‘ละมูล’ ถ่ายทอดความทรงจำวันเด็กของ ‘เชฟไก่’ ผ่านเมนูอาหารจากรุ่นสู่รุ่น

https://www.naewna.com/lady/837936

‘ละมูล’ ถ่ายทอดความทรงจำวันเด็กของ ‘เชฟไก่’ ผ่านเมนูอาหารจากรุ่นสู่รุ่น

‘ละมูล’ ถ่ายทอดความทรงจำวันเด็กของ ‘เชฟไก่’ ผ่านเมนูอาหารจากรุ่นสู่รุ่น

วันจันทร์ ที่ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2567, 14.35 น.

หากคุณกำลังมองหาสถานที่อันลงตัวในบรรยากาศสบาย ๆ เหมาะสำหรับการสังสรรค์ในครอบครัว เพื่อนฝูง หรือบริษัท ร้าน “ละมูล” คือคำตอบที่สมบูรณ์แบบที่จะสร้างช่วงเวลาประทับใจที่ยากจะลืม พร้อมลิ้มรสอาหารที่มีเรื่องราวและความทรงจำจากรุ่นสู่รุ่น

ละมูล – Lamu:n | Grandma Cuisine ตั้งอยู่ที่ซอยสาธุประดิษฐ์ 19 แยก 12 ย่านยานนาวา ร้านละมูลไม่ใช่แค่ร้านอาหารทั่วไป แต่เป็นการผสมผสานระหว่างความใส่ใจและความรักในการปรุงอาหารโดยเชฟไก่ ธนัญญา ไข่แก้ว ที่ได้ถ่ายทอดจากคุณย่า ทุกเมนูของร้านมีความพิเศษและใช้วัตถุดิบออร์แกนิกที่ปลูกในสวนของร้านเอง นอกจากนี้ เชฟไก่ยังเดินทางทั่วประเทศไทยเพื่อคัดสรรวัตถุดิบคุณภาพจากชุมชนท้องถิ่น เพราะเธอเชื่อว่าการสนับสนุนชุมชนคือสิ่งสำคัญที่ทำให้รสชาติอาหารนั้นเป็นเอกลักษณ์ไม่เหมือนใครและยังได้ช่วยเหลือเศรษฐกิจท้องถิ่นอีกด้วย

เชฟไก่ ถ่ายทอดรสชาติที่ถูกรักษาอย่างดีจากความทรงจำในวัยเด็ก เมื่อรวมกับผลผลิตในสวนออร์แกนิกของร้าน ไปจนถึงวัตถุดิบที่นำเข้าจากแหล่งท้องถิ่นต่างๆ ทั่วประเทศ ทุกจานที่เสิร์ฟมอบรสชาติที่สดใหม่และเต็มไปด้วยความคิดถึงถึงอาหารจากรุ่นสู่รุ่น ทุกเมนูคือความตั้งใจและความภาคภูมิใจที่ต้องการมอบให้ลูกค้าทุกท่านได้สัมผัสเสน่ห์ของ “อาหารแห่งความทรงจำ”

Your Private Party Place: พื้นที่พิเศษสำหรับปาร์ตี้ส่วนตัว  สำหรับผู้ที่มองหาสถานที่จัดปาร์ตี้ส่วนตัวเล็ก ๆ 14-20 คน ร้านละมูลมีบริการปิดบ้านให้คุณได้สัมผัสบรรยากาศที่เป็นกันเอง ท่ามกลางสวนร่มรื่น และเสิร์ฟอาหารจากฝีมือเชฟไก่ที่พิถีพิถันเป็นพิเศษ ไม่ว่าจะเป็นปาร์ตี้วันเกิด การสังสรรค์กับเพื่อนฝูง การเฉลิมฉลองในครอบครัว หรือแม้กระทั่งงานสังสรรค์ในบริษัท ทุกท่านจะได้รับความสุขและความประทับใจจากอาหารที่มีเรื่องราวและความใส่ใจในทุกคำ และที่สำคัญทางร้านไม่มีค่าเปิดขวด เพิ่มความสบายใจให้กับคุณอย่างเต็มที่

สำรองที่นั่งล่วงหน้าได้ที่เบอร์ 082-329-3245 หรืออีเมล chefgaicoltd@gmail.com  แวะมาและสัมผัสประสบการณ์อาหารที่เต็มไปด้วยความรัก ความใส่ใจ และรสชาติที่ยากจะลืม ร้านละมูล รอคุณมาเติมเต็มความทรงจำร่วมกัน

-(016)

พช.เดินหน้าผลักดันเยาวชนรุ่นใหม่ สู่การเป็นผู้ประกอบการ OTOP สร้างอาชีพ เสริมรายได้สู่ชุมชนท้องถิ่น

https://www.naewna.com/lady/837933

พช.เดินหน้าผลักดันเยาวชนรุ่นใหม่ สู่การเป็นผู้ประกอบการ OTOP สร้างอาชีพ เสริมรายได้สู่ชุมชนท้องถิ่น

พช.เดินหน้าผลักดันเยาวชนรุ่นใหม่ สู่การเป็นผู้ประกอบการ OTOP สร้างอาชีพ เสริมรายได้สู่ชุมชนท้องถิ่น

วันจันทร์ ที่ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2567, 14.32 น.

กระทรวงมหาดไทย โดย กรมการพัฒนาชุมชน เดินหน้าผลักดันเยาวชนรุ่นใหม่ เข้าสู่การเป็นผู้ประกอบการ OTOP สร้างอาชีพ เสริมรายได้สู่ชุมชนท้องถิ่น

เพื่อเพิ่มทักษะและเสริมสร้างประสบการณ์ให้กับเยาวชน ทั้งยังพัฒนาศักยภาพเยาวชนให้สามารถ เป็นผู้ผลิต ผู้ประกอบการ OTOP รุ่นใหม่ ที่จะสืบสานและต่อยอดภูมิปัญญาผ้าไทยและงานหัตถกรรม ให้เป็นไปตามแนวพระดำริ “ผ้าไทยใส่ให้สนุก” กระทรวงมหาดไทย โดยกรมการพัฒนาชุมชน จึงจัดกิจกรรมประกวดสุดยอดผู้ประกอบการรุ่นใหม่ (New Gen 2024) ระดับประเทศ ตามโครงการพัฒนาศักยภาพเยาวชน ด้านผ้าไทยและงานหัตถกรรม หัตถศิลป์ สู่การเป็นผู้ประกอบการรุ่นใหม่ พร้อมจัดพิธีมอบรางวัลให้แก่ผู้ชนะ การประกวดฯ และมอบใบประกาศนียบัตรให้กับเยาวชนที่เข้าร่วมโครงการฯ ในวันพุธที่ 23 ตุลาคม 2567  ณ ห้องแอมเบอร์ 2-3 อาคารศูนย์แสดงสินค้า อิมแพ็ค เมืองทองธานี

นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย มอบหมายให้ นายสยาม ศิริมงคล อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชนเป็นประธานในพิธี พร้อมด้วยนางอรจิรา ศิริมงคล ประธานชมรมแม่บ้านพัฒนาชุมชน โดยมีนายไพโรจน์ โสภาพร ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมภูมิปัญญาท้องถิ่นและวิสาหกิจชุมชน กล่าวรายงานวัตถุประสงค์ของโครงการฯ รวมทั้งที่ปรึกษาโครงการ “ผ้าไทยใส่ให้สนุก” ผู้เชี่ยวชาญและทรงคุณวุฒิ จากหลากหลายสาขาวิชาชีพเข้าร่วมงาน ประกอบด้วย ผู้เชี่ยวชาญด้านผ้าไทย นักออกแบบ ดีไซเนอร์ผ้าไทยที่มีชื่อเสียง ผู้เชี่ยวชาญด้านการสร้างแบรนด์และการตลาด ได้แก่ นายธนันท์รัฐ ธนเสฏฐการย์ ผู้เชี่ยวชาญด้านผ้าไทย และที่ปรึกษาผ้าไทยใส่ให้สนุก นายศิริชัย ทหรานนท์ นักออกแบบและเจ้าของกิจการ แบรนด์เธียเตอร์ (Theatre) ดร.กรกลด คำสุข รองคณบดีฝ่ายวิชาการและรักษาการแทน ผู้อำนวยการสำนักวิชาการสร้างสรรค์ วิทยาลัยอุตสาหกรรมสร้างสรรค์มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ผศ.ดร.รวิเทพ มุสิกะปาน อาจารย์ประจำหลักสูตรศิลปศาสตรบัณฑิต หลักสูตร แฟชั่น สิ่งทอ และเครื่องตกแต่ง วิทยาลัยอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ มหาวิทยาลัย ศรีนครินทรวิโรฒ นายวิชระวิชญ์ อัครสันติสุข ผู้ก่อตั้งและดีไซเนอร์แบรนด์ WISHARAWISH ผศ.ดร.นัดดาวดี บุญญะเดโช ประธานหลักสูตร แฟชั่น สิ่งทอ และเครื่องตกแต่ง วิทยาลัยอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ มหาวิทยาลัย ศรีนครินทรวิโรฒ ดร.ฐิศิรักน์ โปตะวณิช อาจารย์ประจำวิชาเอก การจัดการธุรกิจไซเบอร์ วิทยาลัยนวัตกรรมสื่อสารสังคม มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ดร.กิติศักดิ์ เยาวนานนท์ รองผู้อำนวยการฝ่ายวิชาการและวิจัย / บริหารแกลลอรี จี 23 (Gallery g23) สถาบันวัฒนธรรมและศิลปะ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ นายธนาวุฒิ ธนสารวิมล ครีเอทีฟไดเรกเตอร์และผู้ก่อตั้งแบรนด์ TANDT และอาจารย์ภทรฤน พงษ์ประสิทธิ์ อาจารย์ประจำหลักสูตรแฟชั่น สิ่งทอ และเครื่องตกแต่ง วิทยาลัยอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ และนางสาวสุชาตา ช่วงศรี หรือโอปอล Miss Universe Thailand 2024 ร่วมเป็นคณะกรรมการตัดสินรอบชิงชนะเลิศ ระดับประเทศ โดยมีเยาวชนที่ผ่านการคัดเลือกผลงานการพัฒนาผลิตภัณฑ์ เข้าสู่การประกวดฯ ระดับประเทศ จำนวน 24 ราย/ชิ้นงาน จากผู้เข้าประกวด 101 ราย/ชิ้นงาน

นายสยาม ศิริมงคล อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน ประธานในพิธีมอบรางวัลและประกาศนียบัตร กล่าวให้โอวาทแก่ผู้เข้าร่วมโครงการว่า “กรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญ ในการที่จะส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพให้กับเยาวชนรุ่นใหม่ที่มีความสนใจในการพัฒนาศักยภาพและพัฒนาผลิตภัณฑ์ รวมทั้งการอนุรักษ์ สืบสาน ภูมิปัญญาท้องถิ่น เพื่อให้สามารถขึ้นทะเบียน OTOP เป็นผู้ผลิต ผู้ประกอบการรุ่นใหม่เพิ่มมากขึ้น และจะส่งผลให้กลุ่มเป้าหมายดังกล่าวได้สืบสานและต่อยอดภูมิปัญญาผ้าไทยและงานหัตถกรรม หัตถศิลป์ และเป็นไปตามแนวพระดำริ ‘ผ้าไทยใส่ให้สนุก’ โดยการจัดกิจกรรมประกวดสุดยอดผู้ประกอบการรุ่นใหม่ (New Gen 2024) ระดับประเทศ ในครั้งนี้ ได้รับเกียรติจากผู้ทรงคุณวุฒิและผู้เชี่ยวชาญด้านผ้าไทย ดีไซเนอร์นักออกแบบที่มีชื่อเสียง ที่ล้วนแล้วแต่เป็นผู้มีผลงานเป็นที่ยอมรับในระดับสากล ร่วมเป็นกรรมการพิจารณาผลงานผลิตภัณฑ์ของเยาวชน และตัดสินการประกวดผลงานฯ ในครั้งนี้ด้วย”

“ผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่าเยาวชนที่เข้าร่วมโครงการทั้ง 101 ราย จะได้รับการพัฒนาและเติบโตขึ้นเป็นผู้ผลิต ผู้ประกอบการ OTOP รุ่นใหม่ สามารถยกระดับผลิตภัณฑ์ของตนเอง ให้มีความสร้างสรรค์ แข่งขันได้ในตลาดสากล นำไปสู่การสร้างงาน สร้างรายได้ และขอให้ทุกท่านร่วมแรงร่วมใจกันน้อมนำแนวพระดำริ   สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ตามโครงการ ‘ผ้าไทยใส่ให้สนุก’ ช่วยผลักดัน ส่งเสริม และกระตุ้นผ้าไทยให้มีความทันสมัย สู่สากล เป็นที่นิยมในทุกเพศทุกวัย และทุกโอกาส” นายสยาม กล่าวทิ้งท้ายฯ

นายไพโรจน์ โสภาพร ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมภูมิปัญญาท้องถิ่นและวิสาหกิจชุมชน กล่าวเพิ่มเติมว่า กรมการพัฒนาชุมชน ได้ดำเนินงานโครงการพัฒนาศักยภาพเยาวชน ด้านผ้าไทยและงานหัตถกรรม หัตถศิลป์ สู่การเป็นผู้ประกอบการรุ่นใหม่  (New Gen 2024) ประกอบด้วยการจัดอบรมให้ความรู้กับเยาวชน รุ่นใหม่อายุระหว่าง 13 – 25 ปี ที่มีความสนใจ ในการศึกษาเรียนรู้ และมุ่งมั่นสืบสานภูมิปัญญาผ้าไทยและพัฒนาต่อยอด   ภูมิปัญญาด้านผ้าไทยและงานหัตถกรรมในพื้นที่ 4 ภูมิภาค จำนวน 101 ราย และได้รับการพัฒนาศักยภาพ ทักษะ องค์ความรู้ การพัฒนาผลิตภัณฑ์ เพื่อให้สามารถขึ้นทะเบียนเป็นผู้ผลิต ผู้ประกอบการ OTOP รายใหม่ สืบสานและต่อยอดภูมิปัญญา งานหัตถกรรม หัตถศิลป์ และเป็นไป ตามแนวพระดำริ “ผ้าไทยใส่ให้สนุก” โดยมีผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการพัฒนาจากโครงการฯ ทั้งสิ้นจำนวน 101 ผลิตภัณฑ์

สำหรับกิจกรรมประกวดสุดยอดผู้ประกอบการรุ่นใหม่ (New Gen 2024) ระดับประเทศในครั้งนี้ มีเยาวชนที่เข้าร่วมประกวดผลงานฯ  ทั้งสิ้น 101 ราย โดยผู้ที่ชนะการประกวดฯ ตำแหน่งต่างๆ ได้แก่ รางวัลชนะเลิศ นายวรายุทธ สมปาน จากศูนย์ออกแบบและสร้างสรรค์ผ้าและสิ่งทอ FTCDC กับผลงานผลิตภัณฑ์ เสื้อผ้าจากเส้นใยขวดน้ำพลาสติก ได้รับรางวัลประกอบด้วยโล่รางวัลชนะเลิศ จำนวน 1 รางวัล และเงินรางวัล 30,000 บาท พร้อม iPad (ไอแพด) จำนวน 1 เครื่อง รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 นางสาววาสนา ประชุมทอง จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย ได้รับโล่รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 จำนวน 1 รางวัล และเงินรางวัล 20,000 บาท รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 นายธนัชชา ทองเหมาะ จากเฮือนธนัชชา จังหวัดเพชรบูรณ์ ได้รับโล่รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 จำนวน 1 รางวัล และเงินรางวัล 10,000 บาท ส่วนรางวัลชมเชย จำนวน 2 รางวัล ได้รับ  โล่รางวัล และเงินรางวัล ๆ ละ 5,000 บาท ได้แก่ นายสาธิต จงประเสริฐ จากมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ และ นายอับดุลเลาะห์ ศรีบุญคง จากมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ

-(016)

เผยโฉม!สุดยอดแบรนด์สินค้าและไลฟ์สไตล์ขวัญใจแม่-ลูก จากงานประกาศรางวัล AMARIN BABY & KIDS AWARDS 2024

https://www.naewna.com/lady/837932

เผยโฉม!สุดยอดแบรนด์สินค้าและไลฟ์สไตล์ขวัญใจแม่-ลูก จากงานประกาศรางวัล AMARIN BABY & KIDS AWARDS 2024

เผยโฉม!สุดยอดแบรนด์สินค้าและไลฟ์สไตล์ขวัญใจแม่-ลูก จากงานประกาศรางวัล AMARIN BABY & KIDS AWARDS 2024

วันจันทร์ ที่ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2567, 14.30 น.

กลับมาอีกครั้งอย่างยิ่งใหญ่ กับงานประกาศรางวัล “AMARIN BABY & KIDS AWARDS 2024”รางวัลสุดยอดแบรนด์สินค้าและไลฟ์สไตล์แม่ลูกอันดับ 1 ในใจคนไทย โดยกองบรรณาธิการเว็บไซต์ AMARIN BABY & KIDSภายใต้ เอเอ็มอี อิมเมจิเนทีฟในเครืออมรินทร์กรุ๊ปโดยจัดขึ้นต่อเนื่องเป็นปีที่ 6 ในคอนเซ็ปต์  FAMILY WELL- BEING – การสร้างความเป็นอยู่ที่ดีของครอบครัว”เฟ้นหาสุดยอดแบรนด์สินค้าเพื่อการเลี้ยงดูลูกรักอย่างมีคุณภาพและสร้างสรรค์ และร่วมปลูกฝังพื้นฐานความเป็นอยู่ที่ดีของครอบครัว และสายสัมพันธ์ที่ดีระหว่างพ่อแม่และลูก โดยในปีนี้มอบรางวัลให้แก่แบรนด์สินค้าและบริการที่ครอบคลุมไลฟ์สไตล์รวมทั้งสิ้น 96 รางวัล โดยแบ่งออกเป็น 4 ประเภทได้แก่ MOMMY’S CHOICES AWARDS, EDITOR’S CHOICES AWARDS, RISING STAR CHOICES AWARDS และรางวัลใหม่ล่าสุดอย่างรางวัล HEALTHY LIVING AND ECO-FRIENDLY PRODUCT ซึ่งมอบให้กับผลิตภัณฑ์ที่สร้างครอบครัวมีสุขภาพใจกายที่ดี ณAUBE ราชพฤกษ์

ภายในงานคับคั่งไปด้วยแขกผู้มีเกียรติ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ อาทิดร.ปนัดดา ธนเศรษฐกร จากสถาบันแห่งชาติเพื่อการพัฒนาเด็กและครอบครัว มหาวิทยาลัยมหิดล, โบ – ธนากร ชินกูล พิธีกรชื่อดังและคุณพ่อลูกหนึ่ง และ โค้ชเลิศพร เพจสอนแม่และเด็กรวมถึงครอบครัวศิลปินดารา โย่ง – อนุสรณ์ หรือ โย่ง อาร์มแชร์ ที่ควงภรรยาสุดสวย ก้อย – วลัยลักษณ์ และน้องอบเชยและเหล่าผู้บริหารตัวแทนจากแบรนด์ต่างๆ ที่เข้ารับรางวัล

ประภัสสร มั่งศิริ บรรณาธิการอำนวยการ AMARIN BABY & KIDS บริษัท เอเอ็มอี  อิมเมจิเนทีฟ จำกัด ในเครืออมรินทร์กรุ๊ป กล่าวว่า “AMARIN BABY & KIDS AWARDS 2024 จัดต่อเนื่องเป็นปีที่ 6 โดยในปีนี้มาพร้อมกับคอนเซ็ปต์ “FAMILY WELL- BEING” ที่มุ่งสร้างความเป็นอยู่ที่ดีให้กับครอบครัวดังปณิธานของ AMARIN BABY & KIDS ซึ่งพร้อมเป็นสื่อกลางที่อยู่ร่วมกับทุกช่วงเวลาของคุณ “แม่” ตั้งแต่การเตรียมความพร้อม การตั้งครรภ์ การคลอด ตลอดจนการเลี้ยงดูเด็กตั้งแต่แรกเกิดจนถึงประถมวัยร่วมสร้างองค์ความรู้จากแม่สู่แม่ แชร์เทคนิคการดูแลลูกน้อย แนะนำผลิตภัณฑ์ใช้ดี มีประโยชน์จริง พร้อมกับสร้างประสบการณ์การเลี้ยงลูกรูปแบบใหม่ ตามแบบฉบับคุณแม่ยุคใหม่ และเป็นส่วนหนึ่งในการเฟ้นหาผลิตภัณฑ์ที่ได้คุณภาพ ที่ช่วยให้คุณแม่สะดวกสบาย และมีคุณภาพชีวิตที่ดีกว่า ผ่านกิจกรรม AMARIN BABY & KIDS AWARDS ที่จัดขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นประจำทุกปี”

“และในปี 2568ที่ AMARIN BABY & KIDS ก้าวสู่ปีที่ 9 ได้เตรียมแผนงานสำคัญเอาไว้ โดยจะมีการเพิ่มสัดส่วนเนื้อหาด้านการศึกษา และการเรียนรู้ เพื่อกลุ่มเป้าหมายวัย 5 – 12 ขวบ ซึ่งเป็นช่วงวัยสำคัญที่จะมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนอนาคต ผ่านช่องทางออนไลน์ ทั้งเว็บไซต์ http://www.amarinbabyandkids.com และโซเชียลมีเดีย ซึ่งปัจจุบันเฟซบุ๊กของ AMARIN BABY&KIDS มีผู้ติดตามกว่า 1 ล้านคน และเพิ่มเติมช่องทางใหม่อย่างช่องทางโทรทัศน์ที่ช่วงต้นปีหน้า เราจะได้พบกับรายการเพื่อแม่และลูก ในอมรินทร์ทีวี ช่อง 34ให้ได้เต็มอิ่มกับคอนเทนต์ที่อัดแน่นเพื่อแม่และลูกอย่างแน่นอน”

อัจฉรา จีนคร้าม บรรณาธิการบริหาร AMARIN BABY & KIDS บริษัท เอเอ็มอี  อิมเมจิเนที จำกัด ในเครืออมรินทร์กรุ๊ป กล่าวว่า“ปีนี้ AMARIN BABY & KIDS AWARDS ยังคงเลือกสรรแบรนด์สินค้าแม่ลูกกันอย่างเข้มข้น ซึ่งในการเลือกสรรสินค้าในใจแม่ในรอบแรกเป็นการเสนอชื่อสินค้าที่คุณแม่ถูกใจ ใช้จริงมาใช้ในการคัดกรองแบรนด์สินค้าแม่ลูก ก่อนนำให้คุณแม่ตัวจริงทั่วประเทศได้ร่วมลงคะแนนโหวตแบรนด์สินค้าและบริการโดนใจมากที่สุด นอกจากนี้ยังมีรางวัลพิเศษที่คัดสรรโดยการคัดเลือกของกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิร่วมกับการคัดเลือกจากทีมบรรณาธิการ AMARIN BABY & KIDS โดยมีแบรนด์สินค้าเข้ารับรางวัลมากถึง96รางวัล แบ่งเป็นสาขาต่างๆ ได้แก่ รางวัล MOMMY’S CHOICE ที่ได้รับคะแนนโหวตสูงสุดจากคุณแม่ทีใช้สินค้าจริงทั่วประเทศ จากสินค้า 7 หมวด ได้แก่  BEST FOR BATH & CARE, BEST FOR CLEANSER, BEST FOR FEEDING, BEST FOR PREGNANCY & NEW MOM, BEST FOR TRAVEL & SAFETY, BEST FOR LEARNING และ POPULAR VOTE จำนวน 43รางวัล, รางวัล EDITOR’S CHOICEได้รับการคัดเลือกจากกองบรรณาธิการเว็บไซต์ AMARIN BABY & KIDS ว่าเป็นสินค้าใช้ดี มีประโยชน์จริง จำนวน 34รางวัล, รางวัล RISING STAR มอบให้กับผลิตภัณฑ์แม่ลูกน้องใหม่น่าจับตามองจำนวน 8รางวัลและรางวัล HEALTHY LIVING AND ECO-FRIENDLY PRODUCT รางวัลใหม่ล่าสุด ที่มอบให้แก่ผลิตภัณฑ์ที่สร้างครอบครัวให้มีสุขภาพใจกายที่ดีจำนวน 11รางวัลตลอดจนรางวัลพิเศษอื่นๆ ที่เพิ่มประสบการณ์การเลี้ยงดูลูกในช่วงวัยที่โตขึ้น และการสร้างความสัมพันธ์ให้ครอบครัวแข็งแรง”

สามารถติดตามภาพบรรยากาศการมอบรางวัลในหมวดต่างๆ และบทความดีๆ ได้ทางเว็บไซต์ http://www.amarinbabyandkids.com , Facebook : Amarin Baby & Kids , Tiktok : Amarin Baby & Kids ,Line : @amarinbabyandkids

‘สันติ ป่าหวาย’เปิด‘Udonthani Tourism’ กว่า 300 ชีวิตร่วมขับเคลื่อนความพร้อมจัด‘มหกรรมพืชสวนโลก’

https://www.naewna.com/lady/837922

‘สันติ ป่าหวาย’เปิด‘Udonthani Tourism’ กว่า 300 ชีวิตร่วมขับเคลื่อนความพร้อมจัด‘มหกรรมพืชสวนโลก’

‘สันติ ป่าหวาย’เปิด‘Udonthani Tourism’ กว่า 300 ชีวิตร่วมขับเคลื่อนความพร้อมจัด‘มหกรรมพืชสวนโลก’

วันจันทร์ ที่ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2567, 14.12 น.

“สันติ ป่าหวาย” ร่วมเปิด “งานประชุม Udonthani Tourism” ตัวแทนหน่วยงานภาครัฐ-เอกชน อุตสาหกรรมท่องเที่ยว สื่อมวลชน และประชาชนชาวอุดรธานีกว่า 300 ชีวิต ร่วมขับเคลื่อนความพร้อมในการรับหน้าที่เป็นเจ้าภาพจัด “มหกรรมพืชสวนโลก”

ตามที่ จังหวัดอุดรธานีได้รับเลือกจากสมาคมพืชสวนระหว่างประเทศ หรือ AIPH ให้ได้สิทธิ์ในการเป็นเจ้าภาพจัดงานระดับโลกอย่าง “มหกรรมพืชสวนโลก” หรือ “International Horticultural Expo” ในครั้งที่กำลังจะมาถึงนี้

เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมของงานออกมาให้ได้ดีที่สุด จังหวัดอุดรธานี โดย สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดอุดรธานี กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้จัดทำ “โครงการพัฒนาเส้นทางการท่องเที่ยวและแหล่งท่องเที่ยวเชื่อมโยงงานมหกรรมพืชสวนโลกจังหวัดอุดรธานี” ขึ้นมาโดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อพัฒนาเส้นทางและแหล่งท่องเที่ยวให้มีความพร้อมรองรับงานใหญ่ระดับโลกที่กำลังจะเกิดขึ้น รวมทั้งเพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้เส้นทางท่องเที่ยวและแหล่งท่องเที่ยวของจังหวัดอุดรธานีอย่างทั่วถึง

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 22 ตุลาคมที่ผ่านมา ที่มลฑาทิพย์ ฮอลล์ ศูนย์ประชุมและจัดแสดงสินค้า นานาชาติ จังหวัดอุดรธานี ได้มีการจัด “งานประชุม Udonthani Tourism” ที่จัดขึ้นเพื่อแสวงหาความร่วมมือและรองรับการที่อุดรธานีจะเป็นเมือง MICE CITY ระดับประเทศ และให้เกิดความร่วมมือที่ดีระหว่างเมืองท่องเที่ยวและเมือง MICE จากการประชุมผู้ประกอบด้านการท่องเที่ยวและ 10 เมืองไมซ์ของประเทศไทย ซึ่งมีผู้เข้าร่วมงานจำนวนไม่น้อยกว่า 300 คน โดยมุ่งหวังให้ผู้เข้าร่วมโครงการสามารถสร้างรายได้เพิ่มขึ้นและเกิดการแลกเปลี่ยน ต่อยอดพัฒนาความร่วมมือและนำไปสู่การเจรจาเชิงธุรกิจท่องเที่ยวและ MICE ให้ได้อย่างน้อย 10 คู่

งานครั้งนี้ได้รับเกียรติจาก นายสันติ ป่าหวาย หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ร่วมเป็นประธานในพิธีเปิด พร้อมด้วย นายณัฐพงศ์ คำวงศ์ปิน รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี ร่วมกล่าวต้อนรับในฐานะจังหวัดเจ้าภาพจัดงาน และ นางบำเพ็ญพร สุริยกมล ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดอุดรธานี ร่วมพิธีการในฐานะทีมผู้จัดงาน

นายสันติ ป่าหวาย หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า งานครั้งนี้ถือเป็นงานที่จะทำให้พ่อแม่พี่น้องชาวอุดรธานีชื่นใจเป็นอย่างมาก เพราะเป็นงานที่จัดขึ้นเพื่อส่งเสริมด้านธุรกิจการท่องเที่ยวของตัวจังหวัดผ่านการนำเสนออัตลักษณ์วัฒนธรรมของขึ้นชื่อในจังหวัดโดยตรง

“ผมมีความยินดีอย่างยิ่งที่ได้มีส่วนร่วมในการจัดงานครั้งนี้ เนื่องด้วยงานครั้งนี้ถือเป็นการช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในท้องถิ่น ทั้งในส่วนของเรื่องการค้าขายของชุมชน อาหาร ที่พัก และสถานที่ท่องเที่ยว รวมทั้งเป็นเวทีที่เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยวของจังหวัดอุดรธานีและตัวแทนจากเมืองไมซ์ของประเทศไทยได้แลกเปลี่ยนความรู้กันเพื่อพัฒนาต่อยอดด้านการเจรจาเชิงธุรกิจท่องเที่ยวและไมซ์ต่อไป ผมเชื่อมั่นว่าโครงการครั้งนี้จะสร้างคุณประโยชน์ให้แก่ชาวจังหวัดอุดร และภาคธุรกิจการท่องเที่ยวและเมืองไมซ์ของประเทศไทยในภาครวมได้อย่างสูง” นายสันติ กล่าว

ภายในงานได้มีการปาฐกถาพิเศษและการเสวนาภายใต้หัวข้อ “ศักยภาพของอุดรธานีในฐานะเมืองไมซ์ เพื่อเชื่อมโยงทุกมิตินำสู่มหกรรมพืชสวนโลก” โดยผู้แทนหน่วยงานราชการต่างๆ ที่สนับสนุนจัดทำโครงการ ประกอบด้วย นายณัฐพงศ์ คำวงศ์ปิน รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี, นางบำเพ็ญพร สุริยกมล ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดอุดรธานี, นายสุริยัน โสรินทร์ รองผู้อำนวยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานอุดรธานี, นายภควัตร คำพวง พัฒนาการจังหวัดอุดรธานี และ ผศ.ดร.นพรัตน์ ธรรมวงศา อาจารย์สาขาวิชาวิศวกรรมอิเล็กทรอนิกส์และระบบอัตโนมัติ คณะเทคโนโลยีมหาวิทยาลัยราชภัฎอุดรธานี

นอกจากนี้ยังมีกิจกรรม Business Matching จับคู่เจรจาธุรกิจระหว่างผู้ประกอบด้านการท่องเที่ยวหรือเครือข่ายด้านการท่องเที่ยว เพื่อความเป็นไปได้ในการสร้างรายได้อันมหาศาลของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของจังหวัดอุดรธานี ก่อนที่ในช่วงค่ำจะมีงานเลี้ยงรับประทานอาหารเย็นร่วมกัน และปิดท้ายด้วยการแสดงศิลปะวัฒนธรรมท้องถิ่นจากชุมนุมนาฏศิลป์ลูกขุนหาญ

หลานเจ้าปู่หอคำ โรงเรียนหนองหานวิทยา อันยิ่งใหญ่ตระการตาจำนวนถึง 3 ชุดการแสดง

สำหรับจุดหมายปลายทางของการจัด “งานประชุม Udonthani Tourism” ครั้งนี้ก็เพื่อที่จะนำข้อมูลบทสรุปของการเสวนา ผลิตภัณฑ์ ของดีของเด่น อัตลักษณ์ เส้นทางการท่องเที่ยว ทั้งหมดทั้งมวลไปนำเสนอใน “นิทรรศการ อุดรธานี เมืองท่องเที่ยว” ซึ่งจะจัดขึ้นในระหว่างวันที่ 1 – 3 พฤศจิกายน 2567 ณ ลาน The Road ยูดี ทาวน์ อำเภอเมือง จังหวัดอุดรธานี พลาดไม่ได้กับศิลปินที่มีชื่อเสียงที่จะมานำเอาความสนุกแจกจ่ายให้แก่ทุกๆ คนตลอดทั้ง 3 วันในช่วงเวลา 20.00 – 21.30 น. โดยวันที่ 1 พ.ย. พบกับ “ลุลา”, วันที่ 2 พ.ย. พบกับ “วัชราวลี” และ วันที่ 3 พ.ย. พบกับ “ทีเร็กซ์”

สามารถติดตามข่าวสารได้ที่ www.udcityoftourism.com หรือเสิร์ชชื่อ “อุดรธานีเมืองท่องเที่ยว”

Facebook / Youtube / Line Official

: ud.city of tourism หรือโทร 042-244130

‘เชห์-โป’ พลิกคว้าแชมป์ อินเตอร์เนชั่นเนล ซีรีส์ ไทยแลนด์ สี่โปรไทยดีสุดอันดับ 12 ร่วม

https://www.naewna.com/lady/837921

‘เชห์-โป’ พลิกคว้าแชมป์ อินเตอร์เนชั่นเนล ซีรีส์ ไทยแลนด์ สี่โปรไทยดีสุดอันดับ 12 ร่วม

‘เชห์-โป’ พลิกคว้าแชมป์ อินเตอร์เนชั่นเนล ซีรีส์ ไทยแลนด์ สี่โปรไทยดีสุดอันดับ 12 ร่วม

วันจันทร์ ที่ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2567, 14.08 น.

ลี เชห์-โป นักกอล์ฟจากไต้หวัน พัตต์เบอร์ดี้จากระยะ 15 ฟุตที่หลุมสุดท้าย จบเกมด้วยสกอร์ 7 อันเดอร์พาร์ 63 รวม 21 อันเดอร์พาร์ 259 เฉือน ปีเตอร์ ยูไลน์ ดาวดังจากลิฟกอล์ฟชาวอเมริกัน เพียงสโตรคเดียว คว้าแชมป์อินเตอร์เนชั่นเนล ซีรีส์ ไทยแลนด์ ที่สนามไทยคันทรีคลับ จังหวัดฉะเชิงเทรา เมื่อวันที่ 27 ตุลาคมที่ผ่านมา ด้านกัญจน์ เจริญกุล, แดนไท บุญมา, อติวิชญ์ เจนวัฒนานนท์ และ รฐนน วรรณศรีจันทร์ เป็นโปรไทยผลงานดีสุดจบอันดับ 12 ร่วมสกอร์รวม 15 อันเดอร์พาร์ 265 (ภาพ: Asian Tour)

เอเชียนทัวร์จัดศึกอินเตอร์เนชั่นแนล ซีรีส์ สองรายการติดต่อกันที่ประเทศไทย ชิงเงินรางวัลรวมรายการละ 2 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 66 ล้านบาท เริ่มจากรายการ แบล็คเมาน์เทน แชมเปี้ยนชิพ ที่อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ระหว่างวันที่ 17-20 ตุลาคมที่ผ่านมา ต่อด้วยรายการ อินเตอร์เนชั่นแนล ซีรีส์ ไทยแลนด์ แข่งขัน ณ สนามไทยคันทรีคลับ จังหวัดฉะเชิงเทรา ระหว่างวันที่ 24-27 ตุลาคมนี้ ซึ่งทั้งสองทัวร์นาเมนท์เป็นรายการ 5 และ 6 ในสิบรายการของอินเตอร์เนชั่นเนล ซีรีส์ ที่จัดชิงชัยในเวทีเอเชียนทัวร์ฤดูกาลนี้

จบรอบวันสุดท้ายเมื่อวันที่ 27 ต.ค. เกมมาพลิกในช่วงท้ายเมื่อ ลี เชห์-โป นักกอล์ฟจากไต้หวัน มาเร่งเครื่องทำเพิ่มอีก 7 อันเดอร์พาร์ 63 จาก 8 เบอร์ดี้เสียโบกี้เดียวที่หลุม 15 พาร์ 4 โดยเฉพาะการทำเบอร์ดี้ติดใน 2 หลุมสุดท้าย จบด้วยสกอร์รวม 21 อันเดอร์พาร์ 259 คว้าแชมป์รายการนี้ไปครอง ขณะที่ ปีเตอร์ ยูไลน์ ผู้นำรอบสองและสามชาวอเมริกัน ทีช็อตมีปัญหาตีรวบซ้าย ช็อตสองตีไปตกทราย ก่อนชิพขึ้นกรีน และพัตต์เซฟพาร์จากระยะ 12 ฟุตไม่ลง ทำให้เสียโบกี้ และจบด้วยสกอร์รวม 20 อันเดอร์พาร์ 260 รั้งอันดับ 2 ร่วมกับ ริชาร์ด ที.ลี จากแคนาดา ที่วันนี้หวดเข้ามาถึง 8 อันเดอร์พาร์ 62

ลี เชห์-โป วัย 29 ปี ซึ่งครองแชมป์นี้เป็นรายการแรกใน เอเชียน ทัวร์ และในชีวิตการเล่น ทำให้ขยับขึ้นมาอยู่อันดับ 2 ในตารางสะสมคะแนน เอเชียน ทัวร์ ออร์เดอร์ ออฟ เมอริต และรั้งอันดับ 4 ในตารางคะแนนสะสม อินเตอร์เนชั่นเนล ซีรีส์ แรงกิ้ง กล่าวหลังจบเกมว่า “ดีใจมากๆ แทบพูดอะไรไม่ถูก เพราะเป็นแชมป์แรกในทัวร์ และในการเล่นกอล์ฟอาชีพ หลังผลงานไม่ดีจากเมื่อปีที่ผ่านมา ได้มีการปรับวงสวิงใหม่ ซึ่งปัจจุบันคิดว่ามาถูกทางแล้ว เพราะผลงานได้ดีขึ้นมาเรื่อยๆ และอยากคว้าแชมป์ต่อไป”

แชมป์นี้ส่งผลให้ ลี เชห์-โป คว้าสิทธิ์ร่วมแข่งขันในรายการ ลิฟกอล์ฟ โปรโมชัน โดยอัตโนมัติ ซึ่งเป็นอีกเส้นทางสู่การเล่นใน ลิฟกอล์ฟ ลีก เจ้าตัวกล่าวว่า “รายการ อินเตอร์เนชั่นเนล ซีรีส์ นับเป็นการแข่งขันที่ดีมาก ยอมรับอยากได้รับโอกาสเล่นใน ลิฟกอล์ฟ ลีก ซึ่งหวังว่าในอีก 4 รายการที่เหลือจะทำผลงานได้ดีแบบนี้”

ทางด้าน ไมเคิล แม็คไกวร์ นักกอล์ฟอเมริกัน แชมป์จากการแข่งขัน แบล็คเมาน์เท่น แชมเปี้ยนชิพ เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ทำสกอร์รวม 18 อันเดอร์พาร์ 262 จบอันดับ 4 ร่วมกับ พอล ปีเตอร์สัน (สหรัฐ) และ คริสเตียน แบงกี้ (สหรัฐ) ด้าน บียอร์น เฮลล์เกรน (สวีเดน), นิค โวค (นิวซีแลนด์), มาเวอริค แอนท์คลิฟฟ์์ (ออสเตรเลีย), ชาร์ลี ลินด์ (สวีเดน) และ เรย์ฮาน โธมัส (อินเดีย) จบสกอร์รวม 16 อันเดอร์พาร์ 264 อันดับ 7 ร่วม

ขณะที่ผลงานนักกอล์ฟไทยดีสุดสกอร์เท่ากัน 15 อันเดอร์พาร์ 265 ประกอบด้วย อติวิชญ์ เจนวัฒนานนท์, แดนไท บุญมา, กัญจน์ เจริญกุล และ รฐนน วรรณศรีจันทร์ รั้งอันดับ 12 ร่วม  ส่วน สุธีพัทธ์ ประทีปเธียรชัย, ชัพชัย นิราช, พชร คงวัดใหม่ และ สดมภ์ แก้วกาญจนา สกอร์รวม 13 อันเดอร์พาร์ 267 อยู่อันดับ 24 ร่วม

โปรแจ๊ส-อติวิชญ์ เจนวัฒนานนท์ อดีตมือหนุ่งเอเชียน ทัวร์ ปี 2019 เผยหลังจบเกมว่า “นับว่าเป็นไปในทิศทางที่ดีขึ้น หลังช่วงหลังผลงานไม่ค่อยดีเท่าไร โดยรวมนับเป็นผลงานที่ดี แค่ขาดโชคเล็กๆ น้อยๆ แต่ก็ถือเป็นการเตรียมตัวก่อนรายการใหญ่ที่จะมีขึ้นหลังจากนี้”

ด้าน แดนไท บุญมา ดีกรีสองแชมป์เอเชียน ทัวร์ กล่าวว่า “วันนี้เปิดเกมได้สวยทำให้เกมไหลลื่น และพัตต์ได้ดี แมตช์นี้ช่วยสร้างความมั่นใจมากขึ้น ส่วนสิ่งที่ต้องแก้ไขคงเป็นเรื่องลูกชิพพ์ที่ยังไม่มั่นใจเท่าที่ควรนัก และสัปดาห์หน้าเตรียมตัวไปแข่งที่อินโดนิเซีย”

สำหรับการแข่งขันรายการต่อไปของกอล์ฟ เอเชียน ทัวร์ เป็นการแข่งขันรายการ บีเอ็นไอ อินโดนิเซียน มาสเตอร์ส ซึ่งนับเป็นแมตช์ที่ 7 ของ อินเตอร์เนชั่นเนล ซีรีส์ โดยชิงเงินรางวัล 2 ล้านเหรียญสหรัฐ (66 ล้านบาท) แข่งขันระหว่างวันที่ 31 ตุลาคม – 3 พฤศจิกายน ที่สนามรอยัล จาร์กาต้า กอล์ฟ คลับ ที่ประเทศอินโดนิเซีย

ติดตามความเคลื่อนไหวของการแข่งขันและรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์  http://www.internationalseries.com

สรุปผลการแข่งขัน

1. ลี เชห์-โป (ไต้หวัน) (-21) 259 (64-65-67-63) (360,000 เหรียญสหรัฐ)

2. ริชาร์ด ที.ลี (แคนาดา) (20) 260 (64-67-67-62) (173,000 เหรียญสหรัฐ)

ปีเตอร์ ยูไลน์ (สหรัฐ) (64-62-67-67) (173,000 เหรียญสหรัฐ)

4. ไมเคิล แม็คไกวร์ (สหรัฐ) (-18) 262 (67-65-69-61) (82,866.67 เหรียญสหรัฐ)

ปีเตอร์ ปีเตอร์สัน (สหรัฐ) (-18) 262 (64-69-66-63) (82,866.67 เหรียญสหรัฐ)

คริสเตียน แบงกี้ (สหรัฐ) (-18) 262 (66-62-70-64) (82,866.67 เหรียญสหรัฐ)

7. บียอร์น เฮลล์เกรน (สวีเดน) (-16) 264 (67-68-65-64) (44,380.00 เหรียญสหรัฐ)

นิค โวค (นิวซีแลนด์) (-16) 264 (67-66-67-64) (44,380.00 เหรียญสหรัฐ)

มาเวอริค แอนท์คลิฟฟ์ (ออสเตรเลีย) (-16) 264 (63-64-69-68) (44,380.00 เหรียญสหรัฐ)

ชาร์ลี ลินด์ (สวีเดน) (-16) 264 (63-68-65-68) (44,380.00 เหรียญสหรัฐ)

เรย์ฮาน โธมัส (อินเดีย) (-16) 264 (69-63-64-68) (44,380.00 เหรียญสหรัฐ)

ผลงานนักกอล์ฟไทย

12. กัญจน์ เจริญกุล (-15) 265 (67-66-69-63) (27,900 เหรียญสหรัฐ)

อติวิชญ์ เจนวัฒนานนท์ (-15) 265 (70-64-67-64) (27,900 เหรียญสหรัฐ)

แดนไท บุญมา (-15) 265 (68-68-63-66) (27,900 เหรียญสหรัฐ)

รฐนน วรรณศรีจันทร์ (-15) 265 (67-67-65-66) (27,900 เหรียญสหรัฐ)

24. สุธีพัทธ์ ประทีปเธียรชัย (-13) 267 (65-66-69-67) (18,200 เหรียญสหรัฐ)

ชัพชัย นิราช (-13) 267 (66-69-65-67) (18,200 เหรียญสหรัฐ)

สดมภ์ แก้วกาญจนา (-13) 267 (65-68-70-64) (18,200 เหรียญสหรัฐ)

พชร คงวัดใหม่ (-13) 267 (69-67-68-63) (18,200 เหรียญสหรัฐ)

-(016)

โปรกอล์ฟไทยมีโอกาสลุ้นตั๋วลุยลิฟกอล์ฟจากสังเวียน อินเตอร์เนชั่นแนล ซีรีส์

https://www.naewna.com/lady/837919

โปรกอล์ฟไทยมีโอกาสลุ้นตั๋วลุยลิฟกอล์ฟจากสังเวียน อินเตอร์เนชั่นแนล ซีรีส์

โปรกอล์ฟไทยมีโอกาสลุ้นตั๋วลุยลิฟกอล์ฟจากสังเวียน อินเตอร์เนชั่นแนล ซีรีส์

วันจันทร์ ที่ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2567, 14.01 น.

บิ๊กบอสอินเตอร์เนชั่นแนล ซีรีส์ เชื่อนักกอล์ฟไทยมีโอกาสสูงในการลุ้นเข้าไปเล่นในลิฟกอล์ฟ ลีก จากการเป็นแชมป์ในอินเตอร์เนชั่นแนล ซีรีส์ แรงกิ้ง ในช่วง 8 สัปดาห์แห่งการชี้ชะตาผู้ชนะ ซึ่งจัดแข่งขัน 10 ทัวร์นาเมนท์ต่อปีในเวทีเอเชียนทัวร์ (ภาพ: International Series/Asian Tour)

มร.ราหุล ซิงห์ ผู้อำนวยการการแข่งขันกอล์ฟอินเตอร์เนชันแนล ซีรีส์ ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนระหว่างการแข่งขันสองรายการใหญ่ ชิงเงินรางวัลรวมรายการละ 2 ล้านเหรียญสหรัฐ ในระยะเวลาสองสัปดาห์ติดต่อกันในประเทศไทยเมื่อเดือนตุลาคมกับรายการ แบล็คเมาน์เทน แชมเปี้ยนชิพ ที่หัวหิน และรายการ อินเตอร์เนชันแนล ซีรีส์ ไทยแลนด์ ที่สนามไทยคันทรี คลับ จังหวัดฉะเชิงเทรา ถึงความเป็นไปได้ที่ผู้เล่นชาวไทยจะก้าวสู่สังเวียนลิฟกอล์ฟ ลีก ในอนาคต

ทั้งนี้บรรดานักกอล์ฟมากฝีมือชาวไทยอย่าง แจ๊ส-อติวิชญ์ เจนวัฒนานนท์ เจ้าของแชมป์เอเชียนทัวร์ 7 รายการ ทำอันดับคะแนนสูงสุดในกลุ่มผู้เล่นชาวไทยในอินเตอร์ เนชั่นแนล ซีรีส์ แรงกิ้ง ที่อันดับที่ 3 ในปี 2022 ตามหลัง ชีวาน คิม และสกอตต์ วินเซนต์ ซึ่งทั้งคู่ได้ไปเล่นในลิฟ กอล์ฟ กับทีม Iron Heads GC ซึ่งในปีนั้นยังมีนักกอล์ฟไทย 3 คนที่จบในอันดับท็อปเท็นของตารางคะแนนสะสมได้แก่ พชร คงวัดใหม่ (5) สาริศ สุวรรณรัตน์ (7) และ นิติธร ทิพย์พงษ์ (8)

ส่วนปีที่แล้ว กัญจน์ เจริญกุล และพชร คงวัดใหม่ ต่างแสดงฝีมืออย่างยอดเยี่ยมด้วยการรั้งอันดับ 7 และ 9 ตามลำดับ ขณะที่ฤดูกาลนี้ สดมภ์ แก้วกาญจนา ทำผลงานดีสุดในกลุ่มนักกอล์ฟไทยอยู่ที่อันดับ 11 อยู่ในขณะนี้ หลังจากผ่านการแข่งขันไป 6 รายการ

ราหุล ซิงห์ เน้นย้ำถึงความสำคัญของอินเตอร์เนชั่นแนล ซีรีส์ ที่มีส่วนช่วยพัฒนาศักยภาพนักกอล์ฟชาวไทย พร้อมกับกล่าวว่า “ประเทศไทยมีนักกอล์ฟที่มีความสามารถมากมาย เราได้เห็น สาริศ สุวรรณรัตน์ คว้าแชมป์มาแล้วสองครั้งในรายการ บีเอ็นไอ อินโดนีเซียน มาสเตอร์ส 2022 และรายการวอลโว่ ไชน่า โอเพ่น 2023 รวมถึง นิติธร ทิพย์พงษ์ คว้าแชมป์รายการ อินเตอร์เนชั่นแนล ซีรีส์  สิงคโปร์ ในปี 2022 และแน่นอนว่าจะต้องมีนักกอล์ฟรุ่นใหม่ของไทยที่จะมาตอกย้ำความสามารถของผู้เล่นชาวไทยอย่าง เด่นวิทย์ บริบูรณ์ทรัพย์ ที่กำลังพยายามทำผลงานให้ดีเพื่อทะยานขึ้นไปเล่นในลิฟกอล์ฟ ลีก เช่นกัน”

ทั้งนี้ เด่นวิทย์ บริบูรณ์ทรัพย์ ชนะรายการซาอุดิ โอเพ่น ในปี 2023 และล่าสุดทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมด้วยการ จบใน 20 อันดับแรกของเอเชียนทัวร์ได้ 2 รายการในเดือนตุลาคม จากการรั้งอันดับ 9 ในรายการมาเก๊า โอเพ่น และอันดับ 14 ในรายการแบล็คเมาน์เท่น แชมเปี้ยนชิพ ที่ผ่านมา

ขณะที่นักกอล์ฟหนุ่มรุ่นใหม่อย่าง “ทีเค” รัชชานนท์ ฉันทนานุวัฒน์ ซึ่งกำลังศึกษาอยู่ที่มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด มหาวิทยาลัยที่สร้างตำนานกอล์ฟดังอย่าง ไทเกอร์ วูดส์ และ ทอม วัตสัน ถือเป็นอีกหนึ่งนักกอล์ฟไทยที่น่าจับตามอง โดยรัชชานนท์ สร้างกระแสในฐานะนักกอล์ฟสมัครเล่นจากการคว้าแชมป์รายการ ทรัสต์กอล์ฟ เอเชียน มิกซ์ คัพ ในปี 2022 ด้วยวัยเพียง 15 ปี

สำหรับอินเตอร์เนชั่นแนล ซีรีส์ เป็นรายการแข่งขันระดับนานาชาติครั้งที่ 4 ที่จัดขึ้นในประเทศไทยนับตั้งแต่มีการเปิดตัวรายการนี้เมื่อปี 2022 ซึ่งเป็นจำนวนมากกว่าประเทศอื่นใด โดย ซิงห์ เชื่อว่านักกอล์ฟชาวไทยมีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักในวงกว้างผ่านการแข่งขันรายการนี้ และกล่าวเพิ่มเติมว่า “นักกอล์ฟจะต้องผ่านรายการแข่งขันของอินเตอร์เนชั่นแนล ซีรีส์ โดยผู้ชนะจะได้อยู่ในบัญชีรายชื่อเพื่อไปเล่นในรายการลิฟกอล์ฟ โปรโมชั่นส์ ที่จะจัดขึ้นในช่วงปลายปีนี้ที่กรุงริยาด ประเทศซาอุดิอาระเบีย เป็นการให้โอกาสผู้เล่นจากอินเตอร์เนชั่นแนล ซีรีส์ อีกครั้ง เพื่อช่วงชิงสิทธิเข้าไปเล่นในลิฟกอล์ฟ ลีก ต่อไป สิ่งที่อินเตอร์เนชั่นแนล ซีรีส์ ทำได้ก็คือการเปิดโอกาสให้ผู้เล่นในภูมิภาคนี้ได้แข่งขันเคียงบ่าเคียงไหล่กับนักกอล์ฟชั้นนำที่ดีที่สุดของโลก ซึ่งถือเป็นโอกาสที่จะได้เข้าแข่งขันในรายการระดับโลกอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน”

 “การได้ลงแข่งขันกับแชมป์จากรายการสำคัญอย่างผู้เล่นในไรเดอร์ คัพ ผู้หรือเล่นจากเพรสซิเดนท์ส คัพ และแชมป์จากทัวร์ต่างๆ ทั่วโลก ถือเป็นการยกระดับมาตรฐานของเกมกอล์ฟโดยรวม และช่วยให้มั่นใจได้ว่านักกอล์ฟซึ่งมาจากภูมิภาคนี้ รวมถึงผู้เล่นชาวไทยจะได้รับโอกาสอันสำคัญที่จะได้ร่วมเล่นกับนักกอล์ฟที่ดีที่สุดของโลก” ซิงห์ กล่าวทิ้งท้าย

ทั้งนี้การแข่งขันกอล์ฟรายการ แบล็คเมาน์เทน แชมเปี้ยนชิพ และอินเตอร์เนชันแนล ซีรีส์ ไทยแลนด์ ที่ผ่านมา เป็นส่วนหนึ่งใน 6 ทัวร์นาเมนท์ใหญ่ที่ชิงชัยในช่วง 8 สัปดาห์แห่งการชี้ชะตาแชมป์อินเตอร์เนชันแนล ซีรีส์ ซึ่งจัดแข่งขัน 10 ทัวร์นาเมนท์ต่อปีในเวทีเอเชียนทัวร์ เพื่อมอบโอกาสคว้าสิทธิ์เข้าไปเล่นในลิฟกอล์ฟ ลีก

ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับแข่งขันกอล์ฟอินเตอร์เนชันแนลซีรีส์ได้ที่เว็บไซต์ http://www.internationalseries.com

พม. จับมือภาคีภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก ร่วมขับเคลื่อนอนาคตที่อยู่อาศัย สร้างชุมชนอย่างยั่งยืน

https://www.naewna.com/lady/837915

พม. จับมือภาคีภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก ร่วมขับเคลื่อนอนาคตที่อยู่อาศัย สร้างชุมชนอย่างยั่งยืน

พม. จับมือภาคีภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก ร่วมขับเคลื่อนอนาคตที่อยู่อาศัย สร้างชุมชนอย่างยั่งยืน

วันจันทร์ ที่ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2567, 13.54 น.

28 ตุลาคม 2567 กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมระหว่างประเทศด้านการพัฒนาที่อยู่อาศัย (International Conference on Sustainable Communities for All) ภายใต้โครงการส่งเสริมภาพลักษณ์ และแสดงบทบาทด้านการพัฒนาเมือง มิติที่อยู่อาศัยชุมชนแออัดผู้มีรายได้น้อยของประเทศไทยในเวทีความร่วมมือระหว่างประเทศ (Urban Renaissance: Empowering Thailand’s Low-Income Communities on the Global Stage)  โดยมีนายอนุกูล ปีดแก้ว ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เป็นประธานกล่าวเปิดงานและปาฐกถาพิเศษ ณ โรงแรม ดิ แอทธินี โฮเทล แบงค็อก กรุงเทพมหานคร

การจัดงานครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นเวทีในการนำเสนอและแลกเปลี่ยนเรียนรู้แนวทางและแนวปฏิบัติที่ดีที่สุด (Best Practices) ในด้านการพัฒนาเมือง และที่อยู่อาศัย รวมถึงการแก้ไขปัญหาชุมชนแออัดผู้มีรายได้น้อย สำหรับประเทศไทยและประเทศในเอเชียและแปซิฟิก ตลอดจนเพื่อยกระดับกระทรวง พม. ให้มีบทบาทเชิงรุกในด้านการพัฒนาเมืองและที่อยู่อาศัยในภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก ในฐานะหน่วยงานรับผิดชอบหลักการขับเคลื่อนวาระใหม่แห่งการพัฒนาเมือง (New Urban Agenda) และเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน SDG 11 เป้าหมายย่อยที่ 11.1 ของประเทศไทย โดยมีผู้เข้าร่วมการประชุมจากทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ อาทิ ผู้แทนจากหน่วยงานภาคีเครือข่ายด้านการพัฒนาที่อยู่อาศัย ชุมชน และเมือง จากประเทศในภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก และผู้เข้าร่วมการประชุมภายในประเทศ ได้แก่ ผู้บริหาร เจ้าหน้าที่หน่วยงานสังกัดกระทรวง พม. และเครือข่ายผู้ปฏิบัติงานด้านการพัฒนาที่อยู่อาศัย ชุมชน และเมือง จากภาครัฐ ภาคเอกชน ภาควิชาการ และภาคประชาสังคมในประเทศไทย

นายอนุกูล ปีดแก้ว ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงมนุษย์ กล่าวว่า “การประชุมในครั้งนี้เป็นโอกาสสำคัญที่จะได้ร่วมเฉลิมฉลอง Urban October และวันเมืองโลก (World Cities Day) ในวันที่ 31 ตุลาคม ซึ่งปีนี้มุ่งเน้นถึงบทบาทของเยาวชนในฐานะผู้นำการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญ เพื่อสร้างเมืองที่ยั่งยืนและครอบคลุมสำหรับทุกคน วันนี้ยังถือเป็นโอกาสอันดีที่พันธมิตรจากประเทศต่าง ๆ ในภูมิภาคมารวมตัวกันเพื่อพูดคุยเรื่อง “ที่อยู่อาศัย” ซึ่งเป็นปัจจัยพื้นฐานของชีวิตและรากฐานสำคัญของความมั่นคง ความปลอดภัย และคุณภาพชีวิตของประชาชน การพัฒนาที่อยู่อาศัยให้เข้าถึงได้สำหรับทุกกลุ่ม โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง   จึงเป็นภารกิจสำคัญของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคที่โลกเต็มไปด้วยความผันผวนและความไม่แน่นอน หรือยุค VUCA World ทั้งการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากร

และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ยิ่งทำให้ความมั่นคงด้านที่อยู่อาศัยมีความสำคัญอย่างยิ่ง และจากรายงานของสหประชาชาติที่ชี้ว่าประชากรกว่า 1.8 พันล้านคนทั่วโลกยังขาดแคลนที่อยู่อาศัยที่มั่นคง รวมถึงภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกที่เผชิญกับการเติบโตของประชากรในเมืองอย่างรวดเร็ว กระทรวง พม. จึงดำเนินนโยบายพัฒนาที่อยู่อาศัยระยะยาว เพื่อให้คนไทยทุกคนมีที่อยู่อาศัยที่มีคุณภาพและปลอดภัย ตามเป้าหมาย “คนไทยทุกคนมีที่อยู่อาศัยและมีคุณภาพชีวิตที่ดี ภายในปี 2579”

“การประชุมในครั้งนี้เป็นโอกาสสำคัญที่ประเทศต่าง ๆ จะได้แลกเปลี่ยนความรู้ ประสบการณ์ และแนวทางแก้ไขปัญหาด้านที่อยู่อาศัยและการพัฒนาเมือง เรามาร่วมมือกันเพื่อสร้างความมั่นคงด้านที่อยู่อาศัยสำหรับทุกคน ผมขอเชิญชวนให้ทุกท่านร่วมอภิปรายและแบ่งปันความคิดเห็นเพื่อก้าวไปสู่อนาคตที่ทุกคนมีที่อยู่อาศัยที่มั่นคงและชุมชนที่ยั่งยืน”

“นอกจากนี้ ผู้เข้าร่วมประชุม ยังได้รับฟังสาสน์จาก UN-Habitat เนื่องในโอกาส World Habitat Day และ Urban October การอภิปรายและการบรรยายโดยวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ การอภิปรายโดยผู้แทนเยาวชน การประชุมเต็มคณะเพื่อนำเสนอและแลกเปลี่ยนเรียนรู้เกี่ยวกับการพัฒนาเมือง และที่อยู่อาศัยโดยคณะผู้แทนจากประเทศในภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก การศึกษาดูงานเกี่ยวกับการฟื้นฟูและพัฒนาชุมชนเมืองในพื้นที่กรุงเทพมหานคร รวมทั้งมีการนำเสนอวิดีทัศน์และการจัดนิทรรศการเพื่อนำเสนอถึงสถานการณ์ แนวโน้ม และยุทธศาสตร์ แผนงาน นโยบาย และมาตรการที่สำคัญของประเทศไทย โดยกระทรวง พม. ในการรับมือกับวิกฤติการณ์และข้อท้าทายต่าง ๆ ซึ่งที่สำคัญได้แก่ “นโยบาย 5X5 ฝ่าวิกฤตประชากร” ซึ่งเป็นนโยบายเรือธงของกระทรวง พม. ที่มุ่งเน้นรับมือกับการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรด้วยการเชื่อมโยงและบูรณาการกับทุกองคาพยพในสังคมเพื่อสร้างความมั่นคงให้กับครอบครัวและการจัดหาที่อยู่อาศัยที่ปลอดภัยและสามารถเข้าถึงและใช้ประโยชน์ได้สำหรับทุกกลุ่ม”   

“สำหรับการนำผลลัพธ์จากการประชุมระหว่างประเทศในครั้งนี้ไปขยายผล ผู้เข้าร่วมการประชุมสามารถนำแนวปฏิบัติที่ดีและแนวทางเชิงนวัตกรรมไปสู่การปฏิบัติให้สอดคล้องกับบริบทของแต่ละประเทศ นอกจากนี้ยังสามารถนำองค์ความรู้ที่ได้รับไปเผยแพร่และขยายผลในการประชุม World Urban Forum ครั้งที่ 12 ณ กรุงไคโร ประเทศอียิปต์ ซึ่งเป็นเวทีสำคัญในระดับโลกที่เปิดโอกาสให้ผู้แทนจากประเทศต่าง ๆ ได้แลกเปลี่ยนแนวปฏิบัติที่ดีในด้านการพัฒนาเมืองและที่อยู่อาศัย รวมถึงร่วมกันประกาศเจตนารมณ์ในการสร้างชุมชนที่ยั่งยืนโดยไม่ทิ้งใครไว้เบื้องหลัง” นายอนุกูล กล่าวทิ้งท้าย

-(016)

พิพิธภัณฑ์การเกษตรฯ จัดงานตลาดเศรษฐกิจพอเพียง ‘จากราก สู่รุ่น’ สืบสานองค์ความรู้ สู่การพัฒนาที่ยั่งยืน

https://www.naewna.com/lady/837913

พิพิธภัณฑ์การเกษตรฯ จัดงานตลาดเศรษฐกิจพอเพียง 'จากราก สู่รุ่น' สืบสานองค์ความรู้ สู่การพัฒนาที่ยั่งยืน

พิพิธภัณฑ์การเกษตรฯ จัดงานตลาดเศรษฐกิจพอเพียง ‘จากราก สู่รุ่น’ สืบสานองค์ความรู้ สู่การพัฒนาที่ยั่งยืน

วันจันทร์ ที่ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2567, 13.50 น.

พิพิธภัณฑ์การเกษตรเฉลิมพระเกียรติฯ จ.ปทุมธานี เตรียมจัดงานตลาดเศรษฐกิจพอเพียง “จากราก สู่รุ่น” สืบสานและส่งต่อภูมิปัญญาไทยด้านการเกษตรจากอดีตสู่ปัจจุบัน นำเสนอภูมิปัญญาดั้งเดิมสร้างสรรค์สู่นวัตกรรมใหม่ ให้สอดคล้องกับยุคสมัย ภายในงานจะได้พบกับนิทรรศการและกิจกรรมที่สะท้อนภูมิปัญญาพื้นบ้านและวิถีชีวิตของเกษตรกรไทย พร้อมอบรมวิชาของแผ่นดิน และ Workshop โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ทั้งในรูปแบบ Onsite และ Online ชม ช้อป ผลผลิตเกษตรปลอดภัยจากร้านค้าเกษตรกรเครือข่ายกว่า 100 ร้าน ระหว่างวันที่ 2 – 3 พฤศจิกายน 2567 เวลา 08.00 – 17.00 น. ณ พิพิธภัณฑ์การเกษตรเฉลิมพระเกียรติฯ  จ.ปทุมธานี     

นางสาวสำเภาว์ งามเชย รองผู้อำนวยการสำนักงานพิพิธภัณฑ์การเกษตรฯ และโฆษกสำนักงานพิพิธภัณฑ์การเกษตรเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เปิดเผยว่า “พิพิธภัณฑ์การเกษตรฯ จัดงานตลาดเศรษฐกิจพอเพียง “จากราก สู่รุ่น” ซึ่งจัดขึ้นเพื่อเผยแพร่และถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการเกษตรของประเทศไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน โดยนำเสนอพัฒนาการของเครื่องมือและอุปกรณ์การเกษตรที่เปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัย รวมถึงการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมสมัยใหม่เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและคุณภาพในการทำเกษตรกรรม การจัดงานครั้งนี้ มุ่งเน้นการเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจในหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงตามแนวพระราชดำริ ภายในงานจัดแสดงเครื่องมือการเกษตรแบบดั้งเดิมควบคู่กับเทคโนโลยีที่ทันสมัย เพื่อยกระดับการทำเกษตรในยุคปัจจุบันให้มีความยั่งยืนมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังมีการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ระหว่างเกษตรกรรุ่นเก่าและรุ่นใหม่ที่ประสบความสำเร็จในการทำเกษตร จุดประกายความคิดและสร้างแรงบันดาลใจให้กับเยาวชนคนรุ่นใหม่ในการสานต่อการทำเกษตรเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อนำไปสู่การพึ่งพาตนเองและการสร้างความมั่นคงทางอาหารในอนาคต” นิทรรศการจากภูมิปัญญา สู่นวัตกรรมเกษตรอัจฉริยะ นำเสนอองค์ความรู้ภูมิปัญญาเก่าสู่การประยุกต์เป็นนวัตกรรมเพื่อการทำเกษตร โดยเฉพาะเครื่องมือในการสูบน้ำ ที่เป็นนวัตกรรมสำคัญที่ช่วยประหยัดเวลาในการทำการเกษตร ในระดับภูมิปัญญาพื้นบ้านสู่การนำระบบเทคโนโลยี IOT มาใช้ประโยชน์ในปัจจุบัน

นิทรรศการจากเครือข่ายพิพิธภัณฑ์เกษตรฯ “ทฤษฎีของพ่อ ส่งต่อรุ่นลูก” บอกเล่าเรื่องราวการทำเกษตรตามรอยพ่อ พออยู่ พอกิน พอเพียง การสร้างแรงบันดาลใจจากการเรียนรู้อย่างใกล้ชิดจากปราชญ์เกษตรของแผ่นดิน “พ่อจันทร์ที  ประทุมภา“ พ่อผู้สร้างความมั่นคงทางอาหารด้วยเกษตรแบบผสมผสาน ลดต้นทุนด้วยการทำปุ๋ยอินทรีย์ชีวภาพใช้เองและแบ่งปันองค์ความรู้สู่ชุมชน พิเศษภายในงาน พบกับ Workshop ตลอดทั้ง 2 วัน โดยไม่มีค่าใช้จ่าย อาทิ การทำน้ำมันว่าน 108 เทคนิควิธีการตอนกิ่งผักหวานป่าการทำข้าวเกรียบผักหวานป่า สร้างรายได้ และเทคนิคการปลูกและเรียนรู้สรรพคุณของสมุนไพรว่าน       

ห้ามพลาดกับการอบรมวิชาของแผ่นดิน และ Workshop 8 วิชา โดยไม่มีค่าใช้จ่าย Onsite และ Online อาทิ หลักสูตร รู้ รักษา พัฒนาพันธุ์ และหลักสูตร Breeding พันธุ์ฟักทองโดยอาจารย์ปฏิภาณ ฤทธิ์นอก หลักสูตร วนเกษตร 3 รุ่น โดยอาจารย์ศักดิ์ชัย ตาดี หลักสูตร จากรากเก่า สู่รุ่นใหม่ โดยอาจารย์วิชิต ประทุมภา และหลักสูตร กลับบ้าน สร้างสุข โดยอาจารย์ชื่นกมล ปิ่นธุลี และอาจารย์เอ๋ ก้านศรี

นอกจากนี้พบกับสินค้าเกษตรปลอดภัย กว่า 100 ร้าน ให้ ชม ช้อป จุใจ ทั้งของกิน ของใช้ ผลิตภัณฑ์แปรรูปต้นไม้ โดยเกษตรกรเครือข่ายพิพิธภัณฑ์เกษตรฯ นำมาจัดจำหน่ายในราคามิตรภาพ กิจกรรมเพาะ แจก แลก เปลี่ยน ส่งต่อพันธุ์ไม้ ให้กับผู้เข้าร่วมงานนำไปดูแลต่อที่บ้าน เปิดเข้าชมพิพิธภัณฑ์ในอาคารและเพลิดเพลินกับการชมภาพยนตร์ 3 มิติ ในราคาพิเศษมาพบกันที่พิพิธภัณฑ์การเกษตรฯ จังหวัดปทุมธานี

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม 02-529-2212-13, 087-359-7171 คลิกดูรายละเอียดได้ที่ http://www.wisdomking.or.th หรือ facebook / Instagram /Line ID : @wisdomkingmuseum

-(016)

สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญาเสด็จไปทรงเป็นประธานตัดสิน’ผ้าลายสิริวชิราภรณ์’และงานหัตถกรรม ประจำปี2567

https://www.naewna.com/lady/837912

สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญาเสด็จไปทรงเป็นประธานตัดสิน'ผ้าลายสิริวชิราภรณ์'และงานหัตถกรรม ประจำปี2567

สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญาเสด็จไปทรงเป็นประธานตัดสิน’ผ้าลายสิริวชิราภรณ์’และงานหัตถกรรม ประจำปี2567

วันจันทร์ ที่ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2567, 13.49 น.

สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญาจะเสด็จไปทรงเป็นประธานการประกวดผ้าลายพระราชทาน“ผ้าลายสิริวชิราภรณ์” และงานหัตถกรรม รอบตัดสิน ระดับประเทศประจำปี 2567หนึ่งในโครงการตามแนวพระดำริ “ผ้าไทยใส่ให้สนุก” ที่จัดขึ้นเพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ผ้าไทยและงานหัตถกรรม ให้มีคุณภาพเป็นที่ยอมรับสู่สากลซึ่งกระทรวงมหาดไทย โดยกรมการพัฒนาชุมชนได้จัดให้มีการประกวดผ้าลายพระราชทานและงานหัตถกรรมต่อเนื่องเป็นปีที่ 4เพื่อเป็นการสืบสานต่อยอดงานผ้าไทย และงานหัตถกรรม รวมทั้งสร้างขวัญกำลังใจ และการเชิดชูเกียรติให้กับผู้ที่สืบสานต่อยอดงานผ้าไทยและงานหัตถกรรม ในวันที่ 31 ตุลาคม 2567 ณ สุราลัยฮอลล์ ชั้น 7 ศูนย์การค้าไอคอนสยาม

ในการนี้สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา จะทรงตัดสินผ้าลายพระราชทานร่วมกับคณะกรรมการกิตติมศักดิ์ และคณะกรรมการตัดสินการประกวดผ้าลายพระราชทาน
“ผ้าลายสิริวชิราภรณ์”และงานหัตถกรรมระดับประเทศ โดยปีนี้มีผู้เข้าร่วมการประกวดจาก 4 ภูมิภาคที่ผ่านการคัดเลือกเข้าประกวดฯ ระดับประเทศ รวม 78 ผลงาน แบ่งเป็นประเภทผ้า จำนวน 72 ผลงาน และงานหัตถกรรม จำนวน 6 ชิ้นงาน

“ผ้าลายสิริวชิราภรณ์”เป็นลายที่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ได้ทรงศึกษาค้นคว้าลวดลายผืนผ้าจากทุกภูมิภาคทั่วประเทศ และทรงนำมาออกแบบลายพระราชทานเนื่องในปีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ครบ 6 รอบ 72 พรรษา โดยมีลายพระราชทานหลักจำนวน 4 ลาย ได้แก่ ลายวชิรภักดิ์, ลายขอเจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ ๒๕๖๗, ลายหัวใจ และลายดอกรักราษฎร์ภักดี พระราชทานแก่ศิลปินช่างทอผ้าและหัตถกรรมไทยโดยพระราชทานแบบตั้งต้นไว้ ๔ ประเภท ได้แก่ ประเภทผ้ากาบบัวประเภทผ้ายก, จก, ขิด, แพรวาประเภทผ้ามัดหมี่ และประเภทผ้าบาติกส่งผลให้ช่างทอผ้าทุกกลุ่มทุกเทคนิค รวมถึงช่างหัตถกรรมทุกประเภท เกิดแรงบันดาลใจทุ่มเทกำลังความคิดและนำลายพระราชทานหลักทั้ง ๔ ลายนี้ ไปถักทอผสมผสานกับลวดลายภูมิปัญญาพื้นถิ่นตามความคิดสร้างสรรค์ของศิลปินเกิดผลเป็นรูปธรรมอย่างชัดเจน ทำให้พี่น้องประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นมีรายได้จากการได้ใช้ภูมิปัญญา มาสร้างโอกาสขยายผลต่อยอดโดยมีแนวพระดำริเป็นหลักชัยให้ประสบความสำเร็จสำหรับรางวัลการประกวดระดับประเทศรับพระราชทานรางวัลการประกวด “ผ้าลายสิริวชิราภรณ์”  และงานหัตถกรรม ในเดือนพฤศจิกายน 2567รางวัลการประกวดแบ่งเป็น 2 ประเภทรางวัล ดังนี้

ประเภทที่ 1 รางวัลพิเศษ ประกอบด้วย Best of the Best รางวัลชนะเลิศรางวัลเดียว   จาก14 ประเภท

ประเภทที่ 2 เหรียญรางวัลพระราชทาน โดยรางวัลชนะเลิศอันดับที่ 1 เหรียญทองคำ,  รางวัลรองชนะเลิศอันดับที่ 1 เหรียญเงิน รางวัลรองชนะเลิศอันดับที่ 2 เหรียญนาก และรางวัลชมเชย  ใบประกาศเกียรติคุณ

ร่วมลุ้น !! ว่าใครจะเป็นผู้ชนะการประกวดที่จะได้รับพระราชทานรางวัลอันทรงเกียรติ31 ตุลาคมนี้บนเวทีประกวด ณสุราลัยฮอลล์ ชั้น 7 ศูนย์การค้าไอคอนสยาม

นิทรรศการภาพวาดและดิจิทัลอาร์ต ในชื่อ ‘พันธสัญญาแห่งขุนเขาและท้องทะเล สุนทรียะในความหลากหลาย’

https://www.naewna.com/lady/837906

นิทรรศการภาพวาดและดิจิทัลอาร์ต ในชื่อ 'พันธสัญญาแห่งขุนเขาและท้องทะเล สุนทรียะในความหลากหลาย'

นิทรรศการภาพวาดและดิจิทัลอาร์ต ในชื่อ ‘พันธสัญญาแห่งขุนเขาและท้องทะเล สุนทรียะในความหลากหลาย’

วันจันทร์ ที่ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2567, 13.35 น.

มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ (เอแบค) พร้อมด้วย สถาบันวิจิตรศิลป์แห่งมณฑลเสฉวน และ สมาคมพันธมิตรทางวิทยาการและสถาบันการศึกษา เพื่อการพัฒนาภูมิภาคตะวันตก แห่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน เปิดนิทรรศการภาพวาดและดิจิทัลอาร์ต ในชื่อ “พันธสัญญาแห่งขุนเขาและท้องทะเล สุนทรียะในความหลากหลาย” หรือ The Covenant of Mountain and Sea, Beauty in Diversity โดย อุปทูตวัฒนธรรม Ms. Chang Yumeng และ อุปทูตด้านการศึกษา Ms. Xu Lan จากสถานเอกอัครรัฐทูตจีนประจำประเทศไทย ให้เกียรติ อธิการบดีมหาวิทยาลัยฯ ภราดา ดร.ศิริชัย ฟอนซีกาและคณาจารย์ ร่วมเปิดเปิดนิทรรศการนี้

ในฐานะส่วนหนึ่งของปีแห่งความร่วมมือทางวัฒนธรรม ระดับประชาชนต่อประชาชนระหว่างกลุ่มประเทศอาเซียนและจีน  (ASEAN-China Year of People-to-People Exchanges Art Events Series) นิทรรศการนี้อยู่ภายใต้โครงการชื่อ “Acceleration: New Western Land-Sea Corridor Art Exhibition” หรือ “นิทรรศการศิลปะแห่งเส้นทางสายไหมยุคใหม่” ซึ่งแตกแขนงออกจากนโยบายการพัฒนาและส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างภูมิภาคตะวันตกจีนกับประเทศใกล้เคียง

“พันธสัญญาแห่งขุนเขาและท้องทะเล สุนทรียะในความหลากหลาย” ประกอบด้วยผลงานกว่า 120 ชิ้น โดยจิตรกรอาชีพ และจิตรกรนักศึกษา จากทั่วสาธารณรัฐประชาชนจีน รวมทั้งภาพศิลปะจากคณาจารย์และนักศึกษาของมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ จัดขึ้นตั้งแต่วันที่ 25 ตุลาคม ถึง 25 พฤศจิกายน 2567 ณ หอศิลป์ (AU Museum) มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ วิทยาเขตสุวรรณภูมิ

นิทรรศการแบ่งเป็นสามส่วนคือ กลุ่มภาพวาด “ความงามที่กลมกลืน (Beauty in Harmony),” กลุ่มบันทึกโครงการศิลปสัมพันธ์ชุมชน ในนิทรรศการ “พลังแห่งศิลปะ (Art Empowered)” และ กลุ่มดิจิทัลอาร์ต ชื่อ “ณ ห้วงเวลาประทับใจ (Beautiful Moments)”

นอกจากนี้ ในวันเดียวกัน ยังมีการประชุมวิชาการ โดยคณาจารย์และผู้ทรงคุณวุฒิด้านศิลปะและวัฒนธรรมจากไทย, จีน และประเทศสมาชิกอาเซียน จำนวน 30 คน ภายใต้กรอบการเสวนา Cross-borderand Flow: New Western Land-Sea Corridor International Forum นำโดย ดร.อภิชาต อินทรวิศิษฏ์ ผู้อำนวยการหลักสูตรศิลปศาสตร์มหาบัณฑิต สาขาวิจิตรศิลป์และการออกแบบ นับเป็นการเปิดตัวภาควิชาใหม่ของมหาวิทยาลัย ซึ่งจะเริ่มหลักสูตรในเดือนมกราคม ศกหน้า

กิจกรรมนี้ได้รับการสนับสนุนโดยพันธมิตรระดับโลก ได้แก่:

●UNESCO Chair on Creativity and Sustainable Development in Rural Areas

●Institute for Cultural Industries of Peking University.

●Professional Committee of Art Rural Construction of China Society for Anthropology of Arts

ร่วมเฉลิมฉลองความคิดสร้างสรรค์ วัฒนธรรม ตลอดจนจิตวิญญาณและสายใยแห่งมิตรภาพ ผ่านงานศิลปะในครั้งนี้ ที่ หอศิลป์ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ วิทยาเขตสุวรรณภูมิ บางเสาธง สมุทรปราการ ตั้งแต่วันนี้ ถึง วันที่ 25 พฤศจิกายน ศกนี้ ได้ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 10.00 ถึง 17.00 นาฬิกา โดยไม่เสียค่าเข้าชม