‘อัครา’รับฟังสร้างศูนย์ฯสัตว์น้ำพะเยา

https://www.naewna.com/local/844290

‘อัครา’รับฟังสร้างศูนย์ฯสัตว์น้ำพะเยา

‘อัครา’รับฟังสร้างศูนย์ฯสัตว์น้ำพะเยา

วันศุกร์ ที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

นายอัครา พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ ประชุมรับฟังความคิดเห็นโครงการก่อสร้างศูนย์แสดงพันธุ์สัตว์น้ำพะเยา ที่อาคารสโมสรพนักงาน เทศบาลเมืองพะเยา อ.เมือง จ.พะเยา โดยโครงการดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ที่เป็นภูมิสัญลักษณ์ หรือแลนด์มาร์คแห่งใหม่ ของ จ.พะเยา และภูมิภาค อีกทั้งยังเป็นแหล่งเรียนรู้ด้านนิเวศวิทยาของสัตว์น้ำ การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและความหลากหลายของสัตว์น้ำประจำถิ่นให้แก่เยาวชนและจังหวัดใกล้เคียงในเขตภาคเหนือตอนบน เกิดห่วงโซ่อุปทานธุรกิจการท่องเที่ยวและธุรกิจต่อเนื่อง สร้างรายได้ มูลค่าเพิ่มและผลิตภัณฑ์มวลรวม (GDP) สร้างความมั่นคงทางด้านเศรษฐกิจและสังคมของ จ.พะเยา

ทั้งนี้ โครงการก่อสร้างศูนย์แสดงพันธุ์สัตว์น้ำพะเยา ผ่านความเห็นชอบเป็นมติของคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชน เพื่อพัฒนากลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 2 (เชียงราย แพร่ น่าน และพะเยา) ซึ่งเสนอประเด็นการพัฒนาจังหวัดต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในคราวการประชุม ครม.นอกสถานที่ เมื่อหวันที่ 18 มีนาคมที่ผ่านมา เป็นโครงการลำดับที่ 13 ชื่อโครงการสถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำในพื้นที่ชุ่มน้ำกว๊านพะเยา และกรมประมง ได้บรรจุในแผนปฏิบัติราชการประจำปี 2568–2570

สำหรับโครงการก่อสร้างดังกล่าวมีแนวทางดำเนินการในส่วนของอาคารศึกษาและจัดแสดงพันธุ์สัตว์น้ำ พื้นที่อนุบาลพันธุ์สัตว์น้ำ พื้นที่สำหรับจัดกิจกรรมกลางแจ้ง/พื้นที่จัดกิจกรรมประชาสัมพันธ์ เช่น การจัดนิทรรศการในส่วนของการอนุรักษ์พันธุ์สัตว์น้ำและการจัดแสดงเครื่องมือประมงเป็นต้น และพื้นที่สำหรับให้บริการจำหน่ายของที่ระลึก อาหาร เครื่องดื่ม นอกจากนี้ ในส่วนของชนิดปลาที่จะนำมาจัดแสดง ได้แก่ ปลาไทยไซส์ยักษ์ เช่น ปลาบึก ปลาเทพา และปลาเค้าดำ เป็นต้น

‘ธนดล’นำทีมลุยตรวจรุกที่สปก.มวกเหล็ก พบทำเป็น’โฮมสเตย์-จุดกางเต็นท์’วิวอย่างสวย

https://www.naewna.com/local/844337

'ธนดล'นำทีมลุยตรวจรุกที่สปก.มวกเหล็ก พบทำเป็น'โฮมสเตย์-จุดกางเต็นท์'วิวอย่างสวย

‘ธนดล’นำทีมลุยตรวจรุกที่สปก.มวกเหล็ก พบทำเป็น’โฮมสเตย์-จุดกางเต็นท์’วิวอย่างสวย

วันพฤหัสบดี ที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 22.27 น.

“ธนดล”นำทีมลุยตรวจ”ไร่ภูจันทร์เจ้า-ไร่ภูพิบูลย์”อ.มวกเหล็ก จ.สระบุรี รุกที่ สปก. ชี้ถ้าคนที่ได้รับอนุญาตในที่ดินดังกล่าว ยังไม่ปรับพื้นที่ให้กลับคืนสู่สภาพเดิม เตรียมปรับให้สิ้นสิทธิ

28 พ.ย.67 นายธนดล สุวัณณะฤทธิ์ ประธานคณะทำงานขับเคลื่อนการตรวจสอบและพิจารณาความผิดเกี่ยวกับผู้ได้รับการจัดที่ดิน และผู้ถือครองที่ดินโดยมิชอบในเขตปฏิรูปที่ดิน  กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมคณะทำงาน กองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (บก.ปทส.) สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) และกรมสอบสวนคดีพิเศษ ลงพื้นที่ตรวจสอบพื้นที่สถานที่ท่องเที่ยว “ไร่ภูจันทร์เจ้า” และ “ไร่ภูพิบูลย์” ซึ่งตั้งอยู่ที่บ้านซับกระทิงใต้ หมู่ที่ 4 ต.หนองย่างเสือ อ.มวกเหล็ก จ.สระบุรี หลังได้รับข้อมูลและการร้องเรียนว่า พื้นที่ดังกล่าวอาจเข้าข่ายรุกที่ ส.ป.ก. เบื้องต้นพบนายหน่อง (ไม่ทราบนามสกุล) เป็นผู้ดูแล

โดยนายธนดล สุวัณณะฤทธิ์ พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้นำเอกสารหลักฐานต่างๆ แจ้งขอตรวจสอบการได้มาซึ่งเอกสารสิทธิ์การครอบครองที่ดิน การขออนุญาตก่อสร้างอาคาร และการดำเนินการผิดกฎหมายบนเนื้อที่ของรัฐ (ส.ป.ก.) ที่อนุญาตให้เฉพาะเกษตรกรเข้าทำการเกษตรเท่านั้น พร้อมทั้งให้นายหน่องนำตรวจสถานที่ ซึ่งเป็นที่พักเป็นสไตล์แคมป์ปิ้ง โฮมสเตย์ มีสระว่ายน้ำ กิจกรรมพายเรือ รวมถึงให้เช่าพื้นที่กางเต็นท์ นอนพัก เห็นวิวธรรมชาติสวยสดงดงามอยู่เบื้องล่าง

“ที่ไร่ภูจันทร์เจ้า ฝ่ายกฎหมายของ ส.ป.ก. เคยทำหนังสือแจ้งเตือนมาแล้ว ให้เดินทางเข้ามาให้ข้อมูล แต่ยังไม่มีการเดินทางมาให้ข้อเท็จจริงแต่อย่างใด ซึ่งในครั้งนี้เราเห็น และรับทราบข้อเท็จจริงหมดแล้วว่าผิด ถ้าเกิดคนที่ได้รับอนุญาตในที่ดินดังกล่าว ยังไม่ปรับพื้นที่ให้กลับคืนสู่สภาพเดิม เราก็จะปรับให้สิ้นสิทธิ์ ซึ่งการบุกรุกที่ดินของรัฐเข้าข่าย พรบ.ฟอกเงินด้วย” นายธนดล กล่าว

กรมการข้าว ร่วมคณะ รมช.อัครา ติดตามโครงการปรับปรุงซ่อมแซมแหล่งน้ำขนาดเล็กฯ บ้านโป่งจ้อ

https://www.naewna.com/local/844305

กรมการข้าว ร่วมคณะ รมช.อัครา ติดตามโครงการปรับปรุงซ่อมแซมแหล่งน้ำขนาดเล็กฯ บ้านโป่งจ้อ

กรมการข้าว ร่วมคณะ รมช.อัครา ติดตามโครงการปรับปรุงซ่อมแซมแหล่งน้ำขนาดเล็กฯ บ้านโป่งจ้อ

วันพฤหัสบดี ที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 19.17 น.

กรมการข้าว ร่วมคณะ รมช.อัครา ติดตามโครงการปรับปรุงซ่อมแซมแหล่งน้ำขนาดเล็กฯ บ้านโป่งจ้อ 

วันที่ 28 พฤศจิกายน 2567 นายณัฏฐกิตติ์ ของทิพย์ อธิบดีกรมการข้าว พร้อมด้วย นายอานนท์ นนทรีย์ รองอธิบดีกรมการข้าว นำคณะผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่กรมการข้าว ร่วมติดตามนายอัครา พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่ติดตามโครงการปรับปรุงซ่อมแซมแหล่งน้ำขนาดเล็กฯ บ้านโป่งจ้อ เพื่อถ่ายโอนภารกิจด้านโครงสร้างพื้นฐานบ้านโป่งจ้อ หมู่ 7 ตำบลสันติสุข อำเภอดอยหล่อ จังหวัดเชียงใหม่ 

กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมพัฒนาที่ดินบูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการออกแบบและปรับปรุงซ่อมแซมแหล่งน้ำขนาดเล็กฯ บ้านโป่งจ้อ ด้วยระบบท่อส่งน้ำจากพลังงานแสงอาทิตย์ ประกอบด้วยถังเก็บน้ำความจุ 100 ลบ.ม. จำนวน 2 ถัง พร้อมระบบท่อส่งน้ำ HDPE ความยาวรวม 3,200 เมตร ให้มีความสามารถในการบริหารจัดการน้ำเพื่อการเกษตรและการอุปโภคบริโภค ภายหลังจากดำเนินโครงการฯ สามารถเพิ่มพื้นที่รับประโยชน์โดยรอบประมาณ 500 ไร่ และเกษตรกรสามารถใช้ประโยชน์ที่ดินได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ กรมพัฒนาที่ดินได้ดำเนินการศึกษา ทบทวนแนวทางการจัดทำโครงการอนุรักษ์ดินและบริหารจัดการน้ำเพื่อความมั่นคงภาคการเกษตรพื้นที่เกษตรน้ำฝน เพื่อเพิ่มศักยภาพการใช้ที่ดินและยกระดับการบริหารจัดการน้ำอีกด้วย

‘เกษตรกรโคขุน’ขอบคุณ’กรมปศุสัตว์’ คุมเข้มใช้’สารเร่งเนื้อแดง’ตลอดห่วงโซ่

https://www.naewna.com/local/844269

'เกษตรกรโคขุน'ขอบคุณ'กรมปศุสัตว์' คุมเข้มใช้'สารเร่งเนื้อแดง'ตลอดห่วงโซ่

‘เกษตรกรโคขุน’ขอบคุณ’กรมปศุสัตว์’ คุมเข้มใช้’สารเร่งเนื้อแดง’ตลอดห่วงโซ่

วันพฤหัสบดี ที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 17.36 น.

นางเคียงเดือน สงวนชื่อ ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนโคขุนสุรินทร์โกเบครบวงจร ตำบลสลักได อำเภอเมืองสุรินทร์ จังหวัดสุรินทร์ เปิดเผยว่า ปฏิบัติการขับเคลื่อนของกรมปศุสัตว์ ที่ห้ามใช้สารเร่งเนื้อแดงตลอดห่วงโซ่การผลิตโคขุน พร้อมสร้างการรับรู้ให้เกษตรกรได้ตระหนักถึงอันตรายและผลกระทบเชิงลบที่เกิดขึ้นจากการใช้สารเร่งเนื้อแดง โดยมีการตรวจหาการใช้สารเร่งเนื้อแดงในโรงฆ่าสัตว์ โรงงานผลิตอาหารสัตว์ และฟาร์มเลี้ยงโคขุนทั่วประเทศ

“ขอบคุณกรมปศุสัตว์ที่ดำเนินการมาตรการเชิงรุก ทั้งเฝ้าระวังการลักลอบใช้สารเร่งเนื้อแดงในโรงฆ่าสัตว์ โรงงานผลิตอาหารสัตว์ และฟาร์มเลี้ยงโคขุนทั่วประเทศ และตั้งเป้าหมายให้ประเทศไทยปลอดจากสารเร่งเนื้อแดง ซึ่งจะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้บริโภค รวมถึงประเทศคู่ค้า เป็นการปกป้องอุตสาหกรรมโคขุนทั้งระบบ รวมถึงความปลอดภัยของผู้บริโภค ซึ่งการเลือกซื้อเนื้อสัตว์ที่ปลอดภัย สามารถสังเกตจากลักษณะเนื้อสัตว์ที่ไม่มีสีแดงเข้มผิดธรรมชาติ ไม่แห้งเหนียว หรือมีน้ำซึมออกมามากผิดปกติ” ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนโคขุนสุรินทร์โกเบครบวงจร กล่าว และว่า แม้ว่าบราซิลจะมีความพยายามเปิดตลาดในสินค้าเกษตร รวมถึงเนื้อโค มายังประเทศไทยแบบถูกต้อง หลังเกิดเหตุการณ์การลักลอบนำเข้าหมูเถื่อนในช่วงที่ผ่านมา  แต่ก็ยังเป็นเรื่องที่น่ากังวลใจหากอนุญาตให้มีการนำเข้ามาจริง เนื่องจากในต่างประเทศสามารถใช้สารเร่งเนื้อแดงได้โดยอิสระ และไม่ถือว่าเป็นเรื่องผิดกฎหมาย

ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนโคขุนสุรินทร์โกเบครบวงจร กล่าวด้วยว่า สำหรับประเทศไทย “สารเร่งเนื้อแดง” เป็นสารต้องห้ามที่กรมปศุสัตว์ห้ามนำมาผสมในอาหารสัตว์ เนื่องจากส่งผลกระทบที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ จึงเป็นความเสี่ยงสำหรับผู้บริโภคคนไทย และผิดกฎหมายไทยที่ประกาศ “ห้ามใช้สารเร่งเนื้อแดงในการเลี้ยงสัตว์อย่างเด็ดขาด” มานานกว่า 20 ปี ตามประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พ.ศ.2545 กระทั่งมีการปรับปรุงประกาศฯ เมื่อ พ.ศ.2559 เรื่องกำหนดวัตถุดิบที่ห้ามใช้เป็นส่วนผสมในอาหารสัตว์ รวมถึงประกาศ กระทรวงสาธารณสุข พ.ศ.2546

‘นฤมล’พร้อมจับมือทุกหน่วยงานร่วมแก้PM2.5 เน้นสร้างแรงจูงใจให้เกษตรกรลดเผา

https://www.naewna.com/local/844201

'นฤมล'พร้อมจับมือทุกหน่วยงานร่วมแก้PM2.5 เน้นสร้างแรงจูงใจให้เกษตรกรลดเผา

‘นฤมล’พร้อมจับมือทุกหน่วยงานร่วมแก้PM2.5 เน้นสร้างแรงจูงใจให้เกษตรกรลดเผา

วันพฤหัสบดี ที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 15.06 น.

‘นฤมล’พร้อมจับมือทุกหน่วยงานร่วมแก้ปัญหาฝุ่น PM 2.5 ลดลงให้ได้ เน้นสร้างแรงจูงใจให้เกษตรกรลดการเผา หันมาทำเกษตรที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม 

เมื่อวันที่ 28 พ.ย.2567 นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังเป็นประธานพิธีเปิดงาน ”Kick Off มาตรการรับมือสถานการณ์ ไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละออง ปี 2568 กรมส่งเสริมการเกษตร“ เพื่อสร้างการรับรู้ ความเข้าใจให้แก่เจ้าหน้าที่ถึงการปฏิบัติงานตามแนวทางขับเคลื่อนมาตรการรับมือสถานการณ์ไฟป่า หมอกควัน ฝุ่นละออง และการทำการเกษตรที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม โดยมี นายอิทธิ ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ คณะผู้บริหารกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เข้าร่วม ณ ห้องประชุมทองกวาว สำนักบริการวิชากา มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ ว่า ด้วยสถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM 2.5) ในปัจจุบันยังคงเป็นปัญหาสำคัญในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะในกรุงเทพมหานครและภาคเหนือของประเทศไทย ที่มีฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 สูงเกินค่ามาตรฐาน และมีแนวโนมเพิ่มสูงขึ้น

นางนฤมล กล่าวว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ตระหนักถึงปัญหา และพร้อมรับนโยบายรัฐบาลในการเตรียมความพร้อมรับสถานการณ์การเร่งรัดแก้ไขปัญหาฝุ่น PM 2.5 ให้เกิดผลเป็นรูปธรรมในพื้นที่การเกษตร โดยมุ่งเน้นการวางแนวทางให้ชัดเจน และร่วมบูรณาการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มีพื้นที่การเกษตรเป็นเป้าหมายสำคัญในการบริหารจัดการ รวมถึงการเตรียมรองรับสภาวะการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เนื่องจากพื้นที่เกษตรกรรมจะได้รับผลกระทบเป็นลำดับแรก และการบริหารจัดการในพื้นที่การเกษตรต้องคำนึงถึงการรองรับการทำการเกษตรที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก 

“รัฐบาลต้องการให้ทุกหน่วยงานร่วมมือกันขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาฝุ่น PM 2.5 อย่างจริงจัง ในวันนี้จึงได้มอบนโยบายให้กรมส่งเสริมการเกษตร ประชาสัมพันธ์ สร้างการตระหนักรู้ให้เกษตรกรหยุดเผาในพื้นที่เกษตรอย่างเข้มข้น อีกทั้ง ต้องไม่เป็นการบังคับเกษตรกร แต่ต้องสร้างแรงจูงใจแก่เกษตรกรที่ผลิตสินค้าเกษตรแบบไม่เผา อาทิ ส่งเสริมการปลูกพืชมูลค่าสูง หรือสร้างช่องทางการจัดจําหน่ายให้ได้ราคาที่สูงกว่าสินค้าทั่วไป ดังนั้น จึงต้องร่วมกับหน่วยงาน ทั้งกระทรวงพาณิชย์ กระทรวงทรัพยกรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และกระทรวงมหาดไทย เพื่อขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาฝุ่น PM 2.5 ที่เกิดขึ้นทุกปีให้ลดลงอย่างมีประสิทธิภาพ ตลอดจน ” นางนฤมล กล่าว

นางนฤมล ยังกล่าวถึงปัญหาหมอกควันที่มาจากต่างประเทศว่า ได้มีการเจรจาหารือกันในระดับรัฐบาล เพื่อขอความร่วมมือประเทศเพื่อนบ้านให้ลดการเผา รวมถึงให้คำแนะนำแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างกัน นอกจากนี้ กรมฝนหลวงและการบินเกษตร ได้มีการเตรียมความพร้อมปฏิบัติการฝนหลวงเพื่อบรรเทาปัญหาหมอกควัน ไฟป่า และฝุ่นละออง PM2.5 โดยวันนี้ รมช.อิทธิ จะขึ้นบินสำรวจสภาพอากาศพื้นที่ภาคเหนือ พร้อมทั้งติดตามการนำเทคโนโลยีด้านต่าง ๆ มาประยุกต์ใช้เพื่อช่วยลดปริมาณฝุ่น PM 2.5 และจะนำไปขยายในพื้นที่ต่างๆ รวมทั้งกรุงเทพฯ ด้วย เพื่อให้พี่น้องประชาชนได้รับผลกระทบน้อยที่สุด

ทั้งนี้ กรมส่งเสริมการเกษตรได้ใช้ข้อมูลจุดความร้อน (hotspot) จาก GISTDA ในการติดตามตรวจสอบสถานการณ์การเผาในพื้นที่เกษตร ของประเทศไทยจากดาวเทียม TERRA และ AQUA ระบบ MODIS ระหว่างวันที่ 1 มกราคม – 31 พฤษภาคม 2567 พบจุดความร้อน (Hotspot) พื้นที่เกษตร ในประเทศไทยจำนวน 3,255 จุด จากเดิมปี 2566 ในช่วงเวลาเดียวกัน จำนวน 3,647 จุด พบว่าลดลง จำนวน 392 จุด คิดเป็นร้อยละ 10.75 สำหรับผลการดำเนินงานบริหารจัดการวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร ปี 2567 รายพืช 5 ชนิด ประกอบด้วย ข้าว ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์อ้อย มันสำปะหลัง และไม้ผล ไม้ยืนต้น ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ – เมษายน 2567 มีปริมาณเศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรทั้งหมดประมาณ 48.6 ล้านตัน นำไปใช้แล้วประมาณ 33.54 ล้านตัน คิดเป็นร้อยละ 69 เป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจกว่า 3.2 พันล้านบาท

‘MASTER’ บินลัดฟ้าสู่ สปป.ลาว จัดงานเสวนาด้านสุขภาพความงามครั้งยิ่งใหญ่

https://www.naewna.com/lady/844378

‘MASTER’ บินลัดฟ้าสู่ สปป.ลาว จัดงานเสวนาด้านสุขภาพความงามครั้งยิ่งใหญ่

‘MASTER’ บินลัดฟ้าสู่ สปป.ลาว จัดงานเสวนาด้านสุขภาพความงามครั้งยิ่งใหญ่

วันศุกร์ ที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 11.53 น.

‘MASTER’ บินลัดฟ้าสู่ สปป.ลาว จัดงานเสวนาด้านสุขภาพความงามครั้งยิ่งใหญ่ ตอกย้ำสู่การเป็น Regional Company นำทัพโดย คุณดาว – ลภัสรดา เลิศภานุโรจ CEO MASTER พร้อมด้วยหมอโบว์ – แพทย์หญิงธนภร วงศ์บางโพ ร่วมเสวนาในหัวข้อ  ‘MASTER of Beauty’ ประเด็นความงามที่สุดของยุค ร่วมกับ อ้ายใหญ่ ดีไซเนอร์ชื่อดัง และ ปาเป้า Miss Universe Lao 2023 คนดังจากฝั่งสปป.ลาว ที่ไว้วางใจฝีมือแพทย์และความปลอดภัยมาตรฐานโรงพยาบาล

นางสาวลภัสรดา เลิศภานุโรจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท มาสเตอร์ สไตล์ จำกัด (มหาชน) หรือ MASTER ในนามโรงพยาบาลมาสเตอร์พีช ผู้นำอันดับต้นของอุตสาหกรรมด้านความงามในไทยและเอเชียในฐานะ Regional Company เปิดเผยว่า บริษัทจัดงานเสวนา Masterpiece Roadshow เป็นปีแรก ณ นครหลวงเวียงจันทร์ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) เพื่อให้ลูกค้า สปป.ลาว ตระหนักถึงความปลอดภัยของการศัลยกรรมความงาม ซึ่งเป็นวัตถุประสงค์หลักของบริษัท 

โดยลาวเป็น Top 5 ของกลุ่มลูกค้าต่างประเทศของโรงพยาบาลมาสเตอร์พีช และมีชื่อเสียงอย่างมากในสปป.ลาวมายาวนาน อีกทั้งมีแนวโน้มการเติบโตค่อนข้างสูงต่อเนื่อง ด้วยมาตรฐานและความปลอดภัยของศัลยกรรมความงามที่ได้รับการไว้วางใจจากชาวลาว โรงพยาบาลมาสเตอร์พีชจึงเป็นตัวเลือกอันดับต้นที่ชาวลาวเลือกใช้บริการ

รพ.มาสเตอร์พีชเล็งเห็นถึงความสำคัญดังกล่าว และมีความมุ่งมั่นยกระดับศักยภาพของโรงพยาบาล ทั้งด้านการนำเทคโนโลยีศัลยกรรมความงามและพัฒนาเทคนิคทางการแพทย์ เพื่อเสริมศักยภาพผู้นำอุตสาหกรรมความงามให้เกิดมุมมองความท้าทาย ผ่านการแลกเปลี่ยนประสบการณ์อันจะนำไปสู่ประโยชน์ที่สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าทั้งในและต่างประเทศ

จึงเป็นที่มาของการจัดเสวนาในหัวข้อ  “MASTER of Beauty” ที่สุดของความงามต้องมาสเตอร์พีช เน้นย้ำความสำคัญของการเริ่มต้นทำศัลยกรรมจมูกด้วยเทคนิค Open Rhinoplasty หรือเสริมจมูกแบบเปิด ควรพิจารณาอย่างรอบด้าน ทั้งแพทย์ชำนาญการ สถานพยาบาลที่ปลอดภัย มาตรฐานโรงพยาบาล เครื่องมือแพทย์ที่ทันสมัย และการปฏิบัติตามคำแนะนำแพทย์ก่อนและหลังการผ่าตัด ทุกปัจจัยล้วนมีผลต่อความปลอดภัยและผลลัพธ์ที่ดี

ด้านหมอโบว์แพทย์หญิงธนภร วงศ์บางโพ แพทย์ชำนาญการศัลยกรรมจมูก ด้วยเทคนิค Open Rhinoplasty หรือเสริมจมูกแบบเปิด โรงพยาบาลมาสเตอร์พีช กล่าวว่า รู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้รับคัดเลือกเป็นตัวแทนแพทย์ของโรงพยาบาลมาสเตอร์พีช ในการขึ้นเสวนาให้ความรู้เกี่ยวกับการทำจมูกแบบ Open ในครั้งนี้ ศัลยกรรมความงามมีความเป็นศิลปะ ถือเป็นความท้าทายและเป็นโอกาสอันดีที่จะได้แสดงความสามารถและได้สร้างสรรค์ผลงานของแพทย์เอง ระหว่างการทำจมูกแบบ Open ต่างกันอย่างไรกับจมูก Closed รวมถึงวิธีการดูแลก่อนและหลังจากทำจมูก เป็นต้น

นางสาวลภัสรดา เลิศภานุโรจ กล่าวอีกว่า การจัดงานครั้งนี้โรงพยาบาลมาสเตอร์พีชมีความตั้งใจและสร้างโอกาสเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างโรงพยาบาลกับชาว สปป.ลาว รวมถึงดารา อินฟลูเอนเซอร์ พาร์ตเนอร์ และสื่อมวลชนสำนักข่าวต่างๆ ถือเป็นความอบอุ่น เป็นบ้านพี่เมืองน้อง ไทย-ลาวอย่างแท้จริง ซึ่งคนดังจาก สปป.ลาว อาทิ หมีพูห์ มิสยูนิเวิร์สลาว  2024,  หลิง หลิง มิสอินเตอร์เนชั่นแนลควีนลาว 2014 และนักแสดงชื่อดังในไทย, อ้ายใหญ่ ดีไซเนอร์แบรนด์ Men Folder บุคคลดังข้างต้นล้วนเคยมทำศัลยกรรมความงามที่โรงพยาบาลมาสเตอร์พีช และอินฟลูเอนเซอร์ อีกหลายท่านตบเท้ามาร่วมงาน ทางโรงพยาบาลมีความภูมิใจเป็นอย่างยิ่งที่ได้รับความเชื่อใจจากชาวลาวมาอย่างยาวนาน และหวังว่าตลาดลาวจะเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่องในอนาคต

ในงานนี้นอกจากกิจกรรมให้ความรู้เกี่ยวกับศัลยกรรมจมูกแบบโอเพนกับคุณหมอโบว์แล้ว ยังมีโชว์ร้องเพลงสุดพิเศษจากศิลปินชื่อดังจากวงอีสานนครศิลป์ คุณแต้มสีและคุณอาย ณ ห้างสรรพสินค้า Parkson สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) 

เกทเวย์ แอท บางซื่อ ส่งมอบความสุขส่งท้ายปี กับแคมเปญ‘HAPPINESS TO BETTER FUTURE’

https://www.naewna.com/lady/844233

เกทเวย์ แอท บางซื่อ ส่งมอบความสุขส่งท้ายปี  กับแคมเปญ‘HAPPINESS TO BETTER FUTURE’

เกทเวย์ แอท บางซื่อ ส่งมอบความสุขส่งท้ายปี กับแคมเปญ‘HAPPINESS TO BETTER FUTURE’

วันศุกร์ ที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ศูนย์การค้า เกทเวย์ แอท บางซื่อ ภายใต้ การบริหารงานของ บริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป จำกัด (มหาชน) หรือ AWC นำโดยเอกกฤตา แก้วพูลศรี ผู้จัดการทั่วไป ศูนย์การค้าฯจัดกิจกรรมต้อนรับเทศกาลแห่งความสุขส่งท้ายปี พร้อมกับฉลองครบรอบ 6 ปี ของศูนย์การค้าฯ งาน “The Season of Happiness 2025 & 6th Anniversary” ระหว่างวันที่ 26 พฤศจิกายน 2567-5 มกราคม 2568 บริเวณ ลาน Event Hall ชั้น M และบริเวณเพลินพาร์ค ชั้น G

งานนี้ทางศูนย์การค้าฯ จัดความสนุกพร้อมเติมมาความสุขให้ผู้มีอุปการคุณมาตลอด 6 ปี ภายใต้แนวคิด “ HAPPINESS TO BETTER FUTURE ” สร้างความสุขแบบยั่งยืน เพื่อชีวิตที่ดีในวันข้างหน้า กับรูปแบบแนวคิดที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม สังคม และเศรษฐกิจ เนรมิตพื้นที่เพื่อส่งมอบความสุขแบบยั่งยืน เริ่มด้วยโปรโมชั่นลดสูงสุด 70% เท่านั้นไม่พอ! ความสุขแบบนี้ต้องมีศิลปินสุดฮอตมาร่วมฉลอง ในปีนี้ได้พบกับ หนุ่มๆ ATLAS ที่เตรียมโชว์สุดปังให้ทุกคนในงานได้มีความสุขไปด้วยกัน ท่ามกลางบรรยากาศฉลอง ส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ พร้อมสัมผัสบรรยากาศเทศกาลแห่งความสุขกับการตกแต่งภายในศูนย์การค้าฯ ที่เต็มไปด้วยจุดเช็คอินถ่ายภาพมากมาย และแลนด์มาร์คสำคัญ อีกหนึ่งไฮไลท์ของงาน คือ ต้นคริสต์มาสขนาดยักษ์ที่มีดีไซน์สุดสร้างสรรค์ในรูปแบบ Sustainabilityที่สามารถนำวัสดุที่ตกแต่งไป Re-useใช้ประโยชน์ต่อได้ นอกจากนี้ ในงานยังมีกิจกรรมการคืนเพื่อสังคม ที่ชวนมาร่วมบริจาคสิ่งของสภาพดี เพื่อนำไปส่งต่อให้กับน้องๆ ผู้ขาดแคลนด้วย

ในวันเสาร์ที่ 30 พฤศจิกายน 2567 พบกับหนุ่มๆ ATLAS ที่มาร่วมเฉลิมฉลองครบรอบ6 ปี ของศูนย์การค้าฯ ที่บริเวณลาน Event Hall ชั้น M บริเวณงานจะมีกิจกรรมให้ร่วมสนุกมากมายให้ร่วมสนุกกันก่อน โดยเริ่มตั้งแต่ 11.00 น.เป็นต้นไป นอกจากนี้ในโอกาสครบรอบ 6 ปีทางศูนย์การค้าฯ ร่วมกับพันธมิตรร้านค้าชั้นนำจัดโปรโมชั่นเอาใจนักช้อปกันแบบจัดเต็มลดกระหน่ำทั้งศูนย์การค้าฯ สูงสุดถึง 70% พร้อมร่วมรับสิทธิ์ แลกรับของรางวัลพิเศษอีกมากมาย ไปจนถึงวันที่ 5 มกราคม 2568

ในปีนี้ กลุ่มศูนย์การค้าในเครือ AWCร่วมกับมูลนิธิ แอสเสท เวิรด์ เพื่อการกุศล (AWFC) เชิญชวนร่วมบริจาคเงิน อุปกรณ์การเรียนอุปกรณ์กีฬาเข้าโครงการ “ปันฝัน” เพื่อสร้างโอกาสทางการศึกษาแก่น้องๆ ที่ขาดแคลน ซึ่งเงินบริจาคจะถูกมอบเป็นทุนการศึกษา และสิ่งของจะถูกนำไปเป็นของขวัญในกิจกรรมงานวันเด็กปี 2568 ต่อไป (เงินบริจาคไม่สามารถลดหย่อนภาษีได้)

ศูนย์ฯ สิริกิติ์ ชวนทำบุญด้วยการสร้าง‘รมณีย์’กับ กิจกรรมธรรมะในสวน

https://www.naewna.com/lady/844275

ศูนย์ฯ สิริกิติ์ ชวนทำบุญด้วยการสร้าง‘รมณีย์’กับ กิจกรรมธรรมะในสวน

ศูนย์ฯ สิริกิติ์ ชวนทำบุญด้วยการสร้าง‘รมณีย์’กับ กิจกรรมธรรมะในสวน

วันศุกร์ ที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ถ้าคุณกำลังอยู่ในสถานที่ที่มีอากาศบริสุทธิ์ ต้นไม้เขียวขจี บรรยากาศเงียบสงบ แวดล้อมไปด้วยผู้คนที่ยิ้มแย้มเป็นมิตร สภาพแวดล้อมเช่นนี้ทางธรรม เรียกว่า “รมณีย์” ซึ่งจะทำให้เรารู้สึก เบาสบาย สดชื่น แจ่มใส เป็นพื้นฐานของความสุข จุดเริ่มต้นของการทำบุญ และก่อให้เกิดปัญญา

“รมณีย์” เกิดขึ้นได้ง่ายๆ เพียงทุกคนมีความตั้งใจที่จะให้บ้าน หรือที่ทำงานร่มรื่นหมั่นดูแล ทำความสะอาด มีน้ำใจช่วยเหลือกัน ก็ถือเป็นการทำบุญขั้นพื้นฐาน ที่จะช่วยสร้าง “รมณีย์” แล้ว หากแต่ว่าความตั้งใจเล็กๆ ของเรานั้น ขยายออกไปเป็นความร่วมมือร่วมใจ และความสามัคคีของกลุ่ม หรือหมู่คณะ ก็สามารถช่วยสร้างชุมชน และสังคมให้ดีและน่าอยู่ได้อีกด้วย

ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ขอเชิญร่วมกิจกรรม “ธรรมะในสวน” รับฟังธรรมในบรรรยากาศ “รมณีย์” ของสวนเบญจกิติจาก พระราชวัชรบัณฑิต วัดจากแดง จ.สมุทรปราการ ที่จะพาคุณเปิดมุมมองใหม่ ว่าการทำบุญไม่ใช่เพียงแค่เรื่องในวัด แต่เริ่มต้นได้จากสิ่งเล็กๆ ใกล้ตัว ในวันเสาร์ที่ 7 ธันวาคม 2567 หัวข้อ : ทำบุญขั้นพื้นฐาน ทำหมู่บ้านให้รมณีย์ เวลา 08.30-10.00 น. ณ ลานพระพุทธวิสุทธิมงคล สวนเบญจกิติ

เข้าร่วมกิจกรรมฟรี! โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ทั้งนี้ ผู้จัดงานจัดเตรียมเสื่อและเก้าอี้ เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับทุกท่าน

พิเศษ สำหรับผู้ร่วมกิจกรรม “ธรรมะในสวน” หลังจากฟังธรรมเสร็จแล้ว แล้วยังสามารถเพลิดเพลินและผ่อนคลายไปกับโซนรีเทลของศูนย์ฯ สิริกิติ์ ที่ครบครันด้วยร้านอาหาร คาเฟ่ ร้านหนังสือ ร้านสะดวกซื้อ สปา และ Co-working Space ที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์อย่างลงตัว

เซ็นทรัลพัฒนา ผนึก ททท. ตอกยํ้า‘หนึ่งเดียว Authentic Thai Soft Power’ อวด 11 ต้นคริสต์มาส‘Heart-Made & Handcraft’ถ่ายทอดเอกลักษณ์ท้องถิ่น

https://www.naewna.com/lady/844241

เซ็นทรัลพัฒนา ผนึก ททท. ตอกยํ้า‘หนึ่งเดียว Authentic Thai Soft Power’  อวด 11 ต้นคริสต์มาส‘Heart-Made & Handcraft’ถ่ายทอดเอกลักษณ์ท้องถิ่น

เซ็นทรัลพัฒนา ผนึก ททท. ตอกยํ้า‘หนึ่งเดียว Authentic Thai Soft Power’ อวด 11 ต้นคริสต์มาส‘Heart-Made & Handcraft’ถ่ายทอดเอกลักษณ์ท้องถิ่น

วันศุกร์ ที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ดร.ณัฐกิตติ์ ตั้งพูลสินธนา

เซ็นทรัลพัฒนา ผนึก การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สร้างสรรค์ 11 ต้นคริสต์มาส “Heart-Made &Handcraft” ถ่ายทอดเอกลักษณ์ท้องถิ่นและความภาคภูมิใจอย่างลึกซึ้งทั่วเมืองไทย อาทิ “ดินด่านเกวียน-เซ็นทรัล โคราช”, “ไหมมัดหมี่-เซ็นทรัล ขอนแก่น”, “ร่มเชียงใหม่-เซ็นทรัล เชียงใหม่”, “เพอรานากัน-เซ็นทรัล ภูเก็ต”, “เทริดมโนราห์-เซ็นทรัล นครศรีฯ”, “เรือกอและ-เซ็นทรัล หาดใหญ่” และ “อัญมณีเมืองจันท์-เซ็นทรัล จันทบุรี” ตอกย้ำ “หนึ่งเดียว Authentic Thai Soft Power” สู่เวทีโลก

ตลอด 4 ปีที่ผ่านมา เซ็นทรัลพัฒนาได้ทำงานอย่างใกล้ชิดร่วมกับศิลปินและชุมชนท้องถิ่น สร้างสรรค์ผลงานคราฟต์ต้นคริสต์มาสที่ผสานเสน่ห์ของ 2 วัฒนธรรมตะวันตกและตะวันออก ถ่ายทอดผ่าน ต้นคริสต์มาส Local Pride ซึ่งสะท้อนอัตลักษณ์อันโดดเด่นของแต่ละภูมิภาคในประเทศไทยผลงานเหล่านี้ถูกนำเสนออย่างงดงามในศูนย์การค้าเซ็นทรัลทั่วประเทศ ภายใต้วิสัยทัศน์ “Place for All” ที่มุ่งยกระดับให้พื้นที่ศูนย์การค้าเป็นเดสติเนชั่นที่เชื่อมโยงเมือง ผู้คนในชุมชน และศิลปินท้องถิ่น ร่วมกันพัฒนาผลงานศิลปะที่เปี่ยมด้วยเสน่ห์อัตลักษณ์ไทยให้โดดเด่น นำเสนอสู่สายตาของคนทั่วประเทศและทั่วโลก

เซ็นทรัลเชียงราย

ดร.ณัฐกิตติ์ ตั้งพูลสินธนา กรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานการตลาดบมจ. เซ็นทรัลพัฒนา กล่าวว่า ย้อนกลับไปเมื่อปี 2564 ต้นคริสต์มาส Local Pride “หมอกพันวา” ในเทศกาลสีสันกาสะลองถือเป็นต้นแรกที่เป็น The Pioneer ปรากฏสู่สายตาของคนทั่วโลก เกิดจากการทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดระหว่างเซ็นทรัล เชียงราย, มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงในพระบรมราชูปถัมภ์ (โครงการพัฒนาดอยตุง), จังหวัดเชียงราย และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ได้สร้าง Local Engagement และกระตุ้นเศรษฐกิจ-การท่องเที่ยว ในช่วงปลายปีของจังหวัดเชียงราย ทำให้เกิดรายได้ในชุมชน (LocalWealth) อีกด้วย

นับเป็นความภาคภูมิใจของคนในจังหวัดที่ได้เห็นความงดงามของอัตลักษณ์ท้องถิ่น ถ่ายทอดผ่านต้นคริสต์มาสที่สะท้อนวัฒนธรรมตะวันออกและตะวันตกให้เป็นรูปธรรมอย่างลงตัว สร้างปรากฏการณ์ Cross-Cultural Impact หนึ่งเดียวระดับโลก ซึ่งในวันนี้ได้เติบโตและขยายตัวจากจุดเริ่มต้นอย่างงดงาม สู่การสร้างปรากฏการณ์ใหม่ด้วย 11 ต้นคริสต์มาส Local Pride ที่กระจายตัวครอบคลุมทั่วทั้ง5 ภูมิภาคของประเทศไทย โดยแต่ละต้นถ่ายทอดเอกลักษณ์ท้องถิ่นและเรื่องราวความภาคภูมิใจของแต่ละพื้นที่อย่างลึกซึ้ง

เซ็นทรัลหาดใหญ่

11 ต้นคริสต์มาส “Heart-Made & Handcraft” อัตลักษณ์ท้องถิ่นโดยฝีมือคนท้องถิ่นอย่างแท้จริง ประกอบด้วย เซ็นทรัล เชียงราย งานคราฟต์ “ต้นคริสต์มาสหมอกพันวา”คอนเซ็ปต์ “Chiang Rai The Sense of Art” สูง 15 เมตร, เซ็นทรัล เชียงใหม่ “ต้นคริสต์มาสดินแดนล้านนากับศิลป์สล่าแห่งความสุข” ต้นแรกและต้นเดียวของเชียงใหม่สูง 15 เมตร ประดับตกแต่งด้วย “ร่มเชียงใหม่” 500 คัน

เซ็นทรัล จันทบุรี Happiness Shines In The City Of Gems แรงบันดาลใจจากพลอยหลากสีสู่ “ต้นคริสต์มาสเสน่ห์จันท์” นำอัญมณีล้ำค่ามาประดับบนดาวยอดสูงสุดของต้นคริสต์มาสและผสานความงดงามจาก “เสื่อจันทบูร”, เซ็นทรัล โคราช ครั้งแรกในไทยกับ “ต้นคริสต์มาสดินด่านเกวียน” สูง 5 เมตร คอนเซ็ปต์“โคราชด่านเกวียน The Pride of Korat”, เซ็นทรัล ขอนแก่น รังสรรค์ “ต้นคริสต์มาสไหมมัดหมี่” ดึง “ไหมมัดหมี่” ที่ได้รับการรับรองจากสภาอุตสาหกรรมโลกให้ขอนแก่นเป็น “เมืองมัดหมี่โลก” สู่ต้นคริสต์มาสที่สะท้อนถึงภูมิปัญญาอย่างลึกซึ้ง

เซ็นทรัลนครศรีธรรมราช

เซ็นทรัล ภูเก็ต “ต้นคริสต์มาสเพอรานากัน” ถ่ายทอดความภาคภูมิใจของชาวภูเก็ตสู่สายตาทั่วโลก คอนเซ็ปต์“The Pride of Phuket Thailand” สูง 15 เมตร ได้แรงบันดาลใจจากลวดลายผ้าจากวัฒนธรรมเพอรานา, เซ็นทรัล หาดใหญ่ ครั้งแรกกับ “ต้นคริสต์มาสเภตรา ชลาลัย” แรงบันดาลใจจากลวดลายและสีสันของ “กอและ” เรือประมงท้องถิ่นในภาคใต้ตอนล่างของไทย,เซ็นทรัล นครศรีธรรมราช ชมความงดงาม “ต้นคริสต์มาสมนตรา มหานคร”เชิดชูอัตลักษณ์ “เทริดมโนราห์” เครื่องประดับศีรษะของตัวนายโรง สู่ต้นคริสต์มาสที่เป็นอัตลักษณ์ของชาวนคร

เซ็นทรัล สมุย “ต้นคริสต์มาส The Tree of Life” จิตวิญญาณแห่งความยั่งยืน รังสรรค์จากมะพร้าว และไผ่,เซ็นทรัล มหาชัย : “ต้นคริสต์มาสเกลือ”อัญมณีแห่งอ่าวไทย ต้นคริสต์มาสที่สร้างสรรค์จากเกลือสมุทร, เซ็นทรัล เวสต์เกต ชวนสัมผัส “ต้นคริสต์มาสนนท์นิรมิต วิจิตรนนทรี” รังสรรค์จากของดีนนทบุรีมาไว้รวมกัน เนรมิตความวิจิตรบรรจงจากเครื่องจักรสาน จานเซรามิกขนาดใหญ่ เครื่องปั้นดินเผา ผ้าขาวม้า ผ้ามัดย้อมลินิน และ ผลไม้ท้องถิ่น

 เซ็นทรัลโคราช

เซ็นทรัลขอนแก่น

ฉลองสู่กึ่งศตวรรษ 50 ปี‘กาโดซ์ จิวเวลรี่’ ‘บาชโทลด์’จัดโครงการรักษ์โลก ลดปริมาณขยะ

https://www.naewna.com/lady/844231

ฉลองสู่กึ่งศตวรรษ 50 ปี‘กาโดซ์ จิวเวลรี่’  ‘บาชโทลด์’จัดโครงการรักษ์โลก ลดปริมาณขยะ

ฉลองสู่กึ่งศตวรรษ 50 ปี‘กาโดซ์ จิวเวลรี่’ ‘บาชโทลด์’จัดโครงการรักษ์โลก ลดปริมาณขยะ

วันศุกร์ ที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

เฉลิมฉลองก้าวสู่กึ่งศตวรรษ 50 ปี กาโดซ์ จิวเวลรี่ (Cadeaux Jewelry) ร่วมกับ บาชโทลด์ ผู้นำเข้าเครื่องประดับ อัญมณี นาฬิกาหรู จากประเทศสวิตเซอร์แลนด์ และตัวแทนจำหน่ายในประเทศไทย โดย ดร.สร้อยเพชร เรศานนท์ เปิดตัวโครงการ Loop 2 Loft กิจกรรมเพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อม ที่รณรงค์และสนับสนุนการจำหน่ายของใช้ที่เหลือเก็บในครัวเรือนภายใต้แนวทางการลดปริมาณขยะโลก โดยนำรายได้จากการจำหน่ายสมทบ กองทุนสุวรรณวาจกกสิกิจ ไปสร้างสรรค์ประโยชน์เพื่อสตรี เด็ก และผู้ด้อยโอกาส ตามเจตนารมณ์

ดร.สร้อยเพชร เรศานนท์ กรรมการบริหาร บริษัท บาชโทลด์ จำกัด และ ประธานโครงการ กล่าวว่า “กิจกรรมเพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อม Loop 2 Loft เป็นโครงการที่สร้างสรรค์ขึ้นตามวัตถุประสงค์ ที่ต้องการจะส่งเสริมการวนจำหน่ายของรักหรือของใช้เหลือเก็บ ที่มีอยู่ภายในครัวเรือน นอกจากจะเป็นการช่วยลดปริมาณการทิ้งขยะแล้วยังเป็นการรักษาสิ่งแวดล้อม ภายใต้แนวคิด “ของรักวนกี่รอบก็รัก” นอกจากนี้ยังเป็นการแบ่งปันของรักในสภาพใหม่แกะกล่อง หรือของใช้ที่มีสภาพดีและยังมีประโยชน์ ทั้งด้านการใช้งานและจิตใจ ไม่เสียพื้นที่ในการจัดเก็บ ทำให้บ้าน อาคาร สถานที่น่าอยู่สะอาด สบายตา ถูกสุขลักษณะ และสิ่งที่ตามมาก็คือ การลดค่าใช้จ่ายทั้งส่วนตัวและในครัวเรือน สร้างจิตสำนึกที่ดีในการประหยัดแบบรักษ์โลกไปในตัว”

ในวันเปิดตัวโครงการ มีของรัก ของใช้ สภาพใหม่และดี มีประโยชน์ มารอจำหน่ายให้วนกลับไปใช้อีกครั้งมากมาย โดยเฉพาะจากคนคุ้นเคยหัวใจสีเขียวที่มาร่วมงาน อาทิ เทวินทร์ เรศานนท์ บาชโทลด์, มณี นามศิริพงศ์พันธุ์, พนิดาปทุมารักษ์, อินทิรา สวัสดิ์พาณิชย์, กิ่งแก้ว วงศ์สิงห์,มรกต โชติกุล, นาฏลีลา เรศานนท์ บาชโทลด์ เป็นต้น

ผู้ที่สนใจโครงการ Loop 2 Loft สามารถเข้าชมและเป็นเจ้าของคนต่อไป ได้แล้วตั้งแต่วันนี้ ที่ Baechtold Balcony, ชั้น 2 Gaysorn Tower เปิดให้บริการระหว่างวันจันทร์-วันเสาร์ เวลา 10.00-16.30 น. หรือติดต่อ บริษัท บาชโทลด์ จำกัด ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02-9397030 หรือเข้าไปชมเพิ่มเติมได้ที่ IG@baechtoldthailand/FB : @cadeauxjewelry