มูลนิธิมิตซูบิชิ อิเล็คทริคไทย สานต่อโครงการประทีปเด็กไทยต่อเนื่องเป็นปีที่ 8

https://www.naewna.com/lady/839340

มูลนิธิมิตซูบิชิ อิเล็คทริคไทย สานต่อโครงการประทีปเด็กไทยต่อเนื่องเป็นปีที่ 8

มูลนิธิมิตซูบิชิ อิเล็คทริคไทย สานต่อโครงการประทีปเด็กไทยต่อเนื่องเป็นปีที่ 8

วันอังคาร ที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

มูลนิธิมิตซูบิชิ อิเล็คทริคไทย นำโดย นายเทสึยะ ชิโนะฮารา รองประธานกรรมการ พร้อมด้วยผู้แทนจากกลุ่มบริษัท Mitsubishi Electric ในประเทศไทย ร่วมนำถวายเงินสนับสนุนเป็นจำนวน 290,000 บาท แด่ พระวชิรวรคุณ (เสริมพร ธมฺมวโร) ประธานกรรมการมูลนิธิประทีปเด็กไทย หลวงพ่อวิริยังค์ สิรินฺธโร เพื่อสมทบทุนการสร้างศูนย์พัฒนาเด็กเล็กให้ครอบคลุมพื้นที่ทั่วประเทศไทย ตามวัตถุประสงค์หลักของ “โครงการประทีปเด็กไทย” ต่อเนื่องเป็นปีที่ 8 ณ วัดศรีรัตนธรรมาราม จังหวัดสมุทรปราการ

นายเทสึยะ ชิโนะฮารา รองประธานกรรมการ มูลนิธิมิตซูบิชิ อิเล็คทริคไทย กล่าวว่า “มูลนิธิมิตซูบิชิ อิเล็คทริคไทยเริ่มก่อตั้งในปี พ.ศ. 2534 ซึ่งเป็นเวลา 33 ปีมาแล้วที่เราได้สนับสนุนการศึกษามาโดยตลอด เพราะเราเชื่อว่า การศึกษาเป็นกุญแจสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน และเราภูมิใจที่ได้สนับสนุนโครงการประทีปเด็กไทยเพื่อสร้างศูนย์พัฒนาเด็กเล็กมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2560 ซึ่งปีนี้ได้สนับสนุนต่อเนื่องเป็นปีที่ 8 โดยมีแนวคิดภายใต้เป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน ที่จะไม่ทิ้งคนไว้ข้างหลังนั้น เป็นสิ่งที่เราตระหนัก และมุ่งมั่นมาโดยตลอด ผมหวังว่าการสนับสนุนในครั้งนี้จะสร้างประโยชน์ให้กับสังคม และเป็นส่วนช่วยในการสร้างโอกาสทางการศึกษาซึ่งเป็นเครื่องมือสำคัญที่จะช่วยเปลี่ยนแปลงชีวิตเด็กๆ ให้เข้าถึงการศึกษา ลดความเหลื่อมล้ำและส่งเสริมความเท่าเทียม รวมถึงการเปลี่ยนแปลงสังคมให้เจริญก้าวหน้า กระตุ้นให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเพื่อสิ่งที่ดีกว่าซึ่งนำไปสู่คุณภาพชีวิตที่ดีในอนาคต”

โครงการประทีปเด็กไทยได้ถูกก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2518 โดย สมเด็จพระญาณวชิโรดม (หลวงพ่อวิริยังค์ สิรินฺธโร) อดีตเจ้าอาวาสวัดธรรมมงคล ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อระดมทุนในการจัดสร้างศูนย์พัฒนาเด็กเล็กสำหรับเด็กอายุ 2-6 ปี เพื่อช่วยเหลือให้เด็กๆ ได้รับโอกาสทางการศึกษา และได้รับการดูแลให้มีพัฒนาการที่ดีทั้งด้านร่างกาย จิตใจ อารมณ์ สังคม และสติปัญญาอย่างเหมาะสมตามช่วงวัย เพื่อเตรียมความพร้อมให้เติบโตเป็นเยาวชนที่ดี และมีคุณค่าต่อสังคมไทย

ทั้งนี้ มูลนิธิมิตซูบิชิ อิเล็คทริคไทย สนับสนุนกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับความรับผิดชอบต่อสังคมโดยมุ่งเน้นส่งเสริมด้านการศึกษา สิ่งแวดล้อมและการพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดีของสังคมเพื่อให้เกิดความยั่งยืน

เมื่อคอนเทนต์วาย (Y) กลายเป็นซอฟต์ พาวเวอร์ไทย เปิดมุมมอง ‘ซีรี่ส์วาย’ และ ‘นิยายวาย’ ในวันที่กระแสวายแรงเกินต้าน

https://www.naewna.com/lady/839338

เมื่อคอนเทนต์วาย (Y) กลายเป็นซอฟต์ พาวเวอร์ไทย เปิดมุมมอง ‘ซีรี่ส์วาย’ และ ‘นิยายวาย’ ในวันที่กระแสวายแรงเกินต้าน

เมื่อคอนเทนต์วาย (Y) กลายเป็นซอฟต์ พาวเวอร์ไทย เปิดมุมมอง ‘ซีรี่ส์วาย’ และ ‘นิยายวาย’ ในวันที่กระแสวายแรงเกินต้าน

วันอังคาร ที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

5-6 ปี ให้หลังมานี้ หากเปิดโทรทัศน์หรือท่องโซเชียลมีเดียจะพบว่าคอนเทนต์ที่ก้าวกระโดดจากกระแสรองมาสู่กระแสหลักนกลายเป็นวัฒนธรรมย่อยของไทย คือคอนเทนต์วาย (Y) ซึ่งยึดครองพื้นที่ในวงการบันเทิงไทยไปมากกว่าครึ่ง ทั้งยังส่งออกความนิยมไปต่างประเทศ ตั้งแต่อาเซียน เอเชีย จนถึงตลาดยุโรปและอเมริกา เรียกได้ว่า คอนเทนต์วายไทย เป็นหนึ่งในซอฟต์ พาวเวอร์สร้างชื่อ ทำให้ต้องยกมาเป็นกรณีศึกษาว่า อะไรทำให้เกิดปรากฏการณ์วายไทยที่สร้างกระแสความจิ้นไปทั่วโลกได้อย่างนี้

ต้องยอมรับว่าในช่วงเวลาเพียงไม่กี่ปีซีรี่ส์ประเภท Boy’s Love หรือซีรี่ส์วาย ปลุกกระแสความคึกคักให้กับวงการบันเทิงไทยได้อย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน โดยเฉพาะการสร้างชื่อเสียงให้ประเทศไทยขึ้นแท่นเป็นผู้นำคอนเทนต์วายระดับโลก ซึ่งมีมูลค่าตลาดมหาศาล และนอกจากซีรี่ส์ วรรณกรรมวายของไทยก็ฮอตฮิตไม่ต่างกัน ทำสถิติเป็นประเภทหนังสือที่ได้รับความนิยมมากที่สุดเป็นอันดับต้นๆ ในงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติครั้งล่าสุด ด้วยเหตุนี้สมาคมนักเขียนบทละครโทรทัศน์ (TSA) จึงร่วมกับกรมส่งเสริมวัฒนธรรม THACCA (Thailand Creative Culture Agency) และ OFOS (One Family One Soft Power) เปิดกิจกรรมเสวนาหัวข้อ “นักเขียนบทสู่นักเขียนวาย” ภายใต้โครงการสร้างทักษะใหม่เพื่อพัฒนานักเขียนบทให้เป็นกำลังสำคัญของยุทธศาสตร์ซอฟต์พาวเวอร์แห่งชาติ “GO UP AND NEVER STOP EXPAND MULTI SKILLS” เชิญสองผู้คร่ำหวอดในแวดวงวาย เจติยา โลกิตสถาพร ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บรรณาธิการบริหาร บริษัทสถาพรบุ๊คส์ จำกัด ซึ่งมีสำนักพิมพ์ดีพ (Deep) ผลิตคอนเทนต์วายเป็นหลัก และ กฤษดา วิทยาขจรเดช ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บีออนคลาวด์ จำกัดผู้ผลิตซีรี่ส์ชื่อดังอย่าง KinnPorsche The Series LaForte, 4 Minutes และภาพยนตร์แมนสรวง มาร่วมถ่ายทอดประสบการณ์และเรื่องราวเกี่ยวกับแวดวงวายอย่างครบรส ทั้งในมุมของนวนิยายและซีรี่ส์ เพื่อให้นักเขียนบทละครและผู้สนใจเข้าใจเทรนด์ซีรี่ส์วาย รวมถึง ยูริ (Yuri) แบบ Girl’s Love ก่อนนำไปต่อยอดพัฒนาทักษะของตนเองเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคในยุค Y Economy ให้มากขึ้น

ปฏิเสธไม่ได้ว่าภาพของซีรี่ส์วาย หรือนิยายวาย มักจะถูกคนบางกลุ่มมองว่าเป็นเรื่องราวแนวประโลมโลก และมักจะขายคู่จิ้น มากกว่าเน้นเนื้อหาสาระสะท้อนสังคม แต่ในความเป็นจริงถ้ามองอย่างเปิดใจ คุณเจติยายืนยันว่าคอนเทนต์วายสะท้อนสังคมในแง่มุมของความหลากหลายทางเพศได้อย่างลึกซึ้ง และเป็นสื่อหนึ่งที่มีส่วนสำคัญในการช่วยให้ผู้คนในสังคมเข้าใจประเด็นความหลากหลายมากขึ้น นอกจากนี้ ที่เห็นได้อย่างชัดเจนคือการผลักดันซอฟต์พาวเวอร์ไทย เพราะไม่เพียงเป็นซอฟต์พาวเวอร์ให้คนต่างชาติรู้จักประเทศไทยมากขึ้นคอนเทนต์วายจำนวนไม่น้อยยังสอดแทรกซอฟต์พาวเวอร์ด้านอื่นๆ ของไทยลงไปด้วย “เช่น ซีรี่ส์เรื่องวันดีวิทยาที่เล่าถึงมวยไทย และยังมีหลายเรื่องที่พูดถึงวัฒนธรรมอีสานในบ้านเรา ซึ่งสิ่งเล็กๆน้อยๆ เหล่านี้ ก็สามารถสอดแทรกเข้าไปในนิยายวายได้เช่นเดียวกับนวนิยายทั่วไป” เจติยา ผู้คลุกคลีอยู่ในแวดวงนิยายยกตัวอย่าง

เช่นเดียวกับ กฤษดา ที่เล่าถึงการใส่วัฒนธรรมไทยลงไปในคอนเทนต์วายของบีออนคลาวด์ว่า เคยทำแบบสุดทางมาแล้วในภาพยนตร์เรื่องแมนสรวง ซึ่งนับได้ว่าเป็นการส่งเสริมและเผยแพร่วัฒนธรรมอันเป็นซอฟต์พาวเวอร์ไทยอย่างชัดเจน และหากถามว่าซีรี่ส์วายเป็นซอฟต์พาวเวอร์ไทยได้อย่างไร เขาว่า “สุดท้ายถ้าทําให้คนรู้จักประเทศไทยได้มากขึ้น ไม่ว่าจะในมุมไหนก็เป็นซอฟต์พาวเวอร์ได้หมด และผมเชื่อว่าคนในแวดวงวายก็กำลังทำสิ่งนี้อยู่ คือการเผยแพร่ความเป็นไทย ไม่ว่าจะโดยตั้งใจหรือไม่ตั้งใจก็ตาม ถ้าซีรี่ส์ของเราไประดับโลกได้ ก็แปลว่าจะมีคนรู้จักประเทศไทยแน่นอน”

จากสายวายแนว Boy’s Love ทุกวันนี้ในตลาดเดียวหรือใกล้เคียงกัน เกิดคอนเทนต์แขนงใหม่ที่มาแรงคือ แซฟฟิก (Sapphic) หรือยูริ (Yuri) ซึ่งเติบโตมาจากฐานแฟนคลับสายวายรวมถึงคนที่ชื่นชอบเรื่องราวแนว Girl’s Love จนกลายเป็นอีกหนึ่งซอฟต์พาวเวอร์ที่ทรงพลังของไทย ซึ่งทั้งสองผู้คร่ำหวอดในแวดวงวายต่างเห็นพ้องต้องกันว่า การเกิดขึ้นของคอนเทนต์แนวยูริเป็นอีกหนึ่งกระแสที่ต้องจับตาและมีแนวโน้มว่าจะเติบโตไม่ต่างจากคอนเทนต์วายไทย

“วันนี้เห็นได้ว่าแซฟฟิกหรือยูริบูมมาก โดยมีจุดเริ่มต้นคล้ายกับซีรี่ส์วาย ที่เกิดจากนิยายแล้วกลายมาเป็นซีรี่ส์ ก่อนจะสร้างกระแสคู่จิ้น เพียงแต่ยูริอาจจะมีตลาดรองรับอยู่จํานวนหนึ่งแล้วจากฐานคนที่เสพคอนเทนต์วาย ซึ่ง ณ ตอนนี้ยังระบุไม่ได้ชัดเจนว่าเป็นกลุ่มเดียวกันหรือไม่ แต่ที่แน่ๆ คือคอนเทนต์ยูริจะเพิ่มกลุ่มแฟนคลับที่เป็น Girl’s Love เข้าไปด้วย ผมมองว่าหากอยากแข่งขันในตลาดยูริ ณ ตอนนี้ ต้องหาคอนเทนต์ที่เฉียบคมมากขึ้น เพราะเริ่มมีการทำออกมาค่อนข้างเยอะแล้วเหมือนกัน” กฤษดา อธิบาย โดยเขามองว่าคอนเทนต์วายและยูริเป็นซับเซตในตลาดเดียวกัน ฉะนั้นแล้วเมื่อมีแนวใหม่เกิดขึ้น ผู้ผลิตเยอะขึ้น คนดูก็ย่อมมีทางเลือกที่หลากหลายขึ้นเช่นกัน ไม่แน่ว่าในอนาคตตลาดนี้อาจจะมีอีกหลายแนวคอนเทนต์เกิดขึ้นตามมา จนกลายเป็นเค้กก้อนใหญ่ที่ถูกแบ่งเป็นหลายเลเยอร์ให้คนดูเลือกชิมก็เป็นได้

หากสนใจอยากสร้างสรรค์คอนเทนต์วาย แซฟฟิก หรือยูริ ทางด้านนิยาย เจติยา แนะนำว่า การตีพิมพ์นวนิยายวายไม่แตกต่างจากนิยายทั่วไป หลักการคือต้องพล็อตดี ตัวละครดี ถ้านักเขียนสามารถสร้างสองสิ่งนี้ให้แข็งแรงได้ จะสามารถสร้างเรื่อง สร้างฉาก และสร้าง key message ที่ต้องการส่งต่อไปยังคนอ่านได้อย่างไหลลื่น “หลักการเขียนนิยายวาย ไม่ได้แตกต่างจากนิยายทั่วไป เพียงแต่เปิดรับเรื่อง LGBTQ+ ท่านใดที่สนใจอยากให้ลงมือเขียนไปเลย หากตั้งใจจริงเชื่อว่าวันหนึ่งจะต้องเป็นผู้ผลิตคอนเทนต์วายได้แน่นอน”

ส่วนสายซีรี่ส์ กฤษดา บอกว่าอันดับแรกต้องดูกลุ่มเป้าหมาย แล้วมองว่าแนวไหนที่จะตอบโจทย์คนดูแต่ต้องไม่ซ้ำกลุ่มเดิม “จริงๆ ทุกเรื่องราวล้วนบอกเล่าถึงความสัมพันธ์ของมนุษย์ ถ้าเรามองข้ามอัตลักษณ์ทั้งหมดแล้วมองไปที่แก่นของความรู้สึก ซีรี่ส์วายก็คือซีรี่ส์ปกติที่มีพล็อตดี ใครๆ ก็เขียนได้เช่นกัน” เขาว่า แต่เหนือสิ่งอื่นใด การจะเขียนนิยายหรือเขียนบทซีรี่ส์ให้ดี ต้องหาคาแร็กเตอร์ของตัวเองให้เจอ

สำหรับผู้ที่สนใจกิจกรรมดีๆ ในการพัฒนาตนเอง สมาคมนักเขียนบทละครโทรทัศน์ ยังมีโครงการ เพื่อส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพสมาชิกนักเขียนบทละครโทรทัศน์รวมถึงประชาชนทั่วไปอีกหลายโครงการ ติดตามความเคลื่อนไหวได้ทาง Facebook : สมาคมนักเขียนบทละครโทรทัศน์

ไปรษณีย์ไทย คอลแลปส์ ‘หมาจ๋า’ เสิร์ฟสตอรี่ดีต่อใจทาสหมา จัดเต็มร้าน ‘โพสต์คาเฟ่’ ดื่มด่ำความสุขแบบล้นแก้ว ฮีลใจส่งท้ายปี

https://www.naewna.com/lady/839334

ไปรษณีย์ไทย คอลแลปส์ ‘หมาจ๋า’ เสิร์ฟสตอรี่ดีต่อใจทาสหมา จัดเต็มร้าน ‘โพสต์คาเฟ่’ ดื่มด่ำความสุขแบบล้นแก้ว ฮีลใจส่งท้ายปี

ไปรษณีย์ไทย คอลแลปส์ ‘หมาจ๋า’ เสิร์ฟสตอรี่ดีต่อใจทาสหมา จัดเต็มร้าน ‘โพสต์คาเฟ่’ ดื่มด่ำความสุขแบบล้นแก้ว ฮีลใจส่งท้ายปี

วันอังคาร ที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ไปรษณีย์ไทยต้อนรับเทศกาลแห่งความสุขจับมือเพจดัง “หมาจ๋า” ร่วมรังสรรค์บรรยากาศร้าน “โพสต์คาเฟ่” เอาใจทาสหมา และลูกค้าด้วยกิจกรรมสุดพิเศษในธีม “Postination” จัดเต็มหลากกิจกรรมทั้งการตกแต่งภาพวาดลายเส้นสุดพิเศษของหมาจ๋ารอบร้านโพสต์คาเฟ่ การตกแต่งภายในร้านด้วย Installation และหลากกิมมิกเพื่อทำให้ทุกมุมเป็นมุมโปรด รวมทั้งยังมีกิจกรรม Postination to The Future แจกโปสต์การ์ดลิมิเต็ดอิดิชั่น และกิจกรรม Postination in Your Hand แจก Cup Sleeve หรือปลอกสวมแก้ว ลวดลายเพจหมาจ๋าสุดเอ็กซ์คลูซีฟโดยกิจกรรมจะเริ่มขึ้นตั้งแต่วันที่ 9 พ.ย.-8 ธ.ค. 2567

สร้างความเซอร์ไพรส์ในการปรับตัวให้เข้าถึงคนรุ่นใหม่มากยิ่งขึ้นสำหรับ “โพสต์คาเฟ่ (POST café) สามเสนใน”ติด BTS สะพานควาย ด้วยการตกแต่งร้านที่เป็นเหมือนกับกล่องพัสดุสีแดงที่เป็นสัญลักษณ์ของไปรษณีย์ไทย ความโมเดิร์นภายในร้านและบรรยากาศสุดอบอุ่น และยังฉีกกรอบให้การเดินทางมาที่ไปรษณีย์มีมากกว่าแค่เรื่องราวการส่งของ ส่งจดหมาย หรือซื้อแสตมป์ เรียกได้ว่าแค่เปิดตัวครั้งแรกก็สร้างทอล์กออฟเดอะทาวน์ได้ดีเลยทีเดียว

ดร.ดนันท์ สุภัทรพันธุ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด เปิดเผยว่า ช่วงเข้าใกล้เทศกาลแห่งความสุขของปี 2025 ไปรษณีย์ไทยและโพสต์คาเฟ่ ขอส่งความสุขให้กับคนไทยก่อนใครด้วยการจับมือกับเพจดังอย่าง “หมาจ๋าDogplease” ร่วมกันเนรมิตร้านให้อบอวลไปด้วยบรรยากาศสุดคิวท์กับการออกแบบและการตกแต่งร้านสุดสเปเชียล ในธีม “Postination” ดึงคาแร็กเตอร์ของน้องหมาออกมาดักกวักมือเรียกทั้งคนรักต้าวสี่ขา นักทำคอนเทนต์ และทุกคนที่อยากมาสัมผัสบรรยากาศร้านที่อบอวลไปด้วยความรัก ความผูกพันที่ชินตาของคน หมา และบุรุษไปรษณีย์ ซึ่งทุกคนที่มาร้านจะได้สัมผัสทั้งการตกแต่งภาพวาดลายเส้นสุดพิเศษของ “หมาจ๋า” รอบนอกร้าน “โพสต์คาเฟ่” ที่มีตัวอย่างไฮไลท์ เช่น ภาพบรรยากาศความสนิทของพี่ไปรฯ กับน้องหมาจากภารกิจที่ต้องออกไปส่งพัสดุทุกวัน ลีลาความซุกซนของน้องหมาที่อยู่ในเพจหมาจ๋าและอยู่ตามบ้าน รวมทั้งอิริยาบถต่างๆ เช่น การรอทักทาย การออดอ้อนเจ้านาย ฯลฯ

อีกทั้ง การตกแต่งภายในร้านที่จุใจและละลานตาตั้งแต่เปิดประตูเข้าร้านทั้งในรูปแบบ 2D และ 3D และทุกมุมที่มีกิมมิกตั้งแต่บนโต๊ะ เก้าอี้ ทางเดิน ไปจนกระทั่งผนังของร้านโพสต์คาเฟ่ เรียกได้ว่าเพลิดเพลิน จุใจ ได้รูปมากกว่าหลักร้อยไปโพสต์กันบนโซเชียลมีเดียอวดเพื่อนๆ กันอย่างแน่นอน

กิจกรรม Postination to The Future แจกโปสต์การ์ดลิมิเต็ดอิดิชั่นจำนวนจำกัดเฉพาะในช่วงเวลา 11.00-14.00 น.ทุกวัน ตั้งแต่วันที่ 9 พ.ย.-8 ธ.ค. 2567 โดยลวดลายของโปสการ์ดจะมี 4 แบบ สามารถใช้ส่งจริงได้กับตู้ไปรษณีย์ อยากจะเขียนหาคนที่คิดถึง เขียนถึงน้องหมาตัวโปรด หรือจะเก็บสะสมก็ดีต่อใจ และความพิเศษสุดท้ายได้แก่ กิจกรรม Postination in Your Hand ความพิเศษที่สัมผัสได้บน Cup Sleeve ซึ่งจะมีการแจก Cup Sleeve (ปลอกสวมแก้ว) เพิ่มอรรถรสและความลงตัวให้กับเครื่องดื่มทุกแก้ว จากลายศิลปินเพจหมาจ๋า ลิมิเต็ดอิดิชั่นจำนวน 3 แบบตั้งแต่วันที่ 9 พ.ย.-8 ธ.ค. 2567 ในช่วงเวลา 11.00-14.00 น. ใครอยากดื่มด่ำเรื่องราวของไปรษณีย์ไทยและน้องๆ หมาจ๋าแบบไหนไปลุ้นกันที่เคาน์เตอร์และคนรับออเดอร์ของโพสต์คาเฟ่ได้เลย

ติดตามข่าวสารไปรษณีย์ไทยเพิ่มเติมได้ที่ เว็บไซต์ : www.thailandpost.co.th / เฟซบุ๊ก : บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด /เอ็กซ์ :@Thailand_Post / ไลน์ออฟฟิเชียล : @Thailand Post / ติ๊กต็อก : @thailandpostchannel

โรงพยาบาลวิมุต สถาบันประสาทวิทยา และ Agnos health ร่วมทดสอบการใช้งาน ‘AN AN Bot’ AI ช่วยตอบคำถามผู้ป่วย

https://www.naewna.com/lady/839324

โรงพยาบาลวิมุต สถาบันประสาทวิทยา และ Agnos health ร่วมทดสอบการใช้งาน ‘AN AN Bot’ AI ช่วยตอบคำถามผู้ป่วย

โรงพยาบาลวิมุต สถาบันประสาทวิทยา และ Agnos health ร่วมทดสอบการใช้งาน ‘AN AN Bot’ AI ช่วยตอบคำถามผู้ป่วย

วันอังคาร ที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

การพัฒนา AI แชทบอทสำหรับใช้งานในธุรกิจด้านการแพทย์และสุขภาพ ความซับซ้อนมากกว่าในธุรกิจหรืออุตสาหกรรมอื่นๆ เนื่องจากต้องทำงานกับข้อมูลผู้ป่วยที่ละเอียดอ่อน และข้อมูลทางการแพทย์จำเป็นต้องมีความถูกต้องและผิดพลาดน้อยที่สุด

Agnos Health บริษัทสตาร์ทอัปจาก โครงการ Accelerate Impact with Pruksa ผู้เชี่ยวชาญด้านปัญญาประดิษฐ์ทางการแพทย์ และมีประสบการณ์พัฒนาระบบ AI คัดกรองโรคด้วยตัวเอง มากกว่า 5 ปี มีการใช้งานจริงกว่า 5 แสนครั้ง ได้ร่วมมือกับโรงพยาบาลวิมุต โรงพยาบาลในเครือ บริษัท พฤกษา โฮลดิ้ง จํากัด (มหาชน) และสถาบันประสาทวิทยา (Neurological Institute ofThailand) ร่วมทดสอบการใช้งาน “AN AN Bot” (อันอัน บอท) เป็น AI medical chatbot เพื่อช่วยให้คำปรึกษา ตอบคำถามเบื้องต้นให้ผู้ป่วย เป็นตัวช่วยให้เจ้าหน้าที่ได้ บริการผู้ป่วยได้รวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยความร่วมมือนี้ได้รับการสนับสนุนจากทุนวิจิตรพงศ์พันธุ์ และคาดว่าจะเปิดใช้งานอย่างเป็นทางการในต้นปี 2025

ทพญ.อรชร ทองบุราณ ผู้ช่วยผู้อำนวยการดิจิทัลทางการแพทย์ สถาบันประสาทวิทยา กล่าวว่า ปัจจุบันทางสถาบันมีปัญหาขาดแคลนบุคลากรโดยเฉพาะพยาบาล และเจ้าหน้าที่มีหน้าที่หลายอย่างทำให้ไม่มีเวลาตอบแชทผู้ป่วย ตอบได้เฉพาะเวลาทำการ ซึ่งบางครั้งเจ้าหน้าที่ก็ต้องทำงานล่วงเวลาเพื่อทำงานตอบแชทผู้ป่วยให้เสร็จ อยากนำระบบของ Agnos เข้ามาเพื่อลดงานคัดกรองอ่านไลน์ผู้ป่วย และจัดกลุ่มไลน์ รวมถึงจัดลำดับความสำคัญของไลน์ผู้ป่วย เพื่อช่วยให้เจ้าหน้าที่มีเวลาทำงานอย่างอื่น และจดจ่อกับกลุ่มผู้ป่วยเฉพาะได้ และช่วยทำให้ประสบการผู้ใช้บริการดีขึ้น รวมถึงเชื่อมช่องทางสื่อออนไลน์ อื่นๆ ที่ทางสถาบันประสาทมี

อีกทั้ง ยังคาดหวังไว้ว่าการร่วมพัฒนา AN AN Bot นี้จะสามารถช่วยให้ระบบ AI คัดกรองกลุ่มผู้ป่วยซึ่งปัจจุบันจะเป็นการนัดตรวจออนไลน์ รับยาออนไลน์หรือเลื่อนนัดเป็นหลัก แต่จำนวนหนึ่ง มีผู้ป่วยปรึกษาปัญหาผ่านระบบนี้เช่นกัน โดยความคาดหวังสูงสุดในความร่วมมือนี้ คือการที่ระบบ AI สามารถให้คำแนะนำทางการแพทย์อื่นๆ บนพื้นฐานวิชาการทางการแพทย์ที่เกี่ยวข้องกับทางระบบประสาท และสามารถแจ้งเตือนเจ้าหน้าที่ กรณีที่ผู้ป่วยมีปัญหาต่างๆ มาปรึกษา เช่น อาการกำเริบ ผลข้างเคียงจากการรักษาเป็นต้น เพราะทางสถาบันประสาท มีการใช้ Line OA ในการติดตามอาการผู้ป่วยในบางราย ที่สำคัญคือ ต้องมีความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ และเป็นไปตามพ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

ด้าน นางสาวสุรวีย์ ชัยธำรงค์กูลประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทโรงพยาบาล วิมุต โฮลดิ้ง จำกัด กล่าวว่า โรงพยาบาลวิมุตมีความรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมมือกับทาง สถาบันประสาทวิทยา และ Agnos health ในการพัฒนา AI medical chatbot นี้สำหรับใช้งานในธุรกิจด้านการแพทย์และสุขภาพ โดยมีความคาดหวังที่จะเข้าไปช่วยเหลือสถาบันประสาทในการระบายยอดผู้ใช้บริการที่ตอนนี้นับว่ามีผู้ใช้บริการเป็นจำนวนมาก อาจทำให้เกิดความล่าช้า และความไม่สะดวกสบายเท่าที่ควร เราได้ทุนวิจิตรพงศ์พันธุ์ ที่ก่อตั้งขึ้นตามเจตนารมณ์ของคุณทองมา วิจิตรพงศ์พันธุ์ ที่เข้ามาสนับสนุนโครงการนี้ให้เกิดขึ้น เพื่อพัฒนาและเข้ามาส่งเสริมสังคมให้อยู่ดีมีสุข ตามความตั้งใจที่จะเข้ามาช่วยเหลือเพื่อลดขั้นตอน และกระบวนการทำงานของเจ้าหน้าที่ให้มีความสะดวก รวดเร็ว และสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น เพื่อให้ประชาชนไทยได้มีสุขภาพที่ดี ที่เข้าถึงบริการได้อย่างเต็มที่

ระบบ AN AN Bot สามารถเชื่อมต่อกับระบบแชทช่องทาง ทั้ง LINE OA, Facebook messenger, หรือ แอปพลิเคชั่นต่างๆ สามารถเชื่อมระบบฐานข้อมูลเฉพาะของโรงพยาบาล เพื่อตอบคำถามได้ถูกต้องแม่นยำ อาทิ เช่น ข้อมูลแพทย์ และตารางออกตรวจแพทย์ ข้อมูลทั่วไปก่อนการเข้ารับบริการ ข้อมูลแผนกตรวจ ข้อมูลก่อนการเข้ารักษา สามารถช่วย ทำนัดหมาย ช่วยคัดกรองอาการเบื้องต้น ทั้งยังสามารถช่วยส่งต่อผู้ป่วยรายที่ต้องการปรึกษาเร่งด่วนให้กับเจ้าหน้าที่ดูแลต่อได้อีกด้วย

ความโดดเด่นของ AN AN Bot จาก Agnos คือ เป็นเทคโนโลยี AIหรือปัญญาประดิษฐ์ที่มีข้อมูลสนับสนุนด้วยฐานความรู้ทางการแพทย์จำนวนมาก (Medical knowledge base) และผ่านการฝึกฝนอย่างแม่นยำ สามารถปรับแต่งฐานข้อมูลเฉพาะตามแต่สถานพยาบาลได้ เพื่อการพูดคุยที่ตอบสนองความต้องการแบบเฉพาะเจาะจง (Customised knowledge base) เชื่อมต่อเข้ากับทั้งประสบการณ์ของผู้ป่วยอย่างสมบูรณ์แบบ (Fully integrated patient journey) สามารถทำนัดอัตโนมัติ ลงทะเบียนล่วงหน้า เช็คสถานะการรับบริการได้ ไปจนถึงรับสรุปคำแนะนำหลังได้เข้าพบแพทย์แล้วอีกด้วย โดยระบบรวบรวมทุกช่องทางสนทนาออนไลน์และโซเชียลมีเดีย ให้เจ้าหน้าที่สามารถ ควบคุมการโต้ตอบได้จากช่องทางเดียว (Omni-channel)

ดร.ปพนวิช ชัยวัฒโนดม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร แอ็กนอสเฮลท์ กล่าวปิดท้ายว่า “ความร่วมมือในครั้งนี้เป็นก้าวสำคัญสำหรับ Agnos ในการขยายการให้บริการระบบ AI ให้ดูแลผู้ป่วยได้กว้างขึ้น ครอบคลุมการให้บริการของสถานพยาบาลอย่างครบวงจร ตามเป้าหมายของ Agnos ที่ต้องการนำเทคโนโลยีเข้ามายกระดับการให้บริการด้านสุขภาพของไทย เสริมประสิทธิภาพการดูแลลูกค้าและผู้ป่วยแบบ 24 ชั่วโมง ช่วยเพิ่มความพึงพอใจของผู้รับบริการ ทั้งยังสามารถลดภาระงานของบุคลากรทางการแพทย์ โดยช่วยในการตอบคำถามที่พบบ่อย ด้วยข้อมูลที่แม่นยำ”

สำหรับสถานพยาบาลที่สนใจสามารถติดต่อเพื่อนำเสนอบริการได้ผ่านทาง https://www.agnoshealth.com

โครงการ ‘ได้บุญ-ได้ภาพ’ ปี’67 รายได้สมทบทุน รพ.สมเด็จพระบรมราชเทวี ณ ศรีราชา สภากาชาดไทย

https://www.naewna.com/lady/839316

โครงการ ‘ได้บุญ-ได้ภาพ’ ปี’67 รายได้สมทบทุน  รพ.สมเด็จพระบรมราชเทวี ณ ศรีราชา สภากาชาดไทย

โครงการ ‘ได้บุญ-ได้ภาพ’ ปี’67 รายได้สมทบทุน รพ.สมเด็จพระบรมราชเทวี ณ ศรีราชา สภากาชาดไทย

วันอังคาร ที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

สภากาชาดไทย โดยสำนักงานจัดหารายได้ ได้รับมอบภาพวาดศิลปะหลากหลายรูปแบบจากศิลปิน หน่วยงานและองค์กรเจ้าของภาพ เพื่อให้สภากาชาดไทยนำมาหาเงินรายได้สนับสนุนการดำเนินงานตามภารกิจการช่วยเหลือทั้ง 4 ด้าน ประกอบด้วย การบริการทางการแพทย์และสุขภาพอนามัย, การบรรเทาทุกข์ผู้ประสบภัย,การบริการโลหิต และการส่งเสริมคุณภาพชีวิต

สำนักงานจัดหารายได้ Donation HUB “รับ” เพื่อ “ให้” ศูนย์รวมการรับริจาคและการจัดกิจกรรมหารายได้เพื่อสนับสนุนการช่วยเหลือของสภากาชาดไทย ได้จัดนิทรรศการ “ได้บุญ-ได้ภาพ” ครั้งที่ 1 ในปี 2559 นำภาพมาจำหน่ายเพื่อหาเงินรายได้สมทบทุนบำรุงสภากาชาดไทย และครั้งที่ 2 เมื่อปี 2562 นำเงินรายได้สมทบทุน โครงการจัดซื้อเครื่องมือแพทย์เพื่ออาคารศรีสวรินทิรานุสรณ์ 150 ปี โรงพยาบาลสมเด็จพระบรมราชเทวี ณ ศรีราชา สภากาชาดไทย พร้อมกับจำหน่ายในห้องได้บุญ ปัจจุบันยังมีภาพวาดอยู่อีกจำนวน 179 ภาพ ซึ่งมีทั้งภาพวิวทิวทัศน์ ภาพดอกไม้นานาชนิด ภาพสัตว์ต่างๆ หลากหลายประเภทที่วาดด้วยสีน้ำ สีน้ำมันสีอะคริลิก หรือจิตรกรรมลายเส้นที่ยังอยู่ในสภาพดีมีทั้งภาพพร้อมกรอบและภาพบนผืนเฟรมภาพ (canvas)

สำนักงานจัดหารายได้จึงจัดโครงการ “ได้บุญ-ได้ภาพ ประจำปี 2567” ขึ้นอีกครั้ง โดยเปิดให้ผู้ที่สนใจภาพวาดได้ร่วมบริจาคเงินตามมูลค่าที่กำหนดแต่ละภาพ ผ่าน www.iredcross.org ทั้งนี้ ทุกการบริจาคตามภาพผู้บริจาคสามารถเลือกรับภาพวาดหรือเลือกส่งต่อภาพวาดให้กับโรงพยาบาลสมเด็จพระบรมราชเทวี ณ ศรีราชา สภากาชาดไทย จ.ชลบุรี นำไปประดับตกแต่งอาคารรักษาพยาบาล และหอผู้ป่วยให้มีความสวยงามต่อไป โดยผู้บริจาคจะได้รับใบเสร็จลดหย่อนภาษี 2 เท่า และรายได้จากการบริจาคทั้งหมดนำไปสมทบทุนช่วยเหลือผู้ป่วยยากไร้ โรงพยาบาลสมเด็จพระบรมราชเทวี ณ ศรีราชา สภากาชาดไทย จ.ชลบุรี

สภากาชาดไทย ขอเชิญชวนทุกท่านร่วมเป็นส่วนสำคัญในการช่วยเหลือผู้ป่วยยากไร้ และช่วยประดับตกแต่งอาคารรักษาพยาบาลและหอผู้ป่วยโรงพยาบาลสมเด็จพระบรมราชเทวี ณ ศรีราชา สภากาชาดไทย จังหวัดชลบุรี ให้มีความสวยงาม ผ่านโครงการ “ได้บุญ-ได้ภาพ ประจำปี 2567” บนแพลตฟอร์ม www.iredcross.org

ครอบครัวคุณทองแดง

ครอบครัวคุณทองแดง

ดินแดนแห่งอีสาน (ลูกอีสาน)

ดินแดนแห่งอีสาน (ลูกอีสาน)

ชาวบ้านบางระจัน

ชาวบ้านบางระจัน

กตัญญู (พระเวสสันดร)

กตัญญู (พระเวสสันดร)

พญาช้างยอดกตัญญู

พญาช้างยอดกตัญญู

นกยูงคู่

นกยูงคู่

ตัวแบกแห่งความอิ่มท้อง

ตัวแบกแห่งความอิ่มท้อง

COS เผยโฉมคอลเลคชั่น ATELIER ฤดูใบไม้ร่วง/ฤดูหนาว แรงบันดาลใจจากความสง่างามของบัลเลต์และเสน่ห์การเคลื่อนไหว

https://www.naewna.com/lady/839380

COS เผยโฉมคอลเลคชั่น ATELIER ฤดูใบไม้ร่วง/ฤดูหนาว แรงบันดาลใจจากความสง่างามของบัลเลต์และเสน่ห์การเคลื่อนไหว

COS เผยโฉมคอลเลคชั่น ATELIER ฤดูใบไม้ร่วง/ฤดูหนาว แรงบันดาลใจจากความสง่างามของบัลเลต์และเสน่ห์การเคลื่อนไหว

วันอังคาร ที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

COS แบรนด์แฟชั่นจากลอนดอน เปิดตัวคอลเลคชั่น Atelier คอลเลคชั่นล่าสุด ซึ่งถือเป็นซีซั่นที่ 5 ของคอลเลคชั่นนี้ นับตั้งแต่เปิดตัวที่งาน New York Fashion Week คอลเลคชั่นฤดูใบไม้ร่วง/ฤดูหนาวปี 2024 ได้นำเสนอการคัดสรรเนื้อผ้าที่พิถีพิถัน การตัดเย็บที่ประณีต และความใส่ใจในรายละเอียด ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากความสง่างามของบัลเลต์และความสวยงามของการเคลื่อนไหว

คอลเลคชั่นล่าสุดนี้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นที่มีอย่างต่อเนื่องของ COS ทั้งในด้านคุณภาพและการออกแบบ โดยผสมผสานสไตล์คลาสสิกเข้ากับนวัตกรรมร่วมสมัย คอลเลคชั่นนี้รังสรรค์ด้วยโทนสีเข้มเป็นหลักประกอบด้วยสีกลางที่ให้บรรยากาศของฤดูหนาวและเฉดสีน้ำตาลเข้ม เสริมด้วยสีเขียวที่สะดุดตา

เสื้อผ้าผู้หญิงผสมผสานความสง่างามและความประณีตได้อย่างลงตัว เน้นการเคลื่อนไหวของผู้สวมใส่ นำเสนอชุดราตรีแบบเปิดหลังประดับด้วยปมเล็กๆ ที่ผูกอย่างประณีต และผ้าคาดเอวที่ยาวและพลิ้วไหว ทิ้งตัวลงมาถึงพื้นปมผูกอย่างประณีตและผ้าคาดเอวยาวถึงพื้น มาพร้อมกับกระโปรงพลิ้วไสว กางเกงทรงเข้ารูปช่วยเสริมสัดส่วนเข้าคู่กันอย่างลงตัวกับเสื้อเบลาส์ผ้าไหม มาพร้อมกับพร้อมผ้าพันคอที่หรูหรา

ฤดูใบไม้ร่วงนี้ COS รังสรรค์ไอเทมด้วยผ้าโปร่งแสง จับคู่กับกระโปรงซ้อนสองเลเยอร์และเสื้อกั๊กผ้าขนสัตว์แบบสองชั้นเพิ่มบรรยากาศความนุ่มนวลให้กับคอลเลคชั่นนี้ เติมเต็มด้วยเสื้อแจ๊กเกตโอเวอร์ไซส์และเสื้อถักสัมผัสนุ่มสบาย ลุคประจำฤดูกาลนี้ได้รับการเสริมด้วยแอคเซสซอรี่ประดับควอตซ์ ถุงมือหนังที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว และรองเท้าส้นแบนสไตล์บัลเลริน่า

COS ทุ่มเทให้กับงานฝีมือและคุณภาพที่ไม่มีใครเทียบได้คอลเลคชั่นเสื้อผ้าผู้ชายรังสรรค์ด้วยเทคนิคการตัดเย็บแบบดั้งเดิมที่ปรับใหม่ให้เข้ากับสไตล์ร่วมสมัย นำเสนอผ่านไอเทมเดนิม ผ้าถักแคชเมียร์ และแจ๊กเกตบอมเบอร์ ที่จะช่วยยกระดับการแต่งตัวในชีวิตประจำวัน นอกจากนี้ยังมีเสื้อกั๊กขนสัตว์แขนกุด และเสื้อเชิ้ตสีขาวที่สามารถสวมใส่กับเสื้อเบลเซอร์กระดุมสองแถวและเสื้อโค้ทแบบดั้งเดิมที่สามารถสวมใส่ได้ตั้งแต่กลางวันไปจนถึงค่ำคืนพิเศษ

เสื้อเชิ้ตเนื้อผ้านุ่มสร้างลุคที่ผ่อนคลายแต่ยังคงดูสง่างาม เสื้อเชิ้ตมีปกเสื้อและกระดุมแบบถอดได้ ทำให้ปรับแต่งได้ตามใจผู้สวมใส่สามารถปรับเปลี่ยนลุคตามความชอบของคุณได้ และนำเสนอกระเป๋าหนังพับรองเท้าโลฟเฟอร์หนังม้า เข็มขัดสองเลเยอร์ แอคเซสซอรี่รีไซเคิลอย่างเงินและควอตซ์ และหมวกแคชเมียร์เนื้อนุ่มช่วยเติมเต็มลุคฤดูใบไม้ร่วงให้มีความหรูหรา

พบกับคอลเลคชั่น Atelier จาก COS ได้แล้วที่ร้าน COS สาขา EmQuartier ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป

‘กรมวิทย์ with you’แจ้งเตือนภัยผลิตภัณฑ์สุขภาพ ยา อาหาร เครื่องสำอางที่ไม่ปลอดภัย

https://www.naewna.com/lady/839326

‘กรมวิทย์ with you’แจ้งเตือนภัยผลิตภัณฑ์สุขภาพ ยา อาหาร เครื่องสำอางที่ไม่ปลอดภัย

‘กรมวิทย์ with you’แจ้งเตือนภัยผลิตภัณฑ์สุขภาพ ยา อาหาร เครื่องสำอางที่ไม่ปลอดภัย

วันอังคาร ที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

นพ.ยงยศ ธรรมวุฒิ

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ พัฒนาระบบสารสนเทศ “กรมวิทย์ with you” เป็นช่องทางสื่อสาร แจ้งเตือนภัยผลิตภัณฑ์สุขภาพ ยา อาหาร เครื่องสำอางที่ไม่ปลอดภัย ประชาชนเข้าถึงข้อมูลได้ง่าย ใช้งานได้ทั้งคอมพิวเตอร์และโทรศัพท์มือถือ

นายแพทย์ยงยศ ธรรมวุฒิ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวถึงระบบสารสนเทศ “กรมวิทย์ with you” ที่กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ได้พัฒนาขึ้นเพื่อเป็นช่องทางหนึ่งที่ใช้สื่อสารข้อมูลความเสี่ยงของผลิตภัณฑ์สุขภาพในชุมชน ถ่ายทอดองค์ความรู้ และเทคโนโลยีด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์แก่ อสม. เจ้าหน้าที่สาธารณสุข หน่วยงานภาคีเครือข่ายและประชาชนทั่วไป ที่สำคัญยังเป็นเครื่องมือในการดำเนินงานของศูนย์แจ้งเตือนภัยสุขภาพในชุมชน ที่กระจายอยู่ในทั่วทุกภูมิภาคของประเทศ เพื่อบันทึกข้อมูล และส่งต่อการเฝ้าระวังผลิตภัณฑ์สุขภาพ ยา อาหาร เครื่องสำอางในชุมชน นำไปวิเคราะห์ เพื่อสื่อสารแจ้งเตือนภัยผลิตภัณฑ์ที่มีความเสี่ยงทั้งในระดับชุมชน ตำบล อำเภอ จังหวัด และประเทศ นอกจากนี้ ยังใช้สำหรับเก็บข้อมูลการฝึกอบรม และผลงานของ อสม.วิทยาศาสตร์การแพทย์ชุมชน รวมถึงการเผยแพร่ข้อมูลผลิตภัณฑ์อาหาร และเครื่องสำอางผสมสมุนไพร ของผู้ประกอบการ OTOP/SME ที่ได้รับการพัฒนาและได้รับตราสัญลักษณ์การพัฒนาผลิตภัณฑ์โดยกรมฯ อีกด้วย”

ระบบสารสนเทศ “กรมวิทย์ with you” เป็นฐานข้อมูลที่กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ จัดทำขึ้น เพื่อรวบรวมข้อมูลผลิตภัณฑ์สุขภาพที่ถูกตรวจและยืนยันผลแล้ว โดยศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ทั่วประเทศ ดังนั้น ประชาชนทั่วไปสามารถเข้าไปใช้เพื่อสืบค้นข้อมูล โดยไม่ต้องลงทะเบียน เพื่อประโยชน์ในการระวังภัยของผลิตภัณฑ์สุขภาพได้อย่างง่าย ทั้งนี้ ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 ที่ผ่านมา มีหน่วยงานรัฐเข้าใช้งาน 591 แห่งมี อสม.วิทยาศาสตร์การแพทย์ชุมชน 8,286 รายมีข้อมูลคัดกรองกลุ่มเสี่ยง 3,608 ผลิตภัณฑ์ มีข้อมูลสื่อสารแจ้งเตือนภัยสู่สาธารณะ 699 ข้อมูล และมีประชาชนเข้าใช้งานกว่า 66,705 ครั้ง

สำหรับการใช้งานระบบสารสนเทศ “กรมวิทย์ with you” นั้น สามารถใช้งานได้ทั้งคอมพิวเตอร์ที่เว็บไซต์ https://withyou.dmsc.moph.go.th รวมทั้งโทรศัพท์มือถือใช้ได้ทั้งในระบบปฏิบัติการ Android และ iOS โดยสามารถดาวน์โหลดติดตั้งแอปพลิเคชั่น“กรมวิทย์ with you” ได้ฟรี นอกจากนี้ เพื่อความสะดวกในการใช้งานยิ่งขึ้น ได้เพิ่มช่องทางการเข้าถึงผ่านทาง Line official ด้วยการสแกน QR Code

ทั้งนี้ สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข โทร. 02-9510000 ต่อ 98809 ในวันและเวลาราชการ

รางวัลชนะเลิศ ผลงานจิตรกรรมสะท้อนวาระซ่อนเร้นของคนในสังคม การประกวดจิตรกรรมยูโอบี ประเทศไทย

https://www.naewna.com/lady/839371

รางวัลชนะเลิศ  ผลงานจิตรกรรมสะท้อนวาระซ่อนเร้นของคนในสังคม การประกวดจิตรกรรมยูโอบี ประเทศไทย

รางวัลชนะเลิศ ผลงานจิตรกรรมสะท้อนวาระซ่อนเร้นของคนในสังคม การประกวดจิตรกรรมยูโอบี ประเทศไทย

วันจันทร์ ที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 18.13 น.

ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย มอบรางวัลชนะเลิศการประกวดจิตรกรรมยูโอบี ประจำปี 2567 แก่นายสุกิจ ชูศรี จากผลงานชื่อ “พราง” ซึ่งใช้เทคนิคสีอะคริลิกบนผ้าใบ ผลงานชิ้นนี้สื่อสารผ่านสัญลักษณ์ อาทิ ดอกไม้ เสื้อผ้าที่ภูมิฐาน และแมลงวัน เพื่อตีแผ่เจตนาแอบแฝงและวิพากษ์พฤติกรรมของมนุษย์ที่ซ่อนเร้นภายใต้ภาพลักษณ์ที่น่านับถือ

นายสุกิจ อายุ 47 ปี นับเป็นศิลปินคนแรกที่ชนะเลิศการประกวดจิตรกรรมยูโอบี ในประเทศไทยถึงสองครั้ง ซึ่งในครั้งแรกที่เขารับรางวัล ก็สามารถคว้ารางวัลจิตรกรรมยูโอบีชนะเลิศระดับภูมิภาค UOB Southeast Asian Painting of the Year ปี 2560 อันทรงเกียรติได้อีกด้วย

นายสุกิจ กล่าวว่า “สังคมของเราเต็มไปด้วยผู้คนที่อาจซ่อนเจตนาที่แท้จริงไว้เบื้องหลังรูปลักษณ์ภายนอก ผมหวังว่า ผลงานศิลปะของผมจะช่วยกระตุ้นให้ผู้ชมได้ไตร่ตรองมากกว่าจะหลงเชื่อแค่สิ่งที่เห็นเพียงผิวเผิน การได้รับรางวัลชนะเลิศเป็นครั้งที่สอง นับเป็นความฝันที่เป็นจริง ซึ่งได้แรงบันดาลใจมาจากศิลปินชาวอินโดนีเซียที่เคยทำสำเร็จมาก่อน”

นายริชาร์ด มาโลนี่ย์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย กล่าวว่า “ขอแสดงความยินดีเป็นอย่างยิ่งกับคุณสุกิจที่คว้ารางวัลจากเวทีการประกวดจิตรกรรมยูโอบีได้เป็นครั้งที่สอง ผลงานศิลปะที่กระตุ้นให้คิดของศิลปินทำให้ผู้ชมต้องย้อนมองกลับไปยังการกระทำและเจนตนาของตัวเอง ชวนให้เกิดการใคร่ครวญภายในซึ่งเป็นสิ่งที่ทำได้ผ่านศิลปะเท่านั้น ธนาคารยูโอบี เรามุ่งมั่นที่จะส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ เพราะเราเชื่อว่า ศิลปะมีพลังในการสร้างแรงบันดาลใจ ปรับมุมมอง ในขณะเดียวกันก็สามารถขับเคลื่อนการพัฒนาต่างๆ ในสังคม”

“การประกวดจิตรกรรมยูโอบี นับเป็นความมุ่งมั่นระยะยาวของเราในการสนับสนุนวงการศิลปะ เพราะนอกเหนือจากยกระดับศิลปินรายบุคคลแล้ว เวทีการประกวดของเรายังช่วยสร้างระบบนิเวศทางศิลปะที่แข็งแกร่งทั้งในประเทศไทยและทั่วภูมิภาค การที่มีเวทีระดับนานาชาติให้ศิลปินอาชีพและศิลปินใหม่ได้แสดงศักยภาพ ไม่เพียงแต่ช่วยสร้างโอกาสให้ผลงานของพวกเขาออกสู่สายตาชาวโลกได้อย่างกว้างขวางแล้ว ยังสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทยอีกด้วย”

การประกวดจิตรกรรมยูโอบี ครั้งที่ 15 ประจำปี 2567 ได้รับการตัดสินโดยคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ซึ่งประกอบด้วย อาจารย์อำมฤทธิ์ ชูสุวรรณ ศิลปินแห่งชาติปี 2563 สาขาทัศนศิลป์ (จิตรกรรม-สื่อผสม) ปัจจุบันเป็นที่ปรึกษาของมูลนิธิเมืองเก่าสงขลา และสมาชิกและเลขานุการของคณะกรรมการมูลนิธิหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร ศาสตราจารย์เกียรติคุณพิษณุ ศุภนิมิตร ศิลปินแห่งชาติปี 2565 สาขาทัศนศิลป์ (ภาพพิมพ์) และนายธวัชชัย สมคง ผู้ก่อตั้งและประธาน MATDOT Art Centre พื้นที่ทางศิลปะที่เปิดกว้างสำหรับทุกคน

คณะกรรมการตัดสินชื่นชมความสามารถของนายสุกิจในการใช้สัญลักษณ์เพื่อวิพากษ์พฤติกรรมในสังคม โดยยกย่องทั้งความลึกซึ้งของแนวคิด และความเชี่ยวชาญทางเทคนิคศิลปะในผลงานของเขา

ในการคว้ารางวัลชนะเลิศ ประเภทศิลปินอาชีพ จากการประกวดจิตรกรรมยูโอบี ประจำปี 2567 นายสุกิจ ชูศรี ได้รับเงินรางวัล 750,000 บาท และผลงานชิ้นนี้จะไปแข่งขันกับผลงานชนะเลิศการประกวดจิตรกรรมยูโอบี (UOB POY) จากประเทศอินโดนีเซีย มาเลเซีย สิงคโปร์ และเวียดนาม ในเวทีระดับภูมิภาค UOB Southeast Asian Painting of the Year ประจำปี 2567 และโอกาสที่จะได้รับคัดเลือกเข้าร่วมเป็นศิลปินในพำนัก (artist in residence) เป็นเวลา 1 เดือน

 



ในฐานะศิลปิน เราสามารถช่วยสังคมสะท้อนปัญหาและกระตุ้นให้ผู้คนตระหนักรู้ ดังนั้น ดิฉันจึงหวังว่า ผลงานของดิฉันจะสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้อื่นตระหนักถึงความสำคัญของการเห็นอกเห็นใจและการสื่อสาร รวมถึงการยอมรับความหลากหลาย การได้รับรางวัลนี้ ช่วยเปิดโอกาสให้ฉันสร้างสรรค์งานศิลปะที่สามารถมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาสังคม และส่งเสริมให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้น”

การประกวดจิตรกรรมยูโอบี ครั้งที่ 15 ประจำปี 2567 ได้รับการตัดสินโดยคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ซึ่งประกอบด้วย อาจารย์อำมฤทธิ์ ชูสุวรรณ ศิลปินแห่งชาติปี 2563 สาขาทัศนศิลป์ (จิตรกรรม-สื่อผสม) ปัจจุบันเป็นที่ปรึกษาของมูลนิธิเมืองเก่าสงขลา และสมาชิกและเลขานุการของคณะกรรมการมูลนิธิหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร ศาสตราจารย์เกียรติคุณพิษณุ ศุภนิมิตร ศิลปินแห่งชาติปี 2565 สาขาทัศนศิลป์ (ภาพพิมพ์) และนายธวัชชัย สมคง ผู้ก่อตั้งและประธาน MATDOT Art Centre พื้นที่ทางศิลปะที่เปิดกว้างสำหรับทุกคน คณะกรรมการตัดสินชื่นชมความสามารถของนายสุกิจในการใช้สัญลักษณ์เพื่อวิพากษ์พฤติกรรมในสังคม โดยยกย่องทั้งความลึกซึ้งของแนวคิด และความเชี่ยวชาญทางเทคนิคศิลปะในผลงานของเขา ในการคว้ารางวัลชนะเลิศ ประเภทศิลปินอาชีพ จากการประกวดจิตรกรรมยูโอบี ประจำปี 2567 นายสุกิจ ชูศรี ได้รับเงินรางวัล 750,000 บาท และผลงานชิ้นนี้จะไปแข่งขันกับผลงานชนะเลิศการประกวดจิตรกรรมยูโอบี (UOB POY) จากประเทศอินโดนีเซีย มาเลเซีย สิงคโปร์ และเวียดนาม ในเวทีระดับภูมิภาค UOB Southeast Asian Painting of the Year ประจำปี 2567 และโอกาสที่จะได้รับคัดเลือกเข้าร่วมเป็นศิลปินในพำนัก (artist in residence) เป็นเวลา 1 เดือน ในฐานะศิลปิน เราสามารถช่วยสังคมสะท้อนปัญหาและกระตุ้นให้ผู้คนตระหนักรู้ ดังนั้น ดิฉันจึงหวังว่า ผลงานของดิฉันจะสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้อื่นตระหนักถึงความสำคัญของการเห็นอกเห็นใจและการสื่อสาร รวมถึงการยอมรับความหลากหลาย การได้รับรางวัลนี้ ช่วยเปิดโอกาสให้ฉันสร้างสรรค์งานศิลปะที่สามารถมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาสังคม และส่งเสริมให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้น”

การประกวดจิตรกรรมยูโอบี ครั้งที่ 15 ประจำปี 2567 ได้รับการตัดสินโดยคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ซึ่งประกอบด้วย อาจารย์อำมฤทธิ์ ชูสุวรรณ ศิลปินแห่งชาติปี 2563 สาขาทัศนศิลป์ (จิตรกรรม-สื่อผสม) ปัจจุบันเป็นที่ปรึกษาของมูลนิธิเมืองเก่าสงขลา และสมาชิกและเลขานุการของคณะกรรมการมูลนิธิหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร ศาสตราจารย์เกียรติคุณพิษณุ ศุภนิมิตร ศิลปินแห่งชาติปี 2565 สาขาทัศนศิลป์ (ภาพพิมพ์) และนายธวัชชัย สมคง ผู้ก่อตั้งและประธาน MATDOT Art Centre พื้นที่ทางศิลปะที่เปิดกว้างสำหรับทุกคน

คณะกรรมการตัดสินชื่นชมความสามารถของนายสุกิจในการใช้สัญลักษณ์เพื่อวิพากษ์พฤติกรรมในสังคม โดยยกย่องทั้งความลึกซึ้งของแนวคิด และความเชี่ยวชาญทางเทคนิคศิลปะในผลงานของเขา

ในการคว้ารางวัลชนะเลิศ ประเภทศิลปินอาชีพ จากการประกวดจิตรกรรมยูโอบี ประจำปี 2567 นายสุกิจ ชูศรี ได้รับเงินรางวัล 750,000 บาท และผลงานชิ้นนี้จะไปแข่งขันกับผลงานชนะเลิศการประกวดจิตรกรรมยูโอบี (UOB POY) จากประเทศอินโดนีเซีย มาเลเซีย สิงคโปร์ และเวียดนาม ในเวทีระดับภูมิภาค UOB Southeast Asian Painting of the Year ประจำปี 2567 และโอกาสที่จะได้รับคัดเลือกเข้าร่วมเป็นศิลปินในพำนัก (artist in residence) เป็นเวลา 1 เดือน

 



ในฐานะศิลปิน เราสามารถช่วยสังคมสะท้อนปัญหาและกระตุ้นให้ผู้คนตระหนักรู้ ดังนั้น ดิฉันจึงหวังว่า ผลงานของดิฉันจะสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้อื่นตระหนักถึงความสำคัญของการเห็นอกเห็นใจและการสื่อสาร รวมถึงการยอมรับความหลากหลาย การได้รับรางวัลนี้ ช่วยเปิดโอกาสให้ฉันสร้างสรรค์งานศิลปะที่สามารถมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาสังคม และส่งเสริมให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้น”

การประกวดจิตรกรรมยูโอบี ครั้งที่ 15 ประจำปี 2567 ได้รับการตัดสินโดยคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ซึ่งประกอบด้วย อาจารย์อำมฤทธิ์ ชูสุวรรณ ศิลปินแห่งชาติปี 2563 สาขาทัศนศิลป์ (จิตรกรรม-สื่อผสม) ปัจจุบันเป็นที่ปรึกษาของมูลนิธิเมืองเก่าสงขลา และสมาชิกและเลขานุการของคณะกรรมการมูลนิธิหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร ศาสตราจารย์เกียรติคุณพิษณุ ศุภนิมิตร ศิลปินแห่งชาติปี 2565 สาขาทัศนศิลป์ (ภาพพิมพ์) และนายธวัชชัย สมคง ผู้ก่อตั้งและประธาน MATDOT Art Centre พื้นที่ทางศิลปะที่เปิดกว้างสำหรับทุกคน คณะกรรมการตัดสินชื่นชมความสามารถของนายสุกิจในการใช้สัญลักษณ์เพื่อวิพากษ์พฤติกรรมในสังคม โดยยกย่องทั้งความลึกซึ้งของแนวคิด และความเชี่ยวชาญทางเทคนิคศิลปะในผลงานของเขา ในการคว้ารางวัลชนะเลิศ ประเภทศิลปินอาชีพ จากการประกวดจิตรกรรมยูโอบี ประจำปี 2567 นายสุกิจ ชูศรี ได้รับเงินรางวัล 750,000 บาท และผลงานชิ้นนี้จะไปแข่งขันกับผลงานชนะเลิศการประกวดจิตรกรรมยูโอบี (UOB POY) จากประเทศอินโดนีเซีย มาเลเซีย สิงคโปร์ และเวียดนาม ในเวทีระดับภูมิภาค UOB Southeast Asian Painting of the Year ประจำปี 2567 และโอกาสที่จะได้รับคัดเลือกเข้าร่วมเป็นศิลปินในพำนัก (artist in residence) เป็นเวลา 1 เดือน ในฐานะศิลปิน เราสามารถช่วยสังคมสะท้อนปัญหาและกระตุ้นให้ผู้คนตระหนักรู้ ดังนั้น ดิฉันจึงหวังว่า ผลงานของดิฉันจะสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้อื่นตระหนักถึงความสำคัญของการเห็นอกเห็นใจและการสื่อสาร รวมถึงการยอมรับความหลากหลาย การได้รับรางวัลนี้ ช่วยเปิดโอกาสให้ฉันสร้างสรรค์งานศิลปะที่สามารถมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาสังคม และส่งเสริมให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้น”

วินแดม หัวหินฯ จัดงานเลี้ยงขอบคุณลูกค้า พร้อมรุกตลาดคู่รัก-ครอบครัว-คนรักสัตว์เลี้ยง

https://www.naewna.com/lady/839299

วินแดม หัวหินฯ จัดงานเลี้ยงขอบคุณลูกค้า พร้อมรุกตลาดคู่รัก-ครอบครัว-คนรักสัตว์เลี้ยง

วินแดม หัวหินฯ จัดงานเลี้ยงขอบคุณลูกค้า พร้อมรุกตลาดคู่รัก-ครอบครัว-คนรักสัตว์เลี้ยง

วันจันทร์ ที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 14.55 น.

วินแดม หัวหิน ปราณบุรี รีสอร์ต แอนด์ วิลล่า จัดงานเลี้ยงขอบคุณลูกค้า พร้อมรุกตลาดคู่รักและครอบครัว รวมถึงกลุ่มคนรักสัตว์เลี้ยงและย้ำจุดยืนการเป็นรีสอร์ตที่มีกิจกรรมสำหรับทุกเพศทุกวัย

ปราณบุรี, ประเทศไทย กันยายน, 2567 – ฝ่ายบริหารโรงแรมวินแดม หัวหิน ปราณบุรี รีสอร์ต แอนด์ วิลล่า จัดงานเลี้ยงขอบคุณลูกค้า ณ ห้องอาหาร บูลแพรอท กรุงเทพฯ โดยมี บริษัททัวร์ ชั้นนำทั้งในไทยและต่างประเทศร่วมงาน รวมถึงสื่อมวลชน โดยบรรยากาศเป็นไปด้วยความอบอุ่น ในงานมีการจัดกิจกรรมและแจกของรางวัลจากรีสอร์ต  การจัดงานครั้งนี้เป็นการเน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นของรีสอร์ตที่จะเป็นสถานที่พักผ่อนสำหรับคู่รักและครอบครัว และจะเป็นรีสอร์ตที่มีการทำกิจกรรมสำหรับทุกเพศทุกวัยไม่ว่าสภาพอากาศจะเป็นอย่างไรก็สามารถทำกิจกรรมได้ตลอดเวลา โดยมีการจัดเตรียมกิจกรรมไว้ให้ลูกค้าบนพื้นที่กว่า 50 ไร่ เช่น กิจกรรมอโรบิคในสระว่ายน้ำขนาดใหญ่ วอลเลย์บอล เทนนิส จักรยาน เบตอง พิคเกิลบอล ไทชิ โยคะ สนามสเก็ต สนามบาสเกตบอล สนามยิงธนู คลาสสอนทำค๊อกเทล สอนร้องเพลง สอนทำพิชซ่า สอนรำไทย  และอื่นๆอีกมากมาย

อีกทั้งยังมีโครงการที่กำลังจะเกิดขึ้นคือ  Pet Playground ลานสนามหญ้าและสวนสำหรับน้องหมา น้องแมว ได้วิ่งเล่นกันอย่างสนุกสนานและเป็นสัดส่วน เพื่อจะทำให้ประสบการ์การเข้าพักของทุกคนสมบูรณ์ที่สุด

วินแดม หัวหิน ปราณบุรี รีสอร์ต แอนด์ วิลล่า ตั้งอยุ่ริมทะเลอันเงียบสงบพร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกทันสมัยมากมาย รวมถึงสปา สระว่ายน้ำกลางแจ้ง ฟิตเนสเซ็นเตอร์ พื้นที่สำหรับสัตว์เลี้ยง สนามเทนนิส พิคเคิลบอลและบาสเกตบอล สนามเซิร์ฟสเก็ต สนามยิงธนู สโมสรเด็ก ห้องคาราโอเกะ จักรยานสำหรับทุกวัย เครื่องชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า และ Wi-Fi ฟรี โรงแรมนี้บริหารจัดการโดย Travel + Leisure Co.

-(016)

‘คิมเบอร์ลี่-คริส พีรวัส’ อวดเคล็ดลับผมสวย ในงานเปิดตัว ‘Matrixcare AI Hairdryer’

https://www.naewna.com/lady/839297

‘คิมเบอร์ลี่-คริส พีรวัส’ อวดเคล็ดลับผมสวย ในงานเปิดตัว ‘Matrixcare AI Hairdryer’

‘คิมเบอร์ลี่-คริส พีรวัส’ อวดเคล็ดลับผมสวย ในงานเปิดตัว ‘Matrixcare AI Hairdryer’

วันจันทร์ ที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 14.50 น.

งานผมสวย ผมสุขภาพดี ต้องยกให้สาว ‘คิมเบอร์ลี่ – แอน โวลเทมัส’ ที่สวยสะพรั่ง และหนุ่มสุดฮอตอย่าง ‘คริส – พีรวัส แสงโพธิรัตน์’ ที่ Valera แบรนด์ผู้เชี่ยวชาญด้านการดูแลเส้นผมจากสวิตเซอร์แลนด์ ได้คว้าตัวมาเป็นโมเดลผมสวย ในงานเปิดตัว “Matrixcare AI Hairdryer” ไดร์เป่าผมนวัตกรรมจากสวิตเซอร์แลนด์ ครั้งแรกในไทย ด้วยเทคโนโลยี AI สุดล้ำ เพื่อการดูแลผมอย่างชาญฉลาด โดยทั้ง 2 คน ได้มาร่วมพูดคุยเผยเคล็ดลับผมสวยกันแบบเอ็กซ์คลูซีฟสุด ๆ ในงาน

สาวคิมเบอร์ลี่ ยกให้คุณภาพเส้นผมเป็นอันดับต้น ๆ ที่ต้องให้ความสำคัญ เพราะเป็นสิ่งที่ช่วยเสริมลุคให้เธอมั่นใจ ด้วยตัวช่วยอย่าง Matrixcare AI Hairdryer ที่มีนวัตกรรม AI สุดล้ำเข้ามาช่วย personized เส้นผมของผู้ใช้ และรักษาสุขภาพผมให้เหมาะสมตามสภาพของเส้นผม พร้อมเผยเคล็ดลับจัดแต่งทรงผมให้สาว ๆ “คิมเป็นคนผมยาวก็สามารถทำได้หลากหลายทรง อย่างแรกเลยหลังจากสระผมเราต้องใช้ Matrixcare AI Hairdryer เป่าผมให้แห้งด้วยโหมด Care ก่อนจะใช้เครื่องหนีบผมด้วย ValeraSwiss’X Pulsecare (สวิส เอ๊กซ์ พัลซ์แคร์) ในการหนีบผมตรง หรือ จะม้วนลอนคลาย ๆ เครื่องหนีบตัวนี้ก็ตอบโจทย์ทั้งสองแบบ

ด้านหนุ่มคริส เผยเคล็ดลับการทำผมในชีวิตประจำวันให้หนุ่ม ๆ เนื่องจากคริสต้องออกงานเกือบทุกวัน จึงต้องมีการจัดแต่งทรงผมทุกวัน โดย Valera เป็นแบรนด์ชั้นนำจากสวิตเซอร์แลนด์ผู้เชี่ยวชาญด้านอุปกรณ์ดูแลเส้นผมและการ Grooming สำหรับผู้ชาย  Matrixcare AI Hairdryer จึงเป็นเครื่องมือตัวช่วยให้จบเรื่องเส้นผมได้ในเครื่องเดียว ส่วนตัวคริสชื่นชอบ MEMORY FUNCTION ฟังก์ชันจดจำการตั้งค่า เพราะช่วยบันทึกการตั้งค่าที่ใช้งานบ่อย เหมาะกับผู้ที่ใช้งานเป็นประจำ กลายเป็นแฮร์สไตลิสต์ประจำตัวของคริส

 นอกจากนี้ ภายในงานยังมีมินิคอนเสิร์ตจากหนุ่ม ‘คริส พีรวัส’ ที่มาแจกความน่ารัก จนแฟน ๆ ฟินกันทั้งงาน และกิจกรรมอื่น ๆ อีกมากมายภายในงาน

-(016)