ปันปัน สุทัตตา เคยรู้สึกหมดไฟจนต้องหยุดรับงาน! เผยเบื้องลึกปิดฉากรัก 7 ปี

https://www.thairath.co.th/entertain/celeb/2820858

ปันปัน สุทัตตา เคยรู้สึกหมดไฟจนต้องหยุดรับงาน! เผยเบื้องลึกปิดฉากรัก 7 ปี

19 ต.ค. 2567 14:28 น.

ปันปัน สุทัตตา เคยรู้สึกหมดไฟจนต้องหยุดรับงาน! เผยเบื้องลึกปิดฉากรัก 7 ปี

เปิดใจนักแสดงสาว ปันปัน สุทัตตา ในรายการ WOODY FM มาอัปเดตชีวิตที่เปลี่ยนไป ครั้งหนึ่งเคยรู้สึกหมดไฟในการทำงาน พร้อมเผยเบื้องลึกหลังปิดฉากรัก 7 ปี ตอนนี้ไม่ได้ปิดกั้นเรื่องความรักหากมีใครเข้ามา

ตอนนี้คุณดูมีความสุขมากขึ้น แล้วในสมัยก่อนเป็นยังไงวัย 20 ปี?

ปันปัน : สมัยตอนเด็กๆ 20 ปี คิดว่าโอเคขึ้นแล้ว ใจเย็นขึ้นกว่าในตอนอายุ 10 กว่าปี เริ่มรู้ว่าอะไรเป็นอะไร คิดมากขึ้น แต่ก็ยังคิดไม่ได้ขนาดนั้น จะเป็นคนที่ทำอะไรตามใจตัวเองเป็นหลัก รู้สึกแบบนี้ อยากทำแบบนี้ ฉันต้องได้ทำ ไม่ค่อยฟังใคร จะฟังตัวเอง

พ่อแม่ก็ไม่ฟัง?

ปันปัน : ไม่ค่อยฟังค่ะ แต่พ่อแม่หนูจะเลี้ยงในแบบที่ว่าให้เราไปเจอโลกด้วยตัวเอง เขาจะไม่ห้าม ไม่ตีกรอบเรา อยากทำอะไรทำ ชีวิตตัวเอง โตแล้วคิดเอาเอง

วันนี้ในชีวิตรู้สึกว่าได้เห็นอะไรเกี่ยวกับตัวเองที่ไม่เคยสัมผัสมาก่อน?

ปันปัน : เห็นว่าทุกวันนี้รู้สึกว่าตัวเองมีเหตุผลมากขึ้นกว่าเมื่อก่อน ใช้สมองมากกว่าหัวใจ จะรู้ว่าอันนี้เป็นสิ่งที่ควรทำ เป็นสิ่งที่ถูกต้อง แล้วเราก็จะตัดมันง่ายกว่าเมื่อก่อน ถ้าเมื่อก่อนเราจะแบบคิดแบบนี้มันดี ชอบแบบนี้ จะทำแบบนี้ ตอนนี้ใช้ตรรกะและเหตุผลมากขึ้น

วู้ดดี้ได้เจอปันปันในวัดแห่งหนึ่ง เป็นภาพที่ตกใจมากว่ามาทำอะไรที่นี่ ตอนนั้นก็มีการเข้าวิปัสสนาหลายวัน?

ปันปัน : ใส่ชุดขาวเดินมาสอบอารมณ์กันตอนเช้า (หัวเราะ) ตอนนั้นก็คือรู้สึกว่าพวกเราเปลี่ยนไปเยอะมาก มันทำให้ใจเย็นลง รู้จักตัวเองมากขึ้น รู้ว่าความโกรธมาแล้วนะ หนูจะคิดเลยว่าสมมติเราโกรธใคร เราไม่ได้อะไรจากการโกรธนั่นขึ้นมาเลย ซีเรียสอยู่คนเดียวข้างใน แต่อีกฝ่ายหนึ่งไม่ได้รู้สึก เขาไม่ได้มาฉุนเฉียวกับเรา

อีกเรื่องหนึ่งก็คือหาความสุขให้กับตัวเองในทุกๆ วัน ถ้าเราตื่นมาแล้วมีความสุขได้กับเรื่องเล็กๆทุกอย่างเราจะแฮปปี้ ซึ่งปกติแล้วจะติดกับโซเชียลมีเดียหรืออะไรสักอย่างแต่ตอนนั้นเราไม่ได้เล่นมือถือ 10 วัน นั่งมองนกโน้นนี่นั่น ก็รู้สึกว่าชีวิตก็มีแค่นี้ คือเราอยู่กับตัวเองให้ได้แล้วก็มีความสุขกับตัวเอง ฉันคือปันปันนั่งอยู่ตรงนี้ ฉันคือใครกันแน่ อันนี้คือสิ่งที่ได้จากการไปในครั้งนั้น

ความสำเร็จของคุณคืออะไรในตอนนี้?

ปันปัน : คือการที่รู้สึกว่าแฮปปี้กับตัวเอง Successful ในแบบของเรา รู้สึกว่าไปไหนอยู่ตรงไหนแล้วเราแฮปปี้ รู้สึกว่าตัวเองพอแล้ว โอเคแล้ว ไม่เทียบกับใคร มีความสุขในทุกๆ วัน

เราโตขึ้นทุกวัน แล้วก็ควรจะต้องดีใจกับทุกวันนี้ที่เรายังมีชีวิตอยู่?

ปันปัน : ใช่ค่ะ วันนี้เราได้เรียนรู้อะไรบางอย่าง เราอ่านข่าวนี้ก็มีความสุขแล้ว หนูมีความสุขในทุกวันในชีวิตเลยจริงๆ

พี่ดีใจกับคุณด้วย แต่เรื่องภาวะหมดไฟที่เคยขึ้นอยากให้ช่วยแชร์นิดหนึ่ง?

ปันปัน : มีช่วงหนึ่งในชีวิตที่รู้สึกว่าเราลืมตามาแล้วไม่มีความสุข อย่างที่บอกเราเป็นคนที่ลืมตามาแล้ววันนี้ฉันทำอะไรดี ตื่นเต้นจังเลยจะได้ไปโน้นไปนี่ แต่มีบางช่วงที่รู้สึกโอ๊ยเหนื่อย ทำอะไรอยู่ ทำไมมันหมดไฟขนาดนี้ ทำไมเหนื่อย ไม่มีความสุขตอนลืมตาขึ้นมา เป็นอยู่ช่วงหนึ่งรู้สึกทรมาน เราต้องจัดการตัวเอง ถ้าตื่นมาแล้วเป็นแบบนี้ ไปทำงานแบบไม่มีความสุข พลังงานเราก็จะไม่ดี เพราะเป็นคนที่เชื่อในเรื่องพลังงานของคนรอบๆ ตัวมาก

ช่วงนั้นก็จัดการตัวเองหยุดพักในทุกๆ อย่าง ขอออกไปเที่ยว หรือไปสถานที่ต่างๆ สักนิดหนึ่ง เบรกตัวเองออกมา แล้วก็จูนตัวเองใหม่ เริ่มใหม่ ก็ดีขึ้นแต่ว่าใช้เวลา คือความที่เราเป็น Extrovert มากๆ ด้วย จะรู้สึกว่าการที่เราได้ออกไปแล้วเจอคนที่มีพลังงานดีๆ แล้วเราได้รับเข้ามามันจะโอเค แล้วเราก็ต้องกันตัวเองจากคนที่ Negative หมายถึงว่าถ้าเราไปที่นี่แล้วรู้ว่าคนนี้พลังงานไม่ดี เราก็เลือกที่จะเดินไปอีกฝั่งหนึ่ง ต้องกันตัวเองให้ถูก

คุณเป็น Introvert หรือ Extrovert?

ปันปัน : Extrovert มากๆ

ในส่วนของแฟนที่ผ่านๆ มาสังเกตไหมว่าพลังงานจะคล้ายหรือต่างจากเรา?

ปันปัน : ต่างค่ะ ถ้าเหมือนกันมากไปอยู่ด้วยกันไม่ได้ มันตีกัน แต่ถ้าเกิดว่าอีกคนหนึ่งเบรกเราได้ มันก็จะอยู่ด้วยกันได้นาน ส่วนใหญ่เขาจะเป็นสไตล์นิ่งๆ หน่อย เพราะว่าหนูคือเด็กแสบของประวัติศาสตร์โลกแล้วจริงๆ ทุกคนรู้ แล้วเป็นคนที่มี Energy เยอะ ซึ่งคนที่จะอยู่กับเราได้ต้องตรงข้าม ต้องคุมให้อยู่ นี่คือสิ่งที่ผ่านมานะคะ

ล่าสุดก็เพิ่งจบไปกับเรื่องของความสัมพันธ์ วันนี้เราเรียนรู้ในวิธีการจบแบบที่ราบรื่นไหม?

ปันปัน : ราบรื่นมากค่ะ ก็คือคุยด้วยแบบมีตรรกะมาก คือที่ผ่านมาเราเป็นคนที่ใช้อารมณ์มาก อาจจะมีการทะเลาะกัน บอกเลิกโน้นนี่นั่น งอแง ปัญญาอ่อน แล้วเหมือนเราทะเลาะกับตัวเอง แต่รอบนี้มันคือการที่เราแบบทักษะด้านตรรกะและเหตุผล เป็นเพราะอะไร 1 2 3 แล้วทุกสิ่งทุกอย่างก็สมเหตุสมผล ก็เลยเข้าใจได้ เห็นด้วย แล้วก็แบบโอเคดีกว่า

อะไรเป็นจุดที่เราตัดสินใจว่าจะต้องหยุด ยุติความสัมพันธ์?

ปันปัน : ความรู้สึกล้วนๆ เลยค่ะ ที่อยู่ตรงนี้แล้วเราไม่มีความสุข อยู่ตรงนี้แล้วไม่แฮปปี้ ไม่ว่าจะกับตัวเองหรือกับใคร มันจะมีจุดที่รู้สึกว่าไม่ไหวแล้ว คือหนูใช้การเปรียบเทียบว่าความรักเรามันเป็นเหมือนกระดาษสีขาว แล้วมันมีจุดดำๆอยู่แค่ 1 จุดตรงกลาง แล้วพี่จิ้มจุดนั้นไปเรื่อยๆ ทุกวันจนวันนี้มันเป็นรูแล้ว เอาไม่อยู่แล้ว รู้สึกว่าใจเรามันไปแล้ว มันไปยากนะ แต่พอมันไปแล้วมันไปเลย นี่คือปัญหาตอนนั้น

วันนี้จะอยู่กับตัวเองไปก่อน หรือว่า Let it be?

ปันปัน : ตอนนี้ Let it be นิดหนึ่งค่ะ ถ้ามีอะไรเข้ามาหนูไม่ได้ปิด แต่ว่าหนูก็ต้องให้ตัวเองมาก่อนมากขึ้น ในสมัยก่อนเราก็จะเป็นคนที่อยากให้ทุกคนมีความสุขเวลาอยู่รอบๆ เรา แล้วเราจะเอาความสุขของตัวเองไว้ท้ายสุดเสมอ เป็นแบบนี้ตลอดกับทุกคน แต่เดี๋ยวนี้จะรู้สึกว่าถ้าเราไม่มีความสุข ถ้าอึดอัดในการจุดนี้ เราไม่ไปดีกว่า เราปฏิเสธคนให้เป็น ปกติหนูจะเป็นคนที่ปฏิเสธคนไม่เป็น ใครให้ทำอะไรให้ไปไหนจะเกรงใจ โอเคทำให้หมด แต่ตอนนี้ต้องฝึก Say No ถ้าเราไม่อยากทำอะไร

ปฏิเสธโดยที่ไม่ทำให้อีกฝ่ายเสียใจมีศาสตร์ของมันไหม?

ปันปัน : ปันเป็นคนที่ค่อนข้างจริงใจในระดับหนึ่ง ซึ่งคนที่เรากำลังจะปฏิเสธเขา จะเข้าใจว่าเราคิดอะไร ทำไมเราถึงทำแบบนั้น มีความกล้าที่จะปฏิเสธคนมากขึ้นเมื่อเราโตขึ้น อาจเป็นเพราะเมื่อก่อนรู้สึกว่าเราเด็กมั้ง พอเด็กก็ต้องยอมทุกคน ตอนนี้เริ่มโตขึ้นมีความคิดของตัวเองแล้ว

สามารถติดตาม Woody FM ได้ที่ช่องทาง Podcast : WOODY FM , Facebook: Woody, Youtube: Woody ทุกวันพุธ เวลา 19.00 น.

ชมคลิป

เอส กันตพงศ์ เผยนาทีหัวใจเต้นเร็วผิดปกติ เครื่องกระตุ้นทำงานครั้งแรก (คลิป)

https://www.thairath.co.th/entertain/celeb/2820853

เอส กันตพงศ์ เผยนาทีหัวใจเต้นเร็วผิดปกติ เครื่องกระตุ้นทำงานครั้งแรก (คลิป)

19 ต.ค. 2567 13:31 น.

เอส กันตพงศ์ เผยนาทีหัวใจเต้นเร็วผิดปกติ เครื่องกระตุ้นทำงานครั้งแรก (คลิป)

เรียกว่าเป็นนาทีชีวิตอีกครั้งในชีวิตของพระเอก-พิธีกรหนุ่มเข้ม เอส กันตพงศ์ บำรุงรักษ์ เมื่อเจ้าตัวเกิดอาการหัวใจเต้นเร็วผิดปกติหลังจากออกกำลังกายตีแบดมินตันกับเพื่อนๆ และทำให้เครื่องกระตุ้นหัวใจทำงานเป็นครั้งแรก จนต้องนำตัวส่ง รพ.

ล่าสุด เอส กันตพงศ์ เล่าถึงเรื่องนี้ผ่านทางอินสตาแกรม @s_kantapong_b โดยโพสต์คลิปตอนที่กำลังตีแบดกับเพื่อน และทรุดตัวลงหลังหัวใจเต้นเร็วผิดปกติและเครื่องกระตุ้นหัวใจทำงาน พร้อมทั้งเขียนข้อความว่า “เครื่องกระตุ้นหัวใจที่ผมฝังไว้ก่อนที่ผมจะออกจากโรงพยาบาลเมื่อช่วงเดือนสิงหาคม ปี 2566 

ในที่สุดก็ได้เกิดการทำงานขึ้น หลังจากที่ผมฝังเครื่องนี้มาเป็นเวลา 1 ปีกว่าๆ ครับ เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในสนามแบดมินตัน เมื่อวันอาทิตย์ที่ 13 ต.ค. 2567 เวลาประมาณ 17.58 น. หลังจากที่ผมเพิ่งตีแบดในเกมแรกเสร็จ (ใช้เวลาตีไปประมาณ 10 นาที) และมาซ้อมต่อตามคลิป (ใช้เวลาไปประมาณ 1 นาที) แต่จู่ๆ เครื่องก็ได้กระตุกขึ้นถึง 2 ครั้งอย่างแรงมากครับ!

ซึ่งตอนที่เครื่องทำงานมันกระตุกแรงมาก ถึงขนาดที่ส่งแรงกระแทกจากหัวใจไปที่หน้าอกและหัวไหล่ทั้งสองข้าง และขึ้นไปจนถึงช่องปากช่วงใต้ฟันกรามครับ และหลังจากที่เครื่องกระตุกเสร็จ ผมรู้สึกแทบจะไม่มีแรงไปทั่วทั้งตัว จนยืนแทบจะไม่ไหว และพูดแทบจะไม่ได้ จนต้องนั่งลงไปก่อนตามในคลิปที่ทุกท่านเห็นครับ 

หลังจากนั้นคุณแม่จึงต้องรีบนำตัวผมส่งโรงพยาบาลเพื่อเข้าห้อง CCU (Cardiac Care Unit) แผนกผู้ป่วยวิกฤตหัวใจและหลอดเลือดครับ ซึ่งผมได้นอนรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลมา 3 วัน 2 คืน ตั้งแต่วันอาทิตย์ที่ 13 ถึงวันอังคารที่ 15 ต.ค. ครับ ซึ่งคุณหมอแจ้งว่าสาเหตุที่ทำให้เครื่องทำงานเกิดจาก ณ ตอนนั้นเครื่องจับได้ว่าหัวใจของผมเต้นเร็วถึง 200 ครั้งต่อนาที เครื่องจึงทำการกระตุกเพื่อลดอัตราการเต้นที่เร็วเกินไปของหัวใจครับ 

แต่สาเหตุหลักที่ทำให้หัวใจของผมเต้นเร็วถึง 200 ครั้งต่อนาทีในขณะที่กำลังยืนอยู่เฉยๆ ยังคงเป็นสิ่งที่อาจจะต้องใช้เวลาหาข้อสรุปอยู่ครับ เพราะผลการตรวจร่างกาย ณ วันนั้นที่โรงพยาบาลหลังเกิดเหตุ ค่าเฉลี่ยทุกอย่างออกมาเป็นค่าปกติหมดทุกอย่างครับ

ขั้นต้นสาเหตุไม่ได้มาจาก
1. การออกกำลังกาย (เพราะประวัติในการเต้นของหัวใจของผมเครื่องได้ทำการบันทึกไว้ทั้งหมด ซึ่งปกติผมจะเล่นครั้งละประมาณ 1-2 ชั่วโมง โดยประวัติในวันเหล่านั้นไม่มีปัญหาในการเต้นของหัวใจแต่อย่างใดครับ)
2. ไม่เกี่ยวกับการแพ้อาหาร (เพราะผลการตรวจออกมาปกติครับ)
3. ไม่เกี่ยวกับการนอนพักผ่อนน้อย (เพราะผลการตรวจออกมาปกติ และตั้งแต่ออกจากโรงพยาบาลมาผมนอนวันละ ประมาณ 6-7 ชั่วโมงครับ)

หากได้ข้อสรุปเพิ่มเติมยังไงผมจะพยายามมาแจ้งให้ทราบนะครับ หวังว่าผมคงยังจะมีโอกาสมากพอในชีวิตนี้ ที่จะสามารถมาแบ่งปันเรื่องราวเกี่ยวกับโรคนี้ เพื่อเป็นวิทยาทานที่เป็นประโยชน์ให้กับคนอื่นๆ ไม่มากก็น้อยนะครับ 

เอส กันตพงศ์”

เก๋ รุ่งนภา เคลียร์ชัดไม่ใช่แฟน จิน จรินทร์ รับเป็นจังหวะนรก โล่งได้ชี้แจง

https://www.thairath.co.th/entertain/celeb/2820851

เก๋ รุ่งนภา เคลียร์ชัดไม่ใช่แฟน จิน จรินทร์ รับเป็นจังหวะนรก โล่งได้ชี้แจง

19 ต.ค. 2567 12:35 น.

เก๋ รุ่งนภา เคลียร์ชัดไม่ใช่แฟน จิน จรินทร์ รับเป็นจังหวะนรก โล่งได้ชี้แจง

หลังจากที่อดีตนักแสดงสาว เก๋ ณัฏฐ์ธนิน หรือ เก๋ รุ่งนภา ตกเป็นข่าวกับนักธุรกิจหนุ่ม จิน จรินทร์ ธรรมวัฒนะ อดีตสามีของนางร้าย-ผู้จัดละครสาว หนิง ปณิตา เพราะมีภาพออกงานด้วยและดูมีความสนิทสนมกับฝ่ายชาย จนกลายเป็นกระแสฮือฮาก่อนหน้านี้ ล่าสุด เก๋ มาร่วมงานเปิดตัวเครื่องครัว CIRCULON SCRATCHDEFENSE : THE EXCLUSIVE FINE DINING ที่ร้านเสน่ห์จันทร์ ชั้น 1 อาคารสินธร ถ.วิทยุ จึงได้เปิดใจเคลียร์ถึงข่าวที่เกิดขึ้น รวมทั้งอัปเดตชีวิตในปัจจุบันว่าเป็นอย่างไรบ้าง

อัปเดตหน่อยตอนนี้ทำอะไรอยู่?
“ตอนนี้มีหลายอย่างเลยค่ะ แต่เดี๋ยวจะมีโปรเจกต์ที่กำลังจะมีขึ้นวันที่ 29 พ.ย. ชื่อว่า Private Zone เป็นการเปิดโซนไพรเวตคอนเสิร์ตให้คนที่เข้ามาซื้อตั๋วได้ใกล้ชิดกับศิลปิน ซึ่งวันที่ 29 พ.ย. นี้จะเป็นวงนูโว ตอนนี้ก็เป็นผู้จัดคอนเสิร์ตค่ะ” 

เริ่มมาทำส่วนนี้ได้ยังไง?
”จริงๆ นอกเหนือจากงานบันเทิงอื่นๆ ที่เก๋เคยทำก็จะมาทางสายพีอาร์ การตลาด ทำอีเวนต์ แล้วก็เพิ่งจับพลัดจับผลูมาทำสายคอนเสิร์ตกับพี่ๆ ศิลปินที่รู้จักกันค่ะ”

เตรียมงานยังไงบ้าง?
“ทำทุกอย่างเลยค่ะ เป็นทุกอย่างให้เธอแล้ว ดูทุกอย่างไม่ว่าจะเป็นคอนเซ็ปต์ งบ ศิลปิน สถานที่ ดูทุกอย่างค่ะ”

คิดถึงงานในวงการไหม?
“พูดตรงๆ ก็คิดถึงค่ะ มันเป็นงานที่เราชอบอีกสายงานนึง แต่ก็ไม่ได้ถึงกับว่าต้องโหยหา เพราะก็รู้ตัวเองอยู่ว่าเราก็ไม่ใช่รุ่นใหม่ (หัวเราะ) และเด็กรุ่นใหม่สมัยนี้ก็สวยมาก หน้าตาน่ารักน่าเอ็นดู เราเห็นยังรู้สึกว่าคนนี้น่ารักจังเลย รู้สึกว่าถ้ากลับไปเล่นคงได้บทคนแก่และผู้ใหญ่มากเลย คิดว่าอย่าดีกว่า ขอเป็นแค่คนแก่หรือผู้ใหญ่ในโลกของความเป็นจริงก็พอแล้ว”

หายจากงานเบื้องหน้าไปนานแค่ไหน?
“นานค่ะ ถ้าเป็นลักษณะของการเล่นละครก็นาน แต่ถ้ามีเล็กๆ น้อยๆ อย่างเล่นเอ็มวีก็มีบ้างค่ะ และมีทำยูทูบ แต่งานแสดงก็ติดต่อมาได้นะคะ แต่ถ้าเล่นเป็นอาม่าหรืออะไรก็ขอดูอีกที แต่ก็ไม่แน่นะ น่าเล่นอยู่”

เก๋ ดัชชี่ จำได้ไหม เป็นตำนานสาวหน้าหมวย?
“ใช่ๆ เพราะว่าสมัยก่อนผู้หญิงหน้าหมวยจะน้อย ก็อาจจะเป็นไปได้”

หัวใจตอนนี้?
“โสดสนิทร้อยเปอร์เซ็นต์ค่ะ (ยิ้ม) มีความสุขกับการโสด แล้วตอนนี้พอเวลาเรามีลูก รู้สึกว่าความรักที่เรามองมันไม่เหมือนก่อนหน้านี้ สมัยก่อนความรักภาพมันจะดูสวีตหวานดูกุ๊กกิ๊ก แต่พอเราผ่านการแต่งงานแล้ว เลิกแล้ว มีลูก ความรักทุกอย่างมุมมองมันเปลี่ยนไปหมด เราจะมาโฟกัสที่ลูกๆ เป็นหลัก และในความรักที่นอกเหนือจากความเป็นแฟนมาอีกแบบ เราอยากได้คนที่อยู่ด้วยแล้วสบายใจ และมันต้องเติมเต็มในสิ่งที่เรามีอยู่กับลูก ฉะนั้นก็เลยไม่ได้เป็นอะไรที่เป็นเมนหลักเลย กลายเป็นว่าลูกคือที่สุดมากกว่า”

เหงาไหมตอนนี้?
“ไม่เลยค่ะ ต้องลองมีลูกถึงจะรู้ว่ามันไม่เหงาเลย มีแต่พักบ้างก็ได้นะ อยากหยุดบ้างเป็นบางวัน (ยิ้ม)”

ปิดเลยหรือเปิดใจอยู่บ้าง?
“ไม่เคยปิดและไม่ได้เปิด มันเหมือนกับใช้ชีวิตอยู่กับตัวเองและลูกเยอะ ฉะนั้นจะเรียกว่าปิดมั้ยก็ไม่ ก็ยังเปิดรับอยู่นะคะ ถ้าใครที่คิดว่ายังโสดและโอเคก็ยังเปิด (ยิ้ม) แต่ถามว่าปิดมั้ย เรียกว่าไม่ได้ไปหามากกว่า มันไม่ได้อยู่ในวัยที่เราต้องการหาแล้ว และเก๋มองว่าคนที่อยู่ในเจนเราวัยนี้ก็อยู่เป็นโสดเยอะนะ เก๋ก็ 40 กว่าแล้ว บางคน 40-50 ที่ยังโสดก็มี ไม่เหงาค่ะ ถ้าเหงาก็ไปอยู่กับเพื่อน”

คนเข้าใจว่าเป็นรักใหม่ของจิน จรินทร์?
“ทุกวันนี้ก็ยังสนิทนะคะ เพราะว่าเก๋กับพี่จินทำโปรเจกต์ร่วมกันอยู่ เราทำโปรเจกต์ Private Zone ด้วยกัน”

จินมาจีบไหม?
“ไม่ค่ะ เอาจริงๆ เก๋มองว่าสำหรับความเป็นพี่ เป็นเพื่อน พี่จินเป็นคนน่ารัก เก๋ไม่ได้บอกว่าเขาเป็นคนไม่น่ารักนะคะ เขาเป็นพี่ เป็นเพื่อนที่น่ารัก”

กลัวคนเข้าใจผิดไหม?
“มันก็เข้าใจผิดกันไปเยอะแล้วนะ (หัวเราะ)”

หนุ่มๆ ก็จะไม่กล้าเข้ามาจีบเรานะ?
“เก๋เฉยๆ เพราะอย่างที่บอกว่าเก๋ไม่ได้มองเรื่องความรักเป็นหลัก เพื่อนๆ รอบข้างเก๋ทุกคนจะรู้ว่าเป็นยังไง”

ตอนนั้นที่มีภาพกับจินคู่กัน แล้วเป็นช่วงที่จินหย่าพอดี เรียกว่ากลายเป็นจังหวะนรก?
“ก็นรกมาก ชีวิตเก๋ก็จังหวะนรกมาหลายเรื่องอยู่เหมือนกันเนอะ (ยิ้ม) แต่ตอนช่วงที่ข่าวออกเราก็อ้าว อะไรวะ  แต่มันก็ไม่มีอะไร เพราะเป็นเพื่อน ทุกคนรอบข้างเก๋รู้หมด ก็เลยโอเค ทั้งเพื่อนเก๋ ทั้งลูก พ่อแม่ คนที่อยู่รอบข้างที่เก๋ใช้ชีวิตต้องเจอกันทุกๆ วันเขารู้ก็เลยโอเค ยืนยันว่าโสดนะคะร้อยเปอร์เซ็นต์ค่ะ จีบได้ค่ะ แต่ขอถามลูกๆ ก่อนนะ (หัวเราะ) เพราะลูกเก๋บอกเลยว่าถ้าเกิดพวกเขาไม่โอเค เก๋ก็ยอมรับว่าพอเวลาเรามีลูก เขาต้องเข้ากับลูกเราได้ ฉะนั้นถ้าลูกไม่โอเคก็ไม่เอา”

ช่วงที่มีข่าวเครียดไหม?
“เวลาส่วนมากเก๋จะอยู่กับลูก ถ้าช่วงเวลานั้นจะไม่นอยด์ เพราะมันก็ไม่ค่อยได้คิดเรื่องอื่น แต่จะนอยด์ในลักษณะที่พ่อแม่เพิ่งเริ่มใช้ไลน์ เพิ่งเริ่มใช้โซเชียลมีเดีย แล้วพอเขาเห็นข่าวก็จะส่งมาถามว่าอะไรยังไง บางทีเราก็ไม่รู้จะตอบยังไง เหมือนพอเราตอบเรื่อยๆ ก็ปล่อยวาง”

จินไม่เคยจีบบ้างเลยเหรอ?
“ไม่รู้ แต่ถามว่าจริงๆ พี่จินน่าจะจีบอยู่หลายคนหรือเปล่า (หัวเราะ) คือเก๋ไม่รู้จริงๆ แต่ตอนนี้เก๋กับพี่จินเป็นเพื่อนร่วมงานกันค่ะ” 

ไม่ได้เป็นมือที่สามของใครแน่นอน?
“ไม่มีค่ะ เพราะเอาจริงๆ ตอนที่มีข่าวออกแรกๆ และตอนนั้นเก๋เพิ่งมารู้จักพี่จินประมาณ ต.ค. ปีที่แล้วเอง เก๋ก็ถามเขาว่าพี่อะไรวะ ทำไมมีเก๋ไปเกี่ยวข้อง พวกพี่คืออะไรกันวะ พี่จินก็บอกว่าเขาเลิกกับคนเก่าๆ มานานแล้ว เราก็ถามว่าแล้วเก๋เกี่ยวอะไรพี่ ทำไมเก๋ซวย ทำไมเก๋ต้องเกี่ยวข้อง 

เอาจริงๆ เก๋ก็งง และเก๋ก็มีถามรุ่นน้องแล้วก็ถามหลายคนว่าให้เราอยู่เฉยๆ มันไม่ใช่เรื่องจริงก็ปล่อยไป เลยคิดว่าเออก็จริงว่ะ ยังปรึกษาลูกเลยว่าหม่ามี้ทำอะไร หม่ามี้อยู่เฉยๆ แต่ทำไมโดนแบบนี้ แต่ก็ต้องขอบคุณลูกๆ นะ ถ้าเกิดไม่มีลูกๆ อาจจะอะไรวะ อาจจะคิดว่าเกิดอะไรขึ้นอีกแล้ว แต่พอมีลูกๆ ก็ช่วยเราได้เยอะ (ยิ้ม) ทุกวันนี้ก็คุยกับพี่จินแค่เรื่องงานจริงๆ”

อยากบอกอะไรกับคนที่เข้าใจผิดไหม?
“เอาจริงๆ เก๋รู้สึกว่าเข้าใจทุกคนนะ เข้าใจข่าว เข้าใจนักข่าว เข้าใจภาพ เข้าใจคนที่เข้าใจผิด เก๋ไม่ได้ติดใจอะไร เราแค่รู้สึกว่ามีเรื่องเดียวที่อยากจะบอกคือเวลาเรารู้อะไรมา แล้วถ้าเกิดเราไม่ได้รู้จักกัน ก็อย่าเพิ่งเชื่อในเรื่องข่าว บางทีมันอาจจะมีมูล แต่บางทีมันอาจจะเป็นแค่ด้านเดียวของเรื่องราวทั้งหมด มันอาจจะไม่ได้จริงร้อยเปอร์เซ็นต์ก็อย่าเพิ่งเชื่อ และก็ไม่ต้องไม่เชื่อซะทีเดียว วันนี้ได้พูดแล้วโล่งใจมาก เพราะจริงๆ ก็ไม่รู้ว่าเราต้องไปพูดที่ไหน เราก็ไม่ได้อยู่ในวงการบันเทิงเนอะ ถ้าออกไปพูดมันจะเป็นยังไงนะ”

เผยสาเหตุ เมธี ไปเจอ แซม-กันต์ ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ที่แท้เป็นผู้ช่วย

https://www.thairath.co.th/entertain/celeb/2820831

เผยสาเหตุ เมธี ไปเจอ แซม-กันต์ ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ที่แท้เป็นผู้ช่วย

19 ต.ค. 2567 11:08 น.

เผยสาเหตุ เมธี ไปเจอ แซม-กันต์ ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ที่แท้เป็นผู้ช่วย

หลังจากที่ 2 บอสดารา กันต์ กันตถาวร และ แซม ยุรนันท์ ภมรมนตรี เป็นผู้ต้องหาในคดีดิไอคอนกรุ๊ป และถูกส่งตัวเข้าเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร เมื่อช่วงกลางคืนวันที่ 17 ต.ค. 2567 ที่ผ่านมา เนื่องจากศาลไม่ให้ประกันตัว เหตุคดีมีอัตราโทษสูง มีความเสียหายวงกว้าง เกรงว่าจะไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน

และที่ทำหลายคนแปลกใจ เมื่อเพจ คุยกับณชิตเมธี ซึ่งเป็นเพจของ เมธี อมรวุฒิกุล หรือ ณชิต อำนาจเดชานนท์ อดีตนักแสดงชื่อดัง โดยปัจจุบัน หนิง แฟนสาว เป็นคนดูแล โพสต์ภาพข้อความที่เขียนว่า “กันต์และพี่แซมกอดคุณเมธีใหญ่เลย กันต์ยังมึนๆๆ งงๆ กับชีวิต พี่ช่วยดูผมด้วยนะ กันต์ขัดฉาก 5 รอบทำไม่ได้ คงมึนจริง พี่แซม นิ่ง ใจแข็งแรงมาก ปลง กินข้าวได้ บอสพอลนั่งกินข้าวกับคุณเมธี เฮียกำลังดูท่าที ว่าจะเหลี่ยมใส่ไหม 55” และเขียนแคปชั่น “บอสกันต์ บอสแซม บอสพอล เจอคุณเมธีเรียบร้อยแล้ว #บอสกันต์บอสแซมตกใจ พี่มาอยู่ตั้งแต่เมื่อไร”

ก่อนจะโพสต์ภาพข้อความเพิ่มเติมว่า “บอสทั้งหลายกักโรค ห้อง 15 แดนกักโรค (แดน 2) ตอนนี้คุมเข้มมาก มีคุณเมธีและผู้ช่วย 2 คนคอยดู น้องกันต์บอกว่าหิวข้าว ผมไม่ได้กินข้าวเลยพี่ กินไข่พะโล้ไปคำหนึ่ง ต้องคายออกมา พี่มีอย่างอื่นไหมครับ เลยได้มาม่า ขนม และโค้ก ให้ทานรองท้องไปก่อน น้องหน้าทรงญี่ปุ่นนั่งมุมห้อง เครียดมาก #คุณเมธีนั่งคุยเป็นเพื่อนหลายชั่วโมง เพื่อลดความเครียดของนักโทษใหม่” และเขียนแคปชั่น “ค่อยๆๆ ปรับตัวกันไป…บอสกันต์ บอสแซม #เมื่อคืนเฮียเมธี น้องผู้ช่วย และผู้คุม แทบไม่ได้นอนกันเลย ค่อยเฝ้าดูนักโทษใหม่ที่จะเกิดภาวะเครียด”

และเมื่อหลายคนสงสัยว่า เมธี ไปเจอกับ กันต์-แซม ได้อย่างไร งานนี้ทางเพจเลยไขข้อข้องใจด้วยการโพสต์ภาพข้อความที่มีเนื้อหาว่า “เห็นหลายท่านสงสัย ทำไม?? บอสกันต์ บอสแซม ไปเจอคุณเมธีได้ยังไง คุณเมธีเป็นผู้ช่วย / สายตรวจอยู่แดน 2 (แดนกักโรค) อยู่มา 5 เดือนแล้วค่ะ ต้องเจอนักโทษใหม่ทุกคนที่เข้ามา #หายสงสัยกันเด้อพี่น้อง” และเขียนแคปชั่นบรรยายว่า “ตอบคำถามที่สงสัย แล้วเด้อพี่น้อง #คุณเมธีโดนคดีอะไรคดีที่ต่อสู้กับคนเสื้อแดงเมื่อปี53”

“พระพาย” เล่าโมเมนต์ “หนุน” ขอแต่งงาน ตกใจไม่มีสัญญาณมาก่อน 6 ปี พิสูจน์รักจริงหวังแต่ง

https://www.thairath.co.th/entertain/celeb/2820722

"พระพาย" เล่าโมเมนต์ "หนุน" ขอแต่งงาน ตกใจไม่มีสัญญาณมาก่อน 6 ปี พิสูจน์รักจริงหวังแต่ง

19 ต.ค. 2567 06:01 น.

“พระพาย” เล่าโมเมนต์ “หนุน” ขอแต่งงาน ตกใจไม่มีสัญญาณมาก่อน 6 ปี พิสูจน์รักจริงหวังแต่ง

ออร่าว่าที่เจ้าสาวจับ สำหรับ พระพาย-รมิดา ธีรพัฒน์ นางเอกหน้าหวาน จากละครเรื่อง “ภูเขาเงาพยัคฆ์” ทางช่อง 7HD ยอมรับตื่นเต้นได้เล่นบู๊ครั้งแรก ประกบคู่ ภูมิ เกียรติภูมิ พระเอกรุ่นน้อง โชคดีต่างคนต่างไม่มีกำแพงทำให้ทำงานง่ายขึ้น พร้อมเล่าโมเมนต์ หนุน-ชนน์ชนก ชิดชอบ ทายาทคนรองของ เนวิน ชิดชอบ ทำเซอร์ไพรส์ขอแต่งงาน หลังคบหาดูใจมายาวนานถึง 6 ปี ใน “คนดังนั่งคุย”

ความบู๊ความห้าวในเรื่องนี้ขนาดไหน

“พอตัวค่ะ ไม่ได้ห้าวจนน่ารำคาญ ยังมีความเป็นผู้หญิงอยู่ แค่เราถูกเลี้ยงมาจากพ่อคนเดียว ทำให้คาแรกเตอร์นี้เข้มแข็ง ไม่หวานมาก”

บู๊เยอะที่สุดเท่าที่เคยเล่นมา

“ใช่ค่ะ ค่ายพี่เวอร์ (โอลิเวอร์ บีเวอร์) บู๊หนักสุดๆ”

โดนรับน้องยังไงบ้าง

“จำได้เลยว่าถ่ายฉากวันแรกไม่ได้บู๊หรอกเป็นอารมณ์ดราม่า วิ่งหนีพ่อออกมาร้องไห้คนเดียว เรายังไม่อิน ยังไม่เข้าใจตัวละครขนาดนั้น พี่บุ๋ม-ปกาศิต ผกก. ก็บรีฟเรา มันเป็นแบบนี้นะ เราก็คิดถาม วิ่งออกมาร้องไห้ปาโน้นปานี่เป็นอะไรที่ท้าทาย”

ร่วมงานกับน้องๆ ทั้งนั้นเลย กับภูมิล่ะ

“เป็นเรื่องแรกที่เล่นกับภูมิ ตัวน้องเป็นคนน่ารักอยู่แล้ว”

ทางภูมิเค้าเล่าว่าขอไม่เรียกพระพาย ว่าพี่ได้มั้ย

“ใช่ค่ะ คือเขาอยากได้ความเป็นกันเองก็บอกเค้าว่าไม่ต้องเรียกพี่ก็ได้ ไม่ได้อยากแก่ (ยิ้ม) ไม่ได้อยากให้เรียกพี่อะไรประมาณนั้น แล้วแต่เลย ถ้าเรียกพี่ก็อาจจะดูห่างเหินเกินไป น้องก็เป็นคนน่ารักดี”

มีการทำลายกำแพงกันยังไง

“อาจจะดูไม่มีกำแพงเพราะกำแพงมันบางมากๆ เราต้องปรับตัว วางตัวยังไงให้อีกคนไม่เกร็ง มีการพูดคุย มีการฟิตติ้ง เราเฮฮากันก่อน พอถ่ายจริงเราจะได้รู้จังหวะกันในระดับนึง ภูมิจะรู้ว่าจังหวะไหนที่พายเริ่มงอแงแล้ว ไม่ไหวแล้วเค้าจะ เห้ย! พาย สู้หน่อย เขาจะมาบิลต์ให้เราสู้ พูดตรงๆโลเกชันคือร้อนมาก อาจจะมีบ่นบ้างนิดๆ หน่อยๆ แต่ว่าภูมิเค้าจะบอกเอาหน่า พี่สู้ๆ”

กับฉากมุ้งมิ้งเลิฟซีนหวานๆ กับภูมิล่ะมีเขินกันบ้างมั้ย

“เลิฟซีนเรื่องนี้ไม่ได้หวือหวา จะแนวน่ารักๆ เล่นด้วยความสบายใจ ไม่ได้ร้อนแรง อินเนอร์ไม่ได้รุนแรงขนาดนั้น พายสบายใจที่จะเล่นแบบนี้ก็เลยไม่ได้เคอะเขินอะไรขนาดนั้น น้องเองก็มีความเป็นมืออาชีพ”

ทางพี่หนุนมีแวะเวียนมาให้กำลังใจที่กองบ้างมั้ย

“ไม่ได้ให้เค้ามาเพราะถ้าพี่เค้ามาเราก็จะต้องเป็นห่วงเค้าอีก กองมันร้อนเค้าจะอยู่ได้มั้ย จะทนได้มั้ย แต่เขาก็เคยมารับเฉยๆ ไม่ได้มาเฝ้าอะไร”

มีอัปเดตมั้ยวันนี้ถ่ายฉากนั่นฉากนี่นะ

“ไม่ค่ะ จะแค่บอกวันนี้ทำงานถ่ายละคร ถ้ามีเลิฟซีนก็จะบอก เขาก็โอเคๆ ไม่ได้มีปัญหาอะไรเขาแค่ไม่ชอบดูเฉยๆ ละครเค้าก็ดูนะแค่เลิฟซีนเขาจะไม่ดู เราก็ไม่อยากให้ดูเพราะถ้าดูแล้วเค้าอารมณ์ไม่ดี (หัวเราะ)”

เห็นบอกว่าตอนนี้พระพายเริ่มทำธุรกิจ

“เป็นการเตรียมงานเฉยๆ และไปเรียนเพิ่มเติมในสิ่งที่เรายังไม่เคยทำ เกี่ยวกับด้านมาร์เกตติ้ง อยู่ในขั้นตอนการเรียนรู้อยู่ และยุ่งมากๆพอสมควร”

กับงานในวงการบันเทิงล่ะ

“ตอนนี้ยังไม่มีละครเข้ามา (ยิ้ม) ก็เลยมีเวลาที่จะไปเรียนรู้อะไรใหม่ๆ แค่ก็ไม่ได้อยากทิ้งงานวงการบันเทิง เพียงแค่โอกาสมันยังไม่มาเราก็ต้องหาอย่างอื่นที่มาต่อยอดอะไรให้กับตัวเองไม่ใช่จะรอแต่โอกาสอย่างเดียว ถ้ายังมีงานเข้ามาพายก็ยังทำไปเรื่อยๆ”

โมเมนต์ถูกแฟนขอแต่งงานตัวเองตกใจมั้ย

“ตกใจเหมือนกันค่ะ ไม่ได้คิดว่าเค้าจะมาขอเหมือนกัน ไม่ได้มีการคุยกันก่อนหน้านี้”

ไม่มีเซ้นส์หรือจับโป๊ะได้ก่อนเหรอ

“ไม่มีค่ะ ปกติพายจับได้ตลอดแต่รอบนี้ไม่ได้เลยเนียนมากจริงๆ พูดตรงๆ ถ้ารู้เค้าจะมาขอแต่งงานพายคงแต่งตัวดีกว่านี้ วันนั้นไม่ได้แต่งตัวอะไรเลย ไปแบบผมไม่ได้สระผม หัวมันมาก รองเท้าแตะ กางเกงยีนส์ แต่ก็ดีนะคะเพราะมันดูเป็นธรรมชาติดีค่ะ หน้าแต่งเบาๆ เลยลงรูปเล็กๆ ไป”

วันนั้นเขาใช้มุกหลอกเรายังไงบ้าง

“เขาบอกว่าเขาจะจัดงานคอนเสิร์ตปีใหม่ตรงนี้ อยากเข้าไปที่สถานที่ลองเทสต์เสียงดู เราไม่ได้เอะใจ เพราะปกติเขาก็จัดตรงนั้นจริงๆ ทุกปี เลยเดินเข้าไปตอน 4 ทุ่มกว่าๆ เขาก็ค่อยๆเทสต์ไมค์ อยู่ดีๆก็เพลงขึ้นตามที่เห็นเลย จนพี่หนุนยื่นไมค์มาอันนั้นเริ่มเอ๊ะ ปกติพี่หนุนจะไม่ได้เป็นคนมาเทสต์เสียงอะไรแบบนี้”

จริงๆ ตัวเราพร้อมอยู่แล้วหรือไม่

“เอาตามจริง ใจนึงก็พร้อม ใจนึงยังไม่พร้อม ใจนึงก็คิดว่าตัวเองยังเด็กอยู่ ยังมีหลายอย่างที่อยากทำมากๆ ด้วยความที่เขาขอแต่งงานแล้วเนอะและเราก็คบกันมาในระดับนึงแล้ว เป็นระยะเวลานานแล้วก็มั่นใจเลยเซย์เยสไปค่ะ”

ได้ถามพี่หนุนมั้ยอะไรที่ทำให้เขาตัดสินใจขอเราแต่งงานแล้ว

“เคยถามนะคะ เขาตอบแบบเดิมว่ามั่นใจในตัวหนูนี่แหละ เขาบอกไม่ได้มองหาใครแล้วมีแค่หนูค่ะ เขินเนอะที่จะต้องพูดอะไรแบบนี้เอง ควรจะเป็นเค้าพูดมั้ย (ทำหน้าเขิน) แค่รู้สึกพี่เค้ามีความเสมอต้นเสมอปลายค่ะ”

หลังจากนี้มีแพลนอะไรแล้วบ้าง

“ยังไม่มีแพลนอะไรเลยค่ะ ยังงงอยู่ทำไมขอตอนนี้เพราะยังไม่ได้มีการคุยกันเลยแต่งตอนไหน ยังไม่ได้คุยเลยค่ะ”

เรามองภาพแต่งงานธีมยังไง

“ยังไม่มีเลยค่ะ คู่ของเราจะเป็นคนชิลๆ สบายๆ มากเลยค่ะไม่ได้หวือหวาอยู่แล้ว”

ปกติพี่หนุนเซอร์ไพรส์เก่งมั้ย

“ไม่ใช่คนชอบทำเซอร์ไพรส์อะไรเลยค่ะ จะเป็นความเสมอต้นเสมอปลาย เป็นความสบายใจที่มอบให้กัน และกันมากกว่าค่ะ”

หลายคนแอบคิดงานล่วงหน้าแต่งยิ่งใหญ่มากๆ ทายาทคนดัง

“อันนี้ไม่ทราบ ในความต้องการของพายอยากจัดงานเน้นสบายๆ ชิลๆ มองลงจากเวทีแล้วรู้จักทุกคน อยากเป็นแบบนั้นมากกว่า”

อนาคตแต่งงานไปแล้วกับงานในวงการบันเทิง มีพูดคุยกันมั้ยจะรับงานน้อยลง

“มีพูดคุยกันพี่หนุนเองอยากให้เราโฟกัสงานส่วนตัวมากขึ้น งานละครต้องใช้เวลาถ่ายมันก็ต้องมีอะไรหลายๆอย่าง เคยคุยไว้บ้างแต่ก็เคลียร์กันได้ จริงๆยังอยากทำงานตรงนี้อยู่แต่ปัจจัยอะไรหลายๆอย่าง อะไรคือความแน่นอน ความมั่นคง ความชอบส่วนตัวตอนนี้เพิ่งจะเรียนรู้อะไรใหม่ๆหลายอย่างต้องใช้เวลานิดนึง อนาคตของพายก็ยังไม่รู้เหมือนกันจะเอายังไงต่อเชื่อว่าสุดท้ายก็จะมีทางของมัน เหมือนทุกครั้งที่พายเข้ามาอยู่ตรงนี้มีหนทางและโอกาสเข้ามาเอง ทำวันนี้ตรงนี้ให้ดีก่อน ถ้ามีอะไรเข้ามาพร้อมเปิดใจทุกอย่างคุณแม่ก็สอนมาตั้งแต่เด็กว่าให้ลองทำอะไรหลายๆอย่างจะได้รู้ว่าเราชอบ หรือถนัดแบบไหนมากกว่า เราต้องเปิดโอกาสให้กับตัวเอง”

คู่เราคบกันมานานขนาดไหน

“6 ปีแล้วค่ะ ก็นานมากแล้วค่ะ”

จะไม่ค่อยเห็นพายโพสต์ภาพคู่หวานๆเลย เป็นเพราะอะไร

“ไม่ได้โพสต์เลยค่ะเพราะเป็นคนคิดเยอะ ถ้ารูปมันออกไปแล้วส่งผลกระทบ ถ้าสมมติวันนึงเราเลิกกันผู้หญิงก็จะมีแต่เสียกับเสียแล้ว คือปกติเรื่องส่วนตัวพายไม่ค่อยโพสต์อยู่แล้ว แต่ถ้าเป็นหน้าที่การงานก็โพสต์ค่ะ”

เป็นเพราะเราคบกับทายาทนักการ เมืองคนดัง ทำให้เราถูกโฟกัสเลยต้องระวังตัวไปด้วยหรือเปล่า

“ไม่ได้เกี่ยวค่ะแต่มันเกี่ยวกับความคิดของพายเอง คือคบกับใครเราไม่เคยโพสต์เลยเพราะถ้าเราโพสต์ไปมันจะอยู่กับเราไปตลอดชีวิต จะอยู่ในเพจนั้นเพจนี้ ตลอดไปในเน็ต ถ้าต่อไปในอนาคตเราแต่งงานมีสามีมีลูกแล้วเค้ามาเสิร์ชชื่อเรารูปเรากับแฟนเก่า เลยคิดว่าไม่เอาดีกว่ามั้ย แล้วผู้ชายคนใหม่ที่เป็นสามีเราเขาจะรู้สึกยังไง มีพี่ในวงการสอนหนูมา ให้เรามั่นใจก่อนค่อยเปิด พี่หนุนบอกว่าพี่ขอแต่งงานแล้วโพสต์ได้แล้วนะ (หัวเราะ) แต่เค้าก็โพสต์รูปพายอยู่นะแต่ตัวพายเองจะไม่โพสต์รูปเค้าเลย แต่ตอนนี้ก็โพสต์ได้ค่ะเป็นครั้งๆไปมากกว่า”

มีภาพในหัวเรื่องงานแต่งในฝัน

“จริงๆแค่คิดก็เหนื่อยแล้วค่ะ ไม่ได้คิดจะต้องจัดงานแต่งใหญ่โตอะไร มองลงไปจากเวทีมีแต่คนรู้จัก ในมุมของพายการแต่งงานแค่ให้ผู้ใหญ่รับรู้ คนรอบตัวเรารับรู้ก็พอแล้วไม่จำเป็นจะต้องจัดงานใหญ่โต เน้นอบอุ่นๆดีกว่า ให้เป็นการแต่งเรียบง่ายที่สุดดีกว่า พี่หนุนก็คิดเหมือนกันเค้าก็ยกหน้าที่ให้หนูจัดการเลย แต่พูดตรงๆ คงตามใจผู้ใหญ่ให้ท่านมีความสุขดีกว่า คงจัดงานวันเดียว หมั้นเช้าแต่งเย็นให้จบในวันเดียวกันไปค่ะ”.

เรื่อง: วรรณี ห่อวโนทยาน

เผยภาพล่าสุด ดาเรีย ภรรยา อ๋อม อรรคพันธ์ ในวันที่ไม่มีสามีเคียงข้าง

https://www.thairath.co.th/entertain/celeb/2820782

เผยภาพล่าสุด ดาเรีย ภรรยา อ๋อม อรรคพันธ์ ในวันที่ไม่มีสามีเคียงข้าง

18 ต.ค. 2567 19:10 น.

เผยภาพล่าสุด ดาเรีย ภรรยา อ๋อม อรรคพันธ์ ในวันที่ไม่มีสามีเคียงข้าง

เป็นเวลาเกือบเดือนแล้วที่พระเอกหนุ่มเข้ม อ๋อม อรรคพันธ์ นะมาตร์ จากไปอย่างไม่มีวันกลับ หลังเสียชีวิตจากโรคมะเร็งกล้ามเนื้อหัวใจเมื่อวันที่ 21 ก.ย. 2567 ที่ผ่านมา กลายเป็นข่าวช็อกวงการบันเทิง สร้างความเสียใจให้กับคนในครอบครัว ผู้ใหญ่ เพื่อนๆ คนในวงการบันเทิง ตลอดจนแฟนๆ รวมไปถึง ดาเรีย เชฟรุก ภรรยาของอ๋อม ที่เศร้าเสียใจอย่างมาก

ขอบคุณภาพจากไอจี @dariasiewruk

ล่าสุด กีต้าร์ ศิริพิชญ์ วิมลโนช นักแสดง-ผู้จัดละครสาว ก็ได้โพสต์ภาพที่ถ่ายร่วมกับ ดาเรีย โดยมี เตอร์ ปริยะ สามี รวมไปถึง น้องตั้งตา ลูกสาวของกีตาร์-เตอร์ ร่วมเฟรมด้วย พร้อมทั้งเขียนข้อความว่า “Dinner with lovely sis .. @dariasiewruk @tvngta.vi” รวมไปถึงภาพ ดาเรีย-น้องตั้งตา เขียนแคปชั่น “Daughter and Daughter in law 
Love u naaaaaaaaaa”

โดยมีแฟนๆ ที่ต่างเข้ามาคอมเมนต์ให้กำลังใจมากมาย อาทิ ขอบคุณแม่ต้าร์มากๆ นะคะที่อัปเดตน้องดาเรียให้พวกเราได้ดู, น้องสดใสขึ้นแล้ว เป็นกำลังใจให้ดาเรียนะค้า, ขอบคุณคุณกีต้าร์มากๆ ค่ะที่ลงรูปน้องดาเรียให้พวกเราได้เห็น คิดอยู่ว่าน้องเป็นไงบ้าง ทำอะไรอยู่ที่ไหน, รักทุกคนนะคะ จะติดตามผลงานตลอดไปค่ะ คิดถึงคุณอ๋อมจัง, น่ารักจังค่ะ คิดถึงพี่อ๋อม ฯลฯ

เพจดังเล่าต่อวีรกรรม กันต์ ไม่ให้เกียรตินักร้องดัง เพราะความพิธีกรผู้ยิ่งใหญ่

https://www.thairath.co.th/entertain/gossip/2820767

เพจดังเล่าต่อวีรกรรม กันต์ ไม่ให้เกียรตินักร้องดัง เพราะความพิธีกรผู้ยิ่งใหญ่

18 ต.ค. 2567 18:01 น.

เพจดังเล่าต่อวีรกรรม กันต์ ไม่ให้เกียรตินักร้องดัง เพราะความพิธีกรผู้ยิ่งใหญ่

ทำเอาชาวเน็ตขาเผือกมุงรัวๆ เมื่อเพจบันเทิงดัง อีป้าข้างบ้าน โดย เปียร์นอยส์ ได้โพสต์คลิปพูดถึงสาเหตุที่คนรอสะใจบอสดาราอย่าง กันต์ กันตถาวร พิธีกรหนุ่มชื่อดัง มากกว่าบอสคนอื่นๆ และมีพูดถึงเรื่องพฤติกรรมที่ทำให้คนหมั่นไส้ คือความเป็นพิธีกรผู้ยิ่งใหญ่ ทำให้นักร้องดังต้องขอโทษ จนหลายคนอยากให้เล่าต่อว่าเรื่องราวเป็นอย่างไร

ล่าสุด เพจอีป้าข้างบ้าน โดย เปียร์นอยส์ ก็ได้โพสต์คลิปเล่าถึงเรื่องนี้ต่อ เขียนแคปชั่น “ขุดวีรกรรม “บอสกันต์” ไม่ให้เกียรตินักร้องดัง!! เพราะผมคือพิธีกรผู้ยิ่งใหญ่ #บอสกันต์ #กันต์กันตถาวร #ดิไอคอน #อีป้าข้างบ้าน #ป้าเปียร์มาแล้ว” 

ซึ่งในคลิปนี้ เปียร์นอยส์ เล่าว่า “เรื่องนี้มันตั้งแต่ปีที่แล้ว เคยเป็นข่าวอยู่พักหนึ่ง ตอนนั้นบอสกันต์เขามีพฤติกรรมอยู่ๆ เข้าไปถีบนักร้องดังกลางรายการ แต่ทีมงานเขาก็ฉลาด ตัดคลิปนี้ทิ้งออกไปแล้ว ไม่ให้ออกอากาศเพราะคงกลัวมีดราม่า แต่อยู่ๆ คลิปนี้โผล่ออกมาโปรโมตความหยอกเอินกันเล็กๆ น้อยๆ สุดท้ายดราม่าเกิด พอมีคลิปนี้ออกมา มันเป็นพฤติกรรมไม่น่ารัก แฟนคลับเห็นแล้วเฮ้ย ไม่โอเคเลย ไม่พอใจ เลยเข้าไปถล่มบอสกันต์ 

แทนที่บอสกันต์จะสำนึกผิด เปล่าเลย เพราะเขายิ่งโกรธหนักมาก เรื่องแค่นี้นิดหน่อยเอง เขาแค่เล่นกัน จะอะไรนักหนา แฟนคลับจะเข้ามาถล่มทำไม อันนี้พูดในวงใน ฉันให้สัมภเวสีตัวที่ 8 ไปสืบมา ไปๆ มาๆ คนที่รู้สึกผิดคือนักร้องดัง จนต้องออกแถลงข่าวขอโทษบอสกันต์ มันไม่ใช่ความผิดของนักร้องดัง ตอนนั้นฉันก็พยายามทำความเข้าใจนักร้องดัง เขารู้สึกเป็นต้นเหตุให้บอสกันต์ต้องมาโดนด่า

นักร้องดังอยากเข้าไปเคลียร์กับบอสกันต์ แต่บอสกันต์บอกว่า ไม่คุย มึงมาเล่นใหญ่ไม่พอใจ แฟนคลับมึงทำไมต้องมาด่ากู ถ้าเล่นกันในรายการไม่ได้ วันหลังก็ไม่ต้องมาถ่ายทำอะไรกันแล้ว ฉันก็แบบมันได้ด้วยเหรอวะ ตอนแรกฉันอยากจะออกมาฟาดเองแล้ว แต่คนสนิทของนักร้องห้ามไว้ เพราะกลัวว่ายิ่งไปถล่มพิธีกรหรือบอสกันต์ จะยิ่งสร้างความบาดหมางร้าวฉานให้บอสกันต์ยิ่งไม่พอใจนักร้องท่านนี้ 

สุดท้ายเรื่องนี้ก็จบด้วยการที่นักร้องเข้าไปเจอบอสกันต์อีกรอบ เขาก็บอกพี่ ผมขอโทษนะครับ  (ยกมือไหว้) ผมเป็นต้นเหตุให้แฟนคลับมาด่าพี่ ผมไม่ได้ตั้งใจให้เรื่องมันเกิด ผมขอโทษแทนแฟนคลับ เข้าใจฟีลนี้ป่ะ ทำทำไม แต่สุดท้ายบอสกันต์ก็ทนกระแสจากการด่าของแฟนคลับไม่ไหว ก็เลยบอกว่าโอเคๆ งั้นเดี๋ยวออกมาขอโทษแล้วกัน แต่พยายามย้ำตลอดว่าเป็นการเล่นกันสนุกๆ ในรายการเท่านั้นเอง ขำๆ แต่แฟนคลับไม่ขำ 

นั่นคือพฤติกรรมที่คนไทยบางส่วนไม่ชอบ คือพฤติกรรมไม่ให้เกียรติแขกรับเชิญ ชอบกร่าง ชอบคิดว่ากูเป็นเจ้าของรายการ มีการเบ่ง กูคือพิธีกรผู้ยิ่งใหญ่ ใครมาจะต้องเกรงใจ มีความกลัว แต่ความจริงพี่ก็เป็นแค่ลูกจ้าง พฤติกรรมนี้แหละที่เขาไม่ปลื้ม แค่นั้นแหละจบ”

https://www.facebook.com/RueangKhongKu108/videos/3961137637543123/?ref=embed_video&t=21

https://www.facebook.com/plugins/video.php?height=476&href=https%3A%2F%2Fwww.facebook.com%2FRueangKhongKu108%2Fvideos%2F3961137637543123%2F&show_text=true&width=267&t=0

ตะลึง อาม ชุติมา สวมชุดราตรีสวยสง่า เตรียมวางไมค์ คว้ามงฯ มิสแกรนด์ 2025

https://www.thairath.co.th/entertain/news/2820761

ตะลึง อาม ชุติมา สวมชุดราตรีสวยสง่า เตรียมวางไมค์ คว้ามงฯ มิสแกรนด์ 2025

18 ต.ค. 2567 17:18 น.

ตะลึง อาม ชุติมา สวมชุดราตรีสวยสง่า เตรียมวางไมค์ คว้ามงฯ มิสแกรนด์ 2025

ทำเอาแฟนนางงามพากันฮือฮาสุดๆ หลังจากนักร้องลูกทุ่งสาวคนดัง อาม ชุติมา เตรียมวางไมค์มาลองเฉิดฉายเวทีขาอ่อน ลงประกวดชิงมงและตำแหน่ง มิสแกรนด์ไทยแลนด์ 2025

โดย อาม ชุติมา ได้โพสต์ภาพในลุคอวความสวยออร่าในชุดราตรี พร้อมเขียนข้อความระบุว่า “Road to Missgrand thailand 2025 ตั้งใจแล้วก็ต้องไปให้สุด #ผู้เข้าประกวดมิสแกรนด์ #มิสแกรนด์ #อดีตเคยพัง #ผู้สาวขาเลาะ #บ้านดอนไม้ป่า #อามชุติมา #ด้อมอามชุ #อามชุติมาอามแอ๊ะ #อามชุติมาอินมิสแกรนด์”

ท่ามกลางเหล่าบรรดาแฟนคลับมาเตรียมลุ้นกันว่าตวามตั้งใจครั้งนี้ของเธอจะสำเร็จหรือไม่ ยังไงแล้ว ไทยรัฐบันเทิงออนไลน์ ขอเป็นกำลังใจให้นะคะ

แจ็ค-ใบหม่อน เผยชื่อจริง น้องคากิ ที่ หมอช้าง ตั้งให้ พร้อมเผยความหมาย (คลิป)

https://www.thairath.co.th/entertain/celeb/2820757

แจ็ค-ใบหม่อน เผยชื่อจริง น้องคากิ ที่ หมอช้าง ตั้งให้ พร้อมเผยความหมาย (คลิป)

18 ต.ค. 2567 16:50 น.

แจ็ค-ใบหม่อน เผยชื่อจริง น้องคากิ ที่ หมอช้าง ตั้งให้ พร้อมเผยความหมาย (คลิป)

เรียกว่าเป็นขวัญใจครอบครัว รวมถึงแฟนๆ พี่ป้าน้าอาในโลกออนไลน์ไปแล้ว สำหรับ น้องคากิ ลูกชายของคู่สามีภรรยาอย่างนักแสดง-พิธีกรหนุ่มอารมณ์ดี แจ็ค เฉลิมพล ทิฆัมพรธีรวงศ์ หรือ แจ็ค แฟนฉัน และนักแสดงสาวหน้าหวาน ใบหม่อน กิตติยา จิตรภักดี ที่ตอนนี้ขยันสาดความน่ารักแบบรัวๆ และมีแฟนๆ คอยส่องเลขเด็ดที่เห็นจากน้องคากิเป็นประจำ

ล่าสุด แจ็ค-ใบหม่อน เปิดเผยชื่อจริงของ น้องคากิ ที่ หมอช้าง ทศพร ศรีตุลา หมอดูชื่อดัง เป็นคนตั้งให้ ผ่านทางรายการยูทูบ “OH BABY EP.2” ยูทูบแชนแนล WOODY โดยบอกว่า คากิ ชื่อจริงชื่อ “กฤตพล” หมอช้างตั้งให้ กฤตพลมาจากแม่ชื่อ “กิตติยา” พ่อชื่อ “เฉลิมพล” ก็เลยเอามารวมกัน กฤตพล แปลว่า ผู้กล้าหาญ เป็นคนมีชื่อเสียง

ต้องบอกว่านอกจากจะเป็นชื่อที่มีความหมายดีมากๆ แล้ว ยังเป็นชื่อที่เต็มไปด้วยความรักความอบอุ่นจากคุณพ่อคุณแม่ เพราะเป็นการรวมชื่อของคุณพ่อคุณแม่มาเป็นหนึ่งเดียว จนมาเป็น น้องคากิ กฤตพล ที่เป็นดังโซ่ทองคล้องใจของ พ่อแจ็ค-แม่ใบหม่อน นั่นเอง

ชมคลิป

ตั้ม วราวุธ แจ้งความเอาผิด ดิไอคอนกรุ๊ป โดนโกงเพราะหลงเชื่อคอร์สออนไลน์

https://www.thairath.co.th/entertain/celeb/2820747

ตั้ม วราวุธ แจ้งความเอาผิด ดิไอคอนกรุ๊ป โดนโกงเพราะหลงเชื่อคอร์สออนไลน์

18 ต.ค. 2567 15:49 น.

ตั้ม วราวุธ แจ้งความเอาผิด ดิไอคอนกรุ๊ป โดนโกงเพราะหลงเชื่อคอร์สออนไลน์

เป็นประเด็นมหากาพย์ดราม่าไม่จบ สำหรับกรณีธุรกิจขายตรงบริษัทดัง ดิไอคอนกรุ๊ป ที่ล่าสุด 18 บอสในธุรกิจ รวมถึง 3 บอสดารา กันต์ กันตถาวร, มิน พีชญา วัฒนามนตรี, แซม ยุรนันท์ ภมรมนตรี กลายเป็นผู้ต้องหาและต้องนอนเรือนจำแล้ว อีกทั้งยังคัดค้านการประกันตัว เนื่องจากศาลพิจารณาแล้วเห็นว่าคดีมีอัตราโทษสูง มีความเสียหายวงกว้าง เกรงว่าจะไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน 

ล่าสุด ตั้ม วราวุธ โพธิ์ยิ้ม หรือ ตั้ม เดอะสตาร์ หนึ่งในผู้เสียหายจากคดีนี้ ก็ได้เข้าแจ้งความดำเนินคดีกับดิไอคอนกรุ๊ปด้วยเช่นกัน หลังบินกลับมาจากประเทศเกาหลีใต้ ก่อนจะโพสต์ภาพตัวเองถือใบแจ้งความ พร้อมทั้งเขียนข้อความว่า “สืบเนื่องจากกรณีบริษัท ดิไอคอน กรุ๊ป ตามที่เป็นข่าวอยู่นั้น ส่วนตัวผมเพิ่งกลับจากประเทศเกาหลีใต้ เมื่อทราบข่าวผมรีบรวบรวมเอกสารหลักฐาน และมาแจ้งความลงบันทึกประจำวันเรียบร้อยแล้วครับ

ผมเองก็เป็นอีกหนึ่งผู้เสียหาย ที่เคยหลงเชื่อคอร์สเรียนออนไลน์ จนสนใจธุรกิจขายของออนไลน์ในเวลานั้น แต่เมื่อผมได้เข้าไปศึกษาดีดี กลับพบว่าไม่ได้เป็นไปตามที่ผมคิด และผมโดนโกง ผมจึงยุติทุกอย่าง ไม่ยุ่งเกี่ยว ยอมทิ้งเงิน โดยไม่ได้ชักชวนใครมาเป็นลูกทีมเลยแม้แต่รายเดียว ทั้งนี้ผมขอเป็นกำลังใจให้กับผู้เสียหายทุกท่านครับ ขอบคุณครับ”

ซึ่งหลังจากที่ ตั้ม โพสต์ไปก็มีทั้งคนในวงการบันเทิงและแฟนๆ ที่ทราบข่าวต่างเข้ามาคอมเมนต์ให้กำลังใจเป็นจำนวนมาก