อึ้ง เหตุทารุณเด็กในญี่ปุ่น ทุบสถิติเฉียด 2.2 แสนกรณี เพิ่ม 32 ปีติดต่อกัน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2724099

อึ้ง เหตุทารุณเด็กในญี่ปุ่น ทุบสถิติเฉียด 2.2 แสนกรณี เพิ่ม 32 ปีติดต่อกัน

11 ก.ย. 2566 04:34 น.

อึ้ง เหตุทารุณเด็กในญี่ปุ่น ทุบสถิติเฉียด 2.2 แสนกรณี เพิ่ม 32 ปีติดต่อกัน

จำนวนเหตุทารุณกรรมเด็กในญี่ปุ่นเพิ่มขึ้นเป็นปีที่ 32 ติดต่อกัน โดยมีรายงานเฉียด 2.2 แสนกรณีในปีงบประมาณ 2565 ส่วนใหญ่เป็นการทารุณทางจิตใจ

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อ 10 ก.ย. 2566 ว่า สำนักงานครอบครัวและเด็ก (CFA) ของรัฐบาลญี่ปุ่นเปิดเผยแพร่รายงานเบื้องต้นฉบับใหม่ ระบุว่า ในปีงบประมาณ 2565 นั้น ญี่ปุ่นมีจำนวนกรณีทารุณกรรมเด็กที่ศูนย์ปรึกษาปัญหาเด็กเข้าไปจัดการเพิ่มขึ้นเป็น 219,170 กรณี มากที่สุดตลอดกาล และเพิ่มขึ้นเป็นปีที่ 32 ติดต่อกันแล้ว

ตัวเลขล่าสุดหมายความว่าจำนวนเหตุทารุณกรรมเด็กในญี่ปุ่นในปีงบประมาณ 2565 เพิ่มขึ้นจากปีงบประมาณ 2564 จำนวน 11,510 กรณี โดยข้อมูลจาก CFA ระบุว่า การทารุณกรรมทางความรู้สึก (Psychological abuse) ซึ่งรวมถึงการใช้ความรุนแรงระหว่างสมาชิกครอบครัวต่อหน้าเด็ก คิดเป็น 60% ของกรณีทั้งหมดที่ทางศูนย์เข้าให้ความช่วยเหลือ

ทั้งนี้ CFA เป็นองค์กรที่รัฐบาลญี่ปุ่นเพิ่งก่อตั้งเมื่อเดือนเมษายนปีนี้ เพื่อกำกับดูแลนโยบายเกี่ยวกับเด็กของรัฐบาล ขณะที่จนถึงเดือนเมษายน 2566 ญี่ปุ่นมีศูนย์ปรึกษาปัญหาเด็ก 232 แห่งทั่วประเทศ อย่างไรก็ตาม เหตุทารุณกรรมมากกว่าครึ่งที่แจ้งมายังศูนย์ มาจากเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เข้าระงับเหตุการทะเลาะเบาะแว้งในครัวเรือน

นายอากิระ คามามัตสึ ศาสตราจารย์ด้านสวัสดิภาพเด็กจากมหาวิทยาลัย เมเซ ชี้ว่า แม้บุคลากรในศูนย์ให้คำปรึกษาเหล่านี้จะเพิ่มขึ้น แต่ก็ยังไม่เพียงพอต่อจำนวนเหตุทารุณกรรมที่เพิ่มขึ้นเร็วกว่าได้

อนึ่ง การทารุณกรรมเด็กที่ได้รับรายงานตลอดปีงบประมาณ 2565 ซึ่งสิ้นสุดลงในเดือนมีนาคมปีเดียวกัน แบ่งเป็น การทารุณกรรมทางจิตใจ ซึ่งรวมถึงทางวาจา จำนวน 129,484 กรณีหรือคิดเป็น 59.1%, ทารุณรรมทางร่างกาย 51,679 กรณี หรือ 23.6%, การละเลย 35,556 กรณี หรือ 16.2% และทารุณกรรมทางเพศ 2,451 กรณีหรือ 1.1%

การทารุณกรรมทางจิตใจและการปล่อยปละละเลย เพิ่มขึ้นจากช่วง 1 ปีก่อนหน้านั้น 4,760 และ 4,108 กรณีตามลำดับ โดยเหตุทารุณมากกว่าครึ่ง หรือ 51.5% ที่แจ้งมายังศูนย์ปรึกษาฯ เป็นการแจ้งโดยตำรวจ ขณะที่ 11.0% แจ้งโดยเพื่อนบ้านหรือคนรู้จัก และมีเพียง 8.4% ที่แจ้งโดยสมาชิกครอบครัวหรือญาติ

CFA เปิดเผยอีกว่า ในปีงบประมาณ 2564 มีเด็กเสียชีวิตจากการทารุณกรรม 74 ราย โดย 24 รายในจำนวนนี้ อายุไม่ถึง 1 ขวบ โดยที่แม่แท้ๆ เป็นผู้ก่อเหตุหลักใน 20 กรณี ขณะที่พ่อแท้ๆ เป็นคนร้ายหลักใน 6 กรณี และมี 3 กรณีที่ทั้งพ่อและแม่ต้องมีส่วนรับผิดชอบร่วมกัน

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : japantoday

สลด เหยื่อแผ่นดินไหวโมร็อกโก 2 พันศพ ส่อเค้าพุ่ง พบชาวฝรั่งเศสตาย 4

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2724065

สลด เหยื่อแผ่นดินไหวโมร็อกโก 2 พันศพ ส่อเค้าพุ่ง พบชาวฝรั่งเศสตาย 4

10 ก.ย. 2566 22:08 น.

สลด เหยื่อแผ่นดินไหวโมร็อกโก 2 พันศพ ส่อเค้าพุ่ง พบชาวฝรั่งเศสตาย 4

เหยื่อแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ในโมร็อกโก ส่อเค้าพุ่งกว่า 2 พันศพ พบพลเมืองชาวฝรั่งเศสตาย 4 ขณะที่ทีมกู้ภัยเร่งค้นหาผู้ประสบภัยที่ยังอาจติดอยู่ใต้ซากอาคารบ้านเรือนที่พังถล่มจำนวนมาก

เมื่อ 10 ก.ย. 2566 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานความคืบหน้าโศกนาฏกรรมแผ่นดินไหวขนาด 6.8 ในโมร็อกโก ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิตกว่า 2,000 ศพ หลายหมู่บ้าน บ้านเรือนพังราบว่ามีแนวโน้มที่ยอดผู้เสียชีวิตอาจสูงขึ้นกว่านี้ จนนับว่าเป็นเหตุแผ่นดินไหวครั้งรุนแรงที่สุดในโมร็อกโกในรอบ 60 ปี

ขณะที่ทีมกู้ภัยกำลังเร่งค้นหาผู้ประสบภัยที่ยังติดอยู่ใต้ซากบ้านเรือนที่พังถล่มจำนวนมากว่า กระทรวงกิจการยุโรปและต่างประเทศของฝรั่งเศส ออกแถลงการณ์พบพลเมืองชาวฝรั่งเศสเสียชีวิตจากเหตุแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ในโมร็อกโกแล้ว 4 ศพ และมีผู้บาดเจ็บอย่างน้อย 15 ราย

นอกจากนั้นชาวโมร็อกโกในเมืองมาร์ราเกชต้องหวาดผวากันอีก เมื่อเกิดเหตุแผ่นดินสั่นสะเทือน วัดความรุนแรงได้ขนาด 4.5 ซึ่งเบื้องต้น ยังไม่แน่ชัดว่าเป็นอาฟเตอร์ช็อก หรือว่าจะเป็นแผ่นดินไหวครั้งใหม่

ทั้งนี้ เกิดแผ่นดินไหวขนาด 6.8 ในโมร็อกโก เมื่อเวลา 23.11 น. ของวันที่ 8 ก.ย. (ตามเวลาท้องถิ่น ตรงกับเวลา 05.11 น. ของวันที่ 9 ก.ย. ของไทย) โดยมีศูนย์กลางอยู่ในพื้นที่ตอนกลางของเทือกเขาไฮแอตลาส

ขณะที่ สำนักสำรวจธรณีวิทยาแห่งสหรัฐอเมริกา (USGS) รายงานว่า ศูนย์กลางแผ่นดินไหวอยู่ห่างจากเมืองมาร์ราเกชไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ราว 71 กิโลเมตร ความลึกที่ 18.5 กิโลเมตร จนทำให้บ้านเรือนจำนวนมากพังเสียหายโดยเมืองมาร์ราเกชไม่ใช่แต่เพียงเป็นเมืองมรดกโลกของยูเนสโก (UNESCO) เท่านั้นแต่ยังถือเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของประเทศ .

ที่มา : Aljazeera

แอร์ไชนาลงจอดฉุกเฉินที่สนามบินสิงคโปร์ หลังเกิดเพลิงไหม้เครื่องยนต์ (คลิป)

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2724047

แอร์ไชนาลงจอดฉุกเฉินที่สนามบินสิงคโปร์ หลังเกิดเพลิงไหม้เครื่องยนต์ (คลิป)

10 ก.ย. 2566 21:10 น.

แอร์ไชนาลงจอดฉุกเฉินที่สนามบินสิงคโปร์ หลังเกิดเพลิงไหม้เครื่องยนต์ (คลิป)

สายการบินแอร์ไชนา เร่งนำเครื่องลงจอดฉุกเฉินที่สนามบินชางงี ประเทศสิงคโปร์ หลังเกิดพลิงไหม้ที่เครื่องยนต์ และควันปกคลุมห้องโดยสาร โชคดีที่ผู้โดยสาร และพนักงานบริการต้อนรับบนเครื่องบินสามารถอพยพออกจากเครื่องบินได้อย่างปลอดภัย

เมื่อวันที่ 10 ก.ย. 2566 สำนักงานต่างประเทศรายงานว่า สนามบินชางงี ประเทศสิงคโปร์ ต้องทำการปิดลานบิน หรือรันเวย์ ประมาณ 3 ชั่วโมง เมื่อช่วงบ่ายวันนี้ตามเวลาท้องถิ่น หลังได้รับแจ้งเหตุฉุกเฉินจากเครื่องบินของ สายการบินแอร์ไชนา เที่ยวบิน CA403 จากเมืองเฉิงตู มณฑลเสฉวนของจีน ซึ่งมีจุดหมายปลายทางสิงคโปร์ ขอลงจอดก่อนกำหนด เนื่องจากพบกลุ่มควันบริเวณส่วนหน้าของห้องโดยสาร และห้องน้ำ หลังจากได้รับอนุญาตจากสำนักงานการบินพลเรือนของสิงคโปร์ เที่ยวบิน CA403 ก็ได้ลงจอด ณ สนามบิน เมื่อเวลา 16.15 น.

ผู้โดยสารทั้ง 146 คน และพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินอีก 9 คน รวม 155 คน ได้รับการอพยพอย่างปลอดภัยหลังการลงจอดฉุกเฉิน และถูกส่งตัวไปยังอาคารผู้โดยสาร

ต่อมาเวลาประมาณ 16.25 น. หน่วยงานฉุกเฉินของสนามบินชางงี สามารถดับไฟที่เครื่องยนต์ด้านซ้ายของเครื่องบินได้สำเร็จ และเครื่องบินถูกลากออกไปจากลานบินตอน 18.00 น. เพื่อให้สนามบินชางงีกลับมาให้บริการปกติในเวลา 19.00 น.

ชมคลิป : ที่นี่

ติดตามข่าวต่างประเทศได้ที่ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : CNA

นายกฯ หลี่ เฉียง เรียกร้อง จีน-G20 “สามัคคี -ร่วมมือกัน” มากขึ้น

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2723941

นายกฯ หลี่ เฉียง เรียกร้อง จีน-G20 “สามัคคี -ร่วมมือกัน” มากขึ้น

10 ก.ย. 2566 16:24 น.

นายกฯ หลี่ เฉียง เรียกร้อง จีน-G20 “สามัคคี -ร่วมมือกัน” มากขึ้น

หลี่ เฉียง นายกฯ จีน กล่าวในการประชุมสุดยอดผู้นำกลุ่มG20 เรียกร้องให้จีนและยุโรปมี “ความสามัคคี และร่วมมือ” กันมากขึ้น ท่ามกลางสภาวะความไม่แน่นอนที่เกิดขึ้นทั่วโลก

เมื่อวันที่ 10 ก.ย. 2566 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า นายหลี่ เฉียง นายกรัฐมนตรีจีน กล่าวในการประชุมนอกรอบกับนางอัวร์ซูลา แกร์ทรูด ฟอน แดร์ ไลเอิน ประธารคณะกรรมาธิการยุโรป ระหว่างการมาร่วมประชุมสุดยอดผู้นำกลุ่มG20  ณ กรุงนิวเดลี ประเทศอินเดีย เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาว่า จีนและสหภาพยุโรปจำเป็นต้องมีความสามัคคี และร่วมมือกันมากกว่ากีดกัด หรือเผชิญหน้ากัน

ข้อเรียกร้องของ นายหลี่ เกิดขึ้นท่ามกลางความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจและการเมืองทั่วโลก อีกทั้งยุโรปก็มีความระมัดระวังจีนมากขึ้น จากประเด็กการแข่งขัน และการเข้ามามีบทบาทในเวทีโลกมากขึ้น

นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรีหลี่ ยังเรียกร้องให้สหภาพยุโรปเลิกการเลือกปฏิบัติต่อบริษัทจีน หรือธุรกิจจีน โดยเสริมว่าจีนยินดีที่จะเจรจาและให้ความร่วมมือด้านพลังงานสะอาด และการลงทุนในโครงการที่มีประโยชน์ต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมกันนั้น นายหลี่ ยังกล่าวว่า หากจีนและยุโรปร่วมมือกัน จะช่วยป้องกันความไม่แน่นอนที่เกิดขึ้นทั่วโลกได้

ทั้งนี้ นายหลี่ เฉียง เข้าร่วมประชุมสุดยอดผู้นำกลุ่ม G20 ในฐานะตัวแทนของ นายสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน ที่ไม่ได้เข้าร่วมการประชุมครั้งนี้ โดยที่ทางการจีนไม่ได้ระบุเหตุผลเอาไว้ อย่างไรก็ดี นักวิเคราะห์บางส่วนคาดการณ์ว่า ผู้นำจีนต้องการหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้ากับผู้นำประเทศมหาอำนาจอื่นๆ อาทิ สหรัฐฯ ญี่ปุ่น และอินเดีย ประเทศเจ้าภาพ ท่ามกลางข้อพิพาทเรื่องเขตแดนกับจีน

โดยเฉพาะอย่างยิ่งในขณะนี้ ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน มีสายสัมพันธ์ใกล้ชิดกับ ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน แห่งรัสเซีย ที่ทำสงครามในยูเครนมาตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ ปีที่แล้ว. 

ติดตามข่าวต่างประเทศได้ที่ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : Reuters , The Guardian

ตำรวจเนเธอร์แลนด์ฉีดน้ำสลายชุมนุมด้านสิ่งแวดล้อม จับผู้ประท้วง 2,400 คน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2723930

ตำรวจเนเธอร์แลนด์ฉีดน้ำสลายชุมนุมด้านสิ่งแวดล้อม จับผู้ประท้วง 2,400 คน

10 ก.ย. 2566 14:17 น.

ตำรวจเนเธอร์แลนด์ฉีดน้ำสลายชุมนุมด้านสิ่งแวดล้อม จับผู้ประท้วง 2,400 คน

ตำรวจเนเธอร์แลนด์ใช้น้ำแรงดันสูงสลายการชุมนุมของกลุ่มนักเคลื่อนไหวด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศนับหมื่นราย  เรียกร้องให้รัฐบาลยุติเงินอุดหนุนอุตสาหกรรมเชื้อเพลิงฟอสซิล จับกุมผู้ประท้วง2,400 คน

เมื่อวันที่ 10 ก.ย. 2566 สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจเนเธอร์แลนด์ได้ฉีดน้ำแรงดันสูงเพื่อเข้าสลายการชุมนุมของกลุ่มนักเคลื่อนไหวด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศกว่า 1 หมื่นราย ที่ออกมาเดินขบวนประท้วงบนถนนทางหลวงสาย A12 อันเป็นถนนสายหลักที่มุ่งหน้าสู่กรุงเฮก เมืองที่ตั้งรัฐสภา และทำเนียบรัฐบาล โดยไม่สนใจคำเตือนจากทางการว่าการประท้วงบนถนนสายนี้อาจทำให้การจราจรในประเทศเป็นอัมพาตได้

ข้อเรียกร้องของการชุมนุมนี้คือการให้รัฐบาลเนเธอร์แลนด์ยุติการให้เงินอุดหนุนอุตสาหกรรมเชื้อเพลิงฟอสซิล อันเป็นตัวการสำคัญที่สร้างมลพิษ และภาวะโลกร้อน

อย่างไรก็ดี ไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บจากการสลายการชุมนุม แต่มีนักกิจกรรมประมาณ 2,400 คนถูกจับ

กลุ่มเอ็กซ์ติงชัน รีเบลเลียน (Extinction Rebellion) ผู้จัดการชุมนุมเมื่อวันที่ 9 ก.ย. 2566 ที่ผ่านมา กล่าวว่า พวกเขาจะเดินประท้วงต่อไปจนกว่ารัฐบาลเนเธอร์แลนด์จะหยุดใช้เงินจากกองทุนเพื่อการลงทุนสาธารณะเพื่ออุดหนุนอุตสาหกรรมน้ำมันและก๊าซ

ชมคลิป : ที่นี่

ติดตามข่าวต่างประเทศได้ที่ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : Reuters 

รองปลัดฯถกคกก.พิจารณา ยินยอม-อนุญาตใช้ที่เขตปฏิรูปฯ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/755721

วันจันทร์ ที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายเศรษฐเกียรติ กระจ่างวงษ์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ประชุมคณะอนุกรรมการพิจารณาการให้ความยินยอมหรืออนุญาตการใช้ประโยชน์ที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดิน ครั้งที่ 2/2566 โดยมีนายสุรชัย ยุทธชนะ รองเลขาธิการสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) เข้าร่วม โดยที่ประชุมรับทราบความเห็นการประชุมคณะกรรมการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (คปก.) ครั้งที่ 3/2566 ให้นำเรื่องขออนุมัติกำหนดเขตที่ดินชุมชนในเขตปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม เข้าสู่การพิจารณากลั่นกรองของคณะอนุกรรมการพิจารณาการให้ความยินยอมหรืออนุญาตการใช้ประโยชน์ที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดินก่อนนำเสนอ คปก.เพื่อพิจารณาอนุมัติต่อไป

นอกจากนี้ ที่ประชุมได้มีการพิจารณาและเห็นชอบประเด็นต่างๆ อาทิ 1.เห็นชอบกรณีสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ขออนุญาตใช้ที่ดินเพื่อสร้างวัดป่าวังมน ในเขตปฏิรูปที่ดินจังหวัดหนองคาย ใช้เป็นสถานที่ประกอบพิธีทางศาสนา เนื้อที่ประมาณ 33-0-08 ไร่ 2.เห็นชอบกรณีสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ขออนุญาตใช้ที่ดินเพื่อสร้างวัดป่าสระแก้วภูธรรม ในเขตปฏิรูปที่ดินจังหวัดขอนแก่น ใช้เป็นสถานที่ประกอบพิธีกรรมทางศาสนา เนื้อที่ประมาณ 25-0-15 ไร่ 3.เห็นชอบกรณีสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ขออนุญาตใช้ที่ดินเพื่อสร้างวัดป่าคำบอนเสวตวิเวกธรรม ในเขตปฏิรูปที่ดินจังหวัดขอนแก่น ใช้เป็นสถานที่ประกอบพิธีกรรมทางศาสนา เนื้อที่ประมาณ 28-2-31 ไร่ 4.เห็นชอบกรณีสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติขออนุญาตใช้ที่ดินเพื่อสร้างศาสนสถาน และสถานที่ประกอบกิจกรรมทางพระพุทธศาสนา ในเขตปฏิรูปที่ดินจังหวัดเพชรบุรี เนื้อที่ประมาณ40-2-39 ไร่

5.เห็นชอบกรณีวัดแสงธรรมวังเขาเขียว ขออนุญาตใช้ที่ดินเพื่อสร้างวัดแสงธรรมวังเขาเขียว (เพิ่มเติมในส่วนของพุทธอุทยาน) ในเขตปฏิรูปที่ดินจังหวัดนครราชสีมา ใช้เป็นสถานที่ประกอบพิธีกรรมทางศาสนา เนื้อที่ประมาณ 56-0-50 ไร่ โดยทั้ง 5 ประเด็นดังกล่าวที่ประชุมเห็นควรไม่เรียกเก็บค่าตอบแทนการใช้ประโยชน์ที่ดิน 6.เห็นชอบกรณี อบต.นายาง ขออนุญาตใช้ที่ดินเพื่อสร้างอาคารหอประชุมอเนกประสงค์ อาคารศูนย์เรียนรู้ และก่อสร้างสิ่งสาธารณูปโภคต่างๆ ในเขตปฏิรูปที่ดินจังหวัดอุตรดิตถ์ สนับสนุนการให้บริการประชาชนในพื้นที่ เป็นการสร้างสถานที่ราชการ เพื่อรับรองการปฏิบัติงานตามภารกิจเป็นประโยชน์ภาครัฐ ภาคเอกชนแก่เกษตรกร และประชาชนโดยทั่วไปชุมชนท้องถิ่น เนื้อที่ประมาณ 12-0-00 ไร่ โดยที่ประชุมเห็นควรไม่เรียกเก็บค่าตอบแทนการใช้ประโยชน์ที่ดิน เป็นต้น

รองปลัดฯถ่ายทอด ประสบการณ์ทำงาน อบรมผู้นำวันพรุ่งนี้ รับมือความท้าทาย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/755719

วันจันทร์ ที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายเศรษฐเกียรติ กระจ่างวงษ์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้รับเชิญเป็นวิทยากรบรรยายพิเศษ ในหัวข้อถ่ายทอดประสบการณ์ในการทำงาน ในการอบรม หลักสูตร ผู้นำในวันพรุ่งนี้ (Leaders for Tomorrow) โดยหลักสูตรดังกล่าว จัดขึ้นเพื่อเตรียมความพร้อมกำลังคนในการก้าวขึ้นไปสู่ตำแหน่งนักบริหาร ที่มีสมรรถนะทางการบริหารจัดการที่ดี สามารถวิเคราะห์ข้อมูลที่มีความแตกต่างและซับซ้อน มีมุมมองและวิสัยทัศน์ เชิงยุทธศาสตร์ รวมทั้งมีความพร้อมที่จะใช้กระบวนการทำงานแบบใหม่ สามารถสร้างแรงจูงใจให้ทีมงานและประสานการบริหาร และส่งเสริมความร่วมมือของบุคลากรภายในและเครือข่ายการทำงานภายนอกให้มากยิ่งขึ้น โดยมีผู้เข้าอบรมเป็นบุคลากรในสังกัดกระทรวงเกษตรฯ 52 คน

ทั้งนี้ นายเศรษฐเกียรติ ได้เสนอแนวคิดของการเป็นผู้นำยุคใหม่ ภายใต้แนวคิดการเป็นผู้นำที่รับมือได้ดีกับความท้าทายแบบ VUCA ซึ่งเป็นสภาวะความผันผวน ความไม่แน่นอน ความซับซ้อน ยุ่งเหยิง และความคลุมเครือ และเมื่อโลกเข้าสู่โลกยุคใหม่หลังการระบาดของไวรัสใหญ่ไปทั่วโลก จึงได้เกิดแนวทางใหม่ที่เรียกว่า BANI ซึ่งอธิบายถึงแนวทางการเตรียมตัวของผู้เข้าอบรมที่จะต้องเผชิญ คือ การเสริมความแข็งแกร่งให้กับทีม การสร้างวัฒนธรรมการทำงานเป็นทีม สร้างองค์ความรู้ใหม่ๆ เพื่อค้นหาคำตอบสำหรับปัญหาใหม่ที่เกิดขึ้น เช่น การใช้เทคโนโลยี ปัญญาประดิษฐ์ Big DATA เข้ามาช่วยในการทำงาน และบางครั้งการวางแผนระยะยาวอย่างละเอียดอาจไม่สมเหตุสมผลอีกต่อไป

‘สุรเดช’รุกบริหารจัดการกล้วยไม้ฯ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/755723

วันจันทร์ ที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายสุรเดช สมิเปรม รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังประชุมคณะอนุกรรมการบริหารจัดการกลุ่มสินค้ากล้วยไม้ ไม้ดอกไม้ประดับ ครั้งที่ 2/2566 ว่าที่ประชุมได้พิจารณาเห็นชอบ (ร่าง) แผนพัฒนากล้วยไม้ไม้ดอกไม้ประดับ พ.ศ.2566-2570โดยได้รับการยืนยันจากสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร ว่าการจัดทำแผนพัฒนากล้วยไม้ ไม้ดอกไม้ประดับ พ.ศ.2566-2570 ไม่ขัดกับหลักการของสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และมอบหมายฝ่ายเลขานุการฯ นำ (ร่าง) แผนพัฒนากล้วยไม้ไม้ดอกไม้ประดับ พ.ศ.2566-2570 เสนอแก่สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร ในฐานะเลขานุการคณะกรรมการนโยบายและแผนพัฒนาการเกษตรและสหกรณ์ เพื่อให้ความเห็นชอบต่อไป

ทั้งนี้ จากสถานการณ์การผลิตและส่งออกกล้วยไม้ ไม้ดอกไม้ประดับเป็นไปในทิศทางที่ดีขึ้น มีการจัดทำแผนพัฒนากล้วยไม้ ไม้ดอกไม้ประดับ พ.ศ.2566-2570 เพื่อให้มีปริมาณและคุณภาพตรงตามความต้องการของตลาด สร้างขีดความสามารถให้เกษตรกรในการแข่งขันด้านการตลาด เพิ่มช่องทางการส่งออก ลดการนำเข้า และเพื่อให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้น มีความมั่นคงและยั่งยืนในการทำอาชีพเกษตรกรรม

สำหรับสถานการณ์กล้วยไม้ และไม้ดอกไม้ประดับ ปี 2566 (มกราคม-มิถุนายน 2566) มีปริมาณการส่งออกกล้วยไม้ 8,404 ตัน หรือ 84.11% มูลค่า 1,706.35 ล้านบาท หรือ 83.69% โดย 5 อันดับประเทศที่ไทยส่งออกกล้วยไม้ ได้แก่ สหรัฐอเมริกา เวียดนาม ญี่ปุ่น จีน และอิตาลีตามลำดับ และประเทศที่ไทยส่งออกไม้ดอกไม้ประดับ มูลค่าสูงที่สุด ปี 2565 ได้แก่ สหรัฐอเมริกา เวียดนาม ญี่ปุ่น จีน และอินเดีย นอกจากนี้ที่ประชุมยังรับทราบการจัดทำร่างมาตรฐานสินค้าเกษตร เรื่อง การปฏิบัติทางการเกษตรที่ดีสำหรับกล้วยไม้ และการบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว 3 สัญชาติ (กัมพูชา ลาว และเมียนมา)

ปลัดฯนำคณะบุกซาอุฯ ดันส่งออก-ร่วมมือด้านเกษตร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/755725

วันจันทร์ ที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมคณะร่วมประชุมหารือกับนายอาเหม็ด บินซาเลห์ อัล อิยาดะห์ อัล-คัมซี ปลัดกระทรวงด้านการเกษตร ของกระทรวงสิ่งแวดล้อม น้ำและการเกษตร ซาอุดีอาระเบีย ที่กรุงริยาด ราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบีย เพื่อผลักดันการค้า และความร่วมมือด้านการเกษตร ระหว่างไทย-ซาอุดีอาระเบีย

ปลัดกระทรวงเกษตรฯ กล่าวว่า ได้เร่งรัดให้มีการดำเนินความร่วมมือด้านการเกษตรอย่างเป็นรูปธรรมโดยเฉพาะอย่างยิ่งการจัดทำบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านการเกษตร การส่งเสริมการค้าสินค้าเกษตรและอาหารระหว่างกัน การแลกเปลี่ยนการเยือนของภาคเอกชน และความร่วมมือในการสนับสนุนการบรรลุเป้าหมายBCG และ Saudi Vision 2030โดยมีประเด็นด้านการค้าต่างๆ ที่ได้หยิบยกเพื่อผลักดัน กับซาอุดีอาระเบีย ไม่ว่าจะเป็นการส่งออกพืชเพื่อการเพาะปลูก โคมีชีวิต เนื้อสัตว์ปีกและผลิตภัณฑ์ ผลิตภัณฑ์สัตว์ปีกแปรรูปสินค้าประมงและสินค้าสัตว์น้ำเพาะเลี้ยงซึ่งเป็นสินค้าที่มีคุณภาพและศักยภาพสูง พร้อมทั้งผลักดันการจัดตั้งสำนักงานที่ปรึกษาการเกษตร ที่กรุงริยาด

นายประยูร กล่าวอีกว่า ฝ่ายซาอุดีอาระเบีย มีความประสงค์ผลักดันความร่วมมือด้านเทคโนโลยีและวิชาการเกษตร โดยเฉพาะด้านการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ การผลิตอาหารสัตว์ (อาหารแมวและเป็ด) การพัฒนาระบบสหกรณ์ การส่งเสริมเครือข่ายด้านการค้าของผู้ประกอบการทั้งสองฝ่าย รวมทั้งการแก้ไขปัญหาการนำเข้าสินค้าเกษตรจากซาอุดีอาระเบียมายังไทย ซึ่งทั้งสองฝ่ายตกลงที่จะเสริมสร้างและเร่งรัดการดำเนินงานต่างๆ ร่วมกันอย่างเป็นรูปธรรมต่อยอดความสัมพันธ์ด้านการเกษตรระหว่างสองประเทศอีกครั้ง

รู้เรื่องยากับเภสัชจุฬาฯ : เมื่อมีชีวิต ก็มีความหวัง แต่ต้องดูแลตัวเองให้ดี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/755699

รู้เรื่องยากับเภสัชจุฬาฯ : เมื่อมีชีวิต ก็มีความหวัง แต่ต้องดูแลตัวเองให้ดี

รู้เรื่องยากับเภสัชจุฬาฯ : เมื่อมีชีวิต ก็มีความหวัง แต่ต้องดูแลตัวเองให้ดี

วันจันทร์ ที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2566, 07.30 น.

ตราบที่เรายังมีชีวิต ก็ยังมีความหวัง แม้จะเบื่อหน่าย แต่ก็ต้องประคับประคองชีวิตไว้ต่อไป แต่บางคนเลือกจบชีวิตของตนเอง ซึ่งนับว่าเป็นเรื่องน่าเสียดายอย่างยิ่ง เพราะสร้างความสูญเสียให้ครอบครัวและคนใกล้ชิด และทำความสูญเสียต่อทรัพยากรมนุษย์ ที่จะเป็นส่วนสำคัญในการช่วยพัฒนาชาติบ้านเมือง 

องค์การอนามัยโลกตระหนักถึงความสำคัญของการมีชีวิตจึงกำหนดให้วันที่ 10 กันยายน ทุกปีเป็นวันป้องกันการฆ่าตัวตายโลก

ที่ผ่านมานั้น ในแต่ละปีพบว่าทั่วโลกมีผู้ฆ่าตัวตายสำเร็จประมาณล้านคน หรือมากกว่านาทีละ 1 คน ซึ่งเราสามารถลดการสูญเสียเหล่านี้ได้ โดยต้องใช้กำลังใจจากคนรอบข้าง และการดูแลกันและกันให้ดี เพราะเมื่อเราใส่ใจกันและกันแล้ว มนุษย์จะไม่โดดเดียว ไม่ไร้ที่พึ่ง ไม่ไร้เพื่อน

เราจะรู้ได้อย่างไรว่าใครมีความเสี่ยงจะฆ่าตัวตายคำตอบคือ กลุ่มแรก ได้แก่ คนมีประวัติเคยฆ่าตัวตาย หรือคิดจะฆ่าตัวตายมาก่อน แต่ทำไม่สำเร็จ คนกลุ่มนี้เป็นกลุ่มที่คนรอบข้างต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ ดูแลอย่างใกล้ชิด 

กลุ่มต่อมา คือคนที่เป็นโรคซึมเศร้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งขณะที่โรคกำลังกำเริบหรือควบคุมไม่ได้ อาการที่สังเกตได้คือคนไข้จะรู้สึกว่าตัวเองไร้ค่า รู้สึกผิดกับการกระทำบางอย่างของตัวเอง คนใกล้ชิดควรคอยอยู่ด้วยเพื่อให้กำลังใจ 

กลุ่มที่สามคือ คือคนไข้โรคจิตเวช ที่กำลังเกิดอาการประสาทหลอน คลุ้มคลั่ง อาจหลงผิดคิดจบชีวิตตัวเองเพื่อหนีจากคำสั่งในหัวที่ตนเองกำลังได้ยินอยู่ คนใกล้ชิดจะต้องคอยดูและเป็นเพื่อนอยู่ใกล้ๆ ตลอดเวลา เพื่อป้องกันเหตุ หรือเพื่อให้ความช่วยเหลือได้ทัน

กลุ่มที่สี่ คือผู้เจ็บป่วยด้วยโรคเรื้อรัง ที่มีอาการทุกข์ทรมาน เพราะรักษาไม่หายขาด คนกลุ่มนี้อาจรู้สึกสิ้นหวัง ไม่ต้องการเป็นภาระ หรือไม่อยากเผชิญหน้ากับความทุกข์ทรมานจากความเจ็บป่วยที่มีแต่จะเพิ่มมากขึ้น 

กลุ่มที่ห้า คือผู้ติดสุรา หรือสารเสพติดต่างๆ โดยด้านหนึ่งคือต้องใช้สารเสพติดตลอดเวลา อาจเนื่องจากความเครียดหรือแรงกดดันที่พบเจอในชีวิต อีกด้านคือสารเสพติดเหล่านี้ก็เป็นปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดโรคทางจิตเวชที่ส่งผลให้การรับรู้ผิดปกติ เกิดประสาทหลอนได้ 

หากเราสังเกตเห็นว่าคนใกล้ชิดของเรามีพฤติกรรมดื่มเหล้าหนักกว่าปกติ หรือสงสัยว่าเขาอาจติดสารเสพติด ก็ควรให้คำปรึกษาเกี่ยวกับวิธีการบำบัด และแจ้งสถานที่สำหรับบำบัดให้เขาพิจารณา และอาจจะต้องพาเขาไปบำบัดด้วย

คนกลุ่มสุดท้ายที่อาจคิดฆ่าตัวตาย คือคนที่มีปัญหาครอบครัว หรือมีปัญหาการปรับตัวในสังคม เช่น สูญเสียคนในครอบครัว การถูกเลิกจ้างกะทันหัน ปัญหาหนี้สินท่วมตัว การทะเลาะเบาะแว้งภายในบ้าน สิ่งเหล่านี้อาจทำให้เกิดความเครียดสะสมจนนำไปสู่ภาวะซึมเศร้า แล้วคิดเพียงชั่ววูบด้วยการจบชีวิตตนเอง

ถ้าคนใกล้ชิดของเรามีสัญญาณเตือนว่าเขาคิดว่าไม่อยากอยู่บนโลกนี้อีกแล้ว เราต้องทำ 3 อย่าง คือ เก็บสิ่งของที่คิดว่าอาจทำให้เกิดอันตรายรอบตัวของเขาออกไปให้หมด คอยจับตาเฝ้าสังเกตใกล้ชิด ไม่ปล่อยให้อยู่คนเดียว และเตรียมทางหนีทีไล่หากเกิดกรณีฉุกเฉิน เช่น เบอร์โรงพยาบาล เป็นต้น 

ส่วนคนที่เสี่ยงปานกลาง เราอาจคอยอยู่เป็นเพื่อน ฟังสิ่งที่เขาระบาย รับฟังโดยไม่ตัดสิน ชวนเขาทำกิจกรรมต่างๆ เพื่อเบี่ยงเบนความสนใจ หากเป็นกิจกรรมที่ได้ช่วยเหลือผู้อื่นที่ลำบากกว่าได้ก็อาจช่วยให้ผู้ป่วยที่ไม่เห็นคุณค่าของตัวเองรู้สึกดีขึ้น

สำหรับผู้อ่านที่เคยคิดว่า ถ้าตัวเองไม่อยู่บนโลกนี้ต่อไปได้ก็คงจะดี หรือแม้แต่เคยวางแผนจบชีวิตตนเองมาแล้ว เราต้องเข้าใจว่าตอนนี้ ตนเองกำลังเจ็บป่วย ไม่สบาย สารเคมีในสมองของเราอาจไม่สมดุล จึงทำให้อารมณ์ ความคิด ความรู้สึกไม่ปกติ รวมทั้งอาจจะเครียดกับเหตุการณ์ในชีวิต เป็นโรคซึมเศร้า หรือเป็นโรคทางจิตเวชอื่น ๆ ซึ่งความเจ็บป่วยนี้ก็เป็นเรื่องธรรมดาที่อาจจะเกิดขึ้นกับใครก็ได้ ไม่ใช่เรื่องผิดบาปหรือโชคร้ายแต่อย่างใด 

เบื้องต้นเราต้องหาเพื่อน หรือคนในครอบครัวที่ท่านไว้วางใจเป็นที่ปรึกษา หรือหากไม่ต้องการเล่าเรื่องต่างๆ ให้ใครฟังก็สามารถขอคำปรึกษาได้ที่สายด่วนสุขภาพจิต 1323 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง และควรไปพบแพทย์เพื่อประเมินว่าเราควรได้รับยาคลายเครียด หรือยาต้านเศร้าหรือไม่ ยาคลายเครียดหรือยานอนหลับอาจออกฤทธิ์ได้ทันที 

ส่วนยาต้านเศร้าอาจต้องใช้เวลาประมาณ 1-2 สัปดาห์ กว่าจะทำให้อาการซึมเศร้าดีขึ้น ผู้ป่วยจะต้องรับประทานยาตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัด ไม่ควรเพิ่มขนาดยาเองแม้ว่าจะรู้สึกว่ายายังไม่ได้ผล และเมื่อรับประทานยาไปสักระยะหนึ่งแล้วรู้สึกดีขึ้นจนเหมือนเวลาปกติแล้ว ผู้ป่วยก็ไม่ควรลดขนาดยาหรือหยุดใช้ยาเองเพราะอาการที่ดีขึ้นเป็นผลจากการที่ยาออกฤทธิ์ปรับสมดุลสารเคมีในสมอง หากผู้ป่วยรีบหยุดยาก็จะทำให้อาการกลับมาเป็นอีกได้

ทุกคนรู้ดีว่าทุกชีวิตมีคุณค่า เราทุกคนจึงมีหน้าที่ดูแลทั้งชีวิตของตนเอง และคนรอบข้างไม่ให้ต้องสูญเสียไปจากการจบชีวิตตนเอง ย้ำว่าเราทุกคนช่วยกันป้องกันเรื่องดังกล่าวได้ แม้บางคนจะประสบปัญหาเจ็บป่วย จนทำให้หมดกำลังใจจะมีชีวิตต่อไป อาการเหล่านี้สามารถรักษาได้ด้วยยา หากคุณหรือคนใกล้ชิดกำลังประสบปัญหา ต้องรีบไปพบแพทย์เพื่อวินิจฉัยและได้รับยาบรรเทาอาการก่อนสายเกินไป หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการใช้ยาคลายเครียดหรือยาต้านเศร้า สามารถปรึกษาเภสัชกรใกล้บ้าน หรือสอบถามได้ที่ line@guruya

รศ.ภญ.ดร.ณัฏฐดา อารีเปี่ยม และ รศ.ภก.ดร.บดินทร์ ติวสุวรรณ

คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย