FLS Group ฉลองความสำเร็จในงาน Breakbulk Europe 2023

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/757491

FLS Group ฉลองความสำเร็จในงาน Breakbulk Europe 2023

FLS Group ฉลองความสำเร็จในงาน Breakbulk Europe 2023

วันจันทร์ ที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2566, 19.34 น.

FLS Group ฉลองปีที่ 30 ในการทำธุรกิจ ผู้นำด้านโซลูชั่นซัพพลายเชนระดับโลก ภูมิใจนำเสนอการมีส่วนร่วมสำคัญของบริษัทในงาน Breakbulk Europe 2023 และกล่าวถึงการนำเสนอที่ยิ่งใหญ่ที่จะเกิดขึ้นในงาน Breakbulk Americas 2023 ในเดือนกันยายนนี้

ในโอกาสแห่งการเฉลิมฉลอง 3 ทศวรรษแห่งการบริการที่ไร้คู่เปรียบ FLS แสดงความมุ่งมั่นต่อการเติบโตในงาน Breakbulk Europe ด้วยบูธที่มีขนาดกว่า 100 ตารางเมตร โดยได้เน้นย้ำถึงความโดดเด่นของบริษัทในอุตสาหกรรมการขนส่งสินค้าโครงการและสินค้าขนาดใหญ่ ขึ้นชื่อว่าเป็นงานจัดแสดงที่ใหญ่ที่สุดในตลาดนี้ Breakbulk Europe ได้ดึงดูดผู้เข้าชมจาก 120 ประเทศ และเป็นแพลตฟอร์มการสร้างเครือข่ายที่ทรงคุณค่า FLS จึงใช้โอกาสอันมีค่าในครั้งนี้ เพื่อเข้าถึงลูกค้าใหม่และเสริมสร้างสถานะของบริษัทให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น

Torbjörn Larisch ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ FLS Group กล่าวถึงประสบการณ์นี้ว่า ปี 2566 เป็นปีที่มีความพิเศษมาก เพราะเป็นปีแห่งการเฉลิมฉลองครบรอบ 30 ปี ของเรา ในปีนี้เราได้เพิ่มขนาดบูธเป็นสองเท่า มีจุดเด่นคือบาร์ทรงลูกโลกหมุนได้ ที่แสดงถึงเครือข่ายสำนักงานและผู้เชี่ยวชาญของเราที่ช่วยให้โลกหมุนต่อไปได้ ผ่านโซลูชั่นที่ออกแบบมาเพื่อลูกค้าโดยเฉพาะ

การเข้าร่วมงาน Breakbulk Americas 2023 ของ FLS ในวันที่ 26-28 กันยายน จะเป็นความสำเร็จที่สำคัญอีกครั้งหนึ่งของเรา ผู้จัดการประจำแต่ละประเทศพร้อมด้วยคณะทำงานจากเอเชียจะเข้าร่วมงานนี้ และงานนี้จะเน้นย้ำถึงอีกความสำเร็จล่าสุดของบริษัท

Jasper Ledeboer หัวหน้าฝ่ายธุรกิจ FLS ประจำสหรัฐอเมริกา กล่าวว่า ในขณะที่เรากำลังเตรียมความพร้อมเพื่อร่วมงาน Breakbulk Americas 2023 เราได้ใช้เวลานี้เพื่อไตร่ตรองถึงสิ่งที่เกิดขึ้นและสิ่งที่เราคาดหวัง ไม่ใช่แค่การนำเสนอบริการของเรา แต่เรากำลังฉลอง 30 ปี แห่งความทุ่มเท การเติบโต และความยืดหยุ่นของเราในอุตสาหกรรมโลจิสติกส์

งาน Breakbulk Americas 2023 ในครั้งนี้จะมอบโอกาสในการสร้างเครือข่ายครั้งสำคัญ โดยมีผู้เข้าร่วมงานกว่า 4,500 คน ผู้แสดงสินค้า 200 ราย และผู้จัดส่งสินค้า 350 ราย ทั้งหมดจะนำความเชี่ยวชาญของพวกเขามารวมตัวกัน เพื่อศึกษาแนวโน้มใหม่ ๆ ในธุรกิจและเพิ่มโอกาสในโครงการใหม่ ๆ อีกมากมาย

จากจุดเริ่มต้นเล็ก ๆ ของทีมที่มีคนเพียงพนักงานสองคนในกรุงเทพฯ ตั้งแต่ปี 1993 สู่การขยับขยายเข้าสู่ตลาดระดับโลก จนได้ทำสัญญาโครงการสำคัญมากมาย FSL ได้เผชิญความท้าทายต่าง ๆ ในอุตสาหกรรมและยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง

การเติบโตอย่างก้าวกระโดดของบริษัทเริ่มต้นในช่วงปลายยุค 90 ซึ่งใช้โอกาสจากวิกฤตทางการเงินและเจาะตลาดการส่งออกเหล็กจากไทยไปสหรัฐอเมริกา กลยุทธ์นี้เองช่วยให้บริษัทเติบโตอย่างรวดเร็ว สร้างสถิติใหม่ประจำปีในด้านยอดขาย ผลประกอบการ และกำไรเป็นเวลายาวนานกว่า 12-15 ปี ช่วงเวลาที่ดีที่สุดของพวกเรานั้นเกิดขึ้นในปี 2556 เมื่อบริษัทได้เอาชนะคู่แข่งระดับโลกและได้รับเลือกเป็นผู้ขนส่งโครงการแบบ Door-to-door จากประเทศไทยไปยังเมืองฮูสตัน มูลค่ากว่า 60 ล้านดอลลาร์ หรือราว 1.8 พันล้านบาท โดยอ้างอิงจากค่าเงินในขณะนั้น

เราเน้นให้บริการขนส่งสินค้าส่งออกจากศูนย์กลางการผลิตในภูมิภาคเอเชีย พร้อมด้วยความมุ่งมั่นในการมอบโซลูชั่นที่ให้ความสำคัญกับลูกค้าเป็นอันดับหนึ่ง คือรากฐานของความสำเร็จในช่วง 3 ทศวรรษที่ผ่านมา ความสามารถในการปรับตัวที่เห็นได้ชัดจากโครงสร้างองค์กรที่มีความกระฉับกระเฉงและกลยุทธ์เชิงรุก โดยเฉพาะในช่วงวิกฤตทางการเงินในปี 2531 เป็นเครื่องพิสูจน์ถึงความยืดหยุ่นและความเชี่ยวชาญของบริษัท

FLS รู้ดีว่าตำแหน่งของบริษัทในตลาดนั้นเป็นแบบเฉพาะกลุ่ม แต่อย่างไรก็ตาม ฐานลูกค้าที่เชื่อมั่นและพนักงานที่มีความทุ่มเท ต่างรับรู้ได้ถึงบทบาทที่สำคัญของบริษัท FSL จึงมุ่งมั่นนำเสนอโซลูชั่นที่ออกแบบโดยเฉพาะสำหรับลูกค้าแต่ละราย และสร้างชื่อเสียงในการเป็นพันธมิตรที่ได้รับความไว้วางใจในตลาดโลจิสติกส์

-(016)

เปิดเบื้องหลังความหล่อ ‘คิมมี่ ธิติสรรค์’ หนุ่มหล่อจากไทยคว้า ‘Mister International 2023’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/757437

เปิดเบื้องหลังความหล่อ 'คิมมี่ ธิติสรรค์' หนุ่มหล่อจากไทยคว้า 'Mister International 2023'

เปิดเบื้องหลังความหล่อ ‘คิมมี่ ธิติสรรค์’ หนุ่มหล่อจากไทยคว้า ‘Mister International 2023’

วันจันทร์ ที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2566, 17.33 น.

“คิมมี่ ธิติสรรค์” คว้า “Mister International 2023” ฟาก “น้องฉัตร” พาแบรนด์ไทยสู่อินเตอร์ “น้องฉัตร” เปิดเบื้องหลังความหล่อ พาแบรนด์ไทยอวดความปังเวที “มิสเตอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล 2023”

ได้แล้ว! “คิมมี่ ธิติสรรค์” หนุ่มไทยคว้า “มิสเตอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล 2023” ส่วน “น้องฉัตร” เปิดเบื้องหลังความหล่อ พร้อมพาแบรนด์ไทยอวดความปังสู่อินเตอร์

“คิมมี่ ธิติสรรค์” หนุ่มลูกครึ่งไทย-อังกฤษ คว้าตำแหน่ง “Mister International 2023 Present by Chat Cosmetics” ยืนหนึ่งหนุ่มหล่อระดับโลกเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งครั้งนี้ไทยเป็นเจ้าภาพ ครั้งที่ 15 มีหนุ่มๆ จากประเทศต่างๆ รวม 36 ประเทศ เข้าร่วมประชันความหล่อ โดยรอบตัดสิน มีขึ้นเมื่อค่ำวันที่ 17 ก.ย. ที่ผ่านมา

งานนี้มีสปอนเซอร์​หลักของการประกวด คือ “CHAT ​Cosmetics​” เครื่องสำอางเคาน์เตอร์​แบรนด์ระดับพรีเมี่ยม คุณภาพสูงสัญชาติไทย โดย น้องฉัตร-ฉัตรชัย เพียง​อภิชาติ​ ที่ตลอดการประกวดรังสรรค์ลุคหล่อๆ ให้กับหนุ่มๆ ในงานใหญ่ระดับโลกครั้งนี้ด้วย

สำหรับ “คิมมี่ ธิติสรรค์ กู๊ดเบิร์น” หนุ่มหล่อลูกครึ่งไทย-อังกฤษ อายุ 24 ปี คว้าชัยในบ้าน ชนะเลิศครองตำแหน่ง มิสเตอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล 2023 ขณะที่รองอันดับ 1 ได้แก่ หนุ่มหล่อจากเวเนซุเอล่า และรองอันดับ 2 ได้แก่ หนุ่มหล่อคมเข้มจากบราซิล

ฟาก “น้องฉัตร” ได้เปิดเบื้องหลังลุคหล่อของหนุ่มๆ จากเวที “Mister International 2023” ไว้ว่า

“งานนี้เป็นงานประกวดผู้ชายระดับโลก ซึ่งน้องฉัตรได้มีโอกาสเข้ามาดูแลความหล่อของหนุ่มๆ เนื่องจากครั้งนี้ไทยเป็นเจ้าภาพ เครื่องสำอางแบรนด์เราต้องการนำเสนอความเป็นไทย บอกเล่าเรื่องราว โดยผ่านทางการท่องเที่ยว และการประกวด อย่างที่รู้กันว่า แบรนด์นี้มีน้องฉัตรเป็นเจ้าของแบรนด์ ดังนั้นจึงมีโอกาสได้มีเข้ามาร่วมส่วนสนับสนุน ให้ทีมได้มาดูแลความหล่อ ทั้งตอนเก็บตัว การแสดงในรอบต่างๆ ต้องมีการแต่งหน้า แบรนด์เราเลยเป็นแบรนด์ที่เข้ามามีส่วนร่วมเสริมหล่อให้กับหนุ่มๆ”

“ก่อนหน้านี้กองประกวดติดต่อแบรนด์เราเข้ามาว่าอยากให้เราเข้าไปสนับสนุนเวทีประกวดในเรื่องของการแต่งหน้า เราเลยได้ดูคอนเซ็ป แล้วปีนี้ไทยเป็นเจ้าภาพ เลยรู้สึกว่าเราอยากผลักดันเป็นซอฟต์พาวเวอร์ โดยอาจจะเป็นเรื่องราวเล็กๆ ผ่านการใช้เครื่องสำอาง ให้รู้สึกว่าผู้ชายก็สามารถแต่งหน้าได้ เป็นเรื่องที่ธรรมดาในชีวิตประจำวัน เพราะเราสามารถกลบรอยใต้ตา กลบรอยสิว เพื่อให้หน้าดูกระจ่างใส และหล่อมากยิ่งขึ้น”

การแต่งหน้าผู้ชาย ต่างจากผู้หญิงอย่างไร

ผู้ชายทั่วไปอาจจะรู้สึกว่าไม่ต้องแต่งหน้าอะไรมาก แต่จริงๆ แล้วดีเทลการแต่งหน้า การเลือกเมคอัพยากกว่าผู้หญิง เพราะผู้หญิงมีเรื่องของสีมาเป็นตัวประกอบ แต่ของผู้ชายทั้งหน้าจะเป็นในเรื่องของการเลือกเฉดสี ทั้งคอลซิลเลอร์ แป้งต่างๆ ต้องเลือกให้เข้ากับผู้ชายมากที่สุด เพราะไม่เช่นนั้นเวลาแต่งหน้าจะดูลอย ดูไม่กลืนเข้ากับสีผิว

หลักๆ เลยผู้ชายต้องดูแลผิวหน้า แต่ถ้าเรามีสิว มีรอยดำ เราอาจจะใช้รองพื้นหรือคอลซีลเลอร์กลบรอยต่างๆ ได้ ซึ่งน้องฉัตรจะใช้เทคนิคด้วยวิธีการทาคอลซีลเลอร์รอบดวงตา เกลี่ยให้ทั่ว ถ้าคนที่มีใต้ตาที่คล้ำมากๆ จะใช้คอลซีลเลอร์ที่มีเฉดอมแดง หรืออมชมพู เพื่อตัดกับสีดำ ส่วนการเลือกสีรองพื้น คือ ป้ายที่หลังมือ แล้วเอาหลังมือมาเทียบกับใบหน้า จะเห็นชัดว่าเฉดสีไหนเข้ากับใบหน้าเรามากที่สุด บางคนอาจมิกซ์แอนด์แมทช์เฉดสีรองพื้น เข้ม กลาง อ่อน รวมกัน

ผู้ชายต้องหน้าบางเบา สบายผิว แต่งหน้าไม่หนา ดูเป็นธรรมชาติ แต่กิจกรรมแต่ละอย่างต้องใช้เครื่องสำอางที่ทนทาน กันน้ำ กันเหงื่อ ซึ่งเครื่องสำอางน้องฉัตรมีคุณสมบัติครบนี้แล้ว

การแต่งหน้าให้ขึ้นกับไฟบนเวที จริงๆ แล้วไม่ต่างอะไรมาก กับการแต่งหน้าไลฟ์สไตล์ แต่อาจจะต้องมีการเพิ่มจุดเด่น เช่น เลือกสีรองพื้น ด้วยการใช้หลายเฉดสี เป็นการมิกซ์แอนด์แมทช์ เช่นกลางหน้าเป็นสีที่พอดีผิว กรอบหน้าเป็นสีเข้มเพื่อให้เวลาขึ้นเวที มีกรอบหน้าที่ชัดยิ่งขึ้น 

ที่สำคัญเวลาเจอไฟ อย่าแต่งหน้าที่มีลักษณะมัน ไม่เช่นนั้น หน้าอาจจะดูเยิ้ม หรือโทรมขึ้นได้ แต่ถ้าอย่างการแต่งหน้าในรอบชุดว่ายน้ำจะใช้วิธีลงคอลซีลเลอร์และลงรองพื้น แต่ไม่ลงแป้ง ถ้ารอบชุดสูท จะมีการซับหน้าด้วยแป้งฝุ่นเล็กน้อย เพื่อให้หน้าดูแมทช์มากยิ่งขึ้น

ดังนั้นการแต่งหน้า การเลือกเมคอัพ ต้องเข้ากับชุดของผู้เข้าประกวดด้วย ซึ่งในงานที่ผ่านมาในรอบพรีลิม หนุ่มๆ ชาวต่างชาติ จะใส่ชุดไทย เป็นภาพความประทับใจมาก ซึ่งสมัยเด็กๆ น้องฉัตรมีความฝันว่าเราจะได้เป็นสปอนเซอร์ในการซับพอร์ตเวทีระดับโลก และวันนี้มันก็เกิดขึ้นจริง ซึ่งงานนี้น้องฉัตรตั้งใจทำเพื่อหน้าตาของประเทศไทยเลย เราพยายามทำทุกอย่างให้ออกมาดีที่สุด เพื่อให้ชาวต่างชาติอยากกลับมาเที่ยวอีกครั้ง”

-(016)

อวดโฉมนิทรรศการจิวเวลรี่ระดับไอคอน ฉลองครบรอบ 40 ปี งานบางกอกเจมส์ครั้งที่68

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/757420

อวดโฉมนิทรรศการจิวเวลรี่ระดับไอคอน  ฉลองครบรอบ 40 ปี งานบางกอกเจมส์ครั้งที่68

อวดโฉมนิทรรศการจิวเวลรี่ระดับไอคอน ฉลองครบรอบ 40 ปี งานบางกอกเจมส์ครั้งที่68

วันจันทร์ ที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2566, 16.51 น.

กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) และ สถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (GIT) เปิดตัวนิทรรศการ The Magnificent 40-Year Journey of Brilliance นิทรรศการระดับไอคอนครั้งแรกในประเทศไทย กับการจัดแสดงผลงานเครื่องประดับสุดอลังการ ที่คัดสรรโดยบุคคลสำคัญในแวดวงอัญมณีและเครื่องประดับไทย เพื่อฉลองครบรอบ 40 ปีของงานบางกอกเจมส์ (Bangkok Gems & Jewelry Fair ครั้งที่ 68) และตอกย้ำความยิ่งใหญ่ของประเทศไทยในฐานะศูนย์กลางการผลิตและการค้าอัญมณีระดับโลก ที่จัดขึ้นเมื่อเร็วๆ นี้ ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ 

นิทรรศการ The Magnificent 40-Year Journey of Brilliance บอกเล่าเรื่องราวประวัติศาสตร์ของอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับไทยผ่านการจัดแสดงภายใต้
5 ธีมหลัก ได้แก่

Golden Legacies นำเสนอเรื่องราวของเครื่องประดับทองและประวัติศาสตร์อันเก่าแก่ของเครื่องทองไทย

Silver Adornment โซนเครื่องประดับเงิน บอกเล่าความเป็นมาของอุตสาหกรรมเครื่องเงินไทย

Creative Solitaire จัดแสดงเครื่องประดับร่วมสมัยที่ผสมผสานนวัตกรรมและงานศิลปะเข้าไว้ด้วยกัน

Haute Joaillerie รวมเครื่องประดับชั้นสูงสุดตระการตาที่สร้างสรรค์อย่างประณีตจากแบรนด์ชั้นนำทั้งไทยและต่างประเทศ

Gems Alchemist บอกเล่าตำนานพลอยสีไทย ผ่านเครื่องประดับที่โดดเด่นด้วยอัญมณีเลอค่าอย่างทับทิมและแซฟไฟร์

ภายในนิทรรศการจัดแสดงเครื่องประดับล้ำค่ากว่า 40 ชิ้น ที่คัดสรรโดยภัณฑารักษ์รับเชิญ ซึ่งเป็นตัวแทนของบุคคลสำคัญในแวดวงอัญมณีและเครื่องประดับไทย ได้แก่ รอล์ฟ วอน บูเรน (Rolf von Bueren), สุริยน ศรีอรทัยกุล,อตินุช ตันติวิท, ชาญณรงค์ บำราพรักษ์,จูเลียนา โลกลิชี (Guiliana Loglisci), ภิรดา เสนีวงศ์ ณ อยุธยา, ศรัณญ อยู่คงดี, สิรพัฐ พิพัฒน์วีรวัฒน์ และสิทธิชัย ปริญญานุสรณ์ ซึ่งแต่ละชิ้นสร้างความตื่นตาตื่นใจให้แก่ผู้เข้าชม
เป็นอย่างยิ่ง

‘รองปธ.วุฒิ คนที่สอง’ ประธานปิดโครงการพัฒนาผู้นำนักประชาธิปไตยสำหรับเยาวชนฯ ประจำปี 66

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/757400

'รองปธ.วุฒิ คนที่สอง' ประธานปิดโครงการพัฒนาผู้นำนักประชาธิปไตยสำหรับเยาวชนฯ ประจำปี 66

‘รองปธ.วุฒิ คนที่สอง’ ประธานปิดโครงการพัฒนาผู้นำนักประชาธิปไตยสำหรับเยาวชนฯ ประจำปี 66

วันจันทร์ ที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2566, 15.27 น.

เมื่อวันที่ 5 กันยายน 2566 คณะกรรมการประสานงานเพื่อสนับสนุนโครงการกองทุนการศึกษา วุฒิสภา โดยคณะอนุกรรมการพัฒนาผู้นำนักประชาธิปไตยสำหรับเยาวชนด้วยกระบวนการลูกเสือ คณะอนุกรรมการจิตอาสาทำความดี เพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์ และคณะอนุกรรมการส่งเสริมอาชีพและการออมให้แก่นักเรียนในโรงเรียนโครงการกองทุนการศึกษา จัดโครงการพัฒนาผู้นำนักประชาธิปไตยสำหรับเยาวชนด้วยกระบวนการลูกเสือ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 ระหว่างวันที่ 1 – 5 กันยายน 2566 ณ ค่ายลูกเสือนงนุช จังหวัดชลบุรี และโรงแรมริเวอร์ไซต์ กรุงเทพฯ

โดยในช่วงเช้า เวลา 09.00 น.ณ ห้องประชุมจันทรา อาคารรัฐสภา คณะครูและนักเรียนเดินทางด้วยเรือพลังงานไฟฟ้าจากโรงแรมริเวอร์ไซต์  มายังอาคารสัปปายะสภาสถาน (อาคารรัฐสภา) เพื่อเข้าชมการอภิปรายและการประชุมของวุฒิสภาในห้องประชุมจริง ซึ่งตรงตามวัตถุประสงค์ของโครงการในการสร้างการรับรู้  ความเข้าใจและการมีส่วนร่วมทางการเมืองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

จากนั้นเวลา 12.00 น. ณ ห้องประชุม 402-403 ชั้น อาคารรัฐสภา (ฝั่งวุฒิสภา) นายศุภชัย สมเจริญ รองประธานวุฒิสภา คนที่สอง ในฐานะประธานกรรมการประสานงานเพื่อสนับสนุนโครงการกองทุนการศึกษา วุฒิสภา ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีปิดโครงการพัฒนาผู้นำนักประชาธิปไตยสำหรับเยาวชนด้วยกระบวนการลูกเสือฯ โดยมี พลเอก พิศณุ พุทธวงศ์ ประธานอนุกรรมการฯ กล่าวรายงาน และมีสมาชิกวุฒิสภา ผู้บริหารสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา นายณรงค์ศักดิ์ ภูมิศรีสอาด ที่ปรึกษาคณะเจ้าหน้าที่บริหาร  และคณะผู้บริหารด้านการศึกษาของ บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) ผู้บริหารสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน  สถาบันจิตวิทยาความมั่นคง สจว. รุ่นที่ 122 และสื่อมวลชน คณะครูและนักเรียนในโครงการกองทุนการศึกษาพื้นที่ภาคเหนือ จำนวน 27 โรงเรียน ใน 7 จังหวัด จำนวน 162 คน เข้าร่วมพิธี

กิจกรรมในครั้งนี้ ได้รับความอนุเคราะห์เป็นอย่างดีจาก บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) นำน้ำและขนมในเครือ 7-11 มาให้เด็ก ๆ ได้รับประทาน รวมถึง นายสักกะ  ระบิลทศพร ประธานนักศึกษาหลักสูตรจิตวิทยาความมั่นคง รุ่นที่ 122 และคณะ นำนักเรียนจากโรงเรียนเพชรรัชต์ในพระอุปถัมภ์ สมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี มาร่วมงานและมอบของที่ระลึกให้แก่เด็ก ๆ ก่อนเดินทางกลับด้วย

ตลอดระยะเวลาห้าวันสี่คืนที่ผ่านมา นับเป็นโอกาสอันดีที่คณะครูและนักเรียนได้มีโอกาสทำกิจกรรมร่วมกัน มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งกันและกัน ซึ่งถือเป็นประสบการณ์ที่ดี “โครงการพัฒนาผู้นำนักประชาธิปไตยสำหรับเยาวชนด้วยกระบวนการลูกเสือ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566” หวังเป็นอย่างยิ่งว่าความรู้และประสบการณ์ที่ได้รับ สามารถนำไปเผยแพร่ต่อยอดให้กับเพื่อนและครอบครัว รวมถึงตนเองจะได้ดำรงตนเป็นผู้มีคุณธรรมจริยธรรมและเป็นผู้มีจิตอาสาในหัวใจ เติบโตมาเป็นคนดีของสังคมและประเทศชาติต่อไป

-(016)

มช.จัดโครงการพัฒนาศักยภาพผู้นำคลื่นลูกใหม่ เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจจังหวัดเชียงใหม่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/757396

มช.จัดโครงการพัฒนาศักยภาพผู้นำคลื่นลูกใหม่ เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจจังหวัดเชียงใหม่

มช.จัดโครงการพัฒนาศักยภาพผู้นำคลื่นลูกใหม่ เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจจังหวัดเชียงใหม่

วันจันทร์ ที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2566, 15.22 น.

สำนักงานจังหวัดเชียงใหม่ ร่วมกับ หอการค้าจังหวัดเชียงใหม่ และมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จัดโครงการพัฒนาศักยภาพผู้นำคลื่นลูกใหม่ เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจจังหวัดเชียงใหม่ (Young Public and Private Collaboration หรือ YPC) เพื่อเสริมสร้างองค์ความรู้และพัฒนาทักษะความพร้อม การเป็นผู้นำรุ่นใหม่ แก่ผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน เพื่อเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการพัฒนาจังหวัดเชียงใหม่ อันนำไปสู่การยกระดับเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิตของประชาชน โดยมี นายศักดิ์ชัย คุณานุวัฒน์ชัยเดช รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ให้เกียรติเป็นประธานเปิดโครงการฯพร้อมบรรยายพิเศษหัวข้อ “ทิศทางการพัฒนาเศรษฐกิจจังหวัดเชียงใหม่และความร่วมมือภาครัฐและเอกชน” ร่วมด้วยผู้แทนจากภาคเอกชน นำโดย นายจุลนิตย์ วังวิวัฒน์ ประธานหอการค้าจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวต้อนรับผู้เข้าร่วมอบรมหลักสูตร YPC และกล่าวมอบแนวทางความร่วมมือจากภาครัฐและภาคเอกชน ในการพัฒนาเศรษฐกิจโดยคนรุ่นใหม่ โดย นายไกรสินธุ์ วงศ์สุรไกร กรรมการรองเลขาธิการ สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย

พร้อมกันนี้ ภายในงานยังมีการจัดอบรมเชิงบรรยายและเชิงปฏิบัติการ โดย ผศ.ดร.ชนม์เจริญ แสวงรัตน์ ผู้ช่วยอธิการบดีมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (มช.) และบุคลากรจากอุทยานวิทย์ มช. ร่วมเป็นวิทยากรเสริมสร้างองค์ความรู้แก่ผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน จำนวนกว่า 40 คน ซึ่งโครงการดังกล่าวกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 12 – 14 กันยายน พ.ศ. 2566 ณ ห้องประชุมบอลลูม ชั้น 2 อัลไพน์กอล์ฟรีสอร์ท จังหวัดเชียงใหม่โดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ชนม์เจริญ แสวงรัตน์ ผู้ช่วยอธิการบดีมช. ในฐานะวิทยากรถ่ายทอดองค์ความรู้ ได้นำทีมผู้ประกอบการร่วมเสวนาแลกเปลี่ยนและเสริมสร้างองค์ความรู้ ผ่านจัดกิจกรรมเสวนา ในหัวข้อ “ทิศทางการพัฒนาธุรกิจเพื่อเชื่อมโยงตลาดโลก (Global Trends)” และหัวข้อ “โอกาสและแนวทางขับเคลื่อนเศรษฐกิจ” จากคุณภัทราภรณ์ กันยะมี ผู้ก่อตั้งบริษัท เดอะลิตเติ้ล ออนเนี่ยน แฟคเทอรี่ จำกัด ซึ่งมีผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านจากภาคเอกชน เข้าร่วมแลกเปลี่ยนเจาะลึกเทรนด์ตลาดโลก ในหัวข้อดังกล่าว เพื่อให้ผู้ร่วมอบรม เข้าใจถึงภาพรวมของ 3 อุตสาหกรรมที่ควรมุ่งเน้น อันได้แก่ 1) อุตสาหกรรมสร้างสรรค์และดิจิทัล (Creative & Digital) 2) อุตสาหกรรมสีเขียว (Carbon Credit) และ 3) อุตสาหกรรมความงามและการดูแลสุขภาพ (Wellness) อันนำไปสู่การยกระดับเศรษฐกิจของจังหวัดและคุณภาพชีวิตประชาชนเพื่อรองรับการพัฒนาที่เปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง พร้อมข้อซักถามเกี่ยวกับกลไกความร่วมมือ รัฐ – เอกชน ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจควรจะดำเนินอย่างไรให้เกิดประโยชน์ต่อเศรษฐกิจในภูมิภาค

การอบรมหลักสูตร YPC ได้นำผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน เข้าร่วมอบรม เชิงปฏิบัติการอย่างเข้มข้น เพื่อให้ผู้เข้าร่วมหลักสูตร ได้รับความรู้ในการพัฒนาเพิ่มทักษะองค์ความรู้ในการจัดทำข้อเสนอโครงการอย่างมีประสิทธิภาพ ผ่านการจัดกิจกรรม อาทิ การอบรมเชิงปฏิบัติการและระดมสมองเพื่อกำหนดประเด็นปัญหาและเป้าหมาย และขับเคลื่อนเศรษฐกิจจังหวัดเชียงใหม่, การอบรมเชิงปฏิบัติ หัวข้อ “เทคนิคการนำเสนองานอย่างมีประสิทธิภาพ : How to Pitch Like a Pro”, การบูรณาการโครงการและการเชื่อมต่อห่วงโซ่คุณค่า (Value Chain) สู่การนำเสนอโครงการขับเคลื่อนเศรษฐกิจจังหวัดเชียงใหม่ แก่ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ และส่วนราชการและผู้บริหารส่วนราชการและเอกชน ในรูปแบบ Pitching เพื่อสร้างโอกาสในการนำแผนการพัฒนาจังหวัดไปต่อยอด จำนวนทั้งหมด 10 โครงการ  อันประกอบด้วย 1) โครงการ Chiang Mai Local Food Festival 2) โครงการ Chiang Mai Holistic Wellness Destination 3) โครงการ All New Red Truck 4) โครงการ Hello mama 5) โครงการ Creative Consult and Marketing Organization (CCMO) 6) โครงการ All in one Application for international tourists 7) โครงการ Bio Food Recycle 8) โครงการ Strengthening Community Tourism 9) โครงการพัฒนาห่วงโซ่อุปทานสินค้าเกษตรเพื่อยกระดับสู่การขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานมิติสุขภาพ (Agri-business Value Chain Development for driving Chiangmai Wellness City) และ 10) โครงการ Chiang Mai Wealth & Wellness

ในการนี้ นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ได้ให้เกียรติมอบประกาศนียบัตรแก่ผู้ร่วมการอบรมหลักสูตร YPC และเป็นประธานในพิธีปิดโครงการฯ โดยกล่าวทิ้งท้ายภายหลังจบงานว่าโครงการพัฒนาศักยภาพผู้นำคลื่นลูกใหม่ ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจจังหวัดเชียงใหม่ หรือ YPC นับเป็นโครงการที่แสดงถึงความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ในการผสานพลังด้วยการบูรณาการองค์ความรู้และความเชี่ยวชาญร่วมกัน อันมีหมุดหมายเดียวกัน โดยอาศัยกำลังคนรุ่นใหม่เป็นตัวการสำคัญต่อขับเคลื่อนจังหวัด เพื่อต่อยอดในการบรรจุแผนพัฒนาจังหวัดเชียงใหม่ในอนาคตอย่างเป็นรูปธรรม

ด้าน นายจุลนิตย์ วังวิวัฒน์ ประธานหอการค้าจังหวัดเชียงใหม่ เผยถึง ความร่วมมือในครั้งนี้ ในนามหอการค้าจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมสนับสนุนภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน เพื่อให้การพัฒนาจังหวัดเชียงใหม่บรรลุเป้าหมายก้าวไปในทิศทางข้างหน้าอย่างยั่งยืน

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ชนม์เจริญ แสวงรัตน์ ผู้ช่วยอธิการบดีมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ในฐานะวิทยากรถ่ายทอดองค์ความรู้ กล่าวทิ้งท้ายว่า การอบรมเชิงปฏิบัติการในหลักสูตร YPC เป็นการมุ่งสร้างผู้นำรุ่นใหม่ที่นับว่าเป็นกำลังสำคัญจากภาครัฐและภาคเอกชน โดยการสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างกันเพื่อพัฒนาข้อเสนอโครงการที่จะเกิดขึ้นอย่างมีประสิทธิภาพ ตอบสนองต่อยุทธศาสตร์ในการพัฒนาจังหวัด และตรงตามความต้องการของภาคธุรกิจและสังคมอย่างแท้จริง

ทั้งนี้ โครงการดังกล่าว อันมีความสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาจังหวัดเชียงใหม่ ในการสร้างเศรษฐกิจ และพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน หากได้บรรจุและได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากจังหวัดเชียงใหม่ต่อไป จะทำให้เกิดเศรษฐกิจฐานสุขภาพ การสร้างแรงดึงดูดเพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวด้วยวัฒนธรรม และ Soft Power ด้านเกษตรและสังคมผู้สูงอายุ โดยสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจได้กว่า 60,000 ล้านบาท ในปี 2570

-(016)

‘PERSES’ ฉลอง 1 ปี! จัดกิจกรรมเพื่อแฟนคลับ สนุก ซึ้ง อบอุ่น

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/757687

‘PERSES’ ฉลอง 1 ปี! จัดกิจกรรมเพื่อแฟนคลับ สนุก ซึ้ง อบอุ่น

‘PERSES’ ฉลอง 1 ปี! จัดกิจกรรมเพื่อแฟนคลับ สนุก ซึ้ง อบอุ่น

วันพุธ ที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

เดบิวต์ครบ 1 ปีแล้ว สำหรับ PERSES (เพอร์เซส) ศิลปินบอยกรุ๊ปจากค่าย G’NEST (จีเนส) ภายใต้ GMM MUSICนำโดย จั๋ง-วิกร บูรณภิญโญ, เน-ณรัณ วิกัยรุ่งโรจน์,กฤติน-กฤติน สอสูงเนิน, ปาล์ม-พีรวิชญ์ พินธะและ ปลั๊กกี้-ธรากร คำสิงห์ ซึ่งนับตั้งแต่ G’NEST ได้คลอดลูกชายออกมาเมื่อ 28 กันยายนปีที่แล้ว จนถึงวันนี้เดินทางมาใกล้ครบรอบ 1 ปีเต็ม PERSES ได้เก็บเกี่ยวประสบการณ์และโอกาสมากมาย ทำให้ได้พัฒนาและเติบโตก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นใจ โดยหนึ่งในส่วนสำคัญที่เป็นแรงผลักดันคงหนีไม่พ้นกำลังใจจากแฟนๆ PIECES (พีสเซส) ที่คอยสนับสนุนมาโดยตลอด และในโอกาสนี้ ทั้ง 5 หนุ่ม จึงอยากจะขอขอบคุณแฟนๆ ด้วยกิจกรรม Dr.J presents PERSES-“CREATE MYTIME” FIRST FANSIGN & MINI CONCERT

งานนี้เรียกว่าซึ้งตั้งแต่ชื่องาน “Create MY TIME” ที่ครีเอทมาจากคอนเซ็ปต์ของอัลบั้มแรก “Destroy to create”การทำลายสิ่งเก่าเพื่อสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ซึ่งหนุ่มๆ PERSESได้ตั้งใจสร้างช่วงเวลาดีๆ ร่วมกับ PIECES ของพวกเขาเพื่อขอบคุณที่สนับสนุนกันมาตลอด 1 ปีเต็ม โดยกิจกรรมนี้มีทั้งงานแฟนไซน์ สำหรับแฟนๆ ที่ซื้อ PERSES FIRST EP “MY TIME” ให้ได้พูดคุยกันแบบใกล้ชิด ซึ่งเป็นอัลบั้มEP รวมเพลงอัลบั้มแรกหลังจากการเดบิวต์ รวมถึงมินิคอนเสิร์ต “Create MY TIME” ที่จัดขึ้นครั้งแรกอย่างเป็นทางการซึ่งมาพร้อมโชว์สุดพิเศษเพื่อแฟนๆ ผู้โชคดีที่ได้สิทธิเข้าชมจำนวน 500 คน ตลอด 1 ชั่วโมงเต็ม

‘โมโน เน็กซ์’ร่วมกิจกรรมปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/757681

‘โมโน เน็กซ์’ร่วมกิจกรรมปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำ

‘โมโน เน็กซ์’ร่วมกิจกรรมปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำ

วันพุธ ที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

กิตติศักดิ์ พุกเจริญ ผู้ช่วยผู้อำนวยการแผนกกิจกรรมเพื่อสังคมและสื่อสารองค์กร บริษัท โมโน เน็กซ์ จำกัด(มหาชน) และ กลุ่มธุรกิจ MONO29, MONOMAX พร้อมด้วย แพร-ชุติมา บุญสวา,เจฟฟี่-จิราพัชร มณีรัตน์ และ มายด์-อวิกาสมเสนาะ พิธีกรช่อง RUSH Stories ทางกล่อง 3BB GIGATV ในเครือโมโนเน็กซ์ ร่วมกิจกรรมปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำ (กุ้ง-ปลา)เพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวงและเนื่องในวันประมงแห่งชาติ ซึ่งตรงกับวันที่ 21 กันยายน ของทุกปี

โดยมี สุธี ทองแย้ม ผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี เป็นประธานในกิจกรรม, ประเสริฐศักดิ์ เชิงชวโน รองผู้ว่าการยุทธศาสตร์การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.), สุธรรม ลิ่มพานิชประมงจังหวัดนนทบุรี และข้าราชการ คณะครูนักเรียน ประชาชนทั่วไป ร่วมด้วยหน่วยงานพันธมิตร เข้าร่วมกิจกรรมเพื่อรณรงค์ให้ประชาชนตระหนักรู้ถึงคุณค่าของทรัพยากรสัตว์น้ำและร่วมอนุรักษ์ฟื้นฟูทรัพยากรสัตว์น้ำให้สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้อย่างยั่งยืนณ ริมแม่น้ำเจ้าพระยาหน้าโรงไฟฟ้าพระนครเหนือจังหวัดนนทบุรี

‘พิ้งกี้’ ถูกใจบทพยาบาลในภาพยนตร์ ‘กุมาร’ ซีนน้อยแต่หนักหน่วง เผย เชื่อเรื่องมิติเหนือธรรมชาติ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/757686

‘พิ้งกี้’ ถูกใจบทพยาบาลในภาพยนตร์ ‘กุมาร’ ซีนน้อยแต่หนักหน่วง  เผย เชื่อเรื่องมิติเหนือธรรมชาติ

‘พิ้งกี้’ ถูกใจบทพยาบาลในภาพยนตร์ ‘กุมาร’ ซีนน้อยแต่หนักหน่วง เผย เชื่อเรื่องมิติเหนือธรรมชาติ

วันพุธ ที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

เป็นอีกหนึ่งผลงานหนังผีระทึกขวัญที่หลายคนอยากจะสัมผัสความหลอนกันแล้ว สำหรับภาพยนตร์ “กุมาร (KUMARN)” ที่สำคัญได้นักแสดงนำชื่อดังอย่าง “พิ้งกี้ สาวิกา ไชยเดช” มารับบทพยาบาลสาวที่มีความลี้ลับซ่อนปมอะไรบางอย่างในใจ ที่เจ้าตัวยังได้เผยว่าอ่านบทแล้วถูกใจกับบทที่มีซีนน้อยแต่หนักหน่วงทุกซีนที่ตัวละครนี้โผล่มา

“เรื่องนี้ กี้ได้เล่นเป็นเเพมค่ะ เป็นพยาบาลสถาบันจิตเวชที่ทำธุรกิจลับๆบางอย่างโดยบทแพมจะเป็นคนสุขุมนุ่มลึก ดูปิดบังอะไรบางอย่างในใจ เป็นพยาบาลที่มีนัยยะแอบแฝงไม่ใช่พยาบาลที่เห็นได้ทั่วไป พอได้รับการติดต่อมา พออ่านบทเสร็จรู้สึกว่าบทนี้น่าเล่นมากเลยตอบตกลงในภาพยนตร์อาจจะมีซีนของกี้ไม่มาก บอกเลยว่าทุกครั้งที่ แพมโผล่มาการเป็น แพม เหมือนเป็นเงาของเรื่อง เวลาโผล่มามักจะคาดเดาไม่ได้ว่ารู้สึกอะไร เป็นซีนที่หนักหน่วงทุกซีน ประทับใจมาดามฟันนี่ผู้กำกับฯ ด้วย เพราะมาดามจะมีภาพอยู่ในหัวที่เฉียบคมแล้วระดับนึงเวลาเราถ่ายจะค่อนข้างฉับไวได้คือได้ ไม่ต้องเผื่อเยอะ เรื่องนี้สำหรับกี้ไม่ยากและไม่ง่ายมาน้อยแต่มาหนัก”

ซึ่ง “พิ้งกี้” ยังกล่าวถึงภาพยนตร์เรื่องนี้อีกว่า “กี้เชื่อในเรื่องมิติเหนือธรรมชาตินะคะ จริง ๆแล้วคงประกอบไปด้วยหลายมิติ ไม่ได้มีแค่มิติที่เรารับรู้ได้เท่านั้น น่าจะมีมิติอีกมากมายซ้อนทับอยู่เพียงแต่การรับรู้ของมนุษย์มีจำกัด อย่าง “กุมาร”ในความหมายกี้ที่เข้าใจ ก็คือเป็นคำนิยามของเด็กที่เป็นเทพปรากฎทับซ้อนอยู่กับมิติของมนุษย์ธรรมดาอย่างเราและปรากฎการณ์แบบนี้มีให้กล่าวถึงในหลายประเทศเพียงแต่อธิบายแตกต่างกัน เพราะฉะนั้นตราบใดที่ไม่ได้มีข้อลบล้างถึงความไม่มีอยู่จริง กี้ก็คงจะเชื่ออยู่ว่าสิ่งนั้นอาจจะเป็นสิ่งที่มีอยู่จริง หนังเรื่องกุมาร เป็นหนังที่เอาความเชื่อของคนไทยที่มาผูกกับเรื่องศีลธรรมและความถูกต้องของทางเลือก เชื่อว่านอกจากความบันเทิงของภาพยนตร์แล้ว ก็เชื่อว่าคนดูจะได้ข้อคิดอะไรเกี่ยวกับบาปบุญคุณโทษกลับไปแน่นอน ขอฝากผลงานภาพยนตร์กุมารด้วยนะคะ”เตรียมพิสูจน์ความหนักหน่วงกับบทพยาบาลแพม ของ“พิ้งกี้ สาวิกา ไชยเดช”ได้ในโรงภาพยนตร“กุมาร” (KUMARN)21 กันยายนนี้
 

‘เปอร์-สุวิกรม’นำทีม ‘สปาย-มิลลี่-เปรม’ โชว์พิเศษ ในงานแถลงข่าว คอนเสิร์ตการกุศล แพทย์จุฬาฯ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/757684

‘เปอร์-สุวิกรม’นำทีม ‘สปาย-มิลลี่-เปรม’  โชว์พิเศษ ในงานแถลงข่าว คอนเสิร์ตการกุศล แพทย์จุฬาฯ

‘เปอร์-สุวิกรม’นำทีม ‘สปาย-มิลลี่-เปรม’ โชว์พิเศษ ในงานแถลงข่าว คอนเสิร์ตการกุศล แพทย์จุฬาฯ

วันพุธ ที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

รศ.นพ.พินิจ กุลละวณิชย์ ประธานมูลนิธิคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์ พร้อมด้วย รศ.นพ.ฉันชาย สิทธิพันธุ์ กรรมการและเลขานุการ มูลนิธิคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์ คุณสงกรานต์ อิสสระ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.ชาญอิสสระ ดีเวล็อปเมนท์ และ คุณลาวัลย์ กันชาติ ประธานกรรมการ บริษัท เจ เอส แอล โกลบอล มีเดีย จำกัด ร่วมกันแถลงข่าว การจัดคอนเสิร์ตการกุศล แพทย์จุฬาฯ Charity Happy Melody Concert #6789 ทศวรรษแห่งดนตรี เพื่อหารายได้สนับสนุนด้านการศึกษา ค้นคว้างานวิจัยของคณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ ที่เป็นแหล่งความรู้ด้านการแพทย์ตลอดจนการสร้างชุมชนแห่งการเรียนรู้ที่ก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางแห่งการเชื่อมโยงแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านสาธารณสุขในระดับประเทศ และสนับสนุนให้การรักษาพยาบาลของโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ภายในงานแถลงข่าวมีโชว์เพลงพิเศษจากภาพยนตร์ เรื่อง Grease ปี 70 จาก 3 ศิลปิน สปาย-ภาสกรณ์, มิลลี่-อภิสรา และ เปรม-ฉัตรนนท์  โดยมี เปอร์-สุวิกรม อัมระนันทน์ เป็นผู้ดำเนินรายการ ที่ อาคารภูมิสิริมังคลานุสรณ์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย

โดย “เปอร์-สุวิกรม” ​เปิดใจว่า “ส่วนตัวแล้วผมรู้สึกเป็นเกียรติมากที่ได้มีโอกาสเป็นส่วนหนึ่ง.  ของงาน คอนเสิร์ตการกุศล แพทย์จุฬาฯ Charity Happy Melody Concert #6789 ทศวรรษแห่งดนตรี เพื่อหารายได้สนับสนุนด้านการศึกษา ค้นคว้างานวิจัยของคณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ แต่ผมไม่ได้มาร้องเพลงนะครับ ผมรับหน้าที่เป็นพิธีกรเริ่มตั้งแต่วันแถลงข่าวไปจนถึงวันคอนเสิร์ต 7 ตุลาคม นี้ ตื่นเต้นไม่แพ้แฟนเพลงเลยครับ เพราะเห็นรายชื่อศิลปินระดับแถวหน้าของเมืองไทย มีที่จิตอาสามาร่วมมอบความสุข ความบันเทิง อาทิ คุณนันทิดา แก้วบัวสาย คุณสุชาติ ชวางกูร คุณผุสชา โทณะวณิก คุณศรัณย่า ส่งเสริมสวัสดิ์ คุณปราการ ไรวา คุณกิตตินันท์ ชินสำราญ คุณพิเชษฐ์ บัวขำ คุณภาสกร รุ่งเรืองเดชาภัทร์ คุณป้อม ออโตบาห์น คุณวสุ แสงสิงแก้ว  คุณสุทธิพงษ์ วัฒนจัง คุณสุนทร สุจริตฉันท์ คุณเกียรติศักดิ์ อุดมนาค และ มล.ปิยาภัสร์ ภิรมย์ภักดี รวมทั้งนิสิตเก่า นิสิต บุคลากรทางการแพทย์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย รับรองว่าวันงานจัดเต็มแน่นอนครับ”

สำหรับ “สปาย-ภาสกรณ์” ศิลปินเสียงดีเจ้าของอัลบั้ม“สักที” The Miracle Journey กล่าวว่า “ขอบคุณผู้ใหญ่ทุก ๆ ท่านนะครับ โดยเฉพาะแม่ต้น ลาวัลย์ เจ เอส แอล ฯ ​ที่ให้โอกาสสปายได้เข้ามาร่วมงานบุญในครั้งนี้ กับคอนเสิร์ตการกุศล แพทย์จุฬาฯ Charity Happy Melody Concert #6789 ทศวรรษแห่งดนตรี สำหรับวันนี้เป็นงานแถลงข่าวเปิดตัว เรามีการโชว์พิเศษจากภาพยนตร์ เรื่อง Grease ปี 70 กับน้องศิลปิน มิลลี่-อภิสรา และ เปรม-ฉัตรนนท์ โชว์วันนี้พวกเรามาเรียกน้ำย่อยนะครับ (หัวเราะ) วันงานมีทีเด็ดอีกไม่น้อย ใครเป็นแฟนเพลงของใครคิดถึงนักร้องท่านไหน อย่าพลาดมาให้กำลังใจพี่ ๆ ศิลปินทุกท่านได้นะครับ เพราะทุกท่านต่างทุ่มเทและซ้อมกันอย่างเต็มที่เพื่องานบุญครั้งนี้ ไม่มีใครยอมใครแน่นอนครับ และสำหรับผู้สนใจเข้าร่วมชมคอนเสิร์ตการกุศล แพทย์จุฬาฯ Happy Melody Concert #6789ทศวรรษแห่งดนตรี ในวันเสาร์ที่ 7 ตุลาคม 2566 ณ ห้องประชุม 1210 ชั้น 12 อาคารภูมิสิริมังคลานุสรณ์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย หรือประสงค์บริจาคตามกำลังศรัทธาเพื่อสมทบทุนมูลนิธิ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์ สามารถติดต่อสอบถามข้อมูลได้ที่มูลนิธิคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์ โทร. 02 256 4180 หรือ งานประชาสัมพันธ์และจัดหารายได้ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ โทร. 02 256 4183 (วัน-เวลาราชการ) มาเจอกันนะครับ”

‘เจี๊ยบ-ธัญญธร’ยกนิ้ว! ไชน่าทาวน์ฯ เด็ดมาก! ชมเปาะ ‘อาเล็ก-มาร์ช-มิ้นท์’น่ารักเวอร์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/757682

‘เจี๊ยบ-ธัญญธร’ยกนิ้ว! ไชน่าทาวน์ฯ เด็ดมาก!  ชมเปาะ ‘อาเล็ก-มาร์ช-มิ้นท์’น่ารักเวอร์

‘เจี๊ยบ-ธัญญธร’ยกนิ้ว! ไชน่าทาวน์ฯ เด็ดมาก! ชมเปาะ ‘อาเล็ก-มาร์ช-มิ้นท์’น่ารักเวอร์

วันพุธ ที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

เรียกว่าเป็นหนังคอมมาดี้-แอ๊คชั่น ตัวพ่อแห่งปีที่โกยดาราชั้นนำ อาทิอาเล็ก-ธีรเดช, มิ้นท์-รัญชน์รวี, มาร์ช-จุฑาวุฒิ, แอล-กมลวรรณ ฯลฯ และตลกขั้นเทพ อาทิ จิ้ม ชวนชื่น, ธงธง-คัชฑาเทพ, นุ้ย เชิญยิ้ม มามัดรวมกันไว้เพียบเลย สำหรับภาพยนตร์ท็อปฟอร์มเรื่อง “ไชน่าทาวน์ ชะช่า”(CHINATOWN CHACHA)ของ บริษัท เวลาเอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด ที่นำโดย CEO สวยเก่ง เมเปิ้ล-พัชชุดาญ์ แถมโปรเจ็กต์นี้ยังได้ผู้กำกับดีกรีตลกแถวหน้าอย่าง จตุรงค์ พลบูรณ์มาจัดเต็มสาดมุกไม่ยั้งร่วมกับเจี๊ยบ-ธัญญธร เกตุเลขา โปรดิวเซอร์หนังมือเก๋าอีกด้วยงานนี้บอกได้คำเดียวว่า คุ้มค่ากับที่แฟนหนังทุกคนรอคอยแน่นอน

เจี๊ยบ-ธัญญธร เผยว่า “หนังเรื่องนี้ไม่ใช่แค่คอมมาดี้-แอ็คชั่น ที่ไร้สติหรือใดๆ แต่มันมีบางมุมที่ให้สาระให้ข้อคิด ให้มุมมองใหม่ ทำให้เราได้ย้อนกลับไปในสิ่งที่เราไม่เคยเห็นมาก่อนได้เห็นเยาวราชในยุค ร.5ซึ่งทางกองหนังของเราได้ร่วมกันศึกษาข้อมูลและสร้างฉากออกมา เพื่อให้คนดูได้ร้องว้าวเพราะอะไรต่ออะไรมันค่อนข้างแปลกตามาก มันก็เป็นความหลากหลายที่ลงตัว แต่จะขนาดไหนนั้นตรงนี้ขออุบไว้ก่อน

ส่วนที่มีหลายๆ คนมองว่า พี่รงค์ (จตุรงค์ พลบูรณ์) มากำกับหนัง ทุกคนก็จะรู้อยู่แล้วว่าต้องตลก แต่นอกจากความตลกแล้วเราจะได้เห็นอะไรหลายๆ อย่างจากหนังเรื่องนี้ ได้เห็นความน่ารักของ อาเล็ก-ธีรเดช,มาร์ช-จุฑาวุฒิ ซึ่งปกติทั้งคู่สนิทกันอยู่แล้ว พอมาเจอกันเล่นหนังด้วยกัน มันจะมีความลงตัวที่น่ารักมากๆ ส่วน น้องมิ้นท์-รัญชน์รวีที่ต้องเล่นเป็นพาร์ทย้อนไปอดีตและปัจจุบัน มันก็จะมีเรื่องราวดีๆ และความสนุกให้ลุ้นในทุกๆ ตอน รวมถึงนักแสดงตลก อาทิ จิ้ม ชวนชื่น, ธงธง-คัชฑาเทพ, นุ้ย เชิญยิ้มและคนอื่นๆ อีกเพียบที่มารวมตัวกันปล่อยมุกอีก พี่เจี๊ยบว่าหนังเรื่องนี้อิ่มมากและคุ้มแน่นอน อยากให้มาดูกันเยอะๆ เพื่อคนทำหนังจะได้มีกำลังใจ มีแรงให้ทำงานต่อไป ยังไงฝากหนังเรื่อง “ไชน่าทาวน์ ชะช่า”(CHINATOWN CHACHA)ของพวกเราชาว เวลาเอ็นเตอร์เทนเม้นท์ด้วยนะคะ”ติดตามชมภาพยนตร์คอมมาดี้-แอ๊คชั่น ฟอร์มยักษ์แห่งปี “ไชน่าทาวน์ ชะช่า” (CHINATOWN CHACHA) ที่จะนำพาทุกคนย้อนอดีตไปกับโชคชะตาที่เหมือนต้องคำสาป พร้อมสัมผัสความฮาลั่นสนั่นโรง เร็วๆ นี้