ผลการตัดสินผู้ได้รับพระราชทานรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล ประจำปี 2567

https://www.naewna.com/lady/844274

ผลการตัดสินผู้ได้รับพระราชทานรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล ประจำปี 2567

ผลการตัดสินผู้ได้รับพระราชทานรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล ประจำปี 2567

วันศุกร์ ที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ศ.คลินิก นพ.สุพัฒน์ วาณิชย์การ, ศ.ดร.นพ.ประสิทธิ์ วัฒนาภา, ศ.นพ.อภิชาติ อัศวมงคลกุล, นิกรเดช พลางกูร แถลงข่าว

มูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล ในพระบรมราชูปถัมภ์ โดย ศาสตราจารย์นายแพทย์อภิชาติอัศวมงคลกุล คณบดีคณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล ในฐานะรองประธานมูลนิธิฯ นิกรเดช พลางกูร อธิบดีกรมสารนิเทศ กระทรวงการต่างประเทศ ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการฝ่ายประชาสัมพันธ์ มูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล ในพระบรมราชูปถัมภ์ และ ศาสตราจารย์ ดร. นายแพทย์ประสิทธิ์ วัฒนาภา ประธานคณะกรรมการรางวัลนานาชาติ มูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล ในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้ร่วมกันแถลงผลการตัดสินผู้ได้รับพระราชทานรางวัลสมเด็จ เจ้าฟ้ามหิดล ครั้งที่ 33 ประจำปี 2567 ณ ห้องสมเด็จพระบรมราชชนก ตึกสยามินทร์ ชั้น 2 โรงพยาบาลศิริราช

สำหรับผู้ได้รับพระราชทานรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล ประจำปี 2567สาขาการแพทย์ ได้แก่ ศาสตราจารย์ ดร.โทนี ฮันเตอร์ (Professor Dr.Tony Hunter, Ph.D.) จาก สหราชอาณาจักร / สหรัฐอเมริกา

สาขาการสาธารณสุข ได้แก่ ศาสตราจารย์โจนาธาน พี. เชฟเพิร์ด (Professor Dr.JonathanP. Shepherd, D.D.Sc,Ph.D.) จากสหราชอาณาจักร

รางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล เป็นรางวัลที่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้จัดตั้งขึ้น เพื่อถวายเป็นพระราชานุสรณ์แด่สมเด็จพระมหิตลาธิเบศรอดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก ในโอกาสจัดงานเฉลิมฉลอง 100 ปี แห่งการพระราชสมภพ 1 มกราคม 2435 ดำเนินงานโดยมูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล ในพระบรมราชูปถัมภ์ ซึ่งสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเป็นประธานมอบรางวัลให้แก่บุคคลหรือองค์กรทั่วโลกที่มีผลงานดีเด่นเป็นประโยชน์ต่อมวลมนุษยชาติ ทางด้านการแพทย์ 1 รางวัล และด้านการสาธารณสุข 1 รางวัล เป็นประจำทุกปีตลอดมา แต่ละรางวัลประกอบด้วย เหรียญรางวัล, ประกาศนียบัตร และเงินรางวัล 100,000 เหรียญสหรัฐ

ศาสตราจารย์ ดร. โทนี ฮันเตอร์

โดยในปีนี้ มีผู้ได้รับการเสนอชื่อเข้ารับพระราชทานรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล ประจำปี 2567 รวมทั้งสิ้น73 ราย จาก 29 ประเทศ อีกทั้งคณะกรรมการที่ปรึกษาทางวิชาการได้พิจารณากลั่นกรอง และคณะกรรมการรางวัลนานาชาติ ได้นำรายชื่อของผู้ได้รับการเสนอชื่อระหว่างปี (2564 – 2566) มาพิจารณาร่วมด้วย และนำเสนอต่อคณะกรรมการมูลนิธิฯ ซึ่งสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเป็นประธาน พิจารณาตัดสินเป็นขั้นสุดท้ายเมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567

สำหรับผู้ได้รับพระราชทานรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล ประจำปี 2567 สาขาการแพทย์ ศาสตราจารย์ ดร.โทนี ฮันเตอร์ สำเร็จการศึกษาทั้งระดับปริญญาตรี ปริญญาโท และปริญญาเอกในงานวิจัยเกี่ยวกับการสังเคราะห์โปรตีน จากมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ สหราชอาณาจักร ต่อมาเป็นนักวิจัยที่สถาบันซอล์กเพื่อการศึกษาชีววิทยา สหรัฐอเมริกา ตั้งแต่ปี พ.ศ.2518 จนถึงปัจจุบัน

ผลงานวิจัยสำคัญ คือการค้นพบเป็นครั้งแรกเกี่ยวกับเอนไซม์ ไทโรซีนไคเนส (Tyrosine Kinase) และกระบวนการฟอสโฟรีเลชั่น (Phosphorylation) ซึ่งเป็นการเติมโครงสร้างหมู่ฟอสเฟตที่กรดอะมิโนไทโรซีนในโปรตีน กระบวนการดังกล่าวถือเป็นกลไกพื้นฐานของการส่งสัญญาณภายในเซลล์ ที่ควบคุมการเจริญเติบโตและการทำงานของเซลล์ การกระตุ้นการทำงานของเอนไซม์ไทโรซีน ไคเนส ที่ผิดปกติ เช่น โดยไวรัสหรือสารที่ก่อโรคมะเร็ง ซึ่งสามารถส่งสัญญาณกระตุ้นดังกล่าวผ่านเยื่อหุ้มเซลล์ นำไปสู่การทำงานของกระบวนการเติมโครงสร้างหมู่ฟอสเฟตที่มากผิดปกติของโปรตีนภายในเซลล์ เป็นกลไกสำคัญที่ทำให้เปลี่ยนเซลล์ปกติให้กลายเป็นเซลล์มะเร็งได้

ศาสตราจารย์ ดร.โจนาธาน พี. เชฟเพิร์ด

ความเข้าใจในกลไกดังกล่าวนำไปสู่การพัฒนาการรักษาโรคมะเร็งแบบมุ่งเป้า (targeted therapy) ได้โดยการยับยั้งการทำงานของเอนไซม์ไทโรซีนไคเนสเกิดการพัฒนายาที่สามารถยับยั้งเซลล์มะเร็งได้อย่างมีประสิทธิภาพจำนวนมากมาย ไม่น้อยกว่า 86 ตัว เช่น อิมาทินิบ(Imatinib, Gleevec™) ซึ่งใช้รักษามะเร็งเม็ดเลือดขาว และสร้างความก้าวหน้าให้กับการรักษาและวิจัยด้านโรคมะเร็งอย่างกว้างขวาง เป็นประโยชน์ต่อสุขภาพอนามัยของมวลมนุษย์ได้หลายร้อยล้านคนทั่วโลก

ส่วนสาขาการสาธารณสุข ศาสตราจารย์ ดร.โจนาธาน พี. เชฟเพิร์ด สำเร็จการศึกษาทันตแพทยศาสตรบัณฑิตจากคิงส์คอลเลจ มหาวิทยาลัยลอนดอน มหาบัณฑิตจากการฝึกอบรมเฉพาะทางด้านศัลยกรรมช่องปาก มหาวิทยาลัยออกซฟอร์ด และดุษฎีบัณฑิตจากมหาวิทยาลัยบริสตอล สหราชอาณาจักร เคยดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการกลุ่มวิจัยด้านความรุนแรงของมหาวิทยาลัยคาร์ดิฟฟ์กว่า 22 ปี

ผลงานสำคัญ คือการริเริ่มสร้าง “คาร์ดิฟฟ์โมเดลเพื่อป้องกันเหตุความรุนแรง” (Cardiff Model for Violence Prevention) เครื่องมือและนวัตกรรมด้านสาธารณสุขที่สำคัญสำหรับการลดเหตุความรุนแรงจากการศึกษาวิจัยของศาสตราจารย์เชฟเพิร์ด พบว่า ปัญหาอาชญากรรมที่รุนแรงนำไปสู่การที่ผู้ป่วยมารับการรักษาที่แผนกฉุกเฉินของโรงพยาบาลจำนวนมาก แต่เหตุดังกล่าวส่วนใหญ่ไม่ได้มีการรายงาน ทำให้เจ้าหน้าที่ด้านการบังคับใช้กฎหมายไม่ได้รับทราบมากถึงร้อยละ 75 จึงได้มีการเชื่อมโยงข้อมูลของเหตุรุนแรงระหว่างโรงพยาบาลและตำรวจ เพื่อวิเคราะห์สถานที่ซึ่งเกิดเหตุบ่อย วันเวลาที่เกิดเหตุ ขนาดและประเภทของความรุนแรงนำไปสู่การสร้างเป็นคาร์ดิฟฟ์โมเดล สามารถใช้ในการวางแผนป้องกันเหตุความรุนแรงได้อย่างมีประสิทธิภาพ และทำให้จำนวนผู้ป่วยที่ต้องมาแผนกฉุกเฉินลดลงอย่างมีนัยสำคัญถึงร้อยละ 42 อีกทั้งยังช่วยลดค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวเนื่องกับการบาดเจ็บได้จำนวนมาก

ศาสตราจารย์ ดร.เชฟเพิร์ด ได้ริเริ่ม และพัฒนาคาร์ดิฟฟ์โมเดล ระหว่างปี พ.ศ. 2540 – 2544 จนสมบูรณ์แบบและนำมาใช้เป็นครั้งแรกในเมืองคาร์ดิฟฟ์เมืองหลวงของเวลส์ และในอีกหลายประเทศ องค์การอนามัยโลกยังได้นำไปใช้สำหรับการป้องกันความรุนแรงในเด็ก รวมถึงศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งสหรัฐอเมริกาก็ได้นำไปประยุกต์ใช้เช่นเดียวกัน

เหรียญรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล

ไอคอนสยามจัดงาน ACCESS BANGKOK ART FAIR ยกระดับประเทศไทยสู่พื้นที่แสดงศิลปะระดับโลก

https://www.naewna.com/lady/844236

ไอคอนสยามจัดงาน ACCESS BANGKOK ART FAIR  ยกระดับประเทศไทยสู่พื้นที่แสดงศิลปะระดับโลก

ไอคอนสยามจัดงาน ACCESS BANGKOK ART FAIR ยกระดับประเทศไทยสู่พื้นที่แสดงศิลปะระดับโลก

วันศุกร์ ที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ไอคอนสยาม ชวนคนรักงานศิลปะเปิดประสบการณ์ครั้งสำคัญบนเวทีศิลปะระดับโลก ACCESS BANGKOK ART FAIR งานแสดงศิลปะนานาชาติในมิติใหม่ครั้งแรกของไทย ที่เปิดพื้นที่แสดงงานศิลปะพร้อมกันทั้งออฟไลน์และออนไลน์ จัดโดย ARTMEETSLIFE (AML) ร่วมกับ ARTUE จากเกาหลี ณ The Pinnacle Hall ชั้น 8 ไอคอนสยาม ระหว่างวันที่ 5-7 ธันวาคม 2567

ARTMEETSLIFE (AML) และ ARTUE จากเกาหลีมีความเชี่ยวชาญระดับโลกในการจัดงานแสดงศิลปะในแพลตฟอร์มดิจิทัลล้ำสมัย ACCESS BANGKOK ART FAIR จึงโดดเด่นด้วยการมีห้องชมผลงาน Online Viewing Room (OVR) แบบอิมเมอร์ซีฟ ให้นักสะสมและผู้ชื่นชอบศิลปะทั่วโลกสามารถเลือกชมและซื้อผลงานศิลปะได้ทางออนไลน์ ซึ่งแพลตฟอร์มดิจิทัลนี้เข้าถึงได้แม้หลังจบงานไปแล้ว เพื่อเชื่อมต่อผู้จัดแสดงกับผู้ชมทั่วโลก

ACCESS BANGKOK ART FAIR คัดสรรผลงานจากแกลเลอรี 30 แห่ง โดยมาจากแกลเลอรีชั้นนำของเกาหลี 12 แห่ง เช่น Johyun Gallery, Gallery 2, ThisWeekendRoom, A-Lounge Contemporary, Baik Art และ Gallery Soso ซึ่งแกลเลอรีเหล่านี้มีบทบาทในการผลักดันศิลปินรุ่นใหม่ของเกาหลีสู่เวทีโลกมาแล้ว ส่วนของไทยเป็นแกลเลอรีชื่อดังในกรุงเทพฯ 9 แห่ง ซึ่งมีรูปแบบงานศิลปะที่หลากหลายมาก เช่น Nova Contemporary, SAC Gallery, Gallery VER, Warin Lab Contemporary และ Tang Contemporary Art ที่มีชื่อเสียงระดับนานาชาติ พร้อมด้วยแกลเลอรีอีก 9 แห่งจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และภูมิภาคอื่น ๆ เช่น A+ WORKS of ART จากกัวลาลัมเปอร์, The Drawing Room จากมะนิลา และ Richard Koh Projects จากสิงคโปร์ ช่วยยกระดับการเป็นตัวแทนของภูมิภาคและเพิ่มมิติระดับโลกให้กับงานที่จัดขึ้นเป็นครั้งแรกในประเทศไทย

ทั้งนี้ ACCESS BANGKOK ART FAIR จัดขึ้นในช่วงเวลาสำคัญของวงการศิลปะในกรุงเทพฯ ที่รวมแกลเลอรี ศิลปิน นักสะสมทั้งในประเทศและต่างประเทศ ผนึกกำลังจากหน่วยงานต่างๆ รวมถึงไอคอนสยาม เพื่อยกระดับประเทศไทยให้เป็นจุดหมายปลายทางสำคัญในตลาดศิลปะระดับโลก เปิดให้เข้าชมโดยไม่มีค่าใช้จ่าย ตั้งแต่วันที่ 5-7 ธันวาคม 2567 ที่ The Pinnacle Hallชั้น 8 ไอคอนสยาม มาร่วมสัมผัสการผสมผสานของศิลปะ วัฒนธรรม และเทคโนโลยี ครั้งพิเศษนี้ด้วยกัน

คุณแหน : 29 พฤศจิกายน 2567

https://www.naewna.com/lady/844268

คุณแหน : 29 พฤศจิกายน 2567

คุณแหน : 29 พฤศจิกายน 2567

วันศุกร์ ที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

●● ประเสริฐ จันทรรวงทอง นำคณะผู้บริหารกระทรวงดีอี และ ดีป้า เยี่ยมชมมหกรรมระดับโลก Slush 2024 : Metamorphosis -A Call for Radical Transformation ณ สาธารณรัฐฟินแลนด์ พร้อมหารือผู้จัด หวังดึงจัดงานในประเทศไทย เพื่อให้เกิดการกระตุ้นเศรษฐกิจ และสร้างความเชื่อมั่นแก่นักลงทุนและบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำระดับโลก พร้อมก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางด้านดิจิทัลของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (ASEAN Digital Hub)..

●● อนุรัตน์ธรรมประจำจิต รอง ผวจ.ศรีสะเกษ เป็นประธานประกอบพิธีสู่ขวัญบ้านบายศรีเมือง รุ่งเรือง 242 ปีจ.ศรีสะเกษ ณ ลานออดหลอด อนุสรณ์ 238 ปีจ.ศรีสะเกษ โดยมี พระพรหมวชิโรดม เจ้าคณะภาค 10 เป็นประธานฝ่ายสงฆ์..

●● ยินดีกับ พล.ต.ท.ยุทธนา ไทยภักดี ที่ได้เป็นประธานคณะอนุกรรมาธิการพิจารณาศึกษาคุณูปการของสถาบันพระมหากษัตริย์ ในคณะกรรมาธิการวิสามัญการพิทักษ์และเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ วุฒิสภา โดยมีคณะอนุกรรมาธิการเช่น ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล, วีระศักดิ์ วิจิตร์แสงศรี, วิรัตน์ รักษ์พันธ์, พล.ต.อ.อิทธิพล พิริยะภิญโญ, พล.ต.ต.ธิติพงศ์ เศรษฐีสมบัติ, พ.ต.อ.ไพรัตน์ ไพพรรณรัตน์, รศ.ดร.ปรีดี พิศภูมิวิถี, ผศ. (พิเศษ)ดร.อภิสิทธิ์ ฉัตรทนานนท์, ดร.ปิยพรรณ หันนาคินทร์,จันทวรรณ สุจริตกุล, ทวี จุลศักดิ์ศรีสกุล..

●● รศ.ภก.สุรกิจ นาฑีสุวรรณ คณบดีคณะเภสัชศาสตร์ มหิดล รศ.ดร.ภญ.มัลลิกา ชมนาวังและ รศ.ดร.ภญ.วิลาสินี หิรัญพานิช ซาโตะ ไปประชุมวิชาการนานาชาติ The 2nd PharmaceuticalSciences Asia Conference 2024..

●●มิตรสหายยินดีกับ อนุพงศ์ สุขสมนิตย์ได้เป็นกรรมการในคณะกรรมการการไฟฟ้านครหลวง..

●● ดร.ณัฐวิญญ์ ชวเลิศพรศิยานำชาวคณะ Net Zero CEO กว่า 40 คน ไปดูงานเทคโนโลยีที่ชลบุรีระยอง งานนี้ กิตติสัณห์ลาภวัฒนะมงคล, เข็มอัปสร สิริสุขะ, ธนาศักดิ์ ทรัพย์หิรัญกุล, ชลธิดา โพธิสมภรณ์, สิรินธนศรีวนิชชัย, สุทธิพัณ พิศาลบุตร, ลดาวัลย์ ดำเนินชาญวนิชย์, กันยารัตน์ โชคอุ่นกิจ, บุปผา กวินวศิน, อัญญาวีร์ เตชภัทร์อังกูร, ดร.ชโลธรบุญเหลือ, กวิน โตวงศ์ศรีเจริญ, ภรณีเริงประเสริฐวิทย์, อัจฉรา ปู่มี ไม่พลาด..

●● เพื่อนๆ ยินดีกับ ชนะ ทัดท่าทราย ที่ได้เป็น รองกรรมการ ผอ.ใหญ่ ดูแลภารกิจด้านทรัพยากรบุคคล และด้านการเงิน บจ.วิทยุการบินแห่งประเทศไทย..

●● ทรรฐวิลี วิวัชร์ธนคุณ วันเกิดปีนี้เดินสายทำบุญไหว้หลวงพ่อปาน วัดบางนมโคหลวงพ่อฤๅษีลิงดำ วัดท่าซุง และหลวงพ่อเดิม จ.นครสวรรค์..

●● คณะกรรมการ BCC รุ่น 129ร่วมอาลัยกับการจากไปของเพื่อนร่วมรุ่น ยิ่งศักดิ์ตีรสวัสดิชัย..

●● ขอแสดงความเสียใจกับ ดารณี วัธนเวคิน ที่สูญเสียคุณแม่อุดมวัธนเวคิน สวดพระอภิธรรม 28 พ.ย.-3 ธ.ค. 18.30 น. ศาลา 1 วัดเทพศิรินทราวาส.. 1 ธ.ค.18.30 น. สมาคมธรรมศาสตร์ฯ เป็นเจ้าภาพ และ4 ธ.ค. พิธีกงเต๊ก แล้วบรรจุ…

●● ขอชวนเชิญทุกคนมาเที่ยวแบบ Amazing ในงานกาชาดประจำปี 2567 ณ สวนลุมพินี 11-22 ธ.ค.นี้เตรียมพบกับกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติฯ“ทศมราชา 72 พรรษา ถวายพระพร” ด้วยระบบแสงสีเสียงตระการตา ลุ้นเสี่ยงโชคได้บุญ เสี่ยงทายได้กุศล อิ่มอร่อยกับร้านอาหารสภากาชาดไทยและสตรีทฟู้ดกว่า 100 ร้านค้า สนุกกับเกมการละเล่นและกิจกรรมความบันเทิงอื่นๆ อีกมากมาย งานกาชาดประจำปี 2567 วันที่11-22 ธ.ค. ณ สวนลุมพินี 11.00-22.00 น.วันสุดท้ายปิด 23.00 น. และบนแพลตฟอร์มออนไลน์ที่ http://www.iredcross.org ตลอด 24 ชั่วโมง..●●

น้องใหม่

Wrapped in Burberry : Home & Decor ตกแต่งบ้านต้อนรับเทศกาลแห่งความสุขไปกับเบอร์เบอรี่

https://www.naewna.com/lady/844242

Wrapped in Burberry : Home & Decor  ตกแต่งบ้านต้อนรับเทศกาลแห่งความสุขไปกับเบอร์เบอรี่

Wrapped in Burberry : Home & Decor ตกแต่งบ้านต้อนรับเทศกาลแห่งความสุขไปกับเบอร์เบอรี่

วันศุกร์ ที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

เบอร์เบอรี่ (Burberry) ชวนทุกคนมาร่วมเฉลิมฉลองเทศกาลแห่งความสุขอันแสนพิเศษ และฤดูกาลแห่งการมอบของขวัญ กับ Wrapped in Burberry : Home & Decor คอลเลคชั่นสินค้าตกแต่งบ้าน ผลิตภัณฑ์สำหรับใช้ในบ้านและเครื่องหอมปรับอากาศภายในบ้าน ภายใต้การสร้างสรรค์ของ แดเนียล ลี

บ้าน คือหัวใจสำคัญของช่วงเวลาแห่งการเฉลิมฉลอง และของขวัญจากเบอร์เบอรี่ล้วนคัดสรรมาอย่างพิถีพิถันเพื่อถ่ายทอดอารมณ์แห่งฤดูกาลด้วยความอบอุ่นและความสุข ไม่ว่าจะเป็น หมอนและผ้าห่มที่ทำจากผ้าแคชเมียร์ทอในสกอตแลนด์ในลวดลายตาราง Burberry Check แบบคลาสสิก จับคู่กับถุงเท้าผ้าวูลสีสันสดใสในลายตารางประจำฤดูกาล

นอกจากนี้ เบอร์เบอรี่ ยังภูมิใจนำเสนอเทียนหอมโฉมใหม่สลักลาย Equestrian Knight Design สามกลิ่นใหม่ที่ชวนให้นึกถึงบรรยากาศของฤดูกาลในโลกภายนอก ได้แก่ กลิ่น Woodfire and Clove ในสี Knight Blue กลิ่น Ivy and Sandalwood ในสี Ivy Green และ กลิ่น Ginger and Caramel ในสี Hunter Taupe โดยกลิ่นหอมเหล่านี้จะช่วยสร้างสมดุลระหว่างความอบอุ่นและความสดชื่น เพื่อนำบรรยากาศกลางแจ้งเข้ามาสู่บ้านของเรา

และเพื่อต้อนรับฤดูกาลแห่งการมอบของขวัญ เบอร์เบอรี่ได้เปิดตัวชุดผ้าเช็ดจานที่รวบรวมสูตรอาหารและของหวานแบบอังกฤษคลาสสิก เช่น บีฟเวลลิงตัน อีตันเมส และพายมินซ์ ผ้าเช็ดจานที่ทอจากผ้าลินินพิมพ์ลายภาพอาหารวาดด้วยมือ ชวนให้นึกถึงสูตรอาหารของครอบครัวที่ส่งต่อกันมาหลายชั่วอายุคน

ของขวัญสุดพิเศษจากเบอร์เบอรี่วางจำหน่ายแล้วที่หน้าร้านและทางออนไลน์

โมเดอร์นฟอร์ม จับมือ Hato Pet Wellness Center เปิดตัวสินค้าใหม่จากการศึกษาพฤติกรรมน้องแมวโดยเฉพาะ

https://www.naewna.com/lady/844235

โมเดอร์นฟอร์ม จับมือ Hato Pet Wellness Center  เปิดตัวสินค้าใหม่จากการศึกษาพฤติกรรมน้องแมวโดยเฉพาะ

โมเดอร์นฟอร์ม จับมือ Hato Pet Wellness Center เปิดตัวสินค้าใหม่จากการศึกษาพฤติกรรมน้องแมวโดยเฉพาะ

วันศุกร์ ที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

บริษัท โมเดอร์นฟอร์ม กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ตระหนักถึงการเติบโตอย่างรวดเร็วของเทรนด์การใช้ชีวิตระหว่างคนร่วมกับสัตว์เลี้ยง หนึ่งในไลฟ์สไตล์ของคนยุคใหม่ที่เรียกว่า “Pet Lover” บริษัทฯ จึงขยายไลน์สินค้าไปสู่กลุ่มเฟอร์นิเจอร์เพื่อสัตว์เลี้ยง โดยตลอดระยะเวลา 2 ปีที่ผ่านมา ได้พัฒนาสินค้าในกลุ่มนี้อย่างต่อเนื่องและได้รับการตอบรับที่ดีจากผู้บริโภค จับมือกับ Hato Pet Wellness Center ศูนย์บริการด้านสุขภาพสัตว์เลี้ยงแบบครบวงจร ที่มีความเชี่ยวชาญด้านการแพทย์ป้องกัน (Preventive Medicine) ร่วมกันออกแบบและพัฒนาสินค้าที่เข้าใจพฤติกรรมของสัตว์เลี้ยงอย่างแท้จริง

ล่าสุดร่วมกันเปิดตัวสินค้าใหม่ “MARU” (Cat Bedcare) เฟอร์นิเจอร์ที่ออกแบบสำหรับคนรักแมวโดยเฉพาะ และสามารถใช้ได้กับน้องหมาตัวเล็กด้วยเช่นกัน โดยเน้นแนวคิดการออกแบบสินค้าที่พัฒนาขึ้นจากการศึกษา เรียนรู้และเข้าใจพฤติกรรมของแมวอย่างลึกซึ้งด้วยดีไซน์มินิมัล ทันสมัย เหมาะกับทุกสไตล์การตกแต่งบ้าน และความอเนกประสงค์ในการใช้งาน (Multi-Purpose) ที่สามารถปรับเปลี่ยนได้ตามความต้องการของผู้เลี้ยงและสัตว์เลี้ยงอย่างลงตัว

นายกิติพัฒก์ เนื่องจำนงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการ บริษัท โมเดอร์นฟอร์ม กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) กล่าวถึงการพัฒนาผลิตภัณฑ์ในครั้งนี้ว่า “แนวโน้มของการเลี้ยงสัตว์ในปัจจุบันเปลี่ยนไปมาก การออกแบบสินค้าเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค ที่พัฒนามาจาก Pain Point และ Insight จึงเป็นเรื่องที่สำคัญ เมื่อไลฟ์สไตล์เปลี่ยนแปลงไป การออกแบบสินค้าที่เข้าใจทั้งผู้เลี้ยงและสัตว์เลี้ยงจึงเป็นสิ่งที่ควบคู่กัน การใช้งานสินค้า ต้องทำให้สัตว์เลี้ยงรู้สึกผ่อนคลาย มีความสุข และมีคุณภาพชีวิตที่ดียิ่งขึ้น สินค้าที่เราตั้งใจออกแบบทุกชิ้น สะท้อนแนวคิด Pet Centric ซึ่งเน้นความต้องการของสัตว์เลี้ยงเป็นหลัก เราภูมิใจที่ได้ร่วมมือกับ Hato Pet Wellness Center ในการร่วมกันพัฒนาสินค้าในครั้งนี้ และนอกจากรุ่น MURU แล้ว โมเดอร์นฟอร์มยังขยายไลน์สินค้าใหม่ในกลุ่ม Pet Space Series (PETiT) และ Pet Floor เพื่อตอบโจทย์ผู้เลี้ยงสัตว์และสัตว์เลี้ยงได้ครบวงจร”

พบกับสินค้า MARU (Cat Bedcare) ได้ที่โชว์รูมโมเดอร์นฟอร์ม สาขาสุขุมวิท 49, CDC และที่ Hato Pet Wellness Center ทุกสาขา สำหรับสินค้า Pet Space Series (PETiT) และ Pet Floor สามารถดูสินค้าได้ที่โชว์รูมโมเดอร์นฟอร์ม สาขาสุขุมวิท 49, CDC และ Hato สาขาพัฒนาการ เท่านั้น ติดตามข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ www.modernform.co.th, Facebook : Modernform Furniture, Line@ : Modernform Furniture หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02-0949999

‘พรรณี ซาเอกิ’กับรางวัลแห่งความภูมิใจ‘Prime Minister Road Safety Awards’2567

https://www.naewna.com/lady/844243

‘พรรณี ซาเอกิ’กับรางวัลแห่งความภูมิใจ‘Prime Minister Road Safety Awards’2567

‘พรรณี ซาเอกิ’กับรางวัลแห่งความภูมิใจ‘Prime Minister Road Safety Awards’2567

วันศุกร์ ที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

บริษัท อาร์.อาร์.ดี ออโต้โมทีฟ (ประเทศไทย) นำโดย นางพรรณี ซาเอกิ ประธานกรรมการบริหาร เข้ารับมอบรางวัล “Prime Minister Road Safety Awards” 2567 ประเภทหน่วยงานภาคเอกชน ในฐานะบริษัทฯ ที่มีผลงานดีเด่นด้านการรณรงค์และส่งเสริมการขับขี่ปลอดภัยให้กับพนักงานภายในองค์กรอย่างเป็นรูปธรรม จาก นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน/ประธานกรรมการศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน ในงานสัมมนาวิชาการระดับชาติ ครั้งที่ 16“สานพลังเข้มข้น สร้างกลไกเข้มแข็ง เพื่อถนนไทยปลอดภัย” หรือ “Road Safety Stronger Together” จากแผนงานสนับสนุนการป้องกันจราจรระดับจังหวัด (สอจร.) และ ศูนย์วิชาการขับขี่ปลอดภัยทางถนน ณ ศูนย์การประชุม อิมแพ็ค ฟอรั่ม อิมแพ็ค เมืองทองธานี

นางพรรณี ซาเอกิ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท อาร์.อาร์.ดี ออโต้โมทีฟ (ประเทศไทย) จำกัด หรือ R.R.D ผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ครบวงจรให้กับแบรนด์รถยนต์และรถจักรยานยนต์ระดับท็อป 5 ของโลก กล่าวว่า การที่บริษัทฯ ได้รับการคัดเลือกให้เข้ารับรางวัลระดับชาติครั้งนี้ ถือเป็นความภูมิใจและความสำเร็จของบริษัทฯ

“R.R.D เล็งเห็นถึงความสำคัญของการขับขี่ปลอดภัย จึงร่วมผลักดันอย่างจริงจังจนนำไปสู่ความร่วมมือกับศูนย์ฝึกขับขี่ปลอดภัยฮอนด้า ส่งผลให้พนักงานได้รับโอกาสในการเรียนรู้การขับขี่อย่างปลอดภัย การสวมหมวกนิรภัยทุกครั้ง และมีใบขับขี่ 100% ซึ่งการได้รับรางวัล Safety Riding Awards ติดต่อกัน 2 ปีซ้อนนั้น เกิดขึ้นจากความร่วมมือของพนักงานทุกคน และจากการรณรงค์อย่างต่อเนื่อง เราสามารถลดอุบัติเหตุอันเกิดจากการขับขี่และการเดินทางเป็น “0” ได้ตามเป้าหมายที่วางไว้

และเมื่อความสำเร็จในองค์กรสามารถวัดผลได้อย่างเป็นรูปธรรม เราจึงขยายการรณรงค์ออกไปสู่สังคมภายนอกจัดทำโครงการความปลอดภัยทางถนน โดยมีพนักงานทุกคนเป็นผู้ร่วมรณรงค์ เริ่มจากที่บ้านของพนักงาน ขยายไปสู่คนอื่นๆในชุมชนที่พนักงานอยู่อาศัย รวมทั้งเรายังเข้าไปรณรงค์ในโรงเรียน แจกหมวกนิรภัยให้กับเด็กนักเรียน และให้ความรู้ในการขับขี่”

ทั้งนี้ โครงการความปลอดภัยทางถนน มุ่งเน้น 8 กิจกรรมหลักคือ 1.วางนโยบายและโครงสร้างคณะทำงานความปลอดภัยทางถนนที่ชัดเจน, 2.กิจกรรมสวมหมวกกันน็อก 100%, 3.กิจกรรมฝึกอบรมขับขี่ปลอดภัยเบื้องต้น, 4.กิจกรรมการมีใบอนุญาตขับขี่ 100% 5.กิจกรรมรณรงค์ภายใน KYT, 6.กิจกรรมรณรงค์ร่วมมือหน่วยงานภายนอก, 7.การรายงานและสถิติอุบัติเหตุ ตรวจสอบความปลอดภัย 8.กิจกรรมส่งเสริม สนับสนุนการป้องกันจราจรระดับจังหวัด และจากการดำเนินการกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง ยกระดับมาตรการองค์กรและสามารถลดอุบัติเหตุ เป็น “0“ ทำให้บริษัทฯ ได้รับคัดเลือกเข้ารับมอบรางวัล “องค์กรต้นแบบด้านความปลอดภัยทางถนน” ระดับภูมิภาค ในปี 2566และเข้ารับรางวัลระดับประเทศ Prime Minister Road Safety Awards ปี 2567 ประเภทหน่วยงานภาคเอกชน ในงานสัมมนาวิชาการระดับชาติ “เรื่องความปลอดภัยทางถนน ครั้งที่ 16”เมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน 2567 ที่ผ่านมา

เพื่อฉลองรางวัลแห่งความภาคภูมิใจ บริษัท อาร์.อาร์.ดีออโต้โมทีฟ (ประเทศไทย) จะจัดโครงการฝึกอบรมขับขี่ปลอดภัย หลักสูตร Basic ประจำปี 2567 จัดการการอบรมทั้งภาคทฤษฎีและปฏิบัติ โดยวิทยากรจากศูนย์ขับขี่ปลอดภัยฮอนด้า ในวันที่ 29 พฤศจิกายน 2567 ณ ลานอเนกประสงค์ นิคมอุตสาหกรรมหนองแค จังหวัดสระบุรี ซึ่งเป็นที่ตั้งของบริษัท โดยเชิญทุกบริษัทที่อยู่ภายในนิคมอุตสาหกรรมหนองแค รวมทั้งประชาชนทั่วไปที่อาศัยอยู่รอบนอกนิคมอุตสาหกรรม เข้าร่วมกิจกรรมในงาน ซึ่งจัดขึ้นเป็นครั้งแรกเพื่อขยายความตั้งใจของ R.R.D ในการรณรงค์ขับขี่ปลอดภัยสู่สาธารณชนในวงกว้าง

“R.R.D มีความมุ่งมั่นที่จะมีส่วนร่วมช่วยเหลือสังคม เพื่อช่วยสนับสนุนให้สังคมในภาพรวมดียิ่งขึ้น โดยการทำกิจกรรมนี้นอกจากจะช่วยลดการเกิดอุบัติเหตุทางถนนและเพิ่มความปลอดภัยให้กับผู้ใช้รถใช้ถนนแล้ว ยังถือเป็นขวัญกำลังใจในการทำงานเพื่อความปลอดภัยของพนักงานในองค์กร รวมถึงชุมชน นิคมฯและสังคมส่วนรวม ซึ่งเป็นปรัชญาชีวิตและการทำงานที่ดิฉันยึดมั่นที่จะช่วยเหลือสังคมส่วนรวมให้เกิดความปลอดภัยอย่างเต็มกำลัง ดิฉันเชื่อเสมอว่า เราทุกคนสามารถช่วยเหลือสังคมได้จากจุดที่เราอยู่ โดยเฉพาะในเรื่องของความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของพนักงานทุกคน” นางพรรณี กล่าวในที่สุด

สมาคมศัลยแพทย์ฯ แนะพิจารณา 4 ปัจจัย เพื่อการศัลยกรรมที่ปลอดภัย

https://www.naewna.com/lady/844239

สมาคมศัลยแพทย์ฯ แนะพิจารณา 4 ปัจจัย เพื่อการศัลยกรรมที่ปลอดภัย

สมาคมศัลยแพทย์ฯ แนะพิจารณา 4 ปัจจัย เพื่อการศัลยกรรมที่ปลอดภัย

วันพฤหัสบดี ที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 16.18 น.

เพื่อเฉลิมฉลองความหลากหลายทางเพศ สมาคมศัลยแพทย์ตกแต่งแห่งประเทศไทย และสมาคมศัลยแพทย์ตกแต่งเสริมสวยแห่งประเทศไทย จัดงาน Make Beauty Safe for LGBTQAI+ วาระพิเศษเพื่อเน้นย้ำสาระสำคัญของการศัลยกรรมปลอดภัยที่ต้องพิจารณาถึง 4 ปัจจัยสำคัญ การเลือกแพทย์/วิสัญญีแพทย์ สถานพยาบาล เครื่องมือแพทย์ และการดูแลตัวเองหลังผ่าตัด พร้อมให้ข้อมูลการศัลยกรรมเต้านมและการเลือกใช้ซิลิโคนเต้านมสำหรับสาวข้ามเพศ แนะทุกการศัลยกรรมมีความเสี่ยงแต่หากพิจารณาจากแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือจะช่วยลดความเสี่ยงในการศัลยกรรมและได้ผลลัพธ์ที่พึงพอใจ โดยงานนี้ได้รับการสนับสนุนในบางส่วนจากบริษัทเครื่องมือแพทย์เกี่ยวกับการศัลยกรรมเสริมหน้าอก กลุ่มผลิตภัณฑ์สินค้าเมนเทอร์ โดยบริษัท จอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน เมดเทค (ประเทศไทย) จำกัด

ศ. นพ. อภิชัย อังสพัทธ์ นายกสมาคมศัลยแพทย์ตกแต่งแห่งประเทศไทย กล่าวว่า “ความปลอดภัย เป็นสิ่งสำคัญของศัลยกรรมทุกชนิด ขึ้นกับความรับผิดชอบของแพทย์ สถานพยาบาล ผู้ประกอบการ และทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ศัลยกรรมต่างจากธุรกิจอื่นที่ความเสียหายอาจส่งผลกระทบต่อเรื่องทรัพย์สินและชื่อเสียง แต่หากเกิดความเสียหายจากการศัลยกรรมอาจเกิดอันตรายต่อผู้รับบริการ  จึงขอส่งสาระสำคัญว่า Make Beauty Safe หรือ ศัลยกรรมปลอดภัย เป็นแก่นของการทุกศัลยกรรมตกแต่งและเสริมสวย หากขาดเรื่องความปลอดภัย เรื่องอื่นก็ไม่มีความหมาย แต่ถ้าเราสามารถรักษาความปลอดภัยไว้ได้ ศัลยกรรมนั้นเป็นเรื่องมีประโยชน์และมีความหมายต่อสังคม”

ภายในงานได้รับเกียรติจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญและอินฟลูเอ็นเซอร์ร่วมแบ่งปันประสบการณ์ ประกอบด้วย รศ. นพ. กิดากร กิระนันทวัฒน์  นพ. ปิติ รุจนเวชช์ นพ. พีรยะ กนกศิลป์ ผศ .พญ. พูนพิศมัย สุวะโจ พญ. วนันยา โพธิ์ชัย นพ. วิศรุต ศรีวงษ์เรืองกิจ นพ.  ศิวัตม์ ล้วนรักษา คุณกัญญ์วรา แก้วจีน คุณชนัญชิดา รุ่งเพชรรัตน์ และคุณฑิฆัมพร ฤทธิ์ธาอภินันท์ โดยมีแนวคิดที่เป็นประโยชน์ดังต่อไปนี้

อ. นพ. วิษณุ โล่ห์สิริวัฒน์ “แพทย์เป็นปัจจัยแรกๆ ที่ผู้รับบริการมักคิดถึงในเชิงของชื่อเสียงและการเป็นที่รู้จัก ในมุมมองของสมาคมวิชาชีพ ผู้รับบริการศัลยกรรมควรพิจารณาถึงความเชี่ยวชาญเฉพาะทางของศัลยแพทย์ด้านตกแต่งและเสริมสวย เพราะได้ผ่านการเรียนและฝึกฝนเฉพาะทาง 5-7 ปี เพื่อให้บริการบนพื้นฐานความปลอดภัยและแก้ไขขณะทำแล้วเกิดปัญหาที่ไม่คาดคิดเพื่อลดโอกาสเกิดความเสี่ยงต่างๆ ผู้รับบริการสามารถคัดกรองความเชี่ยวชาญของแพทย์เฉพาะทางได้ที่ เว็บไซต์สมาคมศัลยแพทย์ตกแต่งแห่งประเทศไทย และเว็บไซต์แพทยสภาที่มีข้อมูลการรับรองหลักสูตรเฉพาะทาง เนื่องจาก ศัลยกรรมเป็นบริการที่ไม่สามารถทดลองทำเหมือนบริการอื่นๆ ดังนั้น ไม่ควรรีบตัดสินใจ ควรปรึกษาแพทย์หลายท่าน จนพบแพทย์ที่เหมาะสมกับโจทย์ของตนเอง เมื่อคนไข้เลือกบริการบนพื้นฐานความปลอดภัยจะเป็นหัตถการเดียวที่ปลอดภัยทั้งชีวิต”

รศ. นพ. กิดากร กิระนันทวัฒน์  กล่าวว่า “ควรพิจารณาให้มีวิสัญญีแพทย์ ที่ดูแลเราทั้งก่อน หลัง และระหว่างการผ่าตัดเพื่อสังเกตุอาการและรายงานผลผู้ป่วยขณะที่ศัลยแพทย์ผ่าตัดอยู่ นอกจากนี้ เครื่องมือแพทย์ หรือ ยาเป็นเป็นอีกปัจจัยสำคัญของศัลยกรรมปลอดภัย ควรศึกษาหาข้อมูลและปรึกษาแพทย์ก่อนตัดสินใจ แพทย์ที่มีจรรยาบรรณจะบอกข้อดีข้อเสียของเครื่องมือแพทย์ และมีข้อมูลอ้างอิงไปที่งานวิจัยที่รองรับด้านความปลอดภัย เช่น ซิลิโคนเต้านม จะมีข้อมูลความปลอดภัย เช่น การในผู้ใช้ทั่วโลกและเป็นระยะเวลาเท่าไร เกิดความไม่ปลอดภัยกี่เปอร์เซ็นต์ สถานพยาบาลสะอาด ปลอดภัย ปัจจุบันสามารถดูเอกสารรับรองมาตรฐานจากราชการ เช่น กระทรวงสาธารณสุข และการดูแลตัวเองหลังผ่าตัด การเสริมหน้าอกเป็นผ่าตัดเสริมสวยทำแล้วควรจะดีขึ้น และความปลอดภัยมีความสำคัญมาก” 

ผศ .พญ. พูนพิศมัย สุวะโจ “การสื่อสารระหว่างคนไข้และแพทย์เป็นเรื่องสำคัญมาก ทุกอย่างในการผ่าตัดศัลยกรรมไม่ใช่เฉพาะเต้านม ควรเลือกแพทย์ที่รับฟังความต้องการของเรา พิจารณาบุคลิกเรา และเหตุผลในการทำหน้าอก  ให้เวลาพูดคุยเพื่อค้นหาความต้องการที่ชัดเจนและตรงกับที่แพทย์สามารถทำให้ได้  การสื่อสารที่ดีระหว่างแพทย์กับคนไข้จะช่วยให้ได้ผลลัพธ์ที่พึงพอใจและมีการแก้ไขน้อยลง”

ซิลิโคนสำหรับสาวข้ามเพศ

อ ปิติ “สำหรับสาวข้ามเพศ แพทย์จะฟังความต้องการของคนไข้ และพิจารณาในด้านกายภาพ เช่น ความกว้างจากฐานหน้าอกเดิม ความยืดหยุ่นของเนื้ คนไข้ที่เคยมีประวัติการได้ฮอร์โมน ที่นอกจากทำให้มีเนื้อหน้าอกแล้ว ทำให้ผิวนิ่ม จะช่วยให้การเสริมหน้าอกมีปัญหาน้อยกว่าในคนที่มีเนื้อตึงและแข็ง ปัจจัยดังกล่าวทำมาพิจารณาเลือกขนาดของซิลิโคน ปัจจุบันซิลิโคนมีรูปทรงที่แตกต่างกัน ทรงกลม ทรงหยดน้ำ หรือผิวที่แตกต่างกัน ผิวเรียบ หรือผิวทราย โดยทั่วไปผมมีแนวโน้มที่จะเลือกซิลิโคนทีมีงานวิจัยเรื่องความปลอดภัยรองรับ ได้รับ อย. จากไทยและสหรัฐอเมริกา การเลือกที่ถูกต้องทำให้ผลที่ออกมาแทบไม่ต่างกัน ปัจจุบันนอกจากคนไข้จะมาเสริมสวยแล้ว ยังต้องปลอดภัยในระยะยาวด้วย” 

ปัจจุบัน สมาคมศัลยแพทย์ตกแต่งแห่งประเทศไทย และสมาคมศัลยแพทย์ตกแต่งเสริมสวยแห่งประเทศไทยมีศัลยแพทย์ตกแต่งกว่า 400 รายชื่อสมาชิก ที่มีคุณสมบัติที่ได้รับอนุมัติและวุฒิบัตรผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางหรือผู้ทรงคุณวุฒิในหลักสูตรสาขาวิชาศัลยศาสตร์ตกแต่งและเสริมสร้าง (Thai Board of Plastic and Reconstructive Surgery) จากราชวิทยาลัยศัลยแพทย์แห่งประเทศไทยและแพทยสภา ตามหลักสูตรการฝึกอบรมเพื่อความรู้ความชำนาญในการประกอบวิชาชีพเวชกรรม สาขาศัลยศาสตร์ตกแต่งเป็นระยะเวลาของหลักสูตร 5 ปี และหลักสูตร 7 ปี โดยประชาชนสามารถ ค้นหารายชื่อเพื่อตรวจสอบศัลยแพทย์ตกแต่งจากเว็บไซต์ของสมาคม https://www.thprs.org หรือ เฟสบุ๊ค facebook.com/ThaiPRS

เฮิร์บไบรท์และบ้านหมอละออง กรุ๊ป ขยายตลาดส่งออกสู่กลุ่ม 6 ประเทศอ่าวอาหรับ (GCC) ส่งสินค้าสมุนไพรไทยมาตรฐานฮาลาล

https://www.naewna.com/lady/844237

เฮิร์บไบรท์และบ้านหมอละออง กรุ๊ป ขยายตลาดส่งออกสู่กลุ่ม 6 ประเทศอ่าวอาหรับ (GCC) ส่งสินค้าสมุนไพรไทยมาตรฐานฮาลาล

เฮิร์บไบรท์และบ้านหมอละออง กรุ๊ป ขยายตลาดส่งออกสู่กลุ่ม 6 ประเทศอ่าวอาหรับ (GCC) ส่งสินค้าสมุนไพรไทยมาตรฐานฮาลาล

วันพฤหัสบดี ที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 16.16 น.

เฮิร์บไบรท์ บริษัทในเครือบ้านหมอละออง กรุ๊ปและบ้านหมอละออง กรุ๊ป นำสินค้าพรีเมียมจากธรรมชาติสูตรสมุนไพรไทยที่ได้รับมาตรฐานฮาลาล (HALAL) ที่เป็นเรือธงของแบรนด์เฮิร์บไบรท์ (HERB BRIGHT) รุกตลาดส่งออก ด้วยการส่งน้ำมันอโรมา Herbal Freshness Nourishing Oil, น้ำมันสปาบำรุงผิว กลิ่น La Flora, พิมเสนน้ำ, ยาดมสมุนไพรไทย, แชมพูสมุนไพรพลูคาวแอ๊ดวานซ์, สบู่สมุนไพรพลูคาวแอ๊ดวานซ์ บาล์มสมุนไพรพลูคาวแอ๊ดวานซ์ และบาล์มสมุนไพร Herbal Soothing Balm ร่วมงาน Scent Arabia 2024 ที่ศูนย์นิทรรศการและการประชุมระดับโลก ประเทศบาห์เรน (EWB: Exhibition World Bahrain) ระหว่างวันที่ 26-30 พฤศจิกายน 2567

การร่วมงานแสดงสินค้าเฮิร์บไบรท์และบ้านหมอละออง กรุ๊ป ในงาน Scent Arabia 2024 ประเทศบาห์เรนครั้งนี้เป็นหนึ่งในแผนการตลาดมุ่งสู่กลุ่ม 6 ประเทศอ่าวอาหรับ (GCC: The Gulf Cooperation Council) ได้แก่ ประเทศบาห์เรน คูเวต โอมาน กาตาร์ ซาอุดีอาระเบีย และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ในเดือนพฤศจิกายน 2567 เสมือนการเปิดประตูสู่ประเทศบาห์เรนและเพื่อนบ้านอ่าวอาหรับ 6 ประเทศพร้อมกัน

บรรยากาศในศูนย์นิทรรศการฯ EWB: Exhibition World Bahrain มีการเจรจาธุรกิจ แนะนำสินค้าไทยจากธรรมชาติสูตรสมุนไพรไทยพร้อมให้ความรู้ความเข้าใจจุดเด่นของสินค้าไทยกับผู้ชมงาน และจำหน่ายสินค้าแบรนด์เฮิร์บไบรท์ (HERB BRIGHT) ที่ได้รับการตอบรับและความสนใจจากชาวต่างชาติจำนวนมากในทุกๆ วันตลอดงาน เนื่องจากสินค้าไทยเป็นที่รู้จักของชาวอาหรับและได้รับการยอมรับด้านคุณภาพ อีกทั้งลูกค้ามีความเชื่อมั่นว่าสินค้าไทยมีมาตรฐานที่ดีใกล้เคียงกับสินค้าจากยุโรปแต่มีราคาย่อมเยากว่า เป็นปัจจัยหนึ่งที่ชาวอาหรับจำนวนหนึ่งนิยมสินค้าไทยจนติดอันดับ TOP 5 แบรนด์ต่างชาติที่ขายดีในภูมิภาคนี้

คุณปุ้ย-ศิริวิไล บัวศิริ แอนกาดิ ประธานเจ้าหน้าบริหารบริษัทในเครือบ้านหมอละออง กรุ๊ป กล่าวว่า ครั้งนี้เรามีแผนนำสินค้ามาจัดแสดงแบ่งเป็น 2 กลุ่ม

กลุ่มที่ 1 ได้แก่ กลุ่มสินค้าจากธรรมชาติสำหรับขจัดปัญหาผิวหนังของลูกค้า (pain point) ที่อาศัยอยู่ในภูมิอากาศแบบทะเลทรายและเนื่องจากลูกค้าส่วนใหญ่สวมใส่ชุดมิดชิดร่วมกับเผชิญภาวะอากาศร้อนจัดทำให้มีเหงื่อออกและเกิดความอับชื้นต้นเหตุของอาการผิวหนัง บางรายก็ผจญกับความร้อนและเย็นสลับกันเมื่อต้องเข้าห้องปรับอากาศ ลูกค้าจึงมีต้นเหตุของปัญหาผิวหนังได้จากหลายปัจจัยประกอบกันก่อให้เกิดอาการ เช่น รังแค อาการผดผื่นร้อน ซึ่งต้องการผลิตภัณฑ์สำหรับดูแลผิวเป็นพิเศษที่เหมาะกับการดูแลปัญหาผิว เฮิร์บไบรท์และบ้านหมอละออง กรุ๊ป จึงนำสบู่ แชมพู และบาล์มทาผิวสูตรพิเศษตำรับสมุนไพรไทยที่เรียกว่า “พลูคาวแอ๊ดวานซ์” ไปแนะนำให้ลูกค้าชาวอาหรับได้รู้จักและเปิดใจใช้เพื่อการตอบโจทย์ปัญหาผิวหนังของชาวอาหรับด้วยผลิตภัณฑ์ดูแลผิวสูตรอ่อนโยนจากธรรมชาติโดยผู้เชี่ยวชาญปัญหาผิวหนัง สินค้าโดดเด่นและแตกต่างจากทุกแบรนด์ด้วยตำรับยาแพทย์แผนไทยที่ผ่านการทดสอบจากผู้ใช้จริงจำนวนมากกว่า 35 ปี มีมาตรฐานต่างๆ ให้การรับรอง

กลุ่มที่ 2 ได้แก่ กลุ่มสินค้าจากธรรมชาติที่ให้กลิ่นหอมระเหย สำหรับการบำบัดและผ่อนคลายด้วยการสูดดม เช่น ยาดมสมุนไพรไทยสูตรใหม่เพิ่มความหอมเย็นสดชื่นผสานกลิ่นซีตรัสอย่างลงตัว และน้ำมันสปา น้ำมันอโรมา พิมเสนน้ำ รวมถึงบาล์มสมุนไพร Herbal Soothing Balm ที่ให้ความหอมเย็นในฟีลต่างๆ สำหรับใช้ทาและสัมผัสกลิ่นหอมตลอดเวลาขณะใช้

สินค้า 2 กลุ่มนี้จะเป็นสินค้าเปิดตลาดฮาลาลในต่างประเทศครั้งแรกก่อนจบไตรมาสที่ 4 ของปี 2567 และในปีต่อๆ ไปเฮิร์บไบรท์และบ้านหมอละออง กรุ๊ป มุ่งมั่นที่จะร่วมมือกับหน่วยงานต่างๆ และ “ศูนย์อุตสาหกรรมฮาลาลไทย” เพื่อให้พร้อมบุกตลาดโลก ร่วมขับเคลื่อนประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางฮาลาลของอาเซียน (ASEAN Halal Hub) ตามนโยบายการกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศไทย และขยายตลาดสินค้าฮาลาลไปยังตลาดที่มีกําลังซื้อสูง เช่น ประเทศกาตาร์ ซาอุดีอาระเบีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ รวมถึงกลุ่มประเทศอาเซียน ได้แก่ มาเลเซีย อินโดนีเซีย เป็นต้น

ในระหว่างงานแสดงสินค้าที่โซน THAI SCENTS เฮิร์บไบรท์และบ้านหมอละออง กรุ๊ป มีชาวต่างชาติจำนวนมากมาสนับสนุน ให้ความสนใจสอบถาม และแลกเปลี่ยนนามบัตร เพื่อต่อยอดธุรกิจต่อไปจากนี้ รวมทั้งยังได้รับเกียรติจากเลขานุการโท (Second Secretary) สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงมานามา ราชอาณาจักรบาห์เรน, ผู้อำนวยการ สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ เมืองดูไบ กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ (DITP) และภาคเอกชนไทยมาเยี่ยมชมที่บูธเฮิร์บไบรท์และบ้านหมอละออง กรุ๊ป อีกด้วย

บ้านหมอละอองจะมุ่งมั่นต่อไป เพื่อตลาดสมุนไพรไทย “เชื่อมั่นในสมุนไพรไทย เชื่อใจบ้านหมอละออง” สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ติดต่อ โทร. 095-080-7887 ไลน์: @laongherbal (มี @) หรือสามารถติดตามข้อมูลข่าวสาร ผ่าน Website: www.laongherbal.comหรือ Facebook: www.facebook.com/laongherbal

มบส.ได้รับทุนสนับสนุนโครงการวิจัย จาก บพท. พร้อมขับเคลื่อนทุนทางวัฒนธรรมเพื่อพัฒนาเชิงพื้นที่

https://www.naewna.com/lady/844207

มบส.ได้รับทุนสนับสนุนโครงการวิจัย จาก บพท. พร้อมขับเคลื่อนทุนทางวัฒนธรรมเพื่อพัฒนาเชิงพื้นที่

มบส.ได้รับทุนสนับสนุนโครงการวิจัย จาก บพท. พร้อมขับเคลื่อนทุนทางวัฒนธรรมเพื่อพัฒนาเชิงพื้นที่

วันพฤหัสบดี ที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 15.21 น.

มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา ได้รับทุนสนับสนุนการวิจัยโครงการ การยกระดับทุนทางวัฒนธรรมและขับเคลื่อนขบวนภาคีเครือข่ายเพื่อฟื้นฟูเทศกาลสงกรานต์มอญ แขวงหิรัญรูจี เขตธนบุรี ผลักดัน สู่ Soft Power ภายใต้กรอบการวิจัย การขับเคลื่อนทุนทางวัฒนธรรมเพื่อการพัฒนาเชิงพื้นที่  โดยเครือข่ายมหาวิทยาลัยราชภัฏ ภายใต้วิทยสถาน ธัชภูมิ เพื่อการพัฒนาพื้นที่ ประจำปีงบประมาณ  2567 จากแหล่งทุน หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ บพท.

โครงการวิจัยดังกล่าวมีกำหนด จัดงานเทศกาลเยือนบ้านมอญ  ย้อนรำลึกหลวงปู่โต ในระหว่างวันที่ 29 พฤศจิกายน ถึงวันที่ 1 ธันวาคม  2567 นี้  ในงานเทศกาลจัดให้มีการเสวนา การแสดงทางวัฒนธรรม อีกทั้งมีการออกร้านสาธิตและจัดจำหน่ายสินค้าผลิตภัณฑ์และอาหารจากผลงานวิจัย สินค้าของดีชุมชน

-(016)

‘ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์’ เป็นประธานเปิดงานวันเกษตรแห่งชาติ ประจำปี 2567

https://www.naewna.com/lady/844205

'ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์' เป็นประธานเปิดงานวันเกษตรแห่งชาติ ประจำปี 2567

‘ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์’ เป็นประธานเปิดงานวันเกษตรแห่งชาติ ประจำปี 2567

วันพฤหัสบดี ที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 15.18 น.

นายเศรษฐเกียรติ กระจ่างวงษ์ เลขาธิการสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พร้อมด้วย นายวัฒนา มังธิสาร รองเลขาธิการ สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม นายภาชน์ จารุภุมมิก หัวหน้าผู้ตรวจราชการกรม นายดำรงค์ ไชยโย ปฏิรูปที่ดินจังหวัดเชียงใหม่  นางสาวสุนิสา เอกธิการ ผู้อำนวยการกองประสานงานโครงการพระราชดำริและโครงการพิเศษ และเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง ร่วมพิธีเปิดงานวันเกษตรแห่งชาติ ประจำปี 2567 “สืบสาน รักษา และต่อยอดศาสตร์พระราชาสู่เกษตรทันสมัย ความมั่นคงทางอาหารและความเป็นกลางทางคาร์บอน เพื่อการพัฒนาที่ยังยืน : Continue, Preserve and Build the King’s Philosophy towards Smart Agriculture, Food Security and Carbon Neutrality for Sustainable Development” เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 และในโอกาสครบรอบ ๖๐ ปี แห่งการสถาปนามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ โดยมี ศาสตราจารย์ ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานในพิธีเปิด ณ ศูนย์วิจัย บูรณาการ สาธิตและฝึกอบรมนวัตกรรมการเกษตร (สถานีวิจัย ฯ แม่เหียะ) คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่

สำหรับ สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม  ได้จัดซุ้มนิทรรศการแสดงผลงานทางวิชาการ “ส.ป.ก.น้อมนำพระราชดำริธนาคารอาหารชุมชน มาดำเนินงานโครงการธนาคารอาหารชุมชน (เกษตรวิชญา) ซึ่ง ส.ป.ก.ได้ยึดมั่นและน้อมนำแนวพระบรมราโชบายและแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร (รัชกาลที่ 9) และพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 10) มาประยุกต์ใช้ในภารกิจงานจัดที่ดินให้แก่เกษตรกร งานพัฒนาเกษตรกร พร้อมกับคุ้มครองพื้นที่เกษตรกรรม โดยได้นำผลิตผลและผลิตภัณฑ์ของกลุ่มเกษตรกรมาจัดแสดงภายในงานอย่างน่าสนใจ

นอกจากนี้ ส.ป.ก. ยังได้จัดแสดงถึงผลการดำเนินงานและการขยายผลพระราชดำริธนาคารอาหารชุมชนสู่การสร้างธนาคารอาหารครัวเรือนในเขตปฏิรูปที่ดิน 12 ชุมชน ในพื้นที่ 12 จังหวัด โดยมีแผนที่จะขยายผลสู่พื้นที่เขตปฏิรูปที่ดินทั้ง 72 จังหวัด ภายในปี พ.ศ. 2570 ด้วยการสร้างเครือข่ายธนาคารอาหารและธนาคารเมล็ดพันธุ์พืชในเขตปฏิรูปที่ดิน ทั้งนี้เพื่อการแบ่งปันการใช้ประโยชน์ การอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเป็นรากฐานของกิจกรรมการเกษตรอื่นๆ และสร้างความมั่นคงทางอาหารทั้งในมิติครัวเรือนและชุมชน ด้วย

-(016)