‘ผิง สุภาวดี’ นำทีมสายบุญ เตรียมร่วมบุญใหญ่ บวชเด็ก 350 รูปที่อินเดีย

https://www.naewna.com/lady/849689

'ผิง สุภาวดี' นำทีมสายบุญ เตรียมร่วมบุญใหญ่ บวชเด็ก 350 รูปที่อินเดีย

‘ผิง สุภาวดี’ นำทีมสายบุญ เตรียมร่วมบุญใหญ่ บวชเด็ก 350 รูปที่อินเดีย

วันพุธ ที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 16.02 น.

พลังบุญมีจริง รับรู้ได้จากพลังศรัทธาในจิต รอร่วมรับบุญใหญ่ พลังบุญมหาศาลจากอินเดีย แดนดินพุทธภูมิของพระพุทธเจ้า กับงานใหญ่มากๆ บวชเด็กอินเดีย 350 รูป ปีนี้จัดต่อเนื่องเป็นปีที่ 7 แล้ว โดยมีทีมใจบุญ นำโดยไฮโซสายบุญ ผิง สุภาวดี ทัพมาลัย พร้อมทัพดารานักแสดงมาร่วมเป็นที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ด้วย อาทิ กิ๊ก มยุริญ ผ่องผุดพันธ์ ,คุณโก้ ดร.ธีรศักดิ์ พันธุจริยา ,คุณปุ๋ย ดร.นิทัศน์ ธำรงค์ ,คุณตุ๊กตา ประพาฬรัตน์ ชัยชูพฤกษ์ ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนารายการ และปฏิบัติการธุรกิจ ช่อง one 31 ,กะปุ่น ลัญฉกร ผู้จัดการศิลปินดาราดัง และโปรดิวซ์กองประกวด Miss Wellness World Thailand ,น็อต แม็กซิม ,ออฟฟี่ แม็กซิม ,รัมม์ศิวา ทราเวล ,คุณรัฐ ริมธีรกุล ผู้ช่วยดำเนินงานสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย ,คุณเพ็ญจันทร์ วงศ์สมเพ็ชร ประธานมูลนิธิพรโชคฤดีเพื่อการศึกษา และเทวาลัยศิวะบุนนาคราช โดย คุณกัณณ์รพีพร ศิวธนเณศ ,หมอเป้ นายแพทย์ษิรณัชฐ์ แสนสุข อีกทั้งคนสำคัญยิ่ง คุณนัทพงษ์ ศักดิกรธนาศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ฮิวจ์ คอฟ จำกัด และ ผลิตภัณฑ์ เครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ ‘เติมบุญดี’ (Termbun D) เหมาะสำหรับคนรักสุขภาพ ผู้สูงอายุ และพระสงฆ์  นํ้าตาล และ ไขมันทรานส์ 0% ที่จะมาร่วม ปลูกต้นกล้าแห่งบุญ ครั้งใหญ่ ในปีนี้อีกด้วย

ในงานมีนักแสดงรุ่นใหม่หัวใจไทย รักในพระพุทธศาสนา ลอนดอน ณดล กณิณ ,จอย กนกอร รุ่งรักษา Miss Wellness World Thailand 2024 และ เกรซ ฮาร์เปอร์ รับหน้าที่พิธีกร

โคตรซุปเปอร์โมเดลของเมืองไทย ลูกหมี รัศมี เปิดใจว่า “ปกติหมีชอบทำบุญเข้าวัดอยู่แล้วค่ะ ส่วนใหญ่พี่ผิง ก็จะชวนไปด้วยตลอดๆ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ครั้งนี้เป็นงานบุญใหญ่มาก ใหญ่จริงๆ พอพี่ผิงชวนมา ตอบตกลงเลยค่ะ รีบเคลียร์คิวทันที หมีอยากไปด้วยมากๆ เพราะเป็นการบวชเด็กอินเดียมากถึง 350 รูป สาธุอนุโมทนาบุญนี้กับพี่ผิงด้วยค่ะ ปลื้มยินดีมากๆ ที่พี่ผิงชวนหมี ให้ไปงานด้วยค่ะ”

ทางด้านไฮโซสายบุญ ผิง สุภาวดี กล่าวเสริมว่า “ผิงบินไปร่วมงานบวชเด็กอินเดีย มาหลายปีแล้วค่ะ ไปทุกครั้ง ก็รู้สึกสุขอิ่มใจจริง ไปร่วมออกเงิน ออกแรง บอกบุญให้คนมาร่วมบุญตลอดค่ะ ปีนี้พิเศษจริง เพราะผิงจะไปร่วมฉลองวันเกิด ที่อินเดียด้วยเลย ซึ่งโครงการบรรพชาสามเณร เด็กอินเดียรวม 350 คน จะจัดขึ้นในปีหน้า 10-11 กุมภาพันธ์ 2568 ที่วัดนวมินทรธัมมิกราช เมืองเนวาด้า รัฐพิหาร อินเดีย ร่วมอนุโมทนาบุญใหญ่ในครั้งนี้ด้วยกันนะคะ’

งานบรรพชาสามเณรอินเดียครั้งนี้ ได้รับเกียรติอย่างสูงจาก พระเดชพระคุณ พระธรรมโพธิวงศ์ เจ้าอาวาสวัดไทยพุทธคยา หัวหน้าพระธรรมทูตสายประเทศอินดีย เนปาล จะมาเป็นประธานฝ่ายสงฆ์ และประธานจัดงาน  พระครูอุดมโพธิวิเทศ  วัดพระรามอโยธยา-อินเดีย และรองโฆษกพระธรรมทูต สายประเทศอินเดีย-เนปาล

ร่วมสนับสนุนโดย กาแฟเติมบุญดี Termbun D ผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มเพื่อสุขภาพที่เหมาะกับคนรักสุขภาพ ผู้สูงอายุ และพระสงฆ์ ไขมันทรานส์ 0% นํ้าตาล และคอเลสเตอรอล ผสาน 9 สารสกัดคุณประโยชน์และวิตามิน 12 ชนิด ที่ช่วยบํารุงโรคติดต่อไม่เรื้อรัง (NCDs) สั่งซื้อผลิตภัณฑ์เติมบุญดีได้ที่ LINE : @hugekof คลิก https://lin.ee/8IkKpKG โทร . 02-5291719-22

1 ปีมีแค่ครั้งเดียว ใครอยากจะบินไปเที่ยวร่วมทริปบุญใหญ่สุดพิเศษวันมาฆะบูชา 2568 และไปอีกหลายกิจกรรมบุญ เช่น ร่วมปฎิบัติธรรมใต้ต้นโพธิ์จริง ที่พุทธคยา สถานที่ตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า ที่อินเดียด้วย จองด่วนๆ รับจำนวนจำกัด ทักแอดไลน์ ID Line ด่วนๆ ที่ narong935 หรือโทรด่วนที่คุณผิง สุภาวดี 094 567 8910 ไอดีไลน์ @nongaoy

-(016)

‘เน็กโกะ’ จัดทริปสุด Exclusive ฟินท้าลมหนาวถึงฮอกไกโดกับพรีเซนเตอร์สุดฮอต เจมีไนน์ โฟร์ท

https://www.naewna.com/lady/849685

‘เน็กโกะ’ จัดทริปสุด Exclusive ฟินท้าลมหนาวถึงฮอกไกโดกับพรีเซนเตอร์สุดฮอต เจมีไนน์ โฟร์ท

‘เน็กโกะ’ จัดทริปสุด Exclusive ฟินท้าลมหนาวถึงฮอกไกโดกับพรีเซนเตอร์สุดฮอต เจมีไนน์ โฟร์ท

วันพุธ ที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 15.56 น.

เรียกได้ว่าเป็นทริปสุดฟินส่งท้ายปี2567 กันสุดๆ สำหรับผู้โชคดีที่ได้ส่งซองอาหารแมวเน็กโกะมาร่วมสนุกกับแคมเปญ ‘Nekko go to Hokkaido with Gemin Fourth’ ซึ่งจัดมาต่อเนื่องทุกปี และปีนี้ได้ผู้โชคดีทั้ง 30 ท่าน มาร่วมทริปเดินทางแบบ Exclusive สุดๆ เป็นระยะเวลา 5 วัน 4 คืน ที่ฮอกไกโด ประเทศญี่ปุ่น กับ 2 หนุ่มพรีเซนเตอร์ของอาหารแมวเน็กโกะ ที่มียอดขายอันดับหนึ่งอย่าง เจมีไนน์ นรวิชญ์ ฐิติเจริญรักษ์ และ โฟร์ท ณัฐวรรธน์ จิโรชน์ธิกุล พร้อมกับผู้บริหาร คุณอมรพันธ์ อร่ามวัฒนานนท์ กรรมการผู้จัดการ และ คุณสมภพ โรจนชัยชนินทร รองกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายการตลาด บริษัท ฟู้ด อินโนวา เทรดดิ้ง แอนด์ เซอร์วิส จำกัด

เสริมทัพความฟินด้วย พิธีกรคู่บุญอย่าง เลโอ โซสเซย์ และ ก็อตจิ ทัชชกร ที่มาร่วมสร้างความสนุกสนานด้วยกันตลอดทั้งทริปซึ่งได้รับคำชมอย่างมากจากผู้โชคดีที่มาร่วมทริปจนถูกยกให้เป็นทริปที่ดีที่สุดแห่งปีเลยก็ว่าได้

และใครที่ไม่อยากพลาดกิจกรรมสุดฟินแบบนี้ติดตาม NekkoCatFood ได้ที่โซเชียลมีเดียทุกช่องทาง

-(016)

สินเชื่อเพื่อคนรักแบรนด์เนม Brandname Money ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่

https://www.naewna.com/lady/849682

สินเชื่อเพื่อคนรักแบรนด์เนม Brandname Money ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่

สินเชื่อเพื่อคนรักแบรนด์เนม Brandname Money ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่

วันพุธ ที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 15.52 น.

Brandname Money ผู้ให้บริการสินเชื่อและขายฝากสินค้าแบรนด์เนมชั้นนำในประเทศไทย โดย บริษัท แบรนด์เนม มันนี่ จำกัด ภายใต้การบริหารของ ปพน มนัสภากร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เปิดตัวแนวคิดใหม่ที่ผสานความหรูหรากับความสะดวกทางการเงิน เพื่อให้ทุกคนสามารถเข้าถึงสินค้าแบรนด์เนมและเพิ่มสภาพคล่องได้ในเวลาเดียวกัน ภายใต้สโลแกน “ใครๆ ก็ใช้แบรนด์เนมได้”โดยชูจุดขายในเรื่อง “ความรวดเร็วและโปร่งใส” โอนเงินไวภายใน 1 ชั่วโมง

Brandname Money เริ่มต้นด้วยบริการ “ขายฝาก” สินค้า luxury นาฬิกา กระเป๋า จิวเวลรี่ โดยสามารถนำแบรนด์เนมมาฝากไว้กับเราได้ โดยไม่จำเป็นต้องขายของที่รัก ด้วยดอกเบี้ยที่ถูกกฎหมายเพียง 1.25% ต่อเดือน ระยะเวลาการตรวจสอบสินค้าและโอนเงินเพียง 1 ชั่วโมง มีระบบการจัดเก็บรักษาสินทรัพย์ในตู้นิรภัยมาตรฐานระดับสากล เพียงนำสินค้าหรู เช่น กระเป๋า นาฬิกา หรือนาฬิกาแบรนด์เนมเข้าประเมินและตรวจสอบสินค้าโดยผู้เชี่ยวชาญ เพื่อความมั่นใจและปลอดภัยสูงสุด พร้อมเงื่อนไขที่ยืดหยุ่น และอีกสองบริการ สินเชื่อ “ผ่อนไป ใช้ไป” และ “ผ่อนจบ รับของ” จะช่วยให้การครอบครองแบรนด์เนมในฝันไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป พร้อมอัตราดอกเบี้ยเริ่มต้นเพียง 0.99% ต่อเดือน ระยะเวลาการอนุมัติเพียง 1-3 วันทำการ ไม่ต้องไปสาขาก็สามารถขอสินเชื่อผ่านช่องทางออนไลน์ได้

ปพน มนัสภากร กล่าวว่า “เราเข้าใจว่าคนรุ่นใหม่ต้องการความยืดหยุ่นทั้งในการใช้ชีวิตและการเงิน เราจึงพัฒนา Brandname Money เพื่อเป็นตัวช่วยให้พวกเขาสามารถเปลี่ยนสินค้าหรูให้เป็นเงินสดได้ง่ายๆ โดยไม่สูญเสียคุณค่า และตอบโจทย์ความฝันในการครอบครองสินค้าแบรนด์เนม”

Brandname Money ใช้สื่อดิจิทัลเป็นกลยุทธ์หลักเพื่อสร้างการรับรู้ไปยังกลุ่มเป้าหมายอย่างครอบคลุม ไม่ว่าจะเป็น การโปรโมตผ่านอินฟลูเอนเซอร์สายแฟชั่น, การทำสื่อโฆษณาบนโซเชียลมีเดีย และบริการ “Consultation Call” เพื่อ Live ให้ลูกค้าสามารถพูดคุยกับผู้เชี่ยวชาญได้แบบเรียลไทม์

ทั้งนี้ เพื่อเป็นการดึงดูดลูกค้าใหม่ Brandname Money ยังมอบโปรโมชั่นพิเศษ “ฟรีค่าประเมินทางออนไลน์” และ “ลดดอกเบี้ย 0.99% (เดือนแรก) สำหรับการเข้าใช้บริการขายฝากในครั้งแรก” พร้อมสนับสนุนแนวคิด Circular Economy เพื่อเป็นอีกกลไกลในการหมุนเวียนสินค้าแบรนด์เนมให้กลับมาสร้างมูลค่าได้อย่างต่อเนื่อง ส่งเสริมการทำธุรกิจอย่างยั่งยืน

“เราเชื่อมั่นว่าความยั่งยืน และความสะดวกสบาย จะสามารถไปด้วยกันได้ ลูกค้าของเราจะได้รับทั้งโอกาสทางการเงินและเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างระบบเศรษฐกิจหมุนเวียนที่มีคุณค่า” ปพน กล่าวเสริม      

Brandname Money พร้อมให้บริการแล้วที่ CENTRAL WORLD @CENTRAL TOWER 12TH FLOOR สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่โทร 085 – 9101010  เว็บไซต์ http://www.brandnamemoney.com LINE: @BRANDNAMEMONEY

-(016)

จุฬา-สสว. MOU ความร่วมมือโครงการ ‘One Click’ นำ AI ยกระดับ SMEs เข้าถึงสินเชื่อสีเขียวในคลิกเดียว

https://www.naewna.com/lady/849677

จุฬา-สสว.  MOU ความร่วมมือโครงการ ‘One Click’ นำ AI ยกระดับ SMEs เข้าถึงสินเชื่อสีเขียวในคลิกเดียว

จุฬา-สสว. MOU ความร่วมมือโครงการ ‘One Click’ นำ AI ยกระดับ SMEs เข้าถึงสินเชื่อสีเขียวในคลิกเดียว

วันพุธ ที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 15.48 น.

จุฬาฯ และ สสว. ร่วมกับพันธมิตรภาครัฐ และเอกชน ลงนาม MOU ในการพัฒนาปัญญาประดิษฐ์ (AI) “One Click” สำหรับผู้ประกอบการ SME ในการประเมินการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและเข้าถึงสินเชื่อสีเขียว (Green Finance) เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงทางธุรกิจสู่ยุคเศรษฐกิจสีเขียว ซึ่งพัฒนาร่วมกับ บริษัท เวคิน (ประเทศไทย) (VEKIN) ที่ออกแบบให้ SME สามารถรายงาน และรับรองรายงานการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้อย่างง่ายดาย สะดวก รวดเร็ว แม่นยำ โดยที่มีต้นทุนต่ำ ด้วยเทคโนโลยีขั้นสูง (Deep Tech)

การลงนามในครั้งนี้จัดขึ้นที่ CHULALONGKORN BUSINESS CINEMA อาคารไชยยศสมบัติ 1 ชั้น 3 คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยมี ศ.ดร.วิเลิศ ภูริวัชร อธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, ดร.อภิรดี ขาวเธียร รองผู้อำนวยการ สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) , ดร.ศกยง พัฒนเวคิน ผู้ก่อตั้งบริษัท เวคิน (ประเทศไทย) จำกัด และตัวแทนธนาคารชั้นนำ ได้แก่ นายอิทธิพล เลิศศักดิ์ธนกุล รองกรรมการผู้จัดการ ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM Bank), นายชาตรี เวทสรณสุธี รองกรรมการผู้จัดการ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (SME D Bank), นายสาธิต บุญโฉลก ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ฝ่าย Product Management ธุรกิจเอสเอ็มอี ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย (UOB) และ นายเจษฎา วานิชสัมพันธ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท วัน อิเล็กทรอนิกส์ บิลลิ่ง จำกัด (มหาชน) เข้าร่วมเป็นพันธมิตร เตรียมความพร้อมให้กับ SME ไทยในครั้งนี้

ศ.ดร.วิเลิศ ภูริวัชร อธิการบดี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวภายในงานถึงความร่วมมือในครั้งนี้ว่า “ถือเป็นก้าวสำคัญที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ สสว. ร่วมกับพันธมิตรในการส่งเสริมประเทศไทยตามเป้าหมาย SDGs ผู้ประกอบการ ซึ่งนโยบายดังกล่าวเป็นหน้าที่ของทุกคนทั้งภาคการศึกษา ภาครัฐ และธุรกิจ ซึ่งเราทราบกันดีว่าปัจจุบันองค์กรขนาดใหญ่ที่มีความพร้อม ต่างเดินหน้าขับเคลื่อนกันอย่างจริงจัง แต่ผู้ประกอบขนาดกลาง และขนาดย่อม ถือเป็นกลุ่มใหญ่ และเป็นฟันเฟืองสำคัญของประเทศ ดังนั้นการเตรียมความพร้อมให้กับผู้ประกอบการ SME นี้จึงถือเป็นวาระระดับชาติ ความร่วมมือนี้ ถือเป็นโอกาสอันดีอย่างยิ่ง ที่จะนำ SME สู่ความยั่งยืน พร้อมปรับตัวเข้ากับการเปลี่ยนแปลงในยุคเศรษฐกิจสีเขียว และถือเป็นการก้าวที่ใหญ่ที่ช่วยขับเคลื่อนประเทศเข้าใกล้เป้าหมาย Net Zero มากขึ้น”

ดร.อภิรดี ขาวเธียร รองผู้อำนวยการ สสว. กล่าวเสริมว่า “การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสำหรับ SME เป็นนโยบายเร่งด่วนที่ต้องดำเนินการเพื่อเตรียมพร้อมต่อการเปลี่ยนผ่านสู่ธุรกิจโลกสีเขียว ซึ่งการดำเนินงานดังกล่าว ต้องยอมรับว่าส่งผลกระทบต่อต้นทุนการดำเนินธุรกิจของผู้ประกอบการ รวมถึงความสามารถในการแข่งขัน การเข้าถึงแหล่งทุน ดังจะเห็นได้จากเกณฑ์ประกอบการพิจารณาสินเชื่อของสถาบันการเงิน มีการนำแนวคิดดังกล่าวมามีส่วนในการพิจารณา เช่น Green Loan หรือ Climate Finance

ดังนั้นปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในโครงการ One-Click นี้ จะเป็นผู้ช่วยที่สำคัญให้แก่ SME ในการรวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และรายงานคาร์บอนฟุตพริ้นท์ของ SME แบบอัตโนมัติ เปิดโอกาสให้ SME เข้าถึง Climate Finance ได้ง่ายขึ้น รวดเร็วขึ้น และพร้อมรับมือกับโอกาสทางธุรกิจใหม่ ๆ รวมถึงมาตรการการจัดซื้อจัดจ้างสีเขียว (Green Procurement) ของภาครัฐ ในอนาคต”

ขณะที่ ดร.ศกยง พัฒนเวคิน ผู้ก่อตั้งบริษัท เวคิน (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า “ปัจจุบันข้อมูลผู้ประกอบการ SME ถูกจัดเก็บในรูปแบบดิจิทัล แต่กระจายอยู่ในหลายภาคส่วน ดังนั้นจึงมีความจำเป็นที่จะต้องใช้เทคโนโลยีขั้นสูง ในการเข้าถึง และเชื่อมโยงข้อมูลต่าง ๆ และยังคงไว้ซึ่งมาตรฐานความปลอดภัยทางไซเบอร์ และเคารพความเป็นส่วนตัว ดังนั้นปัญญาประดิษฐ์ (AI) จึงสามารถเข้ามาช่วยในการติดตามแบบอัตโนมัติ รายงานการปล่อยก๊าซเรือนกระจก รวมถึงการทวนสอบคาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กร (CFO) ให้แก่ SME ได้อย่างง่ายดาย สะดวก รวดเร็ว แม่นยำ และต้นทุนต่ำ โดยสามารถนำเสนอประสบการณ์การใช้งานในรูปแบบใหม่ให้แก่ผู้ใช้งานเสมือนเพียง One-Click ซึ่งเป็นที่มาของชื่อโครงการความร่วมมือนี้ และเพื่อเพิ่มความมั่นใจให้แก่ผู้ใช้งาน โครงการ One-Click นี้ได้การรับรองมาตรฐาน dSURE ระดับ 2 ดาว จาก DEPA และ การรับรองมาตรฐาน CF Platform จาก อบก. เป็นที่เรียบร้อย”

นอกจากนี้ ภายในงานยังมีการเสวนาในหัวข้อ “Climate Finance: ประตูสู่ความยั่งยืนของ SME ไทย” โดยมีผู้เชี่ยวชาญจากหลากหลายสาขา ได้แก่ นายธาดา วรุณโชติกุล ผู้จัดการสำนักรับรองธุรกิจคาร์บอนต่ำ องค์การบริหารก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน), นายเจษฎา วานิชสัมพันธ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท วัน อิเล็กทรอนิกส์ บิลลิ่ง จำกัด (มหาชน), ดร.สวนิตย์ บุญญาสุวัฒน์ กรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ สถาบันการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และ ดร.จักกนิตต์ คณานุรักษ์ ผู้อำนวยการฝ่ายส่งเสริมการพัฒนากำลังคนดิจิทัล สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล ร่วมสนทนาให้ข้อมูลอันน่าสนใจแก่ผู้เข้าร่วมงาน โดยมีนางสาวอัจฉรา ปู่มี Founder และ CEO บริษัท แพค คอร์ปอเรชั่น (ประเทศไทย) จำกัด เป็นผู้ดำเนินรายการ

ทั้งนี้ “One Click” จะมีการนำ AI มาช่วยในการพัฒนาระบบ เพื่อให้ SME ไทย สามารถประเมิน คาร์บอนฟุตพริ้นท์ (Carbon Footprint) ได้ง่ายและสะดวกสบายยิ่งขึ้น พร้อมทั้งยังสามารถเข้าถึงสินเชื่อสีเขียว (Green Loan) เพื่อช่วยให้ SME ปรับตัวสู่การทำธุรกิจคาร์บอนต่ำ ซึ่งเป็นก้าวแรกของประเทศไทยในการมุ่งสู่ เป้าหมาย Net Zero และการขับเคลื่อนตามเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน (SDGs) โดยเฉพาะการปฏิบัติการอย่างเร่งด่วนเพื่อต่อสู้กับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและผลกระทบที่เกิดขึ้น และการเสริมความเข้มแข็งให้แก่กลไกการดำเนินงาน และฟื้นฟูสภาพหุ้นส่วนความร่วมมือระดับโลก สำหรับการพัฒนาที่ยั่งยืน

ปัญญาประดิษฐ์ของโครงการ “One Click” นี้จะเปิดตัวอย่างเป็นทางการในวันที่ 10 มกราคม 2568 โดยผู้ประกอบการ SME ที่เข้าร่วมโครงการจะได้รับทุนสนับสนุนตามขนาดธุรกิจจาก สสว. ภายใต้การส่งเสริมผู้ประกอบการผ่านระบบ BDS หรือ “SME ปัง ตังได้คืน” เริ่มต้นที่ 8,000 บาท สำหรับธุรกิจขนาดเล็ก และ 5,000 บาท สำหรับธุรกิจ SME ที่มีขนาดใหญ่ขึ้น

-(016)

เซ็นทารา แกรนด์ โอซาก้า กวาดรางวัลการันตีตลอดปี 2024 ทั้งด้านการออกแบบ ห้องอาหาร และสปา

https://www.naewna.com/lady/849675

เซ็นทารา แกรนด์ โอซาก้า กวาดรางวัลการันตีตลอดปี 2024 ทั้งด้านการออกแบบ ห้องอาหาร และสปา

เซ็นทารา แกรนด์ โอซาก้า กวาดรางวัลการันตีตลอดปี 2024 ทั้งด้านการออกแบบ ห้องอาหาร และสปา

วันพุธ ที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 15.39 น.

เซ็นทารา แกรนด์ โอซาก้า ส่งท้ายปีอย่างยิ่งใหญ่ กวาดรางวัลการันตีตลอดปี 2024 สร้างผลงานอันยอดเยี่ยมจากหลากหลายเวที ทั้งด้านการออกแบบ ห้องอาหาร และสปา

 โรงแรมและรีสอร์ทในเครือเซ็นทารา เครือโรงแรมชั้นนำของประเทศไทยประกาศศักดาความภาคภูมิใจ กับอีกหนึ่งปีแห่งความสำเร็จของโรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ โอซาก้า โรงแรมภายใต้เครือแห่งแรกในประเทศญี่ปุ่น จากหลากหลายรางวัลแห่งความสำเร็จที่ได้รับมอบมาอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปีพ.ศ. 2567 จนได้รับการยอมรับและกลายเป็นโรงแรมน้องใหม่ที่โดดเด่นที่สุดแห่งหนึ่งในย่านนัมบะได้ภายในระยะเวลาอันรวดเร็ว

ล่าสุด โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ โอซาก้า นั้นเพิ่งได้รับการยกย่องจาก Sky Design Award ให้เป็นหนึ่งในด้านการออกแบบประเภท Interior Design – Hotel & Resort โดยนับเป็นรางวัลด้านดีไซน์และการออกแบบรางวัลแรกของโรงแรมนี้ โดยคณะกรรมการตัดสินนั้นพิจารณาจากความสามารถของโรงแรม ในการช่วยยกระดับชุมชนรอบข้าง และความสามารถในการนำเอาแนวคิดที่ทันสมัยเข้ามาปรับใช้กับการออกแบบของโรงแรมได้อย่างลงตัว

นอกจากนี้ ทางโรงแรมยังกวาดรางวัลอีกกว่า 7 รางวัลในสาขาต่างๆ อาทิ โรงแรม สปา และห้องอาหาร จากเวที World Luxury Hotel Awards ไม่ว่าจะเป็นรางวัล Luxury New Hotel ของภูมิภาคเอเชีย รางวัลระดับโลกด้าน Luxury Traditional Thai Spa สำหรับสปา เซ็นวารี และรางวัล Innovative Cuisine ในภูมิภาคเอเชียสำหรับห้องอาหาร Innovative French KUNSEI โดยรางวัลทั้งหมดที่กล่าวมานี้ เกิดขึ้นจากการโหวตของหลากหลายผู้เชี่ยวชาญในธุรกิจโรงแรม รวมทั้งแขกผู้เข้าพักกว่า 300,000 คน ที่ร่วมกันลงความเห็นว่าโรงแรมหรูแห่งนี้ สามารถผสานกลิ่นอายระหว่างความเป็นไทยและวัฒนธรรมดั้งเดิมของญี่ปุ่นเข้าเอาไว้ด้วยกันได้อย่างลงตัว ทั้งในเรื่องของการส่งมอบการบริการที่สมบูณ์แบบและมาตรฐานในระดับสากล

ยิ่งไปกว่านั้น ห้องอาหาร Steakhouse WhiskeyNova ยังได้รับคัดเลือกให้ติดอันดับ ในกลุ่มของ Bar, Club or Lounge จาก AHEAD Asia 2024 Awards โดยสำหรับรางวัลนี้คือการเชิดชูความเป็นเลิศทางด้านการออกแบบของธุรกิจในแวดวงโรงแรม โดยทีม AHEAD นั้นได้ยกย่องให้ห้องอาหาร Steakhouse WhiskeyNova มีความโดดเด่นในเรื่องของการนำเสนอวิวเมืองอันงดงาม ที่มาพร้อมประการณ์การรับประทานอาหารสุดตราตรึงใจ

“เรารู้สึกภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่งกับความสำเร็จ ที่โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ โอซาก้า นั้นได้รับ หลังจากที่เปิดให้บริการครบรอบ 1 ปี ซึ่งทั้งหมดคือผลพวงจากความสร้างสรรค์ ความทุ่มเทแรงกายแรงใจของทีมงานที่เกี่ยวข้อง และความมุ่งมั่นของเซ็นทาราที่ต้องการส่งมอบการบริการที่ดีที่สุดให้กับแขกผู้เข้าพัก รวมทั้งความพยายามในการนำเสนองานดีไซน์โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ ที่สามารถสร้างแรงบันดาลใจให้ทั้งกับลูกค้าและชุมชนข้างเคียง” ไมเคิล เฮนสเลอร์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ โรงแรมและรีสอร์ทในเครือเซ็นทารา กล่าว

ในเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ โอซาก้าได้ทำการฉลองครบรอบ 1 ปีในการเปิดให้บริการ โรงแรมแห่งนี้นำเอาการบริการที่ทันสมัยสไตล์ญี่ปุ่น เข้ามาผสมผสานเข้ากับวัฒนธรรมดั้งเดิมอันน่าหลงใหล เพื่อตอกย้ำจุดยืนในการเป็น The Place to Be สำหรับนักเดินทางในภูมิภาคเอเชียอย่างแท้จริง

โดยสำหรับโรงแรมแห่งนี้ ตั้งอยู่ใจกลางย่านนัมบะที่แสนครึกครื้นของเมืองโอซาก้า มีห้องพักดีไซน์ร่วมสมัยให้บริการถึง 515 ห้อง พร้อมหลากหลายตัวเลือกเพื่อประสบการณ์การรับประทานอาหารที่ดีที่สุด เพียบพร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน และห้องจัดประชุมและสัมมนาที่ทันสมัย พร้อมมอบการบริการอบอุ่นแบบไทย เพื่อสรรสร้างความทรงจำอันน่าประทับใจให้กับแขกผู้เข้าพักทุกคน

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ โอซาก้าได้ ที่นี่

-(016)

ถอดรหัสความสำเร็จ กับ 1 ทศวรรษของเทศกาลงานออกแบบเชียงใหม่ 2567

https://www.naewna.com/lady/849669

ถอดรหัสความสำเร็จ กับ 1 ทศวรรษของเทศกาลงานออกแบบเชียงใหม่ 2567

ถอดรหัสความสำเร็จ กับ 1 ทศวรรษของเทศกาลงานออกแบบเชียงใหม่ 2567

วันพุธ ที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 15.19 น.

ปิดฉากลงอย่างสวยงามกับเทศกาลงานออกแบบเชียงใหม่ 2567 หรือ Chiang Mai Design Week 2024 โดยสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (องค์การมหาชน) หรือ CEA จัดต่อเนื่องเป็นปีที่ 10 สำหรับปีนี้จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “SCALING LOCAL: Creativity, Technology, And Sustainability – For Reviving Recovery” ที่ขยายบทบาทของท้องถิ่น ยกระดับศักยภาพพลังสร้างสรรค์ของนักออกแบบ ซึ่งที่ผ่านมาตลอด 10 ปี เทศกาลฯ มีบทบาทสำคัญในการฟื้นฟูเศรษฐกิจหลังวิกฤติโรคระบาด กระตุ้นการท่องเที่ยว สร้างรายได้ให้ชุมชน และส่งเสริมความร่วมมือระหว่างภาครัฐ เอกชน และชุมชนท้องถิ่น โดยปีนี้ยังคงได้รับการตอบรับอย่างดีเยี่ยม เทศกาลฯ ดึงดูดผู้เข้าร่วมในประเทศและต่างประเทศกว่า 178,212 คน จึงนับเป็นการส่งเสริมเมืองเชียงใหม่ด้วยพลังสร้างสรรค์ท้องถิ่นให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเมืองได้จริงทั้งในระดับท้องถิ่นและภูมิภาค

ดร. ชาคริต พิชญางกูร ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ กล่าวว่า “เทศกาลงานออกแบบเชียงใหม่ไม่ใช่แค่งานแสดงความคิดสร้างสรรค์และการออกแบบ แต่คือพลังขับเคลื่อนสำคัญที่เปลี่ยนแปลงเมืองและเศรษฐกิจของภูมิภาค อีกทั้งยังเป็นแพลตฟอร์มที่ส่งเสริมความร่วมมือระหว่างภาครัฐ เอกชน และชุมชนท้องถิ่น ตลอดทศวรรษที่ผ่านมา เทศกาลฯ ได้แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของความคิดสร้างสรรค์และเทคโนโลยีในการเชื่อมโยงผู้คน และเพิ่มมูลค่าให้กับทุนวัฒนธรรมในชุมชน จนเกิดผลกระทบเชิงบวกในด้านเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม และสิ่งแวดล้อม อีกทั้งยังได้ปลุกกระแสความตื่นตัวในภูมิภาค ทำให้ผู้คนตระหนักถึงคุณค่าของงานสร้างสรรค์ในฐานะเครื่องมือสำคัญสำหรับพัฒนาเมืองอย่างยั่งยืนอีกด้วย และนี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้น เราเชื่อมั่นว่าเทศกาลงานออกแบบเชียงใหม่จะก้าวต่อไปสู่การเป็นหนึ่งในเทศกาลสร้างสรรค์ที่โดดเด่นที่สุดในระดับโลก”

เทศกาลงานออกแบบเชียงใหม่ 2567 ส่งผลกระทบเชิงบวกในหลายมิติ

ในแต่ละปี เทศกาลฯ จะสร้างความท้าทายใหม่ ๆ ผ่านธีมของการจัดงาน ซึ่งสะท้อนจากเทรนด์และบริบทของสังคมโลกในแต่ละช่วง และในปีนี้แนวคิด “SCALING LOCAL: Creativity, Technology, And Sustainability – For Reviving Recovery”  ได้ช่วยต่อยอดฐานทุนที่มีอยู่ในชุมชนทั้งทุนทางภูมิปัญญา และทุนทางทรัพยากรที่มีศักยภาพ ให้เป็นที่รู้จักในระดับนานาชาติ ผ่าน ‘3 เสาหลัก’ อย่าง Creativity, Technology, และ Sustainability โดยปีนี้เทศกาลฯ ได้ตอบสนองต่อประเด็นท้องถิ่น ครอบคลุมทั้งเศรษฐกิจ อุตสาหกรรมสร้างสรรค์ และสังคม ซึ่งสร้างผลกระทบเชิงบวกในหลายมิติ

1. ส่งเสริมให้เกิดการเชื่อมต่อโอกาสของกลุ่มธุรกิจสร้างสรรค์ (Business Issue)

เทศกาลฯ กลายเป็นเวทีสำคัญสำหรับการจับคู่ทางธุรกิจ (Business Matching) และการพัฒนานวัตกรรมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ตัวอย่างสำคัญ ได้แก่ LABBfest. เทศกาลดนตรีที่เปิดพื้นที่ให้นักดนตรีในภาคเหนือและต่างประเทศโชว์เคสผลงานดนตรีต่อผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมดนตรี เช่น โปรโมเตอร์และเจ้าของค่ายเพลงในระดับนานาชาติ เพื่อสร้างโอกาสเชิงพานิชย์และการสร้างเครือข่ายความร่วมมือในอนาคต Super Slow นิทรรศการงานคราฟต์ที่เฉลิมฉลองศิลปะแห่งความสงบในรูปแบบ Slow Economy สร้างประสบการณ์ใหม่ให้ผู้เข้าชมได้ตระหนักถึงเศรษฐกิจอีกรูปแบบหนึ่งที่มีศักยภาพขับเคลื่อนเมืองเชียงใหม่ ขณะเดียวกัน นิทรรศการ Floral Wonders: The Journey of a Blooming Economy แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของธุรกิจดอกไม้และพฤกษศาสตร์ที่เติบโตของภาคเหนือและสร้างรายได้ได้อย่างมหาศาล นอกจากนี้ โปรแกรม Thailand’s Taste of Tomorrow The REGIONALS ยังส่งเสริมวัฒนธรรมอาหารท้องถิ่น ด้วยการผสมผสานภูมิปัญญาเข้ากับนวัตกรรมอาหาร เพื่อยกระดับเศรษฐกิจอาหารในภูมิภาค เทศกาลยังสนับสนุนการจับคู่ธุรกิจใน POP MARKET ตลาดงานคราฟต์ซึ่งสร้างโอกาสใหม่ให้ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมสร้างสรรค์

2. ยกระดับอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ (Creative Industry Issue)

เทศกาลงานออกแบบเชียงใหม่ยังช่วยผลักดันเชียงใหม่ให้เป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ระดับโลก เช่น นิทรรศการ TASTE TRAIL LANNA  ที่ส่งเสริมอาหารล้านนาให้เป็นสินค้าและการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมอาหาร (Gastronomy Tourism)  พร้อมทั้งโครงการ SCALING UPCYCLING ที่เน้นการสร้างมูลค่าเพิ่มจากขยะโดยนำเสนอไอเดียอัปไซเคิล เช่น การผลิตเฟอร์นิเจอร์จากกากกาแฟ  และอีกหนึ่งความโดดเด่นคือ Start from Rice ซึ่งเป็นโปรแกรมส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพนักสร้างสรรค์ในพำนัก (Homecoming Creators and Oversea Creators Collaboration in Residency Program) ที่เชื่อมโยงนักสร้างสรรค์ท้องถิ่นและนานาชาติในการแลกเปลี่ยนความรู้และพัฒนางานศิลปะที่ตอบโจทย์ตลาดโลก

3. เสริมสร้างการพัฒนาสังคมอย่างยั่งยืน (Social Issue)

เทศกาลฯ ยังได้เน้นบทบาทการออกแบบในการสร้างความตระหนักรู้ด้านสังคมและสิ่งแวดล้อม ตัวอย่างเช่น Ready Set Old: แก่ ดี มีสุข นิทรรศการที่สำรวจศักยภาพของเชียงใหม่ในการเป็นเมืองที่รองรับไลฟ์สไตล์ผู้สูงวัย สอดคล้องกับแนวคิดบลูโซนระดับโลก โปรเจ็กต์ ลานพลังสร้างสรรค์ (Urban Symphony) โปรเจ็กต์ที่แปลงพลังงานจากกิจกรรมชีวิตประจำวันให้เป็นพลังงานสะอาด พร้อมส่งเสริมสุขภาพและสิ่งแวดล้อม ภายใต้แนวคิด “Water Is Life’s Mirror – ชีวิตสะท้อนผ่านน้ำ” ที่พูดถึงความสัมพันธ์อันลึกซึ้งระหว่างชุมชนกับธรรมชาติ และอีกหนึ่งโครงการที่น่าสนใจคือ เขาวงกตวัดเจ็ดลิน ซึ่งเป็นการสร้างพื้นที่สร้างสรรค์ในชุมชน โดยความร่วมมือจากวัดเจ็ดลิน เพื่อเสริมสร้างมิติใหม่ของความคิดสร้างสรรค์ในพื้นที่ท้องถิ่น

4. ฟื้นฟูเมืองและเสริมสร้างชีวิตชีวา

เทศกาลฯ ได้ยกระดับทรัพยากรท้องถิ่นให้เป็นที่รู้จักในระดับโลก โดยเน้นการปรับปรุงพื้นที่รกร้างให้กลายเป็นสถานที่จัดกิจกรรมและนิทรรศการต่าง ๆ การริเริ่มดังกล่าวได้จุดประกายความคิดสร้างสรรค์ให้แก่เจ้าของพื้นที่ เช่น การชุบชีวิต ตึกมัทนา อาคารพาณิชย์ยุคโมเดิร์นย่านช้างม่อย ให้กลับมามีชีวิตด้วยนิทรรศการและกิจกรรมสร้างสรรค์กว่า 32 โปรแกรม ซึ่งสามารถสร้างโอกาสทางธุรกิจให้กับผู้ประกอบการท้องถิ่นได้ด้วย 

ก้าวย่างปีที่ 11 กับการเตรียมพร้อมทะยานขึ้นเป็นเทศกาลระดับโลก

เป้าหมายต่อไปของเทศกาลงานออกแบบเชียงใหม่ คือการยกระดับเทศกาลให้เป็นที่รู้จักและได้รับการยอมรับในระดับสากล โดยก้าวย่างปีต่อ ๆ ไปของเทศกาลฯ จะมุ่งเน้นไปที่การพัฒนากิจกรรมตามเทรนด์และบริบทของเมือง เพื่อสร้างประสบการณ์ที่น่าประทับใจให้แก่ผู้ชมและนักท่องเที่ยวที่มีส่วนร่วมกับงานอย่างแท้จริง ควบคู่ไปกับการสร้างความร่วมมือจากทุกภาคส่วนไม่ว่าจะเป็น นักออกแบบ ศิลปิน ผู้ประกอบการ และภาคีเครือข่ายทั้งในประเทศและต่างประเทศ ตลอดจนรักษามาตรฐานระดับสูงของเทศกาล เพื่อดึงดูดความสนใจจากนักลงทุนต่อไปและขยายความสำคัญของเทศกาลในระดับโลก

นางสาวอิ่มหทัย กันจินะ ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ เชียงใหม่ กล่าวว่า “เทศกาลงานออกแบบเชียงใหม่กำลังก้าวไปสู่มาตรฐานใหม่ที่ผสานความคิดสร้างสรรค์เข้ากับความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อเป็นต้นแบบสำหรับการจัดเทศกาลสร้างสรรค์ในพื้นที่อื่น ๆ ทั่วประเทศ ทั้งนี้ เทศกาลฯ ยังเสริมความแข็งแกร่งในฐานะสมาชิกของเครือข่าย World Design Weeks สะท้อนถึงศักยภาพที่เติบโตอย่างต่อเนื่องตลอดทศวรรษที่ผ่านมา เป้าหมายสำคัญคือการสร้างการเชื่อมโยงที่แข็งแกร่งกับผู้คนทั่วโลก โดยต้องสร้างมาตรฐานกิจกรรมที่ตอบโจทย์ในระดับสากล เสริมความแข็งแกร่งของเครือข่าย ทำให้ผู้เข้าร่วม “อิน” กับแนวคิดและคุณค่าของงานสร้างสรรค์ เพื่อผลักดันเชียงใหม่ให้กลายเป็นเมืองต้นแบบที่สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจและได้รับการยอมรับในเวทีระดับโลก เช่นเดียวกับ Milan Design Week ในอนาคต”

ติดตามความเคลื่อนไหวได้ที่ Website: www.chiangmaidesignweek.com , Facebook: Chiang Mai Design Week , Instagram: Chiang Mai Design Week

-(016)

หนาวนี้ปาร์ตี้ฉ่ำ กับเซ็ทอาหารและเครื่องดื่มโปรโมชั่น ที่ฮับน้ำทอง

https://www.naewna.com/lady/849655

หนาวนี้ปาร์ตี้ฉ่ำ กับเซ็ทอาหารและเครื่องดื่มโปรโมชั่น ที่ฮับน้ำทอง

หนาวนี้ปาร์ตี้ฉ่ำ กับเซ็ทอาหารและเครื่องดื่มโปรโมชั่น ที่ฮับน้ำทอง

วันพุธ ที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 14.57 น.

ห้องอาหารฮับน้ำทอง ห้องอาหารชั้นใต้ดินโรงแรมเบญจรงค์ จัดเซ็ทอาหารและเครื่องดื่มโปรโมชั่น ให้หนาวนี้ได้จัดปาร์ตี้กันฉ่ำๆ กับ 3 เมนูสุดยอดของทุกงานปาร์ตี้ ทั้ง ไก่ย่างฮับน้ำทองขาหมูเยอรมันปลาแซลมอนคั่วพริกเกลือครีมชีส พร้อมด้วยเครื่องดื่มสำหรับฤดูหนาว Golden Eve Fizz และ Jingle Jasmine

ตอบรับทุกปาร์ตี้ของหนาวนี้ ที่ห้องอาหารฮับน้ำทอง ชั้นใต้ดิน โรงแรมเบญจรงค์ ถ.รัชดาภิเษก ตั้งแต่วันนี้จนถึง 15 มกราคม พ.ศ. 2568 รายละเอียดเพิ่มเติม โทร 099-0531810 หรือ Facebook :  Hub Nam Thong

ร้อนแรงมาก! ‘โบว์ เมลดา’เสิร์ฟความแซ่บอวดหุ่นสวยจึ้ง

https://www.naewna.com/entertain/849833

ร้อนแรงมาก! 'โบว์ เมลดา'เสิร์ฟความแซ่บอวดหุ่นสวยจึ้ง

ร้อนแรงมาก! ‘โบว์ เมลดา’เสิร์ฟความแซ่บอวดหุ่นสวยจึ้ง

วันพฤหัสบดี ที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 11.35 น.

ต้องยอมรับเลยว่า นางเอกสาว “โบว์ เมลดา สุศรี” สวยแซ่บขึ้นทุกวันเลยจริงๆ ล่าสุดเจ้าตัวได้ออกมาโพสต์ภาพสุดเซ็กซี่ ต้อนรับวันคริสต์มาสในลุคสาวผมบลอนด์ทอง สายฝอเบาๆ สวมบราสีดำ และใส่กางเกงยีนส์ขายาว พร้อมกับเขียนแคปชั่นว่า “Merry kiss me” งานนี้ทำเอาแฟนหนุ่ม “อาเล็ก ธีรเดช” อดใจไม่ไหวรีบเข้ามาคอมเมนต์อย่างรวดเร็ว บอกว่า “Kiss หน่อย” 

‘อั้ม พัชราภา’อวดลุคซานตี้ สวมเดรสสั้นหวานปนแซ่บ

https://www.naewna.com/entertain/849813

'อั้ม พัชราภา'อวดลุคซานตี้ สวมเดรสสั้นหวานปนแซ่บ

‘อั้ม พัชราภา’อวดลุคซานตี้ สวมเดรสสั้นหวานปนแซ่บ

วันพฤหัสบดี ที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 09.59 น.

สวยไม่พักเลยจริงๆ สำหรับนางเอกตัวแม่ของวงการ “อั้ม พัชราภา” ที่แม้ตอนนี้จะอายุ 46 กะรัตแล้ว แต่ออร่าก็ยังพุ่งไม่หยุด ล่าสุด อั้ม พัชราภา ก็เพิ่งออกมาปล่อยภาพจากปาร์ตี้ฉลองวันคริสต์มาสกับคนในครอบครัวและแก๊งเพื่อน โดยปีนี้อั้มได้แปลงโฉมเป็นซานตี้สวยหวานในชุดเดรสผ้าซาตินสีชมพูละมุนตัวสั้นสุดใจ แถมมีซีทรูเบาๆ บางๆ ที่ช่วงอก อวดความแซ่บแบบวับ ๆ แวม ๆ

‘ดู๋-แอน’ นำทัพดารา ศิลปินวิ่งรับลมหนาวในงาน ‘RAM HERO RUN 2024’

https://www.naewna.com/entertain/849702

‘ดู๋-แอน’ นำทัพดารา ศิลปินวิ่งรับลมหนาวในงาน ‘RAM HERO RUN 2024’

‘ดู๋-แอน’ นำทัพดารา ศิลปินวิ่งรับลมหนาวในงาน ‘RAM HERO RUN 2024’

วันพฤหัสบดี ที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

เมื่อเช้ามืดวานนี้ ณ ลานหน้าอินดอร์ สเตเดี้ยม หัวหมาก : เหล่าคนดังนำทีมโดย “ดู๋ สัญญา คุณากร, แอน ทองประสม, ฮาย-ชุติมา สิงห์ใจชื่น, มากิ-มาชิดา สุทธิกุลพานิช พร้อมด้วยนักแสดงและผู้ประกาศข่าวจากช่องวัน คุกกี้-ญดา สุวรรณปัฏนะ, เดียร์-ลิลลี่ แม็คกร๊าธ, ต๊ะ-พิภู พุ่มแก้วกล้า, น้ำนุ่น-อาทิตยา ทรัพย์สินวิวัฒน์, ปาล์ม-นิติรัฐบัวจันทร์ มาร่วมกิจกรรม วิ่งการกุศล “RAM HERO RUN 2024” วิ่งปลอดภัยเพื่อทุกหัวใจแข็งแรง จัดโดยโรงพยาบาลรามคำแหง รับรองเส้นทางการวิ่งโดยสมาคมกีฬากรีฑาแห่งประเทศไทยฯ งานนี้นอกจากจะได้สุขภาพที่ดีแล้ว ยังได้อิ่มบุญไปด้วยกัน เพราะรายได้ส่วนหนึ่งมอบให้มูลนิธิขาเทียมในสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี บรรยากาศภายในงานเต็มไปด้วยความสนุก ความสุขรอยยิ้มเป็นการรวมตัวของสายวิ่งผู้รักสุขภาพ งานนี้ได้รับเกียรติจาก นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร มาร่วมวิ่งในครั้งนี้ด้วย

โดยบรรยากาศภายในงานเป็นไปอย่างครึกครื้นนอกจากศิลปินดาราชื่อดังมาร่วมวิ่งแล้ว ยังมีเหล่านักวิ่ง อินฟลูเอนเซอร์บรรดา Pacer และประชาชนผู้ใจบุญรวมถึงแพทย์ พยาบาลผู้บริหารและบริษัทในเครือโรงพยาบาลรามคำแหงมาร่วมวิ่งกันอย่างคับคั่ง รับลมเย็นๆ ตลอดเส้นทางโดดเด่นด้วยเสื้อโทนสีฟ้าให้ความรู้สึกสดชื่น อบอุ่นด้วยเสื้อน้ำเงินสำหรับผู้ที่ผ่านการอบรม CPR และการใช้เครื่อง AED และเสื้อสีขาวสำหรับแพทย์พยาบาล ให้ความรู้สึกผ่อนคลาย สบายตาสำหรับปีนี้มีทั้งหมด 4 ระยะตั้งแต่ 3 กม.5 กม. 10 กม. และ 21 กม. ซึ่งโรงพยาบาลรามคำแหง ได้จัดหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ และจุดบริการรถพยาบาลฉุกเฉิน (Ambulance)พร้อมทีมปฐมพยาบาล เพื่อดูแลความปลอดภัยของนักวิ่งตลอดเส้นทางและตลอดการแข่งขัน นักวิ่งที่วิ่งผ่านเส้นชัยจะได้รับเหรียญที่ระลึก ที่ออกแบบในสไตล์มินิมอล น้อยแต่มาก เรียบแต่โก้ และคูปองอาหารให้นักวิ่ง พร้อมเปิดให้นักวิ่งร่วมกิจกรรมฟรี ส่งท้ายปี FAMILY ACTIVITIES กับกิจกรรมสร้างสรรค์สำหรับเด็กและครอบครัว อาทิ แต่งหน้าคุกกี้แฟนซี, เกมตู้คีบมนุษย์, เลี้ยงบอลซิกแซก, เตะบอลเข้าโกล และอีกมากมาย ทำเอานักวิ่ง และประชาชน ให้ความสนใจ เข้ามาร่วมสนุกรับของรางวัลและของที่ระลึกกันอย่างมากมาย! และที่ฮิตสุดๆ ขาดไม่ได้นั่นก็คือ Photo Booth 360 องศาที่ให้เหล่าบรรดานักวิ่งได้เข้าไปถ่ายรูปกันอย่างสนุกสนาน แถมยังได้อิ่มอร่อยไปกับ Foody Zone ฟู้ดทรัค เครื่องดื่มเพลิดเพลินไปกับวงดนตรีสดและยังมีผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพจากผู้ร่วมสนับสนุนอีกมากมาย นอกจากนี้ ยังมีแพ็กเกจตรวจสุขภาพในราคาสุดพิเศษ! ทำเอาเหล่าบรรดานักวิ่ง รวมถึงประชาชนที่เข้ามาร่วมกิจกรรม ต่างชม ชิม ช้อปกันอย่างแฮปปี้และอิ่มเอม เปรมปรีด์ เรียกรอยยิ้มและเสียงหัวเราะกันทั้งงานติดตามข่าวสารกิจกรรมได้ที่ Facebook : RAMHERORUNwww.ramherorun.com