คปภ.มอบรางวัลสุดยอดนวัตกรรมเทคโนโลยีด้านการประกันภัย ‘OIC InsurTech Award 2023’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/756857

คปภ.มอบรางวัลสุดยอดนวัตกรรมเทคโนโลยีด้านการประกันภัย ‘OIC InsurTech Award 2023’

คปภ.มอบรางวัลสุดยอดนวัตกรรมเทคโนโลยีด้านการประกันภัย ‘OIC InsurTech Award 2023’

วันศุกร์ ที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2566, 14.51 น.

ดร.สุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (เลขาธิการ คปภ.) เปิดเผยว่า ตามที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (สำนักงาน คปภ.) โดยศูนย์ Center of InsurTech, Thailand (CIT)  จัดงานประกวดนวัตกรรมเทคโนโลยีด้านการประกันภัย หรือ OIC InsurTech Award 2023 ภายใต้แนวคิด “ASCENDING TO THE INSURTECH UNIVERSE – ทะยานสู่จักรวาลโลกแห่งเทคโนโลยีประกันภัย” เพื่อเฟ้นหาสุดยอดนวัตกรรม InsurTech ของประเทศไทย ซึ่งในปีนี้มีทีมที่ให้ความสนใจสมัครร่วมประกวดเป็นจำนวนมากกว่า 300 ทีม โดยแบ่งเป็น 2 ประเภท คือ ประเภทนิสิต นักศึกษา และประเภทประชาชนทั่วไป โดยมี 11 รางวัล รวมเงินรางวัลกว่า 500,000 บาท พร้อมโล่ และการตัดสินรอบชิงชนะเลิศจะให้ทีมที่ได้รับการคัดเลือกประเภทประชาชนทั่วไป 6 ทีมสุดท้าย และประเภทนิสิต นักศึกษา 5 ทีมสุดท้าย ที่ผ่านการคัดเลือกได้มานำเสนอผลงานที่บูธของสำนักงาน คปภ. ในงาน Thailand InsurTech Fair 2023 เมื่อวันที่ 9 กันยายน 2566 เวลา 12.45 – 15.00 น. ณ อิมแพค เมืองทองธานี ฮออล์ 7 เมืองทองธานี

ในการนี้ ดร.สุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการ คปภ. เป็นประธานคณะกรรมการตัดสินและการประกาศผลรางวัล และมีคณะกรรมการตัดสินจากผู้ทรงคุณวุฒิจำนวน 9 ท่าน ประกอบด้วย ผู้ทรงคุณวุฒิทั้งจากภายในและภายนอกสำนักงาน คปภ. โดยการนำเสนอของแต่ละทีมในรอบชิงขนะเลิศเมื่อวันที่ 9 กันยายน 2566 มีความหลากหลายและมีความน่าสนใจ ซึ่งการพิจารณาตัดสินรอบชิงชนะเลิศเป็นไปอย่างเข้มข้น

สำหรับหลักเกณฑ์การพิจารณา 100 คะแนน ประกอบด้วย 1. Wow factor & Pitching Presentation การนำเสนอโครงการได้อย่างน่าสนใจ ภายในเวลาที่กำหนด พร้อมทั้งตอบคำถามได้อย่างชัดเจนครบถ้วน ฟังแล้วน่าตื่นเต้น สามารถสร้างประสบการณ์ที่ดีในการฟังครั้งแรกได้ 30 คะแนน 2. Problem & Pain Point ปัญหาที่เสนอนั้นมีอยู่จริง และเกิดผลกระทบกับผู้คนจำนวนมาก 20 คะแนน 3. Product & Solution สิ่งที่เสนอมานั้น สามารถแก้ปัญหาได้อย่างเบ็ดเสร็จ ครบทุกมิติ และมีความเป็นไปได้ในบริบทประเทศไทย 20 คะแนน 4. Market Opportunities มีโอกาสทางการตลาดมากน้อยเพียงใด 10 คะแนน และ 5. Technology ที่นำมาใช้ เป็น Technology ใหม่ ที่มีความน่าสนใจ ทันสมัย ประยุกต์ใช้ได้อย่างตอบโจทย์ และยังไม่มีการใช้งานแพร่หลายในธุรกิจประกันภัยมากนัก 20 คะแนน

ผลการตัดสินการประกวดนวัตกรรมเทคโนโลยีด้านการประกันภัย “OIC InsurTech Award 2023” ประเภทนิสิต นักศึกษา รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ ทีม การันTREE ภายใต้แนวคิด “การันTREE ตั้งต้นได้ เมื่อภัยมา” เป็น Application ให้บริการประกันภัยจากธรรมชาติแก่ต้นไม้ให้เกษตรกร โดยอำนวยความสะดวกให้เกษตรกรไม่ต้องชำระเบี้ยประกันภัย ซึ่ง Application จะช่วยในการประเมินปริมาณ Carbon Credit จากต้นไม้ของเกษตรกร และเชื่อมโยงไปยังตลาดกลางซื้อขาย Carbon Credit เพื่อรับรายได้มาจ่ายค่าประกันภัย ทำให้มีความคุ้มครองเพิ่มขึ้น ได้รับเงินรางวัลมูลค่า 100,000 บาท พร้อมโล่รางวัล รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่ ทีม นานุดต่างดาว ภายใต้แนวคิด “ประกันรูปแบบใหม่ ที่ผสานกับเทคโนโลยีวิเคราะห์ปัญหาผิวหน้าแต่ละบุคคลเพื่อจะได้แก้ปัญหาได้ตรงจุด” ได้รับเงินรางวัลมูลค่า 70,000 บาท พร้อมโล่รางวัล รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ได้แก่ ทีม Lock Speed ภายใต้แนวคิด “Application สำหรับการติดตามพฤติกรรมการขับรถเชิงลึก พร้อมฟังก์ชั่นการบริการด้านการประกันภัย” ได้รับเงินรางวัลมูลค่า 50,000 บาท พร้อมโล่รางวัล รางวัลชมเชยลำดับที่ 1 ได้แก่ ทีม Harvest Moon ภายใต้แนวคิด “ลดความเสี่ยงให้กับเกษตรกร และเพิ่มโอกาสทำกำไรให้กับบริษัทประกันไปกับ Harvest Moon” ได้รับเงินรางวัล 15,000 บาท และรางวัลชมเชยลำดับที่ 2 ได้แก่ ทีม Siri มงคล ภายใต้แนวคิด “ผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์เพื่อบุตรสำเร็จการศึกษา เพิ่มทุนประกันภัยผ่านการออมของบุตร เพื่อสร้างประสบการณ์การออมตั้งแต่วัยเยาว์” ได้รับเงินรางวัล 15,000 บาท

ส่วนผลการตัดสินประเภทบุคคลทั่วไป รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ ทีม ERTIGO ภายใต้แนวคิด “สุขภาพกล้ามเนื้อที่ดี มีผลต่อสุขภาพ และยังส่งผลต่อเบี้ยประกันภัยและความคุ้มครองอย่างครบถ้วน” เป็นแพลตฟอร์มแก้ไขปัญหาออฟฟิศซินโดรม ที่มีการเก็บข้อมูล พฤติกรรมของแต่ละบุคคลที่ค่อนข้างละเอียด ทำให้บริษัทประกันภัยสามารถนำมาใช้เพื่อลดต้นทุนค่ารักษาพยาบาล หรือนำไปลดเบี้ยประกันภัยของลูกค้าในรอบถัดไปได้ ได้รับเงินรางวัลมูลค่า 100,000 บาท พร้อมโล่รางวัล รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่ ทีม PRORESCUE_Thailand ภายใต้แนวคิด “ไม่มีใครเข้าใจปัญหาและตอบโต้เหตุฉุกเฉิน อย่างมืออาชีพได้ดีเท่ากับนักดับเพลิงอย่างเรา” ได้รับเงินรางวัลมูลค่า 70,000 บาท พร้อมโล่รางวัล รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ได้แก่ ทีม Mednu ภายใต้แนวคิด “แพลตฟอร์มที่แนะนำโรงพยาบาลหรือสถานรักษา ตามความคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลที่มี” ได้รับเงินรางวัลมูลค่า 30,000 บาท พร้อมโล่รางวัล รางวัลชมเชยลำดับที่ 1 ได้แก่ ทีม Powerpuff Girls ภายใต้แนวคิด “แอปพลิเคชันที่ช่วยให้บริษัทประกันภัยจัดการความเสี่ยงด้านการเกษตรได้อย่างมีประสิทธิภาพ” ได้รับเงินรางวัล 15,000 บาท รางวัลชมเชยลำดับที่ 2 ได้แก่ ทีม CrackHi-AI ภายใต้แนวคิด “CrackHi-AI แตก หาย จ่าย จบ” ได้รับเงินรางวัล 15,000 บาท และรางวัลชมเชยลำดับที่ 3 ได้แก่ ทีม e-Safety Box ภายใต้แนวคิด “ที่จัดเก็บเอกสาร Electronic ที่สำคัญและมีความปลอดภัยสูง” ได้รับเงินรางวัล 5,000 บาท

 ทั้งนี้ สำนักงาน คปภ. ได้ส่งเสริมและสนับสนุนให้เกิดนวัตกรรมด้านการประกันภัย (InsurTech) ด้วยแนวคิดและเทคโนโลยีรูปแบบใหม่ ๆ อย่างต่อเนื่อง โดยในปีนี้ ศูนย์ CIT ได้ขยายผลการจัดกิจกรรม CIT InsurTech Roadshow ไปยัง 4 ภาคทั่วประเทศไทย ทำให้สามารถเข้าถึงสถาบันการศึกษาทั้งส่วนกลางและต่างจังหวัด และหลากหลายสาขาวิชามากขึ้นกว่าปีที่ผ่านมา เพื่อกระจายและส่งต่อองค์ความรู้ด้าน InsurTech ให้มากขึ้น เพื่อก่อให้เกิดการเรียนรู้ การนำไปประยุกต์ และสร้างสรรค์ “นวัตกรรม” ให้ตอบโจทย์ความต้องการของแต่ละกลุ่มเป้าหมายได้ จึงส่งผลให้การประกวด OIC InsurTech Award 2023 ในปีนี้ มีผู้สนใจสมัครเข้าร่วม ทั้งหมดจำนวนมากกว่า 300 ทีม มากกว่าปีที่ผ่านถึง 2 เท่าตัว

ภายในการแข่งขันตลอด 2 เดือนที่ผ่านมา มีกิจกรรม Intensive Bootcamp ซึ่งเป็นกิจกรรมพิเศษสำหรับ 30 ทีมสุดท้ายที่ผ่านเข้ารอบ โดยภายในงานมีวิทยากรผู้เชี่ยวชาญมา Workshop เพื่อบ่มเพาะและพัฒนาทักษะในการคิดสร้างสรรค์ (Creative Thinking) และได้มีทีมผู้ให้คำปรึกษาผู้ทรงคุณวุฒิ เพื่อคอยเป็น Mentor ให้คำปรึกษาและคำแนะนำแบบ Intensive Coaching เพื่อช่วยกระตุ้นความคิดและเสริมความแกร่งของผลงานให้สามารถตอบโจทย์ในด้านต่าง ๆ ได้อย่างตรงจุด และสามารถนำเสนอนวัตกรรมด้านเทคโนโลยีการประกันภัย ให้มีความน่าสนใจและมีความเป็นไปได้ในการต่อยอดไปสู่ภาคธุรกิจได้อย่างเต็มรูปแบบ

 “ผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่าการประกวดนวัตกรรมเทคโนโลยีด้านการประกันภัยของสำนักงาน คปภ. ประจำปี 2566 หรือ OIC InsurTech Awards 2023 จะช่วยจุดประกายความคิดสร้างสรรค์ การมีส่วนร่วม การเปิดมุมมองใหม่ ๆ ให้กับทั้งภาคการศึกษา ภาคธุรกิจ และภาค Tech Startup ให้นำเทคโนโลยีมาต่อยอดเสริมศักยภาพในการดำเนินธุรกิจ และการบริการ ตลอดจนช่วยคุ้มครองสิทธิประโยชน์ของผู้บริโภคด้านการประกันภัยของประชาชน ซึ่งศูนย์ CIT จะมุ่งสร้างสภาพแวดล้อมและสร้างสรรค์ให้เกิดนวัตกรรม พร้อมทั้งประสานพลังคนทุก Generation โดยส่งเสริมให้เกิดการพัฒนาและแลกเปลี่ยนความรู้ด้านเทคโนโลยีประกันภัย (InsurTech) ซึ่งจะเป็นประโยชน์เป็นอันมากต่อธุรกิจประกันภัยของไทยในอนาคต” เลขาธิการ คปภ. กล่าวในตอนท้าย

-(016)

อินเตอร์ฟาร์มา เปิดตัว ‘เบลลา พารา’ ดึง อั้ม พัชราภา สร้างการรับรู้!

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/756854

อินเตอร์ฟาร์มา เปิดตัว ‘เบลลา พารา’ ดึง อั้ม พัชราภา สร้างการรับรู้!

อินเตอร์ฟาร์มา เปิดตัว ‘เบลลา พารา’ ดึง อั้ม พัชราภา สร้างการรับรู้!

วันศุกร์ ที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2566, 14.46 น.

บริษัท อินเตอร์ฟาร์มา จำกัด (มหาชน) บริษัทผลิตภัณฑ์สุขภาพแบบครบวงจร และผู้นำในการคิดค้นและนำเสนอผลิตภัณฑ์สุขภาพที่ใช้เทคโนโลยีชีวภาพ เพื่อการป้องกันโรคและชะลอวัย ได้รับการยอมรับจากโรงพยาบาลและร้านขายยามายาวนาน ล่าสุดเปิดตัวผลิตภัณฑ์ในกลุ่มยาลดไข้ บรรเทาปวด ครั้งแรก  คือ  “เบลลา พารา” (Bella Para) สรรพคุณลดไข้และบรรเทาอาการปวดทั้ง 7    ไม่ว่าจะเป็น ปวดหัว ปวดหลัง ปวดฟัน ปวดข้อ ปวดกล้ามเนื้อ ป่วยประจำเดือน และ ปวดเมื่อยจากไข้หวัด เตรียมทุ่มงบกว่า 50 ล้านบาท!!  เพื่อทำการประชาสัมพันธ์และสื่อสารการตลาด พร้อมกันนี้ยังได้นางเอกสาวสวยเบอร์หนึ่งของเมืองไทย “อั้ม พัชราภา ไชยเชื้อ” รับหน้าที่พรีเซ็นเตอร์ มุ่งหวังที่จะให้  “เบลลา พารา” (Bella Para)  เป็นที่รู้จักในวงกว้างสร้างการรับรู้เข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคมากยิ่งขึ้น

ดร. ตฤณวรรธน์ ธนิตนิธิพันธ์ เผยว่า  ผมมีแนวคิดที่จะขยายธุรกิจใหม่ๆของบริษัทฯ มีการศึกษาข้อมูล งานวิจัยใหม่ๆ ให้ครอบคลุมรอบด้าน และมีความแตกต่าง จนมั่นใจจึงเปิดไลน์ธุรกิจใหม่ เบลลา พารา สำหรับแผนกลยุทธ์การตลาด ผมต้องการให้ชื่อของ “เบลลา พารา” (Bella Para) เป็นที่รู้จักในประเทศไทยอย่างรวดเร็วและเป็นวงกว้างที่สุด ผมจึงทุ่มงบประมาณ 50 กว่าล้านบาท ในการทำประชาสัมพันธ์และสื่อสารการตลาดกับกลุ่มผู้บริโภคให้ครอบคลุมทุกกลุ่มเป้าหมาย และต้องขอบคุณ คุณอั้ม พัชราภา ที่เชื่อมั่นในบริษัทฯ ไว้ใจเรา และตอบรับมาเป็นพรีเซ็นเตอร์ “เบลลา พารา” (Bella Para) ด้วยความที่คุณอั้ม เป็นซุปตาร์เบอร์หนึ่งและตรงกับสรรพคุณของ”เบลลา พารา” (Bella Para) สามารถเป็นตัวแทนสร้างความรับรู้เข้าถึงประชาชนได้ตรงกลุ่มผมจึงมั่นใจในตัวคุณอั้ม จะทำให้เบลลา พารา เติบโต ได้อย่างรวดเร็ว ผมหวังว่าเมื่อเกิดอาการป่วยไข้ และต้องการยาบรรเทาอาการปวด แบบครบองค์รวมคุณจะคิดถึง “เบลลา พารา” (Bella Para)  ครับ” 

“เบลลา พารา”  (Bella Para)  เป็นกลุ่มยาพาราเซตามอลเป็นแบรนด์แรก ที่มีสรรพคุณโดดเด่นมากในการลดไข้และบรรเทาอาการปวดทั้ง 7 ได้แก่  ปวดหัว ปวดหลัง ปวดฟัน ปวดข้อ ปวดเมื่อย ปวดกล้ามเนื้อ ปวดประจำเดือน และ ปวดเมื่อยจากไข้หวัด สรรพคุณครบจบอยู่ใน  1 tablet  เป็นยาที่ควรมีไว้ในตู้ยาสามัญประจำบ้าน เกิดอาการเหล่านี้ครั้งใด  นำมารับประทานบรรเทาอาการปวดของคุณให้ดีขึ้นได้

 หากคุณต้องการเลือกซื้อ “เบลลา พารา” มีช่องทางการจัดจำหน่ายหลากหลายช่องทาง อาทิ Lab Pharmacy, 7-11, Boots, Lawson 108, Jiffy, Tops Care, Pure, Fascino , Dr.Pharma, ร้านขายยาชั้นนำทั่วประเทศ ร้านสะดวกซื้อทั่วไป และมีการเตรียมแผนที่จะเข้าร้านสะดวกซื้ออื่นๆ ทั่วประเทศ  

 -(016)

ฉลองครบรอบ 39 ปี ‘บุญถาวรรัชดา’ ปรับโฉมโชว์รูมครั้งใหญ่ มอบประสบการณ์การชอปรูปแบบใหม่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/756852

ฉลองครบรอบ 39 ปี 'บุญถาวรรัชดา' ปรับโฉมโชว์รูมครั้งใหญ่ มอบประสบการณ์การชอปรูปแบบใหม่

ฉลองครบรอบ 39 ปี ‘บุญถาวรรัชดา’ ปรับโฉมโชว์รูมครั้งใหญ่ มอบประสบการณ์การชอปรูปแบบใหม่

วันศุกร์ ที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2566, 14.40 น.

บุญถาวร ตอกย้ำความเป็นผู้นำวัสดุและสินค้าตกแต่งบ้าน ปรับโฉมโชว์รูมสาขารัชดาครั้งใหญ่ ฉลองครบรอบ 39 ปี มอบประสบการณ์การเลือกซื้อสินค้ารูปแบบใหม่ กับโชว์รูมที่ปรับพื้นที่การจัดแสดงสินค้า ช้อปสะใจบนพื้นที่กว่า 18,000 ตร.ม. ครบครัน โดดเด่นด้วยกระเบื้องจากทั่วทุกมุมโลก สุขภัณฑ์อัตโนมัติ เฟอร์นิเจอร์และเครื่องใช้ไฟฟ้าในครัว รวมถึงสินค้าภายในบ้าน

“บุญถาวร สาขารัชดา” ฉลองครบรอบ 39 ปี ปรับพื้นที่จัดแสดงสินค้าครั้งใหญ่ให้ตรงใจผู้บริโภคมากขึ้น พร้อมเพิ่มเติมสินค้าจากแบรนด์ชั้นนำ ซึ่งได้ถูกออกแบบการจัดวางอย่างสวยงาม โดดเด่น มีพื้นที่ห้องตัวอย่างที่ช่วยต่อยอดไอเดียการแต่งบ้านให้กับลูกค้า รวมไปถึงการบริการให้คำปรึกษา แนะนำการออกแบบ โดยทีม ROOM STYLIST จาก EVERYROOM

“บุญถาวร สาขารัชดา” ฉลองครบรอบ 39 ปี แปลงโฉมครั้งใหญ่ของโชว์รูม “บุญถาวร สาขารัชดา” ประกอบไปด้วย โซนกระเบื้อง (Tile Gallery) ที่รวบรวมกระเบื้องจากทั่วโลกมาให้ลูกค้าได้ช็อป ตามสไตล์ที่ต้องการ รวมไอเดีย ดูดี มีสไตล์ ไม่ว่าจะมีสไตล์แบบไหน Tile Gallery ตอบได้ทุกโจทย์ความต้องการ

ในส่วนของ โซนห้องครัว (Kitchen Studio) ปรับเปลี่ยนอย่างสวยงาม มีพื้นที่จัดแสดงห้องตัวอย่างที่หลากหลายตามรูปแบบการใช้สอยทั้งครัวไทย และครัวฝรั่ง จัดแสดงสินค้าที่ออกแบบลงตัว สะดวกต่อการนำไปประยุกต์ใช้ พร้อมแบรนด์สินค้าครัวเรือนชื่อดัง เพิ่ม Shop Kitchen Studio ที่ใหม่ และใหญ่ที่สุด

โซนห้องน้ำ (Bath and Bath) ที่มีการปรับโฉมใหม่ทั้งโซน รวมถึงเพิ่มเติมสินค้าเข้ามาให้ลูกค้าได้มีตัวเลือกที่ตอบโจทย์การใช้งานได้มากขึ้น พร้อมยกระดับชีวิตด้วยสุขภัณฑ์นวัตกรรมสุดล้ำจากหลายแบรนด์ชั้นนำ พร้อมเปิดตัวช้อปสินค้าแบรนด์ใหม่ล่าสุดที่มีเฉพาะสาขารัชดาที่เดียวเท่านั้น และเพื่อให้สอดคล้องกับพฤติกรรมผู้บริโภคที่มีการเปลี่ยนแปลงไป ลูกค้าจะได้พบสินค้าสุขภัณฑ์เทคโนโลยีสุดล้ำ ระบบการทำงานอัตโนมัติหลากหลายรูปแบบ

นอกจากนี้ยังมีการเปลี่ยนแปลงในพื้นที่โซนอื่นๆอีก อาทิ โซน Anyhome ซึ่งเต็มไปด้วยอุปกรณ์ เครื่องใช้ภายในบ้านหลายสไตล์เพื่อตอบสนองทุกไลฟ์สไตล์ของลูกค้า พิเศษกับโซน Any Power ที่จัดเต็มไปด้วยเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน อาทิ ตู้เย็น , เครื่องซักผ้า , เครื่องอบผ้า , เครื่องปรับอากาศ พร้อมกับเครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดเล็กที่สามารถมาเลือกช้อปได้อย่างเพลิดเพลิน อีกทั้งยังมีโซน Lighting Center สำหรับขายอุปกรณ์ไฟฟ้าส่องสว่าง โคมไฟตกแต่ง และ โซน Lifestyle Furniture ที่รวบรวมเฟอร์นิเจอร์มีดีไซน์จากทั่วทุกมุมโลกไว้ที่นี่

ทั้งนี้ ลูกค้าย่านรัชดามีไลฟ์สไตล์การเลือกซื้อสินค้าที่ชัดเจน ชื่นชอบความสะดวกสบาย โดดเด่น รวมไปถึงสรรหาความแปลกใหม่ของสินค้า  มีรูปแบบความชอบสินค้าแบบเฉพาะเจาะจง ดังนั้นโฉมใหม่ของ บุญถาวร สาขารัชดา จึงสามารถตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้อย่างดี

เพื่อเป็นการขอบคุณลูกค้า บุญถาวรได้เตรียมแคมเปญ “ฉลองครบรอบ 39 ปี” อย่างยิ่งใหญ่ตอกย้ำความคุ้มค่า เพื่อให้ลูกค้าได้เลือกช้อปสินค้าในราคาพิเศษอย่างจุใจ ทั้งกระเบื้อง สุขภัณฑ์ ห้องครัว สินค้าภายในบ้าน อุปกรณ์ส่องสว่าง และเฟอร์นิเจอร์ตกแต่ง ให้เรื่องบ้านเป็นเรื่องง่าย ที่เดียวจบครบทุกความต้องการ ภายในงานพบกับสินค้าสำหรับคนรักบ้านจากแบรนด์ดังทั้งไทยและต่างประเทศ มอบ “แคมเปญคุ้มยกกำลัง 9” กับส่วนลดสูงสุด 80% พร้อมสินค้าราคาพิเศษ เริ่มต้นเพียง 39 บาท รวมไปถึงกิจกรรมสุดเอ็กซ์คลูซีฟ กับแขกรับเชิญสุดพิเศษมากมาย งานมีตั้งแต่วันที่ 15 – 17 กันยายนนี้ 08.00 น. – 20.00 น. ณ บุญถาวร สาขารัชดา

 ติดตามข้อมูลและข่าวสารต่างๆ ของบุญถาวร ได้ที่เว็บไซต์ : https://www.boonthavorn.com

-(016)

ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ดึง ‘จอย รินลณี’ ร่วมแชร์ประสบการณ์ความจำหลงลืมต้องควรระวัง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/756850

ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ดึง ‘จอย รินลณี’ ร่วมแชร์ประสบการณ์ความจำหลงลืมต้องควรระวัง

ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ดึง ‘จอย รินลณี’ ร่วมแชร์ประสบการณ์ความจำหลงลืมต้องควรระวัง

วันศุกร์ ที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2566, 14.33 น.

อัลไซเมอร์อีกหนึ่งโรคที่ใกล้ตัวทุกคน ล่าสุดนักแสดงสาว จอย รินลณี ศรีเพ็ญ เผยตัวเองบางทีความจำมีช่วงหลง ๆ ลืม ๆ   บางครั้งจำบทไม่ได้ กลายเป็นคนย้ำคิดย้ำทำหวั่นกลัวเป็นอัลไซเมอร์ 2 พิธีกร ก้อง-ปิยะ และ ได๋-ไดอาน่า เลยไม่รอช้าอาสาพาสาวจอยรีบไปปรึกษากับ แพทย์หญิงอาทิตา ชูหลำ แพทย์เฉพาะทางด้านอายุรกรรมประสาทวิทยา และ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ แพทย์หญิงอัญชิสา คุณาวุฒิ แพทย์เฉพาะทางสาขาเวชศาสตร์นิวเคลียร์กันที่โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ พาไปหาคำตอบถึงที่มาและสาเหตุของการเป็นโรคอัลไซเมอร์อย่างละเอียด และการปรับตัวผู้ที่ต้องดูแลผู้ป่วยอัลไซเมอร์อย่างถูกวิธี พร้อมพาไปอัพเดทเทคโนโลยีวินิจฉัยภาวะสมองเสื่อมด้วยสารเภสัชรังสี      ซึ่งปัจจุบันนี้เราสามารถตรวจอัลไซเมอร์ได้ด้วยเครื่องเพทสแกน ปิดท้ายมาร่วมกันออกกำลังสมองแบบง่ายๆ  เพื่อให้ห่างไกลโรคอัลไซเมอร์ กับนักจิตวิทยาคลินิกโรงพยาบาลจุฬาภรณ์

เช้าวันอาทิตย์ที่ 17 กันยายน นี้ เปิดหน้าจอช่อง 3 กด 33 เวลา 06.55-07.20  ออกกำลังกายสมอง ดูแลสุขภาพไปกับราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์เพื่อป้องกันโรคอัลไซเมอร์ ในรายการ Are you ok? สบายดีหรือเปล่า อย่าลืมติด #AreYouOkสบายดีหรือเปล่าxCRA แชร์เรื่องราวสุขภาพดีๆ ในโลกโซเชียลกันนะคะ…

#AreYouOkสบายดีหรือเปล่าxCRA #AreYouOK #สบายดีหรือเปล่า

#อัลไซเมอร์ #เพทสแกน #จอยริลลณี #ดูทีวีกด33  #CRAChulabhornChannel

#โรงพยาบาลจุฬาภรณ์  #ทุกชีวิตของคนไข้คือหัวใจของเรา #ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์  #เป็นเลิศเพื่อทุกชีวิต

 -(016)

กยท.เดินหน้าคุ้มครองประกันอุบัติเหตุกลุ่มฯ ปี 66

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/756845

กยท.เดินหน้าคุ้มครองประกันอุบัติเหตุกลุ่มฯ ปี 66

กยท.เดินหน้าคุ้มครองประกันอุบัติเหตุกลุ่มฯ ปี 66

วันศุกร์ ที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2566, 14.29 น.

เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2566 กยท. ได้เร่งดำเนินการจัดทำประกันอุบัติเหตุฯ โดยมีบริษัทประกันภัยยื่นเสนอกรมธรรม์ที่ กยท. ต้องใช้งบประมาณเพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัวจากเดิม 406 ล้านบาท เป็น 755 ล้านบาท ดังนั้น เพื่อคำนึงถึงประโยชน์คุ้มค่าสูงสุดที่เกษตรกรชาวสวนยางจะได้รับ กยท. จะเร่งดำเนินการจัดทำสวัสดิการฯ อย่างรอบคอบและชัดเจนโดยเร็ว

“กยท. ยืนยัน ไม่ทอดทิ้งเกษตรกรชาวสวนยางและกำลังเร่งดำเนินการจัดทำสวัสดิการเพื่อเป็นหลักประกันให้แก่เกษตรกรฯ และทายาท คุ้มครองชีวิตและความเป็นอยู่ โดยชาวสวนยางจะได้รับประโยชน์คุ้มค่าสูงสุดอย่างแน่นอน” นายณกรณ์ ตรรกวิรพัท ผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย กล่าว

มช. เปิดประตูล้านนาสู่ความประทับใจในระดับสากล 4 พื้นที่ 7 Concept รอบเมืองเชียงใหม่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/756842

มช. เปิดประตูล้านนาสู่ความประทับใจในระดับสากล 4 พื้นที่ 7 Concept รอบเมืองเชียงใหม่

มช. เปิดประตูล้านนาสู่ความประทับใจในระดับสากล 4 พื้นที่ 7 Concept รอบเมืองเชียงใหม่

วันศุกร์ ที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2566, 14.25 น.

มช. เปิดประตูล้านนาสู่ความประทับใจในระดับสากล ด้วยงานฝีมือจากภูมิปัญญาท้องถิ่นเมืองเหนือ ใน “Creative Lanna Marketplace” งานแสดงความสร้างสรรค์ที่จะครองใจทั้งชาวไทยและต่างประเทศ สืบสานความงามผลัดเปลี่ยนใน 4 พื้นที่ 7 Concept รอบเมืองเชียงใหม่ ให้ทุกคนได้ชิม ช็อป แถมความรู้กลับบ้านไปเต็มกระเป๋า ได้ตั้งแต่วันที่ 16 กันยายน 2566 ถึง 4 กุมภาพันธ์ 2567 โดยเริ่มย่านสุดฮิป สันป่าข่อย เป็นที่แรก ภายใต้ ชื่องาน “ALIVE UP  SANPAKOI ส่อง / สร้าง / สันป่าข่อย”

“Creative Lanna Marketplace” นอกจากจะเป็นพื้นที่แสดงความสร้างสรรค์โดยใช้เอกลักษณ์ความเป็นล้านนาเป็นหลักสำคัญแล้ว ยังเป็นพื้นที่สำหรับการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และการแสดงศักยภาพทั้ง 7 ประเภท ได้แก่ Heritage , Wellness , Art and Crafts , Costume , Gastronomy , Festival และ Performing Music and Media ของศิษย์เก่าและศิษย์ปัจจุบัน อาจารย์ นักวิจัยและบุคลากรของมหาวิทยาวิทยาลัยเชียงใหม่ และบุคคลทั่วไปที่เข้าร่วมการสัมมนา กิจกรรมอบรมเชิงปฏิบัติการ โดยกิจกรรมต่าง ๆ เป็นสิ่งที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ร่วมขับเคลื่อนภายใต้ยุทธศาสตร์ที่ 3 ล้านนาสร้างสรรค์จากภูมิปัญญาบนฐานศิลปะและวัฒนธรรมล้านนา

การจัดเทศกาลจะจัดผลัดเปลี่ยนภายใน 4 พื้นที่ ภายใต้ 7 Concept ได้แก่ พื้นที่ชุมชนย่านสันป่าข่อย , ศูนย์สถาปัตยกรรมล้านนา (คุ้มเจ้าบุรีรัตน์) , พิพิธภัณฑ์เรือนโบราณล้านนา สำนักส่งเสริมศิลปวัฒนธรรมและล้านนาสร้างสรรค์ และสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดเชียงใหม่ (ท่าแพ) โดยคัดเลือกผู้เข้าร่วมโครงการที่มีผลิตภัณฑ์หรือบริการ (Service) ที่สร้างรายได้ในเชิงพาณิชย์ ไม่น้อยกว่า 20 ต้นแบบ/ผลิตภัณฑ์ ซึ่งเป็นผู้ที่เคยเข้าร่วมโครงการภายใต้ยุทธศาสตร์ที่ 3 จากทีมที่ปรึกษาในแต่ละโครงการ พร้อมทั้งทำการประชาสัมพันธ์พื้นที่ที่จัดโครงการและกิจกรรม

ทั้งนี้ พื้นที่ทั้ง 4 แห่ง ยังเป็นพื้นที่ผสานองค์ความรู้จากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่เข้ากับย่านเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ต่อติดด้วยการคมนาคมขนส่งทางเรือ ทางรถไฟ ตลอดจนสนามบิน และเป็นพื้นที่ที่มีผู้ประกอบการตลอดเส้นทาง มีความหลากหลายของกลุ่มชาติพันธุ์ ความหลากหลายของผลิตภัณฑ์และบริการจากเมืองเชียงใหม่ จึงเป็นจุดเริ่มต้นการจัดกิจกรรมที่สร้างสรรค์ตามแนวคิด (Concept) ตามแต่ละพื้นที่ทั้ง 4 แห่งให้ทุกคนได้สัมผัส

1.CL Food & Wellness Festival เทศกาลที่เน้นการแสดงศักยภาพเกี่ยวกับกิจกรรมกินอยู่อย่างสร้างสรรค์ และสร้างสรรค์ส่งเสริมสุขภาพทางเลือก สถานที่ : ย่านสันป่าข่อย บริเวณหลังอาคารอนุสาร สันป่าข่อย ถนนเจริญเมือง วันที่ : 16 – 17 กันยายน 2566 เวลา : 10.00 น. – 20.00 น. 2.CL Heritage & Costumes Festival เทศกาลที่เน้นการแสดงศักยภาพเกี่ยวกับกิจกรรมย่านและเมืองสร้างสรรค์ และการแต่งกายสร้างสรรค์ สถานที่ : ศูนย์สถาปัตยกรรมล้านนา (คุ้มเจ้าบุรีรัตน์) วันที่ : 11 – 12 พฤศจิกายน 2566 เวลา : 10.00 น. – 20.00 น. *เวลาอาจจะมีการเปลี่ยนแปลงตามสถานที่ 3.CL Music and Film Festival เทศกาลที่เน้นการแสดงศักยภาพเกี่ยวกับกิจกรรมการแสดง ดนตรี และสื่อสร้างสรรค์  สถานที่ : สำนักส่งเสริมศิลปวัฒนธรรมและล้านนาสร้างสรรค์  วันที่ : 8 – 10 ธันวาคม 2566เวลา : 10.00 น. –20.00 น. *เวลาอาจจะมีการเปลี่ยนแปลงตามสถานที่  และ4.CL Art and Craft Festival เทศกาลที่เน้นการแสดงศักยภาพเกี่ยวกับกิจกรรมศิลปะ หัตถกรรมสร้างสรรค์ สถานที่ : สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดเชียงใหม่ (ท่าแพ) วันที่ : 3 – 4  กุมภาพันธ์ 2567 เวลา : 10.00 น. –20.00 น. *เวลาอาจจะมีการเปลี่ยนแปลงตามสถานที่

สามารถติดตามรายละเอียดกิจกรรมตลอดทั้งงานได้ที่เพจ Creative Lanna Business Launchpad (https://www.facebook.com/CLbusinesslaunchpad)

-(016)

มูลนิธิยังมีเรา จัด ‘Kids eco camp เยาวชนรักษ์โลก’ ปลูกจิตสำนึกคนรุ่นใหม่ใส่ใจอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเล

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/756798

มูลนิธิยังมีเรา จัด ‘Kids eco camp เยาวชนรักษ์โลก’ ปลูกจิตสำนึกคนรุ่นใหม่ใส่ใจอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเล

มูลนิธิยังมีเรา จัด ‘Kids eco camp เยาวชนรักษ์โลก’ ปลูกจิตสำนึกคนรุ่นใหม่ใส่ใจอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเล

วันศุกร์ ที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2566, 12.53 น.

มูลนิธิ ยังมีเรา ร่วมกับ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) จุดพลังคนรุ่นใหม่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมรักโลก-รักษ์ทะเล กับโครงการ ‘Kids eco camp เยาวชนรักษ์โลก’ เปิดรับสมัครนักเรียนมัธยมปลายทั่วประเทศเข้าร่วมค่ายอบรมเรียนรู้จริงผ่านห้องเรียนธรรมชาติ พร้อมปลูกจิตสำนึกการเป็นนักอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอ่าวไทยอย่างยั่งยืนจากรุ่นสู่รุ่น

จากสภาวะอากาศสุดขั้ว(Extreme weather)ที่ก่อให้เกิดปรากฏการณ์เอลนีโญ(El Nino) ส่งผลกระทบต่ออุณหภูมิโลก ทำให้สภาพอากาศร้อนขึ้น และทำให้อุณหภูมิของน้ำทะเลในมหาสมุทรแปซิกอุ่นมากขึ้นกว่าปกติ ซึ่งอาจจะมีความรุนแรงและส่งผลกระทบต่อสิ่งมีชีวิตในทะเลได้โดยตรง ซึ่งอีกไม่นานโลกจะเข้าสู่สภาวะเอลนีโญอย่างเต็มรูปแบบ จึงทำให้ในปัจจุบันทุกหน่วยงานต้องเร่งระดมขับเคลื่อนทิศทางขององค์กรให้เข้าสู่ Net Zero อย่างเร็ววันที่สุด  ทว่าการแก้ปัญหาดังกล่าวอาจไม่ใช่จบเพียงแค่การฟื้นฟู หรือทำตามเทรนด์ ทุกคนควรทำจริงอย่างกันอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน   ซึ่งเยาวชนคนรุ่นใหม่ คือเมล็ดพันธุ์ต้นกล้าแห่งความหวังที่จะสามารถช่วยกันสร้างเครือข่ายแกนนำเยาวชนนักอนุรักษ์รณรงค์ปกป้องแก้ไขปัญหาเรื่องสิ่งแวดล้อมทางทะเลอย่างสร้างสรรค์ จนทำให้เกิดมีความส่วนร่วมในการรับผิดชอบมากขึ้นในสังคม

มูลนิธิ ยังมีเรา ร่วมกับ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) จึงได้จัดกิจกรรมค่ายเยาวชน เพื่อปลูกฝังจิตสำนึกที่ดีในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติทางทะเลและชายฝั่งอ่าวไทยฝั่งตะวันออกและอ่าวไทยตอนล่าง ภายใต้โครงการชื่อว่า “Kids eco camp เยาวชนรักษ์โลก”  ด้วยเป้าหมายที่มุ่งจะสร้างพลังรักษ์ทะเล และจุดประกายไอเดีย เสริมแรงบันดาลใจให้กับเหล่าต้นกล้าเยาวชนได้นำความรู้ที่ได้จากค่ายไปทำประโยชน์ให้กับสิ่งแวดล้อมในชุมชนของตนเองได้ในอนาคต  โดยกิจกรรมค่ายของโครงการฯ มุ่งเน้นการถ่ายทอดประสบการณ์ พร้อมสะท้อนให้เยาวชนได้มีความรู้เข้าใจความเข้าใจที่ถูกต้องตั้งแต่เริ่มต้นจนลงมือทำได้จริง

Kids eco camp ค่ายเยาวชนรักษ์โลกจะจัดขึ้นครั้งแรกที่อ่าวไทยฝั่งตะวันออก จ.ระยอง ในวันที่ 9-11 ต.ค. 2566 และค่ายครั้งที่ 2 จะจัดขึ้นที่อ่าวไทยตอนล่าง จ.สงขลา ในวันที่16-18 ต.ค. 2566 โดยมี ผศ.ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ รองคณบดี คณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ให้เกียรติมาเป็นที่ปรึกษาโครงการฯ และยังมีวิทยากรพิเศษและผู้เชี่ยวชาญด้านสิ่งแวดล้อมชั้นนำของประเทศมาเป็นผู้ถ่ายทอดความรู้ในค่าย ให้แรงบันดาลใจให้นักเรียนในค่าย อาทิ อาจารย์ประสาน แสงไพบูลย์ ทราย สก๊อต  แทนทะเล             

สำหรับในงานแถลงข่าวในวันพฤหัสบดีที่ 14 กันยายน 2566 ทางโครงการฯ ได้จัดงานที่ร้าน Afternoon BamgPu จ.สมุทรปราการ แลนด์มาร์คปากอ่าวไทย ประตูแรกก่อนสายน้ำจะไหลสู่ท้องทะเล  โดยครั้งนี้ก่อนเริ่มเปิดงานได้มีตัวแทนนักเรียนต้นกล้าคนรุ่นใหม่ที่กำลังศึกษาในระดับชั้นมัธยมปลายจากหลากหลายโรงเรียน อาทิ นางสาวรลัญรร เภาวะนิต จาก โรงเรียนสาธิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นางสาวณัฎฐ์ชนินท์ เครือแก้ว โรงเรียนสาธิตมศว.ประสานมิตร นายกฤติน วรวิทยานุสรณ์  โรงเรียนจิตรลดาวิชาชีพ นายแทนคุณ ตรีนิภากร โรงเรียนวชิราวุธวิทยาลัย  นายศุกลภัทร ศรีบุบผา โรงเรียนนวมินทราชูทิศ สวนกุหลาบวิทยาลัย สมุทรปราการ และนักเรียนจากโรงเรียนสาธิต มศว.องครักษ์    มาร่วมทำกิจกรรม CSR เก็บขยะริมสันเขื่อน  หลังจากนั้นนักเรียนผู้ร่วมงานทั้งหมดได้ร่วมฟังการเสวนาในหัวข้อ รักษ์ทะเลอย่างไรให้ยั่งยืน โดยมี แทนทะเล-ณัฐนิช พานิชภักดิ์ นักศิลปะสิ่งแวดล้อมเรื่องทะเล ร่วมด้วย  นก-อุษณีย์ วัฒฐานะ และ พีเค-พัสกร วรรณศิริกุล มาร่วมแชร์ประสบการณ์และพูดคุยแลกเปลี่ยนวิธีการอนุรักษ์ในรูปแบบวิธีที่ทำง่ายได้จริง  หลังจากนั้น แทนทะเล ได้จัดกลุ่มน้องๆนักเรียนทำ Workshop เปลี่ยนขยะทะเลให้เป็นงานศิลปะสวยงามแบบจับต้องได้ใช้ประโยชน์ได้จริง

โดยในพิธีเปิดโครงการครั้งนี้มีแขกผู้มีเกียรติคนสำคัญมาร่วมงาน นำโดย คุณชยธร ธนวรเจต ประธาน มูลนิธิ ยังมีเรา ร่วมด้วยคุณสรญา ประทุมวงษ์ ผู้จัดการสังกัดฝ่ายสื่อสารและภาพลักษณ์องค์กร ปตท. และนายสุระชัย ภาสดา ผู้อำนวยการส่งเสริมและประสานงานเครือข่ายทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง สำนักงานทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 2   อีกทั้งในช่วงแรกได้รับเกียรติเป็นอย่างสูงจากนางชญานันท์ ภักดีจิตต์ รองปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มากล่าวปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ รักษ์ทะเลอย่างไรให้ยั่งยืน ร่วมด้วยมีการสนทนาพูดคุย Special Talk ในประเด็น ทางรอด-ทางรักษ์ ท่ามกลางวิกฤติ โลกร้อน-ทะเลเดือด โดย ผศ.ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ รองคณบดี คณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์  

ค่าย Kids eco camp เปิดรับสมัครเฉพาะนักเรียนที่กำลังศึกษาอยู่ในระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายทั่วประเทศ โดยผู้ที่ผ่านการคัดเลือกจำนวน 100 คน จะได้เข้าร่วมกิจกรรมค่ายฟรี โดยไม่มีค่าใช้จ่ายตลอดทั้ง 3 วัน 2 คืนที่จังหวัดระยอง และสงขลา  สำหรับนักเรียนคนไหนที่มีความสนใจ สามารถสมัครออนไลน์ได้แล้วตั้งแต่วันนี้ที่ Facebook : มูลนิธิยังมีเรา และสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมโทร.   093-329-4599  และ091-663-1429

-(016)

สัมผัสประสบการณ์คลื่นเสียงบำบัดบนตึกสูงที่สุดในไทย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/756674

สัมผัสประสบการณ์คลื่นเสียงบำบัดบนตึกสูงที่สุดในไทย

สัมผัสประสบการณ์คลื่นเสียงบำบัดบนตึกสูงที่สุดในไทย

วันศุกร์ ที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

คิง เพาเวอร์ มหานคร ชวนคุณสัมผัสประสบการณ์ศาสตร์การใช้คลื่นเสียงกังวานจากบาตร สู่การบำบัดจิตใจกับ Sound Healing บนจุดชมวิวภายในอาคารที่สูงที่สุดในประเทศไทย โดย ครูปีเตอร์“รัฐกานต์ หาเรือนกิจ” นักบำบัดและผู้ให้บริการด้านสุขภาพองค์รวม ณ คิง เพาเวอร์ มหานคร ระหว่างวันศุกร์ที่ 22-วันอาทิตย์ที่ 24 กันยายน 2566 ตั้งแต่เวลา 17.30-21.00 น.

การบำบัดด้วยเสียง หรือ Sound Healing คือการสร้างเสียงและคลื่นสั่นสะเทือนในย่านความถี่ที่แตกต่างกันเข้าไปกระทบกับร่างกาย เพื่อบำบัดความเครียด ให้รู้สึกผ่อนคลายรวมถึงกระตุ้นการทำงานตามปกติของระบบต่างๆ ในร่างกาย มาเปิดประสบการณ์ Sound Bath บนจุดชมวิว 292 เมตรเหนือกรุงเทพฯ ครูปีเตอร์ “รัฐกานต์ หาเรือนกิจ” นักบำบัดและผู้ให้บริการด้านสุขภาพองค์รวม ผู้ก่อตั้ง Ratha Healing และสตูดิโอ Urban Healing Space Bangkok จะพาทุกท่านมาปล่อยกายใจไปกับเสียงจากบาตรไทย จากชุมชนบ้านบาตร ชุมชนคนทำบาตรด้วยมือหนึ่งเดียวที่ยังคงเหลืออยู่ในกรุงเทพฯ พร้อมเพลิดเพลินไปกับศิลปะแสงสี และโมเมนต์พระอาทิตย์ตกเหนือเส้นขอบฟ้า รวมเป็นประสบการณ์ที่คุณไม่ควรพลาด

ผู้สนใจซื้อบัตรเข้าร่วมกิจกรรมได้ที่ https://bit.ly/Book-Ticket-SoundBath หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 02-6778721 หรือ https://kingpowermahanakhon.co.th

คุณแหน : 15 กันยายน 2566

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/756681

วันศุกร์ ที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ll กองทุนโรคมะเร็งในเด็กในพระอุปถัมภ์พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลีกรมหมื่นสุทธนารีนาถ บริจาคเงินช่วยเหลือผู้ป่วยโรคมะเร็งในเด็กที่ยากไร้ของมูลนิธิรามาธิบดีในพระราชูปถัมภ์..

ll นพ.ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์ พร้อมผู้แทนชาว ปธพ.1 ส่งมอบอาคารสุขศาลาพระราชทาน(ปธพ.1)ศูนย์การเรียนรู้ตำรวจตระเวนชายแดนอินทรีอาสา(บ้านปาเกอะญอ) ต.ป่าเด็ง อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี โดยมีพล.ต.ต.กัญชล อินทราราม รับมอบ..

llยินดีกับ นันทินี ทรัพย์ศิริ ได้เป็นว่าที่ที่ปรึกษาด้านประสิทธิภาพ สนง.ประกันสังคม กระทรวงแรงงาน..

ll อนุโมทนาบุญ กับ ดร.จรวยพรภัทร ลีสมสิริ ปธ.กก.บริหารบริษัทในเครืออนันตภัณฑ์กรุ๊ป ที่ได้บริจาคเงินสนับสนุนโครงการของคณะทำงานสืบสานและต่อยอดพระราชปณิธานด้าน รพ.สมเด็จพระยุพราช เพื่อปรับปรุงห้องผู้ป่วยของ รพ.สมเด็จพระยุพราชเดชอุดม..

ll ภญ.จันทนา ลี้สวัสดิ์ วันเกิดปีนี้ หวานใจนพ.ชิโนรส ลี้สวัสดิ์ พาไปทำบุญไหว้พระ3 วัด ทั้งวัดพระแก้ว วัดอรุณ และวัดกัลยาณมิตรพร้อมเลี้ยงฉลองให้ 2 มื้อ ทั้งเที่ยงและค่ำ..

ll เพื่อนชาว BCC#129 ปลื้มใจกับ ดร.ประดิษฐ์ อารยะการกุล ที่ลูกชายคนเก่ง ร.ต.อ.กรธนัท อารยะการกุลอาจารย์ รร.นายร้อยตำรวจได้เรียนจบ Master of Science(Risk,Disaster and Resilience)เกียรตินิยมอันดับ 1 จาก University College London(UCL)..

ll ยินดีกับ ดร.อัญชลิน-ดร.นภัสนันท์ พรรณนิภา ที่ บจ.ทีคิวเอ็ม อินชัวร์รันส์ โบรคเกอร์(TQM)เข้ารับรางวัล“นายหน้าประกันวินาศภัยนิติบุคคลคุณภาพดีเด่น”รางวัล“นายหน้าประกันชีวิตนิติบุคคลคุณภาพดีเด่น”และรางวัล“นายหน้าประกันวินาศภัยนิติบุคคลที่มีการส่งเสริมกรมธรรม์ประกันภัยเพื่อประชาชนดีเด่น”ในงาน Prime Minister’s Insurance Awards 2023 โดยมี กฤษฎา จีนะวิจารณะ เป็นประธานในการมอบรางวัล..

ll วันเกิด บุญญนันท์ พนาพิทักษ์กุล จัดทำบุญ บริษัทพิทักษ์ปาล์มออยล์ และร่วมฉลองกับน้องๆ ที่บริษัทอย่างอบอุ่น..

ll ส่วน เฉลิม ประดิษฐอาชีพ วันเกิดปีนี้ครบ 5 รอบ และจะเกษียณการทำงานสิ้นปีนี้เช้าได้ใส่บาตรที่วัดพุทธบูชา บางมด และร่วมบริจาคเงินให้กับมูลนิธิพระมหาไถ่เพื่อการพัฒนาคนพิการซึ่งทำประจำทุกๆ ปี..

llปลื้มใจกับ ปัญจรัตน์ ทรัพย์หิรัญกุล ที่งานเปิดตัวคอลเลคชั่นเครื่องประดับพลอยแท้จากธรรมชาติของแบรนด์ ELLE x GEMALYN บรรยากาศภายในงานเป็นกรุงปารีสในฝัน“DE PARIS COLLECTION”ได้รับเสียงตอบรับอย่างดี โดยมี ซาร่า เล็กจ์,ชลิตา ส่วนเสน่ห์,ชวพร เลาหพงศ์ชนะ,แพรว-แพรววนิต เรืองทอง ร่วมงานสนใจสั่งได้ที่ www.nggjewellery.com..

ll กร ทัพพะรังสี ลับฝีมืออีกครั้งโดยการเดี่ยวกีตาร์ ร้องเพลง Soft music ให้แฟนคลับยุค 60-80 ที่ The Bangkok Club วันเสาร์นี้16 ก.ย. เวลา 17.00-19.00 น. ..ll

น้องใหม่

‘นักทัศนมาตร’แบบฉบับ OCCURA ผู้ตรวจวัดสายตาที่ผสานทั้งศาสตร์และศิลป์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/756662

‘นักทัศนมาตร’แบบฉบับ OCCURA ผู้ตรวจวัดสายตาที่ผสานทั้งศาสตร์และศิลป์

‘นักทัศนมาตร’แบบฉบับ OCCURA ผู้ตรวจวัดสายตาที่ผสานทั้งศาสตร์และศิลป์

วันศุกร์ ที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ปัจจุบันวิถีชีวิตของคนยุคใหม่เปลี่ยนไปโดยเฉพาะวัยทำงานที่ใช้สายตาทำงานผ่านสกรีนหน้าจอต่าง ๆ ต่อเนื่องยาวนานในแต่ละวัน “แว่นตา”จึงนับว่าเป็นอีกหนึ่งอุปกรณ์คู่กายที่มีความจำเป็นของคนยุคดิจิทัล และ “นักทัศนมาตร” ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านการตรวจวัดสายตา จึงเป็นอีกหนึ่งอาชีพที่มีความสำคัญ และเป็นที่ขาดแคลนด้วยเช่นเดียวกัน

โอคูระ (OCCURA) ศูนย์บริการแว่นตาและเลนส์เฉพาะบุคคลแบบครบวงจร ชวนมาทำความรู้จักอาชีพ “นักทัศนมาตร” พร้อมแชร์ความรู้ คุณสมบัติสำหรับการประกอบอาชีพของผู้เชี่ยวชาญด้านตรวจวัดระบบการมองเห็นและค่าสายตา เพื่อเป็นแรงบันดาลใจสำหรับผู้ที่กำลังมองหาอาชีพที่น่าสนใจ และเป็นข้อมูลสำหรับคนที่กำลังมองหาแว่นสายตาคู่อันใหม่ โดยเลือกปรึกษาด้านการตรวจวัดสายตาปัญหาสายตากับนักทัศนมาตรได้อย่างตอบโจทย์การใช้งานได้จริง

นายธนัฐณ์ วิทย์ภิรมย์ 

นายธนัฐณ์ วิทย์ภิรมย์ ผู้บริหารร้านแว่นตาโอคูระ (OCCURA) กล่าวว่า อาชีพ “นักทัศนมาตร” นับว่าเป็นผู้ที่มีบทบาทสำคัญในการดูแลระบบการ
มองเห็น สามารถตรวจวินิจฉัยค่าสายตา และสุขภาพตาเบื้องต้น พร้อมวิเคราะห์ค่าสายตาที่เหมาะสมกับอาการทางสายตา เพื่อคัดสรรเลนส์สายตา หรือคอนแทคเลนส์  ที่จะนำมาช่วยแก้ปัญหาทางสายตาให้กลับมาใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น รวมถึงการคัดสรรกรอบแว่นตาที่เข้ากับไลฟ์สไตล์ โดยที่ยังคำนึงถึงการเสริมบุคลิกภาพให้โดดเด่นของผู้ใช้งานควบคู่กันไป

ขั้นตอนการทำงานของนักทัศนมาตร คือการตรวจประมวลผลระบบการเห็นที่ผิดปกติ ตรวจสุขภาพตาเบื้องต้น ดูแลคัดกรองโรคตาเบื้องต้น และอาการผิดปกติของระบบการมองเห็น ซึ่งหากตรวจพบความผิดปกติของการมองเห็นที่มีความสัมพันธ์กับการมีโรคตา หรือโรคอื่นๆ ที่มีผลกับดวงตา เช่น ต้อกระจก ต้อหิน นักทัศนมาตร จะทำการส่งต่อให้จักษุแพทย์เพื่อทำการรักษาโรคที่ดวงตาด้วยวิธีการใช้ยา หรือการผ่าตัดต่อไป “นักทัศนมาตร” ซึ่งจึงเปรียบเสมือนกับเป็นด่านแรก หรือ Primary Care อาศัยวิธีการทาง ทัศนมาตรผ่าน 3 แกนหลักสำคัญในการคัดกรองความผิดปกติของดวงตา คือ 1.ตรวจวัดระบบหักเหของแสง (Refraction) 2.ระบบรับรู้ (Sensory) และ 3.ระบบกลไก (Motor) การปรับโฟกัสที่สัมพันธ์กับการทำงานของตาทั้ง 2 ข้าง เพื่อตรวจวัดค่าสายตาวินิจฉัยในการเลือกแว่นตา และเลนส์ที่สามารถแก้ไขปัญหาสายตาเพื่อให้ใช้งานได้จริง 

นอกจากนี้ นักทัศนมาตรยังถูกจัดเป็นอาชีพหนึ่งในกลุ่ม “3 Os” บุคลากรหลักดูแลสุขภาพสายตาที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล ประกอบด้วย นักทัศนมาตร (Optometrist) จักษุแพทย์ (Ophthalmologist) และช่างแว่นตา (Optician) ด้วยจุดเด่นนักทัศนมาตรที่มีหน้าที่ดูแลคัดกรองโรคตาเบื้องต้น และอาการผิดปกติของระบบการมองเห็นเป็นด่านแรก พร้อมสามารถให้คำแนะนำด้านอุปกรณ์ต่างๆ การเลือกเลนส์แว่นสายตา คอนแทคเลนส์ และกรอบแว่นตา ประกอบกันเพื่อแก้ปัญหาสายตายึดหลักไลฟ์สไตล์การใช้งาน และความต้องการผู้บริโภคเป็นหลัก ส่งผลให้ “นักทัศนมาตร” เป็นที่ต้องการเพิ่มมากขึ้นทั้งในประเทศไทย และในประเทศต่างๆ ทั่วโลก  

สำหรับผู้ที่กำลังสนใจในอาชีพ “นักทัศนมาตร” หรือผู้ที่กำลังอยากปรึกษาปัญหาสายตาและตัดแว่นสายตาอันใหม่ ควรพิจารณาคุณสมบัติของ“นักทัศนมาตร” มืออาชีพที่ควรมี โดยร้านแว่นตาโอคูระ ได้ยึดคุณสมบัติดังนี้ “นักทัศนมาตร” ต้องมีคุณสมบัติครบทั้งทักษะด้านศาสตร์และศิลป์ในการให้บริการ รวมถึงมีความเข้าใจในหลักจิตวิทยาในการรับฟังและการสื่อสารที่ดี ด้วยแนวคิดในการทำงานว่า “ลูกค้าต้องสบายตา สบายใจ และใช้งานได้จริง” พร้อมไปกับความเชี่ยวชาญของการตรวจวัดและแก้ไขปัญหาสายตาที่ซับซ้อนแตกต่างกัน มีศิลปะในการแนะนำเลนส์สายตา ให้ใช้งานได้จริงควบคู่ไปกับกรอบแว่นตาที่ช่วยเสริมบุคลิกภาพได้ดี

ปรึกษาปัญหาด้านสายตาตรวจวัดหาค่าสายตาที่เหมาะสม เพื่อตอบโจทย์ แก้ไขปัญหาสายตาเฉพาะบุคคล ให้ลงตัวกับไลฟ์สไตล์ในชีวิตประจำวันจากนักทัศนมาตรผู้ตรวจวัดสายตาแบบเจาะลึกและเอ็กซ์คลูซีฟ ข้อมูลเพิ่มเติมที่ https://www.occuravision.com และ Facebook : occcuravision, Instagram : occuravision ติดต่อ Line@occura หรือโทร.02-6450192