เพราะถ้าเป็นเรื่องของลูก #แม่ไม่ยอม เปิดสไตล์การเลี้ยงลูกฉบับ ‘ดิว – อริสรา’ สู่ Bébé Roo Baby Care

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/755917

เพราะถ้าเป็นเรื่องของลูก #แม่ไม่ยอม เปิดสไตล์การเลี้ยงลูกฉบับ ‘ดิว – อริสรา’ สู่ Bébé Roo Baby Care

เพราะถ้าเป็นเรื่องของลูก #แม่ไม่ยอม เปิดสไตล์การเลี้ยงลูกฉบับ ‘ดิว – อริสรา’ สู่ Bébé Roo Baby Care

วันจันทร์ ที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2566, 17.08 น.

ดิว – อริสรา ทองบริสุทธิ์ เซเลบริตี้ และบทบาทความเป็นคุณแม่ของน้องไซลาส จัดงานเปิดตัวอย่างเป็นทางการ “เบเบย์ รูว เบบี้ แคร์ (Bébé Roo Baby Care)” แบรนด์ผลิตภัณฑ์ดูแล และบำรุงผิวสำหรับเด็ก จากแรงบันดาลใจประสบการณ์การเลี้ยงลูกสไตล์ “Kangaroo Mom” ที่พร้อมสนับสนุนให้ลูกเติบโตได้อย่างสมดุล เน้นการให้อิสระในการค้นหา ปล่อยให้ลูกได้ทำผิดพลาดเพื่อการเรียนรู้ โดยมีแม่เคียงข้าง และคอยสนับสนุนอยู่เสมอ ผลิตภัณฑ์ภายใต้แบรนด์ Bébé Roo Baby Care ผ่านการคัดสรร และนำเข้าส่วนผสมจากต่างประเทศ รวมถึงคิดค้นเทคโนโลยี และนวัตกรรมร่วมกับทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านกุมารเวชศาสตร์โรคภูมิแพ้ และภูมิคุ้มกัน เพื่อเป็นผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์คุณแม่ยุคใหม่ในการดูแลผิวที่บอบบางของลูกน้อยมากที่สุด

“อะไรที่ว่าดี แม่ก็ไม่ยอมแพ้ที่จะทำเพื่อลูก” จุดเริ่มต้นของแบรนด์ Bébé Roo Baby Care ผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์คุณแม่ยุคใหม่ทุกคน

ดิว – อริสรา ทองบริสุทธิ์ CEO และผู้ก่อตั้งแบรนด์ เบเบย์ รูว เบบี้ แคร์ (Bébé Roo Baby Care) บอกเล่าบทบาทความเป็นคุณแม่กว่าหนึ่งปีเต็มว่า “เราพบว่าตนเองมีความตั้งใจที่จะสรรหาของใช้ที่ดีที่สุดเพื่อลูกจากทั้งแหล่งซื้อขายในไทย และต่างประเทศ ไม่ว่าจะต้องรอนาน หรือราคาแพง ขอแค่มีคำบอกเล่าว่าเป็นของดีก็พร้อมจะซื้อมาลองเพื่อค้นหาสิ่งที่ใช่ที่สุดสำหรับลูก จนเกิดเป็นแรงบันดาลใจในการลองทำผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์คนเป็นแม่ที่เลี้ยงลูกในสไตล์เดียวกับเรา ปล่อยให้ลูกได้ค้นหาสิ่งที่ชอบ และเรียนรู้เรื่องราวใกล้ตัวผ่านการหยิบจับสิ่งของต่างๆ เพื่อสร้างพัฒนาการทั้งด้านความคิด และเติบโตสมวัย”

“Kangaroo Mom” (แม่จิงโจ้) สไตล์การเลี้ยงลูกของคุณแม่ยุคใหม่ ให้ลูกเติบโตในแบบที่เป็นตัวเอง

“ความรู้สึกเมื่อได้มาเป็นแม่คน เราไม่ได้คาดหวังให้ลูกเป็นตัวแทนเราในยุคสมัยนี้ และที่สำคัญไม่ต้องการเรียกร้องหรือต้องการให้ลูกใช้ชีวิตเพื่อเรา แค่อยากให้เขาได้เติบโตไปเป็นคนที่มีความสมดุลทั้งด้าน IQ และ EQ สามารถใช้ชีวิตแบบที่ตนเองต้องการได้อย่างมีความสุข เราได้ศึกษาสไตล์การเลี้ยงลูกแบบต่างๆ และรู้สึกถูกใจกับแนวคิด “Kangaroo Mom” ที่เน้นอิสระให้ลูกได้ค้นหา และทำกิจกรรมที่ชอบด้วยตนเอง โดยพ่อแม่จะไม่เข้าไปบังคับ หรือตีกรอบมากจนเกินไปปล่อยให้ลูกได้ทำผิดพลาดเพื่อการเรียนรู้ แต่มีแม่คอยสนับสนุนอยู่ข้างๆ เสมอเวลาที่ลูกต้องการ เหมือนอย่างแม่จิงโจ้ที่ทะนุถนอมลูกน้อยไว้ในกระเป๋าหน้าท้อง ก่อนจะปล่อยให้เผชิญโลกกว้างเต็มที่เมื่อถึงเวลา ซึ่งการเลี้ยงลูกด้วยแนวคิดนี้คนเป็นแม่ต้องเตรียมพร้อมที่จะป้องกันไม่ให้ลูกต้องเผชิญกับอันตรายต่างๆ รวมถึงความสกปรก มลภาวะ ซึ่งจะนำไปสู่การเจ็บป่วยได้ อย่างดิวเองก็เลือกสรรผลิตภัณฑ์ที่มั่นใจได้ว่าจะชะล้างสิ่งสกปรกได้หมด ที่สำคัญเน้นที่ความปลอดภัย และปกป้องได้อย่างอ่อนโยน เพื่อให้การเลี้ยงลูกสไตล์แม่จิงโจ้ของเราเป็นไปอย่างราบรื่น อีกทั้งยังเป็นแรงบันดาลใจในการตั้งชื่อแบรนด์ Bébé Roo ซึ่งมาจากคำว่า Kangaroo อีกด้วย”

อัดแน่นด้วยสารสกัดจากธรรมชาติ จริงจังเรื่องการดูแลและปกป้องผิวลูกน้อย

เพราะความตั้งใจที่จะส่งมอบประสบการณ์ดูแล และปกป้องลูกน้อยอย่างดีที่สุดให้กับคุณแม่ท่านอื่นๆ Bébé Roo Baby Care จึงนำเข้าสารสกัดที่มีความโดดเด่นจากต่างประเทศ รวมถึงคิดค้น และพัฒนาสารสกัดจากธรรมชาติมาใส่ไว้ในผลิตภัณฑ์ เพื่อตอบโจทย์สไตล์การเลี้ยงลูกแบบคุณแม่ยุคใหม่ที่อยากให้ลูกได้เรียนรู้ และเผชิญโลกด้วยตนเองในขณะเดียวกันก็ปกป้องผิวบอบบางจากสิ่งสกปรกได้อยู่หมัด อาทิ

– เซนเซีย แคโรต้า (Sensia Carota) สารสกัดจากแครอท อันเป็นเอกสิทธิ์เฉพาะของแบรนด์ Bébé Roo Baby Care มีคุณสมบัติในการปลอบประโลม และปกป้องผิวบอบบางเสมือนผิวหนังชั้นที่ 2 มอบความชุ่มชื้น และปรับจุลินทรีย์ในผิวให้อยู่ในภาวะสมดุล 

– โพลูสตอป (PolluStop) กลไกการปกป้องผิวหนัง และช่วยชำระสิ่งสกปรก จากมลภาวะที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ 

– ไฮโดรมานิล (Hydromanil) สารสกัดธรรมชาติจาก “ต้นทาร่า” ผสานเทคโนโลยี ยี 3D-Matrix ช่วยในการปลดปล่อยสารสำคัญเข้าสู่ผิวอย่างต่อเนื่องยาวนาน มอบความชุ่มชื้นให้ผิวได้ทันทีเมื่อเข้าสู่ผิว ลดอาการผิวหลุดลอก

– เซนเซอรีน (Senseryn) นวัตกรรมจากธรรมชาติ สารสำคัญจาก “ออร์แกนิคฮอบส์” ที่อุดมไปด้วยสาร Polyphenol มีคุณสมบัติจับกับ Bitter Taste Receptor (T2Rs) กระตุ้นการสร้าง Anti- microbial ลดการอักเสบ และรอยดำ

ช่วยปกป้อง และฟื้นฟูผิวแพ้ง่ายให้กลับมาแข็งแรง

– ดีเฟนซิล พลัส (Defensil Plus) สารสกัดจากสามทหารเสือแห่งธรรมชาติ Blackcurrant, Ballon Vine และต้นทานตะวัน ช่วยลดการอักเสบ ลดระคายเคือง และผื่นผิวหนังจากการอักเสบ

ผลิตภัณฑ์ภายใต้แบรนด์ Bébé Roo Baby Care ประกอบไปด้วยกลุ่มที่เป็นผลิตภัณฑ์สำหรับดูแล และบำรุงผิว ได้แก่

– Bébé Roo Head to Toe Hair & Body Wash – สบู่เหลวอาบน้ำ และแชมพูสระผมที่มีความอ่อนโยน

– Bébe Roo Body Lotion – โลชั่นถนอมผิวเด็กเนื้อเข้มข้น ที่มอบความชุ่มชื้น เสริมเกราะป้องกันผิวให้แข็งแรง

– Bébe Roo 3 in 1 Baby Balm – ผลิตภัณฑ์ 3 in 1 เบบี้บาล์มที่ช่วยฟื้นฟูสภาพผิวให้กลับมาแข็งแรง

และในกลุ่มผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด และลดการสะสมเชื้อโรคอย่างอ่อนโยน ทิชชู่เปียก (Wet Wipes) แบ่งเป็น 2 ประเภท ได้แก่

– Bébé Roo Baby Wet Wipes – ผ้าเช็ดทำความสะอาดผิวแบบเปียก ปราศจากแอลกอฮอล์ และน้ำหอม

– Bébé Roo Hygiene Wipes – ผ้าเช็ดทำความสะอาดผิวแบบเปียก สูตรแอลกอฮอล์ Foodgrade สำหรับลดการสะสมของเชื้อไวรัสหรือแบคทีเรีย รวมถึงเชื้อราทุกชนิด

“ดิวเชื่อว่าคุณแม่ยุคใหม่มีจุดร่วมที่เหมือนกัน คือเราชื่นชอบการศึกษาหาความรู้ใหม่ๆ เกี่ยวกับการดูแลลูกอยู่เสมอ ที่สำคัญคือไม่หวงที่จะแบ่งปันเคล็ดลับ หรือสิ่งดีๆ ที่จะทำให้ลูกน้อยมีความสุขทั้งกายใจกับคุณแม่ท่านอื่น ซึ่ง Bébé Roo Baby Care คือความตั้งใจของดิวที่อยากแบ่งปันประสบการณ์การดูแล และปกป้องลูกอย่างเต็มที่ให้คุณแม่ทุกท่านได้สัมผัส และรู้สึกภูมิใจกับการได้เห็นลูกของเราเติบโตอย่างมีคุณภาพ” 

สำหรับผู้ที่สนใจผลิตภัณฑ์ สามารถหาซื้อได้ที่ห้างสรรพสินค้าชั้นนำ และร้านขายยาชั้นนำ อาทิ Gourmet market, Villa market, Foodland, Fascino ร้านขายของแม่และเด็ก และผ่านช่องทางออนไลน์ทาง Lazada และ Line shopping สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์เด็กแบรนด์ Bébé Roo Baby Care ได้ที่ Official IG: beberoobabycare https://www.instagram.com/beberoobabycare/

-(016)

กรมพระศรีสวางควัฒน ทรงเปิดนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ ‘เมตตา’ LOVING KINDNESS เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันประสูติ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/755889

กรมพระศรีสวางควัฒน ทรงเปิดนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ ‘เมตตา’ LOVING KINDNESS เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันประสูติ

กรมพระศรีสวางควัฒน ทรงเปิดนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ ‘เมตตา’ LOVING KINDNESS เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันประสูติ

วันจันทร์ ที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2566, 16.09 น.

สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี เสด็จไปทรงเปิดนิทรรศการ “เมตตา” LOVING KINDNESS นิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันประสูติองค์สิริศิลปิน ณ หอศิลป์ทิพย์พิมาน อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา

สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี เสด็จไปทรงเปิดนิทรรศการ “เมตตา” LOVING KINDNESS นิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันประสูติองค์สิริศิลปิน ณ หอศิลป์ทิพย์พิมาน ต.โป่งตาลอง อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา โดยมีนายปัญญา วิจินธนสาร ผู้อำนวยการหอศิลป์ทิพย์พิมาน พร้อมด้วยคณะผู้บริหารราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ สถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ สถาบันบัณฑิตศึกษาจุฬาภรณ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดสีคิ้ว ผู้บัญชาการมลฑลทหารบกที่ ๒๑ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา เฝ้ารับเสด็จฯ การนี้ พระราชทานพระวโรกาสให้ รองศาสตราจารย์วิรัญญา ดวงรัตน์ รองผู้อำนวยการหอศิลป์ทิพย์พิมาน เข้าเฝ้าถวายสูจิบัตร และพระราชทานพระวโรกาสให้นายปัญญา วิจินธนสาร ผู้อำนวยการหอศิลป์ทิพย์พิมาน กราบทูลรายงานวัตถุประสงค์การจัดงานฯ และนำคณะกรรมการจัดงานนิทรรศการฯ เข้าเฝ้ารับพระราชทานของที่ระลึก จำนวน ๑๕ ราย จากนั้น ทอดพระเนตรวีดิทัศน์นิทรรศการ “เมตตา” LOVING KINDNESS และบรรยากาศของผู้เข้าชมนิทรรศการฯ จากนั้นเสด็จลง ณ พื้นที่จัดแสดงนิทรรศการ ชั้น ๑ หอศิลป์ทิพย์พิมาน

ในการนี้ ทรงติดสติกเกอร์รูปหัวใจ ณ ประติมากรรมเสือ “ พยัคฆ์รักษ์วารี ” และทรงติดสติกเกอร์รูปหัวใจบนภาพวาดฝีพระหัตถ์เสือเพื่อเป็นปฐมฤกษ์ของการเปิดนิทรรศการฯ ในครั้งนี้

สำหรับนิทรรศการ “เมตตา” LOVING KINDNESS  นิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ ศาสตราจารย์ ดร. สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันประสูติองค์สิริศิลปิน ๔ กรกฎาคม ๒๕๖๖ จัดแสดงขึ้น ณ หอศิลป์ทิพย์พิมาน ตำบลโป่งตาลอง อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา เป็นนิทรรศการบอกเล่าเรื่องราวหลากหลายเกี่ยวกับมุมมองชีวิตประจำวันในอิริยาบถต่าง ๆ ท่ามกลางความสุขสงบ ความเกื้อกูลกันระหว่างชีวิตกับธรรมชาติ การทรงงานศิลปะขององค์สิริศิลปิน ประกอบด้วยศิลปะหลากหลายแขนง ทั้งจิตรกรรม ประติมากรรม สื่อผสมและศิลปะการจัดวาง (Installation Art) ซึ่งเป็นผลงานที่แสดงให้เห็นการสะท้อนธรรมชาติจากศิลปะที่ทรงใช้ทักษะความชำนาญจากการมองชีวิตในธรรมชาติ โดยมิได้มุ่งหมายแสดงออกตามความเป็นจริงด้วยสายตาที่เห็น แต่เป็นการแสดงออกถึงสุนทรียภาพทางความคิดและถ่ายทอดอารมณ์จากความรู้สึกภายในที่เหนือความเป็นจริง

นิทรรศการ “เมตตา” LOVING KINDNESS แบ่งพื้นที่การจัดแสดงนิทรรศการ ชั้น ๑ ให้เป็นการจัดแสดงผลงานภาพวาดฝีพระหัตถ์ และผลงานขยายจากภาพวาดฝีพระหัตถ์ที่นำเสนอเรื่องราวของ “เสือ” เป็นหลัก

ชั้น ๒ จัดแสดงผลงานภาพวาดฝีพระหัตถ์และผลงานขยายจากภาพวาดฝีพระหัตถ์ ชุด “ผีเสื้อและดอกไม้” ชั้น ๓ จัดแสดงผลงานภาพวาดฝีพระหัตถ์และผลงานขยายจากภาพวาดฝีพระหัตถ์ ชุด “นกฮูกและคุณไหมทอง สุนัขทรงเลี้ยง” และชั้น ๔ จัดแสดงนิทรรศการพระอัจฉริยภาพในผลงานด้านต่าง ๆ และผลิตภัณฑ์จากโครงการในพระดำริฯ ทั้งนี้ สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ทรงมีน้ำพระทัยเปี่ยมล้นด้วยพระเมตตา ทรงห่วงใยในทุกข์สุขของอาณาราษฎร โดยทรงใช้ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์และศิลปะเกื้อกูลกันเพื่อประโยชน์ในการช่วยเหลือประชาชน ทรงสละเวลาส่วนพระองค์ในการช่วยเหลือโครงการสุขอนามัยต่าง ๆ ความสุขที่ได้ช่วยเหลือผู้ทุกข์ยากและด้วยพระปณิธานอันแน่วแน่ก่อให้เกิดแรงบันดาลพระทัยในการทรงงานศิลปะหลากหลายแขนง ซึ่งแสดงให้เห็นการสะท้อนความสมดุลของชีวิตในธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ถ่ายทอดความงดงามที่สะท้อนความมีเมตตาต่อกันผ่านการแสดงออกทางแววตาของเสือที่ทรงสร้างสรรค์ออกมาเป็นผลงานภาพฝีพระหัตถ์หลายร้อยผลงาน นับเป็นการสร้างสุนทรียศาสตร์นำศิลป์สู่ชีวิตในทุกมิติอย่างสมบูรณ์

ขอเชิญชวนประชาชนและผู้สนใจร่วมชื่นชมพระอัจฉริยภาพและพระปรีชาสามารถด้านศิลปะขององค์สิริศิลปิน ถ่ายทอดความงดงามผ่านนิทรรศการ “เมตตา” LOVING KINDNESS ณ หอศิลป์ทิพย์พิมาน ตำบลโป่งตาลอง อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา โดยเปิดให้เข้าชมทุกวันไม่เว้นวันหยุดราชการ ตั้งแต่เวลา ๐๙.๐๐ -๑๖.๓๐ น. ค่าเข้าชม ๕๐ บาทต่อท่านนำรายได้สมทบทุนมูลนิธิทิพย์พิมานเพื่อสัตว์ป่วยและสัตว์ไร้ที่พึ่ง ในพระอุปถัมภ์ฯ สำหรับเด็กอายุต่ำกว่า ๑๕ ปี และผู้สูงอายุ ๖๐ ปีขึ้นไป รวมถึงกลุ่มเปราะบางและผู้ด้อยโอกาสเข้าชมฟรี สอบถามข้อมูล โทร ๐๙ ๖๘๗๙ ๙๐๔๔ , ๐๙ ๖๑๔๕ ๖๒๔๙ หรือ Facebook : หอศิลป์ทิพย์พิมาน  http://www.facebook.com/TippimarnArtGallery

-(016)

นิวเวิลด์ ดีเวลลอปเมนต์และ‘ฮ่องกงดิสนีย์แลนด์’ มุ่งยกระดับ‘เกาะลันเตา’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/755884

นิวเวิลด์ ดีเวลลอปเมนต์และ‘ฮ่องกงดิสนีย์แลนด์’ มุ่งยกระดับ‘เกาะลันเตา’

นิวเวิลด์ ดีเวลลอปเมนต์และ‘ฮ่องกงดิสนีย์แลนด์’ มุ่งยกระดับ‘เกาะลันเตา’

วันจันทร์ ที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2566, 16.01 น.

บริษัท นิวเวิลด์ดีเวลลอปเมนต์จำกัด และฮ่องกงดิสนีย์แลนด์รีสอร์ท ประกาศลงนามบันทึกความเข้าใจ (Memorandum of Understanding: MoU) เพื่อเปิดมิติประสบการณ์ใหม่ให้กับภาคการท่องเที่ยวของฮ่องกง  ส่วนสำคัญของความร่วมมือครั้งนี้จะเกิดขึ้นที่ 11 SKIESที่ซึ่งมีการวางแผนว่าจะเปิดตัวร้านค้าของฮ่องกงดิสนีย์แลนด์แห่งใหม่

ด้วยทำเลที่ตั้งละแวกเดียวกับสนามบินนานาชาติฮ่องกงและสะพานฮ่องกง-จูไห่-มาเก๊า ทำให้ 11 SKIES และฮ่องกงดิสนีย์แลนด์รีสอร์ท ได้ใช้ประโยชน์จากทำเลยุทธศาสตร์ดังกล่าวร่วมกันในการวางแผนโอกาสความร่วมมือด้านต่างๆ อาทิ การเปิดตัวร้านค้าของฮ่องกงดิสนีย์แลนด์แห่งใหม่  ส่งเสริมการเชื่อมต่อทางคมนาคม พัฒนาสินค้าด้านการท่องเที่ยวและวัฒนธรรม ไปพร้อมกับการพัฒนาศักยภาพยกระดับเกาะลันเตา

ฮ่องกงดิสนีย์แลนด์รีสอร์ทมอบข้อเสนอใหม่ๆ ที่โดดเด่นและแตกต่างแก่นักท่องเที่ยว อย่างสมฐานะแลนด์มาร์คทางการท่องเที่ยวของฮ่องกง เริ่มตั้งแต่ Castle of Magical Dreams ที่ผ่านการรังสรรค์ขึ้นจากจินตนาการอีกครั้ง การแสดงยามค่ำคืนอันแสนงดงามอย่าง “Momentous” พร้อมด้วย LinaBell เพื่อนใหม่ล่าสุดของ Duffy ซึ่งเป็นขวัญใจของชาวฮ่องกง ก็พร้อมให้การต้อนรับนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกอีกครั้งแล้ว นอกจากนี้ ในเดือนตุลาคมก็จะมีการเปิดตัวรูปปั้น“Dream Makers” หรือผู้สร้างฝัน เป็นรูปปั้นวอลต์ ดิสนีย์อยู่เคียงข้างมิกกี้เมาส์อันเป็นเอกลักษณ์ที่จะต้องถูกใจแฟนทุกเพศทุกวัย ไปจนถึงไฮไลต์ที่ทุกคนรอคอยอย่าง เวิลด์ออฟโฟรเซ่น (World of Frozen) ดินแดนธีม Frozen แห่งแรกที่ใหญ่ที่สุดของโลกที่จะเปิดตัวในเดือนพฤจิกายน ในฐานะประสบการณ์ระดับโลกใหม่ล่าสุดของฮ่องกงดิสนีย์แลนด์รีสอร์ท

11 SKIES ซึ่งเป็นส่วนสำคัญของ SKYCITY ทยอยเปิดให้บริการตั้งแต่ปี 2565 และจะเปิดให้บริการเต็มพื้นที่ในปี 2568 โดยจะรับหน้าที่เป็นศูนย์รวมจุด “ชิวช้อป” (Retail-tainment) และธุรกิจครบวงจรที่ใหญ่ที่สุดในฮ่องกงด้วยขนาดพื้นที่รวมกว่า 3.8 ล้านตารางฟุต ส่วนอาคารสำนักงานเกรด A ทั้ง 3 อาคารของบริษัท ได้แก่ K11 ATELIERและ11 SKIES ได้เปิดดำเนินการแล้วเมื่อปีที่ผ่านมา โดยมีผู้เช่าส่วนใหญ่เป็นผู้ให้บริการด้านการเงินและการบริหารความมั่งคั่ง ผู้ให้บริการด้านสุขภาพ ตลอดจนธุรกิจระหว่างประเทศ เฟสถัดไปของ 11 SKIES จะเป็นคิวของร้านค้าและความบันเทิงที่จะค่อยๆ เปิดตัวตามกันไป ประกอบด้วยร้านค้าปลีกกว่า 800 ร้านค้า ตัวเลือกร้านอาหารหลากหลายสไตล์กว่า 120 ร้าน และสถานที่ท่องเที่ยวระดับโลกครั้งแรกในฮ่องกงจำนวน 8 แห่ง ด้วยทำเลที่ตั้งที่ใกล้สนามบินและสะพานฮ่องกง-จูไห่-มาเก๊า ที่นี่จึงกลายเป็นประตูและหัวใจสำคัญสู่ผู้คนกว่า 86 ล้านคนที่พำนักอยู่ในเขต“รัศมีการเดินทาง 1.5 ชั่วโมง” ภายในพื้นที่ GBA

ตามที่ระบุไว้ใน MoU โอกาสทางความร่วมมือระหว่างนิวเวิลด์และฮ่องกงดิสนีย์แลนด์ครอบคลุมความร่วมมือด้านการค้าปลีก ผลิตภัณฑ์ การค้า และการเชื่อมต่อ จึงนำไปสู่การเปิดตัวร้านค้าของฮ่องกงดิสนีย์แลนด์ ใน 11 SKIES นอกจากนี้ การเดินทางและบริการรถรับส่งระหว่าง 11 SKIES และฮ่องกงดิสนีย์แลนด์ยังนับเป็นอีกหนึ่งจิ๊กซอว์ของความร่วมมือที่มีแผนจะเกิดขึ้น ซึ่งจะช่วยอำนวยความสะดวกให้กับนักท่องเที่ยวที่เดินทางระหว่างสถานที่ทั้งสองแห่ง นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายยังจะตัดสินใจร่วมกันในเรื่องของการพัฒนาสินค้าด้านการท่องเที่ยวและวัฒนธรรม สำรวจโอกาสสิทธิประโยชน์และประสบการณ์สุดพิเศษต่างๆ ที่สามารถมอบให้สมาชิกในระบบโปรแกรมสะสมคะแนนต่างๆ ของนิวเวิลด์กว่า 20 ล้านคนได้ รวมถึงจัดกิจกรรมและสร้างโอกาสทางการตลาดตามที่ต่างๆ ของ K11 ทั่วฮ่องกงและพื้นที่ GBA

Nam-Hoi Sitt กรรมการบริหารของนิวเวิลด์ดีเวลลอปเมนต์กล่าวว่า “เรารู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้จับมือกับฮ่องกงดิสนีย์แลนด์รีสอร์ทเพื่อต่อยอดจุดแข็งของเรา และเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลงเกาะลันเตาผ่านการทำงานร่วมกันในครั้งนี้ เราจะเดินหน้าคว้าโอกาสในการร่วมมือกับพันธมิตรต่างๆ ต่อไป เพื่อที่จะเปลี่ยนเกาะลันเตาให้เป็นไฮไลต์แห่งใหม่ในภาคการท่องเที่ยวของฮ่องกง และพลิกโฉมฮ่องกงให้กลายเป็นจุดหมายปลายทางชั้นนำเพื่อการท่องเที่ยวในกลุ่มชาวจีนและนักเดินทางจากทั่วทุกมุมโลก”

Michael Moriarty กรรมการผู้จัดการฮ่องกงดิสนีย์แลนด์รีสอร์ทกล่าวปิดท้ายว่า “ในฐานะแลนด์มาร์คการท่องเที่ยวที่สนับสนุนการเติบโตของเศรษฐกิจ ฮ่องกงดิสนีย์แลนด์จึงทุ่มเททุกความพยายามรูปแบบใหม่ในการสร้างให้ฮ่องกงเป็นจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวชั้นนำ การทำงานร่วมกับนิวเวิลด์ และพาร์ทเนอร์อื่นๆ ก็เป็นส่วนสำคัญของความพยายามดังกล่าว ในการเตรียมตัวรับมือและตอบรับความต้องการของนักท่องเที่ยว ที่เปลี่ยนไปให้ความสนใจกับตัวเลือกการท่องเที่ยวแบบเน้นประสบการณ์มากยิ่งขึ้น”

เทดฟันด์ ชู ‘โรงอบแห้งอัจฉริยะฯ’ ตอบโจทย์ BCG Model ช่วยให้ผู้ประกอบการไทยพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/755883

เทดฟันด์ ชู 'โรงอบแห้งอัจฉริยะฯ' ตอบโจทย์ BCG Model ช่วยให้ผู้ประกอบการไทยพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการ

เทดฟันด์ ชู ‘โรงอบแห้งอัจฉริยะฯ’ ตอบโจทย์ BCG Model ช่วยให้ผู้ประกอบการไทยพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการ

วันจันทร์ ที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2566, 15.56 น.

เทดฟันด์ ชู “โรงอบแห้งอัจฉริยะพลังงานความร้อนร่วม” ตอบโจทย์ BCG Model ช่วยให้ผู้ประกอบการไทยพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการ ช่วยเกษตรกรจังหวัดพัทลุงแปรรูปพืชผลทางการเกษตรเพิ่มมูลค่า กำลังการผลิตสูงแถมใช้งานได้ทุกฤดูกาล

11 กันยายน 2566 ดร.ชาญวิทย์ ตรีเดช ผู้จัดการกองทุนพัฒนาผู้ประกอบการเทคโนโลยีและนวัตกรรม หรือ เทดฟันด์ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ลงพื้นที่โรงอบแห้งอัจฉริยะพลังงานความร้อนร่วม ที่สวนนาวริมนา ต.โคกชะงาย อ.เมือง จ.พัทลุง ซึ่งเทดฟันด์ให้การสนับสนุนทุนทั้งด้านเงินทุนและองค์ความรู้ทางธุรกิจ นายธีรยุทธ ทองทวี CEO ห้างหุ้นส่วนจำกัด ศุภากร คอนโทรล นำชมโรงอบแห้งอัจฉริยะพลังงานความร้อนร่วม ซึ่งเป็นผลงานนวัตกรรมที่ใช้เครื่องแลกเปลี่ยนความร้อนร่วมกับโรงอบแห้งพลังงานแสงอาทิตย์ โดยใช้ความร้อนร่วมจากการเผาไหม้ของชีวมวลเป็นพลังงานความร้อนโดยแยกเขม่าควันไฟที่เกิดจากการเผาไหม้ออก และนำเพียงความร้อนที่ได้ส่งเข้าไปภายในโรงอบพลังงานแสงอาทิตย์ ซึ่งสามารถลดระยะเวลาและเพิ่มกำลังการผลิตของผู้ประกอบการได้เป็นอย่างดี อีกทั้งหากผู้ประกอบการมีโรงอบแห้งพลังงานแสงอาทิตย์อยู่แล้วสามารถเลือกที่จะติดตั้งเพียงเครื่องแลกเปลี่ยนความร้อนร่วมเพิ่มได้ จุดเด่นคือการควบคุมอุณหภูมิภายในโรงอบได้ผ่านตู้ควบคุม IoT ซึ่งใช้โทรศัพท์มือถือหรือคอมพิวเตอร์ก็ได้ เพื่อให้ผลิตภัณฑ์ที่นำมาอบแห้งมีคุณภาพ

นายธีรยุทธ กล่าวว่า โรงอบแห้งอัจฉริยะพลังงานความร้อนร่วม ได้รับเงินทุนสนับสนุนจากเทดฟันด์ในโครงการยุววิสาหกิจเริ่มต้น (TED Youth Startup) โปรแกรม “Proof of Concept” จำนวนเงินที่ได้รับ 1,425,135 บาท โดยมีเครือข่ายร่วมพัฒนาผู้ประกอบการ (TED Fellow) อุทยานวิทยาศาสตร์และนวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยทักษิณ เป็นพี่เลี้ยง ในการสนับสนุนผู้ประกอบการเทคโนโลยีและนวัตกรรมรุ่นใหม่ให้คิดค้นการแปรรูปและเพิ่มมูลค่าพืชผลทางการเกษตรให้กับเกษตรกรในพื้นที่ เนื่องจากพัทลุงเป็นอีก 1 จังหวัดที่อยู่ในเขตร้อนชื้น ประชากรส่วนใหญ่มีอาชีพเป็นเกษตรกร ซึ่งจะนำพืชผลทางการเกษตรไปแปรรูปด้วยวิธีทำแห้งใช้วิธีตากแดดแบบดั่งเดิม โดยนำตาข่ายมาปูที่ลานหรือข้างถนน จากนั้นนำผลิตภัณฑ์มาวางบนตาข่าย ซึ่งวิธีนี้จะมีพวกฝุ่นละอองและแมลงต่างๆ มาเกาะที่ผลิตภัณฑ์ ทำให้ผลิตภัณฑ์มีสิ่งเจือปน แม้ต่อมาจะมีการพัฒนาทำโรงอบแห้งพลังงานแสงอาทิตย์รูปทรงพาราโบลาโดยกระทรวงพลังงาน แต่ก็ยังติดปัญหาตรงที่ไม่สามารถตากได้ในช่วงที่ไม่มีแสงแดดหรือในช่วงฤดูฝน ทำให้เกษตรกรหรือกลุ่มวิสาหกิจ ไม่สามารถผลิตได้ต่อเนื่อง

นายธีรยุทธฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า รศ.ดร.จตุพร แก้วอ่อน อาจารย์ประจำหลักสูตรวิศวกรรมเครื่องกล มหาวิทยาลัยทักษิณและทีมได้มีการทำวิจัยโรงอบแห้งอัจฉริยะพลังงานความร้อนร่วม โดยใช้เครื่องแลกเปลี่ยนความร้อนร่วมกับโรงอบแห้งพลังงานแสงอาทิตย์ ซึ่งโรงอบแห้งอัจฉริยะพลังงานความร้อนร่วมใช้การเผาไหม้ของชีวมวลเป็นพลังงานความร้อนโดยแยกควันที่เกิดจากการเผาไหม้ออกและนำเพียงความร้อนที่ได้ส่งเข้าไปภายในโรงอบพลังงานแสงอาทิตย์ ซึ่งสามารถลดระยะเวลาและเพิ่มกำลังการผลิตของผู้ประกอบการได้เป็นอย่างดี ซึ่งหากผู้ประกอบการมีโรงอบแห้งพลังงานแสงอาทิตย์อยู่แล้วสามารถเลือกที่จะติดตั้งเพียงเครื่องอบพลังงานความร้อนร่วมเพียงอย่างเดียว โดยจุดเด่นของโรงอบแห้งอัจฉริยะพลังงานความร้อนร่วมอยู่ที่การควบคุมอุณหภูมิและความชื้นสัมพัทธ์ภายในโรงอบได้ผ่านตู้ควบคุม เพื่อให้ผลิตภัณฑ์ที่นำมาอบแห้งมีคุณภาพ ที่สำคัญใช้งานได้ทุกช่วงฤดูกาล

ด้าน ดร.ชาญวิทย์ กล่าวว่า การสนับสนุนทุนในการพัฒนาโรงอบแห้งอัจฉริยะพลังงานความร้อนร่วมเป็นนโยบายของเทดฟันด์ที่มุ่งผลักดันสร้างผู้ประกอบการรุ่นใหม่ให้ดำเนินธุรกิจบนฐานของ BCG Model มาโดยตลอด โดยโครงการนี้ นับเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างความสำเร็จของกระทรวง อว. และเทดฟันด์ที่ได้เห็นได้อย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งเทดฟันด์มีส่วนสำคัญในการร่วมขับเคลื่อน BCG Model  ผ่านการสนับสนุนทั้งเงินทุน องค์ความรู้ พี่เลี้ยงทางธุรกิจ  เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการไทยพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการมาตอบโจทย์สังคมไทยที่ใส่ใจเรื่องความยั่งยืนของเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อม

-(016)

วธอ.เปิดปฐมนิเทศ หลักสูตร ‘นักบริหารระดับสูงด้านการพัฒนาธุรกิจอุตสาหกรรมและการลงทุน’ รุ่น 8

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/755869

วธอ.เปิดปฐมนิเทศ หลักสูตร ‘นักบริหารระดับสูงด้านการพัฒนาธุรกิจอุตสาหกรรมและการลงทุน’ รุ่น 8

วธอ.เปิดปฐมนิเทศ หลักสูตร ‘นักบริหารระดับสูงด้านการพัฒนาธุรกิจอุตสาหกรรมและการลงทุน’ รุ่น 8

วันจันทร์ ที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2566, 15.21 น.

มูลนิธิเพื่อการพัฒนาการประกอบการธุรกิจและอุตสาหกรรม (FBID) จัดพิธีปฐมนิเทศหลักสูตร “นักบริหารระดับสูงด้านการพัฒนาธุรกิจอุตสาหกรรมและการลงทุน” รุ่นที่ 8 โดยมี ท่านสุวัจน์ ลิปตพัลลภ อดีตรองนายกรัฐมนตรีในฐานะประธานที่ปรึกษา มูลนิธิเพื่อการพัฒนาการประกอบการธุรกิจและอุตสาหกรรม และสถาบันวิทยาการธุรกิจและอุตสาหกรรม เป็นประธานในพิธีกล่าวสุนทรพจน์ถึงความสำคัญของธุรกิจอุตสาหกรรมที่เป็นเสาหลักของการพัฒนาเศรษฐกิจของไทย ร่วมด้วย ท่านชัชวาลย์ เจียรวนนท์ ประธานมูลนิธิเพื่อการพัฒนาการประกอบการธุรกิจและอุตสาหกรรม และ ดร.วิฑูรย์ สิมะโชคดี ประธานสถาบันวิทยาการธุรกิจและอุตสาหกรรม (วธอ.) ร่วมบรรยายพิเศษในหัวข้อ “ธุรกิจอุตสาหกรรมกับความยั่งยืน” เมื่อวันที่ 8-9 กันยายน 2566 ที่ผ่านมา ณ ห้องปลาวาฬบอลรูม โรงแรมฮอลิเดย์ อินน์ วานา นาวา รีสอร์ท หัวหิน

ดร.วิฑูรย์ สิมะโชคดี ประธานสถาบันวิทยาการธุรกิจและอุตสาหกรรม (วธอ.) เปิดเผยว่า “มูลนิธิเพื่อการพัฒนาการประกอบการธุรกิจและอุตสาหกรรม (FBID)” ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2556 โดยจัดตั้ง “สถาบันวิทยาการธุรกิจและอุตสาหกรรม (วธอ./IBID)” ขึ้น พร้อมเปิดหลักสูตร “นักบริหารระดับสูงด้านการพัฒนาธุรกิจอุตสาหกรรมและการลงทุน” ซึ่งในปีนี้นับเป็นรุ่นที่ 8 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อขับเคลื่อนภาคธุรกิจอุตสาหกรรมให้ก้าวทันโลก เพิ่มศักยภาพในการแข่งขัน สร้างเครือข่ายความร่วมมือด้านเศรษฐกิจระหว่างภาคเอกชนและภาครัฐอย่างใกล้ชิด พร้อมกับการให้ความสำคัญกับการประกอบการที่มีความรับผิดชอบต่อสังคมและการพัฒนาอย่างยั่งยืน ซึ่งมีผู้นำของภาคธุรกิจอุตสาหกรรมและการลงทุนระดับแนวหน้าของประเทศทั้งในหน่วยงานของภาครัฐและภาคเอกชนที่ผ่านการอบรมหลักสูตรมากกว่า 900 คน

หลักสูตร “นักบริหารระดับสูงด้านการพัฒนาธุรกิจอุตสาหกรรมและการลงทุน” (วธอ.) นอกจากการพัฒนานักบริหารระดับสูงทั้งภาครัฐและเอกชนแล้ว ยังช่วยสร้างทีมเวิร์กในการทำงานร่วมกันตลอด Supply Chain ด้วย เพื่อช่วยกันผลักดันและพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศในสภาวการณ์ที่เศรษฐกิจของโลกมีความเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และภายใต้ระบบการตลาดที่มีการแข่งขันอย่างเข้มข้น โดยมุ่งมั่นให้ ผู้นำและผู้บริหารองค์กรจะต้องมีความรู้ในศาสตร์ที่หลากหลาย มีวิสัยทัศน์ที่กว้างไกล มีทัศนคติที่ถูกต้องชัดเจน และมีความกล้าในการสร้างความเปลี่ยนแปลงในทุกด้าน โดยเฉพาะหลักการบริหารและปฏิบัติการที่รวดเร็วทันสมัยในยุคของ Digital Economy และ AI ซึ่งจะเป็นกลไกสำคัญในการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันการพัฒนาธุรกิจอุตสาหกรรมและการลงทุนของประเทศ โดยมี “วิทยากร” มืออาชีพและผู้บริหารระดับสูงที่ประสบความสำเร็จระดับสากล มาบรรยาย เพื่อถ่ายทอดความรู้และประสบการณ์ที่ให้ข้อคิดอันเป็นประโยชน์และสามารถนำไปประยุกต์ปฏิบัติอย่างได้ผลจริง จึงมั่นใจว่า หลักสูตร วธอ. จะเป็นอีกหลักสูตรหนึ่งที่โดดเด่นและเต็มเปี่ยมด้วยคุณภาพ

-(016)

‘CRYSTAL SOLANA’ เผยโฉมบ้านตัวอย่างใหม่ 3 คอลเลกชัน เปล่งประกายด้วยเอกลักษณ์ที่แตกต่าง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/755862

‘CRYSTAL SOLANA’ เผยโฉมบ้านตัวอย่างใหม่ 3 คอลเลกชัน เปล่งประกายด้วยเอกลักษณ์ที่แตกต่าง

‘CRYSTAL SOLANA’ เผยโฉมบ้านตัวอย่างใหม่ 3 คอลเลกชัน เปล่งประกายด้วยเอกลักษณ์ที่แตกต่าง

วันจันทร์ ที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2566, 14.59 น.

เคอี กรุ๊ป กลุ่มบริษัทชั้นนำของประเทศไทยที่เน้นการลงทุนด้านอสังหาริมทรัพย์ทั้งในและต่างประเทศ การพัฒนาและบริหารงานสินทรัพย์ทั้งด้านรีเทล สำนักงาน ฯลฯ มอบประสบการณ์สุดหรูให้แก่ลูกค้ากลุ่มอัลตร้าลักชัวรี่ด้วยการเผยโฉม บ้านตัวอย่างใหม่ 3 คอลเลกชัน และบ้านพร้อมอยู่ อัลตร้าลักชัวรี่6 ดาว “คริสตัล โซลานา” (CRYSTAL SOLANA) ตั้งอยู่บนทำเลติดถนนใหญ่ที่ใครๆ ก็อยากมีแอดเดรสนี้ เอกมัย -รามอินทรา โดยมูลค่าที่ดินเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง เรียกได้ว่าเป็น Beverly Hills of Bangkok บ้านในโครงการนี้มีเอกลักษณ์เรื่องรสนิยมไฮคลาส ใส่ใจทุกดีเทลในด้านการดีไซน์ ซึ่งเต็มไปด้วยแรงบันดาลใจ และการเลือกสรรวัสดุอย่างดีที่สุดจากทั่วทุกมุมโลก ที่จะช่วยเติมเต็มให้บ้าน คือที่สุดแห่งความน่าอยู่ หรูทันสมัย ผสานกลิ่นอายของรสนิยมที่เจ้าของบ้านมีต่อการใช้ชีวิตและไลฟ์สไตล์ที่แท้จริง

“คริสตัล โซลานา” (CRYSTAL SOLANA) เป็นโครงการบ้านเดี่ยวอัลตร้าลักชัวรี่ระดับ 6 ดาว ที่นับได้ว่าหรูที่สุดในเมืองไทย การันตีด้วย 2 รางวัลใหญ่จากเวทีระดับนานาชาติ ประเทศสหรัฐอเมริกา ด้วยความโดดเด่นรอบด้านทั้งการออกแบบที่มีแรงบันดาลใจด้านศิลปะ สถาปัตยกรรมที่สั่งสมประสบการณ์จากการท่องเที่ยวทั่วโลก ความพิถีพิถันในการเลือกใช้วัสดุมาตรฐานระดับโลกทุกรายการ ที่น้อยนักในวงการอสังหาริมทรัพย์เมืองไทยจะเลือกวัสดุอย่างละเอียดในทุกชิ้น รวมถึงการกรุหินไลม์สโตนทั้งหลัง ซึ่งนับเป็นซิกเนเจอร์ของแบรนด์ คริสตัล ที่ได้รับการกล่าวขานมากที่สุด จึงสร้างความประทับใจให้กลุ่มผู้รักบ้านระดับ Hi-End อย่างนักธุรกิจ ผู้ประกอบการ ที่หลงใหลไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตสุดหรูและมองหาการมีคุณภาพชีวิตที่ดี ท่ามกลางทำเล สังคม และเพื่อนบ้านที่ดีที่สุด

ศุภานวิต เอี่ยมสกุลรัตน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เคอี กรุ๊ป กล่าวว่า โครงการ คริสตัล โซลานา นับได้ว่าได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีมาก ทำให้เราได้มีโอกาสนำเสนอบ้านตัวอย่างใหม่อีก 3 คอลเลกชัน และบ้านพร้อมอยู่ เพื่อตอบรับกับความต้องการของลูกค้าที่ต้องการบ้านที่ตกแต่งแล้ว และบ้านพร้อมอยู่ ในขณะที่บ้านสั่งสร้าง ถือได้ว่าได้รับความนิยมสูง แนวคิดบ้านตัวอย่าง 3 สไตล์ใหม่นี้ ได้แก่ บ้านสไตล์ชิคาโก้ (Chicago) ที่ออกแบบโดย PIA มีคาแรคเตอร์ที่ชัดเจนคือ The Allure of art deco design ที่เหมาะกับลูกค้าที่มีความชัดเจนใน Luxe lifestyle บ้านสไตล์โซโห (Soho) ออกแบบโดย YAFF ที่สื่อถึง Stylish trendy sophistication ให้ความทันสมัย ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ที่ชื่นชอบนิวเทรนด์ที่มี Identity และบ้านสไตล์แมนแฮตตัน (Manhattan) ที่ออกแบบโดย Gooodlux ที่สื่อถึง The pinnacle of contemporary luxury แสดงถึงความเป็นแมนแฮตตันไลฟ์สไตล์ สำหรับกลุ่มลูกค้าที่ชอบ Balance of timeless elegance and comfort  โดยสิ่งที่เราเน้นคือแบบแปลนบ้านที่มีความครบสมบูรณ์แบบอย่างดีที่สุด และมีรสนิยมที่มีเอกลักษณ์”

แนวคิดที่โดดเด่นของโครงการคริสตัล โซลานา คือการออกแบบที่มีเอกลักษณ์โดดเด่น การดีไซน์ฟังก์ชั่นการใช้งานทำให้ได้แบบบ้านที่หรูหราทันสมัยแบบ Luxury Contemporary พร้อมการตกแต่งอย่างประณีต สวยงามอย่างมีศิลปะการคัดสรรวัสดุระดับโลก เน้นเรื่องคุณภาพจากทั่วทุกมุมโลกอันเป็นเอกลักษณ์ของ คริสตัล โซลานาที่มีชื่อเสียง ด้วยความพิถีพิถันในการเลือกใช้วัสดุมาตรฐานระดับโลกทุกรายการ การเลือกหินอ่อนจากอิตาลี รวมถึงเลือกใช้หินอ่อนประดับ Façade ชุดครัวจากแบรนด์พ็อกเกนโพล (Poggenpohl) นำเข้าจากเยอรมัน การเลือกใช้แบรนด์สี และสุขภัณฑ์อันดับหนึ่งของอเมริกา ซึ่งสุขภัณฑ์ทุกชิ้นจากโคห์เลอร์ (Kohler) โดยอ่างรุ่น Artist Edition นับว่าเป็นงานแฮนด์เมดที่สุดของความพิเศษที่เต็มไปด้วยความประณีต โดยการคัดสรรวัสดุที่ดีที่สุด นับเป็นการถ่ายทอดความสวยงามสุดหรูหราภายในบ้าน

การจัดสรรพื้นที่ห้องต่างๆ มีการแบ่งสัดส่วนเพื่อการใช้งานอย่างกว้างขวาง โดยได้รับแรงบันดาลใจจากแบบบ้านสไตล์อเมริกันที่มีการปรับใช้พื้นที่ต่างๆ อย่างลงตัว ซึ่งทุกห้องโดยรอบมีพื้นที่สีเขียวให้ดื่มด่ำธรรมชาติอย่างเป็นส่วนตัว และพื้นที่ภายนอกบ้านที่สามารถทำกิจกรรมร่วมกับคนในครอบครัวได้

คลับเฮ้าส์สโมสรและสวน บนพื้นที่กว่า 2 ไร่ ให้ได้ออกกำลังกายเสริมสร้างสุขภาพให้แข็งแรง ซึ่งนับได้ว่าเป็นคลับเฮ้าส์ที่ครบครับด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ  และบริการมากมาย ทั้งห้องจัดเลี้ยง สระว่ายน้ำเกลือในร่ม สนามเทนนิส กอล์ฟไดรฟ์ สปา ซาลอน  พร้อมระบบรักษาความปลอดภัยที่มาตรฐานสูง

ศุภานวิต กล่าวปิดท้ายว่า “สิ่งที่ลูกค้าให้ความสำคัญนอกจากทำเลแล้ว คือความเชื่อมั่นในคุณภาพและความใส่ใจในรายละเอียดตั้งแต่แบบบ้าน คุณภาพการก่อสร้าง วัสดุที่ใช้ตกแต่ง ความครบครันของคลับเฮ้าส์และสังคม เพราะการเลือกสรรบ้านสำหรับยุคนี้ สะท้อนตัวตนและรสนิยมของผู้อยู่อาศัยอย่างแท้จริง”

ให้ชีวิตเปล่งประกายที่ “คริสตัล โซลานา” (CRYSTAL SOLANA) ราคาเริ่มต้นที่ 85 – 300 ล้านบาท ตั้งอยู่บนทำเลทอง เลียบทางด่วนเอกมัย -รามอินทรา เดินทางสะดวกใกล้ทางพิเศษฉลองรัช และใกล้สถานีรถไฟฟ้า BTS สายสีเทาและสีชมพู

-(016)

‘สตีฟ แมดเด้น’แฟชั่นแบรนด์ดังจากมหานครนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา จัดฉลองใหญ่ประกาศเปิดSTEVE MADDEN แฟล็กชิพสโตร์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/755827

'สตีฟ แมดเด้น'แฟชั่นแบรนด์ดังจากมหานครนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา จัดฉลองใหญ่ประกาศเปิดSTEVE MADDEN แฟล็กชิพสโตร์

‘สตีฟ แมดเด้น’แฟชั่นแบรนด์ดังจากมหานครนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา จัดฉลองใหญ่ประกาศเปิดSTEVE MADDEN แฟล็กชิพสโตร์

วันจันทร์ ที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2566, 11.49 น.

บริษัท แมพ แอคทีฟ อาดิเพอคาซา จำกัดผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายสินค้า STEVE MADDEN (สตีฟ แมดเด้น) แบรนด์รองเท้าและกระเป๋าชื่อดังจากมหานครนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา ตอกย้ำภาพความสำเร็จแบบก้าวกระโดดสะท้อนภาพลักษณ์ความเป็นผู้นำแบรนด์รองเท้าแฟชั่นสไตล์นิวยอร์ก จัดงานฉลองครั้งใหญ่ประกาศเปิด “สตีฟ แมดเด้น แฟล็กชิพสโตร์”สาขาที่ใหญ่ที่สุดในเมืองไทยบนชั้น 2 ของศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ภายใต้คอนเซ็ปต์ Extraordinary shopping experienceดีไซน์รูปแบบใหม่ที่เน้นความหรูหราและเรียบง่าย โดยงานฉลองเปิดแฟล็กชิพสโตร์ครั้งยิ่งใหญ่นี้ นำทีมโดย นายดีพัก โทมาร์ ผู้จัดการทั่วไปประจำประเทศไทย และคุณปรานี สุริยาพร ผู้จัดการฝ่ายบริหารกลุ่มผลิตภัณฑ์ บริษัท แมพ แอคทีฟ อาดิเพอคาซา จำกัด พร้อมเผยโฉมกระเป๋าและรองเท้าคอลเลคชั่นล่าสุด “It’s A MOOD FALL’23 COLLECTION” ที่นำเสนอคอลเลคชั่นใหม่ของ Steve Madden ที่มิกซ์แอนด์แมทช์ได้หลากหลายโอกาสทั้ง EVERYDAY LOOK และ PARTY LOOK ให้แฟชั่นนิสต้าได้สัมผัสประสบการณ์การช้อปรองเท้าและกระเป๋าหลากหลายสไตล์ไม่เพียงแต่รองเท้าส้นสูงที่มีดีไซน์เฉพาะตัวยังรวมถึงสนีกเกอร์ที่โดดเด่นไม่แพ้ใคร โดยมีเซเลบริตี้สาวแฟชั่นนิสต้ามากมาย อาทิ ช้องมาศ บางชะวงษ์, ปุญญพัฒน์ ถนอมกุล, ปัทมวดี เสนาณรงค์, นาขวัญ รายนานนท์, ชีรีน วิศิษฐฎากุลฯลฯ ร่วมงาน

นายดีพัก โทมาร์ผู้จัดการทั่วไปประจำประเทศไทย บริษัท แมพ แอคทีฟ อาดิเพอคาซา จำกัด กล่าวว่าหลังจาก STEVE MADDEN แบรนด์รองเท้าและกระเป๋าชื่อดังจากมหานครนิวยอร์กได้ปักหมุดเปิดร้านโมโนสโตร์สาขาแรกที่เมกาบางนาเป็นแห่งแรก ตามด้วยสาขาเซ็นทรัลภูเก็ต ได้เพียงปีเดียวก็เพียงพอที่จะทำให้แฟชั่นนิสต้าชาวไทยได้รู้จักความเป็นตัวตนของ STEVE MADDENว่าเป็นแบรนด์ที่มีเอกลักษณ์ดีไซน์สวยทันสมัย โดยSteve Madden มักจะร่วม Collaboration กับนักร้อง นางแบบ และ เซเลบริตี้ชื่อดังระดับโลก สร้างสรรค์แรงบันดาลใจให้กับการดีไซน์สินค้าในแต่ละรุ่น ทำให้Steve Maddenสามารถอยู่ในกระแสแฟชั่นได้ตลอดเวลา โดยเน้นเจาะกลุ่มลูกค้าผู้หญิงอายุ 25-35 ปีโดยเฉพาะกลุ่มนักเรียนและนักศึกษาที่ชื่นชอบในการแต่งตัวทันสมัยตามเทรนด์หลงใหลแฟชั่นมีความเป็นแฟชั่นนิสต้าอยู่ในตัวเองและชื่นชอบสีสันที่มีความโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์นอกจากนี้ยังมีร้านรูปแบบ Shop in Shop ในห้างสรรพสินค้าชั้นนำอีกถึง 15 สาขาทั่วประเทศ

จากความสำเร็จนี้ส่งผลให้ยอดขายในเมืองไทยสามารถเติบโตได้กว่า33% เมื่อเทียบกับปี 2565 และมีแนวโน้มการเติบโตอย่างต่อเนื่องโดยเฉพาะไตรมาสที่ 4 ที่วางแผนจะเปิดสาขา เดอะมอลล์ บางกะปิ เพิ่มในเดือนตุลาคมปีนี้ โดยทางแบรนด์ได้ตั้งเป้าในปี 2567 ว่าจะมียอดขายเติบโตได้ถึง 50% จากปีก่อน STEVE MADDEN อีกหนึ่งความพิเศษของ“แฟล็กชิพสโตร์” ที่ใหญ่ที่สุดในเมืองไทย ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์คือ การวางจำหน่ายสินค้าไอเทมส์เอ็กซ์คลูซีฟ อีกทั้งยังได้รวบรวมไลน์สินค้าไว้อย่างครบครัน ทั้งรองเท้าและกระเป๋าทุกสไตล์ให้สาวๆ ได้อัปเดทเทรนด์แบบจุใจ อีกทั้งยังวางจำหน่ายสินค้าคอลเลกชัน Fall2023 ที่สาขาเซ็นทรัลเวิลด์เป็นที่แรกอีกด้วย

ในด้านกลยุทธ์การตลาด Steve Madden ประสบความสำเร็จอย่างมากในการสร้างแบรนด์ผ่านอินฟลูเอนเซอร์ และ KOLsเนื่องจากเอกลักษณ์ที่โดนเด่นของสินค้า DNAความเป็นตัวตนของแบรนด์ที่ชัดเจน ยิ่งทำให้ได้รับความสนใจจากเหล่าแฟชั่นนิสต้า ไม่ว่าจะเป็นดารา เซเลบริตี้ และ อินฟูเอนเซอร์ชื่อดัง โดยสามารถสร้างEngagement ให้กับแบรนด์เพิ่มขึ้นได้เกือบ20%

ทางด้านปรานี สุริยาพร ผู้จัดการฝ่ายบริหารกลุ่มผลิตภัณฑ์ บริษัท แมพ แอคทีฟ อาดิเพอคาซา จำกัด กล่าวเสริมว่า ร้าน Steve Madden แฟล็กชิพสโตร์ สาขาเซ็นทรัลเวิลด์ ตั้งอยู่บนพื้นที่ขนาด 142 ตร.ม.ตกแต่ง ภายใต้คอนเซ็ปต์ Extraordinary Shopping Experienceชูประสบการณ์การช้อปปิ้งเสมือนการช้อปที่นิวยอร์คด้วยการเลือกใช้โทนสีอ่อนดูสบายตา อย่าง สีพิงค์โกลด์ที่เสริมให้บรรยากาศภายในร้าน อีกทั้งการเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์ไม่ว่าจะเป็นโต๊ะโชว์สินค้า,จอLEDหน้าร้าน และ จอ VIDEOTron ภายในร้านทั้งหมดนี้ทำให้ภาพรวมของร้านดูสนุกและทันสมัยยิ่งขึ้น

เราต้องการตอกย้ำความเป็นแบรนด์ Fashion Destination ของเหล่าแฟชั่นนิสต้าจึงสร้างประสบการณ์ในการเลือกซื้อสินค้าให้ลูกค้ารู้สึกสนุกทุกครั้งที่ได้มาช้อปปิ้งที่Steve Maddenด้วยการจัดพื้นที่ที่เข้าถึงง่ายเพื่อความสะดวกสบายในการเดินเลือกซื้อสินค้า รูปแบบการจัดวางสินค้าภายในร้านแบ่งเป็นโซนตามสไตล์สินค้า เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าเมื่อเดินเข้ามาจะพบกับโซนรองเท้า Dress เป็นอันดับแรก เพราะเป็นไอเทมส์ขายดี ด้วยดีไซน์ที่โดดเด่น ลูกค้าให้ความสนใจเป็นอย่างมาก ตามด้วยรองเท้าผ้าใบ Sneakers, รองเท้าใส่ทำงาน และรองเท้าแตะ Sandal ส่วนโซนของกระเป๋าจะอยู่ด้านใน นอกจากนี้ยังมีพื้นที่รับรองลูกค้า เพื่อให้ลูกค้ามีความสะดวกสบายในการช้อปปิ้งมากยิ่งขึ้นมีการจัดวางสินค้าที่มีการแบ่งเป็น highlight สำหรับเทศกาลในแต่ละช่วง มุม New Arrival โชว์สินค้าใหม่ นำเสนอแก่ลูกค้าอย่างชัดเจน และการ Mix & Match สินค้าให้ลูกค้าเห็นภาพการแต่งตัวได้ชัดเจนขึ้น

สตีฟ แมดเด้นแฟล็กชิพสโตร์ สาขาเซ็นทรัลเวิลด์จะช่วยเปิดประสบการณ์การช้อปปิ้งให้กับลูกค้า ด้วยสินค้าที่หลากหลายตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ของลูกค้าที่หลงใหลในแฟชั่นทั้งกลุ่มนักท่องเที่ยว พนักงานบริษัท และกลุ่มลูกค้าวัยรุ่น โดยกลุ่มลูกค้าสาขาเซ็นทรัลเวิลด์จะมีสัดส่วนเป็น ชาวต่างชาติ 60% และคนไทย 40%หลังจากเปิดแฟล็กชิพสโตร์ สาขาเซ็นทรัลเวิลด์แล้ว เราตั้งเป้าการเติบโตไว้ 20%และในปีนี้เราตั้งใจขยายกลุ่มลูกค้าให้กว้างและแมสมากขึ้นทั้งกลุ่มเด็กนักเรียนสำหรับรองเท้าประเภท Sandal นักเรียนมหาวิทยาลัยสำหรับกลุ่มรองเท้าแฟชั่นรองเท้าSneakers และ รองเท้าคัดชูสำหรับกลุ่มสาวออฟฟิศทั้งยังมุ่งเน้นสร้างการรับรู้ในกลุ่มลูกค้า Gen Z มากยิ่งขึ้นเพื่อสามารถขยายฐานลูกค้า แต่ก็ยังคงรักษาฐานลูกค้าเดิมไว้ด้วยเช่นกัน

สำหรับคอลเลกชันล่าสุด Fall2023 ออกแบบภายใต้คอนเซ็ปต์ “It’s A MOOD FALL’23 COLLECTION” นำเสนอดีไซนแบบใหม่เน้นความเรียบง่ายแต่ยังคงเอกลักษณ์ของ Steve Madden ไว้อย่างครบถ้วน โดยคอลเลกชันนี้ใช้โทนสีที่ดูอบอุ่น เข้าถึงง่าย สามารถใช้ได้หลายโอกาส ทั้งEveryday looks ที่ใส่ได้ทุกวัน หรือเลือกใช้เป็นไอเทมส์เพื่ออัพลุคไปปาร์ตี้ก็ได้

Steve Madden เป็นที่รู้จักและได้รับการยอมรับอย่างดีในกลุ่มของเหล่าแฟชั่นนิสต้า นางแบบ และเวทีประกวดนางงามต่างๆ ทั่วโลก เนื่องจากสินค้ามีลักษณะดีไซน์โดดเด่น เป็นเอกลักษณ์ในสไตล์ Steve Madden แบบสาวหวานซ่อนเปรี้ยว จึงทำให้โดดเด่นกว่าแบรนด์รองเท้าอื่นๆ เมื่อเวลาคิดจะซื้อรองเท้าสักคู่ก็จะต้องมี Steve Madden อยู่ในลิสต์แน่นอน

สัมผัสประสบการณ์การช้อปปิ้งคอลเลคชั่นรองเท้าและกระเป๋าดีไซน์โดดเด่นของแบรนด์ Steve Madden ได้แล้ววันนี้ ณ แฟล็กชิพสโตร์ โซนอีเดน 2 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ และร้าน Steve Madden ทุกสาขาทั่วประเทศร่วมติดตามคอลเลกชันใหม่และโปรโมชั่นพิเศษ ได้ที่ FB : SteveMaddenThailand, IG: SteveMaddenThailandและLine OA: @stevemaddenthหรือเลือกช้อปออนไลน์ได้ทาง Lazada: https://www.lazada.co.th/shop/steve-madden Shopee: https://shopee.co.th/stevemadden

‘ชูมณี’ ส่ง รถซักผ้า Laundry Move ขับเคลื่อนความสะอาดสู่คนไร้บ้าน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/755818

'ชูมณี' ส่ง รถซักผ้า Laundry Move ขับเคลื่อนความสะอาดสู่คนไร้บ้าน

‘ชูมณี’ ส่ง รถซักผ้า Laundry Move ขับเคลื่อนความสะอาดสู่คนไร้บ้าน

วันจันทร์ ที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2566, 11.35 น.

ชูมณี (Chumanee)วิสาหกิจเพื่อสังคม ภายใต้การดำเนินงานของOtteri wash & dryร้านสะดวกซักอันดับ 1 ของไทย นำรถซักผ้าเคลื่อนที่ Laundry Moveร่วมเป็นส่วนหนึ่ง ในงานเปิดตัว “ห้องน้ำสำหรับคนไร้บ้าน สดชื่นสถาน”จัดโดยมูลนิธิกระจกเงา กรุงเทพมหานคร องค์กรภาคีเครือข่ายทั้งภาครัฐ และเอกชน เพื่อแก้ปัญหาด้านสุขภาวะขั้นพื้นฐานของคนไร้บ้านให้ได้ใช้ห้องน้ำ ห้องสุขา ที่สะอาดและปลอดภัย อันนำไปสู่คุณภาพชีวิตที่ดีของคนในสังคมณ บริเวณห้องน้ำคนไร้บ้าน ใต้สะพานพระปิ่นเกล้า

นายกวิน นิทัศนจารุกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท เค-เน็กซ์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด กล่าวว่า
“Otteri wash & dry มีปณิธานอันแน่วแน่ ที่อยากให้คนไทยเข้าถึงความสะอาดได้ในราคาที่ประหยัด โดยเริ่มต้นจากเรื่องในชีวิตประจำวันทั่วไป อย่างการมีสุขภาวะที่ดีของคนในสังคมรวมไปถึงคนไร้บ้าน ที่ยังขาดแคลนเสื้อผ้าที่สะอาด การมีห้องน้ำที่ดีในการใช้อาบน้ำ เพื่อที่คนไร้บ้านเหล่านี้จะได้เป็นที่ยอมรับในสังคม สามารถสมัครงาน หาเงินเลี้ยงชีพ กลับเข้าสู่ระบบการทำงาน ได้รับสวัสดิการพื้นฐานในการดำรงชีวิตอย่างคนทั่วไปจึงเกิดแบรนด์“ชูมณี”ขึ้น เพื่อดำเนินธุรกิจพร้อมช่วยเหลือสังคมไปในเวลาเดียวกัน”

งานเปิดตัวห้องน้ำสำหรับคนไร้บ้าน สดชื่นสถาน ในครั้งนี้ ชูมณี ร่วมกับมูลนิธิกระจกเงา ในการนำรถซักผ้าเคลื่อนที่ Laundry Moveสำหรับทำกิจกรรมช่วยเหลือคนไร้บ้านในด้านสุขอนามัย ให้ได้ซักผ้า อาบน้ำ เข้าถึงคุณภาพชีวิตพื้นฐานที่ดี ไม่ต่างจากทุกคน โดยมีเครื่องซักผ้าจำนวน 4 เครื่อง เครื่องอบผ้า จำนวน 4 เครื่อง และห้องอาบน้ำภายในรถ 1 ห้อง มาให้บริการบริเวณงาน มูลค่ารวมกว่า 2 ล้านบาท นอกจากนี้ ยังมอบเครื่องกรองน้ำ มูลค่า 25,000 บาท พร้อมสนับสนุนเงินทุนมูลค่า 30,000 บาท เปิดบูธรถ food truck แจกอาหารให้คนไร้บ้าน และยังช่วยเป็นสื่อกลางในการประสานงานกับองค์กรพันธมิตรในการร่วมสนับสนุนโครงการในครั้งนี้ ซึ่งหวังว่าจะก่อให้เกิดประโยชน์ต่อสังคมไม่มากก็น้อย” นายกวิน กล่าว

ไฮไลท์ภายในงานพบกับนิทรรศการข้อความจากคนไร้บ้าน พร้อมด้วยกิจกรรมเสวนาและนำเสนอโมเดลนโยบายเรื่อง “สถานการณ์ปัญหาการเข้าถึงห้องอาบน้ำและสุขาของคนไร้บ้าน” เพื่อเสนอปัญหาแก่ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในการช่วยผลักดันแก้ปัญหาเกี่ยวกับการเข้าถึงห้องน้ำห้องสุขาแก่คนไร้บ้าน ร่วมสนุกเพลิดเพลินไปกับดนตรีในสวน และกิจกรรมแฟชั่นสัญจร แจกเสื้อผ้าใหม่แก่คนไร้บ้าน โดยคุณอแมนด้า ชาลิสา ออบดัม มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2563 มาร่วมเป็นแขกรับเชิญพิเศษ ปิดท้ายด้วยบูธรถ food truck แจกอาหารให้คนไร้บ้านและผู้เข้าร่วม ให้ได้อิ่มอกอิ่มใจและอิ่มท้อง กลับไป

สามารถติดตามข่าวสาร และกิจกรรมดีๆ ของ ชูมณี และ Otteri wash & dry ได้ทาง
เฟสบุ๊กแฟนเพจ Chumanee: https://www.facebook.com/ChumaneeSEเฟสบุ๊กแฟนเพจ Otteri wash & dry: https://www.facebook.com/otteriwashdry

วันหัวใจโลก ปีนี้ โรงพยาบาล เปาโล พหลโยธิน ชวนมาเทคแคร์หัวใจของคุณและคนที่คุณรักให้มากยิ่งขี้น

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/755815

วันหัวใจโลก ปีนี้ โรงพยาบาล เปาโล พหลโยธิน ชวนมาเทคแคร์หัวใจของคุณและคนที่คุณรักให้มากยิ่งขี้น

วันหัวใจโลก ปีนี้ โรงพยาบาล เปาโล พหลโยธิน ชวนมาเทคแคร์หัวใจของคุณและคนที่คุณรักให้มากยิ่งขี้น

วันจันทร์ ที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2566, 11.33 น.

อย่าล้อเล่นกับ “หัวใจวันหัวใจโลก (World Heart Day) ซึ่งตรงกับวันที่ 29 กันยายน ของทุกปี จัดขึ้นเพื่อให้ทุกคนตระหนักถึงโรคหัวใจ ความเสี่ยงใกล้ตัวที่ไม่ควรมองข้าม”โรงพยาบาลเปาโล พหลโยธิน “ขอเชิญชวนทุกคนมาใส่ใจหัวใจตัวเอง และหัวใจของคนที่คุณรัก โรคหัวใจเป็นสาเหตุของการเสียชีวิตอันดับหนึ่งของประชากรโลก โดยประเทศไทยเสียชีวิตจากโลกหัวใจหลอดเลือด ปีละ 7 หมื่นคน (ข้อมูลอ้างอิงจากกระทรวงสาธารณสุข กรมควบคุมโรค) และมีแนวโน้มว่าจะมีปริมาณเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆเนื่องจากปัจจัยหลายประการ ซึ่งโรคหัวใจนั้นไม่ได้จำกัดเฉพาะผู้สูงอายุ หรือเพศใดเพศหนึ่งแต่สามารถเกิดได้กับทุกคน

โรคหัวใจและหลอดเลือด เป็นสาเหตุของการเสียชีวิตอันดับต้นๆของคนไทย ทั้งปัจจัยที่ควบคุมไม่ได้ เช่น กรรมพันธุ์ อายุ เพศ และปัจจัยที่ควบคุมได้ เช่น การออกกำลังกาย น้ำหนักเกิน รวมไปถึงพฤติกรรมการบริโภคอาหาร ดังนั้น ผู้ป่วยโรคหัวใจควรได้รับการดูแลเอาใจใส่ในเรื่องการบริโภคอาหารและการดูแลสุขภาพอย่างเหมาะสม รวมถึงการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดโรคอื่นๆ แทรกซ้อน

โดยกลุ่มโรคหัวใจ แบ่งได้ดังนี้

-กลุ่มที่มีความผิดปกติของโครงสร้างหัวใจ เช่น โรคหัวใจพิการแต่กำเนิด ลิ้นหัวใจตีบหรือรั่ว

-กลุ่มโรคหัวใจและหลอดเลือด เช่น หลอดเลือดไปเลี้ยงหัวใจตีบตัน

-กลุ่มที่มีการนำไฟฟ้าหัวใจผิดปกติ เช่น โรคหัวใจเต้นพลิ้ว

-กลุ่มเสี่ยงจากพฤติกรรมการสูบบุหรี่เรื้อรัง,ผู้สูงอายุ,ผู้เป็นเบาหวาน หรือมีโรคทางพันธุกรรม

ศูนย์หัวใจ โรงพยาบาล เปาโล พหลโยธิน พร้อมให้บริการด้วยแพทย์ที่มากประสบการณ์ชำนาญและเชี่ยวชาญเฉพาะด้านรักษาโรคหัวใจที่ซับซ้อนในแต่ละประเภทได้อย่างครอบคลุม อาทิ ทีมแพทย์ชำนาญการโรคหัวใจในระดับพื้นฐานที่พบได้มาก เช่น โรคหัวใจขาดเลือด มักเกิดอาการแบบฉุกเฉิน โดยบางรายไม่รู้ตัวว่าเป็นมาก่อนโรงพยาบาลฯ ได้รับความไว้วางใจจากผู้ป่วยโรคหลอดเลือดหัวใจ ให้การรักษาด้วยการขยายหลอดเลือดหัวใจด้วยบอลลูนและขดลวด (Stent) โดยผ่านประสบการณ์มากกว่า 2,000 ราย ต่อปี นอกจากนี้ยังมีโรคอื่นที่เกี่ยวกับหัวใจ ไม่ว่าจะเป็นหัวใจเต้นผิดจังหวะ ลิ้นหัวใจรั่ว ไปจนถึงขั้นรับการผ่าตัดเปลี่ยนเส้นเลือดหัวใจ โดยทีมแพทย์ที่พร้อมให้การรักษาอาการที่แตกต่างของโรคหัวใจแต่ละประเภทอาทิ แพทย์เฉพาะทางสวนหัวใจและหลอดเลือด, แพทย์เฉพาะทางด้านหัวใจเต้นผิดจังหวะ และแพทย์เฉพาะทางโรคหัวใจและทรวงอกภายใต้เทคโนโลยีทางการรักษาที่ได้มาตรฐาน

รวมไปถึงความพร้อมรองรับภาวะวิกฤติของโรคหัวใจได้ในทุกสถานการณ์ ตั้งแต่โรคหัวใจเบื้องต้นไปจนถึงระดับร้ายแรงเพื่อป้องกันความเสี่ยงจากการเสียชีวิต โดยเฉพาะหลอดเลือดแดงใหญ่โป่งพองซึ่งเป็นโรคที่รักษายาก จากผนังหลอดเลือดบาง ปริ แตก จนมีเลือดออกภายในช่องท้องทำให้มีอาการปวดท้องรุนแรง ปวดหลัง หายใจร่วมกับกลืนลำบาก ซึ่งอาการเหล่านี้ไม่ได้บ่งบอกว่าเป็นโรคหัวใจ จึงมองข้ามโรคนี้ไปได้ จำเป็นต้องได้รับการวินิจฉัยอาการอย่างถูกต้อง ตรงจุด จากแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง เพื่อเข้ารับการรักษาได้ทันเวลา โดยรักษาได้ 2 วิธี ทั้งการผ่าตัดใส่หลอดเลือดเทียมทดแทน หรือการผ่าตัดใส่ Stent ขดลวด ซึ่งมีศัลยแพทย์ผู้ชำนาญการเฉพาะทางหัวใจและทรวงอกเพียงไม่กี่ท่านที่ให้การรักษาได้ โดยต้องอาศัยความละเอียดอ่อน ทักษะความชำนาญเฉพาะทาง ร่วมกับประสบการณ์สูง      

ผู้ที่กำลังสงสัยว่าตนเองมีความเสี่ยง มอบสิทธิพิเศษให้คุณได้ดูแลหัวใจ ในเดือนแห่งวันหัวใจโลก (World Heart Day) 2 ต่อ ต่อที่ 1 ปรึกษาแพทย์เฉพาะทางโรคหัวใจ ฟรี! ไม่มีค่าใช้จ่าย ลงทะเบียนดูรายละเอียด ได้ที่ https://forms.gle/b68JszR129xuPqYW6ต่อที่ 2 เลือกตรวจหัวใจตามอาการเสี่ยง ด้วยโปรแกรมตรวจคัดกรองความแข็งแรงของหลอดเลือดราคา 1,790.- คลิก bit.ly/44RqF6Mเพื่อเฝ้าระวัง โรคหลอดเลือดแดงใหญ่โป่งพอง ซึ่งอาจเป็นอันตรายถึงชีวิต

แอดมิทด่วน! ‘แมว จิรศักดิ์’เกิดอาการบ้านหมุน-ทรงตัวไม่อยู่ ประกาศเลื่อนงานออกไปก่อน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/756056

แอดมิทด่วน! 'แมว จิรศักดิ์'เกิดอาการบ้านหมุน-ทรงตัวไม่อยู่ ประกาศเลื่อนงานออกไปก่อน

แอดมิทด่วน! ‘แมว จิรศักดิ์’เกิดอาการบ้านหมุน-ทรงตัวไม่อยู่ ประกาศเลื่อนงานออกไปก่อน

วันอังคาร ที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2566, 10.51 น.

12 กันยายน 2566 ทำเอาแฟนคลับตกใจกันไปตามๆ กันเมื่อภรรยาของ แมว จิรศักดิ์ ปานพุ่ม ได้ออกมาโพสต์ภาพสามีขณะที่นอนแอดมิทอยู่โรงพยาบาลลงอินสตาแกรมส่วนตัว ‘maew_chirasak’ พร้อมระบุข้อความว่า “สวัสดีค่ะ ภรรยาพี่แมวนะคะ พี่แมวฝากขออภัยทุกๆงานที่้ต้องเลื่อนออกไปนะคะ ตอนนี้พี่แมวต้องเข้าแอดมิทที่รพ. เนื่องจากมีอาการบ้านหมุน เวียนศีรษะ ทรงตัวไม่อยู่ ต้องอยู่นิ่งๆสักระยะ จึงไม่สามารถรับงานได้ขอโทษทุกท่านที่เกี่ยวข้องค่ะ”

ซึ่งต่างมีเหล่าแฟนคลับและเพื่อนพ้องในวงการบันเทิงเข้ามาส่งกำลังใจให้แมว จิรศักดิ์ หายป่วยไวไวกันเป็นจำนวนมาก