รู้จัก’คุณหมอวีรกานต์’EMMA CLINIC ศัลยแพทย์ตกแต่งเทคนิคจมูกโอเพ่นกระดูกซี่โครง

https://www.naewna.com/lady/844168

รู้จัก'คุณหมอวีรกานต์'EMMA CLINIC ศัลยแพทย์ตกแต่งเทคนิคจมูกโอเพ่นกระดูกซี่โครง

รู้จัก’คุณหมอวีรกานต์’EMMA CLINIC ศัลยแพทย์ตกแต่งเทคนิคจมูกโอเพ่นกระดูกซี่โครง

วันพฤหัสบดี ที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 12.18 น.

EMMA CLINIC ปล่อยหมัดเด็ด แนวคิดสไตล์นายแพทย์วีรกานต์ ศัลยแพทย์ตกแต่งจมูกเทคนิคโอเพ่นกระดูกซี่โครง หนึ่งในศัลยแพทย์ตกแต่งไฟแรงแห่งยุค ตอบโจทย์ทุกความสวยของทุก GEN ใบหน้าอันยิ้มแย้ม มุ่งมั่น และอบอุ่นของนายแพทย์วีรกานต์ สถิตนิรามัย หรือคุณหมอวี ศัลยแพทย์ตกแต่งประจำ EMMA CLINIC (เอมม่า คลินิก) เปิดเผยกับสื่อมวลชนว่า

 “แรงบันดาลใจของผมในการทำศัลยกรรมจมูกเทคนิคโอเพ่นกระดูกซี่โครงนั้น เป็นการศัลยกรรมเพื่อให้ทุกคนทุกเคสสวยแบบมีเอกลักษณ์เฉพาะบุคคลครับเทรนด์การทำศัลยกรรมจมูกเทคนิคโอเพ่นกระดูกซี่โครงนั้น ถือเป็นหนึ่งในศัลยกรรมที่ได้รับความนิยมอย่างมาก สำหรับผู้ที่กำลังวางแผนจะทำศัลยกรรมจมูกเทคนิคโอเพ่นกระดูกซี่โครงนั้น จุดเด่นที่เลือกใช้กระดูกซี่โครง เนื่องจากเป็นกระดูกที่แข็งแรงคงทนอยู่ได้ในระยะยาว โดยไม่เสียทรง ผลลัพธ์สวยและเหมาะสม ในทุกเพศทุกวัย ในช่วงอายุ 18 ปีขึ้นไปครับ”คุณหมอวีรกานต์ได้มีโอกาสเข้าร่วมงานประชุมต่างๆ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพื่อเรียนรู้ เพิ่มเติมประสบการณ์ และศึกษาเทคนิคใหม่ๆต่างๆอย่างต่อเนื่อง สำหรับเทคนิคโอเพ่นกระดูกซี่โครงแบบฉบับคุณหมอวีรกานต์นั้น“ผมได้รับโอกาสร่วมเป็นวิทยากรบนเวทีศัลยกรรมตกแต่งต่างๆ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ในเอเชียและยุโรปต่อเนื่องเป็นประจำทุกปี  โอกาสอันดีเหล่านี้ ทำให้ผมได้นำความรู้ ความสามารถเทคนิคและประสบการณ์ต่างๆ มาประยุกต์ใช้ในการวิเคราะห์โครงสร้างปัญหาต่างๆ และการทำศัลยกรรมในแต่ละเคสของผมครับ ผมใส่ใจและให้ความสำคัญกับการทำศัลยกรรมในทุกๆขั้นตอน เพื่อให้ผลลัพธ์ออกมาสวย เหมาะสม และตรงกับความต้องการของคนไข้ที่สุดครับ”คุณหมอวีรกานต์ กล่าวปิดท้าย “สำหรับผม ความปลอดภัยของการทำศัลยกรรมมาเป็นอันดับหนึ่งครับ และการทำศัลยกรรมแต่ละครั้งต้องได้ผลลัพธ์ที่สวย เหมาะสม และตรงกับความต้องการของคนไข้ครับ “สำหรับผู้ที่วางแผนทำศัลยกรรมจมูกที่ต้องการความแข็งแรงคงทนอยู่ได้ในระยะยาว ผลลัพธ์สวยและเหมาะสมนั้น การทำศัลยกรรมตกแต่งด้วยเทคนิคโอเพ่นกระดูกซี่โครงถือได้ว่าเป็นหนึ่งในตัวเลือกที่เหมาะสมครับ”สามารถดูข้อมูลผ่านโซเซียลมีเดีย Facebook : เสริมจมูกโอเพ่น byEmma Clinic OPEN RECONstructionIG: emmaclinic_open #เอมม่าคลินิก # EMMACLINIC #รีเซ็ตความพังมาปังที่หมอวีเอมม่าคลินิก

ตามรอย‘สถาปัตยสัมพันธ์ : พระราชวังพญาไท – วังบางขุนพรหม’

https://www.naewna.com/lady/844033

ตามรอย‘สถาปัตยสัมพันธ์ : พระราชวังพญาไท - วังบางขุนพรหม’

ตามรอย‘สถาปัตยสัมพันธ์ : พระราชวังพญาไท – วังบางขุนพรหม’

วันพฤหัสบดี ที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 08.30 น.

นับเป็นครั้งแรกที่ศูนย์การเรียนรู้ธนาคารแห่งประเทศไทย ซึ่งเป็นผู้ดูแลการเยี่ยมชมวังบางขุนพรหม ร่วมมือกับ มูลนิธิอนุรักษ์พระราชวังพญาไท ในพระอุปถัมภ์สมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดาสิริโสภาพัณณวดี ซึ่งเป็นผู้ดูแลการอนุรักษ์และการเยี่ยมชมพระราชวังพญาไท ได้จัดกิจกรรมเยี่ยมชมสถาปัตยกรรมกลุ่ม “วัง” เพื่อถ่ายทอดประวัติศาสตร์อันทรงคุณค่าให้ผู้สนใจได้เข้าเยี่ยมชม “สถาปัตยสัมพันธ์ : พระราชวังพญาไท-วังบางขุนพรหม” เป็นการเปิดประสบการณ์ให้ผู้เข้าชมร่วมเดินทางมาสัมผัสความงดงามของ “วัง” ที่มีจุดเชื่อมต่อในมิติของการออกแบบโดยสถาปนิกชาวอิตาเลียน เมื่อวันอาทิตย์ที่ 24 พฤศจิกายน 2567 ที่ผ่านมา

โดยในช่วงแรก คณะได้เข้าเยี่ยมชมวังบางขุนพรหม ซึ่งจัดว่าเป็นหนึ่งในวังที่สวยที่สุดของเมืองไทย เป็นวังที่ประทับของสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอเจ้าฟ้าบริพัตรสุขุมพันธุ์ กรมพระนครสวรรค์วรพินิต ต้นราชสกุลบริพัตรพระราชโอรสลำดับที่ 33 ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระปิตุจฉาเจ้า สุขุมาลมารศรี พระอัครราชเทวี พระมารดา โดยได้รับการต้อนรับจาก นรศิ พุกกะมาน ผู้อำนวยการศูนย์การเรียนรู้ ธนาคารแห่งประเทศไทย พร้อมได้รับความรู้และนำชมโดย สุมัยวดี เมฆสุตตะ อดีตผู้บริหารธนาคารแห่งประเทศไทย ซึ่งมีความเชี่ยวชาญเป็นพิเศษ

จากนั้นก็เดินทางสู่ พระราชวังพญาไท ซึ่งพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 โปรดเกล้าฯ ให้ยกวังพญาไท ขึ้นเป็นพระราชวังพญาไท เพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และ สมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถพระบรมราชชนนีพันปีหลวง และได้เสด็จพระราชดำเนินมาประทับที่พระราชวังนี้ตลอดจนปีสุดท้ายแห่งรัชกาล ทั้งนี้ได้รับการต้อนรับจาก พลโท นายแพทย์วิโรจน์อารีย์กุล เหรัญญิกมูลนิธิอนุรักษ์พระราชวังพญาไทฯ จากนั้น จณิสตา วุฒิสมบูรณ์ วิทยากรผู้เชี่ยวชาญด้านประวัติศาสตร์ของพระราชวังพญาไทพานำชม พระที่นั่งต่างๆ ได้แก่ พระที่นั่งไวกูณฐเทพยสถาน พระที่นั่งพิมานจักรี พระที่นั่งศรีสุทธนิวาส พระที่นั่งเทวราชสภารมย์ และพระตำหนักเมขลารูจี อันเป็นที่ประทับของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งประทับทรงงานก่อสร้างพระที่นั่งต่างๆ จนแล้วเสร็จ

นอกจากคณะผู้เยี่ยมชมได้ชมความงดงามทางสถาปัตยกรรมของวังและพระราชวังทั้งสองแล้ว ยังได้รับทราบประวัติที่สำคัญของการก่อสร้างและใช้สถานที่นั้นเพื่อประโยชน์อื่นๆ อีกรวมทั้งได้ทราบถึงพระราชประวัติพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวที่ทรงมีพระอัจฉริยภาพนำแนวทางต่างๆของฝั่งยุโรปเข้ามาใช้ในประเทศไทยและทรงมีสายพระเนตรอันยาวไกลได้เตรียมวางแผนให้คนไทยกลุ่มหนึ่งได้รู้จักและถ่ายทอดความรู้เรื่องการปกครองแบบประชาธิปไตยแก่สาธารณชนชาวไทยต่อไป

“สถาปัตยสัมพันธ์ : พระราชวังพญาไท-วังบางขุนพรหม” มีความเกี่ยวข้องในด้านการการออกแบบเป็นศิลปะแบบบาโรกและรอคโคโค โดย สถาปนิกชาวอิตาเลียน มาริโอ
ตามันญโญ (Mario Tamagno) และ เป็นผู้ออกแบบ พระที่นั่งเทวราชสภารมย์พระราชวังพญาไท นับว่าเป็นนิมิตหมายอันดีที่เกิดความสัมพันธ์เชื่อมต่อกันระหว่างพิพิธภัณฑ์ ต่อ พิพิธภัณฑ์ด้วยกันอันอาจจะก่อให้เกิดความรู้และมุมมองที่หลากหลายสู่พิพิธภัณฑ์อื่นๆ อีกในอนาคต

สำหรับการเข้าเยี่ยมชม วังบางขุนพรหม เปิดให้ประชาชนทั่วไปสามารถเข้าชมโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายวันเสาร์-อาทิตย์ วันละ 3 รอบ รอบละ 40 คน  เวลา 11.00-12.00 น. / 13.30-14.30 น. และ 15.00-16.00 น.โดยจองเข้าชมวังได้ภายใน 7 วัน ผ่านเว็บไซต์ : www.botlc.or.th ส่วน พระราชวังพญาไท เปิดให้ผู้สนใจเข้าชมในวันเสาร์-อาทิตย์ วันละ 2 รอบ เวลา 09.30 น. และ 13.30 น. ติดต่อเข้าชมเป็นหมู่คณะโทร.02-3547987 และ 087-7081015ในวันและเวลาราชการ

สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าบริพัตร
สุขุมพันธุ์ กรมพระนครสวรรค์วรพินิต

สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าบริพัตร สุขุมพันธุ์ กรมพระนครสวรรค์วรพินิต

พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว

พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว

นาวาโทหญิงชูจิต จิตต์แก้ว หัวหน้า
สำนักงานมูลนิธิอนุรักษ์พระราชวัง
พญาไทฯ มอบของที่ระลึกแก่ นรศิ พุกกะมาน
ผู้อำนวยการศูนย์การเรียนรู้ ธนาคารแห่งประเทศไทย

นาวาโทหญิงชูจิต จิตต์แก้ว หัวหน้า สำนักงานมูลนิธิอนุรักษ์พระราชวัง พญาไทฯ มอบของที่ระลึกแก่ นรศิ พุกกะมาน ผู้อำนวยการศูนย์การเรียนรู้ ธนาคารแห่งประเทศไทย

ห้องสีชมพูเป็นห้องสำคัญและสวยที่สุดของตำหนักใหญ่
วังบางขุนพรหม

ห้องสีชมพูเป็นห้องสำคัญและสวยที่สุดของตำหนักใหญ่ วังบางขุนพรหม

วังบางขุนพรหม สถาปัตยกรรมชิ้นเอก หนึ่งในวังที่สวยที่สุดของไทย

วังบางขุนพรหม สถาปัตยกรรมชิ้นเอก หนึ่งในวังที่สวยที่สุดของไทย

สวนโรมันพระราชอุทยานในพระราชวังพญาไท ภูมิสถาปัตย์เป็นแบบเรขาคณิต

สวนโรมันพระราชอุทยานในพระราชวังพญาไท ภูมิสถาปัตย์เป็นแบบเรขาคณิต

ห้องพระบรรทม พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ภายใน
พระที่นั่งไวกูณฐเทพยสถาน

ห้องพระบรรทม พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ภายใน พระที่นั่งไวกูณฐเทพยสถาน

พระที่นั่งไวกูณฐเทพยสถาน และพระที่นั่งพิมานจักรี

พระที่นั่งไวกูณฐเทพยสถาน และพระที่นั่งพิมานจักรี

คณะผู้เยี่ยมชมวังความงดงามของวังบางขุนพรหม เป็นวังที่ประทับของสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าบริพัตรสุขุมพันธุ์ กรมพระนครสวรรค์วรพินิตและสมเด็จ
พระปิตุจฉาเจ้า สุขุมาลมารศรี พระอัครราชเทวี พระมารดา

คณะผู้เยี่ยมชมวังความงดงามของวังบางขุนพรหม เป็นวังที่ประทับของสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าบริพัตรสุขุมพันธุ์ กรมพระนครสวรรค์วรพินิตและสมเด็จ พระปิตุจฉาเจ้า สุขุมาลมารศรี พระอัครราชเทวี พระมารดา

พลโท นายแพทย์วิโรจน์ อารีย์กุล เหรัญญิกมูลนิธิอนุรักษ์พระราชวังพญาไทฯ ต้อนรับคณะ ณ พระราชวังพญาไท

พลโท นายแพทย์วิโรจน์ อารีย์กุล เหรัญญิกมูลนิธิอนุรักษ์พระราชวังพญาไทฯ ต้อนรับคณะ ณ พระราชวังพญาไท

สุมัยวดี เมฆสุตตะ นำชมวัง
บางขุนพรหม

สุมัยวดี เมฆสุตตะ นำชมวัง บางขุนพรหม

ซีอีโอ AWC‘วัลลภา ไตรโสรัส’คว้ารางวัลนักธุรกิจสตรีดีเด่น ยกย่องผลงานโดดเด่นด้านธุรกิจ สร้างแรงบันดาลใจให้แก่สตรี

https://www.naewna.com/lady/843998

ซีอีโอ AWC‘วัลลภา ไตรโสรัส’คว้ารางวัลนักธุรกิจสตรีดีเด่น  ยกย่องผลงานโดดเด่นด้านธุรกิจ สร้างแรงบันดาลใจให้แก่สตรี

ซีอีโอ AWC‘วัลลภา ไตรโสรัส’คว้ารางวัลนักธุรกิจสตรีดีเด่น ยกย่องผลงานโดดเด่นด้านธุรกิจ สร้างแรงบันดาลใจให้แก่สตรี

วันพฤหัสบดี ที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

วัลลภา ไตรโสรัส ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการ ผู้จัดการใหญ่ บริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป จํากัด (มหาชน) หรือ AWC ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ของไทยที่มุ่งเน้นตอบสนองไลฟ์สไตล์แบบครบวงจร ได้รับรางวัลนักธุรกิจสตรีดีเด่นประจำปี 2567 จากหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ซึ่งมอบให้แก่สตรีนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จในการประกอบธุรกิจและการดำเนินชีวิตเป็นแบบอย่าง เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้แก่สตรี พร้อมทั้งส่งเสริมบทบาทสตรีในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ

พิธีมอบรางวัลนักธุรกิจสตรีดีเด่นประจำปี 2567 จัดขึ้นภายในงานสัมมนาหอการค้าทั่วประเทศ ครั้งที่ 42 เพื่อเชิดชูเกียรติสตรีผู้มีผลงานดีเด่นจากหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย 2567 โดยได้รับเกียรติจาก นายสนั่น อังอุบลกุล ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เป็นประธานในพิธี รวมถึง คุณหญิงณัฐิกา วัธนเวคิน อังอุบลกุล ที่ปรึกษาคณะกรรมการตัดสินรางวัล ร่วมในพิธีมอบรางวัลฯ ณ NICE HALL สวนนงนุชพัทยา จังหวัดชลบุรี เมื่อเร็วๆ นี้

ซีอีโอ AWC วัลลภา ไตรโสรัส

วัลลภา ไตรโสรัส ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป จํากัด (มหาชน) หรือ AWC กล่าวว่า “รู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งและขอขอบคุณหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สำหรับรางวัลนักธุรกิจสตรีดีเด่นประจำปี 2567 และขอแสดงความยินดีกับนักธุรกิจหญิงที่ได้รับรางวัลนี้ร่วมกันในวันนี้ รางวัลอันทรงเกียรตินี้จะเป็นกำลังใจให้นักธุรกิจสตรีทุกคนมุ่งมั่นร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างคุณค่าให้อุตสาหกรรม สังคมองค์รวม และประเทศชาติ เพื่อการเติบโตร่วมกันอย่างมั่นคงและยั่งยืน”

วัลลภา ไตรโสรัส เป็นผู้ก่อตั้งบริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป จํากัด (มหาชน) หรือ AWC โดยพาบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ในปี 2562 สร้างประวัติศาสตร์กับการเสนอขายหุ้น IPO ที่ใหญ่ที่สุดเป็นประวัติการณ์ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และใหญ่ที่สุดของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในโลกในรอบ 5 ปี นับเป็นเกียรติประวัติของกลุ่มบริษัท AWC ที่ได้รวบรวมโครงการคุณภาพรางวัลระดับโลกเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว และเป็นส่วนหนึ่งในการร่วมสร้างประเทศไทยเป็นจุดหมายปลายทางท่องเที่ยวยั่งยืนระดับโลก

ความมุ่งมั่นของกลุ่มบริษัท AWC ในการร่วมสร้างการเติบโตให้อุตสาหกรรมด้วยการพัฒนาโครงการอย่างต่อเนื่อง ถึงแม้ในวิกฤตโควิด-19 ที่ผ่านมา AWC มีโอกาสได้ดูแลผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกฝ่าย รวมทั้งดูแลเพื่อนพนักงานอย่างเต็มที่ และแม้ในช่วงสถานการณ์ที่ท้าทายเรายังเดินหน้าสร้างการเติบโตอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างงานและคุณค่าองค์รวมให้เศรษฐกิจและสังคมด้วยมูลค่าทรัพย์สินรวมของ AWC เพิ่มขึ้นจากมูลค่ากว่า 90,000 ล้านสู่มูลค่ากว่า 195,200 ล้านบาท ในช่วงปี 2563 ถึง 2567 ในปัจจุบัน และเรายังคงเชื่อมั่นในการรวมพลังร่วมกับพันธมิตรภาครัฐและเอกชนและชุมชนเพื่อร่วมเติบโตอย่างแข็งแกร่งและยั่งยืน

นอกจากนั้น วิสัยทัศน์ “สร้างสรรค์อนาคตที่ดีกว่า” หรือ “Building a Better Future” ที่ วัลลภา ริเริ่มที่ AWC ยังมุ่งเน้นการเติบโตโดยสร้างคุณค่าองค์รวมให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกภาคส่วนตลอดห่วงโซ่คุณค่า ผ่านกรอบการดำเนินงาน3BETTERs คือ Better Planet กลยุทธ์ด้านสิ่งแวดล้อม Better People ร่วมสร้างความยั่งยืนให้ชุมชน และ Better Prosperity การกำกับดูแลกิจการและการสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจที่เท่าเทียม สนับสนุนประเทศไทยสู่จุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวยั่งยืนระดับโลก ทำให้ AWC ได้รับการยอมรับระดับโลก เช่น การจัดอันดับเป็นที่ 1 ในกลุ่มอุตสาหกรรมโรงแรม รีสอร์ท และเรือสำราญจาก S&P Global ตลอดจนติดอันดับ Top 1% (Gold Class) จากการประเมินและจัดอันดับของ S&P Global ที่ประกาศใน The Sustainability Yearbook 2024 และได้รับเชิญเป็นสมาชิกใน Dow Jones Sustainability Indices (DJSI) ของ S&P Global ในปี 2023

ชวนเลือกของว่างหลังออกกำลังกาย กินง่าย ได้ประโยชน์

https://www.naewna.com/lady/844034

ชวนเลือกของว่างหลังออกกำลังกาย กินง่าย ได้ประโยชน์

ชวนเลือกของว่างหลังออกกำลังกาย กินง่าย ได้ประโยชน์

วันพฤหัสบดี ที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ถือเป็นเรื่องปกติที่คนเราจะหิวหลังการออกกำลังกาย เนื่องจากร่ายกายได้ใช้พลังงานไปมาก แต่หลายคนอาจเกิดความกังวลว่า มีอาหารอะไรบ้างที่ควรทานหลังการออกกำลังกาย ในความเป็นจริงแล้วร่างกายของเรานั้นต้องการโปรตีนเข้ามาช่วยซ่อมแซมกล้ามเนื้อส่วนที่สึกหรอ และคาร์โบไฮเดรตเพื่อชดเชยไกลโคเจนในกล้ามเนื้อหลังการออกกำลังกาย เราจึงควรทานอาหารที่มีสารอาหาร 2 ชนิดนี้เป็นส่วนประกอบ วันนี้ เนเจอร์ เซ็นเซชั่น จึงมาช่วยลิสต์รายการอาหารแบบง่าย ๆ ทั้ง 4 ชนิด ที่ทานได้ทันทีหลังออกกำลังกาย โดยรับรองว่าทั้งอร่อยและได้ประโยชน์อย่างคุ้มค่าแน่นอน

เมนูแรก เมนูเกี่ยวกับไข่ ซึ่งอุดมไปด้วยโปรตีน โดยอาจเลือกเป็น ไข่ต้ม หรือ ไข่คน แล้วทานร่วมกับขนมปังโฮลวีตที่ทำจากข้าวสาลีเต็มเมล็ดเพื่อเพิ่มคาร์โบไฮเดรตให้ร่างกาย

หรือหากต้องการจะเน้นไปที่โปรตีนอย่างเต็มที่ควรพิจารณาเมนูเนื้อสัตว์บางประเภท เช่น เนื้อไก่ส่วนอก ที่ใน 100 กรัม มีปริมาณโปรตีนสูงถึง27 กรัม และสำหรับผู้ที่ชื่นชอบเมนูปลา ก็สามารถเลือกทานปลาทูน่า ซึ่งมีปริมาณโปรตีนสูงถึง 30 กรัม จากเนื้อ 100 กรัม โดยนำเนื้อสัตว์สองชนิดนี้มาประกอบเมนูอาหารด้วยวิธีการนึ่งและอบ พยายามหลีกเลี่ยงการใช้น้ำมัน เราสามารถทานเพียงเนื้อสัตว์อย่างเดียว หรือทานคู่กับข้าวกล้อง ซึ่งอุดมไปด้วยแร่ธาตุและสารอาหารหลากหลายชนิด ทั้งคาร์โบไฮเดรต ธาตุเหล็ก และวิตามินบี 6 ถือเป็นอีกหนึ่งเมนูดีๆ ที่คนรักสุขภาพต้องลองทำ

เมนูต่อมา โยเกิร์ต เป็นเมนูของว่างที่ทั้งทานง่าย อร่อย และเป็นที่นิยมอย่างมาก โยเกิร์ตเป็นแหล่งโปรตีน ทานแล้วอยู่ท้อง แนะนำให้เลือกสูตรน้ำตาลน้อยหรือกรีกโยเกิร์ต มาทานคู่กับผลไม้ดัชนีน้ำตาลต่ำ เช่น กล้วยน้ำว้า 1 ลูก ก็พร้อมให้คุณอร่อยสดชื่น

อีกหนึ่งของว่างที่กินเพลินเบาสบายท้อง คือ ถั่วเปลือกแข็ง อย่างอัลมอนด์และเมล็ดมะม่วงหิมพานต์ ที่เต็มไปด้วยโปรตีนและใยอาหาร ทานคู่กับผลไม้อบแห้งชนิดต่าง ๆ ตามความชอบ โดยเนเจอร์ เซ็นเซชั่น ขอนำเสนอผลิตภัณฑ์ผลไม้อบแห้ง 2 ชนิด ทั้ง เนเจอร์ เซ็นเซชั่น แคลิฟอร์เนีย ลูกพรุนไม่มีเมล็ดและเนเจอร์ เซ็นเซชั่น แคลิฟอร์เนีย ลูกเกดดำตัวเลือกคุณภาพพรีเมียมจาก เนเจอร์ เซ็นเซชั่น อุดมไปด้วยประโยชน์จากผลไม้แท้แบบเต็มคำ โดยลูกพรุนเต็มไปด้วยวิตามินเอและวิตามินซี ลูกเกดอัดแน่นด้วยแคลเซียมและสารต้านอนุมูลอิสระ เคี้ยวสนุกแบบเพลิดเพลินระหว่างนั่งพักร่างกายให้หายเหนื่อย

หรือติดตามกิจกรรมและข่าวสารได้ที่ https://www.facebook.com/naturessensationth และ IG: naturessensation

ภารกิจครั้งสำคัญ‘มาดามแป้ง-ปอป้อ-ชาคริต-เจมส์ จิ’ ผนึกพลังในแคมเปญ UNICEF Box of Life กล่องช่วยชีวิต

https://www.naewna.com/lady/844001

ภารกิจครั้งสำคัญ‘มาดามแป้ง-ปอป้อ-ชาคริต-เจมส์ จิ’  ผนึกพลังในแคมเปญ UNICEF Box of Life กล่องช่วยชีวิต

ภารกิจครั้งสำคัญ‘มาดามแป้ง-ปอป้อ-ชาคริต-เจมส์ จิ’ ผนึกพลังในแคมเปญ UNICEF Box of Life กล่องช่วยชีวิต

วันพฤหัสบดี ที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

4 ซุป’ตาร์ขวัญใจมหาชน มาดามแป้ง-นวลพรรณ ล่ำซำ ทูตองค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย, ปอป้อ-ทรัพย์สิรี, ชาคริต แย้มนาม และ เจมส์-จิรายุ ตั้งศรีสุข ร่วมจับมือกันในภารกิจครั้งสำคัญ ในแคมเปญ UNICEF Box of Life หรือ กล่องช่วยชีวิต ของ UNICEF เพื่อช่วยเหลือเด็กๆ ที่กำลังต้องการความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน! และยิ่งใครที่ขึ้นบีทีเอสช่วงนี้ต้องสะดุดตาแน่ๆ เพราะหน้าของ 4 ซุป’ตาร์ระดับท็อปจะปรากฏให้เห็นบนขบวนรถไฟฟ้าที่ถูก Wrap รอบคันอีกด้วย

“Box of Life” หรือ “กล่องช่วยชีวิต” ของยูนิเซฟ เป็นชุดสิ่งของจำเป็นขั้นพื้นฐาน ที่ออกแบบมาเพื่อช่วยเหลือเด็กๆ ที่อยู่ในสถานการณ์ฉุกเฉิน ประกอบด้วย เช่น วัคซีนป้องกันโรค อาหารบำบัดฉุกเฉินเม็ดทำน้ำดื่มสะอาด ชุดสุขอนามัย และอุปกรณ์การศึกษา ซึ่งไม่เพียงช่วยให้เด็กๆ ปลอดภัย แต่ยังสร้างพื้นฐานที่ดีแก่การเติบโตและพัฒนาได้อย่างเต็มศักยภาพ แม้ในยามที่ต้องเผชิญความยากลำบาก การสนับสนุน Box of Life จึงเป็นเหมือนการวางรากฐานอนาคตที่มั่นคงให้แก่เด็กทุกคน เพื่อให้พวกเขามีโอกาสเติบโตอย่างปลอดภัย แข็งแรง และเปี่ยมด้วยความหวัง

งานนี้ 4 ฮีโร่ขอทุ่มเต็มที่ ชวนคนไทยทุกคนมาร่วมกันส่งต่อความหวัง สร้างอนาคตที่สดใสให้กับเด็กๆ ที่อยู่ในสถานการณ์ยากลำบาก โดยสะท้อนพลังจากตัวแทนหลากหลายบทบาท ทั้ง “มาดามแป้ง” ผู้นำที่เปี่ยมไปด้วยพลังความสามารถ, “ปอป้อ” นักกีฬาทีมชาติผู้สร้างแรงบันดาลใจขับเคลื่อนความฝันให้เด็กๆ “ชาคริต”คุณพ่อสุดอบอุ่นที่หวังเห็นเด็กๆ ทุกคนมีสุขภาพที่แข็งแรง และ “เจมส์ จิรายุ” พระเอกขวัญใจมหาชนที่อยากใช้พลังเสียงของตัวเองผลักดันประเด็นปัญหาของเด็กๆ

ในฐานะองค์กรหลักของโลกที่ทำงานด้านมนุษยธรรม ยูนิเซฟมุ่งมั่นที่จะเข้าถึงเด็กผู้เปราะบางที่สุด แม้ในพื้นที่ที่เข้าถึงยากที่สุด โดยตั้งเป้าส่งมอบสุขอนามัยที่ดีให้แก่ประชากรหนึ่งพันล้านคนทั่วโลก ภายในปี 2573 โดย “Box of Life” จะเป็นหนึ่งในเครื่องมือสำคัญที่จะช่วยให้บรรลุเป้าหมายนี้อีกทั้งยังเดินหน้าสร้างการเปลี่ยนแปลงในชีวิตเด็กๆ อย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2566 ยูนิเซฟได้จัดส่งวัคซีน 2.8 พันล้านโดสใน 105 ประเทศ ครอบคลุมเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี เกือบครึ่งหนึ่งของโลก ยูนิเซฟยังจัดหาอาหารบำบัดฉุกเฉินร้อยละ 80 ซึ่งได้ช่วยชีวิตเด็กหลายล้านคน พร้อมส่งมอบสื่อการเรียนรู้กว่า 42 ล้านชิ้นถึงเด็ก 28.3 ล้านคนรวมถึงเด็กในพื้นที่วิกฤต

โครงการ Box of Life จึงเป็นการเปิดโอกาสให้ทุกคนได้มีส่วนร่วมในการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ เพราะทุกการบริจาคไม่เพียงสร้างอนาคตที่ยั่งยืนและสังคมที่เข้มแข็ง แต่ยัง
จุดประกายอนาคตอันสดใสให้ แก่เด็กๆที่จะเติบโตขึ้นเป็นผู้นำ นักคิด นักสร้างสรรค์ และผู้ที่พร้อมจะสร้าง ความเปลี่ยนแปลงในอนาคต

มาร่วมสร้างการเปลี่ยนแปลงอนาคตของเด็กตั้งแต่วันนี้ ในแคมเปญ “A Better Tomorrow Today – วันนี้ เพื่อพรุ่งนี้ที่ดีกว่า” โดย ร่วมบริจาคเงินเพื่อช่วยเหลือเด็กกับยูนิเซฟ | UNICEF Thailand ผ่านการสนับสนุน Box of Life และทุกการบริจาค 1,500 บาท จะได้รับชาร์มเป้จิ๋วยูนิเซฟที่เป็นสัญลักษณ์แห่งการสนับสนุนและส่งต่อความหวังให้กับเด็กและเยาวชน เข้าชม
รายละเอียดได้ทาง www.unicef.or.th/boxoflife

สภาสมาคมสตรีแห่งชาติฯ รวมพลังองค์กรสมาชิกทั่วประเทศ ร่วมออกร้านงานกาชาด 2567‘ทศมราชา 72 พรรษา ถวายพระพร’

https://www.naewna.com/lady/844032

สภาสมาคมสตรีแห่งชาติฯ รวมพลังองค์กรสมาชิกทั่วประเทศ  ร่วมออกร้านงานกาชาด 2567‘ทศมราชา 72 พรรษา ถวายพระพร’

สภาสมาคมสตรีแห่งชาติฯ รวมพลังองค์กรสมาชิกทั่วประเทศ ร่วมออกร้านงานกาชาด 2567‘ทศมราชา 72 พรรษา ถวายพระพร’

วันพฤหัสบดี ที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

สภาสมาคมสตรีแห่งชาติฯ ร่วมออกร้านงานกาชาด ประจำปี 2567 ภายใต้แนวคิด “ทศมราชา 72 พรรษา ถวายพระพร” รวมพลังองค์กรสมาชิกทั่วประเทศ และภาคีเครือข่าย จำหน่ายสินค้าช่วยเศรษฐกิจ รายได้โดยเสด็จพระราชกุศลบำรุงสภากาชาดไทย

นางสาวสุกัญญา ประจวบเหมาะ ประธานสภาสมาคมสตรีแห่งชาติ ในพระบรมราชินูปถัมภ์ ในฐานะประธานคณะกรรมการดำเนินการจัดงานกาชาด ประจำปี 2567 เป็นประธานแถลงข่าวจัดงานกาชาด ประจำปี 2567 “วันรวมน้ำใจ สภาสมาคมสตรีแห่งชาติฯช่วยกาชาด”  ร่วมกับ องค์กรสมาชิก และภาคีเครือข่าย ภายใต้แนวคิด “ทศมราชา 72 พรรษา ถวายพระพร” เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเจริญพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 ระหว่างวันพุธที่ 11-วันอาทิตย์ที่ 22 ธันวาคม 2567 (12 วัน 12 คืน) ณ บริเวณสวนลุมพินี โซน 6 (ประตู 1 ถนนวิทยุ)

นางสาวสุกัญญา ประจวบเหมาะ กล่าวถึงแนวคิดการจัดงาน ร้านกาชาดของสภาสมาคมสตรีแห่งชาติ ในพระบรมราชินูปถัมภ์ ประจำปี 2567 กล่าวว่า สภาสมาคมสตรีแห่งชาติฯ ได้รับ
การสนับสนุนจากองค์กรสมาชิก ภาคีเครือข่าย และกรรมการสภาสมาคมสตรีแห่งชาติฯ ทุกฝ่าย นำสินค้าต่างๆ ที่ได้รับการบริจาค จากองค์กรสมาชิก และภาคีเครือข่าย มาจำหน่ายในราคาที่ต่ำกว่าท้องตลาด  โดยมีคณะกรรมการอำนวยการคณะกรรมการบริหาร สมาชิกสมทบ องค์กรสมาชิก จำนวน 218 องค์กรทั่วประเทศ และภาคีเครือข่าย พ่อค้าประชาชนมาร่วมบริจาคเงิน และทรัพย์สิ่งของเพื่อเป็นของรางวัลประจำร้านกาชาดของสภาสตรีแห่งชาติฯ

“ขอขอบคุณ คณะกรรมการ องค์กรสมาชิก พ่อค้า ประชาชน ภาคเอกชนต่างๆ ที่ร่วมบริจาคเงินและทรัพย์สิ่งของเพื่อมาเป็นของรางวัลและจำหน่ายประจำร้านกาชาดของสภาสมาคมสตรีแห่งชาติฯ และขอเชิญชวนประชาชนเที่ยวงานกาชาด แวะเยี่ยมชมร้านกาชาดสภาสมาคมสตรีแห่งชาติฯ พบกับศิลปิน-ดารา นางงาม ที่มาเยี่ยมร้านกาชาดสภาสมาคมสตรีแห่งชาติฯ และพบกับความบันเทิงสนุกสนานของการแสดงศิลปะวัฒนธรรม 4 ภาค ทั้งนี้ ขอเชิญชวนผู้ใจบุญ สามารถบริจาคสิ่งของต่างๆ เพื่อนำไปเป็นรางวัลและจำหน่ายให้กับประชาชน ได้ที่ สภาสมาคมสตรีแห่งชาติฯ บ้านกรุณานิวาสน์ ถนนสุโขทัย แขวงดุสิต เขตดุสิต กรุงเทพฯ โทรศัพท์ 02-1179353 รายได้นำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายสมทบสภากาชาดไทย”

นางสาวเบญจมาศ รุจิรวงศ์ ประธานร้านนวดเพื่อสุขภาพ กล่าวว่า ปีนี้ สภาสมาคมสตรีแห่งชาติฯ เปิดมิติใหม่ “การนวดเพื่อสุขภาพได้กุศล” เป็นโซนน้องใหม่ เปิดนวดแผนไทยเพื่อสุขภาพ โดยหมอนวดมืออาชีพมาจากจังหวัดต่างๆ จึงขอเชิญชวนประชาชน ให้การสนับสนุนมาซื้อสินค้าที่ร้านกาชาดของสภาสมาคมสตรีแห่งชาติฯ และจองคิว การนวดเพื่อสุขภาพได้กุศลก่อนใครที่ร้านกาชาด สภาสมาคมสตรีแห่งชาติฯ ณ บริเวณสวนลุมพินี โซน 6 (ประตู 1 ถนนวิทยุ)

ดร.สุฑาทิพย์ วาทีทิพย์ เลขาธิการและประธานฝ่ายจำหน่ายสลากกาชาด สภาสมาคมสตรีแห่งชาติฯ กล่าวเพิ่มเติมถึงกิจกรรมภายในร้านฯ แบ่งออกเป็น 3 โซน คือ โซนที่ 1 ลุ้นเสี่ยงโชครับทองคำ จำหน่ายสลากบำรุงสภากาชาดของร้านสภาสตรีแห่งชาติฯ ฉบับละ 100 บาท ลุ้นรางวัลทองคำหนัก รวม 41  บาท 50 สตางค์ ผู้สนใจสนับสนุนสลากฯ ฉบับละ 100 บาท 1 เล่ม ราคา 1,000 บาท ติดต่อได้ที่ สภาสมาคมสตรีแห่งชาติฯ บ้านกรุณานิวาสน์ ถนนสุโขทัย แขวงดุสิต เขตดุสิต กรุงเทพฯ โทรศัพท์ 02-1179353

โซนที่ 2 นวดเพื่อสุขภาพได้กุศล เป็นโซนน้องใหม่ เปิดนวดแผนไทยเพื่อสุขภาพ  โดยหมอนวดมืออาชีพมาจากจังหวัดต่างๆ ซึ่ง“นวดไทย” เป็นอีกหนึ่ง Soft Power ที่สำคัญ เป็นอัตลักษณ์ไทยที่ได้รับความนิยมทั่วโลก เพื่อยกระดับและพัฒนาความรู้ความสามารถ และความคิดสร้างสรรค์ของคนไทย ให้สามารถสร้างงานสร้างรายได้ รวมทั้งอนุรักษ์ฟื้นฟูและพัฒนาต่อยอดศิลปะ วัฒนธรรม และส่งเสริมภูมิปัญญาท้องถิ่นเพื่อนํามาต่อยอดในการสร้างมูลค่าเพิ่ม

โซนที่ 3 สภาสตรีช่วยเศรษฐกิจ จำหน่ายสินค้าราคาประหยัดให้กับประชาชน โดยสินค้าทุกรายการ ราคาต่ำกว่าท้องตลาด มีเป้าหมายเพื่อช่วยเหลือภาระค่าครองชีพ ให้กับประชาชน และยังมีช่วงพิเศษจัดรายการสินค้านาทีทองทุกวันอีกด้วย

เปิดตัว‘The Selection’แพลตฟอร์มผลิตภัณฑ์และบริการ ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ที่ใส่ใจสุขภาพแบบองค์รวม

https://www.naewna.com/lady/844035

เปิดตัว‘The Selection’แพลตฟอร์มผลิตภัณฑ์และบริการ  ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ที่ใส่ใจสุขภาพแบบองค์รวม

เปิดตัว‘The Selection’แพลตฟอร์มผลิตภัณฑ์และบริการ ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ที่ใส่ใจสุขภาพแบบองค์รวม

วันพฤหัสบดี ที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

“The Selection” แพลตฟอร์มสำหรับคนยุคใหม่ เปิดตัวอย่างเป็นทางการ เพื่อตอบโจทย์คนรักสุขภาพที่ใส่ใจในการเลือกผลิตภัณฑ์และบริการที่เชื่อถือได้ โดยมีทีมที่ปรึกษา ซึ่งประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจากหลากหลายสาขา พร้อมสนับสนุนผู้ประกอบการไทยทั้งรายใหญ่และรายย่อย ที่มุ่งมั่นสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ด้านสุขภาพ เพื่อให้
ผู้บริโภคสามารถตัดสินใจเลือกผลิตภัณฑ์และบริการที่มีคุณภาพเหมาะสมในทุกช่วงของการดูแลสุขภาพ ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติที่ให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพแบบองค์รวมภายใต้คอนเซ็ปต์ “เลือกที่ใช่ให้สุขภาพ”

ศุภกร พะวันนา ประธานคณะผู้ก่อตั้ง The Selection และผู้อำนวยการสายการตลาด เครือโรงพยาบาลพญาไท-เปาโล เปิดเผยว่า “ปัจจุบันผู้บริโภคมีความต้องการในการดูแลสุขภาพมากขึ้น แต่ยังขาดแหล่งข้อมูลที่เชื่อถือได้ในการเลือกผลิตภัณฑ์และบริการที่เหมาะสมแพลตฟอร์ม “The Selection” จึงถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อตอบโจทย์ความต้องการนี้ โดยการคัดสรรผลิตภัณฑ์และบริการที่มีคุณภาพ รวมถึงการให้ข้อมูลสุขภาพที่ถูกต้อง ครอบคลุม และเชื่อถือได้ เพราะเราเชื่อว่า “คน” ที่จะดูแลสุขภาพตัวเราได้ดีที่สุดก็คือ “ตัวเราเอง” อาหารที่เรารับประทาน อากาศที่เราหายใจ กิจวัตรประจำวันที่เราเลือกทำ ผลิตภัณฑ์ที่เราเลือกใช้ ล้วนส่งผลกับ สุขภาวะของเราอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ หากเราเลือกซื้อและเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสม ย่อมมีส่วนช่วยส่งเสริม ให้เรามีสุขภาวะที่ดีขึ้นได้”

นายศุภกร กล่าวเพิ่มเติมว่า “ปัจจุบันเครือโรงพยาบาลพญาไท-เปาโล ให้บริการดูแลสุขภาพทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติกว่า 3.8 ล้านราย ต่อปี พร้อมทั้งให้บริการสุขภาพแบบครบวงจรกับองค์กรชั้นนำทั่วประเทศมากถึง 10,314 แห่ง นอกจากนี้ เรายังมีแอปพลิเคชั่น “Health Up” ซึ่งมีจำนวนดาวน์โหลดกว่า 500,000 ราย ซึ่งเป็นแอปฯ ที่ช่วยเพิ่มประสบการณ์การใช้บริการด้านสุขภาพที่ลื่นไหลทั้งออนไลน์และออฟไลน์ผู้ใช้สามารถเข้าถึงข้อมูลสุขภาพได้จากทุกที่ ครอบคลุมทุกด้านและตอบโจทย์หลากหลายไลฟ์สไตล์ของคนรักสุขภาพ สิ่งเหล่านี้ทำให้เราเป็นกำลังสำคัญในการสนับสนุนและผลักดันผู้ประกอบการไทย ทั้งรายใหญ่และรายย่อยที่มุ่งมั่นสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์และบริการด้านสุขภาพ สามารถเข้าถึงกลุ่มลูกค้าทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศได้ง่าย สะดวกและครอบคลุมมากยิ่งขึ้น”

“ผลิตภัณฑ์และบริการภายใต้ “The Selection” ได้รับการคัดสรรอย่างพิถีพิถัน เพื่อตอบโจทย์ Pain Point ของผู้บริโภคด้านสุขภาพ ทั้งในด้านความปลอดภัย คุณภาพ และการบริการที่ใส่ใจ โดยมุ่งหวังให้ผู้บริโภคสามารถดูแลสุขภาพของตนเองได้อย่างมีประสิทธิภาพ ยิ่งไปกว่านั้น “The Selection” ยังถูกออกแบบให้เป็นแหล่งข้อมูลสุขภาพที่เชื่อถือได้ สำหรับทุกเพศ ทุกวัย ทุกไลฟ์สไตล์ ซึ่งเบื้องหลังการคัดสรรเหล่านี้คือความมุ่งมั่นของผู้ประกอบการที่มีแรงบันดาลใจในการช่วยแก้ไขปัญหาสุขภาพในชีวิตประจำวันและลดความเสี่ยงต่อการเจ็บป่วยในอนาคต”

ด้าน ณัฐชานันท์ นิธิโชติวรภัทร์ กรรมการ The Selection กล่าวเสริมว่า “ตลาดสุขภาพมีการเติบโตอย่างรวดเร็วและเต็มไปด้วยผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นอาหารเสริม วิตามิน หรือผลิตภัณฑ์ความงาม เราจึงมุ่งมั่นในการคัดเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพและผ่านการพิจารณาจากคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญ จากหลากหลายสาขา เพื่อให้ข้อมูลที่น่าเชื่อถือได้แก่ ผู้บริโภคก่อนตัดสินใจเลือกสินค้าและบริการ”

สำหรับผลิตภัณฑ์ที่เข้ารับการพิจารณาจะถูกประเมินตามเกณฑ์ 8 ข้อ ได้แก่ 1.คุณสมบัติของผลิตภัณฑ์ 2.มาตรฐานการรับรอง 3.นวัตกรรมหรือรางวัลที่ได้รับ 4.การเป็นที่รู้จักหรือความน่าเชื่อถือในตลาด 5.ความครอบคลุมของช่องทางการจัดจำหน่าย 6.การให้บริการหลังการขายและช่องทางการให้ข้อมูล 7.การจำหน่ายในโรงพยาบาล และ 8.ความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (Eco-Friendly) โดยเฉพาะกลุ่มผลิตภัณฑ์สำหรับแม่และเด็ก รวมถึงอาหารและเครื่องดื่ม จะมีการพิจารณาคุณสมบัติเพิ่มเติม เพื่อให้แน่ใจว่าผลิตภัณฑ์เหล่านี้สามารถตอบสนองความต้องการด้านสุขภาพของผู้บริโภคได้อย่างแท้จริง โดยกระบวนการคัดเลือกนี้จะจัดขึ้นทุกไตรมาสเพื่อให้สอดคล้องกับเทรนด์และความต้องการที่เปลี่ยนแปลงไปของตลาด

ในขณะที่ พญ.กอบกุลยา จึงประเสริฐศรี ผู้อำนวยการศูนย์ Premier Life Center โรงพยาบาลพญาไท 2 กล่าวถึงเทรนด์สุขภาพที่น่าจับตามองในปี 2025 โดยเน้นที่การปรับสมดุลทั้งร่างกายและจิตใจผ่านการใช้นวัตกรรมเทคโนโลยีในการป้องกันและดูแลสุขภาพอย่างยั่งยืน ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญในการสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีในระยะยาว พร้อมแนะนำว่า “การดูแลสุขภาพไม่ควรเป็นเพียงการรักษาเมื่อเกิดอาการเจ็บป่วย แต่ควรเน้นที่การป้องกัน ตั้งแต่ต้น ด้วยการหมั่นพบแพทย์เพื่อตรวจเช็คสุขภาพสม่ำเสมอ การปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิต เช่น การรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ และการพักผ่อนอย่างเพียงพอ

การดูแลสุขภาพไม่ใช่แค่การทำตามเทรนด์ แต่คือการมองไปในระยะยาว โดยเน้นการดูแลสุขภาพแบบ Preventive & Wellness ซึ่งช่วยป้องกันโรคและลดความเสี่ยงของโรคเรื้อรัง โดยเฉพาะกลุ่มวัยทำงานที่ต้องเผชิญกับความเครียดและการใช้ชีวิตที่เร่งรีบ หากพบสัญญาณเตือนทางสุขภาพ เช่น อาการเหนื่อยล้าเรื้อรัง ปวดศีรษะบ่อย หรืออารมณ์แปรปรวน สิ่งเหล่านี้อาจเป็นผลจากความเครียดสะสมหรือการพักผ่อนไม่เพียงพอ ซึ่งการละเลยอาจนำไปสู่โรคเรื้อรังในอนาคต การดูแลสุขภาพตั้งแต่เนิ่นๆ จึงเป็นสิ่งสำคัญในการรักษาคุณภาพชีวิตที่ยั่งยืน”

สนใจ ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.theselectionth.com/ หรือ https://www.facebook.com/TheSelectionCommunity

‘มูลนิธิ Agon Shu’ มอบทุนการศึกษาให้ นศ.คณะวารสารศาสตร์ฯ ธรรมศาสตร์

https://www.naewna.com/lady/844004

‘มูลนิธิ Agon Shu’ มอบทุนการศึกษาให้ นศ.คณะวารสารศาสตร์ฯ ธรรมศาสตร์

‘มูลนิธิ Agon Shu’ มอบทุนการศึกษาให้ นศ.คณะวารสารศาสตร์ฯ ธรรมศาสตร์

วันพฤหัสบดี ที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

โอกาสนี้ เมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน 2567 คณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้จัดพิธีมอบทุนการศึกษา “มูลนิธิ Agon Shu” ประจำปีการศึกษา 2567 (รังสิต) โดยได้รับเกียรติจาก Ms.Kazuko Maki ผู้อำนวยการฝ่ายต่างประเทศ มูลนิธิ Agon Shu พร้อมด้วย ศ.ดร.ศุภสวัสดิ์ ชัชวาลย์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวต้อนรับ โดยมี ผาณิต พูนศิริวงศ์ อดีตนายกสมาคมวารสารศาสตร์ ธรรมศาสตร์ ผู้ประสานงานนำมูลนิธิฯ มาบริจาคทุน การศึกษา ผศ.ดร.ปกป้อง ส่องเมือง ผู้ประสานงานมูลนิธิ Agon Shu ผศ.ดร.รณกรณ์ บุญมี รองอธิการบดีฝ่ายการนักศึกษาและนิติการ รศ.ดร.สุปรีดี ฤทธิรงค์ รองอธิการบดีฝ่ายวิเทศสัมพันธ์ ผศ.บุรชัย อัศวทวีบุญ ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายการนักศึกษา ผศ.ดร.อัจฉรา ปัณฑรานุวงศ์ คณบดีคณะวารสารศาสตร์ฯ คณะผู้บริหารคณาจารย์ และนักศึกษา เข้าร่วมงาน ณ โรงภาพยนตร์วารสารศาสตร์ คณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต โดยในปีนี้ มีนักศึกษาจากคณะวารสารศาสตร์ฯ ได้รับทุนการศึกษาจากทางมูลนิธิ Agon Shu จำนวน 21 ทุน รวมเป็นเงินจำนวน 500,000 บาท จากจำนวนผู้สมัครขอรับทุนการศึกษาทั้งหมด จำนวน 63 คน

คณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ขอแสดงความขอบคุณต่อมูลนิธิ Agon Shu ประเทศญี่ปุ่น สำหรับการสนับสนุนทุนการศึกษาอย่างต่อเนื่องให้กับนักศึกษา โดยนักศึกษาผู้ได้รับทุนการศึกษาทุกคนจะนำทุนการศึกษาที่ได้รับไปใช้ให้เกิดประโยชน์อย่างสูงสุด ทั้งในด้านการใช้ชีวิต การประกอบวิชาชีพในอนาคต ซึ่งจะเป็นกำลังสำคัญของครอบครัวและประเทศชาติ

ทั้งนี้ มูลนิธิ Agon Shu ประเทศญี่ปุ่น เป็นองค์กรทางด้านพุทธศาสนา ก่อตั้งโดย Seiyu Kiriyama Kancho ทางมูลนิธิเล็งเห็นว่าการสนับสนุนด้านการศึกษาสำหรับเยาวชนมีความสำคัญอย่างยิ่งในการทำให้เกิดสันติภาพของโลกไปพร้อมกับกิจกรรมทางศาสนาโดยให้การสนับสนุนด้านการศึกษาแก่เยาวชน

มูลนิธิ Agon Shu ได้เริ่มสัมพันธไมตรีอันดีกับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และคณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน ตั้งแต่ปี 2542 โดยบริจาคเครื่องคอมพิวเตอร์และระบบเครือข่าย จำนวน 26 เครื่อง เพื่อติดตั้งที่ Computers Room Donate by Agon-Shu Seiyu Kiriyama และปรับปรุงต่อเติมระเบียงชั้น 2 ของอาคารคณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ เป็นห้อง Information and Research Center Support by Agon-Shu Kiriyama และได้เริ่มบริจาคทุนการศึกษาให้แก่นักศึกษาคณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน ตั้งแต่ปี 2545 ต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน นับรวมระยะเวลา 23 ปีซึ่งมีนักศึกษาที่ได้รับทุนการศึกษาไปแล้ว จำนวน 600 ทุน รวมจำนวนเงินงบประมาณด้านทุนการศึกษาเป็นเงินทั้งสิ้น10,900,000 บาท

ศ.ดร.ศุภสวัสดิ์ ชัชวาลย์
อธิการบดี มธ. กล่าวต้อนรับ

ศ.ดร.ศุภสวัสดิ์ ชัชวาลย์ อธิการบดี มธ. กล่าวต้อนรับ

Ms.Kazuko Maki ผอ.
ฝ่ายต่างประเทศ มูลนิธิ Agon Shu กล่าวเปิดงาน

Ms.Kazuko Maki ผอ. ฝ่ายต่างประเทศ มูลนิธิ Agon Shu กล่าวเปิดงาน

ผศ.ดร.อัจฉรา ปัณฑรานุวงศ์
คณบดีคณะวารสารศาสตร์ฯ
กล่าวรายงาน

ผศ.ดร.อัจฉรา ปัณฑรานุวงศ์ คณบดีคณะวารสารศาสตร์ฯ กล่าวรายงาน

ผาณิต พูนศิริวงศ์ ผู้ประสานงานมูลนิธิ Agon Shu พร้อมด้วย Ms.Kazuko Maki, Mr.Tadanori Kanechika บันทึกภาพด้วยความภูมิใจกับนักศึกษาคณะวารสารศาสตร์ฯ

ผาณิต พูนศิริวงศ์ ผู้ประสานงานมูลนิธิ Agon Shu พร้อมด้วย Ms.Kazuko Maki, Mr.Tadanori Kanechika บันทึกภาพด้วยความภูมิใจกับนักศึกษาคณะวารสารศาสตร์ฯ

พิธีกร วริศรา แก้วดวง นักศึกษา BJM
ชั้นปีที่ 4 และ ผศ.ดร.ปกป้อง ส่องเมือง
ผู้ประสานงานมูลนิธิ Agon Shu

พิธีกร วริศรา แก้วดวง นักศึกษา BJM ชั้นปีที่ 4 และ ผศ.ดร.ปกป้อง ส่องเมือง ผู้ประสานงานมูลนิธิ Agon Shu

ไปรษณีย์ไทยส่งความอุ่นใจต้อนรับปีใหม่ มอบฟรีประกันอุบัตเหตุจากกรุงไทย แอกซ่า

https://www.naewna.com/lady/844008

ไปรษณีย์ไทยส่งความอุ่นใจต้อนรับปีใหม่  มอบฟรีประกันอุบัตเหตุจากกรุงไทย แอกซ่า

ไปรษณีย์ไทยส่งความอุ่นใจต้อนรับปีใหม่ มอบฟรีประกันอุบัตเหตุจากกรุงไทย แอกซ่า

วันพฤหัสบดี ที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด มอบประกันอุบัติเหตุจากกรุงไทย แอกซ่า ฟรี 30 ต้อนรับเทศกาลปีใหม่ ตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม-31 ธันวาคม 2567 เพียงกดลงทะเบียนที่ตู้ Kiosk ซึ่งให้บริการ
เฟสแรก จำนวน 2 แห่ง ที่ ปณ.สามเสนใน และ ปณ.พระโขนง ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป โดยเปิดตัวภายใต้โครงการ Financial Service Solution สำหรับให้บริการการเงินที่ครบจบในตู้เดียว ทั้งบริการสินเชื่อ ประกันอุบัติเหตุ ประกันรถยนต์ และ พ.ร.บ.รถยนต์ออนไลน์ พร้อมยกระดับบริการการเงินและพัฒนาครอบคลุมบริการอื่นๆ ต่อไปในปีหน้า ทั้งนี้ สำหรับบริการการเงินที่อำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้บริการทำธุรกรรมการเงินผ่านไปรษณีย์อื่นๆ สามารถดูรายละเอียดได้ที่ www.thailandpost.co.th

ดร.ดนันท์ สุภัทรพันธุ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด กล่าวว่า ไปรษณีย์ไทย อำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้บริการทำธุรกรรมการเงินผ่านไปรษณีย์ทั่วประเทศ โดยในช่วงเทศกาลปีใหม่นี้ ไปรษณีย์ไทย ขอมอบของขวัญส่งท้ายปีให้กับคนไทยด้วยการแจกประกันอุบัติเหตุจากกรุงไทย แอกซ่า ฟรี 30 วัน ตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม – 31
ธันวาคม 2567 เพียงกดลงทะเบียนที่ตู้ Kiosk ให้บริการการเงิน ซึ่งจะเปิดทดลองใช้บริการเฟสแรก จำนวน 2 แห่ง ที่ ปณ.สามเสนใน และ ปณ.พระโขนง ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป โดยไปรษณีย์ไทยได้พัฒนาตู้ Kiosk ให้บริการการเงิน ภายใต้โครงการ Financial Service Solution ศูนย์รวมบริการการเงินที่ไปรษณีย์ไทยให้บริการ ช่วยอำนวยความสะดวก ลดระยะเวลาสอบถามและทำรายการของลูกค้าที่มาใช้บริการ ณ เคาน์เตอร์ที่ทำการไปรษณีย์ โดยมีโอกาสที่จะต่อยอดให้เป็นตู้รับชำระและยืนยันตัวตนครบจบภายในตู้เดียว สำหรับในเฟสแรกนี้จะนำเสนอผลิตภัณฑ์ทางการเงิน ไม่ว่าจะเป็นสินเชื่อประกันอุบัติเหตุ ประกันรถยนต์ และ พ.ร.บ.รถยนต์ออนไลน์ เพื่อให้เข้าถึงกลุ่มผู้ใช้บริการได้มากยิ่งขึ้น และจะพัฒนาให้ครอบคลุมบริการอื่นๆ ต่อไปในปีหน้า

ทั้งนี้ สำหรับบริการการเงินของไปรษณีย์มีทั้งบริการฝาก-ถอนเงินจากบัญชีธนาคารที่ไปรษณีย์ (Bank@POST) บริการรับชำระบิลค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าบัตรเครดิต และอื่นๆ บริการกระเป๋าเงินไปรษณีย์ (Wallet@POST) บริการเก็บเงินปลายทาง (COD) บริการซื้อประกันภัยออนไลน์ บริการต่อ พ.ร.บ.และภาษีรถออนไลน์ รวมถึงบริการสินเชื่อออนไลน์ที่มีสิทธิพิเศษสำหรับลูกค้าไปรษณีย์ไทยอีกมากมาย สามารถดูรายละเอียดการให้บริการการเงินได้ที่ www.thailandpost.co.th และติดตามข่าวสารรวมถึงโปรโมชั่นพิเศษได้ที่เฟซบุ๊ก บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด

ติดตามข่าวสารไปรษณีย์ไทยเพิ่มเติมได้ที่ เว็บไซต์ : www.thailandpost.co.th เฟซบุ๊ก : บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด

เซเลบฯ อินฟลู แชร์ประสบการณ์การเป็นพ่อ-แม่สัตว์เลี้ยง ในงานเปิดคอมมูนิตี้สนามสัตว์เลี้ยงสีเขียว Dog’s Dream

https://www.naewna.com/lady/844010

เซเลบฯ อินฟลู แชร์ประสบการณ์การเป็นพ่อ-แม่สัตว์เลี้ยง  ในงานเปิดคอมมูนิตี้สนามสัตว์เลี้ยงสีเขียว Dog’s Dream

เซเลบฯ อินฟลู แชร์ประสบการณ์การเป็นพ่อ-แม่สัตว์เลี้ยง ในงานเปิดคอมมูนิตี้สนามสัตว์เลี้ยงสีเขียว Dog’s Dream

วันพฤหัสบดี ที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

Dog’s Dream เปิดตัวอย่างเป็นทางการแล้ว พร้อมต้อนรับสัตว์เลี้ยงและพ่อ-แม่สัตว์เลี้ยง (Pawrents) สู่คอมมูนิตี้สนามสีเขียวที่ใหญ่ที่สุดบนถนนราชพฤกษ์ ด้วยพื้นที่กว่า 5,000 ตารางเมตร Dog’s Dream จึงถูกออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์การใช้ชีวิตของทั้งครอบครัวและสัตว์เลี้ยง ด้วยสภาพแวดล้อมที่เป็นมิตร ปลอดภัย เต็มไปด้วยกิจกรรมสร้างสรรค์ อาทิ สนามวิ่งเล่นขนาดใหญ่ สระว่ายน้ำ บ่อโคลน บริการอาบน้ำ ตัดแต่งขน นอกจากนี้ ยังมีพื้นที่พักผ่อนทั้งคาเฟ่และร้านค้าจำหน่ายสินค้าสำหรับสัตว์เลี้ยงไว้รองรับอีกด้วย

ไม่ใช่เพียงแค่ “พื้นที่สัตว์เลี้ยงเข้าได้” แต่เป็นพื้นที่ของทั้งคนและสัตว์เลี้ยงอยู่ร่วมกันได้อย่าง 100% ออม-ฐิตารีย์ วิสุทธิกุล หนึ่งในผู้ก่อตั้งและกรรมการผู้จัดการ Dog’s Dream กล่าวว่า “Dog’s Dream เป็นมากกว่าพื้นที่ เราอยากเป็นคอมมูนิตี้ที่อบอุ่น ปลอดภัยและมีคุณภาพเหมาะกับทุกคนในครอบครัว ไม่ใช่เป็นเพียงพื้นที่ของสัตว์เลี้ยงหรือแค่สัตว์นำเข้าได้ ดังนั้น Dog’s Dream จึงไม่ใช่แค่ธุรกิจเพ็ทเฟรนด์ลี่ (Pet Friendly) แต่เป็นคอมมูนิตี้ที่ทุกคนจะได้ใช้เวลาอยู่ร่วมกันสปาร์คจอยกับกิจกรรมที่ปลอดภัยบนสนามหญ้าสีเขียวที่หาได้ยากในปัจจุบัน”

ภายในงานเปิดตัวมีกูรูและอินฟลูเอนเซอร์ด้านสัตว์เลี้ยง มาร่วมแชร์ประสบการณ์การเป็นพ่อ-แม่สัตว์เลี้ยง หรือ Pawrents ในสังคมปัจจุบัน โดย เก๋-ชลลดา เมฆราตรี ผู้ก่อตั้งมูลนิธิ “The Voice เสียงจากเรา” แชร์ประสบการณ์ดูแลสัตว์เลี้ยงให้มีความสุขทั้งภายนอกและภายใน อรนิจวรีย์ปาริสุทธิวานิช จากครอบครัวตัว Y ตัวแทนครอบครัวใหญ่ ที่มาเล่าถึงวิธีการเลี้ยงสุนัขทั้ง 8 ตัว พลอย หอวัง และ เต Three Man Down ตัวแทนคนรุ่นใหม่ที่แชร์เรื่องราวการเชื่อมความสัมพันธ์และความสุขร่วมกับสัตว์เลี้ยง

นอกจากนี้ ยังมีเหล่าคนดังและอินฟลูเอนเซอร์ที่ต่างพาสัตว์เลี้ยงมาร่วมสนุกกับกิจกรรมต่างๆ อย่างคับคั่ง อาทิ โอม คณิน, เขื่อน ดนัย, วอแวเป็ดมีผม,หมาสองใบ, มายคูเปอร์ด็อกส์ ฯลฯ พากันมาปลดปล่อยพลังแห่งความสุขกันตลอดทั้งงาน Dog’s Dream เป็นพื้นที่สีเขียวปลอดภัยและครบวงจร สนามหญ้ากว้างขวางกว่า 5,000 ตารางเมตร สัตว์เลี้ยงสามารถวิ่งเล่นอย่างอิสระ มีบ่อโคลนและสระว่ายน้ำเป็นสถานที่ปลดปล่อยพลัง เพิ่มความสนุกสำหรับสัตว์เลี้ยง รวมทั้งกิจกรรมเสริมสร้างความผูกพันทั้งฝึกวินัยการเข้าสังคมให้กับสัตว์เลี้ยง และกิจกรรมปลดปล่อยพลังงานกับเพื่อนใหม่ มีบริการ Pet Grooming : อาบน้ำ ตัดแต่งขน และสปาสัตว์เลี้ยง Pet Wellness Clinic : คลินิกรักษาและให้คำปรึกษาจากสัตวแพทย์มืออาชีพ Pet Guard : พี่เลี้ยงที่มีความเชี่ยวชาญและรักสัตว์ คอยดูแลให้ความช่วยเหลือตลอดกิจกรรม Pet Hotel: ห้องพักสัตว์เลี้ยงขนาด 45 ห้อง เปิดแอร์ 24 ชั่วโมง พร้อมพนักงานดูแลอย่างใกล้ชิด รวมทั้งร้านอาหารและคาเฟ่ : ร้านนั่งชิลพร้อมสัตว์เลี้ยงได้ในบรรยากาศที่เป็นมิตร

สามารถร่วมสัมผัสความสุขที่ Dog’s Dream กันได้แล้วทุกวัน ตั้งแต่เวลา 10.00 น. ถึงเที่ยงคืน ติดต่อ Dog’s Dream เบอร์ 061-4129257 หรือช่องทางการติดตาม Website: dogsdreambkk.com / LINE : @dogsdream.bkk / Instagram: @dogsdream.bkk / Facebook: Dog’s Dream