‘เก้า นพเก้า’ ร่วมเป็นหนึ่งในการส่งต่อ’ปาฏิหาริย์ เปลี่ยนมะเร็ง ให้เป็นสุข เนื่องใน ‘วันมะเร็งต่อมน้ำเหลืองโลก’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/756335

'เก้า นพเก้า' ร่วมเป็นหนึ่งในการส่งต่อ'ปาฏิหาริย์ เปลี่ยนมะเร็ง ให้เป็นสุข  เนื่องใน 'วันมะเร็งต่อมน้ำเหลืองโลก'

‘เก้า นพเก้า’ ร่วมเป็นหนึ่งในการส่งต่อ’ปาฏิหาริย์ เปลี่ยนมะเร็ง ให้เป็นสุข เนื่องใน ‘วันมะเร็งต่อมน้ำเหลืองโลก’

วันพุธ ที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2566, 13.21 น.

ชมรมโรคมะเร็งต่อมน้ำเหลืองแห่งประเทศไทยจัดเสวนา“ปาฏิหาริย์ เปลี่ยนมะเร็ง ให้เป็นสุข : Miracle is all around – Raise Awareness of Lymphoma” ครั้งที่ 9  เพื่อรณรงค์เนื่องใน”วันมะเร็งต่อมน้ำเหลืองโลก”วันที่ 15 กันยายนของทุกปี ณโซน Eden ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ โดยมีผู้ป่วยและผู้ที่สนใจเข้าร่วมงานจำนวนมาก ภายในงาน ผู้ป่วยได้แลกเปลี่ยน ปรึกษากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโลหิตวิทยา ในหัวข้อ “นวัตกรรมเพื่อการรักษาโรคมะเร็งต่อมน้ำเหลือง” โดยพบว่ามะเร็งต่อมน้ำเหลืองเป็นมะเร็งที่มีโอกาสหายได้มากกว่ามะเร็งชนิดอื่นๆหลายเท่าและในปัจจุบันมีการพัฒนา ยาพุ่งเป้า (Targeted Therapy) ตัวใหม่ๆ ซึ่งให้ผลการรักษาที่ดีมากขึ้นกว่าเดิม รวมถึงมีวิธีการรักษารูปแบบใหม่เริ่มเข้ามามีบทบาทมากขึ้น พร้อมเปิดประสบการณ์ผู้ป่วย ‘สู้มะเร็งต่อมน้ำเหลือง’ จนหายขาด

ศ.นพ.ธานินทร์ อินทรกำธรชัย ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ประธานชมรมโรคมะเร็งต่อมน้ำเหลืองแห่งประเทศไทยกล่าวว่าถึงแม้โรคมะเร็งต่อมน้ำเหลืองจะพบมากขึ้นแต่ก็เป็นโรคมะเร็งเพียงไม่กี่ชนิดที่มีโอกาสรักษาให้หายขาดได้จึงอยากให้ผู้ป่วยมีขวัญและกำลังใจที่ดีเพื่อที่จะมีกำลังใจต่อสู้กับโรคได้

โดยปัจจุบัน แนวทางการรักษาโรคมะเร็งต่อมน้ำเหลืองสำหรับผู้ป่วยรายใหม่จะใช้ยาเคมีบำบัดร่วมกับยาพุ่งเป้า(Targeted Therapy)ซึ่งปัจจุบันมีการพัฒนายาพุ่งเป้าตัวใหม่ที่มีความจำเพาะเจาะจงกับโรคแต่ละชนิดมากขึ้น โดยให้ผลลัพธ์การรักษาที่ดีขึ้นกว่าการรักษามาตรฐาน และการปลูกถ่ายเซลล์ต้นกำเนิดสำหรับผู้ป่วยที่กลับมาเป็นซ้ำรวมถึงการรักษาด้วยภูมิคุ้มกันบำบัดซึ่งในประเทศไทยกำลังทำการศึกษาวิจัยอย่างต่อเนื่อง และหากพูดในแง่ผลการรักษาโรคมะเร็งต่อมน้ำเหลือง ถือเป็นมะเร็งที่ตอบสนองกับการรักษาได้ดีและมีโอกาสหายขาดสูง ถึงแม้จะตรวจพบในระยะ 3 หรือ 4 ก็ตาม

นอกจากนี้ภายในงานยังพบกับเรื่องราว ผู้ป่วย ‘สู้มะเร็งต่อมน้ำเหลือง’ จนหายขาดแพทย์หญิงณัฐรดา คชนันทน์ หรือลูกหมู อดีตผู้ป่วยโรคมะเร็งต่อมน้ำเหลือง Non-Hodgkin Lymphoma ระยะที่ 4และเจ้าของเพจ พักก้อน ได้เริ่มชีวิตการเป็นหมอในปี 2020 และเริ่มมีอาการ ในช่วง ปลายเดือนเมษายน ปี 2022 ในช่วงอายุ 27 ปี โดยคลำได้ก้อนที่คอ โตเร็ว ลักษณะไม่เจ็บ ไม่บวม และไม่แดงซึ่งก้อนที่ไม่เจ็บไม่น่าจะเป็นก้อนที่ดีจึงเจาะชิ้นเนื้อไปตรวจพบว่าเป็นโรคมะเร็งต่อมน้ำเหลืองชนิด”Diffuse large B-cell lymphoma” เป็นโรคมะเร็งต่อมน้ำเหลืองชนิดหนึ่งที่ดุ และโตเร็ว และหลังจาก 6 เดือนของการรักษาด้วยยาเคมีบำบัด การดูแลตัวเอง และกำลังใจจากคนรอบข้างปัจจุบันโรคสงบ ได้กลับมาใช้ชีวิตปกติอย่างที่ต้องการ พร้อมกับเปิดเพจ พักก้อน เพิ่อเป็นพื้นที่ที่จะทำให้ผู้ป่วยมะเร็งท่านอื่นๆ โดยเฉพาะโรคมะเร็งต่อมน้ำเหลืองที่จะต้องเจอประสบการณ์คล้ายๆ กันได้รู้สึกว่า ไม่ได้โดดเดี่ยว มีหลายคนที่เคยผ่านความยากลำบาก และเจ็บปวดในรูปแบบเดียวกันทุกประการ แต่สุดท้ายมันจะผ่านไปได้

คุณตติยาพร คงคาทิพย์ หรือ ต่าย อดีตผู้ป่วยโรคมะเร็งต่อมน้ำเหลือง Hodgkin Lymphoma ระยะที่ 4 และเจ้าของเพจ มาจะเล่าให้ฟัง Cancer WITH MEเผชิญกับโรคมะเร็งต่อมน้ำเหลืองเมื่อตอนปี 2562 เริ่มจากมีผื่นคันขึ้นจากที่หลัง ทานข้าวได้น้อยลงเบื่ออาหาร คลื่นไส้ เหงื่อออกตอนกลางคืน น้ำหนักลดลง ไอแห้งหลังจากผลเอ็กซเรย์ปอดออกมาก็พบว่า มีก้อนที่ช่องอกติดกับตรงหลอดลมขนาด 8 เซ็นติเมตรกว่าๆ พบภาวะตับโต และมีลิ่มเลือดในปอด ซึ่งคุณหมอวางแผนการรักษาให้เคมีบำบัดสูตร ABVD 6 Cycle หลังจากลุยรักษาด้วยเคมีบำบัดมา 2 Cycle มีการFollow ดูการตอบสนองของยาด้วย Pet/CT SCAN พบว่าก้อนมะเร็งยุบตัวลงไปเหลือเพียง 3 เซ็นติเมตรเท่านั้น หลังจากนั้นคุณหมอแจ้งว่า มีการกระจายขึ้นมาที่หลอดลมด้วยอีก 2-3 จุดจึงเริ่มทำการรักษาต่อโดยการให้ยาเคมีบำบัดสูตรใหม่ พร้อมยาพุ่งเป้า พร้อมยาเคมีบำบัดสูตรนี้แรงกว่าสูตรเก่าซึ่งต้องให้ทั้งหมด 6 Cycle และจบการรักษาด้วยการปลูกถ่ายสเต็มเซลล์ ผลออกมาว่าปัจจุบันภาวะโรคสงบมา2 ปี

คุณพัชรวรรณ หุตะเศรณี หรือ ออน รองนางสาวไทยอันดับที่ 3 ประจำปี 2557 และอดีตผู้ป่วยโรคมะเร็งต่อมน้ำเหลือง Hodgkin Lymphoma ระยะที่ 4กับก้อนขนาดใหญ่14 เซ็นติเมตรโดยเริ่มเป็นตอนอายุ 29 ปี ด้วยอาการ ไอ เสียงหาย และไม่สามารถนอนหงายได้จึงได้เริ่มตรวจ CT scan, เจาะชิ้นเนื้อ และให้ยา Prednisolone สรุปว่าเป็น ‘โรคมะเร็งต่อมน้ำเหลือง’ ปัจจุบันเกือบครบ 2 ปีที่ตรวจเจอโรคมะเร็ง ก็ยังหวังว่าขอให้มะเร็งอยู่ในภาวะโรคสงบตั้งแต่เริ่มเป็นมะเร็ง ชีวิตได้เปลี่ยนไปไม่ว่าจะเป็นเรื่องกิน ที่เลือกกินมากขึ้น ไม่ตามใจปากเกินไป รวมทั้งมีความสุขกับสิ่งเล็กๆ รอบตัวมากขึ้น ปัจจุบัน คุณออนก็ได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในกลุ่ม “ชมรมผู้ป่วยโรคมะเร็งต่อมน้ำเหลืองแห่งประเทศไทย” Thai Lymphoma Patients Group (TLPG) เพื่อมาแบ่งปันความรู้ สร้างแรงบันดาลใจ และส่งต่อกำลังใจ ให้กับผู้ป่วยใหม่ และญาติผู้ป่วยในกลุ่มฯ ต่อไป

นอกจากนี้ภายในงานยังมีกิจกรรมที่น่าสนใจเพื่อรณรงค์สร้างความตระหนักต่อโรคมะเร็งต่อมน้ำเหลือง (Lymphoma Cancer Awareness Day)  อาทิ การบรรยายโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโลหิตวิทยา ในหัวข้อ “นวัตกรรมเพื่อการรักษาโรคมะเร็งต่อมน้ำเหลือง”

–  ถาม-ตอบ ไขข้อข้องใจด้านนวัตกรรมการรักษาโรคมะเร็งต่อมน้ำเหลือง กับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

–  แบ่งปันประสบการณ์การต่อสู้กับโรคมะเร็งต่อมน้ำเหลือง จุดพลังใจไปกับ คุณลูกหมู แพทย์หญิงณัฐรดา คชนันทน์ อดีตผู้ป่วยโรคมะเร็งต่อมน้ำเหลือง Non-Hodgkin Lymphoma ระยะที่ 4 เจ้าของเพจ “พักก้อน” และคุณต่าย ตติยาพร คงคาทิพย์ อดีตผู้ป่วย Hodgkin Lymphoma ระยะที่ 4 เจ้าของเพจ “มาจะเล่าให้ฟัง Cancer WITH ME”

–  พบกับแรงบันดาลใจไม่สิ้นสุด ในช่วง “By Your Side : มีเรา..เคียงข้างคุณ” และ “Infinite Empowering” โดย ชมรมผู้ป่วยโรคมะเร็งต่อมน้ำเหลืองแห่งประเทศไทย (TLPG)

– Surprise!! กันให้สุดใจ!! ไปกับ เก้า – นพเก้า เดชาพัฒนคุณ ที่จะพกกำลังใจมาเต็มพิกัด พร้อมกิจกรรม Fansignสุดพิเศษ

-พิเศษสุด!! หมวก MIRACLE Bucket ออกแบบโดย เก้า นพเก้า เดชาพัฒนคุณ ราคา 359 บาท สงวนสิทธิ์จำหน่าย ภายในงานวันอาทิตย์ที่ 10 กันยายน เพียง 150 ใบเท่านั้น!! (รายได้ทั้งหมดมอบให้กับชมรมโรคมะเร็งต่อมน้ำเหลืองแห่งประเทศไทย)สามารถติดตาม หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเรื่องโรคมะเร็งต่อมน้ำเหลืองได้ที่ https://www.facebook.com/thailymphoma หรือ TikTok : @Thai.Lymphoma

คุณแหน : 13 กันยายน 2566

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/756156

วันพุธ ที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ll ชยันต์ ศิริมาศ ผวจ.นครสวรรค์ เข้ารับรางวัลเลิศรัฐ ประจำปี 2566 สาขาคุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ หมวด 1 ด้านการนำองค์การและความรับผิดชอบต่อสังคม จัดโดยสนง.คณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.)..

ll มิตรสหายชาว ปธพ.1 ร่วมยินดีกับ พญ.ปรมาภรณ์ ปราสาททองโอสถ ที่ได้รับรางวัลแพทย์สตรีดีเด่นด้านบริหารของสมาคมแพทย์สตรีแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชินูปถัมภ์..

ll ผศ.ดร.ณัฐพล นิมมานพัชรินทร์ ชวนผู้บริหารยุคใหม่ภาครัฐและเอกชน สมัครเรียนหลักสูตร DIGITAL JUMPSTART (DJS) รุ่นที่ 1 เพื่อยกระดับความรู้ เตรียมความพร้อมให้ก้าวทันโลกยุคดิจิทัลมีวิทยากรผู้เชี่ยวชาญกว่า 40 คนรายละเอียดที่ https://depa.or.th/th/article-view/depa-DJS-1 หรือโทร.083-1166581..

ll ประภา ปูรณโชติ ไปทำบุญวันเกิดที่วัดชนะสงครามแล้วไปปล่อยปลาที่ท่าน้ำวัดเทวราชกุญชรจากนั้นไปทานกลางวันที่เมธาวลัยศรแดง มีเพื่อนที่ร่วมด้วย เช่น ชัชพล ประสบโชค,ธนัท ตาตะยานนท์,ปัทมา วงษ์ถ้วยทอง,อัจฉราวรรณ เจียรธนพร,ราตรี บูรณะรักษ์,อดิพงษ์ ภัทรวิกรม,ชัยกมล ตรีรณสาร,กฤษณ์ ณ สงขลา,ชุติภัท ตันสุวัตน์,กัญสุภา จักษุรักษ์,ศรัญญา แสงทองศรี,ดลพร ชรินธร..

ll ชาว วบส.2 ร่วมยินดีกับเพื่อนร่วมรุ่น พล.ต.ทวีพูล ริมสาคร ที่ได้รับโปรดเกล้าฯเป็นผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการรักษาดินแดน ตั้งแต่ วันที่ 1 ต.ค.นี้ เป็นต้นไป..

ll อนุโมทนาบุญกับ ดร.ลักขณา ลีละยุทธโยธิน ที่ได้บริจาคเงินสนับสนุนโครงการของคณะทำงานสืบสานและต่อยอดพระราชปณิธานด้าน รพ.สมเด็จพระยุพราช เพื่อปรับปรุงห้องผู้ป่วยของ รพ.สมเด็จพระยุพราชเดชอุดม จ.อุบลราชธานี..

ll เพื่อนๆ ชาว BRAIN#2 ปลื้มใจกับ ดร.ปัญจรัตน์ มังกรกนก รับโล่เกียรติคุณบุคคลทรงคุณธรรมแห่งปีประจำปี 2566 สาขา ผู้บริหารธรรมาภิบาลดีเด่น จากมูลนิธิธรรมลักษณ์ศิลา..

ll กรัณย์พล อัศวสุวรรณ แม้ว่าจะไปตะลุยชิมอาหารจีนที่กว่างโจว 5 วันแบบอิ่ม อร่อย ทรมานทุกมื้อ แต่ยังไม่เบื่อกลับมา กทม. พาครอบครัวไปจัดอาหารจีนต่ออีก..ll ยามนี้ สดุดี ลิ่มวิไลกุล ชวนเพื่อนๆ ไปทริปตะลุยไต้หวันทั้งชิม แชะและช้อปกันแบบชิวๆ 6 วัน..ll

ชวนชมผลงาน LEGO ในฝีพระหัตถ์ สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ชุดใหม่ล่าสุดในนิทรรศการ เมตตา : LOVING KINDNESS

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/756123

ชวนชมผลงาน LEGO ในฝีพระหัตถ์ สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ชุดใหม่ล่าสุดในนิทรรศการ เมตตา : LOVING KINDNESS

ชวนชมผลงาน LEGO ในฝีพระหัตถ์ สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ชุดใหม่ล่าสุดในนิทรรศการ เมตตา : LOVING KINDNESS

วันพุธ ที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

หอศิลป์ทิพย์พิมาน มีความภาคภูมิใจจัดนิทรรศการพิเศษเพื่อเผยแพร่พระอัจฉริยภาพทางศิลปะด้านทัศนศิลป์ของพระองค์ในโอกาสวันคล้ายวันประสูติ ศ.ดร.สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี 4 กรกฎาคม 2566 การแสดงนิทรรศการศิลปกรรมฝีพระหัตถ์ครั้งนี้จัดแสดงเผยแพร่สู่สาธารณชน ในนิทรรศการที่มีชื่อว่า “เมตตา” (LOVING KINDNESS)นิทรรศการเทิดพระเกียรติเนื่องในวันคล้ายวันประสูติองค์สิริศิลปิน

ศ.ดร.สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ทรงทำงานที่มีเรื่องราวหลากหลายเกี่ยวกับมุมมองชีวิตประจำวันในพระอิริยาบถต่างๆ ท่ามกลางความสุขสงบ ร่มรื่นเกื้อกูลกันระหว่างชีวิตกับธรรมชาติ ผลงานส่วนใหญ่นำเสนอเรื่องราวของ เสือ ผีเสื้อ และดอกไม้เป็นหลัก การทรงงานศิลปะของพระองค์ประกอบด้วยศิลปะหลายแขนง เช่น จิตรกรรม ประติมากรรม สื่อผสม และศิลปะการจัดวาง (Installation Art) ซึ่งเป็นงานที่แสดงให้เห็นการสะท้อนธรรมชาติจากศิลปะ ทรงใช้ทักษะความชำนาญจากการมองชีวิตในธรรมชาติโดยมิได้มุ่งหมายแสดงออกตามความเป็นจริงด้วยสายตาที่เห็น แต่เป็นการแสดงออก ถึงสุนทรียภาพทางความคิดและถ่ายทอดอารมณ์จากความรู้สึกภายในที่เหนือความเป็นจริง ผลงานของภาพใช้สีดูสดใสให้อารมณ์ถึงความสงบที่เกิดบรรยากาศและการเปลี่ยนของเวลาในช่วงขณะหนึ่ง อัตลักษณ์ของความโดดเด่นของภาพ คนดูสามารถมองเห็นภาพในลักษณะของศิลปะแบบรูปธรรม (Figurative Art) และนามธรรม (Abstract Art) ได้ในงานชิ้นเดียวกันศิลปะรูปธรรมที่เห็นก็จะเป็นรูปทรง โดยเรื่องราวถูกเล่าอยู่ในภาพ ส่วนศิลปะนามธรรม เป็นการแสดงความรู้สึกทางอารมณ์ภายในของศิลปินสะท้อนออกมาในภาพ ประกอบกับนามธรรมอีกประเภทหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับทัศนธาตุ (Visual aliment) ทางศิลปะ เช่น องค์ประกอบของภาพ เส้น สี จุด(รูปทรงขนาดเล็ก) ปริมาตรและน้ำหนักเข้มอ่อนของภาพ เป็นต้น

ศ.ดร.สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี มิได้ทรงดูแลเพียงทุกข์สุขของประชาชนเท่านั้น แต่ยังทรงเล็งเห็นถึงความสำคัญของการดูแลช่วยเหลือสัตว์เลี้ยง และป้องกันการแพร่เชื้อของโรคภัยต่างๆ ที่ติดต่อจากสัตว์สู่คน ตลอดจนการช่วยเหลือบรรดาสัตว์ที่เจ็บป่วย ให้รอดพ้นจากความทุกข์ทรมานให้มีสุขอนามัยที่ดี และลดอัตราการเสียชีวิตลงจากโรคภัยต่างๆ ด้วยน้ำพระหฤทัย ที่เปี่ยมด้วยความรัก ความเมตตา พระจริยวัตรอ่อนโยน และการสละเวลาส่วนพระองค์ในการช่วยเหลือโครงการสุขอนามัยต่างๆ ความสุขที่ได้ช่วยเหลือผู้ทุกข์ยาก ด้วยกำลังที่แน่วแน่ ก่อให้เกิดแรงบันดาลใจ สร้างสรรค์งานศิลปะ สะท้อนให้เห็นถึงความสมดุลของชีวิตในธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมให้กลับมาอุดมสมบูรณ์ ไม่ปล่อยให้เป็นเพียงโลกในอุดมคติ ความมีเมตตาต่อกันเท่านั้น จะนำพาความฝันให้เป็นความจริง

นิทรรศการ “เมตตา : LOVING KINDNESS” ครั้งนี้เกิดจากการทำงานร่วมกันขององค์สิริศิลปิน ทีมภัณฑารักษ์และหอศิลป์ทิพย์พิมาน โดยมีผลงานแสดงทั้งหมด 385 องค์ ประกอบด้วย ชั้นที่ 1 นิทรรศการผลงานภาพวาดฝีพระหัตถ์ และผลงานขยายจากภาพวาดฝีพระหัตถ์ ชุด “เสือ”มีผลงานที่จัดแสดงจำนวน 166 องค์ ประกอบด้วย ผลงานจิตรกรรม จำนวน 116องค์ ผลงานประติมากรรม จำนวน 3 องค์ ผลงาน LEGO จำนวน 48 องค์ ชั้นที่ 2 นิทรรศการผลงานภาพวาดฝีพระหัตถ์ และผลงานขยายจากภาพวาดฝีพระหัตถ์ ชุด “ผีเสื้อและดอกไม้” จัดแสดงจำนวน 148 องค์ ประกอบด้วย ผลงานจิตรกรรมจำนวน 147 องค์ ผลงาน Installation จำนวน 1 องค์ ชั้นที่ 3 นิทรรศการผลงานภาพวาดฝีพระหัตถ์และผลงานขยายจากภาพวาดฝีพระหัตถ์ ชุด “นกฮูกและคุณไหมทอง (สุนัขทรงเลี้ยง)” มีผลงานที่จัดแสดงจำนวน 59 องค์ ประกอบด้วยผลงานจิตรกรรม จำนวน 57 องค์ ผลงานประติมากรรม จำนวน 1 องค์ ผลงาน Installation จำนวน 1 องค์ ชั้นที่ 4 นิทรรศการพระอัจฉริยภาพในผลงานด้านต่างๆ อาทิ ภาพปักครอสติช LEGO กู่เจิง พร้อมโซนจัดแสดงผลิตภัณฑ์ในพระดำริ

หอศิลป์ทิพย์พิมาน ขอเชิญชวนประชาชนและผู้สนใจร่วมชื่นชมพระอัจฉริยภาพและพระปรีชาสามารถด้านศิลปะขององค์สิริศิลปิน ในงานนิทรรศการศิลปะ“เมตตา” (LOVING KINDNESS) ณ หอศิลป์ทิพย์พิมานตำบลโป่งตาลอง อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา ทั้งนี้ เปิดให้เข้าชมทุกวันไม่เว้นวันหยุดราชการ ตั้งแต่เวลา 09.00-16.30 น. ค่าบริการเข้าชม 50 บาท/ท่าน พร้อมรับของที่ระลึก รายได้สมทบทุนมูลนิธิทิพย์พิมานเพื่อสัตว์ป่วยและสัตว์ไร้ที่พึ่งในพระอุปถัมภ์ฯ สำหรับเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี และผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป รวมถึงกลุ่มเปราะบางและผู้ด้อยโอกาสเข้าชมฟรีสอบถามข้อมูล โทร 096-8799044, 096-1456249

Pet Us จับมือ SC Johnson ดึงไอซ์-พาริส แชร์เคล็ดลับดูแลสุขอนามัยน้องหมา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/756132

Pet Us จับมือ SC Johnson ดึงไอซ์-พาริส แชร์เคล็ดลับดูแลสุขอนามัยน้องหมา

Pet Us จับมือ SC Johnson ดึงไอซ์-พาริส แชร์เคล็ดลับดูแลสุขอนามัยน้องหมา

วันพุธ ที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

Pet Us  (เพ็ทอัส) ธุรกิจเพื่อสัตว์เลี้ยงครบวงจรโดยโลตัส จับมือพันธมิตรแบรนด์ดัง SC Johnson จัดกิจกรรม “Family Day with Family Guard”พร้อมแขกรับเชิญสุดพิเศษ ไอดอลหนุ่มสุดหล่อ “ไอซ์-พาริส” และแก๊ง 4 ขา นำทัพโดย ข้าวซอย ข้าวนึ่ง ข้าวมัน สามข้าวแฟมิลี่,คิ้วคือมงกุฎของแค, Captain Quint’s Family และอีกมากมาย แชร์เคล็ดลับการดูแลสุขอนามัยที่ดีของน้องหมา พร้อมประกวดด็อกโชว์ และกิจกรรมพิเศษแจกของรางวัลอีกเพียบ ที่โลตัส นอร์ธ ราชพฤกษ์ เมื่อเร็วๆ นี้พิเศษ ส่งผลิตภัณฑ์สเปรย์ฆ่าเชื้อ Family Guardขยายเจาะกลุ่มครอบครัวสัตว์เลี้ยง ครั้งแรกที่ร้าน Pet Us ทุกสาขา

นางสาวโชติมา ลาภเวโรจน์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการแผนกสินค้าอาหารสัตว์ โลตัส และผู้อำนวยการร้านเพ็ทอัส กล่าวว่า “ความมุ่งมั่นของ Pet Us คือการเป็นเดสทิเนชั่นสำหรับคนรักสัตว์เลี้ยงครบวงจร ทั้งสินค้าอาหารและอุปกรณ์ดูแลสัตว์เลี้ยงที่ครบครัน อีกทั้งบริการพิเศษในบางสาขา เช่น อาบน้ำตัดขน สัตวแพทย์ โดยคัดสรรสินค้าคุณภาพสูงในราคาคุ้มค่า นอกจากนี้ยังร่วมมือกับพันธมิตรแบรนด์ดัง เติมเต็มสินค้าที่ตอบโจทย์ครอบครัวคนเลี้ยงสัตว์ยิ่งขึ้น ล่าสุด Pet Us ร่วมกับ SC Johnson จัดกิจกรรมพิเศษ “Family Day with Family Guard” #ไม่พลาดในทุกโมเมนต์ของชีวิต เอาใจครอบครัวแก๊งสี่ขา ร่วมแชร์ประสบการณ์การดูแลน้องหมาทั้งเรื่องสุขภาพและสุขอนามัยในครอบครัว เพราะบ้านที่มีสัตว์เลี้ยงต้องการการดูแลเป็นพิเศษ โดยเฉพาะเรื่องสุขอนามัยในครัวเรือน จึงเป็นที่มาความร่วมมือที่มีการนำผลิตภัณฑ์สเปรย์ฆ่าเชื้อ Family Guard สำหรับขจัดกลิ่นไม่พึงประสงค์ ฆ่าเชื้อแบคทีเรียและเชื้อไวรัส และทำความสะอาดพื้นผิวต่างๆ ในบ้าน เช่น พื้น ผนัง โต๊ะ ลูกบิดประตู เป็นต้น มาวางจำหน่ายใน Pet Us ร้านสินค้าสำหรับสัตว์เลี้ยงเป็นที่แรกเพื่อเจาะกลุ่มผู้บริโภคที่มีสัตว์เลี้ยง ในการดูแลความสะอาดในครัวเรือน ส่งเสริมสุขอนามัยที่ดีของน้องสี่ขาและทุกคนในครอบครัว พร้อมกิฟต์เซ็ตพิเศษจากแฟมิลี่การ์ด และโปรโมชั่นฉลองการเปิดตัวสินค้าใหม่ พิเศษ! ลูกค้าที่มีบัตร Lotus’s Pet ID รับสิทธิประโยชน์อีกมากมาย นอกจากนี้ยังสามารถสะสมแต้มสมาชิกมายโลตัส เพื่อรับโปรโมชั่นอื่นๆ เพิ่มเติมได้อีกด้วย โดยมีการจัดกิจกรรมพิเศษที่โลตัส นอร์ธ ราชพฤกษ์ ศูนย์รวมคอมมูนิตี้ครอบครัวแก๊งสี่ขา เพื่อส่งความสุขและแบ่งปันสิ่งดีๆ ให้ครอบครัวสัตว์เลี้ยง”

ปัจจุบัน Pet Us เปิดให้บริการในโลตัส13 สาขา ได้แก่ โลตัส สาขาพัฒนาการ, บางนา,ลาดกระบัง, รัตนาธิเบศร์, บางใหญ่, นอร์ธ ราชพฤกษ์, โลตัส พรีเว่ ในโครงการ ICS มิกซ์ยูสไลฟ์สไตล์ทาวน์, นครอินทร์, ขอนแก่น 2, อุบลราชธานี, ถลาง (ภูเก็ต), เชียงใหม่ (คำเที่ยง), นครปฐมและสาขาที่กำลังจะเปิดล่าสุด ที่โลตัส หัวหิน

Life & Health : เคล็ดลับ..ผู้นำองค์กรภาครัฐทำงานอย่างไร ให้สำเร็จ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/756144

Life & Health : เคล็ดลับ..ผู้นำองค์กรภาครัฐทำงานอย่างไร ให้สำเร็จ

Life & Health : เคล็ดลับ..ผู้นำองค์กรภาครัฐทำงานอย่างไร ให้สำเร็จ

วันพุธ ที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

องค์กรภาครัฐทำงานอย่างไรให้สำเร็จมีหลายปัจจัยที่ส่งผลต่อความสำเร็จขององค์กรภาครัฐ แต่หนึ่งในปัจจัยสำคัญคือการพัฒนาบุคลากรภาครัฐ ตามแนวทางการพัฒนาบุคลากรภาครัฐ ของสำนักงาน ก.พ. มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นกรอบแนวทางให้บุคลากรภาครัฐใช้ในการบริหารการเรียนรู้และพัฒนาตนเอง โดยการประเมินและวางแผนการพัฒนาของตนเองอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพในบริบทที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว หน่วยงานและผู้บริหารภาครัฐมีบทบาทในการส่งเสริมให้บุคลากรภาครัฐทุกคนมีกรอบความคิดและทักษะที่เหมาะสมในการปฏิบัติงาน สอดรับกับการเปลี่ยนแปลงของบริบทโลกและบริบทประเทศในปัจจุบันและอนาคต

จากคลื่นความเปลี่ยนแปลงลูกใหญ่ได้ถาโถมเข้ามาถึงองค์กรภาครัฐอย่างรวดเร็วและรุนแรง นวัตกรรมที่เข้ามาพร้อมกับเทคโนโลยีดิจิทัลใหม่ๆ บังคับให้คนภาครัฐ “ล้มแล้วต้องลุกให้ไว” ไม่มีเวลามากในการปรับตัวรับสิ่งใหม่ ดังนั้น ถึงเวลาแล้วที่คนภาครัฐต้องเร่งพัฒนา ศักยภาพผู้นำ เพื่อผลักดันตนเองสู่การเป็น คนภาครัฐยุคใหม่ที่ภาวะผู้นำนวัตกรรมและเทคโนโลยี กลายเป็นเกราะป้องกันสุดสำคัญในโลกการทำงานยุคนี้โลกยุคใหม่ที่เข้ามาปฏิวัติองค์กรภาครัฐ “ศักยภาพผู้นำ” จึงกลายเป็นสิ่งสำคัญเร่งด่วนที่บุคลากรองค์กรภาครัฐต้องพัฒนา

เมื่อปัญหาหรือความท้าทายการพัฒนาผู้นำในกลุ่มภาครัฐ ส่วนใหญ่กำลังเผชิญอยู่วันนี้ภก.คงเกียรติ ฉัตรหิรัญทรัพย์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท บียอนด์ เทรนนิ่ง จำกัด (Beyond Training) ผู้นำด้านการฝึกอบรมพัฒนาคนในองค์กรชั้นนำของไทย มีคำตอบ และพร้อมที่จะมาแนะ 5 เคล็ดลับแนวทางการทำงานขององค์กรภาครัฐอย่างไรให้สำเร็จ เพราะเชื่อว่าบุคลากรภาครัฐเองมีศักยภาพสูง และพร้อมที่จะพัฒนาสู่ผู้นำที่แข็งแกร่งได้ง่ายๆ โดยเริ่มจาก

1) ตระหนักรู้ (Awareness) ถึงเวลาแล้วที่คนภาครัฐต้องเร่งพัฒนา ศักยภาพผู้นำ เพื่อผลักดันตนเองสู่การเป็น คนภาครัฐยุคใหม่ ที่ให้ความสำคัญกับภาวะผู้นำ นวัตกรรมและเทคโนโลยี เพราะสิ่งเหล่านี้จะกลายเป็นเกราะป้องกันสุดสำคัญในโลกการทำงานยุคนี้

2) เก่งงาน เก่งคน ทันโลก (Change for growth) ความท้าทายที่คนในองค์กรภาครัฐส่วนใหญ่กำลังเผชิญอยู่ คือ คนภาครัฐมีศักยภาพสูง และพร้อมที่จะพัฒนาสู่ผู้นำที่แข็งแกร่งได้ แต่อาจติดอยู่ใน Comfort Zone ความมั่นคงพื้นฐานทางอาชีพ หรือรอเลื่อนขั้นตามอายุงาน ความท้าทายใหญ่อีกเรื่องของการพัฒนาผู้นำ คือ การเลือกแค่บางทักษะที่มองว่าจำเป็นต่อการทำงาน แต่ยังขาดการเติมเต็มชุดทักษะด้าน Soft Skill ที่สำคัญซึ่งมีผลต่อการสร้างภาวะผู้นำโดยตรง รวมทั้งอาจยังไม่ได้ปรับแผนการฝึกอบรมที่พัฒนาผู้นำแบบเป็นระบบครบวงจร ทันสมัย และทันต่อการเปลี่ยนแปลงในอนาคต ทำให้การพัฒนาผู้นำบางครั้งต้องหยุดชะงัก สิ่งสำคัญที่คนภาครัฐยุคใหม่ต้อง “เก่งงาน เก่งคน และเท่าทันการเปลี่ยนแปลง” จึงจะสามารถบริหารลูกทีมเพื่อพาองค์กรรับมือกับเทคโนโลยีดิจิทัลนวัตกรรมใหม่ๆ หรือความเปลี่ยนแปลงหลายอย่างที่เกิดขึ้นกับโลกการทำงานในปัจจุบันนี้ได้

3) มีกระบวนการพัฒนาที่ถูกต้อง (Development) การพัฒนาผู้นำภาครัฐยุคใหม่จะมุ่งเน้นการพัฒนาที่สามารถตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วของโลก ทำให้ผู้บริหารทุกระดับในองค์กรภาครัฐต้องให้ความสำคัญกับการบริหารและพัฒนาคนและจะไม่ใช่การเป็นผู้นำแค่ตำแหน่งหรืออายุงานแค่เพียงอย่างเดียวอีกต่อไป แต่ต้องบริหารคนให้มีประสิทธิภาพได้จริง ซึ่งการสร้างแนวทางบริหารคน บริหารงาน จำเป็นต้องผ่านการเรียนรู้ที่หลากหลาย ทั้งอบรมเชิงปฏิบัติการการโค้ชชิ่ง และเรียนรู้จากการลงมือทดลองทำโปรเจกท์ด้วยตนเอง ซึ่งการเรียนรู้ทั้งหมดนี้จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องผ่านขั้นตอนการฝึกอบรมจากหลักสูตรโปรแกรมระยะยาวที่มีมาตรฐาน เพื่อช่วยขัดเกลาผู้นำภาครัฐไปสู่ยุคผู้นำดิจิทัล ที่เก่งทั้งบริหารงานและคนอย่างแท้จริง

4) เลือกพัฒนาทักษะที่ถูกต้อง (Soft Skill) ตัวตนคนภาครัฐยุคใหม่ หากกล่าวให้เข้าใจง่ายก็คือ คุณต้องมีความเป็นผู้นำ(ยุคใหม่) ที่ปรับตัวไว เข้าใจการเปลี่ยนแปลง ทางสถาบันฝึกอบรมและพัฒนาผู้นำยุคใหม่ Beyond Training ได้ระบุถึงชุดทักษะสำคัญที่ผู้นำต้องเร่งพัฒนา จากประสบการณ์ความเชี่ยวชาญพัฒนาองค์กรทั้งภาครัฐและเอกชน รวมทั้งการค้นคว้าแหล่งข้อมูลที่เชื่อถือได้จาก Global Research ทั่วโลก จึงได้ข้อสรุปถึง Skill Set ที่สำคัญ และยังคงเป็นจุดอ่อนของคนภาครัฐส่วนใหญ่ คือ ความสามารถด้าน Coaching Skill (ทักษะการสอนงานและพัฒนาศักยภาพแก่ผู้ใต้บังคับบัญชา), Constructive Feedback Skill (ทักษะการให้ฟีดแบ๊ก หรือวิจารณ์ผลงานอย่างสร้างสรรค์เพื่อการพัฒนา), Change Management (การรับมือกับความเปลี่ยนแปลงของโลกธุรกิจทุกระดับ), Innovation Development Skill (เก่งนวัตกรรมและเทคโนโลยีใหม่) และสุดท้าย คือ Communication & Pitching Skill (ทักษะการสื่อสารภายในองค์กรและการสื่อสารเพื่อนำเสนอผลงานอย่างมีประสิทธิภาพ) ซึ่งชุดทักษะเหล่านี้ คือส่วนประกอบสำคัญของคำว่า Leadershipในองค์กรภาครัฐยุคใหม่

5) เลือกแผนฝึกอบรมที่มีมาตรฐานและสร้างผลลัพธ์จริง (Training Solutions) ช่วงกลางปี 2023 ที่ผ่านมา Beyond Training สถาบันฝึกอบรมและพัฒนาศักยภาพผู้นำยุคใหม่ ได้เปิดตัวหลักสูตรพัฒนาศักยภาพผู้นำยุคใหม่ (Adaptive Leadership Program)เป็นการพัฒนาทักษะผู้นำรูปแบบ TrainingProgram ระยะยาว ซึ่งเหมาะสมกับองค์กรภาครัฐ ที่อยู่ในช่วงพัฒนาผู้นำยุคใหม่ในระดับหัวหน้าแผนก ผู้อำนวยการฝ่ายไปจนถึงระดับผู้ว่าการ (ระดับ 6-10) โดยจุดเด่นที่ทาง Beyond Training นำเสนอเกี่ยวกับหลักสูตรนี้ คือ ความสะดวก ครบวงจร และสร้างผลลัพธ์จริง เป็นแผนฝึกอบรมที่จบในโปรแกรมเดียว ตั้งแต่การทำงาน Assessmentประเมินศักยภาพก่อนเริ่มโปรแกรม การเรียน E-Learning ทักษะสำคัญเพื่อปูพื้นฐานก่อนเข้าสู่ Workshop กับวิทยากรผู้เชี่ยวชาญระดับประเทศ เมื่อเข้าสู่ช่วงโค้งสุดท้ายของโปรแกรมผู้เรียนจะได้สัมผัสการทำ Project Pitching เพื่อนำเสนอผลงานจากผู้บริหารระดับสูง พร้อมกับสามารถสรุปความรู้และแผนกลยุทธ์การทำงานในอนาคตผ่าน Business Acumen Canvas ซึ่ง บียอนด์ฯ ก็เป็นตัวเลือกที่เหมาะสมกับการพัฒนาคนภาครัฐในยุคแห่งการเปลี่ยนแปลงเช่นนี้ และถือเป็นครั้งแรกที่องค์กรภาครัฐจะได้พัฒนาครบทุกทักษะที่ผู้นำภาครัฐยุคใหม่ต้องมี จากแผนการฝึกอบรมเพียงแค่โปรแกรมเดียว รายละเอียดติดตามได้ที่ https://beyondtraining.in.th/

โดยสรุป ผู้นำในหน่วยงานภาครัฐต้องสร้างระบบนิเวศในการทำงาน (Ecosystem) ที่เอื้อให้บุคลากรภาครัฐเกิดการเรียนรู้และพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง โดยการสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อให้การเรียนรู้และพัฒนาตนเอง การส่งเสริมให้มีการแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ การใช้เทคโนโลยีใหม่ๆ และการส่งเสริมให้บุคลากรภาครัฐมีความคิดสร้างสรรค์และความกล้าที่จะลองผิดลองถูก นอกจากนี้ การบริหารจัดการที่ดีของผู้นำภาครัฐ การมีวิสัยทัศน์และวิถีทางชัดเจน การมีการติดตามและประเมินผลการทำงานอย่างเป็นระบบ และการใช้ข้อมูลและเทคโนโลยีใหม่ๆ เพื่อปรับปรุงและพัฒนาการทำงานขององค์กร ก็เป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้องค์กรภาครัฐทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและสำเร็จ ดังนั้นหากองค์กรภาครัฐต้องการทำงานได้อย่างสำเร็จ ก็ต้องมุ่งเน้นไปที่การพัฒนาบุคลากรและการบริหารจัดการที่ดี

ผลวิจัยชี้ สารสกัดกระชายขาว ซี ซิงค์ ยับยั้งเชื้อไวรัส

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/756145

ผลวิจัยชี้ สารสกัดกระชายขาว ซี ซิงค์ ยับยั้งเชื้อไวรัส

ผลวิจัยชี้ สารสกัดกระชายขาว ซี ซิงค์ ยับยั้งเชื้อไวรัส

วันพุธ ที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

บริษัท อีทเวลล์ จำกัดร่วมกับ คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น คิดค้นวิจัยเกี่ยวกับสมุนไพรไทย และพัฒนา เม็ดอมสารสกัดกระชายขาวซี ซิงค์ ภายใต้แบรนด์ Eatwell Herbs พบว่า การได้รับปริมาณสารแพนดูเรทีน-เอ (Panduratin A)สารสำคัญที่พบในกระชายขาวในปริมาณที่เหมาะสม จะสามารถช่วยยับยั้งเชื้อไวรัสและไข้หวัดได้

ดร.จุฑามาศ อรุณานนท์ชัย กรรมการบริหารสายพัฒนาธุรกิจบริษัท อีทเวลล์ จำกัด กล่าวว่าเม็ดอมกระชายขาว ซี ซิงค์มีส่วนผสมหลัก ได้แก่ สารสกัดกระชายขาว วิตามินซี และซิงค์ ที่มีส่วนช่วยในการเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน อีกทั้งยังเลือกใช้พาลาทีนสารให้ความหวานแทนน้ำตาลที่มีค่าดัชนีน้ำตาลต่ำ (Low GI) จึงปลอดภัยต่อผู้ที่มีภาวะเบาหวาน และดีต่อสุขภาพ โดยได้ร่วมคิดค้นและพัฒนาร่วมกับ คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ตลอดจนการควบคุมการผลิตเองทั้งหมด ผ่านการรับรองโดย อย. ดังนั้น ผู้บริโภคจึงมั่นใจได้ในคุณภาพและความปลอดภัยนอกจากนี้ เม็ดอมสารสกัดกระชายขาว ซี ซิงค์ ภายใต้แบรนด์ Eatwell Herbs ยังได้รับรางวัล ผลิตภัณฑ์ดีเด่นแห่งปี ประจำปี 2565 โดยมูลนิธิเพื่อสังคมไทย

เม็ดอมสารสกัดกระชายขาวซี ซิงค์ ช่วยให้ชุ่มคอ บรรเทาอาการไอและเจ็บคอ มีส่วนช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน รสชาติทานง่าย ไม่ขม เสนอโปรพิเศษในเดือนกันยายนนี้ ซื้อ 2 ฟรี 1ในราคาเพียง 98 บาทจากปกติ 147 บาท ซื้อครบ 700 บาท ส่งฟรี (สินค้ามีจำกัด)สั่งซื้อผลิตภัณฑ์ได้ที่ Facebook : https://m.me/PalatyneHealthySweetener LINE@: https://lin.ee/iADtNKV หรือโทร.086-3695555

Anello เปิดตัว วอร์-วนรัตน์ แบรนด์แอมบาสซาเดอร์ พร้อมร่วมออกแบบกระเป๋าสีพิเศษในคอลเลคชั่นใหม่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/756133

Anello เปิดตัว วอร์-วนรัตน์ แบรนด์แอมบาสซาเดอร์ พร้อมร่วมออกแบบกระเป๋าสีพิเศษในคอลเลคชั่นใหม่

Anello เปิดตัว วอร์-วนรัตน์ แบรนด์แอมบาสซาเดอร์ พร้อมร่วมออกแบบกระเป๋าสีพิเศษในคอลเลคชั่นใหม่

วันพุธ ที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ANELLO (อเนลโล่) แบรนด์ผลิตภัณฑ์กระเป๋าแฟชั่นคุณภาพชื่อดังจากประเทศญี่ปุ่นจัดงานเปิดตัว The 1st anello Thailand Brand Ambassador อย่างเป็นทางการ ที่ได้ดาราดังอย่าง วอร์-วนรัตน์ รัศมีรัตน์ แฟนตัวยงกระเป๋า anello มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของแบรนด์ ภายใต้คอนเซ็ปต์งานที่มีชื่อว่า “anello Wa(r)nna be your bag” พร้อมเผยโฉมคอลเลคชั่นใหม่ล่าสุด ที่ลานลิฟต์แก้ว ชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์

anello x War Wanarat คอลเลคชั่นสุดพิเศษนี้เป็นโปรเจกท์แรกระหว่าง anelloThailand และ วอร์-วนรัตน์ รัศมีรัตน์ในฐานะ Brand Ambassador โดยคอลเลคชั่นสุดพิเศษชุดนี้สะท้อนตัวตนความเป็นวอร์ออกมาได้อย่างชัดเจน ถ่ายทอดออกมาอย่างลงตัวผ่านสี Mustard และสี Turquoise Blue พาเลทคู่สีเอกลักษณ์สำหรับคอลเลคชั่นนี้โดยเฉพาะ และเป็นผลงานชิ้นพิเศษที่ได้บอกเล่าเรื่องราวความเป็นตัวของตัวเองผ่านหลากหลายไลฟ์สไตล์ ที่มาจากตัวตนของวอร์ จนออกมาเป็น Exclusive Collaboration Box set ประกอบไปด้วยกระเป๋าสีพิเศษ รุ่น Cross Bottle ไซส์ Micro ซึ่งมาพร้อมกับพวงกุญแจและหมวกจากลายเส้นที่เห็นแล้วก็รู้เลยว่าใคร ความ Exclusive ยังไม่หมดเพียงเท่านี้ ยังมี Photo cards ที่มีเพียงคนที่ได้ครอบครองเท่านั้นถึงจะได้เห็น และ Rare Photo card ที่ไม่ได้มีทุกกล่องด้วยความลิมิเต็ดนี้จึงทำให้ได้รับความสนใจและการตอบรับอย่างล้นหลาม และขายหมดอย่างรวดเร็วตั้งแต่ช่วงเปิดตัวเลยทีเดียว

นอกจากนี้ ยังมีสินค้าอื่นที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ เรียกได้ว่าเป็น War’s choice กับกระเป๋าดีไซน์ที่วอร์เลือกใช้จริงจนแฟนคลับแห่ซื้อให้เป็นของขวัญ จนกลายมาเป็นไอเท็มเด็ดในแบบฉบับของวอร์โดยเฉพาะ เริ่มกันที่ซีรี่ส์ Cross Bottle ที่ใช้สี Exclusive จากคอลเลคชั่นพิเศษ แต่มาในรูปแบบไซส์ Regular ใหญ่จุใจ ตอบโจทย์การใช้งานทุกรูปแบบ ตามมาด้วยซีรี่ส์สุดฮิต Playful ด้วยดีไซน์กระเป๋าสุดเท่ ที่โดดเด่นด้วยการสกรีนโลโก้อเนลโล่ตัวใหญ่ไว้บนกระเป๋าด้านหน้า แม้ว่าจะเป็นกระเป๋าไซส์กะทัดรัดแต่จุของได้เยอะจนกลายเป็นอีกหนึ่งซีรี่ส์ Best sellerและทำให้อเนลโล่ต่อยอดมาเป็นซีรี่ส์ New playfulซีรี่ส์ฮิตที่ปรับโฉมใหม่ คงความโดดเด่นด้วยสไตล์โลโก้สกรีนผสมผสานเข้ากับกระเป๋าทรง Signatureอย่าง “Kuchigane” ทั้งดีไซน์และฟังก์ชั่นที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์และการใช้งาน เท่านั้นยังไม่พอไปต่อกันที่ซีรี่ส์ Retro กระเป๋าหนังสังเคราะห์รุ่นยอดนิยมตลอดกาลกับปากกระเป๋าที่กว้างเป็นเอกลักษณ์ อัปเกรดฟังก์ชั่นพร้อมจัดเต็มทุกการใช้งานสำหรับทุกคน ทั้งหมดนี้ออกแบบมาให้พิเศษสำหรับคอลเลคชั่นและงานเปิดตัวครั้งนี้โดยเฉพาะ

ไมคา ตามไท Chief Operation Officer-Minor Lifestyle กล่าวว่า “เป็นครั้งแรกในการเปิดตัวแบรนด์แอมบาสซาเดอร์คนแรกของอเนลโล่ ประเทศไทย ซึ่ง วอร์-วนรัตน์ ถือเป็นคนที่ตอบโจทย์ตัวตนของแบรนด์ได้ดีที่สุด เพราะนอกจากจะเป็นลูกค้าที่ใช้งานจริงของแบรนด์เราแล้ว ยังเป็นตัวแทนของคนรุ่นใหม่ที่มีความสามารถรอบด้านเหมือนกับกระเป๋า anello กระเป๋าที่มากฟังก์ชั่น และในปัจจุบันอเนลโล่ก็ยังมีสินค้าหลายขนาดหลายสไตล์ เพื่อให้ตอบโจทย์การใช้งานกับคนทุกกลุ่ม จากฐานลูกค้าของเราที่ผ่านมาพบว่ากลุ่มลูกค้าใหม่ของเราชอบในความเป็นกระเป๋าที่ได้ทั้ง Function & Lifestyle รวมไปถึงลูกค้าเก่าที่เคยได้ใช้แล้ว หากนึกถึงกระเป๋าที่สามารถใช้งานได้จริง และรูปทรงสวยงามก็จะกลับมาที่แบรนด์ นอกจากนี้ เรายังใส่ใจในเรื่องของสิ่งแวดล้อมจากไอเดียและการร่วมมือกับผู้นำนวัตกรรมการย่อยสลายขวดพลาสติกชั้นนำของโลก จากคอลเลคชั่นที่ได้เปิดตัวไปก่อนหน้านำมาสู่คอลเลคชั่นล่าสุดนี้ถือเป็นการนำเสนอแนวคิดที่สอดรับกับกลุ่มเป้าหมายคนรุ่นใหม่ในปัจจุบันที่ต้องการทั้งสินค้าที่ตอบโจทย์การใช้งานในชีวิตประจำวันและยังใส่ใจสิ่งแวดล้อมไปพร้อมๆ กัน”

วอร์-วนรัตน์ รัศมีรัตน์ แบรนด์แอมบาสซาเดอร์ของอเนลโล่ ประเทศไทย กล่าวว่า“ชื่นชอบที่อเนลโล่มีการออกแบบที่ตอบโจทย์การใช้งาน ทั้งรูปแบบ สี ดีไซน์มีให้เลือกเยอะมาก และคอลเลคชั่นในครั้งนี้ผมได้มีบทบาทเข้าไปร่วมพัฒนากับทางอเนลโล่ ถ่ายทอดตัวตนและไลฟ์สไตล์ของผมออกมาอย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะเป็นโทนสีที่เลือกใช้ ขนาด รวมถึงการวาดลายเส้นลงบน Box Set ต้องขอบคุณทางทีมอเนลโล่ที่คอยช่วยเหลือและสนับสนุนไอเดียของผมอย่างเต็มที่ เป็นประสบการณ์ใหม่ที่ทั้งสนุกและตื่นเต้น เชื่อว่าทุกคนที่ได้เห็นจะต้องชื่นชอบอยากเป็นเจ้าของ หากใครที่กำลังมองหากระเป๋าที่มีทั้ง Function & Lifestyle ผมเชื่อว่าอเนลโล่จะเป็นตัวเลือกที่ดีและจะกลายมาเป็นกระเป๋าคู่ใจติดตัวไปในทุกๆ วัน อย่างแน่นอนครับ”

เฉลิมพระเกียรติ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ โครงการหนึ่งตำบล หนึ่งหมู่บ้านยั่งยืน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/756125

เฉลิมพระเกียรติ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ   โครงการหนึ่งตำบล หนึ่งหมู่บ้านยั่งยืน

เฉลิมพระเกียรติ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ โครงการหนึ่งตำบล หนึ่งหมู่บ้านยั่งยืน

วันพุธ ที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย น้อมนำแนวพระดำริเรื่อง “หมู่บ้านยั่งยืน” (Sustainable Village) ของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีนารีรัตนราชกัญญา มาดำเนินการขับเคลื่อนโครงการ “หนึ่งตำบล หนึ่งหมู่บ้านยั่งยืน”เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนในหมู่บ้านให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ลดความเหลื่อมล้ำพร้อมทั้งขับเคลื่อนเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน (Sustainable Development Goals : SDGs) ด้วยการน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาประยุกต์ใช้ ภายใต้เป้าหมายการสร้างความยั่งยืนให้ครอบคลุมในทุกมิติ ทั้งด้านสังคม เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อม เพื่อให้เกิดการพึ่งพาตนเองของประชาชนในหมู่บ้าน

ด้วยปณิธานของนักปกครองท้องที่ในการ “บำบัดทุกข์ บำรุงสุข” ให้แก่พี่น้องประชาชน “กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน” ผู้ที่ทำงานใกล้ชิดประชาชนในพื้นที่มากที่สุดจึงมีความเข้าใจในปัญหา ศักยภาพและบริบทของพื้นที่ เพื่อพัฒนาหมู่บ้าน สร้างความเข้มแข็งจากฐานรากให้เกิดความยั่งยืนในระยะยาว ซึ่งสิ่งสำคัญในการขับเคลื่อนหมู่บ้านยั่งยืน คือ “ผู้นำ” ที่มี “ใจ” ในการทำงาน โดยกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และ 7 ภาคีเครือข่าย (ภาครัฐ ภาคศาสนา ภาควิชาการ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม ภาคสื่อสารมวลชน และภาคประชาชน) ได้บูรณาการการทำงาน สร้างทีมหมู่บ้านขึ้นมาเพื่อร่วมกันขับเคลื่อนหมู่บ้านยั่งยืนให้เกิดผลเป็นรูปธรรม โดยบ้านนา หมู่ที่ 6 ต.เนินมะปรางอ.เนินมะปราง จ.พิษณุโลก และบ้านคำประมงหมู่ที่ 4 ต.สว่าง อ.พรรณนานิคม จ.สกลนคร ถือเป็นต้นแบบที่ได้ถูกนำมาถ่ายทอดเรื่องราวความสำเร็จในการบริหารจัดการเชิงพื้นที่จนพัฒนาไปสู่การเป็นหมู่บ้านยั่งยืนอย่างเป็นรูปธรรม

ขวัญเรียม รินถา ผู้ใหญ่บ้าน บ้านนาได้น้อมนำพระราชดำริของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีมาประยุกต์ใช้ทั้งในเรื่องบ้านนี้มีรัก ปลูกผักกินเอง และทางนี้มีผลผู้คนรักกัน เป็นการปลูกผักริมรั้วริมทางที่อนุญาตให้คนอื่นเก็บเอาไปกิน หรือนำไปแลกเปลี่ยนกัน พร้อมทั้งให้ความสำคัญกับการเพาะปลูกผักสวนครัวอย่างถูกวิธี เรียนรู้ด้านการทำเกษตรกรรมให้เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมและวิถีชีวิตของชาวบ้าน เนื่องจากชาวบ้านสามารถแบ่งปันผักจากสวนครัวของตนกับเพื่อนบ้านได้ ทำให้ทุกคนมีแหล่งอาหารสำหรับบริโภคโดยไม่ขาดแคลนตลอดทั้งปี และสามารถเข้าถึงแหล่งอาหารได้อย่างเท่าเทียมกัน ซึ่งการสร้างความมั่นคงทางอาหารที่ยั่งยืนนี้ต้องอาศัยความร่วมมือจากทั้ง 7 ภาคีเครือข่าย รวมไปถึงคณะกรรมการหมู่บ้านที่เป็นกลไกสำคัญในการพัฒนาหมู่บ้าน และด้วยความร่วมมือร่วมใจกันทำให้เกิดความรัก ความสามัคคีภายในหมู่บ้านอันเป็นต้นทุนสำคัญในการนำพาหมู่บ้านไปสู่หมู่บ้านยั่งยืนที่สามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างแท้จริงในมิติอื่นๆ ต่อไป

ด้าน ไพวรรณ์ ทิลารักษ์ ผู้ใหญ่บ้านบ้านคำประมงได้รับแรงบันดาลใจของการพัฒนากลุ่มทอผ้าครามบ้านคำประมงมาจากความสำเร็จของบ้านดอนกอย หรือดอนกอยโมเดล ซึ่งเป็นโครงการกลุ่มผ้าทอย้อมครามต้นแบบในพรรณนานิคม จ.สกลนคร นำมาประยุกต์ให้เข้ากับต้นทุนที่มีอยู่เดิมในเรื่องความชำนาญในการทอผ้าของชาวบ้านทำให้ผ้าย้อมครามของบ้านคําประมงมีความโดดเด่นในเรื่องสีสันที่หลากหลาย ดูสวยงามแปลกตา และมีเอกลักษณ์ สามารถสร้างรายได้เฉลี่ยของหมู่บ้านเพิ่มจากเดิม 40,000 บาทมาเป็น 50,000 บาท โดยบ้านคำประมงได้คว้ารางวัลการประกวดระดับจังหวัดมาหลายต่อหลายครั้ง แต่สิ่งที่มากกว่าการได้รับรางวัลคือการที่หมู่บ้านได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่องและยั่งยืนจากความร่วมมือของทุกคนในหมู่บ้าน

จากการปฏิบัติหน้าที่ของผู้ใหญ่บ้านทั้ง 2 ท่านทำให้เห็นว่ากำนัน ผู้ใหญ่บ้านมีความสำคัญต่อการพัฒนาหมู่บ้านเป็นอย่างมาก และยังถือว่าเป็นนักปกครองท้องที่ผู้เป็นด่านหน้าในการ “บำบัดทุกข์ บำรุงสุข” เพื่อส่วนรวม โดยหมู่บ้านตัวอย่างทั้งบ้านนา และบ้านคำประมง นับเป็นต้นแบบความสำเร็จในการบริหารจัดการเชิงพื้นที่จนสามารถพัฒนาไปสู่การเป็นหมู่บ้านยั่งยืน สามารถนำมาใช้เป็นแบบอย่างในการขยายผลไปยังหมู่บ้านอื่นๆ ทั่วประเทศ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในหมู่บ้านให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น และทำให้ประชาชนมีความสุขอย่างยั่งยืนต่อไป

เปิดตัว ‘S&P Mooncake 2023 สุข สมหวัง ดั่งใจปอง’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/756134

เปิดตัว ‘S&P Mooncake 2023 สุข สมหวัง ดั่งใจปอง’

เปิดตัว ‘S&P Mooncake 2023 สุข สมหวัง ดั่งใจปอง’

วันพุธ ที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

เอสแอนด์ พี ครบรอบ 50 ปีจัดงานแถลงข่าว “เทศกาลไหว้พระจันทร์ ปี 2023” ภายใต้คอนเซ็ปต์ “ของขวัญจากพระจันทร์ สุข สมหวังดั่งใจปอง” พร้อมเปิดตัวขนมไหว้พระจันทร์2 รสชาติใหม่ “ขนมไหว้พระจันทร์ไส้เกาลัดกับชาอู่หลง”และ “ขนมไหว้พระจันทร์ไส้บัวมันม่วง” พร้อมด้วย “ขนมไหว้พระจันทร์ชุดมงคลแห่งปี”โดยมี ภัทรา ศิลาอ่อน ประธานกรรมการ, วิทูร ศิลาอ่อน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร, กำธร ศิลาอ่อน ประธานเจ้าหน้าที่สายการเงินและการผลิต, อรรถ ประคุณหังสิตประธานเจ้าหน้าที่สายปฏิบัติการธุรกิจ S&P และมณีสุดา ศิลาอ่อนประธานเจ้าหน้าที่สำนักพัฒนาความยั่งยืนและสื่อสารองค์กร พร้อมแขกรับเชิญสุดพิเศษ ก้อย-อรัชพร โภคินภากรนักแสดงและยูทูบเบอร์สาวหมวยสุดฮอต มาร่วมพูดคุยและร่วมกิจกรรมสุดพิเศษในงาน ณ เอส แอนด์ พี ฮอลล์ สุขุมวิท 26

อรรถ ประคุณหังสิต ประธานเจ้าหน้าที่สายปฏิบัติการธุรกิจ S&P กล่าวถึงเทศกาลไหว้พระจันทร์ในปีนี้ว่า “เนื่องในโอกาสที่ เอส แอนด์ พี ฉลองครบรอบ 50 ปี และเป็นผู้นำตลาดขนมไหว้พระจันทร์ เรามีขนมไหว้พระจันทร์ให้เลือกหลากหลายถึง 16 รสชาติ (20 ไส้)โดยในปีนี้เราเปิดตัวขนมไหว้พระจันทร์2 รสชาติใหม่ ได้แก่ ขนมไหว้พระจันทร์ไส้เกาลัดและชาอู่หลง และขนมไหว้พระจันทร์ไส้บัวมันม่วง เพื่อสร้างประสบการณ์แปลกใหม่ ให้ลูกค้าได้ลิ้มลอง”

นอกจากนี้ เอส แอนด์ พียังจำหน่ายขนมไหว้พระจันทร์ชุดมงคลแห่งปี ได้แก่ ขนมไหว้พระจันทร์ชุดมั่งคั่ง, ขนมไหว้พระจันทร์ชุดมั่งมี, ขนมไหว้พระจันทร์ชุดโชคดี, ขนมไหว้พระจันทร์ชุดหมอนทองมงคล แต่ละชุดได้คัดสรรขนมไหว้พระจันทร์รสชาติขายดี และมีความหมายอันเป็นมงคล อีกทั้งยังเป็นการเพิ่มความสะดวกในการเลือกซื้อให้กับลูกค้า เพราะนำไส้ที่ขายดีเข้ามาอยู่ในแต่ละชุดมงคลอีกด้วย

ด้าน มณีสุดา ศิลาอ่อน ประธานเจ้าหน้าที่สำนักพัฒนาความยั่งยืนและสื่อสารองค์กร กล่าวเพิ่มเติมว่า “ขนมไหว้พระจันทร์ของเอส แอนด์ พีผ่านการคัดสรรแต่วัตถุดิบที่ดีมีคุณภาพ พิถีพิถันใส่ใจในทุกขั้นตอนกระบวนการผลิต โดยปีนี้หยิบยกปีกระต่ายทองที่เปรียบเสมือนสัญลักษณ์ของความมีอายุยืนยาว สันติภาพและความเจริญรุ่งเรือง และได้แรงบันดาลใจจากหญิงสาวชาวจีนมาประดับลงบนกล่องขนมไหว้พระจันทร์ และยังคงเอกลักษณ์ เปลือกบางไส้หนานุ่มเหมือนเดิม”

ไฮไลท์การร่วมพูดคุยไปกับ ก้อย-อรัชพร โภคินภากร นักแสดงและยูทูบเบอร์ที่มาเปิดประสบการณ์ลงมือทำขนมไหว้พระจันทร์รสชาติใหม่ครั้งแรก และร่วมเล่นเกมส์ “จิบชา ชิมจันทร์” ทายรสชาติขนมไหว้พระจันทร์รสชาติต่างๆ พร้อมแนะนำวิธีทานขนมไหว้พระจันทร์คู่กับน้ำชาให้ได้รสชาติที่ดีมากยิ่งขึ้น สร้างความสนุกสนานภายในงานได้เป็นอย่างดี

ลิ้มลองรสชาติ ความเป็นมงคลในเทศกาลไหว้พระจันทร์ กับ S&P Mooncake 2023 สุข สมหวัง ดั่งใจปองด้วยโปรโมชั่นต่างๆ เพื่อแฟนคลับ S&P อาทิ ลูกค้า S&P รับส่วนลด 10% และสำหรับหน้าร้านรับส่วนลด 20% ทุกวันพุธ (ยกเว้นสาขาในสนามบิน) หรือสั่งซื้อได้ทาง GrabFood, Lineman, Foodpandaและโรบินฮู้ด สำหรับลูกค้าที่ต้องการสั่งซื้อจำนวนมาก รับส่วนลด 20% เมื่อสั่งซื้อตั้งแต่ 50 ชิ้นขึ้นไป หรือซื้อครบ 250 ชิ้น รับขนมไหว้พระจันทร์เพิ่มอีก 10 ชิ้น พร้อมบริการจัดส่งฟรี ตลอดระยะเวลาเทศกาลไหว้พระจันทร์

สมาคมศิษย์เซนต์ฟรังฯ ร่วมปันมอบพลังใจให้น้องบ้านพักฉุกเฉิน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/756136

สมาคมศิษย์เซนต์ฟรังฯ ร่วมปันมอบพลังใจให้น้องบ้านพักฉุกเฉิน

สมาคมศิษย์เซนต์ฟรังฯ ร่วมปันมอบพลังใจให้น้องบ้านพักฉุกเฉิน

วันพุธ ที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

สมาคมศิษย์เซนต์ฟรังซีสซาเวียร์ในพระบรมราชินูปถัมภ์ นำโดย ดร.ศศมณฑ์สงวนสิน นายกสมาคม นำทีมคณะกรรมการสมาคมฯ พร้อมศิษย์เซนต์ฟรังฯ ร่วมสร้างสรรค์กิจกรรม “ร่วมปันรักสุขใจ มอบพลังใจให้น้อง” แบ่งปันความรัก และความสุข ให้กับเด็กๆ ที่ขาดแคลนความรัก ความอบอุ่น ที่พักอาศัยอยู่ในบ้านพักฉุกเฉิน ดอนเมือง หรือ สมาคมส่งเสริมสถานภาพสตรี ในพระอุปถัมภ์ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลีกรมหมื่นสุทธนารีนาถ ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ 10 กันยายน 2566

ดร.ศศมณฑ์ สงวนสิน นายกสมาคมศิษย์เซนต์ฟรังซีสซาเวียร์ ในพระบรมราชินูปถัมภ์กล่าวว่า สมาคมศิษย์ฯ มีความตั้งใจที่จะมีส่วนช่วยสร้างอนาคตที่ดีกว่าสำหรับผู้หญิงที่ได้รับผลกระทบจากความรุนแรงในครอบครัว การทอดทิ้ง และการตั้งครรภ์โดยไม่ได้วางแผน ภารกิจในการมีส่วนร่วมอย่างแข็งขันในการยกระดับชีวิตของเด็กกลุ่มเปราะบางที่อาศัยอยู่ในสถานสงเคราะห์ฉุกเฉิน เหล่านี้ คือการให้การสนับสนุนกำลังใจเครื่องอุปโภค-บริโภคตามความต้องการหรือการให้คำแนะนำ คำปรึกษา เพื่อเพิ่มศักยภาพให้กับเยาวชนเหล่านี้ และช่วยให้พวกเขาสร้างชีวิตใหม่ด้วยความมั่นใจและมีความสุข จะทำให้พวกเขาสามารถกลับคืนสู่สังคมได้อีกครั้งอย่างประสบความสำเร็จ

“กิจกรรม ร่วมปันรักสุขใจ มอบพลังใจให้น้อง ในวันนี้สมาคมศิษย์ฯ ได้นำสิ่งของอุปโภค-บริโภคที่จำเป็น มามอบให้ ซึ่งจะเป็นการสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อชีวิตของเด็กๆ ได้เป็นอย่างดี และมุ่งหวังที่จะปลูกฝังความรู้สึกเห็นอกเห็นใจ ความมีน้ำใจ การแบ่งปัน ที่สามารถช่วยให้พวกเขาเอาชนะประสบการณ์ที่ไม่ดีในอดีตและเจริญเติบโตในสภาพแวดล้อมที่ได้รับการดูแล ก่อนที่จะก้าวสู่โลกภายนอกพร้อมเป็นพลังบวกให้แก่สังคมต่อไป”

บ้านพักฉุกเฉิน สมาคมส่งเสริมสถานภาพสตรี ในพระอุปถัมภ์ฯเป็นองค์กรการกุศลเพื่อช่วยเหลือสตรีและเด็กที่เผชิญกับปัญหาความท้าทายต่างๆ รวมถึงปัญหาความรุนแรงในครอบครัว ถูกทอดทิ้ง ท้องไม่พร้อม ติดเชื้อ HIV/AIDS ซึ่งนอกจากเด็กๆ เหล่านี้จะมีที่พักพิงแล้ว ยังมีโอกาสได้ ฝึกอาชีพ รวมถึงการให้คำปรึกษา เพื่อสร้างความพร้อมและความเชื่อมั่นให้เธอเหล่านั้นสามารถกลับออกไปใช้ชีวิตในสังคมได้อย่างปกติสุข

ผู้มีจิตศรัทธาสามารถร่วมส่งกำลังใจและแบ่งปันความรักให้พวกเขาเหล่านั้นได้ โดยสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร.02-9292301-3 หรือ www.apsw-thailand.org