สุดเซ็ง แอร์โฮสเตสบริติชแอร์เวย์ ทะเลาะกับแท็กซี่ในบราซิล จบลงที่โดนปล้น

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2724219

สุดเซ็ง แอร์โฮสเตสบริติชแอร์เวย์ ทะเลาะกับแท็กซี่ในบราซิล จบลงที่โดนปล้น

11 ก.ย. 2566 16:56 น.

สุดเซ็ง แอร์โฮสเตสบริติชแอร์เวย์ ทะเลาะกับแท็กซี่ในบราซิล จบลงที่โดนปล้น

แอร์โฮสเตสสายการบินบริติชแอร์เวย์ ทะเลาะกับคนขับรถแท็กซี่ในบราซิล เรื่องค่าโดยสารเกินราคา โดนไล่ให้ลงจากรถกลางดึก และจบลงด้วยการโดนปล้น ทำเที่ยวบินต้องดีเลย์ข้ามวัน

เมื่อ 11 ก.ย. 2566 สื่อต่างประเทศรายงาน เกิดเหตุการณ์ที่ทำให้เที่ยวบินของสายการบินบริติชแอร์เวย์ จากนครริโอเดอจาเนโร ในบราซิล มายังกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ ต้องเลื่อนการเดินทางข้ามวัน เนื่องจากบรรดาลูกเรือแอร์โฮสเตสของเที่ยวบินนี้ เกิดมีปากเสียงทะเลาะกับคนขับรถแท็กซี่ ในเรื่องค่าโดยสารที่เกินราคา แต่แล้วเหตุการณ์กลับจบลงด้วยการที่ลูกเรือของสายการบินบริติชแอร์เวย์เหล่านี้ โดนแท็กซี่ปล้นเงินและทรัพย์สินของมีค่า

ลูกเรือสายการบินบริติชแอร์เวย์เหล่านี้ ยืนยันว่า พวกตนได้ถูกคนขับแท็กซี่ไล่ให้ลงจากรถกลางดึก หลังเกิดปากเสียงทะเลาะกันเรื่องค่าโดยสารที่เกินราคา โดยจุดที่แท็กซี่จอดให้ลงจากรถนั้น เป็นย่านเพนฮา ทางเหนือของนครริโอเดอจาเนโร จากนั้นพวกตนได้โดนคนขับแท็กซี่ปล้นเอาทรัพย์สินไป

นอกจากนั้น เหตุการณ์นี้ทำให้เที่ยวบินนี้ต้องดีเลย์ เลื่อนเดินทางอีกหนึ่งวัน เนื่องจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้ลูกเรือเหล่านี้ต้องอยู่ที่นครริโอเดอจาเนโรต่ออีกหนึ่งคืน ก่อนจะกลับไปทำงานบนเที่ยวบินนี้ได้

ในขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ เปิดเผยว่าในช่วงเกิดเหตุ กลุ่มแอร์โฮสเตสสายการบินบริติชแอร์เวย์เหล่านี้ ไม่ได้อยู่ในระหว่างปฏิบัติงานและยืนยันว่าพวกตนถูกคนขับแท็กซี่ให้ลงจากรถกลางดึก เข้าสู่วันที่ 5 กันยายน 2566 หลังทะเลาะกันเรื่องค่าโดยสารเกินราคา จากนั้นก็ถูกคนขับแท็กซี่ปล้นชิงทรัพย์.

ที่มา: Metro

ครบรอบ 22 ปี 9/11 ระบุตัวตนเหยื่อได้เพิ่มอีก 2 ราย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2724201

ครบรอบ 22 ปี 9/11 ระบุตัวตนเหยื่อได้เพิ่มอีก 2 ราย

11 ก.ย. 2566 15:35 น.

ครบรอบ 22 ปี 9/11 ระบุตัวตนเหยื่อได้เพิ่มอีก 2 ราย

ผ่านมาแล้ว 22 ปี การก่อวินาศกรรมช็อกโลก 9/11 ล่าสุดสามารถพิสูจน์ตัวตนผู้เสียชีวิตเพิ่มอีก 2 ราย และยังคงเหลือเหยื่ออีก 1,104 ราย ที่ยังคงไม่สามารถระบุตัวตนที่แน่ชัดได้มาจนถึงทุกวันนี้

วันนี้เป็นวันครบรอบเหตุวินาศกรรม 11 กันยายน เมื่อปี 2001 ที่ทำให้คนทั่วโลกต้องช็อก กับภาพของตึกแฝดเวิลด์เทรด ในนครนิวยอร์กของสหรัฐฯ พังถล่มลงมา หลังถูกคนร้ายกลุ่มอัลกออิดะห์จี้เครื่องบินโดยสารพุ่งเข้าชนกลางอาคาร รวมทั้งยังมีการจี้เครื่องบินโดยสารอีก 2 ลำ โดยลำหนึ่งไปชนด้านหน้าของอาคารเพนตากอน ส่วนอีกลำผู้โดยสารได้ต่อสู้กับคนร้ายจนเครื่องไปตกที่ทุ่งในรัฐเพนซิลเวเนีย โดยเหตุการณ์ครั้งนั้นทำให้มีผู้เสียชีวิตรวมมากถึง 2,753 ศพ แต่จนถึงวันนี้มีเพียง 1,649 รายเท่านั้นที่สามารถระบุตัวตนได้ ซึ่งรวมถึง 2 รายล่าสุดที่เพิ่งทราบตัวตนในวันนี้ด้วย

ทั้งนี้ ไม่มีการระบุตัวตนของเหยื่อจากเหตุการณ์วินาศกรรม 11 กันยายนเพิ่มมานานหลายปีแล้ว นับตั้งแต่เดือนกันยายนปี 2021 เป็นต้นมา โดยยังเหลืออีก 1,104 ราย หรือคิดเป็น 40 เปอร์เซ็นต์จากผู้เสียชีวิตทั้งหมด ที่ยังคงไม่สามารถระบุตัวตนจนถึงทุกวันนี้

โดย ดร.เจสัน เกรแฮม หัวหน้าหน่วยตรวจสอบด้านการแพทย์ของนครนิวยอร์ก ระบุว่า ทางทีมนิติเวชได้ใช้เทคโนโลยีที่ล้ำสมัยที่สุด เพื่อเร่งระบุเอกลักษณ์บุคคลของเหยื่อในเหตุการณ์วินาศกรรมให้ได้โดยเร็วที่สุด แต่ต้องยอมรับว่า เป็นการทำงานที่ซับซ้อนมากที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์

ขณะที่นายกเทศมนตรีนครนิวยอร์ก อีริค อดัมส์ ระบุว่า เขาหวังว่าการระบุตัวตนของผู้เสียชีวิตได้ จะช่วยบรรเทาความเจ็บปวดของครอบครัวเหยื่อ และทางการให้คำมั่นว่า จะเร่งระบุตัวตนของผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ครั้งนั้น เพื่อให้พวกเขาได้กลับคืนสู่อ้อมกอดของครอบครัวให้ได้โดยเร็ว.

ที่มา : ABCnews

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ “วินาศกรรม 9/11”

คฤหาสน์ริมหน้าผาเสี่ยงถล่ม หลังฮ่องกงฝนตกหนักเป็นประวัติการณ์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2724206

คฤหาสน์ริมหน้าผาเสี่ยงถล่ม หลังฮ่องกงฝนตกหนักเป็นประวัติการณ์

11 ก.ย. 2566 14:49 น.

คฤหาสน์ริมหน้าผาเสี่ยงถล่ม หลังฮ่องกงฝนตกหนักเป็นประวัติการณ์

คฤหาสน์มูลค่าหลายล้านดอลลาร์หลายแห่งในพื้นที่ริมหน้าผาในฮ่องกง เสี่ยงต่อการพังทลาย เนื่องจากฝนที่ตกหนักเป็นประวัติการณ์เมื่อสัปดาห์ที่แล้วได้กัดกร่อนส่วนฐานราก

ฝนตกทำให้ดินคลายตัวและกัดข้างหน้าผาในเขตไต่ถัม ทางใต้ของฮ่องกง ซึ่งเป็นแหล่งที่พักอาศัยของดาราและมหาเศรษฐี พื้นที่ดังกล่าวนับเป็นจุดที่เสี่ยงต่อการเกิดน้ำท่วมและดินถล่ม เนื่องจากมีอาคารและถนนจำนวนมากที่สร้างอยู่บนพื้นที่ลาดชัน และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ยิ่งทำให้มีความอันตรายมากขึ้น

จากภาพถ่ายพบว่าบ้าน 3 หลังมีความเสี่ยงสูงที่จะพังถล่มลงมาจากหน้าผา และบ้านหนึ่งหลังมีโครงสร้างที่สร้างขึ้นโดยไม่ได้รับการอนุมัติจากเจ้าหน้าที่ เจ้าหน้าที่กล่าวว่า นอกจากนี้ยังมี “การละเมิดสัญญาเช่าและการยึดครองที่ผิดกฎหมาย”

อย่างไรก็ตาม ยังคงไม่ชัดเจนว่าการก่อสร้างที่ไม่ได้รับอนุญาต เป็นสาเหตุทำให้ดินถล่มที่เกิดจากฝนตกหนักมีความรุนแรงขึ้นหรือไม่ ซึ่งถือว่าหนักที่สุดนับตั้งแต่ฮ่องกงเริ่มบันทึกสถิติในปี 1884

ตามข้อมูลของแมนชัน โกลบัล ซึ่งเป็นเว็บไซต์ข่าวดิจิทัลที่ครอบคลุมตลาดอสังหาริมทรัพย์ทั่วโลก ระบุว่า บ้านหรูขนาด 4 ห้องนอนพื้นที่ 258 ตารางเมตร ในย่านใกล้เคียง อาจมีราคาสูงถึง 23 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 805 ล้านบาท 

ประชาชนบางส่วนที่อาศัยในพื้นที่คาบสมุทรเรดฮิลล์ ต้องอพยพออกจากพื้นที่เมื่อวันเสาร์ หลังได้รับรายงานเหตุดินถล่มในพื้นที่ดังกล่าว ด้านเจ้าหน้าที่กำลังประเมินความปลอดภัยของที่ดินริมหน้าผา และร้องขอให้ผู้อยู่อาศัยปิดสวนและสระว่ายน้ำกลางแจ้งชั่วคราวเพื่อรอการตรวจสอบเพิ่มเติม

เบอร์นาเด็ตต์ ลินน์ เลขาธิการฝ่ายพัฒนาของฮ่องกงกล่าวว่า “เป้าหมายหลักของเราในขณะนี้คือการรักษาความปลอดภัยของพื้นที่ที่ลาดชันเพื่อความปลอดภัยของประชาชน” 

ในระหว่างการอพยพของผู้อาศัยในบ้านหลังหนึ่ง เจ้าหน้าที่พบว่าชั้นใต้ดิน 2 หลังถูกขุดลงไปในดิน และสงสัยว่าเจ้าของได้ดำเนินการดังกล่าวโดยไม่ได้รับการอนุมัติจากสำนักงานการก่อสร้างฮ่องกง เจ้าหน้าที่ยังพบว่าเจ้าของคฤหาสน์หลังหนึ่งอาจขยายสวนบนระเบียงของตนอย่างผิดกฎหมายบนพื้นที่ลาด

เจ้าหน้าที่ปิดโรงเรียนและสำนักงานเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา หลังฝนตกทำให้ถนนหลายสายกลายเป็นแม่น้ำที่มีความเชี่ยวกราก และทำให้สถานีรถไฟใต้ดินและห้างสรรพสินค้าต่างๆ เกิดน้ำท่วม มีผู้ถูกนำส่งโรงพยาบาลมากกว่า 100 คน

เจ้าหน้าที่กล่าวว่า ทางการฮ่องกงจะดำเนินการบังคับใช้ที่จำเป็นต่อการละเมิดที่เกี่ยวข้องเมื่อพื้นที่ลาดชันมีความปลอดภัยดีแล้ว

โครงสร้างที่ไม่ได้รับอนุญาตในบ้านมูลค่าหลายล้านดอลลาร์ในฮ่องกง เป็นประเด็นที่มีการถกเถียงกันมานาน และในอดีตนักวิจารณ์เคยกล่าวหาว่า เจ้าหน้าที่ของรัฐเพิกเฉยต่อการต่อเติมที่ผิดกฎหมายของนักธุรกิจผู้มั่งคั่ง.

ติดตามข่าวต่างประเทศได้ที่ https://www.thairath.co.th/news/foreign

สหรัฐฯ ปัดทำสงครามเย็นกับจีน หลังกระชับความสัมพันธ์เวียดนาม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2724177

สหรัฐฯ ปัดทำสงครามเย็นกับจีน หลังกระชับความสัมพันธ์เวียดนาม

11 ก.ย. 2566 12:25 น.

สหรัฐฯ ปัดทำสงครามเย็นกับจีน หลังกระชับความสัมพันธ์เวียดนาม

ประธานาธิบดีโจ ไบเดน แห่งสหรัฐฯ ปฏิเสธกระแสข่าวที่ว่า สหรัฐฯ กำลังพยายามสกัดกั้นอิทธิพลในระดับนานาชาติของจีน หลังลงนามในข้อตกลงครั้งประวัติศาสตร์กับเวียดนาม

ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ปฏิเสธว่าสหรัฐฯ กำลังพยายามสกัดกั้นอิทธิพลระหว่างประเทศของจีน หลังจากลงนามในข้อตกลงครั้งประวัติศาสตร์ฉบับใหม่กับเวียดนาม

นายไบเดนเดินทางไปยังกรุงฮานอย เพื่อลงนามข้อตกลงที่จะสร้างความสัมพันธ์กับเวียดนาม หรือกว่า 50 ปี นับตั้งแต่ทหารอเมริกันคนสุดท้ายออกจากเวียดนาม โดยข้อตกลงหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์แบบรอบด้านเพื่อสันติภาพ ความร่วมมือ และการพัฒนาที่ยั่งยืน (Comprehensive Strategic Partnership for Peace, Cooperation, and Sustainable Development) เป็นการยกระดับความสัมพันธ์ครั้งสำคัญสำหรับสหรัฐฯ นับเป็นจุดสูงสุดของการผลักดันอย่างต่อเนื่องของสหรัฐฯ ในช่วงสองปีที่ผ่านมา เพื่อกระชับความสัมพันธ์กับเวียดนาม ซึ่งมองว่าเป็นกุญแจสำคัญในการต่อต้านอิทธิพลของจีนในเอเชีย ขณะที่ความร่วมมือกับสหรัฐฯ ถือเป็นความสัมพันธ์ทางการทูตระดับสูงสุดของเวียดนาม ซึ่งเป็นหนึ่งในพันธมิตรที่เก่าแก่และมั่นคงที่สุดของจีน

นายไบเดนกล่าวกับผู้สื่อข่าวในกรุงฮานอยว่า การกระทำของสหรัฐฯ ไม่ได้เกี่ยวกับการควบคุมหรือการโดดเดี่ยวจีน แต่เกี่ยวกับการรักษาเสถียรภาพตามกฎเกณฑ์ระหว่างประเทศ “ผมคิดว่าเราคิดมากเกินไปในแง่ของสงครามเย็น มันไม่เกี่ยวกับเรื่องนั้น แต่เป็นการสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจและเสถียรภาพ” 

“ผมอยากเห็นจีนประสบความสำเร็จทางเศรษฐกิจ แต่ผมอยากเห็นพวกเขาประสบความสำเร็จในการปฏิบัติตามกฎเกณฑ์”

สัญญาณของความสัมพันธ์ที่ดีขึ้นได้สร้างความไม่พอใจแก่รัฐบาลจีน ซึ่งเรียกพวกเขาว่าเป็นหลักฐานที่แสดงถึง “ความคิดแบบสงครามเย็น” ของอเมริกา

โดยในวันนี้ (11 ก.ย.) ผู้บริหารของบริษัทชั้นนำของสหรัฐฯ และเวียดนามในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ เทคโนโลยี และการบิน ได้ร่วมหารือกัน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการเยือนกรุงฮานอยของประธานาธิบดีโจ ไบเดน เพื่อหาทางสร้างความร่วมมือทางธุรกิจด้วยการเปิดเผยข้อตกลงใหม่ๆ ในด้านปัญญาประดิษฐ์ หรือเอไอ

ผู้บริหารระดับสูงจากกูเกิล, อินเทล, แอมคอร์, มาร์เวล, โกลบัลฟาวน์ดรีส์ และโบอิ้ง กำลังเข้าร่วมการประชุมสุดยอดด้านนวัตกรรมและการลงทุน เวียดนาม-สหรัฐฯ 

เวียดนามมีแรงงานรุ่นใหม่และมีการศึกษาสูง นอกจากนี้ยังส่งเสริมจิตวิญญาณของความเป็นผู้ประกอบการ ซึ่งทำให้เป็นที่สนใจอย่างมากสำหรับนักลงทุนในสหรัฐฯ โดยเฉพาะผู้ที่ต้องการย้ายฐานการผลิตออกจากจีน

บริษัทใหญ่ๆ เช่น เดลล์, กูเกิล, ไมโครซอฟท์ และแอปเปิล ล้วนย้ายส่วนหนึ่งของห่วงโซ่อุปทานไปยังเวียดนามในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา สหรัฐฯ ยังมองว่านี่เป็นตลาดที่มีอนาคตสำหรับอาวุธและอุปกรณ์ทางทหาร ในขณะที่เวียดนามพยายามแยกตัวออกจากรัสเซีย

สหรัฐฯ ยังแสดงความกระตือรือร้นที่จะช่วยให้เวียดนามกลายเป็นส่วนสำคัญของห่วงโซ่อุปทานด้านเซมิคอนดักเตอร์ของโลก และพัฒนาภาคส่วนอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีการถกเถียงกัน ในขณะที่สหรัฐฯ พยายามจำกัดการเข้าถึงเทคโนโลยีขั้นสูงของจีน.

ติดตามข่าวต่างประเทศได้ที่ https://www.thairath.co.th/news/foreign

แผ่นดินไหวโมร็อกโก คร่าชีวิตและทำให้ชาวบ้านครึ่งหมู่บ้านสูญหาย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2724166

แผ่นดินไหวโมร็อกโก คร่าชีวิตและทำให้ชาวบ้านครึ่งหมู่บ้านสูญหาย

11 ก.ย. 2566 11:49 น.

แผ่นดินไหวโมร็อกโก คร่าชีวิตและทำให้ชาวบ้านครึ่งหมู่บ้านสูญหาย

ความเสียหายจากเหตุแผ่นดินไหวโมร็อกโกรุนแรงเกินคาด โดยพบว่าหมู่บ้านบางแห่งมีผู้เสียชีวิตและสูญหายราวครึ่งหมู่บ้าน และยอดอาจจะเพิ่มขึ้นอีกหลังจากนี้ หากความช่วยเหลือของหน่วยกู้ภัยเข้าไปถึง

หมู่บ้านตาเฟกาห์เต (Tafeghaghte) หมู่บ้านบนภูเขา ซึ่งห่างจากมาร์ราเกช ราว 60 กม. เป็นหนึ่งในพื้นที่ที่ได้รับความเสียหายรุนแรงมากที่สุด โดยอาคารบ้านเรือนถูกทำลายเกือบทั้งหมด เหลืออาคารเพียงไม่กี่หลังที่ยังคงตั้งตระหง่านท่ามกลางซากปรักหักพัง เนื่องจากบ้านส่วนใหญ่ปลูกตามแบบบ้านโบราณที่ทำจากก้อนอิฐที่มาจากโคลน ไม่ได้รองรับกับแรงสั่นสะเทือนของแผ่นดินไหวความแรงระดับนี้ โดยนายฮัสซัน ชาวบ้านที่รอดชีวิต เล่าว่า ชาวบ้านในพื้นที่เกือบทั้งหมดในเวลานี้ ถ้าไม่อยู่ที่โรงพยาบาล ก็คือเสียชีวิตแล้ว ขณะที่ยอดผู้เสียชีวิตจากเหตุแผ่นดินไหวในหมู่บ้านแห่งนี้ อยู่ที่ราว 90 ศพ จากประชากรทั้งหมด 200 คน และยังมีผู้สูญหายที่ยังไม่ทราบชะตากรรมอีกจำนวนมาก แม้แต่ลุงของเขาเองก็ถูกซากบ้านถล่มทับ และคงมีโอกาสเพียงน้อยนิดที่จะรอดชีวิต เนื่องจากที่นี่ไม่มีเครื่องจักรหนัก หรืออุปกรณ์กู้ภัยที่จะช่วยรื้อซากอาคารได้ และทำได้เพียงการอคอยความช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งยังเข้ามาไม่ถึง

ชาวบ้านที่นี่ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ทางการโมร็อกโก ควรจะรับความช่วยเหลือจากต่างชาติให้เร็วที่สุด แต่ก็ยังไม่แน่ชัดว่ารัฐบาลจะตัดสินใจเช่นไร

โดยล่าสุดมีรายงานว่า โมร็อกโกรับความช่วยเหลือจากสเปน อังกฤษ กาตาร์ และยูเออีแล้ว โดยจะเร่งลงพื้นที่เพื่อค้นหาผู้รอดชีวิตให้เร็วที่สุด โดยเฉพาะในหมู่บ้านในพื้นที่ห่างไกลบนภูเขาแอตลาส โดยตัวเลขผู้เสียชีวิตทั่วประเทศอย่างเป็นทางการอยู่ที่อย่างน้อย 2,122 ศพ และบาดเจ็บมากกว่า 2,400 รายแล้ว.

ที่มา : บีบีซี

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ “แผ่นดินไหวโมร็อกโก“

เหยื่อแผ่นดินไหวโมร็อกโกทะลุ 2,100 ศพ กู้ภัยแข่งกับเวลาช่วยผู้รอดชีวิต (คลิป)

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2724100

เหยื่อแผ่นดินไหวโมร็อกโกทะลุ 2,100 ศพ กู้ภัยแข่งกับเวลาช่วยผู้รอดชีวิต (คลิป)

11 ก.ย. 2566 10:45 น.

เหยื่อแผ่นดินไหวโมร็อกโกทะลุ 2,100 ศพ กู้ภัยแข่งกับเวลาช่วยผู้รอดชีวิต (คลิป)

เจ้าหน้าที่กู้ภัยของโมร็อกโกกำลังเร่งค้นหาผู้รอดชีวิตจากเหตุแผ่นดินไหวรุนแรงที่เกิดขึ้นเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ในขณะที่จำนวนผู้เสียชีวิตทะลุ 2,100 ศพแล้ว

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เมื่อวันอาทิตย์ที่ 10 ก.ย. 2566 เจ้าหน้าที่กู้ภัยของประเทศโมร็อกโกใช้ทั้งเครื่องจักรขนาดใหญ่ หรือแม้กระทั่งมือเปล่า เพื่อยกระดับความพยายามค้นหาผู้รอดชีวิตจากเหตุแผ่นดินไหว ซึ่งคร่าชีวิตผู้คนไปแล้วอย่างน้อย 2,122 ศพ และบาดเจ็บอีกมากกว่า 2,400 ราย

ทีมกู้ภัยจากต่างชาติกลุ่มแรกเดินทางถึงโมร็อกโกแล้วในวันอาทิตย์ หลังชาติแอฟริกาเหนือแห่งนี้เผชิญแผ่นดินไหวระดับ 6.8 แมกนิจูด รุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ของประเทศ เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา โดยจุดศูนย์กลางอยู่ห่างจากเมืองมาร์ราเกช สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมเพียง 72 กม. หมู่บ้านหลายแห่งบริเวณเชิงเขาแอตลาสซึ่งบ้านส่วนใหญ่ทำจากอิฐดิน พังทลายเกือบหมด

เมื่อวันอาทิตย์ เกิดแผ่นดินไหวอาฟเตอร์ช็อกระดับ 4.5 แมกนิจูดขึ้นในพื้นที่เดียวกันนี้ โดยหมู่บ้านตาเฟกาห์เต (Tafeghaghte) บนภูเขาซึ่งห่างจากมาร์ราเกชราว 60 กม. ถูกทำลายเกือบทั้งหมด เหลืออาคารเพียงไม่กี่หลังที่ยังคงตั้งตระหง่านท่ามกลางซากปรักหักพัง ในขณะที่ทีมกู้ภัย, พลเรือน และสมาชิกกองทัพโมร็อกโก พยายามค้นหาผู้รอดชีวิตรวมถึงศพผู้เสียชีวิต

ส่วนที่หมู่บ้านอามิซมิซ (Amizmiz) ใกล้หมู่บ้านตาเฟกาห์เต เจ้าหน้าที่ใช้รถแบ็กโฮขุดซากปรักหักพังขนาดใหญ่ออกไป ก่อนเจ้าหน้าที่กู้ภัยจะช่วยกันนำศพผู้เสียชีวิตออกมา

ทั้งนี้ หมู่บ้านทั้ง 2 แห่งตั้งอยู่ในจังหวัด อัล-ฮาอูซ (Al-Haouz) ซึ่งมีรายงานพบผู้เสียชีวิตแล้ว 1,351 ศพ และมากกว่า 18,000 ครัวเรือนได้รับผลกระทบจากแผ่นดินไหว ขณะที่ประชาชนจำนวนมากแห่แหนไปโรงพยาบาลในวันอาทิตย์เพื่อบริจาคเลือดช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ

ด้านนาง มาร์การิตา โรเบิลส์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของประเทศสเปนระบุว่า เครื่องบินลำเลียงพล A400 ของพวกเขา ออกเดินทางจากเมืองซาราโกซาพร้อมทีมกู้ภัย 56 นายและสุนัขดมกลิ่นอีก 4 ตัว มุ่งหน้าไปยังเมืองมาร์ราเกช เพื่อช่วยในปฏิบัติการค้นหาและช่วยเหลือผู้รอดชีวิต

ในด้านความเป็นอยู่ของผู้ประสบภัย ชาวเมืองมาร์ราเกชจำนวนมากต้องนอนบนท้องถนนติดต่อกันอีกวัน เนื่องจากเกรงว่าบ้านของพวกเขาจะพังถล่มลงมาก กว่า 20 คนนอนอยู่บริเวณจัตุรัส เจมา เอล-ฟานา อันเป็นสถานที่ประวัติศาสตร์ของเมือง ขณะที่คนอื่นๆ อยู่บริเวณสนามหญ้าใกล้ศาลาว่าการเมือง ซึ่งกำแพงดินเก่าแก่ตั้งแต่ศตวรรษที่ 12 พังลงมาบางส่วน

หลังเกิดเหตุโมร็อกโกประกาศไว้อาลัยเป็นเวลา 3 วัน และพวกเขายังประกาศในวันอาทิตย์ว่า นอกจากสเปนแล้วพวกเขาจะรับความช่วยเหลือจากอีก 3 ประเทศเท่านั้นได้แก่ สหราชอาณาจักร, กาตาร์ และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เนื่องจากกังวลว่าหากเจ้าหน้าที่ต่างชาติเข้ามามากเกินไปอาจทำให้เกิดปัญหาด้านการประสานงาน และกระทบต่อภารกิจโดยรวม

หลายประเทศรวมถึงฝรั่งเศส ประกาศว่าพวกเขาเตรียมทีมกู้ภัยและช่างเทคนิคเอาไว้รอเคลื่อนกำลังเมื่อโมร็อกโกต้องการ เช่นเดียวกับอินเดีย, ธนาคารโลก, กองทุนการเงินระหว่างประเทศ, สหภาพแอฟริกา, คณะกรรมาธิการยุโรป และสหรัฐอเมริกาก็ประกาศพร้อมให้ความช่วยเหลือ

แม้แต่ประเทศเพื่อนบ้านที่ระหองระแหงกันมานานอย่าง แอลจีเรีย ก็เปิดน่านฟ้าที่ปิดมา 2 ปี เพื่อให้เครื่องบินขนความช่วยเหลือและผู้บาดเจ็บบินผ่านไปได้

อนึ่ง นายฮอสซัม เอลชาร์คาวี ผู้อำนวยการคณะกรรมการกาชาดระหว่างประเทศประจำภูมิภาคตะวันออกกลางและแอฟริกาเหนือ เตือนว่า โมร็อกโกอาจต้องใช้เวลาหลายปีในการซ่อมแซมความเสียหายจากแผ่นดินไหวครั้งนี้

ที่มา : afp

สศก.ตรวจอ่างนฤบดินทรฯ แหล่งน้ำทำเกษตร-ระบบนิเวศ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/755996

วันอังคาร ที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายฉันทานนท์ วรรณเขจร เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวถึงการติดตามผลการดำเนินงานโครงการอ่างเก็บน้ำนฤบดินทรจินดา (เขื่อนห้วยโสมง) อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จ.ปราจีนบุรี ซึ่งเป็นโครงการชลประทานขนาดใหญ่ เริ่มก่อสร้างตั้งแต่ปี 2553 ขณะนี้เสร็จสิ้นกว่า 91% คาดว่าจะก่อสร้างเสร็จสิ้นในปี 2567 ลักษณะเป็นเขื่อนดินแบบแบ่งโซน มีความจุ 295 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาแหล่งน้ำต้นทุนและเพิ่มพื้นที่ชลประทาน บรรเทาอุทกภัยในพื้นที่ลุ่มน้ำปราจีนบุรี และลุ่มน้ำสาขาในเขตพื้นที่ อ.นาดี และ อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี ใช้เป็นแหล่งน้ำด้านการอุปโภค-บริโภค และการประปา รักษาระบบนิเวศผลักดันน้ำเค็มและน้ำเน่าเสีย อีกทั้งใช้อ่างเก็บน้ำเป็นแนวกันชนหรือแนวป้องกันการบุกรุกทำลายพื้นที่ป่าไม้ในเขตอุทยานแห่งชาติทับลานและอุทยานแห่งชาติปางสีดา รวมทั้งช่วยเพิ่มระดับความชุ่มชื้นในพื้นที่ป่าไม้ ลดโอกาสการเกิดไฟไหม้ป่า สศก.โดยศูนย์ประเมินผล ได้ลงพื้นที่ติดตามการใช้ประโยชน์ ในช่วงเดือนมิถุนายน 2566 พบว่า ในปีเพาะปลูก 2565/2566 (พฤษภาคม 2565 – เมษายน 2566) สามารถจัดสรรน้ำในช่วงฤดูแล้งได้ถึง 209 ล้านลบ.ม. ส่วนในช่วงฤดูฝนจัดสรรน้ำได้ 5 ล้าน ลบ.ม.เพื่อใช้ในการอุปโภค-บริโภค รักษาระบบนิเวศ และเกษตรกรรม ซึ่งส่วนใหญ่เป็นพื้นที่เพาะปลูกพืชไร่ ผลไม้ นาข้าว และบ่อปลา 1,775 ไร่ นอกจากนี้ยังใช้น้ำเพื่อชะลอความเค็มในลุ่มน้ำบางปะกงในช่วงฤดูแล้ง 205 ล้าน ลบ.ม.

นอกจากนี้ โครงการฯ ได้จัดทำแผนปฏิบัติการป้องกันแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อม เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากการดำเนินโครงการ เช่น ผลกระทบจากการขุดและถมพื้นที่เพื่อก่อสร้างอ่างเก็บน้ำ การสูญเสียพื้นที่ดินและทรัพยากรดินบางส่วนเพื่อใช้ในการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำ การเปลี่ยนแปลงคุณสมบัติเดิมของดินในกิจกรรมก่อสร้างโดยเกษตรกรภายใต้แผนดังกล่าว จะได้รับการอบรมถ่ายทอดความรู้ ส่งเสริมพัฒนาอาชีพการผลิตแบบเกษตรผสมผสาน รวมถึงสนับสนุนปัจจัยการผลิต โดยเมื่อติดตามผลแต่ละด้าน พบว่าด้านเศรษฐกิจ กรมส่งเสริมการเกษตร ได้ดำเนินการพัฒนาและส่งเสริมการเกษตร พร้อมสนับสนุนพันธุ์ไม้ ปุ๋ยคอก และปรับพื้นที่ให้เหมาะสมกับการปลูกพืชทางเลือกใหม่

ขณะที่กรมพัฒนาที่ดิน ดำเนินการป้องกันการเสื่อมโทรมของดินในพื้นที่ชลประทาน โดยส่งเสริมการปรับปรุงดิน และการพัฒนาเกษตรกรด้านการพัฒนาที่ดิน พร้อมสนับสนุนวัสดุ อุปกรณ์ในการทำปุ๋ยหมัก และน้ำหมักชีวภาพ กรมประมง ดำเนินการพัฒนาและอนุรักษ์ทรัพยากรสัตว์น้ำ และการส่งเสริมการเลี้ยงปลา เพื่อเพิ่มผลผลิตสัตว์น้ำในช่วงฤดูปลามีไข่ พร้อมสนับสนุนพันธุ์ปลาและอาหาร ส่งผลให้เกษตรกรร้อยละ 23 มีรายได้เพิ่มขึ้น เป็นต้น

‘อภัย’แก้ปัญหาเกษตรจว.ชายแดนใต้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/755993

วันอังคาร ที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายอภัย สุทธิสังข์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ประชุมติดตามความก้าวหน้าการส่งเสริมอาชีพด้านการเกษตรและแก้ไขปัญหาสินค้าเกษตรในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ครั้งที่ 3/2566 โดยมีเกษตรและสหกรณ์จังหวัดสตูล สงขลา ปัตตานี ยะลา นราธิวาส สำนักแผนงานและโครงการพิเศษ ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนใต้ กระทรวงเกษตรฯและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมซึ่งที่ประชุมได้ติดตามความก้าวหน้าภาวะการผลิต การตลาด และราคาของสินค้าเกษตร ได้แก่ ทุเรียน มังคุด และลองกอง แผนธุรกิจกาแฟในสวนยางพารา และความก้าวหน้าการสนับสนุนต้นพันธุ์กาแฟในสวนมะพร้าวให้กับเกษตรกร

นอกจากนี้ ที่ประชุมยังรับทราบปัญหาที่เกิดขึ้นเกี่ยวกับสถานการณ์ภาวะการผลิต การตลาด และราคาของสินค้าเกษตร อาทิ ปัญหาการตัดทุเรียนก่อนกำหนดเพราะมีหนอนเจาะทุเรียน โดยมีวิธีแก้ปัญหา ตั้งแต่ระยะก่อนเก็บเกี่ยวจะมีวิธีล่อแมลงและหนอน โดยใช้การใส่ถุงครอบ และใช้แสงไฟหลอกซึ่งจะทำให้ผลผลิตมีหนอนเจาะน้อยลง และให้ทำเป็นทุเรียนแกะเนื้อเพื่อช่วยลดปัญหาเรื่องเพลี้ย ส่วนผลผลิตทุเรียนให้คัดแยกเกรด โดยทุเรียนเกรดดี จะส่งไปตามตลาดต่างๆ ส่วนทุเรียนตกเกรดจะนำไปแปรรูป

ส่วนเรื่องแผนธุรกิจกาแฟในสวนยางพารา จะใช้ระยะปลูก คือต้นยางพารา ระยะ 3×4 เมตร 40 ต้น/ไร่ ต้นกาแฟ ระยะ 3×3 เมตร 111 ต้น/ไร่ มีประเด็นเพิ่มเติม ได้แก่ มันสำปะหลัง มีเป้าหมายเพิ่มท่อนพันธุ์มัน ลดการเกิดโรคในสวนยางพารา สำหรับผลผลิตสามารถนำไปเป็นอาหารสัตว์ โดยให้เกษตรและสหกรณ์จังหวัดนราธิวาส ทดลองปลูกมันสำปะหลังโดยใช้ท่อนมันพันธุ์ทน ในพื้นที่ อ.แว้ง 50 ไร่ เป็นต้น

ทั้งนี้ นายอภัย ได้ขอให้เกษตรและสหกรณ์จังหวัด นำ Google Forms หรือ Application เพื่อใช้สร้างฐานข้อมูลรายแปลงทุกชนิดสินค้า โดยเริ่มจากผลไม้ มีเป้าหมายเพื่อความสะดวกในการนำข้อมูลไปใช้ประโยชน์และวางแผนขยายผลต่อไป

รองปลัดฯบรรยายหลักปฏิบัติ (DO/Don’t)สำหรับนักบริหาร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/755994

วันอังคาร ที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายสุรเดช สมิเปรม รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นวิทยากรบรรยายหัวข้อ “หลักการปฏิบัติสำหรับนักบริหาร (DO/Don’t) และกฎหมาย ระเบียบที่เกี่ยวข้อง” ให้แก่ข้าราชการประเภทอำนวยการสูงในสังกัดกระทรวงเกษตรฯ เพื่อเตรียมความพร้อมในการเป็นผู้บริหารระดับต้น 52 ราย ในโครงการฝึกอบรมหลักสูตรผู้นำในวันพรุ่งนี้ (Leaders for Tomorrow) ที่ห้องประชุมชั้น 2 สถาบันเกษตราธิการ กทม.

ทั้งนี้ นายสุรเดช ได้ฝากให้ผู้เข้าร่วมอบรมนำหลักการปฏิบัติไปพิจารณาทำความเข้าใจว่า “ควรจะต้องเพิ่มองค์ความรู้หรือพัฒนาเพิ่มเติมในเรื่องใด เพื่อเป็นการเพิ่มศักยภาพของท่านและของหน่วยงาน ให้การเป็นผู้บริหารของท่านตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายทั้งในวันนี้และพรุ่งนี้ เพื่อเป็นประโยชน์ต่อองค์กร เกษตรกร ประชาชน และประเทศชาติต่อไป”

‘พีรพันธ์’ถกคกก. ติดตามดำเนินงาน เป้าหมายผลสำเร็จ แผนสำนักปลัดฯ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/756000

วันอังคาร ที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายพีรพันธ์ คอทอง รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ประชุมคณะกรรมการบริหารและขับเคลื่อนงานสำนักงานปลัดกระทรวงเกษตรฯ ครั้งที่ 5/2566 โดยที่ประชุมได้ติดตามความก้าวหน้าการดำเนินงานตามมติการประชุมคณะกรรมการบริหารและขับเคลื่อนงานสำนักงานปลัดกระทรวงเกษตรฯ ครั้งที่ 4/2566 อาทิ การขับเคลื่อนเกษตรกรรมยั่งยืน การส่งเสริมและพัฒนาการผลิตสินค้าเกษตรชีวภาพ (สมุนไพร) การบริหารจัดการสินค้าเกษตร และการบริหารจัดการเกษตรช่วงฤดูฝน และฝนทิ้งช่วง เป็นต้น

นอกจากนี้ ยังรับทราบผลการดำเนินงานตามแผนการปฏิบัติงาน ประจำปีงบประมาณ 2566 ของสำนักงานปลัดกระทรวงเกษตรฯ (ตุลาคม 2565-กรกฎาคม 2566) ผลการเบิกจ่ายงบประมาณประจำปีงบประมาณ 2566 ของสำนักงานปลัดกระทรวงเกษตรฯ (1 ตุลาคม 2565–31 กรกฎาคม 2566) และรายงานสรุปผลการวิเคราะห์ต้นทุนต่อหน่วยผลผลิตของสำนักงานปลัดกระทรวงเกษตรฯ สำหรับปีงบประมาณ 2564 กับปีงบประมาณ 2565 ซึ่งหน่วยงานภายใต้สังกัดส่วนใหญ่ดำเนินงานเป็นไปตามแผนที่กำหนด รวมถึงมีการพิจารณาเป้าหมายความสำเร็จการดำเนินงานของหน่วยงานในสังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงเกษตรฯ ในปีงบประมาณ 2566 ของโครงการ/งานต่างๆ

ทั้งนี้ นายพีรพันธ์ ขอให้เกษตรและสหกรณ์จังหวัด เตรียมความพร้อมขับเคลื่อนงานสู่ความสำเร็จ ประจำปีงบประมาณ 2567 (OPSMOAC Driving for Success) โดยถอดบทเรียนการทำงานในปี 2566 และวางแผนการทำงานให้บรรลุเป้าหมายที่กำหนดเพื่อเพิ่มศักยภาพการทำงานให้ดียิ่งขึ้นในปีต่อไป