‘รมช.อัครา’ติดตามความก้าวหน้าแผนการการดำเนินงานปี 2568 และแนวทางจัดทำงบประมาณปี 2569 กรมการข้าว

https://www.naewna.com/local/839398

'รมช.อัครา'ติดตามความก้าวหน้าแผนการการดำเนินงานปี 2568 และแนวทางจัดทำงบประมาณปี 2569 กรมการข้าว

‘รมช.อัครา’ติดตามความก้าวหน้าแผนการการดำเนินงานปี 2568 และแนวทางจัดทำงบประมาณปี 2569 กรมการข้าว

วันจันทร์ ที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 19.19 น.

เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 2567 นายอัครา พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานการประชุมหารือติดตามการบริหารงบประมาณ ปี พ.ศ.2568 พร้อมทั้งรับฟังแนวทางบริหาร การจัดทำแผนงาน/โครงการงบประมาณ พ.ศ.2569 ของกรมการข้าว โดยมี นายณัฏฐกิตติ์ ของทิพย์ อธิบดีกรมการข้าว ดร.ชิษณุชา บุดดาบุญ รองอธิบดีกรมการข้าว พร้อมด้วย ผู้บริหาร ข้าราชการกรมการข้าวทั้งจากส่วนกลางและส่วนภูมิภาคให้การต้อนรับ และร่วมรับฟังแนวนโยบายการทำงานจากรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ณ ห้องประชุมจักรพันธ์ กรมการข้าว

โอกาสนี้ รมช.อัครา ได้ร่วมให้ข้อเสนอแนะโครงการต่างๆ โดยให้มีการปรับแผนเพื่อให้ครอบคลุม สอดคล้องตามยุทธศาสตร์ชาติ มุ่งเน้น 10 นโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล และ 9 นโยบายสำคัญกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รวมทั้งเชื่อมโยงแผนแม่บทด้านต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง อีกทั้ง เร่งผลักดันโครงการลานตากข้าว แก้ปัญหาลานตากข้าวเปลือกหลังการเก็บเกี่ยวไม่เพียงพอ และศูนย์ข้าวชุมชนเพื่อผลิตและกระจายเมล็ดพันธุ์ข้าวคุณภาพดี ตลอดจนการแปรรูปสินค้าข้าวเพื่อเพิ่มมูลค่า เป็นต้น

สำหรับแผนงานประจำปี พ.ศ.2568 กรมการข้าว รวมทั้งสิ้น 22 โครงการ อาทิ โครงการส่งเสริมและพัฒนาสินค้าเกษตรอัตลักษณ์พื้นถิ่น (ข้าว) โครงการยกระดับคุณภาพมาตรฐานสินค้า โครงการส่งเสริมการแปรรูปสินค้าเกษตร โครงการผลิตและกระจายเมล็ดพันธุ์ข้าว โครงการสนับสนุนลดต้นทุนการผลิตด้านการเกษตรสำหรับเกษตรกรผู้ปลูกข้าว โครงการการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีการผลิตข้าวอย่างยั่งยืนเพื่อลดการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจก เป็นต้น สำหรับโครงการสำคัญเพื่อขับเคลื่อนนโยบายของรัฐบาลปี พ.ศ.2569 อาทิ โครงการก่อสร้างธนาคารเชื้อพันธุ์ข้าวแห่งชาติ โครงการศูนย์รวบรวมผลผลิตและกระจายสินค้าข้าว โครงการรณรงค์ไม่เผาฟางข้าว เป็นต้น

– 006

‘อัครา’ติดตามแผนการการดำเนินงานปี 2568 และแนวทางจัดทำงบประมาณปี 2569 กรมพัฒนาที่ดิน

https://www.naewna.com/local/839351

'อัครา'ติดตามแผนการการดำเนินงานปี 2568 และแนวทางจัดทำงบประมาณปี 2569 กรมพัฒนาที่ดิน

‘อัครา’ติดตามแผนการการดำเนินงานปี 2568 และแนวทางจัดทำงบประมาณปี 2569 กรมพัฒนาที่ดิน

วันจันทร์ ที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 17.18 น.

เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 2567 นายอัครา พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานการประชุมติดตามแผนการการดำเนินงานประจำปี พ.ศ.2568 และแผนงบประมาณปี พ.ศ.2569 กรมพัฒนาที่ดิน โดยมี นายทวีศักดิ์ ธนเดโชพล ผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ คณะผู้บริหารกรมพัฒนาที่ดิน ผู้อำนวยการกองสำนักกรมพัฒนาที่ดิน เข้าร่วม ณ ห้องประชุม 1214 กรมพัฒนาที่ดิน

โดย นายอัครา กล่าวว่า ได้เน้นย้ำแนวทางการทำงานให้กับผู้บริหารกรมพัฒนาที่ดิน เพื่อกำหนดทิศทางการจัดทำโครงการตางๆ ให้มีความชัดเจน และขอให้บูรณาการทำงานร่วมกันระหว่างหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รวมทั้งสร้างภาคีเครือข่าย เพื่อการมีส่วนร่วมในการยกระดับการพัฒนาภาคการเกษตรในพื้นที่ อีกทั้งเชื่อมโยงงานด้านชลประทาน ตามแนวคิดที่ได้มอบไว้ คือ “ดินนำ น้ำตาม” ตลอดจนเพิ่มแหล่งน้ำนอกชลประทาน เตรียมความพร้อมป้องกันการชะล้างพังทลายของดิน นอกจากนี้ ได้ผลักดันโครงการ “หมู่บ้านอนุรักษ์ดินและน้ำ” เพื่อบริหารจัดการทรัพยากรดินในเชิงพื้นที่ลุ่มน้ำ พัฒนาจัดระบบอนุรักษ์ดินและน้ำในพื้นที่เกษตรกรรม เพื่อใช้ประโยชน์ที่ดินได้ตามศักยภาพอีกด้วย

สำหรับแผนงานประจำปี พ.ศ.2568 และแผนงบประมาณปี พ.ศ.2569 ของกรมพัฒนาที่ดิน มีจุดมุ่งเน้น 6 ประเด็น เพื่อขับเคลื่อนนโยบายกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในการยกระดับภาคเกษตรให้เป็นเกษตรทันสมัย ตามแนวทาง “ตลาดนำ นวัตกรรมเสริม เพิ่มรายได้” ประกอบด้วย 1.การพัฒนาสู่เกษตรทันสมัยด้วยเทคโนโลยีด้านการเกษตร (Agri Tech) อาทิ พัฒนาและปรับปรุงฐานข้อมูลทรัพยากรที่ดิน ส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพเกษตรกร (วิเคราะห์ดิน) ปรับเปลี่ยนการผลิตพืชด้วย Agri-map บริหารจัดการทรัพยากรดินระดับตำบล การใช้ข้อมูลดาวเทียมพยากรณ์ผลผลิตสินค้า

2.ยกระดับการบริหารจัดการน้ำ อาทิ แหล่งน้ำในไร่นานอกเขตชลประทาน การใช้ประโยชน์จากแหล่งน้ำสำหรับเกษตรรายแปลง เพิ่มศักยภาพสระเก็บน้ำด้วยระบบส่งกระจายน้ำพลังงานแสงอาทิตย์ ป้องกันและลดการชะล้างพังทลายของดินด้วยระบบอนุรักษ์ดินและน้ำ 3.การฟื้นฟูทรัพยากรดินและรักษาสมดุลของระบบนิเวศ อาทิ ส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพเกษตรกร (หมอดิน / ศูนย์ถ่ายทอดฯ) พัฒนาทรัพยากรที่ดินและน้ำ หมู่บ้านอนุรักษ์ดินและน้ำ พัฒนาพื้นที่เพิ่มมูลค่าที่ดินเพื่อการเกษตร (พะเยาโมเดล/ตากใบโบเดล)

4.ส่งเสริมเศรษฐกิจสีเขียว (Green Economy) อาทิ พัฒนาเกษตรกรรมยังยืน (เกษตรอินทรีย์ PGS) สร้างมูลค่าเพิ่มจากวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร ส่งเสริมการไถกลบและผลิตปุ๋ยอินทรีย์เพื่อลดก๊าซเรือนกระจก 5.รับมือกับภัยธรรมชาติ อาทิ พัฒนาและปรับปรุงฐานข้อมูลทรัพยากรที่ดิน พัฒนาทรัพยากรที่ดินและน้ำ ป้องกันการชะล้างพังทลายของดินแบบบูรณาการ และ 6.ระบบราชการดิจิทัล (Digital Government) เชื่อมโยงข้อมูลทุกภาคส่วน แลกเปลี่ยนข้อมูลและนำไปใช้ประโยชน์เชิงพื้นที่ เพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการ

– 006
 

BLAUPUNKT แบรนด์นวัตกรรมระดับโลก ดังเขย่าสยาม เปิดตัวครั้งแรกของโลก กับคนรักเสียงเพลงในงาน Siam Halloween 2024

https://www.naewna.com/lady/839472

BLAUPUNKT แบรนด์นวัตกรรมระดับโลก ดังเขย่าสยาม เปิดตัวครั้งแรกของโลก กับคนรักเสียงเพลงในงาน Siam Halloween 2024

BLAUPUNKT แบรนด์นวัตกรรมระดับโลก ดังเขย่าสยาม เปิดตัวครั้งแรกของโลก กับคนรักเสียงเพลงในงาน Siam Halloween 2024

วันอังคาร ที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 12.00 น.

BLAUPUNKT แบรนด์นวัตกรรมระดับโลก ดังเขย่าสยาม  เปิดตัวสุดยิ่งใหญ่ครั้งแรกของโลก กับคนรักเสียงเพลงในงาน Siam Halloween 2024

BLAUPUNKT ผู้นำด้านนวัตกรรมเสียงและเครื่องเสียงระดับโลก สร้างความตื่นตาตื่นใจในงาน “Siam Halloween 2024” ด้วยการเปิดตัวลำโพงบลูทูธทรงพลังที่นำบรรยากาศแห่งความสยองและตื่นเต้นมาสู่ใจกลางสยาม ตลอดวันที่ 25- 31 ตุลาคมนี้ ท่ามกลางคนร่วมงานกว่า 5 แสนคน ประทับใจทุกเพศทุกวัย สนุกสนานในบรรยากาศที่เต็มไปด้วยสีสันและเสียงดนตรีที่โดดเด่นในงานเปิดตัว

นายธัญญวิชญ์ เตชาทัตอัครวินท์ (เฮียสี่) ประธานบริหาร บริษัท เตชินท์ อินเตอร์เทรด จำกัด ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายแบรนด์ BLAUPUNKT อย่างเป็นทางการผู้เดียวในประเทศไทย กล่าวถึงการร่วมงานครั้งนี้ว่า “เป็นครั้งแรกของวงการเครื่องเสียงเมืองไทย ที่ได้ร่วมสร้างสีสันและความเร้าใจในเทศกาล Siam Halloween งานระดับประเทศ  ในปีนี้ BLAUPUNKT เปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่ พร้อมนำเสนอลำโพงบลูทูธที่มีพลังเสียงเต็มที่และนวัตกรรมเสียงที่ทันสมัย เพื่อให้ผู้ร่วมงานทุกคนได้สัมผัสกับประสบการณ์เสียงที่ยอดเยี่ยมและเต็มไปด้วยความสนุกสนาน ไม่ว่าจะเป็นการเต้น cover dance คอนเสิร์ท ใช้เสียงเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมคลอสเพลย์ ซึ่งเรามุ่งมั่นตั้งใจที่จะสร้างความประทับใจ ความสุขให้กับกลุ่มคนรักเสียงเพลง และเป็นที่หนึ่งในใจผู้ใช้งานทั้งประเทศ”

BLAUPUNKT แบรนด์นวัตกรรมระดับโลก ได้นำเทคโนโลยีล้ำสมัยและเสียงที่ชัดเจนทรงพลัง มาถล่มสยามจนกลายเป็นจุดหมายที่น่าตื่นตาตื่นใจของค่ำคืนฮาโลวีนตลอด 7 วัน  โดยมีไฮไลท์เป็นลำโพงบลูทูธรุ่นใหม่ BLAUPUNKT WIRELESS BLUETOOTH SPEAKER CLASSIC SERIES ที่ได้รับการออกแบบมาเพื่อความสะใจของทุกจังหวะเสียงและการแสดงอันทรงพลัง ด้วยเสียงแบบ HI-FI Sound Quality เพื่อตอกย้ำตำแหน่งผู้นำตลาดเครื่องเสียงที่เน้นคุณภาพระดับโลกและเน้นการเชื่อมต่อไร้สายที่สะดวกสบาย ลำโพง BLAUPUNKT นอกจากจะให้พลังเสียงที่สะใจแล้ว ยังออกแบบมาเพื่อตอบสนองการใช้งานหลากหลาย เพื่อให้ทุกคนสามารถเติมเต็มช่วงเวลาของตนเองได้อย่างลงตัวกับไลฟ์สไตล์ที่ต้องการ นอกจากนี้ ภายในงานยังมีการตกแต่งแสงสีเข้ากับเทศกาล Halloween ทำให้บรรยากาศของงานดูน่าตื่นเต้นยิ่งขึ้น แบบไม่มีใครเคยทำมาก่อน จนกลายเป็นลำโพงสุดไวรัลสำหรับชาวโซเชียล รู้ยัง ใครๆก็ใช้บลาวฟุ้งค์ ใครใช้ก็ชอบ คุ้มค่าคุ้มราคา

พบกับ BLAUPUNKT แบรนด์นวัตกรรมระดับโลก พร้อมพิสูจน์เสียงด้วยตัวคุณเองได้ที่ร้านตัวแทนจำน่ายทั่วประเทศ ร้านมั่นคง(munkonggadget) สาขาพารากอน และทุกสาขาใกล้คุณ เชิญร่วมประสบการณ์ Enjoy it!! เพลิดเพลินไปกับเสียงเพลงอันเป็นเอกลักษณ์ที่ส่งผ่านนวัตกรรมเสียงที่ไร้ขีดจำกัดของแบรนด์แห่งความเป็นผู้นำนี้ ใครพลาดงาน ตามชมคอนเท้นในทุกๆช่องทางโซเชี่ยลได้เลยวันนี้

ดูรายละเอียดลำโพงบลูทูธเพิ่มเติม : https://blaupunkt.com/th/electronics-th/wireless-speakers/

Review : https://www.youtube.com/watch?v=7fGd9ziywbI&t=7s

– Line@: https://lin.ee/4FgHevp

– Facebook: Taeshin Intertrade https://www.facebook.com/Taeshin.Intertrade

– Instagram: https://www.instagram.com/taeshin.intertrade/

– Youtube : Taeshin Intertrade

-Tiktok : https://www.tiktok.com/@blaupunkt.official

-LAZADA : https://s.lazada.co.th/s.MH9us

-SHOPEE : https://s.shopee.co.th/g4SJVE2O9

โรคซึมเศร้าและความเครียดในวัยเรียน ปัญหาที่ผู้ใหญ่ไม่ควรมองข้าม

https://www.naewna.com/lady/839328

โรคซึมเศร้าและความเครียดในวัยเรียน ปัญหาที่ผู้ใหญ่ไม่ควรมองข้าม

โรคซึมเศร้าและความเครียดในวัยเรียน ปัญหาที่ผู้ใหญ่ไม่ควรมองข้าม

วันอังคาร ที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 07.15 น.

จากงานวิจัยพบว่า ร้อยละ 5-10 ของกลุ่มโรควิตกกังวลและซึมเศร้าที่เกิดจากความเครียด ที่พบในเด็ก ส่วนมากจะพบว่าเป็นความเครียดที่เข้าสู่ระดับกลางถึงรุนแรง เป็นปัญหาที่ไม่ควรมองข้ามสำหรับผู้ปกครองพ่อแม่ทุกคน เพราะระดับที่รุนแรงและมีผลกระทบอย่างมาก

การสังเกตพฤติกรรมนับว่าสำคัญมาก สัญญาณเตือนสำคัญที่ผู้ปกครองคุณพ่อคุณแม่จะสังเกตได้ว่าลูกมีความเสี่ยงต่อภาวะซึมเศร้า คือชอบเก็บตัว ไม่สุงสิงกับใคร ผลการเรียนตกเหม่อลอย ไม่อยากทานอาหาร มีปัญหาเรื่องการนอน และยิ่งอันตรายหากมีการบอกลา การสั่งเสีย การที่บอกว่าตัวเองไม่มีคุณค่า ไม่อยากมีชีวิตอยู่แล้ว สัญญาณเหล่านี้จะเป็นตัวที่บอกได้ว่า เด็กๆ เหล่านี้อาจจะมีความเสี่ยงในการพยายามฆ่าตัวตาย

ปัจจัยเสี่ยงของความเครียดและโรคซึมเศร้าในวัยเรียนมีหลายประการ เช่น 1.ความกดดันทางการเรียน การพยายามให้ได้คะแนนดีหรือรักษาความสำเร็จรวมถึงความคาดหวังของผู้ปกครองอาจก่อให้เกิดความเครียดสะสม 2.การถูกเปรียบเทียบกับเพื่อน ทำให้เกิดความรู้สึกด้อยค่าและหมดกำลังใจ 3.ปัญหาครอบครัว เช่น การหย่าร้าง หรือความขัดแย้งทำให้เด็กขาดความมั่นคงทางจิตใจ 4.การใช้โซเชียลมีเดียเพิ่มความเสี่ยงให้เกิดการเปรียบเทียบตนเองกับผู้อื่น

โรคซึมเศร้า เป็นโรคที่ไม่สามารถผ่านพ้นไปได้ง่ายๆ ด้วยตนเอง วัยเรียนที่มีภาวะซึมเศร้า หากไม่ได้รับการรักษาที่ถูกต้อง อาการมักจะไม่ดีขึ้นเอง ปล่อยไว้นานอาการจะแย่ลง ดังนั้นการรักษาจึงต้องเป็นการวางแผนในระยะยาว เพื่อแก้ไขอาการของโรคและสาเหตุของการเกิดโรค ดังนี้ 1.พบจิตแพทย์เพื่อประเมินอาการและวางแผนการรักษาอย่างเป็นระบบ หากจำเป็นต้องใช้ยาควรใช้ เพื่อผลการรักษาที่ดี 2.รับการบำบัดทางจิตวิทยาร่วมด้วย เพื่อแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ 3.ผู้ปกครองต้องให้กำลังใจ เปิดใจพูดคุยกับลูกอย่างสม่ำเสมอ ฟังความคิดเห็น ความรู้สึกของพวกเขาโดยไม่ตัดสิน และเข้าร่วมกระบวนการรักษาอย่างต่อเนื่อง 4.ปรับสภาพแวดล้อมทั้งที่บ้านและโรงเรียนให้เอื้อต่อการฟื้นฟูสภาพจิตใจ 5.สร้างเครือข่ายสนับสนุนระหว่างครอบครัว โรงเรียน และผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์

ผลกระทบของภาวะซึมเศร้านั้น นอกเหนือจากการกระทบต่อการเรียน อาจจะกระทบความสัมพันธ์ในครอบครัว ทักษะการเข้าสังคมและผลต่อการใช้ชีวิตในระยะยาว โรคซึมเศร้าและความเครียดในวัยเรียนไม่ใช่ปัญหาที่ควรมองข้าม การให้ความสำคัญกับสุขภาพจิตของเด็กและเยาวชนเป็นเรื่องสำคัญที่สุดในการสร้างอนาคตที่ดีของพวกเขาดังนั้นการสังเกตและให้การช่วยเหลือแต่เนิ่นๆ จะช่วยเปลี่ยนชีวิตและป้องกันปัญหาระยะยาวของวัยเรียนที่จะเติบโตเป็นผู้ใหญ่ในอนาคต การได้รับการรักษาและความช่วยเหลือที่ถูกต้องในช่วงเวลาที่เหมาะสมสามารถช่วยให้พวกเขาผ่านพ้นความยากลำบากนี้ไปได้

ภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลัน ภัยเงียบสังหารนักกีฬา

https://www.naewna.com/lady/839321

ภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลัน ภัยเงียบสังหารนักกีฬา

ภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลัน ภัยเงียบสังหารนักกีฬา

วันอังคาร ที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 07.05 น.

การเล่นกีฬาและการออกกำลังกายเป็นประจำถือเป็นวิธีการดูแลสุขภาพที่ดี แต่หลายคนคงไม่รู้ว่าในกลุ่มนักกีฬาที่ดูแข็งแรงบางคนอาจมีความเสี่ยงที่จะเกิดภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลัน (Sudden Cardiac Death) ซึ่งเป็นอาการที่สามารถเกิดขึ้นได้ทันทีและเป็นภาวะอันตรายถึงชีวิตหากไม่ได้รับการรักษาทันที

ผศ.นพ.ศราวุธ ลิ้มประเสริฐ อายุรแพทย์โรคหัวใจและหลอดเลือด ชำนาญการด้านสรีรวิทยาไฟฟ้าหัวใจ กล่าวว่า ภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลัน (Sudden Cardiac Death) เป็นภาวะที่เกิดขึ้นเมื่อหัวใจหยุดเต้นกะทันหัน ทำให้การไหลเวียนของเลือดในร่างกายถูกขัดขวางอย่างฉับพลัน และหากไม่ได้รับการรักษาโดยด่วน อาจทำให้ผู้ป่วยเสียชีวิตได้ภายในไม่กี่นาที โดยอาการภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลันที่ต้องระวัง เช่น เจ็บหน้าอก วิงเวียนศีรษะ หมดสติ หายใจลำบาก หัวใจเต้นผิดจังหวะหรือเต้นแรงมากกว่าปกติ หากนักกีฬามีอาการเหล่านี้ ควรรีบมาปรึกษาแพทย์

สาเหตุภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลันในนักกีฬาสามารถเกิดได้จากหลายปัจจัย ได้แก่ อายุน้อยกว่า 35 ปีส่วนใหญ่จะมีสาเหตุมาจากความผิดปกติของกล้ามเนื้อหัวใจ แต่นักกีฬาเหล่านี้ได้ออกกำลังกายเป็นประจำ ร่างกายและหัวใจจะมีการปรับตัวจนสามารถทำให้เล่นกีฬาได้อย่างดีหรือเป็นเลิศได้ โดยนักกีฬาไม่ทราบมาก่อนว่าตนเองมีความผิดปกติอยู่ แต่เมื่อมีการเล่นกีฬาที่หัวใจต้องทำงานหนัก การทำงานของกล้ามเนื้อหัวใจไม่สามารถดำเนินต่อไปได้จึงอาจทำให้หัวใจหยุดเต้นได้

อายุมากกว่า 35 ปีขึ้นไปส่วนใหญ่จะมีสาเหตุมาจากการอุดตันของหลอดเลือดที่ไปเลี้ยงหัวใจ ทำให้เวลาร่างกายออกแรงมาก หัวใจจะทำงานมากขึ้น แต่เลือดไม่สามารถมาเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจได้เพียงพอก็จะทำให้หัวใจหยุดเต้นได้

การวินิจฉัยภาวะผิดปกติในนักกีฬาถือเป็นเรื่องที่ท้าทายมาก เพราะการฝึกฝนของนักกีฬา จะก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของหัวใจที่มีลักษณะหลายๆ อย่างคล้ายคลึงกับโรคหัวใจที่ผิดปกติ เช่น นักกีฬาที่ผ่านการฝึกฝนมาอย่างดีมักจะมีกล้ามเนื้อหัวใจห้องล่างซ้ายที่หนาขึ้น ซึ่งช่วยทำให้การทำงานของหัวใจแข็งแรงขึ้น แต่ลักษณะดังกล่าวก็พบได้คล้ายกับผู้ป่วยที่เป็นโรคกล้ามเนื้อหัวใจหนาตัวผิดปกติเช่นกัน

ดังนั้น การพบแพทย์เพื่อประเมินหัวใจอย่างถี่ถ้วน ไม่ว่าจะด้วยการซักประวัติ ตรวจร่างกาย ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ และการตรวจภาพหัวใจด้วยวิธีพิเศษต่างๆ จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งในการวินิจฉัยโรคได้ถูกต้อง ซึ่งจะสามารถป้องกันภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลันในอนาคตได้

คำแนะนำสำหรับนักกีฬาหรือแม้แต่ประชาชนทั่วไปที่มีแผนเข้าร่วมการแข่งขันกีฬาประเภทที่มีความเข้มข้นสูง อย่างเช่น การวิ่งระยะไกลตั้งแต่ฮาล์ฟมาราธอน (21.1 กิโลเมตร) ซึ่งควรต้องมีการตรวจคัดกรองโรคทางหัวใจก่อนเข้าร่วมการแข่งขันหรือเล่นกีฬาดังกล่าว เพื่อป้องกันภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลันที่อาจเกิดขึ้นระหว่างการแข่งขันกีฬาได้ นอกจากนี้ ผู้จัดการแข่งขันกีฬาต่างๆ ก็ควรมีการเตรียมความพร้อมในการให้ความช่วยเหลือนักกีฬาหรือผู้เข้าร่วมการแข่งขันให้ได้อย่างทันท่วงที ไม่ว่าจะเป็นบุคลากรที่มีความรู้ในการช่วยฟื้นคืนชีพ (cardiopulmonary resuscitation หรือ CPR) และจัดหาเครื่องกระตุกไฟฟ้าหัวใจอัตโนมัติ (automated external defibrillators หรือ AEDs) ในพื้นที่การแข่งขันกีฬาด้วย ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะช่วยเพิ่มโอกาสการรอดชีวิตของผู้ป่วยในกรณีเกิดภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลันได้สูงขึ้นเป็นอย่างมาก

การมีโรคหัวใจ ไม่ได้ถือเป็นข้อห้ามในการออกกำลังกาย หรือแม้กระทั่งการแข่งขันกีฬา คำแนะนำในการออกกำลังกายจะมีความแตกต่างกันในผู้ป่วยแต่ละราย ซึ่งจะขึ้นอยู่กับโรคหรือภาวะหัวใจของผู้ป่วยนั้นๆ อย่างไรก็ตาม แม้โรคหัวใจบางชนิดอาจถือเป็นข้อห้ามในการออกกำลังกายที่มีความเข้มข้นสูงหรือการแข่งขันกีฬา แต่การออกกำลังกายแบบความเข้มข้นระดับปานกลางนั้น สามารถทำได้ในผู้ป่วยโรคหัวใจเกือบทุกชนิด ภายใต้คำแนะนำของแพทย์และทีมผู้ดูแลผู้ป่วย

แม้ว่าการออกกำลังกายจะมีประโยชน์อย่างมากในหลายๆ ด้าน แต่หากต้องการออกกำลังกายแบบที่มีความเข้มข้นสูงหรือแข่งขันกีฬา ควรเข้ารับการตรวจประเมินเพื่อคัดกรองโรคหัวใจอย่างละเอียดโดยอายุรแพทย์โรคหัวใจ เพื่อค้นหาโรคหัวใจที่อาจซ่อนอยู่ และยังสามารถช่วยป้องกันภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลันขณะออกกำลังกายได้อีกด้วย

ผศ.นพ.ศราวุธ ลิ้มประเสริฐ

ร้านกาแฟสีเขียว สตาร์บัคส์ รีเสิร์ฟ วัน แบงค็อก เรื่องราวของวัฒนธรรมท้องถิ่นและความยั่งยืน

https://www.naewna.com/lady/839378

ร้านกาแฟสีเขียว สตาร์บัคส์ รีเสิร์ฟ วัน แบงค็อก เรื่องราวของวัฒนธรรมท้องถิ่นและความยั่งยืน

ร้านกาแฟสีเขียว สตาร์บัคส์ รีเสิร์ฟ วัน แบงค็อก เรื่องราวของวัฒนธรรมท้องถิ่นและความยั่งยืน

วันอังคาร ที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

สตาร์บัคส์ ประเทศไทย เปิดตัวสตาร์บัคส์ รีเสิร์ฟ วัน แบงค็อกร้านกาแฟสีเขียว หรือ Greener Store ที่ใหญ่ที่สุด และร้านแฟลกชิพแห่งที่ 4ในประเทศไทย ณ วัน แบงค็อก ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญในการขยายตลาดและความมุ่งมั่นด้านความยั่งยืน ได้รับการออกแบบตามมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมอย่างเคร่งครัดในด้านการอนุรักษ์น้ำ การใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ การลดขยะ และการใช้วัสดุอย่างรับผิดชอบ

เนตรนภา ศรีสมัย กรรมการผู้จัดการ สตาร์บัคส์ ประเทศไทยกล่าวว่า “สตาร์บัคส์ รีเสิร์ฟ วัน แบงค็อกได้รับการออกแบบในคอนเซ็ปต์ Third Place หรือบ้านหลังที่สามที่ต้อนรับผู้คนหลากหลายให้สามารถมาแลกเปลี่ยนเรื่องราวและผ่อนคลาย พร้อมเพลิดเพลินกับประสบการณ์กาแฟอันน่าประทับใจ รวมถึงความทุ่มเทของสตาร์บัคส์ต่อสิ่งแวดล้อม ชาวไร่กาแฟ และชุมชน เราได้สร้างพื้นที่ที่เป็นมากกว่าร้านกาแฟด้วยการผสานค่านิยมของเรากับศิลปะท้องถิ่น พื้นที่นี้คือส่วนหนึ่งของคำมั่นสัญญาของเราในการเสิร์ฟกาแฟคุณภาพเยี่ยม พร้อมกับการสร้างประโยชน์ต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อม ที่นี่คือจุดบรรจบของประเพณีและนวัตกรรม โดยที่ทุกแก้วจากสตาร์บัคส์บอกเล่าเรื่องราวของความยั่งยืนและวัฒนธรรมท้องถิ่นในประเทศของเรา”

จุฑาทิพย์ เก่งมานะ ผู้จัดการด้านผลกระทบทางสังคมและความยั่งยืน สตาร์บัคส์ ประเทศไทย กล่าวว่า “สตาร์บัคส์ รีเสิร์ฟ วัน แบงค็อก เป็นร้านที่พิสูจน์ถึงความมุ่งมั่นอันแน่วแน่ของเราต่อการดูแลสิ่งแวดล้อม ร้านนี้เป็นสาขาแรกที่มี Condiment Bar เพื่อความยั่งยืนที่ส่งเสริมให้ลูกค้าล้างแก้วและเทเครื่องดื่มที่เหลือทิ้ง พร้อมทิ้งขยะในที่ที่เหมาะสม ทุกองค์ประกอบของร้านนี้ได้รับการออกแบบอย่างพิถีพิถันโดยคำนึงถึงความยั่งยืน ตอกย้ำถึงความทุ่มเทของสตาร์บัคส์ต่อแนวทางปฏิบัติที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เราเชื่อว่าร้านแห่งนี้จะเป็นแรงขับเคลื่อนความสำเร็จด้านสิ่งแวดล้อมในอนาคตที่สำคัญของร้านสตาร์บัคส์ทั่วทั้งประเทศไทย”

ทั้งนี้สตาร์บัคส์กำลังเดินหน้าในการเปิดร้าน Greener Store จำนวน 20 สาขาในประเทศไทยภายในสิ้นปีพ.ศ. 2567 เพื่อขับเคลื่อนเป้าหมายด้านความยั่งยืนและการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ โดยเมื่อต้นปีที่ผ่านมา สตาร์บัคส์ได้เปิดตัว “LITTLE CHOICES. BIG CHANGES.” แคมเปญเพื่อความยั่งยืน เพื่อเชิญชวนให้ลูกค้ามีส่วนร่วมในการสร้างความยั่งยืน ด้วยการมอบส่วนลด 10 บาทสำหรับลูกค้าที่นำแก้วส่วนตัวมาใช้ที่ร้านสตาร์บัคส์ทุกสาขาทั่วประเทศโดยเป็นกิจกรรมที่สตาร์บัคส์ทำมาอย่างต่อเนื่อง

การออกแบบภายในร้านทั้งสองชั้นได้รับแรงบันดาลใจจากทิวเขาที่เป็นพื้นที่เพาะปลูกกาแฟในภาคเหนือของประเทศไทย ที่อยู่ของชุมชนชาวเขาที่มีชีวิตชีวา จนกลายเป็นแนวคิดการออกแบบ เรือนยอดไม้ใหญ่ หรือ Tree Top Canopy ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของสิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติที่ใช้ในการเพาะปลูกกาแฟ โดยชั้นแรกของร้านเป็นตัวแทนของต้นกาแฟ ซึ่งอุทิศให้กับการชงและเสิร์ฟกาแฟ ส่วนชั้นบนสะท้อนถึงเรือนยอดไม้ มีพื้นที่นั่งเล่นในบรรยากาศผ่อนคลายให้กับลูกค้าเพื่อพูดคุยกันและพักผ่อน องค์ประกอบเหล่านี้ได้สร้างพื้นที่ที่ส่งเสริมความสัมพันธ์ที่มีความหมาย ท่ามกลางบรรยากาศที่ผสานชุมชนท้องถิ่นเข้ากับประสบการณ์สตาร์บัคส์ที่คุ้นเคย

ภายในร้านตกแต่งด้วยงานศิลปะจากศิลปินชาวไทย เพื่อเฉลิมฉลองวัฒนธรรมกาแฟของไทย มีไฮไลท์สำคัญได้แก่ผลงานสิ่งทอบนเพดานโดย Ease Studio และภาพจิตรกรรมฝาผนังอันสวยงามในห้อง Community room โดยศิลปิน ภาวิษา มีศรีนนท์ (PABAJA) ที่เน้นย้ำถึงความหลากหลายทางชีวภาพของพื้นที่ปลูกกาแฟที่สำคัญ

ธนาศักดิ์ กุลรัตนรักษ์ ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาธุรกิจ สตาร์บัคส์ ประเทศไทย กล่าวว่า “การออกแบบของ สตาร์บัคส์ รีเสิร์ฟ วัน แบงค็อก ได้รับแรงบันดาลใจจากวัฒนธรรมกาแฟอันหลากหลายของภาคเหนือของไทย และบรรยากาศที่มีชีวิตชีวาของทำเลใจกลางเมืองนี้ เราได้สร้างพื้นที่ที่สะท้อนถึงความงดงามและประเพณีของเรา ร้านนี้ยังเป็นสถานที่ต้อนรับใจกลางกรุงเทพฯ ที่สะท้อนถึงวิสัยทัศน์ของสตาร์บัคส์ในการเชื่อมต่อผู้คนผ่านกาแฟที่มีคุณภาพท่ามกลางพื้นที่ที่มีความสวยงาม ทุกรายละเอียดตั้งแต่การออกแบบพื้นที่ไปจนถึงงานศิลปะ ล้วนบอกเล่าเรื่องราวของวัฒนธรรมท้องถิ่นและความยั่งยืน”

สัมผัสประสบการณ์ร้านสตาร์บัคส์รีเสิร์ฟ วัน แบงค็อก ได้ที่ https://www.youtube.com/watch?v=cNZQLo_JLx0

‘ไต้หวัน เอ็กซ์โป 2024’ มอบโอกาสทางธุรกิจให้คนไทย ผ่านการจัดแสดงเทคโนโลยี โซลูชั่นที่ตอบโจทย์ทุกอุตสาหกรรม

https://www.naewna.com/lady/839317

‘ไต้หวัน เอ็กซ์โป 2024’ มอบโอกาสทางธุรกิจให้คนไทย ผ่านการจัดแสดงเทคโนโลยี โซลูชั่นที่ตอบโจทย์ทุกอุตสาหกรรม

‘ไต้หวัน เอ็กซ์โป 2024’ มอบโอกาสทางธุรกิจให้คนไทย ผ่านการจัดแสดงเทคโนโลยี โซลูชั่นที่ตอบโจทย์ทุกอุตสาหกรรม

วันอังคาร ที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงเศรษฐกิจไต้หวัน(International Trade Administration, Ministry of Economic Affairs) ร่วมกับสภาส่งเสริมการค้าและการส่งออกไต้หวัน (Taiwan External TradeDevelopment Council, TAITRA) จัดงาน TAIWAN EXPO 2024 in Thailand อย่างยิ่งใหญ่อีกครั้งระหว่างวันที่ 21-23 พฤศจิกายน 2567 ณ ฮอลล์ 5 ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ โดยงานนี้จะเป็นงานที่มอบโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ ผ่านการจัดแสดงเทคโนโลยีและโซลูชั่นล้ำสมัยที่ตอบสนองความต้องการทุกอุตสาหกรรม

วูดดี้ หวัง รองผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาการตลาด สภาส่งเสริมการค้าและการส่งออกไต้หวัน กล่าวย้ำความสำคัญของการจัดงานในปีนี้ว่า “จากความสำเร็จของการจัดงาน TAIWAN EXPO ครั้งที่ 5 ในปีที่ผ่านมา ส่งผลให้มีบริษัทไต้หวัน 919 บริษัท ขยายธุรกิจเข้ามาในตลาดไทย ดึงดูดผู้เข้าชมงานได้กว่า 169,000 ราย และสร้างโอกาสทางธุรกิจได้กว่า 317 ล้านเหรียญสหรัฐ ในปีนี้ เรามุ่งมั่นที่จะสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับธุรกิจไทยด้วยการจัดแสดงนวัตกรรมล่าสุดจากไต้หวัน”

TAIWAN EXPO 2024 in Thailand ได้รับการตอบรับเข้าร่วมงานจากบริษัทชั้นนำของไต้หวันกว่า 170 บริษัท มาร่วมออกบูธจัดแสดงสินค้ากว่า 220 บูธ เพื่อเปิดประสบการณ์ พร้อมอัปเดตเทรนด์เทคโนโลยีใหม่ล่าสุดจากไต้หวัน ผ่านนวัตกรรมสินค้าและโซลูชั่นที่ตอบโจทย์ความต้องการของคนไทย 5 กลุ่มอุตสาหกรรม ได้แก่ Smart Manufacturing นำเสนอเทคโนโลยีขั้นสูงที่ออกแบบมาเพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพอุตสาหกรรมและส่งเสริมกระบวนการผลิตที่ยั่งยืนและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม Smart Medical นำเสนอโซลูชั่นเพื่อการดูแลสุขภาพที่ล้ำสมัย มุ่งเน้นการปรับปรุงคุณภาพการดูแลผู้ป่วย และสร้างผลลัพธ์ทางการแพทย์ที่มีประสิทธิภาพ Smart Lifestyle นำเสนอผลิตภัณฑ์เพื่อความยั่งยืนที่ออกแบบและสร้างสรรค์เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิต ให้การใช้ชีวิตประจำวันสะดวกสบายยิ่งขึ้น Circular Economy นำเสนอโซลูชั่นที่ช่วยให้ภาคอุตสาหกรรมบรรลุเป้าหมายการปล่อยมลพิษสุทธิเป็นศูนย์ โดยเน้นที่บรรจุภัณฑ์สีเขียว และแนวทางปฏิบัติที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และ Culture & Tourism นำเสนอมรดกทางวัฒนธรรมอันล้ำค่า ศิลปะ และการท่องเที่ยวของไต้หวันพร้อมส่งเสริมการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรม และการเชื่อมความสัมพันธ์ทางธุรกิจ พบกับโซน TAIWAN SELECT เพลิดเพลินกับอาหารประจำชาติไต้หวันแสนอร่อยหลากหลายประเภท และสัมผัสกับไลฟ์สไตล์เพื่อสุขภาพจากไต้หวัน พร้อมเรียนรู้วัฒนธรรมของไต้หวันผ่านการร่วมกิจกรรมต่างๆ เช่น การย้อมคราม และการทำโคมไฟนอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมจับคู่ธุรกิจที่เปิดโอกาสให้พบปะกับบริษัทของไต้หวันได้โดยตรง และกิจกรรมสัมมนาทางธุรกิจ เพื่อแลกเปลี่ยน แนะนำ ข้อมูลเชิงลึก เทคโนโลยีที่ยกระดับคุณภาพชีวิตทั้งในวงการอุตสาหกรรมการผลิต วงการแพทย์ และเทคโนโลยีสีเขียว ที่ออกแบบมาเพื่อส่งเสริมโอกาสทางธุรกิจให้กับคนไทย

วูดดี้ กล่าวเสริมว่า “มูลค่าการค้าทวิภาคีระหว่างไต้หวันและไทยในปี 2566 อยู่ที่ 16,200 ล้านเหรียญสหรัฐ ทำให้ไทยเป็นคู่ค้ารายใหญ่เป็นอันดับ 13 ของไต้หวัน มีโครงการลงทุนจากไต้หวันเข้ามาลงทุนในประเทศไทย 74 โครงการ ในช่วง 3 ไตรมาสแรกของปี 2567 มีมูลค่ารวม 45.8 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 24% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยอุตสาหกรรมที่มีมูลค่าการลงทุนสูงสุดคือ การผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์สะท้อนให้เห็นถึงการขยายตัวทางการค้า การลงทุนระหว่างไทย และไต้หวัน ในขณะเดียวกัน ยังเห็นโอกาสทางการค้าการลงทุนระหว่างไทย-ไต้หวัน อีกมากในอนาคต ดังนั้น การกลับมาของงาน TAIWAN EXPO 2024 in Thailand ในครั้งนี้ จึงเป็นเวทีสำคัญในการสร้างความร่วมมือทางธุรกิจให้เศรษฐกิจของทั้ง 2 ประเทศ ได้เติบโตไปร่วมกัน”

TAIWAN EXPO 2024 in Thailand จะเป็นเวทีสำคัญในการแลกเปลี่ยนข้อมูล และสร้างความร่วมมือทางธุรกิจในระยะยาว อีกทั้ง ยังเปิดโอกาสให้ผู้เข้าชมงานได้สัมผัสกับนวัตกรรมใหม่ล่าสุด พร้อมเพลิดเพลินไปกับการแสดงทางวัฒนธรรมจากไต้หวัน และลุ้นของรางวัลสุดตื่นตาตื่นใจมากมาย เช่น ตั๋วเครื่องบินไป-กลับไทเป และจุดหมายปลายทางอื่นๆ อีกด้วย

ททท. เปิดแคมเปญ ‘WOW! Thailand Passport Privileges’ มอบของที่ระลึกเสน่ห์ไทย Thai Souvenirs ต้อนรับนักเดินทาง

https://www.naewna.com/lady/839341

ททท. เปิดแคมเปญ ‘WOW! Thailand Passport Privileges’  มอบของที่ระลึกเสน่ห์ไทย Thai Souvenirs ต้อนรับนักเดินทาง

ททท. เปิดแคมเปญ ‘WOW! Thailand Passport Privileges’ มอบของที่ระลึกเสน่ห์ไทย Thai Souvenirs ต้อนรับนักเดินทาง

วันอังคาร ที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดแคมเปญ “WOW! Thailand Passport Privileges” ภายใต้โครงการ Amazing Thailand Passport Privileges พร้อมมอบส่วนลด สิทธิพิเศษต่างๆ สำหรับสินค้าและบริการด้านการท่องเที่ยวแก่นักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้าสู่ประเทศไทยในช่วงเดือนพฤศจิกายน-10 ธันวาคม นี้ โดย นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ ททท. พร้อมด้วยนางประหนึ่งนุช บำเพ็ญสมัย ผู้อำนวยการฝ่ายบริการลูกค้า ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ พันตำรวจโทรัชนี เฉิดฉาย รองผู้กำกับฝ่าย ตม.ขาเข้าท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ กองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 2 พันตรวจโท ทัศน์ภูมิ ชุติธรพงษ์รองผู้กำกับฝ่าย ตม. ขาเข้า ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ กองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 2 นายมนาเทศ อันนวัฒน์ ผู้จัดการใหญ่ บริษัทไทยแลนด์ พริวิเลจ คาร์ด จำกัด ร่วมต้อนรับ และมอบของที่ระลึกเสน่ห์ไทย Thai Souvenirs แก่นักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้าสู่ประเทศไทย ณท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ

นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ ททท. กล่าวว่า โครงการ Amazing Thailand Passport Privileges เป็นความร่วมมือระหว่าง ททท. และพันธมิตร ในการจัดทำกิจกรรมเพื่อกระตุ้นการจับจ่ายของนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ รวมถึงมอบประสบการณ์ในการช้อปปิ้งสินค้าและบริการทางการท่องเที่ยวชั้นนำในราคาพิเศษด้วยแคมเปญ WOW! Thailand Passport Privileges โดยโครงการมีการจัดทำส่วนลด และสิทธิพิเศษต่างๆ สำหรับนักท่องเที่ยวที่จับจ่ายสินค้าและบริการด้านการท่องเที่ยวที่ร่วมโครงการ พร้อมส่งมอบของที่ระลึกเสน่ห์ไทย Thai Souvenirs เพื่อบอกเล่าอัตลักษณ์ของเมืองไทย ไม่ว่าจะเป็น Must Taste อาหารไทย Must Try ศิลปะแม่ไม้มวยไทย Must Buy ผ้าไทยและหัตถกรรมไทย Must Seek แหล่งท่องเที่ยว และศิลปวัฒนธรรมไทย และ Must See การแสดงศิลปะไทย เพื่อเป็นการย้ำเตือนประสบการณ์ความทรงจำในเมืองไทยให้อยู่ในใจนักท่องเที่ยวไม่รู้ลืม

สำหรับแคมเปญ “WOW! Thailand Passport Privileges” นอกจากการมอบของที่ระลึก Thai Souvenirs ให้กับนักท่องเที่ยวที่ลงทะเบียน ณ บูธกิจกรรม WOW! Thailand Passport Privileges โดยการแสดงหนังสือเดินทาง บริเวณประตู 10 ชั้น 2 อาคารผู้โดยสาร ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ แล้ว ยังได้จัดบูธกิจกรรมมอบของที่ระลึกให้กับนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้าประเทศไทย ณ ท่าอากาศยานดอนเมือง บริเวณโถงขาเข้าผู้โดยสารชั้น 1 และ ท่าอากาศยานภูเก็ต บริเวณโถงขาเข้าผู้โดยสารชั้น 1 อีกด้วย

แคมเปญ WOW! Thailand Passport Privileges ยังมีกิจกรรมสำหรับนักท่องเที่ยวได้ร่วมสนุก และรับสิทธิพิเศษเพิ่มเติมอีกมากมาย ได้แก่ 1) กิจกรรม WOW Thailand: Must Do Package สำหรับนักท่องเที่ยว 10,000 คนแรก ที่ลงทะเบียนบนเว็บไซต์ของโครงการ http://www.tourismthailand.org/wowthailandpassportprivileges พร้อมกดรับสิทธิพิเศษในส่วนของ WOW Deals ส่วนลดและสิทธิพิเศษสินค้าและบริการท่องเที่ยวได้ 1 คนต่อ 1 สิทธิ์ จำกัดจำนวน 10,000 สิทธิ์ โดยนักท่องเที่ยวสามารถนำสิทธิพิเศษไปใช้ได้ ณ สถานประกอบการที่ร่วมโครงการ 2) กิจกรรม WOW Thailand: Lucky Number นักท่องเที่ยวผู้โชคดีที่ร่วมลงทะเบียนกับแคมเปญ ทุกๆ คนที่ 10,000 อาทิ คนที่ 10,000 คนที่ 20,000 และคนที่ 30,000 ไปจนถึง 200,000 จะได้รับรางวัลแพ็กเกจท่องเที่ยว จำนวนคนละ 1 รางวัล รวม 20 รางวัล มูลค่ารางวัลละ 35,000 บาท รวมมูลค่ากว่า 700,000 บาท 3) กิจกรรม WOW Thailand: Big Surprise กิจกรรมเซอร์ไพรส์ให้คุณว้าวกว่าเดิม นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาท่องเที่ยวในประเทศไทยและลงทะเบียนบนเว็บไซต์ของโครงการ ยังมีสิทธิ์ลุ้นรับของรางวัลใหญ่แบบ Big Surprise มูลค่า 300,000 บาท จำนวน 1 รางวัล โดยจะประกาศผลผู้โชคดีในวันที่ 13 ธันวาคม 2567

ทั้งนี้ โครงการ Amazing Thailand Passport Privileges เปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาประเทศไทย สามารถร่วมสนุกกับแคมเปญและกิจกรรมจากโครงการ “WOW! Thailand Passport Privileges” ได้ตั้งแต่วันนี้-10 ธันวาคม 2567 ทั้งนี้ผู้สนใจสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับโครงการ Amazing Thailand Passport Privileges ได้ที่เว็บไซต์ www.tourismthailand.org/wowthailandpassportprivileges

ไอคอนสยามคว้า‘ลิซ่า’ร่วมงาน‘Amazing Thailand Countdown 2025’

https://www.naewna.com/lady/839379

ไอคอนสยามคว้า‘ลิซ่า’ร่วมงาน‘Amazing Thailand Countdown 2025’

ไอคอนสยามคว้า‘ลิซ่า’ร่วมงาน‘Amazing Thailand Countdown 2025’

วันอังคาร ที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ไอคอนสยาม เตรียมสร้างมหาปรากฏการณ์เคาท์ดาวน์สะกดโลกจัดงานเฉลิมฉลองศักราชใหม่ “Amazing Thailand Countdown 2025” ชูการผสานที่สุดของไทยและที่สุดของโลก พร้อมเชิญศิลปินอันดับหนึ่งของโลก “ลิซ่า ลลิษา มโนบาล” ร่วมสร้างมหาปรากฏการณ์เฉลิมฉลองสุดพิเศษ มอบเป็นของขวัญส่งต่อความสุขให้กับคนไทยและนักท่องเที่ยวทั่วโลกที่มาเยือนไอคอนสยาม ตอกย้ำศักยภาพให้ประเทศไทยยืนหนึ่ง เป็น Global Countdown Destination ที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งของโลก

สุพจน์ ชัยวัฒน์ศิริกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไอคอนสยาม จำกัดกล่าวว่า ไอคอนสยาม แลนด์มาร์คระดับโลกริมแม่น้ำเจ้าพระยา พร้อมเป็นอีกหนึ่งพลังสำคัญในการขับเคลื่อน ภาพลักษณ์และเศรษฐกิจไทย โดยเฉพาะภาคการท่องเที่ยวให้เติบโตอย่างต่อเนื่องโดยปีนี้ตั้งใจจัดกิจกรรมส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ “Amazing Thailand Countdown 2025 at ICONSIAM”  ให้เป็นที่กล่าวขวัญกันทั่วโลกภายใต้แนวคิด “Iconic Celebration of The Global Phenomena : ฉลองความยิ่งใหญ่ที่สุดของไทยและที่สุดของโลก” โดยจะมีงานถึง 3 วัน 3 คืน ระหว่างวันที่ 29-31 ธันวาคม 2567 ณ ริเวอร์ พาร์คไอคอนสยาม

“เพื่อให้ประเทศไทยเป็นที่กล่าวขวัญถึงทั่วโลกในช่วงขึ้นปีใหม่ ไอคอนสยามในฐานะภาคเอกชน ตั้งใจทุ่มงบประมาณของบริษัทฯจัดงานครั้งนี้เพื่อร้าง “มหาปรากฏการณ์สะกดโลก” กับการแสดงครั้งสำคัญจาก “ลิซ่า ลลิษา มโนบาล” ศิลปินระดับไอคอนิคที่สร้างชื่อเสียงก้องโลกให้กับประเทศไทยและเป็นแรงบันดาลใจของผู้คนทั่วโลก ที่ไอคอนสยามตั้งใจเชิญ ให้มาร่วมพร้อมมหาปรากฏการณ์สะกดใจชาวโลกในค่ำคืนแห่งโชว์อลังการริมโค้งน้ำเจ้าพระยาที่งดงามที่สุด เพื่อมอบเป็นของขวัญ ส่งต่อความสุขให้กับคนไทยและนักท่องเที่ยวทั่วโลกที่มาเยือนไอคอนสยามในช่วงเวลาแห่งการเฉลิมฉลองในปีนี้”

งาน “Amazing Thailand Countdown 2025” จะเป็นงานฉลองส่งท้ายปีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อนในประเทศไทย ทั้งไฮไลท์การแสดงพลุรักษ์โลก และสุดยอดมหกรรมความบันเทิงระดับเวิลด์คลาสจากบรรดาศิลปินดาราไทยและจากต่างประเทศอีกมากมายตลอด 3 วัน 3 คืน ที่จะมอบความสุขและความประทับใจเหนือความคาดหมาย ณ ริเวอร์ พาร์ค ไอคอนสยาม

คุณแหน : 5 พฤศจิกายน 2567

https://www.naewna.com/lady/839356

คุณแหน : 5 พฤศจิกายน 2567

คุณแหน : 5 พฤศจิกายน 2567

วันอังคาร ที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

●● วันที่ 5 พ.ย. 2567 เป็นวันที่อเมริกันชนจะเข้าคิวยาวเหยียดเพื่อลงคะแนนเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ หลายคนถึงกับอมยิ้มว่าปัจจุบันการเมืองในยูเอสเอ เปลี่ยนไปมากจนละม้ายคล้ายเมืองไทย โหวตเตอร์แตกแยกแบ่งฝ่ายกันชัดเจนเป็นสีน้ำเงินและสีแดง หลายต่อหลายโพลล์ชี้ว่าคะแนนของ กมลา แฮร์ริส และโดนัลด์ ทรัมป์ จะเบียดกันอย่างสูสีชนิดที่ไม่เคยปรากฏในประวัติศาสตร์ ชนิดคอการเมืองไทยจะเรียกว่า “หายใจรดต้นคอ” และอเมริกันขานว่า“โยนเหรียญเสี่ยงทาย” ตัวชี้ขาดจะเป็นรัฐที่คุมคะแนนเสียง “ELECTORAL VOTES” กล่าวคือรัฐเพนซิลเวเนีย, มิชิแกน, วิสคอนซิน และเชื่อหรือไม่ว่าในอเมริกายุคใหม่ยังไม่เคยมีผู้ใดชนะเป็นประธานาธิบดีโดยไม่กวาด EV ของสามรัฐดังกล่าว อีกประการหนึ่งที่เกจิการเมืองสหรัฐฯ บอกใบ้ไว้ว่าถ้าขณะนี้หันมาดูเงินที่อเมริกันชนแทงพนันเลือกตั้งครั้งนี้ไว้กับเว็บพนันใหญ่ที่สุดในโลก ปรากฏว่าทรัมป์เหนือกว่า… เมื่อวานซืนแฮร์ริสเพิ่งขึ้นเวทีใหญ่ปิดท้ายการรณรงค์ เธอประกาศกร้าวบนเวที “พี่น้องชาวอเมริกัน ถ้าดิฉันได้รับเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดี ดิฉันให้คำมั่นว่าดิฉันจะเป็นประธานาธิบดีของชาวอเมริกันทุกคน!”… “และถ้าดิฉันได้รับเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดี ดิฉันจะเดินเข้าสู่ทำเนียบไวท์เฮ้าส์ด้วยรายการที่เตรียมเข้าไปเพื่อพัฒนาประเทศ แต่ถ้าเป็นทรัมป์ เขาจะเดินเข้าไวท์เฮ้าส์ด้วยรายชื่อศัตรูที่จะคิดบัญชีเอาคืน (ENEMY’S LIST)”…

●● เมืองไทยควรถอดแบบการบริหารจัดการรวมถึงการทำตลาดโลกจากประเทศสวิตเซอร์แลนด์ โดยทั่วไปต้องถือว่าเป็นประเทศ “บิ๊กจิ๋ว” คือจิ๋วแต่แจ๋วมากพื้นที่เพียงสี่หมื่นหนึ่งพันตาราง กม.,ประชากร 8 ล้านคน แต่ GDP ผงาด 8 แสนล้านดอลลาร์ แต่ชาวสวิสขึ้นชื่อว่ามีวินัยและความคิดสร้างสรรค์สูงมาก ประการแรกเขาวางตำแหน่งประเทศเขาให้มีบทบาทต่อชาวโลกอาทิ สนญ. ขององค์การสำคัญๆ UN ตั้งอยู่ที่นี่ถัดมาสินค้าที่ผลิตล้วนแต่มีคุณภาพสูงเป็นที่ยอมรับของตลาดโลก อาทิ สุดยอดนาฬิกาหรูและเครื่องประดับราคาแพง, อุปกรณ์และเครื่องมือซึ่งคงทนชั่วชีวิตคน… ทุกปีที่เมือง BASEL จะมีการจัด INTER’ L TRADE EXHIBITION ที่นักธุรกิจ พ่อค้านาฬิกาหรู, เครื่องประดับแฟนซี, และอัญมณีจากทั่วโลกมาออกบูธสินค้า ประกอบมุกุระ นักธุรกิจอัญมณีหนุ่มใหญ่ก็เป็นหนึ่งในกลุ่มพ่อค้าไทยเข้าร่วมงานออกบูธอัญมณีคุณภาพดีจากไทย เขามีถ้อยคำยกย่องการจัดงานอย่างมีคุณภาพของสวิส และมาตรฐานสูงส่งผลดีด้านการขายให้ผู้มาร่วมงาน…

●● ข่าวดีเพื่อ FC นักร้องรุ่นเก่า The Carpenters …ที่เมืองไทยจะมีคอนเสิร์ตเพลงที่ The Carpenters ขับร้อง ในวันที่ 23 พ.ย.ที่โรงเบียร์ตะวันแดง เลียบด่วนรามอินทรา ศิลปินคับคั่ง อาทิ นัดดา วิยกาญจน์ ,อรวรรณ วิเศษพงษ์, มาลีวัลย์ เจมีน่า และ ยอนลี่ (Blue Star Sisters)…มาย้อนยุคย้อนวัยหวานกันเถอะ…

●● ดร.วุฒิชัย ดวงรัตน์ลาญาติ มิตรเพื่อเข้าพิธีอุปสมบทที่วัดบวรนิเวศราชวรวิหาร นาน 1 เดือน ตั้งแต่วันที่ 2 พ.ย.ที่ผ่านมา ตามที่เคยรับปากกับมารดาไว้ สาธุบุญด้วย…

●● คู่สามีภรรยาที่เราควรเอาเยี่ยงอย่างฉลองแต่งงานกันมาครบ 51 ปี คือคู่ของ พล.ต.ท.วสันต์-รัชนี วัสสานนท์…

●● ส่วนคู่ของ ถาวรสวัสดิ์-ชุติมา ชวะโนทัย ครองรักกันยาวนาน 45 ปี จัดฉลองอบอุ่นภายในครอบครัวและเพื่อนสนิทที่ La Scala โรงแรมสุโขทัย…

●● สมาคมนักศึกษาเก่ามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กรุงเทพฯ จัดงานเฉลิมฉลองครบรอบ 60 ปี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (มช.) โดยขอเชิญพี่น้องลูกช้าง มช.ร่วมงานฉลองฯในวันที่ 23 พ.ย.17.30 น. ณ ศาลาว่าการ 2 ดินแดง กทม. …นัดแต่งกาย สุภาพโทนสีม่วง มช…ลูกช้างทุก Genโปรดไปขานชื่อกันให้พร้อมเพรียง !!…●●

บารอนเนส