วิทยาลัยแพทยศาสตร์ศรีสวางควัฒน พัฒนาศักยภาพอาสาจุฬาภรณ์ จัดอบรม ‘โครงการอาสาจุฬาภรณ์’ เน้นให้ความรู้ สร้างชุมชนต้นแบบ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/754190

วิทยาลัยแพทยศาสตร์ศรีสวางควัฒน พัฒนาศักยภาพอาสาจุฬาภรณ์  จัดอบรม ‘โครงการอาสาจุฬาภรณ์’ เน้นให้ความรู้ สร้างชุมชนต้นแบบ

วิทยาลัยแพทยศาสตร์ศรีสวางควัฒน พัฒนาศักยภาพอาสาจุฬาภรณ์ จัดอบรม ‘โครงการอาสาจุฬาภรณ์’ เน้นให้ความรู้ สร้างชุมชนต้นแบบ

วันจันทร์ ที่ 4 กันยายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ความสำคัญของปัญหาสุขภาพของชุมชนเมือง การดำรงชีวิตอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่มีมลภาวะ การขาดความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องด้านสุขภาพ รวมทั้งขาดการปฏิสัมพันธ์อย่างใกล้ชิดของประชาชนในชุมชนเมือง เมื่อเร็วๆ นี้ วิทยาลัยแพทยศาสตร์ศรีสวางควัฒน ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ จึงได้จัดอบรม “โครงการอาสาจุฬาภรณ์” ขึ้น วัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาศักยภาพของอาสาจุฬาภรณ์ ให้มีความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องในการดูแลสุขภาพอนามัยของตนเองได้ดี สามารถถ่ายทอดความรู้ระหว่างกัน และสามารถดูแลสุขภาพคนในชุมชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ณ CRA Hall ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ นายแพทย์วิสุทธิ์ ล้ำเลิศธน รักษาการรองคณบดีวิทยาลัยแพทยศาสตร์ศรีสวางควัฒน เป็นประธานเปิดโครงการอาสาจุฬาภรณ์ กล่าวว่า “กิจกรรมนี้ ประชาชนที่มาตั้งใจอยากได้ความรู้ ส่วนนักศึกษาของเราได้เรียนรู้ รับทราบ มีปฏิสัมพันธ์กับชุมชน เขาจะได้รู้ด้วยว่าชุมชนที่มามีสุขสภาวะดีขึ้นอย่างไร จากการที่ทุกฝ่ายช่วยกัน นอกเหนือจากนั้นยังมีประโยชน์ด้านงานวิจัย นำความรู้จากการทำงานเชิงรุกไปต่อยอดและแก้ปัญหาตรงจุด ซึ่งแผนงานในอนาคตเราอยากสร้างชุมชนต้นแบบที่มีความยั่งยืน ให้เป็นไปตามสามหลักการ สร้างคนให้อาสาสมัครจุฬาภรณ์ได้ตระหนักรู้ เอาความรู้ไปดูแลตัวเอง ครอบครัว ชุมชน จากนั้นใช้เทคโนโลยีมาช่วย เก็บข้อมูลเพื่อใช้ประโยชน์ในการดูแลตัวเอง รวมถึงการทำงานวิจัยของนักศึกษา ท้ายที่สุดสามารถเชื่อมต่อ สร้างระบบบริการให้ประชาชนส่งต่อข้อมูลจากชุมชนสู่สถานบริการได้อย่างไม่ติดขัด”

วิทยาลัยแพทยศาสตร์ศรีสวางควัฒน ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ได้ดำเนินโครงการอาสาจุฬาภรณ์เพื่อเฉลิมพระเกียรติ และตามรอยพระปณิธานในศาสตราจารย์ ดร.สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒนวรขัตติยราชนารี องค์ประธานราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ที่ทรงเล็งเห็นความสำคัญของปัญหาสุขภาพของประชาชนในชุมชนต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งชุมชนเมือง ซึ่งดำรงชีวิตอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่มีมลภาวะในยุคที่ข้อมูลข่าวสารมีจำนวนมาก แต่ประชาชนจำนวนมากยังขาดความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องด้านสุขภาพ รวมทั้งขาดปฏิสัมพันธ์ระหว่างคนในชุมชนด้วยกันเอง โครงการอาสาจุฬาภรณ์เป็นโครงการที่เน้น 3 หลักการ ได้แก่ 1.การสร้างคน ได้แก่ อาสาจุฬาภรณ์ ให้เป็นผู้ที่มีความรู้ ได้รับการพัฒนาทักษะความเป็นผู้นำ มีความมั่นใจในการดูแลสุขภาพของตนเอง ครอบครัว และชุมชน 2.การสร้างเครื่องมือที่ใช้เก็บข้อมูล ในรูปแบบแอปพลิเคชั่นอาสาจุฬาภรณ์ และ 3.การสร้างระบบการบริการสุขภาพ ที่เชื่อมโยงจากชุมชนสู่สถานบริการ เพื่อให้เกิดระบบชุมชนต้นแบบที่มีความเข้มแข็งด้านสุขภาพสู่ความยั่งยืน ของประเทศไทย

จากการดำเนินงานโครงการอาสาจุฬาภรณ์ที่ผ่านมาพบว่าอาสาจุฬาภรณ์รุ่นที่ 1 และ 2 มีความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องในการดูแลสุขภาพอนามัยของตนเองได้ดี สามารถถ่ายทอดความรู้ระหว่างกัน และสามารถดูแลสุขภาพคนในชุมชนได้อย่างมีประสิทธิภาพเห็นได้จากการที่ชุมชนดังกล่าว ได้ผ่านวิกฤตการณ์แพร่ระบาดของ โรค COVID-19 ที่ผ่านมาได้อย่างเข้มแข็งและปลอดภัย

โครงการอาสาจุฬาภรณ์ได้รับการตอบรับที่ดีจากชุมชน มีผู้เข้ารับการอบรมอย่างต่อเนื่องสู่รุ่นที่ 3 และมีนักศึกษาจากวิทยาลัยแพทยศาสตร์ศรีสวางควัฒนเข้าร่วมเป็นอาสาจุฬาภรณ์ในทุกรุ่นด้วยวิทยาลัยแพทยศาสตร์ศรีสวางควัฒน จึงได้จัดโครงการอาสาจุฬาภรณ์ขยายผล และขยายพื้นที่เป้าหมายการพัฒนาศักยภาพของประชาชนรวมถึงการสนับสนุนให้ประชาชนและบุคลากรในหน่วยงานท้องถิ่นนั้นมีส่วนร่วมในการสร้างเสริมสุขภาพ ปฏิบัติหัตถการทางการแพทย์ในเบื้องต้นได้ อีกทั้งมีส่วนร่วมในการสร้างระบบการดูแล ส่งเสริมสุขภาพชุมชน และสนับสนุนการวิจัยชุมชนที่อาจช่วยพัฒนาชุมชนในระยะยาว ทั้งนี้ ยังให้อาสาจุฬาภรณ์เสนอแนวคิดในการพัฒนาชุมชนเพื่อสร้างรายได้ให้กับตนเองและชุมชนไปสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน

โครงการอาสาจุฬาภรณ์ ขยายผลสู่ชุมชนเมือง ครั้งนี้ อาสาจุฬาภรณ์ที่เข้าร่วมโครงการ ได้แก่ อาสาจุฬาภรณ์ รุ่นที่ 1-3 ของชุมชนเมืองได้แก่ ชุมชนการเคหะหลักสี่และชุมชนโดยรอบ ประกอบด้วยอาสาจุฬาภรณ์ รุ่นที่ 1 จำนวน 40 คน อาสาจุฬาภรณ์ รุ่นที่ 2 จำนวน 31 คน อาสาจุฬาภรณ์ รุ่นที่ 3 จำนวน 44 คน นักศึกษาวิทยาลัยแพทยศาสตร์ศรีสวางควัฒน จำนวน 57 คน รวม 172 คน

กิจกรรมพัฒนาอาสาจุฬาภรณ์ ชุมชนเมือง ประกอบด้วย กิจกรรมสานสัมพันธ์ และกิจกรรมภาคปฏิบัติ 9 ฐาน ที่ให้ความรู้ทางวิชาการที่หลากหลาย อาทิ กะหล่ำปลีบรรเทาปวด ฐานการวัดความดัน ฐานการทำแผลอย่างถูกต้อง ฐานการเจาะวัดระดับน้ำตาลในเลือดด้วยตนเอง ฐานการวัดสัดส่วนร่างกายที่ถูกต้อง ฐานการป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ฐานสุขภาพจิตในชุมชน ฐานการช่วยเหลือชีวิตขั้นพื้นฐาน หรือ Basic Life Support และการระดมความคิดเพื่อทำกิจกรรมในชุมชน นอกจากนี้ยังมีกิจกรรม “ค้นหาของดี เรียนรู้ชุมชน” เพื่อเป็นแนวทางในการสร้างรายได้เสริมผ่านการมีส่วนร่วมด้านสุขภาพของประชาชนในชุมชนอีกด้วย

นับได้ว่า โครงการอาสาจุฬาภรณ์ เป็นโครงการที่จะเกิดประโยชน์อย่างยิ่งในการวางรากฐานให้ประชาชนในเขตชุมชนเมืองได้มีส่วนร่วมในการดูแลสุขภาพของตนเองและชุมชน ทั้งในด้านการป้องกันโรค และการดูแลรักษาสุขภาพเบื้องต้น ภายใต้การดูแลและให้คำแนะนำอย่างใกล้ชิดจากคณาจารย์และบุคลากรของราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ทั้งนี้ เพื่อให้ประชาชนได้มีสุขภาพที่ดี สมดังพระปณิธานใน ศาสตราจารย์ ดร.สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอเจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒนวรขัตติยราชนารี องค์ประธานราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ที่ทรงจัดตั้งราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ขึ้น เพื่อความเป็นเลิศเพื่อทุกชีวิต (Beexcellent for lives)

นอกจากนี้ ยังได้รับเกียรติจาก อาจารย์พชรพล พะระรามันห์ผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาอาหารในชุมชน เพื่อค้นหาของดีในชุมชนที่สามารถนำไปพัฒนาเพื่อให้เกิดประโยชน์ ในการดูแลสุขภาพนำไปสู่การสร้างรายได้ที่ยั่งยืน ทั้งนี้ อาสาจุฬาภรณ์ได้ค้นพบสิ่งที่สามารถนำไปพัฒนาต่อยอดมากกว่า 10 อย่าง เช่น การนำพืชสมุนไพรในชุมชน มาทำเป็นผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ และสร้าง Gastronomy Tourism เพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยวบริเวณรอบชุมชนอีกด้วย ฯลฯ ท้ายสุดอาสาจุฬาภรณ์ยังได้ระดมความคิดเสนอโครงการพัฒนาสุขภาพในชุมชน เช่น โครงการรำกลองยาวเพื่อสุขภาพ บาสโลปเพื่อสุขภาพกายและใจที่ดี และ โครงการหมอมาแล้ว ฯลฯ

คุณแหน : 4 กันยายน 2566

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/754177

วันจันทร์ ที่ 4 กันยายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ll พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระบรมราชานุเคราะห์โดยตลอดในการบำเพ็ญพระราชกุศล 100 วัน ท่านผู้หญิงทัศนีย์ บุณยคุปต์ ณ ศาลาบัณณรศภาควัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม 5-6 ตุลาคม…

ll พลเอกสุรยุทธ์ จุลานนท์ ประธานองคมนตรี เป็นประธานในพิธีมงคลสมรสระหว่าง ทพญ.ปสุตา บูรณสมภพ บุตรี ปภพ-ลักษ์ศินา บูรณสมภพ กับ ภก.พชร บุณยะตุลานนท์ บุตร ผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 2 ธันว์-สุพัตรา บุณยะตุลานนท์ 16 ก.ย. 18.30 น. ห้องอัศวิน แกรนด์ บอลรูม รร.อัศวิน แกรนด์คอนเวนชั่น…

ll ขรรค์ ประจวบเหมาะ พร้อมด้วย จันทร์ประภา วิชิตชลชัย รับมอบเงิน 80 ล้านบาท จากครอบครัวเจียรวนนท์และผู้ร่วมทำบุญบำเพ็ญกุศล คุณหญิงเทวี เจียรวนนท์ เพื่อสมทบทุนโครงการก่อสร้างอาคารผู้ป่วยนอกส่วนต่อขยาย รพ.จุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย…

ll ศุภศิษย์ กอเจริญยศ ผวจ.กาฬสินธุ์ ลงพื้นที่เยี่ยมชมของดี อ.ยางตลาด “ทุเรียนสามชัยไดโนเสาร์” แห่งที่ 2 ของกาฬสินธุ์ ที่อร่อย กรอบ หอมหวานและมีกลิ่นเบา…

ll ชาว Digital CEO#3 ร่วมยินดีกับประธานรุ่น พล.อ.อ.พันธ์ภักดี พัฒนกุล ที่ได้รับโปรดเกล้าฯ เป็นผู้บัญชาการทหารอากาศ ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.นี้ เป็นต้นไป…

ll ด้วยเป็นผู้เชี่ยวชาญเรื่องการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัล ดร.ศิพัตม์ ไตรอุโฆษ True Eye และ อุกฤษฎ์ ตั้งสืบกุล Real Smart ได้รับเชิญจาก นพ.พฤทธิ์ ธนะแพสย์ ผอ.สำนักสุขภาพดิจิทัล มาเป็นวิทยากรในโครงการการอบรมพัฒนาศักยภาพบุคลากรเพื่อรองรับการพัฒนาระบบสุขภาพดิจิทัล กระทรวงสาธารณสุข…

ll ดร.อุษณีย์ มหากิจศิริลีโอณีโอ นายกสโมสรซอนต้า กรุงเทพ 1 จัดกิจกรรม Stop Teen Mom สัญจร เชิญวิทยากรไปสร้างความรู้ความเข้าใจให้กับเด็กนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น ณ โรงเรียนแก่นทองอุปถัมภ์ โดยมีพี่ๆ ซอนเชี่ยนพร้อมใจกันมาพูดคุยเป็นเพื่อนใจวัยทีน แล้ว “ดร.ตุ๊ก”ยังไม่ลืม คริสปี้ ครีม โดนัท และพาย เฟสซ์ ไปเป็นเสบียงแบบจัดเต็ม เรียกว่า อิ่มวิชาการและอิ่มอร่อยในเวลาเดียวกัน…

ll อดีตเอกอัครราชทูต คมกริช วรคามิน (ผู้ปกครอง) ขอเรียนเชิญร่วมเป็นเจ้าภาพทอดผ้าป่าสามัคคีเพื่อการศึกษาแก่ผู้พิการทางสติปัญญาของศูนย์ฝึกอาชีพปัญญาคาร จ.นนทบุรี 6 ต.ค. 09.59 น. ณ ศูนย์ฯ โดยโอนเข้าบัญชีธนาคารกรุงไทย ชื่อบัญชี “ศูนย์ฝึกอาชีพปัญญาคาร” เลขที่บัญชี 662 621 9588 ใบเสร็จรับเงินนำไปลดหย่อนภาษีได้ ส่งสำเนาหลักฐานการโอนเงิน พร้อมที่อยู่ทาง ID line : preeya.1975 หรือ fax 02-5839994…

ll ยินดีกับ ดร.สัตวแพทย์หญิงอรอุมา สิงหศิวานนท์- ณัฐวุฒิ อรรถโกวิท ที่ได้ลูกสาวน่ารักจิ้มลิ้มมาเชยชมสมใจ เมื่อ 31 ส.ค.งานนี้คุณป้าคุณลุงสุมนา-ดร.ประพิณ อภินรเศรษฐ์ และคุณพ่อคุณแม่ รศ.นพ.ประตาป-รศ.พญ.วังวโรทัย สิงหศิวานนท์ โล่งอกที่หลานสาวปลอดภัยสุขภาพแข็งแรงดี…ll

คุณแหน

ททท.เผยผลสำเร็จโครงการ Soft Power Tourism Booster Shot ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ผ่านการยกระดับ Soft Power ทั้ง 5 มิติ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/754159

ททท.เผยผลสำเร็จโครงการ Soft Power Tourism Booster Shot  ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ผ่านการยกระดับ Soft Power ทั้ง 5 มิติ

ททท.เผยผลสำเร็จโครงการ Soft Power Tourism Booster Shot ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ผ่านการยกระดับ Soft Power ทั้ง 5 มิติ

วันจันทร์ ที่ 4 กันยายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เผยผลสำเร็จหลังเปิดตัวโครงการ Soft Power TourismBooster Shot เพื่อส่งเสริมวัฒนธรรม Soft Power ของไทยให้กลายเป็นสินค้าทางการส่งออกที่สามารถเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจ และกระตุ้นการยกระดับห่วงโซ่อุปทานอย่างมีประสิทธิภาพ ตามแนวคิด BCG Model พร้อมกระตุ้นให้เกิดการเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศไทยทั้ง 5 ภูมิภาค ทั้งนี้ กิจกรรมออนไลน์และออฟไลน์ของโครงการสามารถสร้างการรับรู้ได้มากถึง 160 ล้านคน/ครั้ง และมีผู้เข้าร่วมกิจกรรมกว่า 40,000 คน/ครั้ง

ทั้งนี้ ทางโครงการได้จัดงานแถลงข่าวเปิดตัวโครงการ พร้อมเปิดตัวกิจกรรมมากมาย ทั้งในรูปแบบออนไลน์และออฟไลน์ เพื่อเชื่อมโยง Soft Power ทุกมิติ ทั้ง 5F ได้แก่ F-Food F-Fashion F-Fight F-Festival และ F-Film

กิจกรรมออนไลน์ของโครงการนั้นเน้นไปที่ Soft Power 3 มิติหลักนั่นคือ F-Food F-Fashion และ F-Fight พร้อมร่วมกับ Influencerที่มีชื่อในแต่ละด้าน โดยกิจกรรมแรกคือ “Gastronomer” ที่ได้ Influencer สายกินอย่าง พีช-ภูณทัศน์ วิวัฒพัฒนอนันต์ หรือเจ้าของช่อง YouTube “พีช อีท แหลก” มาเชิญชวนนักท่องเที่ยวทั่วไทยออกเดินทางตามรอยความอร่อยของอาหารคาวหวานทั่วไทย พร้อมส่งต่อความอร่อยผ่านวีดีโอบน TikTok และแฮชแท็กของกิจกรรม เพื่อลุ้นรับรางวัลมูลค่ารวมกว่า 1.5 ล้านบาท

ต่อด้วยกิจกรรมที่ 2 อย่าง “ใส่ผ้าไทยไปเที่ยว” เชิญ เขื่อน-ภัทรดนัย เสตสุวรรณ มาเป็น Influencer ของกิจกรรมนี้ พร้อมเชิญชวนให้นักท่องเที่ยวออกเดินทางอวดความงดงามของแฟชั่นผ้าไทยในรูปแบบของตนเอง ผ่านวีดีโอบน TikTok เพื่อลุ้นรับของรางวัลมากมาย ไม่ว่าจะเป็นโค้ดส่วนลด Lazada มูลค่า 100 บาท สำหรับการซื้อสินค้าและผลิตภัณฑ์ผ้าไทย และสินค้า OTOP บนแอปพลิเคชั่น Lazada จำนวน 5,000 โค้ด และลุ้นรับกางเกงช้าง กางเกงแฟชั่นไทยยอดฮิตจำนวน 4,000 ตัว

กิจกรรมที่ 3 “Muay Thai Dance Challenge” ได้เชิญ บัวขาว-สมบัติ บัญชาเมฆ มาเป็น Influencer ของกิจกรรม เชิญชวนให้นักท่องเที่ยวออกกำลังกายเต้นท่ามวยไทยสนุกๆ ตามวีดีโอต้นแบบ และโพสต์วีดีโอลงบน Social Media ใดก็ได้ เพื่อลุ้นรับรางวัลมูลค่ากว่า 1.5 ล้านบาท

ในส่วนของกิจกรรมออฟไลน์นั้นทางโครงการจัดกิจกรรมเพื่อส่งเสริม Soft Power ครบทั้ง 5F ในทุกภูมิภาคของประเทศไทย ทั้ง 5 ภูมิภาค 5 จังหวัด ได้แก่ F-Fight กับกิจกรรม “Thailand Soft Power Week”ที่กรุงเทพมหานคร ณ ดิ เอ็มควอเทียร์ชั้น G ในวันที่ 13-19 มิถุนายน 2566, F-Festival กับกิจกรรม “PattayaFestival plus Pattaya InternationalPride Festival” ที่ จ.ชลบุรี ในวันที่23-25 มิถุนายน 2566, F-Fashionกับกิจกรรม “ใส่ผ้าไทยไปแอ่วเหนือกันเจ้า” ที่ จ.แพร่ ในวันที่ 26-30กรกฎาคม 2566, F-Film กับกิจกรรม “Thai Films Soft Power” ที่จ.นครศรีธรรมราช ในวันที่ 18-20 สิงหาคม 2566 และกิจกรรม F-Food กับกิจกรรม “Isan Food Tasting”ที่จ.ขอนแก่น ในวันที่ 23-27 สิงหาคม 2566 ซึ่งทั้ง 5 กิจกรรมนั้นได้ส่งเสริมพร้อมยกระดับ Soft Power ทั้ง 5 มิติและยังสามารถกระตุ้นให้เกิดการเดินทางท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น

นอกจากนี้ ทางโครงการยังมีการจัดกิจกรรม “Power Deals” โดยร่วมมือกับสถานประกอบการต่างๆ ทั่วประเทศไทย จัดหาสิทธิพิเศษส่วนลดมอบให้กับนักท่องเที่ยวไทยมากกว่า 450 รายการ เพื่อกระตุ้นให้เกิดการเดินทางท่องเที่ยว พร้อมสร้างรายได้ให้กับเศรษฐกิจท่องเที่ยว ไม่ว่าจะเป็นโปรโมชั่นที่สามารถรับไปเลยแบบฟรีๆ หรือส่วนลดการซื้อสินค้าและบริการสูงสุดถึง 60%

อย่างไรก็ตาม จากการจัดกิจกรรมออนไลน์ และออฟไลน์นั้น ทางโครงการสามารถสร้างการรับรู้ได้มากถึง 160 ล้านคน/ครั้ง และมีผู้เข้าร่วมกิจกรรมกว่า 40,000 คน/ครั้ง ทั้งนี้ สามารถติดตามรายละเอียดของโครงการ Soft Power Tourism Booster Shot เพิ่มเติมได้ที่ www.tourismthailand.org/thailandsoftpower และ https://youtu.be/461S9WkJqms?si=v7XC5jCf2gwmXWhB

‘อัลลองบรา’Van Cleef & Arpels เครื่องประดับนำโชคคอลเลคชั่นล่าสุด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/754179

‘อัลลองบรา’Van Cleef & Arpels เครื่องประดับนำโชคคอลเลคชั่นล่าสุด

‘อัลลองบรา’Van Cleef & Arpels เครื่องประดับนำโชคคอลเลคชั่นล่าสุด

วันจันทร์ ที่ 4 กันยายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

Van Cleef & Arpels เผยโฉมเครื่องประดับนำโชคคอลเลคชั่นล่าสุด Alhambra (อัลลองบรา) โมทิฟอันเป็นที่รู้จักและจดจำได้ในทันที ได้ถูกนำมาร้อยเรียงสลับเฉดก่อลีลาอันกลมกลืนบนตัวเรือนสร้อยข้อมือ และสร้อยคอยาวVintage Alhambra (วินเทจอัลลองบรา) กับนาฬิกาข้อมือ SweetAlhambra (สวีท อัลลองบรา) เพื่อมอบประกายแสงเรืองรองสุกสกาวของทองคำสีกุหลาบคั่นจังหวะกับเฉดส้มอมแดง อบอุ่นละมุนตาของโมราสีเพลิง หนึ่งในรงคศิลาซึ่งเมซงชื่นชอบเป็นอย่างยิ่ง

“ถ้าอยากมีโชค เราก็ต้องเชื่อในโชค” เป็นคำกล่าวติดปากของ ฌาคส์ อารเปลส์ หลานชายของเอสแต็ลล์ อารเปลส์ อันที่จริง ค่านิยมนี้เป็นแรงบันดาลใจในงานสรรค์สร้างของเมซงอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่ก่อตั้งส่วนตัวของ ฌาคส์ อารเปลส์ เองนั้นก็เชื่อว่าเครื่องประดับสักชิ้น สมควรเป็นเครื่องรางนำโชคให้แก่ผู้เป็นเจ้าของยามสวมใส่ นอกจากนั้น เขายังมักเด็ดใบโคลเวอร์สี่แฉกที่พบเจอในสวนหลังบ้านพักของเขา ย่านแฌร์มิญี-ลีเวค ทางตะวันออกเฉียงเหนือของนครปารีส มาให้แก่สมาชิกในทีมของเขา พร้อมแนบบทกวี “อย่าหยุดยั้ง”(Don’t Quit) เพื่อเป็นเครื่องเตือนในให้ทุกคนมีความหวังตลอดไป

ในปี 1968 Van Cleef & Arpels ได้ให้กำเนิดเครื่องประดับนำโชค ผ่านการสรรค์สร้างสร้อยคอยาวอัลลองบราชิ้นแรกขึ้นด้วยแรงบันดาลใจจากทรวดทรงของใบโคลเวอร์สี่แฉก สัญลักษณ์นำโชค ซึ่งอาศัยงานออกแบบอันลงตัวในการร้อยโมทิฟ 20 แผ่นทำจากทองคำสีเหลืองอัดลายริ้วประดับงานเดินขอบรอบด้วยลูกปัดทอง ซึ่งประสบความสำเร็จในทันที และกลายเป็นหนึ่งในผลงานสัญลักษณ์ประจำเมซงอย่างรวดเร็ว งานออกแบบยังคงความโดดเด่นเป็นหนึ่ง เป็นที่รู้จัก และจดจำได้ในทันทีมาอย่างต่อเนื่องกว่าครึ่งศตวรรษ อีกทั้ง ยังสะท้อนถึงสไตล์เหนือกระแสความนิยมทางยุคสมัยของ Van Cleef & Arpels รวมถึงไหวพริบชั้นเลิศในการพลิกแพลงทักษะความชำนาญด้านต่างๆ เชิงหัตถศิลป์

เป็นเวลากว่าหลายทศวรรษที่คอลเลคชั่น “อัลลองบรา” ไม่เคยหยุดยั้งในการพัฒนารูปแบบให้รุดหน้า ก่อกำเนิดผลงานต่างรุ่นมากมาย ให้ความหลากหลายทางตัวเลือกทั้งในแง่ของขนาดและวัสดุ ขณะเดียวกัน ก็ยังดำรงลักษณะเฉพาะตัวจากผลงานรุ่นต้นแบบไว้ได้อย่างเป็นเลิศ งานออกแบบอันเอื้ออำนวยต่อความต่อเนื่องในการรังสรรค์ศิลปะเครื่องประดับให้สอดคล้องไปกับจิตวิญญาณของแต่ละยุคสมัย ทำให้ “อัลลองบรา” ครองตำแหน่งเครื่องประดับร่วมสมัยอย่างแท้จริง

เพื่อเป็นหนึ่งในตัวแทนธรรมเนียมนิยมต่อความเป็นเลิศของ Van Cleef & Arpels คอลเลคชั่น “อัลลองบรา” ล่าสุดนี้ แสดงให้ประจักษ์ถึงความชำนาญต่างแขนงในทุกแง่มุมอย่างครบครันของเมซงผู้ผลิตเครื่องประดับชั้นสูง ตั้งแต่งานเจียระไนอัญมณีไปจนถึงงานขึ้นตัวเรือนโลหะ และจากงานฝังรัตนชาติขึ้นตัวเรือนไปจนถึงงานขัดผิว ผลงานแต่ละชิ้น จำต้องอาศัยทักษะชั้นสูงของช่างหัตถศิลป์ต่างสาขาอย่างแท้จริง

แพทย์รามาฯ ระดมทุนจัดซื้อ ‘เครื่องหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด’ เพิ่มโอกาสรอดของผู้ป่วย ลดความเจ็บปวด และระยะเวลาพักฟื้น

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/754187

แพทย์รามาฯ ระดมทุนจัดซื้อ ‘เครื่องหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด’  เพิ่มโอกาสรอดของผู้ป่วย ลดความเจ็บปวด และระยะเวลาพักฟื้น

แพทย์รามาฯ ระดมทุนจัดซื้อ ‘เครื่องหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด’ เพิ่มโอกาสรอดของผู้ป่วย ลดความเจ็บปวด และระยะเวลาพักฟื้น

วันจันทร์ ที่ 4 กันยายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

“หุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด หรือ Robotic surgery” ถือเป็นเทคโนโลยีที่น่าจับตามองและยังเป็นเทรนด์ที่อยู่ในกระแสมาตั้งแต่ช่วงปี 2560 ซึ่งระบบของหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดที่ถือว่าประสบความสำเร็จมากที่สุดได้รับการรับรองทางการแพทย์ และมีการนำเข้ามาใช้งานจริงในโรงพยาบาลชั้นนำของไทย คือหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดที่มีชื่อว่า “ดาวินชี (da Vinci Xi)” ซึ่งมีคุณสมบัติในการเข้าถึงอวัยวะขนาดเล็กภายในเพื่อทำการผ่าตัดและเย็บแผลได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวดเร็ว และมีความแม่นยำมากที่สุด ทำให้ช่วยเพิ่มอัตราการรอดชีวิตของผู้ป่วย พร้อมช่วยลดความเจ็บปวดและระยะเวลาพักฟื้นลดได้ปัจจุบันมีทั้งหมด 14 เครื่อง ในประเทศไทยโดยหนึ่งในนั้นตั้งอยู่ที่โรงพยาบาลรามาธิบดี มาแล้วเป็นเวลากว่า 10 ปี

กว่า 10 ปีที่ผ่านมาหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดดาวินชี (da Vinci Xi) ถูกนำมาใช้ในการผ่าตัดผู้ป่วยของโรงพยาบาลรามาธิบดีในหลายโรคด้วยกัน เช่น มะเร็งต่อมลูกหมากมะเร็งไต มะเร็งกระเพาะปัสสาวะ มะเร็งตับอ่อนโรคทางเดินน้ำดีอุดตันจากนิ่ว มะเร็งทางเดินน้ำดี โดยเฉพาะผู้ป่วยภาวะอ้วน รวมถึงกลุ่มผู้ป่วยสูงวัยที่มีโรคซับซ้อน ซึ่งการผ่าตัดแบบปกตินั้นไม่สามารถทำการรักษาได้เลย แต่หุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดนี้ช่วยให้แพทย์สามารถรักษาชีวิตผู้ป่วยได้มากขึ้น

ผศ.นพ.พงศธร ตั้งทวี ศัลยศาสตร์ตับ ตับอ่อนและทางเดินน้ำดี เผยว่า “แต่เดิมและจนถึงปัจจุบันการผ่าตัดผู้ป่วยในกลุ่มอวัยวะที่อยู่ลึกในช่องท้อง เช่น ตับอ่อน, ถุงน้ำดี, ต่อมลูกหมาก เป็นต้น แพทย์จะใช้วิธีการที่เรียกว่า การผ่าตัดส่องกล้องช่องท้อง (Laparoscopic Surgery) ซึ่งแพทย์ต้องเจาะแผลหน้าท้องผู้ป่วยเพื่อสอดกล้องขนาดเล็กและเครื่องมือเข้าไปตรวจดูอวัยวะภายในขณะทำการผ่าตัด ซึ่งเวลาเฉลี่ยในการผ่าตัดในบางอวัยวะจะใช้เวลานาน ด้วยรูปแบบนี้จะใช้เวลา 8-10 ชั่วโมง และในการผ่าตัดแต่ละครั้งต้องใช้บุคลากรทางการแพทย์จำนวนมาก รวมถึงตัวกล้องเองที่มีลักษณะตรงก็มีข้อจำกัดในการเข้าถึงซอกหรือมุมในอวัยวะบางส่วนของผู้ป่วย แต่เมื่อมีวิวัฒนาการของหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดดาวินชีเข้ามาก็ทำให้ช่วยลดระยะเวลาการผ่าตัดลงได้ ลดการใช้บุคลากรทางการแพทย์ในการผ่าตัดแต่ละครั้ง รวมถึงตัวแขนกลของเครื่องมีลักษณะเป็นปลายข้อมือที่หมุนได้เหมือนข้อมือมนุษย์ทำให้สามารถเข้าถึงอวัยวะที่อยู่ลึกให้เข้าถึงได้ง่ายขึ้น โดยทำให้ผู้ป่วยเกิดแผลขนาดเล็กซึ่งผู้ป่วยเองก็เจ็บตัวน้อยลง ลดอัตราการเกิดภาวะแทรกซ้อนโดยเฉพาะในอวัยวะที่มีเส้นประสาทอยู่เยอะเช่นในต่อมลูกหมาก และลดระยะเวลาในการพักฟื้นลงได้ทำให้โรงพยาบาลมีพื้นที่ในการสามารถรองรับผู้ป่วยรายใหม่ได้มากขึ้นและผู้ป่วยเองก็สามารถกลับไปใช้ชีวิตตามปกติได้เร็วยิ่งขึ้น”

ด้าน ศ.นพ.กิตติณัฐ กิจวิกัย อาจารย์ประจำสาขาวิชาศัลยศาสตร์ระบบปัสสาวะ อีกหนึ่งศัลยแพทย์ที่ใช้หุ่นยนต์ในการผ่าตัดเล่าถึงแง่มุมการทำงานว่า “ในบทบาทของการเป็นแพทย์ด้านระบบทางเดินปัสสาวะ ซึ่งมีขอบเขตการดูแลอวัยวะในส่วนของไต, ท่อไต, กระเพาะปัสสาวะและต่อมลูกหมากนั้น ในการผ่าตัดที่มีความซับซ้อนโดยเฉพาะในกลุ่มผู้ป่วยมะเร็ง เมื่อย้อนกลับไปกว่า 10 ปีที่แล้วการผ่าตัดเคสแบบนี้ต้องมีแพทย์จำเป็นต้องทำให้ผู้ป่วยมีแผลเปิดซึ่งทำให้ผู้ป่วยเกิดความเจ็บปวด เสียเลือดเยอะและใช้เวลาในการฟื้นตัวช้า วิวัฒนาการผ่าตัดต่อมาจะเป็นการผ่าตัดผ่านกล้อง  (Minimally Invasive Surgery) ซึ่งที่รามาธิบดีก็มีทีมแพทย์หลายท่านที่มีความเชี่ยวชาญด้านนี้ แต่การผ่าตัดผ่านกล้องเองก็มีความท้าทายเช่นกัน เพราะแพทย์ผู้ผ่าตัดจะต้องมีความแม่นยำ รวดเร็ว เพราะต้องทำงานแข่งกับเวลา ต้องมีความละเอียด

และด้วยลักษณะการผ่าตัดแบบนี้ที่ต้องเจาะรูหน้าท้องเพื่อสอดกล้องเข้าไปในอวัยวะภายใน ทำให้แพทย์เองก็มีข้อจำกัดในด้านมุมมองเช่นกัน จากอุปสรรคตรงนี้จึงเป็นที่มาของการนำหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดดาวินชี เข้ามาเพื่อช่วยสนับสนุนการทำงานของแพทย์ให้มีความสะดวกในการผ่าตัดมากขึ้น ซึ่งตัวเลนส์กล้องของหุ่นยนต์ที่สามารถขยายได้ก็ช่วยให้แพทย์มีวิสัยทัศน์ในการมองภาพอวัยวะภายในที่มีความซับซ้อนได้ดีขึ้นอีกด้วย อีกทั้งยังดีต่อตัวผู้ป่วยเองทั้งในแง่ของขนาดแผล เพิ่มอัตราการรอดชีวิต เพราะลดการเสียเลือดการฟื้นตัวใช้เวลาน้อยลง และทีมศัลยแพทย์ในการผ่าตัดก็ลดลงไปกว่าครึ่งเลยทีเดียว ซึ่งปัจจุบันในกลุ่มโรคที่พิจารณาแล้วว่ามีความเหมาะสมในการใช้หุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดแพทย์ก็มักจะแนะนำวิธีนี้ แต่ปัจจัยสำคัญคือเรื่องของค่าใช้จ่ายในการผ่าตัดด้วยหุ่นยนต์ที่จะเพิ่มมากขึ้นเฉลี่ยกว่าหลักแสนบาท

“เพราะในการใช้งานหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดในแต่ละครั้งจะต้องมีค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นผู้ป่วยหลายคนจึงไม่สามารถเข้าถึงโอกาสนี้ได้แต่ที่โรงพยาบาลรามาธิบดีเรามีมูลนิธิรามาธิบดีฯ ที่คอยให้ความช่วยเหลือกลุ่มผู้ป่วยยากไร้ในเคสที่จำเป็นต้องใช้หุ่นยนต์เข้ามาช่วยผ่าตัดเพราะมีความซับซ้อนของโรค เช่น ในกลุ่มโรคที่เกี่ยวข้องกับกระเพาะปัสสาวะจะมีค่าเฉลี่ยของเวลาในการผ่าตัดแต่ละครั้งอยู่ที่ 8-9 ชั่วโมง และแพทย์ในประเทศไทยที่มีความเชี่ยวชาญด้านนี้ก็มีจำนวนจำกัดเช่นกัน แต่หากมีหุ่นยนต์ผ่าตัดเข้ามาก็จะช่วยลดเวลาในการผ่าตัดลงเหลือที่ประมาณ 5-6 ชั่วโมง ผู้ป่วยเองก็มีโอกาสรอดชีวิตมากขึ้นเช่นกัน”

ในมุมของอดีตผู้ป่วยอย่าง สิรภัฒ พงศ์สิริพิพัฒน์ หรือปุ้ย วัย 46 ปี เล่าว่า“ผมตรวจเจอเนื้องอกในตับอ่อนตั้งแต่เมื่อประมาณ 4-5 ปีก่อน ซึ่งเป็นการตรวจเจอผ่านการตรวจสุขภาพทั่วไป ซึ่งผมไม่เคยมีอาการใดๆ มาก่อนเลย ตอนที่ทราบเรื่องยอมรับว่าผมมีความกังวลเป็นอย่างมากเพราะด้วยบทบาทการเป็นหัวหน้าครอบครัวที่มีหน้าที่ความรับผิดชอบหลายอย่างต้องดูแล รวมถึงการผ่าตัดตับอ่อนก็มีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดภาวะแทรกซ้อนและการเสียชีวิต ทำให้ช่วงแรกผมยังไม่ตัดสินใจเข้าผ่าตัด แต่เมื่อเวลาผ่านไประยะหนึ่งเนื้องอกมีการขยายตัวเพิ่มขึ้น และทาง ผศ.นพ.พงศธร แพทย์ที่ดูแลผมในขณะนั้นได้แนะนำให้เข้าผ่าตัดกับหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดซึ่งจะช่วยให้ประสิทธิภาพในการผ่าตัดเพิ่มมากขึ้น แต่ต้องแลกมาด้วยค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้นในตอนนั้นตัวผมเองมีประกันชีวิตส่วนตัวจำนวนหนึ่งบวกกับการได้ความช่วยเหลือจากมูลนิธิรามาธิบดีฯ ที่เข้ามาดูแลค่าใช้จ่ายในการผ่าตัดในครั้งนั้นผมจึงไม่ลังเลที่จะเข้าผ่าตัด และทุกอย่างก็ผ่านไปได้ด้วยดี

ตัวผมเองใช้เวลาในการพักฟื้นไม่นานก็กลับบ้านมาอยู่กับครอบครัวได้ และอีกหนึ่งความโชคดีที่ในเคสของผมไม่มีภาวะโรคเบาหวานเกิดขึ้นหลังการผ่าตัดเลยอีกด้วย ผมเองต้องขอบคุณทีมแพทย์และมูลนิธิรามาธิบดีฯ มากๆ ที่ช่วยให้ผมไม่ต้องทุกข์ทรมานจากโรคร้ายและมีโอกาสกลับมาอยู่กับครอบครัวอีกครั้ง”

หุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดดาวินชี (da Vinci Xi) ที่โรงพยาบาลรามาธิบดีมีอยู่ในตอนนี้ถือเป็นรุ่นที่มีการใช้งานมาแล้วมากกว่า 10 ปี และในขณะนี้มูลนิธิรามาธิบดีฯมีการจัด “โครงการระดมทุนเพื่อจัดซื้อเครื่องหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด” เพื่อระดมทุนในการซื้อหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดดาวินชีรุ่นใหม่ มูลค่า 130,000,000 บาท โดยเล็งเห็นประโยชน์ว่าหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดที่ทันสมัยนี้ จะเป็นประโยชน์ต่อการศึกษาและวิจัยให้ได้องค์ความรู้ นำไปสู่การพัฒนาเป็นศูนย์ฝึกอบรมการผ่าตัดแบบบาดเจ็บรุนแรงน้อยและการผ่าตัดด้วยหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดที่มีมาตรฐาน ได้รับการยอมรับในระดับประเทศและนานาชาติ ขณะเดียวกันต้องการเปิดโอกาสให้ผู้ป่วยสามารถเข้าถึงเทคโนโลยีผ่าตัดด้วยหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดมากขึ้นจนส่งผลให้ค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลลดลงเป็นลำดับต่อไป และท้ายที่สุดผู้ป่วยได้รับสิทธิการเบิกจ่ายค่ารักษาพยาบาล เช่นเดียวกับการรักษาโรคซับซ้อนหลายประเภทที่สามารถเบิกจ่ายได้บางส่วนในปัจจุบัน อาทิ การปลูกถ่ายตับ การปลูกถ่ายเซลล์ต้นกำเนิดเม็ดโลหิต รวมถึงโรคไตวายเรื้อรังระยะสุดท้าย ผู้มีจิตศรัทธาสามารถร่วมบริจาคได้ผ่านมูลนิธิรามาธิบดีฯ ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ชื่อบัญชี มูลนิธิรามาธิบดี โครงการระดมทุนเพื่อจัดซื้อเครื่องหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด ธนาคารกสิกรไทยเลขที่ 879-2-00448-3 ธนาคารไทยพาณิชย์ เลขที่ 026-3-05216-3 ธนาคารกรุงเทพ เลขที่ 090-3-50015-5หรือ บริจาคออนไลน์ https://www.ramafoundation.or.th สอบถามโทร. 02-2011111

เอาใจเหล่าทาสแมว เปิดตัวคอลเลคชั่นสุดคิวท์ ลวดลายจาก 3 คาแร็กเตอร์น้องเหมียวยอดนิยมจากดิสนีย์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/754184

เอาใจเหล่าทาสแมว เปิดตัวคอลเลคชั่นสุดคิวท์  ลวดลายจาก 3 คาแร็กเตอร์น้องเหมียวยอดนิยมจากดิสนีย์

เอาใจเหล่าทาสแมว เปิดตัวคอลเลคชั่นสุดคิวท์ ลวดลายจาก 3 คาแร็กเตอร์น้องเหมียวยอดนิยมจากดิสนีย์

วันจันทร์ ที่ 4 กันยายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

JASPAL (ยัสปาล) เปิดตัวคอลเลคชั่นใหม่สุดคิวท์ “New Disney Collection, JASPAL Furr-ever” เอาใจเหล่าสาวกทาสแมวกับการหยิบ 3 คาแร็กเตอร์น้องเหมียวยอดนิยมจากดิสนีย์ ได้แก่ Marie (มารี) จากเรื่อง The Aristocats น้องแมวขนยาวสีขาว ดวงตาสีฟ้าในซิกเนเจอร์โบสีชมพู Lucifer (ลูซิเฟอร์)เจ้าแมวตัวอ้วน ขนปุย จากเรื่องซินเดอเรลล่าและ Mochi (โมจิ) แมวอ้วนสามสีเพื่อนรักเจ้าหุ่นยนต์เรื่อง Big Hero 6 นำมาถ่ายทอดลงบนเสื้อผ้าทั้งสุภาพสตรีและสุภาพบุรุษ หมวก กระเป๋า รวมไปถึงชุดขนนุ่มปุกปุยสำหรับน้องหมาและน้องแมวของเหล่าทาสทั้งหลาย หรือแม้กระทั่งหมอนอิงใบใหญ่หนานุ่มดีไซน์หน้าเจ้าแมว Marie ก็มีให้คุณได้เลือกช้อปกัน ครบครันตอบโจทย์ทั้งทาสและเจ้านายกันเลยทีเดียว

สาวๆ ในคอลเลคชั่นนี้มีสินค้าหลากหลายดีไซน์ที่นำมาให้คุณได้สนุกกับการมิกซ์แอนด์แมทช์ ไม่ว่าจะเป็นเสื้อยืดสีขาวและสีชมพูอ่อนปริ้นลายเจ้า Lucifer พาดเอว, เสื้อยืดสีฟ้าดีไซน์โชว์เรียวแขนกับการแต่งมุกบริเวณช่วงอก พร้อมเจ้าแมว Lucifer ในถ่วงท่ากำลังก้าวเดิน และลายขวางสีขาวดำสกรีนลาย Marie กับเพื่อน, เสื้อยืดครอปช่วงเอวปล่อยบาน, เสื้อยืดแขนสามส่วนจั๊มต้นแขนสีดำปักลาย Lucifer และสีเหลืองสกรีนลาย Mochi กับหุ่นยนต์เพื่อนรัก หรือจะเป็นเสื้อกล้ามลายขวางสีดำ-ขาว และสีชมพู-ขาว สกรีนหน้าเจ้าแมว Marie หน้ามุ่ย ก็น่าเอ็นดูที่สุด ชิ้นไฮไลท์ที่สาวๆ ไม่ควรพลาดคือ ชุดเซตเสื้อเชิ้ตสีขาวและกางเกงขาสั้นสีเข้าชุดพิมพ์ลายสเก็ตเจ้าแมวอ้วนขนปุย Lucifer ในอิริยาบถต่างๆ หรืออีกลุคที่อยากจะแนะนำสำหรับสาวหวานคือ เสื้อกล้ามสีชมพู-ขาวลายแมว Marie ที่มาพร้อมกระเป๋าถือสายคล้องแต่งมุก ในส่วนของหนุ่มๆ ทาสแมวก็มีหลากหลายดีไซน์ให้ได้เลือกช้อปเช่นกัน อาทิ เสื้อยืดแต่งกระเป๋าหน้าอกปักลายเจ้าหนูที่กำลังวิ่งหนี Lucifer, เสื้อเชิ้ตแขนสั้นสีน้ำเงิน หรือจะเป็นสเวตเตอร์สีน้ำเงินปักเจ้าเหมียวขนปุยสีดำก็ให้ลุคที่เท่ได้เหมือนกัน

สำหรับลุคไฮไลท์ที่อยากนำเสนอให้คุณสุภาพบุรุษได้ลอง คือ เสื้อเชิ้ตแขนสั้นลาย Lucifer แบบ Overall Printที่สามารถใส่เดี่ยวๆ ในวันสบายๆ หรือจะเพิ่มเลเยอร์ด้วยแจ๊กเก็ตสักตัว เพื่อเพิ่มความเท่ นอกจากเสื้อผ้าลวดลายน่ารักๆ แล้ว ยังมีในส่วนของแอคเซสซอรี่อย่าง หมวกทรงบักเก็ตขนนุ่ม หมวกแก๊ปสีดำปักหน้าเจ้าแมว Marie และชุดสำหรับน้องหมาน้องแมวขนนุ่มให้ได้เลือกช้อปกันอีกด้วย

พบกับคอลเลคชั่นสุดคิวท์ “New Disney Collection, JASPAL Furr-ever” ได้แล้ววันนี้ที่ร้าน JASPAL ทุกสาขาหรือช่องทางออนไลน์ที่ www.jaspal.com

‘ปาย สิตางศุ์’สวมบิกินีอวดหุ่นเซ็กซี่ โชว์ความแซ่บริมหาด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/754271

'ปาย สิตางศุ์'สวมบิกินีอวดหุ่นเซ็กซี่ โชว์ความแซ่บริมหาด

‘ปาย สิตางศุ์’สวมบิกินีอวดหุ่นเซ็กซี่ โชว์ความแซ่บริมหาด

วันจันทร์ ที่ 4 กันยายน พ.ศ. 2566, 09.37 น.

4 ก.ย.66 เผ็ดแบบยกพริกขี้หนูมายกสวนเลยทีเดียว สำหรับนักแสดงสาวสวย “ปาย สิตางศุ์ ปุณณภพ” ที่มักจะเห็นเจ้าตัวดูแลรักษาร่างกายเป็นอย่างดี จนหุ่นฟิตแอนด์เฟิร์มมากๆ สมเป็นขวัญใจของหนุ่มหลายคน

ล่าสุด สาวปายก็ได้จัดทริปพักผ่อนสุดชิลรับลมริมทะเล แน่นอนว่างานนี้เจ้าตัวก็ไม่พลาดที่จะงัดชุดบิกินีตัวจิ๋วมาอวดความเซ็กซี่ แชะภาพสุดเซ็กซี่ให้แฟนคลับได้กดไลค์กันแบบรัวๆ บอกเลยว่าความฮอตยืนหยึ่งจริงๆ

‘ทิชา’ชวนร่วมสนุกลุ้นทริปต่างแดน ตะลุย ‘โอซาก้า-เกียวโต’ ใน ‘MONO29 WORLD TRIP 2023’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/754173

‘ทิชา’ชวนร่วมสนุกลุ้นทริปต่างแดน ตะลุย ‘โอซาก้า-เกียวโต’ ใน ‘MONO29 WORLD TRIP 2023’

‘ทิชา’ชวนร่วมสนุกลุ้นทริปต่างแดน ตะลุย ‘โอซาก้า-เกียวโต’ ใน ‘MONO29 WORLD TRIP 2023’

วันจันทร์ ที่ 4 กันยายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

กลับมาแล้วตามคำเรียกร้องกับกิจกรรมยิ่งเล่นยิ่งมีสิทธิ์ลุ้นของสถานีโทรทัศน์ช่อง MONO29 ที่ชวนคอหนัง คอซีรี่ส์มาร่วมสนุกกับแคมเปญสุดยิ่งใหญ่กิจกรรม “MONO29 WORLD TRIP 2023 : ASIAN MOVIES& SERIES DESTINATIONS” บินลัดฟ้าตามรอยภาพยนตร์และซีรี่ส์ดังที่ต่างประเทศกันแบบฟรีๆ งานนี้ผู้ประกาศข่าวและพิธีกรสาว ทิชา-พชรวรรณวาดรักชิต ขออาสาพาทัวร์ทริปแรกที่ประเทศญี่ปุ่นสุดเอ็กซ์คลูซีฟ โดยเจ้าตัวแชร์ความสนุกและฝากถึงเคล็ดลับการร่วมสนุกให้ฟังว่า

“เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่แฟนคลับช่อง MONO29 เรียกร้องกันมามากว่าอยากให้จัดอีก ครั้งนี้ช่อง MONO29 เลยจัดแน่นจัดใหญ่สมการรอคอยเลยค่ะ โดยเปิดโอกาสให้ผู้โชคดีได้ร่วมเดินทางไปกับเราเพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับคอหนัง คอซีรี่ส์ที่ติดตามกันมาตลอด สำหรับทริปที่ร่วมเดินทางไปกับทิชาคือ ประเทศญี่ปุ่นค่ะ เราจะบุกเที่ยวที่โอซากาและเกียวโตตามรอยภาพยนตร์แบบเจาะลึกเลยค่ะ วิธีร่วมสนุกก็ไม่ยาก เพียงเปิดจอทีวีรอสแกน QR Code ที่ขึ้นมุมจอระหว่างรับชมช่อง MONO29 จากนั้นทำตามกติกาที่กำหนดและกรอกข้อมูลให้ครบถ้วน เพียงเท่านี้ก็มีสิทธิ์ลุ้นเป็นผู้โชคดีแล้วค่ะ เคล็บลับสำหรับใครที่อยากมีสิทธิ์ลุ้นมากๆ คือต้องร่วมกิจกรรมให้มากขึ้นในแต่ละวันนะคะ สามารถร่วมสนุกได้ตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 14 กันยายน และจะประกาศผลผู้โชคดีในวันที่ 20 กันยายนนี้ แล้วเจอกันนะคะ” นอกจากรางวัล ตั๋วเครื่องบินไปเที่ยวประเทศญี่ปุ่น ยังมีรางวัลไปเที่ยวทริปฟรีในประเทศจีน, ประเทศเกาหลีใต้ และประเทศไต้หวัน ไม่อยากพลาดกิจกรรมดีๆ แบบนี้ ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทางเฟซบุ๊กแฟนเพจเว็บไซต์ ช่อง MONO29

‘วิน’ ข้ามรุ่นปะทะ ‘ไม้-วฤธ’ หนักใจพลิกลุคหนุ่มใสโรแมนติก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/754174

‘วิน’ ข้ามรุ่นปะทะ ‘ไม้-วฤธ’  หนักใจพลิกลุคหนุ่มใสโรแมนติก

‘วิน’ ข้ามรุ่นปะทะ ‘ไม้-วฤธ’ หนักใจพลิกลุคหนุ่มใสโรแมนติก

วันจันทร์ ที่ 4 กันยายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

จากหนุ่มน้อยหน้าใสขวัญใจสาว ๆ อย่าง “วิน-ธนัท วณัฐพงศ์” ล่าสุดได้พลิกลุคปรับคาแร็กเตอร์ให้กลายเป็น “ชิน” ผู้ชายสายเปย์ในซีรี่ส์เรื่อง “ฟางเล่นไฟ” ภายใต้การผลิตของ “โมโนออริจินอล” ดูได้ไม่มีเซ็นเซอร์ที่ “MONOMAX” (โมโนแมกซ์) แถมในเรื่องนี้ “หนุ่มวิน” ยังต้องปะทะฝีมือแบบข้ามรุ่นกับพระเอกสุดฮอตอย่าง “ไม้-วฤธ ศิริสันธนะ” อีกต่างหากซึ่ง “วิน” ได้กล่าวว่า

“เรื่องนี้ก็เป็นอีกเรื่องที่ผมได้รับบทที่ค่อนข้างยากและท้าทายบอกสมควร ที่บอกว่ายากคือผมต้องเล่นให้โตขึ้นจากอายุจริงๆ ของผม คือในเรื่องนี้ชินค่อนข้างโต แต่วินค่อนข้างเด็ก (หัวเราะ) แล้วตัวบุคลิกของผมค่อนข้างเป็นคนที่ไร้สาระ ก็ต้องปรับให้ดูโตเป็นผู้ใหญ่ขึ้นแบบจริงจัง เลยรู้สึกว่าส่วนนี้ค่อนข้างยากพอสมควรที่ต้องเล่นให้ดูโตกว่านักแสดงคนอื่นๆในเรื่องด้วยกัน อีกอย่างที่ผมคิดว่ายากก็คือการที่ต้องหลงผู้หญิง ซึ่งเอาจริงๆ คือตัวผมเองไม่เคยมีประสบการณ์แบบนี้เลย ทำให้รู้สึกว่าบทนี้ยากและจะถ่ายทอดอารมณ์ตรงนั้นยังไงดี จะเรียกว่าเจ้าชู้ก็ไม่ใช่ ซึ่งก็ทำการบ้านพอสมควรครับ มีไปถามเพื่อนที่มีสกิลด้านนี้เหมือนกันยิ่งเรื่องนี้ได้มีโอกาสได้เจอและร่วมงานกับพี่ไม้-วฤธ เพราะในเรื่องจะต้องเป็นลูกพี่ลูกน้องกัน ก็จะมีเข้าฉากด้วยกันบ้าง ปะทะอารมณ์กันบ้างพี่ไม้เป็นนักแสดงที่เก่งและมีฝีมือมากๆคนหนึ่ง การที่ผมได้ร่วมงานกับเขาถือว่าเป็นประสบการณ์ที่ดีเลยครับ เพราะผมได้นำมาปรับใช้กับการแสดงของผมได้เยอะพอสมควรเลยครับ” ห้ามพลาดกับการปะทะฝีมือกันข้ามรุ่นระหว่าง “วิน-ธนัท” และ “ไม้-วฤธ” ได้ในซีรี่ส์ “ฟางเล่นไฟ” ได้แบบไม่มีเซ็นเซอร์ที่ MONOMAX (โมโนแมกซ์)

ต้อนรับยุคทองอันรุ่งโรจน์ของ ‘NCT’ การรวมตัวสมาชิกหลากหลายแบบ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/754176

ต้อนรับยุคทองอันรุ่งโรจน์ของ ‘NCT’ การรวมตัวสมาชิกหลากหลายแบบ

ต้อนรับยุคทองอันรุ่งโรจน์ของ ‘NCT’ การรวมตัวสมาชิกหลากหลายแบบ

วันจันทร์ ที่ 4 กันยายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ต้อนรับยุคทองอันรุ่งโรจน์ของ NCT (เอ็นซีที) ในปี 2566 ด้วยการผสานพลังอันไร้ขีดจำกัดของสมาชิกทั้งหมด ในอัลบั้มเต็มชุดที่ 4 “Golden Age” (โกลเดน เอจ) ซึ่งประกอบด้วยเพลงแนวต่างๆ ที่สมาชิกของ NCT ได้มารวมตัวกันหลากหลายแบบ ทั้งหมด 10 เพลง โดยหลังจากที่อัลบั้มถูกปล่อยอย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2566 ที่ผ่านมาแฟนคลับทั่วโลกก็ให้ความสนใจกันอย่างร้อนแรง จนครองอันดับ 1 บนชาร์ตอัลบั้มประจำวันในประเทศเกาหลีใต้ เช่น Hanteo Chart และ CIRCLE Retail Album Chart รวมถึงอันดับ 1 บนชาร์ต Worldwide iTunes Albums, อันดับ 1 บนชาร์ต DigitalAlbum Sales ของ QQ Musicและ KuGou Music ประเทศจีน ฯลฯ

อัลบั้มเต็มชุดที่ 4 “Golden Age” (โกลเดน เอจ) เป็นอัลบั้มใหม่ของ NCT ในรอบ 1 ปี 8 เดือนนับตั้งแต่อัลบั้มเต็มชุดที่ 3 “Universe”ในเดือนธันวาคม 2564 โดยอัลบั้มชุดล่าสุดนี้ มีสมาชิกของ NCT 127 (เอ็นซีที วันทูเซเว่น), NCT DREAM (เอ็นซีที ดรีม) และ WayV (เวย์วี) เข้าร่วมทั้งหมด 20 คน ซึ่งนำเสนอการรวมตัว การเปลี่ยนแปลงภาพลักษณ์และเสน่ห์อันไม่มีที่สิ้นสุด ที่สามารถพบได้แค่ในอัลบั้มของ NCT เท่านั้น

สำหรับอัลบั้มเต็มชุดที่ 4 “Golden Age” (โกลเดน เอจ) มาพร้อมดับเบิ้ลไตเติ้ล หรือเพลงไตเติ้ล 2 เพลงได้แก่ เพลงที่รวมสมาชิกทั้ง 20 คนอย่าง “Golden Age” (โกลเดน เอจ) ที่ถูกปล่อยออกมาก่อนหน้านี้เป็นpre-release ซิงเกิ้ล และอีกหนึ่งเพลงไตเติ้ล “Baggy Jeans” (เบคกี้ ยีนส์) ที่มี TAEYONG (แทยง), DOYOUNG (โดยอง), TEN (เตนล์), JAEHYUN (แจฮยอน) และ MARK (มาร์ค) ร่วมร้อง ซึ่งเป็นเพลงฮิปฮอป แดนซ์ ที่มีไลน์เบสอันหนักหน่วง กลองแบบมินิมอล เสียงร้องและสังเคราะห์ที่น่าหลงใหล เนื้อเพลงพูดถึงความมั่นใจที่ไม่มีใครเลียนแบบสไตล์สุดเท่นี้ได้ด้วยการเปรียบเทียบกับ Baggy Jeans หรือกางเกงยีนส์ทรงหลวม

โดยเฉพาะมิวสิกวีดีโอของเพลงไตเติ้ล “Baggy Jeans” (เบคกี้ยีนส์) ที่กำลังเป็นที่พูดถึงอย่างร้อนแรงจากการแสดงอันทรงพลังที่ยกระดับสไตล์ฮิปฮอปอันเป็นเอกลักษณ์ของพวกเขา อีกทั้งยังหลุดจากกรอบความคิดแบบเหมารวม และแสดงออกถึงการท่องโลกอย่างอิสระและไม่เหมือนใครตามสไตล์ของตัวเอง ซึ่งมิวสิกวีดีโอนี้ก็เริ่มต้นด้วยการรูดซิปขนาดใหญ่ผ่านหน้าจอ และมีจุดที่น่ารับชมมากมาย ทั้งเอฟเฟกต์ของอาคารที่ขยายและหดตัว และรถยนต์ที่หุ้มด้วยยีนส์ สำหรับท่าเต้นหลักจะเน้นถึงการสวมกางเกงยีนส์ทรงหลวม ด้วยท่าที่ดึงกางเกงขึ้นและการขยับเสื้อแจ๊กเกต ตลอดจนท่าเต้นกลุ่มที่พร้อมเพรียงราวกับเป็นหนึ่งเดียวกัน ทั้งการขยับแขนและจังหวะที่ยืดหยุ่น

ไม่ได้มีเพียงแค่ดับเบิ้ลไตเติ้ลอย่าง “Golden Age” และ “Baggy Jeans” เท่านั้น แต่ในอัลบั้มเต็มชุดที่ 4 “Golden Age” (โกลเดน เอจ) ยังมีบทเพลงต่างๆ ให้ผู้ฟังเพลิดเพลินกับสีสันทางดนตรีที่หลากหลายมากขึ้นของ NCT (เอ็นซีที)

“Call D” เพลงดูเอ็ทของ TAEYONG (แทยง) กับ TEN (เตนล์) เพลงแนวไฮเปอร์ ป๊อปที่บอกเล่าเรื่องราวของการถูกดึงดูดตามสัญชาตญาณ ไปหาดอพเพลแกงเกอร์ (Doppelganger) ที่เหมือนกับตัวเอง แม้จะรู้ว่าเป็นสถานการณ์ที่อันตรายก็ตาม

“PADO” ร้องโดย JOHNNY (จอห์นนี่), TAEYONG (แทยง),JAEHYUN (แจฮยอน), MARK (มาร์ค), XIAOJUN (เซียวจวิ้น), HENDERY (เฮนเดอรี), HAECHAN (แฮชาน) เพลงฮิปฮอปที่แสดงความรู้สึกอันรุนแรงที่มีต่อคนรัก ด้วยการเปรียบเทียบกับคลื่น

“Interlude : Oasis” ร้องโดย YUTA (ยูตะ), JAEHYUN (แจฮยอน), WINWIN (วินวิน), JAEMIN (แจมิน), CHENLE (เฉินเล่อ) เพลงแนว R&B จังหวะปานกลาง ที่มีเสียงอันชวนฝัน และเนื้อเพลงเกี่ยวกับการก้าวไปสู่อนาคตอันรุ่งโรจน์

“The BAT” ร้องโดย TAEIL (แทอิล), JOHNNY (จอห์นนี่), YUTA (ยูตะ), JUNGWOO (จองอู), HENDERY (เฮนเดอรี), JENO (เจโน่), JISUNG (จีซอง) เพลงแนวไฮเปอร์ ป๊อป เนื้อเพลงพูดถึงรูปลักษณ์ของรถสีดำที่ข้ามผ่านรัตติกาล ด้วยการเปรียบเทียบกับ Batcar ของแบทแมน

“Alley Oop” ร้องโดย YUTA (ยูตะ), WINWIN (วินวิน), HENDERY (เฮนเดอรี), JENO (เจโน่), JAEMIN (แจมิน), YANGYANG (หยางหยาง), JISUNG (จีซอง) เพลงแนวฮิปฮอป ที่มีพลังโดดเด่นด้วยเสียงสะท้อนอันทรงพลังของเครื่องเป่าทองเหลืองและเสียงเบส 808 พร้อมถ่ายทอดข้อความว่า เราจะวิ่งไปสู่ชัยชนะเสมอ โดยไม่มีการหยุด

“That’s Not Fair” ร้องโดย JOHNNY (จอห์นนี่), TAEYONG (แทยง), TEN (เตนล์), MARK (มาร์ค), JENO (เจโน่), YANGYANG (หยางหยาง)เพลงฮิปฮอป ที่มีการแซมเพิลหรือแซมพลิงผลงานเพลง Fugue in G minor, BWV 578 ของ Bach โดยเพิ่มเสียงเปียโนแบบ Lo-Fi ผ่านข้อความเล็กน้อยที่สื่อถึง การไม่เชื่อใครและใช้ชีวิตบนความเป็นจริง ซึ่งช่วยสร้างบรรยากาศอันมืดมนและดิสโทเปีย

“Kangaroo” ร้องโดย TAEIL (แทอิล), KUN (คุน), RENJUN (เหรินจวิ้น), YANGYANG (หยางหยาง), CHENLE (เฉินเล่อ), JISUNG (จีซอง) เพลงป๊อป จังหวะปานกลางที่เปรียบเทียบจิงโจ้ กับการใช้ชีวิตอย่างอิสระสบายใจ ราวกับว่าทุกวันคือวันเกิด

“Not Your Fault” ร้องโดย TAEIL (แทอิล), KUN (คุน), DO- YOUNG (โดยอง), TEN (เตนล์), JUNGWOO (จองอู), XIAOJUN (เซียวจวิ้น), RENJUN (เหรินจวิ้น)เพลงแนว R&B ป๊อป เนื้อเพลงมาพร้อมการปลอบโยนอันแสนอบอุ่นถึงทุกคนที่เหน็ดเหนื่อยตามลำพังว่า “ไม่ใช่ความผิดของคุณ” และถ่ายทอดข้อความว่า เราจะคอยสนับสนุนอยู่เคียงข้างคุณเสมอ

ทั้งนี้ NCT (เอ็นซีที) ประสบความสำเร็จกับการเปิดฉากคอนเสิร์ตวง “NCT NATION : To The World” เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2566 ณ สนามกีฬาหลัก Incheon Munhak Stadium ประเทศเกาหลีใต้ จากนั้นเตรียมเดินทางไปจัดคอนเสิร์ตต่อที่ประเทศญี่ปุ่น ในวันที่ 9-10 กันยายน 2566 ณ Yanmar Stadium Nagai เมืองโอซากา และ วันที่ 16-17 กันยายน 2566 ณ AJINOMOTO STADIUM เมืองโตเกียว