วง 4MIX ร่วมโปรเจกท์ RS รีเมค เพลง ‘นางแมว’ (Bad Cat) ร้อนแรงถูกใจชาว T-POP

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/756869

วง 4MIX ร่วมโปรเจกท์ RS รีเมค เพลง ‘นางแมว’ (Bad Cat)  ร้อนแรงถูกใจชาว T-POP

วง 4MIX ร่วมโปรเจกท์ RS รีเมค เพลง ‘นางแมว’ (Bad Cat) ร้อนแรงถูกใจชาว T-POP

วันเสาร์ ที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

สร้างประวัติศาสตร์ให้วงการดนตรีอีกครั้ง! เมื่อศิลปิน T-POP มากความสามารถอย่างวง 4MIX จาก 411Records ร่วมโปรเจกท์พิเศษ UPRISING EP.1 RS MUSIC X ร่วมกับค่ายเพลง RS ที่นำเพลงในตำนานอย่างเพลง นางแมว ของวงหิน เหล็ก ไฟ ไปปรุงแต่งให้มีสีสันอัตลักษณ์ในแบบฉบับ 4MIX เป็นครั้งแรก ความโดดเด่นของการรีเมคเพลงนี้คือศิลปินวง 4MIX ได้แก่ นินจา-จารุกิตต์ คำหงษา, แมกก้า-ณัฐภัทร ดีเลิศตระกูล, โฟล์คซอง-ชนินทร บุญรอด และ จอร์จ-ราเมศวร์ เกียรติสุขอุดม กระโดดลงเขียนเนื้อร้อง ทำนองเองร่วมกับโปรดิวเซอร์เป็นครั้งแรก ด้วยความหลงใหลในเสน่ห์ของเพลงป๊อป-แดนซ์เป็นทุนเดิมและได้โจทย์เพลงร็อกอย่างเพลงนางแมวทำให้ท้าทายที่ได้นำกลิ่นอายความร็อกของเพลงเดิมและเนื้อหาที่มีเสน่ห์ ยั่วเย้า รุนแรง กระแทกสังคม มาใส่ให้เป็นแนวเพลงป๊อป-แดนซ์ แบบ 4MIX มีพัฒนาการยกระดับ T-POP ถูกใจแฟนๆ ที่รอฟังแน่นอน

เพลงนางแมว (Bad Cat) ฉบับวง 4MIX ยังคงให้ความสำคัญกับการแต่งทำนองให้เพลงมีจังหวะสนุกพร้อมท่าเต้นที่ให้ทุกคนโยกสะบัดตามและเนื้อหาครั้งนี้ 4MIX ตีความจากแบบเดิมที่พูดถึงผู้ชายอยากลงโทษผู้หญิงเจ้าชู้แตกต่างเล็กน้อย โดยเพลงที่แต่งขึ้นใหม่นี้พูดถึงคนในสังคมทั้งผู้หญิงผู้ชาย แต่เปรียบเทียบบุคคลที่มีความมั่นใจสูง คิดว่าเขาเก่ง เขาดีแล้ว ไม่มีใครเทียบเขาได้ จริงๆ มีคนที่มีอำนาจมากกว่านั้น 4MIX จึงแต่งเพลงเพื่อมาเป็นตัวแทนเปรียบเปรยว่าฉันจะเป็นคนที่มาจัดการความคิดที่ไม่ดีแบบนี้ของเธอเอง…ข้าคือยมทูตมารับตัวเธอ!

‘7 สีคอนเสิร์ต ออนทัวร์’พร้อมเสิร์ฟสุขจัดเต็ม ยกขบวนซุป’ตาร์ 7HD ล้นเวที

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/756876

‘7 สีคอนเสิร์ต ออนทัวร์’พร้อมเสิร์ฟสุขจัดเต็ม ยกขบวนซุป’ตาร์ 7HD ล้นเวที

‘7 สีคอนเสิร์ต ออนทัวร์’พร้อมเสิร์ฟสุขจัดเต็ม ยกขบวนซุป’ตาร์ 7HD ล้นเวที

วันเสาร์ ที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ไม่ปล่อยให้แฟนๆ ต้องรอนานจนว้าวุ่น สำหรับ“7 สีคอนเสิร์ต ออนทัวร์” ตำนานฟรีคอนเสิร์ตบนหน้าจอโทรทัศน์ ที่ยาวนานที่สุดในประเทศไทยพร้อมจัดเต็มความสนุก ด้วยการขนเหล่านักแสดงช่อง 7HD พร้อมศิลปินชื่อดัง ไปมอบความสุขให้แฟน ๆ ผ่านเสียงเพลงและโชว์สุดอลังการ โดยจะออนทัวร์ไปเสิร์ฟความสุข 4 จังหวัด ได้แก่ จ.ชลบุรี, จ.ศรีสะเกษ, จ.ราชบุรี และ จ.พิษณุโลก

สำหรับครั้งแรก เตรียมปักหมุด ยกขบวนความสุขบุกไปมอบให้กับแฟนๆ ชาวชลบุรีที่บิ๊กซี ชลบุรี 2 พร้อมเหล่านักแสดงช่อง 7HD นำทีมโดย ไมค์-ภัทรเดช, บูม-กิตตน์ก้อง, อ๊อฟ-ชนะพล, ฮาน่า-ลีวิส ร่วมด้วย ภูมิ-เกียรติภูมิ, กานต์-ณัฐชา คู่พระ-นางจากละครแฟนตาซีจักรวาลแม่มด มนตราตะเกียงแก้วและ อ้น-อัครวัฒน์ นอกจากนี้ ยังคว้าเจ้าแม่เชฟบ๊ะ อาภาพร นครสวรรค์ มาร่วมมอบความสนุกแบบนอนสต๊อปโดยมี 2 พิธีกรอารมณ์ดี น้ำ-รพีภัทร และ แอมป์-พีรวัศ รับหน้าที่ดำเนินรายการชาวชลบุรีรอรับมหกรรมความบันเทิงติดขอบเวทีได้เลยติดตามชม “7 สีคอนเสิร์ต ออนทัวร์”30 กันยายนนี้ ที่บิ๊กซี ชลบุรี 2 งานเริ่มตั้งแต่เวลา 15.00 น. เป็นต้นไป โดยภายในงานจะมีซุ้มกิจกรรม จากช่อง 7HD และผู้สนับสนุนให้ได้ร่วมสนุก รับของรางวัลมากมาย และถ่ายทอดสดให้ได้รับชมบรรยากาศความสนุก เวลา 18.00 น.ทางช่อง 7HD กด 35 ชมสดออนไลน์ Facebook : Ch7HD และ Ch7HD Entertainment, YouTube /TikTok :Ch7HD  เว็บไซต์และแอปพลิเคชั่น Ch7HD และBUGABOO.TV รับชมข่าวสารและความเคลื่อนไหวรายการต่างๆ ได้ทาง ช่อง 7HD ดูทีวีกด 35 สดออนไลน์BUGABOO.TV ช่องทางออนไลน์ Ch7HD (Facebook, IG, TikTok, X (Twitter), YouTube)  และเว็บไซต์ : www.ch7.com

แรงสนั่นโซเชียล ‘เจี๊ยบ-โสภิตนภา’ ขออภัยเอฟซี ‘อั้ม’ เหตุเล่นร้ายจัดเต็มใส่ ใน ‘ลมพัดผ่านดาว’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/756889

แรงสนั่นโซเชียล ‘เจี๊ยบ-โสภิตนภา’ ขออภัยเอฟซี ‘อั้ม’ เหตุเล่นร้ายจัดเต็มใส่ ใน ‘ลมพัดผ่านดาว’

แรงสนั่นโซเชียล ‘เจี๊ยบ-โสภิตนภา’ ขออภัยเอฟซี ‘อั้ม’ เหตุเล่นร้ายจัดเต็มใส่ ใน ‘ลมพัดผ่านดาว’

วันเสาร์ ที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ผ่านไปไม่กี่อีพี กระแสความแรงของละครโรแมนติกแห่งปี“ลมพัดผ่านดาว” ยิ่งทวีความเข้มข้น โดยเฉพาะฉากล่าสุดที่ทำเอาแฟนละคร ช่อง 7HD ฮือฮาร้องหูย! กันทั้งโซเชียล กับซีนหึงเดือดของ “เจี๊ยบ-โสภิตนภาชุ่มภาณี” ที่ถือเหยือกน้ำไซส์บิ๊กเบิ้มไปราดศีรษะ “อั้ม-พัชราภาไชยเชื้อ” ต่อหน้า “ติ๊ก-เจษฎาภรณ์ผลดี” ในละคร “ลมพัดผ่านดาว”ซึ่ง “เจี๊ยบ” เผยความรู้สึกถึงบทบาทการแสดงของตัวเองในละครเรื่องนี้ รวมถึงการได้ร่วมงานกับ “ติ๊ก” และ “อั้ม” ว่า

“สำหรับเรื่องนี้ เจี๊ยบรับบท วศินี ค่ะ เป็นภรรยาของ ทรงวัชร์หรือคุณติ๊ก-เจษฎาภรณ์ คือจะมีเรื่องราวที่ว่า ตัววศินีแต่งงานอยู่กับสามีมานาน ทั้งคู่รักกันนะคะแต่วันหนึ่งวศินีเขามีความรู้สึกว่าทรงวัชร์เปลี่ยนไป ไม่รักเราเหมือนเดิม ก็ตามหาสาเหตุจนไปเข้าใจว่าหนูดาว ที่รับบทโดยคุณอั้ม-พัชราภา เป็นคนทำให้สามีเราเปลี่ยนไป ทั้งที่จริงๆ ในบทหนูดาวไม่ได้ทำอะไรเลย จะมีเรื่องราวต่างๆ เกิดขึ้น ซึ่งเจี๊ยบชอบบทเรื่องนี้นะมันกลมกล่อม ไม่ใช่ว่าอยู่ดีๆ ตื่นเช้ามาเราจะมีความร้ายเลย เปิดเรื่องมาเราก็เป็นผู้หญิงปกติคนหนึ่ง มีความรักมีการแต่งงาน มีสามี ขยัน เก่ง ทำงานดีแต่มันจะมีเหตุ มีผลที่ทำให้ต้องร้าย ซึ่งกับคุณติ๊ก เราไม่ได้ร่วมงานกันมา 20 ปีได้ เรื่องนี้เป็นเรื่องที่สอง ที่เราได้ร่วมงานกัน คิดถึงการร่วมงานกับเขาเหมือนกัน จนได้กลับมาร่วมงานกันดีใจมากจำได้ว่าตอนเจอกันฉากแรกในเรื่องนี้ เป็นฉากที่เจี๊ยบมอมยาคุณติ๊ก พยายามจะยั่วยวนคุณติ๊กเลยเรียกว่า หลังจากที่ไม่ได้ร่วมงานกันมา 20 ปีพอมาเจอกันฉากแรก แล้วเป็นฉากแบบนี้เลย ก็ไม่เกร็งอะไร สนุกดี ต่อกันติดไวมาก แล้วก็ต้องขอโทษแฟนคลับของคุณอั้ม-พัชราภา ด้วยนะคะอั้มเขาน่ารักกับเจี๊ยบมาก ร่วมงานกับคุณอั้มสนุกมากคือตั้งแต่ต้น เวลามีฉากอะไร ที่เราต้องไปกระทำเขา เราก็จะคุยกันก่อน อั้มก็บอกเจี๊ยบว่าพี่เจี๊ยบเอาเลยๆ ลุยเลย แต่เจี๊ยบก็จะตื่นเต้น เกร็งนะ เพราะว่าเจี๊ยบเกรงใจคุณอั้มเขา เขาน่ารัก ยังไงเจี๊ยบก็อยากฝากแฟนๆ ติดตามละครลมพัดผ่านดาว กันเยอะๆ นะคะ เรื่องนี้มีหลายรสชาติ มีโลเกชั่นในการถ่ายทำที่สวยมาก ฝากติดตามกันด้วยนะคะ”ติดตามชมละคร “ลมพัดผ่านดาว” ทุกวันจันทร์-พฤหัสบดี เวลา 20.30 น.ทางช่อง 7HD ดูทีวีกด 35 สดออนไลน์ BUGABOO.TV และช่องทางออนไลน์ Ch7HD (Facebook, IG, TikTok, X (Twitter), YouTube) และCh7HD Drama Society (Facebook, IG, TikTok) และเว็บไซต์ www.ch7.com

การกลับมาครั้งยิ่งใหญ่ของ ‘แมว-จิรศักดิ์’ ในซิงเกิ้ลใหม่ ‘ไม่อยากตาย (You Saved Me)’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/756866

การกลับมาครั้งยิ่งใหญ่ของ ‘แมว-จิรศักดิ์’ ในซิงเกิ้ลใหม่ ‘ไม่อยากตาย (You Saved Me)’

การกลับมาครั้งยิ่งใหญ่ของ ‘แมว-จิรศักดิ์’ ในซิงเกิ้ลใหม่ ‘ไม่อยากตาย (You Saved Me)’

วันเสาร์ ที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

หลังจากที่ห่างหายจากการปล่อยซิงเกิ้ลใหม่มาเป็นเวลานานพอสมควรครั้งนี้ “แมว-จิรศักดิ์” ศิลปินร็อกแถวหน้าแห่งวงการ พร้อมแล้วที่จะกลับมาทวงบัลลังก์เจ้าพ่อเพลงร็อกอีกครั้งในซิงเกิ้ลใหม่ “ไม่อยากตาย (You Saved Me)”

“จิรศักดิ์ ปานพุ่ม” หรือ “แมว- จิรศักดิ์” ศิลปินร็อกระดับตำนานจากยุค 90 เจ้าของเพลงฮิตโดนใจมากมาย อาทิ “คนของเธอ”, “รับได้ไหม”, “เลิกรา”, “นักโทษประหาร”, “ทางใครทางมัน” และอีกมากมาย เขาเป็นทั้งนักร้อง นักดนตรี นักแต่งเพลงและโปรดิวเซอร์ยอดมือกีตาร์สายร็อกของไทยที่มีความรู้ความสามารถในด้านดนตรีอีกด้วย

“ไม่อยากตาย (You Saved Me)” ซิงเกิ้ลใหม่ล่าสุดจาก “แมว-จิรศักดิ์” ที่มาพร้อมกับดนตรีแนวโพสต์ร็อกที่หลายๆ คนคงคิดถึงอยู่ไม่น้อย มีจังหวะกลอง และเสียงกีตาร์ที่มีความหนักแน่น และที่สำคัญยังมีท่อนว๊ากที่เซอร์ไพรส์คนฟังอีกด้วยซึ่งเพลงนี้ได้รับเกียรติจาก “เหนือ-เหนือวงศ์ต่ายประยูร” เป็นผู้ที่เขียนเนื้อเพลงออกมาอย่างเข้มข้น และได้ “หนุ่ม-ชานนท์” เป็นผู้เรียบเรียงเพลงนี้ได้อย่างลงตัว 

โดย “แมว” ได้เล่าถึงความรู้สึกที่ได้กลับมาทำเพลงอีกครั้งหลังจากที่ห่างหายไปช่วงหนึ่งว่า “หาโอกาสที่จะทำซิงเกิ้ลมานานแล้วครับ แต่ก็ยุ่งๆ งานในห้องอัด พอได้เริ่มทำงานตัวเองก็รู้สึกตื่นเต้น และดีใจที่ได้แหกปากอีกครั้ง คิดว่าการกลับมาครั้งนี้จะเป็นความสนุกสุดๆ ที่ตนเองจะได้รับจากการระบายความรู้สึกนึกคิดออกมาเป็นเพลงให้แฟนคลับอีกครั้ง” 

นอกจากนี้“แมว” ยังได้เล่าถึงการทำงานในเพลงนี้ให้ฟังอีกว่า “โดยส่วนตัวชอบลายมือของน้องหนุ่มอยู่แล้ว ตั้งแต่สมัยที่เป็นนักร้องอยู่วงโนบูนะ เพลงนี้น้องหนุ่มเรียบเรียงได้ลงตัวมากและเป็นผู้มิกซ์เอง จึงทำให้เพลงออกมามีพลัง ประกอบกับเนื้อเพลงที่เขียนโดยคุณเหนือวงศ์ ก็ทำให้ความเข้มข้นของเพลงเด่นชัดขึ้น การทำงานด้านดนตรีเพลงนี้ ผมกับน้องหนุ่มจะทำกันส่วนตัวห้องใครห้องมันแล้วก็ส่งไฟล์กัน จะไม่ได้เป็นการขลุกอยู่ในห้องอัดเหมือนแต่ก่อนจึงไม่ได้มีความยุ่งยากซับซ้อนอะไรครับ” 

ในด้านของตัวมิวสิกวีดีโอ ก็มีความน่าสนใจไม่แพ้กัน ด้วยเรื่องราวต่างๆที่สะท้อนถึงชีวิตคน ที่ต้องลุกขึ้นมาสู้เพื่อคนที่ตัวเองรัก ทั้งนี้ “แมว” ก็ได้พูดถึงการทำงานไว้ว่า “ต้องขอบคุณพี่ๆ น้องๆ ทุกคน ไม่ว่าจะพี่แสนชัย น้องบิ๊ก น้องมะนาวที่มาร่วมสร้างสีสันให้เอ็มวีเพลงนี้ เป็นที่น่าประทับใจอย่างมาก รวมถึงทีมงานถ่ายทำก็ตั้งใจทำงานนี้ให้ออกมาดีอย่างน่าชื่นชม ทั้งการแสดงของผู้แสดงแต่ละคน การถ่ายทำของทีมงาน น่าจะทำให้แฟนเพลงจดจำเพลงนี้ได้ไม่น้อย” 

สุดท้าย “แมว” ก็ได้ทิ้งท้ายถึงแฟนๆเอาไว้ว่า “การกลับมาครั้งนี้ของผมมีความตั้งใจที่จะมอบความสุขให้กับแฟนเพลงของผมอย่างเต็มที่ แนวเพลงที่ผมจะทำจากนี้ไปผมอยากจะทำในสิ่งที่ผมอยากทำบ้าง เพราะผมเชื่อว่าแฟนเพลงของผมนั้นมีอยู่ในหลายแนวดนตรี หากต่อไปจะได้ยินผมเล่น Jazz บ้าง ร้องอาร์แอนด์บีบ้าง หมอลำบ้าง หรืออะไรที่แปลกไปจากเดิมก็อย่าได้ตกใจ เพราะดนตรีมันคือชีวิต ก็ตามแต่อารมณ์จะพาไปขอให้แฟนคลับทุกท่านจงมีความสุขในการฟังเพลงครับ”

‘ตุ๊กตา-จิตรลดา’เปิดร้านอาหารใหม่ Don’t drama by Arno

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/756894

‘ตุ๊กตา-จิตรลดา’เปิดร้านอาหารใหม่ Don’t drama by Arno

‘ตุ๊กตา-จิตรลดา’เปิดร้านอาหารใหม่ Don’t drama by Arno

วันเสาร์ ที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ทำธุรกิจบันเทิงต่อเนื่องมายาวนานมาทั้งชีวิตสำหรับ ตุ๊กตา-จิตรลดากัลย์จาฤก ล่าสุดว่างจากทำละคร เปิดพื้นที่สตูดิโอกันตนา เปิดตัวร้านอาหาร Don’t drama by Arno ที่แท็กทีมกับอาโน เจ้าของร้าน Arno’s ชื่อดังชาวฝรั่งเศส ภายในร้าน Don’t Drama ถูกตกแต่งมาในสไตล์ดราม่า เหมือนนั่งรับประทานอาหารอยู่ในฉากละคร ภายนอกจะเน้นความโปร่ง โล่งสบาย แต่ภายในบรรยากาศเสมือนโรงหนังส่วนตัว มีโปรเจคเตอร์
ขนาดยักษ์สำหรับฉายหนังพร้อมดัดแปลงเป็นคาราโอเกะปาร์ตี้ได้อย่างลงตัว

ตุ๊กตา-จิตรลดา กล่าวเพิ่มเติมว่า“เดิมทีพื้นที่นี้เคยเป็นโรงหนังกันตนาขนาด 50 ที่นั่ง มาก่อน ก็แบ่งพื้นที่ด้านนอกส่วนหนึ่งนำมาปรับปรุงเป็นร้านเสริมสวย Tone Glam นำร่องไปมาก่อน 2 ปีแล้ว แต่ก็ยังเหลือพื้นที่ภายในโรงหนังเราก็เลยคิดว่า น่าจะทำเป็นร้านอาหารดีกว่า ประกอบกับที่เป็นคนชอบทาน ชอบสังสรรค์ และปาร์ตี้ด้วย ก็เลยคิดว่า ทำร้านอาหารน่าจะเหมาะที่สุด ที่สำคัญบรรดาดารานักแสดง ที่มาทำงานที่สตูดิโอนี้จะได้มีที่ทานข้าวสังสรรค์กันต่อ Don’t drama by Arno นี้ นอกจากจะมีเมนูเด็ดๆอร่อยๆ ของ เชฟ Arno แล้ว ยังพิเศษเพิ่มเมนูอาหารไทยอีกด้วย เมนูอาหารที่โดดเด่นของร้าน คือการนำเนื้อ dry aged ที่เป็นจุดแข็งของร้าน Arno มาพัฒนาปรับปรุงเป็นอาหารไทยเมนูต่างๆ และแน่นอนว่า เปิดร้านร่วมกับคุณอาโนทั้งที เมนูรังสรรค์จะพลาดไม่ได้ก็คือ สเต๊กเนื้อที่เชฟ Arno บ่มเนื้อทุกอย่างด้วยตนเองแต่สำหรับใครที่ไม่ทานเนื้อวัว ก็ยังมีหมู ไก่ซีฟู้ด ที่พร้อมให้บริการ พูดถึงซีฟู้ด ต้อง Oyster เลย ที่นี่ใช้หอยนางรมสดเกรดพรีเมียม นำเข้าจากฝรั่งเศส นอกจากนี้เรายังมี Canadian Lobster ที่นำเข้ามาถึงไทยสามารถนำมา Grilled หรือจะอบชีสก็อร่อยมากๆ เช่นกัน หากมีเวลาน้อยมื้อกลางวันหรืออยากทานแบบง่ายๆขอแนะนำ 3 อย่างที่ต้องลองที่หลายคนยกนิ้วให้เลยว่าที่นี่คือที่สุด แฮมเบอร์เกอร์ ผัดไทย และก๋วยเตี๋ยวเนื้อ ร้านเปิดทุกวัน ตั้งแต่ 11.00-22.00 น. ใครอยากจัดเลี้ยงแบบไพรเวทปาร์ตี้ แนะนำที่นี่เลยสนใจจองโต๊ะ/สั่งอาหารติดต่อได้ที่เบอร์ 062-4490090 Line ID : dontdrama ร้านตั้งอยู่ภายในบริษัทกันตนา แยกเหม่งจ๋าย มีที่จอดรถกว้างมากที่สำคัญที่นี่ Pet Friendly”

โอ๊ยเล่าเรื่อง : เรื่องตลก69 เดอะซีรีส์ (6ixtynin9 The Series)

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/756892

โอ๊ยเล่าเรื่อง : เรื่องตลก69 เดอะซีรีส์  (6ixtynin9 The Series)

โอ๊ยเล่าเรื่อง : เรื่องตลก69 เดอะซีรีส์ (6ixtynin9 The Series)

วันเสาร์ ที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

เรื่องตลก69 (2542) หนังตลกร้าย หนังไทยในตำนานอีกเรื่องหนึ่งของ ไฟว์สตาร์ ที่สร้างชื่อแจ้งเกิดให้กับ เป็นเอก รัตนเรือง จากชื่อเดิมเสือสิงห์ กระทิงตุ้ม หรือ เสือก มาเป็น เรื่องตลก69 ที่มี หมิว-ลลิตาปัญโญภาส มารับบท ตุ้ม มาวันนี้ เรื่องตลก69 กลับมาอีกครั้ง งานผลิตของ ไฟว์สตาร์ ที่ในรูปแบบซีรี่ส์ ในแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งของ Netfix ที่ เป็นเอก รัตนเรือง มารีเมค งานขึ้นหิ้งของตัวเอง โดยมี ใหม่-ดาวิกา โฮร์เน่ มารับบท ตุ้ม

เรื่องตลก69 เดอะซีรีส์ เล่าเรื่อง เดินเรื่องตามรอย ฉบับ หนังใหญ่เป๊ะๆ เพิ่มความยาวจาก 2 ชั่วโมง มาเป็น 6 ตอน โดยในระหว่างทางมีการขยายเล่าเรื่องของตัวละครเพิ่มเข้ามาตลกร้าย อารมณ์ขัน เสียดสี สะท้อนสังคม ความชุลมุนวุ่นวายความรุนแรง สถานการณ์ที่พลิกไปพลิกมา ยังคงมีอยู่เหมือนเดิมตัวหนังยังคงสะท้อนภาพของสังคมในยุคนี้ปัญหาสังคมต่างๆ

ใหม่-ดาวิกา เป็น ตุ้ม ในแบบที่เป็นตัวใหม่เอง ไม่เหมือน ตุ้ม ที่ หมิว-ลลิตา เคยเล่นไว้ แม้..เสื้อผ้าหน้าผม บุคลิก จะล้วนให้นึกถึง ดูยังไงๆ ก็ไม่ใช่ ตุ้ม-ลลิตา ดูเป็นธรรมชาติ ดูลื่นไหล มีเสน่ห์ ดูแล้วเชื่อว่าเป็นคนที่ถูกเหตุการณ์พาไป ชวนให้อยากตามดูว่าตุ้มจะพาไปเจออะไร เธอจะผ่านเรื่องร้ายไปได้แบบไหน ผิดกับ ตุ้ม-ดาวิกา
ที่ดูผอมแห้งแรงน้อย สีหน้าแววตาท่าทางออกจากจิตๆ เย็นชา เก็บกด
แถมยังดูทื่อเป็นหุ่นยนต์ แม้ ใหม่-ดาวิกา ไม่สามารถจะดึงให้สนุกไปกับ ตุ้ม ได้ แต่การแสดงก็ยังได้มาตรฐาน เล่นดีในแบบที่ควรจะเป็น

ชอบๆ กับ มาย-ธนภรณ์ รัตนศศิวิมล ในบทของ จิ๋ม สาวสวยร่วมคอนโดฯ มีเสน่ห์ สร้างสีสัน แถมยังได้มีโอกาสโชว์ทรวดทรงองค์เอว ฉากเลิฟซีนวาบหวิวอีโรติกที่ชวนให้นึกถึงหนังเอวีสวยๆ กับ แมน-ธฤษณุ สรนันท์ ในบท จอน นายตำรวจหนุ่มเจ้าเสน่ห์จิ๋ม เป็นตัวละครที่ฉีกจากบทเดิมที่ ศิริสิน ศิริพรสมาธิกุล แสดงไว้ใช้ชื่อว่า เพ็ญ ที่เคยแสดงไว้อย่างดี จนคว้ารางวัลการเพิ่มฉากอีโรติกพร้อมปรับบทให้เป็นเด็กสาว ขยายเรื่องเซ็กซ์ที่ทำให้ชัดขึ้น ของเดิมนั้นรู้สึกเหมือนมาดูเมียแก่กับผัวเด็ก

ส่วน จิ๋ม เพื่อน ตุ้ม ในหนังใหญ่ ถูกเปลี่ยนชื่อมาเป็น ฝน ยังคงสะท้อนให้เห็นเรื่องของความรักที่ถูกหลอกลวง โดยครั้งนี้เปลี่ยนจาก ถูกผู้ชายหลอกมาเป็นสาวทอมหลอก ครรชิต เวอร์ชั่นนี้ที่รับทโดย อมรเอก มิเกลลี่ ออกไปในทางมาเฟีย ไม่ได้ให้ความรู้สึกเหมือนเป็นเจ้าของค่ายมวยที่ลื่นไหลมีพาวเวอร์ ดูมีอำนาจกวนๆ แบบที่แบล็ค ผมทอง เคยเล่นเอาไว้

ตัวละครตัวอื่นๆ ยังคงมากันครบ โดยยังคงแสดงโดยนักแสดงที่ไม่ค่อยคุ้นหน้าเหมือนต้นฉบับ ซึ่งตรงนี้ทำให้บรรยากาศเดิมๆ จากหนังใหญ่ยังคงไว้งานโปรดักชั่นงานด้านภาพ ตัดต่อ เสื้อผ้า หน้าผม ดนตรี เพลงประกอบทำได้ดี งานดีมีคุณภาพไม่แพ้ต้นฉบับ

เรื่องตลก69 เดอะซีรีส์ อาจจะไม่โดนใจ ถูกใจมากมายอะไรนักแต่ก็ไม่ใช่งานที่แย่มากมายอะไร ยังคงเป็นงานที่มีโปรดักชั่นดีๆของ เป็นเอก รัตนเรือง เพียงแต่พอมารีเมคหยิบงานของตัวเอง มาทำใหม่ แต่ไม่เวิร์กเท่า เลยพาลทำให้งานชิ้นนี้ออกไปในทางลบและถ้าเทียบกับงานชิ้นอื่นๆ ของ เป็นเอก เรื่องนี้ ชอบน้อยที่สุดภาพเงินในกล่องมาม่ายังคงติดตามากกว่าเงินในพัสดุ ยังคงคิดถึงซูกัส ที่ครรชิตชอบอม น้ำตาของวิโรจน์ และเพลงลูกทุ่งในหนังที่หายไปไม่มีใน Netfix ถ้า เรื่องตลก69 ตุ้ม ในแบบ หมิว ได้ใจไป 9 เต็ม 10 ดาวเรื่องตลก69 เดอะซีรีส์ ไม่สนุกเท่าไหร่ เอาไปแค่ 6/10 ดาวสลับกลับหัวเหมือนชื่อเรื่องก็แล้วกัน

‘จีนี่ เรคคอร์ดส’เปิดตัวศิลปินเบอร์ล่าสุด ‘แบงค์-ปรีติ’ ประเดิมด้วยเพลง ‘ฟื้นได้ด้วยใจเธอ’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/756870

‘จีนี่ เรคคอร์ดส’เปิดตัวศิลปินเบอร์ล่าสุด ‘แบงค์-ปรีติ’ ประเดิมด้วยเพลง ‘ฟื้นได้ด้วยใจเธอ’

‘จีนี่ เรคคอร์ดส’เปิดตัวศิลปินเบอร์ล่าสุด ‘แบงค์-ปรีติ’ ประเดิมด้วยเพลง ‘ฟื้นได้ด้วยใจเธอ’

วันเสาร์ ที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

เปิดบ้านต้อนรับ แบงค์-ปรีติบารมีอนันต์ ในฐานะศิลปินเดี่ยวเข้าสู่ค่าย จีนี่ เรคคอร์ดส อย่างเป็นทางการ มาถึงก็ไม่รอช้าพร้อมปล่อยเพลงใหม่ทันที ชื่อว่า“ฟื้นได้ด้วยใจเธอ” เปิดซิงการร้องเพลงโรแมนติกสไตล์ POP BALLADS แถมยังเล่นใหญ่บุกไปถึงแดนอาทิตย์อุทัย ถ่ายเป็นภาพยนตร์กันไปเลย ใครที่อยากรู้ความลับเรื่องความรักของเค้า ห้ามพลาด!!! ภาพยนตร์เรื่อง “เพียงความทรงจำ (Last Light in Kumamoto) เรื่องจริง เจ็บจริง จากชีวิตจริงของผู้ชายที่ชื่อ แบงค์-ปรีติ โดยงานนี้ “แบงค์” เล่าว่า

“ที่จีนี่ฯ ทีมงานคุ้นหน้า ศิลปินคุ้นเคยก็อบอุ่นครับ ซึ่งประกาศอยู่ค่ายใหม่แล้วก็ปล่อยเพลงใหม่เลย เพลง “ฟื้นได้ด้วยใจเธอ”เป็น POP BALLADS ไม่เคยร้องสไตล์นี้มาก่อน มันจะนุ่มๆ นะ เพลงนี้เป็นเพลงแรกที่ไม่ได้แต่งเองในฐานะศิลปินเดี่ยว พอดีทาง แม็ค ศรัณย์ โปรดิวเซอร์ เค้าหยิบเพลงในสต๊อกของวง ETC. มาให้ฟัง รู้สึกชอบเลยเทรดเพลงมาเลย (หัวเราะ) ซึ่งเพลงนี้เหมือนเขียนมาได้ตรงกับชีวิตเราจริงๆ ในตอนนั้นก็จะได้เห็นลายมือใหม่ๆ เห็นสิ่งใหม่ๆ ในตัวเราด้วย ไม่ต้องปรับอะไรเลยนะ วง ETC. เขียนเนื้อแต่งทำนองมาคือเข้าปากมาก ใช่เลย อัดร้อง 2-3 เทคเอง เพลงนี้เป็น OST. เพลงแรกของหนังเรื่อง “เพียงความทรงจำ (Last Light in Kuma moto) ที่มาคือ ผมกับพี่ ต๋อม-ณัฐพล มุขขันธ์โปรโมเตอร์และผู้กำกับของผม คุยกันว่าเราจะเล่นคอนเทนต์กับเพลงนี้ยังไงดี แล้วก็เล่าเรื่องความรักให้เค้าฟัง ไปๆ มาๆสรุปว่าทำเป็นหนังดีกว่า ซึ่งก็คือเรื่องจริงที่เกิดขึ้นตอนไปญี่ปุ่นที่ไม่เคยมีใครรู้เป็นแนว Romantic Drama ที่ไม่เคยเล่นมาก่อน มีทั้งตอนรักสดใส เละเทะ อกหัก เหมือนแบงค์แสดงเป็นแบงค์เมื่อสิบปีที่แล้วและเดี๋ยวจะมีอีก 2 เพลงอยู่ในหนังเรื่องนี้ด้วยเป็นพาร์ทเศร้า อกหักกันไป เพลงนี้จะเป็นช่วงมีความรักครับซึ่งผมได้รับการแนะนำจาก EMU (เอมิว) ทำให้ได้พบกับคุณ YUKIO SUGIMOTO ผู้มีน้ำใจยิ่งใหญ่ที่ให้การสนับสนุนหลายๆ ด้านรวมถึงเรื่องสถานที่ในการถ่ายทำเพื่อโปรโมทเมือง Kumamoto และเค้าเซอร์วิสเราดีมากแต่เหนื่อยมาก ก็ถามกันว่าทำไมเราไม่ทำอะไรง่ายๆ ถ่ายเอ็มวีเหมือนเดิมก็จบแล้วก็พูดกันขำๆ แต่สนุกดีได้ถ่ายหนังในรอบ 10 ปีและที่ไม่พูดถึงไม่ได้เลย คือ น้องลูกหมีเป็นนางเอกแบบที่ต้องการเลย น่ารักกล้าเล่นและไม่กลัวผมอยากให้ลองฟังเพลงกันก่อนเพราะมันเพราะจนไม่อยากให้พลาด ฟังเพลงแล้วมาดูหนังจะอินมากขึ้นครับ”

‘บิเฟสต้า’สุดปัง ‘ปอนด์-ภูวิน–วิว’ร่วมฉลองความสำเร็จพร้อมส่งไอเทมใหม่‘ไมเซล่า เคลนซิ่ง ชีท สูตร แอคเน่ แคร์’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/756878

‘บิเฟสต้า’สุดปัง ‘ปอนด์-ภูวิน–วิว’ร่วมฉลองความสำเร็จพร้อมส่งไอเทมใหม่‘ไมเซล่า เคลนซิ่ง ชีท สูตร แอคเน่ แคร์’

‘บิเฟสต้า’สุดปัง ‘ปอนด์-ภูวิน–วิว’ร่วมฉลองความสำเร็จพร้อมส่งไอเทมใหม่‘ไมเซล่า เคลนซิ่ง ชีท สูตร แอคเน่ แคร์’

วันศุกร์ ที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2566, 15.37 น.

กลายเป็นโมเมนต์ที่เต็มไปด้วยความประทับใจแห่งปีหลัง2 หนุ่มคู่จิ้นสุดฮอต‘ปอนด์’ ณราวิชญ์ เลิศรัตน์โกสุมภ์,‘ภูวิน’ภูวินทร์ ตั้งศักดิ์ยืน และนักแสดงชื่อดัง ‘วิว’วรรณรท สนธิไชยเผยออร่าผิวหน้าใสสุขภาพดีเกินต้านในงาน ‘Bifesta Face Feel Fresh’ซึ่งงานนี้‘บิเฟสต้า’(Bifesta)ผู้เชี่ยวชาญผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดเครื่องสำอางและผิวหน้าสุดฮอตจากประเทศญี่ปุ่นนำเข้าและจำหน่ายโดย‘บริษัท แมนดอมคอร์ปอเรชั่น (ประเทศไทย) จำกัด’ได้รับการตอบรับกวาดรางวัลการันตีคุณภาพมาตรฐานญี่ปุ่น สร้างยอดขายและก้าวสู่แบรนด์ยอดนิยมอันดับหนึ่งในเมืองไทยครองใจผู้บริโภคยาวนานกว่า 12 ปีได้เนรมิตทุกพื้นที่สุดอลังการด้วยการยกขบวนไอเทมสุดเลิฟมาให้สาวกบิวตี้ได้สัมผัสกันอย่างใกล้ชิด  ท่ามกลางแฟนคลับและสื่อมวลชนที่เข้าร่วมงานเป็นจำนวนมากณบริเวณ ชั้น 1 เซ็นทรัลลาดพร้าว 

สำหรับบรรยากาศงาน  ‘Bifesta Face Feel Fresh’ จัดโดย บิเฟสต้า ประเทศไทย ส่งต่อแรงบันดาลใจและมอบประสบการณ์ใหม่ให้ทุกคนได้เอนจอยไปกับทุกการขับเคลื่อนเพื่อเป็นตัวเองในเวอร์ชั่นที่ใช่ที่สุด พร้อมแนะนำ ‘บิเฟสต้า ไมเซล่า เคลนซิ่ง ชีท ซีรี่ส์’(Bifesta Micellar Cleansing SheetSeries) ด้วยการแนะนำโดย‘คุณเท็ดสึโอะ วาคาบายาชิ’ผู้จัดการทั่วไป บริษัท แมนดอมคอร์ปอเรชั่น (ประเทศไทย) จำกัด ให้เกียรติร่วมเป็นประธานในงานพร้อมกับ‘คุณทิฆัมพร เพียรวิจารณ์พงศ์’ผู้จัดการฝ่ายการตลาด,  ‘คุณสุฐิพัฒน์ กอกีรติธนาภัทธ์’ ผู้ช่วยผู้จัดการผลิตภัณฑ์ บริษัท แมนดอมคอร์ปอเรชั่น (ประเทศไทย) จำกัด เสริมความปังคว้า 2 หนุ่มคู่จิ้น ‘ปอนด์’ณราวิชญ์ เลิศรัตน์โกสุมภ์และ‘ภูวิน’ ภูวินทร์ ตั้งศักดิ์ยืน และนักแสดงชื่อดัง‘วิว’วรรณรท สนธิไชยซึ่งแต่ละคนไม่เพียงเผยผิวใสออร่าแรงสะดุดตาเท่านั้น แต่ยังมาพูดคุยถึงเคล็ดลับขั้นตอนสำคัญของการเตรียมผิวหน้าทำความสะอาดให้พร้อมเข้าสู่การบำรุงในขั้นตอนถัดไป เพื่อให้มีผิวใสสุขภาพดีอ่อนเยาว์จนใครๆต่างตกหลุมรัก

‘บิเฟสต้า’(Bifesta) ผู้เชี่ยวชาญผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดเครื่องสำอางและผิวหน้าสุดฮอตจากประเทศญี่ปุ่นก่อตั้งในปี 2010 ที่เมืองโอซาก้าด้วยยอดขายอันดับ1จากญี่ปุ่นในกลุ่มผลิตภัณฑ์ไมเซล่า เคลนซิ่ง วอเตอร์  ตอกย้ำความสำเร็จหลัง‘บิเฟสต้า’ บุกเข้ามาทำตลาดในเมืองไทย ด้วยผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดเครื่องสำอางและผิวหน้าสูตรน้ำ นำเข้าและจำหน่ายโดย‘บริษัท แมนดอมคอร์ปอเรชั่น (ประเทศไทย) จำกัด’ได้รับการตอบรับกวาดรางวัลการันตีคุณภาพ สร้างยอดขายและก้าวสู่แบรนด์ยอดนิยมในเมืองไทยครองใจผู้บริโภคยาวนานกว่า 12 ปี 

ทางด้าน ‘คุณทิฆัมพร เพียรวิจารณ์พงศ์’ ผู้จัดการฝ่ายการตลาดบริษัท แมนดอมคอร์ปอเรชั่น (ประเทศไทย) จำกัดได้เผยว่า “บิเฟสต้ามีผลิตภัณฑ์แบ่งเป็น 2 กลุ่มกลุ่มแรกคือผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดเครื่องสำอาง อาทิ บิเฟสต้าไมเซล่าเคลนซิ่ง วอเตอร์ และบิเฟสต้า ไมเซล่าเคลนซิ่ง ชีท กลุ่มที่สองคือผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวหน้า อาทิ บิเฟสต้า เฟเชียลวอช และ บิเฟสต้า โฟมมิ่งวิป”

“สิ่งที่ทำให้บิเฟสต้าได้รับการยอมรับประสบความสำเร็จเติบโตอย่างต่อเนื่อง เพราะว่าแบรนด์มี 3Winning Strategiesซึ่งเป็นจุดแข็งของแบรนด์บิเฟสต้า 1.เนื่องจากแบรนด์มีแนวความคิดFrom Consumers-To-Consumers ทุกการคิดค้นผลิตภัณฑ์ภายใต้แบรนด์บิเฟสต้า แบรนด์ได้ตระหนักถึงความต้องการของลูกค้าเป็นหลัก พยายามคิดค้นและพัฒนานวัตกรรมใหม่ที่สามารถช่วยอำนวยความสะดวกสบายในการดำเนินชีวิตของลูกค้าให้สะดวกสบายมากยิ่งขึ้น2.Breakthrough Product(No.1, First1, Only1) คือนอกจากแบรนด์จะตระหนักถึงความต้องการของลูกค้าแล้ว การสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ใหม่ๆนั้นจะต้องยังไม่เคยมีใครทำมาก่อนในตลาดเมืองไทย  และ3.Speed to Market เป็นเรื่องของการวางแผนกลยุทธ์ที่มีความรวดเร็วและว่องไว ไม่ว่าจะเป็นการออกสินค้าใหม่ การคิดค้นนวัตกรรมใหม่ๆที่เป็นที่ต้องการให้รวดเร็วกว่าคู่แข่งปัจจุบันธุรกิจต้องตอบสนองให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของตลาด ซึ่งเป็นหนึ่งในความได้เปรียบทางการแข่งขันอย่างมากในโลกของดิจิทัลที่ทุกสิ่งเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว”

สำหรับ ‘บิเฟสต้า ไมเซล่าเคลนซิ่ง ชีท’ออกมาแล้ว  3 สูตร และล่าสุดได้ออก ‘บิเฟสต้า ไมเซล่าเคลนซิ่ง ชีท สูตร แอคเน่ แคร์ ’สำหรับผิวบอบบางและผิวที่มีปัญหาสิวช่วยเช็ดทำความสะอาดเมคอัพและสิ่งอุดตันซึ่งเป็นสาเหตุให้เกิดสิว และยังเพิ่มเติมด้วยสารสกัดจากว่านหางจระเข้ช่วยเติมความชุ่มชื่น สูตรอ่อนโยนปราศจากน้ำหอม สี และออยล์ ซึ่งช่วยลดโอกาสการแพ้ ผ่านการทดสอบการแพ้ (Patch Tested)

สำหรับช่องทางการจัดจำหน่ายบิเฟสต้าเข้าถึงผู้บริโภคอย่างครอบคลุม อาทิ  7-11, Boots, Tops, Watsons, Matsukiyo, Tsuruhaและร้านค้าชั้นนำทั่วประเทศ  ซึ่งสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่  FB: BifestaThailandIG:BifestaThailandOfficial Line:@Bifesta.Thailand#BifestaFaceFeelFresh#BifestaThailand#BifestaCleansingSheet

G’NEST ดึง ฮาย ธันวา ร่วมงานโปรดิวซ์เพลงเปิดตัว Girl Group วงแรก ‘Barbie (Oops! Oops!)’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/756877

G’NEST ดึง ฮาย ธันวา ร่วมงานโปรดิวซ์เพลงเปิดตัว Girl Group วงแรก 'Barbie (Oops! Oops!)'

G’NEST ดึง ฮาย ธันวา ร่วมงานโปรดิวซ์เพลงเปิดตัว Girl Group วงแรก ‘Barbie (Oops! Oops!)’

วันศุกร์ ที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2566, 15.36 น.

เดบิวต์เข้าสู่วงการ T-POP อย่างเป็นทางการเรียบร้อยแล้ว สำหรับ 5 สาววง VIIS (วิส) เกิร์ลกรุ๊ปเบอร์แรกจากค่าย G’NEST (จีเนส) ในเครือ GMM MUSIC กับเพลงเปิดตัวสุดจี๊ด “Barbie (Oops! Oops!)” บาร์บี้ (อุ๊ปส์ อุ๊ปส์) เพลงป๊อปจังหวะสนุก  สื่อถึงผู้หญิงยุคใหม่ที่มีความคิดเป็นของตัวเอง มีความรักและความมั่นใจในตัวเอง  ซึ่งเพลงนี้มีเนื้อหาที่ต้องการส่งต่อพลังและความมั่นใจให้กับทุกคนที่กำลังก้าวข้ามความสัมพันธ์และความรักที่พังๆ เพื่อเดินหน้าต่ออย่างแข็งแกร่งและรักตัวเองเหมือนกับตุ๊กตาบาร์บี้ ที่มีความมั่นใจ และไม่สนใจความสัมพันธ์ที่ถูกทิ้งไป

โดยเพลงนี้ได้ Executive Producer ตัวท็อปอย่าง ฮาย – ธันวา เกตุสุวรรณ หรือ ฮาย (Paper Planes) ร่วมมือกับทีม Jam Factory ทีมนักแต่งเพลงจากยุโรปและเอเชียผู้อยู่เบื้องหลังผลงานศิลปินระดับโลก เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งโปรเจกต์พิเศษที่ฮายตั้งใจควบคุมการผลิตในทุกขั้นตอนด้วยตนเอง ละเมียดละไมกลั่นกรองทุกความสามารถและประสบการณ์ด้านดนตรีใส่เต็มทุกเทคนิค อัดแน่นด้วยคุณภาพเพื่อแฟนๆโดยเฉพาะ

ฮาย พูดถึงการทำงานเพลงนี้ว่า “ผมตื่นเต้นกับเพลงเหมือนกันนะ เพราะเราตั้งใจ ผมเองก็ดีใจมากที่มีส่วนร่วมในโปรเจกต์นี้ด้วยและไอเดียต่างๆ ก็มาจากหลายส่วน ทั้งจาก G’NEST และก็มาจากเราด้วย ความยากก็คือ ทำยังไงให้เป็นสีสันที่แตกต่างจากวงหรือเพลงที่มีอยู่ในตลาดเพลงไทยตอนนี้ ก็พยายามคิดกันในทีมว่าจะทำอย่างไรให้น้องๆ โดดเด่นในแบบตัวของตัวเอง และต้องบอกว่าเดี๋ยวนี้ Girl Group กับ Boy Group ค่อนข้างเยอะ การจะทำให้แตกต่างค่อนข้างยาก วิธีคิดก็คือ ทำให้แตกต่างแต่ยังโดดเด่น

ในส่วนของน้องๆ จะเป็นเรื่องการแบ่งท่อนร้อง ซึ่งแต่ละคนมีความถนัดและเอกลักษณ์ของเสียงที่ค่อนข้างแตกต่างกัน  ส่วนทักษะเฉพาะตัวด้านอื่นๆ ค่อนข้างอยู่ในมาตรฐานที่ดี เพราะแต่ละคนได้รับการฝึกฝนมาอย่างหนัก อย่าง ธารา มีทักษะที่ฝึกฝนในแบบนักกีฬาทั้งการร้องและการเต้น เชียร์ มีเสียงร้องที่เป็นเอกลักษณ์ แข็งแรง ฟังแล้วรู้ว่าเป็นเสียงเชียร์ ส่วนซอนญ่า ทักษะเสียงสูง เรนจ์เสียงของซอนญ่าเวลาร้องเสียงสูงจะง่ายสบายมาก ปลายฟ้า มีความเท่มาก ความ Groove (กรู๊ฟ) ของปลายฟ้าดีมากๆ อะไรที่เป็นจังหวะที่ค่อนข้างยาก มี Time Signature แปลกๆ โน้ตแปลกๆ ปลายฟ้าค่อนข้างเอาอยู่ และคนสุดท้าย อะตอม เป็นคนที่มีเสียงค่อนข้างกว้าง สามารถเลือกใช้เสียงได้เลย ทั้งในแบบที่น่ารัก หรือไปในแบบที่สวยๆ ก็ได้เช่นเดียวกัน หรือไปในแบบที่เชิ่ดๆ มั่นใจก็ได้ ก็ถือว่าวงนี้เป็นการรวมคนที่อยากจะสร้างสีใหม่ๆ ให้กับเพลงในวงการไม่ว่าจะเป็น T- POP, Boy Group, และ Girl Group อยากให้ติดตาม เชื่อว่าทุกคนจะรักเขาแบบที่เรารักน้องๆ แน่นอนครับ”

ติดตามฟังเพลง Barbie (Oops! Oops!) และอัพเดทข้อมูลข่าวสารต่างๆ ของ 5 สาว  “VIIS” ปลายฟ้า ศิระอาชา (ปลายฟ้า), ซอนญ่า พราว บีสัน (ซอนญ่า), ปริยะ ปิยะพันธ์โอภาส (อะตอม), อนันต์ธารา กิ๊บสัน (ธารา) และ กชพรรณ กิจไกรลาศ (เชียร์) ได้ที่ @viisofficial ทุกแพลตฟอร์ม และจากค่าย G’NEST ได้ที่ Youtube/TikTok/ Instagram: gnest_official Facebook/X : Gnest #VIIS_BarbieOopsOops #1234VIIS #วิส #GNEST #GMMGrammy #GMMMusic
 

‘A Time To Fly’ฉายวันแรกกระแสดี ร.ร.แห่เหมารอบทวิตเตอร์ตอกย้ำความแรง’แมน’อยากมีครูพละชื่อ’ครูวีระ’!

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/756875

'A Time To Fly'ฉายวันแรกกระแสดี ร.ร.แห่เหมารอบทวิตเตอร์ตอกย้ำความแรง'แมน'อยากมีครูพละชื่อ'ครูวีระ'!

‘A Time To Fly’ฉายวันแรกกระแสดี ร.ร.แห่เหมารอบทวิตเตอร์ตอกย้ำความแรง’แมน’อยากมีครูพละชื่อ’ครูวีระ’!

วันศุกร์ ที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2566, 15.35 น.

เรียกว่าไม่เสียแรงที่เป็นภาพยนตร์น้ำดี สร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้ชมทุกเพศทุกวัย สำหรับ “A Time To Fly…บินล่าฝัน” ของ กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ ร่วมด้วย อิเมจิแมกซ์ จัดจำหน่ายโดย ยูเจ็ดสอง สตูดิโอกำกับโดยโส่ย–ศักดิ์ศิริ คชพัชรินทร์นำแสดงโดย โบกี้–ด.ช.ศุภัช ท้าวสกุล, เอ๋–มณีรัตน์ คำอ้วน,แมน–ธฤษณุ สรนันท์ และ ด.ญ.มารินดา แฮปลิน เพราะล่าสุดหลังจากที่ภาพยนตร์เข้าฉายวันแรก โรงเรียนหลายแห่งทั่วประเทศพานักเรียนพาเหรดกันเหมาโรงภาพยนตร์ภายในจังหวัดต่าง ๆ เพื่อให้เด็กนักเรียนได้มีโอกาสชมภาพยนตร์ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากชีวิตของอดีตเด็กไร้สัญชาติหม่อง ทองดี ที่ใช้กระดาษเพียงแผ่นเดียวสร้างฝันของตัวเองจนสำเร็จ โดยภาพยนตร์เรื่องนี้ได้จัดแคมเปญพิเศษสำหรับโรงเรียน, หน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนที่สนใจ สามารถติดต่อสอบถามได้ทางโรงภาพยนตร์ทั่วประเทศ

ขณะที่ความฮอตของ “คุณครูวีระ” ที่รับบทโดพระเอกหนุ่ม แมน-ธฤษณุ ทางทวิตเตอร์ก็แรงไม่แพ้กัน สาวแท้สาวเทียมพูดถึงความอบอุ่นของครูวีระและบทบทการแสดงหนังเรื่องแรกของแมนกันอย่างต่อเนื่อง โดยแมนพูดถึงบทบาทที่เขารับในเรื่องนี้ว่า “เรื่องนี้ผมรับบทเป็น “คุณครูวีระ” เป็นตัวละครที่นำเอาคุณครู 2 คนในชีวิตจริงของหม่องมารวมกันได้แก่ ครูฟิสิกซ์และครูพละครับ ผมก็เอาประสบการณ์จากการที่ผมสอนฟุตบอลเด็กมาใช้ในเรื่องนี้ คาแร็คเตอร์ของครูวีระ ผมตีให้เขาเป็นพี่ชาย มีความเฟรนด์ลี่และมุ่งมั่น เป็นอะไรที่ไม่ห่างจากตัวผมเยอะ เราเอามาเชื่อมกับตัวเองได้ สำหรับกระแสทางทวิตเตอร์ที่พูดถึงครูวีระหรือเนื้อหาของหนัง ก็ดีใจนะครับที่หลายคนที่เข้าไปดูแล้วรู้สึกชื่นชอบ หนังเรื่องนี้พูดถึงเรื่องความฝัน ซึ่งสำหรับผมมองว่าความฝันสำคัญมาก ช่วยขับเคลื่อนชีวิตเรา ในมุมความฝันของเด็กมันไร้ขอบเขต เขาก็ควรได้รับโอกาสที่จะได้เติมเต็มให้เขาไปได้ไกลที่สุดครับ ถามว่าคนที่ไปดูหนังเรื่องนี้จะได้อะไรกลับมา มันทำให้เราเห็นถึงชีวิตของเด็กคนหนึ่ง ถึงเขาจะไม่สมบูรณ์เหมือนคนอื่น ๆ แต่เขาก็มีความตั้งใจที่จะปกป้องความฝันของเขา และได้เห็นน้ำใจของคุณครูหรือสื่อต่าง ๆ รวมถึงนักกฏหมายด้านสัญชาติ ที่ถึงแม้จะไม่ใช่คนรู้จักกัน แต่ความเห็นอกเห็นใจ การรวมพลังของคนที่ไม่ได้รู้จักกันอย่างสื่อต่าง ๆ ก็พร้อมที่จะช่วยเหลือเด็กคนหนึ่งให้ฝันของเขาเป็นจริงครับ”

ด้าน เอ๋–มณีรัตน์ คำอ้วน ที่หวนกลับมาเล่นหนังในรอบ 15 ปี โดยรับบทเป็น “ครูน้อย” กล่าวว่า “เรื่องสุดท้ายที่เล่นคือเมื่อประมาณ 15 ปีที่แล้วเรื่อง “4 แพร่ง” ครั้งนี้ได้มีโอกาสกลับมาเล่นหนังอีกครั้งรู้สึกดีใจ เรามาจากหนัง เราชอบหนังมาก อยากกลับมาตลอด แล้วหนัง “A Time To Fly” น่าสนใจตรงที่เป็นหนังที่ได้รับแรงบันดาลใจจากชีวิตของน้องหม่อง ทองดี เราชอบดูหนังแนวนี้อยู่แล้วค่ะ สำหรับ “ครูน้อย” เป็นครูประจำดอยที่ใจดี เสียสละและเข้าใจเด็ก ความที่เป็นครูใจดีทำให้เด็กกล้าที่จะแสดงความเห็น กล้าคุยกับครู และครูน้อยจะเป็นครูที่ปรึกษาดูแลเรื่องต่าง ๆ ของหม่องด้วย เรื่องนี้เอ๋ก็พยายามนึกถึงครูในความทรงจำของเรา เพราะเอ๋รู้สึกว่าครูน้อยมีคาแร็คเตอร์ที่ไม่ได้ไกลจากเอ๋มาก แต่สิ่งที่เพิ่มเติมคือความเป็นครู การสอน ทัศนคติ ความเสียสละและการปกป้องเด็ก เราก็มีคำถามว่าการเป็นครูต้องเสียสละ แต่ต้องเสียสละอย่างไรล่ะ การเสียสละของครูไม่ใช่แค่ให้ความรู้ แต่ต้องปกป้องอนาคตของเด็กคนหนึ่งในการต่อสู้เพื่อเด็กรวมถึงการให้แนวทางที่ถูกต้องในการใช้ชีวิตของเด็กค่ะ ผู้ชมที่ไปชมหนังเรื่องนี้ เอ๋ว่าเขาน่าจะได้เห็นชีวิตของน้องหม่อง ทองดี ในมุมที่เขาไม่เคยได้อะไรมาง่าย ๆ นะ ฉะนั้นอยากจะฝากให้ทุกคนมาลองดูว่าการที่เรามีความฝัน มีเป้าหมายชัดเจน เราต้องสู้และอดทนรอ สุดท้ายแล้วเราจะได้เห็นว่าช่วงเวลาที่ความฝันสำเร็จมันยิ่งใหญ่แค่ไหนค่ะ”

เพราะทุกความฝันยิ่งใหญ่เสมอ ติดตามชมภาพยนตร์ “A Time To Fly…บินล่าฝัน” ได้แล้ววันนี้ในโรงภาพยนตร์