รู้จัก ‘หมอชัย วัชรงค์’ จากนักวิชาการเกษตร สู่ ‘โฆษกรัฐบาล’ คนใหม่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/558452

13 ก.ย. 2566

รู้จัก 'หมอชัย วัชรงค์' จากนักวิชาการเกษตร สู่ 'โฆษกรัฐบาล' คนใหม่

ไม่พลิก มติ ครม. เห็นชอบตั้ง “นสพ.ชัย วัชรงค์” หรือ หมอชัย จากคณะทำงานด้านนโยบายการเกษตรพรรคเพื่อไทย นั่งเก้าอี้ “โฆษกรัฐบาล” แบบไร้คู่แข่ง

13 ก.ย. 2566 การประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) นัดแรก ในวันนี้มีวาระที่สำคัญหลายวาระด้วยกัน รวมถึงการวาระเห็นชอบแต่งตั้ง “นายสัตวแพทย์ชัย วัชรงค์” หรือ หมอชัย คณะทำงานด้านนโยบายการเกษตรพรรคเพื่อไทย  ดำรงตำแหน่งโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี หรือที่เรียกกันว่า โฆษกรัฐบาล คนใหม่ แบบไร้คู่แข่ง หลัง นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช หรือ หมอมิ้ง เลขาธิการนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการนโยบายพรรคเพื่อไทย (พท.) นำชื่อ หมอชัย เสนอต่อที่ประชุม ครม. พิจารณา ส่วนตำแหน่งรองโฆษกประจำสำนักนายกมนตรี ยังไม่มีการเสนอ 

นายสัตวแพทย์ชัย วัชรงค์นายสัตวแพทย์ชัย วัชรงค์


ทั้งนี้ มีรายงานว่า ภายหลังการประชุม ครม.นัดแรกในวันนี้  กองงานโฆษก สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ได้เชิญ “หมอชัย” เข้ากลุ่มไลน์ “รังนกกระจอก” ซึ่งเป็นห้องสื่อสารของทีมโฆษกรัฐบาลกับสื่อมวลชน

สำหรับ นสพ.ชัย วัชรงค์ หรือ หมอชัย เป็นผู้สมัคร สส. บัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 91  และเป็นนักวิชาการด้านการเกษตรสมัยใหม่ คณะกรรมการด้านเศรษฐกิจและการเกษตร พรรคเพื่อไทย 

หมอชัย จบการศึกษาจากสัตวแพทยศาสตรบัณฑิต จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย  

มติ ครม. เห็นชอบ นสพ.ชัย วัชรงค์ เป็นโฆษกรัฐบาล มติ ครม. เห็นชอบ นสพ.ชัย วัชรงค์ เป็นโฆษกรัฐบาล

มีประสบการณ์การทำงานในตำแหน่ง Managing Director ที่  บริษัท แนคโคห์แลน จำกัด (Knack Kohlan) ซึ่งเป็นธุรกิจร้านขายปลีกสัตว์เลี้ยง อาหารสัตว์ และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง  

และยังดำรงตำแหน่งกรรมการผู้จัดการ บริษัท แนคเนเจอร์ จำกัด ซึ่งประกอบกิจการค้าเครื่องมือเครื่องใช้ทางการเกษตรทุกชนิดทุกประเภท รวมทั้งอุปกรณ์ทางการเกษตร โดยบริษัท แนคเนเจอร์ จำกัด เป็นเจ้าของผลิตภัณฑ์ “ยาสีฟันแนคเนเจอร์” ยาสีฟันสมุนไพร

นอกจากนี้ หมอชัย ยังเป็นนายกสมาคมอนุรักษ์และพัฒนาไก่พื้นเมืองไทย, อุปนายกสมาคมนกพิราบแข่งนานาชาติ และเป็นผู้ดำเนินรายการคุยจริงใจสไตล์หมอชัย  ที่มีเกษตรกรติตตามรายการจำนวนมาก 
 

หมอชัย นั่งโฆษกรัฐบาล หมอชัย นั่งโฆษกรัฐบาล

สำหรับเส้นทางในงานการเมือง หมอชัย 


ย้อนไปในรัฐบาลยุคของ นายทักษิณ ชินวัตร หมอชัย และ แอ๊ด คาราบาว เคยเคลื่อนไหวให้มีการแก้กฎกระทรวงมหาดไทย เรื่องการใบอนุญาตชนไก่ จนเป็นผลสำเร็จ และต่อมาในช่วงไข้หวัดนกระบาด ก็ได้ออกมาเรียกร้องให้รัฐบาลผ่อนผันให้มีการใช้วัคซีนในสัตว์ปีก

ต่อมาในสมัยรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี หมอชัย ในบทบาทนักวิชาการอิสระ ได้ลุกขึ้นโต้ นพ.วรงค์ เดชวิกรม อดีต สส.ปชป. เกี่ยวกับประเด็นนโยบายจำนำข้าว 


อย่างไรก็ตาม หมอชัย นับว่ามีส่วนเกี่ยวข้องในการจัดทำนโยบายพรรคเพื่อไทยมาตั้งแต่ต้น โดยเน้นหนักที่นโยบายด้านการเกษตร

‘จุลพันธ์’ เผย ครม.เห็นชอบปรับลด น้ำมันดีเซล-ค่าไฟฟ้า ขยาย VAT 7 %ต่ออีก 1 ปี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/558450

13 ก.ย. 2566

'จุลพันธ์' เผย ครม.เห็นชอบปรับลด น้ำมันดีเซล-ค่าไฟฟ้า ขยาย VAT 7 %ต่ออีก 1 ปี

‘จุลพันธ์’ เผย ครม.เห็นชอบปรับลดน้ำมันดีเซล 2.50 บาท ค่าไฟฟ้าเหลือ 4.10 บาท ขยาย VAT 7 % ต่ออีก 1 ปี พร้อมเร่งอนุมัตินโยบายพักหนี้เกษตรกร

นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคลัง เปิดเผยถึงการพิจารณาปรับลดน้ำมันดีเซลว่า ล่าสุด ครม. เห็นชอบ ปรับลดราคาน้ำมันดีเซลลงอีก 2.50 บาท เหลือประมาณ 30 บาทต่อลิตร โดยต้องรอราชกิจจานุเบกษาประกาศและมีผลบังคับใช้ครั้งแรกวันที่ 20 ก.ย. 

โดยในส่วนของค่าไฟฟ้า จะมีการปรับลดเหลือ 4.10 บาทต่อหน่วย จากเดิมอยู่ที่ 4.45 บาท และยืนยันจะใช้ทันรอบบิลเดือนกันยายน

ทั้งนี้ ครม. ได้เห็นชอบปรับมูลค่าภาษี VAT 7% ไปจนถึง 30 ก.ย. ปี 67 ซึ่งเป็นเรื่องภาษีปีต่อปี ครั้งนี้ก็เป็นอีกครั้งหนึ่ง เพราะภาระของประชาชน ค่าใช้จ่ายต่างๆยังสูงอยู่ ทาง ครม.ก็เห็นชอบการปรับลดภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% ไปอีก 1 ปี

นายจุลพันธ์ กล่าวว่า ทั้งหมดนี้มีโอกาสปรับลดได้อีก โดยเฉพาะในเรื่องค่าไฟฟ้า เบื้องต้นนายกรัฐมนตรีสั่งการให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานนำเรื่องนี้ไปพิจารณาต่อ มั่นใจว่าจะหากลไก เข้ามาช่วยเหลือพี่น้องประชาชนต่อไป 

ส่วนนโยบายเงินดิจิทัล 1 หมื่นบาท หรือ Digital wallet นายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ตั้งคณะกรรมการขึ้นมา เพื่อหารือและวางกรอบระยะเวลาให้เหมาะสม ยืนยันการใช้เงินจะต้องไม่ให้เป็นภาระหนี้สาธารณะ เลือกใช้เงินงบประมาณเป็นหลักและจะไม่มีการกู้เงินเพิ่ม

ส่วนเรื่องการพักหนี้เกษตรกรมีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมา ทั้งเรื่องเกษตรกร ธุรกิจ SME ซึ่งตรงนี้ นายกรัฐมนตรีมอบหมายให้ตนเป็นผู้ดำเนินการ ซึ่งได้ทำงานไปเยอะแล้ว แต่ในเรื่องของกลไกที่จะต้องใช้ ต้องเริ่มด้วย มติครม.ในวันนี้ จึงจัดตั้งคณะกรรมการขึ้นไปดำเนินการกับหน่วยงานต่างๆ รวมถึงต้องผ่านบอร์ดรัฐวิสาหกิจที่มีความเกี่ยวข้องและส่งเรื่องกลับมายังกระทรวงการคลัง เพื่อส่งเข้าที่ประชุม ครม.อนุมัติ โดยนายกรัฐมนตรีให้กรอบระยะเวลาดำเนินการ 2 สัปดาห์ โดยตนจะเร่งให้เร็วที่สุด แต่ขณะนี้ยังไม่มีความชัดเจนว่าจะเข้า ครม.อีกครั้งเมื่อไร แต่ถือเป็นเรื่องที่ต้องให้ความสำคัญ   

ขณะที่นโยบายเกษตรกรให้ความเห็นชอบพักหนี้ทั้งต้นและดอก เป็นหน้าที่และภาระของรัฐบาลที่ต้องเข้าไปสนับสนุน เบื้องต้นอยู่ระหว่างหารือกับ ธกส. แต่การพักหนี้แล้ว ต้องนึกถึงเรื่องความสภาพความเป็นอยู่ เพราะขณะนี้เข้าไปถึงแหล่งเงินทุนไม่ได้ ทำให้ต่อยอดไม่ได้ เบื้องต้นจะมีนโยบายประกอบกับการพักหนี้ การปรับโครงสร้างหนี้สินต่างๆเพื่อให้มีช่วงพักหนี้ ทำให้เกษตรกรมีรายได้มากขึ้น นำไปหักลบเงินต้นและดอกเบี้ย หลังจากผ่านพ้นช่วงนี้ไปได้แล้ว จะทำให้มีหนี้สินลดน้อยลง และมีโอกาสเข้าถึงแหล่งเงินทุน เพื่อจะประกอบอาชีพต่อไป 

ส่วนนโยบายอื่นๆ อย่างภาคการเกษตร ที่กระทรวงอื่นรับผิดชอบ ก็จะเข้ามาสนับสนุนในเรื่องการเพิ่มมูลค่าต่อไร่และดูแลเรื่องการขายสินค้า เชื่อว่า จะทำให้ชีวิตของพี่น้องเกษตรกรดีขึ้นอย่างแน่นอน 

‘รองประธานสภาฯ’ นัดถก ‘ประธาน กมธ.’ อีกรอบ ขีดเส้น 21 ก.ย. ต้องจบ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/558448

13 ก.ย. 2566

'รองประธานสภาฯ' นัดถก 'ประธาน กมธ.' อีกรอบ ขีดเส้น 21 ก.ย. ต้องจบ

พิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน ‘รองประธานสภาฯ’ นัดถก ‘ประธาน กมธ.’ อีกรอบ ขีดเส้น 21 ก.ย. ต้องจบ หากตกลงกันไม่ได้เตรียมให้จับสลากโยนเข้า กมธ.ลงมติ ยืนยันหาก กกต.รับรอง สส.ระยอง ‘ก้าวไกล’ ได้โควตาอีก 1 เก้าอี้

ที่รัฐสภา นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร ในฐานะผู้รับผิดชอบแบ่งสรรโควตากรรมาธิการสามัญ สภาผู้แทนราษฎร เปิดเผย ถึงความคืบหน้าการจัดสรรตำแหน่งประธานกรรมาธิการ (ประธาน กมธ.)ว่า จะต้องได้ข้อยุติในสัปดาห์หน้า โดยในวันนี้ (13 ก.ย.) ได้ออกหนังสือเชิญพรรคการเมือง ประชุมในวันที่ 21 กันยายน 2566 นี้ เวลา 13.30 น. เพื่อพูดคุยตกลงกันอีกครั้ง
 

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎรนายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร

“และหากไม่สามารถตกลงกันได้อีก ก็จะต้องจับสลาก และหากไม่ยินยอมกัน ก็ต้องใช้ข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ให้กรรมาธิการแต่ละคณะไปตกลงกันเองในที่ประชุมในทุกคณะเพราะไม่สามารถรอได้แล้ว เนื่องจากมีปัญหาของประชาชน ที่รอการพิจารณาดำเนินการแก้ไข และตามความเป็นจริง จะต้องมีกรรมาธิการ และมีประธานมาทำงานแล้ว ไม่ใช่ทอดเวลาให้เนิ่นนานขนาดนี้ จึงขอให้พรรคที่มีปัญหาคิดให้ดี ไม่เช่นนั้น สิ่งที่อยากจะได้ ก็จะไม่ได้สักอย่าง”

นายพิเชษฐ์ ยังยอมรับด้วยว่า หากให้มีการลงมติเลือกกันเองในกรรมาธิการ รัฐบาลก็จะได้เปรียบ ดังนั้น ในวันที่ 21 กันยายนนี้ ก็จะประชุมตกลงกัน เพื่อให้เสร็จสิ้น พร้อมย้ำว่า การตัดสินใจนี้ เป็นการทำตามหน้าที่ เพื่อหาข้อยุติ มิเช่นนั้น ก็จะไม่สามารถเดินหน้าทำงานได้ ดังนั้น พรรคการเมือง จะทำตามใจตัวเองไม่ได้ เพราะเป็นปัญหาของส่วนรวม

ส่วนกรณีที่พรรคก้าวไกลได้ สส.เพิ่มมาอีก 1 คนจากการเลือกตั้งซ่อมระยองเขต3 จะได้สัดส่วนประธานกรรมาธิการเพิ่มอีก 1 คนหรือไม่นั้น นายพิเชษฐ์ ระบุว่า ขณะนี้ ยังไม่ได้มีประกาศรับรองการเป็น สส. จากคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. 

หากจนถึงวันที่ 21 กันยายน ยังไม่มีการรับรอง ก็จะต้องเดินหน้าตกลงเรื่องตำแหน่งประธาน กมธ. เพราะไม่สามารถรอได้ แต่หากมีการรับรองก่อนวันดังกล่าว พรรคก้าวไกล ก็จะได้ตำแหน่งประธานกรรมาธิการเพิ่มอีก 1 ตำแหน่งตามหลักการ

มติ ครม. เคาะ ‘พักหนี้’ เกษตรกร-ธุรกิจขนาดเล็ก 3 ปี ไฟเขียวลด ‘ค่าไฟฟ้า’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/558446

13 ก.ย. 2566

มติ ครม. เคาะ 'พักหนี้' เกษตรกร-ธุรกิจขนาดเล็ก 3 ปี ไฟเขียวลด 'ค่าไฟฟ้า'

ที่ประชุม ครม. เคาะ ‘พักหนี้’ เกษตรกร และธุรกิจขนาดเล็ก เป็นเวลา 3 ปี พร้อม ไฟเขียวลด ‘ค่าไฟฟ้า’ เหลือ 4.10 บาท เริ่มบิล เดือน ก.ย. นี้

นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี ว่าที่ประชุม ครม. ได้จัดตั้งคณะกรรมการจัดงานพระราชพิธีเฉลิมพระเกียรติ ครบ 6 รอบ 72 พรรษาของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในปีหน้า เพื่อให้สมพระเกียรติและขอให้ประชาชนมีส่วนร่วม 

โดย ครม. มีมติลด ‘ค่าไฟฟ้า’ จาก 4.45 บาท เหลือ 4.10 บาทต่อกิโลวัตต์ต่อชั่วโมง ซึ่งเป็นจำนวนที่เยอะกว่าที่ประชาชนได้คาดไว้ ซึ่งจะเริ่มในรอบบินเดือน ก.ย. นี้เป็นต้นไป

เศรษฐา ทวีสินเศรษฐา ทวีสิน

ส่วนการแก้ไขปัญหาความเห็นต่างในรัฐธรรมนูญปี 2560 เห็นชอบให้ นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นผู้รับผิดชอบแต่งตั้งคณะกรรมการศึกษาแนวทางการทำประชามติ โดยยึดตามแนวทางของศาลรัฐธรรมนูญเป็นสำคัญ โดยจะใช้เวทีรัฐสภาในการหารือรูปแบบแนวทางในการแก้ไขรัฐธรรมนูญและการทำประชามติเพื่อให้ประชาชนทุกภาคส่วนร่วมออกแบบกฎกติกาที่เป็นประชาธิปไตยร่วมกัน

นายกรัฐมนตรี กล่าวถึง เรื่องวีซ่าฟรีชั่วคราว ในการเดินทางเข้าประเทศไทยของประเทศจีนและประเทศคาซัคสถาน ซึ่งคาซัคสถานอยู่ในยุโรปซึ่งมีภาวะฤดูหนาวที่รุนแรง และดูจากสถิติ เป็นประเทศที่มีผู้อยากเดินทางเข้าประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง โดย ฟรีวีซ่า จะเริ่มตั้งแต่วันที่ 25 ก.ย. 2566 ถึง 29 ก.พ. 2567 เป็นการยกเว้นชั่วคราว หลังจากวานนี้ พูดคุยกันทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องทั้ง ททท. ฝ่ายความมั่นคง และการท่าอากาศยาน ให้แน่ใจว่าทุกภาคส่วนพร้อมรองรับ 

นอกจากนี้ มีการตั้งคณะกรรมการยุทธศาสตร์ซอฟพาวเวอร์แห่งชาติ ซึ่งสอดคล้อง กับนโยบายที่ได้หาเสียงไป และเป็นการดึงศักยภาพของประชาชนชาวไทย ออกมาเพื่อเสริมสร้างรายได้ เพิ่มโอกาสให้กับประชาชน ส่วนเรื่องการ ‘พักหนี้’ เกษตรกร และธุรกิจขนาดเล็ก ได้พักหนี้เป็นเวลาสามปี 

เศรษฐา ทวีสินเศรษฐา ทวีสิน

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ได้ให้มีการจ่ายเงินเดือนข้าราชการ จากเดือนละหนึ่งรอบ เป็นเดือนละสองรอบ โดยบังคับใช้ในวันที่ 1 ม.ค. 2567 เป็นต้นไป โดยต้องมีการแก้ไขระบบหลายอย่าง เชื่อว่าจะช่วยบรรเทาทุกข์ให้กับข้าราชการชั้นผู้น้อย และจะได้ไม่ต้องไปกู้หนี้ยืมสิน โดยไม่ต้องคอยจนถึงสิ้นเดือน 


เช่นเดียวกับ ราคาน้ำมัน ดีเซล ลดให้ราคาต่ำกว่า 30 บาทต่อลิตร โดยจะเริ่มได้ในวันที่ 20 ก.ย. นี้ ในส่วนของ น้ำมันเบนซินได้มีการพูดคุยกัน แต่ต้องดูรายละเอียดให้ดีในกลุ่มผู้ที่เดือดร้อนจริงๆ ซึ่งจะมีมาตรการตามมาภายหลัง

นายกรัฐมนตรี ยังกล่าวถึง กรณีที่ นายรังสิมันต์ โรม สส.พรรคก้าวไกล เปิดเผยข้อมูลผู้มีอิทธิพล เกี่ยวกับ สว. ทรงเอ ว่า เรื่องนี้ต้องส่งคลิปเสียงไปที่ฝ่ายความมั่นคง และตำรวจ ซึ่งจะข้ามขั้นตอนไม่ได้ ถ้าเป็นประโยชน์ และมีข้อมูลหลักฐาน สามารถยื่นข้อมูลได้ทันที เรื่องนี้ตนไม่เห็นด้วยกับ การใช้อำนาจในทางที่ไม่ถูกต้อง ซึ่งตนได้ย้ำไปหลายครั้งแล้ว โดยเฉพาะในกรณีของเจ้าหน้าที่ตำรวจเสียชีวิตที่ จ.ครปฐม ก็ได้สั่งการไปในทันที ซึ่งเรื่องนี้มีการติดตามสืบสวนสอบสวนอย่างใกล้ชิดและจะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย

เศรษฐา ทวีสินเศรษฐา ทวีสิน

ศรีสุวรรณจี้ ป.ป.ช.สอบจริยธรรมนายกฯเศรษฐา ซื้อหวยช่วยหนุนขายเกินราคา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/558442

13 ก.ย. 2566

ศรีสุวรรณจี้ ป.ป.ช.สอบจริยธรรมนายกฯเศรษฐา ซื้อหวยช่วยหนุนขายเกินราคา

ศรีสุวรรณยื่นหนังสือร้องเรียนต่อป.ป.ช.ขอให้สอบจริยธรรมนายกรัฐมนตรีปอมลงพื้นที่ซื้อหวยแพงกว่าราคาที่กฎหมายกำหนด

สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (สำนักงาน ป.ป.ช.) สนามบินน้ำ นนทบุรี  นายศรีสุวรรณ จรรยา ผู้นำองค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน ได้เดินทางมายื่นคำร้องต่อ ป.ป.ช. เพื่อขอให้ไต่สวนและวินิจฉัยเอาผิดจริยธรรมอย่างร้ายแรงนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี กรณีควักเงินซื้อหวยชุดงวดที่ผ่านมาตกใบละ 120 บาทซึ่งเป็นราคาที่เกินไปกว่าที่สำนักงานสลากฯกำหนด อันถือเป็นการส่งเสริมสนับสนุนให้แม่ค้าขายหวยกระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มีโทษทั้งอาญาและจริยธรรม

ศรีสุวรรณจี้ ป.ป.ช.สอบจริยธรรมนายกฯเศรษฐา ซื้อหวยช่วยหนุนขายเกินราคา

กรณีดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 31 ส.ค.ที่ผ่านมา หลังจากที่นายเศรษฐา ทวีสิน ได้รับโปรดเกล้าแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีแล้ว ได้เดินทางพร้อมคณะทำงาน ลงพื้นที่รับฟังปัญหาประชาชนพ่อค้า แม่ค้า และภาคเอกชน โดยเดินเท้าออกจากพรรคไปขึ้นรถไฟฟ้าใต้ดินสถานีเพชรบุรี

ศรีสุวรรณจี้ ป.ป.ช.สอบจริยธรรมนายกฯเศรษฐา ซื้อหวยช่วยหนุนขายเกินราคา

ไปลงสถานีสุทธิสาร ซึ่งระหว่างเดินทักทายพ่อค้าแม่ค้าที่ตลาดนัดเมืองไทยภัทรย่านสุทธิสารนั้น นายกรัฐมนตรีพร้อมคณะ ได้แวะดูแผงลอตเตอรี่ และได้ควักเงินซื้อลอตเตอรี่ชุดละ 5 ใบ รวม 13 ชุด 65 ใบ ราคา 7,800 บาท ตกใบละ 120 บาท โดยนายกรัฐมนตรีเป็นคนเลือกเอง ไม่ได้เปิดเผยว่า เลือกเลขอะไรบ้าง แต่แม่ค้าลอตเตอรี่ เผยภาพลอตเตอรี่บางส่วนที่ถ่ายไว้ก่อนที่ นายเศรษฐา จะมาเลือกซื้อ พบว่ามีเลขเด็ด 3 ตัวท้าย ทั้งหมด 7 ชุด ประกอบด้วยเลขท้าย 3 ตัว 397, 491, 086, 077, 174, 747 และ 025

ศรีสุวรรณจี้ ป.ป.ช.สอบจริยธรรมนายกฯเศรษฐา ซื้อหวยช่วยหนุนขายเกินราคา

 การซื้อหวยที่เกินราคาดังกล่าวเป็นการชี้ให้เห็นว่า นายกรัฐมนตรีให้การส่งเสริมสนับสนุนการขายหวยที่เกินราคากว่าที่สำนักงานสลากฯกำหนด

เป็นเรื่องที่ผิดกฎหมาย ขัดหรือแย้งต่อนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการควบคุมราคาให้ไม่เกิน 80 บาทมาโดยตลอด

 นายศรีสุวรรณ กล่าวต่อไปว่า การกระทำดังกล่าว แม่ค้าขายหวยย่อมมีความผิดตาม ม.39 แห่ง พรบ.สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล 2517 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ซึ่งมีอัตราโทษปรับไม่เกิน 10,000 บาท แต่ในส่วนของผู้ซื้อนั้นตามประมวลกฎหมายอาญา ม.83 และ ม.86 ถือว่าเป็นตัวการร่วมและหรือเป็นผู้สนับสนุนให้ผู้อื่นกระทำความผิด อีกทั้งนายกรัฐมนตรีถือว่าเป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง จึงอาจมีความผิดเกี่ยวกับการฝ่าฝืนจริยธรรมอย่างร้ายแรงอีกด้วย

ศรีสุวรรณจี้ ป.ป.ช.สอบจริยธรรมนายกฯเศรษฐา ซื้อหวยช่วยหนุนขายเกินราคา

ด้วยเหตุดังกล่าวองค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน จึงต้องนำความมาร้องต่อ ป.ป.ช.ขอให้ดำเนินการไต่สวนและวินิจฉัยเอาผิดตามคนรรลองของกฎหมาย ป.ป.ช.ในวันนี้ และหลังจากยื่น ป.ป.ช.แล้วได้เดินทางไปร้องให้ ผอ.สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ที่อยู่ตึกใกล้ๆ กับ ป.ป.ช.ได้ดำเนินการสอบสวนและแจ้งความเอาผิดทางอาญาต่อผู้ขายสลากฯเกินราคาทั้งผู้ขายและผู้สนับสนุนต่อไปด้วย 

ภายหลังจากการยื่นหนังสือที่ฝั่งสำนักงานป.ป.ช.แล้ว นายศรีสุวรรณ ได้นำเอกสารเดินทางไปยื่นเรื่องเพิ่มเติมที่สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลที่อยู่ติดกันทันที

‘สุริยะ’ ยันปมรถไฟสายสีเขียวไม่กระทบนโยบาย 20 บาทตลอดสาย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/558432

13 ก.ย. 2566

'สุริยะ' ยันปมรถไฟสายสีเขียวไม่กระทบนโยบาย 20 บาทตลอดสาย

‘สุริยะ’ ยันปม ป.ป.ช.ชี้มูลรถไฟสายสีเขียวไม่กระทบนโยบาย 20 บาทตลอดสาย มั่นใจเริ่มสายสีม่วง-แดงได้ใน 3 เดือน

วันที่ 13 ก.ย. นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวถึงกรณีที่ประชุมคณะกรรมการป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิดผู้ถูกกล่าวหา ในคดีกรุงเทพมหานคร (กทม.) ว่าจ้างบริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BTSC เดินรถไฟฟ้าสายสีเขียวส่วนต่อขยาย 3 เส้นทาง ไปจนถึงปี 2585 ไปแล้วจะส่งผลต่อการเจรจาราคารถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย ระบุว่า ตนทราบจากข่าวหนังสือพิมพ์ และยังไม่ได้รับการรายงาน อย่างไรก็แล้วแต่ หากผู้บริหารของบีทีเอสถูกชี้มูล ก็จะมีการแต่งตั้งผู้บริหารมารักษาการแทน ซึ่งสามารถส่งเจ้าหน้าที่ของกระทรวงไปพูดคุยกันได้

เมื่อถามว่า เมื่อมีการชี้มูลผู้กระทำผิด จะกระทบต่อการจ้างงานของบีทีเอสหรือไม่ นายสุริยะ กล่าวว่า ขอให้กระทรวงไปศึกษาในแง่กฎหมายอีกที แต่ในเบื้องต้นไม่น่าเป็นอะไร และสามารถดำเนินการต่อได้

เมื่อถามต่อว่า ยังมั่นใจในการทำรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสายต่อหรือไม่ นายสุริยะ กล่าวว่า แน่นอน โดยเฉพาะในส่วนของรัฐบาลอย่าง รฟท. เราจะลดเหลือ 20 บาททันที ตามที่ประกาศไปไม่เกิน 3 เดือน

มูลนิธิสมเด็จพระญาณสังวรฯ เชิญชวนนักวิ่งสายบุญร่วมกิจกรรม ‘ก้าวด้วยธรรม ก้าวด้วยใจ สร้างอาคารโรงพยาบาล’ ครั้งที่ 7

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/756364

มูลนิธิสมเด็จพระญาณสังวรฯ เชิญชวนนักวิ่งสายบุญร่วมกิจกรรม ‘ก้าวด้วยธรรม ก้าวด้วยใจ สร้างอาคารโรงพยาบาล’ ครั้งที่ 7

มูลนิธิสมเด็จพระญาณสังวรฯ เชิญชวนนักวิ่งสายบุญร่วมกิจกรรม ‘ก้าวด้วยธรรม ก้าวด้วยใจ สร้างอาคารโรงพยาบาล’ ครั้งที่ 7

วันพุธ ที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2566, 14.08 น.

มูลนิธิสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช วัดบวรนิเวศวิหาร ในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้สืบสานพระปณิธานด้วยการบริจาคเครื่องมือแพทย์และทุนทรัพย์ ตามความจำเป็นของสถานการณ์ภัยพิบัติต่าง ๆ มาโดยตลอดทุก ๆ ปี  ด้วยการสร้างสรรค์กิจกรรมเดิน – วิ่ง “ก้าวด้วยธรรม” ขึ้นมา เพื่อให้เกิดกิจกรรมที่เปิดโอกาสให้ประชาชนผู้มีจิตอาสาพร้อมสร้างกุศลร่วมบริจาคสมทบทุน  โดยในปีนี้ “ก้าวด้วยธรรม” กลับมาอีกครั้ง ภายใต้ชื่อ “ก้าวด้วยธรรม ก้าวด้วยใจ สร้างอาคารโรงพยาบาล ครั้งที่ 7 ” เพื่อนำไปสร้างอาคารโรงพยาบาล จัดหาเครื่องมือแพทย์และมอบเงินบริจาคให้กับโรงพยาบาล 19 แห่ง นำไปใช้เพื่อประโยชน์ทางการแพทย์การรักษาเยียวยากรณีเร่งด่วน อันเป็นการเอื้อประโยชน์โดยตรงต่อประชาชนในพื้นที่ห่างไกลและคนไข้ที่ขาดแคลนรอคอยการเยียวยารักษา

โดยงานแถลงข่าวจัดขึ้นในวันอังคารที่  12 กันยายน 2566  ณ  อาคารมนุษยนาควิทยาทาน วัดบวรนิเวศวิหาร   ทัพคนบันเทิงร่วมพลังบุญครั้งใหญ่ เชอรี่  เขมอัปสร สิริสุขะ, หน่อย บุษกร วงศ์พัวพันธ์, ปาน ธนพร แวกประยูร, ปั่นจั่น ปรมะ อิ่มอโนทัย,ฮัท จิรวิชญ์ พงษ์ไพจิตร,ก้อง ปิยะ  เศวตพิกุล,ได๋ ไดอาน่า จงจินตนาการ , หมอก้อง  สรวิชญ์ สุบุญ, ปุยฝ้าย ภัทณชา วิภัทรเดชตระกูล,โบวี่ อัฐมา ชีวนิชพันธ์,บูม สุภาพร วงษ์ถ้วยทอง,รอน ภัทรภณ โตอุ่น, เก้า นพเก้า เดชาพัฒนคุณ, บอสตัน ศุภเดช วิไลรัตน์,  เบน เบญจมินทร์ เบรเซียร์, ดอลล่าร์ พชร ปินตา , โบ๊ท ธารา  ทิพา ร่วมเปิดตัวเสื้อวิ่ง “ก้าวด้วยธรรม” ให้บรรดาแฟนๆ ผู้มีจิตศรัทธาได้เลือกชม พร้อมฟังบทเพลงไพเราะจากนักร้องDIVAสายบุญ  ปาน ธนพร ส่งต่อพลังบุญและกำลังใจให้กับทุกคนในงานได้อิ่มบุญ สุขใจ กันทั่วหน้า     โดยมี เปอร์ สุวิกรม อัมระนันท์ , ปอ อรรณพ   ทองบริสุทธิ์ รับหน้าที่พิธีกร พร้อมด้วย คุณสุนันทา ลีเลิศพันธ์ ประธานกรรมการจัดกิจกรรม  ดร.ลักขณา ลีละยุทธโยธิน รองประธานกรรมการจัดกิจกรรม, คุณลาวัลย์ กันชาติ รองประธานกรรมการจัดกิจกรรม, คุณปิติ ลีเลิศพันธ์ รองประธานกรรมการจัดกิจกรรม และกรรมการผู้จัดการ บริษัท ดอกบัวคู่ จำกัด รวมถึงคณะกรรมการจัดงาน และผู้สนับสนุนใจบุญ ตัวแทนจากโรงพยาบาลต่าง ๆ และแขกผู้มีเกียรติ เข้าร่วมงานบุญครั้งนี้

สำหรับกิจกรรม “ก้าวด้วยธรรม ก้าวด้วยใจ สร้างอาคารโรงพยาบาล” ครั้งที่ 7 เปิดรับสมัครเดิน – วิ่ง ในระยะ 5 กิโลเมตร และ 10.5 กิโลเมตร นักวิ่งจะได้วิ่งผ่านสถานที่สำคัญในเกาะรัตนโกสินทร์ที่มีความงดงามและมีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ไม่แพ้ระยะมินิมาราธอนเลยทีเดียว นอกจากวิ่งเพื่อสุขภาพแล้ว   อยากจะขอเชิญชวนนักวิ่งมาถ่ายภาพกับมุมพระปรางค์ 8 องค์ ของวัดพระศรีรัตนศาสดารามที่เป็นภาพชนะรางวัลอันดับ 1 จากเวทีประกวดภาพถ่ายระดับโลกมาแล้ว โดยกิจกรรมในครั้งนี้มีการปล่อยตัวและเข้าเส้นชัยที่ลานคนเมือง กรุงเทพมหานคร เพื่อให้นักวิ่งมีพื้นที่วอร์มอัพร่างกาย เตรียมตัวก่อนออกวิ่งและพักผ่อน  รับประทานอาหารหลังเข้าเส้นชัย    ในปีนี้มีร้านเด็ดร้านดังจากผู้สนับสนุนใจบุญ มาให้นักวิ่งได้ชิมกันอย่างมากมาย และที่พิเศษสุด ๆ กับเสื้อวิ่ง “ก้าวด้วยธรรม” ครั้งที่ 7 มาพร้อมลวดลายสวยงาม ทันสมัย  น้ำหนักเบา ยืดหยุ่น รองรับสรีระของนักวิ่งและผู้บริจาคหลากหลายขนาด และที่สำคัญมีคำสอนของสมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณสังวร ที่ด้านหลังเสื้อ เป็นสิริมงคลแก่ผู้สวมใส่อีกด้วย  

 นักวิ่งจิตกุศลเตรียมฟิตร่างกาย พร้อมลงสนามจริงในวันอาทิตย์ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ.2566 ตั้งแต่เวลา 05.00 น. ณ บริเวณหน้าลานคนเมือง กรุงเทพมหานคร  มาร่วมสร้างพลังกุศลอันยิ่งใหญ่กับโครงการ “ก้าวด้วยธรรม ก้าวด้วยใจ เพื่อสร้างอาคารโรงพยาบาล” ครั้งที่ 7 ไปด้วยกัน!!

สามารถติดตามความเคลื่อนไหวและสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://www.facebook.com/KaoDuayDham และ LINE ID : @KaoDuayDham          

-(016)

สส.เร่งขับเคลื่อนประเทศสู่ Net Zero

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/756362

สส.เร่งขับเคลื่อนประเทศสู่ Net Zero

สส.เร่งขับเคลื่อนประเทศสู่ Net Zero

วันพุธ ที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2566, 14.01 น.

13 กันยายน 2566 กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) โดยกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม (สส.) เผยพร้อมขานรับนโยบายรัฐบาลด้านสิ่งแวดล้อมของ พล.ต.อ. พัชรวาท วงษ์สุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และมีความพร้อมที่จะขับเคลื่อนประเทศร่วมกับทุกภาคส่วนไปสู่เป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ ภายในปี ค.ศ. 2065

นายสมศักดิ์ สรรพโกศลกุล อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม เผยว่า หลังจากที่ได้มีการแถลงนโยบายรัฐบาลด้านสิ่งแวดล้อมของ พล.ต.อ. พัชรวาท วงษ์สุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (รมว.ทส.) เมื่อวันที่ 11-12 กันยายนที่ผ่านมานี้ ซึ่ง รมว.ทส. ได้ย้ำถึงการรับมือในการแก้ไขปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของประเทศไทย ที่มีเป้าหมายบรรลุความเป็นกลางทางคาร์บอน ภายในปี ค.ศ. 2050 และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ ภายในปี ค.ศ. 2065 นั้น ปัจจุบันได้มี

กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ที่เป็นหน่วยงานหลักในการดำเนินงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของประเทศ โดยมีการทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดทำแผนปฏิบัติการลดก๊าซเรือนกระจกของประเทศ ตามเป้าหมาย NDC พ.ศ.2564 – 2573 ประกอบด้วย ภาคพลังงานและขนส่ง ภาคอุตสาหกรรมและการใช้ผลิตภัณฑ์ ภาคของเสีย และภาคการเกษตร เพื่อกำหนดรายละเอียดมาตรการที่สำคัญ และคาดว่าจะนำเสนอ ครม. ในปลายปีนี้  สำหรับมาตรการภาคพลังงานที่สำคัญ คือ การเพิ่มสัดส่วนของพลังงานทดแทนในการผลิตกระแสไฟฟ้าอย่างน้อยร้อยละ 50 ภายในปี ค.ศ.2045 และยกเลิกผลิตพลังงานเชื้อเพลิงถ่านหิน ภายในปี ค.ศ.2050

นอกจากนี้มีการปรับปรุงแผนการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศแห่งชาติ (National Adaptation Plan: NAP) เพื่อเป็นแนวทางในการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันและการรับมือกับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ประกอบด้วย 6 สาขา ได้แก่ การจัดการน้ำ การเกษตรและความมั่นคงทางอาหาร การท่องเที่ยว สาธารณสุข การจัดการทรัพยากรธรรมชาติ และการตั้งถิ่นฐานและความมั่นคงของมนุษย์ ควบคู่กับการพัฒนาระบบฐานข้อมูลความเสี่ยงเชิงพื้นที่ เพื่อใช้ในการวางแผนจัดการพื้นที่ที่มีความเสี่ยง ซึ่งจะบูรณาการประเด็นด้านการปรับตัว เข้าสู่นโยบายและแผนของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อให้การดำเนินงานของประเทศไปในทิศทางเดียวกัน

อีกทั้งยังมีคณะกรรมการนโยบายการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศแห่งชาติ ซึ่งมีนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ปลัดกระทรวงทุกกระทรวงที่เกี่ยวข้อง เป็นกรรมการ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นเลขานุการ และมีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม เป็นฝ่ายเลขานุการ เป็นกลไกสำคัญในการกำกับดูแลและบูรณาการการดำเนินงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของประเทศไทยให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน รวมถึงปรับปรุงร่าง พรบ. การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ พ.ศ. …. เพื่อเป็นกลไกการบังคับและส่งเสริมให้เกิดการลดก๊าซเรือนกระจกได้ตามเป้าหมาย และยกระดับความสามารถในการปรับตัว ฟื้นตัว สร้างภูมิคุ้มกันต่อผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ รวมถึงสร้างรายได้และโอกาสในการเปลี่ยนผ่านระบบเศรษฐกิจและสังคมของประเทศไปสู่การพัฒนาแบบปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่ำ โดยคาดว่าจะเสนอคณะรัฐมนตรีได้ ภายในปีหน้า (ปี พ.ศ. 2567)

-(016)

สส. เปิดบ้านให้องค์ความรู้ผ่านศูนย์การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/756360

สส. เปิดบ้านให้องค์ความรู้ผ่านศูนย์การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม

สส. เปิดบ้านให้องค์ความรู้ผ่านศูนย์การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม

วันพุธ ที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2566, 13.56 น.

13 กันยายน 2566 กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) โดยกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม (สส.) จัดกิจกรรมถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อมให้แก่คณะศึกษาดูงานจากโรงเรียนวัดไผ่ตัน เพื่อส่งเสริมให้นักเรียนเป็นพลเมืองที่มีคุณภาพและตระหนักถึงการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ณ ศูนย์การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ชั้น 2 อาคารกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม

นายปวิช เกศววงศ์ รองอธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า ปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเป็นเรื่องที่อยู่ใกล้ตัวเราทุกคน ประเทศไทยมีความเสี่ยงที่จะได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในลำดับต้นๆ ของโลก และเมื่อช่วงเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมาในปีนี้ อุณหภูมิของพื้นผิวโลกและอุณหภูมิของมหาสมุทรอยู่ในระดับสูงที่สุดเป็นประวัติการณ์ เป็นสัญญาณเตือนว่า เรากำลังเริ่มต้นสิ้นสุดยุคของ “ภาวะโลกร้อน” (Global Warming) และกำลังเข้าสู่ยุค “ภาวะโลกเดือด” (Global Boiling) ซึ่งประเทศไทยได้ตระหนักถึงปัญหาดังกล่าวและมีการกำหนดเป้าหมายบรรลุความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon neutrality) ภายในปี ค.ศ. 2050 และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero GHG emission) ภายในปี ค.ศ. 2065

ด้วยเหตุนี้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จึงได้มีนโยบายทบทวน ปรับบทบาท ภารกิจและโครงสร้างของหน่วยงาน เปลี่ยน “กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม” เป็น “กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม” และในวันนี้ประเทศไทยได้มี “กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม” จัดตั้งขึ้นอย่างเป็นทางการเรียบร้อยแล้ว ภายหลังจากที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชกฤษฎีกาเปลี่ยนชื่อ “กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม” เป็น “กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม” ซึ่งประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2566 โดยให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันในประกาศฯ เป็นต้นไป (18 สิงหาคม 2566) อีกทั้งได้ออกกฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2566 ที่ผ่านมา รวมถึงมีศูนย์การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ซึ่งมีบทบาทเป็นศูนย์ประสานงานกลาง บูรณาการและเชื่อมโยงข้อมูลของทุกจังหวัด รวบรวมข้อมูลการลดและการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของประเทศ เป็นศูนย์เรียนรู้และสื่อสารข้อมูลองค์ความรู้ด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เป็นศูนย์ติดตาม การพยากรณ์และคาดการณ์ด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ถือได้ว่าเป็นคลังข้อมูลที่ใหญ่ที่สุด โดยมีการทำงานทั้งในเชิงรุกและเชิงรับ คือ ออกให้บริการองค์ความรู้ในรูปแบบการจัดกิจกรรมการเรียนรู้การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อมเคลื่อนที่ พร้อมทั้งเปิดโอกาสให้มีการศึกษาดูงานและจัดกิจกรรมการเรียนรู้การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม สำหรับกลุ่มเป้าหมาย ได้แก่ นักเรียน นักศึกษา เยาวชน ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย และประชาชนทั่วไป

กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม มุ่งมั่นดำเนินการส่งเสริมให้ทุกฝ่ายร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการบรรลุเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon neutrality) ภายในปี ค.ศ. 2050 และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero GHG emission) ภายในปี ค.ศ. 2065 โดยเฉพาะกลุ่มเด็กเยาวชนที่จะเติบโตมาเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลงทางสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อมในอนาคต จึงได้จัดกิจกรรมถ่ายทอดองค์ความรู้ (ศึกษาดูงาน) ขึ้น โดยผู้ที่มาศึกษาดูงานจะได้เข้าร่วมกิจกรรม 5 สถานีการเรียนรู้ ดังนี้ 1. ถามตอบความรู้ด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ 2. Green Digital Library หนังสือดิจิทัลด้านสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรของประเทศ 3. ปังปอนด์สอนน้องลดโลกร้อน 4. รู้จักโลกร้อนด้วยตัวเรา Global Warming Game และ 5. การจัดการขยะ เพื่อสังคมคาร์บอนต่ำ ซึ่งจะทำให้เด็กเยาวชนได้รับองค์ความรู้ เกิดความตระหนัก และปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเป็นพลเมืองที่มีคุณภาพ รวมถึงจุดประกายความเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลงทางสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม เป็นนักสื่อสารที่ส่งสารต่อไปยังครอบครัว โรงเรียน และชุมชน นำพาทุกภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วมเพื่อให้บรรลุเป้าหมาย และกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อมพร้อมเปิดบ้านต้อนรับเสมอ ซึ่งทุกท่านสามารถเข้ามาใช้บริการที่ศูนย์การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อมแห่งนี้ได้ 

-(016)

Midea แบรนด์ผู้สร้างนวัตกรรมสุดล้ำที่ยกระดับวิถีการอาบน้ำสู่การบำรุงผิวพรรณ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/756337

Midea แบรนด์ผู้สร้างนวัตกรรมสุดล้ำที่ยกระดับวิถีการอาบน้ำสู่การบำรุงผิวพรรณ

Midea แบรนด์ผู้สร้างนวัตกรรมสุดล้ำที่ยกระดับวิถีการอาบน้ำสู่การบำรุงผิวพรรณ

วันพุธ ที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2566, 13.23 น.

สภาพอากาศที่ร้อนจัดและเต็มไปด้วยมลภาวะในปัจจุบันเพิ่มความอ่อนล้าให้กับร่างกายของเราได้ตลอดเวลาและทำให้ผิวหนังซึ่งเป็นปราการด่านแรกถูกทำร้ายโดยตรงจากการต่อสู้กับสภาพแวดล้อมเหล่านี้ ส่งผลให้ชั้นผิวหนังเสื่อมถอยและเป็นสาเหตุของปัญหาผิวหนัง อาทิ ผิวแห้ง ผื่นคัน สิว ฝ้า และอื่น ๆ ที่ยากจะหลีกเลี่ยง

การฟื้นฟูและผ่อนคลายผิวพรรณที่อ่อนล้าสามารถเริ่มได้จากการอาบน้ำ

 มีหลายวิธีในการฟื้นฟูร่างกายและผิวที่ถูกทำร้ายจากมลภาวะ แต่วิธีเหล่านั้นมักมีขั้นตอนที่ยุ่งยากและเสียเวลา จะดีไหมหากเราสามารถดูแลร่างกายและผิวพรรณไปพร้อมกับการทำกิจวัตรประจำวันได้แบบง่ายๆ เช่น “การอาบน้ำ”

ลองจินตนาการถึงการอาบน้ำอย่างชาญฉลาดและให้ความรู้สึกหรูหรา ที่สามารถทำความสะอาดร่างกายได้อย่างล้ำลึก สร้างความรู้สึกสดชื่นกระปรี้กระเปร่า และยังมอบความงามตามธรรมชาติให้กับผิวที่ไม่เคยปรากฏในขั้นตอนแห่งการอาบน้ำมาก่อนซึ่งทั้งหมดนี้รวมอยู่ในนวัตกรรมเครื่องทำน้ำอุ่นเพียงเครื่องเดียว

ออกซิเจนมหัศจรรย์แห่งการบำรุงผิว 

“ออกซิเจน” นอกจากจะเป็นสิ่งสำคัญต่อลมหายใจเราแล้ว ยังมีบทบาทสำคัญในการคงไว้ซึ่งสุขภาพผิวที่เปล่งปลั่ง ซึ่งการขาดออกซิเจนจะส่งผลต่อความงามของผิวพรรณMidea ได้เล็งเห็นประโยชน์ของออกซิเจนที่มีต่อการบำรุงผิว จึงได้คิดค้นเทคโนโลยีที่ช่วยผสานออกซิเจนเข้ากับนวัตกรรมเครื่องทำน้ำอุ่น เพื่อยกระดับการอาบน้ำให้ควบคู่ไปกับการฟื้นฟูสุขภาพผิวในคราวเดียวกันนวัตกรรมนี้จะสร้างออกซิเจนที่เป็นองค์ประกอบสำคัญในการคืนความชุ่มชื้นให้แก่ผิว เพิ่มการไหลเวียนของโลหิตซึ่งเป็นปัจจัยที่กระตุ้นการผลัดเซลล์ผิวและสร้างคอลลาเจน ผิวที่ได้สัมผัสและดูดซับน้ำซึ่งอุดมไปด้วยออกซิเจนที่อยู่ในฟองอากาศเล็กๆ จะมีความยืดหยุ่นที่ดีขึ้น ริ้วรอยลดลง และเปล่งปลั่งมีสุขภาพดี

ศาสตร์แห่งการทำความสะอาดอย่างล้ำลึก 

นอกจากคุณสมบัติของออกซิเจนที่ช่วยมอบความชุ่มชื้นให้แก่ผิวแล้ว เทคโนโลยีการสร้างฟองออกซิเจนจากเครื่องทำน้ำอุ่นไมเดียที่สามารถสร้างฟองให้มีขนาดเล็กในระดับ micro-nano จะสามารถแทรกซึมเข้าทำความสะอาดในชั้นรูขุมขนได้อย่างล้ำลึก สายน้ำที่นุ่มนวลจะทำงานอย่างขยันขันแข็งเพื่อขจัดสิ่งสกปรกและน้ำมันส่วนเกินออกจากผิวอย่างสะอาดหมดจด สร้างความสดชื่นในระหว่างอาบและหลังอาบอีกทั้งยังช่วยให้ผิวกระจ่างใสและลดการเกิดสิว

เมื่อใช้เป็นประจำเครื่องทำน้ำอุ่นของเราจะกลายเป็นสิ่งสำคัญอันดับแรกในการดูแลผิว เพราะผิวพรรณที่สะอาดจะช่วยให้การใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวอื่นๆ เกิดประสิทธิภาพอย่างสูงสุด

โอบรับอนาคตแห่งนวัตกรรมเพื่อการดูแลสุขภาพผิวของคุณและคนที่คุณรัก

เครื่องทำน้ำอุ่นที่มีเทคโนโลยีขั้นสูงถือเป็นจุดเปลี่ยนต่อวิถีการดูแลเอาใจใส่ร่างกายและผิวพรรณ ด้วยการผสมผสานพลังแห่งความชุ่มชื้นจากการเติมออกซิเจนและการทำความสะอาดอย่างล้ำลึก ทำให้เกิดนิยามใหม่ของการอาบน้ำซึ่งเป็นการยกระดับจากการทำความสะอาดร่างกายสู่การสัมผัสประสบการณ์ใหม่เพื่อความงามและสุขภาพผิวที่ดี

เปลี่ยนแนวคิดการอาบน้ำที่เป็นเพียงกิจวัตรประจำวันสู่การเปลี่ยนแปลงเพื่อเผยให้เห็นตัวตนที่สวยงามและสดชื่นกระปรี้กระเปร่าที่สุดของคุณด้วยนวัตกรรมสุดอัจฉริยะจากผลิตภัณฑ์เครื่องทำน้ำอุ่นไมเดียที่กำลังจะเปิดตัวเร็วๆ นี้