แนวหน้าฟู้ดรีวิว : 9 โรงแรมกับความอร่อยใหม่ สไตล์เมนูอาหารสุดครีเอท

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/753856

แนวหน้าฟู้ดรีวิว : 9 โรงแรมกับความอร่อยใหม่  สไตล์เมนูอาหารสุดครีเอท

แนวหน้าฟู้ดรีวิว : 9 โรงแรมกับความอร่อยใหม่ สไตล์เมนูอาหารสุดครีเอท

วันเสาร์ ที่ 2 กันยายน พ.ศ. 2566, 06.21 น.

กลับมาพบกันอีกครั้งในวันเสาร์สุดสัปดาห์กับคอลัมน์ “แนวหน้า ฟู้ด รีวิว” ที่จะคอยสรรหาเมนูจานเด็ด พร้อมโปรโมชั่นพิเศษให้ผู้อ่านทุกท่านได้ทราบก่อนใคร และในสุดสัปดาห์ที่ก้าวเข้าเดือนกันยายน ขอพาทุกคนไปอิ่มอร่อยกับอาหารหลากหลายสไตล์จาก 9 โรงแรมชั้นนำ เริ่มต้นกันที่

โรงแรมอนันตรา สยาม

โรงแรมอนันตรา สยาม นำเสนอ “House of Creation-Afternoon Tea” การจิบน้ำชายามบ่ายที่ได้แรงบันดาลใจจากความงดงามและวิจิตรของจิตรกรรมภาพวาดฝาผนังและบนเพดานของโรงแรมสื่อถึงเรื่องราวความเป็นมาของกรุงเทพฯในอดีต ความงดงามของจักรวาล พระอาทิตย์และดวงจันทร์ ที่สะท้อนอัตลักษณ์ของความเป็นไทย ราคาเซตละ 1,950 บาท++สำหรับ 2 ท่าน เวลา 14.00-18.00 น.ที่ เดอะ ล็อบบี้ โทร.02-1268866

โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล

โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล นำเสนอ “Chocolate Afternoon Tea”ขนมที่ทำจากช็อกโกแลตนำเข้าจากฝรั่งเศสและช็อกโกแลตออแกนิคจากเชียงใหม่ ราคาชุดละ 1,100 บาท++ สำหรับ 1 ท่าน และ ราคา 1,990 บาท++ สำหรับ 2 ท่าน ทุกวัน เวลา 14.30-17.30 น.ที่ บัลโคนี่ เลานจ์ โทร.02-6560444

โรงแรมเชอราตัน แกรนด์

โรงแรมเชอราตัน แกรนด์ นำเสนอ “The Ultimate Jazz Afternoon Tea” ชุดน้ำชายามบ่าย พร้อมชา TWGหรือกาแฟ Segafredo เข้มข้น และดนตรีแจ๊ส ทุกวันเสาร์ เวลา 14.00-17.00 น.ท่านละ1,200 บาท++ ที่ เดอะ ลิฟวิ่งรูม แจ๊สเลานจ์ โทร.02-6498888

โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ฯ เซ็นทรัลเวิลด์

โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ฯ เซ็นทรัลเวิลด์ นำเสนอ “บุฟเฟต์นานาชาติมื้อเย็น ทุกวันศุกร์” ความอร่อยในสไตล์ยุโรปแนวเทือกเขาแอลป์ทั้งเมนูซิกเนเจอร์สไตล์อิตาเลียน-ไทย ในราคาท่านละ 1,390 บาท++ (ไม่รวมเครื่องดื่ม)ที่ ห้องอาหารเวนติซี โทร.02-1006255

โรงแรมรอยัลออคิด เชอราตัน

โรงแรมรอยัลออคิด เชอราตัน นำเสนอ “บุฟเฟต์อาหารนานาชาติมื้อเย็น” กับเมนูไฮไลท์ที่สับเปลี่ยนหมุนเวียนกัน ตลอดทั้งสัปดาห์ทุกวันจันทร์ ถึงวันพฤหัสบดี บาร์บีคิวมองโกเลียน,อาหารจีนจากย่านไชน่าทาวน์, อาหารอินเดีย,อาหารสแกนดิเนเวียน ท่านละ 1,400 บาท++ และ BBQ ซีฟู้ด ทุกคืนวันศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ ท่านละ1,800 บาท++ ที่ ห้องอาหารฟีสต์ โทร.02-2660123

โรงแรมดิ เอมเมอรัลด์

โรงแรมดิ เอมเมอรัลด์ นำเสนอ “อาหารนานาชาติ” ทั้งเอเชีย ยุโรป และอาหารไทยในมื้อกลางวันพิเศษเฉพาะวันเสาร์-อาทิตย์ อร่อยเพิ่มเติมกับรูปแบบ “Seafood Buffet Lunch” ท่านละ 659 บาทถ้วนที่ ดิ เอมเมอรัลด์ คอฟฟี่ช็อป โทร.02-2764567

โรงแรมอัศวิน แกรนด์ คอนเวนชั่น

โรงแรมอัศวิน แกรนด์ คอนเวนชั่น นำเสนอ“บุฟเฟต์อาหารนานาชาติพรีเมียม” อาทิ ทะเลย่างเป็ดย่าง หมูกรอบ ติ่มซำ ข้าวผัดหยางโจว ซาลาเปาหมูแดง ซุปมันฝรั่ง เนื้ออบซอสมัสตาร์ด ซูชิ ซาชิมิ และขนมจีนน้ำเงี้ยว มื้อกลางวัน และ มื้อเย็น ท่านละ 690 บาทถ้วน ที่ ห้องอาหารสรัสวดี โทร.02-1595888

โรงแรมโซ แบงคอก

โรงแรมโซ แบงคอก นำเสนอโปรโมชั่น“STEAK-licious” อิ่มอร่อยมื้อกลางวัน ตั้งแต่วันจันทร์-วันศุกร์ กับหลากหลายเนื้อนำเข้าคุณภาพพรีเมียม พลาดไม่ได้กับ“เบอร์เกอร์เนื้อวากิว” ในราคาเริ่มต้น 550 บาท++ ที่ ห้องอาหารเร้ด โอเว่น โทร.02-6240000

โรงแรมแชงกรี-ลา

โรงแรมแชงกรี-ลา นำเสนอบุฟเฟต์สไตล์สตรีทฟู้ดมาร์เก็ต “ร้านดัง รสเด็ด @ศาลาทิพย์”ครั้งที่ 11 อร่อยกับหลากหลายซุ้มอาหารรสเด็ดจากร้านดัง พร้อมเพลิดเพลินกับการแสดงสดจากวงดนตรีดูโอ ในวันเสาร์ที่ 2 ก.ย. ตั้งแต่เวลา 17.30-21.30 น. ท่านละ 699 บาทถ้วน และ 799 บาทถ้วนรวมน้ำอัดลมแบบเติมได้ไม่จำกัด โทร.02-2367777

เมนูอาหารหลากสไตล์หลายรสที่สร้างสรรค์
โดยเชฟของ 9 โรงแรมชั้นนำ ที่จะทำให้คุณอิ่มอร่อย
ในมื้อพิเศษได้ทุกวันไปกับ “แนวหน้า ฟู้ด รีวิว”

วว. คว้ารางวัล Bronze Award @ มหกรรมงานวิจัย 2566 ผลงาน ‘สะแกราชโมเดล’ ต้นแบบการเรียนรู้ ฟื้นฟูป่าสู่ธนาคารธรรมชาติ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/753895

วว. คว้ารางวัล Bronze Award @ มหกรรมงานวิจัย 2566 ผลงาน ‘สะแกราชโมเดล’ ต้นแบบการเรียนรู้ ฟื้นฟูป่าสู่ธนาคารธรรมชาติ

วว. คว้ารางวัล Bronze Award @ มหกรรมงานวิจัย 2566 ผลงาน ‘สะแกราชโมเดล’ ต้นแบบการเรียนรู้ ฟื้นฟูป่าสู่ธนาคารธรรมชาติ

วันเสาร์ ที่ 2 กันยายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) มอบรางวัล Bronze Award จากการพิจารณาคัดเลือกผลงานที่มีกระบวนการนำเสนอที่เด่นในรูปแบบที่หลากหลายและสามารถเชื่อมโยงส่งต่องาน
วิจัยและนวัตกรรมไปสู่การใช้ประโยชน์ต่อไปได้ ให้แก่ ดร.ชุติมา เอี่ยมโชติชวลิต ผู้ว่าการ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) ในฐานะผู้แทน วว. จากการประกวดผลงานนิทรรศการ Thailand Research Expo Award 2023 เนื่องในงานมหกรรมวิจัยแห่งชาติ ประจำปี 2566 ที่ วว.นำเสนอผลงาน “สะแกราชโมเดล” ต้นแบบการเรียนรู้ ฟื้นฟูป่า สู่ธนาคารธรรมชาติ เข้าร่วมจัดแสดงนิทรรศการ ซึ่ง วว.นำวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและนวัตกรรมขับเคลื่อนเศรษฐกิจ สร้างความเข้มแข็งชุมชนเพื่อรับมือวิกฤตสิ่งแวดล้อมโลก ในกรอบการบริหารพื้นที่สงวนชีวมณฑลสะแกราชอย่างยั่งยืน สนับสนุนการวิจัยโดย วช. โดยในงานดังกล่าวมีผลงานวิจัยพัฒนาที่ วช. คัดสรรมานำเสนอกว่า 1,000 ผลงานจากหน่วยงานภาครัฐ เอกชน และสถาบันการศึกษาทั่วประเทศโอกาสนี้ ดร.ประทีป วงศ์บัณฑิต รองผู้ว่าการวิจัยและพัฒนาด้านพัฒนาอย่างยั่งยืน วว. รับโล่ขอบคุณในฐานะหน่วยงานสนับสนุนร่วมจัดงาน ณ โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ฯ เซ็นทรัลเวิลด์ เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2566

ผลงาน “สะแกราชโมเดล” ต้นแบบการเรียนรู้ ฟื้นฟูป่า สู่ธนาคารธรรมชาติเป็นความสำเร็จของ วว.โดยศูนย์เชี่ยวชาญพลังงานสะอาดและสิ่งแวดล้อม ร่วมกับพันธมิตร ได้แก่ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศและมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี จากการดำเนิน 3 โครงการ คือ โครงการพัฒนาพื้นที่ป่าสงวนสะแกราชรองรับสภาวะการเปลี่ยนแปลงเพื่อความยั่งยืนทรัพยากรธรรมชาติ, โครงการอนุรักษ์พื้นที่ชีวมณฑลสะแกราชและการปรับตัวของชุมชนด้วยการส่งเสริมอาชีพอันเนื่องมาจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโดยใช้องค์ความรู้จากป่าสะแกราชและโครงการการสำรวจและพัฒนาฐานข้อมูลพื้นที่สงวนชีวมณฑลสะแกราชเพื่อการอนุรักษ์และการใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืน โดยสามารถสร้างองค์ความรู้จากงานวิจัยทางด้านทรัพยากรธรรมชาติภายใต้สภาวะการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในการปรับตัวและเสริมสร้างอาชีพของชุมชนโดยใช้โมเดลเศรษฐกิจ BCG จากความหลากหลายของทรัพยากรชีวภาพในป่าสะแกราชในรูปแบบองค์ความรู้และฐานข้อมูลที่เป็นประโยชน์ในการพัฒนาอย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน

คุณแหน : 2 กันยายน 2566

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/753891

วันเสาร์ ที่ 2 กันยายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ll ขอแสดงความยินดีกับ พ.อ.นรณัฏฐ์ สุวรรณรงค์ ที่ได้รับพระราชทานยศเป็น“พล.ต.” รุ่นล่าสุด…เพื่อนๆ ที่เคยเรียนปริญญาโทที่ คณะวารสารศาสตร์ฯ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ หลักสูตร MCM รุ่น 2 เมื่อ 20 ปีก่อน ฝากดีใจด้วยและช่วยกันหาวันว่างให้ตรงกัน เพื่อจัดเลี้ยงฉลองให้ “ท่านนายพลตู่”นายพลคนใหม่ พร้อมกับนัดรียูเนียนไปพร้อมกันเลย…ส่วนจะเป็นที่ไหน วัน-เวลาอะไร จะป่าวประกาศให้ทราบต่อไป…

ll เรื่องน่ายินดีอีกเรื่อง รุ่นพี่-รุ่นน้อง มช.ดีใจกับ ศ.ดร.ธวัชชัย ศุภดิษฐ์ นศ.เก่า คณะเกษตรศาสตร์ มช. ที่ได้รับความเห็นชอบจาก สภามหาวิทยาลัยนครพนม ให้ดำรงตำแหน่ง “อธิการบดี” คนใหม่หมาดๆ…

llเทวีรัตน์ ลีลานุช, ภุชงค์ ตัณฑ์ไพโรจน์ เป็น FC คลื่น FM 93.5 กรมประชาสัมพันธ์ Art&Culture Radio มีดีเจสุดโปรด เทวี แย้มสรวล, มธุรส โอสถานนท์, ทนฤทธิ์ พันธุ์เมธา เฉพาะ จ.-ศ. ส่วน ส.-อ. มีสุพจน์ ผจญยุทธ์, พล.ร.ต.กฤษฎิ์กมล-ธนษร กีรติบุตร, ผุสดี โสรัตน์ มาเข้าเวรจัดรายการ…

ll กำหนดฌาปนกิจศพ ผศ.รุ่งเรือง บุญโญรส อายุ 86 ปี อดีตคณบดีคณะมนุษยศาสตร์ อดีตอาจารย์ภาควิชาปรัชญาและศาสนา คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ 2 ก.ย.13.00 น.ณ ศาลาบำเพ็ญบุญ วัดอุโมงค์สวนพุทธธรรม…

ll รพ.จุฬาลงกรณ์ ขอเชิญชวน เด็กไทย เพศหญิงและชาย อายุ 9-15 ปี เข้ารับการฉีดวัคซีนป้องกันเชื้อเอชพีวี (วัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูกในเพศหญิง หูดหงอนไก่และมะเร็งทวารหนักในเพศชาย) ชนิด 4 สายพันธุ์ฟรี! ไม่มีค่าใช้จ่าย…ขณะนี้ยังสามารถลงทะเบียนผ่านทาง QR Code หรือ Link : https://hpv.kcmh.or.th/ ให้บริการสำหรับผู้นัดหมายเท่านั้น …งด Walk In ให้บริการตามวันและเวลาที่ลงทะเบียนล่วงหน้า…กรุณานำบัตรประชาชน/สูติบัตรฉบับจริงและสมุดวัคซีนประจำตัว มาแสดงในวันรับวัคซีนด้วย…

ll สปสช. ชวนผู้ปกครอง พาเด็กเล็ก 0-5 ปี รับวัคซีนป้องกันโปลิโอชนิดกิน/ฉีด (OPV/IPV) สำหรับเด็กไทยอายุ 0-5 ปี และเด็ก ป. 1 (อายุ 6-7 ปี) ที่ไม่เคยได้รับหรือได้รับวัคซีนป้องกันโปลิโอชนิดกินไม่ครบ 5 ครั้งผู้ปกครองสามารถพาบุตรหลานเข้ารับบริการได้ที่หน่วยบริการ (สถานพยาบาล) ประจำตามสิทธิ…

ll กรมทางหลวงยกระดับการทำงาน โดยได้ดำเนินการโครงการอากาศยานไร้คนขับ (โดรน) เพื่อตรวจติดตามข้อมูลปริมาณจราจรและการจัดทำแผนที่เชิงวิศวกรรม โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อศึกษา วิจัย และพัฒนาประยุกต์ใช้ในภารกิจด้านต่างๆ โดยเป็นการปรับเปลี่ยนจากการใช้อุปกรณ์เทคโนโลยีอากาศยานไร้คนขับที่ใช้เพียงภาพถ่าย หรือภาพเคลื่อนไหว มาเป็นการวิเคราะห์ข้อมูลให้เกิดประโยชน์…“รถติด”ใครคิดว่าไม่สำคัญ…คิดผิด คิดใหม่ได้ !!…ll

บารอนเนส

FWD ประกันชีวิต สนับสนุนดอยปู่หมื่นและชาอัสสัม สร้างชุมชนต้นแบบแห่งความยั่งยืน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/753883

FWD ประกันชีวิต สนับสนุนดอยปู่หมื่นและชาอัสสัม สร้างชุมชนต้นแบบแห่งความยั่งยืน

FWD ประกันชีวิต สนับสนุนดอยปู่หมื่นและชาอัสสัม สร้างชุมชนต้นแบบแห่งความยั่งยืน

วันเสาร์ ที่ 2 กันยายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

(ซ้าย) เดวิด โครูนิช

FWD ประกันชีวิต สนับสนุนโครงการธนาคารต้นกล้า ร่วมพัฒนาปรับปรุงยกระดับคุณภาพชาอัสสัมชุมชนละหู่ ดอยปู่หมื่น อำเภอแม่อายจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อเป็นชุมชนต้นแบบแห่งความยั่งยืน หลังจากทำงานร่วมกันกับชาวลาหู่มานานกว่า ٣ ปี มุ่งหวังนำสิ่งที่ได้เรียนรู้จากโครงการพัฒนาชุมชนลาหู่เป็นโมเดลต้นแบบในการพัฒนาชุมชนอื่นๆ ต่อไป

ดอยปู่หมื่น นับว่าเป็นดอยที่มีประวัติศาสตร์ในการเปลี่ยนพื้นที่ปลูกฝิ่นดั้งเดิมให้กลายเป็นไร่ชา และยังเป็นดอยต้นน้ำที่สำคัญของจังหวัดเชียงใหม่ ปัจจุบันดอยปู่หมื่นมีชุมชนอยู่อาศัยราว 100 ครัวเรือน มีการปลูกชาในกลุ่มของพันธุ์ชาอัสสัม ซึ่งเป็นพันธุ์ชาที่ได้รับพระราชทานมาจาก พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ตั้งแต่ปีพ.ศ.2513 ในขณะที่พระองค์เสด็จพระราชดำเนินลงพื้นที่แห่งนี้ นับเป็นชาต้นแรกที่ปลูกและขยายพันธุ์แก่ชาวบ้านในพื้นที่ ชาวบ้านที่เพาะปลูกส่วนใหญ่ก็จะเพาะปลูกชาเพื่อเลี้ยงชีพ ผลิตของชาวบ้านจำหน่ายได้ในราคาที่ถูก และไม่เป็นที่รู้จักกันในวงกว้าง

การชงชาประเภทต่างๆ

เดวิด โครูนิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอฟดับบลิวดี ประกันชีวิตจำกัด (มหาชน) (FWD ประกันชีวิต)กล่าวว่า “ผมมีความสุขมากที่ได้มายืนอยู่ตรงนี้ หลังจากที่เราทำงานร่วมกันกับชาวลาหู่มานานกว่า 3 ปี และมีความภูมิใจที่ได้เห็นความก้าวหน้าในงานที่เราทำร่วมกับชุมชน การทำงานเพื่อช่วยเหลือสังคมเป็นแพชชั่น และความตั้งใจจริงของ FWD ประกันชีวิต และของตัวผม เพราะตัวผมอยู่เมืองไทยมานานกว่า 16 ปีแล้ว คิดเป็นกว่า 25 เปอร์เซ็นต์ของชีวิตผมซึ่งนั่นคือความผูกพันที่ผมมีกับประเทศไทย ผลลัพธ์ที่เราตั้งไว้จากการทำงานในโครงการนี้คือ ลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม ด้วยการส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจในชุมชนให้เติบโต และส่งผลบวกต่อไปในส่วนอื่นๆ ทั้งด้านสังคม และสิ่งแวดล้อม เป็นการพัฒนาชุมชนอย่างครบวงจรที่จะนำไปสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน

ต้องบอกว่า ชุมชนลาหู่มีผู้นำที่เข้มแข็ง มีโครงสร้างของชุมชนที่ชัดเจน และคนในชุมชนพร้อมมองเห็นจุดหมายร่วมกัน เราทำงานไปด้วยกัน จึงทำให้เรามีคนในชุมชนเข้ามาเป็นส่วนร่วมในการทำงาน นอกจากนี้จำนวนประชากรของชาวลาหู่มีขนาดกำลังดี ทำให้สามารถดูแลได้อย่างทั่วถึง และพื้นที่ตั้งเป็นป่าต้นน้ำซึ่งเหมาะกับการปลูกชา ซึ่งเป็นพืชเศรษฐกิจของชุมชน ทำให้มีโอกาสในการเติบโตทางด้านเศรษฐกิจ และที่ประทับใจมากจากการที่ได้เจอชาวลาหู่ในครั้งนี้ คือ ทุกคนในชุมชนมีความตั้งใจจริงที่จะเรียนรู้อย่างจริงจัง”

ต้นกล้าชาอัสสัม

จิรวรรณ ไชยกอ หรือ หยก ผู้นำชุมชนลาหู่คนรุ่นใหม่ และยังเป็นผู้บริหารห้างหุ้นส่วนจำกัด อาปาทีออร์แกนิค และโรงแรมภูมณี ลาหู่โฮม โฮเทล ผู้สร้างสรรค์และผลักดันต่อยอดการท่องเที่ยวดอยปู่หมื่นในรูปแบบ Tea Tourism และนำชาดอยปู่หมื่น มาสร้างเป็นผลิตภัณฑ์ภายใต้ แบรนด์ อาปาที และมีการส่งเสริมอาชีพให้กับชาวลาหู่บ้านเด่นหลวง ซึ่งเป็นชุมชนพี่น้องกับชุมชนดอยปู่หมื่น ในการปลูกชาในพื้นที่ราบและปลูกสมุนไพรในระบบอินทรีย์ นอกจากนั้น เหนือขึ้นมาจากชุมชนและไร่ชา เป็นที่ตั้งของห้องเรียนชาที่ผู้มาเยือนจะได้เรียนรู้ศาสตร์แห่งการชงและชิมชาชนิดต่างๆ ตามหลัก Tea Flavor Wheel พร้อมชิมของว่างที่มาเสิร์ฟพร้อมชา คือ “ข้าวปุก”ขนมพื้นถิ่นที่ทำจากข้าวเหนียวนึ่งตำในครกไม้จนเหนียวคลุกผงงาคั่ว ปั้นก้อนปิ้งเตาถ่านให้ผิวกรอบเล็กน้อยส่งกลิ่นหอม และเพิ่มความสดชื่นด้วยผลไม้ท้องถิ่นตามฤดูกาลอีกด้วย

จิรวรรณ เล่าว่า ก่อนหน้านี้การปลูกชา ยังไม่ได้มีการพัฒนาปรับปรุงต้นกล้าชามากนัก ต่อมาบริษัท FWD ประกันชีวิต ได้เข้ามาให้การช่วยเหลือ
ในการมอบต้นกล้าชาอัสสัมกับพวกเรามาปลูก ก็เหมือนกับเป็นการปลูกชา ปลูกชีวิต ให้กับพวกเรา “โครงการธนาคารต้นกล้า” ถือเป็นโครงการแรกในการพัฒนาชุมชนบ้านลาหู่ ที่เกิดขึ้นจากความต้องการของคนในหมู่บ้านที่อยากจะมีต้นกล้าชาอัสสัมมากขึ้น

ข้าวอบหมูตุ๋นชาแดงอัสสัม

“ตอนนี้ตลาดชาที่นี่ ประมาณ 80% ชาวบ้านยังเก็บชาและผลิตในครัวเรือนส่งขายอยู่ การผลิตที่ให้ได้คุณภาพยังไม่ค่อยมาก จึงมีการต่อยอดเรื่องของโครงการเพิ่มคุณภาพชา ซึ่ง FWD ประกันชีวิต ก็ได้ทำงานร่วมกับศูนย์นวัตกรรมเทคโนโลยีหลังการเก็บเกี่ยว คณะทรัพยากรชีวภาพและเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี และศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตร เชียงใหม่ มาทำงานร่วมกันเพื่อพัฒนาคุณภาพชาให้ได้มาตรฐานยกระดับคุณภาพชาให้ดีขึ้น เพื่อที่เราจะสามารถขยายตลาดชาอัสสัมได้กว้างขวางมากขึ้น และ FWD ประกันชีวิตได้สอนการเพิ่มมูลค่าชา ก็ทำให้จากเดิมเราขายชาอัสสัมได้กิโลละ 100-120 บาท ก็มีโอกาสที่จะเพิ่มราคามาเป็นกิโลละ 2,000-3,000 บาท ช่วยทำให้รายได้ของชาวบ้านดีขึ้น”

อีกทั้ง ใบชาอัสสัมที่ได้จากดอยปู่หมื่นที่ผ่านการผลิตที่ได้มาตรฐานของชุมชนนั้น ทาง FWD ประกันชีวิต ได้เคยนำมาต่อยอดเพิ่มมูลค่าจากการนำไปรังสรรค์เป็นเมนูอาหารต่างๆ โดยเชฟชุมพล แจ้งไพร ซึ่งผสานวัฒนธรรมอาหารของดอยปู่หมื่น เช่น ยำปลา เกี๊ยวซ่าใบชา ข้าวกระบอกไม้ไผ่ที่มีเนื้อหมูอยู่ข้างใน นอกจากนี้ ยังมีค็อกเทล٢ สูตร ที่ใช้ชาขาวผสมกับพีช และชาขาวผสมกับแบรี่ รวมทั้งยังนำมาทำเป็น ช็อกโกแลตผสมชา ٤ ประเภท ได้แก่ ชาขาว ชาเขียว ชาป่า ชาแดง กับตัวชูรสที่เป็นกลิ่นดอกไม้และผลไม้ต่างๆ กลายเป็น soft power ให้คนเมืองได้คุ้นเคยกับชื่อดอย คุ้นเคยกับผลิตภัณฑ์ และมีโอกาสได้ลองชิม”

ช็อกโกแลต 4 รส

จงรักภักดี ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/753902

จงรักภักดี ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ

จงรักภักดี ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ

วันเสาร์ ที่ 2 กันยายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ผมไม่เคยคิดว่าที่บ้านปลูกฝังให้ผมจงรักภักดี แต่ทุกคนในบ้านผมจงรักภักดีต่อพระองค์ท่าน ผมก็ทำตามคนในบ้านของผม แล้วที่สำคัญคือผมเห็นด้วยตาของผมว่าพระองค์ท่านทรงทำทุกอย่างเพื่อให้ประชาชนมีความสุข ผมจึงจงรักภักดีต่อพระองค์ท่าน

ไลฟ์ วาไรตี สัปดาห์นี้ ดร.เฉลิมชัย ยอดมาลัย ชวนคุณไปสนทนากับ คุณฐิติวัฒน์ ธนการุณย์ เจ้าของ ภักดีคาเฟ่ ผู้ประกาศอย่างหนักแน่นว่าขอจงรักภักดีไปตราบจนกว่าชีวิตจะหาไม่ และจะจงรักภักดีทุกชาติไป

l ร้านภักดีคาเฟ่ เปิดให้บริการมากี่ปีแล้วครับ และทำไมจึงตั้งชื่อภักดีครับ

คุณฐิติวัฒน์ : จนถึงวันนี้ก็ครบสองปีพอดีครับ เหตุผลที่ตั้งชื่อว่าภักดี ก็เพราะผมต้องการให้คนทุกคนที่จงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์รู้ว่าเรามีสถานที่แห่งหนึ่งที่เป็นที่รวมตัวของคนที่ถวายความจงรักภักดีต่อพระมหากษัตริย์ด้วยความบริสุทธิ์ใจ และผมก็ยืนยันว่าจะจงรักภักดีตลอดไปและตลอดทุกชาติครับ

l ช่วยบอกที่ตั้งของร้าน และวันเวลาเปิดให้บริการด้วยครับ เพื่อให้ผู้มีใจดวงเดียวกันทราบและมาหาได้ถูกต้อง

คุณฐิติวัฒน์ : ร้านภักดีคาเฟ่ตั้งอยู่ในซอยวัดตะเคียน เขตอำเภอบางกรวย นนทบุรี ปกติเปิดให้บริการทุกวันตั้งแต่ 9 นาฬิกาครับ ปิดประมาณ 1-2 ทุ่มครับ หากวันไหนมีงานที่ต้องไปทำเป็นกรณีพิเศษก็จะปิดร้านครับ  

l ของที่จำหน่ายในร้าน เช่น กาแฟ เบเกอรี่ เค้ก ขนมอื่นๆ รวมถึงเสื้อยืด แก้วน้ำ ของเหล่านี้ทำเองหรือสั่งมาจากไหนครับ

คุณฐิติวัฒน์ : กาแฟผงสั่งมาครับ แต่ผมชงเองครับเบเกอรี่นั้นน้องสาวผมเป็นผู้ดูแล ส่วนขนมอื่นๆ นั้นเป็นของกลุ่มคนที่มีใจดวงเดียวกับผมนำมาฝากขาย เช่น ป๋าเทพ(เทพ โพธิ์งาม) นำขนมเปี๊ยะมาฝากขาย และจะมาด้วยตัวเองทุกวันที่ 13 ของเดือน ส่วนเสื้อ และแก้วน้ำนั้น ก็มาจากคนที่มีใจดวงเดียวกับผมและพวกเราทุกคนครับ ของที่ขายในร้านนี้เมื่อได้กำไร เราก็นำไปใช้ในกิจการสาธารณกุศลครับ เราทำเพื่อช่วยเหลือสังคมครับ ทำด้วยใจที่จงรักภักดีครับ

l ช่วยอธิบายเรื่องที่มีเสียงยืนยันว่าภักดี คาเฟ่ คือศูนย์รวมของคนที่จงรักภักดีต่อสถาบันชาติ ศาสนาและพระมหากษัตริย์ และต่อแผ่นดินไทยด้วยครับ เพราะมีผู้กล่าวว่าเมื่อมาร้านนี้จะพบกับกลุ่มคนรักชาติ รักแผ่นดินไทย และรักพระมหากษัตริย์

คุณฐิติวัฒน์ : ก่อนที่ผมจะเปิดร้านนี้ ผมไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าร้านของผมจะเป็นที่รวมของคนรักชาติรักบ้านเมือง และรักพระมหากษัตริย์ แต่เมื่อผมเปิดร้านแล้ว ผมจึงรู้ว่าบ้านเมืองของเรามีคนใจเดียวกับผมมากมายมหาศาล และผมก็มีทุกวันนี้ได้ก็ด้วยการเกื้อหนุนของกลุ่มคนที่มีหัวใจดวงเดียวกับผม ผมดีใจที่ผมทำร้านนี้ และผมก็มีความสุขทุกครั้งเมื่อเปิดร้านแล้วมีคนที่รักในหลวง รักบ้านเมืองมาพูดคุย มาพบปะกัน แรกๆ ก็เป็นคนอายุค่อนข้างมาก และวัยกลางคน แต่ทุกวันนี้บอกได้เลยว่าภักดี คาเฟ่ มีคนทุกเพศ ทุกวัย แต่มีหัวใจดวงเดียวกันคือหัวใจที่จงรักภักดีต่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์ และแผ่นดินไทย ทุกคนที่เข้ามาต่างพูดคุยกันด้วยความรักความเคารพต่อพระมหากษัตริย์ ทุกคนมีรอยยิ้ม ผมเห็นความสุขที่ทุกคนมีโดยดูได้จากสีหน้า แววตา และท่าทาง ผมเชื่อว่าทุกคนซึมซับความสุขอันเกิดจากความจงรักภักดีได้ และผมก็โชคดีที่ได้รับการสนับสนุนจากคนที่มีหัวใจดวงเดียวกัน ความสุขของผมไม่ได้อยู่ที่ยอดขาย หรือกำไร แต่อยู่ที่เห็นว่าทุกคนเข้ามาแล้วอิ่มเอมหัวใจ เมื่อเขาได้เข้ามาพูดคุยสนทนาถึงพระมหากรุณาธิคุณที่เขาได้พบได้เห็นจากพระเจ้าแผ่นดินของเราทุกคน ผมสัมผัสได้ถึงความอิ่มเอมและความปลาบปลื้มที่ว่านั้นได้ดีครับ และผมก็คล้อยตามคำพูดของอาจารย์ที่บอกว่าภักดี คาเฟ่ คือที่รวมของเหล่าผู้จงรักภักดีต่อพระเจ้าแผ่นดิน

l คุณเป็นคนกรุงเทพฯ โดยกำเนิด ใช่ไหมครับ

คุณฐิติวัฒน์ ครับ ผมเกิดที่กรุงเทพฯ เรียนที่วัดบวรนิเวศ เป็นคนกรุงเทพฯ แท้ๆ ครับ บ้านก็อยู่แถวๆ วัดบวรฯ ครับ ครอบครัวของผมทุกคนได้เข้าเฝ้าฯในวันที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 เสด็จพระราชดำเนินทรงทอดผ้าพระกฐิน ณ วัดบวรฯ เป็นประจำทุกปี เพราะบ้านอยู่ใกล้วัด แล้วสมัยก่อนที่ผมเป็นนักเรียนวัดบวรฯ ผมก็ไปช่วยทำความสะอาดวัด และพระอุโบสถก่อนจะถึงวันเสด็จฯทอดผ้าพระกฐินเป็นประจำ แล้วเมื่อพระองค์ท่านเสด็จพระราชดำเนินมาถึง ผมและครอบครัวและคนแถวนี้ก็เข้าเฝ้าฯรอรับเสด็จเป็นประจำ และที่ผมจำได้ดีคือ เมื่อสมัยผมเป็นเด็กนั้น เมื่อถึงวันที่ 5 ธันวาคม ซึ่งเป็นวันเฉลิมพระชนมพรรษา ในหลวงรัชกาลที่ 9 ผมดีใจมากที่จะได้ไปดูไฟประดับที่สวยงามในวันเฉลิมพระชนมพรรษา และได้ไปดูหนังกลางแปลง 100 จอ ที่ท้องสนามหลวง ช่วงนั้นอากาศดีเพราะเป็นหน้าหนาว ผมจำบรรยากาศได้ดีจนทุกวันนี้ มันสนุกและมีความสุขมาก ผมและพี่ๆ น้องๆ ก็จะไปเที่ยวที่สนามหลวงกันสวมเสื้อกันหนาวไปดูหนังกลางแปลง และดูไฟที่ประดับประดาอย่างงดงามบนถนนราชดำเนินตลอดสาย ได้ดูพระบรมฉายาลักษณ์ของในหลวงรัชกาลที่ 9 ได้ดูนิทรรศการพระราชกรณียกิจของพระองค์ท่าน ผมจดจำบรรยากาศวันเก่าๆ ได้อย่างดี คิดถึงแล้วมีความสุขมากครับ

l การที่รู้สึกจงรักภักดีต่อพระเจ้าแผ่นดินนั้น เกิดมาจากถูกปลูกฝังโดยที่บ้าน ใช่ไหมครับ

คุณฐิติวัฒน์ : ผมไม่คิดว่าที่บ้านผมปลูกฝังเรื่องนี้นะครับ แต่ผมเห็นที่บ้านทำเป็นตัวอย่างโดยไม่เคยสอนผมผมเห็นพ่อแม่ทำ เห็นพี่น้องผมก็ทำ แล้วผมก็ทำ เราทุกคนทำเพราะเราเห็นว่าพระองค์ท่านทรงทำงานหนักเพื่อประชาชนมาโดยตลอด ผมเห็นจากพระราชกรณียกิจต่างๆ เมื่อเราดูข่าวในพระราชสำนัก และเมื่อผมโตขึ้น ผมก็เห็นด้วยตาผมเองว่าในหลวงทรงทำงานหนักเพื่อประชาชนมาโดยตลอด ผมคิดว่าผมซึมซับความจงรักภักดีจากการเห็นตัวอย่างที่บ้าน และจากการเห็นด้วยตาของผมเองที่บ้านไม่เคยยัดเยียดให้จงรักภักดี ผมเห็นว่ามันคือวิถีการดำเนินชีวิตของผม และของคนในครอบครัวผมในยุคนั้น ยุคที่เราได้เห็นในหลวงทรงทำงานหนักเพื่อประเทศชาติและประชาชน สมัยก่อนที่บ้านผม เราทุกคนนั่งกินข้าวเย็นด้วยกัน ดูข่าวในพระราชสำนักด้วยกัน นั่งพูดคุยกัน เพราะสมัยนั้นเราไม่มีอะไรมากไปกว่าการดูทีวีด้วยกัน ผิดกับสมัยนี้ ที่ทุกคนมีโทรศัพท์มือถือคนละเครื่อง กินข้าวด้วยกัน แต่ไม่คุยกัน เพราะต่างคนต่างดูโทรศัพท์มือถือของตัวเอง ในสมัยผมเป็นเด็กนะครับ เวลาพ่อแม่จะพาไปกินข้าวนอกบ้านแต่ละครั้ง มันเป็นเรื่องใหญ่ และจะเกิดขึ้นนานๆ สักครั้ง และมันก็ทำให้ผมดีใจมาก ในสมัยนั้นกว่าพ่อแม่จะพาผมและพี่น้องไปดูหนังในโรงสักเรื่อง ต้องถือเป็นโอกาสสำคัญจริง ๆ ก็เหมือนกับที่ผมบอกว่าทุกๆ ปีในช่วงวันเฉลิมพระชนมพรรษาในหลวง และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เราจะมีความสุขมาก เพราะได้ดูไฟประดับสวยๆ บนถนนราชดำเนิน แล้วยิ่งวันเฉลิมพระชนมพรรษาในหลวงด้วยแล้ว ยิ่งสนุกมาก เพราะมีงานที่ท้องสนามหลวงมีหนังร้อยจอ ดูรู้เรื่องไม่รู้เรื่องก็ช่าง แต่มันสนุกสนานมากเราได้เห็นรอยยิ้มของคนที่ไปร่วมงาน เป็นภาพจำที่ดีมาก ผมจำได้ตลอด

l มีโอกาสได้เข้าเฝ้าฯ รับเสด็จในหลวงรัชกาลที่ 9และรัชกาลที่ 10 เมื่อเสด็จพระราชดำเนิน ณ วัดพระแก้วบ่อยไหมครับ

คุณฐิติวัฒน์ : ต้องบอกว่าเข้าเฝ้าฯ รับเสด็จที่วัดพระแก้วเป็นประจำครับ โดยเฉพาะในรัชสมัยของรัชกาลที่ 9 เพราะบ้านอยู่ไม่ไกลวัดพระแก้ว โดยที่บ้านก็จะไปเข้าเฝ้าฯ รับเสด็จด้วย ส่วนในสมัยรัชกาลที่ 10 ก็ไปเข้าเฝ้าฯรอรับเสด็จเป็นประจำครับ

l คุณโชคดีมาก ได้เข้าเฝ้าฯ รับเสด็จทั้งที่วัดบวรฯและวัดพระแก้ว จำความรู้สึกช่วงเด็กๆ ได้ไหมครับ ว่าเป็นอย่างไรบ้างเมื่อได้เข้าเฝ้าฯ รับเสด็จพระองค์ท่าน

คุณฐิติวัฒน์ : มีครั้งหนึ่งสมัยผมอยู่ชั้น ม.6 วัดบวรฯเมื่อพระองค์ท่านเสด็จพระราชดำเนินทรงทอดผ้าพระกฐิน ณ วัดบวรฯ ก่อนถึงวันเสด็จฯ ผมไปช่วยทำความสะอาดพระอุโบสถ และช่วยงานที่วัด เมื่อถึงวันเสด็จพระราชดำเนิน ผมได้เข้าเฝ้าฯใกล้ชิด เพราะเสด็จพระราชดำเนินผ่านจุดที่ผมนั่งเข้าเฝ้าฯ รอรับเสด็จ ผมบอกได้คำเดียวว่าผมมีบุญมาก ได้เข้าเฝ้าฯใกล้ชิดพระองค์ท่าน ได้ชมพระบุญญาบารมีของพระองค์ท่าน แล้วปลื้มใจมาก ประทับใจมาก อันที่จริง ผมยังเข้าเฝ้าฯ รับเสด็จในวันที่พระองค์ท่านเสด็จไปทรงวางพวงมาลา ณ พระบรมราชานุสาวรีย์ รัชกาลที่ 5 ณ ลานพระราชวังดุสิต หรือที่เรียกสมัยก่อนว่าลานพระรูปทรงม้า ในวันปิยมหาราชด้วย ผมไปจองที่ตั้งแต่ก่อนเสด็จฯ หนึ่งวันเลยนะครับ แม้กระทั่งเมื่อพระองค์ท่านเสด็จฯ ณ วังไกลกังวล หัวหิน ผมก็ไปเข้าเฝ้าฯ รอรับเสด็จด้วยครับ ผมไปเข้าเฝ้าฯรอรับเสด็จทุกที่ หากผมสามารถไปได้ ต่อให้ไปนอนรอเป็นวันเป็นคืน ผมก็ไปครับ และที่บ้านก็รู้ว่าผมไปเข้าเฝ้าฯรับเสด็จก็ฝากผมไปเฝ้าฯรับเสด็จด้วย ผมจึงเป็นเสมือนตัวแทนของบ้านครับ แต่หากที่บ้านผมไปได้ ก็จะไปกันทั้งบ้าน

l อะไรคือแรงบันดาลใจให้ตามไปเข้าเฝ้าฯรอรับเสด็จครับ

คุณฐิติวัฒน์ : ผมตอบอาจารย์ได้เลยว่า ผมต้องการไปเข้าเฝ้าฯ รับเสด็จ เพื่อให้พระองค์ทรงเห็นว่าประชาชนที่รักพระองค์ท่านมารอเฝ้าฯรับเสด็จ ผมต้องการให้พระองค์ทรงรู้ว่าคนไทยจำนวนมากรักพระองค์ท่านเพราะเห็นว่าพระองค์ท่านทรงทำคุณประโยชน์ให้ประชาชนมาโดยตลอด ทรงเหน็ดเหนื่อยเพื่อประชาชนมาโดยตลอด ได้พระราชทานโครงการหลวงหลายพันโครงการให้ประเทศไทย เพื่อให้คนไทยอยู่ดีมีสุข ผมเห็นว่าพระองค์ทรงเหน็ดเหนื่อยมากเพื่อให้ประเทศไทยมีความอุดมสมบูรณ์ การที่ผมไปเข้าเฝ้าฯ รับเสด็จนั้นผมไม่รู้สึกเหน็ดเหนื่อยเลย เพราะผมรู้ว่าพระองค์ท่านทรงเหน็ดเหนื่อยอย่างมากเพื่อคนไทย และทรงทำงานเพื่อคนไทยมาโดยตลอด ผมภูมิใจที่ได้เข้าเฝ้าฯ พระองค์ท่าน

l ภายในภักดี คาเฟ่ มีพระบรมฉายาลักษณ์ และพระบรมฉายาสาทิสลักษณ์ของในหลวงรัชกาลที่ 9 เป็นจำนวนมาก รวมถึงพระบรมฉายาลักษณ์ของพระบรมวงศานุวงศ์ชั้นสูงอีกหลายพระองค์ รวมถึงพระบรมฉายาลักษณ์ ในหลวงรัชกาลที่ 10 ด้วย พระบรมฉายาลักษณ์ต่างๆ เหล่านี้คุณสะสมเอง หรือมีใครนำมามอบให้ครับ

คุณฐิติวัฒน์ : ต้องบอกว่าส่วนใหญ่มาจากผู้ที่มีใจดวงเดียวกันกับผมนำมามอบให้ เพราะเขาต้องการให้ผู้ที่มาร้านของผมได้เห็นพระบรมฉายาลักษณ์ รวมถึงหนังสือเกี่ยวกับพระองค์ท่าน ผู้นำมามอบให้บอกว่าคิดว่าเมื่อนำมาไว้ที่ภักดีคาเฟ่แล้ว ผู้ที่รักเคารพเทิดทูนพระองค์ท่านจะได้เห็นพร้อมๆ กัน ดีกว่าเก็บไว้ที่บ้าน ก็จะได้เห็นแค่เพียงคนเดียวเท่านั้น แรกๆ ผมก็กังวลใจครับว่าเราจะนำพระบรมฉายาลักษณ์ไปประดิษฐานที่ไหนจึงจะสมพระเกียรติ เพราะร้านของเราเล็ก แต่สุดท้ายผมก็ประดิษฐานพระบรมฉายาลักษณ์ไว้ตามที่เห็นครับ โดยพยายามให้สมพระเกียรติมากที่สุด โดยพระบรมฉายาลักษณ์แรกที่ผมนำมาประดิษฐานในร้านคือภาพที่ภรรยาผมปักครอสติสเป็นพระบรมฉายาลักษณ์ของในหลวงรัชกาลที่ 9 โดยใช้เวลานานถึง 9 เดือน แล้วหลังจากนั้นคนต่างๆ ที่เทิดทูนพระองค์ท่านก็นำมามอบให้ผมอีกมากมายครับ ผมภูมิใจที่มีคนใจดวงเดียวกันกับผมมากมาย และไม่เคยคิดว่าจะสร้างจุดขายของร้านด้วยพระบรมฉายาลักษณ์ของพระองค์ท่าน แต่ทุกอย่างเกิดขึ้นเพราะความจงรักภักดีของคนไทยจำนวนมาก ซึ่งเรามีความเห็นตรงกันว่าเราจงรักภักดีต่อพระองค์ท่าน ทุกวันนี้ยังมีพี่น้องคนไทยมากมายส่งพระบรมฉายาลักษณ์มาให้ผมเป็นประจำ บางทีส่งมาจากต่างจังหวัด บางคนนำเหรียญกษาปณ์ที่มีพระบรมฉายาลักษณ์ของพระองค์ท่านมามอบให้ผมแล้วบอกผมว่าขอให้คนที่มาที่ภักดีคาเฟ่ ได้ชื่นชมพระบรมฉายาลักษณ์องค์ต่างๆ ด้วยความสุขใจและอิ่มเอมใจ นอกจากนี้ยังมีหนังสือเกี่ยวกับพระราชกรณียกิจของพระองค์ท่าน และหนังสือต่างๆ ทั้งบทพระราชนิพนธ์ในพระองค์ท่าน และหนังสือเกี่ยวกับพระองค์ท่านอีกมากมายซึ่งสามารถเข้ามาอ่านได้ตามความสะดวกครับ บางคนก็นำพระบรมฉายาลักษณ์แบบโปสต์การ์ดมาฝากผมแจกให้ประชาชนที่ผ่านไปมา หรือใครก็ตามที่ต้องการ โดยแจกฟรี แล้วบอกว่าหากหมดให้บอกทันที จะนำมาให้อีก นี่คือความภูมิใจของผมครับ ผมยืนยันว่าไม่เคยคิดใช้พระบรมฉายาลักษณ์เป็นจุดขายของร้านผม แต่ผมทำเพราะผมมั่นใจว่าผมทำดี และทำในสิ่งที่ถูกต้อง ผมไม่กลัวว่าใครจะครหานินทา เพราะผมมั่นใจในสิ่งที่ทำว่าผมทำด้วยความบริสุทธิ์ใจ และผมก็เทิดทูนพระองค์ท่านด้วยความบริสุทธิ์ใจผมแสดงออกมาโดยตลอดว่าผมเทิดทูนพระองค์ท่าน ไม่ได้เพิ่งมาทำเมื่อ 2-3 ปีมานี้ แต่ผมทำมาโดยตลอด ผมมีจุดยืนในเรื่องสถาบันพระมหากษัตริย์อย่างมั่นคง ผมเทิดทูนพระองค์ท่านมาก 

l เวลาพูดถึงในหลวงรัชกาลที่ 9 คุณได้แรงบันดาลใจอะไรจากพระองค์ท่านเป็นอันดับแรก

คุณฐิติวัฒน์ : ผมเน้นหลักความพอเพียงครับ ผมใช้หลักการนี้ในชีวิตประจำวันของผม ผมเชื่อเสมอว่าเมื่อเราพอเพียงแล้ว ทุกอย่างจะราบรื่น จะสงบสุข ไม่ต้องแก่งแย่งกัน แต่จะแบ่งปันกัน สังคมจะร่มเย็นเป็นสุข

l คุณมองว่าในหลวงทุกรัชกาลพระราชทานสิ่งใดให้กับสังคมไทยบ้างครับ 

คุณฐิติวัฒน์ : ผมเป็นคนที่ขอบอกตรงๆ ว่าสมัยก่อนนั้นผมไม่เคยอ่านหนังสือเกี่ยวกับพระราชกรณียกิจใดๆ ของในหลวงพระองค์ต่างๆ เลย แต่ผมเชื่อในตาของผม ในสิ่งที่ผมเห็น โดยเฉพาะในหลวงรัชกาลที่ 9 ผมเห็นพระองค์ท่านทรงงานหนักเพื่อคนไทยมาโดยตลอด โดยดูจากโครงการหลวงหลายพันโครงการ ผมเชื่อในสิ่งที่ตาผมเห็น และผมก็มีศรัทธาในพระองค์มาโดยตลอด ผมเห็นว่าทรงทำให้กับประเทศไทยและคนไทยมากมายเหลือคณานับ เช่น เรื่องน้ำ เรื่องดิน เรื่องเขื่อน เรื่องฝนเทียม สิ่งเหล่านี้คือความจริงเชิงประจักษ์ ผมจึงไม่เคยอ่านหนังสือพระราชกรณียกิจ แต่มายุคนี้ เมื่อเด็กๆ บางคนตั้งคำถามกับพระองค์ท่าน ผมก็จึงต้องกลับไปค้นคว้าให้มากขึ้น เพื่อจะได้ตอบเด็กให้ชัดเจน เด็กบางคนบอกว่าพระองค์ท่านโฆษณาชวนเชื่อ ผมถามกลับไปว่า ทำไมพระองค์ต้องทรงทำเช่นนั้น ทรงทำแล้วได้ประโยชน์อะไร ทรงทำเพื่อพระองค์เองหรือ จะทรงทำให้พระองค์ลำบากพระวรกายไปเพื่ออะไร หากพระองค์จะทรงทำเพื่อโฆษณาชวนเชื่อ แล้วผลประโยชน์ของโครงการตกอยู่กับใคร ไม่ใช่อยู่กับประเทศชาติและประชาชนหรือ เพราะฉะนั้น จะทรงทำเพื่อโฆษณาชวนเชื่อไปเพื่ออะไรกัน ผมถามเด็กๆ ว่า เคยเห็นภาพพระองค์ท่านเสด็จเข้าไปในป่า ขึ้นเขา ลงห้วยที่แสนลำบากและอันตรายบ้างไหม เคยเห็นรถยนต์พระที่นั่งติดหล่มบ้างไหม เคยเห็นพระองค์ทรงลุยน้ำลุยป่าบ้างไหม ผมถามว่าทำไมพระองค์จะต้องทรงไปลำบากตรากตรำ ทรงทำไปเพื่ออะไร หากไม่ใช่เพื่อประโยชน์ของคนไทยทุกคน พระราชกรณียกิจที่ทรงทำนั้น เป็นผลดีเพื่อคนไทยทุกคน มิใช่เพื่อผลประโยชน์ของพระองค์ 

l มองความใกล้ชิด ความผูกพันระหว่างพระเจ้าแผ่นดินกับประชาชนอย่างไรครับ

คุณฐิติวัฒน์ : พระมหากษัตริย์ที่ผมเห็นนะครับ ทรงอยู่ใกล้ชิดกับประชาชนมาโดยตลอด ไม่เคยอยู่ห่างไกลจากประชาชน แล้วยิ่งในรัชกาลปัจจุบันทรงใกล้ชิดกับประชาชนมากขึ้น ทรงให้ประชาชนเข้าถึงพระองค์ได้ง่ายมาก ทรงใกล้ชิดประชาชนมาก พระองค์ท่านอยู่บนดินใกล้ชิดกับประชาชน ไม่เคยทรงทอดทิ้งประชาชน ล่าสุดได้พระองค์ท่านเสด็จที่เซ็นทรัลเวิลด์ใช่ไหมครับ ทรงให้
ประชาชนเข้าเฝ้าฯโดยไม่ต้องนั่งกับพื้น แต่ทรงให้ประชาชนยืนเสมอกับพระองค์ท่าน นี่คือพระเจ้าแผ่นดินไทยที่อยู่ใกล้ชิดประชาชน แต่ผมขอย้ำว่า เราเป็นชาติที่มีประเพณี วัฒนธรรมอันดีงามเกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์ เราต้องรักษาสิ่งดีงามไว้ เพราะเป็นรากเหง้าของเรา เราต้องรักษารากเหง้าของเราไว้ บางคนบอกว่าผมคลั่งกษัตริย์ ผมไม่สนใจ เพราะผมไม่ได้ทำร้ายใคร ผมทำเพราะผมรักและเคารพของผม ผมภูมิในที่ได้ทำ ผมเทิดทูนอย่างมีสติครับ

l มีบางคนเรียกร้องให้พระมหากษัตริย์ต้องทรงปรับพระองค์ให้เข้ากับสถานการณ์ยุคปัจจุบันให้มากขึ้นคุณมองเรื่องนี้อย่างไรครับ ในฐานะที่คุณเข้าเฝ้าฯรับเสด็จเป็นประจำ ได้เห็นการปรับพระองค์ของพระมหากษัตริย์อย่างไรบ้างครับ

คุณฐิติวัฒน์ : ผมนึกไม่ออกว่าจะให้ทรงปรับอะไรอีก เพราะทุกวันนี้ก็ทรงปรับให้เข้ากับสถานการณ์มาโดยตลอด และทรงปรับมานานแล้ว ไม่เข้าใจว่าจะให้ปรับอะไรอีก ผมเห็นว่าคนที่เรียกร้องต้องพิจารณาตัวเองมากกว่าครับ ทุกวันนี้เห็นขบวนเสด็จไหมครับ ทรงให้รถยนต์อีกฝั่งหนึ่งแล่นได้โดยไม่ต้องจอดรอขบวนเสด็จ นี่เรียกว่าปรับพระองค์แล้ว ใช่ไหมครับ พระองค์ท่านทรงคำนึงถึงความเดือดร้อนของประชาชนเป็นสำคัญ ทรงปรับพระองค์ตลอดเวลา ไม่ทรงอยากให้ประชาชนเดือดร้อนเพราะการจราจรติดขัด ผมเห็นว่าทรงปรับพระองค์มากแล้วครับ อยากถามอีกครั้งว่าจะให้ทรงปรับอะไรอีกหรือเราควรจะต้องปรับความคิดของเรามากกว่าไหมครับ อย่าเรียกร้องอะไรที่มันเกินเหตุเกินไป อย่าอคติกับพระองค์ท่านขอให้เปิดใจกว้างๆ แล้วจะเห็นว่าพระองค์ทรงทำประโยชน์ให้บ้านเมืองมากมายมหาศาล อย่าลืมว่าพระองค์ทรงเป็นพระประมุขของประเทศ เราต้องถวายพระเกียรติยศแด่พระองค์ท่าน แล้วเราจะเห็นว่าพระเจ้าแผ่นดินของไทยนั้นทรงทำงานหนักเพื่อคนไทยมาโดยตลอด มีพระเจ้าแผ่นดินของประเทศไหนบ้างที่ต้องทรงงานหนักตลอดเวลาเหมือนพระเจ้าแผ่นดินของไทย ผมว่าเราต้องปรับทัศนคติของตนเอง โดยเฉพาะคนที่เรียกร้องให้พระเจ้าแผ่นดินต้องปรับพระองค์เองให้มากกว่านี้ บ้านเมืองของเรามีเสาหลักอยู่ที่สถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ เราสมควรต้องช่วยกันทำนุบำรุงรักษาไว้ให้ยั่งยืนครับ เพราะนี่คือศูนย์รวมจิตใจของประชาชนทั้งประเทศ

คุณสามารถรับชมรายการไลฟ์ วาไรตี รายการที่ให้ทั้งสาระและความรู้ ออกอากาศทุกวันเสาร์ เวลา 14.05-14.30 น.ทางโทรทัศน์ NBT ช่องหมายเลข 2และชมรายการย้อนหลังได้ที่ YouTube ไลฟ์ วาไรตี

เสริมแกร่งอาชีพผู้หญิงชายแดนใต้ สร้าง ‘เสาหลัก’ ให้ครอบครัว ผ่านโครงการเชฟรอน – ทุนเพื่อชีวิต

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/753894

เสริมแกร่งอาชีพผู้หญิงชายแดนใต้  สร้าง ‘เสาหลัก’ ให้ครอบครัว  ผ่านโครงการเชฟรอน - ทุนเพื่อชีวิต

เสริมแกร่งอาชีพผู้หญิงชายแดนใต้ สร้าง ‘เสาหลัก’ ให้ครอบครัว ผ่านโครงการเชฟรอน – ทุนเพื่อชีวิต

วันเสาร์ ที่ 2 กันยายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ปฏิเวธ บุณยะผลึก บจ.เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิต ที่ให้ความสำคัญกับการยกระดับคุณภาพชีวิตชุมชน

“หลังจากที่สามีเสียชีวิต ลูกๆ ยังเพิ่งเข้าเรียน มูลนิธิรักษ์ไทยและบริษัทเชฟรอนยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือให้เราได้ทำขนมเพื่อหารายได้เลี้ยงครอบครัวต่อ จนตอนนี้ลูกคนสุดท้องกำลังจบแล้ว ในฐานะแม่เลี้ยงเดี่ยวที่มีลูก 5 คนจึงภูมิใจมากๆ ที่ส่งลูกทุกคนให้เรียนจบได้ด้วยน้ำพักน้ำแรงเรา”

แวลีเมาะ สาแล หนึ่งในสตรีกลุ่มเจาะหู บ้านปาหนัน อ.มายอ จ.ปัตตานี ที่ได้รับการสนับสนุนอุปกรณ์อาชีพจากโครงการเชฟรอน-ทุนเพื่อชีวิตของบริษัท เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิต จำกัด ร่วมกับมูลนิธิรักษ์ไทย กล่าวด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความภาคภูมิใจกับการได้ลุกขึ้นมาเป็น “เสาหลัก” ของครอบครัวในวันที่ชีวิตต้องนับหนึ่งใหม่จากเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ และฝ่าฟันอุปสรรคด้วยความรู้ความสามารถของตนสู่ความสำเร็จของชีวิตในวันนี้ที่สามารถส่งลูกๆ เรียนจบ

แวลีเมาะ สาแล ผู้คิดค้นสูตรขนมเจาะหูแบบโบราณ

บริษัท เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิต จำกัด ในฐานะบริษัทที่เชื่อมั่นในพลังคนจึงได้สนับสนุนงบประมาณโครงการ “เชฟรอน-ทุนเพื่อชีวิต” ตั้งแต่ปี 2558 ให้มูลนิธิรักษ์ไทยที่ทำงานด้านการส่งเสริมอาชีพผู้หญิงมากว่า 12 ปีดำเนินกิจกรรมพัฒนาอาชีพและสนับสนุนอุปกรณ์อาชีพให้กับสตรีกลุ่มเปราะบางที่ได้รับผลกระทบในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ใน จ.ปัตตานี ยะลา นราธิวาส เพื่อเสริมสร้างศักยภาพให้ผู้หญิงมีทางเลือกในชีวิตทั้งจากการสร้างอาชีพใหม่และพัฒนาอาชีพเดิมให้มีรายได้เพิ่มขึ้น พร้อมต่อยอดสู่การเป็นเจ้าของธุรกิจและฐานที่มั่นของครอบครัว

เพ็ญนภา คงดี เจ้าหน้าที่มูลนิธิรักษ์ไทย

เพ็ญนภา คงดี เจ้าหน้าที่มูลนิธิรักษ์ไทยสำนักงานปัตตานี กล่าวว่า “เป็นคนในชุมชนอยู่แล้วเห็นถึงอุปสรรคของผู้หญิงในชายแดนใต้ โดยการทำงานของเราคือไม่ใช่เข้าไปช่วยเท่านั้น แต่ต้องเป็นพื้นที่ปลอดภัย และดูความพร้อมรวมถึงความต้องการของแต่ละกลุ่มที่จะเข้าไปสนับสนุนด้วย ทำโครงการมาได้ระยะหนึ่งเราเริ่มเห็นว่ากลุ่มผู้หญิงเหล่านี้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น มีเงินเก็บ มีรายได้ส่งให้ครอบครัวได้เรียนหนังสือ รวมถึงยังมีเพื่อนฝูงคอยแลกเปลี่ยนความรู้ด้วยกันอีกด้วย ”

ด้าน กิติมา มะสูละ หนึ่งในสตรีกลุ่มผ้าบาติกบ้านกูยิ อ.ยี่งอ จ.นราธิวาส เล่าถึงการขยายธุรกิจเพื่อเพิ่มรายได้ว่า “เราชอบการทำผ้าบาติกอยู่แล้ว โดยช่วงแรกเริ่มจากทำให้ครอบครัวใส่ หลังจากนั้นพอมีคนสนใจมากขึ้นจึงตั้งกลุ่มกับเพื่อนและรวบรวมคนที่สนใจอยากทำเป็นอาชีพ ซึ่งตอนแรกเราใช้จักรเย็บผ้าแบบถีบ แต่กว่าจะผลิตได้แต่ละตัวต้องใช้เวลา พอทางโครงการฯ มาสนับสนุนจักรอุตสาหกรรมเราเลยสามารถแปรรูปสินค้าได้หลากหลาย ทั้งกระเป๋า ซองใส่โทรศัพท์ ผ้าพันคอ ทำให้ผลิตสินค้าได้เร็วแถมมีรายได้เพิ่มขึ้นด้วย นอกจากนี้ยังได้ใช้ความคิดสร้างสรรค์แปรมาเป็นผลิตภัณฑ์ได้จริง จนในตอนนี้กลุ่มผ้าบาติกบ้านกูยิของเราได้พัฒนาจนชนะการประกวดในนามกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรเป็นอันดับหนึ่งของจังหวัด และกำลังจะประกวดในระดับประเทศต่อไป”

ปฏิเวธ บุณยะผลึก รองประธานกรรมการบริหาร ฝ่ายสุขภาพความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อม บริษัท เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิต จำกัด กล่าวถึงความมุ่งมั่นของเชฟรอนว่า “ในฐานะบริษัทพลังงานระดับโลกที่เชื่อมั่นในพลังคนที่ดำเนินธุรกิจและเป็นพันธมิตรที่ดีกับสังคมไทยมากว่า 60 ปี หนึ่งในพันธกิจสำคัญของเชฟรอนคือการส่งเสริมโอกาสและศักยภาพของชุมชนให้แข็งแกร่งเพื่อขับเคลื่อนประเทศอย่างยั่งยืน ความมุ่งมั่นนี้ได้สะท้อนผ่านโครงการเชฟรอน-ทุนเพื่อชีวิตที่สร้างโอกาสและเครือข่ายอันแข็งแกร่งแก่กลุ่มอาชีพสตรีให้มีรายได้เพิ่มขึ้นเป็นโครงการระยะยาวที่เราดำเนินงานมาต่อเนื่องถึง 9 ปี จนถึงปัจจุบันโครงการได้สนับสนุนอุปกรณ์ให้กลุ่มอาชีพกว่า 116 กลุ่ม รวมถึงมีผู้รับประโยชน์โดยตรงมากกว่า 1,500 คน อีกทั้งโดยอ้อมสำหรับสมาชิกในครอบครัวอีกกว่า 20,000 คน ซึ่งทางเชฟรอนรู้สึกยินดีอย่างยิ่งที่ได้สร้างโอกาสให้ผู้หญิงที่ต้องรับผิดชอบรายจ่ายในครอบครัวมีอาชีพเป็นของตัวเองและมีรายได้เพิ่ม เป็นตัวอย่างของความสำเร็จผ่านศักยภาพพลังคนอย่างแท้จริง”

ตลอด 9 ปีที่ผ่านมา โครงการเชฟรอน-ทุนเพื่อชีวิต ได้คืนโอกาสและรอยยิ้มของกลุ่มสตรีชายแดนใต้ให้กลับมาสดใสอีกครั้งด้วยความภาคภูมิใจจากน้ำพักน้ำแรงของตนเอง โดยความสำเร็จดังกล่าวไม่เพียงแต่สะท้อนผ่านรายได้ที่เพิ่มขึ้นและคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของคนในครอบครัวเท่านั้น แต่ยังตามมาด้วยการสานสัมพันธ์ในกลุ่มสตรีด้วยกัน พร้อมเปลี่ยนบทบาทสู่ “ผู้มอบโอกาส” ที่ส่งต่อความช่วยเหลือแก่ผู้หญิงที่กำลังเผชิญอุปสรรคแบบเดียวกันให้สามารถลุกขึ้นเป็น “เสาหลัก” ผ่านพลังของตนเอง

กิติมา มะสูละ หนึ่งในสตรีกลุ่มผ้าบาติก
บ้านกูยิ

กิติมา มะสูละ หนึ่งในสตรีกลุ่มผ้าบาติก บ้านกูยิ

‘ดร.วรรณปรียา โลหะวัฒนะกุล’ จากธุรกิจไอที สู่ธุรกิจสุขภาพ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/753930

'ดร.วรรณปรียา โลหะวัฒนะกุล' จากธุรกิจไอที สู่ธุรกิจสุขภาพ

‘ดร.วรรณปรียา โลหะวัฒนะกุล’ จากธุรกิจไอที สู่ธุรกิจสุขภาพ

วันศุกร์ ที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2566, 17.35 น.

เป็นหญิงเก่งที่อยู่ในธุรกิจไอที ดร.วรรณปรียา โลหะวัฒนะกุล CMO บริษัท เพ็นทินั่ม ดี จำกัด ที่ดำเนินกิจการ
มายาวนานถึง 26 ปี ให้บริการครบวงจรทั้งจัดจำหน่ายและให้เช่าอุปกรณ์ไอทีและสินค้าอิเล็คทรอนิกส์ทุกชนิด เช่น คอมพิวเตอร์ ปริ้นเตอร์ ดูแลระบบเซิร์ฟเวอร์ ไม่เพียงเท่านั้นยังมุ่งมั่นเรื่องการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมทางด้านไอทีและอื่นๆโดยเฉพาะการศึกษาโปรดักส์ลดโลกร้อน เช่น การนำมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า ‘LYVA’ (ไลวา) เข้ามาจำหน่ายและให้เช่าในกลุ่มธุรกิจบริการจัดส่งสินค้าทั่วไป เป็นต้น

ล่าสุด นักธุรกิจหญิงเก่ง เตรียมเปิดไลน์ธุรกิจใหม่ ‘น้ำไฮโดรเจน’ เครื่องดื่มเพื่อสุขภาพที่จะเข้ามาช่วยดูแลสุขภาพคนไทยให้ดีขึ้น วันนี้ ดร.วรรณปรียา จะขอเล่าถึงที่มาของเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพที่กำลังจะเปิดตัวเร็วๆ นี้

ดร.วรรณปรียา เล่าวว่า น้ำดื่มไฮโดรเจนเริ่มเป็นที่รู้จักเมื่อ 20 ปีที่ โดยมีผลงานวิจัยออกมาว่า มีประโยชน์ต่อร่างกายมาก เนื่องจาก น้ำดื่มไฮโดรเจน มีส่วนผสมหลักสองอย่างคือ “ออกซิเจน” กับ “ไฮโดรเจน” ซึ่งออกซิเจนช่วยเสริมสร้างร่างกายให้แข็งแรง ส่วนไฮโดรเจนซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ และยังมีหน้าที่ช่วยผลักให้ออกซิเจนเข้าสู่ร่างกายได้ดี ช่วยให้ระบบไหลเวียนของเลือดในร่างกายดีขึ้น

“ส่วนตัวรู้จักกับน้ำไฮโดรเจนเมื่อ 6 ปีที่แล้วค่ะ ตอนนั้นส่งลูกไปเรียนโรงเรียนประจำที่อังกฤษ ช่วงที่ไปดูโรงเรียนให้ลูกต้องเดินเยอะรู้สึกปวดขา เมื่อยตามตัว ปรากฏว่าขาบวมและมีเส้นเลือดปูดขึ้นมา เวลาจะซื้อยาที่ร้านขายยาที่อังกฤษ ต้องมีใบสั่งแพทย์ เมื่อลองปรึกษาอาการกับทางร้าน เขาแนะนำให้ลองดื่มน้ำไฮโดรเจน ช่วยบรรเทาอาการบวมได้ เลือดที่สะสมอยู่ตรงเท้าจะไหลเวียนดียิ่งขึ้น ตอนนั้นยังไม่รู้จักน้ำไฮโดรเจนเลย แต่ก็ลองซื้อมาดื่ม ปรากฏตื่นเช้ามา เท้าหายบวม ไม่มีอาการปวด ทั้งๆ ที่ไม่ได้ทานยาแต่เส้นเลือดปูดยังมีอยู่ ด้วยความที่อยากลองว่าเส้นเลือดจะหายไปไหมจึงกลับไปซื้อเพิ่ม ดื่มไปประมาณ 9 กระป๋อง ในที่สุดเส้นเลือดที่ปูดก็หายไป เวลานั้นรู้สึกว่าเครื่องดื่มชนิดนี้มหัศจรรย์มาก จึงเริ่มศึกษาหาข้อมูลเกี่ยวกับน้ำไฮโดรเจนอย่างจริงจัง

ตอนนั้นจึงได้รู้ว่าเรื่องยากของการผลิตน้ำชนิดนี้คือ ไฮโดรเจนเป็นก๊าซชนิดหนึ่งที่สามารถระเหยได้เร็วมาก ในอดีตมีคำพูดว่า เราไม่สามารถดื่มน้ำไฮโดรเจนได้หรอก มันไม่มีอยู่จริงเพราะระเหยไปหมด นักวิจัยหลายคนจึงพยายามหาวิธีการให้ก๊าซชนิดนี้อยู่ในขวดหรือกระป๋องได้นานที่สุด อย่างอาจารย์ชิเกโอะ ได้ทำการศึกษาวิจัย คิดค้น ด้วยการนำไฮโดรเจนผสมกับน้ำ ใช้วิธีให้ไฮโดรเจนอาศัยอยู่ในช่องว่างของโมเลกุลน้ำ เท่านั้นไม่พอบรรจุภัณฑ์ต้องมิดชิด มีระบบปิดฝาขวดที่แน่นหนา ไฮโดรเจนจึงจะอยู่ได้นาน คงคุณภาพไม่เปลี่ยนแปลง”

ทั้งนี้ “น้ำ” เป็นส่วนประกอบสำคัญในร่างการมนุษย์ โดยในร่างกายของคนเรา 70% เป็นองค์ประกอบในเลือดถึง 92% ในสมอง 85% อยู่ในเซลล์ 60% ไม่ว่าจะเป็นมนุษย์/สัตว์ต่างๆ/พืช น้ำก็เป็นสิ่งที่จำเป็นทั้งสิ้น ในแต่ละวันร่างกายเราจะสูญเสียน้ำไปกับของเสียที่ถูกขับออกมา รวมไปถึงจากการทำกิจกรรมต่างๆ ดังนั้นเราจึงต้องดื่มน้ำให้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย โดยประมาณ 8 แก้ว/วัน  แก้วละประมาณ 240cc. 

“สิ่งที่เราคิดคือ เราอยากเปลี่ยนมุมมองในเรื่องการดื่มน้ำ จากการดื่มน้ำสะอาดมาเป็นน้ำสะอาดที่มีคุณภาพ ดีต่อสุขภาพ น้ำดื่มไฮโดรเจนเป็นน้ำนวัตกรรมใหม่ที่จะช่วยซ่อมแซมทุกส่วนของร่างกาย เป็นโมเลกุลที่มีประโยชน์ต่อร่างกายอย่างมาก ยุคนี้และยุคต่อไปจะเป็นโลกของไฮโดรเจนที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย” ดร.วรรณปรียา กล่าวทิ้งท้าย

เตรียมพบกับ “น้ำไฮโดรเจน” น้ำดื่มเพื่อสุขภาพ ซึ่งจะเปิดตัววันไหน ภายใต้ชื่อแบรนด์อะไร ดร.วรรณปรียา จะมาอัพเดทในเร็วๆ

BENOVA Global บริษัทไทยระดับโลก คว้า ‘ใหม่ ดาวิกา’ เป็น Brand Ambassador

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/754015

BENOVA Global บริษัทไทยระดับโลก คว้า 'ใหม่ ดาวิกา' เป็น Brand Ambassador

BENOVA Global บริษัทไทยระดับโลก คว้า ‘ใหม่ ดาวิกา’ เป็น Brand Ambassador

วันเสาร์ ที่ 2 กันยายน พ.ศ. 2566, 13.08 น.

เรียกได้ว่า เปิดปรากฏการณ์ #รักเท่าโลก ที่เมื่อวานที่ผ่านมา นางเอกสาวร้อยล้าน ดาวิกา โฮร์เน่ คือปังสุด เปิดตัว 2 เรื่องใหญ่ไปพร้อมกัน ทั้งการได้เป็นนางเอก MV ของศิลปินเกาหลีคนดังอย่าง Mark Tuan ที่แค่พึ่ง Release Official MV Everyone Else Fades ทาง YouTube https://youtu.be/S9EQvgy8hRo?si=so0CAcKo1Oa3Z3It ของ Mark Tuan ที่มีผู้ติดตามกว่า 3M Subscribers เพียงแค่ 6 ชั่วโมงก็ขึ้น #6 on trending music

ตกค่ำของวันเดียวกันทางเพจของ บริษัท บีโนว่า โกลเบิล จำกัด หรือ BENOVA Global ที่มีเซเลบหมื่นล้านอย่าง เมย์ วาสนา อินทะแสง เป็น Group CEO โดยเมื่อเวลาประมาณ 1 ทุ่มของวันก็ได้ไลฟ์สดประกาศเปิดตัว ดาวิกา โฮร์เน่ ในฐานะ Brand Ambassador คนแรกของแบรนด์ BENUTRA by BENOVA ไลฟ์แรกก็แทบแตกแล้ว แฟนๆ กัมพูชาต่างเข้ามาคอมเม้นต์หลายพันข้อความจนทำเอาไลฟ์แทบล่ม

แอบกระซิบถาม มาดามเมย์ ว่าทุ่มงบไปเท่าไหร่กับการคว้าดาวิกามาร่วมงานในครั้งนี้?? ได้ยินแต่เสียงหัวเราะพร้อมเผยสั้นๆว่า ทางแบรนด์ไม่ขอเปิดเผยค่ะ (ยิ้ม) เราเต็มเพื่อที่จะสร้างการรับรู้และความเชื่อมั่นของแบรนด์ในตลาดกัมพูชา 

แบบนี้ถือได้ว่าเป็นวันปัง เดือนปัง ปีปังของใหม่ดาวิกาจริงๆ

ส่องหนังโฆษณาที่ทาง BENOVA Global ได้เปิดตัวไปนั้น ภาพสวยๆ เห็นว่าทุ่มงบ 7 หลักกับงานครั้งนี้เพื่อพี่น้องชาวกัมพูชา https://fb.watch/mNRoZk3hyH/?mibextid=UVffzb ซึ่งมาในธีมยานแม่ และตัวมารดาแห่งจักรวาลเพื่อมาส่งมอบความสวยสมบูรณ์แบบที่ดาวิกาเลือกให้แล้วถึงบ้าน

5 สาววง VIIS (วิส) เกิร์ลกรุ๊ปวงแรกจากค่าย G’NEST (จีเนส) จ่อเปิดตัวลงสนามT-POP

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/753866

5 สาววง VIIS (วิส) เกิร์ลกรุ๊ปวงแรกจากค่าย G’NEST (จีเนส) จ่อเปิดตัวลงสนามT-POP

5 สาววง VIIS (วิส) เกิร์ลกรุ๊ปวงแรกจากค่าย G’NEST (จีเนส) จ่อเปิดตัวลงสนามT-POP

วันเสาร์ ที่ 2 กันยายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

อดใจรอไม่ไหว! ตั้งแต่ค่าย G’NEST (จีเนส) ทยอยปล่อยภาพ 5 สาววง VIIS (วิส)วงเกิร์ลกรุ๊ปวงแรกของค่าย G’NEST ในสังกัด GMM Grammy ออกมาให้ได้เห็นกันอย่างต่อเนื่องทั้งภาพนิ่งคาแร็กเตอร์ต่างๆ และคลิปเพอร์ฟอร์แมนซ์ที่โชว์ไลน์เต้นสุดเป๊ะสุดปังออกมาเรียกเสียงฮือฮารัวๆ และมาถึงตอนนี้ก็ได้เวลาไปทำความรู้จักวง VIIS และสมาชิกทั้ง 5 ที่กำลังจะเดบิวต์เข้าสู่วงการ T-POP เร็วๆ นี้

VIIS (วิส) เป็นคำที่มาจากภาษาฟินแลนด์มีอยู่หลายความหมายซึ่งในความหมายแรก หมายถึงเลข 5 ซึ่งเปรียบกับจำนวนของสมาชิก VIIS ที่มีกัน 5 คน อีกทั้งยังหมายถึงวิธีการแนวทางท่วงทำนองและเสียงดนตรีดังนั้น VIIS จึงหมายถึงการรวมตัวของสมาชิก VIIS ทั้ง 5 คนที่มีความชื่นชอบในเสียงดนตรีและร่วมกันสร้างสรรค์ผลงานผ่านเสียงเพลง

สำหรับ 5 สาวสมาชิกวง VIIS แต่ละคนมีความสามารถและคาแร็กเตอร์ที่ต่างกันไปแต่นับว่าเป็นส่วนผสมที่ลงตัวสุดๆ ซึ่งประกอบไปด้วย เชียร์ (Cheers) น้องเล็กประจำวงอายุ 18 ปี ความสามารถรอบตัวร้องเต้นเล่นดนตรีตัวตึงประจำวงและเคยเข้ารอบการแข่งขัน The Voice Kids Thailand 2019 มาแล้วคนที่สอง ธารา (Tara) น้องเล็กอายุ 18 ปี อีกคนหนึ่งกับความสามารถสายร้องเมนแร็พที่มาพร้อมกับความมุ่งมั่นแพชชั่นแรงกล้าพร้อมลุยทุกสถานการณ์ดีกรีนักศึกษามหาวิทยาลัยดนตรีชื่อดังจากประเทศสหรัฐอเมริกาอย่าง Berklee College of Music และเป็นที่หน้ายินดีที่ธารากำลังจะจบการศึกษาระดับปริญญาตรีในกลางปี 2567 นี้ถัดมาสมาชิกคนที่ 3 ซอนญ่า (Sonya) อายุ 20 ปี สายร้องเสียงสูงที่มาพร้อมกับเสียงหัวเราะที่คอยเติมเต็มความสนุกให้กับเพื่อนๆเสมอตามด้วย อะตอม (Atom) อายุ 21 ปีสาวเชียงใหม่เสียงใสที่พกความน่ารักสดใสมาโปรยเสน่ห์ให้ได้ชุ่มชื่นหัวใจและสมาชิกคนสุดท้าย ปลายฟ้า (Plaifah) เมนแดนเซอร์ในลุคสาวมาดเท่ที่หลงใหลในการเต้นโดยเฉพาะการเต้นแบบ Popping Dance (ป๊อปปิ้ง แดนซ์) ที่เป็นสไตล์ประจำตัวเป็นซิกเนเจอร์ของปลายฟ้าไปเสียแล้วโดยเร็วๆ นี้ทั้ง 5 สาวกำลังจะมี MV ตัวแรก
คอยติดตามชมผลงานและข่าวสารของสาวๆ วง VIIS ได้ที่ @viisofficial ทุกแพลตฟอร์มและจากค่าย G’NEST ได้ที่ Youtube/TikTok/
Instagram : gnest_official Facebook/X :Gnest#VIIS_BarbieOopsOops#1234VIIS #วิส #GNEST #GMMGrammy

‘อ๊อฟ ดอกฟ้า อาร์สยาม’ชวนดาวติ๊กต็อก ‘เพลง วิสสุตา’ส่งเอ็มวีใหม่‘น้องอดได้ ผู้ชายห้ามอด’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/753898

‘อ๊อฟ ดอกฟ้า อาร์สยาม’ชวนดาวติ๊กต็อก ‘เพลง วิสสุตา’ส่งเอ็มวีใหม่‘น้องอดได้ ผู้ชายห้ามอด’

‘อ๊อฟ ดอกฟ้า อาร์สยาม’ชวนดาวติ๊กต็อก ‘เพลง วิสสุตา’ส่งเอ็มวีใหม่‘น้องอดได้ ผู้ชายห้ามอด’

วันเสาร์ ที่ 2 กันยายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

เป็นศิลปินสาวใต้สวยหรอยที่คอยส่งเพลงสนุกๆ เอาใจแฟนเพลงได้โยกได้เต้นอยู่หน้าเวทีตลอด สำหรับ “อ๊อฟ ดอกฟ้า อาร์สยาม”ที่ล่าสุดชวนน้องสาวดาวติ๊กต็อก “เพลง วิสสุตา”มาร่วมฟีทเจอริ่ง “น้องอดได้ ผู้ชายห้ามอด” เพลงใหม่ จังหวะมันส์ๆ กับเรื่องราวของสาวที่ความสวยสู้ใครเขาไม่ได้ ก็เลยต้องใช้วิธีเปย์หนักๆ เข้าไว้ เรียกว่าเสียตังค์ไม่ว่าแต่เสียหน้าไม่ได้ซึ่งนอกจากจะร่วมแสดงมิวสิกวีดีโอกันเองแล้วยังได้น้องชายร่วมค่ายอย่าง “ป๊อก วงซี๊ด อาร์สยาม” มารับบทบาทพระเอกรูปหล่อ เป็นความพิเศษแบบจัดเต็มเพื่อเปย์ความสนุกสนานให้กับแฟนเพลงทุกคน โดย “อ๊อฟ ดอกฟ้า” ได้ให้สัมภาษณ์ว่า

เนื้อหาเพลงโดนใจสายเปย์ทั้งหนุ่มและสาวสมัยนี้มาก ได้มาจากเรื่องจริงใครหรือเปล่า?

“เพลงนี้ อ๊อฟ ได้มาจาก น้องจัมโบ้วงกามเทพ ซึ่งเป็นผู้แต่งเนื้อร้อง/ทำนองค่ะ คือพอได้ฟังปุ๊บก็สะดุดหูมากๆ #ยอมเป็นหนี้สินให้ผู้ชายมีกิน #ความสวยเราสู้ไม่ได้ แต่เราโอนไวกว่าใครนะ เรียกว่าเนื้อหาโดนใจสาวๆ สมัยนี้ที่ผู้ชายเหลือน้อย เราต้องแข่งขันกับคนอื่น เอาวิธีสายเปย์ โอนเร็วซื้อเอาค่ะ (หัวเราะ)”

เห็น “เพลง วิสสุตา” เคยเล่นเอ็มวีเพลง “อกหัก บ่กล้าบอกผัว” จนยอดวิวทะลุ 34 ล้านแล้ว ครั้งนี้ชวนมาร่วมฟีทเจอริ่งด้วย คาดหวังยอดวิวมั้ย?

“อ๊อฟทำทุกงานเพลง ก็คาดหวังทุกเพลง และเต็มที่ทุกเพลงค่ะ ขึ้นอยู่กับว่าจะโดนใจแฟนเพลงมากน้อยแค่ไหน แต่หวังว่าทุกคนจะชื่นชอบ และสนุกสนานไปกับเพลงของอ๊อฟ หวังว่ายอดวิวจะดี เพราะเนื้อหาเพลง ดนตรี เอ็มวีน่าจะโดนใจแฟนๆ ค่ะ”

ดึงน้อง “ป๊อก วงซี๊ด” มาร่วมแสดงเอ็มวีด้วย บรรยากาศสนุกสนานมั้ย?

“น้องป๊อกเป็นน้องที่น่ารัก เฟรนด์ลี่ เข้ากับทุกคนได้ง่ายอยู่แล้ว เพราะเราเป็นศิลปินใต้เหมือนกัน คนสุราษฎร์เหมือนกัน สนิทกันเป็นอย่างดี ออกคอนเสิร์ตด้วยกันก็บ่อย บรรยากาศการแสดงเลยสนุกสนาน ไม่เครียด ให้ทำอะไร แสดงบทไหนได้หมด รู้สึกอบอุ่น เหมือนอยู่กับ
พี่น้องค่ะ แถมมีเนตไอดอลมากมายมาร่วมแสดงด้วย อย่าง น้องเพลง เป็นนางเอก น้องวันใหม่ ยูนิคอร์น, มโนราห์ลูกมอส, น้องกฤษ กวินทร์
เป็นศิลปินดาราภาคใต้กันทั้งนั้น ทุกคนเฮฮา สนุกสนานมากค่ะ”

ฝากผลงานเพลง

“ฝากติดตามเพลงใหม่ของ อ๊อฟ ดอกฟ้า ด้วยนะคะ น้องอดได้ ผู้ชายห้ามอด ทางช่อง YouTube RsiamMusic หรือทาง Facebook TikTok Instagram อ๊อฟ ดอกฟ้า อาร์สยาม และฝากไปให้กำลังใจหน้าเวทีคอนเสิร์ต ใกล้ที่ไหน
ไปให้กำลังใจกันด้วยนะคะ ขอบคุณค่ะ”