ร่วมเรียนรู้ถ่ายทอดดูแลต้นไม้ใหญ่ ในงาน Green Festival 2024 ‘No Tree, No Breath, No Life’ เพราะต้นไม้คือชีวิต คือลมหายใจ

https://www.naewna.com/lady/846840

ร่วมเรียนรู้ถ่ายทอดดูแลต้นไม้ใหญ่ ในงาน Green Festival 2024 'No Tree, No Breath, No Life' เพราะต้นไม้คือชีวิต คือลมหายใจ

ร่วมเรียนรู้ถ่ายทอดดูแลต้นไม้ใหญ่ ในงาน Green Festival 2024 ‘No Tree, No Breath, No Life’ เพราะต้นไม้คือชีวิต คือลมหายใจ

วันพุธ ที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 15.24 น.

Green Festival 2024 “No Tree, No Breath, No Life” เพราะต้นไม้คือชีวิต คือลมหายใจ ในวันศุกร์ที่ 13-วันอาทิตย์ที่ 15 ธันวาคม 2567 ณ สวนจตุจักร กรุงเทพมหานคร

กรุงเทพมหานคร ร่วมกับ สมาคมเครือข่ายต้นไม้ในเมือง, กลุ่มบิ๊กทรีส์, สมาคมรุกขกรรมไทย, We Park และพันธมิตรองค์กรด้านพื้นที่สีเขียว ขอเชิญทุกท่านมาร่วมเรียนรู้ถ่ายทอดดูแลต้นไม้ใหญ่ที่เป็นทั้งชีวิตและลมหายใจให้กับเราทุกคน ในงาน Green Festival 2024 ระหว่างวันศุกร์ที่ 13 – วันอาทิตย์ที่ 15 ธันวาคม 2567 ณ สวนจตุจักร กรุงเทพมหานคร ภายใต้แนวคิด “No Tree, No Breath, No Life” เพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์ต้นไม้ใหญ่ที่เป็นลมหายใจและชีวิตของทุกคน พร้อมทั้งสร้างความตระหนักถึงความสำคัญของพื้นที่สีเขียวในเมืองเพราะต้นไม้ใหญ่ที่สมบูรณ์แข็งแรงนอกจากจะให้อากาศบริสุทธิ์ ความเย็นสดชื่นแล้วยังช่วยดักจับฝุ่น เมืองจึงจะอยู่ได้เพราะมีอากาศหายใจ

ภายในงานพบกับกิจกรรมมากมาย  อาทิ  การแข่งขันปีนต้นไม้ชิงแชมป์ประเทศไทย 2024 (Tree Climbing Championship) โดยนักปีนต้นไม้มืออาชีพจาก 7 ประเทศ ได้แก่ สวีเดน, ฮ่องกง, ญี่ปุ่น, ออสเตรเลีย, นิวซีแลนด์, มาเลเซีย และไทย ภายใต้การควบคุมกติกาโดยรุกขกรระดับนานาชาติ, กิจกรรม Nature Fun สำหรับทุกวัย, Kids Climbing ปีนต้นไม้สำหรับเด็ก, Nature Hunt ล่าขุมทรัพย์กู้โลก, เวิร์คชอปสวนขวดป่าจิ๋ว, Eco Printing ศิลปะภาพพิมพ์ธรรมชาติ, Hornbill Painting วาดภาพนกเงือกบนผืนผ้าใบ, โครงการต้นไม้ดักฝุ่น และเพาะชำกล้าไม้ป่า เป็นต้น

โดยมีกำหนดกิจกรรมดังต่อไปนี้

วันศุกร์ที่ 13 ธันวาคม 2567

●             การนำเสนอผลงานวิชาการด้านการจัดการต้นไม้งานวิจัยและข้อมูลด้านต้นไม้จากนิสิตนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และโรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์

●             เวิร์คชอป และการสาธิต

o             การป้องกันฟ้าผ่าต้นไม้ โดยรุกขกรอาชีพจากประเทศมาเลเซีย

o             Tilt Sensor Technology: อุปกรณ์ตรวจจับการเอนของต้นไม้ โดย STYL ประเทศสิงคโปร์

o             Tree Risk Assessment Workshop โดย Samuel Ma

o             Intermediate Tree Climbing Workshop โดย Mark Roberts และ Tiago Miranda

วันเสาร์ที่ 14 – วันอาทิตย์ที่ 15 ธันวาคม 2567

●             การแข่งขันปีนต้นไม้ชิงแชมป์ประเทศไทย 2024 (Tree Climbing Championship) โดยนักปีนต้นไม้มืออาชีพจาก 7 ประเทศ ได้แก่ สวีเดน, ฮ่องกง, ญี่ปุ่น, ออสเตรเลีย, นิวซีแลนด์, มาเลเซีย และไทย ภายใต้การควบคุมกติกาโดยรุกขกรระดับนานาชาติ

●             กิจกรรม Nature Fun สำหรับทุกวัย

o             Kids Climbing: ปีนต้นไม้สำหรับเด็ก โดย Panther Team

o             Nature Hunt: ล่าขุมทรัพย์กู้โลก โดย School of Arborist

o             เวิร์คชอปสวนขวดป่าจิ๋ว โดย Bloom Landscape

o             Eco Printing: ศิลปะภาพพิมพ์ธรรมชาติ โดย ภาษาดอกไม้ภาพพิมพ์ธรรมชาติ

o             Hornbill Painting: วาดภาพนกเงือกบนผืนผ้าใบ โดยมูลนิธิศึกษาวิจัยนกเงือก

o             วิชา “นกเค้าในเมือง” โดย Nature Play and Learn Club

o             เพาะชำกล้าไม้ป่า โดย Singto x Gap

●             นิทรรศการความร่วมมือจากเครือข่าย บูธแสดงผลงาน การออกบูธแสดงสินค้า และเผยแพร่ความรู้ ด้านงานรุกขกรรม อาทิ

○             อาหารฝีมือผู้ก้าวพลาด โดยโรงเรียนตั้งต้นดีที่ได้รับการอบรมในด้านต่างๆ รวมทั้งการดูแลต้นไม้ใหญ่

○             บูธตรวจชีพจร เช็คสมดุลย์ร่างกายตามหลักแพทย์แผนไทยประยุกต์ โดย ทีม แพทย์ “ณ สมดุลย์”

○             บูธน้ำผลไม้ปั่นพลังจักรยาน

○             บูธผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

○             บูธแสดงผลงานเครือข่ายต้นไม้ในเมือง และ we park 

○             การฟื้นฟูพื้นที่สีเขียวในกรุงเทพมหานคร เช่น ถนนวิทยุ, เขตหนองจอก, สุขุมวิท 26 และยานนาวา

○             โครงการต้นไม้ดักฝุ่นกับมหาวิทยาลัยพระจอมเกล้าธนบุรี

○             บูธจัดการต้นไม้ใหญ่ โดยทีมรุกขกรสวนจตุจักร

เพราะต้นไม้ใหญ่คือ ชีวิตและลมหายใจของเรา มาร่วมเรียนรู้ และสร้างเมืองที่น่าอยู่ไปด้วยกัน ในงาน Green Festival 2024 “No Tree, No Breath, No Life”  ในวันศุกร์ที่ 13-วันอาทิตย์ที่ 15 ธันวาคม 2567 ณ สวนจตุจักร กรุงเทพมหานคร

-(016)

Bolt ร่วมแบ่งปันโซลูชันการเดินทางร่วมกัน จัดการความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อม-การจราจร

https://www.naewna.com/lady/846839

Bolt ร่วมแบ่งปันโซลูชันการเดินทางร่วมกัน จัดการความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อม-การจราจร

Bolt ร่วมแบ่งปันโซลูชันการเดินทางร่วมกัน จัดการความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อม-การจราจร

วันพุธ ที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 15.18 น.

จากสถานการณ์มลพิษ PM 2.5 ในประเทศไทย สะท้อนให้เห็นถึงความจำเป็นเร่งด่วนในการร่วมมือกันของทุกภาคส่วนเพื่อแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมและสุขภาพที่ทวีความรุนแรงขึ้น ตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมาการออกแบบเมืองมักมุ่งเน้นการรองรับการใช้รถยนต์ส่วนตัว รวมถึงการใช้พื้นที่ส่วนใหญ่ในเมืองเพื่อสร้างที่จอดรถแทนที่จะเป็นสวนสาธารณะสำหรับคนในชุมชน ส่งผลให้เกิดปัญหาความแออัดด้านการจราจรและปัญหามลพิษทางอากาศที่เพิ่มสูงขึ้น

การเดินทางร่วมกัน (shared mobility) เช่น บริการเรียกรถ (ride hailing) การเดินทางร่วมกันโดยใช้รถคันเดียว (carpooling) จักรยานสาธารณะให้เช่า (bike-sharing) ถือเป็นวิธีแก้ปัญหาที่มีประสิทธิภาพในการรับมือกับความท้าทายด้านปัญหาสิ่งแวดล้อมและการจราจร งานวิจัยหลายชิ้นยืนยันว่าการเดินทางร่วมกันช่วยลดความจำเป็นในการครอบครองรถยนต์ส่วนตัว ซึ่งนำไปสู่การลดจำนวนรถยนต์บนท้องถนนและการปล่อยมลพิษได้อย่างชัดเจน

ตัวอย่างเช่น งานวิจัยในปี 2018 โดย UC Davis Institute of Transportation Studies พบว่าการเดินทางร่วมกันโดยใช้รถคันเดียว (carpooling) และการเดินทางร่วมกัน (shared mobility) สามารถลดระยะทางการเดินทางด้วยรถยนต์ (VMT) ในเขตเมืองได้มากถึง 13% ซึ่งไม่เพียงช่วยบรรเทาปัญหาการจราจรที่แออัด แต่ยังมีบทบาทสำคัญในการทำให้อากาศสะอาดขึ้นด้วยการลดการปล่อยมลพิษลงอย่างมีประสิทธิภาพ

นอกจากนี้ การเดินทางร่วมกัน (shared mobility) ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ยานพาหนะ ลดความจำเป็นในการใช้รถยนต์ส่วนตัว ส่งผลให้การผลิตและการกำจัดรถยนต์ลดลง  ซึ่งช่วยลดการปล่อยมลพิษตั้งแต่การผลิตจนถึงการใช้งานของยานพาหนะ

ที่โบลท์ (Bolt) เรามุ่งมั่นที่จะเปลี่ยนไปใช้ยานพาหนะที่ปล่อยมลพิษต่ำโดยการนำตัวเลือกยานยนต์ไฟฟ้าและไฮบริดมาเพิ่มในแพลตฟอร์มของเรา ยานพาหนะเหล่านี้ปล่อยมลพิษน้อยกว่าเครื่องยนต์สันดาปแบบดั้งเดิมอย่างมาก ซึ่งจะช่วยสนับสนุนความยั่งยืนของสิ่งแวดล้อมได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ในขณะที่ประเทศไทยกำลังเผชิญกับวิกฤตมลพิษ PM 2.5 การปรับโฉมการเดินทางในเมืองและการลงทุนในทางเลือกที่ยั่งยืนจึงเป็นสิ่งสำคัญ การเดินทางร่วมกันไม่เพียงแค่ความสะดวก แต่เป็นเครื่องมือสำคัญในการต่อสู้เพื่ออากาศที่สะอาดไร้มลพิษและเมืองที่มีสุขภาพดีขึ้น

Hi-Kool แตกไลน์ผลิตภัณฑ์ใหม่ ภายใต้ ‘คุณภาพ – บริการ’ หวังตีตลาดจากจีน

https://www.naewna.com/lady/846838

Hi-Kool แตกไลน์ผลิตภัณฑ์ใหม่ ภายใต้ ‘คุณภาพ – บริการ’ หวังตีตลาดจากจีน

Hi-Kool แตกไลน์ผลิตภัณฑ์ใหม่ ภายใต้ ‘คุณภาพ – บริการ’ หวังตีตลาดจากจีน

วันพุธ ที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 15.17 น.

 “ไฮคูล” ชูความเป็นฟิล์มกรองแสงอันดับ 1 ของประเทศไทย เตรียมเปิดตัวแบรนด์ใหม่ หวังตีตลาดฟิล์มกรองแสงจากจีน ภายใต้ “คุณภาพ – บริการ” มาตรฐานไฮคูล ตั้งเป้าการเติบโตปี 2568 ประมาณ 5% ภายใต้ตลาดรถยนต์ใหม่ที่เติบโต ยังคงกลยุทธ์สำคัญใช้ “อินฟูลเอนเซอร์” แนะนำสินค้า พร้อมเน้นการจัดจำหน่ายที่หลายหลายเพื่อตอบโจทย์ลูกค้า

น.ส.ชลิฏา วณิชชากรพงศ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ลีวณิชย์ จำกัด ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายฟิล์มกรองแสงไฮคูล ฟิล์มกรองแสงอันดับ 1 ของประเทศไทย กล่าวว่า ตลาดฟิล์มกรองแสงปี 2567 มีมูลค่า 2,400 ล้านบาท โดยไฮคูลครองมาร์เก็ตแชร์ประมาณ 30% หรือ 650 ล้านบาทซึ่งเทียบเท่ากับปี 2566

สำหรับภาพรวมตลาดรถยนต์ปีนี้หนักหน่วงมาก ยอดจำหน่ายรถยนต์เดือน ม.ค. – ต.ค. ยอดขายตกลงไป 26% เมื่อเทียบกับปีก่อน พอคนออกรถน้อยลง คนก็ติดฟิล์มกรองแสงน้อยลง โดยเฉพาะรถเชิงพาณิชย์หรือรถกระบะยอดตกไปมาก จากปัจจัยเศรษฐกิจ หนี้เสีย รถโดนยึดและไฟแนลไม่ปล่อยสินเชื่อ

ส่วนการเติบโตของไฮคูลในปี 2568 คาดว่าจะเติบโตเพิ่มจากปีที่ผ่านประมาณ 5% เนื่องจากตลาดรถยนต์ใหม่เติบโตช้า อย่างไรก็ดี แม้รถใหม่จะมีฟิล์มติดแถมมา แต่ฟิล์มแถมคุณภาพไม่ได้สูงใช้ไม่นานฟิล์มก็หมดอายุการใช้งานจึงต้องเปลี่ยนฟิล์มกรองแสงใหม่ นอกจากนี้ ลูกค้าบางคนต้องการฟิล์มคุณภาพมากกว่าที่แถมให้ก็จะติดฟิล์มใหม่ทันทีที่ออกรถ 

“กลุ่มลูกค้าของไฮคูลจะเป็นกลุ่มระดับไฮเอนด์ที่มีความต้องการฟิล์มกรองแสงคุณภาพและไม่ปิดกั้นสัญญาณมือถือและสัญญาณต่างๆ โดยฟิล์มตัวเด่นของไฮคูล บียอน เซรามิก ถือเป็นฟิล์มระดับไฮเอนด์ที่ตอบโจทย์ทั้งเรื่องการกรองแสง กันความร้อนได้ดี สีสวย สัญญาณสามารถทะลุทะลวงผ่านรถได้อย่างดี”

อย่างไรก็ดี ปัจจัยในการเลือกซื้อฟิล์มกรองแสงของคนไทยยังคงติดในเรื่องแบรนด์ประมาณ 70 – 80% ส่วนอีก 20 – 30% ไม่ได้สนใจแบรนด์ ดังนั้น การทำตลาดของไฮคูลจะมุ่งเน้นการให้ความรู้กับลูกค้าเพื่อให้เห็นถึงความแตกต่างของไฮคูลและแบรนด์อื่น พร้อมมุ่งสร้างผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า เช่น ลูกค้ากลุ่มแข่งรถ รถแต่ง รถกระบะ จะชอบฟิล์มใส ฟิล์มสีฟ้า ฟิล์มสีเขียว สินค้าของไฮคูลก็ตอบโจทย์ลูกค้ากลุ่มนี้เช่นกันน  

สำหรับยอดขายตลอด 10 วันในงาน MOTOR EXPO 2024 มียอดจองติดฟิล์ม 350 คัน เมื่อเทียบกับปี 2566 ถือว่าโตขึ้น 10% โดยไฮคูลจะส่งลูกค้ากลุ่มนี้ให้กับตัวแทนจำหน่ายเพื่อให้เขาให้บริการต่อไป

ด้านนายปฏิพล วณิชชากรพงศ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ลีวณิชย์ จำกัด กล่าวว่า หนึ่งในกลยุทธ์สำคัญในการทำตลาด คือ การแตกไลน์สินค้าฟิล์มกรองแสงใหม่ที่เน้นสร้างความแตกต่างภายใต้มาตรฐานของไฮคูล เพื่อเปิดประสบการณ์ใหม่และรองรับการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมยานยนต์ ปี 2568 ในทุกมิติ

“นวัตกรรมใหม่ๆ ของไฮคูลยังคงมีให้เห็นอย่างต่อเนื่องในปีหน้าและจะมีการนำฟิล์มคุณภาพดีในราคาพิเศษเข้ามาทำตลาดเป็นแบรนด์ใหม่ โดยควบคุมคุณภาพและบริการในมาตรฐานเดียวกับไฮคูลเพื่อขยายตลาดกลุ่มผู้ใช้งานให้เพิ่มขึ้น”

สำหรับการบุกเข้ามาทำตลาดฟิล์มกรองแสงราคาถูกจากจีน ส่งผลกระทบต่อตลาดฟิล์มกรองแสงรถยนต์ของไทย โดยเฉพาะ After Market เนื่องจากผู้ขายมีสินค้าในมือหลายแบรนด์จึงมักเชียร์แบรนด์ที่ได้ค่าคอมมิชชั่นมากกว่า ฟิล์มกรองแสงราคาถูกของจีนเป็นที่นิยม ตลาดนี้เป็นตลาดที่มีการแข่งขันที่สูง สำหรับตลาดนี้ไฮคูลมีมาร์เก็ตแชร์ประมาณ 30% แม้ฟิล์มกรองแสงจากจีนจะเข้ามาทำตลาดในไทยจำนวนมากแต่หลายแบรนด์ก็ออกจากตลาดนี้ไปแล้ว

ด้านกลยุทธ์การตลาดในปี 2568 จะเน้นช่องทางการตลาดและการจัดจำหน่ายที่หลากหลาย ทั้งช่องทางอีคอมเมิร์ช ตัวแทนจำหน่าย การออกบูธ เป็นต้น นอกจากนี้ จะปรับปรุงรูปแบบการสื่อสาร แคมเปญกระตุ้นการขาย สิทธิประโยชน์ที่ลูกค้าจะได้รับในแพลตฟอร์มต่างๆ ให้หลากหลาย เพื่อตอบโจทย์พฤติกรรมความสนใจผลิตภัณฑ์ควบคู่ไปกับการสื่อสารการตลาดด้วยภาพลักษณ์ใหม่

น.ส.ชลิฏา กล่าวเสริมว่า “เราจะเน้นการทำตลาดโดยใช้อินฟูลเอนเซอร์ อย่าง ดีเจเพชรจ้า ซึ่งที่ผ่านมาได้รับผลตอบรับเป็นอย่างดี ลูกค้าจดจำในตัวสินค้าได้เพราะดีเจเพชรจ้า”

สำหรับการทำตลาดต่างประเทศ นายปฏิพล กล่าวว่า ไฮคูลทำตลาดต่างประเทศผ่านตัวแทนจำหน่าย ซึ่งตอนนี้มีตัวแทนจำหน่ายที่พม่า ลาว กัมพูชาและจะเปิดตัวแทนจำหน่ายรายใหม่ที่เวียดนาม อย่างไรก็ดี ตลาดต่างประเทศรอบๆ ประเทศไทยยังมีมูลค่าตลาดไม่ใหญ่มาก

เมื่อต้นปีที่ผ่านมาไฮคูลได้จับมือกับแบรนด์ดังระดับโลก อย่าง แบรนด์ Avery Dennison ผู้เชี่ยวชาญด้านฟิล์มติดกันรอยรถยนต์จากสหรัฐอเมริกา ซึ่งมีความเชี่ยวชาญในการผลิตสติ๊กเกอร์และกาว ซึ่งฟิล์มติดกันรอย Avery Dennison มีคุณสมบัติ Self Healing คือ หากเกิดรอยขีดข่วนสามารถซ่อมแซมตัวเองได้ นอกจากนี้ Avery Dennison ยังมีฟิล์มสำหรับเปลี่ยนสีรถเพื่อให้ทุกการติดฟิล์มเป็นเรื่องสนุก ที่สำคัญการติดตั้งทำได้ง่าย เนื่องจากคุณภาพของกาวดีทำให้ไม่มีปัญหาภายหลัง เมื่อติดแล้วต้องดูเงางาม ฉ่ำวาว สวยโดนใจ นับเป็นสิ่งอีกตัวที่สร้างความแตกต่างจากสินค้าที่มีอยู่ในตลาด

ตลอดระยะเวลา 40 ปีไฮคูลไม่เพียงแต่ให้ความสำคัญกับตัวสินค้า แบรนด์ และกลุ่มลูกค้า แต่ยังให้ความสำคัญกับการตอบแทนสังคมอย่างต่อเนื่อง น.ส.ชลิฏา กล่าวถึงโครงการ CSR ในปี 2568 ว่า จะมีโครงการช่วยเหลือผู้ป่วยดวงตาของโรงพยาบาลเมตตาประชารักษ์และโครงการผ่าตัดหัวใจพิการในเด็กของมูลนิธิโรงพยาบาลเด็ก สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี

-(016)

เปิดตัว ‘Endolift X®’ นวัตกรรมสุดล้ำ ตอบโจทย์ทุกมิติความงาม

https://www.naewna.com/lady/846834

เปิดตัว 'Endolift X®' นวัตกรรมสุดล้ำ ตอบโจทย์ทุกมิติความงาม

เปิดตัว ‘Endolift X®’ นวัตกรรมสุดล้ำ ตอบโจทย์ทุกมิติความงาม

วันพุธ ที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 15.13 น.

ศิลปินดารา ร่วมเปิดตัว “ Endolift X® ” เทคโนโลยีแปลงโฉมระดับโลก นวัตกรรมสุดล้ำ เลเซอร์ไฟเบอร์ขนาดจิ๋ว  ตอบโจทย์ทุกมิติความงาม

วงการสุขภาพและความงามของประเทศไทย เปิดปรากฎการณ์ใหม่ พลิกโฉมความงามกับนวัตกรรมสุดล้ำของโลก โดย นายแพทย์ โกสินทร์ แจ่มเพ็ชรรัตน์ ผู้ถือลิขสิทธิ์และก่อตั้ง Endolift Thailand (Founder Endolift Thailand) ได้รับความไว้วางใจเป็นตัวแทนนำเข้า Endolift X® ( เอ็นโดลิฟท์ เอ็กซ์) นวัตกรรมและเทคโนโลยีทางการแพทย์สุดล้ำระดับโลก จากประเทศอิตาลี ประเทศไทยเป็นเจ้าแรกๆ ในภูมิภาคเอเชีย จัดงานเปิดตัว “EndoliftX® เทคโนโลยีแปลงโฉมระดับโลก” สุดล้ำครั้งแรก!! อย่างเป็นทางการ ในวันอังคารที่ 10 ธันวาคมนี้ เวลา 16.00  น.  ณ  ชั้น 4  สถาบันสุขภาพและความงามตรัยญา  พระราม 9

ภายในงานได้รับเกียรติจาก นายแพทย์ โกสินทร์ แจ่มเพ็ชรรัตน์  เป็นประธานฯ กล่าวเปิดงาน , ดร.โรแบร์โต้  รัฟฟ่า แพทย์ศัลยกรรมผิวหนัง จากประเทศอิตาลี และเป็นทีมแพทย์อบรมเทคนิค Endolift ระดับประเทศ , ดร. พาวโล คอสซิส  แพทย์ฝ่ายบริหารจากบริษัท ยูโฟตอน ประเทศอิตาลี ร่วมพูดคุยถึงนวัตกรรมและเทคโนโลยีความงาม ที่กำลังได้รับความสนใจจากหลายๆ ประเทศทั่วโลก  พร้อมด้วยทีมแพทย์ไทยเข้าร่วมงานอย่างมากมาย

ชมไฮไลท์โชว์เปิดตัวจากศิลปินดารา  เบส – รักษ์วนีย์ คำสิงห์, จ็อบ – ธัชพล กู้วงศ์บัณฑิต, ไนซ์ – บริพัฒน์ จำสัตย์   และนางแบบ นายแบบ  ร่วมโชว์เผยโฉมนวัตกรรมสุดล้ำของโลกความงาม  Endolift X® ที่สามารถแปลงโฉมตลอดทั้งเรือนร่างให้เหล่าคนรักสุขภาพและความงามจะต้องว๊าวว… พร้อมเพลิดเพลินไปกับบทเพลงไพเราะ จากนักร้องสาว “โรส ศิรินทิพย์”  โดยมี ได๋ – ไดอาน่า จงจินตนาการ รับหน้าที่พิธีกร

มาทำความรู้จักกับ  เอ็นโดลิฟท์ ( Endolift ) เป็นเทคโนโลยีทางการแพทย์สุดล้ำระดับโลก โดยคิดค้นโดยทีมแพทย์ชาวอิตาลีและมีการพัฒนาเรื่อยมาโดยมีบริษัทที่เป็นต้นตำรับในการพัฒนาและศึกษารวบรวมผลงาน วิจัยทางการแพทย์มากมายเรื่อง Endolift คือ บริษัท EUFOTON .SRL จากประเทศอิตาลี เอ็นโดลิฟท์ ( Endolift ) เป็นนวัตกรรมการใช้เลเซอร์ไฟเบอร์ชนิดเล็กเข้าไปแก้ไขปัญหาผิวจากภายในได้ตรงจุด โดยไม่ทิ้งสิ่งแปลกปลอมไว้ภายในร่างกาย และให้ผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติ   เป็นนวัตกรรมที่มีการใช้กันอย่างแพร่หลายมายาวนานนับ 10 ปี ทั่วโลก ทั้งในยุโรป อเมริกา อังกฤษ ผ่านการรับรองความปลอดภัยจากองค์การอาหารและยาของสหรัฐอเมริกา ( US FDA ) และ ยุโรป ( EU ) เป็นที่เรียบร้อย

ต่อมาได้มีการพัฒนาเทคโนโลยีนี้ไปอีกระดับ ด้วยการใช้เลเซอร์ไฟเบอร์ชนิดจิ๋ว ที่มีประสิทธิภาพสูงกว่าในยุคแรกๆ เรียกว่า เอ็นโดลิฟท์ ( Endolift X® ) และถูกจดสิทธิบัตรในปี คศ. 2022 ที่ผ่านมา โดยเทคโนโลยี Endolift X® จะปลดปล่อยพลังงานแสงเลเซอร์ที่ความยาวคลื่น 1470 นาโนเมตรผ่านเส้นใยไฟเบอร์ชนิดจิ๋ว คล้ายเส้นผม ออกเป็นจุดเล็กๆตรงส่วนปลาย เข้าไปแก้ไขปัญหาใต้ผิวได้หลากหลายโดยไม่ต้องดมยาสลบ ไม่ต้องพักฟื้น ไม่ต้องเสี่ยงกับการผ่าตัดแบบเดิมๆ และให้ผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติยาวนาน 2-5 ปีโดยประมาณ หลังทำเพียงครั้งเดียว โดยแก้ไขปัญหาที่มีอยู่เดิม 

สำหรับประเทศไทย ณ วันนี้สิ้นสุดเวลาแห่งการรอคอย เมื่อนวัตกรรมสุดล้ำนี้ จากอิตาลีมาสู่ประเทศไทยแล้ว และเป็นประเทศอันดับต้นๆในเอเซีย  ผลการรับรองผ่านความปลอดภัยโดยองค์การอาหารและยา(อย.)ของประเทศไทยเป็นที่เรียบร้อย ซึ่งนวัตกรรมและเทคโนโลยีสุดล้ำนี้ จะช่วยส่งเสริมความรู้ และพัฒนาทักษะ ความเชี่ยวชาญของทีมแพทย์ไทยให้ก้าวสู่ระดับโลก ในการแก้ปัญหาหลากหลาย ทั้งใบหน้าและลำตัว เสมือนการแปลงโฉม ด้วยเลเซอร์ไฟเบอร์ขนาดจิ๋ว โดยไม่ต้องพักฟื้นหรือผ่าตัด  นับว่าเป็นสิ่งที่ตอบโจทย์แก่ผู้มาใช้บริการเป็นอย่างยิ่ง  ซึ่งในปัจจุบันประเทศในแถบเอเซีย มีนวัตกรรมตัวนี้ให้บริการเพียง 3 ประเทศเท่านั้นคือ ประเทศไทย อินโดนีเซีย เวียดนาม โดยประเทศไทยถือว่าเป็นประเทศแรกๆ อันดับต้นๆในเอเซีย จึงนับเป็นข่าวดีต้อนรับปี 2025 ที่คนไทยและชาวต่างชาติในแถบภูมิภาคเอเชีย จะได้มีโอกาสเข้ามาสัมผัสความสามารถของทีมแพทย์ไทยกับผลลัพธ์ของนวัตกรรมสุดล้ำนี้ในเอเซีย  และสามารถค้นหารายชื่อแพทย์ที่ผ่านการอบรมและให้บริการเทคโนโลยีนี้ได้ใน เว็บระดับโลก htps://www.endolift.com/en/find-a-doctor/ หรือ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ผ่าน Line Official : @ endoliftthailand

-(016)

เปิดฤดูกาลท่องเที่ยวเกาะพยาม ประจำปี 2568 ส่งเสริมการท่องเที่ยวต่อเนื่องตลอดปี

https://www.naewna.com/lady/846829

เปิดฤดูกาลท่องเที่ยวเกาะพยาม ประจำปี 2568 ส่งเสริมการท่องเที่ยวต่อเนื่องตลอดปี

เปิดฤดูกาลท่องเที่ยวเกาะพยาม ประจำปี 2568 ส่งเสริมการท่องเที่ยวต่อเนื่องตลอดปี

วันพุธ ที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 15.09 น.

นายสุพจน์  ภูติเกียรติขจร รองผู้ว่าราชการจังหวัดระนอง รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดระนอง เป็นประธานเทศกาลเปิดฤดูกาลท่องเที่ยวเกาะพยาม ประจำปี พ.ศ. 2568 ภายใต้โครงการส่งเสริมพัฒนาการท่องเที่ยวต่อเนื่องตลอดปี  ซึ่งจัดขึ้นโดยสำนักงานท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดระนอง ร่วมกับทุกภาคส่วน  โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น นักท่องเที่ยวชาวไทย และชาวต่างชาติ เข้าร่วมกิจกรรมอย่างล้นหลาม 

นายประดิษฐ โชติช่วง นายกองค์การบริหารส่วนตำบลเกาะพยาม ได้กล่าวต้อนรับประธานในพิธีและนักท่องเที่ยวที่เข้าร่วมงานอย่างคับคั่งว่า เกาะพยามเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางทะเลของจังหวัดระนองที่มีชื่อเสียง มีทรัพยากรธรรมชาติที่มีความอุดมสมบูรณ์ หลากหลาย และพร้อมให้นักท่องเที่ยว ได้สัมผัสตลอดทั้งปี มีกิจกรรมประเภทแอดเวนเจอร์ เช่น การพายเรือคายัค มีสัตว์หายาก เช่น นกเงือก และเหยี่ยวขนาดใหญ่ซึ่งอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก เหมาะกับผู้ที่ชื่นชอบการดูนก ประกอบกับความอุดมสมบูรณ์ทะเลในพื้นที่ทำให้มีจุดเด่นด้านอาหารทะเล ที่หาทานได้ง่าย มีความหลากหลาย มีความสดสะอาด จากชาวประมงพื้นบ้านที่ออกเรือหาอาหารทะเล มีชายหาดที่สวยงามเป็นธรรมชาติ มีบรรยากาศที่สวยงามเหมาะ แก่การท่องเที่ยวและพักผ่อน

นางสาวปาริชาต ชูดำ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดระนอง กล่าวรายงานถึงวัตถุประสงค์ของการจัดกิจกรรมดังกล่าวว่า เทศกาลเปิดฤดูกาลท่องเที่ยวเกาะพยาม ประจำปี พ.ศ. 2568 ภายใต้โครงการส่งเสริมพัฒนาการท่องเที่ยวต่อเนื่องตลอดปี  กำหนดจัดขึ้นในระหว่างวันที่ 9-10 ธันวาคม 2567 เพื่อจัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยว ประชาสัมพันธ์พร้อมรองรับและต้อนรับนักท่องเที่ยวในการเปิดฤดูกาลท่องเที่ยวของเกาะพยาม เป็นการประชาสัมพันธ์ศักยภาพทางด้านการท่องเที่ยวของจังหวัดระนองให้เป็นที่รู้จักแพร่หลายและดึงดูดนักท่องเที่ยว โดยกำหนดเป็นปฏิทินการท่องเที่ยวของจังหวัดระนอง ซึ่งได้มีการบูรณาการร่วมกับองค์การบริหารส่วนตาบลเกาะพยามเพื่อสร้างภาพลักษณ์ที่ดีของจังหวัดระนอง กระตุ้นเศรษฐกิจและ การท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ของจังหวัดระนอง ก่อให้เกิดการสร้างงานสร้างรายได้ให้กับจังหวัดระนอง 

นายสุพจน์  ภูติเกียรติขจร รองผู้ว่าราชการจังหวัดระนอง รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดระนอง กล่าวว่า การท่องเที่ยวเกาะพยาม ของจังหวัดระนอง เป็นส่วนสำคัญในการกระตุ้นเศรษฐกิจ ส่งผลทำให้รายได้จากการท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น เกิดการสร้างงาน สร้างรายได้ให้แก่ชุมชนและประชาชนในพื้นที่ อีกทั้ง ยังเป็นการประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวของจังหวัดระนองให้เป็นที่รู้จักมากขึ้นและภาพลักษณ์การท่องเที่ยวที่ดีอีกด้วย  โดยเกาะพยาม นับว่าเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางทะเลที่สวยงาม มีอัตลักษณ์ และวิถีชีวิตที่โดดเด่น ซึ่งนักท่องเที่ยวนิยมเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวตลอดทั้งปี การจัดงานในครั้งนี้ถือเป็นโอกาสที่ดีที่จะสร้างการรับรู้การท่องเที่ยวทางทะเลของจังหวัดระนอง และพร้อมรองรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาท่องเที่ยวเกาะพยาม เป็นโอกาสดีที่ผู้ประกอบการ ร้านค้าในพื้นที่ ได้มีโอกาสนำสินค้าและผลิตภัณฑ์ต่างๆของเกาะพยาม เข้ามาจำหน่ายในงาน เกิดการกระจายรายได้ให้กับพื้นที่ และมั่นใจว่าการจัดงานในครั้งนี้จะสร้างความประทับใจให้กับนักท่องเที่ยว และกลับมาท่องเที่ยวซ้ำอีก 

สำหรับบรรยากาศภายในงาน มีกิจกรรมมากมาย ประกอบด้วย การแสดงควงกระบองไฟ จากชุมชนเกาะพยาม , การแสดงดนตรีจากศิลปิน อาทิ “LULA” , “GUNGUN (วาฬเกยตื้น)” , “วงกางเกง” และ DJ Fiwzfiee การจำหน่ายสินค้า อาหาร โดยได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติ ที่เข้าร่วมกิจกรรมอย่างล้นหลาม

-(016)

‘กรมพัฒนาธุรกิจการค้า’ จัดกิจกรรมแฟรนไชส์สร้างอาชีพ Roadshow 2024 ส่วนภูมิภาค นครสวรรค์

https://www.naewna.com/lady/846825

‘กรมพัฒนาธุรกิจการค้า’ จัดกิจกรรมแฟรนไชส์สร้างอาชีพ Roadshow 2024 ส่วนภูมิภาค นครสวรรค์

‘กรมพัฒนาธุรกิจการค้า’ จัดกิจกรรมแฟรนไชส์สร้างอาชีพ Roadshow 2024 ส่วนภูมิภาค นครสวรรค์

วันพุธ ที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 15.05 น.

กรมพัฒนาธุรกิจการค้า จัดกิจกรรม แฟรนไชส์สร้างอาชีพ Roadshow 2024 โดยยกขบวน แฟรนไชส์ชั้นนำกว่า 40 แบรนด์ ทั้งอาหาร เครื่องดื่ม บริการ และค้าปลีก มาให้ผู้สนใจได้เลือกสรรตามความสนใจและความถนัด เป็นการเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการได้ขยายธุรกิจ และสร้างแบรนด์ให้เป็นที่รู้จักในวงกว้าง ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในการฟื้นฟูเศรษฐกิจ และสร้างโอกาสทางการค้าให้กับผู้ประกอบการไทย รวมถึงเป็นการช่วยเหลือผู้ว่างงาน และผู้ที่ต้องการมีธุรกิจเป็นของตนเองให้สามารถเข้าถึงโอกาสในการลงทุนในธุรกิจแฟรนไชส์ พร้อมทั้งกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก และสร้างอาชีพให้กับประชาชน 

การจัดงานงานแฟรนไชส์สร้างอาชีพ Roadshow 2024 ณ จังหวัดนครสวรรค์ ในครั้งนี้ จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 12-16 ธันวาคม 2567 ณ ลานกิจกรรม ลานโปรโมชั่น ชั้น G (ลานเจ้าพระยา,ลานยมผสาน และลานแม่ปิง) ตั้งแต่เวลา 10.30-20.00 น. ขอเชิญชวนประชาชนและ ผู้ที่ต้องการมีธุรกิจเป็นของตนเอง สามารถเลือกซื้อแฟรนไชส์ที่เหมาะสมกับความต้องการ และเจรจาซื้อขายธุรกิจได้โดยตรงจากเจ้าของธุรกิจแฟรนไชส์ที่เข้าร่วมงานครั้งนี้กว่า 40 แบรนด์ 

โดยไฮไลท์สำคัญของการจัดกิจกรรม คือ การแสดงและจำหน่ายสินค้าธุรกิจแฟรนไชส์กว่า 40 แบรนด์ชั้นนำ การเจรจาทางธุรกิจ (Business Matching) เพื่อเป็นเวทีพบปะพูดคุยกับผู้ประกอบการจากหลากหลายสาขาธุรกิจ เป็นการเปิดรับและสร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ  นอกจากนี้ ยังมีสถาบันการเงินมาร่วมออกบูธให้คำปรึกษาแนะนำ และสนับสนุนเงินทุนพร้อมเงื่อนไขพิเศษให้ผู้ที่สนใจ หรือผู้ที่กำลังมองหาทำเลการค้าจากทุกพื้นที่ทั่วประเทศ พร้อมรับโปรโมชั่นส่วนลด แฟรนไชส์ราคาสุดพิเศษภายในงาน

กิจกรรมแฟรนไชส์ Roadshow 2024 เป็นนโยบายในการส่งเสริมและพัฒนาธุรกิจแฟรนไชส์ของประเทศ ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสร้างโอกาสทางธุรกิจให้กับคนไทย และช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศให้เติบโต อีกทั้งยังเป็นส่วนหนึ่งในกิจกรรมฟื้นฟูเศรษฐกิจของรัฐบาล และเป็นจุดเริ่มต้นของการเยียวยาและฟื้นฟูเศรษฐกิจของแต่ละจังหวัดที่ประสบภัยน้ำท่วม โดยกรมพัฒนาธุรกิจการค้าพร้อมให้การสนับสนุนผู้ประกอบการ SME อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถกลับมาดำเนินธุรกิจได้ตามปกติโดยเร็วที่สุด คาดว่าเมื่อสิ้นสุดระยะเวลาของการจัดกิจกรรมใน 4 ภาค จะมีผู้เข้าชมงานรวมทั้งสิ้นไม่น้อยกว่า 8,000 คน และสามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้ไม่น้อยกว่า 500 ล้านบาท

สำหรับการจัดงานแฟรนไชส์สร้างอาชีพ Roadshow 2024 เซ็นทรัลนครสวรรค์ จังหวัดนครสวรรค์ ในครั้งนี้ ขอเชิญชวนผู้ว่างงานหรือผู้ที่สนใจลงทุนในธุรกิจแฟรนไชส์ในพื้นที่จังหวัดที่จัดงานและพื้นที่ใกล้เคียงเข้าร่วมกิจกรรมแฟรนไชส์ Roadshow เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ และสร้างโอกาสทางธุรกิจให้กับตนเอง 

ปัจจุบัน มีธุรกิจแฟรนไชส์ที่ผ่านการพัฒนาจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้าแล้ว รวมทั้งสิ้น 545 ราย แบ่งเป็น 

• ธุรกิจอาหาร 248 ราย

• ธุรกิจเครื่องดื่ม 106 ราย 

• ธุรกิจการศึกษา 68 ราย 

• ธุรกิจบริการ 66 ราย 

• ธุรกิจค้าปลีก 33 ราย

• ธุรกิจความงามและสปา 24 ราย 

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ส่วนส่งเสริมธุรกิจแฟรนไชส์ กองส่งเสริมและพัฒนาธุรกิจ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า สายด่วน 1570, โทรศัพท์หมายเลข 0 2547 5953, e-Mail : franchisedbd@gmail.com

-(016)

Wuliangye ส่งท้ายความร่วมมือระดับโลก ในงาน ‘Michelin Guide 2025’ ประเทศไทย

https://www.naewna.com/lady/846823

Wuliangye ส่งท้ายความร่วมมือระดับโลก ในงาน 'Michelin Guide 2025' ประเทศไทย

Wuliangye ส่งท้ายความร่วมมือระดับโลก ในงาน ‘Michelin Guide 2025’ ประเทศไทย

วันพุธ ที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 14.56 น.

อู่เหลียงเย่ (Wuliangye) แบรนด์ไป๋จิ่วชื่อดังจากประเทศจีน ในฐานะ Global Partner สร้างความโดดเด่นและน่าประทับใจในงาน Michelin Guide Ceremony 2025 Thailand หรือ ประกาศผลรางวัลร้านอาหารที่ได้รับคัดเลือกในคู่มือ ‘มิชลิน ไกด์’ ฉบับประเทศไทย ประจำ พ.ศ. 2568 ซึ่งจัดขึ้นเมื่อเร็วๆ นี้  โดยมี นายฮัว เถา ผู้จัดการทั่วไป อู่เหลียงเย่ อี่ปิ่น จำกัด ร่วมด้วย นาย Chen Chong ประธานบริษัท Wuliangye Import and Export Co., Ltd. และบริษัท Galaxy Edutainment Co., Ltd.  ซึ่งเป็นตัวแทนจำหน่ายในประเทศไทย ร่วมแนะนำผลิตภัณฑ์ภายในงาน โดยมีแขกผู้มีเกียรติ รวมถึงสื่อมวลชนชั้นนำในกรุงเทพฯ เชฟมิชลิน และผู้มีอิทธิพลในอุตสาหกรรมร่วมงานกว่า 300 คน

ผลิตภัณฑ์และการผสมผสานวัฒนธรรม

ภายในงาน Wuliangye ได้นำเสนอผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย เช่น Wuliangye•Ziqidonglai , ซีรีส์ Panda, Classic Wuliangye และค็อกเทลเบส “Wugusong” โดยพื้นที่ชงและชิมค็อกเทลพิเศษ “Wugroni” ได้แสดงถึงความเป็นเอกลักษณ์ของไป๋จิ่วจีนแบบดั้งเดิมในรูปแบบที่ทันสมัย ให้ผู้เข้าร่วมงานได้รับประสบการณ์อันทรงคุณค่าทั้งในด้านรสชาติและวัฒนธรรม

บูธของ Wuliangye ดึงดูดความสนใจจากแขกสำคัญ อาทิ คุณธภณี เกียติเปยเวน ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย, เชฟมิชลิน 1 ดาว Shunjie Shimamura และเชฟมิชลิน 3 ดาว Jiang Minggu ที่มาเยี่ยมชมและลิ้มลองผลิตภัณฑ์ โดยมีทีมงานให้คำแนะนำเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ที่ยาวนาน เทคนิคการผลิตเหล้าขาวที่เป็นเอกลักษณ์และรสชาติที่โดดเด่น

ความร่วมมือและการผสานรสชาติ

นายฮัว เถา ได้สนทนาอย่างลึกซึ้งกับ นายมานูเอล ฟาเฟียง (Manuel Fafian), ประธานกลุ่ม  มิชลิน ประจําภาคพื้นเอเชียตะวันออกและโอเชียเนีย โดยกล่าวว่า Wuliangye และ Michelin Guide มีคุณค่าและเป้าหมายที่เหมือนกัน ซึ่งคือการนำเสนอประสบการณ์ “อาหารเลิศรส + ไป๋จิ๋วชั้นเยี่ยม” แก่ผู้บริโภคทั่วโลก อาหารไทยซึ่งมีชื่อเสียงระดับโลกในเรื่องความสมดุลของรสเปรี้ยว เผ็ด เค็ม หวาน และขม สอดคล้องอย่างลงตัวกับสูตรห้าธัญพืชของ Wuliangye และเทคนิคการผลิตที่พิถีพิถัน นอกจากนี้  ความงดงามของสิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติของเมืองอี๋ปิน (Yibin) และประวัติศาสตร์พันปีของการผลิตเหล้าขาวยังส่งเสริมให้เกิดความกลมกลืนระหว่างวัฒนธรรมไทยและจีน

โดยระหว่างงานเลี้ยงอาหารค่ำ เชฟ Rishi Naleendra จากร้าน Cloudstreet ซึ่งได้รับรางวัลมิชลินสองดาว ได้รังสรรค์เมนู ‘ทาร์ทาร์เนื้อวากิวผสมไป๋จิ่ว’ ได้อย่างยอดเยี่ยม ซึ่งเข้ากันได้อย่างลงตัวกับ Wuliangye กลิ่นหอมของ Wuliangye แทรกซึมเข้ากับความนุ่มและความชุ่มฉ่ำของเนื้อวากิว ในขณะที่กลิ่นหอมของไป๋จิ่วผสมผสานเข้ากับกระบวนการหมักและการย่างได้อย่างสมบูรณ์แบบ มอบประสบการณ์สุดพิเศษให้กับแขกทุกคน

ปิดฉากส่งท้ายปีเส้นทางความร่วมมือระดับโลกอย่างงดงาม

งานนี้ถือเป็นจุดสิ้นสุดของปีที่สำคัญสำหรับ Wuliangye ในฐานะ “พันธมิตรระดับโลก” ของ Michelin Guide ตั้งแต่เดือนกันยายนที่ผ่านมา ตั้งแต่ศิลปะการทำอาหารญี่ปุ่น ความประณีตของอาหารอิตาเลียน การผสมผสานอาหารมาเลเซีย และรสชาติอันหลากหลายของอาหารไทย Wuliangye  ได้แสดงให้เห็นถึงความลงตัวของไป๋จิ่วจีนกับอาหารระดับโลกผ่านพิธีประกาศผล Michelin Guide  ทั้ง 4 งาน

ความร่วมมือระหว่าง Wuliangye และ Michelin Guide ไม่เพียงแต่สะท้อนถึงการผสมผสานระหว่างวัฒนธรรมเหล้าขาวจีนกับประเพณีอาหารโลกเท่านั้น แต่ยังช่วยผลักดันให้ไป๋จิ่วจีนก้าวสู่ระดับสากล โดยแสดงให้เห็นถึงภาพลักษณ์แบรนด์ที่ทันสมัยและเป็นที่ยอมรับในระดับโลกของ Wuliangye ในอนาคต Wuliangye จะยังคงส่งเสริมวัฒนธรรมไป๋จิ่วด้วยมุมมองระดับโลก และนำเสนอประสบการณ์ “อาหารเลิศรส + ไป๋จิ่วชั้นเยี่ยม” ให้แก่ผู้บริโภคทั่วโลกต่อไป

-(016)

แทบลืมมองวิว! ‘ปันปัน สุทัตตา’สวมชุดว่ายน้ำเสิร์ฟความเซ็กซี่

https://www.naewna.com/entertain/847039

แทบลืมมองวิว! 'ปันปัน สุทัตตา'สวมชุดว่ายน้ำเสิร์ฟความเซ็กซี่

แทบลืมมองวิว! ‘ปันปัน สุทัตตา’สวมชุดว่ายน้ำเสิร์ฟความเซ็กซี่

วันพฤหัสบดี ที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 13.23 น.

เรียกได้ว่าเป๊ะปังไม่มีหยุด สำหรับนักแสดงสาวสวย “ปันปัน สุทัตตา อุดมศิลป์” ที่มักมีภาพสวยๆ ให้แฟนๆ ได้ชมผ่านอินสตาแกรมอยู่เสมอ ล่าสุด เจ้าตัวได้เปิดโหมดร้อนแรง ในชุดว่ายน้ำสีชมพูดีไซน์เก๋ แถมยังโชว์แก้มก้นที่ฟิตเปรี๊ยะ งานนี้ก็ทำเอาทะเลถึงกับร้อนระอุ และลุกเป็นไฟขึ้นมาทันที งานนี้แฟนๆ ต่างพากันเข้ามากระหน่ำไลก์ให้รัวๆ เลยทีเดียว

ปังไม่หยุด! ‘เกมรักทรยศ’คว้ารางวัลอินเตอร์ฯ

https://www.naewna.com/entertain/846885

ปังไม่หยุด! ‘เกมรักทรยศ’คว้ารางวัลอินเตอร์ฯ

ปังไม่หยุด! ‘เกมรักทรยศ’คว้ารางวัลอินเตอร์ฯ

วันพฤหัสบดี ที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ตอกย้ำคอนเทนต์คุณภาพฝีมือคนไทยให้เป็นที่ประจักษ์สู่สากล เมื่อละคร เกมรักทรยศ (The Betrayal) ซึ่งสร้างสรรค์ผลงานโดยค่าย จูเวไนล์ (JUVE9) ออกอากาศทางช่อง 3 คว้ารางวัล GRAND WINNER 2024 สาขา Best Adaptation of an Existing Format (scripted) จากเวที Asian Academy Creative Awards ณ ประเทศสิงคโปร์ ละครไทยที่คว้ารางวัลใหญ่และก้าวสู่ระดับอินเตอร์ โดยผู้บริหารค่าย คุณฐิติ สุทธิกุลพานิชย์และ เก้า วิรดา คูหาวันต์ ผู้กำกับเดินทางไปรับรางวัลในครั้งนี้

ละคร เกมรักทรยศ เป็นละครแนวซีเนมาติก ดราม่า สุดเข้มข้นเป็นการโคจรมาประกบคู่กันครั้งแรก ของพระ-นางฝีมือเฉียบระดับตำนาน “อนันดา เอเวอร์ริ่งแฮม” และ “แอน ทองประสม” ที่จะมาพิสูจน์ความจริงกับเรื่องราว เมื่อชีวิตคู่ต้องพังเพราะถูกสามีนอกใจ…ผู้หญิงคนหนึ่งก็ทำได้มากกว่าใครจะคาดคิด ร่วมด้วยนักแสดงสาวคนสวยที่พลิกคาแร็กเตอร์มารับบทมือที่ 3 ได้อย่างถึงอารมณ์ “แพทริเซีย ธัญชนก กู๊ด” ทั้งนี้ ยังได้ทัพนักแสดงมากฝีมืออีกคับคั่ง ที่มาร่วมเติมอรรถรสให้ละครเต็มอิ่มทุกอารมณ์ ชนิดที่ไม่อาจพลาดได้ สามารถรับชมย้อนหลังได้ที่แอป 3 plus

เพลงใหม่โดนใจสายส่อง ซิงเกิ้ลล่าสุดจาก ‘Purplecat’

https://www.naewna.com/entertain/846879

เพลงใหม่โดนใจสายส่อง ซิงเกิ้ลล่าสุดจาก ‘Purplecat’

เพลงใหม่โดนใจสายส่อง ซิงเกิ้ลล่าสุดจาก ‘Purplecat’

วันพฤหัสบดี ที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

เรียกได้ว่าปล่อยซิงเกิ้ลใหม่ได้ถูกจังหวะจริงๆ สำหรับสองหนุ่มหล่อวง “Purplecat” (เพอร์เพิลแคท) นำโดย ม่อน-นภสินธุ์ ไชยศรี (นักร้องนำ, กีตร์) และ ปาล์มพลรัตน์ ศิริรัตน์ (แร็,ซินธิไซเซอร์) จากค่าย SPICYDISC กับล่าสุดขอส่งเพลงไว้ใช้จีบคนที่ชอบเพื่อมาเดทในวันเคาท์ดาวน์! ผ่านเพลง “IG” ว่าด้วยความรู้สึกของการตกหลุมรักใครสักคนมากๆ จนอยากเข้าไปทำความรู้จักกับเธอ จึงขอใช้ IG เป็นสื่อกลางให้เราสองคนได้เรียนรู้เพื่อสานต่อความสัมพันธ์นี้ไปด้วยกัน! ซึ่งสำหรับพาร์ทดนตรีมาในแนว ป๊อป ที่ใส่ความ Funk ผสม Hip Hop เท่ๆ ตามสไตล์วง แทรกด้วยกลิ่นอายR&B Soul เบาๆ ให้ฟังได้อย่างลื่นไหล โดยที่ ม่อน และ ปาล์ม มาขึ้นแท่นเป็นโปรดิวเซอร์ด้วยกันครั้งแรก พร้อมแต่งเนื้อหาของเพลงที่ได้แรงบันดาลใจมาจากในสมัยนี้คนมักชอบทำความรู้จักพูดคุยกันผ่านทาง IG และยังได้ร่วมงานกับ “Motley Flower” (มอทลีย์ ฟลาเวอร์) ศิลปินสุดเท่จากค่าย BLAQ LYTE Digital ในเครือค่าย SPICYDISC มาช่วยเติมเต็มการตกหลุมรักใครสักคนจนไม่อยากให้เธอได้หลุดมือไปได้อย่างลงตัว ตัดภาพมายังพาร์ทมิวสิกวีดีโอมาในมู้ดของการจีบผู้หญิงที่เจอกันในสถานบันเทิง จนเกิดอาการตกหลุมรักเข้าให้ ซึ่งเรื่องราวจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามชมได้ที่ YOUTUBE : SPICYDISC และ ฟังได้แล้วในทุกช่องทางสตรีมมิ่งตอนนี้กันได้เลย

โดย ม่อน ขอเล่าถึงที่มาที่ไปในการทำเพลง “IG” ว่า “สำหรับเพลงนี้ผมรู้สึกว่ายุคนี้ IG เป็นเครื่องมือที่เราใช้สื่อสารกันดีที่สุดครับได้เห็นตัวตน รู้จึกกันลึกขึ้นได้ง่ายเพียงแค่เราเห็นโพสต์รูป หรือลงสตอรี่ ต่อให้เราไม่รู้จักกัน แต่ก็พอจะเดาได้ว่าคนนี้ชอบทำอะไรไลฟ์สไตล์เป็นแบบไหน เราสองคนเลยอยากเขียนเพลงที่เกี่ยวกับ IG ขึ้นมาครับ ส่วนด้านการทำงานของเพลงนี้ อย่างที่ทุกคนได้ยินจังหวะบีทดนตรีในช่วงแรก ต้องขอยกความเท่นี้ให้กับ ปาล์ม เลยครับที่เป็นคนเริ่มขึ้นบีท(ปรบมือ) ซึ่งความพิเศษของเพลงนี้พวกเรายังได้พี่นิคหรือทุกคนรู้จักกันในนาม Motley Flower มาช่วยแต่งเสริมเนื้อหาและร่วมร้องให้อีกด้วย ปกติพวกเราฟังเพลงของ Motley Flower กันอยู่แล้วครับ พอเขามาอยู่บ้านเดียวกันเลยรู้สึกว่าต้องร่วมงานกันให้ได้สักครั้ง เพราะชอบสไตล์ของพี่นิคมากๆ และคิดว่าเขาน่าจะทำให้เพลงนี้มีสีสันเพิ่มขึ้นหวังว่าทุกคนจะชอบกันนะครับ”

ปาล์ม ขอเสริม “อีกหนึ่งพาร์ทที่อยากจะขอพูดถึงในส่วนของ MV เราได้อินฟลูเอนเซอร์สาวชื่อดังมาเล่นให้ พวกเรารู้สึกทั้งตื่นเต้นและดีใจที่จะได้ร่วมงานกัน ซึ่งวันที่ถ่ายเอ็มวีพวกเราสนุกกันมากๆ สถานที่ใช้ในการถ่ายก็จะเป็นร้านของพี่นิคครับ ร้าน ROVER ย่านทองหล่อ แถมเรายังมีซีนสวยๆ เท่ๆ ขับรถรอบกรุงเทพมาฝากให้ทุกคนได้ชมกันด้วยนะครับ เผื่อจะมีคนไปตามรอย (หัวเราะ) ยังไงก็ขอฝากเพลงใหม่พวกเราด้วยนะครับ ขอบคุณครับ”

สำหรับคนที่อยากมีแฟนก่อนช่วงเทศกาลส่งท้ายปีเพื่อได้ไปเดทกันลองส่งเพลง “IG” จาก Purplecat ไปจีบกับคนที่คุณแอบชอบอยู่กันได้เลยโดยสามารถเข้าไปฟังได้แล้วในทุกแพลตฟอร์มรวมถึงรับชมมิวสิกวีดีโอได้ที่ YouTube Channel Spicydisc พร้อมอัปเดตข่าวสารอื่นๆ ของวงได้ที่ https://www.facebook.com/purplecat.th รวมถึงเพจ https://www.facebook.com/Spicydiscrecord