กรมชลฯเร่งเก็บน้ำปลายฝน-เตรียมรับฤดูแล้ง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/755944

กรมชลฯเร่งเก็บน้ำปลายฝน-เตรียมรับฤดูแล้ง

กรมชลฯเร่งเก็บน้ำปลายฝน-เตรียมรับฤดูแล้ง

วันจันทร์ ที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2566, 17.53 น.

เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2566 ที่ศูนย์ปฏิบัติการน้ำอัจฉริยะ (SWOC) กรมชลประทาน ถนนสามเสน นายทวีศักดิ์ ธนเดโชพล รองอธิบดีกรมชลประทาน เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการติดตามและวิเคราะห์แนวโน้มสถานการณ์น้ำ ผ่านระบบ Video Conference ไปยังสำนักงานชลประทานที่ 1-17 และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กรมอุตุนิยมวิทยา สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ กรมทรัพยากรน้ำ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย สำนักการระบายน้ำ (กรุงเทพมหานคร) และการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เป็นต้น เพื่อติดตามและวิเคราะห์สถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำ แหล่งน้ำ และแม่น้ำสายหลักต่างๆ สำหรับเป็นข้อมูลในการบริหารจัดการน้ำให้สอดคล้องและเหมาะสมในแต่ละพื้นที่

โดย นายทวีศักดิ์ ธนเดโชพล รองอธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า ปัจจุบัน (11 ก.ย.66) อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางทั่วประเทศ มีปริมาณน้ำรวมกันประมาณ 44,254 ล้าน ลบ.ม.คิดเป็นร้อยละ 58 ของความจุอ่างฯรวมกัน เฉพาะลุ่มน้ำเจ้าพระยา 4 เขื่อนหลัก (เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์) มีปริมาณน้ำรวมกันประมาณ 10,523 ล้าน ลบ.ม.คิดเป็นร้อยละ 42 ของความจุอ่างฯ รวมกัน จนถึงขณะนี้มีการจัดสรรน้ำทั่วประเทศไปแล้ว 15,155 ล้าน ลบ.ม.หรือคิดเป็นร้อยละ 102 ของแผน เฉพาะพื้นที่ลุ่มเจ้าพระยามีการจัดสรรน้ำไปแล้ว 5,865 ล้าน ลบ.ม.หรือคิดเป็นร้อยละ 107 ของแผน ปัจจุบันมีการเพาะปลูกข้าวนาปีทั่วประเทศไปแล้ว 15.18 ล้านไร่ คิดเป็นร้อยละ 89 ของแผนฯ เก็บเกี่ยวแล้วประมาณ 3.74 ล้านไร่ เฉพาะลุ่มน้ำเจ้าพระยา ทำนาปีไปแล้ว 7.52 ล้านไร่ คิดเป็นร้อยละ 93 ของแผนฯ เก็บเกี่ยวไปแล้ว 2.53 ล้านไร่ ในส่วนของสถานการณ์ค่าความเค็มใน 4 ลำน้ำสายหลัก (เจ้าพระยา บางปะกง ท่าจีน และแม่กลอง) ยังอยู่ในเกณฑ์ปกติ

อย่างไรก็ตาม จากสถานการณ์เอลนีโญที่ยังคงทวีความรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง และมีแนวโน้มส่งผลยาวต่อเนื่องไปจนถึงช่วงต้นปี 67 จากการคาดการณ์ปริมาณน้ำต้นทุนที่มีอยู่ในเกณฑ์น้อยมาก อาจเพียงพอสำหรับการอุปโภคบริโภค รักษาระบบนิเวศ และด้านการเกษตรประเภทไม้ยืนต้นเท่านั้น จึงได้กำชับไปยังโครงการชลประทานทั่วประเทศ ให้ติดตามสภาพอากาศและปริมาณฝนอย่างใกล้ชิด พร้อมบริหารจัดการน้ำด้วยความประณีต ควบคู่ไปกับการปฏิบัติตาม 12 มาตรการรับมือฤดูฝนปี 2566 และ 3 มาตรการรองรับสถานการณ์เอลนีโญ ของกองอำนวยการน้ำแห่งชาติอย่างเคร่งครัด ในการนี้ กรมชลประทานขอความร่วมมือเกษตรกรที่เพาะปลูกข้าวนาปีรอบแรกและเก็บเกี่ยวแล้วเสร็จ ให้งดทำนาปีต่อเนื่อง เนื่องจากปริมาณน้ำต้นทุนมีไม่เพียงพออาจส่งผลกระทบต่อการเพาะปลูก ตลอดจนรณรงค์ขอความร่วมมือทุกภาคส่วนร่วมใจกันใช้น้ำอย่างประหยัด ช่วยกันเก็บกักน้ำไว้สำรองใช้ให้ได้มากที่สุด เพื่อลดผลกระทบจากปัญหาการขาดแคลนน้ำที่อาจจะเกิดขึ้นได้ในอนาคต

– 006

ปวดหัวบ่อย เสี่ยง ‘เนื้องอกในสมอง’ ภัยร้ายที่ไม่ควรมองข้าม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/755877

ปวดหัวบ่อย เสี่ยง ‘เนื้องอกในสมอง’ ภัยร้ายที่ไม่ควรมองข้าม

ปวดหัวบ่อย เสี่ยง ‘เนื้องอกในสมอง’ ภัยร้ายที่ไม่ควรมองข้าม

วันอังคาร ที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2566, 07.00 น.

อาการปวดหัวบ่อยๆ พูดไม่ชัดปากเบี้ยว แขนขาอ่อนแรง อาจเป็นหนึ่งในสัญญาณของ “เนื้องอกในสมอง (Brain Tumor)” ที่บางคนอาจไม่รู้ ซึ่งหากไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที อาจคุกคามรุนแรงถึงขั้นอัมพาตครึ่งซีกหรือลุกลามเป็นมะเร็งในระยะอันตรายได้

นายแพทย์พงศกร พงศาพาสประสาทศัลยแพทย์ โรงพยาบาลเวชธานี อธิบายว่า เนื้องอกในสมองเป็นโรคที่เกิดจากความผิดปกติของโครงสร้างพันธุกรรม ซึ่งจะต้องดูว่าเนื้องอกสมองเกิดขึ้นที่ตำแหน่งใดของสมองและตำแหน่งนั้นทำหน้าที่ใดก็จะมีอาการตามมา เช่น เนื้องอกสมองเกิดในตำแหน่งที่เกี่ยวกับการมองเห็นทำให้เห็นภาพเบลอ ภาพซ้อน ตำแหน่งที่ควบคุมการเคลื่อนไหวแขน ขา ทำให้แขนขาอ่อนแรงหรือเป็นอัมพาตครึ่งซีก เป็นต้น โดยเนื้องอกที่เกิดขึ้นในสมองมีทั้งเนื้องอกในสมองที่เป็นเนื้อธรรมดาและเนื้องอกในสมองที่เป็นเนื้อร้ายหรือมะเร็งสมอง

เนื้องอกในสมองที่เป็นเนื้อธรรมดา เกิดจากความผิดปกติของสารพันธุกรรมในเซลล์สมอง หรือการกลายพันธุ์ของเซลล์ ทำให้เซลล์มีการแบ่งตัวและเจริญเติบโตในอัตราที่ผิดปกติ เนื้อเยื่อที่เกิดจากเซลล์ผิดปกติเหล่านี้จึงก่อตัวเป็นเนื้องอกบริเวณสมองซึ่งอาจสร้างความเสียหายแก่สมองและระบบประสาทใกล้เคียง

เนื้องอกในสมองที่เป็นเนื้อร้ายหรือมะเร็งสมอง อาจเกิดจากเซลล์มะเร็งก่อตัวขึ้นที่สมองหรือมีเซลล์มะเร็งที่อวัยวะอื่นแล้วแพร่กระจายเข้าสู่สมองทางกระแสเลือด ทำให้เกิดเป็นเนื้องอกที่เป็นเนื้อร้ายมีอัตราการเจริญเติบโตและสร้างความเสียหายแก่ร่างกายมากกว่าเนื้องอกธรรมดา

อาการเนื้องอกในสมอง มีดังนี้ มีอาการปวดหัวบ่อย เรื้อรังและรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ คลื่นไส้ อาเจียน และง่วงซึม มีอาการชักทั้งที่ไม่เคยชักมาก่อน มีปัญหาเรื่องการได้ยิน มีปัญหาเรื่องการสื่อสาร พูดจาติดขัด มีปัญหาด้านความจำ สับสน มึนงง มีปัญหาในการมองเห็น เห็นภาพเบลอ หรือภาพซ้อน มีปัญหาการทรงตัว มีการเปลี่ยนแปลงทางจิตใจ บุคลิกภาพ พฤติกรรมรวมทั้งสูญเสียการรับรู้ของประสาทสัมผัส และการเคลื่อนไหวแขนขา แขนขาอ่อนแรง เป็นอัมพาตครึ่งซีก

การวินิจฉัยแพทย์จะเริ่มจากการซักประวัติตรวจร่างกายและการทำงานของสมองด้วยวิธีต่างๆ เช่น เอกซเรย์คอมพิวเตอร์ CT Scan หรือ ตรวจด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า MRI ซึ่งจะเห็นความละเอียดของเส้นเลือดและเส้นประสาทมากกว่า ทำให้สามารถตรวจวินิจฉัยได้อย่างรวดเร็ว เพื่อวางแผนการรักษาอย่างเหมาะสม

การพิจารณาการรักษาเนื้องอกในสมองจะขึ้นอยู่กับชนิดของเนื้องอก ขนาดของเนื้องอกและตำแหน่งของเนื้องอก หากเนื้องอกมีขนาดเล็กไม่ก่อให้เกิดอันตรายต่อสมองหรือระบบประสาทข้างเคียง แพทย์อาจนัดติดตามอาการเป็นระยะ หากเนื้องอกมีขนาดใหญ่ ทางเลือกการผ่าตัดรักษา สามารถทำให้หายจากภาวะเนื้องอกสมองได้

ปัจจุบันมีเทคโนโลยีการรักษาด้วยเครื่องเอกซเรย์สำหรับตรวจวินิจฉัยและรักษาโรคหลอดเลือดชนิดสองระนาบ Biplane Digital Subtraction Angiography หรือ Biplane DSA ที่สามารถรักษาเนื้องอกสมองได้ด้วยการใส่สายสวนหลอดเลือดเข้าไปอุดหลอดเลือดที่เลี้ยงเนื้องอกทำให้เนื้องอกขาดเลือดและฝ่อลงจะทำให้การผ่าตัดเนื้องอกทำได้ง่ายขึ้น การรักษาเนื้องอกสมองโดยใช้ Biplane DSA จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำลายเนื้องอกสมองและสามารถลดความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อนจากการผ่าตัด เสียเลือดน้อยและฟื้นตัวไว

ทั้งนี้ โรคเนื้องอกสมองยังไม่มีวิธีป้องกัน ซึ่งวิธีที่ดีสุดคือการสังเกตอาการตัวเองและคนในครอบครัวหากพบมีความผิดปกติเกิดขึ้นให้รีบมาพบแพทย์เพื่อทำการตรวจรักษายิ่งเจอเร็วก็เพิ่มโอกาสการรักษาหายได้มากขึ้น

คุณแหน : 12 กันยายน 2566

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/755898

วันอังคาร ที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ll นับเป็นเซนติเมนต์น้อยครั้งในทำเนียบรัฐบาล ซึ่งปกติแล้วบรรยากาศภายในตึก “ไทยคู่ฟ้า” จะเป็นแนวเดียวคือซีเรียสและเป็นทางการ แต่สัปดาห์ที่แล้ว พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้สร้างปรากฏการณ์ “อยู่ให้เขารัก-จากให้เขาคิดถึง” ไปถ้วนหน้า ในวันที่ท่านต้องมาเลี้ยงและกล่าวอำลาในการพ้นวาระตำแหน่ง “นายกรัฐมนตรี” ซึ่งดำรงมานับ 9 ปี นอกจากข้าราชการทำเนียบฯที่มากันพร้อมหน้าแล้ว บรรดา ครม. ที่มีความใกล้ชิดก็ยังมาร่วมงานอย่างพร้อมเพรียง อาทิ อนุทิน ชาญวีรกูล, ดอน ปรมัตถ์วินัย, ธนกร วังบุญคงชนะ และแม้แต่ แรมโบ้-ดร.เสกสกล อัตถาวงศ์ซึ่งเพิ่งผ่าตัดเข่าเดินกะเผลก ยังมาปรากฏตัวอยู่ตลอดงาน…มีผู้สังเกตเห็นหลังท่านกล่าวอำลาแล้วผู้มาร่วมงานต่างพร้อมใจเปล่งเสียงร้องเพลงมีความหมายเข้าบรรยากาศเช่นเพลง “ศรัทธา” จน อดีตนายกฯ ถึงกับน้ำตาคลอ ยังผลให้ข้าราชการอื่นๆ พลอยปล่อยโฮด้วย…สำหรับเมนูอาหารเลี้ยงตามแนวทางของนายกฯซึ่งชอบอาหารพื้นบ้าน หอยทอด, ผัดไทย, ส้มตำ, หมูปลาร้า ตบท้ายด้วยเค้ก และไอศกรีมกะทิ…

ll เรื่อง “เรือดำน้ำกองทัพเรือ” ก็จะถูกนำมาอภิปรายต่อต้านในสภาอีกแล้วหลังมีข่าวว่า ทร. ลงนามอนุมัติให้ซื้อเครื่องยนต์จีนทดแทนเครื่องเยอรมัน ผู้สันทัดกรณีฟังแล้วหนาวไปตามๆ กันเพราะเทคโนโลยีเรือดำน้ำของจีนไม่ได้รับการยอมรับโดยสากลอยู่แล้ว ลองพิจารณาจากประเทศที่บริหารกองทัพเขาอย่างชาญฉลาด กล่าวคือ สิงคโปร์ แม้เป็นรัฐ-ประเทศมีพื้นที่ 728 ตร.กม. หรือครึ่งหนึ่งของเกาะภูเก็ต แต่กลับมีกองทัพเรือดำน้ำทันสมัยเกรียงไกรถึง 18 ลำ ประกอบด้วย เรือดำน้ำซื้อมาเฟิร์สแฮนด์และรีบิวท์ แต่จะเป็นแบบไหนก็ตามทุกลำมีคุณภาพสูง ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์เยอรมันหรือฮอลแลนด์เท่านั้น แม้ว่าตลอดเวลาทางจีนพยายามขอให้ซื้อเรือดำน้ำจีน รัฐบาลสิงคโปร์ก็ไม่เคยจำนน เทคโนโลยีต่อต้านเรือดำน้ำในปัจจุบันพัฒนาไปไกลมาก หากกองทัพเรือใดใช้เรือดำน้ำเทคโนโลยีต่ำ เครื่องยนต์ล้าสมัยความสั่นสะเทือนสูงก็เท่ากับเป็นเป้านิ่งฝ่ายเดียว…

ll วันอังคารนี้ เตือนใจ สินธุวณิก เดินทางไปซิดนีย์เพื่อเยี่ยมเยียนครอบครัวพี่สาว ศรีเรือนเหมาวาด ซึ่งมีหลานสาวคนสวย มุมีนา ทำงานที่นี่ เธอจัดเตรียมชุดหนาวให้คุณน้าไว้ด้วยแล้ว สาเหตุเพราะที่วิลลีย์ปาร์ค อากาศอุณหภูมิเลขตัวเดียวตลอด…

ll บุญลาภ ภูสุวรรณ จัดงานสำหรับการก้าวขึ้นปีที่ 13ในการดำเนินการ สำนักข่าวออนไลน์ไทยพับลิก้า 14 ก.ย. ณ รร.เจดับบลิว แมริออท สุขุมวิท 09.00 น. มีปาฐกถาพิเศษโดย ดร.ทนง พิทยะและการเสวนาในหัวข้อ “สิ่งที่เห็นและอยากให้ประเทศไทยเป็น” วิทยากรได้แก่ ดร.สมประวิณมันประเสริฐ, ดร.เกษรา ธัญญลักษณ์ภาคย์,ฟูอาดี้ พิศสุวรรณ และ เอริกา เมษินทรีย์…งานนี้งดดอกไม้และของขวัญ และขอเชิญร่วมแบ่งปันเพื่อสมทบทุนมูลนิธิ รพ.สวนดอก ม.เชียงใหม่ เพื่อจัดซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์…

ll งานสำนักข่าวออนไลน์ไทยพับลิก้า ในฐานะเพื่อนรักอย่าง รศ.ดร.กุลทิพย์ ศาสตระรุจิ และ ศุลีพร โชควิวัฒน ไม่พลาดร่วมงานแน่นอน โดยเฉพาะคนหลัง นอกจากยินดีกับความสำเร็จของเพื่อนแล้ว ยังได้ปรีดากับผลงานของลูกสาว รักติบูล โชควิวัฒน ที่บรรจงสร้างสรรค์ ทั้ง back drop, e-card และโปสเตอร์ประชาสัมพันธ์ของงาน…คุณแม่ก็หน้าบานไปสิคะที่มีลูกสาวเก่งและดีอย่างนี้ !!…ll

บารอนเนส

H&M ชวนมาพร้อมออกกำลังกายแบบHIIT

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/755915

H&M ชวนมาพร้อมออกกำลังกายแบบHIIT

H&M ชวนมาพร้อมออกกำลังกายแบบHIIT

วันอังคาร ที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

พร้อมออกกำลังกายแบบ HIIT และเร่งอัตราการเต้นของหัวใจไปกับการออกกำลังกายหรือยัง Global Brand Mover ของ H&M มาพร้อมกับซีซั่นใหม่ที่นำเสนอเสื้อผ้าสำหรับการออกกำลังกายแบบ HIIT หรือ highintensity interval training และจะชวนทุกคนมาออกกำลังกายไปด้วยกัน

H&M Move เปิดตัวซีซั่น Autumn 2023 ด้วยเสื้อผ้ามูฟแวร์ดีไซน์สวยและล้ำสมัย ออกแบบมาเพื่อการออกกำลังกายแบบ HIIT และมีเสื้อผ้าสำหรับการออกกำลังกายเบาๆ อย่างการเล่นโยคะด้วย ภาพถ่ายและวีดีโอของแคมเปญนี้ประกอบไปด้วย Global Brand Movers ได้แก่ Zlatan Ibrahimović, Nadia Nadim และ JaQuel Knight ทั้งสามคนจะมาร่วมเคลื่อนไหวไปกับคนทั่วโลก

คอลเลคชั่นสำหรับบุรุษและสตรีนำเสนอธีมสีที่ดูล้ำสมัยแบบชีวิตในเมืองและใช้โทนสีเดียวโดยเน้นไปที่สีเทาและสีดำ เพิ่มพลังความสดใสด้วยสีเขียวอ่อนและสีเขียวอมฟ้า เนื้อผ้าทำจากวัสดุที่มีความยั่งยืนมากขึ้น เช่น โพลิเอสเตอร์รีไซเคิลและผ้าฝ้ายออร์แกนิก รวมถึงเนื้อผ้าพิเศษของ H&M Move อย่างเส้นใย DryMove™ และ SoftMove™

เสื้อ สปอร์ตบรา กางเกงขาสั้น และจั๊มสูทของผู้หญิงมีความโดดเด่นเรื่องเส้นตัดที่เน้นรูปร่าง การตัดช่องเพิ่มความเก๋ และลายพิมพ์เมทัลลิค รูปทรงเหล่านี้ตัดกับเสื้อผ้าแนวแอธลิเชอร์ที่มอบอิสระในการเคลื่อนไหว ไม่ว่าจะเป็นฮู้ดดี้แบบโอเวอร์ไซส์ หรือกางเกงทรงพาราชูท สำหรับเสื้อผ้าผู้ชายมีเสื้อผ้าที่แนบเนื้อ ลวดลายที่ตัดด้วยเลเซอร์ มีทั้งเสื้อยืด เสื้อกล้าม กางเกงขาสั้น กางเกงรัดรูป และแทร็กสูทที่เนื้อผ้ายืดได้หลายทิศทาง

คอลเลคชั่นนี้วางจำหน่ายแล้ววันนี้ทาง th.hm.com และในร้านค้าบางสาขา

Sustrends 2024 กับ 50 เทรนด์ความยั่งยืนที่กำลังเปลี่ยนโลก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/755906

Sustrends 2024 กับ 50 เทรนด์ความยั่งยืนที่กำลังเปลี่ยนโลก

Sustrends 2024 กับ 50 เทรนด์ความยั่งยืนที่กำลังเปลี่ยนโลก

วันอังคาร ที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ทรงกลด บางยี่ขัน

ปิดฉากลงแล้วกับงานSustrends 2024 I 50 เทรนด์ความยั่งยืนที่กำลังเปลี่ยนโลก งานสัมมนาความยั่งยืนแนวใหม่ ที่ได้รับความสนใจอย่างกว้างขวาง อัดแน่นสาระความรู้สอดแทรกความสนุก สรุปให้เข้าใจง่าย ผ่านการบรรยาย 3 สไลด์ จำกัดเวลาคนละ 10 นาที จาก 20 วิทยากรตัวจริงด้านความยั่งยืน ครั้งแรกของการรวบรวมผู้เชี่ยวชาญทุกองคาพยพทั้งหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาชน และหน่วยงานไม่แสวงหากำไร มาไว้บนเวทีเดียว เพื่อส่งต่อองค์ความรู้และเทรนด์ต่างๆ ชวนทุกคนออกเดินทางหาสมดุลให้กับตัวเองและโลกใบนี้

นายทรงกลด บางยี่ขัน บรรณาธิการบริหาร The Cloud และผู้ร่วมก่อตั้งบริษัท Cloud and Ground จำกัด ผู้จัดงาน Sustrends 2024 I 50 เทรนด์ความยั่งยืนที่กำลังเปลี่ยนโลก กล่าวว่า ในปัจจุบันการผลักดันแนวคิดด้านความยั่งยืนถือเป็นพันธกิจหลักของทุกหน่วยงานทั้งภาครัฐและภาคเอกชน รวมถึงประชาชนคนทั่วไปก็เริ่มหันมาใส่ใจเรื่องความยั่งยืนเช่นกัน เห็นได้จากการรณรงค์ให้แยกขยะตั้งแต่ครัวเรือน และส่งต่อไปรีไซเคิลยังหน่วยงานที่ถูกต้อง ซึ่ง The Cloud ในฐานะที่คลุกคลีและใส่ใจด้านความยั่งยืนตลอดหลายปีที่ผ่านมา มองว่าเป็นโอกาสดีที่ทุกภาคส่วนเริ่มหันมาใส่ใจด้านความความยั่งยืนอย่างจริงจัง

ในขณะเดียวกัน เรายังมองต่อเนื่องว่า หากมีผู้เชี่ยวชาญตัวจริงในวงการต่างๆ มาส่งต่อองค์ความรู้หรือเทรนด์ความยั่งยืนใหม่ๆ น่าจะกระตุ้นให้เกิดความสนใจด้านความยั่งยืนมากขึ้น จึงรวบรวม 20 วิทยากรตัวจริง ทั้งกลุ่มคนที่เป็นผู้กำหนดแผนยุทธศาสตร์ชาติด้านความยั่งยืน, กลุ่มคนที่ดูแลด้านการพัฒนาเมือง การวางระบบโครงสร้างเพื่อการพัฒนาประเทศ, กลุ่มคนที่ใส่ใจตั้งแต่ฐานราก สิ่งแวดล้อม รวมไปถึงกลุ่มคนที่ศึกษาศาสตร์การพัฒนาการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างเชิงลึกถึงระดับพันธุกรรม เป็นต้น มาเล่า 3 เทรนด์ที่ควรรู้ในวงการของตัวเองให้ฟัง

“เรามุ่งหวังให้ทุกคน ทุกองค์กรในประเทศไทย หันมาใส่ใจเรื่องความยั่งยืนอย่างยั่งยืน ไม่ใช่เพียงกระแสที่พัดมาแล้วผ่านไป เพราะการแข่งขันภายใต้กฎเกณฑ์ใหม่ของโลกที่ทุกองค์กรต้องเจอ คือการพัฒนาด้านความยั่งยืน เราจึงจัดงานสัมมนาที่รวบรวมเหล่าผู้เชี่ยวชาญในทุกวงการทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาชน และหน่วยงานไม่แสวงหากำไร มาไว้บนเวทีเดียวกัน เพราะเราไม่อยากทิ้งใครไว้ข้างหลัง”

นอกจากนี้ ในงาน Sustrends 2024 ยังใส่ใจในทุกมิติ ตั้งเป้าเป็น sustainable event ที่ทุกกิจกรรมภายในงานใส่ใจด้านความยั่งยืนอย่างแท้จริง อาทิ สถานที่จัดเป็นอาคารเปิดโล่ง ไม่ใช้เครื่องปรับอากาศ และระบบพลังงานไฟฟ้าภายในงานมาจากแผงโซลาร์เซลล์ ที่ตั้งขึ้นเฉพาะงานนี้เท่านั้น รวมถึงอาหารและเครื่องดื่มก็ผลิตจากพืช (แพลนต์เบส) โดยภาชนะที่ใส่สามารถนำไปเพาะพันธุ์กล้าไม้ได้ ส่วนของที่ระลึกจะเป็นคำขอบคุณจากน้องๆ โครงการ Food for Good ภายใต้มูลนิธิยุวพัฒน์ เป็นต้น

งานนี้จึงกลายเป็นงานสัมมนาเดียวที่พูดเรื่องความยั่งยืนได้ลึกที่สุดแต่เต็มไปด้วยความรู้และความสนุกสนานที่สุด!

เชิญชมนิทรรศการ James Nachtwey : Memoria ภาพถ่ายร่องรอยของสงครามและภัยพิบัติ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/755913

เชิญชมนิทรรศการ James Nachtwey : Memoria  ภาพถ่ายร่องรอยของสงครามและภัยพิบัติ

เชิญชมนิทรรศการ James Nachtwey : Memoria ภาพถ่ายร่องรอยของสงครามและภัยพิบัติ

วันอังคาร ที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

กอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร, อาจารย์ถาวร โกอุดมวิทย์, วินรัตน์ สกาวรัตนานนท์, ณภัชป์ รัตนศักดิ์

สมาคมถ่ายภาพแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ ร่วมกับ มูลนิธิส่งเสริมการถ่ายภาพ และหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร ด้วยการสนับสนุนจากสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย จัดแสดงนิทรรศการ James Nachtwey : Memoria รวมผลงานภาพถ่ายสงครามและภัยพิบัติตลอดชีวิตการทำงานเป็นช่างภาพข่าวและสงครามกว่า 42 ปี จำนวน 126 ภาพ ของ เจมส์ นาคท์เวย์ซึ่งแต่ละภาพบอกเล่าเรื่องราว สื่ออารมณ์ และแสดงภาพสะท้อนของชีวิตที่ยังคงได้รับผลกระทบจากร่องรอยของสงครามและภัยพิบัติ พร้อมเผยภาพถ่ายชีวิตผู้คนในสงครามยูเครนสู่สายตาสาธารณชนเป็นครั้งแรกของโลก ระหว่างวันที่ 5-26 พฤศจิกายน 2566 (ยกเว้นวันจันทร์) เวลา 10.00-20.00 น. ณ ชั้น 7 หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร เข้าชมฟรีโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

ทั้งนี้เมื่อวันที่ 5 ก.ย.ที่ผ่านมาได้มีพิธีเปิดอย่างเป็นทางการ โดยได้รับเกียรติจาก เกว็นโดลิน คาร์ดโนอัครราชทูตที่ปรึกษา สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย เป็นประธานในพิธีเปิด โดยมี เจมส์ นาคท์เวย์ ช่างภาพสารคดีสงครามและภัยพิบัติชื่อดังของโลก, ตุลย์ หิรัญญลาวัลย์ นายกสมาคมถ่ายภาพแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์, อดุลญา ฮุนตระกูล ผอ.หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร, สุรินทร์บัญญัติปิยพจน์, อุมาวร วินด์เซอร์-ไคลฟ์และ ณภัชป์ รัตนศักดิ์ ให้การต้อนรับพร้อมด้วยศิลปินช่างภาพที่มีชื่อเสียงทั้งระดับประเทศและระดับโลก พร้อมแขกผู้มีเกียรติ ร่วมชมนิทรรศการอย่างคับคั่ง 

ตุลย์ หิรัญญลาวัลย์ นายกสมาคมถ่ายภาพแห่งประเทศไทยฯและช่างภาพชื่อดัง เผยว่า การจัดนิทรรศการในครั้งนี้เป็นหนึ่งใน RPST Master Series ซึ่งเป็นการนำภาพถ่ายของช่างภาพระดับโลกมาจัดแสดงให้คนไทยและคนในเอเชีย-แปซิฟิกได้ชม ไม่ว่าจะเป็น ไมเคิล เคนนา (Michael Kenna) ปรมาจารย์นักถ่ายภาพแนว Fine Art ร่วมสมัย, เคนโระ อิสึ (Kenro Izu) นักถ่ายภาพนิ่งแบบ Still life มือฉมังคนหนึ่งของโลก, ทอม จาโคบี (Tom Jacobi) ช่างภาพมือรางวัลระดับโลกจากเยอรมนี, เซบาสเทียว ซาลกาโด (Sebastiao Salgado) ช่างภาพสารคดีระดับตำนานของโลก และเซบาสเตียน โคปแลนด์ (Sebastian Copeland) ช่างภาพมือรางวัล ผู้เป็นทั้งนักสำรวจขั้วโลก ซึ่งการจัดมาสเตอร์ ซีรี่ส์ในแต่ละครั้ง ได้รับเสียงตอบรับเป็นอย่างดีและมีผู้เข้าชมเพิ่มมากขึ้นทุกปี

จุดเริ่มต้นการจัดนิทรรศการเริ่มต้นขึ้นเมื่อปี 2561 เมื่อเจมส์ เดินทางมาร่วมงาน นิทรรศการ “Sebastiao Salgado : The World Through His Eyes” จัดขึ้นโดยสมาคมฯ ที่ประเทศไทย จึงเกิดการพูดคุยถึงการจัดแสดงภาพถ่ายของเจมส์ครั้งแรกในเอเชีย-แปซิฟิกขึ้น โดยทางสมาคมฯใช้เวลาในการจัดเตรียมถึง 5 ปี เพราะอยากให้นิทรรศการ  สร้างแรงกระเพื่อมทางสังคมให้ตระหนักถึงความเลวร้ายของสงคราม ความเสียหายของการใช้ความรุนแรง รวมถึงการสร้างแรงบันดาลใจให้แก่ช่างภาพและคนที่รักการถ่ายภาพ และที่สำคัญคือ เพื่อเปิดให้เข้าชมฟรีโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ซึ่งโดยปกติแล้ว ในต่างประเทศจะต้องเสียค่าเข้าชม และต้องเข้าคิวรอนานมาก

“เขาไม่ได้เป็นแค่ช่างภาพสงคราม แต่ภาพถ่ายของเขาทำให้เห็นถึงคุณค่าและความสำคัญของการมีชีวิตอยู่ ภาพทุกภาพที่คัดเลือกมาจัดแสดงไม่ได้สะท้อนแค่ความสามารถของช่างภาพ แต่เล่าถึงบริบทของสิ่งที่เขาเห็นอยู่ตรงหน้า ความบ้าคลั่งของสงคราม เหมือนโลกคู่ขนานที่แต่ละคนใช้ชีวิตอยู่เพื่อเอาชีวิตรอดไปวันต่อวันเราไม่รู้เลยว่าคนที่อยู่ในภาพของเจมส์ปัจจุบันเขายังมีชีวิตอยู่ไหม และสิ่งที่เกิดขึ้นต่อจากนี้จะเกิดอะไรขึ้น ผมว่าสิ่งเหล่านี้ทำให้มนุษย์อย่างเราตระหนักรู้ว่า เราควรรักกัน สงครามไม่ควรจะเกิดขึ้น และเห็นถึงความพิเศษของการมีชีวิตอยู่ผมว่าสิ่งที่ดีที่สุดของการได้เห็นภาพขนาดใหญ่ที่ช่างภาพพิถีพิถันทุกกระเบียดนิ้วคือการเห็นความงามที่เกิดขึ้นบนโลกถ่ายภาพที่ปรากฏอยู่บนกระดาษ” 

โดยนิทรรศการครั้งนี้ ได้รวบรวมผลงานภาพถ่ายที่มีชื่อเสียงระดับโลก ซึ่งเป็นเสมือนโลโก้ประจำตัวของ เจมส์นาคท์เวย์ จำนวน 126 ภาพ ที่ถ่ายในสงครามและภัยพิบัติต่างๆ ทุกภูมิภาคทั่วโลก และเป็นครั้งแรกของโลกกับการเปิดเผยภาพถ่ายชุดสงครามยูเครนสู่สายตาชาวโลก นอกจากภาพถ่ายข้างต้นแล้วยังมีการจัดฉายภาพยนตร์วีดีโอสั้นที่เล่าถึงชีวิตและการทำงานเป็นช่างภาพสารคดีสงครามและโศกนาฏกรรมภัยพิบัติที่ กำกับโดย โทมัส นอร์ดานสตัด ให้ชมกันอีกด้วย

ผู้สนใจสามารถชมงานนิทรรศการได้ตั้งแต่วันนี้-วันที่ 26 พฤศจิกายน 2566 (ยกเว้นวันจันทร์) เวลา 10.00-20.00 น. ณ ชั้น 7 หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร เข้าชมฟรีโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://www.rpst.or.th/

กรุณา บัวคำศรี และ DR. Olga Rusova เลขานุการโท สถานทูต
ยูเครนประจำประเทศไทย

กรุณา บัวคำศรี และ DR. Olga Rusova เลขานุการโท สถานทูต ยูเครนประจำประเทศไทย

ณภัชป์ รัตนศักดิ์,อุมาวร วินด์เซอร์-ไคลฟ์, เกว็นโดลิน คาร์ดโน อัครราชทูตที่ปรึกษา
สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย, เจมส์ นาคท์เวย์, ตุลย์
หิรัญญลาวัลย์, อดุลญา ฮุนตระกูล ผอ.หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร, สุรินทร์ บัญญัติปิยพจน์

ณภัชป์ รัตนศักดิ์,อุมาวร วินด์เซอร์-ไคลฟ์, เกว็นโดลิน คาร์ดโน อัครราชทูตที่ปรึกษา สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย, เจมส์ นาคท์เวย์, ตุลย์ หิรัญญลาวัลย์, อดุลญา ฮุนตระกูล ผอ.หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร, สุรินทร์ บัญญัติปิยพจน์

มูลนิธิเจริญโภคภัณฑ์ฯ ชูแผนพัฒนา ‘ทะเลสาบสงขลา’ หนุนอาชีพ ควบคู่อนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/755923

มูลนิธิเจริญโภคภัณฑ์ฯ ชูแผนพัฒนา ‘ทะเลสาบสงขลา’  หนุนอาชีพ ควบคู่อนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ

มูลนิธิเจริญโภคภัณฑ์ฯ ชูแผนพัฒนา ‘ทะเลสาบสงขลา’ หนุนอาชีพ ควบคู่อนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ

วันอังคาร ที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

มูลนิธิเจริญโภคภัณฑ์พัฒนาชีวิตชนบท เดินหน้าโครงการพัฒนาอาชีพตามดำริ พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ภายใต้แผนงาน “ทะเลสาบสงขลายั่งยืน” มุ่งสร้างความร่วมมือกับทุกภาคส่วนในการขับเคลื่อนการพัฒนาอาชีพชุมชนชาวประมงรอบทะเลสาบสงขลาไปพร้อมๆ กับการปกป้องฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติทางทะเล สู่ความยั่งยืนในทุกมิติ

จอมกิตติ ศิริกุล กรรมการและเลขาธิการมูลนิธิเจริญโภคภัณฑ์พัฒนาชีวิตชนบท เปิดเผยว่า มูลนิธิฯ เล็งเห็นความสำคัญของทะเลสาบสงขลา ในด้านทรัพยากรธรรมชาติที่สำคัญ เนื่องจากเป็นทะเลสาบแบบลากูนแห่งเดียวของประเทศไทย และมีขนาดใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อีกทั้งยังเป็นที่อยู่ของสัตว์ทะเลหลากหลายชนิดโดยเฉพาะ “โลมาอิรวดี” ซึ่งจัดเป็นสัตว์ทะเลสถานะใกล้สูญพันธุ์ รวมถึงมีป่าพรุและป่าชายเลนโดยรอบทะเลสาบ มูลนิธิฯ จึงมุ่งขับเคลื่อนโครงการพัฒนาอาชีพ ตามดำริ พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ภายใต้แผนงาน “ทะเลสาบสงขลายั่งยืน”เพื่อสร้างความร่วมมือกับทุกภาคส่วนในการขับเคลื่อนการพัฒนาชุมชนควบคู่ไปกับการปกป้อง ฟื้นฟู และอนุรักษ์ทรัพยากรทางธรรมชาติในทะเลสาบสงขลา

“มูลนิธิฯ เดินหน้าแผนงานขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ทะเลสาบสงขลายั่งยืน ปี 2566-2568 มุ่งปกป้องและฟื้นฟูทะเลสาบสงขลา พัฒนาอาชีพประมงพื้นบ้านยั่งยืน และอนุรักษ์สัตว์ในทะเลสาบ ครอบคลุมทะเลสาบตอนบนตอนกลาง และตอนล่าง ที่สำคัญ ทะเลสาบสงขลาถือเป็นทั้งแหล่งอาชีพและแหล่งอาหารที่สำคัญของชุมชนกว่า 4 แสนครัวเรือน มูลนิธิฯ จึงมีแผนสนับสนุนการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สร้างอาชีพที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และสนับสนุนให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ในอนาคต” จอมกิตติ กล่าว

ที่ผ่านมา มูลนิธิฯ มีการแลกเปลี่ยนทิศทางการขับเคลื่อนงานร่วมกับภาคีเครือข่ายหน่วยงานภาครัฐ ภาคประชาสังคมและชุมชน ได้แก่ เขตห้ามล่าสัตว์ป่าทะเลหลวง พัทลุง-สงขลา ในการหาแนวทางอนุรักษ์ “โลมาอิรวดี” พร้อมทั้งส่งเสริมให้ชุมชนมีรายได้จากการท่องเที่ยว และสนับสนุนเด็กและเยาวชนลูกหลานชาวประมง สร้าง “มัคคุเทศก์น้อย” ผ่านหลักสูตร Thai Lagoon เพื่อปลูกฝังการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในทะเลสาบสงขลา และมีความภาคภูมิใจในบ้านเกิดของตนเอง พร้อมทั้งหารือร่วมกับสมาคมรักษ์ทะเลไทยในการสนับสนุนการสร้างอาชีพยั่งยืน อาทิ การทำธนาคารกุ้งก้ามกรามเพื่อการเพิ่มพันธุ์สัตว์น้ำเศรษฐกิจ การเลี้ยงปลาในกระชังในพื้นที่ทะเลสาบสงขลา เพื่อส่งเสริมอาชีพและรายได้และได้เข้าพบมูลนิธิพื้นที่ชุ่มน้ำทะเลน้อย ในการอนุรักษ์และฟื้นฟูระบบนิเวศพื้นที่ทะเลสาบสงขลาตอนบน บริเวณชุมชนปากประ ซึ่งเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำสำคัญของโลก รวมถึงการอนุรักษ์ “ควายน้ำ” ระบบการเลี้ยงควายปลักพื้นที่ทะเลน้อย ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นพื้นที่มรดกโลกทางการเกษตรแห่งแรกของไทย

นอกจากนี้ มูลนิธิฯ ยังเข้าหารือสถาบันทักษิณคดีศึกษา สมาคมส่งเสริมการท่องเที่ยวชุมชนจังหวัดสงขลา ในการร่วมมือด้านการท่องเที่ยวชุมชน การส่งเสริมผลิตภัณฑ์ชุมชน อาหารท้องถิ่นและเข้าศึกษาดูงานที่ศูนย์เรียนรู้วิถีชีวิตโหนด นาเล บ้านท่าหิน อ.สทิงพระ จ.สงขลา ต่อยอดการยกระดับผลิตภัณฑ์จากตาลโตนด พร้อมช่องทางการจำหน่ายเข้าสู่ตลาดโมเดิร์นเทรด โดยมีเป้าหมายขยายสู่กิจการเพื่อสังคมหรือ Social Enterprise และการพัฒนากลุ่มวิสาหกิจชุมชนกลุ่มทำ “นาริมเล” บ้านปากประ ต.ลำปำ อ.เมือง จ.พัทลุง เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชนอย่างยั่งยืน

โดยเมื่อเร็วๆ นี้ จอมกิตติ ศิริกุล กรรมการและเลขาธิการมูลนิธิเจริญโภคภัณฑ์พัฒนาชีวิตชนบท พร้อมด้วย บรรจง นะแส ที่ปรึกษาสมาคมรักษ์ทะเลไทย กิตติพงศ์ สงนุ้ย หัวหน้าเขตห้ามล่าสัตว์ป่าทะเลหลวง พัทลุง-สงขลา ศุภเศรษฐ โอภิธากรณ์ กรรมการมูลนิธิพื้นที่ชุ่มน้ำทะเลน้อยรมิตา ธุระบุตร์ รองนายก สมาคมส่งเสริมการท่องเที่ยวชุมชนสงขลากัญจนณัฏฐ์ บุญดำ หัวหน้าสวนพฤกษศาสตร์พนางตุง สายันต์ รักดำผู้นำกลุ่มทำนาริมเลบ้านปากประ ต.ลำปำ อ.เมือง จ.พัทลุง พูนทรัพย์ชูแก้ว ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนโหนด นาเล บ้านท่าหิน อ.สทิงพระ จ.สงขลา สถาบันทักษิณคดีศึกษา และคณะทำงานของมูลนิธิฯ ขับเคลื่อนโครงการพัฒนาอาชีพ ตามดำริ พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ ได้ร่วมติดตามความคืบหน้าแผนงาน “ทะเลสาบสงขลายั่งยืน” สานต่อความร่วมมือของทุกภาคส่วนอย่างยั่งยืน

ปลุกแฟชั่นในตัวเอง ‘EMIS’ แบรนด์ดังจากเกาหลีมาถึงไทยแล้ว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/755909

ปลุกแฟชั่นในตัวเอง ‘EMIS’ แบรนด์ดังจากเกาหลีมาถึงไทยแล้ว

ปลุกแฟชั่นในตัวเอง ‘EMIS’ แบรนด์ดังจากเกาหลีมาถึงไทยแล้ว

วันอังคาร ที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

สร้างกระแสต่อเนื่องและไม่หยุดนิ่ง สยามดิสคัฟเวอรี่นำเข้าแบรนด์ “EMIS” แบรนด์ดังจากเกาหลี มาเปิดที่ Discovery Selection ชั้น G สยามดิสคัฟเวอรี่ ตอกย้ำการเป็นผู้นำเทรนด์ K-Culture มาเสนอในประเทศไทยได้ประสบความสำเร็จมากที่สุด

สยามดิสคัฟเวอรี่ ดิเอ็กซ์พลอราทอเรี่ยม ตอกย้ำภาพลักษณ์ความเป็นผู้นำทางด้านความคิดสร้างสรรค์ที่ล้ำสมัยพร้อมให้ทุกคนเข้ามาค้นพบ (Experiment), สร้างสรรค์ (Create) และพัฒนา (Cultivate) ได้ไม่รู้จบ นำเสนอทุกเทรนด์และไลฟ์สไตล์ที่กำลังเป็นที่นิยมจากทุกมุมโลกมาให้สัมผัสอย่างต่อเนื่อง สร้างปรากฏการณ์ “ที่แรก” ในประเทศไทย นำเข้าแบรนด์ “EMIS” แบรนด์ดังจากเกาหลี ที่เหล่าไอดอลเกาหลีคนดังนิยมสวมใส่ ซึ่งแฟชั่นนิสต้าไม่ต้องบินไปถึงเกาหลี สามารถมาเลือกช้อปได้ทั้ง ทีเชิ้ต, หมวก, กระเป๋า, ที่คาดผม และอื่นๆ อีกมากมาย ที่จะทำให้การแต่งตัวสนุกสดใสได้ทุกซีซั่น เพราะ แบรนด์ “EMIS” มีไลฟ์สไตล์การถ่ายทอดนำเสนอช่วงเวลาที่พิเศษ สามารถทำให้ชีวิตประจำวันสดใสเรียบง่ายแต่มีเสน่ห์กับนิยาม Every Moment is Special

สยามดิสคัฟเวอรี่ อยากให้ทุกคนเข้ามา Come Play With Us มาสนุกกับการค้นพบสิ่งแปลกใหม่ร่วมกันได้ตลอดทั้งปี โดยเฉพาะในด้าน K-Culture ที่สยามดิสคัฟเวอรี่รวมรวมไว้มากที่สุด สาวกแบรนด์ EMIS” ตามมาช้อปได้ที่ Discovery Selection ชั้น G สยามดิสคัฟเวอรี่ หรือช้อปออนไลน์ผ่าน ONESIAM SuperApp ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป สามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Facebook : Discovery Selection หรือ Facebook : Siam Discovery

เริ่มแล้ว! ทีทีบี พาร์ครัน 2023 ทุกพลังเป็นของขวัญให้ 3 มูลนิธิ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/755908

เริ่มแล้ว! ทีทีบี พาร์ครัน 2023 ทุกพลังเป็นของขวัญให้ 3 มูลนิธิ

เริ่มแล้ว! ทีทีบี พาร์ครัน 2023 ทุกพลังเป็นของขวัญให้ 3 มูลนิธิ

วันอังคาร ที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

เริ่มแล้ว! ทีทีบี I ธนชาตประกันภัย พาร์ครัน 2023 งานวิ่งแห่งปีที่ทุกคนรอคอยชวนคุณ Run for Change เพื่อเปลี่ยน…ทุกพลังเป็นของขวัญให้น้องผ่าน 3 มูลนิธิ โดยไม่หักค่าใช้จ่าย

นายฐากร ปิยะพันธ์ ผู้จัดการใหญ่ และรักษาการประธานเจ้าหน้าที่บริหารลูกค้าบุคคล ทีเอ็มบีธนชาต พร้อมด้วย พันธมิตร นายพีระพัฒน์ เมฆสิงห์วี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ธนชาตประกันภัย จำกัด (มหาชน) เชิญชวนร่วมงานเดิน-วิ่งมินิมาราธอนการกุศลแห่งปี “ทีทีบี | ธนชาตประกันภัย พาร์ครัน 2023” งานวิ่งที่จะชวนทุกคน Run for Change เพื่อเปลี่ยน…ทุกพลังเป็นของขวัญให้น้อง โดยรายได้จากการจำหน่ายบัตรวิ่งและเงินบริจาคไม่หักค่าใช้จ่าย มอบให้ 3 มูลนิธิ ได้แก่ มูลนิธิสร้างรอยยิ้ม, โครงการ FOOD FOR GOOD โดย มูลนิธิยุวพัฒน์ และโครงการไฟ-ฟ้า โดย มูลนิธิทีทีบี

สามารถสมัครวิ่งได้ 2 ประเภท คือ Parkrun วิ่งจริงใน 3 สวนใจกลางกรุงเทพฯ พร้อมกันในวันที่ 23 ธันวาคม 2566 ทั้งยังสามารถร่วมสะสมระยะทางได้ และ Virtual Parkrun วิ่งสะสมระยะ โดยสามารถวิ่งสะสมได้ตั้งแต่วันนี้-23 ธันวาคม 2566 เปิดจำหน่ายบัตรวิ่งและร่วมบริจาคได้แล้วตั้งแต่วันนี้- 23 ธันวาคม 2566 ที่ https://parkrun.ttbfoundation.org โดยค่าบัตรวิ่งและเงินบริจาคสามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้ 100% มาช่วยให้น้องๆ มีชีวิตที่ดีขึ้นไปพร้อมกัน

เปิดม่านการแสดงสุดยิ่งใหญ่ ‘สุบิน เมห์ธา’ ศิลปินระดับโลก ตำนานแห่งดนตรีคลาสสิกที่ยังมีลมหายใจ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/755922

เปิดม่านการแสดงสุดยิ่งใหญ่ ‘สุบิน เมห์ธา’  ศิลปินระดับโลก ตำนานแห่งดนตรีคลาสสิกที่ยังมีลมหายใจ

เปิดม่านการแสดงสุดยิ่งใหญ่ ‘สุบิน เมห์ธา’ ศิลปินระดับโลก ตำนานแห่งดนตรีคลาสสิกที่ยังมีลมหายใจ

วันอังคาร ที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

“งานมหกรรมศิลปะการแสดงและดนตรีนานาชาติ กรุงเทพฯ” ครั้งที่ 25 เปิดม่านการแสดงสุดอลังการกับวาทยกรระดับตำนานอย่าง “สุบิน เมห์ธา” (Zubin Mehta) ที่มาพร้อมวงออร์เคสตร้าคู่ใจจากอิตาลี ซิมโฟนี ออร์เคสตร้า ออฟ มาจจิโอมูซิกาเล ฟิโอเรนติโน (Symphony Orchestra of Maggio Musicale Fiorentino) ด้วยการมอบบทเพลงอันยิ่งใหญ่จากไชคอฟสกี ซิมโฟนีหมายเลข 4 และ 6 สร้างประวัติศาสตร์ผู้ชมในฮอลล์ลุกขึ้นยืนปรบมือดังกึกก้องยาวนานให้กับตำนานของดนตรีคลาสสิกที่ยังมีลมหายใจภายใต้ค่ำคืนของประวัติศาสตร์วงการดนตรีคลาสสิก โดยได้รับเกียรติจากเหล่าเซเลบริตี้ และคอดนตรีคลาสสิก อาทิ จาสปาล ซิงห์ อูเบรอย ประธานบริษัทฯ และ ราซีน่าร์ อูเบรอยบาจาจ กรรมการผู้จัดการ บริษัท อินเตอร์เนชั่นแนล คัลเจอรัลโปรโมชั่น จำกัด, ท่านผู้หญิงวราพร ปราโมช ณ อยุธยา, ดร.สมศักดิ์-คุณหญิงปัทมา ลีสวัสดิ์ตระกูล, ม.ร.ว.ปรียนันทนา รังสิต, ปานศักดิ์ รังสิพราหมณกุล, เปาโล ดิโอนิซี เอกอัครราชทูตอิตาลีประจำประเทศไทย, ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร, จิรุตถ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา, ภูริพันธ์ บุนนาค, ซินดี้ บิชอพ และ รัชชพร พูลสวัสดิ์ เป็นต้น ณ หอประชุมใหญ่ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย

ราซีน่าร์ อูเบรอย บาจาจ กรรมการผู้จัดการ บริษัท อินเตอร์เนชั่นแนล คัลเจอรัล โปรโมชั่น จำกัด ผู้จัดงาน Bangkok’s 25th International Festival of Dance & Music กล่าวว่า “งานมหกรรมศิลปะการแสดงและดนตรีนานาชาติ กรุงเทพฯ ได้รับการยกย่องให้เป็นมหกรรมของวัฒนธรรมและศิลปะการแสดงที่ดีที่สุดในเอเชีย โดย CNN Traveller ซึ่งในปีนี้มีการฉลองครบรอบ 25 ปีหรือ Silver Jubilee โดยได้รับเกียรติจากวาทยกรระดับแนวหน้าของโลก “สุบิน เมห์ธา” ผู้คร่ำหวอดในวงการดนตรีคลาสสิกมามากกว่า 5 ทศวรรษ อำนวยการเพลงพร้อมมอบสุดยอดการแสดงที่ควรค่าแก่การจดจำ ซึ่งในปีนี้เขาได้มาทิ้งทวนวงการดนตรีคลาสสิกกับวงออร์เคสตร้าคู่ใจจากอิตาลี ซิมโฟนี ออร์เคสตร้า ออฟ มาจจิโอมูซิกาเล ฟิโอเรนติโน (Symphony Orchestra of Maggio Musicale Fiorentino) นับเป็นความโชคดีของคนไทย”

สำหรับ สุบิน เมห์ธา คอดนตรีคลาสสิกชาวไทยต่างรู้จักชื่อเสียงเรียงนามเป็นอย่างดี เพราะนอกจากเขาจะเคยครองตำแหน่งผู้อำนวยการดนตรีของวงออร์เคสตร้าระดับท็อปของโลกมามากมาย หนึ่งในผลงานที่ได้จารึกประวัติศาสตร์โลกคือในการกลับมาเชื่อมความสัมพันธ์ด้านการทูตให้แก่อินเดียและอิสราเอลที่ขาดหายไปในรอบ 3 ทศวรรษ โดยการนำวงอิสราเอล ฟิลฮาร์โมนิกออร์เคสตร้าไปจัดแสดงที่บอมเบย์ และที่เดลี ประเทศอินเดียนับเป็นคุณูปการที่มีนัยสำคัญต่อความสัมพันธ์ระหว่าง 2 ประเทศนี้นอกจากนั้นยังได้นำวงเดียวกันนี้มาเปิดการแสดงคอนเสิร์ตครั้งประวัติศาสตร์ของประเทศไทย เพื่อเฉลิมพระเกียรติ 85 พรรษา พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และ 80 พรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในปี 2556 และในโอกาสครบรอบ 15 ปี ของงานมหกรรมฯ โดยจัดการแสดงที่หน้าพระบรมมหาราชวังที่ประเทศไทย จากความสำเร็จทางด้านดนตรีที่โดดเด่นในระดับนานาชาติของ สุบิน เมห์ธา ทำให้ท่านได้รับรางวัลเกียรติคุณมากมาย ได้แก่ การประทับชื่อบน Hollywood Walk of Fame, รางวัล เพรเมียม อิมเปริอาเล Praemium Imperiale จากราชวงศ์ญี่ปุ่น, รางวัลเกียรติคุณ ครอส ออฟ เมริท (Cross of Merit) จากประเทศเยอรมนี และรางวัล ทากอร์ อวอร์ด Tagore Award ด้านวัฒนธรรมจากรัฐบาลอินเดีย ปัจจุบันเป็นผู้อำนวยการกิตติมศักดิ์ ออนอแรรี่ ไดเร็คเตอร์ ออฟ ไลฟ์ Honorary Director for Life ของวง มาจิโอ มูซิคาเล ฟิโอเรนติโน (Maggio Musicale Fiorentino) วงออร์เคสตร้าจากเมืองฟลอเรนซ์ ประเทศอิตาลี ที่มาแสดงเปิดม่านมหกรรมในครั้งนี้

องคมนตรี อำพน กิตติอำพน และภริยา, ปิยสวัสดิ์-อานิก อัมระนันทน์

องคมนตรี อำพน กิตติอำพน และภริยา, ปิยสวัสดิ์-อานิก อัมระนันทน์

นาเคศ สิงห์ ออท.อินเดีย และภริยา

นาเคศ สิงห์ ออท.อินเดีย และภริยา

Christian Michel, ท่านผู้หญิงวราพร ปราโมช ณ อยุธยา, เมทินี กิ่งโพยม, ราซีน่าร์ อูเบรอย บาจาจ, บุษฎี สันติพิทักษ์ รองปลัดกระทรวงการต่างประเทศ, Luzius Sprungli

Christian Michel, ท่านผู้หญิงวราพร ปราโมช ณ อยุธยา, เมทินี กิ่งโพยม, ราซีน่าร์ อูเบรอย บาจาจ, บุษฎี สันติพิทักษ์ รองปลัดกระทรวงการต่างประเทศ, Luzius Sprungli

ซินดี้ บิชอพ, เปาโล ดิโอนิซี ออท.อิตาลี, คุณหญิงปัทมา
ลีสวัสดิ์ตระกูล, ม.ร.ว.ปรียนันทนา รังสิต, ดร.สมศักดิ์ ลีสวัสดิ์ตระกูล, รัชชพร พูลสวัสดิ์

ซินดี้ บิชอพ, เปาโล ดิโอนิซี ออท.อิตาลี, คุณหญิงปัทมา ลีสวัสดิ์ตระกูล, ม.ร.ว.ปรียนันทนา รังสิต, ดร.สมศักดิ์ ลีสวัสดิ์ตระกูล, รัชชพร พูลสวัสดิ์

ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม.

ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม.

ผู้จัดงาน ราซีน่าร์ อูเบรอย บาจาจ-
อัสวานี บาจาชจ์

ผู้จัดงาน ราซีน่าร์ อูเบรอย บาจาจ- อัสวานี บาจาชจ์

เพชรพริ้ง สารสิน, เอื้อเอ็นดู ดิศกุล ณ อยุธยา, ม.ร.ว.ดำรงดิศ ดิศกุล

เพชรพริ้ง สารสิน, เอื้อเอ็นดู ดิศกุล ณ อยุธยา, ม.ร.ว.ดำรงดิศ ดิศกุล

จาสปาล ซิงห์ อูเบรอย ประธานบริษัทฯ,
ดร.กันตธีร์-โสภาวรรณ ศุภมงคล

จาสปาล ซิงห์ อูเบรอย ประธานบริษัทฯ, ดร.กันตธีร์-โสภาวรรณ ศุภมงคล

จิรุตถ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา และภริยา

จิรุตถ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา และภริยา

ณฐินี ศรียุกต์สิริ, วิภาดา โทณวณิก

ณฐินี ศรียุกต์สิริ, วิภาดา โทณวณิก