แนะพ่อแม่หากิจกรรมกลางแจ้งให้ลูกวันละ 2 ชม. ลดเสี่ยงเด็กสายตาสั้น

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/755881

แนะพ่อแม่หากิจกรรมกลางแจ้งให้ลูกวันละ 2 ชม. ลดเสี่ยงเด็กสายตาสั้น

แนะพ่อแม่หากิจกรรมกลางแจ้งให้ลูกวันละ 2 ชม. ลดเสี่ยงเด็กสายตาสั้น

วันอังคาร ที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

WHO ประกาศประชากรยุคใหม่มีภาวะสายตาสั้นมากกว่า 50% และที่น่าตกใจคือ มีประชากรโลกที่จะสายตาสั้น -500 หรือ 5 ไดออปเตอร์ จำนวนถึง 1 พันล้านคน ในปี 2050 เนื่องจากไลฟ์สไตล์ของคนยุคใหม่เปลี่ยนไป ใช้สายตาในการทำกิจกรรมเพื่อการเรียนรู้และการพักผ่อน เช่น เรียนออนไลน์ ดูยูทูบ เล่นเกมส์ ฯลฯ ผ่านคอมพิวเตอร์ แท็บเลต และสมาร์ทโฟนในระยะใกล้ต่อเนื่องเป็นระยะเวลานาน จึงส่งผลต่อภาวะเสี่ยงสายตาสั้นในเด็ก

พ.ต.หญิง พญ.ณัฐธิดา วงศ์วีระวัฒน์ จักษุแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโรคตาเด็กและกล้ามเนื้อตา (Pediatric ophthalmology and strabismus) หัวหน้าคลินิกสายตาสั้น (Myopia management clinic) ศูนย์ตาโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ เปิดเผยว่า เด็กที่มีสายตาสั้นตั้งแต่อายุน้อยมีความเสี่ยงที่จะมีโรคตาตอนอายุมากกว่า เด็กที่สายตาสั้นมาช้า หรือ late onset เพราะการเพิ่มค่าสายตาสั้นจะสะสมไปเรื่อยๆ ไม่ลดลง จนถึงอายุ18 ปี ซึ่งคนที่สายตาสั้นมาก ก็จะมีความเสี่ยงเป็นโรคตาตอนอายุมากขึ้น เช่น โรคจอประสาทตาหลุดลอก ฉีกขาด เสื่อม หรือโรคต้อกระจกต้อหิน ฯลฯ มากกว่าคนที่สายตาสั้นน้อยหลายเท่า

ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เด็กสายตาสั้นมากน้อยในแต่ละคน มี 4 ปัจจัยหลัก คือ 1.พันธุกรรม ถ้าพ่อแม่สายตาสั้น ลูกก็มีแนวโน้มจะสายตาสั้นได้ 2.เด็กที่คลอดก่อนกำหนดและมีปัญหาจอประสาทตาผิดปกติที่เรียกว่า ROP (Retinopathy of Prematurity) โดยเฉพาะได้รับการรักษาด้วย laser หรือฉีดยาเพื่อยับยั้งเส้นเลือดผิดปกติกลุ่มนี้จะมีสายตาสั้นที่มาได้เร็วและเยอะ 3.เด็กที่มี near work activity หรือกิจกรรมที่ใช้สายตาใกล้ๆ เช่น อ่านหนังสือเยอะ เรียนเยอะ เล่นเกมส์เยอะ และ 4. เด็กที่มี outdoor activity น้อยกว่า 2 ชั่วโมงต่อวันพบว่า การเริ่มสายตาสั้นมาเร็วกว่าเด็กที่มีกิจกรรมกลางแจ้งยาวนานกว่า 2 ชม.ต่อวัน

สำหรับผู้ปกครองที่มีบุตรหลานสายตาสั้น ต้องการชะลอหรือควบคุมการเพิ่มค่าสายตา พ.ต.หญิง พญ.ณัฐธิดา แนะนำให้ปรับเปลี่ยนไลฟ์สไตล์เด็กๆ ให้เขาได้มีกิจกรรมกลางแจ้งมากขึ้นเกิน 2 ชม.ต่อวันและลดกิจกรรมใช้สายตาที่ใกล้ เป็นเวลานานๆ วิธีอื่นๆ ในการชะลอสายตาสั้นที่ได้การยอมรับทั่วโลก เช่น การหยอดยาชะลอสายตาสั้น การใส่เลนส์แว่นตาหรือคอนแทคท์เลนส์ชนิดพิเศษ

“ที่อยากแนะนำเพิ่มเติมคือการเลือกแว่นสายตาสำหรับเด็กในช่วง 6-7 ปีนี้ มีการพัฒนาเลนส์แว่นตาหลายรุ่นที่พัฒนาด้วยเทคโนโลยีใหม่ๆ เพื่อควบคุมสายตาสั้นได้มากขึ้น เช่น เลนส์แว่นตาเทคโนโลยีใหม่ที่ใช้หลักการ myopic defocus เป็นทางเลือกที่ดีมากในการชะลอการเพิ่มขึ้นของค่าสายตาในเด็ก เนื่องจากใช้หลักการที่ช่วยชะลอสายตาสั้นได้จริงที่อธิบายได้ด้วยวิทยาศาสตร์ และมีงานวิจัยรับรองที่ใช้ในเด็กจริงๆ มาหลายปีอย่างต่อเนื่องน่าเชื่อถือได้ ข้อดีคือเป็นวิธีที่ non invasive เมื่อเทียบกับการใช้ยาหยอดตา หรือใช้คอนแทคท์เลนส์ เพราะฉะนั้นการใส่เลนส์แว่นตาที่ช่วยชะลอการสายตาสั้นที่เป็นเทคโนโลยีใหม่และได้รับการรับรองจาก อย. มีงานวิจัยแน่ชัดแล้วจึงเป็นทางเลือกที่ดีมาก”

ขณะที่ ดร.มายูมิ ฟางนักทัศนมาตรและผู้จัดการฝ่ายวิชาการและการอบรม บริษัท เอสซีลอร์ลูซอตติกา โฮลเซล (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวถึงเลนส์แว่นสายตา “Stellest” ซึ่งได้รับการรับรองจาก อย. และจัดเป็น Clinical Lens ที่มีเทคโนโลยีล้ำหน้าที่สุดเพื่อชะลอการเพิ่มขึ้นของค่าสายตาในเด็กวัย 8-13 ปี ว่า เลนส์แว่นตา Essilor® StellestTM เป็นโซลูชั่นล่าสุดจาก EssilorLuxottica ในการช่วยควบคุมสายตาสั้นในเด็ก ช่วยชะลอการเพิ่มค่าสายตาสั้นโดยเฉลี่ย 67% เมื่อเทียบกับเลนส์สายตาชั้นเดียวหากสวมใส่วันละ 12 ชั่วโมง โดยมีผลการวิจัยทางคลินิกรองรับ อีกทั้ง เลนส์ Essilor® StellestTM ยังช่วยแก้ไขภาวะสายตาสั้น มอบการมองเห็นที่คมชัด ด้วยโซนเลนส์ชั้นเดียว และยังช่วยควบคุมสายตาสั้นด้วยเทคโนโลยี H.A.L.T. ที่มีกลุ่มเลนส์ขนาดเล็ก 1,021 เลนส์ที่ขนาดเล็กจนแทบมองไม่เห็น เพื่อสร้างปริมาตรของสัญญาณแสงด้านหน้าจอประสาทตาของเด็ก ช่วยชะลอการยืดตัวของกระบอกตาด้วยการใส่ติดต่อกันอย่างน้อยวันละ 12 ชั่วโมง ลดความเสี่ยงของโรคตาต่างๆ ที่จะส่งผลต่อการเติบโต การเรียนรู้ และพัฒนาการของเด็กในอนาคต ไม่ว่าจะเป็นโรคต้อหิน (Glaucoma), ต้อกระจก (PSCs), จอประสาทตาลอก (Retinal detachment) และโรคจอประสาทตาเสื่อม (Myopic maculopathy) ซึ่งโรคเหล่านี้อาจนำไปสู่ความบกพร่องทางการมองเห็นได้”

ชนิดา สุวีรานนท์ คุณแม่ของสายลมและก้อนเมฆ จากเพจ “เรไรรายวัน” เล่าถึงการสังเกตสายตาสั้นในลูกๆ ว่า ตอนแรกเราไม่รู้ว่าลูกสายตาสั้น แต่จะเห็นเขาชอบเขียนและวาดรูปในระยะใกล้ เวลาดูทีวี ก็จะชอบมายืนดูใกล้ๆ ซึ่งตอนนั้นคิดว่าเพราะเด็กมีสมาธิและกำลังจดจ่อ เลยไม่ทันนึก อีกทั้ง ช่วง 2 ปีที่ผ่านมาน้องๆ เรียนออนไลน์ เราจึงไม่เห็นความผิดปกติการใช้สายตาของน้อง จนพอกลับไปเรียนตามปกติ คุณครูแจ้งว่าควรพาลูกไปตรวจสายตา เพราะน้องมองไม่ชัด หยีตาเวลาครูเขียนกระดาน พอตรวจก็พบเลยว่าน้องสายลมและก้อนเมฆสายตาสั้น ตอนแรกเราก็กลัวว่าถ้าเด็กใส่แว่นตา เขาจะไม่ชอบ แต่ปรากฏว่าเขาชอบมาก ทำกิจกรรมทั้งในและนอกห้องเรียนได้ตามปกติ ซึ่งเมื่อทราบว่ามีเลนส์ที่ช่วยชะลอภาวะสายตาสั้นในเด็กอย่าง Stellest เลนส์ เรายิ่งดีใจมาก เพราะนี่คือเทคโนโลยีเลนส์สายตาสั้นที่ผลิตมาสำหรับเด็กที่ดีที่สุดตอนนี้ ทำให้เราได้ช่วยดูแลและถนอมสายตาให้ลูก ป้องกันความเสี่ยงในการเกิดโรคทางสายตาเมื่อเขาโตขึ้น

“อยากฝากผู้ปกครองควรพาบุตรหลานไปตรวจสายตาเป็นประจำทุกปี และให้คอยสังเกตบุตรหลาน เช่น ลูกมักหยีตาเมื่อมองไกลๆ ลูกต้องเดินเข้าไปดูสิ่งต่างๆ ในระยะใกล้ๆ หรือจดจ่ออ่านหนังสือ วาดรูปในระยะใกล้กว่าปกติ อาการซุ่มซ่าม เช่น เดินชนโต๊ะ เก้าอี้ สิ่งของบ่อยๆ และเด็กบ่นปวดหัว หรือปวดตาบ่อยๆ ก็ควรพาไปตรวจสายตาค่ะ ”

สามารถหาข้อมูลเพิ่มเติมเลนส์ Stellest ได้ที่เว็บไซต์ https://www.essilor.co.th/en/products/stellest หรือ ปรึกษาการตรวจวัดค่าสายตาให้แก่บุตรหลานได้ที่ร้านแว่นตาชั้นนำ Essilor Expert และ Essilor Partner

พ.ต.หญิง พญ.ณัฐธิดา วงศ์วีระวัฒน์

พ.ต.หญิง พญ.ณัฐธิดา วงศ์วีระวัฒน์

ดร.มายูมิ ฟาง

ดร.มายูมิ ฟาง

น้องสายลมและก้อนเมฆ จากเพจ “เรไรรายวัน”

น้องสายลมและก้อนเมฆ จากเพจ “เรไรรายวัน”

งานแสดงเครื่องหนังระดับโลก‘APLF ASEAN 2023’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/755921

งานแสดงเครื่องหนังระดับโลก‘APLF ASEAN 2023’

งานแสดงเครื่องหนังระดับโลก‘APLF ASEAN 2023’

วันอังคาร ที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

กลับมาพร้อมความยิ่งใหญ่อีกครั้งกับ งาน“APLF ASEAN 2023” งานแสดงเครื่องหนังระดับโลก ต้อนรับกลุ่มธุรกิจในอุตสาหกรรมเครื่องหนังในไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ นำเสนอแนวโน้มและนวัตกรรมล่าสุด ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 25-27 ตุลาคม 2566 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

นับเป็นการรวมกลุ่มอุตสาหกรรมเครื่องหนังครั้งยิ่งใหญ่ของมืออาชีพในวงการอุตสาหกรรมเครื่องหนัง ผู้ซื้อและผู้แสดงสินค้าเครื่องหนังจากทั่วทุกมุมโลก ให้เป็นหนึ่งเดียวภายใต้สโลแกน “ASEAN in Action” APLF ASEAN 2023 โดยได้รับการสนับสนุนจากองค์กรและสมาคมเครื่องหนังชั้นนำทั่วอาเซียน ได้แก่ สมาคมอุตสาหกรรมการฟอกหนังและผลิตรองเท้าชั้นนำในอาเซียน สมาคมอุตสาหกรรมหนังไทย (TTIA) สมาคมเครื่องหนังรองเท้าและกระเป๋าถือของเวียดนาม (LEFASO) สมาคมอุตสาหกรรมฟอกหนังอินโดนีเซีย (APKI) และสมาคมผู้ผลิตเครื่องประดับแฟชั่นฟิลิปปินส์ (FamPH) เพื่อสำรวจโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ สร้างความร่วมมืออันเป็นประโยชน์ รวมทั้งนำเสนอแนวโน้มและนวัตกรรมล่าสุด รวมถึงต่อยอดความสำเร็จจากงาน APLF ASEAN ในปี 2022 ที่ได้มีการนำเสนอซัพพลายเออร์เครื่องหนังชั้นนำกว่า 200 ราย ทั้งในและต่างประเทศ

โดยรูปแบบของการจัดงานจะดำเนินไปภายใต้คอนเซ็ปต์ M.E.E.T- Matching, Education, Experience และ Tradeshow ซึ่งตลอด 3 วัน ผู้เข้าร่วมงานจะได้เต็มอิ่มกับไฮไลท์พิเศษดังนี้

โครงการแข่งขันออกแบบกระเป๋าเพื่อเฟ้นหาดีไซเนอร์หน้าใหม่ The Next Thai Leather Goods Designer Competition เพื่อส่งเสริมนักศึกษาในประเทศไทยได้แสดงศักยภาพในการออกแบบเครื่องหนัง ผู้เข้าร่วมการแข่งขันจะได้นำเสนอไอเดียการออกแบบกระเป๋าภายใต้คอนเซ็ปต์ “Simple is Sustainable : ความเรียบง่ายคือความยั่งยืน” และผู้ที่ผ่านเข้ารอบสุดท้ายจะได้นำผลงานมาจัดแสดงและเข้าร่วมแข่งขันประชันไอเดียออกแบบที่งาน APLF ASEAN 2023 อีกด้วยซึ่งกิจกรรมในครั้งนี้จะเป็นส่วนสำคัญในการเสริมสร้างความแข็งแกร่งและสนับสนุนการออกแบบของอุตสาหกรรมหนังของไทยให้ก้าวไกลสู่ระดับสากล

การนำเสนอคอลเลคชั่นและการแบ่งปันเรื่องราวจาก 5 ดีไซเนอร์ชั้นนำในอาเซียน โดยดีไซเนอร์แบรนด์เครื่องหนังที่มีชื่อเสียงแห่งอาเซียน ซึ่งได้มาร่วมนำเสนอคอลเลคชั่นกระเป๋า signature ผลงานชิ้นเอกจากการรังสรรค์ชิ้นงานใหม่ๆ นอกจากนี้ในงานยังเชิญนักออกแบบระดับท็อปของอาเซียนมาร่วมแบ่งปันเรื่องราวความสำเร็จและความรักของตนต่อเครื่องหนังภายใต้หัวข้อเสวนา ความเป็นไปได้ที่ไม่มีที่สิ้นสุดของเครื่องหนัง “Endless Possibility of Leather”

ภายในงานยังได้จัดกิจกรรม Workshop เพื่อให้ความรู้เกี่ยวกับวัสดุเครื่องหนัง กิจกรรมนี้ออกแบบมาโดยเฉพาะสำหรับมืออาชีพด้านแฟชั่น ดีไซเนอร์ และเจ้าของธุรกิจเครื่องหนังรวมถึงหลักสูตรอบรมพื้นฐานเรื่องเครื่องหนัง การส่งเสริมความยั่งยืนของผลิตภัณฑ์หนังให้กับธุรกิจ คอร์สทำเครื่องหนัง (Leather making class) และอีกหนึ่งไฮไลท์ที่ไม่ควรพลาดกับโซนจัดแสดงเทรนด์แฟชั่นสีและวัสดุเครื่องหนังประจำฤดูใบไม้ร่วงและฤดูหนาว 2024/2025 เพื่อให้ผู้เข้าร่วมงานได้อัปเดตเทรนด์แฟชั่นและวัสดุประจำฤดูกาลที่กำลังจะมาถึงได้ก่อนใคร

ผู้สนใจเข้าชมและผู้ซื้อสามารถลงทะเบียนที่ https://www.aplf.com/visitorpreregistration/?utm_source=adv&utm_medium=pr&utm_content=localmedia&utm_campaign=aplf22&type=referral

เลือกสารฉีดหน้าให้เหมาะกับสภาพปัญหาผิว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/755882

วันอังคาร ที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ปัจจุบันกระแสการฉีดสารหรือยาเข้าสู่ผิวหนังเพื่อช่วยในการรักษารวมทั้งการเสริมความงามเป็นสิ่งที่กำลังเป็นที่นิยมกันมาก ซึ่งสารแต่ละตัวมีคุณสมบัติที่แตกต่างกันไปดังนั้นประชาชนจึงควรทำความเข้าใจเพื่อเลือกสารให้เหมาะสมกับสภาพปัญหาของแต่ละราย โดยในบทความนี้จะขอแบ่งชนิดของสารฉีดตามวัตถุประสงค์และกลไกการทำงาน

1.สารฉีดเพื่อลดริ้วรอยจากการขยับของกล้ามเนื้อ ในที่นี้หมายถึงสารที่ฉีดเพื่อลดรอยย่นของใบหน้า เช่น รอยย่นของหน้าผากจากการเลิกหน้าผาก รอยที่หางตาที่เกิดจากการยิ้มมากๆ รอยขมวดคิ้วในกลุ่มนี้จำเป็นต้องใช้สารที่มีฤทธิ์คลายกล้ามเนื้อ เนื่องจากสภาพปัญหาเกิดจากการที่กล้ามเนื้อบีบตัวมากเกินไป สารกลุ่มนี้ที่นิยมใช้ได้แก่สารโบทูลินุ่ม ท็อกซิน (Botulinum toxin) หรือที่เรียกกันสั้นๆ ว่าฉีดโบ นอกจากนี้ยังมีการนำสารกลุ่มนี้มาใช้ในทางการแพทย์เพื่อคลายกล้ามเนื้อบริเวณอื่นๆอีกด้วย เช่น กล้ามเนื้อกรามเพื่อแก้ปัญหาการกัดฟันบ่อย ซึ่งทำให้ได้ผลพลอยคือกล้ามเนื้อกรามขนาดลดลง ทำให้ใบหน้าดูเล็กลง หรือคลายกล้ามเนื้อน่อง กรณีที่กล้ามเนื้อน่องมีการหดเกร็ง เป็นต้น

2.สารฉีดเพื่อเพิ่มปริมาตรผิวเหมาะกับผู้ที่มีปัญหาเนื้อผิวหนังฝ่อตัวลงเช่น ไขมันในกล้ามเนื้อฝ่อลง ชั้นหนังแท้ฝ่อตัวลง เป็นต้น สารกลุ่มนี้อาจเรียกรวมว่าสารฟิลเลอร์ ที่นิยมใช้และพบว่าปลอดภัยได้แก่ สารกลุ่มเอชเอ (HA) หรือย่อมาจากไฮยาลูโรนิค แอซิด (Hyaluronic acid) ซึ่งความสามารถในการเพิ่มปริมาตรของผิวจะขึ้นกับกระบวนการผลิตรวมทั้งความเข้มข้นของสารเอชเอ นอกจากนี้ยังมีการนำสารกลุ่มนี้มาฉีดเพื่อเพิ่มปริมาณน้ำในผิว ซึ่งเหมาะสำหรับกรณีที่ผิวหนังขาดความชุ่มชื้นหรือที่เรียกว่าผิวหนังขาดน้ำ แต่กระบวนการผลิตและความเข้มข้นของสารออกฤทธิ์อาจมีความแตกต่างกับการฉีดเพื่อเพิ่มปริมาตรชั้นผิว

3.สารฉีดเพื่อเพิ่มคอลลาเจนในผิว สารกลุ่มนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มสารคอลลาเจนให้ผิวหนัง ตัวอย่างสารในกลุ่มนี้ได้แก่ โพลีนิวคลีโอไทด์ (Polynucleotide) โพลีคาโพรแลคโตน (Polycaprolactone) โพลีแอลแลคติกแอซิด (Poly-L Lactic aicd) โพลีดีแอลแลคติกแอซิด (Poly-D-L Lactic acid) แคลเซียมไฮดรอกซี่อะพาไทท์ (Calcium hydroxyapatite) สารกลุ่มนี้มีกลไกการออกฤทธิ์ที่แตกต่างกันไป เช่น โพลีนิวคลีโอไทด์และแคลเซียมไฮดรอกซี่อะพาไทท์จะออกฤทธิ์โดยการกระตุ้นเซลล์ที่สร้างสารคอลลาเจนในผิวหนัง ในขณะที่โพลีคาโพรแลคโตนโพลีแอลแลคติกแอซิด และโพลีดีแอลแลคติกแอซิด จะออกฤทธิ์โดยกระตุ้นให้เกิดการอักเสบภายในผิวหนังและมีการซ่อมแซมเนื้อเยื่อรวมทั้งการสร้างคอลลาเจนใหม่ ผู้ที่เหมาะกับการฉีดสารกลุ่มนี้ได้แก่ผู้ที่มีปัญหาเรื่องผิวหนังหย่อน ไม่เต่งตึง รวมทั้งริ้วรอยที่เกิดจากผิวหนังหย่อนตัว

4.สารฉีดเพื่อลดไขมัน หรือที่นิยมเรียกว่าเมโสแฟท สารกลุ่มนี้ที่นิยมใช้ เช่น ฟอสฟาติดิลโคลีน (Phosphatidylcholine) เป็นต้น อย่างไรก็ตามในปัจจุบันสารกลุ่มนี้ยังไม่ผ่านการรับรองจากองค์การอาหารและยาในประเทศไทยเพื่อการฉีด แต่ผ่านการรับรองสำหรับการทาภายนอกเท่านั้น ดังนั้นผู้รับการฉีดอาจต้องศึกษาข้อมูลก่อนรับการรักษาอย่างละเอียด

5.สารกลุ่มเอ็กโซโซม (Exosome) เป็นกระบวนการนำสารออกฤทธิ์เก็บกักไว้ในถุงหุ้มสาร โดยสารออกฤทธิ์มีวัตถุประสงค์เพื่อซ่อมแซมผิวหนังเพื่อให้การทำงานของเซลล์ผิวหนังดีขึ้น อย่างไรก็ตามสารกลุ่มเอ็กโซโซมในปัจจุบันยังไม่ผ่านการรับรองจากองค์การอาหารและยาในประเทศไทยเพื่อการฉีด แต่ผ่านการรับรองสำหรับการทาภายนอกเท่านั้นเนื่องจากต้องการข้อมูลเรื่องประสิทธิภาพและความปลอดภัยในระยะยาว

จะเห็นได้ว่าสารฉีดผิวมีวัตถุประสงค์เพื่อการรักษาและฟื้นฟูผิวหนังแตกต่างกันไป ในบางรายอาจต้องได้รับการฉีดหลายสารหากมีสภาพปัญหาหลายชนิด ดังนั้นผู้รับการฉีดจึงควรมีความเข้าใจเบื้องต้นก่อนรับการรักษา เพื่อให้ได้ผลการรักษาที่ตรงจุดและคุ้มกับค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้น

รองศาสตราจารย์ นายแพทย์วาสนภ วชิรมน

สาขาวิชาโรคผิวหนัง คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี

ราชวิทยาลัยอายุรแพทย์แห่งประเทศไทย

ททท. เผย ‘Amazing Thailand Grand Sale 2023’ ช่วยกระตุ้นนักท่องเที่ยวออกเดินทางและใช้จ่าย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/755991

ททท. เผย 'Amazing Thailand Grand Sale 2023' ช่วยกระตุ้นนักท่องเที่ยวออกเดินทางและใช้จ่าย

ททท. เผย ‘Amazing Thailand Grand Sale 2023’ ช่วยกระตุ้นนักท่องเที่ยวออกเดินทางและใช้จ่าย

วันจันทร์ ที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2566, 19.35 น.

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) จัดโครงการ Amazing Thailand Grand Sale 2023 เพื่อกระตุ้นให้เกิดการเดินทางและการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยว รวมทั้งตอกย้ำภาพลักษณ์ของประเทศไทย ที่เป็นจุดหมายปลายทางของการชอปปิงระดับโลก โดยได้จัดกิจกรรม Sale Campaign ลดกระหน่ำ ทั้งสินค้า และบริการด้านการท่องเที่ยวร่วมกับพันธมิตรจากเมืองท่องเที่ยวหลักทั้ง 6 Destination ได้แก่ กรุงเทพมหานคร เชียงใหม่ ภูเก็ต อุดรธานี ชลบุรี (พัทยา) และ สงขลา (หาดใหญ่)  เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน – 15 สิงหาคม 2566 ที่ผ่านมา ภายใต้แนวคิด “Hunting Season” เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้สนุกกับการล่าดีลเด็ด และสนุกกับกิจกรรมรับของสมนาคุณมากมาย 

ซึ่งในปีนี้ ททท. ได้รับความร่วมมืออย่างดีจากพันธมิตร ทั้งกลุ่มห้างสรรพสินค้า กลุ่ม Online Shopping Platform กลุ่มผู้ประกอบการท่องเที่ยว OTA และหน่วยงานรัฐ อาทิ การท่าอากาศยาน รถไฟฟ้าบีทีเอส สมาคมในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว รวมทั้งสิ้นกว่า 100 หน่วยงาน และ 20,000 ร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการจากทั่วประเทศ ที่มาร่วมมอบความสุขกับอิสระในการ ชอป กิน บิน เที่ยว ในยุค หลังโควิด-19

โครงการ Amazing Thailand Grand Sale 2023 จัดขึ้นเป็นระยะเวลา 2 เดือน สร้างเม็ดเงินกว่า 758 ล้านบาท โดยเฉลี่ยยอดใช้จ่ายจากการชอปปิงของนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ (Ave Spending) อยู่ที่ 26,000 บาท/คน และชาวไทยอยู่ที่ 4,600 บาท/คน โดยภาพรวมของประเภทสินค้าที่นักท่องเที่ยวซื้อมากที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่ เสื้อผ้า, อาหารและขนมขบเคี้ยว ผลไม้อบแห้ง, ของที่ระลึก, เครื่องสำอาง น้ำหอม และ เครื่องหนัง โดยการจัดกิจกรรมในครั้งนี้ นอกจากจะสร้างรายได้จากการชอปปิงแล้ว ยังกระตุ้นให้เกิดการเดินทางท่องเที่ยวกว่า 2,670 คนครั้ง สร้างรายได้ 14.4 ล้านบาท

-(016)

‘LINE MELODY’ ฉลองวันเกิด 4 ปี จัดเบิร์ดเดย์ปาร์ตี้รวมพลคนรักเพลงระเบิดความมันแบบเอ็กซ์คลูซีฟ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/755965

'LINE MELODY' ฉลองวันเกิด 4 ปี จัดเบิร์ดเดย์ปาร์ตี้รวมพลคนรักเพลงระเบิดความมันแบบเอ็กซ์คลูซีฟ

‘LINE MELODY’ ฉลองวันเกิด 4 ปี จัดเบิร์ดเดย์ปาร์ตี้รวมพลคนรักเพลงระเบิดความมันแบบเอ็กซ์คลูซีฟ

วันจันทร์ ที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2566, 18.17 น.

LINE MELODY ฉลองความสำเร็จการให้บริการผู้ใช้งานชาวไทยครบรอบ 4 ปี จัดงานวันเกิดยิ่งใหญ่ โดยได้วง The TOYS และ SLAPKISS ระเบิดความมันด้วยการแสดงสุดเอ็กซ์คลูซีฟ สร้างความสุขสนุกสนานให้กับผู้ร่วมงาน ทั้งผู้ใช้งาน พาร์ทเนอร์ และอินฟลูเอ็นเซอร์กว่า 200 คน

งานฉลองวันเกิด LINE MELODY ครั้งนี้ จัดขึ้นในรูปแบบคอนเสิร์ตในชื่อ “LINE MELODY 4th Birthday Party” เปิดโอกาสให้ผู้ชนะในกิจกรรมฉลองครบรอบวันเกิด 4 ปีพร้อมกับพาร์ทเนอร์ และเหล่าอินฟลูเอนเซอร์ได้เข้าร่วมงานนี้ด้วยบรรยากาศเป็นกันเองกับศิลปินคนโปรดอย่างวง The TOYS และ SLAPKISS ด้วยเพลงพิเศษมากมายอัดแน่นตลอดโชว์ และผู้ร่วมงานที่มียอดซื้อเมโลดี้สูงสุดยังได้รับสิทธิ์ให้ถ่ายรูปกับศิลปินอย่างใกล้ชิด ถือเป็นการเชื่อมประสบการณ์การใช้งานผลิตภัณฑ์ออนไลน์สู่คอนเสิร์ตแบบออฟไลน์ได้อย่างลงตัว เพื่อมอบเป็นของขวัญที่ LINE MELODY คืนให้กับผู้ใช้งานกว่า 3 ล้านคนแทนคำขอบคุณในโอกาสครบรอบครั้งนี้ 

นอกจากนี้ ในเดือนเกิดของ LINE MELODY ยังได้มีการประกาศผลรางวัล BLACK MELODY  ซึ่งเดือนนี้ได้มอบให้กับ 2 เพลงดัง ได้แก่ ยินดี Ost.มาตาลดา จาก sarah salola และ รักแรก (First Love) (Ost.รักแรกโคตรลืมยาก My Precious) จาก NONT TANONT

กิจกรรมครั้งนี้ ถือเป็นการตอกย้ำความมุ่งมั่นของ LINE MELODY ในการเป็นมิวสิกโปรโมเตอร์ ด้วยการหาโอกาสในการจัดกิจกรรมต่างๆ เพื่อสร้างสัมพันธ์ระหว่างศิลปิน แฟนๆ และผู้ใช้งานที่รักเสียงเพลง เพื่อร่วมกันผลักดันให้ธุรกิจเพลงสามารถเติบโตและพัฒนาสร้างความสุขให้กับคนไทยได้ต่อเนื่องยาวนาน

 แฟน LINE MELODY ยังสามารถรับชมปาร์ตี้คอนเสิร์ตย้อนหลังและพบกับข่าวสารกิจกรรมดีๆได้ทาง LINE MELODY Official Account https://lin.ee/McpGyPk/ddkh

-(016)

พาราไดซ์ พาร์ค ร่วมยินดี ฮั่วเซ่งฮง ร้านอาหารจีนระดับตำนาน ฉลองร้านโฉมใหม่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/755957

พาราไดซ์ พาร์ค ร่วมยินดี ฮั่วเซ่งฮง ร้านอาหารจีนระดับตำนาน ฉลองร้านโฉมใหม่

พาราไดซ์ พาร์ค ร่วมยินดี ฮั่วเซ่งฮง ร้านอาหารจีนระดับตำนาน ฉลองร้านโฉมใหม่

วันจันทร์ ที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2566, 18.11 น.

นายสมพล ตรีภพนารถ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารธุรกิจศูนย์การค้า พร้อมด้วย นายวิศาล  สิปิยารักษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายบริหารร้านค้าสัมพันธ์ บริษัท เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน) นางสาวจรูญรัตน์ สาลี กรรมการผู้จัดการ บริษัท พาราไดซ์ พาร์ค จำกัด ร่วมยินดีแก่ นายพิสุทธิ์ พิริยเลิศศักดิ์ ประธานกรรมการ บริษัท ฮั่วเซ่งฮงเลิศรส จำกัด เนื่องในโอกาส ฮั่วเซ่งฮง ร้านอาหารจีนระดับตำนาน ฉลองร้านโฉมใหม่ ณ ชั้น G ศูนย์การค้าพาราไดซ์ พาร์ค เมื่อเร็ว ๆ นี้

บีไอจี ผนึก GKBI ดันการใช้ Climate Tech เพื่อการจัดการพลังงานอย่างยั่งยืน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/755951

บีไอจี ผนึก GKBI ดันการใช้ Climate Tech เพื่อการจัดการพลังงานอย่างยั่งยืน

บีไอจี ผนึก GKBI ดันการใช้ Climate Tech เพื่อการจัดการพลังงานอย่างยั่งยืน

วันจันทร์ ที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2566, 18.07 น.

บีไอจี และ GKBI ร่วมลงนามความร่วมมือในการมอนิเตอร์การใช้และการลดการปลดปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ในกระบวนการผลิตไฟฟ้าชีวมวล การผลิตเอทานอลและระบบสาธารณูปโภคในโครงการนครสวรรค์ไบโอคอมเพล็กซ์ ด้วย Carbon Accounting Platform ที่พัฒนาโดยบีไอจี ยกระดับการบริหารจัดการพลังงานอย่างยั่งยืน ตอบรับเป้าหมายของประเทศมุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ในปี 2050 และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ภายในปี 2065

การลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MoU) ในครั้งนี้ ได้รับเกียรติจาก ปิยบุตร จารุเพ็ญ กรรมการผู้จัดการ บีไอจี และ ดำรงค์ ภูติภัทร์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท จีจีซี เคทิส ไบโออินดัส เทรียล จำกัด โดยความร่วมมือระหว่าง บีไอจี และ GKBI จะช่วยตอกย้ำความมุ่งมั่นในการใช้นวัตกรรมด้านพลังงานเพื่อลดการปลดปล่อยมลพิษในอุตสาหกรรมการผลิตเอทานอลและอุตสาหกรรมอื่น ๆ ของโครงการนครสวรรค์ไบโอคอมเพล็กซ์ นำไปสู่การกำหนดแนวทางการบริหารจัดการเพื่อลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์จากกระบวนการผลิต

ปิยบุตร จารุเพ็ญ กรรมการผู้จัดการ บีไอจี กล่าวว่า “บีไอจี ในฐานะผู้นำนวัตกรรมด้าน Climate Technology และเป็นผู้ริเริ่มในการสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน (Energy Transition) สำหรับภาคอุตสาหกรรมไทย โดยเป็นบริษัทในเครือแอร์โปรดักส์ จากประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งมุ่งมั่นในการสร้างความยั่งยืนระดับโลก บีไอจีจึงตระหนักถึงการใช้พลังงานอย่างยั่งยืน จึงมีการพัฒนา Carbon Account Platform เพื่อมอนิเตอร์การใช้และปลดปล่อยคาร์บอนฯ ในกระบวนการผลิตเพื่อตอบโจทย์ภาคอุตสาหกรรมที่ให้ความสำคัญกับความยั่งยืนมากขึ้น สามารถนำไปวางแผนการลดการปลดปล่อยคาร์บอนฯ จากกระบวนการผลิตได้อนาคต ซึ่งบีไอจีเองมีความชำนาญในเรื่องนวัตกรรมเกี่ยวกับก๊าซอุตสาหกรรมรวมถึงเทคโนโลยี Climate Tech เพื่อสนับสนุนอุตสาหกรรมไทย”

ดำรงค์ ภูติภัทร์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท จีจีซี เคทิส ไบโออินดัสเทรียล จำกัด กล่าวเพิ่มเติม “ในอุตสาหกรรมการผลิตเอทานอล โดยมีอ้อยเป็นวัตถุดิบ ซึ่งกระบวนการผลิต มีการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซต์ ดังนั้นการนำนวัตกรรมรวมถึง Platform ที่เกี่ยวกับการ Monitoring และวางแผนการผลิตเพื่อช่วยลดการปลดปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในรูปแบบ Carbon Accounting Platform ที่บีไอจีพัฒนาขึ้นมาใช้ในโครงการนครสวรรค์ไบโอคอมเพล็กซ์ ซึ่งจะเป็นไบโอคอมเพล็กซ์แห่งแรกของประเทศไทย สอดรับแนวนโยบายของประเทศที่ส่งเสริมเศรษฐกิจชีวภาพ จะช่วยบริหารจัดการด้านพลังงานอย่างยั่งยืน และมั่นใจว่าจะช่วยลดการปลดปล่อยคาร์บอนจากกระบวนการผลิตอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งสอดคล้องกับ GKBI ที่ให้ความสำคัญในการเป็น Leading Green Company”

TTB จัดแคมเปญ ‘ttb I Home EXPO 2023 ครบ จบ ทุกเรื่อง สินเชื่อบ้าน’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/755948

TTB จัดแคมเปญ  ‘ttb I Home EXPO 2023 ครบ จบ ทุกเรื่อง สินเชื่อบ้าน’

TTB จัดแคมเปญ ‘ttb I Home EXPO 2023 ครบ จบ ทุกเรื่อง สินเชื่อบ้าน’

วันจันทร์ ที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2566, 18.05 น.

ทีเอ็มบีธนชาต หรือ ทีทีบี โดย นายฐากร ปิยะพันธ์ (ที่ 7 จากซ้าย) ผู้จัดการใหญ่ และรักษาการประธานเจ้าหน้าที่บริหารลูกค้าบุคคล และนายจเร เจียรธนะกานนท์ (ที่ 6 จากซ้าย) รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร หัวหน้าบริหารผลิตภัณฑ์สินเชื่อรายย่อย ผนึก 8 บริษัทอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำของไทย จัดมหกรรมสินเชื่อที่อยู่อาศัยครั้งใหญ่ ภายใต้แคมเปญ “ttb I Home EXPO 2023 ครบ จบ ทุกเรื่อง สินเชื่อบ้าน” ได้แก่ บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ฯ บริษัท บริทาเนียฯ บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตทฯ บริษัท พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟคฯ บริษัท ศุภาลัยฯ บริษัท เอสซี แอสเสทฯ และบริษัท แสนสิริฯ จัดโปรโมชันแรง ดอกเบี้ยพิเศษคงที่ ปีแรก 2.75% ต่อปี เฉลี่ย 3 ปีแรก อยู่ที่ 3.25% ต่อปี ให้วงเงินอนุมัติสูงสุด 100% หรือสูงสุด 50 ล้านบาท ผ่อนต่ำเริ่มต้นเพียงล้านละ 4,500 บาท ต่อเดือน นานสูงสุด 35 ปี พร้อมดีลสุดพิเศษให้ส่วนลดเพิ่มสูงสุด 2 ล้านบาท ทั้งบ้านเดี่ยว บ้านแฝด ทาวน์เฮ้าส์ ทาวน์โฮม คอนโด ทั้งโครงการใหม่ และโครงการพร้อมอยู่ ตลอดเดือนกันยายน 2566 หวังช่วยกลุ่มคนมีบ้านเข้าถึงสินเชื่อบ้านได้ง่ายและเร็ว ทำให้มีชีวิตทางการเงินที่ดีขึ้น ผู้ที่สนใจ สามารถลงทะเบียนเพื่อรับสิทธิ์ได้ตั้งแต่วันนี้ ถึง 30 กันยายน 2566 หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้จากเจ้าหน้าที่โครงการของบริษัทอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำทั้ง 8 บริษัท ณ บูธประจำโครงการ หรือลงทะเบียนรับสิทธิ์ทางออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ ทีทีบี

 รายละเอียดเงื่อนไขเป็นไปตามที่ธนาคารฯ และบริษัทฯ กำหนด สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ttb contact center 1428

ออฟฟิศเมท ชูโซลูชั่นจัดซื้อยุคดิจิทัล ‘OFMBiz’ ในงาน The Secret Sauce Summit 2023

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/755938

ออฟฟิศเมท ชูโซลูชั่นจัดซื้อยุคดิจิทัล ‘OFMBiz’ ในงาน The Secret Sauce Summit 2023

ออฟฟิศเมท ชูโซลูชั่นจัดซื้อยุคดิจิทัล ‘OFMBiz’ ในงาน The Secret Sauce Summit 2023

วันจันทร์ ที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2566, 17.45 น.

ออฟฟิศเมท ในเครือเซ็นทรัล รีเทล ชูโซลูชั่นจัดซื้อยุคดิจิทัลในงาน The Secret Sauce Summit 2023 พร้อมสนับสนุนทุกธุรกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืน สอดรับเทรนด์การทำธุรกิจที่ให้ความสำคัญกับ ESG (Environment/Social/Governance)ด้วยแพลตฟอร์มจัดซื้อออนไลน์ “OFMBiz” ที่ตอบโจทย์ธุรกิจครบจบในที่เดียว ภายใต้คอนเซ็ปต์ “Total Enterprise Solutions” โดยมีสินค้าครบทุกอย่างที่ธุรกิจต้องใช้มากกว่า 100,000 รายการ รวมถึงสินค้าฉลากเขียว (Green Label)สินค้าผู้ประกอบการ SME และสินค้าที่ผลิตในไทย (Made in Thailand)พร้อมช่องทางสั่งซื้อผ่านระบบออนไลน์ ลดการใช้เอกสารและกระดาษ 100% เพิ่มความสะดวก รวดเร็ว ช่วยผู้ประกอบการและจัดซื้อประหยัดเวลา ประหยัดต้นทุน และเพิ่มความโปร่งใสในกระบวนการจัดซื้อ โดยมีระบบอนุมัติคำสั่งซื้อตามนโยบายองค์กรคุณ ทั้งนี้ยังสามารถเชื่อมต่อกับซอฟแวร์องค์กรหรือระบบ Procurement ระดับโลกได้หลากหลาย อาทิ SAP, ORACLE และ COUPA

ผู้ประกอบการสามารถสมัครใช้งาน “OFMBiz” ได้ฟรี! โทร.1281 หรือคลิก https://www.ofm.co.th/biz พร้อมรับเครดิตเทอม 30 วัน (ตามเงื่อนไข) ออฟฟิศเมทบริการจัดส่งฟรีเมื่อช้อป 499.- ตามกำหนด

‘ศุภมาส’ แจงเหตุตั้ง 12 อธิการบดีล่าช้า ต้องยึดหลักธรรมาภิบาล

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/755937

‘ศุภมาส’ แจงเหตุตั้ง 12 อธิการบดีล่าช้า ต้องยึดหลักธรรมาภิบาล

‘ศุภมาส’ แจงเหตุตั้ง 12 อธิการบดีล่าช้า ต้องยึดหลักธรรมาภิบาล

วันจันทร์ ที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2566, 17.44 น.

11 กันยายน 2566 นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ชี้แจงถึงกรณีที่มหาวิทยาลัย 12 แห่งยังไม่สามารถแต่งตั้งอธิการบดีได้ว่า รัฐบาลโดยกระทรวง อว. ได้ให้ความสำคัญกับระบบธรรมาภิบาล ด้านการอุดมศึกษา โดยเฉพาะการสรรหาอธิการบดี นายกสภามหาวิทยาลัยและกรรมการสภามหาวิทยาลัย ซึ่งมหาวิทยาลัยส่วนใหญ่มีพระราชบัญญัติของตนเอง มีขั้นตอนและกระบวนการสรรหาอธิการบดี นายกฯ และกรรมการสภาฯ  จนถึงขั้นตอนสุดท้ายที่กระทรวง อว. ทำหน้าที่กลั่นกรอง ก่อนนำเสนอโปรดเกล้าฯ  โดยสำนักนายกรัฐมนตรี ได้มีแนวทางในการเสนอโปรดเกล้าฯ อย่างรอบคอบและรัดกุม

รมว.อว. กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ ในการดำเนินงานสรรหาฯ ซึ่งเป็นกระบวนการภายในของมหาวิทยาลัย เป็นเรื่องละเอียดอ่อนทั้งในแง่ขั้นตอน วิธีการสรรหา และคุณสมบัติของบุคคล ทำให้เกิดความล่าช้า เมื่อมีการนำเสนอมาที่กระทรวง อว. แล้วก็จะมีการตรวจสอบเพิ่มเติมอย่างรอบคอบ ให้ความยุติธรรมกับทุกฝ่าย ตลอดจนหลายกรณีที่อยู่ในการพิจารณาของศาลหรือหน่วยงานตรวจสอบภายนอกซึ่งต้องเสร็จสิ้นก่อน กระทรวง อว. จึงจะดำเนินการต่อไปได้

“กรณีของมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช (มสธ.) นั้น ปัจจุบันการดำเนินงานยังอยู่ในขั้นตอนภายในของสภามหาวิทยาลัย โดย รมว.อว. ได้แจ้งสภามหาวิทยาลัยให้เร่งดำเนินการตามอำนาจหน้าที่โดยเร็วแล้ว พร้อมจะดูแลบริหารจัดการให้มีระบบธรรมาภิบาลของมหาวิทยาลัย อย่างเข้มงวดต่อไป” นางสาวศุภมาส กล่าว