ทส.จัดพิธีเชิดชูเกียรติ 39 รางวัล ‘เมืองสิ่งแวดล้อมยั่งยืน’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/754666

ทส.จัดพิธีเชิดชูเกียรติ 39 รางวัล 'เมืองสิ่งแวดล้อมยั่งยืน'

ทส.จัดพิธีเชิดชูเกียรติ 39 รางวัล ‘เมืองสิ่งแวดล้อมยั่งยืน’

วันอังคาร ที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2566, 16.45 น.

5 กันยายน 2566 กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) โดยกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม (สส.) จัดพิธีมอบรางวัลเมืองสิ่งแวดล้อมยั่งยืน ระดับประเทศ ประจำปี 2565 เพื่อเชิดชูเกียรติแก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 39 รางวัล พร้อมแลกเปลี่ยนเรียนรู้และโชว์นวัตกรรมการจัดการสิ่งแวดล้อม เพื่อยกระดับศักยภาพการจัดการสิ่งแวดล้อมเมืองให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั่วประเทศ พร้อมขับเคลื่อนสู่เป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Emissions) ภายในปี ค.ศ. 2065 ณ ห้องประชุมอารีย์สัมพันธ์ อาคารกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม โดยได้รับเกียรติจากนายพลากร สุวรรณรัฐ องคมนตรี เป็นประธานในพิธีมอบรางวัล

นายพลากร สุวรรณรัฐ องคมนตรี กล่าวว่า “จากสถานการณ์ทางเศรษฐกิจและสังคมของประเทศที่มี
การเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว อีกทั้งผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของโลกที่ทวีความรุนแรงเพิ่มมากขึ้น ดังนั้น การปรับกระบวนทัศน์ในการพัฒนาเมืองให้เป็นไปตามหลัก “ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง” โดยมีคน
เป็นศูนย์กลางในการพัฒนา จะช่วยให้ประเทศสามารถดำรงอยู่ได้อย่างมั่นคง ประชาชนมีวิถีชีวิตที่พอเพียง และนำไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน ซึ่งการพัฒนาเมืองไปสู่ความน่าอยู่อย่างยั่งยืนนั้น เป็นการพัฒนาแบบองค์รวมที่มีความสมดุลในทุกมิติ อาศัยความร่วมมือของภาคีทุกภาคส่วน และชุมชนกับท้องถิ่นต้องเป็นหนึ่งเดียวกัน นับเป็นรากฐานสำคัญในการสร้างภูมิคุ้มกันที่แข็งแรง พร้อมรับและปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงได้อย่างเท่าทัน ทั้งนี้ เทศบาลทุกแห่งที่ผ่านการประเมินเมืองสิ่งแวดล้อมยั่งยืนระดับประเทศ ถือได้ว่าเป็นเมืองแนวหน้าของประเทศ ที่มีความมุ่งมั่นในการพัฒนาเมือง
ของตนเอง คำนึงถึงคุณภาพชีวิตของประชาชนเป็นสำคัญ พร้อมสร้างการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจควบคู่ไปกับ
ความสมดุลของสิ่งแวดล้อม มุ่งสู่เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ร่วมกับประชาคมโลก เพื่อส่งต่อทรัพยากร ธรรมชาติ ที่มีคุณค่าไปสู่คนรุ่นถัดไป และนับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ ที่สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า
กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม พระราชทาน
ถ้วยรางวัลให้แก่เทศบาลที่ชนะเลิศยอดเยี่ยม ระดับประเทศ ประจำปี 2565 ทั้ง 6 รางวัล เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 2566 ที่ผ่านมา ณ วังสระปทุม ซึ่งถือเป็นรางวัลอันทรงเกียรติที่จะช่วยสร้างขวัญกำลังใจให้แก่ผู้ชนะรวมถึง
สร้างแรงบันดาลใจให้กับเทศบาลอื่นอีกด้วย”

ด้านนายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า “กระทรวงทรัพยากร ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม ซึ่งปัจจุบันเปลี่ยนชื่อเป็น “กรมการเปลี่ยนแปลง
สภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม” ร่วมกับหน่วยงานภาคีเครือข่ายทั้งในส่วนกลางและระดับพื้นที่ ได้ดำเนินโครงการ
เมืองสิ่งแวดล้อมยั่งยืนมาอย่างต่อเนื่อง ภายใต้แนวคิดการพัฒนาเมืองแบบองค์รวมอย่างบูรณาการและสมดุลในทุกมิติ ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม บนพื้นฐานการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนให้เกิดความยั่งยืนตามบริบทของพื้นที่ โดยการพัฒนาเกณฑ์ชี้วัดเมืองสิ่งแวดล้อมยั่งยืนเป็น 4 องค์ประกอบ ได้แก่ เมืองอยู่ดี คนมีสุข สิ่งแวดล้อมยั่งยืน
เมืองแห่งการเรียนรู้ และการบริหารจัดการที่ดี เพื่อเป็นกรอบแนวทางและเครื่องมือให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

ในการกำหนดนโยบายการบริหารจัดการและการพัฒนาเมืองให้เป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐานสากล ซึ่งสำหรับพิธี
มอบรางวัลเมืองสิ่งแวดล้อมยั่งยืน ระดับประเทศ ประจำปี ๒๕๖5 ในครั้งนี้ มีกิจกรรมสำคัญ ประกอบด้วย
การถ่ายภาพหมู่เพื่อเป็นเกียรติแก่เทศบาลที่ได้รับรางวัลชนะเลิศ 6 รางวัล พิธีมอบรางวัลรองชนะเลิศ 33 รางวัล แบ่งเป็น “เทศบาลน่าอยู่อย่างยั่งยืน” 23 รางวัล และ “เทศบาลด้านสิ่งแวดล้อมยั่งยืน” 10 รางวัล พร้อมแสดงนิทรรศการ

ผลงานโดดเด่นและนวัตกรรมการพัฒนาสู่ “เมืองสิ่งแวดล้อมยั่งยืน”และ “เมืองน่าอยู่คู่อุตสาหกรรมเชิงนิเวศ” เพื่อเป็นการย่องเชิดชูเกียรติองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ได้รับรางวัล รวมไปถึงถ่ายทอดประสบการณ์ องค์ความรู้เป็นแนวทางในการขับเคลื่อนและขยายผลไปสู่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั่วประเทศต่อไป”

ทั้งนี้ รางวัลชนะเลิศ 6 รางวัล แบ่งเป็น “รางวัลชนะเลิศเทศบาลน่าอยู่อย่างยั่งยืนยอดเยี่ยมระดับประเทศ” 3 รางวัล ประกอบด้วย เทศบาลนคร ได้แก่ เทศบาลนครพิษณุโลก อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก เทศบาลเมือง ได้แก่ เทศบาลเมืองทุ่งสง อำเภอทุ่งสง จังหวัดนครศรีธรรมราช และเทศบาลตำบล ได้แก่ เทศบาลตำบลอิสาณ อำเภอเมือง จังหวัดบุรีรัมย์ และ “รางวัลชนะเลิศเทศบาลด้านสิ่งแวดล้อมยั่งยืนยอดเยี่ยมระดับประเทศ” 3 รางวัล ประกอบด้วย เทศบาลนคร ได้แก่ เทศบาลนครขอนแก่น อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น เทศบาลเมือง ได้แก่ เทศบาลเมืองหัวหิน อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และเทศบาลตำบล ได้แก่ เทศบาลตำบลลำสินธุ์ อำเภอศรีนครินทร์ จังหวัดพัทลุง

-(016)

มล.ปนัดดา ดิศกุล บรรยายพิเศษหลักสูตรจิตอาสา 904 พระราชทาน 14 จังหวัดภาคใต้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/754644

มล.ปนัดดา ดิศกุล บรรยายพิเศษหลักสูตรจิตอาสา 904 พระราชทาน  14 จังหวัดภาคใต้

มล.ปนัดดา ดิศกุล บรรยายพิเศษหลักสูตรจิตอาสา 904 พระราชทาน 14 จังหวัดภาคใต้

วันอังคาร ที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2566, 15.37 น.

หม่อมหลวงปนัดดา ดิศกุล สมาชิกวุฒิสภา บรรยายพิเศษให้แก่ผู้เข้ารับการฝึกอบรมหลักสูตรจิตอาสา 904 พระราชทาน 14 จังหวัดภาคใต้ “หลักสูตรพื้นฐาน” (ภาค 4) รุ่นที่ 3/66  เรื่อง “ตามรอยพระยุคลบาท” ณ ศูนย์ฝึกจิตอาสาภาค 4 กองพลนาวิกโยธิน ค่ายจุฬาภรณ์ บ้านทอน ตำบลโคกเคียน อ.เมืองนราธิวาส จ.นราธิวาส

ความตอนหนึ่งของการบรรยายพิเศษ หม่อมหลวงปนัดดา กล่าวว่า “เราคนไทยภายใต้กรอบความคิดของจิตอาสาทุกท่านทุกคน คือความเป็นพลเมืองดีของชาติเป็นหัวใจในการครองตน พึงใช้ปัญญานำหน้าชีวิตสู่ความสำเร็จ ต้องร่วมกันสืบสาน รักษา และต่อยอด ให้เป็นไปตามพระบรมราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว กล่าวคือ เราทำความดี ด้วยหัวใจ และความสัตย์ซื่อสุจริต ความเพียร มีความเมตตายิ่งกรุณายิ่ง ความเป็นสุภาพชน คือ เอกลักษณ์ของชาติ และความเป็นข้าราชการที่ดี ว่าด้วยหลักการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี”

#วุฒิสภา #สถาบันดำรงราชานุภาพกระทรวงมหาดไทย #พิพิธภัณฑ์วังวรดิศและหอสมุดสมเด็จฯกรมพระยาดำรงราชานุภาพ

-(016)

Balloon Art เปิดตัวแคมเปญ ‘Character for Life’ รณรงค์บริจาคโลหิต

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/754643

Balloon Art เปิดตัวแคมเปญ ‘Character for Life’ รณรงค์บริจาคโลหิต

Balloon Art เปิดตัวแคมเปญ ‘Character for Life’ รณรงค์บริจาคโลหิต

วันอังคาร ที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2566, 15.34 น.

บอลลูนอาร์ท (Balloon Art) ผู้นำด้านการออกแบบ ผลิต ติดตั้งงานอีเว้นท์ลูกโป่ง บอลลูนขนาดใหญ่ และมาสคอทเป่าลม ร่วมกับกลุ่มเซ็นทรัล ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย และมูลนิธิดั่งพ่อสอน เปิดตัวแคมเปญ Character for Life ภายใต้โครงการเต็มใจ รณรงค์บริจาคโลหิต สำหรับกลุ่มเยาวชน

นางสาวจิรฐา โลหะพรหม กรรมการผู้จัดการและผู้ก่อตั้งบริษัทบอลลูนอาร์ท จำกัด เปิดเผยถึงความร่วมมือในการจัดกิจกรรมครั้งนี้ว่า บอลลูนอาร์ทร่วมกับโครงการเต็มใจ ซึ่งเป็นโครงการประกวดกิจกรรมรณรงค์บริจาคโลหิต สำหรับกลุ่มเยาวชน กลุ่มเซ็นทรัล ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย และมูลนิธิดั่งพ่อสอน จัดกิจกรรมประกวดออกแบบคาแรกเตอร์ รณรงค์เชิญชวนบริจาคโลหิต ในแคมเปญ Character for Life เพื่อร่วมชิงถ้วยพระราชทาน “สันโตสะอาชาไนย” จากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ซึ่งถ้วยรางวัลดังกล่าวได้รับการออกแบบจากอาจารย์ช่วง มูลพินิจ ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ ประจำปี 2556 

 “บอลลูนอาร์ทเป็นผู้ประกอบการที่ให้การสนับสนุนกิจกรรมเพื่อสังคมมาโดยตลอด ในปีนี้เรามีกิจกรรมเต็มใจ ซึ่งเป็นโครงการประกวดกิจกรรมรณรงค์เพื่อบริจาคโลหิต ด้วยเล็งเห็นความสำคัญเรื่องปริมาณโลหิตที่ยังมีไม่สม่ำเสมอ ประกอบกับต้องการจะขยายฐานอายุผู้บริจาคโลหิตมาที่กลุ่มเยาวชน และนักศึกษา ในช่วงอายุ 18-25 ปี ซึ่งนอกจากจะช่วยให้ได้ปริมาณเลือดเติมจากกลุ่มคนรุ่นใหม่แล้ว ยังเป็นการปลูกฝังจิตสาธารณะเรื่องการเสียสละอีกด้วย สำหรับแคมเปญ Character for Life นั้น เป็นการออกแบบคาเเรกเตอร์เพื่อรณรงค์การบริจาคโลหิตของกลุ่มนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์ วิทยาเขตเพาะช่าง สาขาวิชาออกแบบนิเทศศิลป์  ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องการออกแบบและงานศิลปะในแขนงต่าง ๆ โดยบริษัทบอลลูนอาร์ทจะสนับสนุนการผลิตผลงานสร้างเป็น Mascot เพื่อใช้ในการออกไปรณรงค์เชิญชวนบริจาคโลหิต ซึ่งการออกแบบคาแรกเตอร์นี้ มีกลุ่มนักศึกษาเข้าร่วมทั้งหมด 3 ทีม โดยผลงานของน้อง ๆ จะถูกนำไปจัดแสดง บริเวณชั้น 1 โซน Eden ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ระหว่างวันที่ 1-5 กันยายน 2566 เพื่อเชิญชวนให้ผู้สนใจร่วมบริจาคโลหิต สำหรับผู้ร่วมบริจาคโลหิตในแคมเปญนี้ สามารถเป็นกำลังใจร่วมสนับสนุนผลงานการออกแบบของน้อง ๆ นักศึกษาได้ ด้วยการบริจาคโลหิตและแจ้งการบริจาคพร้อมรหัสทีม A0001, A0002 หรือ A0004 มาที่ Line OA @เต็มใจ เพื่อให้น้อง ๆ ได้สะสมยอดการรณรงค์รับบริจาคโลหิตด้วย ซึ่งทีมที่สามารถรณรงค์การบริจาคโลหิตได้มากที่สุด จะได้รับรางวัลถ้วยพระราชทาน “สันโตสะอาชาไนย” จากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ซึ่งน้อง ๆ จะต้องแข่งขันยอดการรับบริจาคโลหิตร่วมกับทีมอื่น ๆ จากแคมเปญอื่นของโครงการเต็มใจด้วย” นางสาวจิรฐา โลหะพรหม กล่าว

ด้าน นางสิณีนาฏ  อุทา ผู้ช่วยผู้อำนวยการด้านการบริการโลหิต ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย ได้กล่าวถึงกิจกรรมในครั้งนี้ว่า “เป็นกิจกรรมที่จะช่วยปลูกฝังจิตสาธารณะ การเสียสละ และการเป็นผู้ให้ของกลุ่มเยาวชนคนรุ่นใหม่ ที่จะเป็นกำลังหลักช่วยให้โลหิตมีความเพียงพอต่อความต้องการของผู้ป่วยทั่วประเทศ ซึ่งการใช้มาสคอทที่เป็นผลงานการออกแบบของน้อง ๆ จากวิทยาลัยเพาะช่าง และสนับสนุนการผลิตโดยบอลลูนอาร์ทนั้น จะเป็นส่วนสนับสนุนหลักในการประชาสัมพันธ์เชิญชวนให้คนมาบริจาคโลหิตกันมากขึ้นด้วย

“ความจำเป็นต้องใช้โลหิตของสภากาชาดไทยนั้น ร้อยละ 77 ของโลหิตที่ได้รับบริจาค จะถูกนำไปใช้เพื่อทดแทนโลหิตที่สูญเสียไปในภาวะต่าง ๆ อาทิ อุบัติเหตุ การผ่าตัด โรคกระเพาะอาหาร การคลอดบุตร เป็นต้น และอีกร้อยละ 23 จะเป็นการนำโลหิตไปใช้เฉพาะโรคเลือด อาทิ โรคโลหิตจางธาลัสซีเมีย เกล็ดโลหิตต่ำ ฮีโมฟีเลีย เป็นต้น โดยปัจจุบันความต้องการโลหิตของศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย จะต้องจัดหาโลหิตให้ได้วันละ 1,800-2,000 ยูนิต หรือเดือนหนึ่งไม่ต่ำกว่า 58,000 ยูนิต จึงจะเพียงพอจ่ายให้กับผู้ป่วยตามโรงพยาบาลต่าง ๆ ทั่วประเทศ ซึ่งแบ่งเป็นหมู่โลหิตที่จำเป็นต้องจัดหาโลหิตเฉลี่ยในแต่ละวัน ได้แก่ หมู่ A วันละ 500 ยูนิต หมู่ B วันละ 550 ยูนิต หมู่ O วันละ 800 ยูนิต หมู่ AB วันละ 150 ยูนิต” นางสิณีนาฏ อุทา กล่าว

การจัดกิจกรรมในครั้งนี้ยังได้รับการสนับสนุนพื้นที่จัดแสดงงานจากกลุ่มเซ็นทรัล โดย นางสาวอุษา ผูกพันธ์ ผู้อำนวยการฝ่ายองค์กรสัมพันธ์และภาพลักษณ์ กลุ่มเซ็นทรัล ได้กล่าวถึงความร่วมมือในครั้งนี้ว่า

“กลุ่มเซ็นทรัล ภายใต้โครงการเซ็นทรัลทำ ให้ความสำคัญกับนโยบายทางด้านสุขภาพ ความเป็นอยู่ ของประชาชนและเพื่อนพนักงาน ซึ่งหนึ่งในนั้น เป็นเรื่องของการบริจาคโลหิต ตามที่เห็นได้ว่ามีความต้องการใช้โลหิตอยู่เกินกว่าปริมาณที่ได้รับในแต่ละวัน และมักจะมีการร้องขอรับบริจาคในช่วงขาดแคลนอยู่เสมอ เราจึงขออาสาเป็นอีกหนึ่งหน่วยงานที่ช่วยสนับสนุนโดยการจัดหาสถานที่และประชาสัมพันธ์เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงง่าย ผ่านศูนย์การค้าเครือเซ็นทรัลที่มีอยู่ทั่วประเทศ สถานที่ใดที่สามารถให้พื้นที่ได้ เราก็ยินดีที่จะเปิดเป็นหน่วยบริการให้เสมอมาจนถึงปัจจุบัน เกือบ 40 ปี แล้วที่เราร่วมมือกับศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย และการร่วมมือกับ บอลลูนอาร์ท ในครั้งนี้ เราก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะทำให้เกิดความเข้าใจ และทำให้เกิดผู้บริจาคหน้าใหม่ในหมู่วัยรุ่นมากขึ้น ผ่านคาแรคเตอร์การ์ตูนน่ารัก ๆ ที่เข้าถึงง่าย ซึ่งนอกจากจะมีการจัดแสดงที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์แล้ว น้อง ๆ ทั้ง 3 คาแรคเตอร์ จะหมุนเวียนไปแจกความน่ารักสดใส ชวนให้ทุกคนมาร่วมบริจาคโลหิตตามหน่วยบริจาคโลหิตเคลื่อนที่ในเครือเซ็นทรัลอีกด้วย”

ด้าน ผศ. สุรัฐ บุญทรง ผู้อำนวยการวิทยาลัยเพาะช่าง กล่าวว่าโครงการเต็มใจ และวิทยาลัยเพาะช่าง ได้ทำความร่วมมือในการออกแบบคาแรกเตอร์ เพื่อรณรงค์ให้คนบริจาคโลหิต  โดยการสนับสนุนให้กิจกรรมนี้เป็นส่วนหนึ่งของการเรียนการสอนรายวิชา เพื่อเป็นการสร้างประสบการณ์ในการทำงานจริงให้กับนักศึกษา โดยมีส่วนร่วมในกิจกรรมการออกแบบคาแรกเตอร์ที่สามารถสร้างแรงบันดาลใจ เพื่อรณรงค์ให้คนบริจาคโลหิต ซึ่งจะเป็นภาพลักษณ์ที่เป็นเอกลักษณ์ของโครงการ และยังสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับการบริจาคโลหิต ดึงดูดให้มีผู้เข้ามาร่วมบริจาคโลหิตเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มเยาวชนคนรุ่นใหม่

ด้าน นายวรสรวง  สมัตถพันธ์ ประธานโครงการเต็มใจ ได้กล่าวถึงเป้าหมายของโครงการฯ นี้ว่า นอกจากจะเป็นการรณรงค์บริจาคโลหิตแล้ว ยังทำให้เกิดความร่วมมือจากหลายภาคส่วน ทั้งกลุ่มผู้ประกอบการในโครงการเต็มใจ ที่ได้ร่วมกันคิดแคมเปญต่าง ๆ มาช่วยรณรงค์บริจาคโลหิต และภาคธุรกิจโดยกลุ่มเซ็นทรัล ภาคการศึกษาโดยมหาวิทยาลัยอย่างเพาะช่าง และน้อง ๆ นักศึกษา ซึ่งถือเป็นความสำเร็จของการดำเนินงาน ที่สามารถสร้างการมีส่วนร่วมในกิจกรรมในวงที่กว้างขึ้น โดยคาดว่าแคมเปญ Character for Life ที่นำโดยบอลลูนอาร์ทนี้ จะสามารถกระตุ้นให้เกิดการบริจาคโลหิตได้มากกว่า 100,000 ซีซี

“วันนี้สิ่งที่เราตั้งเป้าไว้ ได้สำเร็จเป็นเบื้องต้นแล้ว โดยมีผู้นำอย่างบอลลูนอาร์ท ซึ่งเป็นบริษัทที่ผสมผสานความเป็นแก่นของธุรกิจทางด้านการทำมาสคอท มาผนวกรวมกับฝีมือการออกแบบของน้องๆ คนรุ่นใหม่ จนได้คาแร็กเตอร์สวยงามและสื่อความหมายอย่างที่ปรากฎ โครงการเต็มใจขอขอบคุณบอลลูนอาร์ทและผู้ประกอบการทุกท่านที่เข้าร่วมโครงการนี้ พวกเราจะสนับสนุนและผลักดันให้โครงการประสบความสำเร็จ เพื่อให้ปริมาณเลือดในสังคมไทยมีปริมาณที่สม่ำเสมอมุ่งสู่ความยั่งยืนไปด้วยกัน” นายวรสรวง  สมัตถพันธ์ กล่าว

ทั้งนี้ คาแรกเตอร์ทั้ง 3 ตัวของทีมผู้เข้าประกวด จะออกมาโลดแล่นในรูปแบบของมาสคอทบอลลูน ที่จะออกเดินเชิญชวนให้คนมาร่วมบริจาคโลหิตตามจุดบริการภายในศูนย์การค้ากลุ่มเซ็นทรัล ซึ่งผู้สนใจสามารถไปร่วมบริจาคโลหิต พร้อมส่งกำลังใจให้น้อง ๆ ผู้ออกแบบคาแรกเตอร์ด้วยการแจ้งการบริจาคพร้อมรหัส ทีม A0001, A0002 หรือ A0004 ไปที่  Line OA @เต็มใจ

สำหรับจุดบริการภายในศูนย์การค้าในกลุ่มเซ็นทรัล มีดังต่อไปนี้

วันที่ 1-5 กันยายน 66 Central World  บริเวณชั้น 1 โซน Eden ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ สามารถบริจาคโลหิตได้ที่ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย ถนนอังรี ดูนังต์

วันที่ 6 กันยายน 66  เวลา 11.00-15.00 น. ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา เวสเกต  จุดจอดรถ ประตูยูนิโคล (รถใหญ่)

วันที่ 11 กันยายน 66  เวลา 11.00-15.00 น. ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว ลานด้านหน้าศูนย์การค้า (รถใหญ่)

วันที่ 13 กันยายน 66 เวลา 11.00-15.00 น.ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา เเจ้งวัฒนะ หน้า Fitness First ชั้น 6 (เตียง)

วันที่ 16 กันยายน 66 เวลา 11.00-15.00 น.ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา บางนา ด้านหน้า KFC (รถใหญ่)

วันที่ 23 กันยายน 66  เวลา 11.00-15.00 น.ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา บางนา ด้านหน้า KFC (รถใหญ่)

วันที่ 25 กันยายน 66  เวลา 11.00-15.00 น.ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา ปิ่นเกล้า หน้าอาคารสำนักงาน A (รถใหญ่)

วันที่ 30 กันยายน 66  เวลา 11.00-15.00 น.ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา บางนา 11.00-15.00 น.ด้านหน้า KFC (รถใหญ่)

-(016)

‘มุก’ เปิดศึกสงครามน้ำลายกับ ‘นีน’ คว้าน้ำปลาร้าราดหัวให้หายแค้น!!ใน ‘ฟางเล่นไฟ’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/754662

‘มุก’ เปิดศึกสงครามน้ำลายกับ ‘นีน’ คว้าน้ำปลาร้าราดหัวให้หายแค้น!!ใน ‘ฟางเล่นไฟ’

‘มุก’ เปิดศึกสงครามน้ำลายกับ ‘นีน’ คว้าน้ำปลาร้าราดหัวให้หายแค้น!!ใน ‘ฟางเล่นไฟ’

วันพุธ ที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ยังคงฟาดความแรงกันต่อเนื่องแบบไม่ยั้ง! หลังจากที่นางเอกสาว “มุก-พิชานา อยู่สุข” รับบท “เปรี้ยว” และตัดความสัมพันธ์กับอดีตเพื่อนสาวคนสนิทอย่าง “นีน-ชัชชญา สำเริงราชย์” รับบท “อ้อน” ในซีรีส์เรื่อง “ฟางเล่นไฟ” ภายใต้การผลิต “โมโนออริจินอล” ดูได้ไม่มีเซ็นเซอร์ที่ MONOMAX (โมโนแมกซ์) ไปเรียบร้อยแล้ว! แต่ความริษยาของ อ้อน ที่อยากเอาชนะของ เปรี้ยว ยังคงไม่จบลงง่าย ๆ อย่างแน่นอน

คราวนี้ถึงคิว นีน เป็นฝ่ายบุกไปหาและพูดจาเยาะเย้ย มุก ถึงหน้าคอนโดที่กำลังขายส้มตำกับ เฟรช-อริศรา วงษ์ชาลี รับบท “ปิ๋ว” (แม่เปรี้ยว) หลังจากด่าทอปะทะคารมกันสักพัก มุก จึงคว้าโหลที่ใส่น้ำปลาร้ามาราดหัว นีน จนชุ่มไปทั้งชุดนักศึกษา โดยก่อนถ่ายฉากนี้ทีมงานได้จัดเตรียมโหลน้ำปลาร้าอย่างดีไว้เรียบร้อยและมีการนัดแนะซักซ้อมคิวให้เป๊ะ เพื่อที่จะได้ถ่านคัทเดียวจบ เมื่อทั้งคู่ มุก-นีน มั่นใจแล้ว ผู้กำกับจึงสั่งถ่ายจริงทันที เริ่มที่ทั้งคู่ต่างใส่อารมณ์ด่าทอกันอย่างถึงพริกถึงขิง และถึงคิวที่ มุก คว้าโหลน้ำปลาร้ามาราดหัว นีน แบบไม่ทันตั้งตัว นีน ทั้งตกใจและยืนกำหมัดแน่นด้วยความแค้น ส่วนเรื่องกลิ่นไม่ต้องพูดถึง! แถมเละเทะแบบหมดสภาพ หลังจากถ่ายเสร็จ พี่ผิน ผู้กำกับฯ จึงรีบให้ นีน ไปล้างเนื้อล้างตัวทันทีระหว่างความเหม็นของน้ำปลาร้ากับนิสัยเหม็นโฉ่ของ อ้อน ที่แสดงโดย “นีน-ชัชชญา” อะไรจะกลิ่นแรงกว่ากัน? สามารถติดตามได้ในซีรีส์ “ฟางเล่นไฟ” ได้ทาง MONOMAX (โมโนแมกซ์)

‘ช่องวัน’ พาเปิดตำนานลี้ลับ…พญานาค กับ 9 เรื่องน่ารู้ ‘พนมนาคา’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/754665

‘ช่องวัน’ พาเปิดตำนานลี้ลับ...พญานาค กับ 9 เรื่องน่ารู้ ‘พนมนาคา’

‘ช่องวัน’ พาเปิดตำนานลี้ลับ…พญานาค กับ 9 เรื่องน่ารู้ ‘พนมนาคา’

วันพุธ ที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

สิ่งที่ไม่เห็น ไม่ใช่ไม่มี เตรียมร่วมเดินทาง เปิดเมือง “พนมนาคา” เพื่อพิสูจน์ปาฏิหาริย์รักที่รอคอยนับพันปี และดำดิ่งไปพิสูจน์ความลี้ลับ ตำนานพญานาค ในละครฟอร์มยักษ์ “พนมนาคา” ช่องวัน 31 พร้อมกัน โดยเป็นบทประพันธ์ชื่อดังของ “พงศกร” และกำกับการแสดงโดย สันต์ ศรีแก้วหล่อ ผู้กำกับชื่อดังจาก วันทอง, พิษสวาท, ใต้หล้า ร่วมด้วย พิมพ์มาดา พัฒนอลงกรณ์ หัวหน้าทีมเขียนบทงานนี้ได้คู่พระ-นาง ตรี-ภรภัทร ศรีขจรเดชา และ กรีน-อัษฎาพร สิริวัฒน์ธนกุล โคจรมาร่วมงานกันครั้งแรก กับเรื่องราวความลี้ลับในเมืองพนมนาคา ดินแดนอันศักดิ์สิทธิ์ ที่เต็มไปด้วยความศรัทธา จนนำมาสู่การเกิดปรากฏการณ์เหนือธรรมชาติ แต่ก่อนจะได้ฤกษ์เบิกโรงชมละคร “พนมนาคา” ตอนแรก วันจันทร์ที่ 4 กันยายนนี้ขอเสิร์ฟ 9 เรื่องน่ารู้ ก่อนดู พนมนาคา เพื่อเพิ่มอรรถรสแบบเต็มอิ่ม

1.เมืองบาดาล เชื่อกันว่าเมืองบาดาล เป็นโลกคู่ขนานกับโลกมนุษย์และสวรรค์ เป็นที่อยู่ของทั้งเทพ นาค และอสูร ในส่วนของนาค ปกครองโดยพญานาคผู้เป็นใหญ่ โดยมีพญานาคใหญ่น้อย ช่วยกันดูแลอาณาเขตในความปกครองของตนเอง แต่หากพญานาคองค์ใด บำเพ็ญเพียรจนได้เป็นนาคาธิบดี ก็จะสามารถแยกตนเป็นเอกเทศโดยไม่ต้องขึ้นกับเมืองบาดาลได้

2.นาคาธิบดี นาคาธิบดี คือตำแหน่งกษัตริย์ของพญานาค ปัจจุบันมีด้วยกัน 9 พระองค์ การจะขึ้นเป็นนาคาธิบดี ทำได้โดยการบำเพ็ญเพียรและสร้างบารมี มีด้วยกันหลายวิธี หนึ่งในนั้นคือ การเข้าพิธีนาคพลีกับหญิงที่เกิดในฤกษ์งูใหญ่ ปีงูใหญ่โดยหญิงคนนั้นจะต้องทำพิธีและร่ายรำระบำนาคนารีถวายแด่พญานาค ซึ่งในละครเรื่องนี้มีพญานาคพี่น้อง คือ อนันตชัย (ตรี-ภรภัทร) และ เอนกชาติ (เพชร-โบราณินทร์) พยายามขึ้นเป็นนาคาธิบดีให้ได้ โดยการบำเพ็ญเพียร และเข้าพิธีนาคพลี (แต่งงาน) กับผู้หญิงที่เกิดปีงูใหญ่

3.ฤกษ์งูใหญ่ ปีงูใหญ่ เชื่อกันว่าดวงชะตาของมนุษย์ถูกกำหนดด้วยเวลาเกิด ภายใต้อิทธิพลของดวงดาว โดยแบ่งกลุ่มดาวเป็น 12 นักษัตรมี 12 ช่วงเวลา ตามการหมุนของโลกและดวงอาทิตย์เรียกชื่อแต่ละช่วงเวลา ตามการจัดรูปทรงของกลุ่มดาว เช่น ปีงูใหญ่ คือ ปีมะโรง หรือพญานาค ฤกษ์งูใหญ่ คือ ฤกษ์มะโรง เวลา 07.00-08.59 น. โดยนางเอกในเรื่อง “กรีน-อัษฎาพร” ผู้รับบท “อนัญชลี” นั้นเกิดในฤกษ์งูใหญ่ จึงเหมาะสมที่จะเป็นคู่ครองของพญานาค

4.การมองเห็นพญานาค ในอดีตสมัยพุทธกาล มนุษย์และพญานาค สามารถสื่อสารผ่านการมองเห็น และพูดคุยกันได้ แต่เมื่อเวลาผ่านไปศรัทธาของมนุษย์เปลี่ยน กิเลสเข้าครอบงำ ทำให้ไม่สามารถสื่อสารกับพญานาคได้อีก ยกเว้นมนุษย์ที่มีฌานบารมี หรือผู้ที่มีกรรมสัมพันธ์กับพญานาคเท่านั้น จึงจะสามารถมองเห็นพญานาคได้

5.ครุฑกับนาค ในตำนานป่าหิมพานต์มีสัตว์ที่มีอิทธิฤทธิ์มากมาย สองอย่างที่ถือว่าเป็นสัตว์เทพที่มีฤทธิ์มาก คือ พญานาคราชเจ้าแห่งบาดาล และพญาครุฑเจ้าแห่งเวหา ทั้งสองมีบิดาเดียวกัน คือ ฤๅษีกัสสปะ แต่คนละแม่ มารดาของครุฑเป็นภรรยาหลวง ส่วนมารดาของนาคเป็นภรรยารอง นางทั้งสองไม่ถูกกัน และมีเรื่องกันมาตลอด ความผิดใจนี้ ลามมาถึงลูกทำให้ครุฑกับนาคไม่ถูกกันในเวลาต่อมา โดยในละคร“ก้อง-วิทยา เทพทิพย์” เป็นผู้รับบท “บิณฑุราช” (ในอดีตชาติ) และ “พุ่มข้าวบิณฑ์” (ชาติปัจจุบัน)อดีตเป็นเจ้าชายในเมืองแห่งหนึ่ง ซึ่งสืบเชื้อสายจากครุฑ มีขนครุฑเป็นอาวุธคู่กาย ซึ่งถ้าพญานาคจับหรือโดนจะเกิดแผล ที่สำคัญไม่สามารถเข้าใกล้คนใส่ได้เลย

6.นาคเทวาลัย โบราณสถาน อันเป็นที่ตั้งของรูปเคารพพญานาค ศูนย์รวมศรัทธาที่ชาวบ้าน“พนมนาคา” จะมาเคารพสักการะพญานาคอย่างต่อเนื่องมานับพันปี

7.ระบำนาคนารี ระบำโบราณที่มีท่วงท่าพิเศษ ใช้เฉพาะในพิธีนาคพลี ร่ายรำโดยหญิงสาวที่จะอุทิศถวายตัวแด่พญานาค

8.มณีนาคา ดวงแก้วประจำตัว ที่เปรียบเสมือนหัวใจของพญานาค ทำให้พญานาคมีฤทธิ์ สามารถเคลื่อนย้ายไปสู่ผู้อื่นได้ด้วยวิธีจุมพิต ซึ่งจะทำให้พญานาคผู้ที่ไม่มีมณีนาคา อ่อนแรงลง

9.โรคเกล็ดงู โรคผิวหนังที่เกิดจากเซลล์ในร่างกาย ขยายตัวผิดปกติ ทำให้ผิวหนังแห้ง คันตกสะเก็ด และลอกเหมือนคราบงู รักษาได้แต่ไม่หายขาด แต่หากไม่ได้รักษา อาจเสียชีวิตได้

มาร่วมค้นหาความจริง และดื่มด่ำไปกับฉากสุดตระการตากับงานซีจีสุดอลังการที่ทุ่มทุนสร้างเพื่อความสมจริง ในละคร“พนมนาคา” ออกอากาศทุกวันจันทร์-อังคาร เวลา 20.30 น. ทาง ช่องวัน 31

‘แพทริเซีย กู๊ด’ สุดทน ขอเลิก ‘อนันดา’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/754650

‘แพทริเซีย กู๊ด’ สุดทน ขอเลิก ‘อนันดา’

‘แพทริเซีย กู๊ด’ สุดทน ขอเลิก ‘อนันดา’

วันพุธ ที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

เข้มข้นขึ้นทุกสัปดาห์ เชือดเฉือนกันทุกวินาที สำหรับละคร “เกมรักทรยศ” (The Betrayal) เมื่อสามี 2 ใจ อย่าง อนันดา
เอเวอร์ริ่งแฮม ไม่ตัดสินใจเลือกใครสักที งานนี้ แพทริเซีย-ธัญชนก กู๊ด เลยต้องยื่นคำขาดขอเลิกให้ได้รู้กันไป!!

เบื้องหลังฉากที่ว่าเป็นตอนที่ เคท (แพทริเซีย) หมดความอดทนที่จะรอคอยความชัดเจนจาก อธิน (อนันดา) ที่สัญญาว่าจะเลิกกับ หมอเจน (แอน ทองประสม) แล้วมารับผิดชอบเธอเพราะนับวันท้องก็ยิ่งโตขึ้นทุกทีแล้ว กลัวว่าความจะแตกเลยวางแผนโกหกว่าแท้งแล้ว และขอเลิกกับ อธิน (อนันดา) แต่เขาก็ไม่ยอมปล่อย ทั้งคู่จึงมีปากเสียงกันรุนแรง

ตอนถ่ายทำ 2 ผู้กำกับ แห่งค่ายจูเวไนล์ เก้า-วิรดา และ เอ้อ-บุณณ์ญาณ์ ทำความเข้าใจบทและบล็อกกิ้งกับ อนันดา และ แพทริเซีย เพราะถือเป็นฉากอารมณ์ที่ค่อนข้างหนักของทั้งคู่ที่เจอกันครั้งแรก ซึ่งทั้งคู่ยังสดใสร่าเริงกันดี ทำสมาธิกันเพียงครู่เดียวก็เดินเข้าฉากระเบิดอารมณ์ใส่กันไม่ยั้ง โดยเฉพาะสาวแพทริเซียที่ร้องไห้ได้น่าสงสารจับใจ งานนี้เรื่องราวจะเป็นยังไงต่อไป คงต้องไปดูกัน วันพุธที่ 6 กันยายนนี้

ติดตามละคร “เกมรักทรยศ (The Betrayal)” ทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.30 น. ทางช่อง 3

‘THE MOON ’ ภาพยนตร์ในรูปแบบไฮเปอร์เรียลลิซึมที่สมบูรณ์แบบและน่าทึ่ง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/754717

‘THE MOON ’ ภาพยนตร์ในรูปแบบไฮเปอร์เรียลลิซึมที่สมบูรณ์แบบและน่าทึ่ง

‘THE MOON ’ ภาพยนตร์ในรูปแบบไฮเปอร์เรียลลิซึมที่สมบูรณ์แบบและน่าทึ่ง

วันพุธ ที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

 ‘THE MOON ’ ภาพยนตร์ในรูปแบบไฮเปอร์เรียลลิซึมที่สมบูรณ์แบบและน่าทึ่ง

หากใครที่ชื่นชอบผลงานอันโด่งดังจากภาพยนตร์ที่สร้างสถิติการเข้าชมสูงถึงกว่า 20 ล้านครั้ง ใน ALONG WITH THE GODS ต้องไม่พลาด THE MOON ปฏิบัติการพิชิตจันทร์ ภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์แห่งปี ผลงานล่าสุดจาก คิม ยงฮวา ที่ทุ่มเทกายและใจ เขียนบทและกำกับ ภาพยนตร์ที่จะพาทุกคนไปท่องโลกจักรวาลที่สุดยิ่งใหญ่อลังการ พร้อมเผยเบื้องหลังที่ไม่เคยเห็นของดวงจันทร์และอวกาศสู่จอภาพยนตร์ ค่าย เนรมิตรหนัง ฟิล์ม และ ฉายแสง แอด.เวนเจอร์ นำภาพยนตร์นี้สู่สายตาคนไทย ซึ่งเข้าฉายแล้ววันนี้

ทุกแง่มุมด้านฟิสิกส์ใน THE MOON ตั้งแต่แรงโน้มถ่วง ภาวะไร้น้ำหนัก ไปจนถึงห้วงสุญญากาศของอวกาศ และเข้าถึงแก่นของเรื่องราวด้วยยานอูรีและนาโรสเปซเซ็นเตอร์ ล้วนเป็นผลจากการค้นคว้าอย่างพิถีพิถันและถูกต้อง คิม ยงฮวา ผู้กำกับ เติมเต็มโลกของ THE MOON บนพื้นฐานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีอวกาศของประเทศ ตั้งแต่ขั้นตอนการออกแบบบทภาพยนตร์และการผลิต ขอคำแนะนำจากสถาบันวิจัยระดับชาติ เช่น สถาบันวิจัยอวกาศเกาหลี และสถาบันดาราศาสตร์และวิทยาศาสตร์อวกาศเกาหลี  รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับปฏิกิริยาทางกายภาพที่เกิดขึ้นบนดวงจันทร์ บนโลก และสภาวะต่างๆก่อนการถ่ายทำ มีการทดสอบล่วงหน้าและการจำลองอย่างละเอียดในการดำเนินการในแผนกต่างๆ เช่น ด้านศิลปะและการจัดแสง ยกระดับคุณภาพของฉากในอวกาศผ่านงานจำลองภาพล่วงหน้า (Hyperrealism) เพื่อให้เกิดความสมจริงจำเป็นต้องใช้กล้องความละเอียดสูง ซึ่งจำเป็นต้องมีการออกแบบฉากที่ซับซ้อนและความเชี่ยวชาญด้านเทคนิคพิเศษในระดับสูง  ในกระบวนการผลิตทั้งหมดของภาพยนตร์ “The Moon” ไม่ว่าจะเป็นการถ่ายภาพ วิดีโอ การทำ VFX และรวมถึงการแก้ไขสีโดยรวม จะทำงานบนความละเอียด 4K เพื่อมอบภาพยนตร์มีความละเอียดสูงให้แก่ผู้ชม

คิม ยงฮวา ผู้กำกับ เน้นย้ำว่า  “หากเราสร้างแต่ละองค์ประกอบอย่างพิถีพิถัน คุณภาพโดยรวมก็จะสูงขึ้นตามไปด้วย ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้าหรืออุปกรณ์ประกอบฉาก ความตั้งใจคือการสร้างวัตถุจริงและร่วมมือกับฝ่ายเทคนิคพิเศษ ผมหวังว่าภาพยนตร์เรื่องนี้จะสามารถทำให้ผู้ชมได้สัมผัสกับอวกาศที่เรียกว่าจักรวาล ขณะอยู่ในโรงภาพยนตร์ได้อย่างสมจริงทั้งทางสายตาและความรู้สึก และผมหวังว่าภาพยนตร์เรื่องนี้จะเป็นผลงานที่สร้างความสุขใจให้กับผู้ชมทุกคน”

ซีรี่ส์ ‘Ghost Doctor คู่ซี้ ผีคุณหมอ’ ลงจอ 6 กันยายนนี้ ‘ฐิสา’ การันตีสนุก ได้ความรู้ ดูพระเอกคุ้มแล้ว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/754656

ซีรี่ส์ ‘Ghost Doctor คู่ซี้ ผีคุณหมอ’ ลงจอ 6 กันยายนนี้  ‘ฐิสา’ การันตีสนุก ได้ความรู้ ดูพระเอกคุ้มแล้ว

ซีรี่ส์ ‘Ghost Doctor คู่ซี้ ผีคุณหมอ’ ลงจอ 6 กันยายนนี้ ‘ฐิสา’ การันตีสนุก ได้ความรู้ ดูพระเอกคุ้มแล้ว

วันพุธ ที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ช่อง 7HD ได้นำซีรี่ส์ชื่อดังจากฝั่งเกาหลี เรื่อง “Ghost Doctor คู่ซี้ ผีคุณหมอ” ในช่วงเวลาใหม่ ผังใหม่ฉบับPREMIUM แล้วจ้าย้ำหนักๆ อีกครั้งว่าห้ามพลาด! เพราะเป็นซีรี่ส์ที่ได้รับความนิยมอย่างสูงมีซูเปอร์สตาร์ชั้นนำระดับโลก “เรน” หรือ “ชองจีฮุน” รวมถึงพระเอกสุดฮอต “คิมบอม” และนางเอกชื่อดัง “คิมยูจิน” นำแสดงซึ่งซีรี่ส์เรื่องนี้ เป็นแนวแฟนตาซีการแพทย์ เรื่องราวเกี่ยวกับ ชายองมิน (เรน) ศัลยแพทย์หัวใจอัจฉริยะ แต่มีนิสัยเย่อหยิ่ง เขาประสบอุบัติเหตุจนวิญญาณหลุดออกจากร่าง เหตุการณ์ยิ่งแย่ลงไปกว่าเดิม เมื่อเขาถูกส่งไปห้องฉุกเฉินที่ โกซึงทัก (คิมบอม) แพทย์ประจำบ้านจอมซุ่มซ่ามอยู่เวรพอดี ร่างกายของชายองมินอยู่ในอาการโคม่า และวิญญาณเขาได้เข้าสิงร่างของ โกซึงทัก ผู้ซึ่งมาจากครอบครัวตระกูลแพทย์ แต่กลับไม่มีทักษะด้านการแพทย์เอาเสียเลย เรื่องราววุ่นๆ ของ 2 หมอหนุ่มคนละขั้วที่ต้องมาใช้ร่างเดียวกัน นางเอกสาวลุคเกาหลี ฐิสา-วริฏฐิสา ลิ้มธรรมมหิศร ซึ่งเป็นคอซีรี่ส์ตัวยง มายืนยันความสนุกให้ฟังว่า

“ฐิสาเป็นอีกหนึ่งคนที่ชอบดูซีรี่ส์มากค่ะ และฐิสาเคยได้มีโอกาสดูซีรี่ส์เรื่องนี้มาก่อนค่ะ เป็นซีรี่ส์ที่บอกได้ว่า น่ารักดี ดูแล้วไม่เครียดมาก พอรู้ว่าช่อง 7HD เอามาออกอากาศก็ดีเลยค่ะ เพราะถึงฐิสาดูแล้ว ยังรู้สึกอยู่แล้วว่าอยากดูอีก เพราะด้วยเรื่องราวสนุก น่ารัก ดูแล้วไม่เครียดมาก ช่วยผ่อนคลายความเครียดจากการทำงานได้ นอกจากความสนุกแล้วยังได้ความรู้ด้วย แต่เอาจริงๆ เรื่องนี้ แค่ดูพระเอกก็คุ้มแล้วค่ะ (ยิ้ม) ใครที่ยังไม่เคยดู หรือที่เคยดูแล้ว ก็อยากเชิญชวนให้มาดูกันที่ช่อง 7HD กันนะคะ” แฟนๆ สามารถติดตามชม “Ghost Doctor คู่ซี้ผีคุณหมอ” ได้ทุกวันจันทร์-พฤหัสบดี เวลา 21.30-22.30 น. พร้อมประเดิมอีพีแรกวันนี้วันพุธที่ 6 กันยายนนี้ ทางช่อง 7HD ดูทีวีกด 35 และติดตามข่าวสารความเคลื่อนไหวต่างๆได้ทางช่อง 7HD ดูทีวีกด 35 สดออนไลน์ BUGABOO.TV และช่องทางออนไลน์Facebook, IG, X (Twitter), TikTok,YouTube : Ch7HD เว็บไซต์ : www.ch7.com

‘มนต์รักนักพากย์’ พาย้อนอดีตสู่ยุคทองของวงการหนังไทย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/754719

‘มนต์รักนักพากย์’ พาย้อนอดีตสู่ยุคทองของวงการหนังไทย

‘มนต์รักนักพากย์’ พาย้อนอดีตสู่ยุคทองของวงการหนังไทย

วันพุธ ที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

‘มนต์รักนักพากย์’ พาย้อนอดีตสู่ยุคทองของวงการหนังไทย

“มนต์รักนักพากย์” ภาพยนตร์ย้อนวันวานในยุครุ่งเรืองที่สุดของวงการหนังไทยกับ ผลงานการกำกับเรื่องล่าสุดของผู้กำกับมือรางวัลอย่าง อุ๋ย นนทรีย์ นิมิบุตร ที่เคยฝากผลงานขึ้นหิ้งไว้มากมาย ทั้ง 2499 อันธพาลครองเมือง นางนาก และ จัน ดารา ที่ครั้งนี้นอกจากจะฝากฝีไม้ลายมือในด้านการกำกับแล้วเขายังนั่งแท่นเป็นผู้อำนวยการสร้างเองอีกด้วย 

นอกจากภาพชุดแรกที่โดดเด่นด้วยการวางองค์ประกอบที่อบอวลไปด้วยบรรยากาศอันละเมียดละไมของยุค 60 แล้ว อุ๋ย นนทรีย์ ยังเผยถึงความในใจที่มีต่อวงการภาพยนตร์ที่เขารักยิ่งผ่านจดหมายรักถึงหนังไทย ใจความตอนหนึ่งว่า

“เป็นเวลาหลายทศวรรษแล้วที่วงการหนังไทยผ่านร้อนผ่านหนาว ผ่านเรื่องราวต่างๆ มาอย่างยาวนาน จากหนังเงียบ ฟิล์มขาวดำ สู่หนังพากย์ 16 มิลลิเมตรในโรงภาพยนตร์ กลายมาเป็นหนังล้อมผ้า หนังเร่ขายยา จนมาถึงหนังในแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งในปัจจุบัน ผมเชื่อว่ามนต์เสน่ห์ของหนังไทยไม่เคยจางหายไปจากความรู้สึกของคนไทย และยังเชื่ออีกว่าคงมีภาพยนตร์หลายเรื่องที่ยังอยู่ในความทรงจำของหลายคนมาจนถึงทุกวันนี้ ด้วยความรักและผูกพันกับหนังไทยที่มีผลต่อทั้งความคิด การดำเนินชีวิต และยังถือเป็นส่วนสำคัญในชีวิตของผม ผมจึงมีความตั้งใจที่จะทำผลงานภาพยนตร์ขึ้นมาสักเรื่องหนึ่งเพื่อแทนคำขอบคุณให้แก่วงการภาพยนตร์ไทย”

มนต์รักนักพากย์ เรื่องราวการตามหาความฝันของกลุ่มนักพากย์บนรถเร่ขายยาหน่วยที่ 18 ของบริษัทขายยาโอสถเทพยดาที่เรียกลูกค้าด้วยการฉายและพากย์หนังกลางแปลง พวกเขาต้องเผชิญกับความท้าทายในยุคที่วงการภาพยนตร์มาถึงการเปลี่ยนผ่าน โดยที่ทั้ง 4 ชีวิตในทีมต้องฝ่าฟันความท้าทายมากมายเพื่อมุ่งไปให้ถึงฝั่งฝัน

นำแสดงโดย เวียร์ ศุกลวัฒน์ คณารศ ในบทบาท มานิตย์ หัวหน้าทีมและนักพากย์มือหนึ่งของหน่วยเร่ขายยาหน่วยที่ 18 ของบริษัทขายยาโอสถเทพยดา หนูนา หนึ่งธิดา โสภณ รับบท เรืองแข สาวช่างฝัน ผู้มีพรสสวรรค์ในการพากย์เสียงที่หาตัวจับยาก ร่วมด้วยนักแสดงนำมากฝีมืออีกมายมาย อาทิ เก้า จิรายุ ละอองมณี ในบท ไอ้เก่า หนุ่มขี้เล่นตัวแทนวัยรุ่นยุค 60 หนึ่งในลูกน้องของทีมของรถเร่ขายยา ผู้มีความฝันว่าอยากอยู่หน้าจอสักวันหนึ่ง และ ลุงหมาน คนขับรถหนังเร่ผู้ใจดี ผู้เป็นเหมือนผู้หลักผู้ใหญ่ที่คอยดูแลทุกคนในทีม รับบทโดย สามารถ พยัคฆ์อรุณ

เตรียมออกเดินทางไปกับรถเร่ขายยาคันนี้ได้ใน มนต์รักนักพากย์ เร็ว ๆ นี้ที่ Netflix เท่านั้น

‘F.HERO’ ตัวแทนไทยขึ้นเปิดงานมหกรรมญี่ปุ่นสุดยิ่งใหญ่แห่งปี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/754667

‘F.HERO’ ตัวแทนไทยขึ้นเปิดงานมหกรรมญี่ปุ่นสุดยิ่งใหญ่แห่งปี

‘F.HERO’ ตัวแทนไทยขึ้นเปิดงานมหกรรมญี่ปุ่นสุดยิ่งใหญ่แห่งปี

วันพุธ ที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

F.HERO (ณัฐวุฒิ ศรีหมอก) ศิลปินและผู้บริหารค่ายเพลง High Cloud Entertainment เป็นตัวแทนประเทศไทยขึ้นเปิดงาน “NIPPON HAKU BANGKOK 2023” (นิปปอน ฮาคุ แบงคอก 2023) ร่วมกับ Khun EXILE HIRO ผู้บริหารค่ายเพลงLDH JAPAN และผู้ก่อตั้งวง EXILE ตำนานแห่งวงดนตรีจากประเทศญี่ปุ่น ร่วมเป็นตัวแทนตอกย้ำความสัมพันธ์ไทย-ญี่ปุ่น ในวงการศิลปะการดนตรี ณ ชั้น 5 สยามพารากอน วันที่ 1 กันยายน ที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นงานมหกรรมญี่ปุ่นที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งปีอีกงานหนึ่ง

F.HERO กล่าวบนเวทีว่า “ในฐานะผมเป็นศิลปินและตัวแทนค่าย High Cloud Entertainment จากปีที่ผ่านมา ทางเราได้ร่วมงานกับคุณฮิโระ ทำงานกับค่าย LDH JAPAN ร่วมกันผลิตรายการ New School Breakin และผลงานเพลงทั้งสองวงอย่าง BALLISTIK BOYZ และ PSYCHIC FEVER รวมถึงล่าสุดผมและศิลปินไทยในค่าย High Cloud Entertainment และ 4NOLOGUE เอง เพิ่งไปขึ้นเวที BATTLE OF TOKYO ที่มีผู้ชมรวมกว่าหนึ่งแสนห้าหมื่นคน ในฐานะคนไทยด้วยความตั้งใจการนำเพลง T-POP ออกสู่ตลาดเอเชีย ผมรู้สึกตื่นเต้นและดีใจมากๆ และด้วยความสัมพันธ์อันดีระหว่างประเทศไทยและญี่ปุ่นมาอย่างยาวนาน คนไทยไม่ได้แค่ชอบญี่ปุ่น แต่สามารถตะโกนได้ว่า “คนไทยรักญี่ปุ่น” ครับ”

อีกหนึ่งความภูมิใจของ F.HERO ภายในงานยังมีพิธีมอบรางวัล Thai-Japan Ambassador และ Influencer in Japanese Lifestyle ประจำปี 2023 ซึ่ง F.HERO ตัวแทนฝั่งไทย และ Khun EXILE HIRO ตัวแทนฝั่งญี่ปุ่น ขึ้นรับรางวัล The Memorable Thailand-Japan Cultural Award คู่กันอีกด้วย