เคล็ด (ไม่ลับ) แก้อาการอ่อนเพลียระหว่างวัน ศัตรูตัวร้ายของวัยทำงาน

https://www.naewna.com/lady/837766

เคล็ด (ไม่ลับ) แก้อาการอ่อนเพลียระหว่างวัน ศัตรูตัวร้ายของวัยทำงาน

เคล็ด (ไม่ลับ) แก้อาการอ่อนเพลียระหว่างวัน ศัตรูตัวร้ายของวัยทำงาน

วันจันทร์ ที่ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2567, 07.20 น.

คงปฏิเสธไม่ได้ว่า “ความอ่อนเพลียระหว่างวัน” คือศัตรูตัวร้ายของวัยทำงานโดยเฉพาะ ในช่วงเวลาหลังพักเที่ยงที่หนังท้องตึงหนังตาหย่อน อยากจะประท้วงขอปิดทำการชั่วคราวให้ได้ส่งผลถึงประสิทธิภาพการทำงานโดยรวม ดังนั้น อย่าปล่อยให้ความอ่อนเพลียทำร้ายจนทำงานไม่ได้ดั่งใจ

พญ.กฤดากร เกษรคำ แพทย์ American Board of Anti-Aging Medicine จาก Addlife Anti-Aging Center ชั้น 2 ไลฟ์เซ็นเตอร์ (คิวเฮ้าส์ ลุมพินี) แนะเคล็ด(ไม่) ลับวิธีแก้อาการอ่อนเพลียระหว่างวัน รวมถึงอาการเหนื่อยง่าย เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

ถ้ารู้ตัวว่านอนน้อย ตื่นมาให้รีบทำแบบนี้

ถ้ารู้ตัวว่าในคืนที่ผ่านมาพักผ่อนไม่เพียงพอ และไม่อยากอ่อนเพลียระหว่างวัน แนะนำให้รีบดื่มน้ำเปล่าอย่างน้อย 300-400 มิลลิลิตร ทันทีหลังตื่นนอน เพื่อเติมน้ำที่ขาดไประหว่างหลับ สร้างความสดชื่นให้ร่างกาย รวมถึงช่วยกระตุ้นระบบเผาผลาญ จากนั้นให้ออกไปรับแสงแดดยามเช้าสักครู่หนึ่ง เนื่องจากจะช่วยกระตุ้นการผลิตสารเซโรโทนินในสมอง ซึ่งมีบทบาทในการปรับอารมณ์และทำให้รู้สึกตื่นตัว

หลายคนเข้าใจผิดว่าถ้านอนไม่พอ ตื่นมาต้องรีบซัดกาแฟ ยิ่งเข้มยิ่งดี ซึ่งเป็นความเข้าใจที่ผิด เพราะการดื่มกาแฟทันทีหลังตื่นอาจทำให้ระดับคอร์ติซอลในร่างกายเพิ่มสูงขึ้น ดังนั้น วิธีแก้อาการอ่อนเพลียที่ถูกต้องคือ ทิ้งช่วงรอก่อนดื่มประมาณ 1 ชั่วโมงหลังตื่น จะช่วยให้คุณได้รับประโยชน์จากกาเฟอีนอย่างเต็มที่

อีกหนึ่งเรื่องที่ควรรู้คือ มื้อเช้าควรเลี่ยงอาหารที่มีน้ำตาลสูง เช่น โดนัท ขนมปัง ซีเรียล เพราะระดับน้ำตาลที่พุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็วจะเกิดภาวะน้ำตาลตกหลังจากนั้น ทำให้ง่วงซึมได้

ปรับพฤติกรรมการรับประทานอาหาร

อาหารมีส่วนสำคัญอย่างยิ่งต่อการสร้างพลังงานในแต่ละวัน ดังนั้น จึงควรเลือกกินอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการ โปรตีน ไขมันดี คาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน วิตามินและแร่ธาตุ เช่น ผัก ผลไม้ ถั่ว และธัญพืช ซึ่งช่วยให้ระบบต่างๆ ในร่างกายทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ในทางตรงกันข้าม วิธีแก้อาการเหนื่อยง่ายระหว่างวันคือ ควรหลีกเลี่ยงอาหารเที่ยงที่มีการพองตัวมากในกระเพาะ เช่น ข้าวเหนียว ก๋วยเตี๋ยว ขนมปัง เพราะจะทำให้รู้สึกหนักท้องและง่วงนอนหลังมื้อเที่ยง

ดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอ

วิธีแก้อาการอ่อนเพลียระหว่างวันที่ใกล้ตัวและทำได้ง่ายที่สุดคือ การดื่มน้ำให้เพียงพอ เนื่องจากน้ำมีความสำคัญต่อการทำงานของร่างกาย การขาดน้ำเพียงเล็กน้อยก็ทำให้เกิดอาการอ่อนเพลียได้ ปริมาณน้ำดื่มที่แนะนำต่อวันโดยทั่วไปคือ 30 มิลลิลิตรต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม หรือประมาณวันละ 8 แก้ว โดยควรค่อยๆ จิบเฉลี่ยให้ทั่วทั้งวัน อย่าดื่มรวดเดียวในปริมาณมาก

หาเวลางีบระยะสั้นๆ

อีกหนึ่งวิธีแก้อาการเหนื่อยง่ายระหว่างวันคือ การหาเวลางีบหลับสั้นๆ ประมาณ 10-20 นาที หรือที่เรียกว่า “Power Nap” โดยวิธีนี้ถ้าทำอย่างถูกต้องจะช่วยเติมพลังงานให้สมองได้ดีทีเดียว อ้างอิงจากงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์ที่ระบุว่าการงีบระหว่างวัน 10-20 นาทีช่วยเพิ่มความตื่นตัว เพิ่มความจำ และช่วยตัดสินใจได้ดีขึ้น อย่างไรก็ตาม ไม่ควรงีบนานเกิน 30 นาที เพราะร่างกายจะเริ่มเข้าสู่ช่วงหลับลึก ซึ่งถ้าต้องตื่นขึ้นมาในระยะนี้อาจรู้สึกมึนงงปวดหัวได้

ถ้าต้องทำงานหน้าคอมพิวเตอร์ทั้งวัน

การจ้องหน้าจอคอมพิวเตอร์นานๆ จะทำให้ตาล้าและแห้ง ดังนั้น วิธีแก้อาการอ่อนเพลียระหว่างวันวิธีสุดท้ายที่อยากแนะนำ และเหมาะมากๆ กับวัยทำงานที่ต้องนั่งหน้าจอตลอดทั้งวันคือ ควรพักสายตาทุกๆ 20 นาที โดยมองไปยังวัตถุที่อยู่ห่างออกไป 20 ฟุต เป็นเวลา 20 วินาที (กฎ 20-20-20)

นอกจากนี้ การนั่งทำงานเป็นเวลานานจะทำให้กล้ามเนื้อตึงเครียดและเลือดไหลเวียนไม่ดี ควรลุกขึ้นเดิน ยืดเหยียดกล้ามเนื้อเพื่อกระตุ้นการไหลเวียนของเลือด และลดอาการเมื่อยล้าทุกๆ 1-2 ชั่วโมง โดยเมื่อเลือดไหลเวียนได้ดี อาการเหนื่อยล้าก็ย่อมบรรเทาลงด้วยเช่นกัน 

ถ้าทำตามที่กล่าวมาแล้วไม่ดีขึ้น อยากแก้อาการอ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย ไม่มีแรง แบบตรงจุด ในปัจจุบันมีเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ทันสมัย สามารถตรวจหาสาเหตุและรักษาอาการอ่อนเพลียได้อย่างตรงจุด เพื่อให้ร่างกายกลับมาสดชื่น กระปรี้กระเปร่า พร้อมใช้ชีวิตได้เหมือนวัยหนุ่มสาวอีกครั้งลองปรึกษาผู้เชี่ยวชาญดู

ทำความรู้จัก ‘เซลล์อักเสบ’ มัจจุราชร้าย ทำลายกระดูกสันหลัง

https://www.naewna.com/lady/837765

ทำความรู้จัก ‘เซลล์อักเสบ’ มัจจุราชร้าย ทำลายกระดูกสันหลัง

ทำความรู้จัก ‘เซลล์อักเสบ’ มัจจุราชร้าย ทำลายกระดูกสันหลัง

วันจันทร์ ที่ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2567, 07.05 น.

ในปัจจุบันหลายคนต้องเผชิญกับปัญหาปวดหลัง ไม่ว่าจะเป็นจากการนั่งทำงานเป็นเวลานาน การยกของหนัก หรือ แม้กระทั่งการก้มหน้าเล่นมือถือเป็นเวลานาน อาการปวดเหล่านี้ อาจดูเหมือนเรื่องธรรมดา แต่ที่จริงแล้วอาจเป็นสัญญาณเตือนถึงปัญหาสุขภาพที่เกิดจาก “เซลล์อักเสบ” ซึ่งสามารถทำลายกระดูกสันหลังและเนื้อเยื่อรอบๆ หากปล่อยทิ้งไว้โดยไม่ดูแลให้ถูกวิธี

นพ.ชุมพล คคนานต์

นพ.ชุมพล คคนานต์ แพทย์เฉพาะทางด้านกระดูกสันหลัง โรงพยาบาลเอส สไปน์ เผยว่า เซลล์อักเสบ (Cellular Inflammation) คือ กระบวนการที่ร่างกายตอบสนองต่อการบาดเจ็บ การใช้งานมากเกินไป หรือ การติดเชื้อ โดยระบบภูมิคุ้มกันจะส่งสารเคมีอย่างไซโตไคน์ (Cytokines) และพรอสตาแกลนดิน (Prostaglandins) มายังบริเวณที่ได้รับบาดเจ็บ ทำให้เกิด อาการบวม แดง และเจ็บปวด กระบวนการนี้ช่วยให้เนื้อเยื่อที่ได้รับความเสียหายได้รับการซ่อมแซมและป้องกันการติดเชื้อ หากปล่อยไว้นานจนเรื้อรังจะส่งผลทำให้เนื้อเยื่อเสียหายมากขึ้น เกิดการสะสมของแคลเซียม และทำให้เกิดกระดูกงอก ซึ่งจะนำไปสู่การกดทับเส้นประสาท

พฤติกรรมเสี่ยง “เซลล์อักเสบ” ในกระดูกสันหลัง เกิดจากการใช้ชีวิตประจำวันมีส่วนสำคัญที่ทำให้เกิดการอักเสบในกระดูกสันหลัง คือ การนั่ง หรือ ยืนท่าเดิม เป็นเวลานาน การนั่งทำงานหน้าคอมพิวเตอร์เป็นเวลานานโดยไม่เปลี่ยนอิริยาบถ การก้มหน้าเล่นมือถือ หรือการยืนในท่าทางที่ไม่ถูกต้อง ทำให้กล้ามเนื้อรอบกระดูกสันหลังเกิดการตึงเครียดและบาดเจ็บซ้ำๆ

การใช้งานกล้ามเนื้อเกินกำลัง : การยกของหนัก หรือการออกกำลังกายที่หักโหมเกินไป ทำให้กล้ามเนื้อและเส้นเอ็นได้รับความเสียหาย

ภาวะข้อกระดูกสันหลังเสื่อม : การเสื่อมสภาพของหมอนรองกระดูกและข้อต่อ ทำให้เกิดการเสียดสีของข้อต่อที่กระดูกสันหลัง ซึ่งจะกระตุ้นการอักเสบและอาการปวดเรื้อรัง

การยกของหนัก หรือ การนั่งในท่าเดิมๆ เกิน 2 ชั่วโมง ทำให้กระดูกสันหลังรับน้ำหนักมากเกินไป (Overload) และมีการกดทับ จนเกิดอาการเสื่อมและอักเสบ เนื่องจากกระดูกสันหลังไม่ได้ถูกออกแบบ มาเพื่อรับน้ำหนักส่วนเกิน หากเปรียบเทียบกับนักยกน้ำหนัก จากที่เคยยกได้ 10 กิโลกรัม เปลี่ยนมายก 100 กิโลกรัม ร่างกายจะไม่สามารถรับน้ำหนักส่วนเกินได้ทันที

อย่างไรก็ตาม การวินิจฉัยที่ถูกต้องมีความสำคัญ ต่อการทราบสาเหตุที่แท้จริงของอาการปวดหลัง เช่น การทดสอบทางกายภาพ หรือ การใช้เครื่อง MRI หรือ เอกซเรย์เพื่อดูโครงสร้างของกระดูกสันหลัง หมอนรองกระดูก และเนื้อเยื่อรอบๆ ซึ่งจะช่วยให้แพทย์เลือกวิธีการรักษาที่เหมาะสมที่สุด

ปัจจุบันการนำ เทคโนโลยีที่ทันสมัยมารักษาผู้ป่วย ที่มีอาการปวดคอ บ่า ไหล่ เรื้อรัง หรือ ปวดต้นคอท้ายทอย มานาน แพทย์จะแนะนำการผ่าตัดกระดูกสันหลังส่วนคอทางด้านหลัง ด้วยเทคนิค PSCD (Percutaneous Stenoscopic Cervical Decompression) เพื่อการรักษา แต่หากหมอนรองกระดูกส่วนคอ เกิดการปลิ้น อย่างรุนแรงกดไขสันหลัง หรือเสื่อมสภาพ แพทย์จะเลือกใช้เทคนิค Endoscopic ACDF เพื่อการผ่าตัดหมอนรองกระดูกส่วนคอ ด้วยกล้องเอ็นโดสโคปแบบแผลเล็ก เข้าไปในช่องว่างภายในกระดูกคอ นำหมอนรองกระดูกที่กดทับเส้นประสาทออกมา

ขณะที่ ผู้ป่วยที่มีอาการโพรงเส้นประสาทกระดูกส่วนหลัง ส่วนเอวตีบแคบ หรือหมอนรองกระดูกปลิ้นออกมา การรักษาด้วยเทคนิค PSLD เป็นอีกวิธีที่จะช่วยลดการกดทับเส้นประสาท โดยไม่ต้องผ่าตัดแบบเปิดแผลใหญ่ เนื่องจากแพทย์จะเจาะรูขนาดเล็กเพียง 0.5 ซม.ที่ผิวหนังบริเวณหลัง แล้วสอดกล้องเอ็นโดสโคปเข้าไปยังจุดที่มีปัญหา และเลือกตัดเฉพาะส่วนที่กดทับเส้นประสาท

การป้องกันและดูแลหลังการรักษา โดยการปรับท่านั่งและท่ายืน ในท่าที่ถูกต้อง โดยให้กระดูกสันหลังอยู่ในแนวตรงและพยายามพักเปลี่ยนอิริยาบถทุกๆ 1-2 ชั่วโมง ออกกำลังกาย เสริมสร้างกล้ามเนื้อหลังและแกนกลางลำตัว (Core Muscles) เพื่อเพิ่มความแข็งแรงและลดความเสี่ยงของการบาดเจ็บ เช่น การว่ายน้ำ หรือ เล่นพิลาทิส (Pilates) นวดและกายภาพบำบัด ใช้การนวดและกายภาพบำบัดเพื่อคลายกล้ามเนื้อ ลดการตึงเครียด และเพิ่มการไหลเวียนของเลือด

อย่างไรก็ตาม ประชากรไทยในปัจจุบันมีอายุเฉลี่ยสูงขึ้น และเสี่ยงเป็นโรคเกี่ยวกับกระดูกสันหลัง ที่เกิดจากกระบวนการเสื่อมถอยในวัยสูงอายุ และเริ่มพบผู้ป่วยในคนอายุน้อย ที่มีปัญหาเกี่ยวกับกระดูกสันหลังมากขึ้น จากพฤติกรรมเสี่ยงในการใช้ชีวิต เช่น การนั่งผิดท่า การนั่งนาน หรือ ประสบอุบัติเหตุถูกกระแทกแรงๆ ยกของหนัก หรือการเล่นกีฬาที่หักโหมจนเกินไป ทั้งนี้ จาก ข้อมูลสถิติของโรงพยาบาลเอส สไปน์ พบว่า ได้ทำการรักษาผู้ป่วยที่เข้ามารักษาโรคกระดูกสันหลังด้วยวิธีการผ่าตัดมากกว่า 10,000 ราย โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางจะเน้นการรักษาโรคที่ตรงจุด และใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยในการรักษา เพื่อให้ผู้ป่วยฟื้นตัวเร็ว กลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติ

หากมีปัญหาเกี่ยวกับกระดูกสันหลัง สามารถขอรับคำปรึกษาได้ที่โรงพยาบาลเอส สไปน์ โรงพยาบาลเฉพาะทางด้านกระดูกสันหลัง ปรึกษา โทร.02-0340808

MODE AT BANGKOK 2024 เมื่อโลกเมตาเวิร์สและโลกจริงผสานเป็นหนึ่ง

https://www.naewna.com/lady/837770

MODE AT BANGKOK 2024 เมื่อโลกเมตาเวิร์สและโลกจริงผสานเป็นหนึ่ง

MODE AT BANGKOK 2024 เมื่อโลกเมตาเวิร์สและโลกจริงผสานเป็นหนึ่ง

วันจันทร์ ที่ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

MODE AT BANGKOK 2024 แฟชั่นโชว์พร้อมรันเวย์สุดพิเศษจากเกาหลีที่ผสมผสานระหว่างโลกMetaverse และโลกแห่งความเป็นจริงจัดขึ้นโดยกระทรวงวัฒนธรรม กีฬา และการท่องเที่ยวเกาหลี ร่วมกับองค์การวัฒนธรรมและสารัตถะเกาหลี (Korea Creative Content Agency หรือ KOCCA) โดยได้ศิลปินดังอย่างคิว และ นิว จากวง The Boyz บินมาร่วมสัมผัสสุดยอดประสบการณ์แฟชั่นเหนือระดับ ณ SCBX NEXT STAGE ชั้น 4 สยามพารากอน

ความพิเศษของแฟชั่นโชว์ MODE AT BANGKOK 2024 คือ การนำเอาแอปอวตารสุดฮอตอย่าง ZEPETO มาสร้างเป็น Runway Z เพื่อจะพาทุกคนเข้าไปสัมผัสโลกเมตาเวิร์ส ผ่านการนำเสนอเสื้อผ้า ١٠ แบรนด์จากแฟชั่นดีไซเนอร์ชาวเกาหลี ไม่ว่าจะเป็น DOUCAN, VEGAN TIGER , WNDERKAMMER, LIE, YUGADANG, HANNAH SHIN, JULYCOLUMN, HAPPLY, KICHELEEHEและ HOLYNUMBER 7 ซึ่งแต่ละแบรนด์ต่างมีเอกลักษณ์เป็นของตัวเองอย่างชัดเจน สร้างความตื่นตาให้กับทุกท่านเป็นอย่างมาก

นอกจากนี้ ยังได้รับเกียรติจากหนุ่มฮอต อาทิ กองทัพ พีค, ปอนด์-ณราวิชญ์ เลิศรัตน์โกสุมภ์, แซนต้า-พงศภัค อุดมโภชน์, บาส-หัสณัฐ พินิวัตร์, แม็กกี้-รชต พิเชฐโชติ, แซม-พฤฒิชัยรวยฟูพันธ์ และ เชาว์-ชวลิต ชิตตนันท์มาร่วมชมโชว์และสร้างสีสันภายในงานครั้งนี้ด้วย

สำหรับ ١٠ แบรนด์แฟชั่นที่มาร่วมโชว์ MODE AT BANGKOK2024 ได้แก่ DOUCAN โดยCHUNGHOON CHOI แบรนด์ที่ให้ความรู้สึกถึงกราฟิกลุคด้วยแรงบันดาลใจจากธรรมชาติ แสง และวัตถุที่สวยงาม โดยดีไซเนอร์ใช้ความคิดสร้างสรรค์ตีความออกมาให้ดูน่าสนใจและสดใหม่ผ่านลวดลายพิมพ์อันเป็นเอกลักษณ์ที่วาดด้วยมือของดีไซเนอร์ เพื่อมอบความรู้สึกใหม่ๆ ให้กับทุกคน

VEGAN TIGER โดย YOONAYANG แบรนด์เสื้อผ้าวีแกนแบรนด์แรกของเกาหลีใต้ ที่หวังจะยุติความทุกข์ทรมานของสัตว์จากการใช้ขนสัตว์ และมอบทางเลือกให้กับผู้บริโภคมากขึ้น โดยใช้สโลแกนว่า “Cruelty Free” ซึ่งหมายถึง “ปราศจากการทารุณ” เพื่อแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการผลิตสินค้าที่ไม่ก่อให้เกิดการทารุณต่อสัตว์

WNDERKAMMER โดยHYEYOUNG SHIN แบรนด์ที่เน้นการสร้างสไตล์เรียบง่าย ไม่ฉูดฉาด โดยใช้รูปทรงเรียบง่ายจากวัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และมีรายละเอียดที่ประณีต เพื่อให้ผู้สวมใส่ดูมีเสน่ห์ นุ่มนวล และน่าหลงใหล

LIE โดย LEE CHUNGCHUNG แบรนด์ไลฟ์สไตล์สำหรับผู้หญิงทันสมัย โดดเด่นด้วยดีไซน์ที่ทรงพลัง มีไลน์ที่ชัดเจน ผสมผสานสีสันสดใสและเส้นสายที่นุ่มนวลสร้างสรรค์ชุดให้มีซิลลูเอทที่น่าสนใจ โดยนำเสนอคอลเลคชั่นที่มีชีวิตชีวาและโรแมนติกเข้าด้วยกัน

YUGADANG โดย JI EUN SUNG และ TOP PARK แบรนด์เสื้อผ้าที่โดดเด่นด้วยดีไซน์สร้างสรรค์ โดยได้รับแรงบันดาลใจมาจากวัฒนธรรมและประเพณีของเกาหลี โดยสอดแทรกเรื่องราวต่างๆ ลงไปในแต่ละดีไซน์ ทำให้เสื้อผ้ามีเอกลักษณ์เฉพาะตัว เปรียบเสมือนการเติมความหวานและความสดใสให้กับชีวิตประจำวัน เช่นเดียวกับความหมายของตัวอักษรฮันจา(ตัวอักษรจีน) ที่ใช้เป็นชื่อแบรนด์

HANNAH SHIN โดยHANNAH SHIN แบรนด์เสื้อผ้าผู้หญิงร่วมสมัยที่นำเสนออนาคตใหม่ของแฟชั่นบนพื้นฐานของความรู้สึกทางศิลปะที่ทันสมัยของดีไซเนอร์ โดยใช้การตัดเย็บที่เฉียบคมและการออกแบบที่ละเอียดอ่อนในการตีความโครงสร้างทางสถาปัตยกรรมและน้ำหนักของเนื้อผ้า พร้อมทั้งพัฒนาคอนเซ็ปต์ของแบรนด์ผ่านวัสดุที่ผลิตขึ้นเองในแต่ละฤดูกาล ซึ่งมีเรื่องราวที่สอดแทรกอยู่ในนั้นเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของแบรนด์

JULYCOLUMN โดย SOOY PARK แบรนด์เสื้อผ้าที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจาก Arts & Crafts Movement ซึ่งเน้นการผลิตสินค้าด้วยมือและการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า โดยแบรนด์ได้นำเอาเทคนิคการตัดเย็บแบบดั้งเดิมมาผสมผสานกับเทคนิคการตกแต่งผ้าแบบตะวันตก เพื่อสร้างสรรค์คอลเลคชั่นเสื้อผ้าที่มีคุณภาพสูงและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่สามารถสวมใส่ได้ในทุกยุคสมัยอย่างไร้การเวลา

HAPPLY โดย JIEON LEE แบรนด์แฟชั่นที่นำวัฒนธรรมและคุณค่าของเกาหลีมาตีความใหม่ในรูปแบบที่ทันสมัย โดยไม่ยึดติดกับรูปแบบเดิมๆอีกทั้งยังนำเอาประเพณีมาสร้างสรรค์ใหม่ให้เข้ากับยุคสมัยในปัจจุบัน

KICHELEEHE โดย MINKYUNG KIM แบรนด์เสื้อผ้าผู้หญิงที่นำเสนอดีไซน์จากการผสมผสานความเป็นเด็กที่สดใสและความเป็นผู้ใหญ่ที่สง่างามเข้าด้วยกัน โดยมีดีไซน์ที่เรียบง่ายแต่สวยงาม น่ารัก และหรูหราสง่างามในเวลาเดียวกัน

HOLYNUMBER7 โดยKYOUNGHO CHOI และ HYUNHEUISONG ที่มีจุดเริ่มต้นจาก Seoul Collectionในปี ٢٠١٧ โดยมีแนวคิดจากวัฒนธรรมสตรีทและได้แรงบันดาลใจจากความคิดอันท้าทายของวัฒนธรรมฮิปฮอป นำมาสร้างสรรค์ผลงานที่ให้ความรู้สึกที่มีชีวิตชีวาและอิสระ

สามารถดูรายละเอียดของงาน MODE AT BANGKOK ٢٠٢٤ รวมทั้งความเคลื่อนไหวและช่องต่างการติดต่อสำหรับทั้ง ١٠ แบรนด์ ได้ที่ Instagram :kocca_official, Instagram : kocca_fashionและ Instagram : studio.lextreme

เผยโฉมแคมเปญแว่นตา Dolce&Gabbana ล่าสุด คอลเลคชั่นฤดู Autumn/Winter 2024-25

https://www.naewna.com/lady/837790

เผยโฉมแคมเปญแว่นตา Dolce&Gabbana ล่าสุด คอลเลคชั่นฤดู Autumn/Winter 2024-25

เผยโฉมแคมเปญแว่นตา Dolce&Gabbana ล่าสุด คอลเลคชั่นฤดู Autumn/Winter 2024-25

วันจันทร์ ที่ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

โดลเช่ แอนด์ กาบบาน่า (Dolce&Gabbana) นําเสนอแคมเปญแว่นตาใหม่ล่าสุด ประจําคอลเลคชั่นฤดูใบไม้ร่วง / ฤดูหนาว 2024-25 โดยผู้กํากับและช่างภาพชื่อดัง เมิร์ต อะลาส (Mert Alas) ร่วมถ่ายทอดเรื่องราวโดย ไมลี่ย์ ไซรัส (Miley Cyrus) นักร้อง นักแสดง ชาวอเมริกันผู้มีชื่อเสียง ร่วมด้วย แมทธิว นอสซกา (Matthew Noszka) นักแสดง-นายแบบชายชาวอเมริกันเช่นเดียวกัน

ยามคํ่าคืนที่มีเพียงแสงไฟส่องสว่างบนท้องฟ้า เผยภาพของไมลี่ย์และแมทธิวออกเดินทางบนถนนที่พลุกพล่านในลอสแองเจลิสจากเบาะหลังของรถวินเทจ ท่ามกลางบรรยากาศอันน่าค้นหาและเย้ายวน ผ่านมุมมองอันเฉียบคมของผู้กํากับ ทําให้การถ่ายทอดเคมีระหว่างดาราทั้งสองคนออกมาด้วยท่วงท่าที่สง่างามและน่าดึงดูด นอกจากนั้นในแคมเปญนี้ยังได้รับแรงบันดาลใจจากภาพยนตร์ประเภทฟิล์มนัวร์เน้นยํ้าถึงความพิเศษอันเป็นเอกลักษณ์ของคอลเลคชั่นแว่นตาจาก Dolce&Gabbana

สําหรับคอลเลคชั่นแว่นตาประจําฤดูใบไม้ร่วง / ฤดูหนาว 2024 นี้ พร้อมวางขายพร้อมกันทั่วโลก ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2024 เป็นต้นไป ทั้งในออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ www.dolcegabbana.com และร้าน Dolce&Gabbana ทุกสาขา

คุณแหน : 28 ตุลาคม 2567

https://www.naewna.com/lady/837788

คุณแหน : 28 ตุลาคม 2567

คุณแหน : 28 ตุลาคม 2567

วันจันทร์ ที่ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ll เพื่อนพ้องขอร่วมแสดงความยินดี ที่การประชุมวุฒิสภา ครั้งที่ 18 เมื่อ 21 ต.ค. 2567 มีมติตั้ง หม่อมหลวงปนัดดา ดิศกุล เป็นกรรมาธิการวิสามัญผู้ทรงคุณวุฒิ ในคณะกรรมาธิการวิสามัญการพิทักษ์และเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ วุฒิสภา…

ll อติพร สุนทรสนาน เสนะวงศ์ แจ้งข่าวการจัดงานคอนเสิร์ตฉลอง 85 ปีสุนทรีย์สุนทราภรณ์ 23-24 พ.ย. ที่โรงละครอักษราคิง เพาเวอร์ รางน้ำ ครึ่งแรกจะได้รับฟังบทเพลงไพเราะประกอบรีวิว ส่วนครึ่งหลังจะเป็นละครเพลงเรื่อง “มนต์รักสุนทราภรณ์”บรรเลงโดยวงสุนทราภรณ์และวงดนตรีไทยศิลปินของสุนทราภรณ์ร่วมด้วยพร้อมศิลปินรับเชิญ กัน นภัทร, วิน วศิน,ปุ้ย ดวงพร จากโกลเด้นซอง และ ธัชกิตติธัช, นุ อนุกูล, วิ วิรัช จากเพลงเอก และดารานักแสดงรับเชิญ ฟาง-ธนัญธรณ์ บัตรมีจำหน่ายแล้วที่ศูนย์บริการสุนทราภรณ์081-2851427…

ll องคมนตรี พลากร สุวรรณรัฐ เป็นประธานในพิธีพระราชทานเพลิงศพ ศาสตราจารย์เกียรติคุณ อนันต์ชัย เลาหะพันธุ ณ วัดธาตุทอง29 ต.ค. 17.00 น. โดยมีพิธีสวดพระอภิธรรมถึง 28 ต.ค. 18.30 น. ณ ศาลา สิทธิสยามการ 18.30 น. …

ll มิตรสหายร่วมยินดีกับเกรียงไกร เธียรนุกุล ที่ได้รับปริญญาการจัดการดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์สาขาวิชานวัตกรรมการจัดการ วิทยาลัยนวัตกรรมการจัดการ ม.เทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์…

ll ยินดีกับ ชาย เอี่ยมศิริ ที่การบินไทยได้รับรางวัล Guest Experience of the Year จากโครงการ “Taste of Thai Tales” ในงาน Travel Daily Media-Travel Trade Excellence Awards 2024 งานนี้ กรกฏ ชาตะสิงห์, กิตติพงษ์ สารสมบูรณ์, เชฟโบ ตวงพร ทรงวิศวะ ไปร่วมด้วย…

ll ผศ.ดร.ณัฐพล นิมมานพัชรินทร์ แจ้ง ดีป้าเดินหน้ายกระดับองค์ความรู้และทักษะด้านดิจิทัลแก่ผู้บริหารระดับสูงจากหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนอย่างยั่งยืน ผ่านหลักสูตร Digital CEO#8 มุ่งพัฒนาศักยภาพให้เท่าทันกับการเปลี่ยนแปลงด้านดิจิทัลและสอดคล้องกับโลกยุคปัจจุบัน เปิดรับสมัครที่ https://www.depa.or.th/digitalceo หรือโทร.083-1166581…

ll อนุโมทนาบุญกับ พล.ต.ท.บริหาร เสี่ยงอารมณ์ ไปทำบุญทอดกฐิน ณ วัดนาคบางปะหัน จ.พระนครศรีอยุธยา พร้อมเป็นเจ้าภาพกัณฑ์เทศน์มหาชาติด้วย…

ll คณะแพทยศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ขอแสดงความยินดีกับ รศ.พญ.อัจฉรา ตั้งสถาพรพงษ์ ที่ได้รับรางวัลแพทย์สตรีดีเด่น ด้านบริหาร ประจำปี 2567 โดยสมาคมแพทย์สตรีแห่งประเทศไทยในพระบรมราชินูปถัมภ์…

ll ขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวฉายเหมือนวงศ์ ที่สูญเสียพลเอกวัธนชัย ฉายเหมือนวงศ์…ll

คุณแหน

‘JASPAL Croissant Bag Collection’It Bag ใบล่าสุดของสาวๆ แก๊งเพื่อนซี้

https://www.naewna.com/lady/837774

‘JASPAL Croissant Bag Collection’It Bag ใบล่าสุดของสาวๆ แก๊งเพื่อนซี้

‘JASPAL Croissant Bag Collection’It Bag ใบล่าสุดของสาวๆ แก๊งเพื่อนซี้

วันจันทร์ ที่ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

JASPAL (ยัสปาล) เปิดตัว “JASPAL Croissant Bag Collection” กระเป๋าดีไซน์สุดเอ็กซ์คลูซีฟต้อนรับ Fall/Winter 2024 ผลงานการร่วมออกแบบกับสตูดิโอแฟชั่นชื่อดังระดับโลกที่ได้แรงบันดาลใจมาจากรูปทรงของขนมครัวซองต์ นำมาดีไซน์ให้เป็นแฟชั่น ไอเทมที่สามารถเป็น Everyday Bag ของสาวๆ รวมไปถึงเป็นอีกหนึ่งไอเทมที่ช่วยคอมพลีทลุคตอบโจทย์การใช้ชีวิตที่หลากหลาย โดยได้แก๊งเพื่อนซี้ “ก้อย-อรัชพร โภคินภากร, นัตตี้-นันทนัท ฐกัดกุล และ ดรีม-อภิชญา พานิชตระกูล” มาถ่ายทอดแฟชั่นเซตกับลุคที่ผสานทั้งความน่ารักและเซ็กซี่ไว้ด้วยกันอย่างลงตัว เชื่อว่า JASPAL Croissant Bag Collection จะกลายเป็น It Bag ประจำซีซั่นนี้ของสาวๆ อย่างแน่นอน

  JASPAL Croissant Bag Collection มาพร้อมฟังก์ชั่นดีไซน์การถือที่สามารถปรับเปลี่ยน 3 แบบให้สาวๆ เลือกปรับเปลี่ยนเพื่อแมทช์ลุคได้อย่างสนุก Hangbag สำหรับวันที่ต้องการลุคเรียบหรูของน้อยชิ้น Crossbody เหมาะกับวันที่ต้องการความคล่องตัวหรือเดินทางท่องเที่ยว Shoulder bag วันสบายๆ ไปจนถึงวันทำงาน นอกจากฟังก์ชั่นที่หลากหลายแล้วยังมาพร้อมสีสันถึง 6 สี ได้แก่ ดำ ขาว น้ำตาล ชมพู เหลือง และครีม พร้อมเป็นเจ้าของทั้ง 6 สี ได้แล้ววันนี้ที่ร้าน JASPALทุกสาขา หรือผ่านช่องทางออนไลน์ www.jaspal.com

รู้เรื่องยากับเภสัชจุฬาฯ : ยายับยั้งการหลั่งกรดในกระเพาะอาหาร กับความเสี่ยงโรคมะเร็ง

https://www.naewna.com/lady/837764

รู้เรื่องยากับเภสัชจุฬาฯ : ยายับยั้งการหลั่งกรดในกระเพาะอาหาร กับความเสี่ยงโรคมะเร็ง

รู้เรื่องยากับเภสัชจุฬาฯ : ยายับยั้งการหลั่งกรดในกระเพาะอาหาร กับความเสี่ยงโรคมะเร็ง

วันจันทร์ ที่ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

มีคำถามว่าการใช้ยายับยั้งการหลั่งกรดในกระเพาะอาหาร ทำให้เกิดโรคมะเร็ง จริงหรือ เพราะมีข้อมูลบางอย่างระบุว่าการใช้ยานี้เป็นเวลานานๆ ต่อเนื่อง เป็นต้นเหตุให้เกิดความเสี่ยงการเกิดมะเร็งกระเพาะอาหาร จริงหรือ บอกว่าอย่าเพิ่งเชื่อ และอย่าตื่นตูมมากไป

ก่อนอื่นต้องบอกว่า อาการผิดปกติที่ทางเดินอาหารเป็นหนึ่งในอาการที่พบบ่อยในชีวิตประจำวันของคนทั่วไป เช่น อาการปวดแสบท้อง ท้องอืด จุกเสียด อาหารไม่ย่อย อาการเหล่านี้จะมียาที่ใช้บรรเทา เช่น ยาลดกรด ยาขับลม ยาเพิ่มการบีบตัวของทางเดินอาหาร ยาช่วยย่อย 

แต่ยาที่ผู้ป่วยมักถามหา และถูกใช้บ่อย คือ ยาลดกรด ที่ฤทธิ์ลดกรดก็มีหลายประเภท ที่ใช้บ่อยเป็นอันดับต้น คือ ยาที่ออกฤทธิ์สะเทินกรดที่ถูกหลั่งเกินออกมา ซึ่งตัวยามีฤทธิ์เป็นด่าง เช่น sodium bicarbonate, calcium carbonate, magnesium hydroxide, aluminium hydroxide ยาเหล่านี้มีทั้งแบบที่มีตัวยาชนิดเดียว และแบบมีตัวยาหลายชนิด มีทั้งยาเม็ดและยาน้ำ ถ้าเป็นยาเม็ด มักต้องเคี้ยวก่อนกลืน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการรักษา ส่วนกรณียาน้ำต้องเขย่าขวด หรือเขย่าซองก่อนใช้ เพื่อให้ตัวยากระจายตัวดี ทำให้ผู้ป่วยได้รับยาตรงตามขนาดที่ควรจะเป็น

ยาลดกรดอีกกลุ่มหนึ่งที่ออกฤทธิ์ยับยั้งการสร้างกรด หรือที่เรียกว่า Proton Pump Inhibitors หรือเรียกสั้นๆ ว่า ยากลุ่มพีพีไอ (PPIs) ตามกลไกการออกฤทธิ์ ยากลุ่มนี้ได้รับความนิยมมากในปัจจุบัน ตัวยาจะไปลดการผลิตกรดในกระเพาะอาหาร ซึ่งเป็นสาเหตุของโรคกรดไหลย้อน (GERD) แผลในกระเพาะอาหาร และภาวะที่เกี่ยวข้องกับกรดในกระเพาะสูงยากลุ่มนี้มีหลายชนิด เช่น โอเมพราโซล (omeprazole),เอสโอเมพราโซล (esomeprazole), แพนโทพราโซล (pantoprazole)เป็นต้น

ปัญหาสุขภาพเกี่ยวกับระบบทางเดินอาหาร เช่น กรดไหลย้อน แผลในกระเพาะอาหาร มักเป็นปัญหากึ่งเรื้อรัง เป็นๆ หายๆ และมีปัจจัยเสี่ยงจากพฤติกรรมสุขภาพและการบริโภคของผู้ป่วย และเมื่อเกิดอาการจุกเสียดแสบท้อง ผู้ป่วยมักซื้อยาใช้เอง และ PPIs ก็เป็นยาที่ผู้ป่วยถามหา เนื่องจากยามีประสิทธิภาพดี ทำให้ผู้ป่วยหายจากอาการได้อย่างดี และสะดวกในการใช้ รวมถึงไม่ค่อยมีรายงานอาการไม่พึงประสงค์ในระยะสั้น แต่ปัจจุบันมีงานวิจัยพบว่า การใช้ PPIs ในระยะยาวอาจเกี่ยวข้องกับความเสี่ยงเกิดมะเร็ง

มาตรงนี้ ก็ขอบอกผู้อ่านอย่าผลีผลามเอายา PPIs ที่รับประทานอยู่ไปทิ้งขว้างด้วยความกลัวมะเร็ง ขอเน้นว่าระยะยาวที่งานวิจัยอ้างถึงว่าจะเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งก็คือ การใช้ยาทุกวันนานกว่า 1-3 ปี โดยพบว่าความเสี่ยงที่สูงขึ้นเมื่อใช้ต่อเนื่องเกินกว่า 5 ปีขึ้นไป ทั้งนี้หลักฐานยังคงมีข้อจำกัด และผลการศึกษายังไม่สอดคล้องกัน

สิ่งที่คุณต้องเข้าใจก่อนก็คือ ถ้าผู้ป่วยไม่ดูแล และรักษาให้ดีตัวโรคในกระเพาะอาหารเอง ไม่ว่ากระเพาะอาหารเป็นแผล หรืออักเสบเรื้อรัง รวมถึงติดเชื้อแบคทีเรีย H. pylori ก็มีความเสี่ยงการเกิดมะเร็งกระเพาะอาหารอยู่แล้ว และความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นที่พบในบางการศึกษานี้อาจเกี่ยวข้องกับปัจจัยเสี่ยงอื่นๆ ของผู้ป่วยเอง มากกว่าจะเกิดจากการใช้ยา PPIs โดยตรง

ในกรณีที่ใช้ยา PPIs เองต่อเนื่องเป็นเวลานาน ก็ต้องพิจารณาเหตุผล หรือความจำเป็นการใช้ และควรหยุดใช้ยา เมื่อไม่มีอาการ หรือข้อบ่งใช้

สำหรับคนที่จำเป็นต้องใช้ ยา PPIs เพื่อป้องกันการระคายเคืองกระเพาะอาหาร เนื่องจากมีการยาชนิดอื่นๆ เช่น ยาสเตียรอยด์ หรือยาต้านอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ (NSAIDs)รวมถึงคนที่จำเป็นต้องใช้ยา PPIs บ่อย เนื่องจากอาการกำเริบของโรคทางเดินอาหาร เช่น กรดไหลย้อน หรือแผลในกระเพาะอาหารและคนที่อยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ผู้รักษา ก็ไม่ต้องกังวล

ทั้งนี้เราต้องเข้าใจว่าโรคกระเพาะอาหารนั้น บ่อยครั้งเกิดจากการใช้ชีวิตประจำวันของเราเอง จึงควรปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกิน และการใช้ชีวิตให้ลดความเสี่ยงการเกิดโรคหรือเกิดอาการกำเริบ ไม่ว่าจะเป็นการกินมื้อใหญ่ แล้วรีบนอนทันที กินอาหารมันๆ รสจัดๆ ดื่มน้ำอัดลม หรือเครื่องดื่มที่มีกาเฟอีน กินอาหารไม่ตรงเวลา สูบบุหรี่ ดื่มแอลกอฮอล์ ซึ่งเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จะไปทำลายเยื่อบุทางเดินอาหาร รวมถึงการใช้ยาบางประเภทเองโดยไม่ปรึกษาแพทย์ หรือเภสัชกร หากคุณลดละเลิกพฤติกรรมเหล่านี้ได้ เราก็ลดปริมาณการใช้ยา PPIs ลงได้ และทำให้เกิดความปลอดภัยจากการใช้ยาได้มากขึ้น แต่หากคุณเกิดอาการของโรคทางเดินอาหารก็ต้องไปปรึกษาแพทย์ หรือเภสัชกรก่อนใช้ยา และดูแลรักษาตัวเองให้หายขาด บางครั้งก็จำเป็นต้องหาสาเหตุที่แน่ชัด โดยต้องไปส่องกล้องทางเดินอาหารเพื่อการรักษาถูกต้อง

สุดท้ายนี้ หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับยาที่ใช้อยู่ สามารถสอบถามได้ที่ศูนย์ข้อมูลยา คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ทาง line @guruya

รศ.ภญ.ดร.ณัฏฐดา อารีเปี่ยม และ รศ.ภก.ดร.บดินทร์ ติวสุวรรณ

คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

พิธีคำนับครู โขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ ตอน‘พระจักราวตาร’

https://www.naewna.com/lady/837772

พิธีคำนับครู โขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ ตอน‘พระจักราวตาร’

พิธีคำนับครู โขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ ตอน‘พระจักราวตาร’

วันจันทร์ ที่ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

พลอากาศเอก สถิตย์พงษ์ สุขวิมล ราชเลขานุการในพระองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รองประธานกรรมการและเลขาธิการมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และประธานกรรมการอำนวยการ โขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ เป็นประธานในพิธีคำนับครู โขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ ตอน “พระจักราวตาร” ณ วิทยาลัยนาฏศิลป(ศาลายา) สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ เมื่อวันอังคารที่ 22 ตุลาคม 2567 โดยมี ครูสมบัติ แก้วสุจริต ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง(นาฏศิลป์ไทย-โขนละคร) ปี 2566 พร้อมด้วยคณะกรรมการ ผู้กำกับ ครูผู้เชี่ยวชาญ อาจารย์ผู้ฝึกซ้อมศิลปิน นักแสดงโขน ทั้งระดับศิลปินชั้นครูและเยาวชน รวมถึงผู้ปฏิบัติงานทุกส่วน เข้าร่วมพิธีคำนับครู ซึ่งจัดขึ้นเพื่อเป็นการแสดงความเคารพต่อครู อาจารย์ ก่อนเริ่มการแสดงตามธรรมเนียมปฏิบัติที่สืบทอดกันมาอย่างพร้อมเพรียงกัน

“พิธีคำนับครู” เป็นพิธีสำคัญในวงการนาฏศิลป์และดุริยางคศิลป์ ด้วยถือกันว่า เพลงหน้าพาทย์ ดนตรี และท่ารำ เป็นเพลงและท่ารำที่ศักดิ์สิทธิ์ เมื่อเริ่มกิจกรรมแรกด้วยพิธีคำนับครูจะเป็นสิริมงคลสำหรับครูอาจารย์ ศิลปิน นักแสดงทุกคน รวมถึงผู้ที่เข้าร่วมพิธีฯ ภายหลังจากจบพิธีคำนับครู ประธานในพิธีฯ ให้เกียรติมอบทุนพระราชทานมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ ประจำปี 2567 ให้แก่นักแสดงที่ได้รับการคัดเลือก สาขาละครพระ ละครนาง โขนพระ โขนยักษ์ โขนลิง สาขาละ 3 ทุน รวมจำนวน 15 ทุน และให้โอวาทแก่นักแสดงและคณะทำงาน จากนั้นเริ่มทำการซ้อมการแสดงเป็นวันแรก ซึ่งผู้ฝึกซ้อมและนักแสดงทั้งหมดได้มารวมตัวเพื่อทำการฝึกซ้อมร่วมกันเป็นครั้งแรก

สำหรับนักแสดงที่ได้รับการคัดเลือก จำนวน 15 ทุน ดังนี้ สาขาละครพระ จำนวน 3 ทุน ได้แก่ พรรณวลัย วิสุทธิแพทย์ วิทยาลัยนาฏศิลปจันทบุรี สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์, มะลิซ้อน โพนสาลี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, ชุติกาญจน์ เผือกพันธุ์ คณะศิลปนาฏดุริยางค์ สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ สาขาละครนาง จำนวน 3 ทุน ได้แก่ พรรษณสร โชติสิทธิ์วณิช คณะศิลปนาฏดุริยางค์ สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์, ณัชชา เหราบัตร วิทยาลัยนาฏศิลป สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์, ณัฏฐณิชา บุญขันตินาถ คณะศิลปนาฏดุริยางค์ สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ สาขาโขนพระ จำนวน 3 ทุน ได้แก่ อิสระพงศ์ อิสระโชติ วิทยาลัยนาฏศิลป สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์, ธีระ พันเชื้อ วิทยาลัยนาฏศิลป สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์, กฤตภณ พูลเพิ่ม คณะศิลปนาฏดุริยางค์ สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ สาขา โขนยักษ์ จำนวน 3 ทุน ได้แก่ สุวิชชา ใจอารีย์ คณะศิลปนาฏดุริยางค์ สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์, ศุภณิช ดอนแถลง วิทยาลัยนาฏศิลป สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์, รัฐศาสตร์ แซ่โอ้ว วิทยาลัยนาฏศิลป สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ สาขาโขนลิง จำนวน 3 ทุน ได้แก่ สดายุ จุลกะเศียน วิทยาลัยนาฏศิลป สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์, ฐาปนะ ไทรเกต คณะศิลปนาฏดุริยางค์ สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์, วายุบุตร เลี้ยงสอน คณะศิลปนาฏดุริยางค์ สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์

เนื่องในปีนี้ เป็นปีมหามงคลของปวงชนชาวไทย ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเจริญพระชนมพรรษา 72 พรรษา และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงเจริญพระชนมพรรษา 92 พรรษา คณะกรรมการ ผู้กำกับ ครู ผู้เชี่ยวชาญ อาจารย์ผู้ฝึกซ้อม ศิลปิน นักแสดงโขน พร้อมด้วยผู้ปฏิบัติงานทุกคน ได้ถือโอกาสสำคัญนี้ ร่วมกันปฏิบัติหน้าที่ในการแสดงโขนฯ เพื่อร่วมกันสืบสาน รักษา ต่อยอดศิลปวัฒนธรรมของชาติและร่วมกันแสดงความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ ผ่านการแสดงโขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ โดยคณะกรรมการฯ คัดเลือกตอน “พระจักราวตาร” อันเป็นตอนที่แสดงกฤษดาภินิหารของพระจักราหรือพระนารายณ์ที่อวตารลงมาเป็นพระรามโอรสของท้าวทศรถ กษัตริย์แห่งกรุงอโยธยา เพื่อปราบฝ่ายอธรรม เปรียบประดุจพระราชวงศ์จักรีที่ผดุงความสุขความสงบให้กับพสกนิกรชาวไทยตลอดมา สำหรับการแสดงกำหนดจัดแสดงขึ้นระหว่างวันที่ 7 พฤศจิกายน-วันที่ 8 ธันวาคม 2567 ณ หอประชุมใหญ่ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย บัตรราคา 2,000 บาท, 1,800 บาท, 1,000 บาท, 800 บาท และ 600 บาท (รอบนักเรียน ราคา 180 บาท) เปิดจำหน่ายบัตรแล้ววันนี้ที่เคาน์เตอร์ไทยทิคเก็ตเมเจอร์ ทุกสาขา โทร. 02-2623456

แพทย์ รพ.วิมุตแนะเลี่ยงผลิตภัณฑ์แปรรูป หนึ่งปัจจัยเสี่ยงมะเร็งเต้านม

https://www.naewna.com/lady/837763

แพทย์ รพ.วิมุตแนะเลี่ยงผลิตภัณฑ์แปรรูป หนึ่งปัจจัยเสี่ยงมะเร็งเต้านม

แพทย์ รพ.วิมุตแนะเลี่ยงผลิตภัณฑ์แปรรูป หนึ่งปัจจัยเสี่ยงมะเร็งเต้านม

วันจันทร์ ที่ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ในยุคที่ชีวิตเร่งรีบ อาหารแปรรูปกลายเป็นตัวเลือกยอดนิยมของคนทุกวัย ด้วยความสะดวก รสชาติอร่อยถูกปาก และหาซื้อได้ง่าย ไม่ว่าจะเป็นไส้กรอก แฮม หรืออาหารกระป๋อง แต่หลายคนอาจไม่รู้ว่าอาหารเหล่านี้เต็มไปด้วยสารกันบูดและสารเคมี ถ้ากินบ่อยๆ ก็จะเพิ่มความเสี่ยงโรคมะเร็ง ซึ่งรวมถึง “มะเร็งเต้านม” ได้เช่นกัน โดยข้อมูลจากสถาบันมะเร็งแห่งชาติในปี พ.ศ. 2563 พบว่ามีผู้ป่วยมะเร็งเต้านมรายใหม่ 18,000 คนต่อปี และเสียชีวิตประมาณ 4,800 คนซึ่งแนวโน้มอัตราการเกิดโรคยังคงเพิ่มขึ้น นับเป็นสถิติที่น่าเป็นห่วง

พญ.จิราวดี ร่วมเจริญชัย แพทย์ผู้ชำนาญการด้านมะเร็งเต้านม ศูนย์เต้านม โรงพยาบาลวิมุต กล่าวว่ามะเร็งเต้านม คือ การเจริญเติบโตที่ผิดปกติของเซลล์ในเนื้อเยื่อเต้านม และสามารถแพร่กระจายไปยังส่วนอื่นๆ ของร่างกายได้ ซึ่งเมื่อเป็นจะมีอาการ เช่น คลำพบก้อนเนื้อบริเวณเต้านมหรือใต้รักแร้ รูปร่างเต้านมผิดปกติ รู้สึกเจ็บหรือมีแผลบริเวณหัวนม “มะเร็งเต้านมสามารถแบ่งได้สองกลุ่มใหญ่ๆ กลุ่มหนึ่งมีสาเหตุจากความผิดปกติของพันธุกรรม พบได้ประมาณ 10-15% ของผู้ป่วย ส่วนอีกกลุ่มหนึ่งสาเหตุไม่ชัดเจน แต่ปัจจุบันพบว่ามีบางปัจจัยที่เพิ่มความเสี่ยงในการเป็นมะเร็งเต้านม เช่น เป็นเพศหญิง มีประวัติครอบครัวเป็นมะเร็ง เคยฉายรังสีบริเวณหน้าอก เคยเป็นมะเร็งเต้านมข้างหนึ่ง รวมถึงปัจจัยอื่นๆ ได้แก่ การกินอาหารแปรรูปเป็นประจำ การใช้ยาฮอร์โมน ภาวะน้ำหนักเกิน การดื่มแอลกอฮอล์ การใช้ยาฮอร์โมนทดแทนหลังวัยหมดประจำเดือน

มะเร็งเต้านมในระยะแรกมักไม่มีอาการ แต่ถ้าสังเกตเห็นความผิดปกติบริเวณเต้านมหรือคลำแล้วเจอก้อนเนื้อ ก็ควรรีบมาพบแพทย์ทันที แนะนำให้ผู้หญิงทุกคนที่อายุ 40 ปีขึ้นไป มาตรวจคัดกรองแม้จะยังไม่มีอาการ เพราะยิ่งตรวจเจอไวก็ยิ่งมีโอกาสรักษาให้หายขาดได้มากขึ้น การวินิจฉัยจะเริ่มจากการตรวจร่างกาย คลำเต้านม ตรวจต่อมน้ำเหลือง ซักประวัติ และทำแมมโมแกรมร่วมกับอัลตราซาวนด์ หากพบความผิดปกติ จะมีการเจาะชิ้นเนื้อเพื่อตรวจเพิ่มเติม อย่างไรก็ตาม ก้อนที่คลำพบอาจไม่ใช่มะเร็งเสมอไป แต่อาจเป็นถุงน้ำหรือเนื้องอกธรรมดา หากตรวจพบมะเร็งเต้านมตั้งแต่ระยะแรก จะเพิ่มโอกาสในการรักษาให้หายขาดได้มากกว่า 90% ในระยะ 5 ปีแรก ซึ่งวิธีการรักษามะเร็งเต้านมจะขึ้นอยู่กับระยะและลักษณะมะเร็งของแต่ละคน มีทั้งการผ่าตัด การให้ยา และการฉายรังสี

ทุกคนสามารถลดความเสี่ยงโรคมะเร็งได้ด้วยตนเอง ด้วยการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอและควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน นอกจากนี้ควรเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์ สูบบุหรี่ รวมถึงลดการกินอาหารแปรรูป และหันมาเลือกกินอาหารปรุงสดใหม่ที่มีประโยชน์เพื่อส่งเสริมภูมิคุ้มกันให้ร่างกาย

“ปัจจุบันมะเร็งเต้านม เป็นมะเร็งที่พบมากที่สุดในเพศหญิง ส่วนใหญ่ยังมีสาเหตุไม่ชัดเจน แต่เราก็สามารถดูแลตัวเองเพื่อลดความเสี่ยงได้ เริ่มจากเรื่องทั่วไปในชีวิตประจำวัน ออกกำลังกายบ่อยๆ กินอาหารที่ดีมีประโยชน์ต่อร่างกาย พยายามลดและเลี่ยงอาหารแปรรูป ที่สำคัญคือการตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมเป็นประจำทุกปี แม้จะยังไม่มีอาการใดๆ จะช่วยให้ตรวจเจอโรคตั้งแต่เนิ่นๆ เพิ่มโอกาสรักษาให้หายขาดได้” พญ.จิราวดี กล่าวทิ้งท้าย

ทั้งนี้ สามารถขอรับคำปรึกษาแพทย์โรงพยาบาลวิมุตเพิ่มเติม ได้ที่ศูนย์เต้านม ชั้น 4 หรือโทรนัดหมาย 02-0790040 เวลา 08.00-20.00 น. หรือใช้บริการ Telemedicine ปรึกษาแพทย์ออนไลน์ผ่าน ViMUT App คลิก https://bit.ly/372qexX

พญ.จิราวดี ร่วมเจริญชัย

ชวนชมนิทรรศการภาพถ่าย‘ความงดงามของอนิจจัง’

https://www.naewna.com/lady/837773

ชวนชมนิทรรศการภาพถ่าย‘ความงดงามของอนิจจัง’

ชวนชมนิทรรศการภาพถ่าย‘ความงดงามของอนิจจัง’

วันจันทร์ ที่ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

องค์การพุทธศาสนิกสัมพันธ์แห่งโลก (พ.ส.ล.) ชวนชมนิทรรศการภาพถ่าย “ความงดงามของอนิจจัง” โดย Mr.Lee Yong Ha ศิลปินช่างภาพที่มีชื่อเสียงของประเทศเกาหลีใต้ ได้รวบรวมผลงานกว่า 61 ชิ้น มาจัดแสดง ณ บริเวณชั้นที่ 1-2 ของหอศิลป์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ โดยมี พัลลภ ไทยอารีประธานองค์การพุทธศาสนิกสัมพันธ์แห่งโลก เป็นประธานในพิธีเปิดนิทรรศการ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 6 ตุลาคม ที่ผ่านมา

ภาพถ่ายชุดนี้ เกิดขึ้นจากแรงบันดาลใจและสายตาแหลมคมของศิลปินช่างภาพ ที่มองเห็นความงดงามของการเสื่อมสลายของธรรมชาติ พืชพรรณ และดอกไม้ จึงได้ใช้ความเพียรพยายามเป็นเวลาหลายปี เพื่อเก็บความงดงามเหล่านี้เพราะโอกาสที่จะได้ภาพที่งดงามเช่นนี้จะเกิดขึ้นเพียงหนึ่งหรือสองวันในปีหนึ่งเท่านั้น Mr.Lee Yong Ha ได้รังสรรค์ภาพถ่ายที่งดงามราวกับภาพเขียนที่เกิดขึ้นจากจินตนาการเหล่านี้ จากความเพียรพยายามตลอดเวลานับ 10 ปีของการเสาะแสวงหาและเก็บภาพความงดงามของธรรมชาติ โดยปราศจากการตกแต่งภาพด้วยเทคนิคต่างๆ ตามที่นิยมใช้กันในปัจจุบัน สำหรับท่านที่มีความประสงค์อยากจะเป็นเจ้าของภาพเหล่านี้ ซึ่งศิลปินจะมอบภาพและลิขสิทธิ์ของภาพ ที่มีเพียงหนึ่งเดียวให้กับท่าน ศิลปินยินดีที่จะให้ท่านครอบครองจับจองภาพเหล่านี้ได้ โดยจะนำรายได้ส่วนหนึ่งไปบริจาคให้กับองค์การพุทธศาสนิกสัมพันธ์แห่งโลก เพื่อใช้ในงานการเผยแผ่พระพุทธศาสนาในระดับโลกต่อไป

นิทรรศการภาพถ่าย “ความงดงามของอนิจจัง” จัดแสดงจนถึงวันที่ 17 พฤศจิกายน 2567 ณ หอศิลป์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ถนนราชดำเนินกลาง เปิดให้เข้าชมทุกวัน เวลา 10.00-19.00 น. (ปิดทุกวันพุธ)