พลังของ ‘โพรไบโอติก’ กับสุขภาพทางเดินอาหารที่หลายคนไม่รู้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/755695

พลังของ ‘โพรไบโอติก’ กับสุขภาพทางเดินอาหารที่หลายคนไม่รู้

พลังของ ‘โพรไบโอติก’ กับสุขภาพทางเดินอาหารที่หลายคนไม่รู้

วันจันทร์ ที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2566, 07.15 น.

ปัจจุบันในหลายพื้นที่ของเอเชียโพรไบโอติก เป็นที่รู้จักกันในฐานะจุลินทรีย์ที่มีความสำคัญต่อสุขภาพทางเดินอาหาร ซึ่งคาดว่าตลาดโพรไบโอติกจะเติบโตขึ้นในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า โดยเป็นผลมาจากความสนใจด้านการดูแลสุขภาพเชิงป้องกันและการบริโภคอาหารเพื่อสุขภาพของผู้คนที่เพิ่มขึ้น อ้างอิงจากผลการศึกษาในปี 2564 ของ Lynch และคณะ พบว่าจำนวนกว่าครึ่งหนึ่งของผู้บริโภคนิยมใช้โพรไบโอติกเพื่อบำรุงรักษาสุขภาพและเพื่ออายุที่ยืนยาว ส่วนอีก 45% เชื่อว่าโพรไบโอติกสามารถช่วยให้ระบบทางเดินอาหารมีสุขภาพที่ดี โดย Alex Teo ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยและพัฒนากิจการวิทยาศาสตร์ประจำภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก ของเฮอร์บาไลฟ์ได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับโพรไบโอติกและประโยชน์ที่น่ารู้

โพรไบโอติกคืออะไร?

โพรไบโอติกเป็นจุลินทรีย์ “ดี” ที่ทำให้ร่างกายแข็งแรง ด้วยการเข้ามาช่วยสร้างสมดุลให้ลำไส้ เนื่องจากในลำไส้คนเราประกอบไปด้วยแบคทีเรีย เชื้อราและจุลินทรีย์อื่นๆ หลายล้านชนิด ทำให้บางครั้งการกินอาหารหรือยาบางอย่างอาจส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศในลำไส้จนเกิดเป็นปัญหาตามมาได้ดังนั้น โพรไบโอติกจึงกลายเป็นทางเลือกที่น่าสนใจในการดูแลสุขภาพเพิ่มมากขึ้น

ประโยชน์ของโพรไบโอติก

บทบาทที่สำคัญของโพรไบโอติกสะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจนในวันทางเดินอาหารโลก 2023 (World Digestive Health Day) เมื่อองค์การระบบทางเดินอาหารโลก (WGO) ได้เลือกพูดถึงหัวข้อ “สุขภาพทางเดินอาหารดี เริ่มต้นที่ลำไส้ดี”

แม้ว่าประโยชน์ของโพรไบโอติกที่เกี่ยวกับระบบย่อยอาหารจะถูกพูดถึงเป็นวงกว้าง แต่ประโยชน์ต่อสุขภาพด้านอื่นๆ ของโพรไบโอติกก็ยังคงถูกค้นพบเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ พร้อมกับได้รับการสนับสนุนจากหลักฐานทางวิทยาศาสตร์มากมาย เช่น 

1.ระบบภูมิคุ้มกัน : จากการสำรวจลำดับความสำคัญด้านสุขภาพในเอเชีย-แปซิฟิก (APAC Health Priority) ประจำปี 2023 ของเฮอร์บาไลฟ์ ระบุว่า หนึ่งในเป้าหมายด้านสุขภาพยอดนิยมของผู้บริโภคคือการเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน ซึ่งเป็นที่น่าสังเกตว่าระบบย่อยอาหารมีส่วนสำคัญอย่างมากในการสนับสนุนการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันถึง 70-80% นอกจากจุลินทรีย์ที่อยู่ในทางเดินอาหารจะช่วยในการย่อยอาหารแล้ว ยังต่อสู้กับแบคทีเรียที่เป็นอันตรายและควบคุมระบบภูมิคุ้มกัน เพราะหากลำไส้ไม่สมดุลและระดับแบคทีเรียไม่ดีเพิ่มขึ้น อาจทำให้เกิดอาการท้องเสียและปัญหาสุขภาพอื่นๆ ซึ่งโพรไบโอติกสามารถช่วยคืนความสมดุลและกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันได้

2.สุขภาพหัวใจและหลอดเลือด : โพรไบโอติกมีประโยชน์ต่อหัวใจและหลอดเลือด จากการศึกษาล่าสุดชี้ให้เห็นว่าสาเหตุของโรคหลอดเลือดหัวใจ (CVD) อาจเกิดจากความไม่สมดุลในลำไส้ ซึ่งโพรไบโอติก สามารถลดไขมันเลว (LDL-C) และเพิ่มสัดส่วนของไขมันดี (HDL-C) รวมทั้งช่วยลดความดันโลหิต ลดสารชักนำการอักเสบ (Inflammatory mediator) ระดับน้ำตาลในเลือดและดัชนีมวลกาย 

3.สภาพอารมณ์โดยรวม : ลำไส้ของคนเรามักถูกเรียกว่าเป็นสมองที่สอง เพราะสมองและระบบทางเดินอาหารมีความเชื่อมโยงกัน เช่น เมื่อเกิดความเครียดหรือความวิตกกังวลขึ้น ท้องไส้จะรู้สึกปั่นป่วน โดยผลการวิจัยล่าสุดพบว่าอาจมีความเป็นไปได้ที่แบคทีเรียในลำไส้จะส่งผลต่ออารมณ์ ความรู้สึกและพฤติกรรมของเรา

4.การป้องกันโรค : โพรไบโอติกมีผลในการรักษาสภาวะหลายอย่าง เช่น อาการจุกเสียดในทารก การป้องกันโรคลำไส้อักเสบแบบเนื้อตายและภาวะติดเชื้อในทารกที่คลอดก่อนกำหนดการรักษาโรคปริทันต์ และบรรเทาอาการของโรคลำไส้ใหญ่บวมเป็นแผล อย่างไรก็ตาม ยังจำเป็นต้องมีการวิจัยเพิ่มเติมอีก เนื่องจากประสิทธิภาพของโพรไบโอติกอาจมีความจำเพาะต่อโรคได้

5.การป้องกันมะเร็ง : โพรไบโอติกมีบทบาทสำคัญในการป้องกันและรักษามะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนัก (CRC) ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เนื่องจากโพรไบโอติกมีส่วนช่วยให้จุลินทรีย์ในลำไส้สามารถฟื้นฟูกลับมาสู่สภาวะสมดุลได้ รวมทั้งยังสามารถตรวจจับและลดปัจจัยเสี่ยงที่ก่อให้เกิดมะเร็งและปัจจัยที่เป็นภัยคุกคามต่อระบบภูมิคุ้มกัน

วิธีสร้างการเจริญเติบโตให้แบคทีเรียชนิดดี

1.กินให้เหมาะ : สุขภาพของลำไส้นั้นขึ้นอยู่กับความสมดุลของจุลินทรีย์ต่างๆ ดังนั้น การกินอาหารที่ดีจึงเป็นสิ่งสำคัญ เช่น ผลไม้ ผักและธัญพืชที่มีเส้นใยสูง ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อจุลินทรีย์ในลำไส้ 

2.อาหารหมักดอง :อาหารเอเชียส่วนใหญ่มักมีอาหารหมักดองที่เต็มไปด้วยแบคทีเรียที่เป็นมิตรกับลำไส้ เช่น ผักกาดดอง กิมจิมิโซะ โยเกิร์ตและคอมบูชา ซึ่งการกินอาหารหมักดองเหล่านี้ จะช่วยส่งเสริมให้มีแบคทีเรียดีในลำไส้เพิ่มขึ้น 

3.ออกกำลังกายเป็นประจำ : การออกกำลังกายเป็นประจำจะช่วยกระตุ้นการทำงานของลำไส้ ช่วยป้องกันปัญหาทางเดินอาหาร และเพิ่มการไหลเวียนของเลือดไปยังกล้ามเนื้อทุกส่วนในร่างกาย ทำให้กล้ามเนื้อในระบบย่อยอาหารเคลื่อนไหวได้ดี ส่งผลให้อาหารซึมผ่านได้เร็วขึ้น

อย่างไรก็ตาม อาหารสมัยใหม่ไม่ได้มีโพรไบโอติกสูงตามธรรมชาติดังนั้น เพื่อเป็นการชดเชย มนุษย์จึงคิดค้นวิธีใหม่ๆ ในการเพิ่มโพรไบโอติกเข้าสู่ระบบทางเดินอาหารให้มากขึ้นทำให้อาหารที่มีโพรไบโอติกและอาหารเสริมโพรไบโอติกเป็นที่นิยมมาแรง อย่างไรก็ตาม ควรกินอาหารเสริมในปริมาณที่พอดีตามที่ระบุฉลากบนผลิตภัณฑ์ และหากมีปัญหาสุขภาพ ควรปรึกษาแพทย์หรือแพทย์ก่อนตัดสินใจกินอาหารเสริม

M.A.C Cosmetics เปิดตัวผลิตภัณฑ์รองพื้นเซรั่มรุ่นล่าสุด เผยเทรนด์แต่งหน้ามาแรงระดับโลก‘ฉํ่าวาว แลดูสุขภาพดี’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/755692

M.A.C Cosmetics เปิดตัวผลิตภัณฑ์รองพื้นเซรั่มรุ่นล่าสุด เผยเทรนด์แต่งหน้ามาแรงระดับโลก‘ฉํ่าวาว แลดูสุขภาพดี’

M.A.C Cosmetics เปิดตัวผลิตภัณฑ์รองพื้นเซรั่มรุ่นล่าสุด เผยเทรนด์แต่งหน้ามาแรงระดับโลก‘ฉํ่าวาว แลดูสุขภาพดี’

วันจันทร์ ที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

แบรนด์ผู้นำเมคอัพมืออาชีพระดับเวิลด์คลาส M.A.C Cosmetics จัดงานเปิดตัวผลิตภัณฑ์รองพื้นเซรั่มรุ่นใหม่ล่าสุด M.A.C Studio Radiance Serum-Powered Foundation ที่เมืองจางหยวน นครเซี่ยงไฮ้ ซึ่งถือเป็นนวัตกรรมใหม่ของทางแบรนด์ พร้อมแบ่งปันเทคนิคการแต่งหน้าที่กำลังมาแรง 3 ลุค นำโดย Sharryn Hinchliffe (Executive Director, Global Artistry M.A.C), Shawn Xu ผู้อำนวยการด้านศิลปะการแต่งหน้า และ Max Zhang ช่างแต่งหน้าอาวุโสจากประเทศจีน นอกจากนั้น ยังมีแขกรับเชิญคนสำคัญ Jackson Wang ที่มาร่วมงานในฐานะ APAC Brand Ambassador คนล่าสุดของ M.A.C Cosmetics รวมถึง Friend of M.A.C นักร้องและนักดนตรีชื่อดังอย่าง Meng Jia, และ Amber

งานนี้เริ่มต้นด้วยการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ M.A.C Studio Radiance Serum-Powered Foundation พร้อมกับเทรนด์การแต่งหน้า 3 สไตล์ของ M.A.C ซึ่งภายในงานได้รับเกียรติจากช่างแต่งหน้าชั้นนำทั้งในและต่างประเทศ มาสาธิตวิธีการแต่งหน้าที่เป็นแนวคิดใหม่ ซึ่งคาดการณ์ว่าการแต่งหน้าสไตล์เผยผิวเปล่งประกายแบบธรรมชาติ จะเป็นเทรนด์ยอดนิยมในฤดูกาลหน้า โดยช่างแต่งหน้าแต่ละคนได้เผยเทคนิคการแต่งหน้าในสไตล์ที่แตกต่างกัน แต่เป็นการเน้นแต่งให้ผิวดูสวยธรรมชาติเมื่อเจอแสง เพื่อให้คอมพลีทลุคของผิวที่ออกมาดูฉ่ำวาวแบบสุขภาพดี 

Sharryn Hinchliffe  (Executive Director, Global Artistry M.A.C) ซึ่งมีประสบการณ์ด้านการแต่งหน้ามากว่า 28 ปีได้รับการยอมรับในวงการเทคนิคเครื่องสำอางและความงาม ได้แชร์เทคนิคการแต่งหน้าแบบผิวสวยแพงและเปล่งประกายสุขภาพดี โดยการใช้รองพื้นเซรั่มเนื้อนุ่มลื่น จับคู่กับการแต่งตาสีทองและไฮไลท์เพื่อให้ผิวดูสว่างเปล่งประกายแบบเป็นธรรมชาติ เป็นการเน้นเนื้อสัมผัสของผลิตภัณฑ์ระดับไฮเอนด์ ที่ในขณะเดียวกันก็ขับแสงให้กับใบหน้าทำให้มีความสวยแพงและดูสุขภาพดี 

ผู้อำนวยการด้านศิลปะการแต่งหน้าคุณ Shawn Xu ได้นำเสนอลุคการแต่งหน้าอันสง่างาม สไตล์รันเวย์ โดยใช้อายแชโดว์สีทองแชมเปญเกลี่ยบริเวณดวงตา ตามด้วยการเขียนอายไลเนอร์สีดำเพิ่มความทันสมัย ทำให้ดวงตาเปล่งประกายและมีเสน่ห์ โดยใช้ควบคู่ไปกับรองพื้นเซรั่ม Studio Radiance ที่เนื้อมีความบางเบา ให้สัมพัสนุ่มลื่น เผยผิวสุขภาพดีอย่างเป็นธรรมชาติ 

ขณะที่ Max Zhang ช่างแต่งหน้าอาวุโสของแบรนด์ M.A.C จากประเทศจีน ได้นำเสนอลุคการแต่งหน้าในโทนสีชมพูฉ่ำวาว ที่กำลังเป็นกระแสยอดฮิตบนโซเชียลมีเดีย ควบคู่ไปกับการใช้รองพื้นเซรั่ม Studio Radiance เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับใบหน้า แต่งตาและบลัชออนในโทนสีชมพู เผยผิวสุขภาพดีอย่างเป็นธรรมชาติ เสริมด้วยลิปสีสันที่เพิ่มความชุ่มชื้นให้กับริมฝีปาก เผยให้เห็นถึงบุคลิกอันไร้ขีดขำกัด 

จากนั้น Jackson Wang เปิดตัวด้วยการแต่งกายลุคโทนดำเน้นความแข็งแกร่งที่ตัดกับสีทองออร่า ในฐานะ APAC Brand Ambassador คนล่าสุดของ M.A.C Cosmetics ตามมาด้วย Friend of M.A.C นักร้องและนักดนตรี Meng Jia และ Amberที่ปรากฏตัวในลุคการแต่งหน้าแบบบางเบาเปล่งประกายอย่างเป็นธรรมชาติ  

Jackson Wang กล่าวว่า “รู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้ร่วมงานกับ M.A.C Cosmetics ที่เป็นผู้นำเมคอัพมืออาชีพระดับเวิลด์คลาสที่มากด้วยประสบการณ์และความสามารถในด้าน ARTISTRY โดย M.A.C Cosmetics ได้รับการยอมรับจากผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมมากมาย นอกจากนี้ M.A.C ยังสนับสนุนความหลากหลายและสนับสนุนความเป็นตัวตนที่แตกต่างกัน ซึ่งสำหรับผมแล้วการแต่งหน้าเป็นส่วนสำคัญส่วนหนึ่งในการขึ้นโชว์บนเวที ไม่เพียงเท่านั้นยังเป็นสูตรสำเร็จในการนำเสนอคอนเซ็ปต์ศิลปะบนเวทีของผมอีกด้วย หวังในอนาคตจะสามารถผนึกกำลัง
ในการแสดงอัตลักษณ์ใหม่ของการแต่งหน้าอันไร้ขีดจำกัดไปด้วยกัน” 

สำหรับรองพื้นเซรั่มรุ่น Studio Radiance มีเนื้อนุ่มลื่น บางเบา มีความปกปิด แต่ยังคงติดทน พร้อมเติมความชุ่นชื้นให้กับผิวจากส่วนผสมของสกินแคร์ ให้ผิวดูสุขภาพดี เผยผิวเล่นแสงแบบธรรมชาติ เหมาะกับผิวคนเอเชีย ซึ่งได้ทำการเปิดตัวไปแล้วทั้งหมด 21 เฉดสีในประเทศไทย วางจำหน่ายที่เคาน์เตอร์ M.A.C Cosmetics ทุกสาขาในประเทศไทย เว็บไซต์ www.maccosmetics.co.th รวมไปถึง M.A.C Cosmetic Official Store บน Lazada 

BALENCIAGA คอลเลคชั่นฤดูหนาวปี 2023 เชื่อมโยงแนวคิดอย่างยั่งยืน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/755693

BALENCIAGA คอลเลคชั่นฤดูหนาวปี 2023 เชื่อมโยงแนวคิดอย่างยั่งยืน

BALENCIAGA คอลเลคชั่นฤดูหนาวปี 2023 เชื่อมโยงแนวคิดอย่างยั่งยืน

วันจันทร์ ที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

Balenciaga นำเสนอคอลเลคชั่นฤดูหนาวปี 2023 บนพื้นที่สไตล์มินิมอลที่ปกคลุมด้วยผ้าแคนวาส เชื่อมโยงแนวคิดอย่างยั่งยืนที่สามารถทำให้โฟกัสคอลเลคชั่นได้อย่างชัดเจน

การตัดเย็บครั้งนี้เป็นการแยกชิ้นส่วนกางเกงและประกอบมันขึ้นมาใหม่โดยการนำขอบกางเกงมารังสรรค์บริเวณชายเสื้อหรือแขนเสื้อ ซึ่งถือเป็นการทดลองแบบผสมผสานอย่างสร้างสรรค์อีกทั้ง มีการดีไซน์กางเกงซ้อนกางเกงเพื่อสร้างดีเทลการเคลื่อนไหวอย่างลื่นไหล โดยแนวคิดเหล่านี้ถูกนำไปปรับใช้กับวัสดุคลาสสิก ไม่ว่าจะเป็น เดนิม หนัง และเสื้อตัวนอก

การใช้เทคนิคที่ทำให้ซิลูเอตพองขึ้นผสานกับการตัดเย็บของซับใน เสื้อฮู้ดมีซิป แจ๊กเกตไบค์เกอร์ แทร็คสูท และพัฟเฟอร์ ซึ่งได้รับการรังสรรค์ขึ้นใหม่และเปลี่ยนมิติของรูปทรงโดยอ้างอิงจากกีฬาผาดโผน รวมถึงชุดเดรสที่ดีไซน์โดยใช้เทคนิคจับเดรปแบบสมมาตรด้วยผ้าไหมทอ ซึ่งยังเป็นการนำเสนอวอลลุ่มแบบใหม่อีกด้วย

เดรสอัดพลีทพิมพ์ลายดอกไม้บนหนังและเนื้อผ้าที่มีน้ำหนักเบา เทรนช์โค้ตหนังพิมพ์ลายสัตว์ และสเวตสูทขนาดพอดีตัวในผ้าเจอร์ซีย์หรือผ้ากำมะหยี่ ซึ่งถูกรังสรรค์ใหม่เพื่อขับเน้นช่วงไหล่ให้เกิดซิลูเอตโค้งมนที่เด่นชัดขึ้น

ชุดราตรีรูปทรงนี้ได้รับแรงบันดาลใจมาจาก Balenciaga Couture ซึ่งเป็นชุดเดรสยาวถึงพื้นประดับด้วยเลื่อมอย่างพิถีพิถัน อีกทั้งยังรังสรรค์ด้วยคริสตัล การแต่งเติมเลเยอร์ด้วยลูกปัด การใช้เทคนิคแบบถักด้วยเส้นด้ายที่เพิ่มความระยิบระยับ การปักลายลูกไม้ หรือตกแต่งด้วยผ้าเนื้อกำมะหยี่ ซึ่งมีการใช้ซิลิโคนในการสร้างสรรค์โครงของเสื้อผ้าขึ้นด้วยมือ พร้อมผูกโบที่เอวด้วยผ้าซาติน

กระเป๋ารุ่น Monaco และวิวัฒนาการของกระเป๋ารุ่น Crush ถูกนำมารังสรรค์ใหม่ด้วยหนังเนื้อนุ่มและนำเสนอผ่านคอลเลคชั่นนี้ รองเท้าบู๊ท รุ่น Biker ที่ได้รับแรงบันดาลใจในการดีไซน์มาจากรองเท้าวิบาก โดดเด่นด้วยดีเทลแบบกีฬาเอ็กซ์ตรีมและแบบโมโนโครม รองเท้าบู๊ทรุ่น Anatomic ที่ดีไซน์ให้เข้ากับความโค้งของรูปเท้าและนิ้วเท้าด้วยผ้าถักหรือผ้าสแปนเด็กซ์

‘พิมพ์ภัทรา วิชัยกุล’รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม หญิงคนแรกของไทย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/755702

‘พิมพ์ภัทรา วิชัยกุล’รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม หญิงคนแรกของไทย

‘พิมพ์ภัทรา วิชัยกุล’รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม หญิงคนแรกของไทย

วันจันทร์ ที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมนางสาวพิมพ์ภัทรา วิชัยกุล ซึ่งเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม หญิงคนแรกของประเทศไทย ที่เข้ามานั่งตำแหน่งดังกล่าวถือฤกษ์ดี เมื่อวันที่ 7 กันยายน 2566 เวลา 07.59 น. ที่ผ่านมา เข้าทำงานวันแรก ที่ กระทรวงอุตสาหกรรม เดินหน้าภารกิจสร้างกระทรวงอุตสาหกรรมยุคใหม่ให้เป็นที่พึ่งและเป็นความหวังให้ผู้ประกอบการและประชาชน สานต่อนโยบายเดิมที่ดีพร้อมมุ่งสู่เป้าหมายอุตสาหกรรมที่ยั่งยืน และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เริ่มวันแรกของการทำงาน เดินทางเข้าสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำกระทรวง เพื่อความเป็นสิริมงคล ประกอบด้วย อนุสาวรีย์ พระนารายณ์ศาลพระภูมิ และพระพุทธรูปที่ตั้งอยู่ภายในอาคารโดยมี นายณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม พร้อมผู้บริหาร ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ของกระทรวงอุตสาหกรรม นำข้าราชการต้อนรับอย่างอบอุ่น พร้อมรับฟังบรรยายสรุปภารกิจจากผู้บริหารกรมต่างๆ ภายใต้สังกัดกระทรวงอุตสาหกรรม

รมว.พิมพ์ภัทรา วิชัยกุล กล่าวว่า วันนี้เป็นวันแรกที่ได้มีโอกาสเข้ามาทำงานในกระทรวงอุตสาหกรรม ต้องถือว่า เป็นบ้านของข้าราชการกระทรวงอุตสาหกรรมทุกคน ในฐานะรัฐมนตรีเปรียบเสมือนการมาช่วยทำงาน ให้กับข้าราชการอำนวยความสะดวก และประสานงานให้เป็นไปอย่างราบรื่น เชื่อว่าข้าราชการทุกหน่วยงานต่างมีความมุ่งมั่นและตั้งใจ ทำงานอย่างเต็มที่อยู่แล้ว

“ความตั้งใจอีกประการหนึ่งก็คือ ไม่อยากให้กระทรวงอุตสาหกรรม เป็นเพียงแค่หน่วยงานที่อำนวยการให้กับผู้ประกอบการเท่านั้น แต่อยากให้เน้นเรื่องการส่งเสริมและสนับสนุนผู้ประกอบการในทุกด้าน โดยเฉพาะการขจัดขั้นตอนต่างๆ ที่ยุ่งยาก เพื่อให้เกิดความคล่องตัวในการลงทุน ของผู้ประกอบการในทุกระดับ รวมถึงกลุ่มผู้ประกอบการกลุ่มอุตสาหกรรมเอสเอ็มอี ที่ยังคงต้องการการสนับสนุนเรื่องการลงทุน ปัญหาหนี้สิน ต้องหาแนวทางช่วยเหลือ ไม่ว่าจะเป็นการพักหนี้ ปลดหนี้ เพื่อสร้างความมั่นคงให้ผู้ประกอบการ อีกทั้ง ยังมุ่งเน้นในการสร้างภาพลักษณ์เรื่องความเป็นมิตร สร้างรอยยิ้มระหว่างผู้ประกอบการที่มาติดต่อราชการกับข้าราชการ เพื่อให้กระทรวงอุตสาหกรรมเป็นที่พึ่งเป็นความหวังของ ประชาชนต่อไป”

เมื่อถามถึงนโยบายการทำงาน รมว.พิมพ์ภัทรา วิชัยกุล กล่าวว่า จากการประชุมร่วมกับปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม และข้าราชการในกระทรวง ในการหารือแนวทางร่วมกันสำหรับการวางนโยบายการทำงานนั้น เห็นว่าระยะเริ่มต้นเร่งด่วน 3 เดือนแรก ซึ่งมีนโยบายที่สามารถทำได้ทันที โดยเฉพาะการสนับสนุนอุตสาหกรรมใหม่ที่มีศักยภาพ เพื่อกระตุ้นรายได้มวลรวมของประเทศ ผ่านอุตสาหกรรมเป้าหมาย

ทั้งนี้ ประกอบด้วย อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ อุตสาหกรรมหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ อุตสาหกรรมชีวภาพ และอุตสาหกรรมเครื่องมือแพทย์ อุตสาหกรรมฮาลาล และอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ ด้วยการสนับสนุนระเบียงเศรษฐกิจพิเศษ 4 ภาค ยกระดับทักษะแรงงานขั้นสูง สร้างความมั่นใจให้กับนักลงทุน พร้อมพิจารณาหามาตรการเพื่อส่งเสริมการผลิตและการใช้รถยนต์ไฟฟ้าอย่างแพร่หลายภายในประเทศ มาตรการทางภาษี และการขยายจุดให้บริการชาร์จแบตเตอรี่สำหรับประชาชน

“ขอเน้นย้ำให้ทุกการดำเนินงานมุ่งสู่เป้าหมายอุตสาหกรรมที่ยั่งยืน เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม การวางระบบดูแล ควบคุม และกำจัดของเสียในภาคอุตสาหกรรมที่ไม่ส่งผลกระทบต่อชุมชน การใช้พลังงานทางเลือกสู่การเป็น อุตสาหกรรมไบโอชีวภาพ (Bio Circular Economy) ซึ่งจะได้หารือเพื่อขับเคลื่อนให้เกิดต้นแบบอุตสาหกรรมคาร์บอนเป็นศูนย์ (Zero Carbon Industry) ในลำดับต่อไป

สำหรับนโยบายดีๆ ของกระทรวงที่ดำเนินการมาแล้ว ก็จะต้องทำต่อไป เช่น นโยบายอีอีซี ที่ประสบความสำเร็จ และอยากให้ขยายไปทุกภาคของประเทศ เช่น ภาคใต้ ที่ต้องการผลักดันให้อุตสาหกรรมฮาลาล เป็นรูปร่างให้เกิดขึ้นจริง และเน้นภาพลักษณ์ของกรมโรงงานอุตสาหกรรม อยากให้มีรอยยิ้ม ดำเนินการในลักษณะ one stop sevice เพื่ออำนวยความสะดวก ให้กับผู้ประกอบการมาให้เป็นไปอย่างรวดเร็ว”

รมว.พิมพ์ภัทรา วิชัยกุล หรือที่คุ้นหูกันในชื่อ “สส.ปุ้ย” อายุ 44 ปี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรนครศรีธรรมราช เขต 10 ของพรรครวมไทยสร้างชาติ เป็นลูกไม้หล่นใต้ต้นของ นายมาโนชญ์ วิชัยกุล อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช 9 สมัย ที่ชาวนครศรีธรรมราช เชื่อถือและเชื่อมั่นจากรุ่นสู่รุ่น โดย รมว.พิมพ์ภัทรา ตัดสินใจสานต่องานการเมืองหลังจากที่บิดาได้วางมือทางการเมืองเมื่อปีพ.ศ.2550 เป็นผู้นำวิธีคิด “วาระเมืองสิชล” สร้างวิธีคิดการแก้ไขปัญหาแบบใหม่ด้วยการนำเอาความร่วมมือจากท้องถิ่นท้องที่ ภาคประชาชน ภาคประชาสังคม มาสังเคราะห์ปัญหาร่วมกัน นำไปสู่การจัดระเบียบตามสภาพปัญหา ความเร่งด่วนและนำไปสู่การจัดระเบียบการแก้ไขปัญหาได้อย่างรวดเร็ว หรือที่รู้จักในชื่อ “วาระเมืองสิชล”

นอกจากนี้ ยังเป็นเจ้าของวิธีการทำงานที่ประชาชนรู้จักความเป็น “บุคคล” มากกว่าความเป็นนักการเมือง หรือพรรคการเมือง ความเป็นเนื้อเดียวกันระหว่างคนพื้นที่ที่ถูกประชาชนในพื้นที่ร่วมกันส่งให้ไปทำงานแทนในฐานะ “ผู้แทน” ซึ่ง รมว.พิมพ์ภัทรา วิชัยกุลมองว่า เป็นมนุษย์งานที่ต้องทำงานอย่างตรงกับความต้องการของประชาชน และในความเป็น“ผู้แทน” มีคุณลักษณะที่สำคัญคือ เข้าใจ เข้าถึงและรู้จักสภาพพื้นที่ นำประเด็นปัญหาความเดือดร้อนเข้าถกเถียงในสภาและนำไปสู่การแก้ไขปัญหาได้อย่างเป็นรูปธรรม

“เข้าสู่โหมดการทำงานเพื่อบ้านเรา เพื่อบ้านเกิดเมืองนอน เพื่อแผ่นดินชาติไทยที่เรารักแล้ว ปุ้ยซาบซึ้งและขอขอบคุณกับทุกความเห็น ทุกโพสต์ข้อความแสดงความยินดีจากพ่อแม่พี่น้อง ลุงป้าน้า เพื่อนพ้องทั้งมัธยม อุดมศึกษา เพื่อนทางงานการเมือง ปุ้ยและทีมงานของปุ้ยทุกคนระลึกอยู่เสมอว่า การก้าวเข้าสู่ตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกสมัย จนมาถึงการดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม สำหรับปุ้ยและทีมงานทุกคนต่างเข้าใจดี และระลึกเสมอค่ะว่า พวกเราต้องทำงานหนักให้มากขึ้น เมื่อมีตำแหน่งที่ต้องทำงานหนัก ปุ้ยจะเต็มที่กับทุกภาระงานทุกหน้าที่ ทุกคนคาดหวังที่จะเห็นประโยชน์เกิดขึ้นกับประเทศชาติและประชาชน เกิดขึ้นให้มากที่สุด แน่นอนค่ะทุกวันของปุ้ย คือวันทำงาน เป็นกำลังใจกันด้วยนะคะ”

รมว.พิมพ์ภัทรา วิชัยกุล จบการศึกษาระดับชั้นมัธยมศึกษาที่ โรงเรียนเบญจมราชูทิศนครศรีธรรมราช และโรงเรียนสามเสนวิทยาลัย,ระดับปริญญาตรี วิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาเคมีอุตสาหกรรม จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ และปริญญาโทรัฐศาสตรมหาบัณฑิต จากมหาวิทยาลัยรามคำแหง สมรสกับ นายนิติรักษ์ ดาวลอย มีบุตรสาว 2 คน

‘เพอร์ร่า’แบรนด์อันดับ 1 ตลาดนํ้าแร่ เปิดตัว‘พีพี-กฤษฏ์’ แบรนด์แอมบาสซาเดอร์คนใหม่ เสริมภาพลักษณ์แฟชั่น-ไลฟ์สไตล์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/755706

‘เพอร์ร่า’แบรนด์อันดับ 1 ตลาดนํ้าแร่ เปิดตัว‘พีพี-กฤษฏ์’ แบรนด์แอมบาสซาเดอร์คนใหม่ เสริมภาพลักษณ์แฟชั่น-ไลฟ์สไตล์

‘เพอร์ร่า’แบรนด์อันดับ 1 ตลาดนํ้าแร่ เปิดตัว‘พีพี-กฤษฏ์’ แบรนด์แอมบาสซาเดอร์คนใหม่ เสริมภาพลักษณ์แฟชั่น-ไลฟ์สไตล์

วันจันทร์ ที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ธิติพร ธรรมาภิมุขกุล Chief Marketing Officer บจ.บุญรอดเทรดดิ้ง

“เพอร์ร่า” ตอกย้ำความสำเร็จการเป็นผู้นำตลาดน้ำแร่ จากการสร้างแบรนด์ให้แตกต่างด้วยกลยุทธ์แฟชั่นแบรนด์ ดึง “พีพี-กฤษฏ์ อำนวยเดชกร” แฟชั่นไอคอนิคสุดฮอต เป็นแบรนด์แอมบาสซาเดอร์คนใหม่ล่าสุด ด้วยคาแร็กเตอร์ที่โดดเด่น สะท้อนภาพลักษณ์ของแฟชั่นไลฟ์สไตล์แบรนด์ได้เป็นอย่างดีพร้อมเป็นตัวแทนคนรุ่นใหม่ที่ใส่ใจสุขภาพ

ธิติพร ธรรมาภิมุขกุล Chief Marketing Officer บริษัท บุญรอดเทรดดิ้ง จำกัด เปิดเผยว่าเมื่อปี 2552 เพอร์ร่า ถือเป็นแบรนด์น้องใหม่ที่เพิ่งเริ่มเข้ามาทำตลาดน้ำแร่ในขณะนั้น โดยมีส่วนแบ่งการตลาดช่วงเริ่มต้นด้วยอัตราเพียง 1 หลักหรืออยู่ที่ราว 5-6% เท่านั้น แต่จากการดำเนินกลยุทธ์ที่เน้นความแตกต่าง นำแฟชั่นมาผสานกับการสื่อสารตลาดกับกลุ่มเป้าหมายและน้ำแร่ที่มีภาพลักษณ์ กลิ่นอายแฟชั่น ยังช่วยสร้างความแตกต่างจากคู่แข่งด้วย กลายเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยผลักดันให้เพอร์ร่าสร้างการรับรู้แบรนด์ได้เพิ่มขึ้น และได้รับการยอมรับจากกลุ่มเป้าหมาย รวมทั้งสามารถสร้างยอดขายให้เติบโตได้อย่างก้าวกระโดดจนเพิ่มส่วนแบ่งตลาดขึ้นเป็น 2 หลัก พร้อมทั้งกลายเป็นผู้นำที่แข็งแกร่งในตลาดน้ำแร่ของประเทศไทยมาได้อย่างต่อเนื่อง

“กลยุทธ์สำคัญที่กลายเป็นจุดเปลี่ยนให้น้ำแร่เพอร์ร่าสามารถขึ้นสู่ผู้นำอันดับ 1 ของตลาดน้ำแร่ประเทศไทยได้ในที่สุดมาจากการวางตำแหน่งผลิตภัณฑ์ให้มีความแตกต่างจากคู่แข่งได้อย่างชัดเจน รวมทั้งสามารถตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมายได้อย่างตรงจุด เนื่องจากผู้บริโภคน้ำแร่จะเป็นกลุ่มที่ให้ความสนใจในเรื่องของสุขภาพรวมทั้งการมีภาพลักษณ์ที่ดี สอดคล้องกับแนวทางการขับเคลื่อนของเพอร์ร่าที่มีความชัดเจนและโดดเด่นในฐานะแฟชั่นแบรนด์มาโดยตลอด โดยเฉพาะความร่วมมือกับศิลปินระดับโลกและแบรนด์แฟชั่นมากมาย รวมถึงดีไซเนอร์ชั้นนำระดับประเทศในการออกแบบขวดรุ่นลิมิเต็ดเอดิชั่น ซึ่งสามารถสร้างความตื่นเต้นให้กับตลาดและได้รับการตอบรับที่ดีทุกครั้ง”

ล่าสุด น้ำแร่เพอร์ร่า เสริมภาพลักษณ์แบรนด์แฟชั่น ชูจุดเด่นการเป็นไลฟ์สไตล์ เปิดตัว “พีพี-กฤษฏ์ อำนวยเดชกร” นักร้อง นักแสดงและแฟชั่นไอคอนิคชื่อดังของไทย ในฐานะแบรนด์แอมบาสซาเดอร์คนล่าสุด ซึ่งมีคาแร็กเตอร์สอดคล้องกับภาพลักษณ์ของแบรนด์ มีไลฟ์สไตล์ที่แตกต่างและมีความเป็นตัวของตัวเองได้อย่างชัดเจน และทรงอิทธิพลในโลกสื่อสังคมออนไลน์ (Social) นำไปสู่การเปลี่ยนแปลง (Convert) ให้ผู้บริโภคกลุ่มเป้าหมาย ฐานแฟนๆ ติดตาม

“การดึง “พีพี-กฤษฏ์” เป็นแบรนด์แอมบาสซาเดอร์มาพร้อมแคมเปญ “LIFE IS NATURAL WONDERS เพราะธรรมชาติคือเรา” ชวนผู้บริโภคสำรวจคุณค่าอันล้ำลึกของธรรมชาติ เพื่อเผยตัวตนและคุณค่าความงดงามจากภายในของตัวเอง ผ่านความมหัศจรรย์แห่งธรรมชาติกับน้ำแร่เพอร์ร่า ซึ่งเป็นน้ำแร่ที่มาจากธรรมชาติ 100% ขณะที่คาแร็กเตอร์ของพีพีจะเป็นคนที่มีความมั่นใจ รวมทั้งมีตัวตนและไลฟ์สไตล์ที่ชัดเจน เพื่อช่วยสร้างแรงบันดาลใจให้ทุกคนเป็นตัวของตัวเองและเห็นคุณค่าของตัวเอง ประกอบกับการมีฐานแฟนคลับจำนวนมาก และยังมีการแอ๊กทีฟผ่านสื่อออนไลน์อยู่เสมอ จึงเชื่อว่าหลังจากเปิดตัวจะสามารถสร้างคอนเทนต์ และช่วยเพิ่ม Brand Engagement ระหว่างแบรนด์เพอร์ร่าและกลุ่มเป้าหมายได้เป็นอย่างดี”

น้ำแร่เพอร์ร่า ยังมีความแข็งแรงด้านคุณภาพและมาตรฐานของผลิตภัณฑ์ เนื่องจากเป็นน้ำแร่แบรนด์แรกของไทยที่ได้รับการการันตีคุณภาพจาก Aquacert สถาบันรับรองมาตรฐานคุณภาพน้ำจากประเทศฝรั่งเศส ซึ่งเป็นน้ำแร่แบรนด์แรกและแบรนด์เดียวของไทยที่ได้รับมาตรฐานระดับโลกดังกล่าว รวมถึงการรับรางวัล Superior Taste Award ที่การันตีเรื่องของคุณภาพของแบรนด์อีกด้วย

สำหรับเป้าหมายด้านยอดขาย บริษัทมีอัตราการเติบโต 20-40% ต่อเนื่องทุกปี จากกลยุทธ์สร้างความแตกต่างในฐานะผู้นำด้านแฟชั่นไลฟ์สไตล์แบรนด์ของตลาดน้ำแร่ โดยมีส่วนแบ่งการตลาด 30% ในช่วงสิ้นปี 2565 ที่ผ่านมา ซึ่งจากการทำตลาดอย่างต่อเนื่องพร้อมทั้งการเปิดตัวแบรนด์แอมบาสซาเดอร์คนใหม่อย่างพีพีเข้ามาช่วยกระตุ้นความเคลื่อนไหวในตลาด เชื่อว่าจะช่วยให้น้ำแร่เพอร์ร่ายังคงสามารถรักษาความเป็นแบรนด์ผู้นำ พร้อมทั้งสามารถเพิ่มส่วนแบ่งในตลาดเป็น 31% ภายในสิ้นปี 2566

ธิติพร ธรรมาภิมุขกุล กับ พีพี-กฤษฏ์ อำนวยเดชกร แบรนด์แอมบาสซาเดอร์ “เพอร์ร่า” คนใหม่ล่าสุด

ธิติพร ธรรมาภิมุขกุล กับ พีพี-กฤษฏ์ อำนวยเดชกร แบรนด์แอมบาสซาเดอร์ “เพอร์ร่า” คนใหม่ล่าสุด

“เพอร์ร่า” เปิดตัว “พีพี-กฤษฏ์ อำนวยเดชกร” แบรนด์แอมบาสซาเดอร์คนใหม่ล่าสุดอย่างเป็นทางการ พร้อมเป็นตัวแทนคนรุ่นใหม่ที่ใส่ใจสุขภาพ

“เพอร์ร่า” เปิดตัว “พีพี-กฤษฏ์ อำนวยเดชกร” แบรนด์แอมบาสซาเดอร์คนใหม่ล่าสุดอย่างเป็นทางการ พร้อมเป็นตัวแทนคนรุ่นใหม่ที่ใส่ใจสุขภาพ

เพอร์ร่า นํ้าแร่ธรรมชาติ 100% แบรนด์นํ้าแร่เพียงหนึ่งเดียวของไทยที่ได้รับการรับรองมาตรฐานคุณภาพระดับ AQUACERT จากประเทศฝรั่งเศส

เพอร์ร่า นํ้าแร่ธรรมชาติ 100% แบรนด์นํ้าแร่เพียงหนึ่งเดียวของไทยที่ได้รับการรับรองมาตรฐานคุณภาพระดับ AQUACERT จากประเทศฝรั่งเศส

ดาราและเซเลบริตี้ร่วมงานท่ามกลางสีสันต่างๆ สร้างบรรยากาศให้ผู้เข้าร่วมงานได้อยู่ท่ามกลางธรรมชาติ “LIFE IS NATURAL WONDERS เพราะธรรมชาติคือเรา”

ดาราและเซเลบริตี้ร่วมงานท่ามกลางสีสันต่างๆ สร้างบรรยากาศให้ผู้เข้าร่วมงานได้อยู่ท่ามกลางธรรมชาติ “LIFE IS NATURAL WONDERS เพราะธรรมชาติคือเรา”

คุณแหน : 11 กันยายน 2566

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/755700

วันจันทร์ ที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ll พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานผ้าไตร จำนวน 30 ไตร ให้แก่ มูลนิธิเพื่อการศึกษาโรงเรียนวัดทองใน เพื่อถวายพระสงฆ์ ในพิธีเจริญพระพุทธมนต์บำเพ็ญกุศลถวายเป็นพระกุศล ในโอกาสครบ 100 ปีวันประสูติ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ในวันที่ 15 ก.ย. 2566 ณ โรงเรียนวัดทองใน ในการนี้ สุมนา อภินรเศรษฐ์ ประธานกรรมการมูลนิธิเพื่อการศึกษาโรงเรียนวัดทองใน เข้ารับพระราชทานผ้าไตรหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ พร้อมด้วย นริศราเปรมศรี ผอ.โรงเรียนวัดทองใน และรองประธานมูลนิธิฯ เมื่อวันที่ 31 ส.ค. ณ กองพระราชพิธี ในพระบรมมหาราชวัง…

ll สวดพระอภิธรรมศพ ท่านผู้หญิงพึงจิตต์ ศุภมิตร ณ ศาลาร้อยปี ปิยมหาราชอนุสรณ์ วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนารามราชวรวิหาร 8-14 ก.ย. 18.30 น. และพระราชทานพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมในพิธีบำเพ็ญพระราชกุศล 7 วัน วันที่ 13 ก.ย. เจ้าภาพของดพวงหรีดดอกไม้ หากประสงค์จะร่วมทำบุญกรุณาโอนเข้า บัญชี ttb 209-708-3568ชื่อบัญซีนางสาวจินตนันท์ ชญาต์ร ศุภมิตร…

ll รศ.นพ.พินิจ กุลละวณิชย์ ประธานมูลนิธิคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์ พร้อมด้วยกรรมการมูลนิธิฯ รศ.นพ.ฉันชายสิทธิพันธุ์ (คณบดีคณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ),สงกรานต์ อิสสระ และ ลาวัณย์ กันชาติจาก เจเอสแอลฯ ร่วมแถลงข่าวการจัดงานคอนเสิร์ตการกุศล แพทย์จุฬาฯใน Charity Happy Melody Concert #6789 ทศวรรษแห่งดนตรี” วันพุธ 13 ก.ย. เวลา 13.00 น.ห้องประชุม 1201 ชั้น 12 อาคารภูมิสิริมังคลานุสรณ์ รพ.จุฬาฯ สภากาชาดไทย เพื่อหารายได้สนับสนุนการศึกษา ค้นคว้าวิจัย ของคณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ…

ll ขอแสดงความยินดีกับ พล.ต.อ.วิรุฬ เอี่ยมไพจิตร์ เข้ารับพระราชทานวุฒิบัตร หลักสูตร “นิติธรรมเพื่อประชาธิปไตย” ณ ศาลาสหทัยสมาคม ในพระบรมมหาราชวัง เมื่อ 1 ก.ย. …

ll และยินดีกับ อำนาจ พวงชมภู ได้เป็นกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ…

ll ขอเชิญผู้มีจิตศรัทธาร่วมสร้างพระคัมภีร์ทางพระพุทธศาสนา ฉบับภูมิพโลภิกขุ เพื่อนำถวายวัดที่มีการเรียนการสอนพระปริยัติธรรม สถาบันที่มีการศึกษาทางพระพุทธศาสนา รวมทั้งหอสมุดสำคัญๆ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ บริจาคได้ที่มูลนิธิภูมิพโลภิกขุ ภายในบริเวณวัดสระเกศโทร.02-2230316 Email : bhumibalofd@gmail.com…

ll พลตรีหญิง คุณหญิงอัสนีย์ เสาวภาพ ประธานสมาคมสภาแม่ดีเด่นแห่งชาติฯ เตรียมจัดงาน “ร้อยดวงใจแม่ถวายแด่แม่ของแผ่นดิน” ประจำปี 2566 พร้อมยินดีกับแม่ดีเด่นแห่งชาติ ประจำปี 2566 และการมอบเงินทุน “ช่วยเหลือแม่ผู้ยากไร้” การมอบโล่เกียรติคุณแก่สมาคมและชมรมแม่ดีเด่นแห่งชาติประจำจังหวัดที่ผลงานดีเด่น 7 ต.ค. 14.00 น. ห้องวิภาวดีบอลรูม เซ็นทาราแกรนด์ แอท เซ็นทรัลพลาซาลาดพร้าว…ll

คุณแหน

ITD เปิดเวทีประชุมระดับภูมิภาค ‘การเผชิญกับความท้าทายของภาวะวิกฤตโพลีไครซิส’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/755711

ITD เปิดเวทีประชุมระดับภูมิภาค ‘การเผชิญกับความท้าทายของภาวะวิกฤตโพลีไครซิส’

ITD เปิดเวทีประชุมระดับภูมิภาค ‘การเผชิญกับความท้าทายของภาวะวิกฤตโพลีไครซิส’

วันจันทร์ ที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

สถาบันระหว่างประเทศเพื่อการค้าและการพัฒนา (องค์การมหาชน) หรือ ITD จัดการประชุมระดับภูมิภาค การค้าและพัฒนาในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ประจำปี 2566 ในหัวข้อการประชุม “การเผชิญกับความท้าทายของภาวะวิกฤตโพลีไครซิส” หรือ Southeast Asia Trade and Development Forum 2023 “Conquering the Polycrisis Challenges” เมื่อวันที่ 6 กันยายน 2566 ที่ผ่านมา ณ โรงแรม ดิ แอทธินีโฮเทล แบงค็อก

ศ.ดร.สมคิด เลิศไพฑูรย์ ประธานคณะกรรมการสถาบันระหว่างประเทศเพื่อการค้าและการพัฒนาหรือ ITD กล่าวว่า การประชุมระดับภูมิภาค การค้าและพัฒนาในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ประจำปี 2566ในครั้งนี้ จัดขึ้นในหัวข้อ “การเผชิญกับความท้าทายของภาวะวิกฤตโพลีไครซิส” หรือ Southeast Asia Trade and Development Forum 2023 “Conquering the PolycrisisChallenges” เนื่องจากปัจจุบันโลกมีการเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงและวิกฤตที่หลากหลาย อาทิ การเปลี่ยนแปลงทางภูมิอากาศ การทำลายสิ่งแวดล้อม การระบาดของโควิด-19 ความตึงเครียดทางภูมิศาสตร์ การปกครองทางการเมือง และความผันผวนทางเศรษฐกิจ เป็นต้น กลายเป็นภาวะวิกฤตโพลีไครซิสซึ่งเป็นความเสี่ยงระดับโลกที่เกี่ยวข้องกันและส่งผลเกิดผลกระทบในวงกว้าง

ทั้งนี้ แนวคิดเกี่ยวกับ “ภาวะวิกฤตโพลีไครซิส” ได้รับความสนใจอย่างมาก โดยในรายงานความเสี่ยงระดับโลกของเว็บไซต์ World Economic Forum ประจำปี 2566 ได้อธิบายถึงวิธีที่ความเสี่ยงต่างๆมีผลกระทบซึ่งกันและกันเพื่อสร้างสถานการณ์ที่ซับซ้อนมากขึ้น ดังนั้นการรับรู้ถึงความสำคัญของการร่วมมือระหว่างประเทศและองค์การระหว่างประเทศในการเผชิญกับภาวะวิกฤตโพลีไครซิสจึงเป็นส่วนสำคัญในการประชุมครั้งนี้ และเป็นเวทีแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ระหว่างผู้เชี่ยวชาญจากหน่วยงานราชการและเอกชน องค์การระหว่างประเทศ และผู้เกี่ยวข้องในด้านธุรกิจการค้าระหว่างประเทศและการลงทุน ที่มีเป้าหมายในการร่วมกันสนับสนุนสภาพแวดล้อมการค้าที่แข็งแกร่งในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน

สำหรับประเด็นสำคัญในการประชุมครั้งนี้ ประกอบด้วย 4 ประเด็นหลักคือ 1) ความสามารถในการฟื้นตัวทางการค้า โดยการประเมินความเปราะบางและความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับวิกฤตโพลีไครซิส และค้นหาในการวิธีการเพิ่มสามารถในการฟื้นตัวของระบบการค้าระหว่างประเทศ 2) ความร่วมมือระหว่างประเทศ : การรับรู้ถึงบทบาทสำคัญของความร่วมมือระหว่างประเทศและองค์การระหว่างประเทศในการเผชิญกับภาวะวิกฤตโพลีไครซิส วิทยากรจะมีการหารือถึงวิธีการเสริมสร้างธรรมาภิบาลระดับโลก การส่งเสริมการประสานงานระหว่างประเทศ และเสริมสร้างระบบการค้าตามกฎเกณฑ์ 3) การค้าที่ยั่งยืน : การสำรวจแนวคิดที่ซ้อนทับกันระหว่างภาวะวิกฤตโพลีไครซิส และเป้าหมายที่เกี่ยวข้องกับและเป้าหมายความยั่งยืน โดยมุ่งเน้นไปที่การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การอภิปรายเกี่ยวกับการส่งเสริมแนวปฏิบัติทางการค้าที่ยั่งยืน เทคโนโลยีสีเขียว และการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ครอบคลุม และ 4) การเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัล : จะมีการกล่าวถึงบทบาทของเทคโนโลยีดิจิทัลในการเป็นปัจจัยให้รอดพ้นจากภาวะวิกฤตโพลีไครซิสและการปลดล็อกโอกาสทางการค้าใหม่ๆ ผู้ร่วมอภิปรายจะหารือเกี่ยวกับความท้าทายและโอกาสที่เกี่ยวข้องกับการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล

ศ.ดร.สมคิด เลิศไพฑูรย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ทาง ITD คาดหวังว่าผลลัพธ์จากการประชุมครั้งนี้ จะมีแนวทางในการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นจากภาวะวิกฤตโพลีไครซิส ไม่ว่าจะเป็นการกำหนดข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย การจัดตั้งโครงการความร่วมมือระหว่างประเทศ และการพัฒนากลยุทธ์ที่สามารถดำเนินการได้เพื่อจัดการกับความท้าทายที่เกิดจากภาวะวิกฤตโพลีไครซิส โดยผลลัพธ์เหล่านี้จะใช้เป็นแนวทางให้รัฐบาล องค์กร และผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย สามารถนำไปแก้ปัญหาทางการค้าระหว่างประเทศท่ามกลางวิกฤตการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นในปัจจุบันได้

ทั้งนี้ สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สถาบันระหว่างประเทศเพื่อการค้าและการพัฒนา (องค์การมหาชน) โทรศัพท์ 02-2161894-7 ต่อ 137 อีเมล : nilobon@itd.or.th

‘มาดามแป้ง’ปลื้ม‘เมืองไทยประกันภัย’คว้ารางวัลเกียรติยศ บริษัทประกันภัยสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับอุตสาหกรรมประกันภัย 2565

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/755703

‘มาดามแป้ง’ปลื้ม‘เมืองไทยประกันภัย’คว้ารางวัลเกียรติยศ  บริษัทประกันภัยสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับอุตสาหกรรมประกันภัย 2565

‘มาดามแป้ง’ปลื้ม‘เมืองไทยประกันภัย’คว้ารางวัลเกียรติยศ บริษัทประกันภัยสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับอุตสาหกรรมประกันภัย 2565

วันจันทร์ ที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

บริษัท เมืองไทยประกันภัย จำกัด (มหาชน) นำโดย มาดามแป้ง นางนวลพรรณ ล่ำซำ กรรมการผู้จัดการ และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ตอกย้ำการเป็นองค์กรที่มีความสามารถในการแข่งขันที่โดดเด่น สร้างความเชื่อมั่นที่ดีและศรัทธาต่อสาธารณชนต่อเนื่อง คว้ารางวัลเกียรติยศ ได้แก่ “รางวัลบริษัทประกันภัยที่สร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับอุตสาหกรรมประกันภัย ประจำปี 2565” ในพิธีมอบรางวัลประกันภัยดีเด่นครบวงจร ประจำปี 2566 (Prime Minister’s Insurance Awards 2023) โดย สำนักงานคณะกรรมการกำกับ และส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ณ ห้องประชุมฟินิกซ์ 1-6 ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี

นางนวลพรรณ ล่ำซำ กรรมการผู้จัดการ และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมืองไทยประกันภัย จำกัด (มหาชน) หรือ MTI กล่าวว่า “นับเป็นความภาคภูมิใจของบริษัทที่ได้รับรางวัลอันทรงเกียรตินี้ เสมือนเป็นเครื่องการันตี ถึงความทุ่มเทในการดำเนินธุรกิจมากว่า 91 ปี ของบริษัทภายใต้การยึดหลักธรรมาภิบาล และสามารถยืนหยัดในอุตสาหกรรมประกันวินาศภัย ได้อย่างมั่นคงและเข้มแข็ง ซึ่งสะท้อนจากความเชื่อมั่นของสาธารณชนที่มีต่อองค์กรมาอย่างต่อเนื่อง

“แป้งเชื่อว่า รางวัลนี้จะเป็นการสร้างขวัญและกำลังใจ ให้แก่คณะผู้บริหารและพนักงานของบริษัทฯ ทุกคน พร้อมมุ่งมั่น คิดค้นและพัฒนาผลิตภัณฑ์ การบริการที่ดีตอบสนองทุกไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคอย่างครอบคลุม และขับเคลื่อนองค์กรไปพร้อมการสร้างสังคมให้เติบโตอย่างยั่งยืนต่อไป”

ลัช ประเทศไทย เผยปรัชญาและความเชื่อมั่นอันแรงกล้าของแบรนด์ LUSH

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/755694

ลัช ประเทศไทย เผยปรัชญาและความเชื่อมั่นอันแรงกล้าของแบรนด์ LUSH

ลัช ประเทศไทย เผยปรัชญาและความเชื่อมั่นอันแรงกล้าของแบรนด์ LUSH

วันจันทร์ ที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

LUSH Thailand (ลัช ประเทศไทย) เผยปรัชญาและความเชื่อมั่นอันแรงกล้าของแบรนด์ LUSH (ลัช) บริษัทด้านความงามที่มีหัวใจในการรณรงค์ จากประเทศอังกฤษ นั่นคือ “A LUSH LIFE, WE BELIEVE…” จากการคิดค้น ผลิต และขายปลีกเครื่องสำอางทำมือที่สดใหม่ หลงใหลในการดำเนินการโดยตรงและใช้ร้านค้าทั่วโลกเป็นเวทีในการให้ความกระจ่างเกี่ยวกับประเด็นทางสังคมและสิ่งแวดล้อมที่ไม่ค่อยมีใครรู้จัก ร้านค้า ลัช แห่งแรกในประเทศไทย ทำให้ผู้คนหลงใหลในสุขภาพ ใส่ใจในแฟชั่น และมีสไตล์ในกรุงเทพฯ โดยการเปิดตัวครั้งยิ่งใหญ่ในเดือนธันวาคม 2559 ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

“ในประเทศไทยเรามีฐานแฟนคลับของลัช หรือที่เราเรียกว่า ‘ชาวลัชชี่’ กลุ่มคนที่ชื่นชมแบรนด์ของเราค่อนข้างเหนียวแน่น เมื่อเราเข้ามาเปิดสาขาในเมืองไทยจึงทำให้เราได้รับเสียงตอบรับอย่างท่วมท้น จากชาวลัชชี่ที่เฝ้ารอคอย เมื่อเราเปิดสาขาแรกได้ไม่นานกระแสการตอบรับดีจนต้องมีการทยอยขยายสาขาเพิ่มขึ้นตามลำดับ ถือว่ายอดขายในปีแรกเกินกว่าเป้าที่ตั้งไว้สูงมาก” เพ็ญพิชญาญ์ อเล็กซานเดอร์ หนึ่งในผู้บริหาร LUSH Thailand กล่าว

ฟิลลิป อเล็กซานเดอร์ ผู้บริหาร LUSH Thailand (ลัช ประเทศไทย) กล่าวเพิ่มเติมว่า ผลิตภัณฑ์ LUSH มีชื่อเสียงในต่างประเทศจากผลิตภัณฑ์สำหรับการแช่น้ำการทำการตลาดในเมืองไทยที่เป็นประเทศที่ไม่มีวัฒนธรรมการแช่น้ำ LUSH จึงเป็นเรื่องที่ท้าทาย และแบรนด์ต้องทำการสื่อสารกับกลุ่มผู้บริโภคคนไทยมากขึ้นว่า LUSH ไม่ได้มีแค่ผลิตภัณฑ์แช่น้ำ อย่างเช่น Bath Bomb หรือ Bubble Bar เท่านั้น เรามีผลิตภัณฑ์อื่นๆ ที่หลากหลาย สามารถใช้ได้ตั้งแต่ศีรษะจรดเท้า น้ำหอมของ LUSH ก็เป็นที่ชื่นชอบของลัชชี่ เนื่องจากความเป็นเอกลักษณ์ทางกลิ่น รวมไปถึงรูปลักษณ์ที่เข้ากับทุกยุคทุกสมัย นอกจากนี้ ไม่ว่าจะเพศอะไร หรืออยู่ในช่วงอายุเท่าใด LUSH ก็ได้ทำการคิดค้นและออกแบบผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย เพื่อเป็นการรองรับทุกความต้องการของทุกคน

LUSH มีความชัดเจนในเรื่องของจริยธรรมอยู่ 6 เรื่อง คือ 1.ใช้ส่วนผสมที่สดที่สุด (Freshest Cosmetics) ยิ่งสดเท่าไหร่ ก็จะยิ่งได้รับประโยชน์ต่อผิวมากขึ้น 2.ไม่ทดลองผลิตภัณฑ์กับน้องสัตว์ (Fighting Animal Testing) 3.ซื้อขายแลกเปลี่ยนวัตถุดิบอย่างเป็นธรรม (Ethical Buying) 4.ผลิตภัณฑ์ 100% เป็นมังสวิรัติ (100% Vegetarian) และประมาณ 94% เป็นวีแกน (Vegan) 5.ทำผลิตภัณฑ์ด้วยมือ (Handmade) ให้ความสดใหม่ และใช้สารกันเสียจากธรรมชาติ 6.ผลิตภัณฑ์ที่ไร้บรรจุภัณฑ์ (Naked Packaging)เป็นการลดปริมาณพลาสติกและขยะ

“LUSH ยังมีความเชื่อว่า การทำธุรกิจที่ยึดแนวคิดในแบบฉบับของ LUSH จะส่งผลเชิงบวกในทุกๆ ด้านที่เข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องกับแบรนด์ ตั้งแต่การเริ่มต้นกระบวนการต่างๆ จนถึงกระบวนการสุดท้าย จะก่อให้เกิดเป็นความยั่งยืน และการส่งต่อสิ่งดีๆ ต่อไปให้กับผู้บริโภคแบบไม่รู้จบ ซึ่งนอกจากกลิ่นที่เป็นเอกลักษณ์และผลลัพธ์จากการใช้ผลิตภัณฑ์แล้ว เรายังมีความชัดเจนในเรื่องของจริยธรรม หรือ Brand Values ที่ทำให้เรามีเอกลักษณ์ของแบรนด์ที่ชัดเจน นอกจากนี้ ยังมีในเรื่องของ “คุณค่า” และ “โอกาส” ที่มีอยู่ในตัวเราทุกคนและเป็นสิ่งที่ทุกคนสมควรได้รับอย่างเท่าเทียม”

ฟิลลิป กล่าวทิ้งท้ายว่า จุดมุ่งหมายของ LUSH ประเทศไทย และ LUSH ทั่วโลก คือการทำให้โลกของเราเขียวขึ้นมากกว่าที่เป็น เนื่องจากแนวคิดที่ว่า “Leaving the world Lusher than we found it” เพราะเรามีความกังวลและใส่ใจในเรื่องของสิ่งแวดล้อม รวมไปถึงสวัสดิภาพของมนุษย์และสวัสดิภาพของน้องสัตว์ ทำให้มีการร่วมงานกับแบรนด์อื่นๆ มากขึ้น เพราะเราต้องการที่จะให้ผู้บริโภคจากกลุ่มอื่นๆ ได้รู้จักแบรนด์ของเราและภารกิจที่เรากำลังทำเพื่อโลกใบนี้ อีกทั้ง เพื่อที่จะแสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการลดการใช้พลาสติก การใช้ส่วนผสมจากธรรมชาติ การไม่ทดลองผลิตภัณฑ์กับสัตว์ รวมถึงจริยธรรมอื่นๆ อีกมากมาย ที่ LUSH เชื่อมั่น เพราะอยากเห็นโลกของเราเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้น

“จะเห็นว่า ทั้งหมดที่ LUSH ทำ สิ่งสำคัญ ไม่ใช่กำไรที่เกิดจากการดำเนินธุรกิจ แต่คือการนำกำไรนั้นมาต่อยอดและเพิ่มคุณค่า เพื่อช่วยโลก ช่วยธรรมชาติ รวมถึงช่วยสร้างโอกาสให้มนุษย์ด้วยกันเอง ซึ่งถือเป็นการตอกย้ำจุดยืนในการเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้โลกน่าอยู่ขึ้นอีกด้วย ภายใต้ความเชื่อ “A LUSH LIFE, WE BELIEVE…” นั่นเอง”

ศาลาเฉลิมกรุง ชวนแฟนเพลงย้อนความทรงจำ ในคอนเสิร์ต‘โก๋หลังวัง’รวมศิลปิน โก๋ & กี๋ ยุค 60

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/755707

ศาลาเฉลิมกรุง ชวนแฟนเพลงย้อนความทรงจำ ในคอนเสิร์ต‘โก๋หลังวัง’รวมศิลปิน โก๋ & กี๋ ยุค 60

ศาลาเฉลิมกรุง ชวนแฟนเพลงย้อนความทรงจำ ในคอนเสิร์ต‘โก๋หลังวัง’รวมศิลปิน โก๋ & กี๋ ยุค 60

วันจันทร์ ที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นฤมล ล้อมทอง พร้อมศิลปินที่จะมาร่วมถ่ายทอดบทเพลงในตำนานของศิลปินดังแห่งยุคโก๋หลังวัง

ยุคโก๋หลังวัง ถือเป็นยุคทองของเพลงสากลยุค 60 ที่มีเพลงคุณภาพครบรส ศิลปินดังเกิดขึ้นมากมายและเป็นไอดอลของนักร้องเมืองไทย มีเพลงดังฮอตฮิตติดชาร์ตเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว สร้างกระแสความนิยมให้กับนักฟังเพลงเมืองไทย แม้กระทั่งทุกวันนี้เสียงเพลงเหล่านั้นยังคงอยู่ในใจผู้ฟังตลอดกาล

นฤมล ล้อมทอง กรรมการผู้จัดการโรงมหรสพหลวงศาลาเฉลิมกรุง จัดงานแถลงข่าวคอนเสิร์ต “โก๋หลังวัง” ขึ้นเปิดเวทีด้วยพิธีกร โกมุท คงเทศ นำเข้าสู่การแถลงข่าวพร้อมรับชมมินิคอนเสิร์ตจากศิลปินชั้นแนวหน้าของเมืองไทยและน้องๆ เยาวชนรุ่นใหม่มาร่วมขับร้องบทเพลงฮอตฮิตยุค 60 บรรเลงโดยวงเฉลิมราชย์ เริ่มด้วยเพลงจังหวะฟังสบายๆอย่าง Summer Holiday ขับร้องโดย กล ภาคสุวรรณ เจ้าของฉายา คลิฟ ริชาร์ด เมืองไทย ต่อด้วยเพลง Save the Last Dance for Me ขับร้องโดย ภาสกรณ์ รุ่งเรืองเดชาภัทร์ (The Golden Song1) จากนั้น เมธินี อ่วมเจริญ (หน่อย เบรนดาลี) มาในเพลง To know him is to love him ต่อด้วยเพลง You Are My Destiny ขับร้องโดย ปณิธาน จวงครุฑ แชมป์ฝ่ายชายจากโครงการประกวดร้องเพลงสากลยุคโก๋หลังวัง ที่โชว์พลังเสียงเต็มเปี่ยม ต่อด้วยเพลง Kiss Me Goodbye ขับร้องโดย เปมิกาเงินส่งเสริม แชมป์ฝ่ายหญิงจากโครงการประกวดร้องเพลงสากลยุคโก๋หลังวัง ฟังเพลินๆกันต่อด้วยเพลง Whatever will be will be ขับร้องโดย ผุสดี เอื้อเฟื้อ (The Hot Pepper Singers) ปิดท้ายด้วย จีระศักดิ์ ปิ่นสุวรรณ เจ้าของฉายาเอลวิสรุ่นใหญ่ของเมืองไทยมาในเพลง King of the whole wide world ที่ออกมาวาดลวดลายลีลาท่าเต้นตามแบบฉบับเอลวิส เพรสลีย์ เรียกเสียงปรบมือให้กับผู้ชมเป็นอย่างมาก

ทั้งหมดนี้เป็นส่วนหนึ่งของคอนเสิร์ตที่จะจัดขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 24 กันยายน 2566 รอบ 14.00 น. รอบเดียวเท่านั้น และยังมีศิลปินอีกหลายท่านที่จะมาร่วมถ่ายทอดบทเพลงในตำนานของศิลปินดังแห่งยุคโก๋หลังวัง อาทิ แดง-ฉันทนา กิติยพันธ์ จิ๊กกี๋สาวซ่าอารมณ์ดี, โก๋&กี๋ แชมป์จากเวทีศาลาเฉลิมกรุง,เข้ม ศุภกิจ-กะธิ กตธิป 3 สาว น้อง นัฏฐ์นลี (The Star2)-พลอย ทิพย์รมิดา (The Golden Song 4)-ผิงผิง สรวีย์ (The Golden Song 2) ร่วมด้วยโก๋&กี๋รุ่นใหม่ ดีกรีแชมป์ล่าสุดจากเวทีประกวดร้องเพลงโก๋หลังวัง ได้แก่ พีพี อนพัช, บาร็อก ชลธาร, แอล ชวัลณัฐ, ซอ เชิญพร, ไอเดีย พิมพ์พิชชา, เอด้า พิมพ์ภิชญา บรรเลงโดย วงเฉลิราชย์ ควบคุมวงโดย วิรัช อยู่ถาวร (ศิลปินแห่งชาติ) พิธีกรโดย โกมุท คงเทศ และ สายฝน ชีช้าง แฟนคลับโก๋กี๋เตรียมมันส์กันให้เต็มที่ตามจังหวะเพลงฮอตฮิตแห่งยุค 60ที่นักร้องโก๋กี๋รุ่นใหม่และแฟนคลับวัยรุ่นยุคสมัยปัจจุบันร้องตามกันได้ ในคอนเสิร์ต “โก๋หลังวัง”บัตรราคา 1,000 บาททุกที่นั่ง ที่ศาลาเฉลิมกรุง โทร.02-2258757-8 และไทยทิคเก็ตเมเจอร์ www.thaiticketmajor.com โทร.02-2623456

โกมุท คงเทศ พิธีกร กับ อ.วิรัช อยู่ถาวร

โกมุท คงเทศ พิธีกร กับ อ.วิรัช อยู่ถาวร

ตี๋-จีระศักดิ์ (เอลวิสเมืองไทย)

ตี๋-จีระศักดิ์ (เอลวิสเมืองไทย)

ผุสดี เอื้อเฟื้อ

ผุสดี เอื้อเฟื้อ

กองปราบ-ปณิธาน แชมป์ฝ่ายชายเวทีโก๋หลังวัง

กองปราบ-ปณิธาน แชมป์ฝ่ายชายเวทีโก๋หลังวัง

มุก-เปมิกา แชมป์ฝ่ายหญิงเวทีโก๋หลังวัง

มุก-เปมิกา แชมป์ฝ่ายหญิงเวทีโก๋หลังวัง

สปาย-ภาสกรณ์ (The Golden Song1)

สปาย-ภาสกรณ์ (The Golden Song1)