Donation HUB สภากาชาดไทย ดันแพลตฟอร์ม ‘iRedcross’ สู่ความสำเร็จก้าวแรก คว้ารางวัล Public/Private Partnership Award จากเวที ASOCIO DX Awards 2024

https://www.naewna.com/lady/845071

Donation HUB สภากาชาดไทย ดันแพลตฟอร์ม ‘iRedcross’ สู่ความสำเร็จก้าวแรก  คว้ารางวัล Public/Private Partnership Award จากเวที ASOCIO DX Awards 2024

Donation HUB สภากาชาดไทย ดันแพลตฟอร์ม ‘iRedcross’ สู่ความสำเร็จก้าวแรก คว้ารางวัล Public/Private Partnership Award จากเวที ASOCIO DX Awards 2024

วันอังคาร ที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

Donation HUB สภากาชาดไทย โดย จันทร์ประภา วิชิตชลชัย รองผู้อำนวยการสำนักงานจัดหารายได้ สภากาชาดไทย เป็นตัวแทนรับรางวัล ASOCIO DX Awards 2024 สาขา Public/Private Partnership Awardในงาน ASOCIO Digital Summit 2024 จัดโดยสมาพันธ์ ASOCIO (Asian-Oceanian ComputingIndustry Organization) ซึ่งมอบให้กับองค์กรของประเทศสมาชิกที่มีการนำเทคโนโลยีมาใช้ในการพัฒนาองค์กรได้อย่างโดดเด่นและประสบผลสำเร็จ ณ โรงแรม ANA Intercontinentalกรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น โดยเป็นรางวัลที่การันตีถึงความสำเร็จในแนวคิดและรูปแบบการสร้างสรรค์แพลตฟอร์ม “iRedcross” หรือ www.iredcross.org แพลตฟอร์มหารายได้เพื่อการกุศลทางดิจิทัลของสภากาชาดไทย ร่วมกับ บริษัท เออาร์ไอพี จำกัด (มหาชน)

จันทร์ประภา วิชิตชลชัย กล่าวว่า “สำนักงานจัดหารายได้ สภากาชาดไทย ได้นำเทคโนโลยีมาใช้เพื่อการหารายได้อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะปี 2563 ช่วงการแพร่ระบาดของ COVID-19 เราไม่สามารถจัดงานกาชาด ณ สวนลุมพินีได้ จึงคิดพัฒนางานกาชาดออนไลน์ขึ้นมาทดแทน นับเป็นความท้าทายของสภากาชาดไทยอย่างมากที่ริเริ่มการจัดกิจกรรมหารายได้การกุศลบนแพลตฟอร์มออนไลน์เต็มรูปแบบ ด้วยการนำกิจกรรมต่างๆ มาอยู่บนโลกออนไลน์ ซึ่งก็ได้รับการตอบรับจากประชาชนผู้ร่วมงานเป็นอย่างดี จากนั้นได้นำประสบการณ์กว่า 4 ปี มาพัฒนาต่อยอดเพื่อขยายขีดความสามารถในการหารายได้ จากงานกาชาดออนไลน์สู่ iRedcross แพลตฟอร์มเพื่อการหารายได้การกุศลทางดิจิทัลของสภากาชาดไทย ครบจบบนแพลตฟอร์มเดียว ซึ่งได้พัฒนาร่วมกับ บริษัท เออาร์ไอพี (จำกัด) มหาชน ตั้งแต่ปี 2563 เป็นต้นมา

การได้รับรางวัลในครั้งนี้ นับเป็นความภาคภูมิใจ และแสดงให้เห็นว่าสภากาชาดไทย โดยสำนักงานจัดหารายได้ สามารถนำเทคโนโลยีมาประยุกต์กับการหารายได้การกุศลเพื่อสร้างประโยชน์ให้กับผู้ประสบภัย ผู้ป่วยยากไร้ และผู้ด้อยโอกาสในสังคมได้ ซึ่งถือว่าเป็นก้าวแรกที่สำคัญของสำนักงานฯ ที่จะมุ่งพัฒนา iRedcross ให้ Smart ครอบคลุมในทุกๆ การบริจาคและการจัดกิจกรรมการกุศล หรือเป็นศูนย์กลางการบริจาคทุกรูปแบบ ที่จะเชื่อมโยงน้ำใจของผู้บริจาค ไปสู่ผู้ที่กำลังต้องการความช่วยเหลืออย่างรวดเร็วและครอบคลุมที่สุด”

ทุกการให้เป็นไปได้ ที่ “iRedcross” โดย iRedcross เป็นแพลตฟอร์มที่ได้รับการพัฒนาขึ้นเพื่อรองรับหน่วยงานทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน รวมถึงบุคคลที่ต้องการจัดกิจกรรมการกุศลทางดิจิทัลเพื่อระดมทุน ส่งมอบความช่วยเหลือตามพันธกิจของสภากาชาดไทย ทั้ง4 ด้าน ประกอบด้วย การบริการทางการแพทย์และสุขภาพอนามัย การบริการโลหิต การบรรเทาทุกข์ผู้ประสบภัยพิบัติ และการส่งเสริมคุณภาพชีวิต โดยแบ่งสัดส่วนในการใช้งานเป็น 4 ส่วน ได้แก่ Fundraising พื้นที่จัดกิจกรรมหารายได้ฅการกุศลทุกรูปแบบ Activities พื้นที่กิจกรรมสร้างการมีส่วนร่วมลุ้นรางวัลให้สนุกได้ทุกวัน Services พื้นที่ให้บริการต่างๆ ของสภากาชาดไทย และ Donation พื้นที่การบริจาคสนับสนุนการดำเนินภารกิจเพื่อการช่วยเหลือของสภากาชาดไทย โดยมาพร้อมกับฟังก์ชั่นการใช้งานที่ตอบโจทย์ สะดวก รวดเร็ว สอดรับกับวิถีชีวิตของผู้คนในยุคดิจิทัล และผู้บริจาคสามารถมั่นใจได้ว่าทุกการให้ผ่าน iRedcross จะถึงมือผู้รับอย่างแน่นอน นอกจากนี้ iRedcross ยังเปิดโอกาสให้ทุกคนได้สัมผัสกับมิติใหม่ผ่านกิจกรรมแห่งการให้ ที่ทั้งสนุกและสุขใจบนแพลตฟอร์ม อาทิ งานกาชาดออนไลน์ 2567 เกม iJung Wonderlandและกิจกรรมสะสมคะแนนเพื่อแลกรับของรางวัล รวมถึงกิจกรรมอื่นๆ ที่น่าสนใจอีกมากมายให้รอติดตามใน “iRedcross” ทุกการให้เป็นไปได้

คุณแหน : 3 ธันวาคม 2567

https://www.naewna.com/lady/845049

คุณแหน : 3 ธันวาคม 2567

คุณแหน : 3 ธันวาคม 2567

วันอังคาร ที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

●● ในฐานะ “AVID GOLFER”ไม่เสียแรงที่ท่านอดีตปลัดคลัสเตอร์กระทรวงคมนาคมและวุฒิสมาชิกอุตส่าห์เฝ้าติดตามการถ่ายทอดสดไฟนอลกอล์ฟหญิง LPGA ENC GROUP เป็นรายการแข่งขันใหญ่ที่สุดโดยมีไฮไลท์ SOFT POWER หญิงของไทย“จีโน่” อาฒยา ฐิติกุล สร้างความตื่นเต้นไปทั่วโลกด้วยการตีขึ้นหลุม 18 แล้วทนความกดดันมหาศาลเก็บเบอร์ดี้ส่งผลให้เธอทำสกอร์เฉือนชนะคู่แข่ง แองเจิ้ล หยิน รับถ้วยแชมป์และเงินรางวัลการแข่งขันสูงสุดในประวัติการณ์ 4 ล้านดอลลาร์หรือประมาณ 138 ล้านบาท…ถึงตรงนี้เราอยากจะชี้ให้เห็นความแตกต่างของเงินรางวัลของกีฬาและนักกีฬายอดนิยมไทยในปัจจุบัน แชมป์กอล์ฟหญิงจีโน่ในรายการ ENC = 138 ล้านบาท ; ชิงแชมป์มวยไทยโลก ONE โดย “รถถัง” = 10 ล้านบาท ; รายการแชมป์สำคัญแบดมินตัน = 6 แสนบาท ไม่กังขาว่าทำไมบรรดาผู้ปกครองต่างผลักดันทายาทให้มุ่งสู่กีฬากอล์ฟจำนวนมากมาย…

●● ในภาวะปัจจุบันไม่ง่ายเลยสำหรับบริษัทต่างๆ จะบริหารจัดการองค์กรให้ราบรื่นและมีผลกำไรจากการประกอบการ แต่ไทคูน อุดมศักดิ์ อภิชาติ ธนพัฒน์ กรรมการผู้จัดการ R.B.D.S. INTERNATIONAL CO.,LTD ก็สามารถนำนาวาธุรกิจฝ่าคลื่นลมเดินทางอย่างสบาย สิ้นปีเลยเสนอบอร์ดตอบแทนพนักงานที่ทำงานอย่างขยันขันแข็งมาตลอด โดยพาทั้งคณะไปทัศนาจรไต้หวันเพื่อเป็นกำลังใจ…อันดับแรกถึงไทเปไปนมัสการสิ่งศักดิ์สิทธิ์เพื่อเป็นสิริมงคลที่“วัดเทียนกง” ก่อตั้งจากยุคโบราณมีชื่อเสียงในเรื่องการประสาทความร่ำรวยและป้องกันสิ่งอัปมงคล เดินทางต่อไปสถานที่ที่ยอดนิยมหลายแห่ง อาทิ ทะเลสาบสุริยันจันทราแห่งเมืองหนานโถว มีชื่อเสียงเรื่องความงดงามตามธรรมชาติ แน่นอนต้องไปสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองไต้หวัน นั่นคือวัด “XUANGUANG”อันเป็นสถานที่เก็บรักษาบูชาพระบรมธาตุขององค์พระถังซัมจั๋ง ซึ่งมีบริษัทสร้างภาพยนตร์ได้ขอนำไปสร้างเป็นซีรี่ส์ถ่ายทอดประวัติอันยิ่งใหญ่ของพระองค์… รวมเบ็ดเสร็จคณะได้รับทั้งความรู้ความอร่อย (หม่าล่าขนานแท้) และความบันเทิงตลอดการเดินทาง 5 วันเติมแบตจนเต็ม…

●● สุดสัปดาห์ที่ผ่านมา สุรศักดิ์ แก้วพรหมมาลย์ มีทริปไปกับกลุ่มเที่ยวสุขใจ ไปเกาะเปริด จันทบุรี (บาหลี เมืองไทย) สดชื่น รื่นรมย์ ชื่นชมมวลป่าไม้ชายเลน ที่ยังคงความอุดมสมบูรณ์ยิ่งนัก…

●● เตือนใจ ศงสภาตกับเพื่อนๆ เก่าเซนต์ฟรังรวม 49 สาว(เหลือน้อย) ตระเวนเที่ยวเชียงใหม่ แม้วัยเลยเลข “7” แต่ทุกคนท่อง “สุขกันเถอะเรา” เข้ากลุ่มไลน์แดนซ์กันสนุกสนาน …โดยไม่ลืมไปทำบุญตามแบบฉบับผู้สูงวัยด้วย ซึ่งทุกคนนัดแต่งชุดไทยตามสีวันเกิดของตัวเองอีกต่างหาก…

●● นิ ศานาถ สถิรกุล ก็ไปเที่ยวแม่ฮ่องสอน-เชียงใหม่กับกลุ่มเพื่อนๆ ม.เกษตรศาสตร์ชื่นมื่นกลับกทม.แล้ว…

●● วัลลภา บุญ-หลง จัดตกแต่งติดไฟต้นคริสต์มาสที่บ้านในอเมริกาเสร็จเรียบร้อยแล้ว ตั้งแต่ต้นเดือน December ซึ่งเป็นเดือนสุดท้ายของปี …แบบนี้เรียกว่าไม่ค่อยเห่อเท่าไร…

●● บินด่วนจากอเมริกากลับไทย สาวน้อย อารยา อุดมศักดิ์ เพราะมีภารกิจด่วนจี๋ ปล่อยให้มารดา วรดนู เฝ้าบ้านอยู่ที่นั่นคนเดียว โดยพี่สาวต้องมาอยู่เป็นเพื่อน…

●● เสน่ห์ปลายจวัก ศรีภรรยายอดเยี่ยมประจำปีอย่าง ศิริพร จันทรางศุ ดูแลเรื่องอาหารการกินของสามีสุดที่รัก วิบูลย์ อย่างเข้มงวด เพราะป่วยหลายโรค…รักนี้ไม่มีเงื่อนไข… !!…●●

บารอนเนส

ท็อปส์ ยกระดับความยั่งยืน ชวนคนไทยเปลี่ยนมุมมองใหม่ ช้อปสินค้าใกล้หมดอายุคุณภาพดี ‘Food Hero, Taste not Waste’

https://www.naewna.com/lady/845072

ท็อปส์ ยกระดับความยั่งยืน ชวนคนไทยเปลี่ยนมุมมองใหม่  ช้อปสินค้าใกล้หมดอายุคุณภาพดี ‘Food Hero, Taste not Waste’

ท็อปส์ ยกระดับความยั่งยืน ชวนคนไทยเปลี่ยนมุมมองใหม่ ช้อปสินค้าใกล้หมดอายุคุณภาพดี ‘Food Hero, Taste not Waste’

วันอังคาร ที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ท็อปส์ ภายใต้เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล กรุ๊ป ในเครือเซ็นทรัล รีเทล เดินหน้ายกระดับแผนความยั่งยืน เปิดแคมเปญรณรงค์ “Food Hero, Taste not Waste” ชวนผู้บริโภคเป็นฮีโร่ ร่วมลด Food Waste ด้วยการเปลี่ยนมุมมองใหม่ในการซื้อสินค้า ที่ใกล้หมดอายุ แต่ยังคงคุณภาพดี ในราคาลดพิเศษ เพื่อลดการเหลือทิ้งสินค้าใกล้หมดอายุโดยเปล่าประโยชน์ ต่อยอดสู่การลดปริมาณขยะอาหารในประเทศไทยที่มีมากกว่า 9.68 ล้านตันต่อปี ชวนผู้บริโภคร่วมซื้อสินค้าใกล้หมดอายุที่ติดสติ๊กเกอร์ลดราคาป้ายเหลืองในราคาที่คุ้มค่าลดสูงสุด30-50% สำหรับสมาชิก The1 รับคะแนนสะสมพิเศษ X2 ตั้งแต่วันนี้-31 ธันวาคม 2567 ที่ร้านท็อปส์ ท็อปส์ ฟู้ด ฮอลล์ ทุกสาขา

อีกทั้ง เปิดตัวคลิปเรื่อง “Tops Food Hero” สื่อสารพฤติกรรมอินไซต์ผู้บริโภคในการซื้อสินค้าที่ใกล้หมดอายุ ให้คนดูได้อมยิ้มแต่ให้แง่คิดเสริมด้วยข้อมูลความเป็นจริงเกี่ยวกับสินค้าสติ๊กเกอร์ลดราคาราคาป้ายเหลือง โดยตั้งเป้าให้แคมเปญ สามารถสร้างการตระหนักรู้และมีส่วนร่วมในการลดปริมาณขยะอาหาร 30% ภายในปี 2573 ตอกย้ำการเป็นผู้นำองค์กรค้าปลีก-ค้าส่งต้นแบบด้านความยั่งยืนแห่งเอเชีย Green & Sustainable Retail & Wholesale ของเซ็นทรัล รีเทล

นายสเตฟาน คูม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มฟู้ด เซ็นทรัล รีเทล เปิดเผยว่า สถานการณ์ปัญหาขยะอาหาร (Food Waste) จากทั่วโลกยังคงมีความท้าทาย รายงานจาก Food WasteIndex 2024 ของ UNEP พบว่าในปี 2565มีปริมาณขยะอาหารทั่วโลกสูงถึง 1.05พันล้านตัน ส่วนหนึ่งมีแหล่งกำเนิดมาจากการบริโภค กว่า 60% และ 12% จากกลุ่มธุรกิจค้าปลีก ก่อให้เกิดปริมาณก๊าซเรือนกระจกอันเป็นสาเหตุของภาวะโลกร้อนในปัจจุบันสูงถึง 8-10% ในขณะที่ประเทศไทยยังคงเผชิญกับปริมาณขยะอาหารที่เพิ่มสูงขึ้นซึ่งมีปริมาณถึง 9.68 ล้านตันต่อปี ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดก๊าซเรือนกระจก ที่ส่งผลให้เกิดภาวะโลกร้อน

ท็อปส์ ในฐานะผู้นำธุรกิจ เชนซูเปอร์มาร์เก็ตในประเทศไทยที่ดำเนินธุรกิจให้สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติภายใต้เจตนารมณ์ Green & Sustainable Retail & Wholesaleของเซ็นทรัล รีเทล ด้วยคำนึงถึงการรักษาสิ่งแวดล้อมและความเป็นอยู่ที่ดีของผู้คน ท็อปส์ จึงได้เดินหน้าไปอีกขั้นให้ผู้บริโภคได้มีส่วนร่วมในการลดปริมาณอาหารส่วนเกิน ผ่านแคมเปญ “Food Hero, Taste not Waste” รณรงค์และสร้างการรับรู้ให้ผู้บริโภคเป็นเสมือนฮีโร่ที่ร่วมกันหันมาตระหนักและเห็นคุณค่าของอาหาร รวมถึงมุมมองที่มีต่อสินค้าลดราคาป้ายเหลือง หรือสินค้าที่ใกล้หมดอายุ ว่าเป็นสินค้าที่ยังคงคุณภาพและมีรสชาติที่ดี สามารถบริโภคได้อย่างปลอดภัยเหมือนสินค้าปกติ ซึ่งการที่ทุกคนช่วยกันซื้อสินค้าลดราคาป้ายเหลือง นอกจากจะได้สินค้าที่ราคาถูกกว่าปกติ คุณภาพดีแล้ว ยังเท่ากับได้ช่วยลด Food Waste เราจึงเปรียบคนเหล่านี้ว่าเสมือนเป็น Food Heroอันเป็นที่มาของชื่อแคมเปญนี้ โดยวางเป้าหมายให้แคมเปญดังกล่าวได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยลดขยะปริมาณอาหารลง 30% ภายในปี 2573”

แคมเปญ “Food Hero, Taste not Waste” เป็นหนึ่งในแผนงาน 12 Journeys to Net Zero เพื่อเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ ภายใต้โครงการ Small Act Together ซึ่งเป็นกลยุทธ์การขับเคลื่อนด้านความยั่งยืนของท็อปส์ รวมถึงสอดคล้องกับกลยุทธ์ “ReNEW” ของเซ็นทรัล รีเทล ที่มุ่งสร้างความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม รวมถึงสะท้อนปรัชญาในการดำเนินธุรกิจ “CRC Care” แคมเปญดังกล่าว วางเป้าหมายลดปริมาณอาหารส่วนเกินจากการจำหน่าย ด้วยการลดราคาสินค้าอาหารและวัตถุดิบสูงสุด 30-50% ที่ใกล้หมดอายุแต่ยังคงสภาพและรสชาติที่ดี ได้แก่ เบเกอรี่ เครื่องดื่ม ผลิตภัณฑ์จากนม ผักและผลไม้ เนื้อสัตว์ อาหารสำเร็จรูป ขนม เป็นต้น วางจำหน่ายอยู่ในโซนสินค้าโดยเฉพาะ พร้อมกับมอบความคุ้มค่าให้กับลูกค้าโดยจ่ายน้อยลงแต่ได้ความคุ้มค่ามากยิ่งขึ้น เมื่อซื้อสินค้าที่ “ติดสติ๊กเกอร์ ลดราคาป้ายเหลือง” สมาชิก The 1รับคะแนนสะสมพิเศษ X2 ตั้งแต่วันนี้-31 ธันวาคม 2567

เพื่อสร้างการรับรู้และส่งต่อแนวคิดของการเป็น Food Hero ในวงกว้าง ท็อปส์จึงนำอินไซต์ของผู้บริโภคที่มีต่อการซื้อสินค้าป้ายเหลือง มาสร้างเป็นโฆษณาออนไลน์ชุด “Tops Food Hero” ความยาว 1.55 นาที นำเสนอเรื่องราวของคู่สามีภรรยาที่กำลังจะตัดสินใจเลือกซื้อสตอว์เบอร์รี่ที่กำลังจะหมดอายุ พร้อมสอดแทรกข้อเท็จจริงเกี่ยวกับสินค้าลดราคา เพื่อส่งต่อและถ่ายทอดมุมมองใหม่ที่มีต่อสินค้า และสร้างแรงบันดาลใจในการเป็น Food Hero ให้กับผู้ชมดังกล่าวให้กับผู้ชม สามารถรับชมคลิป Tops Food Heroได้ทาง Tops TV (https://www.youtube.com/watch?reload=9&feature=shared&v=EoAsuCnzdrE)

“ท็อปส์ยังคงมุ่งมั่นในการขับเคลื่อนธุรกิจพร้อมสร้างความยั่งยืนในทุกมิติซึ่งการบรรลุเป้าหมายดังกล่าวเราไม่สามารถดำเนินการได้เพียงลำพังแต่ต้องอาศัยความร่วมมือจากพันธมิตรในทุกภาคส่วน โดยเราเชื่อในพลังฮีโร่ที่อยู่ในตัวของลูกค้าทุกคนว่าจะเป็นจุดเริ่มต้นเล็กๆ ที่ช่วยกอบกู้โลกใบนี้จากสถานการณ์ขยะอาหารล้นโลกที่กำลังเผชิญ เพื่อส่งต่อโลกที่น่าอยู่ขึ้นและสร้างอนาคตที่ยั่งยืนให้กับคนในเจเนอเรชั่นถัดไป” นายสเตฟาน คูม กล่าวทิ้งท้าย

ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.tops.co.th, เฟซบุ๊ก TopsThailand หรือแอปพลิเคชั่นไลน์ @TopsThailand

‘ผ่าตัดส่องกล้องซ่อมลิ้นหัวใจ’ ทางเลือกใหม่ ฟื้นตัวไว เจ็บน้อยกว่า

https://www.naewna.com/lady/845066

‘ผ่าตัดส่องกล้องซ่อมลิ้นหัวใจ’ ทางเลือกใหม่ ฟื้นตัวไว เจ็บน้อยกว่า

‘ผ่าตัดส่องกล้องซ่อมลิ้นหัวใจ’ ทางเลือกใหม่ ฟื้นตัวไว เจ็บน้อยกว่า

วันอังคาร ที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ผู้ป่วยที่มีปัญหาลิ้นหัวใจตีบหรือรั่ว ไม่จำเป็นต้องผ่าตัดแบบเปิดที่มีบาดแผลขนาดใหญ่และต้องพักฟื้นเป็นเวลานานอีกต่อไป เพราะปัจจุบันมีทางเลือกใหม่ด้วยการ ผ่าตัดแบบส่องกล้อง (Minimally Invasive Surgery, MIS) ซึ่งถือเป็นนวัตกรรมขั้นสูงที่ช่วยลดความเจ็บปวดและทำให้ผู้ป่วยฟื้นตัวได้รวดเร็วยิ่งขึ้น

นายแพทย์ชวกร เหลี่ยมไพรบูรณ์ศัลยแพทย์หัวใจและทรวงอกโรงพยาบาลเวชธานี อธิบายว่า โรคลิ้นหัวใจเป็นปัญหาสุขภาพที่สำคัญโดยเฉพาะในกลุ่มผู้สูงอายุ เนื่องจากโรคนี้มักเกิดจากการเสื่อมสภาพของลิ้นหัวใจเมื่ออายุมากขึ้น รวมถึงสาเหตุอื่นๆ เช่น โรคหัวใจรูมาติก โรคติดเชื้อที่ลิ้นหัวใจ หรือภาวะลิ้นหัวใจผิดปกติแต่กำเนิด โดยโรคลิ้นหัวใจสามารถแบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลัก ได้แก่ ลิ้นหัวใจตีบ : เกิดจากการที่ลิ้นหัวใจหนาหรือแข็งตัวเกินไป ทำให้เปิดได้ไม่เต็มที่ ส่งผลให้เลือดไหลผ่านได้ยากขึ้น และลิ้นหัวใจรั่ว :เกิดจากลิ้นหัวใจปิดไม่สนิท ทำให้เลือดไหลย้อนกลับไปยังห้องหัวใจที่เพิ่งถูกปั๊มเลือดออกมา

การผ่าตัดซ่อมลิ้นหัวใจเป็นการรักษาที่สำคัญสำหรับผู้ป่วยที่ลิ้นหัวใจไม่สามารถทำงานได้ตามปกติ หากไม่ได้รับการรักษาอาจทำให้เกิดภาวะหัวใจล้มเหลว ซึ่งการผ่าตัดซ่อมลิ้นหัวใจสามารถทำได้ 2 วิธี ได้แก่ การผ่าตัดแบบเปิด (Open Surgery) เป็นวิธีการผ่าตัดมาตรฐานที่ถูกใช้มาอย่างยาวนาน แต่เนื่องจากขั้นตอนการผ่าตัดที่จำเป็นต้องกรีดแผลยาวบริเวณกลางอกและผ่าตัดแยกกระดูกกลางหน้าอกออก ทำให้ผู้ป่วยที่ได้รับการรักษาด้วยวิธีนี้ต้องพักฟื้นนาน และมีอาการเจ็บปวดหลังผ่าตัดค่อนข้างมาก

อีกวิธีการที่ได้รับความนิยมแต่สามารถลดข้อจำกัดดังกล่าวได้ คือการผ่าตัดแบบส่องกล้อง (Minimally Invasive Surgery, MIS) แพทย์จะใช้เครื่องมือผ่าตัดที่ออกแบบยาวกว่าปกติ และผ่าตัดผ่านช่องซี่โครงทางด้านขวา จากนั้นใช้กล้องวีดิทัศน์สอดผ่านรูเล็กๆ เพื่อขยายภาพ ทำให้มองเห็นภาพที่มีความชัดลึกด้วยระบบ 3 มิติ และใส่สายเครื่องปอดและหัวใจเทียมผ่านบริเวณขาหนีบไปที่เส้นเลือด เพื่อช่วยพยุงการทำงานของปอดและหัวใจศัลยแพทย์จึงสามารถหยุดการเต้นของหัวใจชั่วคราวและเข้าไปซ่อมแซมหรือเปลี่ยนลิ้นหัวใจได้โดยปลอดภัย

การผ่าตัดหัวใจด้วยเทคนิคส่องกล้อง มีความปลอดภัยเทียบเท่าการผ่าตัดแบบดั้งเดิม แต่ช่วยให้ผู้ป่วยเจ็บตัวน้อยลง ฟื้นตัวไวขึ้น สามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวัน และทำงานตามปกติได้เร็วขึ้น อีกทั้งยังช่วยลดอัตราการครองเตียงในหอผู้ป่วยวิกฤต ลดจำนวนวันนอนโรงพยาบาล และที่สำคัญยังเพิ่มความสำเร็จของการผ่าตัดในกลุ่มผู้ป่วยสูงอายุที่มีหลายโรคร่วมและความเสี่ยงสูงได้

ทั้งนี้ เราสามารถลดระยะเวลาการฟื้นตัวเหลือเพียงไม่กี่สัปดาห์ ลดความเสี่ยงของการติดเชื้อและลดการสูญเสียเลือดได้มากขึ้น ซึ่งถือเป็นประโยชน์ที่ดีต่อผู้ป่วย โดยเฉพาะในยุคนี้ที่การฟื้นตัวเร็วถือเป็นสิ่งสำคัญ”นายแพทย์ชวกร กล่าว

อย่างไรก็ตาม การผ่าตัดหัวใจคนส่วนใหญ่มักมองว่าเป็นการผ่าตัดที่มีความเสี่ยง จึงกังวลและไม่กล้าเข้ารับการรักษา แต่ด้วยเทคโนโลยีและความชำนาญของศัลยแพทย์ทำให้การผ่าตัดหัวใจไม่ใช่เรื่องน่ากลัวอีกต่อไป และที่สำคัญยิ่งเข้ารับการผ่าตัดเร็วเท่าไหร่ก็ยิ่งทำให้การรักษาไม่ซับซ้อน

งาน TICA Connect ครั้งที่ 9 เสริมสร้างศักยภาพของชุมชนเพื่ออนาคตที่ยั่งยืน

https://www.naewna.com/lady/845076

งาน TICA Connect ครั้งที่ 9 เสริมสร้างศักยภาพของชุมชนเพื่ออนาคตที่ยั่งยืน

งาน TICA Connect ครั้งที่ 9 เสริมสร้างศักยภาพของชุมชนเพื่ออนาคตที่ยั่งยืน

วันอังคาร ที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

กรมความร่วมมือระหว่างประเทศ หรือ TICA กระทรวงการต่างประเทศ เตรียมจัดงาน TICA Connect ครั้งที่ 9 ภายใต้แนวคิด “Empowering Community for a Sustainable Future” (เสริมสร้างศักยภาพของชุมชนเพื่ออนาคตที่ยั่งยืน) ระหว่างวันที่ 12-13 ธันวาคม 2567 ณ ลานอเนกประสงค์ ชั้น 2 อาคารรัฐประศาสนภักดี ทิศเหนือศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ 80 พรรษาฯ ถนนแจ้งวัฒนะ

งาน TICA Connect ครั้งที่ 9 จัดขึ้นเพื่อเผยแพร่ภารกิจการดำเนินงานความร่วมมือเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศของไทยให้เป็นที่รู้จักและสร้างความตระหนักรู้ถึงประโยชน์ของความร่วมมือเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศที่มีต่อการพัฒนาประเทศไทยและประเทศคู่ร่วมมือให้บรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน เสริมสร้างเครือข่ายความร่วมมือกับคู่ร่วมมือทั้งไทยและต่างประเทศ รวมถึงเป็นการเสริมสร้างความเชื่อมั่นต่อประเทศไทย และภาพลักษณ์ของไทยในเวทีโลกในฐานะหุ้นส่วนความร่วมมือเพื่อขับเคลื่อนวาระการพัฒนาที่ยั่งยืนโดยมีหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเป็นพื้นฐานในการดำเนินงาน

ในงาน นายไพศาล หรูพาณิชย์กิจ รองปลัดกระทรวงการต่างประเทศ จะเป็นประธานในพิธีเปิด และการปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ “การเสริมสร้างความเข้มแข็งให้แก่ชุมชนท้องถิ่นเพื่อนำไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน” โดย นายสันติธร ยิ้มละมัย รองปลัดกระทรวงมหาดไทย และ Ms. Michaela Friberg-Storey, UN Resident Coordinator in Thailand (รอยืนยัน) ตลอดจนการเสวนาแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์จากผู้นำชุมชน ผู้แทนภาคธุรกิจและภาคประชาสังคมกับการพัฒนาชุมชน และเยาวชนที่ปฏิบัติงานพัฒนาชุมชนในต่างประเทศ อาทิ ความร่วมมือเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศที่ส่งเสริมการพัฒนาชุมชนไทย การถ่ายทอดแนวปฏิบัติที่ดีของการพัฒนาชุมชนในประเทศไทยแก่ต่างประเทศประสบการณ์ทำงานร่วมกับชุมชนในต่างประเทศโดยอาสาสมัครเพื่อนไทย มุมมองของเยาวชนต่างชาติต่อการพัฒนาชุมชนเพื่อนำไปสู่การบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน และกิจกรรมพิเศษภายในงาน อาทิ การจัดแสดงนิทรรศการของกรมความร่วมมือระหว่างประเทศ และหน่วยงานที่ดำเนินงานความร่วมมือเพื่อการพัฒนาทั้งหน่วยงานไทยและต่างประเทศ นอกจากนี้ สามารถร่วมสนุกกับเกมภายในงานและรับของรางวัลติดมือกลับบ้าน

งาน TICA Connect ครั้งที่ 9 จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 12-13 ธันวาคม 2567 เวลา 10.00-15.30 น. ณ ลานอเนกประสงค์ ชั้น 2 อาคารรัฐประศาสนภักดี ทิศเหนือศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ 80 พรรษาฯ ถนนแจ้งวัฒนะ

RML จัด Soft Opening เปิดตัว โรงแรมใหม่‘รีว่า ไวบ์’ ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ใกล้ไอคอนสยาม

https://www.naewna.com/lady/845081

RML จัด Soft Opening เปิดตัว โรงแรมใหม่‘รีว่า ไวบ์’  ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ใกล้ไอคอนสยาม

RML จัด Soft Opening เปิดตัว โรงแรมใหม่‘รีว่า ไวบ์’ ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ใกล้ไอคอนสยาม

วันอังคาร ที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

RML หรือ บริษัท ไรมอน แลนด์ จำกัด (มหาชน) จัดงาน Soft Opening เปิดตัว “โรงแรม รีว่า ไวบ์” (Riva Vibe Hotel) ที่พักแห่งใหม่ที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ใกล้ไอคอนสยาม ภายใต้คอนเซ็ปต์สุดชิค “Stay Hype, Feel The Vibe” ชูไฮไลท์ Riva Vibe Commons พื้นที่ส่วนกลางหลากหลายที่มอบประสบการณ์ที่ลงตัวสำหรับทุกการเดินทาง โดยมีเหล่าอินฟลูเอนเซอร์มาร่วมสัมผัสประสบการณ์การพักผ่อนสุดเอ็กซ์คลูซีฟก่อนใคร อาทิ ปอย-กฤษณพงศ์ สุนทรชัชเวช, บอม-อนุรักษ์ บุญเพิ่มพูล,มีน-จิรัฏฐ์ เกตุภู่, เหมียว-ชนัญชิตา ชุมพลวงศ์และ แพนง-วิรัญชนา รัตนเมธาโกศล ณ โรงแรม รีว่า ไวบ์ ถนนเจริญกรุง ซอย 13

กรณ์ ณรงค์เดช กรรมการและประธานคณะกรรมการบริหาร RML กล่าวว่า “โรงแรม รีว่า ไวบ์ สร้างสรรค์ขึ้นภายใต้คอนเซ็ปต์ “Stay Hype, Feel The Vibe” ที่ผสมผสานการพักผ่อน การทำงาน และการใช้ชีวิตอย่างลงตัว โดยใช้สีเขียวและสีแดงในโลโก้ เพื่อสะท้อนถึงความสนุกสนานและความมีชีวิตชีวา การตกแต่งภายในได้รับแรงบันดาลใจจากเสน่ห์ของย่านเจริญนคร โดยเฉพาะล็อบบี้ที่ออกแบบให้เปรียบเสมือนประตูสู่การสำรวจมุมมองใหม่ๆ ของกรุงเทพฯ สร้างบรรยากาศที่มีเอกลักษณ์และไม่ซ้ำใคร โรงแรมแห่งนี้ตั้งอยู่ในทำเลที่ตอบโจทย์ทุกการเดินทาง ใกล้แลนด์มาร์คสำคัญอย่าง ไอคอนสยาม เพียง 5 นาที และ เอเชียทีค เพียง10 นาที อีกทั้งยังไม่ไกลจากท่าเรือสาทร (ตากสิน) และสถานีรถไฟฟ้า BTS กรุงธนบุรี พร้อมรายล้อมด้วยร้านอาหารและศูนย์ไลฟ์สไตล์หลากหลาย เราเชื่อมั่นว่าโรงแรมแห่งนี้จะเป็นจุดหมายปลายทางใหม่สำหรับนักเดินทางทุกท่านที่ต้องการสัมผัสประสบการณ์พักผ่อนที่เต็มไปด้วยเอกลักษณ์อย่างแน่นอน”

ทุกพื้นที่ของ “โรงแรม รีว่า ไวบ์” ได้รับการออกแบบอย่างพิถีพิถัน เพื่อสร้างบรรยากาศที่สดใสและเปี่ยมไปด้วยชีวิตชีวา ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของผู้เข้าพักที่รักการทำกิจกรรม ไฮไลท์สำคัญคือพื้นที่ส่วนกลาง Riva Vibe Commons บนชั้น 2 ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ให้ผู้เข้าพักได้ผ่อนคลาย เชื่อมต่อ และสนุกสนาน โดยพื้นที่นี้ประกอบด้วย:

-Morning Vibe : เติมความสดใสให้เช้าวันใหม่ด้วยอาหารเช้าแบบบริการตนเองที่จัดสรรมาอย่างลงตัว เพลิดเพลินกับนมสดคุณภาพ ซีเรียลหลากชนิด ผลไม้สดตามฤดูกาล และน้ำผลไม้ที่จัดเก็บในโหลแก้วอย่างสวยงาม พร้อมลิ้มรสกาแฟหอมกรุ่นจากเครื่องชงกาแฟทันสมัย สำหรับผู้ที่ต้องการความสะดวก ยังมีแก้วแบบ Takeaway ให้บริการ

-Games Corner : พื้นที่แห่งความสนุกสนานที่ออกแบบมาเพื่อการผ่อนคลายและสร้างปฏิสัมพันธ์กับผู้เข้าพักคนอื่นๆ ผ่านเกมหลากหลายที่คัดสรรมาอย่างพิถีพิถัน ที่นี่จึงเป็นจุดนัดพบที่สมบูรณ์แบบสำหรับการสังสรรค์และพักผ่อนในบรรยากาศที่เป็นกันเองและเต็มไปด้วยความมีชีวิตชีวา

-Wash & Dry : โซนซักผ้าที่เปลี่ยนการทำความสะอาดเสื้อผ้าให้เป็นกิจกรรมที่สนุกผู้เข้าพักสามารถใช้เวลาระหว่างรอเครื่องซักผ้า พูดคุยและแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับเพื่อนร่วมเดินทางเพิ่มความเพลิดเพลินในระหว่างการเข้าพัก

-Collab’s Room: ห้องประชุมที่ออกแบบมาเพื่อรองรับนักเดินทางที่ต้องการพื้นที่ส่วนตัวสำหรับการประชุมหรือระดมความคิด

-Vibe Fitness : พื้นที่ออกกำลังกายที่ครบครันและทันสมัย ออกแบบมาเพื่อมอบประสบการณ์การดูแลสุขภาพที่ลงตัว ให้คงความกระฉับกระเฉงและสดชื่นตลอดการเข้าพัก

เปิดให้บริการอย่างเป็นทางการในวันที่4 ธันวาคม 2567 พร้อม โปรโมชั่นพิเศษช่วงเปิดตัว ด้วยราคาสุดคุ้มเริ่มต้นเพียง 2,499 บาทสุทธิต่อคืน รวมอาหารเช้า โปรโมชั่นนี้สำหรับการจองตั้งแต่วันนี้ถึง 15 ธันวาคม 2567 และเข้าพักระหว่างวันที่ 3 ธันวาคม 2567 ถึง 31 มกราคม 2568 เท่านั้น

กรณ์ ณรงค์เดช

กรณ์ ณรงค์เดช

คอลเลคชั่น Holiday Capsule จาก H&M Studio นำเสนอนิยามใหม่ของแฟชั่นสำหรับไปปาร์ตี้

https://www.naewna.com/lady/845082

คอลเลคชั่น Holiday Capsule จาก H&M Studio นำเสนอนิยามใหม่ของแฟชั่นสำหรับไปปาร์ตี้

คอลเลคชั่น Holiday Capsule จาก H&M Studio นำเสนอนิยามใหม่ของแฟชั่นสำหรับไปปาร์ตี้

วันอังคาร ที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ไอเทมสำหรับโอกาสพิเศษ มาพร้อมกับดีไซน์ที่เรียบหรูและรายละเอียดซับซ้อนได้รับการตีความใหม่ให้มีความทันสมัยและรังสรรค์ขึ้นเพื่อคอลเลคชั่น Holiday Capsule จาก H&M Studio โดยคอลเลคชั่นนี้มีรากฐานจากการตัดเย็บสไตล์คลาสสิกและการดีไซน์ในแบบฉบับของชุดราตรีสุดหรู คอลเลคชั่นนี้จะพาคุณไปสำรวจการตกแต่งด้วยรายละเอียดที่ไม่เหมือนใครเพื่อให้คุณสัมผัสกับแฟชั่นที่นิยมสวมใส่ในเวลากลางคืน H&M Studio Holiday Capsule จะวางจำหน่ายที่ th.hm.com ตั้งแต่วันนี้ เป็นต้นไป

โซเฟีย โยฮันสัน ครีเอทีฟและหัวหน้าฝ่ายออกแบบเสื้อผ้าผู้หญิงที่ H&M กล่าวว่า “ไม่มีอะไรเหมือนกับการตัดเย็บที่สามารถสร้างความมั่นใจให้กับแฟชั่นยามค่ำคืนได้ และก็ไม่มีการตกแต่งที่เปล่งประกายที่จะทำให้หัวใจเต้นแรงได้แบบนี้ เราได้รังสรรค์รูปทรงที่คมชัดและรายละเอียดที่ล้ำสมัยในแบบที่สวมใส่ในปาร์ตี้ประจำฤดูกาลนี้ได้ง่ายๆ พร้อมกับการครีเอทลุครวมเข้ากับแอคเซสซอรี่ที่น่าปรารถนาและจุดประกายความต้องการ”

ไอเทมชิ้นสำคัญเน้นรูปทรงที่เรียบหรูและพื้นผิวที่นุ่มนวล พร้อมด้วยการประดับตกแต่งที่ขัดเงา ชุดสูทสีน้ำเงินที่ตัดเย็บอย่างประณีตและโค้ทหนังสีดำที่ยาวสง่า สะท้อนถึงความแม่นยำในการออกแบบ ชุดราตรีสีแชมเปญชิ้นโดดเด่นเสื้อยีนส์ที่สามารถสวมใส่ได้ทั้งกลางวันและกลางคืนมาพร้อมกับดีเทลสีทองให้ความรู้สึกหรูหรารวมถึงแจ๊กเกตบอมเบอร์หนังที่มีสัมผัสนุ่มสบาย

แอคเซสซอรี่ในคอลเลคชั่นนี้เน้นความหรูหราที่ให้ความรู้สึกละเอียดอ่อน โดยมีไฮไลท์เป็นกระเป๋าหนังสีทอง รองเท้าบู๊ตหนังส้นสูง รองเท้าโลฟเฟอร์ปลายสีทอง และแอคเซสซอรี่ประดับเพชรเทียม คอลเลคชั่นนี้ให้ความสำคัญกับการใช้วัสดุคุณภาพสูง เช่น หนังปราศจากโครเมียม ขนแกะพรีเมียม ผ้าฝ้ายออร์แกนิก เส้นด้ายเซลลูโลส Naia™ Renew และโพลีเอสเตอร์รีไซเคิล นอกจากนี้ เครื่องประดับหลายชิ้นยังผลิตจากเหล็กรีไซเคิล สังกะสี และทองเหลือง

“ในฤดูกาลนี้ ทีมออกแบบได้สะท้อนความมั่นใจผ่านการสร้างสรรค์ชิ้นงานสำหรับค่ำคืนพิเศษที่ทำให้หัวใจเต้นแรงพร้อมกับทำให้คุณรู้สึกผ่อนคลายขณะสวมใส่เสื้อผ้า การเลือกใช้พื้นฐานการออกแบบเครื่องแต่งกายสำหรับเวลากลางคืนที่ผสมผสานการตัดเย็บแบบชายเข้ากับการรัดรูปแบบหญิง ทำให้คอลเลคชั่นนี้มีความทันสมัยครีเอทลุคสำหรับไปปาร์ตี้ที่จะทำให้คุณรู้สึกยอดเยี่ยมในทุกๆ ปี” แคทริน เดอช์ นักออกแบบคอลเลคชั่นที่ H&M Studio กล่าว

ไฮไลท์หลักคือการจับคู่เสื้อสองชิ้นที่โดดเด่นกับกระโปรงฮีมฟูฟ่อง ซึ่งออกแบบมาเป็นทางเลือกแทนชุดเจ้าสาวในสีขาวไข่มุก นอกจากนี้ยังมีชุดสูทสบายๆ และชุดเดรสที่มีเอกลักษณ์หลากหลายให้เลือก วางจำหน่ายที่ th.hm.com ตั้งแต่วันนี้ เป็นต้นไป

กรมวิทย์ เผยล้างองุ่นด้วยน้ำสะอาดผสมผงฟู สามารถลดสารเคมีตกค้างได้

https://www.naewna.com/lady/845067

กรมวิทย์ เผยล้างองุ่นด้วยน้ำสะอาดผสมผงฟู สามารถลดสารเคมีตกค้างได้

กรมวิทย์ เผยล้างองุ่นด้วยน้ำสะอาดผสมผงฟู สามารถลดสารเคมีตกค้างได้

วันอังคาร ที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เผยผลทดสอบวิธีล้างสารเคมีตกค้างในองุ่น พบการล้างน้ำสะอาดผสมผงฟู สามารถลดสารเคมีตกค้างได้ 36%-75% รองลงมาคือ ล้างด้วยน้ำสะอาดผสมเกลือ และล้างด้วยน้ำสะอาดเพียงอย่างเดียว แนะควรล้างทำความสะอาดองุ่นก่อนบริโภคเพื่อความปลอดภัย

นายแพทย์ยงยศ ธรรมวุฒิ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เปิดเผยว่า จากกรณีสื่อสังคมออนไลน์เผยแพร่การตรวจพบสารเคมีป้องกันกำจัดศัตรูพืชตกค้างในองุ่นไชน์มัสแคทเกินเกณฑ์มาตรฐานนั้น กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ได้ศึกษาวิธีการลดสารเคมีตกค้างในองุ่น โดยการล้างองุ่น 3 วิธี ที่ทำได้ง่าย สะดวกในการนำไปใช้ในครัวเรือน โดยสุ่มเก็บตัวอย่างองุ่น จำนวน 6 ตัวอย่าง จากตลาดและแผงร้านค้าผลไม้แบ่งเป็น องุ่นไชน์มัสแคทและองุ่นแดงไร้เมล็ดอย่างละ 3 ตัวอย่าง นำมาตรวจสารเคมีป้องกันกำจัดศัตรูพืช 250 ชนิด โดยวิธี QuEChERS ด้วยเทคนิค GC-MS/MS และ LC-MS/MS ที่ได้รับการรับรองความสามารถตามมาตรฐาน ISO/IEC :17025 : 2017 พบว่า กลุ่มตัวอย่างองุ่นที่ไม่ได้ล้างน้ำพบสารเคมีตกค้างทั้งสิ้น 28 ชนิดเป็นสารเคมีป้องกันกำจัดศัตรูพืชที่มีสมบัติการละลายน้ำได้ดี จำนวน 23 ชนิด ได้แก่ acetamiprid, azoxystrobin, boscalid, bupirimate, carbendazim, clothianidin,dimethomorph, ethirimol, etoxazole, fenbuconazole, fludioxonil, fluopyram, imazalil, indoxacarb, lufenuron,metrafenone, penconazole, pyraclostrobin,pyrimethanil, tebuconazole, tetraconazole, thiamethoxam และ trifloxystrobin ในช่วงปริมาณ น้อยกว่า 0.01-0.460 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม และพบสารเคมีป้องกันกำจัดศัตรูพืชที่มีสมบัติการละลายน้ำได้น้อยถึงปานกลาง จำนวน 5 ชนิด ได้แก่ bifenthrin chlorfenapyr, chlorpyrifos, lambda-cyhalothrin และ metalaxyl ในช่วงปริมาณ น้อยกว่า 0.01-0.057 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม

อย่างไรก็ตาม ผลการศึกษาวิธีล้างองุ่น 3 วิธี พบว่า วิธีที่ 1 ล้างน้ำสะอาด สามารถลดสารตกค้างได้ 8%-66% วิธีที่ 2ล้างน้ำสะอาดผสมผงฟู (น้ำ 4 ลิตร ผสมผงฟู 1 ช้อนชา) ลดได้ 36%-75% และวิธีที่ 3 ล้างน้ำสะอาดผสมเกลือแกง (น้ำ 4 ลิตร ผสมเกลือแกง 1 ช้อนโต๊ะ) ลดได้14%-72% โดยประสิทธิภาพการลดสารตกค้างขึ้นอยู่กับคุณสมบัติทางเคมีและปริมาณที่ตกค้างของสารแต่ละชนิด ดังนั้นวิธีการล้างองุ่นที่ง่าย และสามารถลดสารเคมีป้องกันกำจัดศัตรูพืชได้มาก ทั้งสารเคมีตกค้างชนิดดูดซึมและไม่ดูดซึมแนะนำให้ล้างโดยแช่น้ำที่ผสมผงฟู 30 นาทีแล้วล้างด้วยน้ำไหล 1 นาที รวมทั้งขัดถูบริเวณผิวนอก เพื่อให้สารตกค้างหลุดออกได้ง่ายขึ้น อย่างไรก็ตาม ผู้บริโภคควรหลีกเลี่ยงการบริโภคองุ่นต่อวันในปริมาณมากต่อเนื่องเป็นประจำ ทั้งนี้ เพื่อเป็นการลดความเสี่ยงของการได้รับสารตกค้าง และได้รับปริมาณน้ำตาลต่อวันมากเกินไปจนอาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพ

ปักหมุดเที่ยวคริสต์มาสสไตล์ไทย เฉลิมฉลองความสุขส่งท้ายปี

https://www.naewna.com/lady/845152

ปักหมุดเที่ยวคริสต์มาสสไตล์ไทย เฉลิมฉลองความสุขส่งท้ายปี

ปักหมุดเที่ยวคริสต์มาสสไตล์ไทย เฉลิมฉลองความสุขส่งท้ายปี

วันจันทร์ ที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 19.57 น.

คิง เพาเวอร์ ร่วมกับธนาคารกสิกรไทย ชวนปักหมุดเที่ยวคริสต์มาสส่งท้ายปี กับแคมเปญ THE POWER OF FUNTASTIC CELEBRATION 2025” ฉลองทุกความสุข สนุกไม่รู้จบ เป็นไปได้ เนรมิตงานเฉลิมฉลองความสุขของเทศกาลเฟสทีฟส่งท้ายปีในบรรยากาศคริสต์มาสสไตล์ไทย พบกับต้นคริสต์มาสที่สร้างสรรค์จากการใช้หัตถกรรมพื้นบ้านไทยอย่างพัดตอกสานและกระจาดไม้ไผ่ ภายใต้คอนเซปต์ RELOCAL CHRISTMAS TREE เพื่อสร้างรายได้กลับสู่ชุมชนแบบยั่งยืน พร้อมเปิดวาร์ปความฟินกับ NEON NIGHT BARZAAR คาราวานความอร่อยกว่า 30 ร้าน แบบจัดเต็ม และอัดแน่นกับคอนเสิร์ตจากเหล่าศิลปินชื่อดังที่ยกขบวนมาร่วมมอบความสุขสุดยิ่งใหญ่ วันนี้ถึง 31 ธันวาคม 2567 และพลาดไม่ได้กับ     เปิดวาร์ปชั่วโมงแห่งความสุขกับขบวนคริสต์มาสพาเหรดที่จะมาส่งความสุขและของขวัญพิเศษให้กับทุกท่าน ในวันที่ 20 – 22 และ 24 – 25 ธันวาคม 2567 ที่ คิง เพาเวอร์ รางน้ำ 

‘OZAI – POP UP Store in Thailand’ พร้อมเปิดให้เข้าชมแล้ว @CentralWorld

https://www.naewna.com/lady/845032

'OZAI – POP UP Store in Thailand' พร้อมเปิดให้เข้าชมแล้ว @CentralWorld

‘OZAI – POP UP Store in Thailand’ พร้อมเปิดให้เข้าชมแล้ว @CentralWorld

วันจันทร์ ที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 15.54 น.

OZAI (โอไซ) บุกเซ็นทรัลเวิล์ด เปิดป๊อปอัพสโตร์ สุดเก๋ HEYONE Global (เฮ่วัน โกลบอล) ที่ขนทับ OZAI (ไอไซ) หลากหลายคอลเลคชั่นมาเขย่าความน่ารัก กุ๊บกิ๊บ ให้เหล่าแฟนคลับได้จับจองเป็นเจ้าของ รวมถึง OZAI Orange Ocean สินค้า Limited (ลิมิเตด) ที่ HEYONE ขนมาเพียง 2,000 ตัวเท่านั้น

POP UP Store เริ่มเปิดให้เข้าชมได้ตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม ถึง 11 ธันวาคม 2567 ที่เซ็นทรัลเวิล์ด โซนอีเดน 3 ในงานพบ OZAI ขนาดมหึมา สถานที่เช็คอินยอดนินมที่อัดแน่นไปด้วยสินค้าอินเทรนด์มากมาย อีกทั้งสินค้าพิเศษ OZAI’s Limited Thailand : Orange Ocean ที่จะเปิดวางจำหน่ายจำนวนจำกัดในวันที่ 1 ธันวาคม 2567 จำนวน 500 ตัวและ วันที่ 6 – 8 ธันวาคม 2567 อีกวันละ 500 ตัวเท่านั้น โดยในวันที่ 1 ธันวาคมที่ผ่านมามีผู้เข้าคิวซื้อสินค้า OZAI’s Limited Thailand : Orange Ocean เกินหนึ่งพันคนทำให้สินค้าหมดอย่างรวดเร็ว

OZAI กลายเป็นสินค้าที่ได้รับความนิยมของผู้ชื่นชอบของเล่นอินเทรนด์จำนวนมากนับตั้งแต่เปิดตัว blind box รุ่นแรกในปี 2022 และในซีรีส์ตุ๊กตาผ้ากำมะหยี่ได้กลายเป็นของเล่นอินเทรนด์ยอดนิยมที่ได้รับความนิยมไปทั่วโลกอย่างรวดเร็ว ในครั้งนี้ HEYONE Global ได้นำสินค้าลิมิตเต็ด OZAI’s Limited Thailand : Orange Ocean มาเป็นขวัญสุดพิเศษสำหรับแฟน ๆ ชาวไทย โดยได้รับแรงบันดาลใจจากแสงอาทิตย์อัสดงสีส้มในหน้าร้อนที่อบอุ่นและสดใสของประเทศไทย ผสมผสานกับตุ๊กตาผ้ากำมะหยี่ที่น่ารักของ HEYONE จนเป็นคอเล็คชั่น Orange Ocean เราหวังว่าทุกคนจะเพลิดเพลินไปกับความน่ารักของ OZAI Orange Ocean ได้แล้ววันนี้ในจำนวนจำกัด จากวันแรกที่เปิดให้เข้าชมได้แสดงให้เห็นถึงความนิยมของ OZAI Pop-up store ซึ่ง OZAI ที่ครองอันดับหนึ่งในกลุ่ม IP อินเทรนด์ในประเทศจีน ก็เป็นที่ชื่นชอบนักสะสมชาวไทยได้ไม่แพ้กัน และศักยภาพทางการค้าของ OZAI ก็ไม่อาจมองข้ามได้ ระหว่างวันที่ 1 ธันวาคม ถึง 11 ธันวาคม 2567 Pop-up Store แห่งนี้จะนำความสนุกและหัวข้อต่าง ๆ มาสู่เพื่อน ๆ ที่ชื่นชอบ OZAI และของเล่นสุดอินเทรนด์ พบกับ OZAI ได้ที่ “Orange Ocean” พบกับความโรแมนติกสีส้ม!

POP UP Store : HEYONE Global OZAI’s Limited Thailand : Orange Ocean วันที่ 1 ธันวาคม – 11 ธันวาคม 2567 สถานที่ : CentralWorld , Zone Eden 3

-(016)