มวลชน ร้อง ‘เพื่อไทย’ ดึง ‘ชลน่าน ศรีแก้ว’ คืน ‘หัวหน้าพรรค’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/557858

05 ก.ย. 2566

มวลชน ร้อง 'เพื่อไทย' ดึง  'ชลน่าน ศรีแก้ว' คืน  'หัวหน้าพรรค'

มวลชน “กลุ่มประชาชนเลือกพรรคเพื่อไทย” เดินทางมาที่เพื่อไทย ยื่นหนังสือไปถึงรักษาการ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ขอให้พรรคฯ ดึง นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว กลับมาทำหน้าที่ในฐานะหัวหน้าพรรค อ้างเหตุผล ไม่ได้มีความผิดที่ต้องลาออก เพราะหาเสียงบนเวทีต่างวาระ กับสถานการณ์ในช่วงต่าง  ๆ  

ที่พรรคเพื่อไทย กลุ่มประชาชนเลือกพรรคเพื่อไทย ได้ยื่นหนังสือถึงนายชูศักดิ์ ศิรินิล สส.บัญชีรายชื่อ ในฐานะรักษาการหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ผ่านนายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย เรื่อง   ขอให้พิจารณาเลือกนพ.ชลน่าน ศรีแก้ว สส.น่าน และรมว.สาธารณสุข กลับมาเป็นหัวหน้าพรรค   ตัวแทนผู้เรียกร้องระบุว่า  ตามที่นพ.ชลน่าน  ได้ลาออกจากหัวหน้าพรรคเพื่อไทย   เมื่อการจัดตั้งรัฐบาลสำเร็จ    ขณะนี้การรักษาคำพูดได้จบลงแล้ว แต่หัวใจหลักคือ   นพ.ชลน่าน ไม่ได้มีความผิดที่ต้องลาออก เพราะการหาเสียงบนเวทีต่างวาระกับสถานการณ์ในช่วงต่าง  ๆ  

นพ.ชลน่าน ได้เสียสละ ทำงานด้วยความอดทน มีความตั้งใจเพื่อการจัดตั้งรัฐบาลให้สำเร็จลุล่วง นพ.ชลน่านถูกประณาม อย่างรุนแรงจากฝ่ายที่คิดต่าง และอ้างว่าให้รักษาสัจจะ ทั้งๆ ที่การกระทำของนพ.ชลน่าน ทำเพื่อประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชน    นอกจากนี้ กระแสการขอให้ลาออกจากหัวหน้าพรรคเพื่อไทย  มาจากกลุ่มคนที่ไม่ได้เลือกพรรคเพื่อไทย แต่เลือกพรรคอื่น ที่พยายามขัดขวางการจัดตั้งรัฐบาลของพรรคเพื่อไทย ซึ่งเป็นพรรคลำดับ 2 ที่รับไม้ต่อ ตามกติกาเมื่อพรรคเสียงข้างมากลำดับ 1 จัดตั้งรัฐบาลไม่ได้ พรรคลำดับ 2 จะเป็นผู้จัดตั้งแทน

ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ใช่ความผิดของนพ.ชลน่าน แต่อย่างใด พรรคเพื่อไทยเป็นพรรคที่มุ่งมั่นทำงาน เพื่อความยุติธรรมมาโดยตลอด ดังนั้น เมื่อนพ.ชลน่าน ได้รักษาคำมั่นที่ให้ไว้ ได้จบลงไปแล้ว ทั้งๆ ที่นพ.ชลน่าน ไม่ผิด  ตัวแทนประชาชนที่เลือกพรรคเพื่อไทย จึงขอเรียกร้องให้พรรคเพื่อไทย  เลือก นพ.ชลน่าน กลับมาเป็นหัวหน้าพรรคเพื่อไทย   เพื่อเป็นขวัญกำลังใจให้กับคนที่ทำงาน ยอมเสียสละเพื่อสังคมและประเทศชาติได้มีกำลังใจ และเป็นตัวอย่างให้ผู้แทนราษฎร  มีความกล้าหาญและหนักแน่น พร้อมที่จะยืนหยัดอยู่บนความถูกต้อง เพื่อทำงานให้ประเทศชาติและประชาชนต่อไป   ตัวแทนกลุ่มระบุ  


ขณะที่นายอนุสรณ์ กล่าวว่า ตนเป็นตัวแทนรับมอบหนังสือแทนนายชูศักดิ์ ศิรินิล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย   ในฐานะรักษาการหัวหน้าพรรค   ระบุว่า จะนำหนังสือฉบับนี้เสนอต่อหัวหน้าพรรค


นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว กล่าวว่า   การลาออกของตนเป็นการแสดงออกในการรับผิดชอบส่วนบุคคลตามที่เคยประกาศไว้ขณะที่ดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรค    และมีการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง แต่การทำงานการเมืองเป็นสถาบันการเมือง เป็นพรรคการเมืองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ระบบรัฐสภาถือเสียงข้างมากเป็นหลัก หากสมาชิกพรรคหรือพรรคมีมติเสียงข้างมากให้ดำเนินการอย่างไร ทุกคนในฐานะสมาชิกพรรค   แม้จะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยก็ต้องยอมรับเสียงข้างมากนั้น และต้องปฏิบัติตามในสิ่งที่เสียงข้างมากกำหนด ซึ่งสองอย่างนี้ตนแยกกันอย่างชัดเจน 

มวลชน ร้อง 'เพื่อไทย' ดึง  'ชลน่าน ศรีแก้ว' คืน  'หัวหน้าพรรค'

กลุ่มประชาชนเลือกพรรคเพื่อไทย ยื่นหนังสือถึง ชูศักดิ์ ศิรินิล สส.บัญชีรายชื่อ ในฐานะรักษาการหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ผ่าน อนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย   ขอให้พิจารณาเลือกนพ.ชลน่าน ศรีแก้ว สส.น่าน  กลับมาเป็นหัวหน้าพรรค

.

“สิ่งที่ผมประกาศไปมันไม่ใช่ความผิดหรือความถูก แต่มันเป็นสัจจะและเงื่อนไขทางการเมือง ผมเองไม่ยึดติดตำแหน่ง   แต่หลายคนอาจจะไปกล่าวหาหรือโจมตีผมว่าลาออกจากหัวหน้าพรรคแล้วไปรับตำแหน่งรัฐมนตรี การรับตำแหน่งรัฐมนตรีเป็นหน้าที่ของพรรคที่มอบหมายให้บุคคลใดบุคคลหนึ่งไปดำรงตำแหน่ง ไม่เกี่ยวว่าจะชื่อชลน่าน ศรีแก้ว   หรือไม่ ฉะนั้น ผมเองก็แยกแยะว่าหากเป็นมติของพรรค เป็นความเห็นสมาชิกโดยรวม และเชื่อในสิ่งที่ผมมีความรู้ความสามารถอยู่ที่จะสามารถทำประโยชน์ให้กับพี่น้องประชาชน ผมไม่อาจปฏิเสธได้ ต้องทำเพื่อพี่น้องประชาชนและเพื่อพรรค แม้จะไม่มีตำแหน่งรัฐมนตรี ผมก็ต้องลาออก เพราะเป็นคนละเงื่อนไขกัน”

นพ.ชลน่าน กล่าวด้วยว่า     การเลือกหัวหน้าพรรคคนใหม่นั้น คณะกรรมการบริหารจะเปิดให้มีการประชุมใหญ่วิสามัญเ พื่อเลือกหัวหน้าพรรคและคณะกรรมการบริหารพรรคภายในเดือนก.ย.
 เพราะข้อบังคับคือต้องมีการประชุมภายใน 60 วัน ซึ่งหากมีการเสนอชื่อตนเข้ามา แล้วตนจะรับตำแหน่งหรือไม่นั้น ตรงนี้ต้องขอไปพิจารณาให้ถี่ถ้วนก่อนว่าก่อให้เกิดประโยชน์กับพรรค มากน้อยขนาดไหน หากเป็นประโยชน์กับพรรค   ตนจะใช้เป็นประเด็นหลักในการพิจารณาโดยไม่ยึดถือเอาลักษณะส่วนบุคคลเข้าไปเกี่ยวข้อง
 

มวลชน ร้อง 'เพื่อไทย' ดึง  'ชลน่าน ศรีแก้ว' คืน  'หัวหน้าพรรค'

นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว สส.น่าน พรรคเพื่อไทย  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข

รู้จัก ‘พิมพ์ภัทรา วิชัยกุล’ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมหญิงคนแรก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/557595

05 ก.ย. 2566

รู้จัก 'พิมพ์ภัทรา วิชัยกุล' รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมหญิงคนแรก

เปิดประวัติ ‘พิมพ์ภัทรา วิชัยกุล’ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมหญิงคนแรก ใน ‘ครม.เศรษฐา 1’ จากนักธุรกิจ เดินตามรอยการเมือง สานต่อพ่อ

มีพระบรมราชโองการ โปรดเกล้า “ครม.เศรษฐา 1” เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งชื่อที่ปรากฎนั่งเก้าอี้รัฐมนตรีว่าการ คุม กระทรวงอุตสาหกรรม คือ สส.ปุ้ย “พิมพ์ภัทรา วิชัยกุล” เรียกได้ว่า เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมหญิงคนแรก ของประเทศไทย “พิมพ์ภัทรา วิชัยกุล” เป็นใคร ทำไมเธอถึงเป็นผู้หญิงคนแรก ที่ได้คุมกระทรวงอุตสาหกรรม คมชัดลึก รวบรวมประวัติ เส้นทางการเมืองของ พิมพ์ภัทรา วิชัยกุล

พิมพ์ภัทรา วิชัยกุลพิมพ์ภัทรา วิชัยกุล

เปิดประวัติ “พิมพ์ภัทรา วิชัยกุล”

พิมพ์ภัทรา วิชัยกุล มีชื่อเล่นว่า ปุ้ย หรือในแวดวงการเมือง เรียกเธอว่า สส.ปุ้ย เกิดเมื่อวันที่ 19 ต.ค. 2522 ปัจจุบันอายุ 44 ปี เป็นบุตรสาวของ มาโนชญ์ วิชัยกุล กับ สำรวย วิชัยกุล จบการศึกษาระดับชั้นมัธยมศึกษาที่ โรงเรียนเบญจมราชูทิศ นครศรีธรรมราช และโรงเรียนสามเสนวิทยาลัย, ระดับปริญญาตรี วิทยาศาสตร์บัณฑิต สาขาเคมีอุตสาหกรรม จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ และปริญญาโท รัฐศาสตร์มหาบัณฑิต จากมหาวิทยาลัยรามคำแหง สมรสกับนิติรักษ์ ดาวลอย มีบุตร 2 คน

เส้นทางการเมือง

ก่อนจะลงสนามการเมือง พิมพ์ภัทรา วิชัยกุล ทำธุรกิจ บริษัท วอเตอร์เทสท์ จำกัด ต่อมาจึงลงสมัครรับเลือกตั้ง สส.นครศรีธรรมราช แทนบิดา ซึ่งวางมือทางการเมือง ในการเลือกตั้ง สส. ปี 2550

ต่อมาในการเลือกตั้ง สส. ปี 2554 เธอได้ลงสมัครรับเลือกตั้ง และได้รับเลือกเป็น สส.อีกสมัย กระทั่งในปี 2562 เธอก็ยังคงลงสมัครรับเลือกตั้งในสังกัดพรรคประชาธิปัตย์ ในการเลือกตั้งปี 2562 และได้รับเลือกเป็น สส.สมัยที่ 3 และเธอยังได้รับแต่งตั้งเป็นประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการแก้ไขปัญหาคลื่นทะเลกัดเซาะชายฝั่งและการพัฒนาทรัพยากรธรรมชาติทางทะเลอย่างเป็นระบบ ในสภาผู้แทนราษฎรไทย ชุดที่ 25 ต่อมาในปี 2563 มีข่าวว่าเธอจะลาออกจากพรรคประชาธิปัตย์ แต่เธอก็ปฏิเสธ

พิมพ์ภัทรา วิชัยกุลพิมพ์ภัทรา วิชัยกุล

พิมพ์ภัทรา วิชัยกุล เป็นหนึ่งในสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ ที่มีความใกล้ชิดกับกลุ่ม กปปส. กระทั่งวันที่ 14 ก.พ. 2566 พิมพ์ภัทราได้สมัครเป็นสมาชิกพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ต่อมาเธอลงสมัครรับเลือกตั้งที่จังหวัดเดิม ในพื้นที่ใกล้เคียงกับที่ได้รับเลือกตั้งก่อนหน้านั้น และได้รับการเลือกตั้ง โดยเธอเป็น สส. ของรวมไทยสร้างชาติ เพียงคนเดียวใน จ.นครศรีธรรมราช

คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เปิดเผยบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สิน ‘พิมพ์ภัทรา วิชัยกุล’ อดีต สส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ โดยแจ้งมีทรัพย์สินทั้งสิ้น 79.70 ล้านบาท อาทิ เงินลงทุน 4 รายการ มูลค่ารวม 14.71 ล้านบาท ที่ดิน 11 แปลง มูลค่ารวม 27.17 ล้านบาท ทรัพย์สินที่น่าสนใจมี พระบูชาและพระเครื่อง ประเมินค่ามิได้ และมีเครื่องประดับ หลายรายการ

พิมพ์ภัทรา วิชัยกุลพิมพ์ภัทรา วิชัยกุล

การฟอร์มทีมรัฐบาล เศรษฐา 1 ชื่อของ “พิมพ์ภัทรา วิชัยกุล” มีชื่ออยู่ในโผ ครม. เศรษฐา นั่งเก้าอี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม มาตั้งแต่แรก จนในที่สุด เธอก็ได้เก้าอี้รัฐมนตรีว่าการไปครอง และนับเป็นรัฐมนตรีหญิงคนแรก ที่คุมกระทรวงอุตสาหกรรม

‘เศรษฐา’ เฉลยแล้ว ใครซื้อ ‘Lexus’ รถหรู ประจำตำแหน่ง ให้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/557854

05 ก.ย. 2566

'เศรษฐา' เฉลยแล้ว ใครซื้อ 'Lexus' รถหรู ประจำตำแหน่ง ให้

เป็นที่จับตา กับ รถหรู ‘Lexus’ ที่ใช้เป็น รถประจำตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ซึ่ง ‘เศรษฐา’ เฉลยที่มาแล้ว ใครเป็นคนซื้อให้

หลังจากเป็นที่ฮือฮา กรณีที่ “เศรษฐา ทวีสิน” นายกรัฐมนตรี ได้ตัดสินใจที่จะใช้รถส่วนตัว ในการปฎิบัติหน้าที่นายกรัฐมนตรี โดยได้ถอยรถหรู Lexus LM 350h Executive สีดำ ป้ายแดง ตัวท็อป สนนราคากว่า 7.5 ล้านบาท เพื่อใช้เป็นรถประจำตำแหน่ง ในการปฎิบัติภารกิจ แทน รถเบนซ์ รุ่น S 600 Guard sedan long ที่ตกทอดจาก “บิ๊กตู่” ซึ่งบรรดาคอหวย ก็แห่ซื้อเลขทะเบียนรถป้ายแดง ก-6506 กันแทบจะหมดแผง โดยล่าสุด นายกฯ “เศรษฐา” ก็ได้เฉลยแล้วว่า ใครเป็นคนถอยรถป้ายแดงคันใหม่ให้

Lexus LM 350h Executive Lexus LM 350h Executive

นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน ภายหลังเดินทางออกจากพรรคเพื่อไทย โดยสื่อได้ถามถึงรายละเอียดรถยนต์ส่วนตัว Lexus LM 350h Executive คันใหม่ ซึ่งนายเศรษฐา ระบุว่า ก็นั่งสบาย ลูกสาวเป็นคนซื้อให้ และจองไว้ตั้งนานแล้ว

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า เลขทะเบียนรถเป็นที่สนใจของสังคม รวมถึงบรรดาสายมู ที่อาจนำไปตีหวย นายเศรษฐา บอกเพียงสั้นๆ ว่า “ก็ขอให้โชคดีทุกคน แต่จริงๆ แล้ว คำว่าโชคดีต้องทำงานหนัก ถึงจะโชคดีได้” ก่อนเดินทางกลับทันที

เลขทะเบียนรถเศรษฐาเลขทะเบียนรถเศรษฐา

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายเศรษฐา มีความตั้งใจที่จะใช้รถยนต์คันนี้ เป็นรถประจำตำแหน่ง นายกรัฐมนตรี ในการทำหน้าที่ แม้ทางทำเนียบรัฐบาล จะเตรียมรถประจำตำแหน่งให้ก็ตาม

สำหรับ Lexus LM 350h Executive 4 ที่นั่ง ซึ่งเป็นรุ่นที่ นายก “เศรษฐา” ใช้ ราคา 7,590,000 บาท เป็นระบบไฮบริด E-Four ขับเคลื่อนสี่ล้อ ใช้เครื่องยนต์เบนซินขนาด 2.5 ลิตร Dual VVT-i ผสานการทำงานกับมอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัว (หน้า-หลัง) ให้กำลังรวม 250 แรงม้า อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ทำได้  8.7 วินาที ความเร็วสูงสุด 190 กม. /ชม. อัตราการบริโภคน้ำมันเฉลี่ย 17.9 กม./ลิตร

รถประจำตำแหน่งเศรษฐารถประจำตำแหน่งเศรษฐา

ส่วนห้องโดยสารระดับเฟิสต์คลาส ระบบความบันเทิงในห้องผู้โดยสารตอนหลัง หน้าจอกว้างพิเศษ 48 นิ้ว (สำหรับรถรุ่น 4 ที่นั่ง) ออกแบบเพื่อมอบประสบการณ์การเดินทางสุดพิเศษ ด้วยแรงบันดาลใจจากที่นั่งเครื่องบินโดยสารชั้น First class พร้อมผนังกั้นเพื่อความเป็นส่วนตัว กระจกปรับความเข้มแสงอัจฉริยะ ระบบเครื่องเสียงชั้นเลิศ “Mark Levinson Reference 3D Surround Sound System”

‘เศรษฐา ใส่เกียร์เดินหน้าทำงาน รู้ ปชช. รอ – 1 ก.พ. 67 ‘ดิจิทัลวอลเลต’ ถึงมือ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/557853

05 ก.ย. 2566

'เศรษฐา  ใส่เกียร์เดินหน้าทำงาน รู้ ปชช. รอ  - 1 ก.พ. 67  'ดิจิทัลวอลเลต' ถึงมือ

ประชุม สส.เพื่อไทย โดย มีนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง เข้าร่วม “เศรษฐา” ได้ทีเปิดใจต่อการจัดตั้งรัฐบาลที่ลุล่วงมาได้ ลั่นจากนี้ไปคือการทำงานในนามของรัฐบาลประชาชน ลุยเดินหน้าแก้ปัญหากันทันที ย้ำความเดือดร้อนของประชาชนรอไม่ได้ ส่วน ดิจิทัลวอลเลต 10,000 บาท มาแน่ 1 ก.พ. 67

ที่อาคารโอเอไอ ทาวเวอร์ ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ แขวงบางกะปิ เขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร   ซึ่งเป็นที่ทำการพรรคเพื่อไทย  ได้มีการ  จัดประชุม สส.  โดยมี นายเศรษฐา   ทวีสิน  นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง  เข้าร่วมประชุมด้วย   นายเศรษฐา กล่าวกับ   ผู้เข้าร่วมประชุมว่า  วันนี้ถือเป็นวันดีอีกหนึ่งวัน ที่รัฐบาลภายใต้แกนนำของพรรคเพื่อไทย ได้นำคณะรัฐมนตรีทั้งหมดเข้าถวายสัตย์ปฏิญาณ โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระเมตตาให้กำลังใจในการบริหารราชการแผ่นดิน   ขณะเดียวกันในการหารือกับรัฐมนตรีของพรรควานนี้  ( 4 )   ได้ชี้แจงว่า


“ขอให้ตระหนักว่าเราเป็นรัฐบาลของประชาชน ต้องทำงานตลอดเวลา เราไม่ได้มาด้วยต้นทุนที่สูงอย่างเดียว เพราะเราเทหมดหน้าตัก ดังนั้น เราไม่มีเวลาหายใจ  และไม่มีฮันนีมูนพีเรียด ที่ผ่านมาได้รับฟังปัญหาประชาชนมาตลอด และระมัดระวังตัวในการสั่งการ เพราะว่ายังไม่สามารถสั่งการได้ เพียงแต่ไปรับฟังข้อมูล เพื่อมาจัดทำนโยบาย และหลังจากแถลงนโยบายต่อรัฐสภาแล้วจะได้ทำงานกันอย่างเต็มที่ เราไม่มีเวลา เพราะปัญหาที่มี มีหลายอย่าง บางอย่างต้องอาศัยหลายหน่วยงาน และอาศัยการแก้ไขกฎหมาย ที่ต้องใช้ระยะเวลานาน แต่ความเดือดร้อนของประชาชนรอคอยขนาดนั้นไม่ได้ ดังนั้นในระหว่างนี้ถ้าทำอะไรได้ อะไรที่เป็นแผนปฏิบัติงานแบบเร่งรัด ก็จะทำทันที”

เขา กล่าวว่า   ถ้า สส. มีเรื่องที่จะแนะนำกับคณะรัฐมนตรี   ก็อยากให้ทำ   พร้อมที่จะสนองตอบโดยตนเอง และคณะรัฐมนตรีจากพรรคเพื่อไทย และจากพรรคร่วมรัฐบาล ก็จะไปรับดำเนินการทันที ขอให้ช่วยกันเต็มที่ เพราะความคาดหวังของสังคมสูงเหลือเกิน หลังตั้งรัฐบาลแน่นอนต้องเจอกับปัญหาต่างๆ ทั้งภัยแล้ง เอลนีโญ ยาเสพติด ปัญหาปากท้อง รวมถึงเรื่องการดำเนินการดิจิทัลวอลเลต 10,000 บาท ซึ่งเบื้องหลังก็ได้ประสานกับหน่วยงานทุกหน่วยงาน เพื่อให้นโยบายนี้ออกมาโดยเร็ว ยืนยัน จะแจกเงินหนเดียว และคิดว่าจะทำได้ภายใน 1 ก.พ. 67 ย้ำว่า ไม่มีเวลาฮันนีมูน และวันนี้ได้ถวายสัตย์ฯแล้ว หลังจากนี้ก็ต้องทำงานต่อ ” นายเศรษฐา ระบุ

'เศรษฐา  ใส่เกียร์เดินหน้าทำงาน รู้ ปชช. รอ  - 1 ก.พ. 67  'ดิจิทัลวอลเลต' ถึงมือ

เศรษฐา ทวีสิน  นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ร่วมประชุมกับสส.พรรคเพื่อไทย ณ ที่ทำการพรรค 

‘ก้าวไกล’ เผยถูกพรรครัฐบาล ‘รุมกินโต๊ะ’ โยน กมธ. ไม่มีใครเอาให้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/557830

05 ก.ย. 2566

'ก้าวไกล' เผยถูกพรรครัฐบาล 'รุมกินโต๊ะ' โยน กมธ. ไม่มีใครเอาให้

‘ก้าวไกล’ เผยพรรครัฐบาล ‘รุมกินโต๊ะ’ จ้องเอากมธ.ที่เกี่ยวเป็นเจ้ากระทรวง โยน กมธ. ไม่มีใครเอาให้ มอง 2 คณะต้องฝ่ายค้าน ถ่วงดุลตรวจสอบ

หลังเมื่อวานนี้ยังไม่มีความคืบหน้าเรื่องการเลือกกรรมาธิการ (กมธ.) สามัญ ประจำสภาผู้แทนราษฎรทั้ง 35 คณะ โดยนายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 2 ออกมาบอกว่า มีบางพรรค ตั้งธงมาแต่แรก ไม่ถอย ไม่เจรจา จนที่ประชุมไม่สามารถตกลงกันได้ 

ล่าสุด นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล สส.บัญชีรายชื่อพรรคก้าวไกล กล่าวว่า ขณะนี้ติดหลายปัญหา เพราะการแบ่งคณะในครั้งนี้ การเริ่มต้นไม่เหมือนปี 2562 ที่ตกลงชัดเจน พรรคใหญ่ได้เปรียบในการเลือกก่อน และตกลงเจรจากันทุกอย่างราบรื่น 

แต่คราวนี้ให้แต่ละพรรคเลือกกันมาก่อนและค่อยมาตกลงทีหลัง โดยธรรมชาติแนวคิดเหมือนกันหมด อยากได้กรรมาธิการที่เกี่ยวเนื่องกับที่ตนเองเป็นเจ้ากระทรวง และโอกาสที่พรรคร่วมรัฐบาลจะซ้ำแทบเป็นศูนย์ ส่งผลให้กมธ.หลายชุด ซ้ำกับพรรคก้าวไกลพรรคใหญ่ และแน่นอน พรรคฝ่ายค้านต้องซ้ำกับพรรครัฐบาลอยู่แล้ว 

ส่วนที่บอกว่าพรรคก้าวไกลไม่ถอยนั้น ขอถามกลับว่าตอนนี้คุณไม่ถอย กมธ. ที่คุณเป็นเจ้ากระทรวง เพื่อให้เราตรวจสอบเลยหรือ

ส่วนหากตกลงไม่ได้ให้ไปจับสลากนั้น นายปกรณ์วุฒิ มองว่า ผลจะเหมือนเดิม คือ พรรคก้าวไกลจะได้ กมธ. ที่ไม่มีใครเลือก 6-7 คณะ ซึ่งทุกพรรครู้ดีว่าพรรคก้าวไกลประณีประนอมแค่ไหน และถ้ามองว่าประธานกมธ.ไม่สำคัญจะมาทะเลาะกับก้าวไกลทำไม โดยอ้างเหตุผลต่างๆ นานา

เมื่อถามว่า ขณะนี้พรรคก้าวไกลดูเหมือนถูก “รุมกินโต๊ะ” หรือไม่ นายปกรณ์วุฒิ ระบุว่า บรรยากาศเป็นแบบนี้มาสักพักแล้ว พอพรรคร่วมรัฐบาลเห็นพ้องต้องกันหมด แล้วให้เราไปตกลงด้วย ในข้อตกลงที่ไม่สามารถยอมรับได้ เนื่องจากมีการเลือกซ้ำประมาณ 6-7 คณะ และมี 6-7 คณะที่ไม่มีใครเลือกเลย ซึ่งพยายามให้พรรคก้าวไกลยอม แล้วเอาคณะที่ไม่มีใครเลือกเลยไปเป็นประธาน 

นายปกรณ์วุฒิ กล่าวต่อว่า คณะที่ควรเป็นของฝ่ายค้าน คือ กมธ.ตรวจสอบงบฯ และกมธ.ปปช. ถือเป็นความสง่างามของรัฐสภา ในการถ่วงดุลอำนาจ รวมถึง กมธ.ที่พรรคก้าวไกลเคยเป็นประธาน ก็อยากผลักดันนโยบายต่อเนื่อง ก็มีติดขัดซ้ำกัน 

นายปกรณ์ ยืนยัน พรรคก้าวไกลไม่มีปัญหาจะได้ 10 หรือ 11 คณะ หากชนะการเลือกตั้งซ่อมระยอง ก็ยอมได้ แต่อยากให้ตั้งได้เร็ว เพราะหากเป็นเช่นนั้นพรรคก้าวไกลได้ประโยชน์จริง แต่ที่เสียผลประโยชน์ คือพรรครวมไทยสร้างชาติ

นายปกรณ์วุฒิ เปิดเผยว่า ในครั้งที่ผ่านมา กมธ.บางคณะไม่เปิดโอกาสให้ฝ่ายค้านเสนอวาระอะไรเลย ซึ่งพรรคเพื่อไทยในสมัยยังเป็นฝ่ายค้านก็โดนปฏิเสธไม่ให้ตรวจสอบ ดังนั้นยืนยันว่า เพราะความสง่างามของรัฐสภาควรเปิดโอกาสให้ฝ่ายค้านได้คณะกมธ.โดยเฉพาะการตรวจสอบการทุจริต 

ส่วนคณะกมธ.ที่เลือกซ้ำกัน คือ กมธ.ที่ดิน  กมธ.แรงงาน ส่วนกมธ.พัฒนาเศรษฐกิจ และกมธ.ติดตามงบฯ ลงตัวแล้ว แต่ยังติดปัญหาการเจรจาคือ กมธ.ปปช. ส่วนที่เหลือไม่ได้เจาะจง แต่ไม่ได้รับความยืดหยุ่นกลับมาเลยแม้แต่สักนิดเดียว

วันเกิด ‘พิธา’ คึก แฟนคลับร่วมยินดี – น้องพิพิม หอมแก้มเป็นของขวัญ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/557831

05 ก.ย. 2566

วันเกิด 'พิธา'  คึก แฟนคลับร่วมยินดี   - น้องพิพิม หอมแก้มเป็นของขวัญ

บรรยากาศที่พรรคก้าวไกล แฟนคลับ ร่วมยินดี เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันเกิด ” พิธา” อายุ ครบ 43ปี เจ้าตัวขอบคุณผู้ที่มาอวยพร เผยลูกสาวหอมแก้มเป็นของขวัญ ด้านมวลชนนัดรวมตัว 16.00 อวยพรวันเกิด หัวหน้าพรรคก้าวไกล อย่างเป็นทางการ

ที่พรรคก้าวไกล    แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ กรุงเทพมหานคร   นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล  ได้เดินทางเข้ามาร่วมประชุม สส.ของพรรค ประจำสัปดาห์  สำหรับวันนี้ ( อังคารที่ 5  ก.ย. ) ตรงกับวันคล้ายวันเกิดอายุครบ 43 ปี ของนายพิธา ทัั้งนี้มวลชนที่สนับสนุนพรรคก้าวไกล ซึ่งเห็นนายพิธา เดินทางมายังที่ทำการพรรค บได้วิ่งกรูเข้าไปหา เพื่ออวยพรวันเกิด     นายพิธา ได้กล่าวสั้นๆ ว่า “ขอบคุณทุกคนมากครับ วันนี้มีประชุม สส. ขอขึ้นไปประชุมก่อนและจะลงมาพบกับทุกคนอีกครั้ง”

ผู้สื่อข่าวสอบถามอายุ นายพิธา ได้ทำมือเป็นเลข 4 และ 3 จากนั้น ผู้สื่อข่าวถามต่อว่าน้องพิพิม ลูกสาวได้ให้ของขวัญอะไรบ้าง นายพิธา ระบุว่า หอมแก้มให้เป็นของขวัญเมื่อเช้านี้  จากนั้นจึงขึ้นไปประชุม อนึ่งวันนี้  ในเวลา 16.00 น. กลุ่มแฟนคลับของนายพิธา จะมารวมตัวหน้าที่ทำการพรรค และอวยพรวันเกิด โดยเจ้าหน้าที่พรรคได้เน้นย้ำว่าห้ามร้องเพลง เพื่อป้องกันการทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง เพราะอยู่ระหว่างการเลือกตั้งซ่อม สส. จังหวัดระยอง เขต 3

หมายเหตุภาพประกอบ  : แฟ้มภาพ 

ใครเป็นใคร ใน ‘นามเรียกขาน’ ผ่าน ว. ‘ ครม.’ เศรษฐา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/557813

05 ก.ย. 2566

ใครเป็นใคร ใน 'นามเรียกขาน' ผ่าน ว. ' ครม.' เศรษฐา

‘ครม.’ เศรษฐา มี ‘นามเรียกขาน’ ผ่านว. อย่างไร ใช้ในการติดต่อสื่อสาร ระหว่างตำรวจกับหน่วยงานในสังกัด ขแงแต่ละกระทรวง

เปิดนามเรียกขานสำหรับนายกรัฐมนตรีและครม. ที่ใช้ในการติดต่อสื่อสารร่วมตำรวจและหน่วยงานในสังกัด  เริ่มจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ปัจจุบันคือนาย เศรษฐา ทวีสิน มีนามเรียกขานว่า สร.1 โดยรองนายกฯจะมีนามเรียกขาน สร.เช่นกันตามลำดับรองนายกรัฐมนตรี เช่นสร.2 เป็นต้น

เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี  (สร.1)เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี (สร.1)

  • รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม มีนามเรียกขาน สนามไชย1 ปัจจุบันคือนาย สุทิน คลังแสง
  • รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นามเรียกขานว่า มท.1 ปัจจุบันคือนายอนุทิน ชาญวีรกูล
  • รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ นามเรียกขานว่า เสมา 1 ปัจจุบันพล.ต.อ. เพิ่มพูน ชิดชอบ
  • รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นามเรียกขานว่า วายุภักษ์ 1 ปัจจุบันนาย เศรษฐา ทวีสิน นั่งควบ
  • รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นามเรียกขาน รัตนะ 1 ได้แก่ พล.ต.อ. พัชรวาท วงษ์สุวรรณ
  • รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพานิชย์ นามเรียกขาน เชตุพน 1 ได้แก่นาย ภูมิธรรม เวชยชัย
  • รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข นามเรียกขาน เทเวสน์ 1 ได้แก่ นาย ชลน่าน ศรีแก้ว

ชลน่าน ศรีแก้ว รมว.สาธารณสุข ( เทเวศน์ 1 )ชลน่าน ศรีแก้ว รมว.สาธารณสุข ( เทเวศน์ 1 )

  • รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศ นามเรียกขาน สราญรมย์ 1 ได้แก่นาย ปานปรีย์ พหิทธานุกูล
  • รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน นามเรียกขาน รัศมี 1 นาย พีระพันธ์ สาลีรัฐวิภาค
  • รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นามเรียกขาน พญานาค 1 ได้แก่ ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า
  • รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม  นามเรียกขานราชรถ 1 ได้แก่ นาย สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ

สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.คมนาคม  ( ราชรถ 1 )สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.คมนาคม ( ราชรถ 1 )

  • รัฐมนตรีว่าการกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา นามเรียกขาน ทัศนะ1 ได้แก่ น.ส.สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล
  • รัฐมนตรีว่าการกระทรวง พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ นามเรียกขาน พัฒนา1 ได้แก่ นาย วราวุธ ศิลปะอาชา
  • รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์และนวัตกรรมนามเรียกขาน สุริยะ1 ได้แก่ ศุภมาส อิสระภักดี
  • รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม นามเรียกขาน  ธรณี 1 ได้แก่ พ.ต.อ. ทวี สอดส่อง
  • รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน นามเรียกขาน ไตรเทพ 1 ปัจจุบันได้แก่
  • รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม นามเรียกขาน บุษบก 1 ได้แก่ นาย เสริมศักดิ์ พงษ์พานิชย์
  • รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม นามเรียกขาน  วิษณุ 1 ได้แก่ น.ส. พิมพ์ภัทรา วิชัยกุล
  • กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม  นามเรียกขาน สนเทศน์ 1 ได้แก่ นาย ประเสริฐ จันทรรวงทอง

ประเสริฐ จันทรรวงทอง รมว. ดิจิทัลฯ ( สนเทศน์ 1 )ประเสริฐ จันทรรวงทอง รมว. ดิจิทัลฯ ( สนเทศน์ 1 )

‘ณัฐชา’ จ้องนโยบาย ‘ปฏิรูปกองทัพ’ เพราะไม่เหมือนที่คุยไว้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/557809

05 ก.ย. 2566

'ณัฐชา' จ้องนโยบาย 'ปฏิรูปกองทัพ' เพราะไม่เหมือนที่คุยไว้

‘ณัฐชา’ เตรียมติดตามนโยบาย ‘ปฏิรูปกองทัพ’ ไม่เหมือนที่คุยไว้ แซะ ‘สุทิน’ บอกงบ ‘เรือดำน้ำ’ จบสวย แต่ตรงความต้องการ ปชช. หรือไม่

นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ สส.กทม. และรองเลขาธิการพรรคก้าวไกล กล่าวถึงการแถลงนโยบาย “เศรษฐา 1” จะติดตามนโยบายไหนว่า แน่นนอ ต้องเป็นนโยบาย “ปฏิรูปกองทัพ” เพราะไม่เหมือนที่คุยกันไว้ตั้งแต่ก่อนการเลือกตั้ง ซึ่งตอนนั้นชัดเจนในเรื่องการยกเลิกเกณฑ์ทหาร เรื่องการปฏิรูปกองทัพในด้านต่างๆก็ดี มีความชัดเจนมากกว่านี้

ส่วนจะเล็งใครไว้แล้วหรือไม่ ยังไม่ได้เล็ง เพราะยังไม่เห็นผลงานการทำงาน 

สำหรับนายสุทิน คลังแสง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ที่บอกว่า เรื่องซื้องบเรือดำน้ำจบสวย นายณัฐชา กล่าวว่า “จบสวยแต่เป็นความต้องการของพี่น้องประชาชนหรือไม่ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง”

นอกจากนี้นายณัฐชายังฝากถึงรัฐบาลชุดใหม่ที่เข้าถวายสัตย์ปฏิญาณ ว่า อยากให้รัฐบาลชุดใหม่ไม่เหมือนชุดเดิม ถึงแม้หน้าตาจะคล้ายกัน เพื่อให้พี่น้องประชาชนได้บรรยากาศการบริหารราชการแผ่นดินบ้าง

ส่อง ดวงชะตา ‘เศรษฐา ทวีสิน’ หลังเป็นนายกรัฐมนตรี จะพาบ้านเมืองไปในทิศทางใด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/557802

05 ก.ย. 2566

ส่อง ดวงชะตา 'เศรษฐา ทวีสิน' หลังเป็นนายกรัฐมนตรี จะพาบ้านเมืองไปในทิศทางใด

2 นักพยากรณ์ดัง พาส่องดวงชะตา ‘เศรษฐา ทวีสิน’ นายกรัฐมนตรี คนที่ 30 หลังจากรับตำแหน่งแล้ว จะนำพาประเทศไปในทิศทางใด และจะอยู่ในตำแหน่งได้ตลอดรอดฝั่งหรือไม่

และแล้วประเทศไทยก็ได้ เศรษฐา ทวีสิน เป็น นายกรัฐมนตรี คนที่ 30 ซึ่งวันนี้ คมชัดลึก จะพาไปส่อง ดวงชะตา ของ นายกรัฐมนตรี คนล่าสุด ไปดูกันว่าหลังจากรับตำแหน่งนายกฯ แล้ว เศรษฐา ทวีสิน จะนำพาประเทศไปในทิศทางใด และจะอยู่ในตำแหน่งได้ตลอดรอดฝั่งหรือไม่ 2 นักพยากรณ์ชื่อดัง “ฟ่านอาย มือสัมผัสจิต” และ”กวนซือ (แนน) หูทิพย์จิตสัมผัส” มีคำตอบมาให้แล้ว

บุคคลคนนี้ มีเดช มีความตั้งใจ ที่จะสานความสำเร็จทางเศรษฐกิจเป็นอย่างดี กล้าที่จะเปิดแนวทางใหม่ ทั้งด้านการคมนาคมหรือการท่องเที่ยว แต่จะเสียดุลบางส่วน อาจทำให้ล้าช้าไปบ้าง แต่ที่แน่ๆ เกณฑ์ด้านการเงิน สังคม อาจจะพลิก มีกินมีใช้ในชั่วขณะ เศรษฐา ทวีสิน เป็นผู้ที่เห็นความสำคัญทางการเมือง ที่จะใช้เกณฑ์มาตรฐานเพื่อกลับมาให้ภาวะหนี้ภายใต้การสมดุลยังมี แต่มีหลักการที่แปลกออกไปเยอะพอสมควร กลุ่มนายทุนบางกลุ่มขาดแคลนหรือไม่พอใจจะยังมีอยู่

เศรษฐา ทวีสิน เป็นคนรักในเสรี เพื่อการปกครองเขาจะทำทุกวิถีทางเพื่อให้รู้ว่า อิสระแห่งประชาธิปไตยยังคงต้องมี ดังนั้นอาจจะมีความขึ้นครองต่อบุคคลอื่นที่คอยชี้แนะคอยบอกอยู่ข้างหลังได้อีกเช่นกัน

เท่าที่มองเข้าไป บุคคลนี้ จะทำให้บ้านเมืองสงบ ในช่วงเวลาหนึ่ง แต่อย่างไรก็ตามอีกฝ่ายได้รับประโยชน์ อีกฝ่ายไม่เห็นประโยชน์ ก็จะมีเกณฑ์ตกลงหารือ หรือเกิดประท้วงเกิดขึ้น ยังคงมีอยู่ใน ดวงชะตา ของ เศรษฐา ทวีสิน

ดังนั้น บทสรุปความ สั้นๆ คือ เศรษฐา ทวีสิน จะดึงเศรษฐกิจกลับมาได้ในชั่วขณะหนึ่ง ซึ่งจะอยู่ในเกณฑ์ที่ดี เลี้ยงปากเลี้ยงท้องกันได้พอสมควร แต่แตกความ คือแตกแยกของคนสองกลุ่มยังคงมีปะทะ หรือตั้งใจให้เกิดเหตุ เพื่อนำพาไปสู่การเปลี่ยนแปลงในอีกรูปแบบ ซึ่งจะอยู่ในวาระกลางๆ ของการดำรงตำแหน่ง ถ้าดวงเขาแข็ง เขาจะยังได้นั่งเป็น นายกรัฐมนตรี ตามเดิม แต่หากเขาเกิดปะทะในช่วงตั้งแต่ต้นกันยายน ปี 2567 หรือปี 2568 ดวงชะตา เขาจะไม่รับกับหน้าที่และตำแหน่ง มีโอกาสที่จะปรับเปลี่ยนทางด้านการเมืองอย่างสูง หากการปะทะเกิดในช่วงเวลานั้นพอดี เพราะเกณฑ์ชะตาของเขาดังแต่ดับได้ หากกุศลที่เสมอต้นเสมอปลายไม่มี จึงควรทำบุญใหญ่ก่อนเข้า กันยายน ปี 2567 ก็จะนำพาดวงเขาให้เป็นเกณฑ์ที่ดี

‘วราวุธ ศิลปอาชา’ กราบขอพร ‘แม่-พี่สาว’ หลังได้รับแต่งตั้ง รมว.พม.

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/557800

05 ก.ย. 2566

'วราวุธ ศิลปอาชา' กราบขอพร 'แม่-พี่สาว' หลังได้รับแต่งตั้ง รมว.พม.

‘วราวุธ ศิลปอาชา’ กราบ แม่ และ พี่สาว หลังได้รับแต่งตั้ง รมว.พม. ‘คุณหญิงแจ่มใส-หนูนา’ ให้พร มีสติปัญญาในการทำงานเพื่อชาติ ถึงจุดสูงสุดทางการเมืองเหมือน ‘บรรหาร’

‘วราวุธ ศิลปอาชา’ รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา ได้เดินทางไปยังบ้านศิลปอาชา ย่านจรัญสนิทวงศ์ เพื่อนำพวงมาลัยไปไหว้ขอพร คุณหญิงแจ่มใส ศิลปอาชา มารดา และ น.ส.กัญจนา ศิลปอาชา พี่สาว เนื่องในโอกาสได้รับ พระบรมราชโองการ โปรดเกล้าแต่งตั้งเป็น รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์

วราวุธ ศิลปอาชาวราวุธ ศิลปอาชา

โดย คุณหญิงแจ่มใส ได้ให้พรกับ นายวราวุธ ให้มีสติปัญญาในการทำงาน ให้เจริญในหน้าที่การงาน ทำงานเพื่อประเทศชาติและประชาชน อายุมั่นขวัญยืนให้มีตำแหน่งสูงขึ้นๆ สุขภาพร่างกายแข็งแรง

ขณะที่ น.ส.กัญจนา อวยพรว่า ขอให้มีสุขภาพแข็งแรง มีสติปัญญาเฉียบแหลม สามารถทำการงาน ทั้งทางการเมืองและทุกด้านให้สำเร็จลุล่วงทุกอย่าง ขอให้เจริญก้าวหน้าในเส้นทางทางการเมืองอย่างไร้อุปสรรค หรือถ้ามีอุปสรรคก็เอาชนะได้หมดทุกอย่าง ให้มีผู้สนับสนุนค้ำจุนที่เข้มแข็ง ไม่ว่าจะทำงานตรงจุดไหนให้ได้รับความร่วมมืออย่างดี สำเร็จลุล่วงทุกเป้าหมาย ให้ประทับใจคนทั่วไป สามารถช่วยเหลือประชาชนและประเทศชาติให้ได้ทั้งหมด

วราวุธ ศิลปอาชาวราวุธ ศิลปอาชา

นอกจากนี้ น.ส.กัญจนา ยังอวยพรน้องชาย ขอให้เส้นทางทางการเมืองถึงจุดสูงสุดที่พ่อบรรหารเคยเป็น ตัวเองจะคอยช่วยดูแลสนับสนุนอย่างเต็มที่ ขอให้มีความเจริญรุดหน้า พระคุ้มครอง พ่อบรรหารและแม่แจ่มใสคุ้มครอง เป็นร่มโพธิ์ร่มไทร ให้จนถึงจุดสูงสุดของการเมือง ขอให้น้องรักโชคดี เราทำดีพระย่อมคุ้มครอง ทำงานเพื่อประเทศชาติ ให้เป็นที่รักเอ็นดูของ ผู้ใหญ่ ทำอะไรมีแต่คนสนับสนุน จากนั้น นายวราวุธ ได้ออกจากบ้านมายังทำเนียบรัฐบาล

วราวุธ ศิลปอาชาวราวุธ ศิลปอาชา

วราวุธ ศิลปอาชาวราวุธ ศิลปอาชา