กรมพระศรีสวางควัฒน พระราชทานพระโอวาทแก่นักศึกษาใหม่ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ประจำปีการศึกษา 2566

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/754590

กรมพระศรีสวางควัฒน พระราชทานพระโอวาทแก่นักศึกษาใหม่ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ประจำปีการศึกษา 2566

กรมพระศรีสวางควัฒน พระราชทานพระโอวาทแก่นักศึกษาใหม่ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ประจำปีการศึกษา 2566

วันอังคาร ที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2566, 13.14 น.

ศาสตราจารย์ ดร. สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี องค์ประธานและนายกสภาราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ พระราชทานพระโอวาทแก่นักศึกษาใหม่ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ประจำปีการศึกษา 2566

เมื่อวันที่ 4 กันยายน 2566 ศาสตราจารย์ ดร. สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี องค์ประธานและนายกสภาราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ เสด็จพระดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่งไปยังห้องประชุมมิราเคิล     แกรนด์ บอลรูม โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร ในการพระราชทานพระโอวาทแก่นักศึกษาใหม่ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ประจำปีการศึกษา 2566 โดยมีคุณหญิงลักษณาจันทร เลาหพันธุ์ รักษาการรองเลขาธิการราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ศาสตราจารย์เกียรติคุณ นายแพทย์รัชตะ รัชตะนาวิน รักษาการรองเลขาธิการราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ด้านการศึกษา พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร บุคลากรและนักศึกษาราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ เฝ้ารับเสด็จฯ

การนี้ พระราชทานพระวโรกาสให้ ศาสตราจารย์เกียรติคุณ นายแพทย์รัชตะ รัชตะนาวิน รักษาการรองเลขาธิการราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ด้านการศึกษา เข้าเฝ้ากราบทูลถวายรายงาน และขอพระราชทานพระวโรกาสเบิกผู้แทนนักศึกษาราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ทุกหลักสูตรเฝ้าถวายดอกไม้ธูปเทียนแพ จำนวน 8 คู่ และกล่าวคำปฏิญาณตนตามลำดับ ทั้งนี้ ในปีการศึกษา 2566 นี้ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ มีนักศึกษาใหม่ จำนวนทั้งสิ้น 501 คน ประกอบด้วย นักศึกษาวิทยาลัยแพทยศาสตร์ศรีสวางควัฒน จำนวน 83 คน นักศึกษาวิทยาลัยพยาบาลศาสตร์อัครราชกุมารี จำนวน 217 คน นักศึกษาคณะเทคโนโลยีวิทยาศาสตร์สุขภาพ วิทยาลัยวิทยาศาสตร์การแพทย์เจ้าฟ้าจุฬาภรณ์ จำนวน 164 คน นักศึกษาโครงการสนับสนุนทุนการศึกษาระดับปริญญาตรีแก่เยาวชนลาว จำนวน 18 คน และ นักศึกษาสถาบันบัณฑิตศึกษาจุฬาภรณ์ จำนวน 19 คน ทั้งนี้ ทุกหลักสูตรที่จัดการเรียนการสอนเป็นหลักสูตรที่มีความสำคัญตอบสนองต่อความต้องการของประเทศ โดยเฉพาะสาขาวิชาที่ยังขาดแคลนและมีความจำเป็นอย่างยิ่งต่อสังคมไทยและนานาชาติ ทั้งด้านการแพทย์ การสาธารณสุข วิทยาศาสตร์เทคโนโลยี วิทยาศาสตร์สุขภาพ การจัดการเรียนการสอนของราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ยังได้บูรณาการงานวิจัย งานบริการวิชาการสู่สังคม และการมุ่งเน้นเรื่องความเป็นไทย ศิลปวัฒนธรรม ตลอดจนการเทิดทูนสถาบันหลักของแผ่นดินผสมผสานในการจัดการเรียนการสอน เพื่อมุ่งให้เกิดผลลัพธ์ของบัณฑิตในทุกมิติ ที่สอดคล้องกับเอกลักษณ์และอัตลักษณ์ของราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์

โอกาสนี้ ศาสตราจารย์ ดร. สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ได้พระราชทานพระโอวาทแก่นักศึกษาใหม่ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ใจความตอนหนึ่งว่า “…ข้าพเจ้าขอน้อมนำพระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เรื่องของการศึกษาที่พระราชทานไว้ว่า “การศึกษาหาความรู้สำคัญตรงที่ว่า ต้องศึกษาเพื่อให้เกิดฉลาดรู้ คือ รู้แล้วสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้จริงๆ โดยไม่เป็นพิษเป็นโทษ การศึกษาเพื่อความฉลาดรู้ มีข้อปฏิบัติที่น่าจะยึดเป็นหลักอย่างน้อยสองประการ ประการแรก เมื่อจะศึกษาสิ่งใดเรื่องใดให้รู้จริง ควรจะศึกษาให้ตลอด ครบถ้วนทุกแง่มุม ไม่ใช่เรียนรู้แต่เพียงบางส่วนบางตอน หรือเพ่งเล็งเฉพาะแต่เพียงบางแง่บางมุม อีกประการหนึ่ง ซึ่งจะต้องปฏิบัติประกอบพร้อมกันไปด้วยเสมอ คือ ต้องพิจารณาศึกษาเรื่องนั้นๆ ด้วยความคิดจิตใจที่ตั้งมั่นเป็นปกติ และเที่ยงตรงเป็นกลาง”  ข้าพเจ้าหวังเป็นอย่างยิ่งว่า ทุกท่านจะใช้เวลาและโอกาสอันมีค่านี้ สั่งสมความรู้ ประสบการณ์ และความเชี่ยวชาญอย่างฉลาดและมีสติ ประสบความสำเร็จในการศึกษาตามที่มุ่งหวัง และเป็นบัณฑิตที่มุ่งมั่นทำความดี มีเมตตาและสามัคคี เป็นทรัพยากรมนุษย์ที่มีค่า สร้างความมั่นคงให้แก่ตนเอง ครอบครัวและประเทศชาติต่อไป ”

ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ จัดตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2559 จากพระปณิธานใน ศาสตราจารย์ ดร. สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี องค์ประธานและนายกสภาราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ เพื่อถวายราชสดุดีแด่ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ในการสืบสานตามรอยเบื้องพระยุคลบาทที่ทรงมุ่งหวังให้ประชาชนมีสุขภาพที่ดี และมีคุณภาพชีวิตที่ได้มาตรฐาน โดยมีพระปณิธานให้ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์เป็นศูนย์กลางการเรียนการสอน และการวิจัยขั้นสูงที่จะสร้างบัณฑิตและพัฒนาบุคลากรทางการแพทย์ วิทยาศาสตร์ สาธารณสุข และสิ่งแวดล้อมที่มีจิตในการทำประโยชน์ให้ผู้อื่นก่อนคิดถึงประโยชน์ของตัวเอง พร้อมบริการสังคมด้วยความรู้ความชำนาญ คุณธรรมจริยธรรม จิตอาสา ความมุ่งมั่น และด้วยความเป็นเลิศในวิชาชีพเพื่อทุกชีวิตในสังคม อีกทั้งเป็นสถาบันที่ให้บริการทางการแพทย์ด้วยมาตรฐานสากลแก่ประชาชนอย่างไม่หวังผลกำไร โดยเฉพาะผู้ที่ยากไร้และด้อยโอกาส เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทยทั้งประเทศ

-(016)

‘สุภาภรณ์ ฤทธิพฤกษ์’ คว้ามง Miss Thailand International 2023 สวย สมาร์ต มีเสน่ห์ ตรงสเปคสาวงามยุคใหม่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/754586

‘สุภาภรณ์  ฤทธิพฤกษ์’ คว้ามง Miss Thailand International 2023 สวย สมาร์ต มีเสน่ห์ ตรงสเปคสาวงามยุคใหม่

‘สุภาภรณ์ ฤทธิพฤกษ์’ คว้ามง Miss Thailand International 2023 สวย สมาร์ต มีเสน่ห์ ตรงสเปคสาวงามยุคใหม่

วันอังคาร ที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2566, 13.06 น.

ตลอดเดือนที่ผ่านมาการประกวด “มิสไทยแลนด์อินเตอร์เนชั่นแนล 2023” (Miss Thailand International 2023) ที่เข้มข้น ได้สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่วงการนางงามของเมืองไทย ผ่านกิจกรรมที่ทันสมัยและหลากหลาย ที่ประกาศความเป็นไทยยุคใหม่ให้โลกรู้อย่างแท้จริง และในวันนี้การประกวดได้เดินทางมาถึงรอบตัดสิน (Final) และขานชื่อ “สุภาภรณ์  ฤทธิพฤกษ์” หมายเลข 05 สาวจากจังหวัดลำพูน สาวไทยหนึ่งเดียวที่คว้าใจกรรมการและกองเชียร์ด้วยความสวย สมาร์ต และมีเสน่ห์ ตรงปกความงามสไตล์อินเตอร์ทุกประการ เตรียมไปคว้ามง Miss International 2023 ระดับโลกต่อ ณ ประเทศญี่ปุ่น ในเดือนตุลาคม 2566 นี้

เป็นอีกหนึ่งค่ำคืนที่ตราตรึงใจกับงาน ‘The Coronation Night’ การประกวดรอบไฟนอลของเวที Miss Thailand International 2023 การประชันความงามและความเก่งของหญิงงามระดับโลกในประเทศไทย ซึ่งจัดโดย คุณกุ้ง ปวีณา บำรุงรส ประธานและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ERM Thailand  ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร PB 99 และ National Director of Miss Thailand International 2023 ผู้ถือลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว ภายใต้คอนเซปต์ “DARE TO CHANGE THE WORLD แค่คุณกล้า โลกก็เปลี่ยน” เพื่อค้นหาต้นแบบสุภาพสตรียุคใหม่ที่กล้าคิด กล้าทำ กล้าเปลี่ยนแปลง ปรับตัวเข้ากับวัฒนธรรมสมัยใหม่และความเป็นไทยได้อย่างลงตัว

การประกวดเริ่มต้นขึ้นอย่างตื่นตาตื่นใจกับการแสดงเปิดตัวของเหล่าผู้เข้าประกวดทั้ง 13 คน ก่อนจะเพิ่มความฮอตภายในฮอลล์การประกวดด้วยการเผยโฉมใน “รอบชุดว่ายน้ำ” ที่แต่ละคนโชว์หุ่นสุดแซ่บสะท้อนถึงการดูแลตัวเองมาอย่างดี และความมั่นใจของสาวยุคใหม่ที่ กล้าคิด กล้าทำ กล้าเปลี่ยนแปลง กล้าเผยตัวตนออกมาในมุมมองใหม่ ๆ  และต่อด้วย “รอบชุดราตรี” ที่ต้องบอกว่ากรรมการตาแตกแยกไม่ถูกว่าใครจะได้มงฯ เพราะแต่ละคนสง่างามจับใจแบบกินกันไม่ลง ยิ่งใน “รอบ Speech” ที่ทั้ง 13 คนออกมาพูดโชว์ทัศนคติและความฉลาดคนละ 45 วินาที ก็ยิ่งทำให้แต่ละคนมีความสวยที่โดดเด่น มีความสามารถล้นเหลือที่สูสีกันจนยากจะคาดเดาได้ว่า ใครจะเป็นผู้พิชิตมงในปีนี้!

การประกวดเบรกความตื่นเต้นด้วย VTR รวมภาพบรรยากาศการทำกิจกรรมต่าง ๆ ที่เรียกความประทับใจคนทั้งฮอลล์ด้วยความสดใสและมิตรภาพระหว่างผู้เข้าประกวดตลอดกว่า 2 เดือนที่ผ่านมา พร้อมทั้งประกาศรางวัลพิเศษ 7 รางวัล เพื่อเป็นกำลังใจให้กับสาวยุคใหม่ที่เก่งแบบสมบูรณ์แบบ ได้แก่ รางวัล CHAT INFLUENCER สนับสนุนโดยเครื่องสําอาง CHAT Cosmetics (จํานวน 2 รางวัล) ผู้ได้รับตำแหน่งพร้อมเงินรางวัล 20,000 บาท คือ MTI 22  ภัทราภรณ์  เมาลี (จูเนียร์)  และ MTI 05 สุภาภรณ์  ฤทธิพฤกษ์ (โบว์) รางวัล CREATIVITY BEAUTY QUEEN ผู้ที่ได้รับตำแหน่งพร้อมเงินรางวัล 10,000 บาท คือ MTI  17 กัญญารัตน์  สายสวาท  (ฟ้า) รางวัล MISS POPULAR ผู้ที่ได้รับตำแหน่งพร้อมเงินรางวัล 10,000 บาท คือ MTI 05 สุภาภรณ์  ฤทธิพฤกษ์ (โบว์) รางวัล THE BEST IN SWIMSUIT ผู้ที่ได้รับตำแหน่งพร้อมเงินรางวัล 10,000 บาท คือ MTI 10 ภัสสร  บุษดี  (แพน) รางวัล MISS ROMRAWIN สนับสนุนโดยรมย์รวินท์คลินิก ผู้ที่ได้รับตำแหน่งพร้อมรางวัลการหัตถการจากรมย์รวินท์วงเงิน 100,000 บาท คือ MTI 08 แอนนา คอร์วีโน  (แอนนา) และ รางวัล MISS J HAIR 2023 สนับสนุนโดยผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผม J HAIR ผู้ที่ได้รับตำแหน่งพร้อม Gift Set มูลค่า 50,000 บาท คือ MTI 08 แอนนา คอร์วีโน  (แอนนา)

วินาทีตื่นเต้นกลับมาอีกครั้ง เมื่อพิธีกรประกาศรายชื่อผู้เข้ารอบ 3 คนสุดท้าย เพื่อประชันกันอีกครั้งในรอบตอบคำถามตัดสิน เพื่อให้แต่ละคนได้แสดงความทัศนติสุดเฉียบ และแล้วก็เป็นไปคาด สาวยุคใหม่ที่เก่งแบบสมบูรณ์แบบผู้คว้าตำแหน่ง Miss Thailand International 2023 ได้แก่ “สุภาภรณ์  ฤทธิพฤกษ์”หมายเลข 05 สาวเหนือจากจังหวัดลำพูน โดยได้รับเงินรางวัล 1,000,000 บาท พร้อมมงกุฎเกียรติยศ “Crown of Motivation / Crown of Hope” และสายสะพายประจําตําแหน่ง และ “รสริน  ธนดลพาณิช”หมายเลข 09 คว้าตำแหน่ง รองชนะเลิศอันดับ 1 ได้รับเงินรางวัล 300,000 บาท สายสะพายประจําตําแหน่ง และช่อดอกไม้จาก FLOWDESIGN ในขณะที่ผู้เข้าประกวดทั้ง 10 ท่าน ได้รับตำแหน่งรองชนะเลิศอันดับ 3 ได้รับเงินรางวัลท่านละ 20,000 บาท พร้อมสายสะพาย

ปิดม่านลงอย่างสวยงามอลังการ สำหรับการประกวด Miss Thailand International ในปีนี้ โดย [ชื่อผู้ชนะ] จะเป็นตัวแทนเดินทางไปร่วมการประกวด Miss International 2023 ซึ่งจะจัดขึ้นที่ Yoyogi Gymnasium No. 2 ในชิบูย่า โตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ในวันที่ 26 ตุลาคม เพื่อร่วมโปรโมทสถานที่ท่องเที่ยว ทำกิจกรรมสาธารณประโยชน์ การเรียนรู้ศิลปะและวัฒนธรรมญี่ปุ่น และอีกมากมาย เพื่อแสดงให้โลกได้เห็นว่า สาวไทยสามารถสร้างโลกและเปลี่ยนแปลงโลกได้อย่างแท้จริง นอกจากนั้น ผู้คว้าตำแหน่งรองชนะเลิศที่ได้รับตำแหน่งจะเป็นตัวแทนประเทศไทยไปประกวดเวทีระดับนานาชาติอื่นอีกด้วย อาทิ Miss Tourism Queen International, World Top Model, Miss Global Beauty Queen, Mis All Nation, World Miss University

 ร่วมเป็นกองเชียร์ให้กำลังใจ [ชื่อผู้ชนะ] ไปคว้ามงสอง พร้อมติดตามข่าวสารการประกวด Miss Thailand International ได้ทาง Facebook: Miss Thailand International, Instagram: @Missthailandinternational

-(016)

ททท. จัดกิจกรรม ‘Make the Difference in Tourism Product Design’ เตรียมยกระดับสู่ความยั่งยืน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/754584

ททท. จัดกิจกรรม ‘Make the Difference in Tourism Product Design’ เตรียมยกระดับสู่ความยั่งยืน

ททท. จัดกิจกรรม ‘Make the Difference in Tourism Product Design’ เตรียมยกระดับสู่ความยั่งยืน

วันอังคาร ที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2566, 13.01 น.

นายอภิชัย ฉัตรเฉลิมกิจ รองผู้ว่าการด้านสินค้าและธุรกิจท่องเที่ยว การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เป็นประธานในการจัดกิจกรรม Make the Difference in Tourism Product Design นำเสนอศักยภาพสินค้าการท่องเที่ยวไทย และระดมไอเดียจากผู้ประกอบการ เพื่อสร้างความพร้อมในการรองรับนักท่องเที่ยวศักยภาพสูง เพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันในตลาดโลก และยกระดับสู่มาตรฐานความยั่งยืน โดยมีพลตำรวจตรี อภิชาต สุริบุญญา รองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว ร่วมเสวนา และผู้ประกอบการท่องเที่ยวชั้นนำเข้าร่วมกว่า 50 ราย  ณ ห้อง Be Creative โรงแรมเมอเวนพิค บีดีเอ็มเอส เวลเนส รีสอร์ท กรุงเทพ

นายอภิชัย ฉัตรเฉลิมกิจ รองผู้ว่าการด้านสินค้าและธุรกิจท่องเที่ยว ททท. กล่าวว่า ด้านสินค้าและธุรกิจท่องเที่ยว ททท. ได้มีแผนดำเนินงานต่อยอดและผลักดันสินค้าเข้าสู่ตลาด ภายใต้โครงการยกระดับมูลค่าสินค้าทางการท่องเที่ยว เพื่อสร้างระบบนิเวศใหม่ทางการท่องเที่ยว (New Ecosystem) ให้พร้อมรองรับนักท่องเที่ยวศักยภาพสูง โดยให้ความสำคัญกับการ Upskill และ Reskill เพิ่มขีดความสามารถของผู้ประกอบการในการพัฒนาคุณภาพสินค้าและบริการที่มีศักยภาพ (Premium Product) และสอดคล้องกับความต้องการทางการตลาดอย่างยั่งยืน ททท. จึงได้จัดกิจกรรม Make the Difference in Tourism Product Design ขึ้นในวันที่ 4 กันยายน 2566 ณ ห้อง Be Creative โรงแรมเมอเวนพิค บีดีเอ็มเอส เวลเนส รีสอร์ท กรุงเทพ ทั้งในรูปแบบ Hybrid ทั้งออนไซต์และออนไลน์ (Facebook Live) ผ่าน Facebook Page : Tourism Product เพื่ออัปเดตข้อมูลสินค้าการท่องเที่ยว (Product Briefing) นำเสนอผลการดำเนินงานในการสร้างสรรค์และส่งเสริม สินค้าการท่องเที่ยวที่มีคุณภาพในช่วงปีที่ผ่านมา  นอกจากนี้ยังเปิดเวทีสำหรับระดมความคิดเห็นและรับฟังข้อเสนอแนะจากหน่วยงานภาครัฐและเอกชน รวมทั้งผู้ประกอบการภาคอุตสาหกรรมท่องเที่ยว ภายใต้หัวข้อ Tourism Product Design พร้อมกันนี้ยังได้เชิญกองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยวเข้าร่วมบรรยายถึงมาตรการการดูแลความปลอดภัยด้านการท่องเที่ยว   เพื่อเป็นประโยชน์ในการพัฒนาและสร้างสรรค์รูปแบบสินค้าการท่องเที่ยวที่ตรงกับความต้องการของกลุ่มเป้าหมายทางการตลาดอย่างมีประสิทธิภาพ เสริมสร้างความมั่นใจให้ผู้ประกอบการ และยกระดับการท่องเที่ยวสู่มาตรฐานความยั่งยืน

พลตำรวจตรี อภิชาติ สุริบุญญา รองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว กล่าวว่า ความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยเป็นปัจจัยชี้วัดคุณภาพการท่องเที่ยวไทย โดยกองบัญชาการตํารวจท่องเที่ยว (บก.ทท.) ตระหนักถึงความสำคัญของการดูแลความปลอดภัยและเสริมสร้างความมั่นใจในการเดินทางของนักท่องเที่ยว โดยได้ดำเนินงานร่วมกับ ททท. ในการเฝ้าระวังและดูแลความปลอดภัยด้านการท่องเที่ยวให้เป็นไปด้วยความสะดวกและเรียบร้อย  จัดกำลังเจ้าหน้าที่ลงตรวจตราพื้นที่ และนำเครื่องมือเทคโนโลยีเข้ามาช่วยอำนวยความสะดวกให้แก่นักท่องเที่ยว เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยวและผู้ประกอบการ รวมถึงสร้างมาตรฐานความปลอดภัยในการเดินทางท่องเที่ยวในประเทศไทย อันจะเป็นผลดีต่อภาพลักษณ์การท่องเที่ยวไทยในมุมมองของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ

การจัดกิจกรรม “Make the Difference in Tourism Product Design” สะท้อนถึงความร่วมมือและการบูรณาการทางความคิดและการดำเนินงานจากหน่วยงานที่เข้าร่วมโดยเฉพาะภาคเอกชน       ซึ่งเป็นผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวชั้นนำของประเทศไทย อาทิ  บันยันทรี เวญ่า ภูเก็ต, รายาวดี กระบี่, บีดีเอ็มเอส เวลเนส คลินิก, มิสกวัน, คามาลายา เกาะสมุย, สยามเวลเนส กรุ๊ป, เจ้าพระยาทัวร์ริสท์ โบ๊ท, ซัมมิท กรีนวัลเล่ย์ เชียงใหม่, ชีจรรย์ กอล์ฟ รีสอร์ท, เอเชี่ยน โอเอซิส, เดอะ เปียโน เขาใหญ่ ฯลฯ เป็นต้น ที่เข้าร่วมแลกเปลี่ยน รับฟังความคิดเห็นและมุมมองในฐานะผู้ให้บริการและสัมผัสใกล้ชิดกับนักท่องเที่ยว ร่วมกับ ททท. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเตรียมความพร้อมและยกระดับมาตรฐานสินค้าและบริการทางการท่องเที่ยว ของผู้ประกอบการ รวมถึงการสร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยว ซึ่งเป็นการขานรับนโยบายรัฐบาลในเรื่องการกระตุ้นการเดินทางของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ อันจะสอดคล้องกับทิศทางการตลาดของ ททท. ปี 2567 เพื่อร่วมผลักดันเป้าหมายรายได้สูงสุด 3 ล้านล้านบาท ทั้งยังเป็นเครื่องมือสำคัญต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศไทยเพื่อมุ่งสู่เป้าหมายความยั่งยืนต่อไป

ทั้งนี้ ที่ผ่านมา ททท. ได้สร้างสรรค์สินค้าและบริการทางการท่องเที่ยว และส่งเสริมศักยภาพของผู้ประกอบการตลอดจนผลักดันให้อุตสาหกรรมท่องเที่ยวเติบโตตามแผนการดำเนินงานและยุทธศาสตร์ที่วางไว้ ผ่านโครงการต่าง ๆ ซึ่งได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี ทั้งในด้านการรับรู้และรายได้ทางการท่องเที่ยว จากการทดลองจำหน่ายสินค้าและบริการของผู้ประกอบการที่เข้าร่วมโครงการฯ อาทิ โครงการเจ้าบ้านที่ดี New Chapter Phase II มีผู้ประกอบการเข้าร่วมโครงการจำนวน 1,307 ราย สร้างการรับรู้ได้มากถึง 35 ล้านคน/ครั้ง โครงการสร้างกระแสการเดินทางและส่งเสริมการเป็นนักท่องเที่ยวที่ดีภายใต้แนวคิด Happy Model สร้างกระแสการเดินทาง กระตุ้นให้เกิดการท่องเที่ยว โดยมียอดการรับรู้รวมทั้งสิ้น 129 ล้านคน/ครั้ง และสามารถสร้างอัตราเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจได้ถึง 20 ล้านบาท โครงการ Amazing Thailand Health and Wellness New Chapters New Experience มียอดขายแพ็กเกจในแคมเปญกว่า 5,656 การจอง (booking) เกิดการเดินทางสู่พื้นที่ 7,215 คน และสร้างรายได้สูงถึง 68 ล้านบาท ในระยะเวลา 2 เดือน รวมถึงโครงการสร้างสรรค์สินค้าการท่องเที่ยวมูลค่าสูง (Luxperience) ที่ได้คัดสรรและนำเสนอสินค้าและบริการท่องเที่ยวเชิงมูลค่ากว่า 62 รายการ เส้นทางตัวอย่าง 5 เส้นทาง เพื่อส่งมอบประสบการณ์ท่องเที่ยวเหนือระดับที่มีคุณค่าและความหมาย (Meaningful Travel) ซึ่งมีสินค้าที่สามารถรองรับนักท่องเที่ยวกลุ่มตะวันออกกลางที่เป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวเป้าหมายสำคัญในปี 2567 ถึง 29 รายการอีกด้วย

-(016)

สดช.เชิญชวนนักเรียน-นักศึกษา-ประชาชนทั่วไป เข้าร่วมกิจกรรมสู่การเป็นพลเมืองดิจิทัล ครั้งที่ 10

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/754576

สดช.เชิญชวนนักเรียน-นักศึกษา-ประชาชนทั่วไป เข้าร่วมกิจกรรมสู่การเป็นพลเมืองดิจิทัล ครั้งที่ 10

สดช.เชิญชวนนักเรียน-นักศึกษา-ประชาชนทั่วไป เข้าร่วมกิจกรรมสู่การเป็นพลเมืองดิจิทัล ครั้งที่ 10

วันอังคาร ที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2566, 12.38 น.

5 กันยายน 2566 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สดช.) ขอเชิญ นักเรียน นักศึกษา และประชาชนทั่วไป เข้าร่วมกิจกรรมยกระดับสมรรถนะประชากรเพื่อให้พร้อมเข้าสู่การเป็นพลเมืองดิจิทัล ภายใต้โครงการสํารวจข้อมูลสถานภาพการรู้เท่าทันสื่อ และสารสนเทศของประเทศไทย ผ่านทางช่องทางออนไลน์ (Zoom และ YouTube Live)

ครั้งที่ 10 : การประยุกต์ใช้ปัญญาประดิษฐ์ในธุรกิจ (Artificial Intelligence Applications for Business)

วิทยากร : อาจารย์พุทธชาติ ศิริบุตร

วันที่ 6 กันยายน 2566 เวลา 08.30-16.30 น.

โดยผ่านช่องทาง ดังนี้  ช่องทาง Youtube : CA infomedia , Link : https://www.youtube.com/live/6HRH6GopdDw?si=NoQBnDCv7m_jv7o7

รูปแบบออนไลน์ผ่านระบบการประชุมทางไกล Zoom

• Link: bit.ly/zoom-8000

• Meeting ID: 827 639 4741

• Passcode: 12345

ทางโครงการมีเกียรติบัตรมอบให้ผู้ที่เข้าร่วมกิจกรรมฝึกอบรม โดยต้องดำเนินการ ดังนี้

☑️ ทำแบบทดสอบความรู้ก่อน-หลังอบรม Pre-test-Post-test

☑️ทำแบบประเมินความพึงพอใจ

โดยทางโครงการจะจัดส่งเกียรติบัตรให้ทางอีเมลค่ะ

ติดต่อสอบถาม ได้ทางอีเมล ondetraining@gmail.com

‘ไทยประกันชีวิต’ เติมความสุขในสังคม ‘Thai Life’s Sharing Day 2023’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/754392

‘ไทยประกันชีวิต’ เติมความสุขในสังคม  ‘Thai Life’s Sharing Day 2023’

‘ไทยประกันชีวิต’ เติมความสุขในสังคม ‘Thai Life’s Sharing Day 2023’

วันอังคาร ที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

“จิตอาสา” เป็นการเปิดโอกาสให้แก่ผู้ที่มีความต้องการช่วยเหลือผู้อื่นหรือสังคมทำกิจกรรมเพื่อสาธารณประโยชน์ต่างๆ โดยไม่หวังผลตอบแทน บริษัท ไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) กำหนดวิสัยทัศน์การเป็นบริษัทประกันชีวิตแห่งความยั่งยืน ผ่านการส่งมอบคุณค่าให้กับผู้เกี่ยวข้องทุกภาคส่วน จึงมุ่งส่งเสริมให้บุคลากรของบริษัทฯ มีจิตอาสา พร้อมบำเพ็ญตนเพื่อสร้างคุณค่าของชีวิต และเติมเต็มความสุขให้แก่คนในสังคม

บริษัทฯ จึงได้จัดกิจกรรม “Thai Life’s Sharing Day” เป็นประจำต่อเนื่องทุกปี โดยเชิญชวนพนักงานไทยประกันชีวิตจิตอาสา ร่วมออกร้านจำหน่ายอาหาร เครื่องดื่ม และของใช้ต่างๆ บริเวณ Easy Zone ชั้น 1 อาคารไทยประกันชีวิต สำนักงานใหญ่ เพื่อนำรายได้หลังหักค่าใช้จ่ายสมทบช่วยเหลือองค์กรสาธารณกุศล โดยกิจกรรม Thai Life’s Sharing Day 2023 ในปีนี้ได้นำเงินมอบให้กับมูลนิธิศูนย์พัฒนาและฝึกอบรมคนพิการแห่งเอเชียและแปซิฟิก (APCD) ภายในงานนอกจากการออกร้านของพนักงานไทยประกันชีวิตจิตอาสาแล้ว ยังมีร้านจากเครือข่ายตลาดสีเขียว (Green Market) และร้าน 60 Plus+ Bakery & Café ร้านในความดูแลของมูลนิธิ APCD โดยคุณคริสโตเฟอร์ เบญจกุล มาร่วมออกบูธจำหน่ายเบเกอรี่และเครื่องดื่ม นอกจากนี้ ยังมีการแสดงดนตรีโดยผู้พิการทางสายตาร่วมสร้างสีสันให้กับงาน

ไทยประกันชีวิตตระหนักถึงคุณค่าของชีวิต คุณค่าของความรัก และคุณค่าของมนุษย์ พร้อมปลูกฝังและถ่ายทอดแนวคิดนี้ให้เกิดขึ้นในใจบุคลากรขององค์กร ซึ่งนอกจากจะช่วยส่งมอบคุณค่าและความสุขให้แก่คนในสังคมแล้ว ยังสร้างคุณค่าและความสุขให้แก่ตนเองในฐานะ“ผู้ให้” อีกด้วย

คุณแหน : 5 กันยายน 2566

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/754446

วันอังคาร ที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ll ข่าว “คนทางไกล” ถือเคล็ดในการเดินทางกลับไทย เลือกทั้งฤกษ์วัน-เวลา และยังสวมนาฬิกาดีมีมงคล PATEK-PHILIPPE รุ่นแกรนด์มาสเตอร์สุดยอดของนาฬิกา “Complicated” รวมฟังก์ชั่นของนาฬิกา PERPETUAL ดูเวลาได้ทั้งหน้าและหลังแถมมีระบบปลุกเสียงระฆัง สนนราคาตามหน้าตั๋ว 100 ล้านบาท แต่ประทานโทษหากคุณต้องการจะซื้อเดี๋ยวนี้ เสียใจด้วย เพราะไม่มีในตลาดจึงต้องจ่ายตามราคานอกตลาดประมาณ 150 ล้านบาท เพราะผู้ครอบครองไว้ต้องสั่งและจ่ายมัดจำล่วงหน้าถึง 5 ปี…นาฬิกายี่ห้อนี้ผู้สันทัดกรณีชี้ว่ามีความต้องการจากทุกมุมโลกเพราะมีคุณสมบัติเหนือชั้นจริง อาทิ 1) นาฬิกาชั้นเยี่ยมยอด 2) เป็นเครื่องประดับหรูบ่งบอกสถานภาพบุคคล 3) มีบริการ Service ทั่วโลก 4) ราคามือสองขยับขึ้นตามกาลเวลา เป็นการลงทุนที่ดี ในบรรดาวีไอพีไทยที่สะสมนาฬิกา ICONIC นี้ อาทิ พงส์ สารสิน, อัยยวัฒน์ ศรีวัฒนประภา, สารัชถ์ รัตนาวะดี, ธีรพล นพรัมภา และ ทัศนัย สุทัศน์ ณ อยุธยา…

ll วานซืนมีโอกาสนั่งจิบน้ำชาสนทนากับไทคูนหญิงเก่งเจ้าของธุรกิจหลากหลาย (CONGLOMERATE) สุจิตรา สงวนปิยะพันธ์ ได้รับความรู้มากมายหลายด้านรวมถึงศิลปะการบริหารจัดการครอบครัวที่มีกิจการใหญ่ ในประเด็นว่าอายุของประมุขครอบครัวเมื่อถึงขั้นหนึ่งแล้ว ทรัพย์สินชิ้นสำคัญๆ ของมรดกควรถูกนำมาจัดแบ่งให้แก่เหล่าทายาทให้ลงตัวเหมาะสม เพราะบ่อยครั้งประมุขจะกุมกองมรดกไว้เอง จนภายหลังกลายเป็นชนวนแตกแยก ส่วนทรัพย์สินที่เหลือในกองมรดกไทคูนว่าโดยทั่วไปเมื่อประมุขไม่อยู่แล้วลูกหลานก็มักจะอะลุ้มอล่วยกันได้อย่างลงตัวในภายหลัง…

ll ดีใจด้วยกับ ชวาลี โอสถานุเคราะห์ ที่ได้รับเลือกเป็นเอกฉันท์ให้เป็น “นายกสมาคมสตรีภาคพื้นแปซิฟิกฯ” ต่ออีกสมัย…

ll สวดพระอภิธรรมศพ คุณแม่เพ็ญศรี ลี้วารินทร์พาณิช 2-6 ก.ย. 19.00 น. ณ ศาลา 24 วัดชลประทานรังสฤษดิ์ นนทบุรี และประชุมเพลิง 7 ก.ย. 14.00 น. …

ll Mr.lde Yosei รมต.ช่วยกระทรวงศึกษา วัฒนธรรม กีฬาฯของญี่ปุ่น ได้มาร่วมประชุมรัฐมนตรีกีฬาอาเซียน ครั้งที่ 7 ในฐานะคู่เจรจาและถือโอกาสพบปะและร่วมรับทานอาหาร กับคณะกรรมการนักเรียนเก่าญี่ปุ่นฯ สาขาภาคเหนือ โดยมี Mr.Uchida Takeshi เลขานุการเอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย และ ผศ.นาฏยา ตนานนท์ ในฐานะที่ปรึกษาสมาคมฯ ร่วมงานด้วย ที่ รร.แชงกรี-ลา เชียงใหม่ เมื่อ 2 ก.ย.ที่ผ่านมา…

ll เมื่อ 30 ส.ค. รศ.ธีรภัทร วรรณฤมล คณบดีคณะการสื่อสารมวลชน มช. (แมสคอม มช.) จัดงานฉลองคล้ายวันครบรอบ 18 ปี การก่อตั้งคณะฯ (จากภาควิชา มาเป็นคณะฯ) โดยมีงานพิธีทางศาสนา มอบรางวัลแก่อาจารย์ และบุคลากร รวมทั้งมอบทุนให้แก่นักศึกษาที่เรียนดีแต่ขาดแคลนทุนทรัพย์…หนึ่งในนั้นคือทุน รศ.สดศรี เผ่าอินจันทร์ (คณบดีคนแรกของคณะฯ) ซึ่งมอบทุนติดต่อกันเป็นปีที่ 10…ทั้งนี้ ทุน รศ.สดศรี เผ่าอินจันทร์ ก่อตั้งในปี 2554 โดยศิษย์เก่าและศิษย์ปัจจุบันในเวลานั้น ร่วมกันจัดงานมุทิตาจิต และมีการจัดกิจกรรมต่างๆ เพื่อระดมทุน นำโดย นงค์นาถ ห่านวิไล และพี่ๆ เพื่อนๆ น้องๆ อาทิ ศรีสุดา ศรีสุโข, มานิดา นฤภัทร ฯลฯ…“บารอนเนส” ในฐานะศิษย์มีครู (รศ.สดศรี) ขอแสดงความกตัญญู และกราบท่านด้วยหัวใจ เพราะเขียนข่าวได้ ทำหนังสือพิมพ์เป็น เพราะอาจารย์พร่ำสอน และให้ฝึกทำของจริงกับ“นสพ.อ่างแก้ว” เมื่อ กว่า 40 ปีก่อน…กราบสิคะจะรออะไร !!…ll

บารอนเนส

ตรวจดีเอ็นเอ ค้นหาพิมพ์เขียวของร่างกาย รู้ก่อน ป้องกันก่อน ทางลัดดูแลสุขภาพอย่างยั่งยืน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/754462

ตรวจดีเอ็นเอ ค้นหาพิมพ์เขียวของร่างกาย  รู้ก่อน ป้องกันก่อน ทางลัดดูแลสุขภาพอย่างยั่งยืน

ตรวจดีเอ็นเอ ค้นหาพิมพ์เขียวของร่างกาย รู้ก่อน ป้องกันก่อน ทางลัดดูแลสุขภาพอย่างยั่งยืน

วันอังคาร ที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

หลายคนคุ้นเคยและเข้าใจว่า “การตรวจดีเอ็นเอ” เป็นการตรวจหาความสัมพันธ์ทางสายโลหิตหรือการพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคล แต่ทราบหรือไม่ว่า มีการตรวจดีเอ็นเออีกประเภทหนึ่งที่ช่วยในการวิเคราะห์สุขภาพ เสมือนการไขรหัสลับชีวิตของแต่ละบุคคล ทำให้ทราบความเสี่ยงไม่เพียงกับโรคทางพันธุกรรมที่ถ่ายทอดผ่านทางสายเลือดยังทราบถึงความเสี่ยงของโรคที่เกิดจากพฤติกรรมของแต่ละคน เช่นจากพฤติกรรมการกิน การนอน การออกกำลังกาย หรือจากความเครียด เป็นต้น  เพราะความเสี่ยงจากโรคทางพันธุกรรมไม่ได้มีแค่โรคมะเร็ง หรือโรคที่ติดตัวมาแต่กำเนิด แต่ปัจจัยที่สำคัญมากยิ่งกว่าคือ พฤติกรรมที่นำพาไปสู่การเกิดโรค  

การตรวจดีเอ็นเอ สามารถวิเคราะห์ได้ถึงพฤติกรรม การตอบสนองต่อสารอาหารของแต่ละคน เนื่องจากร่างกายแต่ละคนมีความต้องการไม่เท่ากัน นอกจากนี้ ยังบอกถึงภาวะการนอนหลับ การต้านทานความเครียด ลักษณะการออกกำลังกายที่เหมาะสม ความอ่อนไหวต่อมลพิษ เป็นต้น  

ข้อมูลที่ได้จากการตรวจดีเอ็นเอเหล่านี้ นอกจากทำให้รู้จักตนเองมากขึ้นแล้วยังสามารถนำมาวิเคราะห์ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิต เหมือนเป็นอีกตัวช่วยเพื่อการวางแผนป้องกันและดูแลสุขภาพ ยกตัวอย่าง กรณีคนที่น้ำหนักขึ้นโดยไม่ทราบสาเหตุ สามารถนำข้อมูลที่ได้มาปรับพฤติกรรมตามผลลัพธ์รหัสพันธุกรรม เช่น การออกกำลังกาย การรับประทานอาหาร การปรับสารอาหารที่ควรได้รับ ฯลฯ 

แพทย์หญิงกชกร เจริญผลพิบูลย์ แพทย์ผู้ชำนาญการด้านเวชศาสตร์ป้องกันคลินิกดูแล ป้องกัน และฟื้นฟูสุขภาพบีดีเอ็มเอส เวลเนส คลินิก (BDMS Wellness Clinic) กล่าวว่า การตรวจดีเอ็นเอ หรือ Genetic Testing เป็นการตรวจรหัสพันธุกรรมเสมือนการตรวจหาต้นทุนสุขภาพที่มีติดตัวมาแต่กำเนิด ซึ่งแต่ละคนจะมีรหัสพันธุกรรมที่ควบคุมการแสดงออกแตกต่างกัน ไม่ว่าจะเป็นหน้าตา สีผม รูปลักษณ์ภายนอกต่างๆ รวมถึงระบบการทำงานภายในร่างกายที่บ่งชี้โอกาสของการเกิดโรค หรือความผิดปกติทางพันธุกรรมที่อาจส่งผลในอนาคต 

“การตรวจดีเอ็นเอ ไม่ใช่การวิเคราะห์โรค แต่เป็นการดูแลภาวะสุขภาพและนำข้อมูลมาวางแผนในอนาคตเพื่อไม่ให้เป็นไปตามภาวะที่น่ากังวลเหล่านั้นเหมือนมี “แผนที่” มีพิมพ์เขียวของร่างกาย ซึ่งเราไม่จำเป็นต้องเดินไปตามแผนที่นั้นก็ได้ แต่สามารถหลีกเลี่ยงหาเส้นทางที่ดีกว่า สามารถดูแลป้องกันได้ล่วงหน้า หรือเพื่อชะลอการเป็นโรคให้ช้าลง เพื่อยืด Health Span คือช่วงเวลาที่มีคุณภาพชีวิตที่ดีให้ยาวขึ้น”  

ปัจจุบันด้วยกระแสของเวชศาสตร์เชิงป้องกันเป็นที่นิยมมากขึ้น คนจำนวนมากหันมาให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพเพื่อหลีกเลี่ยงความเจ็บป่วย เพราะแม้จะกินคลีน หรือมีวินัยในการดูแลสุขภาพดีเพียงใด แต่ยังมีปัจจัยอื่นที่อยู่นอกเหนือการควบคุม ไม่ว่าจะเป็นเชื้อโรคที่ส่งผ่านทางอากาศและการสัมผัส มลภาวะในสิ่งแวดล้อม PM2.5 เป็นต้น การตรวจดีเอ็นเอจึงเป็นอีกตัวช่วยของการวางแผนดูแลสุขภาพ ที่สามารถป้องกันความเสี่ยงต่อโรคได้

การตรวจดีเอ็นเอในปัจจุบัน ไม่ได้มุ่งเน้นความสำคัญไปแค่เรื่องบอกความเสี่ยงของโรค แต่ในกรณีของเด็กเล็ก การตรวจดีเอ็นเอยังทำให้ทราบถึงสมรรถภาพทางร่างกายและความถนัดต่างๆ เช่น ความถนัดทางภาษา ทางคณิตศาสตร์ ทางดนตรี กีฬา หรือศิลปะ เป็นต้น ผู้ที่เข้ารับการตรวจดีเอ็นเอมีทุกเพศทุกวัย ตั้งแต่เด็ก คนหนุ่มสาววัยทำงานไปจนถึงคนสูงวัย โดยเฉพาะในช่วงอายุราว 40 ปี ซึ่งมักมีความกังวลเกี่ยวกับสุขภาพ การดูแลสุขภาพแบบองค์รวมจึงหลีกเลี่ยงได้ยากที่จะไม่ใช้การตรวจดีเอ็นเอเพื่อการนำข้อมูลที่ได้เทียบเคียงกับข้อมูลสุขภาพ ณ ปัจจุบัน เสมือนเป็นตัวช่วยเพิ่มเพื่อใช้ในการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน ขณะเดียวกันก็มีพ่อแม่หลายคนที่พาลูกเข้ารับการตรวจ เพื่อเป็นแนวทางในการวางแผนชีวิตให้ลูกตามทักษะความถนัด หรือถ้ามีพันธุกรรมที่มีความเสี่ยงในการเกิดโรคแพทย์ผู้ชำนาญการจะช่วยวางแผนด้านสุขภาพได้ด้วย โดยสามารถตรวจได้ตั้งแต่ยังเล็ก 

สำหรับกระบวนการตรวจดีเอ็นเอ ที่คลินิกดูแล ป้องกัน และฟื้นฟูสุขภาพ บีดีเอ็มเอส เวลเนส คลินิก ใช้วิธีการเก็บตัวอย่างเนื้อเยื่อจากเยื่อบุกระพุ้งแก้ม (Buccal Swab) จึงทำได้ง่าย ไม่เจ็บเพราะไม่ต้องเจาะเลือด และใช้เวลารวดเร็ว เพียงงดน้ำและอาหาร ไม่แปรงฟันหรือทำความสะอาดช่องปาก 2 ชั่วโมงก่อนการเก็บตัวอย่าง ใช้เวลารอผลประมาณ 1 เดือน จะได้ผลออกมาเป็นรายงานพิมพ์เขียวของร่างกายใช้เสมือนเป็นคู่มือดูแลสุขภาพ โดยจะมีแพทย์ผู้ชำนาญการเป็นผู้อ่านแปลผลและแนะแนวทางการดูแลสุขภาพระยะยาวให้อย่างตรงจุด

กับคำถามที่ว่า เมื่อตรวจดีเอ็นเอแล้วยังต้องตรวจสุขภาพประจำปีหรือไม่?  พญ.กชกร กล่าวว่า ดีเอ็นเอเหมือนเป็น “สมบัติ” ที่ได้มาจากพ่อแม่ สิ่งที่ได้จากการตรวจดีเอ็นเอคือ “หนังสือชีวิตส่วนตัว” เป็นแผนที่ที่ทำให้รู้จักตัวเองและสามารถวางเป้าหมายการดำเนินชีวิตได้ว่าควรหรือไม่ควรเดินไปทางไหน แต่สิ่งที่ทำให้เกิดความเสี่ยงโรค ณ ปัจจุบัน มาจากพฤติกรรมการใช้ชีวิตปัจจุบัน ฉะนั้นแม้ว่าจะตรวจดีเอ็นเอแล้วยังจำเป็นต้องตรวจเลือดเพื่อดูว่าสุขภาพองค์รวมปัจจุบันเป็นอย่างไร ฯลฯ เพราะผลจากการตรวจดีเอ็นเอเป็นการคาดการณ์ว่ามีแนวโน้มความเสี่ยงโรคมากกว่าผู้อื่น แต่ภาวะสุขภาพปัจจุบันต้องตรวจสุขภาพจึงจะทราบ

“ฉะนั้น การตรวจสุขภาพประจำปีจึงเป็นสิ่งที่ทุกคนต้องทำ ไม่จำเป็นต้องรอให้มีอาการก่อนจึงไปพบแพทย์ เพราะโรคบางโรคไม่ได้ออกอาการจนวันที่เป็นหนักมาก ๆ และอาจทำให้รักษาไม่ทันท่วงที”  

ทั้งนี้ รายงานการตรวจดีเอ็นเอจะแสดงผลอัตราความเสี่ยงเป็น“สีเขียว” (ผ่าน) และ “สีแดง” (เสี่ยง) พญ.กชกร ย้ำว่า แม้ว่าตรวจแล้วจะได้ผลเป็น “สีเขียว” แต่ไม่ใช่ว่าจะไม่เป็น เพราะพฤติกรรมการใช้ชีวิตนั้นสำคัญมาก นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยอื่นอีกมากมาย เช่น มลพิษ PM2.5 ความเครียด ฯลฯ ที่ทำให้เปลี่ยนจาก ”สีเขียว” เป็น “สีแดง” 

“บางคนคิดว่าตรวจดีเอ็นเอแล้วไม่จำเป็นต้องตรวจสุขภาพประจำปี การตรวจเลือดเป็นการดูว่าปัจจุบันเป็นอย่างไร อยู่สถานะไหน แต่การตรวจดีเอ็นเอเป็นการบอกแนวโน้มสุขภาพระยะยาวว่ามีต้นทุนสุขภาพอย่างไร และมีความเสี่ยงอะไร เพื่อนำไปปรับสมดุล เพื่อให้ร่างกายมีสุขภาวะที่ดีและไม่เป็นไปตามความเสี่ยงนั้นๆ ที่อาจเกิดขึ้น โดยการตรวจเพียงครั้งเดียวสามารถใช้ได้ตลอดชีวิต เป็นทางลัดการวางแผนสุขภาพที่รู้ก่อน-ป้องกันก่อน” 

ข้อมูลเพิ่มเติมของการตรวจดีเอ็นเอ คลิกที่เว็บไซต์ www.bdmswellness.com หรือสอบถามได้ที่ไลน์ @bdmswellnessclinic

เอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ จับมือ กรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ ร่วมรณรงค์ Let’s Get Right สินค้าไทยถูกใจ ถูกต้อง ถูกกฎหมาย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/754394

เอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ จับมือ กรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์  ร่วมรณรงค์ Let’s Get Right สินค้าไทยถูกใจ ถูกต้อง ถูกกฎหมาย

เอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ จับมือ กรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ ร่วมรณรงค์ Let’s Get Right สินค้าไทยถูกใจ ถูกต้อง ถูกกฎหมาย

วันอังคาร ที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ศูนย์การค้าเอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ ร่วมกับ กรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ จัดงาน “Let’s Get Right สินค้าไทยถูกใจ ถูกต้อง ถูกกฎหมาย” รณรงค์สร้างความเข้าใจปลูกจิตสำนึกเคารพสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาให้กับผู้ประกอบการและประชาชนทั่วไปโดยภายในงาน สมพล ตรีภพนารถประธานเจ้าหน้าที่บริหารธุรกิจศูนย์การค้า บริษัท เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน) ร่วมต้อนรับ อาวุธ วงศ์สวัสดิ์ รองอธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา ประธานในพิธี รวมถึงผู้แทนจากประเทศคู่ค้า สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย คณะผู้แทนสหภาพยุโรปประจำประเทศไทย กองอำนวยการ
รักษาความมั่นคงในราชอาณาจักร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรมศุลกากร และตัวแทนผู้ประกอบการร้านค้าภายในศูนย์การค้าฯ ก่อนชมการแสดงโขนเรื่องรามเกียรติ์ ชุดยกรบ และเข้าสู่พิธีเปิดงานร่วมกันอย่างเป็นทางการ ณ บริเวณลานเซ็นเตอร์ ฮอลล์ ชั้นG ศูนย์การค้าเอ็ม บี เค เซ็นเตอร์

ไฮไลท์ภายในงาน “Let’s Get Right สินค้าไทยถูกใจ ถูกต้อง ถูกกฎหมาย” ประกอบด้วยการเสวนาในหัวข้อ “ผลกระทบจากการจำหน่ายสินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา” โดย อาวุธ วงศ์สวัสดิ์ รองอธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์, พล.ต.ต.พุฒิเดช บุญกระพือ ผู้บังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ, พ.ต.อ.วีระพงษ์ หอมหวล ผู้กำกับการกองกำกับการ 1 กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ สำนักงานตำรวจแห่งชาติและ โชติกา อรินทร์ชัย นักวิชาการศุลกากรชำนาญการ กรมศุลกากร จากนั้นคณะผู้บริหารและทีมนักแสดงโขนได้ร่วมเดินรณรงค์ เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจให้แก่ผู้ค้า ผู้ประกอบการ และประชาชน เกี่ยวกับการคุ้มครองและเคารพสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญา ทั่วทั้งบริเวณชั้น G และลานสกายวอล์ก ชั้น 2 ของศูนย์การค้า โดยได้รับการตอบรับที่ดีจากผู้ประกอบการ ประชาชน และนักท่องเที่ยวเป็นอย่างดี

อาวุธ วงศ์สวัสดิ์ เผยว่า กรมทรัพย์สินทางปัญญา ได้ดำเนินการทั้งในด้านการส่งเสริมคุ้มครองสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญา ควบคู่ไปกับการป้องปราบการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาอย่างครอบคลุม ทั้งในย่านการค้าและตลาดออนไลน์อย่างต่อเนื่อง โดยในการจัดงาน “Let’s Get Right สินค้าไทยถูกใจ ถูกต้อง ถูกกฎหมาย” ได้เล็งเห็นว่าการสร้างความตระหนักรู้แก่ผู้ค้าผู้ประกอบการ ผู้บริโภคและประชาชนให้เคารพสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญานับเป็นรากฐานที่สำคัญที่จะส่งเสริมการคุ้มครองสิทธิ์ในทรัพย์สินทางปัญญา เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งหน่วยงานภาครัฐและเอกชน นำมาสู่ภาพลักษณ์ที่ดีในสายตาของประเทศคู่ค้า นักลงทุน ส่งเสริมบรรยากาศการลงทุนในประเทศ และปกป้องประชาชนจากอันตรายที่อาจเกิดขึ้นจากการใช้สินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาที่ไม่ได้มาตรฐานอีกด้วย

ทางด้าน สมพล ตรีภพนารถ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารธุรกิจศูนย์การค้า บริษัท เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน) เผยถึงความร่วมมือในการจัดงานว่า เป็นประจำในทุกๆ ปี ที่ศูนย์การค้าเอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ ได้ร่วมมือกับกรมทรัพย์สินทางปัญญา จัดกิจกรรมเพื่อรณรงค์และเปิดพื้นที่ให้ความรู้แก่ผู้ประกอบการ ในเรื่องการสร้างแบรนด์ และการตระหนักรู้ในเรื่องทรัพย์สินทางปัญญา พร้อมหาแนวทางในการพัฒนาสินค้าให้กับผู้ประกอบการ จนสามารถทำแบรนด์ที่เป็นเอกลักษณ์ของตัวเองได้ ซึ่งปัจจุบันมีร้านค้าภายในศูนย์การค้าฯ ประเภทสินค้าเคสโทรศัพท์มือถือ ของฝากที่ระลึก และกระเป๋าแฟชั่น ได้พัฒนาสินค้าในแบรนด์ของตัวเอง มีเอกลักษณ์ เป็นที่นิยมต้องการของชาวต่างชาติ สามารถส่งออกจำหน่ายต่างประเทศในตะวันออกกลางและยุโรปได้ เป็นตัวอย่างที่ดีสะท้อนให้เห็นว่าไม่จำเป็นต้องเป็นสินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาที่จำหน่ายได้เท่านั้น แต่สินค้าที่ถูกพัฒนาอย่างใส่ใจ มีคุณภาพและเอกลักษณ์ของตัวเองก็สามารถเติบโตตลาดได้ดีเช่นกัน

สมพล ตรีภพนารถ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารธุรกิจศูนย์การค้า บมจ.เอ็ม บี เค ต้อนรับ อาวุธ วงศ์สวัสดิ์ รองอธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา

สมพล ตรีภพนารถ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารธุรกิจศูนย์การค้า บมจ.เอ็ม บี เค ต้อนรับ อาวุธ วงศ์สวัสดิ์ รองอธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา

เปิดงาน Let’s Get Right สินค้าไทยถูกใจ ถูกต้อง ถูกกฎหมาย

เปิดงาน Let’s Get Right สินค้าไทยถูกใจ ถูกต้อง ถูกกฎหมาย

ผู้บริหารร่วมเปิดงาน Let’s Get Right สินค้าไทยถูกใจ ถูกต้อง ถูกกฎหมาย

ผู้บริหารร่วมเปิดงาน Let’s Get Right สินค้าไทยถูกใจ ถูกต้อง ถูกกฎหมาย

เสวนาในหัวข้อผลกระทบจากการจำหน่ายสินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา

เสวนาในหัวข้อผลกระทบจากการจำหน่ายสินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา

โชว์การแสดงโขนเปิดงาน Let’s Get Right

โชว์การแสดงโขนเปิดงาน Let’s Get Right

เดินรณรงค์ Let’s Get Right สินค้าไทยถูกใจ ถูกต้อง ถูกกฎหมายให้กับผู้ประกอบการภายในศูนย์การค้าฯ

เดินรณรงค์ Let’s Get Right สินค้าไทยถูกใจ ถูกต้อง ถูกกฎหมายให้กับผู้ประกอบการภายในศูนย์การค้าฯ

เดินรณรงค์ Let’s Get Right สินค้าไทยถูกใจ ถูกต้อง ถูกกฎหมายให้กับผู้ประกอบการภายในศูนย์การค้าฯ

เดินรณรงค์ Let’s Get Right สินค้าไทยถูกใจ ถูกต้อง ถูกกฎหมายให้กับผู้ประกอบการภายในศูนย์การค้าฯ

เดินรณรงค์ Let’s Get Right สินค้าไทยถูกใจ ถูกต้อง ถูกกฎหมายให้กับผู้ประกอบการภายในศูนย์การค้าฯ

เดินรณรงค์ Let’s Get Right สินค้าไทยถูกใจ ถูกต้อง ถูกกฎหมายให้กับผู้ประกอบการภายในศูนย์การค้าฯ

สายมูต้องมี !!! น้ำหอมบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ‘De Dheva’ ผสานส่วนผสมมงคล

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/754421

สายมูต้องมี !!! น้ำหอมบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ‘De Dheva’ ผสานส่วนผสมมงคล

สายมูต้องมี !!! น้ำหอมบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ‘De Dheva’ ผสานส่วนผสมมงคล

วันอังคาร ที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ครั้งแรกกับการเปิดตัวน้ำหอมบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ แบรนด์ “De Dheva” โดย “แมกซ์ โซลูชั่น” ผสานส่วนผสมมงคล ควรค่าถวายสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทุกศาสตร์ความเชื่อ

พร้อมศักดิ์ จรัญญากรณ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัทแมกซ์ โซลูชัน เซอร์วิส จำกัด (บริษัทในเครือพีทีจี) เปิดเผยว่า หลังเปิดให้บริการ “Max มู” บริการพยากรณ์ออนไลน์แบบครบวงจรบนแอปพลิเคชั่น Max Me โดยรวบรวมยอดนักโหราศาสตร์ชื่อดังของเมืองไทยหลายท่าน นำทีมโดย อ.คฑา ชินบัญชร เพื่อเป็นทางเลือกให้สมาชิกเข้าถึงบริการทุกศาสตร์พยากรณ์ที่น่าเชื่อถือ ได้ง่าย ตรงทุกความต้องการ ซึ่งที่ผ่านมา Max มูได้รับกระแสตอบรับที่ดีเกินความคาดหมาย มีการจัดกิจกรรมนอกสถานที่เดินสายทำบุญ เสริมชะตาชีวิตร่วมกับสมาชิกมาโดยตลอด ทำให้เราตระหนักถึงปัญหาที่อาจเกิดจากการจุดธูปเทียน การถวายดอกไม้ อาทิ ปัญหามลภาวะทางอากาศ อัคคีภัย และขยะจากดอกไม้ จึงเป็นที่มาของแนวคิดพัฒนาผลิตภัณฑ์น้ำหอมบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ภายใต้แบรนด์ “De Dheva” (เดอ เทวา) ซึ่งเป็นการนำความเชื่อแต่โบราณในการสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ด้วย ดอกไม้ ธูป และเทียนมาปรับให้เข้ากับยุคสมัยปัจจุบัน

“De Dheva เป็นสินค้าสำหรับสายมู และสายบุญตัวแรก ที่แมกซ์ โซลูชั่น ผลิตเพื่อนำมาจำหน่ายในช่องทาง Max มู และ website De Dheva รวมถึง ช่องทางการตลาดอื่นๆ ในเครือบริษัทพีทีจี เราเชื่อมั่นว่า De Dheva สร้างสรรค์มาเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของคนรุ่นใหม่ ซึ่งอาจมีที่พักอาศัยหรือสถานที่ทำงานในพื้นที่จำกัด รวมถึงมีข้อจำกัดในการจุดธูปและถวายเครื่องหอมแด่สิ่งศักดิ์สิทธิ์ในทุกๆ ความเชื่อ นับเป็นทางเลือกใหม่และเป็นสื่อกลางส่งคำถวายสักการะ คำอธิษฐานแก่สิ่งศักดิ์สิทธิ์แทนการบูชาด้วยดอกไม้ ธูป เทียน และยังเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอีกด้วย” พร้อมศักดิ์ กล่าว

ความโดดเด่นของ De Dheva คือ ส่วนผสมที่เป็นมงคล น้ำจากแม่น้ำศักดิ์สิทธิ์บนยอดเขาพนมกุเลนประเทศกัมพูชา ผ่านพิธีสวดนพเคราะห์จากวัดโพธิ์ ผสานเข้ากับกลิ่นหอมจากน้ำมันหอมระเหยจากดอกไม้ และเครื่องหอมที่เป็นที่นิยมในการนำมาบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในพิธีการต่างๆ อาทิ กลิ่นหอมจากดอกมะลิ ดอกพุดซ้อน แก่นไม้จันทน์ และยางไม้กำยาน

และเมื่อเร็วๆ นี้ แมกซ์ โซลูชัน ถือฤกษ์มงคลจัดกิจกรรมเปิดตัว De Dheva โดยมี อ.คฑา ชินบัญชร เป็นผู้นำพิธีบวงสรวง ณ ศาลหลักเมืองกรุงเทพ เพื่อเสริมพลังมงคลในขั้นตอนสุดท้าย และเริ่มวางจำหน่ายในหลายช่องทาง ไม่ว่าจะเป็น ผ่านเว็บไซต์ www.dedheva.com แอปพลิเคชั่น Max Me : บริการ Max มู หรือที่ LINE Official PT Station : บริการ Max มู และ Facebook PT Station มอบราคาพิเศษสำหรับช่วงเปิดตัวโดยเฉพาะ De Dheva ปริมาณขวดละ 10ml จากราคาปกติ 321 บาท รับส่วนลดทันที 10% เหลือเพียงราคา 289 บาทเท่านั้น

ศรีริต้า ณรงค์เดช จัด Moment Of Hope Charity High Tea หาทุนหนุน UNHCR ช่วยแม่และเด็กที่ต้องลี้ภัยสงคราม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/754400

ศรีริต้า ณรงค์เดช จัด Moment Of Hope Charity High Tea   หาทุนหนุน UNHCR ช่วยแม่และเด็กที่ต้องลี้ภัยสงคราม

ศรีริต้า ณรงค์เดช จัด Moment Of Hope Charity High Tea หาทุนหนุน UNHCR ช่วยแม่และเด็กที่ต้องลี้ภัยสงคราม

วันอังคาร ที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นอกจากบทบาทการแสดงและนักธุรกิจแถวหน้าของวงการบันเทิงแล้ว ศรีริต้า เจนเซ่น ณรงค์เดช ยังเป็นหนึ่งใน
นางเอกใจบุญ  ที่มีภาพเดินสายทำบุญมาให้เห็นตลอด อีกหนึ่งในโครงการเพื่อช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ทั่วโลก ศรีริต้า จัดหาทุนสนับสนุน UNHCR โดยเฉพาะเด็ก และผู้หญิงที่ต้องลี้ภัยจากสงคราม และความรุนแรงทั่วโลก ภายใต้กิจกรรม Moment Of Hope Charity High Tea ซึ่งได้รับความสนใจจากเหล่าเซเลบริตี้-คนดังคับคั่ง อาทิ นายเปาโล ดีโอนีซี เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐอิตาลีประจำประเทศไทย, สู่ขวัญ บูลกุล, ม.ร.ว.แม้นนฤมาส ยุคล สวัสดิ์-ชูโต, ทยา ทีปสุวรรณ, ปัญญ์ชลี เพ็ญชาติ และแขกอีกมากมายที่โรงแรมสินธร เคมปินสกี้ กรุงเทพ

ศรีริต้า เจนเซ่น ณรงค์เดช กล่าวถึงในกิจกรรมครั้งนี้ว่า “ริต้าอยากเป็นกระบอกเสียงในการจัดหาทุนสนับสนุนที่ช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ด้วยกันโดยเฉพาะเด็ก และผู้หญิง จังหวะเดียวกับที่ริต้าได้มีโอกาสเป็นสมาชิกกิตติมศักดิ์ของกองทุนนักธุรกิจหญิงรุ่นใหม่เพื่อผู้ลี้ภัย โดยมีวัตถุประสงค์ในการจัดหางบประมาณเพื่อช่วยเหลือคุณแม่เลี้ยงเดี่ยวที่จำเป็นต้องลี้ภัยจากสงครามที่จัดตั้งโดย UNHCR และยอดบริจาคของกิจกรรมในครั้งนี้จะมอบให้กองทุนเกี่ยวกับเด็ก และผู้หญิงที่ถูกบังคับให้ลี้ภัยจากสงครามทั่วโลก ซึ่งขณะนี้ จำนวนผู้ที่ถูกบังคับให้พลัดถิ่นสูงถึง110 ล้านคน ซึ่งเพิ่มสูงขึ้นถึง 19 ล้านคน จากปลายปี พ.ศ. 2564 เป็นจำนวนสูงที่สุดนับตั้งแต่ UNHCR มีการรวบรวมสถิติผู้พลัดถิ่นทั่วโลก เรารู้สึกเป็นเกียรติที่กิจกรรมนี้ได้รับความสนใจจากเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ที่มาร่วมงานการกุศลในครั้งนี้ เพราะทุกยอดบริจาคจะถูกส่งต่อโดยไม่มีการหักค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้นในโอกาสนี้ริต้าขอขอบคุณสถานที่และ Set Afternoon Tea  จากโรงแรมสินธร เคมปินสกี้ กรุงเทพ ที่ร่วมเป็นสปอนเซอร์ในงานวันนี้ด้วยค่ะ”

สำหรับคนที่สงสัยว่า UNHCR คืออะไร UNHCR  คือ หน่วยงานขององค์การสหประชาชาติ ที่ก่อตั้งมากว่า 70 ปี ปัจจุบันให้ความช่วยเหลือผู้ลี้ภัยสงคราม ใน 130 ประเทศ ทั่วโลกและยังได้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ 2 ครั้ง จากการทำงานด้านมนุษยธรรม ที่สร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกต่อชีวิตเพื่อนมนุษย์อีกด้วย

สนใจอยากร่วมกิจกรรมดีๆ แบบนี้ ริต้าจะยังคงสานต่ออีกหลายกิจกรรมเพื่อช่วยชีวิตแม่และเด็กผู้ลี้ภัยสงครามกับ UNHCR ประเทศไทย นอกจากนี้ทุกท่านสามารถบริจาคช่วยชีวิตแม่และเด็กผู้ลี้ภัยสงคราม สนับสนุนงานด้านมนุษยธรรมกับ UNHCR ได้โดยตรงที่ บัญชีธนาคารกรุงเทพ ชื่อบัญชี UNHCR Special Account เลขที่บัญชี 201-0-555-999 แจ้งการบริจาคไปที่ UNHCR LINE : @unhcrfamily

กรณ์ ณรงค์เดช, ศรีริต้า เจนเซ่น ณรงค์เดช, เปาโล ดีโอนีซี เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐอิตาลีประจำประเทศไทย

กรณ์ ณรงค์เดช, ศรีริต้า เจนเซ่น ณรงค์เดช, เปาโล ดีโอนีซี เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐอิตาลีประจำประเทศไทย

กรณ์ ณรงค์เดช, สู่ขวัญ บูลกุล, ศรีริต้า เจนเซ่น ณรงค์เดช, ทยา ทีปสุวรรณ,
อัครรัฐ วรรณรัตน์

กรณ์ ณรงค์เดช, สู่ขวัญ บูลกุล, ศรีริต้า เจนเซ่น ณรงค์เดช, ทยา ทีปสุวรรณ, อัครรัฐ วรรณรัตน์

ศรีริต้า เจนเซ่น ณรงค์เดช

ศรีริต้า เจนเซ่น ณรงค์เดช