ครั้งแรกของสองดีไซเนอร์ไทย‘Tube Gallery’ บนรันเวย์นิวยอร์ก New York Fashion Week 2023

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/756665

ครั้งแรกของสองดีไซเนอร์ไทย‘Tube Gallery’ บนรันเวย์นิวยอร์ก New York Fashion Week 2023

ครั้งแรกของสองดีไซเนอร์ไทย‘Tube Gallery’ บนรันเวย์นิวยอร์ก New York Fashion Week 2023

วันศุกร์ ที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ครั้งแรกกับการเปิดตัว Tube Gallery : The Identity Collection คอลเลคชั่นล่าสุดประจำฤดูร้อนปี 2024 ของสองดีไซเนอร์อย่างเต้-ศักดิ์สิทธิ์ พิศาลสุพงศ์ และ ยุ่ย-พิสิฐจงนรังสิน ที่บินไปร่วมงานไกลถึงนิวยอร์กในงาน New York Fashion Week 2023นำเสนอสไตล์ที่โดดเด่นของ Tube Gallery ผสมผสานทั้งความ Avant-Garde Silhouettes, Crafted Details, Dramatic Glam และ Occasion Wear ทำให้ Tube Gallery (ทูบว์แกลลอรี่) มีชื่อเสียงและเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก มาตลอด 20 กว่าปี

คอลเลคชั่นล่าสุดของทั้งสองดีไซเนอร์อย่าง เต้-ศักดิ์สิทธิ์ พิศาลสุพงศ์ และ ยุ่ย-พิสิฐ จงนรังสิน ตั้งใจเปิดตัวที่นิวยอร์ก เพื่อให้เป็นที่รู้จักในวงที่กว้างขึ้น ซึ่งคอนเซ็ปต์ก็ได้หยิบเอาประเด็นทางสังคมที่มีความแตกต่างหลากหลายมาเป็นแรงบันดาลใจในคอลเลคชั่นล่าสุดที่ชื่อว่า “Identity” หรือ “ตัวตน” แน่นอนว่าตัวตนของแต่ละคนนั้นประกอบไปด้วยความหลากหลาย ทั้งที่มีมาตั้งแต่เกิด ไปจนถึงตัวตนที่สะสมผ่านกาลเวลา ความเชื่อ ความชื่นชอบ แม้แต่ความชัง ผ่านกระบวนการต่างๆ ทางสังคม ก่อให้เกิดเป็นตัวตนของแต่ละคนที่มีความแตกต่างกันไปอย่างไม่สิ้นสุด

สองดีไซเนอร์ไทยบนรันเวย์ New York Fashion Week 2023

คอลเลคชั่นนี้ ทั้งคู่ได้หยิบ “ตัวตน” มาแปลความหมายให้กลายเป็นลวดลายต่างๆ อย่าง ลวดลายของนิ้วมือ ลวดลายของนัยน์ตาที่ขยายผ่านเลนส์ มาถ่ายทอดเป็นงานปักในสไตล์ที่ถนัดใส่เทคนิคงานฝีมือบนเนื้อผ้าที่ไม่เหมือนใคร รวมทั้งงานเลเซอร์คัท ที่ช่วยให้แต่ละชุดดูน่าตื่นเต้นในทุกมิติ มีเอกลักษณ์และแสดง “ตัวตน” ได้อย่างแท้จริง

นอกจากนั้น ยังได้หยิบเอาโครงเสื้อผ้าแนวเทลเลอร์ที่เคยเป็นธรรมเนียมการแต่งตัวของผู้ชาย มาดัดแปลงให้กลายเป็นเสื้อผ้าผู้หญิงในแนว Dramatic Fashion ที่ทั้งคู่ถนัด ทำให้เกิดความแปลกใหม่และแตกต่างที่ลงตัว เป็นหนึ่งใน 40 ลุคของคอลเลคชั่นนี้ทั้งหมด ซึ่งถูกหยิบมาโชว์ในงาน 8 ชุด ร่วมกับดีไซเนอร์ต่างๆ ทั่วโลก ในงาน Flying Solo Runway

ทั้งสองดีไซเนอร์เล่าถึงที่มาของการมาเปิดตัวไกลถึงนิวยอร์ก ว่า “เป็นคอลเลคชั่นแรกที่เราเปิดตัวแบรนด์ในฝั่งสหรัฐอเมริกา โดยเริ่มจาก New York Fashion Week เพราะอยากลองบุกตลาดในส่วนนี้ดูบ้าง หลังจากที่เราทำแบรนด์ Tube Gallery ให้ทางฝั่งยุโรปและตะวันออกกลางรู้จักผ่านทาง Paris Fashion Week มาเป็นเวลากว่าสิบปีแล้ว”

ไม่เพียงเท่านั้น คอลเลคชั่นนี้จะถูกนำไปจัดแสดงต่อ Buyers ในโชว์สำคัญที่ Paris Fashion Week ประเทศฝรั่งเศส ประมาณปลายเดือน
กันยายน และจะกลับมาเปิดตัวบนรันเวย์เต็มรูปแบบที่ Bangkok International Fashion Week 2023 ในวันที่ 8 ตุลาคม นี้ รอติดตามกันได้เลย

ทูบว์ แกลลอรี่ แฟชั่นแบรนด์ที่เดินทางมาถึงปีที่ 23 บนเส้นทางแฟชั่นไทยและแฟชั่นโลกศักดิ์สิทธิ์ พิศาลสุพงศ์ (เต้) และพิสิฐ จงนรังสิน(ยุ่ย) สองดีไซเนอร์เพื่อนรักได้ร่วมกันสร้างแบรนด์ที่ตั้งอยู่บนความเชื่อที่ว่าเสื้อผ้าที่พวกเขาออกแบบทุกชุดมีแสงในตัวเอง บนพื้นฐานของงานดีไซน์ในแบบ Dramatic Fashion คำจำกัดความที่ทั้งสองได้ร่วมกันสร้างด้วยความพยายามและความตั้งใจกว่าสองทศวรรษ ผ่านรันเวย์และเทศกาลแฟชั่นในประเทศต่างๆ อาทิ กรุงเทพฯกัวลาลัมเปอร์ สิงคโปร์ จาการ์ตา ปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ฮาร์บิน โตเกียว ซิดนีย์ ปารีส และล่าสุด นิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา

คอลเลคชั่นของทูบว์ แกลลอรี่ ได้ถูกจำหน่ายไปในประเทศต่างๆ ทั่วโลก ทั้งในดูไบ กาตาร์ คูเวต บาห์เรน อังกฤษ ซาอุดีอาระเบีย เบลเยียม เดนมาร์ค อียิปต์ ฝรั่งเศส และ สหรัฐอเมริกา และยังได้ถูกสวมใส่จากเซเลบริตี้ทั้งในฝั่งอังกฤษและอเมริกา อย่างเช่น Kimberly Walsh จากวง Girl Around, Ashley Robert จากวง Pussycat Dolls, Paloma Faith, AAliyah Jay เซเลบริตี้สายความงามมีผู้ติดตามกว่า
สองล้านคน

ทูบว์ แกลลอรี่ ได้ร่วมงานกับรายการแฟชั่นระดับโลกอย่าง American Next Top Model, Germany Next Top Models, Vietnam Next Top Models, Thailand Next Top Models, และยังได้ร่วมเป็นกรรมการรับเชิญใน Asian Next Top Models

ไปรู้จักกับ Tube Gallery ให้มากขึ้น ผ่านทาง Tube Gallery Flagshipstore Siam Center รวมทั้ง Multi-brands Store ในประเทศต่างๆ ทั่วโลก อย่าง Kuwait, Saudi Arabia, Dubai, Qatar, Belgium, Denmark, France และ Online Store-NYC @tubegallery

เดอ ตำมั่ว ปั้นโมเดลต้นแบบ Flagship Store โฉมใหม่ สร้าง Soft Power ยกระดับประสบการณ์รสชาติไทยแท้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/756664

เดอ ตำมั่ว ปั้นโมเดลต้นแบบ Flagship Store โฉมใหม่ สร้าง Soft Power ยกระดับประสบการณ์รสชาติไทยแท้

เดอ ตำมั่ว ปั้นโมเดลต้นแบบ Flagship Store โฉมใหม่ สร้าง Soft Power ยกระดับประสบการณ์รสชาติไทยแท้

วันศุกร์ ที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

เดอ ตำมั่ว (De Tummour) ร้านอาหารไทย ในเครือเซ็น คอร์ปอเรชั่น กรุ๊ป หรือ เซ็น กรุ๊ป ภายใต้คอนเซ็ปต์ “The original Thai food” ยกระดับประสบการณ์รสชาติไทยแท้ ครบเครื่องเรื่องอาหารไทย พร้อมปั้นโมเดลต้นแบบ Flagship Store โฉมใหม่ ที่เทอร์มินอล 21 พัทยา และร่วมผลักดัน Soft Power ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยแบบสร้างสรรค์ ส่งเสริมภาพลักษณ์ของประเทศ และสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์ของคนไทย

ศิรุวัฒน์ ชัชวาลย์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารธุรกิจแบรนด์ไทย บริษัท เซ็น คอร์ปอเรชั่น กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ในปีนี้แบรนด์ เดอ ตำมั่ว ได้มีการปรับภาพลักษณ์ครั้งใหญ่ ลุยปั้นโมเดล Flagship Store โฉมใหม่ และยกระดับประสบการณ์รสชาติไทยแท้ ครบเครื่องเรื่องอาหารไทย ทั้งในด้านการออกแบบเมนูอาหาร ด้วยการนำเสนอรสชาติแบบไทยแท้ๆ การออกแบบร้านใหม่ที่มีแรงบันดาลใจจากครัวไทยบ้าน รูปแบบบ้านสไตล์ไทย แต่ยังคงความทันสมัย รวมถึงการร่วมผลักดัน Soft Power ออกแบบตลาดชุมชนเล็กๆ วางจำหน่ายผลิตภัณฑ์ของคนในพื้นที่ ของฝากจากชุมชนใกล้เคียง ตรงบริเวณหน้าร้าน และยังสนับสนุนผลงานของดีไซเนอร์ไทยที่ออกแบบผลิตภัณฑ์จากหัตถกรรมจักสานของคนไทยด้วย ซึ่งหวังว่าทั้งหมดนี้จะสร้างความประทับใจให้กับลูกค้าทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติที่ได้เข้ามาใช้บริการอย่างแน่นอน”

ศิรุวัฒน์ ชัชวาลย์

การออกแบบเมนู เดอ ตำมั่ว อิงจากเมนูที่เป็นสำรับไทย มีความครบรส ครบเครื่อง ทั้งต้ม ผัด แกง ทอด และตำ รังสรรค์เมนูอาหารไทยที่ตอบโจทย์ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ พร้อมกับการยกระดับประสบการณ์ไปอีกขั้น อาทิ ต้มแซ่บเนื้อสันนอกวากิว (A3) ยกระดับประสบการณ์ด้วย 2 วิถีใหม่ ในด้านวัตถุดิบคือ การยกระดับคุณภาพเนื้อให้ดีขึ้น จากปกติที่ได้ทานต้มแซ่บด้วยเนื้อตุ๋น หรือเอ็น แต่ปรับเป็นเสิร์ฟด้วยเนื้อสันนอกวากิว (A3) ที่ให้ความหอม มัน ละมุน และมีกลิ่นหอมเนื้อเฉพาะตัว เพิ่มเทคนิคการเสิร์ฟพร้อมกาซุปแซ่บร้อนๆ นำมาสะดุ้งเนื้อถึงที่โต๊ะลูกค้า เพื่อให้ได้ทานในอุณหภูมิที่เหมาะสมที่สุด และยังสามารถเลือกความสุกในระดับที่ตัวเองชื่นชอบได้

หรือ เมนูกุ้งกรุงศรี (กุ้งแม่น้ำย่าง) กุ้งแม่น้ำไซส์ใหญ่ ทางร้านนำมาเสิร์ฟคู่กับตำไทย ที่ให้รสชาติเปรี้ยวหวานปนเผ็ดเล็กน้อย และยังเป็นการรวมกันของสองเมนูที่ชาวต่างชาตินิยมเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว รวมทั้ง ผัดไทย เป็นเมนูซิกเนเจอร์ของไทยที่โด่งดังทั่วโลก เคล็ดลับความอร่อยคือ การปรุงรสตามแบบฉบับของคนไทยแท้ๆ ครบรส ครบเครื่อง เสิร์ฟพร้อมกุ้งแม่น้ำตัวใหญ่ และอีกหลายเมนูที่เรายกระดับขึ้น”

การออกแบบตกแต่งร้าน เดอ ตำมั่ว ถูกเล่าผ่านคอนเซ็ปต์ “ครัวไทยบ้าน” แรงบันดาลใจจากบ้านสไตล์ไทยๆ ที่เป็นเอกลักษณ์ ดูทันสมัย แบ่งออกเป็น 2 โซน คือ โซนหน้าบ้าน ความตั้งใจที่อยากจะผลักดัน Soft Power ช่วยสร้างรายได้และความแข็งแกร่งให้กับคนไทยให้เติบโตไปพร้อมกัน เนรมิตตลาดชุมชนเล็กๆ เปิดโอกาสให้คนในพื้นที่ และชุมชนใกล้เคียง สามารถฝากวางจำหน่ายผลิตภัณฑ์ ไม่ว่าจะเป็นอาหารแปรรูป ผลไม้อบแห้ง น้ำพริก เครื่องปรุงรสเส้นสำเร็จรูป หรือของฝากจากชุมชนที่เป็นภูมิปัญญาชาวบ้านจริงๆ โดยทางร้านไม่คิดค่าใช้จ่ายหรือค้ากำไรเพิ่มแต่อย่างใด

นอกจากนี้ ยังมีกิมมิคสำคัญที่ทางร้านอยากถ่ายทอดมนต์เสน่ห์ของวัฒนธรรมไทย กับการสร้างสรรค์จุดขายน้ำสมุนไพรไทยพร้อมด้วยคำเชิญชวนของพนักงานแบบน่ารัก “กินน้ำกินท่ามาหรือยัง” เพื่อสื่อถึงธรรมเนียมไทยแท้แต่โบราณ ที่ใครมาถึงเรือนชานต้องต้อนรับขับสู้เป็นอย่างดี และ โซนในบ้าน ท่ามกลางบรรยากาศ สบายๆ เป็นกันเอง ความตั้งใจที่อยากให้ลูกค้าเข้ามาทานอาหารรู้สึกเหมือนได้ทานข้าวบ้านเพื่อน อีกทั้ง ยังแฝงงานหัตถกรรมที่ถือเป็นเสน่ห์ของไทย ด้วยการคอลแลปฯ กับ PDM แบรนด์เฟอร์นิเจอร์ของคนไทย อีกหนึ่ง Soft Power โชว์ผลงานที่เป็นผลิตภัณฑ์เสื่อไทย เอกลักษณ์จากหัตถกรรมจักสานของคนไทย วัสดุพิเศษที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ย้อมด้วยสีไทยโทน “เขม่ายาง” และลวดลายสวยงามที่เข้ากับวิถีคนยุคใหม่ นำมาเป็นส่วนหนึ่งของการออกแบบของทางร้านได้อย่างลงตัว

รายละเอียดเพิ่มเติมติดตามได้ที่ https://www.instagram.com/de_tummourofficial/ หรือ Line @ZENGroupTH

มิราเคิล กรุ๊ป สานฝันงานวิวาห์‘Love Me Now and Forever’ มอบประสบการณ์เหนือระดับด้วยแพ็กเกจงานวิวาห์สุดปัง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/756683

มิราเคิล กรุ๊ป สานฝันงานวิวาห์‘Love Me Now and Forever’  มอบประสบการณ์เหนือระดับด้วยแพ็กเกจงานวิวาห์สุดปัง

มิราเคิล กรุ๊ป สานฝันงานวิวาห์‘Love Me Now and Forever’ มอบประสบการณ์เหนือระดับด้วยแพ็กเกจงานวิวาห์สุดปัง

วันศุกร์ ที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

สานฝันงานวิวาห์งานสำคัญที่สุดในชีวิตรักให้บรรเจิดและเป็นจริงได้ ด้วยทีมงานสร้างสรรค์มากประสบการณ์ รับสิทธิประโยชน์มากมาย ในสถานที่สวยหรูสง่างาม น่าประทับใจที่ โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น และ โรงแรมอัศวินแกรนด์ คอนเวนชั่น

ดร.อัศวิน อิงคะกุล ประธานกรรมการบริหาร มิราเคิล กรุ๊ปจัดแคมเปญวิวาห์ยิ่งใหญ่ Flash Sale “Love Me Now and Forever” ทั้ง 2 โรงแรมดัง โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่นและโรงแรมอัศวิน แกรนด์ คอนเวนชั่น ให้คู่รักได้เลือกสัมผัสประสบการณ์เหนือระดับ การันตีด้วยความเชื่อมั่นของคู่รักกว่า 5,000 คู่ ให้มิราเคิล กรุ๊ป ได้เป็นผู้สร้างสรรค์ประสบการณ์งานวิวาห์ได้สำเร็จมานับทศวรรษ

โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น และ โรงแรมอัศวินแกรนด์ คอนเวนชั่น สามารถตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ ครบจบในที่เดียวทั้งพิธีหมั้น พิธีหลั่งน้ำพระพุทธมนต์ พิธีสงฆ์ พิธียกน้ำชา งานฉลองมงคลสมรส และอาฟเตอร์ปาร์ตี้ ไม่ว่าจะเป็นค็อกเทล บุฟเฟ่ต์ หรือโต๊ะจีน

ห้องจัดเลี้ยงที่หรูหรา สง่างาม ทีมบริกรที่ชำนาญการจัดงานมายาวนาน ทีมเชฟมากทักษะผู้พร้อมประดิดประดอยรายการอาหารและเครื่องดื่ม สีสันแห่งดอกไม้ และธีมงานที่ท่านเลือกสรร พร้อมสะท้อนความหรูหรา ทันสมัย และอบอุ่น เพื่อให้วันวิวาห์ของคุณเป็นวันที่ตราตรึงในความทรงจำตลอดไป

คู่รัก สนใจสอบถามรายละเอียดและจองห้องวิวาห์ก่อนใคร โทร.02-5755599 (โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น) และ โทร.02 1595888 (โรงแรมอัศวิน แกรนด์ คอนเวนชั่น)

ไอเดียใหม่เพื่อโลกสีเขียว ‘Nova BUILD EXPO 2023’ งานแสดงนวัตกรรมอาคารระดับโลก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/756690

ไอเดียใหม่เพื่อโลกสีเขียว  ‘Nova BUILD EXPO 2023’ งานแสดงนวัตกรรมอาคารระดับโลก

ไอเดียใหม่เพื่อโลกสีเขียว ‘Nova BUILD EXPO 2023’ งานแสดงนวัตกรรมอาคารระดับโลก

วันพฤหัสบดี ที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2566, 17.45 น.

สุดคึกคัก ! งานแสดงนวัตกรรมมอาคารระดับโลก Nova BUILD EXPO 2023 ได้รับเกียรติจาก ดร. อาทิตย์ อุไรรัตน์ อธิการบดีกิตติคุณผู้ก่อตั้ง มหาวิทยาลัยรังสิตประธานในพิธี  งานแสดงนวัตกรรมอาคาร การออกแบบ และผลิตภัณฑ์ต่างๆ ที่เกี่ยวกับอาคารและสิ่งปลูกสร้าง โดย EEC Academy และพันธมิตร ชูไอเดียนวัตกรรมอาคารยุคใหม่ ตอบโจทย์ 3 มิติสำคัญ (ESI) ได้แก่ อาคารที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม (Eco system) อาคารที่ส่งเสริมความยั่งยืนของโลกและชุมชน (Sustainability) และอาคารที่ห่วงใยคุณภาพชีวิตการอยู่อาศัยและเพิ่มประสิทธิภาพของอาคารให้ดียิ่งขึ้น (Innovation for Well-being)  พร้อมเสวนารวมกูรูแนวหน้าในทุกศาสตร์ ทั้งในด้านสถาปัตยกรรม วิศวกรรม การบริหารและเทคโนโลยีอาคาร อสังหาริมทรัพย์และการวางผังเมือง เพื่อสิ่งแวดล้อมที่ดีและโลกที่ยั่งยืน ระหว่างวันที่ 13-15 กันยายนนี้ ณ ฮอลล์ 103-104  ไบเทค บางนา คาดผู้เข้าชมงานกว่า 10,000 คน เงินสะพัดหลายพันล้านบาท

ดร.เกชา ธีระโกเมน ประธานการจัดงาน Nova BUILD EXPO เผยวัตถุประสงค์การจัดงานเพื่อรวบรวมเทคโนโลยีนวัตกรรมที่จะตอบโจทย์ ESI มาไว้ในที่เดียว และเชื่อมโยงผู้ที่มีนวัตกรรมให้ได้พบกับผู้ที่กำลังเสาะหานวัตกรรม ภายใต้ Concept “Connect the I Dots” เพื่อให้เกิดการนำนวัตกรรมไปใช้งานจริง ทั้งนี้ ในส่วนของ ESI- Eco Sustainability Innovation  ซึ่งสอดคล้องกับนโยบาย ESG ของทุกภาคอุตสาหกรรม จึงย่อมส่งผลกับการออกแบบก่อสร้าง และนับเป็นมิติใหม่ของวงการออกแบบก่อสร้างที่ต้องปรับตัวให้ได้ ไม่เช่นนั้นก็จะถูกที่เรียกว่า Disruption สิ่งที่เห็นในขณะนี้ คือ มีบริษัทออกแบบก่อสร้างรุ่นใหม่ๆเกิดขึ้นที่เติบโตแบบก้าวกระโดด ด้วยการนำเสนอรูปแบบอาคารที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และให้ความสำคัญกับสุขภาพ ยกตัวอย่าง อาคารประเภทโรงพยาบาล ที่ไม่ใช่โรงพยาบาลแบบเดิมที่โฟกัสการรักษา แต่โรงพยาบาลรุ่นใหม่จะโฟกัสที่ป้องกัน ฟื้นฟู และคนไข้เป็นศูนย์กลาง ความคิดของห้องพักผู้ป่วยที่ออกแบบเหมือนโรงแรม ก็เปลี่ยนเป็นห้องพักที่ตอบสนองการพักผ่อน ป้องกันการติดเชื้อ และฟื้นฟูอย่างแท้จริง บริษัทออกแบบที่เข้าใจเรื่องอาคารเขียว มาตรฐาน LEED, TREES, WELL จะเป็นตัวเลือกของเจ้าของโครงการ

นายกิตติคุณ คชเสนี  Executive Director of Nova BUILD กล่าวงานในครั้งนี้ ได้รับการสนับสนุนจากพันธมิตร 37 องค์กร ทั้งองค์กรวิชาชีพ วิชาการ ภาครัฐและภาคธุรกิจ ผู้เข้าชมงานจะได้รับประโยชน์  4 เรื่องสำคัญ หนึ่งคือนวัตกรรมการออกแบบ ประสบการณ์ที่ดี จากศาสตร์ความรู้ทั้งสี่มาไว้ในที่เดียว อันได้แก่ ศาสตร์ทางสถาปัตยกรรม วิศวกรรม การบริหารและเทคโนโลยีอาคาร อสังหาริมทรัพย์และการวางผังเมือง / สองคือการได้สร้างเครือข่ายเชื่อมต่อกับคนวงการ ที่มาร่วมกิจกรรมและแชร์ความคิดเห็น ทั้งจากการเข้าฟังเสวนา, Round Table Forum และ บูธของสมาคมและสถาบันต่างๆ / สามคือนวัตกรรมใหม่ล่าสุด ที่ได้นำมาติดตั้งแสดงให้เห็นจริงใน Innovation Pavilion อาทิ HVLS fan, Culvert Utility Box, Radiant Floor Cooling, Smart Home, Circadian Lighting, Cean air, Clean Water และ IOT devices และ สี่ คือการได้พบปะเหล่านวัตกรและผู้จัดแสดงสินค้ากว่า 123 บูธ พร้อม Product & Solution ที่จะสามารถช่วยแก้ปัญหาอาคารต่างๆได้ทุกประเภท

นายชานนท์ เอกรัตนากุล Project Executive Director  เผย Nova BUILD EXPO เวทีแสดงนวัตกรรมจากทั่วโลก กว่า 120 บริษัท รวมในทุกด้านที่สนับสนุนอาคารที่เป็นมิตรต่อผู้อยู่อาศัยและสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะกับอาคารที่ต้องการ   การรับรองจากมาตรฐานทั้งในและต่างประเทศ อาทิ LEED, WELL, TREES Standards ซึ่งนวัตกรรมอาคารจะมีส่วนช่วยเสริมคุณลักษณะที่จำเป็นของมาตรฐาน อาทิ การอนุรักษ์น้ำ การอนุรักษ์พลังงาน การเลือกวัสดุประกอบอาคารเขียว การปรับปรุงสภาวะภายในอาคาร อันได้แก่ คุณภาพแสง คุณภาพอากาศ คุณภาพน้ำ คุณภาพเสียง และอุณหภาพ เป็นต้น

 กิจกรรมในงานมีจุดเด่นที่ Main Stage, Professional Stage และห้องสัมมนาที่จัดเป็น Carbon Day และ Clean Air Day  ทุกหัวข้อล้วนแล้วแต่เป็นหัวข้อที่น่าสนใจทั้งสิ้น มี content แน่นที่หาฟังได้ยาก คาดตลอด 3 วันของการจัดงาน มีผู้เข้าร่วมงานไม่ต่ำกว่า 10,000 คน สร้างรายได้ หลายพันล้านบาท

ไฮไลท์กิจกรรมและการเปิดตัวนวัตกรรมระดับโลกครั้งแรกในไทย อาทิ

• เสวนาเรื่อง “อสังหารักษ์โลก ไปได้ไกลไหม?” ในช่วงพิธีเปิด  โดยคุณพรนริศ ชวนไชยสิทธิ์ นายกสมาคมอสังหาริมทรัพย์ไทย, คุณกิตติพันธุ์ อุยยามะพันธุ์ จากบริษัท แมกโนเลีย ควอลิตี้ ดีเวล็อปเม้นต์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด, คุณสืบพงษ์ เกียรติวิศาลชัย จากบริษัท สยามสินธร จำกัด ดำเนินรายการโดย คุณจักรพันธ์ ภวังค์คะรัตน์

• การพูดสร้างแรงบันดาลใจ ESI Talk เวทีปฏิวัติการสื่อสารให้กับงานในวงการอาคาร ด้วยการแปลสารจากศาสตร์ที่ยากให้กลายเป็นเรื่องที่เข้าใจง่าย ภายในเวลา 15 นาที โดยผู้นำทางความคิด อาทิ ศ.ดร. เอ้-สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์   หัวเรื่อง “Believe You Can Change Your Society”,  รศ.ดร สิงห์ อินทรชูโต หัวเรื่อง “Nature Positive, Carbon Negative”, รศ.ดร.เสรี ศุภราทิตย์ หัวเรื่อง “The Future is NOW”, คุณฤทธิ์ ธีระโกเมน หัวเรื่อง “เบื้องหลังความสำเร็จคือความคิดและความอยากรู้” และ ดร.การดี เลียวไพโรจน์ หัวเรื่อง “The Future Redefined” นิยามอนาคตที่เปลี่ยนไป เป็นต้น

• กิจกรรม Round Table Forum กับ 6 หัวข้อปัญหาที่ระดมเอาผู้มีความรู้ความสามารถกว่า 50 ท่าน ร่วมแก้ปัญหาการใช้กับเมืองทั่วประเทศ อาทิ การผันคูคลองและทางเดินน้ำในเมืองให้กลายเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจภายใน 3 ปี, วิธีการควบคุมการแยกขยะและการรีไซเคิลขยะที่เกิดในชุมชนเมืองให้มีประสิทธิภาพ, การจัดการ Walking Street ให้มีความเป็น Green & Sustainable เป็นต้น

• เสวนาเรื่อง “ทำไมคนทั้งโลกพูดเรื่องคาร์บอน?” โดย รศ.ดร.สิงห์ อินทรชูโต และ ดร.พงษ์วิภา หล่อสมบูรณ์ ดำเนินรายการโดย คุณกิตติคุณ คชเสนี

• “Nova Stage of Designer Award” โครงการปลูกฝังแนวคิดด้าน ESI – Ecosystem, Sustainability, Innovation for Wellbeing ให้กับนิสิตนักศึกษา ผ่านการทำกิจกรรมประกวด โดย 9 ทีมสุดท้ายจะต้องแสดงแนวคิดใหม่ๆ เกี่ยวกับการออกแบบอย่างสร้างสรรค์ พร้อมนำเสนอและตอบคำถามกับผู้เชี่ยวชาญ เพื่อเฟ้นหาผู้ชนะหนึ่งเดียว

• นวัตกรรมเทคโนโลยีระดับโลกที่จะนำมาจัดแสดงตลอด 3 วัน อาทิ Unisus Green Energy ผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบและระบบสาธารณูปโภคเมืองในอนาคตรายแรกในประเทศไทย จะนำนวัตกรรมระบบทำความเย็นรวมศูนย์ District Cooling System และระบบจ่ายน้ำดื่มถึงทุกบ้าน, พบเทคโนโลยีสำหรับอนาคต GRAPHENE สารเคมีใหม่ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและแบตเตอรี่ไฮโดรเจนแห่งอนาคต, นวัตกรรม Monitor ฟ้าผ่าซึ่งทำนายได้แม่นยำถึง 95 %, เทคโนโลยีก่อสร้างอาคารเร็วที่สุดในโลก ภายใน 2 สัปดาห์ และลิฟต์ที่เร็วที่สุดของโลก Hyundai Elevator เป็นต้น

-(016)

รมว.อว.ร่วมยินดีกับบัณฑิตจาก 11 รั้วมหาวิทยาลัยราชภัฏ ชี้ให้นำความรู้ร่วมพัฒนาท้องถิ่น

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/756689

รมว.อว.ร่วมยินดีกับบัณฑิตจาก 11 รั้วมหาวิทยาลัยราชภัฏ ชี้ให้นำความรู้ร่วมพัฒนาท้องถิ่น

รมว.อว.ร่วมยินดีกับบัณฑิตจาก 11 รั้วมหาวิทยาลัยราชภัฏ ชี้ให้นำความรู้ร่วมพัฒนาท้องถิ่น

วันพฤหัสบดี ที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2566, 17.42 น.

“ศุภมาส” ปฏิบัติภารกิจรับองคมนตรีผู้แทนพระองค์ ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตร มหาวิทยาลัยราชภัฏเขตภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จ.สกลนคร วันสุดท้าย พร้อมร่วมยินดีกับบัณฑิตจากรั้วมหาวิทยาลัยราชภัฏท้้ง 11 แห่ง ชี้ให้นำความรู้ร่วมพัฒนาท้องถิ่น

14 กันยายน 2566 นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.)  เปิดเผยว่า ตนพร้อมด้วยศ.ดร.นพ.สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล ปลัดกระทรวง อว. เข้าร่วมปฏิบัติภารกิจในการรับ นายพลากร สุวรรณรัฐ องคมนตรีผู้แทนพระองค์ ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตร ประจําปีการศึกษา 2563-2564 ของมหาวิทยาลัยราชภัฏเขตภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ที่จังหวัดสกลนคร โดยวันนี้เป็นวันสุดท้ายของภารกิจดังกล่าว ซึ่งมีผู้สำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยราชภัฏชัยภูมิ ประจำปีการศึกษา 2563 – 2564 เข้ารับพระราชทานปริญญาบัตร ระดับปริญญาตรี จำนวน 457 คน ระดับปริญญาโท 12 คน และระดับปริญญาเอก 2 คน รวมทั้งสิ้น 471 คน

“ขอแสดงความยินดีกับบัณฑิตและผู้ปกครองของบัณฑิตทุกคนที่สำเร็จการศึกษาจากรั้วมหาวิทยาลัยราชภัฏเขตภาคตะวันออกเฉียงเหนือ รวมกว่า 11 แห่ง ขอให้นำความรู้ที่สั่งสมมาไปร่วมกันเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศชาติ พัฒนาท้องถิ่นของตน และขอขอบคุณมหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง บุคลากร ตลอดจนนักศึกษาที่ร่วมกันจัดงานพิธีสำคัญครั้งนี้ จนสำเร็จลุล่วงด้วยดี ขอให้ภาคภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการร่วมสร้างประวัติศาสตร์และเกียรติภูมิของมหาวิทยาลัยราชภัฏอีกครั้งหนึ่ง” นางสาวศุภมาส กล่าว

ทั้งนี้ พิธีพระราชทานปริญญาบัตรของมหาวิทยาลัยราชภัฏครั้งต่อไป จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 25 – 28 ก.ย. ที่มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี จ.สุราษฎร์ธานี โดยมีผู้สำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยราชภัฎเขตภาคใต้ จำนวน 5 แห่ง เข้ารับพระราชทานปริญญาบัตร

-(016)

Taiwan Excellence ยกนวัตกรรมด้านสุขภาพอัจฉริยะ ร่วมงาน ‘Medical Fair Thailand 2023’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/756672

Taiwan Excellence ยกนวัตกรรมด้านสุขภาพอัจฉริยะ ร่วมงาน 'Medical Fair Thailand 2023'

Taiwan Excellence ยกนวัตกรรมด้านสุขภาพอัจฉริยะ ร่วมงาน ‘Medical Fair Thailand 2023’

วันพฤหัสบดี ที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2566, 17.03 น.

ยกระดับวงการอุตสาหกรรมการแพทย์มาอย่างต่อเนื่อง สำหรับงาน “Medical Fair Thailand 2023” งานแสดงสินค้าและเทคโนโลยีทางการแพทย์ระดับโลก โดยในปีนี้ “Taiwan Excellence” ผู้เชี่ยวชาญด้านการวิจัยและพัฒนาการออกแบบนวัตกรรมที่มีชื่อเสียง ได้ยกนวัตกรรมด้านสุขภาพอัจฉริยะ เทคโนโลยีชีวภาพ และการแพทย์จาก 15 บริษัทชั้นนำที่ได้รับรางวัลฯ มาร่วมออกบูธตลอด 3 วัน (13-15 กันยายน 2566 ณ ไบเทค บางนา) เพื่อนำเสนอเทคโนโลยีที่พร้อมขับเคลื่อนและส่งเสริมอุตสาหกรรมทางการแพทย์ให้สามารถนำไปต่อยอดได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด นับเป็นอีกหนึ่งปีที่ประสบความสำเร็จ ซึ่งมีทั้งคนในแวดวงแพทย์และบุคคลทั่วไปให้ความสนใจเข้าร่วมงานกันอย่างล้นหลาม

นางสาว เพ่ย หยู่ หลิน รองผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดเชิงกลยุทธ์ของสภาส่งเสริมการค้าและการส่งออกไต้หวัน (TAITRA) กล่าวว่า “วัตถุประสงค์หลักของการนำผลิตภัณฑ์สุขภาพอัจฉริยะ เทคโนโลยีชีวภาพ และการแพทย์ ที่ได้รับรางวัลทั้ง 15 บริษัทจากไต้หวัน มาจัดแสดงในงาน Medical Fair Thailand ครั้งนี้ เราจัดภายใต้แนวคิด “Future Telemedicine: Connecting Healthcare, Caring for the World” เพื่อนำเสนออุปกรณ์ทางการแพทย์ และบริการด้านการรักษาและดูแลสุขภาพผู้ป่วยระยะไกลอย่างมีประสิทธิภาพ ภายใต้เครื่องมือที่ถูกพัฒนาด้วยนวัตกรรมที่ผ่านการวิจัย คิดค้น พัฒนา และตรวจสอบโดยผู้เชี่ยวชาญ ช่วยเพิ่มความสะดวกสบาย ได้มาตรฐานและปลอดภัย เพื่อเป็นการลดค่าใช้จ่ายในการเดินทาง และเอื้ออำนวยให้กับผู้ป่วยที่ไม่สะดวกด้วยข้อจำกัดบางอย่าง ให้ได้รับการรักษาได้อย่างทันท่วงที ในระยะเวลาอันรวดเร็ว”

ด้าน เภสัชกร ปรีชา พันธุ์ติเวช นายกสมาคม สมาคมอุตสาหกรรมเทคโนโลยีเครื่องมือแพทย์ไทย กล่าวว่า “หลังจากที่ทั่วทั้งโลก ต้องเผชิญกับการระบาดครั้งใหญ่ของ Covid 19 ทำให้เกิดการตื่นตัว ตระหนักรู้ ทั้งในระดับผู้เชี่ยวชาญ และในระดับประชาชนทั่วไป ถึงความสำคัญของการเตรียมพร้อมทางด้านการแพทย์ในระดับของการป้องกัน อีกทั้งเทคโนโลยี AI ได้เข้ามามีบทบาทในทุกภาคส่วน ทำให้อุตสาหกรรมเทคโนโลยีเครื่องมือแพทย์พัฒนาอย่างก้าวกระโดด จึงเป็นโอกาสอันดีของวงการอุตสาหกรรมเครื่องมือแพทย์ไทย ในการเปิดรับ เรียนรู้เทคโนโลยีจากทั่วโลก ซึ่งไต้หวัน ถือเป็นหนึ่งในผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีด้านไอที ซึ่งผนวกเข้ากับผลิตภัณฑ์ต่างๆของไต้หวันได้อย่างลงตัว และมีประสิทธิภาพเป็นที่ยอมรับในระดับสากล

นอกจากนี้ นวัตกรรมการดูแลสุขภาพแห่งอนาคต จาก 5 บริษัทชั้นนำของไต้หวัน ที่นำมาเปิดตัวในวันนี้ จะเปิดโอกาสทุกท่าน ที่เข้าร่วมงานเปิดตัวในวันนี้ ได้รับประโยชน์ ได้เรียนรู้เทคโนโลยี่อันล้ำสมัย เปิดโอกาสในการต่อยอดทางธุรกิจ และประสานความร่วมมือในด้านการพัฒนาวงการเคริ่องมือแพทย์ของไทย และเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับไต้หวันได้เป็นอย่างดียิ่ง ๆ ขึ้นไป”

ดังนั้น ในยุคปัจจุบัน Telemedicine ถือเป็นบทบาทสำคัญในอนาคตของการดูแลสุขภาพและการให้บริการทางการแพทย์ ประกอบกับวิวัฒนาการทางการแพทย์ที่มีการคิดค้น วิจัย และพัฒนาด้วยเทคโนโลยีที่หลากหลายรูปแบบทำให้เกิดการเอื้ออำนวยให้ทั้งทีมแพทย์ ผู้ช่วย และผู้ป่วย ได้รับประโยชน์สูงสุด จึงเป็นโอกาสที่ดีในการเรียนรู้ เพื่อนำไปต่อยอดธุรกิจ หรือการบริการต่างๆ ได้อย่างยั่งยืนและมีนัยสำคัญ โดย 5 บริษัทชั้นนำจากไต้หวันที่ได้รับรางวัล “Taiwan Excellence” ที่นอกจากจะนำนวัตกรรมมาร่วมจัดแสดงในงาน ยังเข้าร่วมบรรยายเพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ในหัวข้อต่างๆ

คุณแอบบี้ หวง ผู้จัดการฝ่ายดูแลลูกค้า บริษัท เอเวอร์ อินฟอร์เมชั่น (AVer Information Inc.) บริษัทผู้ผลิตและพัฒนาเทคโนโลยีการศึกษาและโซลูชั่นการทำงานร่วมกันผ่านภาพชั้นนำ ได้นำเสนอ การฉายภาพอนาคตสุขภาพที่เชื่อมต่อกัน ด้วยนวัตกรรมกล้อง PTZ เกรดทางการแพทย์ (AVer MD330U Medical Grade PTZ Camera) ที่ออกแบบมาเพื่อตรวจสอบดูแลผู้ป่วยทางไกล และการถ่ายทอดสดการผ่าตัด ประกอบด้วยหัวกล้องมือถือแบบถอดได้ตัวแรกของโลก มาเปิดตัวในงาน พร้อมความสามารถในการซูมแบบออพติคอล 30 เท่า ความละเอียดเอาท์พุต 4K และฟังก์ชันติดตามด้วยปัญญาประดิษฐ์ ที่ช่วยให้ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพสามารถบันทึกรายละเอียดในมุมมองที่แตกต่างกันในสถานพยาบาลได้ ตลอดจนระบบเสียงแบบฝัง พร้อมเทคโนโลยีลดเสียงรบกวนด้วยปัญญาประดิษฐ์ที่สามารถลดเสียงพื้นหลัง ช่วยให้การสื่อสารสองทางระหว่างแพทย์และผู้ป่วยชัดเจนยิ่งขึ้น

ด้าน คุณโรเบิร์ต หยาง รองประธาน บริษัท เอ็นเนอร์จี รีซอร์สเซส อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (ERI) นำเสนอ ระบบเอ็กซเรย์แบบพกพาที่ล้ำสมัย โมเดลทางการแพทย์แบบใหม่ที่เน้นมนุษย์เป็นศูนย์กลาง ซึ่งเป็นการพลิกโฉมอุตสาหกรรมทันตกรรม ด้วยเครื่องเอ็กซเรย์ทันตกรรมมือถือ ที่ใช้แบตเตอรี่ AG100 นอกจากนี้ยังกำลังเดินหน้าพัฒนาระบบเอ็กซเรย์แบบพกพาที่ล้ำสมัย CVXair ที่หนักเพียง 3.5กิโลกรัมเท่านั้น สำหรับแขนขาและหน้าอก ซึ่งได้ผ่านการทดลองทางคลินิกเป็นที่เรียบร้อย และสามารถนำไปใช้ในการแพทย์ทางไกลและสภาพแวดล้อมที่แตกต่างกัน ก่อให้เกิดการวินิจฉัยและรูปแบบธุรกิจใหม่

ถัดมา คุณหงฉวน สวี่ ผู้จัดการโครงการ บริษัท ไฮวิน เทคโนโลยี (HIWIN TECHNOLOGIES CORP.) นำเสนอ โซลูชั่นหุ่นยนต์สำหรับบริการทางการแพทย์ (HIWIN Robotic Solutions for Medical Services) สำหรับศัลยแพทย์ที่ต้องการบูรณาการหุ่นยนต์เข้าสู่การผ่าตัดอย่างไหลลื่น ด้วยการวางตำแหน่งเอนโดสโคปอย่างแม่นยำ ทำให้ MTG H100 กลายเป็นผู้ช่วยผ่าตัดที่น่าเชื่อถือ ช่วยให้เกิดแผลผ่าตัดน้อยที่สุด

นอกจากนี้ คุณไมค์ ซู ผู้บริหาร บริษัท นาโนเรย์ ไบโอเทค จำกัด นำเสนอ นวัตกรรมระบบถ่ายภาพด้วยรังสีสำหรับวินิจฉัยมือ Revolux เครื่องเอ็กซเรย์มือพลังงานต่ำที่ผลิตในไต้หวันเครื่องแรกของโลก ประกอบด้วยหลอดเอ็กซ์เรย์ส่งสัญญาณเฉพาะตัว เซ็นเซอร์ภาพดิจิทัล ระบบซอฟต์แวร์ถ่ายภาพ และกล่องบรรจุรังสี นอกจากนี้ Revolux ไม่เพียงแต่ดีไซน์หรูหรา หากแต่ยังปลอดภัยสูง สร้างสภาพแวดล้อมคุณภาพสูงสำหรับผู้ป่วยที่ถ่ายภาพ เป็นไปตามมาตรฐาน ISO, QMS, US FDA และการรับรอง FDA ของไต้หวันสำหรับการประเมินอายุกระดูก

ปิดท้ายด้วย คุณเรย์ หยาง ผู้จัดการฝ่ายขาย ประจำภูมิภาคเอเชีย บริษัท เวลเอล (Wellell Inc.) นำเสนอ แนวคิดการจัดการดูแลบาดแผลยุคใหม่ ด้วยนวัตกรรม Optima Turn พื้นผิวรองรับลดแรงกดทับ ลดความเสี่ยงที่จะทำให้ผู้ดูแลได้รับบาดเจ็บ สามารถควบคุมกลไกเซลล์อากาศ ทำให้การพลิกตัวผู้ป่วย 30° ต่อเนื่องและราบรื่น ในขณะเดียวกันก็เป็นไปตามหลักเกณฑ์ทางคลินิก ทำให้ขั้นตอนการทำงานของผู้ดูแลง่ายขึ้น ให้ผลลัพธ์ทางคลินิกสูงสุด

นอกจากนี้ ยังมีนวัตกรรมด้านสุขภาพอัจฉริยะ เทคโนโลยีชีวภาพ และการแพทย์ ทั้งประเภท Smart Medical และ Telemedicine จากบริษัทชั้นนำไต้หวัน มาร่วมจัดแสดงและสาธิตอีกมากมาย รวมแสดงผลิตภัณฑ์นวัตกรรมสุดล้ำภายในงาน ได้แก่ BenQ Dialysis Technology Corp., BioGend Therapeutics Co.,Ltd., Dyaco Intl Inc.. EPED Inc., Fu Jun Bio-Medical Co.,Ltd., Netown Corporation, Taiwan Surgical Corporation, Winnoz Technology Inc., Inventec Appliances Corp. and Wincomm Corporation.

ทั้งนี้ คาดว่าเทคโนโลยีในการดูแลสุขภาพ Telemedicine จะยังคงเป็นทางเลือกที่สำคัญในการรักษาทางการแพทย์ ที่ถูกได้พัฒนาขึ้นอย่างเต็มกำลังและมีประสิทธิภาพต่อไปเรื่อย ๆ ในอนาคต

-(016)

กลับมาอย่างยิ่งใหญ่กับสุดยอดงานแสดงสินค้าคุณภาพดี ใน ‘งานแสดงสินค้าจีน-อาเซียน (ประเทศไทย) ครั้งที่ 10’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/756588

กลับมาอย่างยิ่งใหญ่กับสุดยอดงานแสดงสินค้าคุณภาพดี ใน 'งานแสดงสินค้าจีน-อาเซียน (ประเทศไทย) ครั้งที่ 10'

กลับมาอย่างยิ่งใหญ่กับสุดยอดงานแสดงสินค้าคุณภาพดี ใน ‘งานแสดงสินค้าจีน-อาเซียน (ประเทศไทย) ครั้งที่ 10’

วันพฤหัสบดี ที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2566, 13.26 น.

คณะผู้จัดงาน “กวางเจาเทรดแฟร์ หรือ แคนตันแฟร์” (Canton Fair) งานแสดงสินค้าเพื่อการส่งออกและนำเข้าที่ใหญ่ที่สุดของประเทศจีนและเอเชีย จัดพิธีเปิดมหกรรมแสดงสินค้านำเข้าจากเมืองจีนครั้งยิ่งใหญ่แห่งปี“งานแสดงสินค้าจีน-อาเซียน (ประเทศไทย) ครั้งที่10”หรือ“The 10th China-ASEAN (Thailand) Commodity Fair (CACF)”สุดยอดงานแสดงสินค้าคุณภาพดี ราคาโรงงาน จากผู้ผลิตที่ได้รับการรับรองจากรัฐบาลจีน ซึ่งคัดสรรสุดยอดผลิตภัณฑ์และบริการในหลากหลายประเภทมาไว้ในงานเดียวมากกว่า 300 บูธพร้อมเปิดโอกาสทางธุรกิจด้วยกิจกรรมเจรจาธุรกิจกับผู้ประกอบการจีนโดยตรงแบบไม่ต้องบินไกลถึงเมืองจีน และไม่ผ่านคนกลาง ตลอดจนกิจกรรมสัมมนาพิเศษจากผู้เชี่ยวชาญด้านธุรกิจและการตลาดชื่อดังของเมืองไทยเพื่อการต่อยอดธุรกิจในยุคRed Ocean อย่างมีประสิทธิภาพ โดยผู้ประกอบการ นักธุรกิจ ผู้ค้าปลีก-ส่ง เจ้าของกิจการ พ่อค้า-แม่ค้า และผู้เริ่มต้นทำธุรกิจที่สนใจสามารถเข้าร่วมชมงานได้ตั้งแต่วันนี้ – วันที่ 14 กันยายน 2566 เวลา 10.00 – 18.00 น. และในวันที่ 15 กันยายน 2566 เวลา 10.00 – 16.00 น. ณ ฮอลล์ 102 ไบเทค บางนา

ทั้งนี้ในพิธีเปิดมหกรรมแสดงสินค้าในครั้งนี้ ได้รับเกียรติจากตัวแทนหน่วยงานภาครัฐจีน และผู้แทนจากองค์กรภาคธุรกิจในประเทศไทย อาทิ นางสาวจาง เซียว เซียว (Ms. Zhang Xiaoxiao)ที่ปรึกษาสถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทยรศ. ดร. โภคิน พลกุล นายกสมาคมวัฒนธรรมและเศรษฐกิจไทย-จีน และนายณรงค์ศักดิ์ พุทธพรมงคล ประธานหอการค้าไทย-จีน เข้าร่วมงาน พร้อมเยี่ยมชมสินค้าในบูธต่างๆ ที่มาจัดแสดง

นายอลัน ลี รองผู้จัดการทั่วไป บริษัท ไชน่า ฟอเรน เทรด กวางโจว เอ็กซิบิชั่น จำกัด ผู้จัดงานในครั้งนี้กล่าวว่า “บริษัท ไชน่า ฟอเรน เทรด เซ็นเตอร์ กรุ๊ป เป็นหน่วยงานตรงภายใต้กระทรวงพาณิชย์ของจีนและเป็นผู้จัดงานแคนตันแฟร์ ซึ่งมีหน้าที่รับผิดชอบด้านการส่งเสริมการค้าต่างประเทศและบริการการค้า ตลอดจนส่งเสริมการแลกเปลี่ยนทางเศรษฐกิจ การค้า และวัฒนธรรมระหว่างจีนและไทยส่วนงานแสดงสินค้าจีน-อาเซียน (ประเทศไทย) จัดขึ้นครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. 2554 เพื่อสร้างแพลตฟอร์มการค้าแบบครบวงจรสำหรับส่งออกสินค้า Made in China ในระดับโลก รวมถึงมุ่งมั่นที่จะนำเสนอผลิตภัณฑ์แบรนด์จีนคุณภาพดีแก่ผู้ซื้อชาวไทย พร้อมเพิ่มโอกาสทางธุรกิจและการลงทุนให้กับผู้ประกอบการทั้งจีนและไทยให้เติบโต สำหรับภาพรวมกิจกรรมในปีนี้เป็นการผสมผสานกันระหว่างงานแสดงสินค้าและการประชุม ซึ่งจะช่วยยกระดับงานแสดงสินค้าในประเทศไทยให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยมีบริษัทผู้ผลิตจากประเทศจีนในหลายพื้นที่ อาทิ กวางตุ้ง ฝูเจี้ยน เจ้อเจียง เจียงซู กุ้ยโจว และหนิงโป ตอบรับเข้าร่วมงานกว่า 200 บริษัท พร้อมกิจกรรมอื่นๆ อีกมากมาย ซึ่งผมหวังว่าด้วยความร่วมมือกันระหว่างผู้จัดงาน พันธมิตร และผู้สนับสนุนการจัดงานในครั้งนี้ จะช่วยผลักดันให้งานแสดงสินค้าจีน-อาเซียน (ประเทศไทย) ในปีต่อๆ ไปมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เพื่อส่งเสริมความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการค้าระหว่างไทย-จีนได้อย่างยั่งยืน”

นอกจากนี้ยังเป็นการนำรูปแบบของ “แคนตันแฟร์” มาย่อส่วน โดยได้รวบรวมสินค้าจากผู้ประกอบการและบริษัทอุตสาหกรรมของประเทศจีนในสาขาต่างๆ มาออกบูธจัดแสดงสินค้าขายดีทั้งในจีนและส่งออกไปทั่วโลก รวมถึงสินค้าที่ยังไม่มีขายในประเทศไทยหลากหลายประเภทกว่า 300 บูธได้แก่ โซนสินค้าอุปโภคบริโภคและเครื่องใช้ในครัวเรือน ประกอบด้วยของใช้ของตกแต่งบ้านเฟอร์นิเจอร์อัจฉริยะเครื่องใช้ไฟฟ้าสินค้าแฟชั่น เสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้า เครื่องประดับของใช้ประจำวัน ของขวัญ ของชำร่วย และผลิตภัณฑ์อาหารพิเศษ กับโซนเครื่องมือและฮาร์ดแวร์ ได้แก่ อุปกรณ์บ้านอัจฉริยะสุขภัณฑ์เครื่องมือช่างและฮาร์ดแวร์ระบบรักษาความปลอดภัย รวมถึงพลังงานสะอาดและผลิตภัณฑ์เพื่อสิ่งแวดล้อม นำโดยแบรนด์ชั้นนำที่เป็นที่รู้จักในวงกว้าง อาทิ KENLY, Wang Fang, SHINYLOAM, Little Raccoon, Zhongyang,และSEETEC มาจัดแสดง เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้เข้าชมงานได้สัมผัสกับผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย เช่น Chef Robotเครื่องทำอาหารอัจฉริยะแบบออลอินวัน, ตู้พลาสติกแบบพับเก็บได้, ชาออร์แกนิกในรูปแบบชาพ็อกเก็ตคัพ, กล้องพาโนรามา, เครื่องฉีดน้ำแรงดันสูง รวมถึงกระจกห้องน้ำอัจฉริยะหน้าจอสัมผัสที่มีฟังก์ชั่นป้องกันการขึ้นฝ้า เป็นต้น

ทั้งนี้ขอเชิญชวนผู้ประกอบการ นักธุรกิจ ผู้ค้าปลีก-ส่ง เจ้าของกิจการ พ่อค้า-แม่ค้า ผู้เริ่มต้นทำธุรกิจ และผู้สนใจเข้าร่วมชมสินค้าคุณภาพดี ราคาโรงงานจากจีนแบบไม่มีค่าใช้จ่าย พร้อมร่วมอัพสกิล เสริมทักษะด้านการขายไปกับกิจกรรมที่น่าสนใจ ได้แก่ กิจกรรมสัมมนาพิเศษ “8 เคล็ดวิชา ปั้นธุรกิจให้ทำเงิน” บรรยายโดย 9 กูรูผู้เชี่ยวชาญด้านธุรกิจและการตลาดชื่อดังของเมืองไทย อาทิ โซอี้“เพจDigital Shortcut”, เปี๊ยก บุญชัย “เพจพี่เปี๊ยกจัดให้”, หมอกิม“เพจThe Sales-Partan”, ริริว ระชาวีย์ และแป้ง ศุกระวรรณที่จะมาเผยเคล็ดลับการทำธุรกิจให้ได้เงินในยุค Red Ocean ตั้งแต่วิธีหาสินค้าขายดี การนำเข้า การทำตลาด ช่องทางการขาย ไปจนถึงเทคนิคการจัดการภาษีแบบเข้าใจง่ายที่สามารถไปประยุกต์ใช้กับธุรกิจของคุณให้ประสบความสำเร็จได้ไม่ยาก พร้อมเปิดโอกาสให้ได้พูดคุย เจรจาธุรกิจกับผู้ผลิตโดยตรง แบบไม่ผ่านคนกลาง และไม่ต้องบินไกลไปถึงเมืองจีนอีกด้วย

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Facebook: cacf-thailand หรือ LINE OA: @cacf-thailand

‘บอม-พงศกร’ท้าดวล ‘รถถัง จิตรเมืองนนท์’ เปิดบ้านอวดเมนูเด็ด อร่อยน็อกทุกจาน ใน ‘คู่ซี้ป่วนครัว’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/756848

'บอม-พงศกร'ท้าดวล 'รถถัง จิตรเมืองนนท์' เปิดบ้านอวดเมนูเด็ด อร่อยน็อกทุกจาน ใน 'คู่ซี้ป่วนครัว'

‘บอม-พงศกร’ท้าดวล ‘รถถัง จิตรเมืองนนท์’ เปิดบ้านอวดเมนูเด็ด อร่อยน็อกทุกจาน ใน ‘คู่ซี้ป่วนครัว’

วันศุกร์ ที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2566, 14.33 น.

ป่วนซ่าเอ็กซ์คลูซีฟจัดเต็มสุด ๆ รายการออนไลน์รสแซ่บ คู่ซี้ป่วนครัว EP ล่าสุด บุกไปป่วนครัวบ้านนักมวยซุปตาร์วัน แชมเปียนชิพ “รถถัง จิตรเมืองนนท์” แท็กทีม “อัยด้า ลูกทรายกองดิน” ภรรยาสาวหมัดหนัก โชว์เสน่ห์ปลายจวักสุดแซ่บซี้ด ฉบับคู่รักนักมวย 

ยกให้เป็นนักมวยฝีมือดี ที่ฮอตและปังสุด ๆ ในเวลานี้ สำหรับ “รถถัง จิตรเมืองนนท์” เจ้าของเข็มขัดแชมป์โลก “ONE  มวยไทย” รุ่นฟลายเวต ที่กำลังจะขึ้นชกป้องกันแชมป์ กับผู้ท้าชิงเพื่อนรัก “ซุปเปอร์เล็ก เกียรติหมู่ 9” แชมป์โลก ONE คิกบ็อกซิ่ง รุ่นฟลายเวต ในรายการ ONE ลุมพินี วันศุกร์ที่ 22 กันยายนนี้ แต่ก่อนจะไปชมไฟต์เดือดแชมป์ชนแชมป์ รายการออนไลน์สุดจี๊ด คู่ซี้ป่วนครัวส่งพระเอกมากความสามารถ บอม-พงศกร โตสุวรรณ ดีกรีเชฟหนุ่มหล่ออารมณ์ดีจากรายการ Master Chef Celebrity Season 3 อาสารับหน้าที่พิธีกร เคาะประตูบ้านพูดคุยกับนักมวยคนดังสุดเอ็กซ์คลูซีฟ ที่ยอมให้บุกป่วนครัว  พร้อมควงศรีภรรยา อัยด้า ลูกทรายกองดิน มาร่วมอวดฝีมือการทำอาหาร  การันตีว่าใครได้ชิมเป็นต้องอร่อยน็อกทุกราย ซึ่งเมนูเด็ดที่รถถังใช้มัดใจสาว ๆ เอ้ย ! มัดใจบอม คือ “ต้มไก่บ้านยอดมะขาม” และ “ตำกุ้งสะดุ้ง” เมนูอาหารอีสานสไตล์บ้าน  ๆ ที่หนุ่มบอมการันตีเลยว่านัวคัก ๆ

“แฟนคลับพี่รถถังห้ามพลาดเด็ดขาดครับ เพราะอาหารว่าอร่อยน็อกแล้ว บอกเลยว่าคำถามที่บอมปล่อยหมัดเด็ดไปจัดเต็มกว่า บุกไปถึงบ้านทั้งทีเลยถือโอกาสเปิดบ้าน เปิดใจ ซึ่งพี่รถถังเล่าทุกเรื่องที่แฟน ๆ อยากรู้ ไม่ว่าจะเป็น เรื่องราวความรักกับภรรยาสาวหมัดหนัก เส้นทางนักชกบนสังเวียนผ้าใบ เคล็ดไม่ลับสู่การเป็นนักมวยดังระดับโลก ที่มีค่าตัวสูงถึง 8 หลัก รวมถึงไลฟ์สไตล์
ส่วนตัว ที่ใครหลายคนไม่เคยรู้มาก่อนด้วยครับ”

เห็นแต่มุมปล่อยหมัดหนัก ๆ บนสังเวียน แต่ EP นี้จะได้เห็นมุมความน่ารักของรถถัง แบบ Exclusive แน่นอน แฟน ๆ ติดตามความสนุกทั้งหมดนี้ได้ในรายการออนไลน์    คู่ซี้ป่วนครัว EP.7 เชฟบอม พงศกร บุกป่วนครัว “รถถัง จิตรเมืองนนท์” ที่ YouTube :  https://youtu.be/0nHwt7SJ-80?si=KiJeLHsDixQTgbxz และ ติดตามชมรายการออนไลน์ คู่ซี้ป่วนครัว EP ใหม่  ๆ ที่จะมาอัปเดตแขกรับเชิญที่จะให้บุกไปป่วนครัว ได้ทุกวันพฤหัสบดีที่สองของเดือน เวลา 20.00 น. ทาง Facebook : Ch7HD Drama Society, Youtube : Ch7HD และ BUGABOO.TV

ติดตามชมข่าวสารและความเคลื่อนไหวต่าง ๆ ได้ทาง ช่อง 7HD ดูทีวีกด 35 สดออนไลน์ BUGABOO.TV และช่องทางออนไลน์ Facebook, IG, X (Twitter), TikTok, YouTube : Ch7HD เว็บไซต์: www.ch7.com

‘บอล’ เผยทีเด็ด เห็ด 2 หัว!! ล้วงสูตรลับผู้คิดค้นคนแรกในไทย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/756840

‘บอล’ เผยทีเด็ด เห็ด 2 หัว!! ล้วงสูตรลับผู้คิดค้นคนแรกในไทย

‘บอล’ เผยทีเด็ด เห็ด 2 หัว!! ล้วงสูตรลับผู้คิดค้นคนแรกในไทย

วันศุกร์ ที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2566, 14.19 น.

ท่องเที่ยวมิติใหม่ แนวอนุรักษ์และยังได้เรียนรู้ไปพร้อมกัน กับพิธีกร บอล-อัศนัย ที่จะพาไปพบทีเด็ด เห็ด 2 หัว!! พร้อมเจอตัวผู้คิดค้นคนแรกของเมืองไทย งานนี้ยังเป็นครั้งแรกที่ยอมเปิดห้องลับให้ซูมดูวิธีเพาะเห็ดสุดเหนือชั้นจากนั้นไปทึ่งกับประติมากรรมธรรมชาติ Jurassic Marble ทั้งสวยทั้งน่าอัศจรรย์ ใน “หนีเที่ยวกัน” ทาง Workpoint ช่อง 23 ดูย้อนหลังทาง YouTube FlukeLee https://www.youtube.com/c/FlukeLee/featuredและไปหนีเที่ยวกันแบบจุใจในเฟซบุ๊กhttps://www.facebook.com/nheetiew/ อินสตาแกรม https://www.instagram.com/nheetiewgun.th/และติ๊กต่อก https://www.tiktok.com/@nheetiewgun_th

‘เฟม BNK48’ปลื้ม! รับรางวัล ‘เอ๊ะ?Awards by TK Park’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/756839

'เฟม BNK48'ปลื้ม! รับรางวัล 'เอ๊ะ?Awards by TK Park'

‘เฟม BNK48’ปลื้ม! รับรางวัล ‘เอ๊ะ?Awards by TK Park’

วันศุกร์ ที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2566, 14.19 น.

เป็นอีกหนึ่งเรื่องราวที่น่ายินดี สำหรับ ไอดอลผู้ปลุกกระแสภาษามืออย่างเฟม-นันทภัค กิตติรัตนวิวัฒน์ หรือ เฟมBNK48รุ่น 3จากค่าย iAMซึ่งหลังจากที่ไปเจอแฟนคลับผู้บกพร่องทางการได้ยินเข้ามาในงานจับมือและไม่ได้ยินเสียงที่พูด จนทำให้เกิดแรงบันดาลใจไปฝึกเรียนภาษามืออย่างจริงจังเพื่อต้องการสื่อสารกับแฟนคลับกลุ่มนี้จนกลายเป็นกระแสในโลกโซเชี่ยลจึงถูกยกให้เป็นตัวอย่างของวัยรุ่นที่เรียนรู้วิธีการใช้ภาษามือ พัฒนาตนเองไปในทิศทางที่สร้างประโยชน์ร่วมกันกับผู้อื่น และเชื่อมั่นในความเท่าเทียมกันของคนในสังคม ล่าสุดจึงได้รับคัดเลือกให้เป็นตัวแทนคนบันเทิงรุ่นใหม่เข้ารับรางวัล“เอ๊ะ? ไร้ขีดจำกัดที่จัดขึ้นโดยสถาบันอุทยานการเรียนรู้ TK Parkในงาน “Learning Fest Bangkok 2023” โดย “เฟม” กล่าวว่า

“สำหรับเฟม ถือว่าเป็นครั้งแรกที่ได้รับรางวัลเลยค่ะ ความรู้สึกในวันนี้ รู้สึกตื่นเต้น ดีใจมาก ยินดีและเป็นเกียรติมากๆ เลยค่ะ ที่มีคนได้มองเห็นถึงสิ่งที่เฟมตั้งใจทำในเรื่องของการเรียนภาษามือเพื่อสื่อสารกับแฟนคลับที่บกพร่องทางการได้ยิน ซึ่งจริงๆ มันสามารถนำมาใช้ในชีวิตประจำวันเราได้ถ้าเราเรียนรู้จริงก็จะสามารถสื่อสารได้กับคนทั่วโลก เฟมเห็นว่าคนกลุ่มนี้เค้าพยายามที่จะปรับตัวให้เข้ากับสังคมเรา ก็รู้สึกว่าอยากจะปรับตัวเข้าหาเค้าได้บ้าง เคยมีผู้บกพร่องทางการได้ยินคนนึงเค้ามาขายแมสถือกระดาษมาให้อ่านมีข้อความว่า ช่วยซื้อหน่อยได้ไหม เฟมก็ทำภาษามือสื่อสารกับเค้าแล้วเค้าก็อึ้งว่าทำไมเราสื่อสารภาษามือได้ แล้วเค้าก็บอกว่าช่วยซื้อแมสหน่อยได้ไหม จะเอาไปช่วยสถาบันผู้บกพร่องทางการได้ยินเหมือนกัน เราก็ช่วยอุดหนุนเค้า รู้สึกดีใจมากเลยที่ได้เรียนภาษามือแล้วได้เอามาใช้อยากจะเป็นกระบอกเสียงในการนำเสนอว่ามีคนเหล่านี้อยู่ในประเทศเรานะ ถ้าออกไปเจอกันข้างนอกเราก็สามารถทักทาย พูดคุยกับเค้าได้และอยากจะบอกว่าเฟมจะอยู่ตรงนี้ สนับสนุนผู้บกพร่องทางการได้ยินไปเรื่อยๆ ค่ะ”