โซไซตี้ : ‘วาโก้บราเดย์ บราเก่าเราขอ’ ชวนทำสิ่งดีๆ ส่งท้ายปีแบบรักษ์โลก

โซไซตี้ : ‘วาโก้บราเดย์ บราเก่าเราขอ’  ชวนทำสิ่งดีๆ ส่งท้ายปีแบบรักษ์โลก

โซไซตี้ : ‘วาโก้บราเดย์ บราเก่าเราขอ’ ชวนทำสิ่งดีๆ ส่งท้ายปีแบบรักษ์โลก

วันเสาร์ ที่ 28 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

“วาโก้” ชวนร่วมกันลดโลกร้อนส่งท้ายปี ด้วยการบริจาคชุดชั้นในเก่าเข้าโครงการ “วาโก้บราเดย์ บราเก่าเราขอ” ที่รวบรวมชุดชั้นในเก่าไปเผาทำลายในระบบปิด หลังระดมรับบริจาคตลอดปี ด้วยเป้าหมายระดมรับบริจาคชุดชั้นในเก่า 210,000 ตัวในปี 2567 ปีที่ 13 ของการก่อตั้งโครงการ โดยส่งชุดชั้นในเก่าไปเผาทำลายเมื่อ 9 ธันวาคมที่ผ่านมาเป็นการปิดท้ายโครงการในปีนี้ ซึ่งเกินเป้าหมายที่ตั้งไว้ค่อนข้างสูงโดยมีชุดชั้นในที่มาบริจาคและไปเผาทำลายอย่างถูกวิธี เข้ามาสูงถึง 286,400 ตัว

นงลักษณ์ เตชะบุญเอนก กรรมการบริหารสายงานสื่อสารองค์กรและกิจกรรมเพื่อสังคม บริษัท ไทยวาโก้ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “จากกระแสความตื่นตัวเรื่องของการรักษาสิ่งแวดล้อมที่ทุกภาคส่วนให้ความสำคัญและดำเนินการจัดกิจกรรมโครงการด้านรักษ์สิ่งแวดล้อมในรูปแบบต่างๆ อย่างต่อเนื่องนั้นวาโก้ในฐานะผู้นำธุรกิจชุดชั้นในที่มีความรับผิดชอบต่อสังคมในทุกด้าน โดยเฉพาะด้านสิ่งแวดล้อมได้ให้ความสำคัญและดูแลในทุกกระบวนการอย่างจริงจังตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ เพื่อให้ผลิตภัณฑ์วาโก้ทุกชิ้นผ่านกระบวนการผลิตปลอดสารพิษเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ไปจนถึงกระบวนการจัดการกับผลิตภัณฑ์เสื่อมสภาพหรือสิ่งของที่ไม่ใช้แล้วโดยนำไปกำจัดอย่างถูกวิธี เพื่อช่วยลดปัญหาการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ และฝุ่น PM2.5 ได้อย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งโครงการ “วาโก้บราเดย์ บราเก่าเราขอ” ชวนทุกท่านร่วมเป็นส่วนหนึ่งของพลังรักษ์โลกส่งท้ายปี 2567 นี้ ด้วยการบริจาคชุดชั้นในเก่าเข้าโครงการ ก่อนจะเดินหน้าโครงการปีหน้าต่อเนื่องเป็นปีที่ 14 ในปี 2568

โครงการดังกล่าว วาโก้ได้ดำเนินการมาเป็นเวลา 13 ปีแล้ว ในแต่ละปีจะมีพันธมิตรรักษ์โลกเข้าร่วมโครงการเพิ่มมากขึ้น ทำให้ผู้ที่ต้องการเข้าร่วมโครงการได้รับความสะดวกสบายในการจัดส่งชุดชั้นในเก่ามายังโครงการ นอกจากการหย่อนลงกล่องรับบริจาคบริเวณด้านหน้าสำนักงานใหญ่ของวาโก้แล้ว ยังสามารถหย่อนลงกล่องรับบริจาคที่วาโก้ช้อป และเคาน์เตอร์วาโก้ทุกสาขาทั่วประเทศ สำนักงานเขตกรุงเทพมหานครทั้ง 50 เขต สถาบันการศึกษาหน่วยงานภาครัฐ เอกชนและองค์กรชั้นนำอีกหลายแห่งที่รับเป็นจุดวางกล่องรับบริจาค อาทิ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.), ทิพยประกันภัย, ธนาคารออมสิน เป็นต้น และในช่วงเดือนมิถุนายน-พฤศจิกายน 2567 ที่ผ่านมา ผู้เข้าร่วมโครงการยังสามารถส่งพัสดุทางไปรษณีย์ไทยมายังโครงการได้โดยไม่มีค่าใช้จ่ายอีกด้วย โดยช่องทาง
การรับบริจาคที่หลากหลาย สร้างความสะดวกสบายให้กับผู้ที่ต้องการกำจัดชุดชั้นในเก่า จึงทำให้จำนวนชุดชั้นในเก่าที่ส่งมายังโครงการมีจำนวนเพิ่มขึ้นมาโดยตลอด

ในปี 2567 วาโก้ได้รับบริจาคบราเก่าจำนวน 286,400 ตัว รวมน้ำหนัก 28,640 กิโลกรัม ลดขยะชุมชนไปได้กว่า 29 ตัน ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) ที่เกิดจากการฝังกลบกว่า 43 ตันคาร์บอนไดออกไซด์ ทดแทนการใช้ถ่านหินในการเป็นเชื้อเพลิง 143 ตันคาร์บอนไดออกไซด์ หากนับรวมตั้งแต่เริ่มโครงการนี้
เมื่อปี 2555-2567 พบว่าวาโก้มีส่วนช่วยกำจัดบราเสื่อมสภาพไปแล้วจำนวน 1,407,764 ตัว รวมน้ำหนัก 140,776 กิโลกรัม ช่วยลดปริมาณขยะชุมชนไปได้แล้วกว่า 141 ตัน ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกหรือก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่เกิดจากการฝังกลบและจากการใช้พลัง

งานทดแทนพลังงานจากถ่านหินไปแล้วกว่า 915 ตันคาร์บอนไดออกไซด์ เทียบเท่ากับการปลูกต้นไม้เป็นจำนวนถึง 76,254 ต้น โดยได้นำบราเก่าที่ได้รับบริจาคมาส่งไปเข้าเตาเผาระบบปิดที่ บริษัททีพีไอ โพลีน เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ TPIPP จังหวัดสระบุรี ด้วยวิธีการเผาอย่างถูกวิธีแบบ Zero Waste (เปลี่ยนขยะให้เป็นศูนย์) แปรเปลี่ยนเป็นพลังงานเชื้อเพลิงทดแทนการใช้ถ่านหินในการผลิตกระแสไฟฟ้า ลดการใช้ทรัพยากรธรรมชาติ หรือพลังงานจากฟอสซิลต่างๆ ลดผลกระทบการเกิดการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) หรือลดโลกร้อน (Global Warming) ทั้งยังลดปริมาณขยะชุมชน และลดปริมาณฝุ่น PM2.5ไปในคราวเดียวกัน

“จากสถิติปี 2567 อ้างอิงจาก population pyramid.net พบว่าจำนวนผู้หญิงไทยที่มีอายุระหว่าง 10-69 ปี มีจำนวนกว่า 29,273,824 คน หากคาดการณ์จำนวนผู้หญิงไทยที่ซื้อชุดชั้นในใหม่จำนวนปีละ 5-12 ตัวต่อปี คาดว่าจะมีการทิ้งชุดชั้นในเก่าที่เสื่อมสภาพคนละ 2 ตัวต่อปี เท่ากับว่าจะเกิดขยะพลาสติกจากชุดชั้นในเก่าเพิ่มขึ้นกว่า 5,855 ตันต่อปี จึงขอเชิญชวนทุกท่านมาร่วมกันเปลี่ยนสิ่งแวดล้อมให้ดีขึ้นอย่างยั่งยืนด้วยเรื่องเล็กๆ ที่หลายคนอาจจะมองข้ามไปด้วยการร่วมบริจาคชุดชั้นในเก่าส่งท้ายปี 2567 นี้เพื่อวาโก้จะได้นำไปกำจัดอย่างถูกวิธีเพื่อรักษาสิ่งแวดล้อมที่ดีอย่างยั่งยืน” นงลักษณ์ กล่าวสรุป

ไอคอนสยาม พาพระเอกสุดฮอต ‘เว่ยเจ๋อหมิง’ ร่วมงาน ‘Amazing Thailand Countdown 2025’ 30 ธ.ค.นี้

ไอคอนสยาม พาพระเอกสุดฮอต 'เว่ยเจ๋อหมิง' ร่วมงาน 'Amazing Thailand Countdown 2025' 30 ธ.ค.นี้

ไอคอนสยาม พาพระเอกสุดฮอต ‘เว่ยเจ๋อหมิง’ ร่วมงาน ‘Amazing Thailand Countdown 2025’ 30 ธ.ค.นี้

วันศุกร์ ที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 16.16 น.

ไอคอนสยาม เซอร์ไพรส์แฟนชาวไทย พาพระเอกสุดฮอต “เว่ยเจ๋อหมิง” ร่วมงาน “Amazing Thailand Countdown 2025” 30 ธันวาคมนี้ วอร์มเสียงให้ดีแล้วไปกรี๊ดส่งท้ายปีที่ไอคอนสยาม

สร้างปรากฏการณ์ความตื่นเต้นที่คนไทยทั่วประเทศต่างตั้งตารอ เมื่อ ไอคอนสยาม แลนด์มาร์กระดับโลกริมแม่น้ำเจ้าพระยา ผนึกกำลังองค์กรพันธมิตรทั้งภาครัฐและภาคเอกชน ประกาศจัดงานมหาปรากฏการณ์ “Amazing Thailand Countdown 2025” พร้อมเผยรายชื่อศิลปินที่จะร่วมในโชว์สุดยิ่งใหญ่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา เซอร์ไพรส์ด้วย “เว่ยเจ๋อหมิง” (Wei Zhe Ming) ศิลปินชาวจีนชื่อดังระดับโลก ที่จะมามอบความสุขส่งท้ายปีให้กับแฟน ๆ ชาวไทย ในวันที่ 30 ธันวาคม 2567 นี้ ณ ริเวอร์ พาร์ค ไอคอนสยาม

 “เว่ยเจ๋อหมิง” เป็นนักร้องและนักแสดงชาวจีนที่มีผลงานเป็นที่รู้จักมากมายจนมีแฟนคลับทั่วโลก โดยเป็นที่รู้จักในบทบาทพระเอกสุดหล่อ มาดนิ่ง สายละมุนอบอุ่นใจ ที่หลายคนยกให้เป็นพ่อไมโครเวฟ และครั้งนี้นับเป็นครั้งแรกที่แฟน ๆ ชาวไทยจะได้ชมโชว์จากเว่ยเจ๋อหมิงอย่างใกล้ชิดบนเวที “Amazing Thailand Countdown 2025” เตรียมเสียงกรี๊ดให้พร้อมแล้วมาลุ้นกันว่าโชว์สุดพิเศษของเขาจะสะกดใจขนาดไหน

มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของมหาปรากฏการณ์เคานต์ดาวน์สะกดโลก ฉลองความยิ่งใหญ่ที่สุดของไทยและที่สุดของโลก  ในงาน Amazing Thailand Countdown 2025 เพื่อส่งท้ายปีอย่างยิ่งใหญ่ที่สุดอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อนในประเทศไทย หนึ่งเดียวริมโค้งน้ำที่สวยที่สุดของเจ้าพระยา ณ ไอคอนสยาม ติดตามข่าวสารได้ที่ Facebook: ICONSIAM คลิก www.facebook.com/ICONSIAM/ และช่องทางLine Official ของไอคอนสยาม @ICONSIAM

#ICONSIAM #CountdownatICONSIAM #AmazingThailandCountdown2025

ไอคอนสยาม ชวนแฟน NCT DREAM ร่วมสัมผัสพลังแห่งความสดใส กับ NCT DREAM EXHIBITION ‘DREAM VIBE’

ไอคอนสยาม ชวนแฟน NCT DREAM ร่วมสัมผัสพลังแห่งความสดใส กับ NCT DREAM EXHIBITION ‘DREAM VIBE’

ไอคอนสยาม ชวนแฟน NCT DREAM ร่วมสัมผัสพลังแห่งความสดใส กับ NCT DREAM EXHIBITION ‘DREAM VIBE’

วันศุกร์ ที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 16.14 น.

ไอคอนสยาม ชวนแฟน NCT DREAM ร่วมสัมผัสพลังแห่งความสดใส กับ NCT DREAM EXHIBITION ‘DREAM VIBE’ ครั้งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ไอคอนสยาม แลนด์มาร์กระดับโลกริมแม่น้ำเจ้าพระยา ชวนทุกคนมาร่วมสัมผัสโลกแห่งความฝันอันเปี่ยมไปด้วยชีวิตชีวาใน NCT DREAM EXHIBITION ‘DREAM VIBE’ ครั้งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ของ NCT DREAM ที่จะพาแฟน ๆ สัมผัสพลังแห่งความสดใสของ DREAM WORLD เต็มเปี่ยมไปด้วยเรื่องราวของเหล่าสมาชิก ซึ่งบอกเล่าถึงความฝัน มิตรภาพ ความหลงใหล และการเติบโตของพวกเขา ที่จะมอบความประทับใจให้กับแฟน ๆ อย่างไม่รู้ลืม ณ ชั้น 7 ไอคอนสยาม ระหว่างวันที่ 23 ธันวาคม 2567 – 2 กุมภาพันธ์ 2568

นิทรรศการครังนี้อัดแน่นไปด้วยเรื่องราวของ NCT DREAM พาผู้เข้าชมรู้สึกเหมือนได้ร่วมเดินทางไปบนเส้นทางการเติบโตของพวกเขาผ่านโซนต่าง ๆ  เริ่มจาก “Yo! Dream!” ภาพถ่ายขนาดใหญ่ของ NCT DREAM เน้นความเป็นเอกลักษณ์ของแต่ละเมมเบอร์ ต่อด้วย “We Go Up” ที่ได้แรงบันดาลใจมาจากบาสเกตบอล สะท้อนถึงมุมสนุกสนานและเปี่ยมพลังของ NCT DREAM ส่วน “오르골 (Life Is Still Going On)” มาพร้อมกับบรรยากาศหาดทราย คลอด้วยเสียงเพลง Life Is Still Going On

อีกหนึ่งจุดที่น่าประทับใจคือ “미니카 (Drive)” ที่ทำให้หวนนึกถึงเรื่องราวในวัยเด็ก โดยจัดแสดงของเล่น รูปถ่าย ภาพความทรงจำในยุคเดบิวต์ รวมถึงชุดที่เคยสวมใส่ในโชว์ที่ผ่านมาของพวกเขา และที่ไม่อยากให้พลาดคือ “Dear DREAM” ที่แฟน ๆ จะได้พบกับบทสัมภาษณ์สุดพิเศษจากใจสมาชิก NCT DREAM และพบกับสินค้าสุดเอ็กซ์คลูซีฟที่มีเฉพาะในงาน “DREAM VIBE” Exhibition ที่กรุงเทพฯ เท่านั้น! ไม่ว่าจะเป็นกางเกงลายช้างสุดเก๋ที่สะท้อนเอกลักษณ์ความเป็นไทย พวงกุญแจ DIY ที่ให้คุณสร้างสรรค์ในแบบของตัวเอง หรือพวงกุญแจสุดพิเศษที่ถ่ายทอดความเป็น NCT DREAM ได้อย่างลงตัว

NCT DREAM EXHIBITION ‘DREAM VIBE’ เปิดให้เข้าชมแล้วตั้งแต่วันนี้ถึง 2 กุมภาพันธ์ 2568 เวลา

11:00-20:00 น. ณ ชั้น 7 ไอคอนสยาม แฟน ๆ สามารถซื้อบัตรเข้าชมได้ที่หน้างาน ราคาบัตร 400 บาท สำหรับนักเรียน (แสดงบัตรนักเรียน ณ จุดเข้าชม) และ 500 บาทสำหรับบุคคลทั่วไป ติดตามความเคลื่อนไหวได้ทาง Facebook: ICONSIAM

จากครัวไทยสู่เวทีโลก : โครงการ OFOS พลิกชีวิตคนไทย สร้างอนาคตด้วยซอฟต์พาวเวอร์ด้านอาหาร

จากครัวไทยสู่เวทีโลก : โครงการ OFOS พลิกชีวิตคนไทย สร้างอนาคตด้วยซอฟต์พาวเวอร์ด้านอาหาร

จากครัวไทยสู่เวทีโลก : โครงการ OFOS พลิกชีวิตคนไทย สร้างอนาคตด้วยซอฟต์พาวเวอร์ด้านอาหาร

วันศุกร์ ที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 16.12 น.

ประเทศไทยกำลังเปลี่ยนวิสัยทัศน์เศรษฐกิจให้กลายเป็นจริง ด้วยโครงการ “One Family One Soft Power (OFOS)” ที่มุ่งส่งเสริมศักยภาพด้านอาหารไทยและนำพาคนไทยสู่ความสำเร็จระดับโลก โครงการนี้เป็นเหมือนแสงสว่างสำหรับคนที่มีความฝันอยากเป็นเชฟมืออาชีพ หรือผู้ที่ต้องการสร้างอาชีพใหม่จากความสามารถของตัวเอง

กลายเป็นข่าวดีส่งท้ายปี 2567 เมื่อ นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้เปิดตัวโครงการส่งเสริมซอฟต์พาวเวอร์ สาขาอาหาร เดินหน้านโยบาย One Family One Soft Power : OFOS สอดรับการส่งเสริมให้ประเทศไทยกลายเป็นศูนย์กลางอาหารระดับโลก (Global Food Hub) จากนโยบายดังกล่าว นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ได้มอบหมายให้ กระทรวงอุตสาหกรรม โดย กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือ     ดีพร้อม (DIPROM) ดำเนินโครงการผ่าน 4 กิจกรรมสำคัญ ประกอบด้วย 1) ยกระดับหนึ่งหมู่บ้านหนึ่งเชฟอาหารไทย 2) การพัฒนาร้านอาหารเชฟชุมชน อาหารถิ่นอาหารไทย 3) ยกระดับศูนย์นวัตกรรมอาหารชุมชน และ 4) การส่งเสริมการใช้นวัตกรรมเพื่อยกระดับอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มไทยสู่ตลาดโลกอย่างยั่งยืน อีกทั้งยังได้สานต่อความสำเร็จด้วยแผนงานระยะ 4 ปี (พ.ศ. 2567-2570) คาดสร้างงานและอาชีพกว่า 75,000 ตำแหน่ง เพิ่มรายได้ให้กับเศรษฐกิจของประเทศกว่า 3,500 ล้านบาท

พลิกฝันให้เป็นจริง

นายแพทย์สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี  ในฐานะประธานคณะกรรมการพัฒนาซอฟต์พาวเวอร์แห่งชาติ ได้ให้สัมภาษณ์พิเศษถึงโครงการฯดังกล่าว 

“ในอดีต หลายคนที่อยากเป็นเชฟต้องเผชิญกับอุปสรรคใหญ่ เช่น ค่าใช้จ่ายที่สูงในการเรียนหลักสูตรอาหาร และโอกาสที่จำกัดสำหรับการทำงานในต่างประเทศ แต่วันนี้โครงการ OFOS กำลังเปลี่ยนแปลงความฝันเหล่านี้ให้เป็นจริง OFOS ถือเป็นนโยบายที่เป็นอุตสาหกรรมเรือธงที่สำคัญของรัฐบาล ซึ่งเป็นการฝึกอบรบ Upskill คือ การพัฒนาเพื่อยกระดับทักษะที่เรามีให้ดีกว่าเดิม และReskill คือ การสร้างทักษะขึ้นมาใหม่ที่จำเป็นต่อการทำงาน ให้ผู้ที่เข้ารับการอบรมได้พัฒนากลายเป็นแรงงานที่มีทักษะสูง ด้วยการเปิดอบรมฟรีที่เน้นทักษะการทำอาหารไทยอย่างมืออาชีพ หลักสูตรนี้ไม่ได้เพียงแค่สอนวิธีการทำอาหาร แต่ยังเปิดประตูให้ผู้เข้าร่วมก้าวสู่ระดับนานาชาติ ผ่านการสนับสนุนจากสถานทูตไทยทั่วโลก เครือข่ายทูตพาณิชย์ และระบบฐานข้อมูลออนไลน์ ที่เชื่อมโยงเชฟกับผู้ประกอบการร้านอาหารไทยในต่างแดน”

สานฝัน สร้างอนาคตให้กับชุมชน

นายแพทย์สุรพงษ์ชี้ว่า เป้าหมายของโครงการนี้ไม่ได้หยุดอยู่ที่การเพิ่มจำนวนเชฟหรือร้านอาหาร แต่ยังสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อชุมชนในวงกว้าง

“เราต้องการเห็นตัวแทนจากทุกหมู่บ้านของประเทศไทยได้รับการฝึกอบรม และกลับไปเป็นแรงบันดาลใจให้กับชุมชนของเขา”

อยากจะให้ทุกๆ หมู่บ้านมีตัวแทนที่จะมาอบรม พอมีคนหนึ่งคน ที่เป็นตัวแทนหมู่บ้านได้เป็นเชฟอาหารไทย สามารถไปทำงานยังต่างประเทศได้ เมื่อคนในหมู่บ้านนั้นๆ ได้เห็นตัวแทนประสบความสำเร็จ คนอื่นๆ ในหมู่บ้านนั้นๆ ก็จะพร้อมที่จะได้ฝึกอบรบและพัฒนาตัวเอง พาตัวเองออกไปสู่ตลาดโลกด้วยเช่นเดียวกัน โครงการนี้วางแผนให้มีผู้เข้าร่วมการฝึกอบรมรุ่นแรก 1,500 คนภายในปี 2568  แผนงานนี้คือการสร้างโอกาสให้กับคนไทยทุกระดับ ตั้งแต่การสร้างงานและอาชีพกว่า 75,000 ตำแหน่ง ไปจนถึงการเพิ่มรายได้ให้กับเศรษฐกิจของประเทศ รวมมูลค่ากว่า 3,500 ล้านบาท

อาหารไทย: ทูตวัฒนธรรมและความภาคภูมิใจของชาติ

 อาหารไทยไม่เพียงเป็นเมนูโปรดของคนทั่วโลก แต่ยังเป็นตัวแทนของวัฒนธรรมไทยที่แสดงถึงความประณีต ความคิดสร้างสรรค์ และรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ โครงการนี้จึงไม่เพียงมุ่งเน้นการสร้างอาชีพ แต่ยังยกระดับอาหารไทยให้กลายเป็น Soft Power ที่ช่วยเสริมสร้างภาพลักษณ์ประเทศในสายตานานาชาติ ในขณะเดียวกันเอง เราจะสร้างเครือข่ายโดยอาศัยทางท่านเอกอัครราชทูต ทูตพาณิชย์ ประจำในประเทศต่างๆ ที่จะผลักดันให้เกิดร้านอาหารไทยในต่างแดน และจะผลักดันเชฟเหล่านี้ไปประจำยังร้านอาหารต่างแดนได้อีกด้วย

และ เรายังสามารถผลักดันวัตถุดิบอาหารไทยต่างๆ เช่น วัตถุดิบที่เป็นผักพิเศษต่างๆของไทย ผลักดันออกไปสู่ทั่วโลกได้ ตรงนี้จะเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนทำให้เมนูอาหารไทยได้มีการยอมรับเพิ่มมากขึ้น ได้มีโอกาสให้คนทุกชนชาติได้มีโอกาสลิ้มลองอาหารไทยเพิ่มมากขึ้น จากนั้น เราจะผลักดันอาหารไทยที่ออกแบบมาในรูปแบบอาหารสำเร็จรูป พร้อมทานได้เลย ด้วยกระบวนการถนอมอาหารด้วยเทคโนโลยีขั้นสูง เก็บได้นาน1-2ปี ซึ่งตรงนี้จะทำให้เราส่งออกอาหารไทย ที่ไม่ใช่แค่ส่งออกพืชผลทางการเกษตรอย่างเดียว ไม่ใช่ส่งออกข้าว ไม่ใช่แค่ส่งออกผลไม้ แต่ยังส่งออกอาหารที่จะสามารถพร้อมทานได้ทันที นายแพทย์สุรพงษ์ กล่าวเสริม

“ความสำเร็จไม่ได้อยู่ไกลเกินเอื้อม โครงการนี้พร้อมสนับสนุนคุณทุกก้าว เพื่อให้ฝันของคุณกลายเป็นจริง”

สำหรับผู้สนใจเข้าร่วมโครงการ สามารถติดต่อผ่าน 2 ช่องทางหลัก ได้แก่: กองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง เพื่อคัดเลือกตัวแทนจากทุกหมู่บ้าน และเว็บไซต์ Thailand Creative Content Agency (THACCA) ซึ่งจะเปิดรับสมัครจำนวนมากภายในปี 2568

‘ม.ล.ปุญยนุช เกษมสันต์-สุริยน ศรีอรทัยกุล’ จัดประชุมเตรียมจัดงานดินเนอร์และแฟชั่นโชว์กุศล ‘ราตรีอัญมณีแห่งผ้าไทย’

'ม.ล.ปุญยนุช เกษมสันต์-สุริยน ศรีอรทัยกุล' จัดประชุมเตรียมจัดงานดินเนอร์และแฟชั่นโชว์กุศล 'ราตรีอัญมณีแห่งผ้าไทย'

‘ม.ล.ปุญยนุช เกษมสันต์-สุริยน ศรีอรทัยกุล’ จัดประชุมเตรียมจัดงานดินเนอร์และแฟชั่นโชว์กุศล ‘ราตรีอัญมณีแห่งผ้าไทย’

วันศุกร์ ที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 16.07 น.

ม.ล.ปุญยนุช เกษมสันต์  ประธานชมรมเพลินไทยสมัยนิยม และสุริยน ศรีอรทัยกุล  กรรมการผู้จัดการ บริษัทบิวตี้เจมส์ จำกัด จัดประชุมเพื่อร่วมมือกันจะจัดงานดินเนอร์และแฟชั่นโชว์กุศล “ราตรีอัญมณีแห่งผ้าไทย”  ซึ่ง  8  ห้องเสื้อชั้นนำ จะนำผ้าไทยที่มีความงดงามเปล่งประกายมาออกแบบเคียงคู่อัญญมณีไทย ในธีมวรรณคดีไทย ซึ่งมีวัตถุประสงค์ในการมีส่วนร่วมสืบสานพระราชปณิธานและพระกรณียกิจของพระบรมวงศานุวงค์  และจะนำรายได้ส่วนหนึ่งมอบให้มูลนิธิเพื่อการศึกษา โดยงานจะจัดขึ้นในวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2568 ณ โรงแรมดุสิตธานี

รายชื่อ 8 ห้องเสื้อ

1. Finale. Wedding Studio

2. Supa East Glamour

3. TIWAKORN

4. อาภรณ์พิศวาส

5. Mick Boutique

6. สัญญะลักษณ์

7. SAEKI

8. และโชว์ชุดพิเศษที่ตัดเย็บด้วยผ้าอัตลักษณ์ ของแต่ละจังหวัดจากผู้จัดประกวด เวที MTT

แฟชั่นโชว์ครั้งนี้ เป็นนำเสนอเสื้อผ้าใน Collection ของปี 2025 ที่เหล่าดีไซน์เนอร์แต่ละแห่ง ได้แรงบันดาลใจและรังสรรค์จากเครื่องแต่งกายของตัวเอกในวรรณคดีไทยและวรรณกรรมไทย เรื่องสำคัญหลายเรื่อง แต่ได้นำมาปรับเปลี่ยนให้ทันสมัย สามารถนำมาใช้งานได้จริง ในยุค พ.ศ. 2528 โดยมีนางแบบกิตติมศักดิ์ และดารานักแสดงและนางงามจากเวทีต่างๆ ร่วมแสดงแบบครั้งนี้ กว่า 50 ท่าน อาทิ  แพนเค็ก เขมนิจ   แอน จักรพงษ์   ณิชา พูลโภคะ   ญาณิสา ธีราธร  กานต์ณัฐชา รัตน์ชยางคานนท์  อรศรี ฮอนโนลด์  ศศิวิมล ดารารัตนโรจน์   รัตน์สุดา น่าบูรณะ  พิมนรา บุนนาค อภิสรา ธาดาดลทิพย์ ภัทราพิชญ์ จุลพันธ์  อัมรา พงษ์พานิช    สุนันท์ สะอาด  กัญญาวีร์ ใจบุญ  อัญชิสา วีรภัทรศิริกุล  พ.ญ. รุ่งไพลิน  รัตนชีวร  อังคนางค์ ชากีร่า ดร. บัณลักข์ ถิรมงคล  นิติรัตน์ เปลียนขำ   แอกวัณ นิโกลาส์ สุโสฬสษา  เจ้าจันทร์สกุล  อิงฟ้า เพชรแก้ว  ชลาธาร เชี่ยวชาญ ฯลฯ

-(016)

‘คาโอ’ คว้ารางวัลอุตสาหกรรมดีเด่น 2 ประเภทในปี 2567 ชูความสำเร็จด้านสิ่งแวดล้อมและความรับผิดชอบต่อสังคม

'คาโอ' คว้ารางวัลอุตสาหกรรมดีเด่น 2 ประเภทในปี 2567 ชูความสำเร็จด้านสิ่งแวดล้อมและความรับผิดชอบต่อสังคม

‘คาโอ’ คว้ารางวัลอุตสาหกรรมดีเด่น 2 ประเภทในปี 2567 ชูความสำเร็จด้านสิ่งแวดล้อมและความรับผิดชอบต่อสังคม

วันศุกร์ ที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 16.05 น.

60 ปีแห่งความมุ่งมั่น! คาโอ คว้ารางวัลอุตสาหกรรมดีเด่น 2 ประเภทในปี 2567 ชูความสำเร็จด้านสิ่งแวดล้อมและความรับผิดชอบต่อสังคม

บริษัท คาโอ อินดัสเตรียล (ประเทศไทย) จำกัด นำโดย นายยูจิ ชิมิซึ ประธานกรรมการ (ขวา) และนายทาดะโนบุ อาซาดะ รองประธาน (เจ้าหน้าที่บริหาร) และผู้จัดการโรงงาน (ซ้าย) คว้ารางวัลอุตสาหกรรมดีเด่น ประจำปี  พ.ศ. 2567 หรือ “The Prime Minister’s Industry Award 2024” รวม 2 ประเภทด้วยกัน ได้แก่ ประเภทการรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม และประเภทความรับผิดชอบต่อสังคม จากกระทรวงอุตสาหกรรม โดยได้รับเกียรติจากนายกรัฐมนตรี แพทองธาร ชินวัตร เป็นประธานในการมอบรางวัลครั้งนี้ ณ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล เมื่อเร็วๆนี้

นายยูจิ ชิมิซึ ประธานกรรมการบริษัท คาโอ อินดัสเตรียล (ประเทศไทย) จำกัด ได้เผยถึงความมุ่งมั่นที่คาโอ ประเทศไทย ซึ่งดำเนินธุรกิจในประเทศมายาวนานกว่า 60 ปี โดยยังคงยึดมั่นในปรัชญาความยั่งยืน (ESG) ภายใต้แผนงาน Kirei Lifestyle Plan ซึ่งดำเนินธุรกิจเพื่อลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมตลอดวงจรชีวิตผลิตภัณฑ์ และมุ่งเน้นการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าและการจัดการวัสดุเหลือใช้จนเกิดประโยชน์สูงสุด โดยมีการนำหลักการออกแบบเชิงนิเวศเศรษฐกิจ (Eco-Design) มาพัฒนาและปรับปรุงประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์ เพื่อลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมในขั้นตอนการใช้งานของลูกค้า การนำกลยุทธ์ 4Rs (Reduce, Reuse, Replace, Recycle) มาใช้ในการพัฒนาบรรจุภัณฑ์ให้มีความเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม  และการดำเนินธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบต่อสังคมถือเป็นอีกหนึ่งหัวใจหลักเพื่อสร้างสมดุลในมิติต่างๆ

 “คาโอ ได้ดำเนิน ‘โครงการร่วมแรงร่วมใจ ลดป่วย ลดกระจาย ลดภัยร้ายจากไข้เลือดออก’ ร่วมกับพันธมิตรทั้งภาครัฐและภาคเอกชน เพื่อใช้จุดแข็งของแต่ละภาคส่วนสร้างการตระหนักรู้และแก้ไขปัญหาโรคไข้เลือดออกในวงกว้าง สร้างภาคีพันธมิตรการป้องกันโรคไข้เลือดออกที่เข้มแข็ง การได้รับรางวัลอุตสาหกรรมดีเด่น 2 ประเภท จึงเป็นอีกรางวัลแห่งความภาคภูมิใจที่สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจอย่างมีคุณภาพและสร้างสังคมที่ยั่งยืนต่อไป” นายยูจิ ชิมิซึ กล่าวสรุป

สำหรับรางวัลอุตสาหกรรมดีเด่น  หรือ The Prime Minister’s Industry Award เป็นรางวัลเกียรติยศของอุตสาหกรรมไทยที่มอบโดยกระทรวงอุตสาหกรรมเพื่อยกย่องผู้ประกอบการอุตสาหกรรมไทยที่มีความเป็นเลิศด้านอุตสาหกรรม โดยแบ่งออกเป็น 9 ประเภท ครอบคลุมตั้งแต่การเพิ่มผลผลิต การรักษาสิ่งแวดล้อม ความปลอดภัย คุณภาพ การจัดการพลังงาน โลจิสติกส์ ไปจนถึงอุตสาหกรรมแห่งอนาคตและเศรษฐกิจหมุนเวียน ซึ่งผ่านการพิจารณาตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดโดยมีคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิเป็นผู้พิจารณาคัดเลือก โดยพิธีมอบรางวัลจัดขึ้นเป็นประจำทุกปีและนายกรัฐมนตรีเป็นผู้มอบรางวัล ซึ่งถือเป็นการส่งเสริมให้ผู้ประกอบการพัฒนาศักยภาพและมาตรฐานการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง

-(016)

‘PiXXiE’ เปิดโหมดแม่หมอ ชวนทุกคนมาทำนายดวง กับซิงเกิ้ลใหม่ Pick A Card

‘PiXXiE’ เปิดโหมดแม่หมอ ชวนทุกคนมาทำนายดวง  กับซิงเกิ้ลใหม่ Pick A Card

‘PiXXiE’ เปิดโหมดแม่หมอ ชวนทุกคนมาทำนายดวง กับซิงเกิ้ลใหม่ Pick A Card

วันเสาร์ ที่ 28 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ไม่ปล่อยให้แฟนๆ ว่างเว้นจากเพลงเต้นจังหวะใหม่ๆ ช่วงปลายปีนี้สำหรับสาวๆ วง PiXXiE มาเบล-สุชาดา สอนพันธ์, พิมมา-พิมพ์มาดา ใจสักเสริญ และ อิงโกะ-อินท์ปาลี  โชติหิรัญธนนนท์ ที่รอบนี้ปล่อยมาเป็นอัลบั้มเลยทีเดียว แต่แน่นอนว่าไฮไลท์อยู่ที่ “ซิงเกิ้ลสายมู” ที่แทบจะเป็นซิกเนเจอร์ของวงไปแล้ว อย่าง PickA Card ที่หยิบศาสตร์ไพ่ทาโรต์ทำนายดวงมาเป็นกิมมิกและคอนเซ็ปต์หลัก เพื่อบอกเล่าการตกหลุมรักและเล่นกับใจอีกฝ่าย จะเรียกว่าการเจอกันนั้นเพราะดวงสมพงษ์ เพราะโชคชะตาหรือเพราะพรหมลิขิตก็ตาม แต่อยากบอกว่างานนี้ “ฉันนี่แหละที่กำหนดให้เธอมารักกับฉัน”

เพลงนี้เป็นผลงานการโปรดิวซ์และแต่งทำนองโดย เบนซ์-วรเชษฏฐ์ ฐานุพงศ์ชรัชโปรดิวเซอร์รุ่นใหม่มาแรงมือรางวัล และผู้บริหารค่ายอย่าง โดม-จารุวัฒน์ เชี่ยวอร่ามขณะที่งานเขียนเนื้อร้องตกเป็นของนักแต่งเพลงคู่รักคู่บุญทีมดีทีมเดิมมุก MUKU-นิตา ชวลิต และ พัด Vorapat-วรภัทรวงศ์สุคนธ์ ส่วนเนื้อแร็พเป็นผลงานของ SMEW ที่เพิ่งร่วมงานกับ พิมมา ในเพลง ACHOO! ปิดท้ายที่การผสมเสียงและมาสเตอร์แบบคมๆของ บอส-กฤษณพล แสนบุดดาออกมาเพอร์เฟกท์สมมง 3 สาวเวอร์ ยิ่งมิวสิกวีดีโอได้หนุ่มที่ฮอตพอๆ กับเจ้าของเพลงอย่าง กองทัพ พีค ที่เพิ่งรับบทเป็นหนุ่มบ้านตระกูลจุฑาเทพในละครดุจอัปสร มาร่วมแจมด้วย ก็ยิ่งเพิ่มความน่าดึงดูดให้สมการความรักครั้งนี้ซะเหลือเกิน!

ติดตามโซเชียลมีเดียส่วนตัวของสมาชิก PiXXiE ได้ทาง Instagram : มาเบล @mmabelzz (https://instagram.com/mmabelzz)พิมมา @pimfestival (https://instagram.com/pimfestival) อิงโกะ@inggkho_ (https://instagram.com/inggkho_)

‘ปรัชญา ปิ่นแก้ว’ ถือฤกษ์ดีบวงสรวงหนังสยองขวัญ ‘พระไม้’ คว้า ‘ภณ-มุกดา’ เสิร์ฟเรื่องหลอน

‘ปรัชญา ปิ่นแก้ว’ ถือฤกษ์ดีบวงสรวงหนังสยองขวัญ ‘พระไม้’  คว้า ‘ภณ-มุกดา’ เสิร์ฟเรื่องหลอน

‘ปรัชญา ปิ่นแก้ว’ ถือฤกษ์ดีบวงสรวงหนังสยองขวัญ ‘พระไม้’ คว้า ‘ภณ-มุกดา’ เสิร์ฟเรื่องหลอน

วันเสาร์ ที่ 28 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

เดินหน้าบวงสรวงเพื่อความเป็นสิริมงคลไปเป็นที่เรียบร้อยสำหรับโปรเจกท์ภาพยนตร์สยองขวัญน่าจับตาแห่งปี 2568 อย่าง “พระไม้” นำทีมโดยโปรดิวเซอร์มือทองแห่งวงการภาพยนตร์ไทยอย่าง ปรัชญา ปิ่นแก้ว ผู้กำกับระดับร้อยล้าน จากหนังไทยระดับตำนานอย่าง องค์บาก และ ต้มยำกุ้งอำนวยการสร้างโดย สมฤกษ์ ร่วมบุญ (บริษัท ปั้นฉาย สตูดิโอ จำกัด) และสองผู้กำกับรุ่นใหม่ไฟแรงอย่าง รศ.ดร.นิยม วงศ์พงษ์คำ (ตำแหน่งรองอธิการบดีฝ่ายศิลปวัฒนธรรมและเศรษฐกิจสร้างสรรค์มหาวิทยาลัยขอนแก่น) และ ผศ.ดร.ปรีชาสาคร (อาจารย์ประจำวิชาภาคนิเทศศาสตร์มหาวิทยาลัยมหาสารคาม) พร้อมทั้งทีมนักแสดงชุดใหญ่ ประกอบด้วยคู่พระ-นางภณ-ณวัสน์, มุก-มุกดา, บี๋-ธีรพงษ์,ยะสะกะ ไชยสร, นพพล มณีพันธ์ร่วมพิธีบวงสรวงอย่างยิ่งใหญ่ บริเวณหน้าศาลพระพิฆเนศ ณ ลานด้านหน้าศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ เพื่อเป็นสิริมงคลแด่ทีมงานและนักแสดงก่อนเดินหน้าถ่ายทำ

โดย “พระไม้” คือภาพยนตร์สยองขวัญที่หยิบเอาเรื่องราวพื้นถิ่นอีสานมาผสมผสานกับเหตุการณ์ยุคใหม่ พาไปสำรวจมิติอันน่าสะพรึงกลัวของ “พระไม้” ที่บ้างก็ว่าเป็นวัตถุมงคล บ้างก็ว่าเป็นวัตถุอันตราย แต่ท้ายที่สุดแล้ว “พระไม้” จะนำไปสู่เหตุการณ์ชวนขนลุกอย่างไรบ้าง ต้องไปร่วมพิสูจน์กันในโรงภาพยนตร์ โดยหนังจะเล่าถึงนักโบราณคดีหญิงที่ถูกทิ้งให้รับภาระหนี้สินจำนวนมหาศาล หลังพ่อของเธอหายตัวไปอย่างลึกลับในป่าลึกระหว่างเดินทางไปสำรวจหาน้ำมัน ไม่นานเธอก็ได้ค้นพบว่า การเสียชีวิตของพ่ออาจเกี่ยวพันกับ “พระไม้”สิ่งลี้ลับโบราณที่พ่อของเธอกับเพื่อนๆ ถูกส่งต่อกัน นำไปสู่ความตายอันน่าสะพรึงกลัวตามลำดับ เธอจึงพยายามสืบหาต้นตอของความน่ากลัวสิ่งนี้ นำไปสู่เหตุการณ์สุดสยองและอันตราย เกินกว่าที่เธอจะรับไหวสำหรับโปรเจกท์ภาพยนตร์ “พระไม้” ได้สองนักแสดงสุดร้อนแรงอย่าง ภณ-ณวัสน์ ภู่พันธัชสีห์ และ มุก-มุกดา นรินทร์รักษ์มาประกบกันบนจอใหญ่เป็นครั้งแรกซึ่งในเรื่องนี้ มุก-มุกดาสวมบทเป็น แพง นักโบราณคดีสาวที่ต้องสืบหาความจริงเกี่ยวกับการหายตัวไปอย่างลึกลับของพ่อ นำไปสู่การเกี่ยวพันกับพระไม้โบราณ ของอาถรรพ์จากบรรพกาลที่ไม่ควรมีใครต้องยุ่งเกี่ยว และในขณะที่ ภณ-ณวัสน์ สวมบท เอก ตำรวจหนุ่มไฟแรง ทายาทนักธุรกิจขุดเจาะน้ำมันที่เป็นมิตรสหายกับพ่อของแพง ที่ต้องช่วยเหลือแพงตามคำขอของพ่อ เพื่อเริ่มสืบสวนเรื่องราวลึกลับที่เกิดขึ้นแต่เมื่อทั้งคู่ยิ่งสืบ กลับยิ่งค้นพบความจริงเกินกว่าที่พวกเขาจะคาดคิด สำหรับภาพยนตร์สยองขวัญ “พระไม้” กำลังเดินหน้าถ่ายทำและเตรียมวางโปรแกรมเข้าฉายภายในปี 2568 ในโรงภาพยนตร์ โดยแม้จะเพิ่งเริ่มเปิดกล้องถ่ายทำ แต่เหล่าบรรดาคอหนังสยองขวัญก็เริ่มพูดถึง และยกให้เป็นอีกหนึ่งหนังไทยฟอร์มดีที่น่าจับตามองแห่งปีแล้ว

‘รอยสัก’ ซิงเกิ้ลใหม่จาก Jigsaw Story เมื่อความทรงจำลบไม่ได้ ก็เรียนรู้ที่จะอยู่กับมัน

‘รอยสัก’ ซิงเกิ้ลใหม่จาก Jigsaw Story เมื่อความทรงจำลบไม่ได้ ก็เรียนรู้ที่จะอยู่กับมัน

‘รอยสัก’ ซิงเกิ้ลใหม่จาก Jigsaw Story เมื่อความทรงจำลบไม่ได้ ก็เรียนรู้ที่จะอยู่กับมัน

วันเสาร์ ที่ 28 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

“รอยสัก”ซิงเกิ้ลใหม่ล่าสุดจาก Jigsaw Story สังกัดค่าย 19 (ไนน์ทีน)เพลงที่นำเสนอเรื่องราวความทรงจำที่ยังคงฝังแน่นในใจ แม้เวลาจะผ่านไปนานเท่าไหร่ก็ตาม เพลงนี้เปรียบเทียบความรู้สึกที่ลบไม่ออกเหมือนกับ “รอยสัก” ที่ฝังลึกลงในผิวหนังเช่นเดียวกับการที่บางคนยังคงอยู่ในใจเรา ไม่ว่าเวลาผ่านไปนานแค่ไหนก็ยังมีร่องรอยของแผลใจอยู่อย่างนั้นเรียกได้ว่าเป็นเพลงสำหรับคนที่ลืมใครสักคนไม่ได้ยังแอบนึกถึงเขาอยู่บ่อยครั้งทั้งในเวลาที่เห็นสิ่งของต่างๆ หรือผ่านสถานที่เก่าๆ ที่เคยไปด้วยกันความทรงจำก็จะย้อนกลับไปคิดถึงช่วงเวลานั้น แม้เขาคนนั้นจะไม่ได้อยู่ในชีวิตเราอีกแล้วก็ตาม

ในส่วนของดนตรี Jigsaw Story เลือกสไตล์ TRAP SOUL ที่ใช้ AUTO TUNE และตั้งใจใช้แร็พเมโลดี้ในการถ่ายทอดเพื่อให้ผู้ฟังเข้าถึงความหมายเพลงได้ง่ายกว่าการสาดแร็พโดยมิวสิกวีดีโอเพลงนี้ได้ผู้กำกับหน้าใหม่มากความสามารถอย่าง “Delray” ที่เคยร่วมงานกันมาแล้วในเพลง “ประปราย” มากำกับอีกครั้งโดย Delray ใช้การเล่าเรื่องผ่านสตอรี่ไลน์ที่สะท้อนถึงร่องรอยของความทรงจำ ทำให้ผู้ชมเข้าใจความรู้สึกที่ถ่ายทอดในเพลง “รอยสัก” ได้ลึกซึ้งยิ่งขึ้นสำหรับใครที่ยังมีคนบางคนติดอยู่ในใจยังจมอยู่กับความทรงจำที่ไม่มีวันลบเลือน สามารถฟังเพลง“รอยสัก”- Jigsaw Story ได้แล้วทุกช่องทางสตรีมมิ่งและรับชมมิวสิกวีดีโอได้ที่ : https://youtu.be/8XfsXetIIcE?si=us-rGRIovu3vGBCc

‘มิ้วส์มีบ้าน มิ้วส์มีรถ’และล่าสุด‘มิ้วส์’ก็มีมงกับตำแหน่งมิสแกรนด์ชลบุรี

‘มิ้วส์มีบ้าน มิ้วส์มีรถ’และล่าสุด‘มิ้วส์’ก็มีมงกับตำแหน่งมิสแกรนด์ชลบุรี

‘มิ้วส์มีบ้าน มิ้วส์มีรถ’และล่าสุด‘มิ้วส์’ก็มีมงกับตำแหน่งมิสแกรนด์ชลบุรี

วันเสาร์ ที่ 28 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ลูกทุ่งสาว EDM ตัวจี๊ด แห่งบ้านแกรมมี่โกลด์ “มิ้วส์เชค อรภัสญาน์” ที่นอกจะเป็นศิลปินสายพลังเสียง สายแดนซ์แล้ว ล่าสุดยังได้รับสายสะพายพร้อมมงกุฎประจำตำแหน่ง มิสแกรนด์ชลบุรี มาครองเป็นที่เรียบร้อยด้วยความสวยและความสามารถที่เข้าตากรรมการบวกกับเอนเนอร์จี้ที่พร้อมใช้งานของสาวมิ้วส์เชค ที่แอ๊กทีฟอยู่ตลอดเวลาเรียกได้ว่าสมมงสุดๆ

และเพื่อเป็นการฉลองมงกุฎ มิ้วส์เชคเลยขอส่งต่อความจี๊ด ในโปรเจกท์ “มิ้วส์เชคจี๊ด ซี๊ดกระแซะมง”ปล่อยเพลง COVER สไตล์ EDM ถึง 5 เพลงรวด กับเพลง “กระแซะเข้ามาซิ,ผู้ชายในฝัน, กอดคนนอกใจ, โอ๊ะ โอ๊ย,ทนได้ทุกที” เป็นจังหวะตื๊ดๆ โดนใจวัยรุ่น ที่เคยสร้างสีสันให้วงการเพลงลูกทุ่งมาแล้ว อย่างเพลง “หนูไม่รู้” ที่ทำยอดวิวทะยานสู่ 5 ล้านวิวอย่างรวดเร็ว ลองเข้าไปหาชมกันได้แล้ว ทางช่องYouTube Grammy Gold Official และฝากเป็นกำลังใจให้ มิ้วส์เชค ในทุกๆ บทบาทหน้าที่ ไม่ว่าจะเป็นศิลปิน นักแสดง รวมไปถึงนางงาม เข้าไปส่งกำลังใจได้ทุกแพลตฟอร์มเลยจ้า