำลังเตรียมความพร้อมในการมีลูกด้วยแล้ว จึงให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพเป็นพิเศษ

“เมื่อก่อนความคิดเราจะเป็นอีกแบบหนึ่ง คือ ไม่เป็นอะไรหรอก ไม่ตรวจ ไม่ต้องมารักษา ยังเด็กอยู่ แต่พอกาลเวลาผ่านไปเรื่อยๆ ยิ่งช่วงอายุเบลล์จะ 35 ปีแล้ว กำลังเตรียมตัวมีน้องด้วย จึงเป็นช่วงที่ค่อนข้าง Health Concern อยากกลับมาให้สุขภาพดีที่สุด เหมือนเราเห็นคุณพ่อคุณแม่เริ่มแก่ลง เราพยายามให้เขารักษาสุขภาพ เราก็เลยเหมือนกลับมาดูแลตัวเองมากขึ้นด้วย ตอนนี้เลยตรวจสุขภาพทุกปี ซึ่งเริ่มมาได้ 1-2 ปี แล้ว อยากเช็กอัพร่างกายภาพรวมตลอดว่ามีปัญหาอะไรบ้าง จึงมาใช้บริการศูนย์ตรวจสุขภาพ ที่ “SIRIRAJ H SOLUTIONS” บรรยากาศที่นี่ให้ความรู้สึกเป็น Wellness รู้สึกตื่นตาตื่นใจมาก ประทับใจที่มีศูนย์บริการ wellness แบบนี้ ใจกลางเมือง เดินทางสะดวก สะอาดสะอ้าน ที่สำคัญเป็นแบรนด์ของศิริราช ทำให้เรายิ่งมั่นใจ”

ปิดท้ายกับหนุ่มหล่อ โอม-ไกรพิชญ์ ธีรรัฐวัฒน์ ที่ต้องใช้ชีวิตเดินทางอยู่ตลอดเวลา เผยว่าด้วยอาชีพพนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน จึงเดินทางบ่อยและพักผ่อนไม่เป็นเวลา ต้องอยู่บนเครื่องบินที่สภาพอากาศค่อนข้างแห้ง จึงมีปัญหาร่างกายอ่อนเพลีย รวมถึงการอยู่ในพื้นที่แคบ ทำให้การยืดตัวหรือยืดแขนขา ค่อนข้างลำบาก ส่งผลให้มีปัญหาเรื่องของกล้ามเนื้ออักเสบ และปวดหลังปวดตัว จึงมาตรวจกล้ามเนื้อและมวลกระดูกที่ศูนย์ตรวจสุขภาพ SIRIRAJ H SOLUTIONS เนื่องจากเดินทางสะดวกและสัมผัสได้ถึงบรรยากาศความเป็น wellness ของโรงพยาบาลศิริราช พร้อมกับมั่นใจในทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญและการรักษา

“อยากรู้ว่ากระดูกเราเป็นอย่างไรบ้างสมบูรณ์ดีไหม จะต้องเพิ่มแคลเซียมแล้วหรือยังเราจะได้รู้ว่าความบกพร่องของกระดูกเรามันอยู่ในระดับไหนแล้ว รวมถึงการรักษาในอนาคตที่ยังไม่เกิดขึ้น เพราะว่าโรคเกี่ยวกับกระดูกถ้าเกิดขึ้นแล้วมันแก้ไขค่อนข้างยาก ดังนั้นก็เลยอยากมาป้องกันไว้ก่อน”

ไม่เพียงได้รับคำแนะนำจากทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญในการวิเคราะห์สาเหตุของอาการเจ็บป่วย และวิธีการดูแลสุขภาพอย่างถูกวิธีหนุ่มโอมยังรู้สึกปลอดภัยและสบายใจในการมาหาหมอที่นี่ โดยเฉพาะหากต้องพาผู้ใหญ่หรือผู้สูงอายุมาพบแพทย์ เนื่องจากบรรยากาศไม่แออัด หรือต้องรอคิวนาน ทั้งยังสามารถทำกิจกรรมต่างๆ ในไอซีเอส ไลฟ์สไตล์ คอมเพล็กซ์ และไอคอนสยามได้อีกด้วย

สำหรับใครที่อยากดูแลสุขภาพก่อนเจ็บป่วย สามารถมาใช้บริการ ศูนย์สุขภาพเชิงป้องกันและบูรณาการสมดุลชีวิต “SIRIRAJ H SOLUTIONS” ที่ชั้น 5 และ ชั้น 5 M ณ ไอซีเอส ไลฟ์สไตล์ คอมเพล็กซ์ (ตรงข้ามไอคอนสยาม) ได้ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 07.00-22.00 น. สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมโทร. 1338 หรือ “SIRIRAJ H SOLUTIONS”
โทร. 02-4141144 และ FB : SIRIRAJ H SOLUTIONS